The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครู ภราดา สอนสังคม, 2021-02-23 17:59:37

อุปสงค์อุปทาน

อุปสงค์อุปทาน

อปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน

ลกั ษณะของเส้นอปุ สงค์

เสน้ อุปสงค์ (Demand Curve) จะมลี กั ษณะเป็นเส้นตรงลาดลงจากซ้ายมาขวา ความชัน
(slope) ของเส้นเป็นลบ เน่ืองจากราคาและปริมาณความตอ้ งการซื้อมีความสัมพนั ธ์ใน
ทิศทางตรงกันข้าม

อปุ สงคส์ ว่ นบุคคล (Individual Demand) และอุปสงค์ตลาด (Market Demand)

ในการพิจารณาอุปสงค์ ถา้ พจิ ารณาความสมั พันธ์ระหวา่ งราคาสินคา้ กับปรมิ าณสินค้าท่ี
ผบู้ ริโภคคนใดคนหน่งึ ตอ้ งการ เรียกอปุ สงคน์ ั้นว่า “อปุ สงค์สว่ นบคุ คล (Individual
Demand)” แต่ถ้าพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหวา่ งราคาสินค้ากับปริมาณสินค้าที่
ผูบ้ รโิ ภคทงั้ หมดในสังคมหนึง่ ๆ ต้องการซ้อื เรียกอปุ สงคน์ ้ันว่า “อปุ สงค์ของตลาด
(Market Demand)”

การเปล่ียนแปลงของเส้นอปุ สงค์

การเปลี่ยนแปลงของอุปสงคส์ ามารถเปล่ยี นแปลงได้ 2 แบบคือ

การเปลี่ยนแปลงปริมาณของอปุ สงค์ (Change in quantity demand) เป็นการ
เปลี่ยนแปลงอปุ สงค์เนื่องจากราคาสินค้าชนิดน้นั เปล่ยี นแปลงไป ภายใตข้ ้อสมมตุ ิปจั จัย
อนื่ ๆ ท่ีกาหนดอุปสงค์คงท่ี การเปลยี่ นแปลงปริมาณของอุปสงค์จะทาใหป้ รมิ าณการ
เสนอซอื้ เปลีย่ นแปลงอยู่บนเสน้ อุปสงค์เส้นเดิม ถา้ พจิ ารณาจากกราฟ การเปลี่ยนแปลง
ของอปุ สงค์ ดงั กล่าวจะเปน็ การเปล่ยี นแปลงในลกั ษณะของการเคล่ือนไหวอยู่ภายในเส้น
อุปสงคเ์ ส้นเดิมจาก จดุ หน่ึงไปยงั อีกจดุ หนงึ่ การเปลย่ี นแปลงระดับอุปสงค์ (Change in
demand) เป็นการเปล่ียนแปลงอปุ สงคเ์ นือ่ งจากปัจจัยอ่ืนๆ ที่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ อปุ สงค์ เชน่
รายได้ ราคาสินค้าชนดิ อ่นื ท่ีเก่ยี วข้อง เปลีย่ นแปลง ภายใตข้ อ้ สมมุตริ าคาสนิ ค้าชนิดน้ัน
คงที่ และสง่ ผลให้เส้นอุปสงคเ์ กิดการเคลอ่ื นย้ายไปจากเส้นเดิม ถ้าผลการเปลีย่ นแปลง
ทาให้อปุ สงค์เพม่ิ ข้ึนเส้นจะเลื่อนระดับไปดา้ นขวามอื ของเสน้ เดิม และถ้ามีผลใหอ้ ุปสงค์
ลดลงเส้นจะเล่อื นระดบั ไปทางซ้ายมือของเส้นเดิม ถ้าพิจารณาจากกราฟ การ
เปล่ยี นแปลงอปุ สงคด์ ังกลา่ วจะเป็นการเปล่ยี นแปลงในลกั ษณะของการเคล่อื นย้ายเสน้
อปุ สงคไ์ ปท้งั เส้นจากเส้นเดิมไปสู่เส้นใหม่ โดยถ้าเส้นอปุ สงคเ์ คลอ่ื นยา้ ยไปทางขวาของ
เส้นเดมิ แสดงว่าอุปสงค์เพม่ิ ข้ึน ถ้าเคล่ือนย้ายไปทางซา้ ยแสดงว่าอปุ สงค์ลดลง

