ไผ่ Bamboo
ต้นไผ่ เป็นล ำต้นที่มีแต่สีเขียวชอุ่ม จึงหมำยถึงควำมสดชื่น ควำมรื่นรมย์ และด้วยควำมที่ล ำต้นไผ่มีควำมพลิ้ว ไหว โอนอ่อนไปตำมลม ยำมมีลมหรือ พำยุก็สำมำรถอยู่ได้ โดยไม่ถูกท ำลำย จึงเปรียบเหมือนคนดีที่มีควำมถ่อมตัว และอยู่ด้วยควำมดีงำม
การกระจายพน ั ธ ์ ุ ของไผ ่ ไผ่เป็นหนึ่งในกลุ่มพืชสีเขียวตลอดปี (evergreen plant) อยู่ในวงศ์ Poaceae อนุวงศ์ (subfamily) Bambusoideae ในเผ่ำ (tribe) Bambuseae มีประมำณ 91 สกุล 1,000 ชนิด ซึ่งไผ่ นับเป็นหญ้ำชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบทั่วไปทุกสภำพอำกำศ ตั้งแต่ภูเขำที่หนำวเย็นถึงเขตร้อนชื้นของโลก เกิดขึ้นตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ 50oN ละติจูด ในเกำะ Sakhalin มหำสมุทรแปซิฟิคตอนเหนือ ใกล้รัสเซีย), ตอนใต้ของเอเชียตะวันตกถึงภูเขำหิมำลัย และตอนใต้ถึงเหนือในออสเตรเลีย และยังพบในซำฮำ รำ อำฟริกำ และในทวีปอเมริกำจำกตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกำถึงตอนใต้ของชิลีและในทุกๆ ที่ที่ 47oS ละติจูด พื้นที่ที่ไผ่ไม่ได้เกิดขึ้นเองคือยุโรป อำฟริกำเหนือ เอเชียตะวันตก ตอนเหนือของอเมริกำเหนือ และทั้งหมดของออสเตรเลียและแอนตำร์คติกำ
ไผ่ในประเทศไทย • ไผ่เป็นพืชสำรพัดประโยชน์ที่มนุษย์น ำมำใช้เป็นเวลำช้ำนำน เพื่อเป็นอำหำร วัตถุดิบ ที่อยู่อำศัย และแม้กระทั่งยำรักษำโรค ไผ่ในแถบร้อนของเอเชีย มีกำรกระจำยพันธุ์ถึง 45 สกุล 750 ชนิด (Dransfield, 1980 อ้ำงใน สมยศ, 2536) ในขณะที่ไผ่ ทั่วโลกเท่ำที่รู้ในปัจจุบันมีประมำณ 75 สกุล 1,250 ชนิด (Sharma, 1980 อ้ำงใน สมยศ, 2536) ส่วนที่พบในประเทศไทยมี ประมำณ 13 สกุล 60 ชนิด (กรมป่ำไม้, 2531 อ้ำงใน สมยศ, 2536) แต่วนิดำ (2539) กล่ำวว่ำไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมี ทั้งหมด 1,250 ชนิด 65 สกุลในโลก ในประเทศไทยมีไผ่ 55 ชนิด 13 สกุล ชนิดไผ่ที่นิยมน ำมำใช้ประโยชน์จำกป่ำมีดังนี้คือ ไผ่ตง ไผ่รวก ไผ่สีสุก ไผ่เลี้ยง ไผ่ซำง (ไผ่นวล ไผ่ปล้อง หรือไผ่สีนวล) ไผ่บงหวำน ไผ่ข้ำวหลำม ไผ่ไร่ ไผ่รวกด ำ และไผ่ป่ำ (ไผ่หนำม) • ในปี2535 มีกำรจ ำแนกสภำพป่ำจำกภำพถ่ำยดำวเทียมและกำรตรวจสอบภำคพื้นดินในพื้นที่ศึกษำเขตภำคเหนือ พบ ไผ่ไร่ ไผ่ซำงนวล ไผ่บง และไผ่รวก เป็นส่วนใหญ่ซึ่งขึ้นกระจำยอยู่ทั่วไปในป่ำเบญจพรรณ นอกจำกนี้ยังพบไผ่อื่นๆ อีก ได้แก่ ไผ่ ข้ำวหลำม ไผ่เขียว ไผ่ไล่ลอ เป็นต้น แต่ มีปริมำณน้อยกว่ำไผ่ทั้ง 4 ชนิดแรก โดยจังหวัดเชียงใหม่และล ำพูนมีป่ำเบญจ พรรณที่ไผ่ขึ้นอยู่จ ำนวน 5,104,687 ไร่และ 666,563 ไร่ • ชนิดไผ่ที่พบมำกในภำคเหนือมี28 ชนิด ได้แก่ ไผ่บง ไผ่ป่ำ ไผ่ล ำมะลอก ไผ่เหลือง ไผ่หอบ ไผ่เลี้ยง ไผ่สีสุก ไผ่น้ ำเต้ำ ไผ่ผิว ไผ่บง ไผ่ไล่ลอ ไผ่ข้ำวหลำม ไผ่เฮียะ ไผ่ซำง ไผ่เซิม ไผ่หก ไผ่เป๊ำะ ไผ่ซำงด ำ ไผ่ซำงนวล ไผ่บงใหญ่ ไผ่ไร่ ไผ่ผำกมัน ไผ่บง คำย ไผ่หำงช้ำง ไผ่เกรียบ ไผ่บงเลื้อย และ ไผ่รวกด ำ (กรมป่ำไม้, 2531 อ้ำงใน สมยศ, 2536)
