Past Tense Four Tense YUPPARAJ WITTAYALAI SCHOOL Mrs.Kanokwan Pummai M.4/6 No.15 Mark To Present To T.Manop
Past Tense list of contents Note : Past Simple 1 Past Continuous 5 Past Perfect 8 Past Perfect Continuous 10
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดแล้วและจบลงในอดีต สามารถมี Adverb of Time หรือ รื คำ กำ กับเวลาในประโยค Last night เมื่อคืน / Last month เดือนที่แล้ว Last year ปีที่แล้ว. / Last week อาทิตย์ที่แล้ว Ago ผ่านมาแล้ว / A long time ago เมื่อนานมาแล้ว An hour ago เมื่อชั่วโมงที่แล้ว / One year ago หนึ่งปีที่แล้ว Two months ago สองเดือนที่แล้ว / In 2020 ในปี 2020 In May ในเดือนมิถุนายน / On holiday ในวันหยุด On May 7th, 1998 ในวัน วั ที่ 7 มิถุนายน 1998 Example I met my girlfriend in 2019. ฉันเจอกับแฟนปี 2019 We got home very late last night. เรากลับบ้านดึกมากเลยเมื่อคืน We went to London for our holiday. เราไปลอนดอนในช่วงวันหยุด Past Simple
2. ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น ป็ ประจำ ในอดีต แต่ปัจ ปั จุบันเลิกทำ แล้ว มักมีคำ แสดงความถี่ Always ตลอด / Usually มักจะ / Often บ่อย ๆ Sometimes บางครั้ง / Normally โดยปกติแล้ว Generally โดยปกติแล้ว /. Frequently บ่อย ๆ Occasionally บางครั้ง / Never ไม่เคย / Rarely ไม่เคย Example I always went to school late last year. ฉันไปโรงเรีย รี นสายตลอดเลยเมื่อปีที่ ปี ที่ แล้ว I usually ate candy when I was young. ฉันมักจะกินลูกอมเมื่อตอนเป็น ป็ เด็ก I normally ate dinner with my family when I was young. ฉันกินข้าวเย็นกับครอบครัวตอนเด็ก ๆ
หลักการเติม -ed 1. กริยริาที่ลงท้ายด้วย e หรือ รื ie ให้เติม d ได้เลย เช่น dance ➜ danced (เต้น) move ➜ moved (ย้าย) close ➜ closed (ปิดปิ ) 2. กริยริาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็น ป็ พยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น ป็ i แล้ว เติม ed เช่น deny ➜ denied (ปฏิเสธ) try ➜ tried (พยายาม) apply ➜ applied (ยื่นสมัคร) ยกเว้น ว้ หน้า y เป็น ป็ สระ เติม -ed ได้เลย เช่น played 3. ถ้าหน้า y เป็น ป็ สระ ใหเติม ed ได้เลย เช่น play ➜ played (เล่น) stay ➜ stayed (พัก , อาศัย) obey ➜ obeyed (เชื่อฟัง ฟั) 4. กริยริาที่มีพยางค์เดียว ตัวสะกดเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดตัวท้ายอีก 1 ตัว แล้ว เติม -ed เช่น drop ➜ dropped (ตก) prefer ➜ preferred (ชอบมากกว่าว่ ) commit ➜ committed (ตกลง)
5. กริยริาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักที่พยางค์หลัง ให้เพิ่มตัวสะกดที่ลงท้าย อีก 1 ตัว แล้วเติม -ed เช่น admit ➜ admitted (ยอมรับ) control ➜ controlled (ควบคุม) occur ➜ occurred (เกิดขึ้น) 6. กริยริาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักที่พยางค์หน้า ไม่ต้องเพิ่มตัวสะกด อีก 1 ตัว แต่เติม -ed ได้เลย เช่น differ ➜ differed (แตกต่าง) cover ➜ covered (ปกปิดปิ ) suffer ➜ suffered (ทนทุกข์) Thank You : GLOBISH
