The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book ภาษาอังกฤษ แบบ3P

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

E-book ภาษาอังกฤษ แบบ3P

E-book ภาษาอังกฤษ แบบ3P

1

หน้าปก

ED13307 ส่ือ เทคโนโลยีและนวตั กรรมสำหรับครูประถมศึกษำ
นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้โดยใชน้ วตั กรรมการเรียนรู้แบบ 3P

จดั ทำโดย
นายนิติวฒั น์ แสงศรีเรือง 6494110025
นกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาการประถมศกึ ษา ช้นั ปี ที่ 2
มหาวทิ ยาลยั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

อำจำรย์ท่ีปรึกษำ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ สมหวงั นิลพนั ธ์

2

คำชี้แจง

เอกสารนวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ฉบับนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งจากนวัตกรรมทจี่ ัดทาขนึ้ เพอื่
เป็ นคู่มอื สาหรับบคุ ลากรทางการศึกษาในเรือ่ ง นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ โดย
นักศกึ ษามหาวิทยาลยั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ คณะศกึ ษาศาสตร์ จากรูปแบบ
นวัตกรรมจานวน 14 รูปแบบ 14 รายการดงั นี้
1.รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบโฟรแ์ มทซิสเต็ม (4MAT System)
2.รูปแบบการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบ 5E
3.รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคอนสตรัคตวิ สิ ต์ (Constructivist)
4.กระบวนการจดั การเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาของโพลยา
5.การจัดการเรยี นรู้แบบการแก้ปัญหาเป็ นฐาน (Problem Based Learning)
6.นวตั กรรมการสอนแบบโมเดลซิปปา (CAPPA Model)
7.การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจกั รสืบเสาะหาความรู้ 7E
8.การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็ นพนื้ ฐาน (Creativity Based Learning: CBL)
9.การจัดการเรียนการสอนแบบ 3P (PPP Teaching Model)
10.นวตั กรรมแผนภาพความคดิ อิสระ Mind Mapping
11.รูปแบบการสอนแบบPOB
12.การจัดการเรียนรู้แบบแบง่ ผลสัมฤทธิ์ (Student Team Achievement
Division: STAD)
13.กระบวนการเรียนการสอนของรูปแบบ (CIRC: Cooperative Integrated
Reading and Composition)
14.การจัดการเรียนการสอนแบบ TGT (Teams – Games -Tournaments)

3

ซึ่งนวตั กรรมดังกลา่ วได้ผ่านการทดลองใชใ้ นรูปแบบเชงิ วิจยั กับนักเรยี น และเพอื่ ให้
ผสู้ อนมาใชเ้ ป็ นแนวทางในการทาความเขา้ ใจเร่ืองการนานวตั กรรมทางการศกึ ษามา
ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
พุทธศักราช2544

ผ้จู ัดทาจงึ ไดเ้ รยี บเรียงขอ้ มูลทเ่ี ป็ นรูปแบบนวัตกรรมพร้อมตวั อยา่ งแผนการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้นวัตกรรมเพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นสนใจไดร้ ับความรู้ความเขา้ ใจมากยง่ิ ขนึ้ เอกสาร

ฉบับนีย้ อ่ มก่อให้เกดิ ผลโดยตรงต่อผ้เู รียนและผู้สอน ผจู้ ัดทาใคร่ขอขอบคุณแหล่ง
วทิ ยาการทเ่ี ป็ นขอ้ มลู ให้ผูจ้ ดั ทานามาอา้ งอิง

4

คานา
นกั ศึกษาสาขาการประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ได้ จดั แสดงการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ รูปแบบการจดั การ
เรียนรู้ท่ีใชน้ วตั กรรม รูปแบบต่างๆ และจดั ทาเอกสารนวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ฉบบั น้ี
ข้ึน เพอ่ื เป็น คูม่ ือสาหรับบคุ ลากรทางการศึกษา ในเรื่อง นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้
โดย นกั ศึกษาสาขาการประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซ่ึงเป็นนวตั กรรมท่ีไดผ้ า่ นการทดลอง ใชใ้ นรูปแบบการวิจยั ส่งผล
ในเชิงประจกั ษต์ ่อนกั เรียนอยา่ งเด่นชดั และเพ่ือให้ ครูผสู้ อนใชเ้ ป็นแนวทางในการทา
ความเขา้ ใจเร่ืองการนานวตั กรรมทางการศึกษา มาใชใ้ นการพฒั นาการเรียนการสอน
ตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2544 คณะผจู้ ดั ทาไดเ้ รียบเรียงขอ้ มลู
รูปแบบของนวตั กรรมโดยสรุปเพือ่ สามารถ นาไปใชไ้ ดง้ า่ ยพร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งแผนการ
จดั การเรียนรู้โดยใชน้ วตั กรรม ประกอบภายในฉบบั เพอื่ ใหผ้ สู้ นใจไดร้ ับความรู้ความ
เขา้ ใจมากยง่ิ ข้ึน เอกสาร เล่มน้ีจะช่วยทบทวนความเขา้ ใจใหช้ ดั เจนยงิ่ ข้ึน จนสามารถ
นาไปใชใ้ นการ พฒั นาการเรียนการสอนของตนเองได้ ผลท่ีไดจ้ ากเอกสารฉบบั น้ียอ่ ม
เกิดผล โดยตรงต่อตวั ผเู้ รียนและผสู้ อนในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เพอื่ พฒั นาการ จดั
การศึกษาของประเทศสืบตอ่ ไป