ความหมายและประเภทของอปุ ทาน

ความหมายของอปุ ทาน

อุปทาน (supply) หมายถึงปรมิ าณความตอ้ งการเสนอขายสินค้าหรอื บริการชนดิ ใดชนิด
หนึง่ ทีผ่ ู้ผลิตหรือผ้ปู ระกอบการมคี วามเตม็ ใจท่ีจะเสนอขาย และสามารถจัดหามาขาย
หรือใหบ้ รกิ ารได้ในขณะใดขณะหน่งึ ณ ระดับราคาตา่ งๆท่ีตลาดกาหนดมาให้ จาก
ความหมายของอุปทาน จะเหน็ ได้วา่ อุปทานประกอบดว้ ย 2 ส่วนสาคัญ คือ

1. ความเต็มใจทจ่ี ะเสนอขายหรือให้บริการ (willingness) กล่าวคอื ณ ระดับราคา
ต่างๆ ที่ตลาดกาหนดมาให้ ผู้ผลติ หรือผปู้ ระกอบการมคี วามยินดีหรือเต็มใจทีจ่ ะเสนอ
ขายสินคา้ หรอื ให้บรกิ ารตามความตอ้ งการซื้อของผบู้ ริโภค

2. ความสามารถในการจดั หามาเสนอขายหรือใหบ้ รกิ าร (ability to sell) กล่าวคอื
ผู้ผลติ หรือผู้ประกอบการจะตอ้ งจดั หาให้มีสินคา้ หรอื บรกิ ารอย่างเพยี งพอท่จี ะ
ตอบสนองความตอ้ งการซอ้ื ของผบู้ ริโภค ณ ระดบั ราคาของตลาดในขณะนั้นๆ (สามารถ
เสนอขายหรอื ให้บริการได)้

เมือ่ กลา่ วถงึ คาว่า อปุ ทาน จะเป็นการมองทางด้านของผ้ผู ลติ ซ่ึงตรงข้ามกับอปุ
สงคท์ เ่ี ป็นการมองทางด้านของผู้บริโภค ในทางเศรษฐศาสตรแ์ ล้ว ความสมั พันธ์ของ
ราคาสนิ ค้าที่มีตอ่ อปุ ทานของสินค้าน้ันจะเป็นไปตามกฎของอุปทาน (Law of Supply)

ลกั ษณะการเปล่ยี นแปลงของเส้นอุปทาน

กฎอุปสงคแ์ ละกฎอุปทาน อธิบายถึงความสมั พันธ์ระหวา่ งราคาและปริมาณ
สินคา้ เมือ่ ปัจจยั อื่นๆ คงท่ี หากปัจจัยอน่ื เกิดความเปลีย่ นแปลง จะเกิดการเปล่ยี นแปลง
อุปสงคห์ รืออุปทาน คอื ปรมิ าณอุปสงคห์ รอื ปริมาณอปุ ทานจะมีการเพิ่มขน้ึ หรือลดลงที่
ทุกระดับราคา แสดงในแผนภมู ิในลกั ษณะของการเปลี่ยนแปลงเส้นอุปสงคห์ รืออุปทาน

ปัจจัยกาหนดอปุ สงค์สาคัญทม่ี ักกลา่ วถึงได้แก่ รายได้ ราคาของสินค้าอ่นื ท่เี กี่ยวข้อง
รสนยิ ม ความคาดหวัง จานวนผซู้ ื้อ ในขณะท่ีปัจจัยทกี่ าหนดอุปทานมักกลา่ วถงึ ตน้ ทุน
ปัจจยั การผลิต เทคโนโลยี ความคาดหวงั และจานวนผ้ขู าย