องค์ประกอบของป่ าไผ่ • ไผ่เป็นองค์ประกอบที่ส ำคัญในป่ำดิบชื้น ป่ำเบญจพรรณชื้น ป่ำเบญจพรรณแล้ง ป่ำดิบแล้งทั่วไป โดยเฉพำะเมื่อเกิดมีกำรแผ้วถำงหรือ ไฟไหม้ ไผ่จะแพร่พันธุ์อย่ำงรวดเร็วและปกคลุมพื้นที่อย่ำงกว้ำงขวำงหำกมีไฟไหม้รบกวนท ำอันตรำยอยู่เป็นนิจ จะท ำให้เกิดป่ำไผ่ขึ้น อย่ำงถำวร เช่น ป่ำไผ่ในท้องที่จังหวัดกำญจนบุรีจึงกล่ำวได้ว่ำไผ่เป็นสัญลักษณ์ของที่เกิดไฟไหม้(เต็ม และ ชุมศรี, 2512 อ้ำงใน สมยศ , 2536) • กำรขึ้นอยู่ของไผ่แต่ละชนิดพันธุ์ในท้องที่ต่ำงๆ กันนั้น เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่ำงๆ ดังนี้ • 1. ลักษณะภูมิประเทศ ไผ่แต่ละชนิดจะขึ้นอยู่ในที่มีอุณหภูมิช่วงต่ำงๆ กัน โดยมีช่วงระหว่ำง 8.8-36.0 องศำเซลเซียส ไผ่ที่มีล ำขนำด ใหญ่จะต้องกำรที่ซึ่งมีอุณหภูมิผันแปรน้อยกว่ำชนิดที่มีล ำเล็ก ไผ่ที่มีล ำใหญ่มักขึ้นปะปนกับไม้ใหญ่ ส่วนไผ่ล ำเล็กอำจขึ้นกลำงแจ้งได้ดี (สมำน และ นิตยำ, ไม่ปรำกฏปีที่พิมพ์) ปริมำณน้ ำฝนน้อยที่สุดที่ไผ่ต้องกำรประมำณ 40 นิ้ว (1,020 มิลลิเมตร) ต่อปี(Ahmed, 1957) ส่วนปริมำณน้ ำฝนสูงสุดไม่แน่นอน ในที่ยังมีฝนตก คือ 250 นิ้ว (6,350 มิลลิเมตร) ต่อปีก็พบว่ำมีไผ่ขึ้นอยู่ กำรกระจำยของไผ่ ชนิดต่ำงๆ จึงมักถูกจ ำกัดโดยควำมชื้นทั่วๆ ไป เนื่องจำกควำมชื้นไม่เพียงพอ เช่น ไผ่ฮก จะพบเฉพำะในที่ซึ่งมีควำมชื้นมำกพอสมควร จึงมักจะเจริญได้ไม่ค่อยงำมในป่ำเบญจพรรณแล้ง ไผ่รวกพวกที่ขึ้นอยู่บริเวณที่มีอำกำศแห้งแล้งควำมชื้นน้อยในฤดูแล้งจะมีลักษณะไม่ สวยงำมเหมือนที่ขึ้นอยู่ตำมริมล ำธำร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับควำมสำมำรถในกำรปรับตัวให้เข้ำกับสภำพควำมชื้นในดินและในอำกำศ ไผ่บำง ชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในท้องที่ที่มีควำมชื้นอยู่สม่ ำเสมอตำมบริเวณล ำธำรและล ำน้ ำ เช่น ป่ำไผ่รวกที่จังหวัดกำญจนบุรีจะพบไผ่ป่ำ ไผ่ ล ำมะลอกขึ้นเต็มไปหมด และตำมที่แห้งแล้งในจังหวัดชัยนำทและอุทัยธำนีจะพบไผ่รวกชนิดเดียวกันขึ้นอยู่ในเนื้อที่จ ำกัดและมีขนำด เล็กกว่ำธรรมดำมำก (บรรเทำ, 2513)
• 2. ลักษณะดิน มักจะพบไผ่ขึ้นอยู่บนดิน sandy loam หรือ clay loam (สมำน และ นิตยำ, ไม่ปรำกฏปีที่พิมพ์) ไผ่แต่ละชนิดมีควำมต้องกำรดินที่แตกต่ำงกันออกไป จึงอำจใช้ชนิดของไผ่เป็นตัวชี้สภำพของป่ำที่แตกต่ำงกันได้ โดยทั่วไปไผ่ที่มีล ำใหญ่ต้องกำรดินที่มีควำมอุดมสมบูรณ์มำกกว่ำไผ่ชนิดที่มีล ำเล็ก เพรำะต้องกำรธำตุอำหำรไปใช้ ในขบวนกำรสร้ำงมำกกว่ำ ในทำงด้ำนป่ำไม้ลักษณะและชนิดของไผ่ที่ขึ้นอยู่สำมำรถชี้ถึงคุณภำพของดินโดยคร่ำวๆ ได้เช่น ที่ใดมีไผ่ขึ้นนับว่ำเป็นดินร่วนปนทรำย มีควำมอุดมสมบูรณ์ดีเหมำะสมที่จะท ำเป็นเนื้อที่ปลูกสวนผักได้ถ้ำ เป็นไผ่รวกดินจะเหนียวและเลวลง ยิ่งเป็นป่ำไผ่ซำงดินมักจะเป็นหินผุและขำดควำมอุดมสมบูรณ์(อ ำนวย, 2521) • 3. ส่วนขององค์ประกอบในป่ำ ปกติจะพบไผ่ขึ้นเป็นไม้ชั้นล่ำงของป่ำดิบและป่ำผลัดใบในบำงแห่งพบป่ำไผ่ล้วนๆ เป็นบริเวณกว้ำงมีต้นไม้ชนิดอื่นขึ้นปะปนเพียงเล็กน้อย ไผ่ส่วนมำกจะขึ้นอยู่เป็นชนิดเดียวกัน แต่อำจมีขึ้นอยู่หลำย ชนิดปนกันก็ได้ซึ่งไม่ค่อยพบมำกนัก (Ahmed, 1957) นอกจำกนี้ยังพบว่ำไผ่ทำงภำคใต้เช่น ไผ่แนะ หรือไผ่คำย ที่ขึ้นปนอยู่กับไม้ยำงพำรำจะเจริญเติบโตดีกว่ำพวกที่ขึ้นในที่โล่ง ทำงจังหวัดกำญจนบุรีก็มีไม้ตระกูลถั่วและพวก สะแกเถำขึ้นอยู่ซึ่งจะให้ร่มและธำตุอำหำรในดินโดยเฉพำะไนโตรเจนท ำให้ไผ่รวกเจริญผิดปกติ ทำงภำคเหนือที่ พบว่ำไผ่ไร่ที่ขึ้นในป่ำผสมผลัดใบจะงำมกว่ำพวกที่ขึ้นในที่โล่ง (บรรเทำ, 2513) • 4. ควำมลำดชัน พบว่ำด้ำนลำดไปทำงทิศตะวันออก มักจะมีไผ่ที่มีสภำพกำรเจริญเติบโตดีกว่ำหรือมีไผ่ที่มีล ำต้น ขนำดใหญ่ขึ้นอยู่ เช่น ไผ่ตัวอย่ำงของคณะวนศำสตร์ที่เคยท ำกำรเก็บสถิติอยู่นั้น มีไผ่ซำง ไผ่บงเล็ก และไผ่ไร่ เจริญเติบโตอยู่ทำงด้ำนลำดเขำทำงทิศตะวันออก แต่พอข้ำมเขำไปสภำพดินเปลี่ยนแปลงเป็นพวกดินลูกรังพบว่ำไผ่ ไร่ขึ้นอยู่อย่ำงแคระแกรน (บรรเทำ, 2513) ทำงจังหวัดกำญจนบุรีก็เช่นกันด้ำนลำดเขำทำงทิศตะวันออกมักจะมีไผ่ เจริญงอกงำมดีกว่ำด้ำนลำดเขำทิศตะวันตก
ลักษณะของไผ่ • ล ำไผ่ (culms) อำจสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนถึง 40 เมตร ขนำดเส้นผ่ำศูนย์กลำงตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรจนถึง 30 เซนติเมตร แต่ละล ำไผ่มีข้อและปล้อง ที่ข้อมีใบหนึ่งใบแต่อำจมีหนึ่งหรือหลำยกิ่งแขนง ในหนึ่งต้นอำจมีไผ่นับ พันล ำ ไผ่ไม่ได้มีลักษณะแบบเนื้อไม้ ไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดียว (monocotyledons) เช่นเดียวกับพวกปำล์ม แต่ ทั่วไปมักเรียกว่ำ ไม้ไผ่ • ไผ่หนึ่งต้นจะโตสูงสุดภำยในหนึ่งปีแต่จะอยู่ได้หลำยๆ ปีและเพิ่มจ ำนวนล ำเรื่อยๆ ออกไปด้ำนข้ำงของกอไผ่ ไผ่ บำงชนิดออกดอกเมื่ออำยุ 10-100 ปี หรือมำกกว่ำนี้ แล้วจะแห้งตำยหลังจำกดอกพัฒนำเป็นเมล็ดแล้ว (monocarpic) ยิ่งไปกว่ำนั้นไผ่ชนิดเดียวกันจะออกดอกพร้อมกันในอำณำบริเวณเดียวกันอีกด้วย ซึ่งไม่มีใคร สำมำรถพยำกรณ์ได้ว่ำเมื่อไหร่จะเกิดเมล็ดมำท ำลำยไผ่ซึ่งเป็นแหล่งอำหำรหนึ่งส ำหรับสัตว์และมนุษย์ • ไผ่หลำยชนิดนิยมปลูกเลี้ยงในสวน ในแปลงไผ่เพื่อให้ผลผลิตสูงจ ำเป็นต้องมีกำรดูแลเพื่อให้รำกหรือ Rhizome สำมำรถขยำยกระจำยไปใต้ดินให้แทงหน่อใหม่ได้ ซึ่งมีอยู่สองรูปแบบ คือ Clumbing หรือ Monopodial ซึ่ง ขยำยตัวไปใต้ดินอย่ำงช้ำๆ และ Running หรือ Sympodial ซึ่งขยำยตัวไปอย่ำงรวดเร็วทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะดิน และสภำวะของบรรยำกำศ บำงชนิดเป็นหลำยๆ เมตรในหนึ่งปี บำงชนิดก็ชะงักงันเป็นช่วงเวลำที่ยำวนำน และ หำกขำดกำรดูแลไผ่ไม่สำมำรถแทงหน่อได้หรือถูกตัดซ้ ำที่ก ำลังขึ้นมำอำจท ำให้ระบบรำกไผ่ขำดควำมสมบูรณ์และ ตำยได้ในที่สุด
• ดังนั้นกำรท ำสวนไผ่ควรจะเตรียมดินโดยกำรไถพรวน หลุมปลูกให้ขุดลึก 60-90 เซนติเมตร (2-3 ฟุต) และเป็นมุม ขึ้นมำปำกหลุมเพื่อให้รำกไผ่ขยำยบนผิวดินได้ฝังรำกไผ่ลึกลงไป 30 เซนติเมตร (1 ฟุต) เมื่อไผ่แทงหน่อแล้วปกติ จะโต 30 เซนติเมตรในหนึ่งวัน แต่บำงชนิดอำจโต 1 เมตรต่อวัน ส ำหรับแปลงไผ่ใหม่จะให้ผลผลิตเต็มทีต้องใช้ เวลำ 1-2 ปี • หน่อไผ่หรือหน่อไม้ใช้เป็นอำหำร โดยหั่นเป็นชิ้นบำงๆ วำงขำยในห้ำงสรรพสินค้ำ บำงชนิดจ ำเป็นต้อนล้ำงหรือต้ม ด้วยน้ ำเพื่อละลำยสำรพิษบำงอย่ำงทิ้งไปบ้ำง นอกจำกนี้หน่อไผ่อ่อน ล ำไผ่ และใบยังเป็นอำหำรหลักที่ส ำคัญของ ของหมีแพนด้ำยักษ์ของจีน และลิงแมงมุม (spider monkey) อีกด้วย • ล ำไผ่มีควำมแข็งแกร่งมำกโดยเฉพำะเมื่อผ่ำนกำรอบแห้งอัดน้ ำรักษำเนื้อไม้แล้ว สำมำรถน ำมำสร้ำงบ้ำน ท ำรั้ว ท ำ สะพำนเดน เครื่องเรือน ของเด็กเล่น นั่งร้ำนก่อสร้ำง หมวก เครื่องดนตรีหลำยชนิด พื้นบ้ำน กำรใช้ล ำไผ่ จ ำเป็นต้องคัดเลือกไผ่ที่มีอำยุหลำยปีเพื่อให้ได้เนื้อไม้ เรำสำมำรถดัดล ำไผ่ให้เป็นเหลี่ยมได้ด้วยกำรครอบท่อเหลี่ยม บังคับ ซึ่งจะต้องค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตำมล ำไผ่ที่โตหรือสูงขึ้น ส ำหรับกำรท ำกระดำษนั้นจีนเป็นชำติแรกที่คิดประดิษฐ์ ซึ่งท ำด้วยมือมีคุณภำพสูงแต่ได้จ ำนวนน้อย ปัจจุบันยังคงผลิตกระดำษไหว้เจ้ำจำกไผ่เพื่อใช้อยู่ในสังคมจีน • ไผ่มีอำยุยืนชำวจีนจึงถือว่ำไผ่เป็นสัญลักษณ์ของกำรมีชีวิตที่ยืนยำว ขณะที่อินเดียถือว่ำไผ่เป็นสัญลักษณ์ของควำม เป็นเพื่อน และกำรออกดอกยำกดังนั้นหำกมีกำรออกดอกจะถือเป็นสัญญำณว่ำควำมอดอยำกก ำลังจะมำถึงด้วย ใน วัฒนธรรมของชำวเอเชียรวมถึงหมู่เกำะอันดำมันเชื่อว่ำมนุษย์เกิดมำจำกกอไผ่ ในต ำนำนของชำวมำเลเซียมีชำย คนหนึ่งนอนฝันเห็นหญิงสำวสวยในกอไผ่เมื่อเขำตื่นขึ้นไปค้นหำและพบหญิงนั้นในกอไผ่ ในฟิลิปปินส์ชำวนำถือว่ำ ไผ่ไขว่กันท ำให้ดูมีเสน่ห์ ในญี่ปุ่นถือว่ำป่ำไผ่รอบๆ Shinto จะช่วยป้องกันภูตผีปีศำจ ถือว่ำเป็นไม้ที่ส ำคัญอันดับ สองรองจำกไม้สน ด้วยเหตุนี้ชำวญี่ปุ่นจึงใช้ไผ่ตกแต่งในห้องอำหำรหรือห้องรับรองในโรงแรมแบบพื้นบ้ำน