คณะผู้จดั ทา
นายนิติวัฒน์ เเสงศรเี รอื ง

สารบญั 5
เร่ือง
คาชีแ้ จง หน้า
คานา
นวัตกรรมการสอนภาษาองั กฤษแบบ 3p 2
ขนั้ ตอนการสอน 3P 4
แผนการจัดการเรยี นรู้ท1่ี (แผนตัวอย่าง) 6
ใบงาน 6

แบบบันทึกผลกำรเรียนรู้ 9
แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 12
แบบประเมินสาหรับผ้เู ช่ียวชาญประเมิน 14
แผนการจดั การเรียนรู้ทกั ษะการเขยี นภาษาอังกฤษแบบ 3P
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ีพฒั นำโดยใช้นวัตกรรม 3P 18
ใบงาน 21
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับนักเรยี น)
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครู) 24
29
อ้างอิง 31
33

34

6

นวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษแบบ 3p

3P การจดั การเรียนรูท้ กั ษะการเขียนภาษาองั กฤษแบบ 3Pหมายถึง วธิ ีสอนภาษาองั กฤษ แบบหน่ึง ซง่ึ
ประกอบดว้ ย การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนตามขนั้ ตอน รูปแบบการสอนภาษาเพ่ือสื่อสารตาม
ธรรมชาติ เป็นการบูรณาการวธิ ีการสอนต่างๆ วิธีสอนแบบ 3P หรือ 3 ข้นั ตอน

3P เป็นของ

กระทรวงศกึ ษาธิการ (2551)

หลกั แนวคิด 3P

แนวทาง 3P ค่อนขา้ งตรงไปตรงมา และมโี ครงสรา้ งเพยี งพอทจ่ี ะเขา้ ใจไดง้ า่ ยสาหรบั ทงั้ นกั เรยี นและครู
ใหมห่ รอื ครทู เ่ี กดิ ใหม่ เป็นจุดเรม่ิ ตน้ ทด่ี ใี นการประยกุ ตใ์ ชก้ ารสอนภาษาเพอ่ื การสอ่ื สารทด่ี ใี นหอ้ งเรยี น
นอกจากน้ยี งั ไดร้ บั การวพิ ากษ์วจิ ารณ์อย่างมากสาหรบั ลกั ษณะเฉพาะทท่ี าใหเ้ ป็นวธิ ที ง่ี า่ ยทส่ี ุดสาหรบั
ครู 'มอื ใหม่'

ขนั้ ตอนการสอน

1. ข้นั นาเสนอ ( P1 = Presentation ) เพลสเซ็นสเตช้นั

ครูนาเสนอบทเรียนในข้นั นาเสนอ โดยนาเสนอเป็นรูปประโยคที่ใชใ้ นการส่ือสาร ไม่แยก
สอนเป็นคาๆ นกั เรียนจะเขา้ ใจภาษาน้นั โดยภาพรวม หลีกเลี่ยงการแปลคา ตอ่ คา การนา เสนอตอ้ ง
ชดั เจน และตรวจสอบจนแน่ใจวา่ นกั เรียนเขา้ ใจส่ิงที่ครูนา เสนอน้นั

2. ข้นั ฝึก ( P2 = Practice ) เพลคทิค

ครูใชก้ ิจกรรมในข้นั ฝึกอยา่ งหลากหลาย โดยยดึ นกั เรียนเป็นศนู ยก์ ลาง ฝึกหดั และพูดใน
กลมุ่ ใหญ่ ก่อน เพื่อใหน้ กั เรียนมีความมน่ั ใจในการใชภ้ าษา ฝึกกลุ่มยอ่ ยโดยใชก้ ารฝึกลกู โซ่ เพื่อใหโ้ อกาส
นกั เรียนไดส้ ่ือสารทุกคน ฝึกคู่ เปล่ียนกนั ถาม-ตอบ เพ่ือสื่อสารตามธรรมชาติ แลว้ จึงใหน้ กั เรียนฝึกเด่ียว
โดยฝึกพดู กบั ครูทีละคน การฝึกเด๋ียวน้ีครูจะเลือกนกั เรียนเพียง 2-3 คน เพื่อทา เป็นตวั อยา่ งในแต่ละ
คร้ัง กิจกรรมข้นั น้ีใชเ้ วลา แต่นกั เรียนจะไดป้ ฏิบตั ิจริง ครูเพยี งแตค่ อยกา กบั ดูแลให้การฝึกดา เนินไปอยา่ ง
มีความหมายและสนุก

3. ข้นั นาไปใช้ ( P3 = Production ) โปรดกั ชน่ั

กิจกรรมข้นั นาเสนอผลงาน เป็นข้นั ท่ีนกั เรียนจะนา ภาษาไปใช้ ครูอาจจะใหท้ า
แบบฝึกหดั อา่ นและเขยี นร้องเพลง หรือเลน่ เกม ที่สืบเน่ืองและเกี่ยวขอ้ งกบั ภาษาท่ีเรียนมาในข้นั

