The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 3 การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirirkarn Prayonghom, 2022-10-05 11:36:26

บทที่ 3 การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 3 การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

รหัสวิชา 30702-2107

วิชา การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

เรื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง

การมีส่วนร่วม

การมีส่วนร่วม (participation) คือ เป็นผลมาจากการเห็นพ้องกันในเรื่องของความ ต้องการ
และทิศทางของการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีมากจนเกิดความคิดริเริ่มโครงการเพื่อการปฏิบัติ เหตุผล
แรกของการที่มีคนมารวมกันได้ควรจะต้องมีการตระหนักว่าการกระทำทั้งหมด ที่ทำโดยกลุ่ม ผู้นำ
ชุมชน หรือกระทำผ่านองค์กร (organization) ดังนั้นผู้นำชุมชน องค์กรจะต้องเป็นเสมือนตัวนำให้
บรรลุถึงความเปลี่ยนแปลงได้ (ยุพาพร รูปงาม, 2545, หน้า 5) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน
เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนา ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนา เช่น
การมีส่วนร่วม หลักการพัฒนาชุมชน กระบวนการพัฒนาชุมชน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่
สำคัญที่ต้องใช้ในงานพัฒนาชุมชน และคนก็มีส่วนสำคัญที่สุด เพราะคนเป็นศูนย์กลางหลักในการ
พัฒนาที่จะทำให้ชุมชนมีการพัฒนาไปในทางที่ดี การมีส่วนร่วมเป็นหัวใจของการพัฒนาชนบท ไม่มี
ประเทศไหนที่พัฒนาโดยปราศจากการร่วมมือของประชาชน (ผช.ดร.ชินรัตน์ สมสืบ, 2539 : 20)

การมีส่วนร่วมของชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชน หรือ Community Participation
หมายถึง การที่ประชาชนหรือสมาชิกมีส่วนในการคิด วิเคราะห์ วางแผน
และดำเนินการ รวมทั้งติดตามประเมินผลและร่วมรับผลประโยชน์ ซึ่ง
การมีส่วนร่วมนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการพัฒนาชุมชน
หรือองค์กร คือเมื่อสมาชิกมีส่วนร่วมแล้ว ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่
ต้องการและเกิดความยั่งยืน

การมีส่วนร่วมแบ่งได้ 5 ระดับ คือ

ระดับที่ 1. to inform

ระดับที่ 2. to consult

ระดับที่ 3. to involve

ระดับที่ 4 to collaborate

ระดับที่ 5 to empower

เป็นระดับของการมีส่วนร่วมต่ำที่สุด ประมาณ ไม่เกิน 10% เป็นการมี ระดับที่ 1. to inform
ส่วนร่วมในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร โดยกิจกรรมที่ทำอาจเป้นการเชิญประชุมรับ
ฟังการชี้แจงข้อมูล หรือนโยบาย อาจเป็นประกาศ ผ่านทางเอกสาร เสียงตาม
สาย ทางวิทยุ ทีวี ซึ่งจะเป็นการสื่อสารทางเดียว สมาชิกอาจเข้าใจหรือไม่เข้าใจ
ครบถ้วน

เป็นการมีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ผ่านกิจกรรมเช่น เวทีประชาคม การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น
ซึ่งการมีส่วนร่วมประมาณ 10-20 %

ระดับที่ 2. to consult

ระดับที่ 3. to involve เป็นระดับที่สมาชิกมีโอกาสเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาจเป็นกรรมการ
คณะทำงาน มีการประชุมร่วมกัน เช่น เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ
วางแผน ระดับนี้มีส่วนร่วมประมาณ 30-40 %

ระดับนี้สมาชิกได้มีส่วนร่วมมากขึ้นในลักษณะของหุ้นส่วน อาจเป็น ระดับที่ 4. to collaborate
ลักษณะทำโครงการร่วมกัน หรือเป็นคณะกรรมการที่ทำงานร่วมกัน โดยมี
ระดับของส่วนร่วมประมาณ 40-50% อย่างไรก็ตาม ระดับนี้ ฝ่ายที่มีสิทธิมี
เสียงหรือบริหารจัดการหลักคือฝ่ายรัฐบาล และงบประมาณก็มักมาจากฝ่าย
รัฐบาลหรือองค์กรภายนอก ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ระดับอำเภอ (พชอ.) ที่ประธานเป็นนายอำเภอ กรรมการประกอบด้วยหัวหน้า
ส่วนงานหรือสถานศึกษาในอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคธุรกิจ หรือ
โครงการที่รพ.สต.ทำร่วมกับอสม.