ดุลยของภาพตลาด

หมายถึง ภาวะที่เกิดจากราคามคี วามเหมาะสม ทาใหป้ ริมาณความต้องการซอื้
เท่ากบั ปริมาณความตอ้ งการขาย ทาให้สินคา้ หมดพอดี หรอื มหี ลักการดงั น้ี คอื ราคา
สนิ คา้ จะวง่ิ สดู่ ุลยภาพเสมอ ถ้าราคาเปล่ยี นปริมาณทผี่ ้บู รโิ ภคตอ้ งการท่ีจะซ้อื และที่
ผู้ผลติ ที่ต้องการขายกจ็ ะเปลย่ี นตาม

ถ้าร้าคาสินคา้ แพงเกินไป ต่อไปต้องลดลง

ถ้าราคาสินค้าถูกเกินไป ต่อไปตอ้ งแพงขึ้น

โดยกลไกราคา ในทางเศรษฐศาสตร์น้ันจะมขี อ้ ยกเวน้ ในการพิจารณา คือ ใช้ไมไ่ ดก้ บั
สินคา้ ทีเ่ ปน็ ทรัพยเ์ สรี และสนิ คา้ ที่ถกู จัดอย่ใู นกล่มุ ของเก่า เช่น ถ้วยสงั คโลก,รถเก่า
,พระเครือ่ ง และวตั ถโุ บราณ หรือทรพั ทย์เสรี ได้แก่ น้า ดิน เป็นตน้ ฯ

ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม กลไกราคา (Price Mechanism) เป็นสิ่งสาคญั ใน
การควบคุมอปุ สงคแ์ ละอปุ ทานในตลาดให้เกิดความสมดุล ถ้าอปุ สงค์และอุปทานไม่
เทา่ กนั จะมกี ารปรบั ตัวจนกระทง่ั เกิดสมดุลหรืออปุ สงคเ์ ทา่ กับอุปทาน ดลุ ยภาพจะไม่
เปลยี่ นแปลงตราบเท่าท่ีปัจจยั ท่ีกาหนดอปุ สงค์และอุปทานไม่เปล่ยี นแปลง ราคาสินค้า
ณ จุดท่ีอปุ สงค์เท่ากับอุปทานเรยี กว่า “ราคาดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium
Price)” ปริมาณสินค้า ณ จุดน้ันเรียกว่า“ปริมาณดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium
Quantity)” และเรียกจุดดงั กล่าวว่า “ดุลยภาพตลาด (Market Equilibrium)

ดุลยภาพตลาด คือ เส้นอปุ ทานและเส้นอุปสงค์ตัดกนั พอดี

คาศัพท์น่ารู้

การปลอ่ ยเสรี = Liberalization
แนวคิดหรอื นโยบายท่ีเปดิ โอกาสใหก้ ารดาเนินกิจกรรมตา่ งๆ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การ
ผลิตและการค้าเป็นไปอย่างเสรี ไมม่ กี ารผกู ขาดตัดตอนโดยรายหน่งึ รายใด ในแงข่ อง
การปล่อยเสรีภายในประเทศก็ คือ การยกเลิกระบบผกู ขาด ส่งเสริมให้มกี ารแขง่ ขันกัน
อยา่ งเตม็ ที ในระดบั สากล ก็คือการสง่ เสรมิ การค้าเสรี ลด หรือ ขจดั อุปสรรคหรอื ข้อกีด
ขวางทางการค้าทั้งทีอ่ ยู่ในรูปของภาษแี ละไม่ใช่ภาษี

หนสี้ ิน = Liability
โดยปกติมักหมายถงึ หนท้ี างการเงิน คือจานวนเงนิ ที่บคุ คลหรอื หนว่ ยธุรกิจมีหน้าท่ตี าม
กฎหมายทจี่ ะตอ้ งชาระให้แก่บุคคลอ่ืน รายการที่ถอื วา่ เปน็ หน้ีสินทางบัญชี ได้แก่ เจ้าหน้ี
การคา้ ค่าใช้จ่ายและภาษคี ้างจ่าย หุ้นกู้ เงินกู้ เป็นตน้