7

ท่ี 1 และ 2 อาจใหท้ างานเป็นการบา้ นหรือสร้างสรรคผ์ ลงานใหมจ่ ากความคดิ ของนกั เรียน
เอง ยกตวั อยา่ งเช่น นกั เรียนไดเ้ รียนเร่ืองเวลา กาหนดเวลา ถาม-ตอบ เกี่ยวกบั เวลาแลว้ ก็สามารถคดิ
ตารางเวลาเพ่ือกาหนดการเดินรถโดยสารของตนเองโดยสมมตุ ิไดใ้ นการจดั กิจกรรมข้นั ฝึกและนา เสนอ
ผลงาน สามารถนากิจกรรมเสริมทางภาษาที่ครูมีความถนดั เช่น เกมทางภาษา เพลงหรือกิจกรรมเก่ียวกบั
จงั หวะ การวาดภาพ ฯลฯ มาใชเ้ พื่อช่วยส่งเสริมความคิด และช่วยใหก้ ารจดั การเรียนการสอนภาษาเป็น

ภาษาเพอื่ การส่ือสาร โดยสอนทกั ษะฟัง-พดู -อ่าน และเขียนไปพร้อมๆ กนั ดว้ ยวธิ ีบรู ณาการทกั ษะที่ให้
นกั เรียนเป็นศนู ยก์ ลาง

นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ โดยการสอน 3p มี 5 ข้นั ตอนประกอบไปดว้ ย

1. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน หมายถงึ ทบทวนความรูท้ ่เี รียนมาแลว้ เพ่อื ใหเ้ กิดความพรอ้ มและอยากเรยี นรู้
บทเรยี นใหม่

2. ขนั้ นาเสนอเน้อื หา หมายถงึ การใหข้ อ้ มลู ทางภาษาแก่ผเู้ รยี น โดยการเสนอศพั ทใ์ หม่ เน้อื หา
ใหมใ่ หเ้ ขา้ ใจรปู แบบและควาหมาย

3. ขนั้ ฝึก หมายถงึ การใหผ้ เู้ รยี นฝึกภาษาท่เี รียนมาแลว้ จากขนั้ นาเสนอเนือ้ หาใหถ้ กู ตอ้ ง การใชภ้ าษา
คลอ่ งแคลว่ ซ่งึ การฝึกอาจจะขนั้ ฝึก เป็นคหู่ รือเป็นกลมุ่

4. ขนั้ การใชภ้ าษา หมายถึง การใหผ้ เู้ รยี นนาคาหรอื ประโยคท่ฝี ึกมาแลว้ มาใชใ้ นสถาการตา่ งๆ ใน
รูปแบบกิจกรรมหลากหลาย

5. ขนั้ สรุป หมายถงึ สรุปส่งิ ท่ีผเู้ รยี นไดร้ บั มาแลว้ เช่น การท่องคา การฝึกใชภ้ าษา การเล่นเกมในสง่ิ ท่ี
เรยี นมาแลว้

โดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Bloom

เชื่อวา่ การเรียนการสอนท่ีจะประสบความสาเร็จและมีประสิทธิภาพน้นั ผสู้ อนจะตอ้ งกาหนดจุดม่งุ หมาย
ใหช้ ดั เจนและไดแ้ บง่ ประเภทของพฤติกรรมโดยอาศยั ทฤษฎีการเรียนรู้และจิตวิทยาพ้ืนฐานวา่ มนุษยจ์ ะเกิด
การเรียนรู้ใน 3 ดา้ นคือ ดา้ นสติปัญญา ดา้ นร่างกาย และดา้ นจิตใจ

Bloom ไดแ้ บ่งการเรียนรู้เป็น 6 ระดบั

• ความรู้ที่เกิดจากความจา ซ่ึงเป็นระดบั ลา่ งสุด
• ความเขา้ ใจ

8

• การประยกุ ต์
• การวเิ คราะห์ สามารถแกป้ ัญหา ตรวจสอบได้
• การสงั เคราะห์ สามารถนาส่วนตา่ งๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ไดใ้ หแ้ ตกต่างจากรูปเดิม

เนน้ โครงสร้างใหม่
• การประเมินคา่ วดั ได้ และตดั สินไดว้ า่ อะไรถูกหรือผิด ประกอบการตดั สินใจบนพ้ืนฐาน

ของเหตุผลและเกณฑท์ ี่แน่ชดั

9

แผนการจดั การเรยี นรู้ท1ี่ (แผนตวั อย่าง)

แผนการจดั การเรยี นรู้ทักษะการเขยี นภาษาองั กฤษแบบ 3P

กลุ่มสาระการเรียนรู้ตา่ งประเทศ วชิ าภาษาอังกฤษ

หน่วยการเรียนรู้ Time ช้ันประถมศกึ ษาปี ท6ี่

เร่ือง Time จานวน 2 ช่วั โมง

1.สาระสาคญั

Time หมายถงึ เวลา ซง่ึ ประกอบดว้ ย ตวั เลข 1 ถงึ 12 ท่บี อกเวลาเป็นช่วั โมง และ ตวั เลข 1 ถึง 60 ท่บี อกเวลาเป็นนาที
และวินาที ซง่ึ แบง่ เป็นช่วงเวลากลางวนั และเวลากลางคืน การไดเ้ รียนรูค้ าศพั ทเ์ ป็นวธิ ีการเรยี นรูโ้ ดยการออกเสยี ง สะกด
คาเขยี นความรูค้ วามหมาย และ สามารถนาศพั ทไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 นกั เรยี นรูจ้ กั คาศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่เี กย่ี วกบั เวลา

