ประวัตคิ วามเป็ นมานาฏศลิ ป์ ของภาคใต้
ภาคใตม้ ีวฒั นธรรมท่ีหลากหลายและไดร้ ับอิทธิพลทางวฒั นธรรมมาจากประเทศ
มาเลเซีย ภาคใตต้ ิดทะเลท้งั ฝั่งตะวนั ตกและตะวนั ออก ทางดา้ นใตต้ ดิ กบั มลายู ทาใหร้ บั
วฒั นธรรมของมลายมู าบา้ ง การแสดงของภาคใตม้ ีลีลาทา่ ราคลา้ ยกบั การเคลื่อนไหวของ
ร่างกายมากกว่าการฟ้อนรา ซ่ึงจะออกมาในลกั ษณะกระตนุ้ อารมณ์ใหม้ ีชีวิตชีวาและ
สนุกสนาน ขนบประเพณีวฒั นธรรมและบุคลิกบางอยา่ งคลา้ ยคลึงกนั คือ พดู เร็ว อุปนิสยั
วอ่ งไว ตดั สินใจ รวดเร็ว เดด็ ขาด การแต่งกาย การแสดง เพลง และดนตรีคลา้ ยคลึงกนั
มาก นาฏศิลป์ ของชาวไทยภาคใต้ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คอื การแสดงพ้นื บา้ นและระบา
พ้นื บา้ น
การแสดงพ้นื เมืองภาคใต้
ศิลปะการราและการละเลน่ ของชาวพ้ืนบา้ นภาคใตอ้ าจแบ่งตามกลุ่มวฒั นธรรมได้ 2 กลุ่มคอื
- วฒั นธรรมไทยพทุ ธ ไดแ้ ก่ การแสดงโนรา หนงั ตะลงุ เพลงบอก เพลงนา
- วฒั นธรรมไทยมสุ ลมิ ไดแ้ ก่ รองเงง็ ซาแปง มะโยง่ (การแสดงละคร) ลิเกฮลู ู
(คลา้ ยลิเกภาคกลาง) และซิละ
ประวตั คิ วามเป็ นมาของมโนราห์
โนรา หรือ มโนหร์ า (เขียนเป็น มโนรา หรือ มโนราห์ กไ็ ด)้ เป็น
การละเล่นพ้ืนเมืองท่ีสืบ ทอดกนั มานาน และนิยมกนั อย่างแพร่หลาย
ใน ภาคใต้ เป็นการละเล่นท่ีมีท้งั การร้อง การรา บางส่วนเล่นเป็น
เรื่อง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเช่ือที่เป็นพิธีกรรม
โนรา เป็นศิลปะพ้ืนเมืองภาคใต้ เรียกว่า โนรา แต่ คาว่า มโนราห์ หรือมโน
หรา น้นั เป็นคาที่เกดิ ข้นึ มาเม่อื สมยั กรุงศรีอยธุ ยา โดยการนาเอา เร่ือง พระสุธน-
มโนราห์ มาแสดงเป็นละครชาตรี จึงมคี า เรียกว่า มโนราห์ ส่วนกาเนิดของโนราน้นั
สนั นิษฐานกนั ว่าไดร้ ับอทิ ธิพลจากการร่ายราของอินเดยี โบราณกอ่ นสมยั ศรีวชิ ยั
ทีม่ า จากพอ่ คา้ ชาวอนิ เดีย สงั เกตไดจ้ ากเคร่ืองดนตรีที่ เรียกวา่ เบญ็ จสงั คีตซ่ึงประกอบ
โหมง่ ฉิ่ง ทบั กลอง ป่ีใน ซ่ึงเป็นเครื่องดนตรีโนราและทา่ ราของโนรา อีกหลายทา่ ที่
ละมา้ ยคลา้ ยคลงึ กบั การร่ายราของ ทางอนิ เดยี เชื่อกนั วา่ มโนราห์ เกดิ ข้ึนคร้งั แรก ณ หวั
เมอื งพทั ลุง กอ่ นท่จี ะเริ่มคืบคลายแผ่ขยายไปยงั หวั เมอื งอื่นๆของภาคใต้ จวบไปจนถงึ
ภาคกลาง และกลายเป็นละครชาตรีในทีส่ ุด
การแต่งกายชุดมโนราห์
เป็นช้ินส่วนตา่ งๆ ของชุดโนราห์ ประกอบดว้ ย
1.เทริด 1 หวั 2.ปิ้ งคอ 2 ชิ้น 3.บา่ 2 ช้ิน 4.รดั อก 5.หางหงส์