เงินเฟ้อข้ันสงู = Hyperinflation
ภาวะทร่ี ะดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพ่ิมขึน้ ในอัตราสงู หรอื เพิม่ ขนึ้ อย่างรวดเร็ว
กว่าปกติ (สงู กวา่ ร้อยละ 20 ตอ่ ปี ) ถ้าสงู มากๆ เชน่ ร้อยละ 100 ต่อปี อาจเรียกว่า เงิน
เฟ้ออยา่ งรนุ แรง

การแปลงหนี้ = Funding
ในความหมายเดิม หมายถึงการเปลยี่ นหนที้ ่ีไม่มกี าหนดระยะเวลา แต่ในปัจจุบันใช้ใน
ความหมายทก่ี ว้างกว่า ซ่ึงหมายถึงการเปล่ียนสถานะจากการก่อหนใี้ นระยะสัน้ มาเป็น
หน้ีในระยะปานกลางหรือระยะยาวเช่น การเปลี่ยนจากการออกตั๋วแลกเงนิ มาเป็นการ
ออกพันธบตั ร เป็นตน้

ตลาดเสรี = Free market
ตลาดสนิ ค้าหรือบริการที่มีการปล่อยใหพ้ ลังของอุปสงค์และอุปทานหรือกลไกตลาด เปน็
ตวั กาหนดราคาและปริมาณการซอื้ ขายอยา่ งเสรี โดยปราศจากการแทรกแซงใด ๆ จาก
รัฐบาล ระบบเศรษฐกจิ ทส่ี ่งเสรมิ ตลาดเสรีเรยี กว่าระบบเศรษฐกจิ แบบตลาดเสรี

ราคาลว่ งหน้า = Forward price
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลักทรพั ย์ หรือเงินตรา ท่ีกาหนดเอาไว้ในการตกลงซื้อขาย
ลว่ งหน้า เป็นราคาทผ่ี ู้ซื้อจะต้องจ่าย ณ วนั สง่ มอบหรือวันทไี่ ดต้ กลงกัน สาหรับราคา
ล่วงหน้าของการซอื้ ขายเงนิ ตราต่างประเทศมีชื่อเรียกเฉพาะว่า อัตราแลกเปลย่ี น
ลว่ งหน้า ราคาล่วงหน้าของสิง่ ของชนิดเดียวกนั อาจแตกต่างกันตามเวลาทีส่ ่งมอบและ
การต่อรองของผู้ซอื้ ขาย และราคานม้ี ักจะแตกต่างกบั ราคาซื้อขายทันที ซึ่งเป็นราคาท่ี
ตอ้ งสง่ มอบกันในปจั จุบัน

การเชอื่ มโยงไปข้างหน้า = Forward linkage
การที่หน่วยผลิตหรอื อุตสาหกรรมหนง่ึ มคี วามสมั พันธ์กับหน่วยผลิตหรอื อตุ สาหกรรม
อืน่ ในลกั ษณะทผี่ ลผลิตของหนว่ ยผลติ หรอื อุตสาหกรรมดงั กล่าว ถูกนาไปใช้เป็นปัจจยั
การผลิตของหนว่ ยผลิตหรอื อุตสาหกรรมอน่ื ตัวอย่างเชน่ อุตสาหกรรมทอผ้ามีการ
เชอื่ มโยงไปข้างหนา้ ยงั อุตสาหกรรมการผลติ เส้ือผ้าสาเร็จรปู เป็นตน้ ความสมั พันธใ์ น
ลกั ษณะตรงกันขา้ มน้เี รียกวา่ การเชื่อมโยงไปข้างหลงั

