กรดแอบไซซิก เป็ นฮอร์โมนท่ีออกฤทธ์ิยบั ย้งั การเจริญเติบโตของพชื ทาให้พชื ทนต่อสภาวะเครียดต่างๆได้ดี มีบทบาท
ในการเจริญพฒั นาของเอม็ บริโอ การพกั ตวั ของเมลด็ และของตาพชื พบในพชื ทมี่ ีระบบท่อลาเลยี งทัว่ ไป มอสส์ สาหร่าย
แต่ไม่พบในลเิ วอร์เวริ ์ต
Thigmotropism
การตอบสนองต่อการสัมผสั การตอบสนองต่อการสัมผสั มหี ลายรูปแบบ เช่น ใบไมยราบเมือ่ ถูกสัมผสั ใบจะหุบ เนื่องจากท่ี
โคนใบมตี ่อมทีถ่ ูกกระตุ้นจะส่งผลทาให้ใบหุบได้ หรือ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลงิ เม่อื มีแมลงตกลงไปฝาใบจะปิ ด
Hydrotropism
พชื ทีเ่ จริญเตบิ โตในท่แี ห้งแล้ง เช่น พชื ในทะเลทรายซึ่งมฝี นตกโดยเฉลย่ี น้อยกว่า 250 มิลลเิ มตรต่อปี ดงั น้ันพชื ทขี่ นึ้ ใน
ทะเลทรายจะต้องมกี ารปรับตวั เพอื่ ตอบสนองต่อปริมาณนา้ ท่มี นี ้อยโดยพชื บางชนิดมกี ารเจริญเติบโตออกดอกในฤดฝู น
เท่าน้ัน พชื บางชนิดจะลดขนาดใบหรือเปลยี่ นให้อยู่ในรูปของหนาม เพอ่ื ป้ องกนั การสูญเสียนา้
Chemotropism
การตอบสนองทางเคมี เป็ นการตอบสนองของพชื โดยการเจริญเข้าหาหรือหนี จากสารเคมีบางอย่างทีเ่ ป็ นสิ่งเร้าเช่น
การงอกของหลอดละอองเรณูไปยงั รังไข่ของพชื โดยมี สารเคมบี างอย่างเป็ นสิ่งเร้า การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของ
โลก เป็ นการตอบสนองของพชื ทตี่ อบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของโลก
Gravitropism
การเบนเน่ืองจากความโน้มถ่วง เป็ นการตอบสนองของพชื ต่อความโน้มถ่วง มีสาเหตุมาจากการ
เจริญเตบิ โต แบ่งเป็ น 2 แบบ ได้แก่
การเคล่ือนไหวเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก รากของพืชจะเจริญไปในทศิ เดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก เม่ือ
พชื มีลาต้นและรากทอดนอนไปตามพนื้ ออกซนิ จะลาเลียงไปทางด้านล่างมากกว่าทางด้านบนในราก ออก
ซนิ ในปริมาณสูง ๆ จะยับยัง้ การแบ่งเซลล์ ทาให้ด้านล่างแบ่งเซลล์ได้น้อยกว่าด้านบน รากพืชจงึ โค้งลง
ตามแรงโน้มถ่วงของโลกเสมอ
การเคล่ือนไหวหนีแรงโน้มถ่วงของโลก ลาต้นของพชื จะเจริญไปในทศิ ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก
เสมอ เม่ือให้ลาต้นพืชทอดนอนไปตามพืน้ จะเหน็ ปลายยอดชูสูงขนึ้ ทัง้ นีเ้ น่ืองจากทางด้านล่างของลาต้น
มีออกซินสูงกว่าด้านบนท่ีลาต้นและปลายยอดตอบสนองต่อออกซนิ ในปริมาณสูง โดยเซลล์แบ่งตัวได้
ดีกว่าด้านท่ีมีออกซินน้อยกว่า ทาให้เซลล์แบ่งตวั ได้มากกว่าจงึ โค้งขนึ้ หรือหนีแรงโน้มถ่วงของโลก
Phototropism
การเบนตามแสง เป็ นการเบนของพชื โดยมีแสงซึ่งเป็ นสิ่งเร้าภายนอก มกั พบได้กบั พชื ท่ีปลูกในร่ม ซึ่งสามารถจาแนก
ได้สองประเภทคอื การเบนเข้าหาแสง ปลายยอดของพชื จะพยายามเบนเข้าหาแสง การเบนออกจากแสง รากของพชื
จะพยายามงอกไปยงั ทิศทางที่ไม่มแี สง
Gibberellin
จบิ เบอเรลลนิ เป็ นฮอร์โมนพชื ทมี่ ีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ ควบคุมการเจริญเติบโตและมอี ทิ ธิพลต่อกระบวนการ
ทางพฒั นาการรวมท้ังการยดื ของข้อ การงอก การพกั ตวั การออกดอก การแสดงเพศ การชักนาการสร้างเอนไซม์
รวมท้ังการชราของดอกและผล
Cytokinin
ไซโทไคนิน เป็ นกลุ่มของสารควบคุมการเจริญเตบิ โตทม่ี บี ทบาทสาคญั ในการควบคุม การแบ่งเซลล์ การขยายตวั และ
การเปลย่ี นแปลงของเซลล์พชื มีผลต่อการข่มของตายอด การเจริญของตาข้าง และการชราของใบการออกฤทธ์ิของ
สารกลุ่มนีค้ ้นพบในนา้ มะพร้าว
Tropicism movement
การเคลอื่ นไหวแบบทรอปิ ซึม เป็ นการเคลอื่ นไหวท่มี ที ศิ ทาง ตอบสนองต่อส่ิงเร้าภายนอกอย่างมที ิศทาง
สัมพนั ธ์กบั ทศิ ของส่ิงเร้าแน่นอน ได้แก่ โพโตทรอปิ ซึม เป็ นการเคลอ่ื นไหวโดยพชื โค้งเข้าหาแสง โดยเฉพาะพชื
ทีไ่ ด้รับความเข้มของแสงไม่เท่ากนั ทุกด้าน พชื จะโค้งไปทางด้านทม่ี ีความเข้มของแสงมากกว่า
Nutation movement
นิวเทชันมูฟเมนต์, การเคลอื่ นไหวของส่ิงมชี ีวติ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เน่ืองจากการเจริญเติบโต โดยปกตจิ ะหมายถงึ การ
เคลอื่ นไหวของพชื เช่น การแตกยอดของพชื การเลอื้ ยพนั หลกั ของไม้เลอื้ ย เป็ นต้น
Pulvinus
พลั ไวนัส กลุ่มเซลล์ที่มขี นาดใหญ่ผนังเซลล์บาง มีความไวสูงต่อสิ่งเร้าทีม่ ากระตุ้น อยู่บริเวณโคนก้านใบของ
พชื บางชนิด เช่น ต้นไมยราบ
Halophyte
ดนิ เคม็ คอื ดนิ ทมี่ เี กลอื ทีล่ ะลายได้ในสารละลายดนิ ปริมาณมาก จนกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลติ ของ
พชื การสังเกตโดยดจู ากคราบเกลอื จะเห็นคราบเกลอื เป็ นหย่อมๆ โดยเฉพาะในฤดแู ล้ง พชื มักจะแสดงอาการใบ
ไหม้ ลาต้นแคระแกร็น เนื่องจากพชื จะขาดนา้ ความเป็ นพษิ จากธาตุโซเดยี มและคลอไรด์ และเกดิ ความไม่สมดลุ
ของธาตุอาหาร
Turgor pressure
แรงดนั เต่ง คอื แรงดนั ในเซลลทื เ่ี กดิ จากนา้ ออสโมซิสเข้าไป โดยเมอ่ื แรงดนั เต่งมากสุดจะหยุดออสโมซิส เพราะ
นา้ เข้าไปอกี ไม่ได้แล้ว
Auxin
ออกซิน เป็ นกลุ่มของฮอร์โมนพชื ทก่ี ระตุ้นการเจริญเตบิ โต ทาให้มีการแบ่งเซลล์และยดื ตัวของเซลล์ การขนส่งออกซิ
นภายในพชื เป็ นการขนส่งอย่างมีทิศทาง
Ethylene
เอทลิ นี เป็ นฮอร์โมนพชื ทม่ี ีสภาพเป็ นก๊าซทอี่ ุณหภูมิห้อง บทบาททสี่ าคญั ของเอทลิ นี คอื ควบคุมกระบวนการ
เติบโตทีเ่ กย่ี วข้องกบั ความชรา การหลุดร่วงของใบ ดอก ผล และควบคุมการเจริญของพชื เม่ืออยู่ในสภาวะทไี่ ม่
เหมาะสม
Plant Hormone
ฮอร์โมนพชื เป็ นสารเคมที ่พี ชื สร้างขนึ้ มาเพอ่ื ควบคุมการเจริญเตบิ โตของพชื และใช้เป็ นการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ของพชื ด้วย สารทค่ี วบคุมการเจริญเติบโตของพชื
Heat shock protein
ฮีทช็อคโปรตนี 70 เป็ นแชเพอโรนโปรตีน ท่ี ช่วยควบคุมการจดั รูปร่างของโปรตีนอนื่ ป้ องกนั การเกาะกลุ่มของ
โปรตนี การ สังเคราะห์โปรตนี ใหม่การหลงั่ โปรตีน และควบคุมการ ท างานของโปรตนี ดงั น้ันฮีทช็อคโปรตีน 70
จงึ เปรียบเสมือน housekeeper ในเซลล์ทคี่ อยจดั รูปร่างโปรตนี ใหม่