6.ปิ ดสะโพก 1 ชิ้น 7.สร้อยคอ 1 เส้น 8.เล็บ 8 ชิ้น 9.ผา้ หอ้ ยและหนา้
ผา้ 7 ผนื 10.กางเกงมโนราห์ 1 ตวั 11.ผา้ โจงกระเบน 1 ผืน ทาใหไ้ ดช้ ุด
ลูกปัดมโนราห์ท้งั ชุด ทม่ี ีราคาถูกกว่าทอ้ งตลาด ดว้ ยฝี มือท่ยี งั คงไว้
รูปลกั ษณ์ในแบบฉบบั การแตง่ องคท์ รงเคร่ืองยคุ อดีตไวท้ ุกกระเบยี ดนิ้ว
โนรามกี ารแสดง ๒ รูปแบบ คือ โนราประกอบ พธิ ีกรรม (โนราโรงครู) และโนราเพื่อความบนั เทงิ
1.โนราประกอบพธิ ีกรรมหรือโนราโรงครู เป็น พธิ ีกรรมทม่ี คี วามสาคญั ในวงการโนรา
เป็นอยา่ งยงิ่ เพราะ เป็นพธิ ีกรรมเพอ่ื เชิญครูหรือบรรพบรุ ุษของโนรามายงั โรงพิธีเพ่ือไหวค้ รู
หรือไหวต้ ายายโนรา เพื่อรบั ของแกบ้ น และ เพ่อื ครอบเทริดหรือผกู ผา้ แกผ่ แู้ สดงโนรารุ่นใหม่
โนราเพอื่ ความบนั เทิง เป็นการแสดงเพือ่ ใหค้ วาม บนั เทงิ โดยตรง มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
1. การรา โนราแต่ละตวั ตอ้ งราอวดความชานาญและความสามารถเฉพาะตน โดยการรา
ผสมทา่ ตา่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั อย่างต่อเน่อื งกลมกลนื แต่ละท่ามคี วามถกู ตอ้ งตามแบบฉบบั มคี วาม
คลอ่ งแคล่วชานาญทจ่ี ะเปลีย่ นลลี าใหเ้ ขา้ กบั จงั หวะดนตรี และตอ้ งราใหส้ วยงามอ่อนชอ้ ยหรือ
กระฉบั กระเฉงเหมาะแกก่ รณี บางคนอาจอวดความสามารถในเชิงราเฉพาะดา้ น เชน่ การเลน่ แขน
การทาให้ตวั อ่อน การราท่าพลกิ แพลง เป็นตน้
2. การร้อง โนราแต่ละตวั จะตอ้ งอวดลลี าการร้องขบั บทกลอนในลกั ษณะต่างๆ เช่น เสียง
ไพเราะดงั ชดั เจน จงั หวะการร้องขบั ถกู ตอ้ งเร้าใจ มีปฏภิ าณในการคดิ กลอนรวดเร็ว ได้
เน้ือหาดี สัมผสั ดี มีความสามารถในการร้องโตต้ อบ แกค้ าอย่างฉบั พลนั และคมคาย เป็น
ตน้
3. การทาบท เป็นการอวดความสามารถในการตคี วามหมายของบทร้องเป็นทา่ รา ใหค้ า
ร้องและทา่ ราสมั พนั ธก์ นั ตอ้ งตีท่าใหพ้ สิ ดารหลากหลายและครบถว้ น ตามคาร้องทกุ
ถอ้ ยคาตอ้ งขบั บทร้องและตีท่าราให้ประสมกลมกลนื กบั จงั หวะและลีลาของดนตรีอย่าง
เหมาะเหมง็ การทาบทจึงเป็นศิลปะสุดยอดของโนรา
4ร.อ้ ง แกลาระรกาาเรฉทพาาบะทอดยา่งั งกลน่าอวกแจลาว้กยโงันตรอ้ างแฝตึก่ลกะาครนาเจฉะพตาอ้ะงอมยคีา่ งวใาหม้เสกาดิ มคาวราถมใชนากนาารญราเปก็นาร
หพโอเิรศกือษาพสดิธรว้ ีแายตลซ่งง่ึงพคกรอาูหรกรผราือกู้ เฉโผราพ้ งใาคหะรญอู หย่ บา่รงาือนงรอ้ี าอยแาา่ กจงบใใ้ ชชนแ้ร้ เสาปเดฉ็นงพตเฉาน้ ะพเกมาาะือ่ รโมรอีกากเาฉารสพปาเรชะะ่อนชยนัรา่ าโงใรมนงีดพบงั ธิ านีไง้ี หอยวา่ค้ งรใู ชใ้ น