อัตราการแลกเปล่ียนล่วงหน้า = Forward exchange rate
อตั ราการแลกเปล่ียนหรอื ราคาของเงินตราสกุลหนง่ึ ๆ กับเงนิ ตราตา่ งประเทศทไ่ี ด้มกี าร
ตกลงแลกเปลย่ี นหรือซ้ือขายกนั ไว้ลว่ งหน้า โดยมกี ารระบุจานวนและวนั เวลาที่จะส่ง
มอบกนั เป็นท่แี น่นอนอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าน้อี าจแตกต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนทันที
ทเ่ี กดิ ข้นึ ณ วันซือ้ ขายเดยี วกนั การตกลงซอ้ื ขายเงินตราในอตั ราแลกเปล่ยี นลว่ งหนา้ ก็
เพือ่ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผนั ผวนของอัตราแลกเปลีย่ นที่จะเกดิ ขึ้นในอนาคต ใน
ขณะเดยี วกันก็ได้กลายมาเป็นเคร่ืองมืออันหนงึ่ ในการเก็งกาไรจากการซ้ือขายเงนิ ตรา
ตา่ งประเทศของนักเกง็ กาไรด้วยเชน่ กัน

การแปลงสภาพหน้ี = Debt conversion
การออกหุ้นหรอื พันธบัตรใหมเ่ พ่ือทดแทนหุ้นหรือพนั ธบตั รเก่าที่มีอตั ราดอกเบย้ี สงู กวา่
ทั้งน้ีเพอื่ ลดภาระหนใ้ี ห้น้อยลง การแปลงสภาพหน้ยี ังหมายถงึ การเปลยี่ นหุ้นกู้แปลง
สภาพไปเปน็ หุ้นสามัญ ซ่งึ ทาใหฐ้ านะของผ้ถู ือเปล่ยี นจากการเป็นเจ้าหน้ีบรษิ ัทไปเป็น
เจา้ ของบรษิ ัท

หน้ี = Debts
จานวนเงินหรือทรัพย์สินอ่ืนจานวนหนงึ่ ท่ีบคุ คลหนึง่ มีขอ้ ผกู พันวา่ จะจา่ ยให้แก่อกี บคุ คล
หนึ่ง หน้ีอาจเกิดข้ึนจากการกยู้ ืมเงิน การซือ้ สินคา้ หรอื บรกิ ารด้วยเงนิ เชอื่ หรือเงินผ่อน
เราอาจแบ่งประเภทของหนี้ตามประเภทลูกหนี้ เปน็ หนี้สาธารณะ และหนี้เอกชน หรือ
แบ่งตามแหลง่ ของผูเ้ ป็นเจา้ หนี้ เป็นหนภ้ี ายในประเทศ และหนีต้ ่างประเทศ

ห้นุ กู้ = Debenture
พันธบัตรหรอื ตราสารหน้ี ระยะยาวทีบ่ รษิ ทั ออกใหแ้ กผ่ ถู้ อื เพอื่ เป็นหลักฐานในการกู้ยืม
เงินของบรษิ ัทจากเจา้ ของเงนิ ทุน หุ้นกู้นี้มกั มีการกาหนดระยะเวลาในการชาระคืนและ
อัตราดอกเบยี้ ท่ีแน่นอน ไม่ว่าบริษัทจะมีกาไรหรอื ขาดทุน ดังน้ันเพือ่ เป็นหลักประกันว่า
ผ้ถู ือจะได้รับการชาระหน้ีคนื การออกหุ้นก้จู งึ ต้องมีมูลคา่ รวมไมเ่ กินทนุ ที่ชาระแล้วของ
บริษทั กรณที ี่รัฐบาลเป็นผู้ออกตราสารชนดิ นี้นิยม เรยี กวา่ พันธบัตร

เงนิ แพง = Dear money
ภาวะที่อัตราดอกเบยี้ สงู กว่าอัตราดอกเบ้ยี เฉลย่ี ในอดีต เนอื่ งจากอปุ ทานของเงนิ มนี ้อย
เมอ่ื เทยี บกับอุปสงคข์ องความต้องการถอื เงินภาวะทต่ี รงกนั ข้ามกบั เงินแพง
เรียกว่าเงินถกู


Click to View FlipBook Version