กำรจ ำแนกพันธุ์ไผ่ • กำรจ ำแนกพันธุ์ไผ่อำศัยลักษณะของกำรเจริญเติบโตของเหง้ำ รูปลักษณะของกำบหุ้มล ำและส่วนต่ำงๆ ของดอก เป็นเกณฑ์ที่ส ำคัญคือเหง้ำซึ่งเป็นส่วนของล ำต้นที่อยู่ใต้ดิน มีหน้ำที่เก็บสะสมอำหำรและส่งอำหำรไปเลี้ยงล ำไผ่ ตำ ข้ออยู่ข้ำงๆ เหง้ำจะพัฒนำเป็นหน่อและล ำไผ่ในที่สุด โดยมีกำรจ ำแนกไผ่ตำมกำรเจริญเติบโตของเหง้ำ 3 ลักษณะ คือ • ระบบเหง้ำกอ (sympodial หรือ pachymorph rhizome) หน่ออ่อนจะแทงยอดออกมำจำกตำเหง้ำที่มีอยู่หลำย ตำแต่จะมีเพียงหน่อเดียวที่เจริญเติบโตต่อไป เหง้ำใต้ดินจะมีขนำดใหญ่และสั้น หน่ออ่อนที่แทงออกมำจะเบียดกัน ด้ำนนอกกอที่แน่นทึบโดยมีล ำแก่อยู่ข้ำงในกอ • ระบบเหง้ำล ำเดี่ยว (monopodial หรือ leptomorph rhizome) ล ำอ่อนแตกมำจำกตำของเหง้ำใต้ดินเพียงบำง ตำ ตรงส่วนของปลำยเหง้ำที่เจริญออกเป็นหน่อใหญ่ เหง้ำมีระยะยำว แตกออกเป็นล ำใหญ่ในปีต่อไปเรื่อยๆ เหง้ำ และล ำจึงไม่อยู่ร่วมกัน • ระบบเหง้ำผสม (intermediate หรือ metamorph rhizome) ในระบบนี้จะมีทั้ง 2 แบบ ดังกล่ำวข้ำงต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภำพควำมผันแปรของสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
ประโยชน์ของไผ่ • เพื่อใช้เป็นอำหำรพื้นบ้ำน • เพื่อประโยชน์กำรใช้สอยในครัวเรือนในชีวิตประจ ำวัน • เพื่อเพิ่มรำยได้ให้แก่ครอบครัวในระดับท้องถิ่น • ก่อให้เกิดกำรสร้ำงงำน ในด้ำนกำรเก็บหำ กำรผลิต และกำรขนส่ง • พัฒนำเป็นสินค้ำส่งออก ท ำรำยได้ให้แก่ประเทศ • ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หำกมีกำรจัดกำรอย่ำงถูกต้อง
• ไผ่มีควำมส ำคัญในแง่เศรษฐกิจ-สังคมต่อคนไทยในชนบทมำช้ำนำน ไผ่ใช้ประโยชน์ได้อเนกประสงค์ทั้งทำงตรง และทำงอ้อม เริ่มตั้งแต่รำกซึ่งเป็นระบบรำกฝอยประสำนกันอย่ำงเหนียวแน่นช่วยยึดติดตำมไหล่เขำและริมห้วย ไว้ไม่ให้พังทะลำย ดินขุยไผ่มีลักษณะร่วนโปร่งเบำเหมำะกับกำรปลูกพืชพิเศษบำงชนิด • กำรใช้ประโยชน์ไผ่ทำงตรง อำทิเช่น รำกใช้ประดิษฐ์เครื่องประดับ หน่อใช้รับประทำน ล ำใช้ท ำหัตถกรรมจัก สำน ท ำโป๊ะ ท ำที่ค้ำงผักและผลไม้ใช้ในงำนด้ำนก่อสร้ำง อุตสำหกรรมกระดำษ และ อุตสำหกรรมไหมเทียม ใบ ใช้เป็นภำชนะห่อของและมุงหลังคำ เป็นต้น
อุตสำหกรรมไผ่ • ไผ่อัด เป็นกำรผสมผสำนด้ำนกำรใช้ประโยชน์ระหว่ำงไผ่กับกำว ทั้งนี้เพื่อเพิ่มควำมสวยงำมและควำมทนทำนของผลิตภัณฑ์ แผ่นไผ่อัด ใช้ผลิตเครื่องเรือนต่ำงๆ และส ำหรับกำรตกแต่งภำยในอำคำรบ้ำนเรือน และใช้เพื่อแทนไม้แบบก่อสร้ำง ซึ่งมี สมบัติที่ดีคือเมื่อแห้งแล้วไม่ดูดน้ ำท ำให้สำมำรถน ำมำใช้ท ำแบบได้หลำยครั้ง (6-8 ครั้ง มำกกว่ำไม้แบบเดิมซึ่งได้เพียง 2 ครั้ง) • เยื่อกระดำษไผ่ ไผ่เป็นพืชที่มีเส้นใยยำวมำกจึงเหมำะสมต่อกำรน ำไปใช้ท ำกระดำษให้ผลผลิตเยื่อกระดำษสูงและได้กระดำษที่ มีคุณภำพดีมีโรงงำนที่ จังหวัดขอนแก่น (บริษัทพินิคซ์พัลพ์แอนด์เพเพอร์จ ำกัด) ใช้ไผ่รวกและไผ่ป่ำจ ำนวน 300,000 ต้น ต่อปีต้องใช้พื้นที่ในกำรปลูกไผ่ไม่น้อยกว่ำ 150,000 ไร่แต่ส่งเสริมกำรปลูกได้เพียง 6,000 ไร่เท่ำนั้น (2535) (นอกจำกนี้ยัง ใช้ปอและไม้ยูคำลิปต์เป็นวัตถุดิบด้วย) จังหวัดกำญจนบุรี (บริษัทสยำมครำฟท์ จ ำกัด) รับซื้อไผ่รำคำ 800 บำท/ตัน (นอกจำกนี้ยังใช้ไม้ยูคำลิปตัสเป็นวัตถุดิบด้วย) จังหวัดพิษณุโลก ใช้ไผ่ท ำกระดำษไหว้เจ้ำส่งต่ำงประเทศ เป็นต้น • ไผ่รวกดัด เพื่อกำรส่งออกไม่มีกำรแปรรูปแต่อย่ำงใด เพียงแต่ผ่ำนกรรมวิธีบำงอย่ำงเพื่อรักษำเนื้อไม้และแบ่งคุณภำพเท่ำนั้น โดยเสียภำษีกำรส่งออกเพียง 5 % ของรำคำส่งออก (ไผ่ชนิดอื่น ๆ และไม้จะเสียภำษีกำรส่งออกถึง 40 % ของรำคำส่งออก (2535)) รำคำไผ่รวกล ำละ 0.70-1.50 บำท ขึ้นอยู่กับขนำดและควำมยำว ที่เหมำะสมควรมีอำยุ 1 ปีขึ้นไปเพื่อให้กำรอำบ น้ ำยำป้องกันมอดและแมลงได้ผลดี ประเทศที่ส่งไป ได้แก่ ประเทศแถบยุโรป เช่น อิตำลี เยอรมัน ซึ่งส่วนใหญ่น ำไปใช้ ประโยชน์ในด้ำนกำรเกษตร ส่วนแถบตะวันออกกลำงและปำกีสถำนนิยมน ำไปใช้ประโยชน์ในด้ำนกำรสร้ำงบ้ำนเรือน เต้นท์ ทหำร กระโจมที่พัก เป็นต้น
• เข่งไผ่ เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมประเภทหนึ่งในระดับอุตสำหกรรมครัวเรือน โดยน ำผิวของไผ่มำ จักตอกเป็นเส้นแล้วน ำมำจัก สำนขึ้นรูป ไผ่ที่ใช้คือไผ่รวกและไผ่นวล • ตะเกียบไผ่ ใช้ไผ่ซำง โรงงำนผลิตมีที่ จังหวัดกำญจนบุรี(โรงงำนเควีเอ็มเปเปอร์) และ จังหวัดล ำปำง เป็นต้น เครื่องจักรท ำ ตะเกียบมีกำรพัฒนำส่งเสริมโดยกรมส่งเสริมอุตสำหกรรม (รำคำประมำณ 8 หมื่นบำท) ทั้งนี้เพื่อลดกำรน ำเข้ำเครื่องจักรจำก ไต้หวัน ญี่ปุ่น ไผ่ที่ใช้คือไผ่นวล ที่มีอำยุ 2-3 ปีขึ้นไป และเป็นล ำใหญ่มีเส้นผ่ำศูนย์กลำงตั้งแต่ 8 เซนติเมตรขึ้นไป (จังหวัด กำญจนบุรีมีกำรน ำไผ่จำกพม่ำมำใช้ด้วย) • ไม้จิ้มฟัน เป็นอุตสำหกรรมขนำดเล็ก ใช้ไผ่ซำง มีกำรผลิตที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดล ำพูน จังหวัดชัยนำท เป็นต้น (ไม้จิ้ม ฟันที่ผลิตมำจำกไม้ปอ ไม้งิ้ว และยำงพำรำ มีข้อเสียคือเปรำะและหักง่ำย) • ไม้ซีก เป็นกำรผ่ำไผ่เป็นซีก ใช้ท ำคอกสัตว์หรือส่งโรงงำนท ำไม้จิ้มฟัน ตะเกียบ ไม้เสียบลูกชิ้น ไม้เสียบไก่ย่ำง ไม้เสียบดอกไม้ เป็นต้น ไม้ซีกมี2 ลักษณะ คือ ไผ่ผ่ำซีก (จังหวัดล ำปำง เรียกว่ำไม้สะลำบ) โดยน ำไผ่มำซอยตำมยำวและตัดเป็นซีก แต่ละ ล ำซอยได้ประมำณ 8-10 ซีก ตัดเป็นท่อน ยำวประมำณ 1-2.5 เมตร ขึ้นไป มัดหนึ่งมีไผ่50 ซีก โดยปกติไม้ซีก 1 มัด ใช้ไผ่2 ล ำ ไม้ซีกอีกลักษณะหนึ่ง คือ ไม้ตะเกียบ เป็นไม้ซีกขนำดเล็ก ควำมยำวตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ขึ้นไป ไผ่แทบทุกชนิดสำมำรถ ท ำเป็นไม้ซีกได้ส่วนใหญ่นิยมไผ่นวล • หัตถกรรมจักสำนอื่นๆ ไผ่หลำยชนิดใช้ท