The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษารายกรณี ( Case Study) 64741627 Weerapong Yayong

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wyayong30, 2021-10-08 05:17:10

การศึกษารายกรณี ( Case Study) 64741627 Weerapong Yayong

การศึกษารายกรณี ( Case Study) 64741627 Weerapong Yayong

การศึกษารายกรณี ( Case Study)

“พฒั นาการ การเรียนรูแ้ ละพฤติกรรมการเรียนรู้ แนวทางการช่วยเหลือ และพฒั นา”

เสนอ

อาจารย์ทัศนยี ์ บุญแรง

จัดทาโดย

นายวรี ะพงษ์ ยะยอง
รหสั 64741627 Section. 06
หมู่เรยี น ป 64. ป.บัณฑิต 2.6

รายงานน้ีเป็นสว่ นหนึ่งของวชิ า จิตวทิ ยาสาหรับครู (ED 5301)
หลักสูตรประกาศนียบัตรบณั ฑิตวชิ าชีพครู ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชยี งใหม่

สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลสว่ นตัวของกรณีศกึ ษา

ชอ่ื นกั เรียน เดก็ ชายเกยี รติศักด์ิ ธมั มากาศ นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

สภาพปญั หาของนกั เรยี น

เปน็ เด็ก เหม่อลอย พูดมาก ทางานช้า
ไมส่ ามารถปรับตวั เขา้ กบั เพ่ือนได้ เจา้ อารมณ์ พูดคาไม่สุภาพ

จุดประสงคใ์ นการศกึ ษา

1. เพอื่ ใหท้ ราบถึงสภาพปัญหา และสาเหตุของปญั หาทเี่ กิดข้นึ จริงเกยี่ วกบั นักเรยี น
2. เพ่อื ให้เข้าใจถึงปัญหาและศึกษาหาวิธแี ก้ไขเก่ยี วกับปัญหาของนักเรยี นอย่างถูกต้องเหมาะสม
3. เพ่อื จะชว่ ยเหลือเดก็ นักเรียนในเรื่องการเรียน และปรับทัศนะคติ

สภาพทัว่ ไปเก่ยี วกบั นกั เรียน
ประวัติส่วนตวั และครอบครวั

ชอื่ เดก็ ชายเกียรตศิ กั ดิ์ ธมั มากาศ
ชอื่ เล่น โนเนม
เกิด วันท่ี 8 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ทอี่ ยปู่ จั จุบัน บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 14 ตาบล บ้าโฮ่ง อาเภอบา้ นโฮ่ง จังหวัดลาพูน
รหสั ไปรษณยี ์ 51130 โทรศพั ท์มอื ถือ 0968966386
บดิ าชอ่ื นาย พงศ์ศักดิ์ ธัมมากาศ
อาชีพ รบั จ้าง รายไดต้ ่อเดือน 6,000 บาท
มารดาช่ือ นางนชุ จรีย์ ศริ อิ างค์
อาชีพ รบั จ้าง รายได้ต่อเดือน 5,000 บาท

นกั เรยี นมีพ่นี ้องรว่ มบดิ ามารดาเดียวกนั 2 คน ( รวมท้งั ตวั นกั เรยี นดว้ ย )

คนที่ เพศ อายุ ประกอบอาชีพ การศึกษา หมายเหตุ

1 ชาย 11 นกั เรยี น กาลงั ศึกษาอยู่ ชั้นประถมศึกษา -
ศกึ ษาปีที่ 5 -
2 ชาย 3 นักเรยี น
ขวบ โรงเรยี นบา้ นห้วยแพ่ง

กาลังศกึ ษาอยู่ ช้ันอนบุ าล 1
โรงเรียนบา้ นหว้ ยแพ่ง

ประวัตกิ ารศึกษาและผลการศึกษา

- การศึกษาระดับอนบุ าล ทโี่ รงเรยี นบา้ นหว้ ยแพง่
- การศึกษาระดับประถมศึกษา (กาลงั ศกึ ษาอยู่) โรงเรียนบ้านห้วยแพ่ง

ประวัติสขุ ภาพ

เดก็ ชายเด็กชายเกียรติศกั ด์ิ ธัมมากาศ อายุ 11 ปี น้าหนกั 29 กโิ ลกรมั ส่วนสงู 140 เซนตเิ มตร
กรปุ๊ เลอื ด O