ระดับที่ 5. to empower

เป็นระดับความร่วมมือที่สูงสุด คือ 90-100 % ซึ่งสมาชิกเป็นเจ้าของโครงการ เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ
โครงการ ดำเนินการจัดหางบประมาณเอง ภาครัฐบาลเป็นฝ่ายคอยช่วยสนับสนุนเมื่อชุมชนร้องขอ เช่น ขอวิทยากร
หรือของรางวัล

ปัญหาอุปสรรคของการมีส่วนร่วม แบ่งเป็น 2 ส่วน

1.ส่วนภาครัฐหรือผู้บริหาร ได้แก่ 2.ส่วนภาคประชาชน ได้แก่

1.1 การมี mindset ว่าประชาชนไม่มีความรู้ ไม่มีความ 2.1 เคยชิน
สามารถ ไม่มีศักยภาพเพียงพอ 2.2 คิดว่าตนเองไม่รู้ ไม่มีความสามารถ ไม่กล้า
1.2ไม่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.3 ไม่เห็นความสำคัญ คิดว่าไม่เกี่ยวข้อง
1.3 เคยชิน ง่ายดี 2.4 ไม่เคยได้รับโอกาส
1.4 ไม่รู้วิธีการสร้างการมีส่วนร่วม

เหตุใดการมีส่วนร่วมในชุมชน การมีส่วนร่วมในชุ มชนมีความสำคัญเป็ นอย่างยิ่งต่อ
(community engagement)
องค์กรพันธมิตรและชุ มชนในการส่งเสริมให้:
จึงมีความสาคัญ? 1. พลเมืองในท้องถิ่นมีพลังความสามารถในการดูแล

ตนเองได้

2. ความไม่เท่าเทียมกันลดลงและช่ วยลดช่ องว่ างระหว่ าง
พื่นที่ที่ขาดแคลนมากที่สุดและน้อยที่สุดได้

3. เกิดการบริการต่างๆ ที่ตอบสนองความจำเป็ นของ

ผู้รับบริการได้อย่างแท้จริงและทำให้เกิด การใช้ทรัพยากรต่างๆ

อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมตามลำดับความสำคัญ
4. บรรลุความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดประชาธิปไตยในชุ มชน
5. เกิดการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบาย

ต่างๆ จากส่วนกลาง เช่ น การสร้าง ความสามัคคีกันในชุ มชน

เราจะทำให้เกิ ดการมีส่ วนร่ วมในชุ มชนได้อย่างไร ?

คาว่า “ชุมชน” หมายความว่าอย่างไร ชุมชน หมายถึง กลุ่มคนที่มีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งอาจหมายถึง:

กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตหรือทำงานใน กลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์หรือความ
สภาพภูมิประเทศหนึ่ งๆ
เช่น แผนก ย่านชุมชน หรือที่อยู่ สนใจร่วมกัน (เช่น กลุ่มคนอายุใกล้
เคียงกันที่มีความพิการเหมือนกัน มี
อาศั ย) และ/หรือ ความเชื่อเหมือนกัน หรือเป็ นนั กเรียน
เหมือนกัน) หรือมีความเชื่อมโยงกันใน
เรื่อง ใดเรื่องหนึ่ ง (เช่น มีความต้องการ
ด้านที่อยู่อาศั ยเหมือนกัน)

การวางแผนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่ดีในชุมชน

การวางแผนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนมีประเด็นและหัวข้อการศึกษาวิจัยที่ควรทำ ดังนี้
1. กิจกรรมนี้เคยจัดมาก่อนหรือไม่? จัดกับใคร? วัตถุประสงค์ของกิจกรรมดั้งเดิมนั้นคืออะไร? ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือไม่?

ผลลัพธ์ที่ต้องการนั้นยังสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันอยู่หรือไม่? ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยังใช้ได้อยู่โดยไม่ต้องจัดกิจกรรมซ้ำหรือไม่?
2. หากจำเป็นต้องจัดกิจกรรมใหม่ ใครควรเข้าร่วมบ้าง? ชุมชนต่างๆ จะได้รับผลจากกิจกรรมนี้หรือไม่ และมีการพิจารณา

ประเด็นต่างๆ ครบถ้วนแล้วหรือไม่? สื่อต่างๆ ที่ใช้ในกิจกรรมนั้นทุกคนเข้าใจแล้ว หรือไม่?
3. มีการพิจารณาประเภทของการมีส่วนร่วมต่างๆ ต่อไปนี้อย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่ และเครื่องมือต่างๆ ในการส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมได้ถูกนำมาพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดแล้วหรือไม่?