2.2 นกั เรยี นเขยี นคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่เี กีย่ วกบั เวลาได้
2.3 นกั เรยี นเขยี นประโยคและเขียนโตต้ อบบทสนทนาเก่ียวกบั เวลาเป็นภาษาองั กฤษได้
2.4 นกั เรยี นสามารถพฒั นาตวั เองโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะการเขยี นได้
3. สาระการเรยี นรู้

Word : time, a.m. (ante meridiem), p.m. (post meridiem), o’clock, a quarter, half, past
Sentences : What time is it?
It is …………………

4. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1. Warm up
ครูทกั ทายนกั เรยี น และสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั เร่อื งเวลา
ขัน้ ท่ี 2. ขนั้ การฝึ กทกั ษะ 3P
2.1 ขน้ั P1 – Presentation (นาเสนอเนอื้ หา)
2.1.1 ใหน้ กั เรียนดรู ูปนาฬกิ า

10

2.1.2 ครูเสนอศพั ทพ์ รอ้ มทงั้ เขยี นและออกเสยี ง แลว้ ใหน้ กั เรียนเขียนและออก เสยี งตาม
2.1.3ครูถามนกั เรียนเก่ียวกบั เวลาโดยใชป้ ระโยค

T : What time is it?
S : It is six o’clock.

2.2 ขน้ั P2 – Practice (ฝึก)
2.2.1 ใหน้ กั เรยี นจบั คแู่ ลว้ แจกบตั รภาพเก่ียวกบั เวลา
2.2.2ใหแ้ ตล่ ่ะค่ชู ว่ ยกนั เขียนค าศพั ทแ์ ละแต่งประโยคคาถามและคาตอบตามตวั อยา่ ง
2.2.3. ใหน้ กั เรียนนาเสนอคาศพั ทแ์ ละประโยคหนา้ หอ้ งเรียนทีละ่ คู่
2.2.4 ใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษ
2.3 ขน้ั P3 – Production (ใชภ้ าษาเพ่อื การสอื่ สาร)
2.3.1ครูใหน้ กั เรยี นสลบั กนั ตรวจแบบฝึกทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษ
2.3.2ครูเฉลยแบบฝึกทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษพรอ้ มอธิบายแตล่ ะขอ้
2.3.3ใหน้ กั เรยี นถามขอ้ สงสยั เกีย่ วกบั เวลา
ขน้ั ที่ 3. Wrap up
1. ครูใหข้ อ้ มลู ปอ้ นกลบั แกน่ กั เรยี น
2. สรุปผลการเรียนรู้
5. สื่อการเรียนการสอน (Instructional Materials)
1. แบบฝึกทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษ
2. บตั รภาพ
6. การวดั และประเมนิ ผล
6.1 สง่ิ ท่ตี อ้ งการวดั และประเมิน
6.1.1 การเขียนคาศพั ท์ / ประโยค
6.1.2 การนาคาศพั ทไ์ ปใชใ้ นประโยค
6.1.3 การทาแบบฝึกทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษ
6.2วธิ ีการวดั และประเมิน

11

6.2.1 ตรวจแบบฝึกทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษ

6.2.2 ตรวจแบบทดสอบย่อย

6.3เครอ่ื งมอื ท่ใี ชใ้ นการวดั และประเมนิ

6.3.1 แบบฝึกทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษ

6.3.2 แบบทดสอบย่อย

บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้

ผลการเรยี นรูท้ ่เี กดิ ขึน้ กบั ผเู้ รยี น

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ปัญหา / อปุ สรรค

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

12

ใบงาน
แบบทดสอบการเขียนภาษาอังกฤษ

(Pre Test – Post test)
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

เร่ือง Time
By

Mr.Anantakan Phuthamkaew
Rajabhat Maha Sarakham University

Exercises 1.1

คาส่งั : ใหน้ กั เรียนเขยี นตอบคาถามในรูปประโยคใหถ้ กู ตอ้ ง

1. A : What time is it?
B : _________________________________________________
2. A : What time do you get up?
B : _________________________________________________
3. A : What time do you go to school?
B : _________________________________________________
4. A : What time do you have lunch?
B : _________________________________________________

13

5.A : what time do you do your homework?
B : _________________________________________________

English Test

แบบทดสอบภาษาองั กฤษ

คาส่งั : ใหน้ กั เรยี นดรู ูปภาพแลว้ เขียนคาศพั ทใ์ หถ้ กู ตอ้ ง

1. 01:00 ______________________________
2. 06:50______________________________
3. 10:15______________________________
4. 02:20______________________________
5. 09:30______________________________
6. 03:40______________________________
7. 11:45______________________________
8. 04:50______________________________
9. 08:22______________________________
10.07:53______________________________

14

แบบบันทึกผลกำรเรียนรู้

แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรยี นท่มี ตี อ่ การจดั การเรียนรูท้ กั ษะการเขยี น ภาษาองั กฤษแบบ 3P ประกอบแบบ
ฝึกทกั ษะ

คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนกาเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งท่มี คี วามคดิ เห็นตรงกบั นกั เรยี น ซ่งึ มี 5 ระดบั คอื

ใหค้ ะแนน ความเหมาะสม

5 เหมาะสมมากท่สี ดุ

4 เหมาะสมมาก

3 เหมาะสมปานกลาง

2 เหมาะสมนอ้ ย

1 เหมาะสมนอ้ ยท่สี ดุ

ขอ้ มลู : โรงเรียน ___________________________________________________________

นกั เรยี นชน้ั ________________________________________________________

เพศ ( )ชาย ( )หญงิ

รายการประเมิน ความเหมาะสม

ด้านเนือ้ หา มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ
1. เนอื้ หา 5 4 1
สอดคลอ้ งกบั 32
จดุ ประสงค์
2. เนอื้ หา
เหมาะสมกบั
เวลาท่เี รียน
3. เนอื้ หามี
ความยากงา่ ย

15

เหมาะสมกบั
ระดบั ชน้ั เรยี น
4. เนอื้ หาท่ี
เรยี นทนั สมยั

นา่ สนใจ
5. เนอื้ หาสนกุ

กอ่ ใหเ้ กิด
แรงจงู ใจในการ

เรียน
ดา้ นการจัด
กิจกรรมการ
เรียนการสอน
6. ไดล้ งมอื
ปฏิบตั ิจรงิ และ
สรา้ งความรู้
ดว้ ยตนเอง
7. มีความสขุ
และสนกุ ในกา
รท ากจิ กรรม
กลมุ่ และ
รายบคุ คล
8. การจดั การ
เรียนการสอนมี
กิจกรรมท่ี
หลากหลาย
9. สามารถ
เขยี นค าศพั ท์
ภาษาองั กฤษได้
มากขึน้ จาก
การฝึกดว้ ย
แบบฝึกทกั ษะ
การเขยี น
ภาษาองั กฤษ
10. ชว่ ยให้
นกั เรียนมี

16

พฒั นาการ
ทกั ษะทงั้ การ
คิดและเขยี น
ภาษาองั กฤษ
ดา้ นสอื่ และ
อปุ กรณก์ าร
เรยี นการสอน
11. สอื่ การ
เรียนการสอนมี
ความน่าสนใจ
12. ส่ือการ
เรยี นมีความ
สอดคลอ้ งกบั

เนอื้ หา
13. นกั เรียนพงึ
พอใจตอ่ การ
เรียนดว้ ยแบบ

ฝึก ทกั ษะ
14. เป็นสือ่ ท่ี
เนน้ ผเู้ รียน
เป็นสาคญั
15. ช่วยให้
นกั เรยี นพฒั นา
ทงั้ การคดิ
ทกั ษะการ

เขยี น
ภาษาองั กฤษ
ด้านการวดั

และ
ประเมนิ ผล
16. นกั เรยี นมี
สอนรว่ มในการ
วางแผนการวดั
และประเมินผล
17. นกั เรียนได้
ความกา้ วหนา้

17

การเรยี นรูจ้ าก
การวดั และ
ประเมนิ ผล
18. มกี ารวดั
ทกั ษะการเขยี น
ภาษาองั กฤษ
อยา่ ง แทจ้ รงิ
19. นกั เรยี นมี
ความพอใจกบั
คะแนนท่ตี นเอง

ทาได้
20. นกั เรียน
สามารถนาผล
การวดั และ
ประเมนิ ผลไป
ปรบั ปรุงการ
เรยี นของตนเอง

ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ_______________________________________________

18

แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเรียนรู้

แบบประเมินสาหรับผูเ้ ช่ียวชาญ ประเมินแบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นทม่ี ตี อ่ การจัดการเรียนรู้
ทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษแบบ 3P ประกอบแบบฝึ กทักษะ

คาชแี้ จง : โปรดพิจารณาและแสดงความคดิ เหน็ เพ่อื เป็นแนวทางในการปรบั ปรุงแกไ้ ข แบบสอบถามความพึงพอใจของ
นกั เรยี นท่มี ตี ่อการจดั การเรียนรูแ้ บบ 3P ประกอบแบบฝึก ทกั ษะโดยทาเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องว่างตรงความเห็นของ

ท่าน ซ่งึ มีระดบั ความคดิ เห็นดงั นนี้

กา ✓ ในช่อง +1 เม่ือแนใ่ จว่าขอ้ ค าถามนนั้ วดั ไดต้ รงตาม วตั ถปุ ระสงค์

กา ✓ ในช่อง 0 เม่ือไมแ่ นใ่ จวา่ ขอ้ ค าถามนน้ั วดั ไดต้ รงตาม วตั ถปุ ระสงค์

กา ✓ ในช่อง -1 เม่ือแนใ่ จวา่ ขอ้ ค าถามนน้ั วดั ไดไ้ ม่ตรงตาม วตั ถปุ ระสงค์

รายการประเมิน +1 คะแนนการประเมิน -1
0
ด้านเนือ้ หา

1. เนอื้ หาสอดคลอ้ งกบั
จดุ ประสงค์

2. เนอื้ หาเหมาะสมกบั เวลาท่ี
เรียน

3. เนอื้ หามคี วามยากงา่ ย
เหมาะสมกบั ระดบั ชนั้ เรยี น
4. เนอื้ หาท่เี รยี นทนั สมยั