สภาพครอบครวั และฐานะทางเศรษฐกจิ

บ้านของเด็กชายเด็กชายเกยี รติศักด์ิ ธัมมากาศ อาศัยอยู่บ้านกบั บิดา มารดาและมารดาทางานรับจ้างทว่ั
ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวอยใู่ นระดบั ปานกลาง บิดา มารดาตอ้ งทางานหนัก เพ่ือหาเงินเลี้ยงดูครอบครวั
และส่งลูกทงั้ สองในดา้ นการศึกษา

ทศั นคตขิ องบคุ คลรอบขา้ งทมี่ ีตอ่ นกั เรียน

บดิ า , มารดา
เกียรติศักดิ์ พูดจาไมส่ ุภาพ เม่ือเวลาไม่พอใจจะแสดงอาการ เวลาวา่ งท่อี ยบู่ า้ น ชอบเท่ยี วเล่นกับเพื่อน
เลน่ คอมพิวเตอร์ การคบเพื่อนเกเร เวลาอย่บู า้ นชอบเล่น ไมค่ ่อยช่วยทางานบ้านไม่มีความกระตือรือร้นเรื่องการ
เรยี น
อาจารย์ทป่ี รึกษา
ครวู รี ะพงษ์ ยะยอง อาจารย์ท่ีปรกึ ษาประจาชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5

สว่ นท่ี 2 ขอ้ มูลพัฒนาการ

2.1 ลักษณะพัฒนาการในแต่ละดา้ น (ร่างกาย อารมณ์ สงั คม สตปิ ญั ญา บคุ ลกิ ภาพ หรืออนุ ิสัย)
2.1.1 พัฒนาการดา้ นร่างกาย

เด็กชายเด็กชายเกยี รติศักดิ์ ธมั มากาศ อายุ 11 ปี น้าหนกั 29 กโิ ลกรมั ส่วนสูง 140 เซนติเมตร
กรุป๊ เลือด O พัฒนาดา้ นร่างกายเปน็ ไปตามเกณฑป์ กติ มสี ุขภาพรา่ งกายสมบูรณ์แข็งแรงดี

2.1.2 พัฒนาการด้านอารมณ์

เหมอ่ ลอย พูดมาก ทางานช้า ไม่มีความกระตือรือรน้ ในการเรยี นและทากจิ กรรม ไม่สามารถปรับตวั เข้ากับเพือ่ นได้
เจา้ อารมณ์ พูดคาไม่สภุ าพ แสดงออกแตจ่ ะแสดงออกเฉพาะเวลาท่ีอยใู่ นกล่มุ เพือ่ นของตนเองเท่าน้นั

2.1.3 พัฒนาการดา้ นสงั คม

สามารถปรบั ตัวเข้ากับเพ่ือนได้ยาก พดู ไม่สภุ าพ และเป็นคนโมโหร้าย

2.1.4 พฒั นาการดา้ นสตปิ ญั ญา

เกณฑ์อยใู่ นระดบั ปานกลางแตจ่ ะเป็นเดก็ ท่ีทางานช้าเพราะเหม่อลอยหรือทากจิ กรรมอื่นแทรก

2.1.5 พฤตกิ รรมที่เปน็ ปญั หา

เหมอ่ ลอย พูดมาก ทางานช้า ไม่มีความกระตือรือร้นในการเรยี นและทากิจกรรม ไมส่ ามารถปรบั ตัวเขา้ กบั เพ่ือนได้
เจา้ อารมณ์ พดู คาไมส่ ภุ าพ แสดงออกแต่จะแสดงออกเฉพาะเวลาที่อยใู่ นกลุ่มเพ่ือนของตนเองเทา่ น้นั สามารถ
ปรับตวั เขา้ กับเพอ่ื นไดย้ าก พูดไม่สุภาพ และเปน็ คนโมโหร้าย

2.2 ข้อมูลการวเิ คราะหพ์ ัฒนาการ

วัยเด็กตอนปลาย (Late Childhood) เดก็ วัยน้ีมีอายุระหวา่ ง 6-13 ปี

ทางดา้ นรา่ งกาย

สว่ นสูงและนา้ หนัก จะมีอัตราเจรญิ เติบโตลดน้อยลง แตม่ ีการเปล่ยี นแปลงในด้านสัดส่วน ความแขง็ แรง
คล่องแคลว่ วอ่ งไวมากกว่า