ำหัตถกรรมเครื่องจักสำนได้ ถือเป็นศิลปะพื้นบ้ำน เพื่อใช้สอยในครัวเรือนของ ชีวิตประจ ำวัน เช่น กระด้งฝัดข้ำว ตะแกรงร่อนข้ำว ฝำชีกระบุง ตะกร้ำ กระจำด กระเป๋ำ ครุ เป็นต้น ไผ่สีสุก เป็นไผ่ที่นิยม ใช้จักสำนมำกที่สุด โดยเลือกอำยุ 2-3 ปี ซึ่งจักตอกได้ง่ำย (ถ้ำอ่อนเกินไปจะไม่ทนทำน ถ้ำแก่เกินไปเส้นตอกจะหักง่ำย) หัตถกรรมไผ่ที่ส่งออก เช่น มู่ลี่ กันแดด ที่ จังหวัดกำญจนบุรีหัตถกรรมไผ่ที่มีฝีมือประณีต ที่ อ ำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ใช้ไผ่นวล ซึ่งล ำปล้องยำวถึง 1 เมตร มีเนื้อเหนียว หักยำก
กำรขยำยพันธุ์ไผ่ • โดยทั่วไปกำรขยำยพันธุ์ไผ่นอกจำกกำรเพำะจำกเมล็ดไผ่แล้ว จะท ำกำรขยำยพันธุ์โดยกำรแยกล ำพร้อมเหง้ำ กำรปักช ำส่วนของล ำ กำรปักช ำกิ่ง กำร แยกกอขนำดเล็ก และกำรตอนกิ่ง • ไผ่สำมำรถขยำยพันธุ์ได้5 วิธี(กิสณะ และสุพล, 2548) คือ กำรขยำยพันธุ์ด้วยกำรเพำะเมล็ด เพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แยกเหง้ำ ช ำปล้อง และกำร ขยำยพันธุ์โดยกำรปักช ำแขนง ซึ่งมีวิธีท ำดังนี้ • กำรเพำะเมล็ด • ไผ่เมื่อหมดอำยุขัยจะออกดอกและตำยสำมำรถน ำเมล็ดไผ่ที่ได้ไปท ำกำรเพำะต่อไปโดยวิธีกำรดังนี้ • 1.1 กำรเก็บเมล็ดพันธุ์ • เมล็ดไผ่เมื่อแก่จัดจะร่วงลงพื้น ให้ท ำควำมสะอำดหรือถำงโคนต้นให้เตียน เพื่อควำมสะดวกในกำรรวบรวมเมล็ดไผ่ หรือใช้วัสดุหรือตำข่ำย รองรับเมล็ดพันธุ์ไผ่ กรณีเขย่ำต้นให้เมล็ดร่วงจำกต้น • รวบรวม เมล็ดพันธุ์ไผ่ที่ได้ ท ำกำรฝัดด้วยกระด้งจะได้เมล็ดที่สมบูรณ์ • น ำเมล็ดที่สมบูรณ์มำขัด นวดเอำเปลือกออกโดยใช้พื้นรองเท้ำแตะฟองน้ ำ ขัดนวดเมล็ดบนกระด้ง และฝัดเอำเปลือกออก • น ำเมล็ดที่ได้ไปผึ่งแดด ประมำณ 1 แดด จึงน ำไปเพำะได้ เพื่อป้องกันแมลงและไม่ควรเก็บเมล็ดไว้เกิน 1 เดือน เพรำะจะท ำให้เปอร์เซ็นต์ควำม งอกลดลง
• 1.2 วิธีกำรเพำะกล้ำไผ่ • เมล็ดไผ่ที่จะเพำะ ให้ขัดเอำเปลือกนอกออกก่อน เพื่อให้เมล็ดงอกเร็วและเติบโตอย่ำงสม่ ำเสมอ • น ำเมล็ดไปแช่น้ ำ 2 คืน หรือแช่เมล็ดด้วยน้ ำอุ่นประมำณ 2 ชั่วโมงแล้วแช่น้ ำอีก 1 คืน • น ำเมล็ดขึ้นจำกน้ ำ แล้วห่อหุ้มเมล็ดด้วยผ้ำรดน้ ำให้ชื้นอยู่เสมอประมำณ 2 คืน เมล็ดจะเริ่มงอก • น ำเมล็ดที่เริ่มงอกไปลงแปลงเพำะที่มีขี้เถ้ำแกลบผสมดินและทรำยรองพื้นหนำประมำณ 4 นิ้ว หว่ำนเมล็ดแล้วกลบด้วยดินหนำประมำณ 1 เซนติเมตร คลุมแปลงด้วยวัดสุคลุมดิน เช่น หญ้ำแห้ง และฟำงข้ำว • ท ำกำรย้ำยกล้ำ ภำยหลังจำกกำรเพำะลงแปลงแล้วประมำณ 15 วัน ซึ่งต้นกล้ำไผ่จะมีควำมสูงประมำณ 2-3 นิ้ว ย้ำยกล้ำที่แข็งแรงลง ถุงเพำะและอนุบำลไว้ในเรือนเพำะช ำ หรือในที่ร่มร ำไร ประมำณ 6-8 เดือน ก็น ำไปปลูกต่อไป • กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ • เรำสำมำรถใช้ต้นกล้ำไผ่ที่ได้จำกกำรเพำะเมล็ดมำเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นกำรน ำต้นกล้ำมำขยำยพันธุ์ให้ ได้ปริมำณมำก ๆ เพื่อแก้ปัญหำกำรขำดแคลนต้นพันธุ์ ตลอดจนกำรแก้ไขปัญหำต้นพันธุ์ที่มำจำกกำรเพำะ ช ำกิ่งแขนงออกดอกและตำย เพรำะกิ่งแขนงที่น ำมำจำกต้นแม่ที่มีอำยุมำกพร้อมที่จะออกดอกกิ่งแขนงนั้น จะมีอำยุเท่ำกับต้นแม่ ฉะนั้นเมื่อต้นแม่ออกดอก กิ่งแขนงที่น ำไปปลูกจะออกดอกตำยด้วยเช่นกัน
• กำรขยำยพันธุ์โดยกำรแยกกอ เหง้ำ • กำรขยำยพันธุ์วิธีนี้จะต้องคัดเลือกเหง้ำที่มีอยู่ 1-2 ปีจะตัดให้ตอสูงประมำณ 50-80 เซนติเมตร แล้วท ำ กำรขุดเหง้ำกับตอออกจำกกอแม่เดิม โดยระวังอย่ำให้ตำที่คอเหง้ำแตกเสียหำยได้ เพรำะตำนี้จะแตกเป็น หน่อต่อไป ส่วนหน่อขนำดเล็กที่ขุดขึ้นมำ สำมำรถแยกกอไปปลูกได้เช่นกัน กำรขยำยพันธุ์วิธีนี้จะได้เหง้ำ แม่ที่สะสมอำหำรอยู่มำกจึงมีอัตรำกำรอดตำยสูงท ำให้หน่อแข็งแรงและได้หน่อเร็วกว่ำวิธีขยำยพันธุ์โดย กำรใช้กิ่งแขนงหรือล ำ ได้พันธุ์ตรงกับสำยพันธุ์เดิม • กำรขยำยพันธุ์โดยใช้ล ำ • กำรขยำยพันธุ์วิธีนี้จะต้องท ำกำรคัดเลือกล ำที่มีอำยุประมำณ 1 ปีแล้วน ำมำตัดเป็นท่อนๆ โดยให้แต่ละ ท่อนมี1 ข้อ ซึ่งกำรใช้ท่อนตัด 1 ข้อ จะต้องตัดตรงกลำงและให้รอยตัดทั้งสองห่ำงจำกข้อประมำณ 1 คืบ และควรเป็นล ำที่มีแขนงติดอยู่โดยจะต้องตัดให้แขนงเหลือยำวประมำณ 1 คืบด้วย จำกนั้นจึงน ำไปช ำใน แปลงเพำะช ำ โดยวำงให้ข้ออยู่ระดับดินและให้ตำหงำยขึ้น ระวังอย่ำให้ตำได้รับอันตรำย แล้วใส่น้ ำลงใน ปล้องไผ่ให้เต็ม และคอยเติมน้ ำให้อยู่เต็มอยู่เสมอ • กำรเพำะวิธีนี้จะต้องหมั่นดูแลรดน้ ำให้ควำมชุ่มชื่นอยู่เสมอหลังจำกนั้นประมำณ 2-4 สัปดำห์จะพบหน่อ และรำกแตกออกมำ เมื่อหน่อแทงรำกแข็งแรงเต็มที่ ประมำณ 6-12 เดือน จึงท ำกำรย้ำยปลูกได้
• กำรขยำยพันธุ์โดยใช้กิ่งแขนงปักช ำ • กิ่งแขนง คือ กิ่งที่แยกออกจำกล ำต้นไผ่ตรงบริเวณข้อ ซึ่งโคนกิ่งแขนงจะมีรำกงอกเห็นได้เด่นชัด โดยมีกำร คัดเลือกดังนี้ • ให้เลือกรำกของกิ่งแขนงที่มีสีน้ ำตำลหรือน้ ำตำลอมเหลืองและมีรำกฝอยแตกจำกรำกแขนงแล้ว • ให้เลือกกิ่งแขนงที่ใบยอดคลี่แล้ว และกำบหุ้มตำหลุดหมดแล้วเช่นกัน • ให้เลือกกิ่งแขนงที่มีอำยุ 4-6 เดือน ถ้ำเป็นกิ่งค้ำงปียิ่งดี
ขั้นตอนในกำรปักช ำกิ่งแขนง เมื่อได้คัดเลือกกิ่งแขนงแล้ว ท ำกำรตัดแยกกิ่งแขนงออกจำกล ำไผ่ จำกนั้นตัดปลำยกิ่งออก ให้เหลือยำว 80-100 เซนติเมตร กำรปักช ำควรจะท ำในปลำยฤดูฝนหรือในรำวเดือนกันยำยน-ตุลำคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีกิ่งแขนงมำก
อ้ำงอิง • https://www.bamboofarm.org/about-bamboo/ • https://www.wonderfulpackage.com/article/v/427/
จัดท ำโดย นำงสำวธรำภรณ์ ค ำศิริ เลขที่ 20 รหัสนักศึกษำ 66402012045 แผนก กำรบัญชี