น่าสนใจ
5. เนอื้ หาสนกุ กอ่ ใหเ้ กดิ
แรงจงู ใจในการเรียน
ดา้ นการจดั กจิ กรรมการ

เรยี นการสอน
6. ไดล้ งมอื ปฏิบตั จิ รงิ และ
สรา้ งความรูด้ ว้ ยตนเอง

19

7. มคี วามสขุ และสนกุ ในกา
รท ากจิ กรรมกลมุ่ และ
รายบคุ คล

8. การจดั การเรยี นการสอนมี
กจิ กรรมท่หี ลากหลาย
9. สามารถเขยี นค าศพั ท์

ภาษาองั กฤษไดม้ ากขึน้ จาก
การฝึกดว้ ย แบบฝึกทกั ษะ
การเขยี นภาษาองั กฤษ

10. ช่วยใหน้ กั เรียนมี
พฒั นาการทกั ษะทงั้ การคิด
และเขยี น ภาษาองั กฤษ
ดา้ นสอ่ื และอุปกรณก์ าร

เรยี นการสอน
11. ส่ือการเรยี นการสอนมี

ความน่าสนใจ
12. ส่ือการเรียนมีความ
สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หา
13. นกั เรียนพงึ พอใจตอ่ การ
เรยี นดว้ ยแบบฝึกทกั ษะ
14. เป็นสือ่ ท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็

นสาคญั
15. ชว่ ยใหน้ กั เรียนพฒั นาทงั้

การคดิ ทกั ษะการเขียน
ภาษาองั กฤษ
ดา้ นการวดั และ
ประเมนิ ผล

16. นกั เรียนมสี อนรว่ มในการ
วางแผนการวดั และ
ประเมินผล
17. นกั เรยี นได้

ความกา้ วหนา้ การเรียนรูจ้ าก
การวดั และประเมินผล

18. มีการวดั ทกั ษะการเขยี น
ภาษาองั กฤษอยา่ งแทจ้ รงิ

20

19. นกั เรยี นมคี วามพอใจกบั
คะแนนท่ตี นเองท าได้

20. นกั เรียนสามารถนาผล
การวดั และประเมินผลไป
ปรบั ปรุง การเรยี นของตนเอง

ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ……………………………………….. ผูป้ ระเมนิ

(………………………………………)

21

แบบประเมินสาหรับผเู้ ชีย่ วชาญประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ทกั ษะการเขยี นภาษาอังกฤษแบบ
3P

คำชีแ้ จง : โปรดพจิ ารณาและแสดงความคดิ เหน็ เพอื่ เป็นแนวทางในการปรับปรุงแกไ้ ขแผนการ จดั การเรียนรู้ ทกั ษะการ
เขียนภาษาองั กฤษแบบ 3Pโดยทาเคร่ืองหมาย ✓ลงในช่องวา่ งตรง ความเห็นของทา่ น ซ่ึงมี 5 ระดบั คือ

ใหค้ ะแนน ความเหมาะสม
เหมาะสมมากท่ีสดุ
5 เหมาะสมมาก
4 เหมาะสมปานกลาง
3 เหมาะสมนอ้ ย
2 เหมาะสมนอ้ ยท่สี ดุ
1

รายการประเมิน ความเหมาะสม
มากท่สี ดุ
5 มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ
4 1
3.1 เนอื้ หา 32
สาระ

3.1 มีความ
ชดั เจนเขา้ ใจ
งา่ ยนา่ สนใจ
3.2 สอดคลอ้ ง
กบั จดุ ประสงค์

การเรยี น
3.3 เหมาะสม
กบั ระดบั ชน้ั
3.4 เหมาะสม
กบั เวลาท่สี อน
4. การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

22

4.1 สอดคลอ้ ง
กบั เนอื้ หา

4.2 สอดคลอ้ ง
กบั จดุ ประสงค์

การเรียนรู้
4.3 เหมาะสม
กบั เวลาท่สี อน
4.4 เหมาะสม

กบั วยั ของ
นกั เรียน
4.5 เรา้ ความ
สนใจของ
ผเู้ รยี น
4.6 ผเู้ รยี นมี
สอนรว่ มใน
กิจกรรม
5. สอ่ื การเรียนการสอน

5.1 สอดคลอ้ ง
กบั จดุ ประสงค์

การเรียนรู้
5.2 สอดคลอ้ ง

กบั เนอื้ หา
5.3 เรา้ ความ
สนใจของ

ผเู้ รยี น

5.4

ประหยดั เวลา
ในการสอน
5.5 ผเู้ รยี นมี
ส่วนรว่ มในการ

ใช้
6. การวดั ประเมนิ ผล

23

6.1 สอดคลอ้ ง
กบั จดุ ประสงค์

การเรียนร
6.2 สอดคลอ้ ง

กบั เนอื้ หา
6.3 การวดั ท่ี
ระบไุ วส้ ามารถ
ประเมนิ ได้
6.4ใชเ้ ครื่องมอื

วดั ผลได้
เหมาะสม

ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ ………………………………………..ผปู้ ระเมนิ

(………………………………………)