ทางด้านอารมณ์

อารมณ์อยากรูอ้ ยากเหน็ จะมีน้อยกว่าวยั เด็กตอนตน้ ถา้ เด็กอยากรู้อยากเห็นอะไร ก็มักจะคน้ ควา้ จากสื่อ
ในอนิ เตอรเ์ น็ต หรอื ถามผ้ใู หญ่ อารมณส์ นุกสนานพอใจ เด็กวัยนจี้ ะรู้สกึ สนุกสนานและพอใจมากกวา่ เมือ่ ได้รับ
ความสนใจเปน็ พิเศษ ไดร้ บั รางวัล ไดร้ ับของรางวัล ได้เลน่ ไดค้ ยุ กับเพือ่ น ฃ

ทางดา้ นสงั คม

การรวมกลุม่ เพอื่ นรว่ มวัย ( Peer Group) เดก็ วยั นี้จะมีการรวมกลุ่มเพื่อทากิจกรรมต่างๆ โดยอยา่ งย่งิ การ
เลน่ เพอ่ื นจองเดก็ วัยนจ้ี ะมีลักษณะเพื่อนเล่นมากกวา่ และมกั จะเป็นเพศเดยี วกัน ซง่ึ มีอทิ ธพิ ลต่ออารมณ์ ความนึก
คิด ทศั นคติ ความม่งุ หวัง ความปรารถนา คา่ นิยม ของเด็ก กลุ่มนีจ้ ะมีแนวคิด ทศั นคติ ภาษา กฎ ระเบียบ ฯลฯ
เป็นคุณสมบตั ิเฉพาะกลุ่ม ซง่ึ เรียกว่า “วฒั นธรรมกลุม่ ” (Peer Culture)

ด้านสติปัญญา

เดก็ วัยน้สี ามารถเข้าในเหตุการณห์ รอื สถานการณต์ ่างๆ ที่พบเหน็ ได้มากขึน้ มีความถูกตอ้ งและสอดคล้อง
กับความเป็นจริง สามารถแยกแยะและมองเห็นความแตกตา่ งของสง่ิ ต่างๆไดส้ ามารถเขา้ ใจสิ่งทเี่ ป็นรูปธรรมและ
นามธรรม รศู้ ัพท์มากข้ึน มีความคล่องแคลว่ ในการอ่าน เขียน พูด คดิ เลขบวกเลขได้ รจู้ ักใช้เหน็ ผล สามารถแกไ้ ข
ปญั หาง่ายๆที่พบเห็นได้ จดจาคาบอกเล่าหรือเล่าเหตุการณ์ทผี่ ่านมาได้ และจะแสดงความคดิ ริเรมิ่ ในรูปของการ
วาดภาพและเล่านทิ านได้

พฤติกรรมตามพัฒนาการของกรณศี ึกษามีความสอดคลอ้ งจากพฒั นาการตามวัย เพราะ การเลี่ยนแบบบท
บาทางเพศ เด็กวัยน้ี นอกจากจะเลยี นแบบจากบดิ ามารดา หรือผอู้ ยูใ่ กล้ชิด เด็กยังเลียนแบบเพื่อนร่วมกลมุ่ ครทู ี่
เด็กรัก บุคคลท่เี ด็กชอบ และจากการได้ฟัง ได้อ่าน ไดด้ ภู าพยนตร์ ไดด้ โู ทรทัศน์ ฯลฯ

วเิ คราะห์ตามทฤษฏีพัฒนาการทางบคุ ลกิ ภาพของมนุษยต์ ามแนวคิดฟรอยด์ ระยะพึงพอใจทางปาก
(Oral Stage) เป็นศูนยก์ ลางความพ่ึงพอใจของเด็กอยู่ทป่ี าก ทารกสามารถท่จี ะติข้องระยะน้ีได้ ถ้าหากระบบการ
ใหอ้ าหารน้นั ทาให้เด็กขอ้ งใจ หรือทาให้เพลดิ เพลินมากเกินไป จะเป็นคนช่วยเหลอื ตวั เองไม่ได้ จะต้องมีคน
ช่วยเหลือตลอด และในระยะ Oral Stage จะมพี ฤติกรรมการพดู เสยี ดสีหรอื เป็นคนทีใ่ ช้ว่าจาไม่สภุ าพกบั ผูอ้ ื่น