1. ราบทครูสอน 2. ราบทปฐม
3. ราเพลงทบั เพลงโทน 4. ราเพลงปี่
5. ราเพลงโค 6. ราขอเทริด
7. ราเฆ่ยี นพรายและเหยยี บลกู นาว (เหยยี บมะนาว) 8. ราแทงเข้
9. ราคลอ้ งหงส์ 10. ราบทสิบสองหรือราสิบสองบท
5.การเล่นเป็นเร่ือง โดยปกติโนราไม่เนน้ การเล่นเป็นเร่ือง แตถ่ า้ มีเวลาแสดง
มากพอหลงั จากการอวดการราการร้องอาจแถมการเล่นเป็นเร่ืองใหด้ ู เพอ่ื ความ
สนุกสนาน โดยเลือกเรื่องทร่ี ูด้ ีกนั แลว้ บางตอนมาแสดงเลือกเอาแต่ตอนท่ีตอ้ งใชต้ วั
แสดงนอ้ ย ๆ (2-3 คน) ไม่เนน้ ทก่ี ารแตง่ ตวั ตามเร่ือง มกั แตง่ ตามท่ีแต่งราอยแู่ ลว้ แลว้
สมมติเอาวา่ ใครเป็นใคร แต่จะเนน้ การตลกและการขบั บทกลอนแบบโนราใหไ้ ด้
เน้ือหาตามทอ้ งเรื่อง
ท่าราของโนราที่เป็ นท่าแบบ หรือท่าหลกั มี ๑๒ ท่าดงั นี้
ทา่ ที่ ๑ ทา่ แม่ลาย (กนก) ท่าที่ ๒ ท่าราหูจบั จนั ทร์
ทา่ ที่ ๓ ทา่ กนิ นร (รา) ท่าที่ ๔ ท่าจบั ระบา
(รูปน้ไี ม่สามารถบอกไดแ้ ตล่ ะโรงครูสอนไมเ่ หมือนกนั )
ทา่ ท่ี ๕ ท่าลงฉาก ท่าท่ี ๖ ทา่ ฉากนอ้ ย
ทา่ ท่ี ๗ ทา่ ผาลา ท่าท่ี ๘ ท่าบวั ตมู
ทา่ ท่ี ๙ ท่าบวั บาน ท่าท่ี ๑๐ ท่าบวั คล่ี
ทา่ ท่ี ๑๑ ท่าบวั แยม้ ทา่ ที่ ๑๒ ท่าแมงมมุ ชกั ใย
https://sites.google.com/site/mnorahwathnthrrmchawpaksti/home/3-tha-ra-mnorah
คำถำม
1. การแสดงพ้ืนเมืองภาคใตแ้ บ่งเป็ นก่ีวฒั นธรรม ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
ตอบ. 2 วฒั นธรรม ไดแ้ กว่ ฒั นธรรมไทยพทุ ธ วฒั นธรรมไทยมุสลิม
2.สว่ นกำเนิดของโนรำนน้ั สนั นิษฐำนกนั วำ่ ไดร้ บั อทิ ธิพล
จำกกำรรำ่ ยรำของประเทศใด
ตอบ. อนิ เดยี
3. ยกตวั อยา่ งศิลปะการละเล่นของวฒั นธรรมไทยพุทธมา 2 ขอ้
ตอบ. กำรแสดงโนรำ หนงั ตะลงุ เพลงบอก เพลงนำ
4. โนรามีการแสดงก่ีรูปแบบ อะไรบา้ ง
ตอบ. 2 รูปแบบ ไดแ้ ก่ โนราประกอบพิธีกรรมหรือโนนาโรง
ครู และ โนราเพ่ือความบรรเทิง
5. จงบอกการแต่งกายชุดมโนห์รา มา 3 ขอ้
ตอบ. 1.เทรดิ 2.ปิ้งคอ 2 3.บำ่ 4.รดั อก 5.หำงหงส์ 6.ปิดสะโพก 7.สรอ้ ยคอ
8.เลบ็ 9.ผำ้ หอ้ ยและหนำ้ ผำ้ 10.กำงเกงมโนรำห์ 11.ผำ้ โจงกระเบน
สมาชกิ ในกลมุ่
นางสาวอารียา ดาจนั ทร์ รหสั นกั ศึกษา 6311135043
นางสาวอรวรรณ ฉายมณี รหสั นกั ศึกษา 6311135046
นางสาวณฐั ธิดา จนั ทร์แกว้ รหสั นกั ศึกษา 6311135047
นางสาวสกลุ รัตน์ เนาวพนั ธ์ รหสั นกั ศึกษา 6311135048
นางสาวณิชาภทั ร สงั ขท์ อง รหสั นกั ศึกษา 6311135055