24

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ีพฒั นำโดยใช้นวตั กรรม 3P ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
โรงเรียน Neu school รำยวชิ ำ ภำษำต่ำงประเทศ ภำคเรียนที่1/2565
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ รหสั วชิ ำ อ16101 จำนวน 10 ชั่วโมง
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 ช่ือ Time เวลำ 1 ช่ัวโมง
แผนกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง What do you like doing in you free time? วันท่ี 21 เดือน กนั ยำยน พ.ศ.2565
ผู้สอน นำยนติ ิวัฒน์ แสงศรีเรือง
อำจำรย์ท่ีปรึกษำ/อำจำรย์พ่ีเลยี้ ง ผศ.สมหวงั นิลพนั ธ์

1.สาระ ท1่ี ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรือ่ งท่ฟี ังและอ่านจากสือ่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ กึ และความคิดเห็นอยา่ ง
มีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองตา่ งๆ โดยการพดู และการเขยี น

ตวั ชี้วดั

ต.1.1 ป6/3. เลือก/ระบปุ ระโยค หรือขอ้ ความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สญั ลกั ษณห์ รอื เคร่อื งหมายท่อี ่าน

2. สาระสำคญั

การเรยี นรูค้ าศพั ทเ์ ก่ยี วกจิ กรรมตา่ งๆ ในเวลาวา่ ง และสอื่ สารในการขอและใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกบั การ ใชก้ ิจกรรมในเวลาว่าง
ในครอบครวั

3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้เชิงพฤตกิ รรม
3.1 จดุ ประสงค์หำรเรียนรู้

- ออกเสียงคาศพั ทแ์ ละบอกความหมายไดถ้ กู ตอ้ ง (K)

- เลือกคาศพั ทห์ รือขอ้ ความตรงกบั ภาพได้ (P)

- พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั กจิ กรรมตา่ งๆ ในเวลาวา่ งของตนเอง บคุ คลใน (A)

3.2 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

- มวี ินยั

- ใฝ่เรยี นรู้

- ม่งุ ม่นั ในการทางาน

3.3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

- ความสามารถในการสอ่ื สาร

- ความสามารถในการคดิ

25

- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

3.4 ทักษะวิชาภาษาองั กฤษ

- การใชค้ าศพั ทใ์ นชีวติ ประจาวนั

- การโตต้ อบคาถาม

3.5 ทักษะศตวรรษท่ี21
- ทักษะด้านนำไปใช้ในชวี ิต
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะหต์ ามสถานการณ์
4. สำระกำรเรียนรู้

เป็นการถามตอบประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ว่า เวลาวา่ งคุณชอบทาอะไร ในเวลาที่ไม่มีงานทาหรือไม่มีธุระอนื่ ๆ มา
แทรกระหวา่ งวนั และสามารถบอกเลา่ เป็นประโยคได้
5. กระบวนกำรจดั กำรเรียนรู้
ขั้นการฝึ กทกั ษะ 3P

5.1 ขัน้ P1-Presentation (ขน้ั นาเสนอเนือ้ หา)
- สนทนากบั นกั เรยี นถงึ เวลาวา่ ง นกั เรียนทาอะไรบา้ ง ถามเป็นรายบคุ คล

5.2 ขน้ั P2-Practice (ขน้ั สอน)

- ครูนาเสนอ รูปภาพกิจกรรมท่ที าเวลาวา่ งใหน้ กั เรยี นดู แลว้ สนทนาวา่ เป็นภาพอะไร ตรงกบั คา ภาษาองั กฤษวา่ อยา่ งไร
นาเสนอบตั รคาศพั ท์ : cooking, singing, reading a book, swimming, playing football

- นกั เรยี นออกเสียงตาม สนทนาถงึ กจิ กรรมแตล่ ะกิจกรรม

- นาเสนอประโยคคาถามและคาตอบ What do you like doing in you free time?

I like + v+ing เวิรค์ เป็นคากิรยิ าหรือทาหนา้ ท่เี ป็นประธาน เตมิ ing ลงทา้ ยประโยคใหร้ ูว้ า่ กาลงั ทาอะไร แสดงการ
รบั รูเ้ คลอ่ื นไหว เชน่

1) I like cooking.
2) I like playing football.

นกั เรยี นออกเสียงประโยค คาถาม และคาตอบตามครู

- ฝึกการออกเสยี ง และตอบคาถาม โดยครูถามนกั เรยี น ดว้ ยประโยค What do you like doing in you free
time? เป็นรายบคุ คล

- นกั เรยี นทาแบบฝึก จากใบงาน เขยี นตอบคาถามจากรูปภาพกิจกรรมยามวา่ ง

5.3 ขนั้ P3-Production (ขน้ั สรุป)

26

- รว่ มกนั ออกเสยี งคาศพั ทจ์ ากรูปภาพและบตั รคาศพั ทพ์ รอ้ มกนั

6.สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งกำรเรียนรู้
6.1 ส่ือ/อุปกรณ์

- บตั รคาศพั ท์

- บตั รรูปภาพ

- ใบงาน

6.2 เเหล่งกำรเรียนรู้
- ห้องเรียน

7.กำรวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑ์กำรวดั
ส่ิงท่ีวดั การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม แบบสงั เกต
การออกเสียงคาศพั ท์ ทกั ษะการพดู
1.ความรู้ การพดู ตามสถานการณ์ ใฝ่ เรียนรู้
2.ทกั ษะ มุง่ มน่ั ทางาน
3.สมรรถนะ ใบงาน
4.คณุ ลกั ษณะ

8. ประเมินหลังกำรสอน
1. ประเมินนกั เรียน---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------

2. ประเมนิ ครู..............................................................................................................