การสง่ เสริมพัฒนาการของกรณศี ึกษาควรส่งเสริมพฒั นาการด้านสติปญั ญา ตามกรณีศกึ ษาควรใหก้ าร
ส่งเสรมิ สนับสนุน ให้ประสบความสาเร็จ มกี ารชมเชย จดั สิง่ แวดล้อมในห้องเรียนทเ่ี ปิดโอกาสให้ใช้ทักษะ และมี
โอกาสประสบความสาเร็จตามท่คี วรจะเปน็ และสง่ เสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสังคม กรณศี ึกษาไม่มีความ
กระตือรือรน้ ในการเรยี นและทากจิ กรรม ใหเ้ ด็กมีสังคมของเด็ก รวมกลุ่มตามเพศ เล่นตามเพศ ต้องสังเกตการ

ปรับตวั ของเด็ก เด็กท่ีมปี ัญหาควรได้รับการช่วยเหลอื และลองใชว้ ิธสี งั คมมติ จะทาใหท้ ราบถงึ ความรสู้ กึ และการ
ปรับตวั เขา้ กลมุ่ เพ่ือนได้

สว่ นที่ 3 ข้อมลู เก่ยี วกับการเรียนรู้และพฤติกรรมการเรยี นรู้

3.1 พฤตกิ รรม ความสามารถ และความสนใจในการเรียน

พฤตกิ รรม

เหมอ่ ลอย พูดมาก ทางานช้า แสดงออกแตจ่ ะแสดงออกเฉพาะเวลาท่ีอย่ใู นกล่มุ เพ่ือนของตนเองเท่านัน้ สามารถ
ปรับตวั เขา้ กับเพื่อนได้ยาก พูดไม่สภุ าพ และเป็นคนโมโหร้าย

ความสามารถ

ความสามารถพิเศษดา้ นสตปิ ัญญาคดิ เลขคานวณไดร้ วดเร็ว และมที ักษะในการวาดรปู

ความสนใจในการเรยี น

ความสนใจใจในการเรียนปานกลาง จะต้องเข้มงวดในการทางาน

3.2 ปญั หา หรือลักษณะพฤตกิ รรมทโี่ ดดเด่นการเรยี นรู้

ไมต่ ัง้ ใจเรยี น ทางานชา้ พดู ไม่สภุ าพ ตดิ เกมส์

3.3 วธิ กี ารส่งเสริม / ชว่ ยเหลือ / พัฒนาให้เกิดการเรียนรทู้ ีด่ ีข้ึน

การแก้ไขตามทฤษฎีและกระบวนการเรยี นร้ขู อง Skinner ทั้ง 3 ลักษณะ คอื การเสรมิ แรงบวก (Positive
Reinforcement) การเสรมิ แรงทางลบ (Negative Reinforcement) และการลงโทษ (Punishment)การ
เสรมิ แรงบวก (Positive Reinforcement) เด็กชายเกยี รติศักด์ิ ธมั มากาศ โดย ทาการบ้านเสร็จครูจะให้คะแนน
ซึ่งคะแนนจะสามารถแลกของรางวลั ตามกาหนดไว้ เชน่ ขนม หรอื อปุ กรณ์การเรยี น เป็นตน้ และการเสริมแรงทาง
ลบ (Negative Reinforcement) โดยถ้าไม่ทาการบ้านหรืองานที่ครสู ั่งตามเวลาท่ตี ามกาหนด ก็จะถูกหกั คะแนน
ซง่ึ อาจจะทาให้คะแนนน้อยลงไมส่ ารมารถแลกของรางวัลได้ และ การลงโทษ (Punishment) โดยวธิ กี ารขู่โดยจะ
รายงานให้ผู้ปกครองทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี

สว่ นท่ี 4 แนวทางการชว่ ยเหลอื สง่ เสรมิ และพัฒนา

พฤติกรรมของกรณีศึกษาท่ีควรปรบั เปล่ียนให้ดียิ่งขึน้ มากที่สดุ
ไม่ตงั้ ใจเรยี น ทางานช้า

การในการให้การแนะแนว ช่วยเหลือ และให้คาปรกึ ษา
วธิ ีการแนะแนวรายบคุ คล บอกถึงเหตุผลวา่ การตงั้ ใจเรยี นมคี วามสาคัญตอ่ อนาคตเพียงใด และมีการเสริมแรง
บวกในการแนะแนว เพื่อโนม้ นาวจติ ใจให้เด็กพฒั นาศกั ยภาพของตนเองไปตามวัย และนกั เรยี นสามารถปรับ
ตนเองใหอ้ ยู่ในสังคมอยา่ งมีความสขุ