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่กำ ลังดำ เนินอยู่ในอดีต ซึ่งเหตุการณ์ที่กำ ลังเกิดอยู่ใช้ Past Continuous (Subject + was,were + V.ing) เหตุการณ์ที่เข้ามา แทรกใช้ Past Simple (Subject + V.2) มักจะใช้กับคำ เชื่อมเหล่านี้ While ขณะที่ / As ขณะที่. / When เมื่อ Example เช่น While I was sleeping last night, my phone rang. เมื่อคืนขณะที่ฉันนอนหลับอยู่ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น As I was jogging. I saw Sam driving a car. ขณะที่ฉันกำ ลังวิ่งวิ่อยู่ ฉันเห็นแซมกำ ลังขับรถ 2. ใช้พูดถึง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดำ เนินไปพร้อมกันในอดีต มักจะใช้กับคำ เชื่อมเหล่านี้ While ขณะที่ / As ขณะที่ Example เช่น While he was sleeping, his mother was cooking. ขณะที่เขากำ ลังหลับ แม่ของเขากำ ลังทำ กับข้าว I was reading a book while my sisters were playing video games. ฉันกำ ลังอ่านหนังสือ ขณะที่น้องสาวของฉันกำ ลังเล่มเกม Past Continuous
3. ใช้เพื่อแสดงว่าว่กำ ลังเกิดเหตุการณ์นั้นนั้อยู่ในอดีต มักมีคำ กำ กับเวลา Last night เมื่อคืน / Last month เดือนที่แล้ว Last year ปีที่ ปี ที่ แล้ว / Last week อาทิตย์ที่แล้ว Two months ago สองเดือนที่แล้ว / In 2020 ในปี 2020 In May ในเดือนมิถุนายน / On holiday ในวันหยุด On May 7th, 1998 ในวันที่ 7 มิถุนายน 1998 / At 10 o’clock Example เช่น We were talking with Tom at 10 o’clock yesterday. เรากำ ลังคุยกับทอมตอนเมื่อวาน 10 โมง He was exercising at 9 o’clock yesterday. เขากำ ลังออกกำ ลังกายอยู่ตอนเมื่อวาน 9 โมงเช้า กริยริาที่ใช้กับ Past Continuous ไม่ได้ 1. กริยริาที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น believe เชื่อว่าว่ / love รัก / feel รู้สึก / suppose สมมติว่าว่ imagine นึกคิด / hate เกลียด / want อยาก, ต้องการ remember จำ ได้ / know รู้ / see เห็น, เข้าใจ / like ชอบ dislike ไม่ชอบ / think คิดว่าว่ / prefer ชอบมากกว่าว่ 2. กริยริาที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัสทั้งทั้ 5 เช่น appear ปรากฏ / hear ได้ยิน / look ดูเหมือนว่าว่ seem ดูเหมือนว่าว่ / smell ได้กลิ่น / taste รู้รส 3. กริยริาที่ใช้แสดงความเป็น ป็ เจ้าของ เช่น have มี / own ของ / belong เป็น ป็ ของ
Thank You : GLOBISH
1. ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจบลงก่อนจะใช้ Past Perfect ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดหลังจากนั้นนั้ ใช้ Past Simple ซึ่งตัวเชื่อมระห่าง 2 Tense นี้ ได้แก่ Before ก่อนที่จะ / After หลังจากที่ /Because เพราะว่า When เมื่อ / By the time ในตอนที่ Example เช่น The plane had left by the time I got to the airport. เครื่อ รื่ งบินได้ออกไปแล้วในตอนที่ฉันถึงสนามบิน She had established the company before 2020. เธอได้ก่อตั้งบริษัริษั ทก่อนปี 2020 2. ใช้ในประโยค Indirect speech หรือ รื Reported speech (ประโยครายงาน) โดย Past Perfect ใช้แทน Present Perfect และ Past Simple Example เช่น Past Simple เปลี่ยนเป็น Past Perfect ใน Indirect speech Direct speech ➜ She said, “I decided to leave earlier today.” เธอบอกว่า “ฉันตัดสินใจจะออกไปในเร็วขึ้นวัน วั นี้” Indirect speech ➜ She said that she had decided to leave earlier that day. เธอบอกว่าเธอตัดสินใจว่าจะออกไปให้เร็วขึ้นในวัน วั นั้น Part Perfect