27

บตั รรูปภาพ

cooking บตั รคาศพั ท์ 28
Swimming singing
reading a book
playing football

29

ใบงาน

ให้นักเรียนตอบคาถามจากรูปภาพ

1) What do you like to doing in your free time?

…………………………………………..

2) What do you like to doing in your free time?

……………………………………………

3) What do you like to doing in your free time?

……………………………………………

4) What do you like to doing in your free time?

……………………………………………

5) What do you like to doing in your free time?

……………………………………………

30

กลุ่มสำระภำษำต่ำงประเทศ ป.6

แบบบันทึกกำรเรียนรู้ของ นักเรียน ครู

วนั ท่ี เดือน พ.ศ. 2565

1. ข้นั ตอนการทางาน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------------------------

2. ความรู้ท่ีไดร้ ับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

---------------------------------------------------------------------------------------
3. ทกั ษะท่ีไดร้ ับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------

4. คณุ ลกั ษณะท่ีดี/คา่ นิยม/คุณธรรม/จริยธรรม

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-------------------------------------------------------------------
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

6. ผลงาน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

31

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ (สาหรับนักเรยี น)

ช่อื ผสู้ อน............................................................ชนั้ .............
กลมุ่ สาระการเรยี นรู.้ .............................................เร่อื ง.............
วนั ท่.ี ............. เดอื น..................... พ.ศ.........................เวลา...................

คาชแี้ จง: ใหผ้ นู้ เิ ทศสงั เกตพฤติกรรมการสอนของครูและโปรดทาเคร่อื งหมาย/ลงในช่องพฤติกรรมการสอน

ตามรายการ การสงั เกตพฤติกรรมการสอนดงั ต่อไปนี้

รายการ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม

1.ครูจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนใหผ้ เู้ รียนได้

คดิ อย่างหลากหลาย

2.ครูเสนอ/จดั แหลง่ ความรูเ้ พ่อื ใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึก

การคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มลู

3.ครูจดั กิจกรรมและสถานการณ์ ใหผ้ เู้ รยี น

แลกเปล่ียนความคิดและประสบการณ์

4.ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดน้ าเสนอผลงาน

ของตวั เอง/กลมุ่ ในรูปแบบตา่ งๆ

5.ครูจดั กจิ กรรมใหน้ กั เรียนไดล้ งมอื ปฏิบตั ิ

6.ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดแ้ สดงความ

คดิ เห็นและยอมรบั เก่ียวกบั ผลงานและ

ความสามารถของตนเองและผอู้ ่นื

7.ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรูท้ ่ีมกี ารเช่ือมโยง

ความรูเ้ ดมิ กบั ความรูใ้ หมใ่ หผ้ ูเ้ รยี น

8.ครูมกี ารใชส้ ่ือการเรียนรูอ้ ยา่ งหลากหลาย

9.ครูใหก้ ารเสรมิ แรงนกั เรียนอยา่ งเหมาะสม

10.ครูจดั กิจกรรมการเรียนรูใ้ หเ้ ออื้ ต่อการฝึก

ความรบั ผิดชอบของนกั เรียน

32

ลงช่ือ…………………………………………………
(.........................................................................)

33

แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ (สาหรับครู)

รายการ มาก มาก พอใช้ ปรบั ปรุง
ท่สี ดุ 3 2 1

4

1.สาระสาคญั แสดงความคิดรวบยอดของสาระ
การเรียนรูท้ ่สี อดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรยี น

2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูค้ ลอบคลมุ พฤติกรรม
การเรยี นรูห้ ลายดา้ น (พทุ ธิพิสยั /ทกั ษะพสิ ยั /จิต
พสิ ยั และระบพุ ฤติกรรมท่สี ามารถวดั ได้

3.สาระการเรียนรูถ้ กู ตอ้ งครบถว้ นชดั เจนตาม
หลกั วชิ าการแ

4.กระบวนการเรียน
4.1 สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.2 จดั กิจกรรมเตรียมความพร้อมและทบทวน
ความรู้เดิม
4.3 จดั กิจกรรมหรือกาหนดสถานการ์ณท่ีเป็น
ประเดน็ ปัญหาใหน้ กั เรียนคดิ
4.4 จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนไดแ้ ลกเปล่ียนความรู้
4.5จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนไดน้ าเสนอ
4.6 จดั กิจกรรมช้ีแนะความรู้เพ่ิมเติมอภิปราย
แสดงขอ้ คิดเห็น
4.7 จดั กิจกรรมทาแผนภาพความคิดอิสระโดย
สรุปสาระสาคญั และองคค์ วามรู้เป็นของตนเอง
5.สอื่ อปุ กรณแ์ ละแหลง่ เรยี นรูท้ ่เี หมาะสมตาม
ความสามารถของผเู้ รยี น

6.มีการวดั และประเมินผลท่ีหลากหลาย
สอดคลอ้ งกบั พฤติกรรม ท่ีกาหนดจุดประสงค์
กบั ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้

34

อา้ งอิงวิจัย

http://fulltext.rmu.ac.th/
fulltext/2559/122082/Phuthamkaew%20Anantakn.pdf


Click to View FlipBook Version