กจิ กรรมทจี่ ะช่วยในพัฒนาศักยภาพของกรณีศึกษา ผศู้ กึ ษาจะต้องพยายามศึกษาเดก็ และทาความเขา้ ใจเขา
ใหม้ าก เพ่ือทราบจุดเดน่ จุดดอ้ ย โอกาสและปัญหาอปุ สรรคเพือ่ แก้ไขปัญหาหรือส่งเสริมในจดุ เด่นให้ดี
ยิ่งขึ้นหรือประสบความสาเร็จ หรอื คน้ พบความถนดั ของตนเอง มีทศิ ทาง แนวทางการศึกษาตอ่ ซึง่ ผู้ศกึ ษา

ควรเก็บรวบรวมข้อมลู จากหลายๆด้าน และสรา้ งความสนิทสนมกบั เดก็ การแก้ไขปญั หาก็ควรร่วมมอื กันทกุ
ฝ่ายทั้งครู ผู้ปกครอง เพ่อื นนกั เรยี น และตัวเดก็ เอง

การติดตามผล

การตดิ ตามผลในชว่ งที่1 จะมีพฤติกรรมต่อตา้ นผูศ้ กึ ษาเปน็ อย่างมาก เพราะมคี วามคิดว่าครูมีความรู้สกึ
อคติกับตวั เอง จึงไม่ใหค้ วามร่วมมือในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ไมย่ อมทากิจกรรมต่างๆ ทจี่ ัดให้ในเวลาเรยี น
ไม่ใหค้ วามร่วมมือในการทากรณศี กึ ษาในคร้ังนี้ เวลาทางานกลุม่ ก็จะมปี ญั หากบั เพ่ือนในกลุ่มเสมอๆ

การตดิ ตามผลในช่วงที2่ มีพฤติกรรมการเรยี นดขี ้ึน ให้ความร่วมมือในการทากิจกรรมตา่ งๆมากขึ้น แต่
กย็ งั ทางานชา้ แตก่ ็ยังไม่สามารถเข้ากบั เพื่อนคนอนื่ ๆ ได้ ใช้วธิ กี ารเสริมแรงบวกและแรงลบ เปน็ การเสรมิ แรงโดย
ให้สิง่ เราทที่ าให้เกิดความพึงพอใจ อยา่ งเช่นการให้รางวลั หรือเพิ่มคะแนนเพ่อื เปน็ แรงจูงใจ

การติดตามผลในช่วงท3ี่ มีพฤติกรรมดีข้ึนมาก ตัง้ ใจเรียน และให้ความร่วมมือ ในการทากจิ กรรม
ต่างๆ เวลาทางานกลุ่มก็จะชว่ ยเพื่อนในกล่มุ ทางานเป็นอย่างดี
ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของเพ่ือนมากข้นึ มีความกระตอื รือร้น ส่งงานตรงเวลา

ในการศึกษารายกรณจี ะต้องพยายามศกึ ษาเด็ก และทาความเข้าใจเขาใหม้ าก เพือ่ หาทางแก้ไขปัญหาที่
เกิดขึ้น ในชว่ งแรก เด็กอาจจะไม่ใหค้ วามร่วมมือ ผศู้ กึ ษาควรเกบ็ รวบรวมข้อมลู จากหลายๆด้าน และสร้างความ
สนิทสนมกบั เด็ก การแกไ้ ขปัญหาก็ควรร่วมมือกัน
-ทาให้ไดเ้ ขา้ ใจ และทราบถึงความตอ้ งการ ธรรมชาติของเด็กนกั เรยี นมากยิ่งขึ้น
-สามารถหาทางแกไ้ ขพฤติกรรมของเดก็ นักเรยี นให้ดียงิ่ ขึ้นอย่างถูกต้องและเหมาะสม
-รูจ้ ักหนา้ ที่ของครู ท่ีไมใ่ ช่เฉพาะการสอนหนังสอื เด็กนักเรียนเท่าน้นั แตต่ ้องพัฒนาพฤติกรรมของเด็กท้งั ทางด้าน
ร่างกาย อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาไปพร้อมๆกัน เพ่ือให้เขาเตบิ โตเปน็ ผู้ใหญท่ ม่ี ีคุณภาพ สามารถอยู่รว่ มกับ
สังคมได้อย่างมีความสุข