การมีส่วนร่วมประเภทต่าง ๆ

ในการปรับปรุงคุณภาพของการมีส่วนร่วมในชุมชน ควรได้พิจารณาถึงแนวทางต่างๆ ที่ผู้คนจะสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้ ซึ่งแนวทาง
เหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็นวงล้อแห่งการมีส่วนร่วมในชุมชน (Community Engagement Wheel)

การให้ข้อมูล (Information giving)

หมายถึง โอกาสที่ผู้อยู่อาศัยและชุมชนจะได้รับข้อมูลด้านการบริการสาธารณะต่างๆ รวมทั้งการเข้าถึงบริการดังกล่าว ประสิทธิภาพใน
การบริการ การเปลี่ยนแปลงในอนาคต และความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่จะไม่มีโอกาสในการแสดงความเห็นโดยตรง การ
ให้ข้อมูลนี้ทำได้โดยผ่านสื่อต่างๆ เช่น โปสเตอร์ ใบปลิว และบทความในหนังสือพิมพ์ ข้อมูลนำเข้าจากทางชุมชนจะเกิดขึ้นเมื่อพลเมือง คนใด
คนหนึ่งติดต่อองค์กรผู้ให้บริการเท่านั้น

การประชุมหารือในชุมชน (Community consultation)

หมายถึง กระบวนการในการสนทนาเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ การประชุมหารือควรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่หน่วยงานนั้นต้องการตัดสินใจแต่เป็นเรื่องที่
ต้องนำความเห็นจากคนในหน่วยงานมาพิจารณาประกอบด้วย ซึ่งกระบวนการนี้ควรเป็นไปอย่างครอบคลุมและให้ผลสะท้อนกลับสำหรับการตัดสินใจที่
เกิดขึ้นทุกครั้งด้วย

การประชุมหารือในชุมชนนี้หมายรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การสำรวจความคิดเห็น การสัมภาษณ์/สนทนากลุ่ม (focus
groups) และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ข้อมูลที่ได้รับจากชุมชนนับว่ามีความสำคัญกว่า ข้อมูลที่ให้แก่ชุมชนเพราะข้อมูลที่ได้รับ
นั้นเป็นข้อมูลที่มาจากความคิดเห็นของคนในชุมชนเอง

จะเกิดขึ้นเมื่อคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบ การพัฒนาและการกำหนด
ทิศทางของกิจกรรม และบริการต่างๆ ในชุมชนร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ซึ่ง
ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้รับบริการเหล่านั้นได้แสดงความคิดเห็นในการตัดสินใจว่าบริการ
ต่างๆ นั้นจะถูกซื้อ จัดหา และควบคุมได้อย่างไร และโดยใคร กระบวนการนี้จะทำให้ได้
ข้อมูลจากชุมชนมากขึ้น เนื่องจากคนในชุมชนต่างต้องมีบทบาทในกระบวนการตัดสินใจ
อย่างมาก เช่น การเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้นำหรือคณะกรรมการที่มีการประชุมกันอย่าง
สม่ำเสมอ

ความเกี่ยวข้องของชุ มชน
(Community involvement)

การมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ

เกิดขึ้นได้จากวิธีการในการสร้างความเกี่ยวข้องในชุมชน ทั้งยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนในการจัดกิจกรรม แนวการปฏิบัติ และ
การบริการต่างๆ ที่ผู้มีส่วนในการตัดสินใจทุกฝ่ายเห็นชอบ วิธีดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับข้อมูลนำเข้าจำนวนมากจากชุมชน บางครั้งจึงเป็นที่รู้จัก
ในนามของการบริหารจัดการชุมชน หรือ ความเป็นเจ้าของชุมชน

การสนับสนุนที่มีอยู่สำหรับการดำเนินกลยุทธ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม

การสนับสนุนสำหรับภาคส่วนที่สามกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนจำนวนมากถูกจัดขึ้น โดยภาคส่วนที่
สาม โดยมักเป็นในนามของสภาหรือหน่วยงานทางกฎหมายอื่นที่ทำงานร่วมกัน การเสริมสร้าง ความสามารถของอาสา
สมัครและองค์กรชุมชนนั้ นเกิดขึ้นภายใต้ ข้อตกลงร่วมกัน