3. ใช้ wish + Past Perfect เพื่อแสดงถึงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ ในอดีต Example เช่น I wished I had told the truth. ฉันหวังว่าว่ฉันจะได้บอกความจริงริ (แต่ในอดีตไม่ได้บอก) She wished she had seen her friend. เธอหวังว่าว่จะไดเจอเพื่อนของเธอ (แต่เธอก็ไม่ได้เจอในอดีต) Past Perfect กับ Persent Perfect ต่างกันยังไง Past Perfect ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลง ก่อนที่จะมีอีกเหตุการณ์ หนึ่งเกิดขึ้นตามหลัง ซึ่งทั้งทั้สองเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต แต่ Present Perfect ใช้กับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและยังดำ เนินมาถึงปัจ ปั จุบัน Example เช่น My sister had done her homework when I came in. น้องสาวของฉันทำ การบ้านเสร็จแล้วตอนฉันเข้าไป ใช้ Past Perfect ในประโยคแรกเพื่อให้รู้ว่าว่เหตุการณ์ที่น้องทำ การบ้าน เสร็จเกิดก่อน และใช้ Past Simple ในประโยคที่สองเพื่อให้รู้ว่าว่เหตุการณ์นี้ เกิดทีหลัง แต่ทั้งทั้สองเหตุการณ์เกิดในอดีตทั้งทั้คู่
Past Perfect Continuous Tense (Tense อดีตสมบูรณ์กำ ลังทำ ) Past พาสท= อดีต Perfect เพอเฟ็ค ฟ็ ท = สมบูรณ์ Continuous คอนทินิวอัส = ต่อเนื่อง I had been waiting for the train for three hours before it arrived at the station. ฉันได้รอคอยรถไฟเป็น ป็ เวลา(ตั้งตั้ ) 3 ชั่วชั่โมง (นะ) ก่อนที่มันจะมาถึงสถานี When the police arrived, we had been sleeping for five hours. เมื่อตำ รวจมาถึง พวกเราได้นอนหลับไปแล้ว (ตั้งตั้ ) ห้าชั่วชั่โมง(แน่ะ) หลักการใช้ ใช้บอกเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว เป็น ป็ ระยะเวลาหนึ่ง แล้วมีอีกเหตุการณ์เข้า มาแทรกกลางคัน หมายความว่าว่มันมีสองเหตุการณ์ (สอง Tense ) และต้องใช้ตามนี้ คือ 1.)เหตุการณ์ที่เกิดก่อนและกำ ลังเกิดขึ้นอยู่เป็น ป็ ระยะเวลาหนึ่ง (ใช้ Past Perfect Continuous Tense) 2.)เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ใช้ Past Simple Tense) ประโยคบอกเล่า Part Perfect Continuous ประธาน + had +been+ กริยริาช่องที่ 1 เติม ing / ประธาน +กริยริาช่องที่ 2
had not ย่อเป็น ป็ hadn’t แฮดดึนท แปลว่าว่ ไม่ I hadn’t been waiting for the train for three hours before it arrived at the station. I had been waiting for five hours. ฉันไม่ได้รอคอยรถไฟเป็น ป็ เวลา 3 ชั่วชั่โมง (นะ) ก่อนที่มันจะมาถึงสถานี ฉันรอตั้งตั้ 5 ชั่วชั่โมง (ต่างหาก) ประโยคปฏิเสธ โครงสร้าง I,He, She, It, A cat, had not been waiting You, We, They, Cats Had you been waiting for the train for three hours before it arrived at the station? คุณได้รอคอยรถไฟเป็น ป็ เวลา(ตั้งตั้ ) 3 ชั่วชั่โมง ก่อนที่มันจะมาถึง ประโยคคำ ถาม โครงสร้าง I, he, she, it, a cat, Had been waiting you, we, they, cats การสร้างประโยคคำ ถามก็เป็น ป็ ไปตามกกฎที่ว่าว่ถ้ามีกริยริาช่วย (24 ตัว) อยู่ในประโยคให้เอาขึ้นหน้าประธาน สถานีใช่ไหม Yes, I had. / No, I hadn’t. ใช่แล้ว /ไม่ใช่