การรวบรวมขอ้ มลู ไดร้ วบรวมขอ้ มลู จากวธิ กี ารตอ่ ไปนี้

1. การสงั เกต
2. แบบสมั ภาษณ์
3. การสมั ภาษณ์
4. การเยย่ี มบา้ น /การเย่ยี มบ้าน On-line

ภาคผนวก

แบบสมั ภาษณ์

ผูป้ กครอง
ข้าพเจ้าช่อื (นาย / นาง / นางสาว)นางนชุ จรยี ์ ศริ ิอางค์ นามสกุลศิริอางค์
อาย4ุ 0ปี สัญชาตไิ ทย ศาสนาพทุ ธ เป็นผู้ปกครองของเด็กชายเกยี รตศิ ักด์ิ ธัมมากาศ
ผู้ปกครองมีความเก่ียวขอ้ งเปน็ มารดา

ทอ่ี ย่ปู ัจจบุ ัน บา้ นเลขท่ีบา้ นเลขท่ี 1/2 หมู่ 14 ตาบล บา้ โฮ่ง อาเภอบ้านโฮง่ จงั หวัดลาพูน
รหัสไปรษณีย์ 51130 โทรศพั ท์มือถือ 096-896-6386

ขอ้ มูลทั่วไป

ปัจจบุ นั ประกอบอาชพี ( ) รับราชการ (ระบ)ุ ...............................................

( ) เกษตรกร ............... ทานา ..............ทาไร่ ..............ทาสวน

( ) รับจา้ งทว่ั ไป

( ) ค้าขาย

( ) อ่ืนๆ (ระบุ)...............................................

เวลาทท่ี า่ นและครอบครวั อยู่พร้อมเพรียงกนั คือ

( ) ตอนเช้า

( ) ตอนเย็น

( ) เวลาอนื่ ๆ (ระบ)ุ ตอนเญน็ หลงั เลกิ งาน

การใช้เวลาว่างของนกั เรยี นเวลาอยบู่ ้าน

( ) ไมม่ ีเวลาทาการบา้ นและอ่านหนงั สือเพราะมงี านบา้ นทตี่ ้องทางานมาก

( ) ทาการบา้ นและอา่ นหนงั สอื มากช่วยงานบ้านเล็กน้อย

( ) ใช้เวลาส่วนมากดโู ทรทศั น์/เลน่ เกมส์

( ) ใชเ้ วลาสว่ นมากเทย่ี วเลน่ กับเพือ่ น

เวลาอยู่ท่บี า้ นเด็กมกี ารทบทวนเนอ้ื หาบทเรยี นท่ีไดเ้ รยี นหรอื ไม่ ( ) ทบทวน ( ) ไม่ทบทวน เดก็ ขยันทาการบ้านมากน้อย

เพียงใด

( ) ขยันทาการบา้ นมากกว่าที่ครมู อบหมาย

( ) ทาเฉพาะทค่ี รสู ั่งโดยไมต่ ้องเตือน

( ) ทากต็ ่อเม่อื ทางบา้ นเคย่ี วเขญ็

( ) ไมเ่ คยนาการบ้านมาทาทีบ่ ้านเลย

( ) อนื่ ๆ (ระบุ)..............................................

งานท่ีทางบ้านมอบหมายให้ทาเปน็ ประจาคือ..............................................................................

เด็กช่วยงานท่ีท่านมอบหมายใหม้ ากน้อยเพียงใด

( ) ชว่ ยงานบา้ นที่ไดร้ ับมอบหมายให้ทา

( )ชว่ ยงานบา้ นมากกวา่ ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย

( ) ไมเ่ คยช่วยเลย

นักเรยี นได้เงนิ คา่ ใชจ่ ่ายประจาวัน จานวน 60บาท

นกั เรยี นเดนิ ทางไปโรงเรยี นโดยรถประจาโรงเรยี น

ความสามารถพเิ ศษของนกั เรยี นคอื วาดรูป

โรคประจาตวั ของนักเรยี นคือ ไมม่ ี

ลงชอ่ื ครูวีระพงษ์ ยะยอง
ครูประจาชั้นป.5

ครูผู้เยยี่ ม

แบบสังเกตพฤติกรรม ครง้ั ที่ 1

ชอ่ื นกั เรียนเด็กชายเกียรตศิ กั ด์ิ ธมั มากาศ ช้ันป.5
สถานทีส่ งั เกต โรงเรยี นบ้านห้วยแพ่ง