การฝึกอบรม การฝึกอบรมแก่พนักงานและลูกจ้างในด้านกลยุทธ์ การดำเนินงานตามแผนและ เครื่องมือที่ใช้จะ
จัดโดยทีมโค้ชชุมชน

มาตรฐานที่รองรับการดาเนินงาน กลยุทธ์นี้ส่งเสริมการใช้วิธีการต่างๆ ทุกวิธีใน
การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่แสดงในรายงานฉบับนี้ นอกจากนี้มาตรฐานการปฏิบัติ
งานต่างๆ ยังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานต่างๆจะ
เป็นไปเพื่อคุณภาพของการมีส่วนร่วมในชุมชนที่ดีที่สุด มาตรฐานเหล่านี้ ได้แก่ รายการ
ตรวจสอบการตรวจตรา

มาตรฐานที่ดีเยี่ยมด้านการประชุมหารือในชุมชน:

หุ้นส่วนทุกคนต้องยึดมาตรฐานเหล่านี้เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนก่อนที่จะจัดการประชุมหารือ
ในชุมชนขึ้น เพื่อเป็นรายการตรวจสอบที่ใช้ระหว่างการจัดกิจกรรม และเพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมินผล
หลังจากที่การประชุมหารือนั้ นเกิดขึ้นแล้ว

ตรวจสอบว่ามีใครอีกหรือไม่ที่จัดประชุมหารือและได้ผลลัพธ์ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ได้

ทำให้แน่ใจว่าการประชุมหารือดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ การหารือนั้ นควรเป็นบท
สนทนาที่นำไปสู่การตัดสินใจ ดังนั้ นจึงควรจัดการประชุมหารือก่อนการตัดสินใจ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เผื่อเวลาที่เหมาะสมสาหรับการประชุมหารือนั้ นแล้ว คุณจำเป็นต้อง
พิจารณาปัจจัยด้านเวลาในขั้นตอนการวางแผน การดำเนินงาน การเก็บข้อมูลและการตอบ
สนองต่อกิจกรรมของคุณ

ใช้วิธีการประชุมหารือที่ใช้ทรัพยากรที่คุณมีได้คุ้มค่าที่สุด และทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากเป้า
หมายของคุณ

จัดการประชุมหารือให้ครอบคลุมให้มากที่สุด แต่ต้องระวังเรื่องการหารือกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากจนเกินไป

ให้ข้อมูลป้อนกลับทุกครั้งแก่ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมที่คุณจัดขึ้น

นำผลที่ได้จากการหารือมาปฏิบัติจริง อย่าปล่อยให้คำแนะนำที่ได้ “วางอยู่บนหิ้ง”

แบ่งปันผลลัพธ์จากงานของคุณให้ผู้อื่นด้วย

มาตรฐานที่ดีเยี่ยมด้านความเกี่ยวข้องของชุมชน:

มาตรฐานเหล่านี้เปรียบเสมือนเป้าหมายให้หุ้นส่วนทุกฝ่ ายตั้งใจจะบรรลุให้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มี
กิจกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงในเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อชุมชนในท้องถิ่น โดยมาตรฐานนี้ใช้ได้
กับทุกกิจกรรมเพื่อสร้างความเกี่ยวข้องในชุมชน

ให้คุณค่าแก่ทักษะ ความรู้ และความมุ่งมั่นของคนในท้องถิ่น

พัฒนาความสัมพันธ์ในการทำงานกับชุมชนและองค์กรในชุมชน
สนับสนุนพนักงานและคนในท้องถิ่นให้ทำงานด้วยกันและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน (ในฐานะชุมชน
ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)
วางแผนสำหรับการเปลี่ยนแปลงและดำเนินการต่างๆ ร่วมกันกับชุมชน
ทำงานกับคนในชุมชนเพื่อพัฒนาและใช้แนวทางต่างๆ ในการประเมินผล

หลักธรรมาภิบาล หลักการเหล่านี้สร้างขึ้นบนมาตรฐานที่ดีเยี่ยมด้านความ
เกี่ยวข้องของชุมชนและ มาตรฐานที่ดีเยี่ยมด้านการประชุมหารือในชุมชน หลักธรรมมาภิ
บาลนี้เป็นพื้นฐานสำหรับหลักปฏิบัติในการทำงาน ที่ดีทั้งภายในองค์กรที่เป็นสมาชิกของ

กลุ่มภาคีแต่ละแห่งและระหว่างองค์กรกับชุมชนและยังสนับสนุนให้กลายเป็นตัวอย่างใน
ด้านการทำงานร่วมกัน


Click to View FlipBook Version