พฤตกิ รรม จะมีพฤตกิ รรมต่อต้านผศู้ กึ ษาเปน็ อยา่ งมาก เพราะมคี วามคิดวา่ ครมู ีความรู้สกึ อคติกับตวั เอง
จึงไมใ่ ห้ความรว่ มมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ไมย่ อมทากิจกรรมต่างๆ ทจ่ี ัดใหใ้ นเวลาเรียน ไมใ่ ห้ความร่วมมือ
ในการทากรณีศึกษาในครั้งน้ี เวลาทางานกลุ่มก็จะมีปัญหากับเพื่อนในกล่มุ เสมอๆ

ความคิดเห็น จะตอ้ งพยายามศกึ ษาเด็ก และทาความเข้าใจเขาให้มาก เพอื่ หาทางแก้ไขปัญหาท่เี กดิ ขึ้น
ในช่วงแรก เด็กอาจจะไม่ให้ความร่วมมอื ผู้ศึกษาควรเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากหลายๆด้าน และสรา้ งความสนิทสนม
กับเดก็ การแก้ไขปัญหากค็ วรร่วมมอื กนั

ข้อเสนอแนะ................................................................................................................... .......................

ผู้สังเกต ครวู ีระพงษ์ ยะยอง
ครูประจาช้ันป.5

แบบสังเกตพฤติกรรม ครัง้ ที่ 2

ช่ือนกั เรียนเดก็ ชายเกยี รตศิ กั ดิ์ ธมั มากาศ ช้นั ป.5
สถานท่สี งั เกต โรงเรียนบ้านห้วยแพง่

พฤตกิ รรม มพี ฤตกิ รรมการเรียนดขี น้ึ ใหค้ วามรว่ มมือในการทากิจกรรมต่างๆมากข้นึ แตก่ ย็ งั ทางานชา้
แตก่ ย็ งั ไม่สามารถเขา้ กับเพือ่ นคนอื่นๆ ได้ ใช้วิธกี ารเสริมแรงบวกและแรงลบ เป็นการเสริมแรงโดยใหส้ ิ่งเราท่ที าให้
เกิดความพึงพอใจ อย่างเชน่ การให้รางวัลหรอื เพ่ิมคะแนนเพอื่ เปน็ แรงจูงใจ

ความคิดเหน็ ทาให้ได้เข้าใจ และทราบถงึ ความตอ้ งการ ธรรมชาตขิ องเด็กนักเรียนมากย่ิงขึน้
และสามารถหาทางแก้ไขพฤติกรรมของเด็กนกั เรยี นให้ดยี ิ่งขนึ้ อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม

ข้อเสนอแนะ................................................................................................................... .......................

ผสู้ งั เกต ครวู ีระพงษ์ ยะยอง
ครปู ระจาชนั้ ป.5

แบบสังเกตพฤตกิ รรม ครงั้ ท่ี 3

ชื่อนักเรียนเดก็ ชายเกยี รติศักดิ์ ธมั มากาศ ช้นั ป.5
สถานท่ีสังเกต โรงเรยี นบ้านห้วยแพ่ง

พฤติกรรม มพี ฤติกรรมดีข้ึนมาก ตั้งใจเรียน และใหค้ วามรว่ มมอื ในการทากจิ กรรมตา่ งๆ เวลา
ทางานกลุ่มก็จะชว่ ยเพื่อนในกลุ่มทางานเปน็ อย่างดี ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของเพอ่ื นมากข้นึ มคี วามกระตอื รือร้น
สง่ งานตรงเวลา เนื่องจากการแพรร่ ะบาด โควดิ 19 จึงมาการตดิ ตามผลโดยผ่าน Line , Facebook และ
Messenger

ความคิดเห็น การตดิ ตามผลครัง้ ต้องอาศยั ผปู้ กครองช่วยในการสงั เกตด้วยเพื่อใหน้ ักเรยี นมีพฤตกิ รรมท่ีดี
อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประโยชนข์ องนักเรยี นเอง

ข้อเสนอแนะ.............................................................................. ............................................................

ผ้สู งั เกต ครูวรี ะพงษ์ ยะยอง
ครปู ระจาชัน้ ป.5

แบบบันทกึ เย่ยี มบา้ น

การสัมภาษณ์ผ้ปู กครอง


Click to View FlipBook Version