คำนำ วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต3อดีตจนถึงป8จจุบันล<วนเกี่ยวข<องกับพรรณไม<มาโดย ตลอด สังเกตได<จากสิ่งที่ใช<ในชีวิตประจำวัน เครื่องประทินผิว เครื่องหอมที่มาจาก พรรณไม< การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมทางศาสนาตามคติความเชื่อแต3ละบุคคล (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๒๐-๒๑) นอกจากนี้ยังมีการนำดอกไม<มาเปZนสิ่งแทน ความหมายทางความรู<สึกหรือความจริงบางประการ ในทางสัญวิทยาพบว3าดอกไม< สามารถสื่อความหมายที่ลึกซึ้งและมีการใช<ความหมายแฝงที่สลับซับซ<อน เช3น ดอกบัว ใช<ในการบูชาพระพุทธ เนื่องจากว3า ดอกบัวเปZนดอกไม<ในพุทธประวัติ กล3าวคือ เมื่อพระพุทธเจ<าประสูติมีดอกบัวมารองรับฝ^าพระบาท จึงทำให<ดอกบัวเปZนสัญลักษณ` แสดงถึงความบริสุทธิ์ในการบูชาพระพุทธศาสนา ดอกไม<มีความผูกพันกับคนไทยมายาวนาน สะท<อนให<เห็นถึงความสำคัญ ของดอกไม<ทั้งในด<านชีวิตประจำวันและคติความเชื่อ และยังพบว3ากวีไทยมีการใช< ดอกไม<เปZนสัญลักษณ`เพื่อสื่อถึงสิ่งต3าง ๆ ผ3านวรรณกรรม โดยมักจะเปรียบถึงความ งดงามของดอกไม< กับความงดงามของสตรี ผ3านกลวิธีการประพันธ`ที่หลากหลาย เช3น การใช<สำนวนในการถ3ายทอดความหมายทั้งโดยตรงและความหมายแฝง แสดงให<เห็น ถึงความสามารถทางด<านวรรณศิลปcชั้นยอดของกวีไทย บทประพันธ`กล3าวมาข<างต<นนั้นหลายบทถูกนำมาบรรจุเปZนคำร<องของ เพลงไทย ไม3ว3าจะเปZนบทขับร<องที่เกี่ยวกับการชมความงามของธรรมชาติ การชมป^า ชมสวน พรรณไม<และดอกไม< ทางคณะผู<จัดการแสดงจึงนำบทเพลงที่มีความหมาย เกี่ยวข<องกับการชมดอกไม< และการเปรียบเทียบความงดงามของสตรีผ3านบทเพลง ต3าง ๆ ที่ถ3ายทอดความไพเราะของวรรณศิลปcและดุริยางคศิลปcผ3านการบรรเลง ดนตรีไทย วงเครื่องสายผสมขิม โกโตะ และซามิเซ็ง วงมโหรี วงเครื่องสายผสมเปdยโน วงปdeพาทย`ไม<นวมผสมจะเข< และวงเครื่องสายวงเล็ก ภายใต<หัวข<อ "ดอกไม)ในสวนขวัญ"
รายการแสดง ๑. เพลงโหมโรงอาทิตย`อุทัย วงเครื่องสายผสมขิม โกโตะ และซามิเซ็ง ๒. เพลงสมิงทอง-จำปานารี วงมโหรี ๓. เพลงสุดาสวรรค` เถา วงเครื่องสายผสมเปdยโน ๔. การแสดงฟkอนมาลัย วงปdeพาทย`ไม<นวมผสมจะเข< ๕. เพลงแขกลพบุรี ๓ ชั้น วงเครื่องสายเครื่องคู3
อธิบายรายการแสดง ๑. เพลงโหมโรงอาทิตยBอุทัย เพลงโหมโรงอาทิตย`อุทัย เปZนเพลงไทยสำเนียงญี่ปุ^นที่ประพันธ`ขึ้นโดย ศาสตราจารย` ดร.บุษกร บิณฑสันต` แรงบันดาลใจในการประพันธ`เพลง โหมโรงอาทิตย`อุทัย เกิดจากการที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ`กับประเทศญี่ปุ^น ในช3วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจ ที่รู<จักกันในชื่อ "วิกฤติต<มยำกุ<ง" สุทิน สายสงวนและคณะ ได<อธิบายถึงบทบาทของญี่ปุ^นต3อประเทศไทยไว< ความว3า ประเทศญี่ปุ,นได0ช2วยเหลือประเทศไทยในวิกฤตการณ@การเงินในเอเชีย พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือวิกฤตต0มยำกุ0ง โดยการรักษาสถานะคู2ค0าอันดับต0น ๆ ของไทย การ ให0ความช2วยเหลือด0านการเงินผ2าน IMF การจัดสรรเงินช2วยเหลือแก2ไทยภายใน โครงการมิยาซาวา การรับประกันการค0า การให0ความช2วยเหลือแบบให0เปล2า การให0 ความร2วมมือทางวิชาการ และการเป\นตลาดแรงงาน โดยความช2วยเหลือเหล2านี้มี มูลค2าสูงกว2า ๑๔,๐๐๐ ล0านดอลลาร@สหรัฐ ทั้งนี้มีจุดประสงค@เพื่อให0ประเทศไทยฟbcน ตัวจากวิกฤตการณ@โดยเร็ว (สุทิน สายสงวน และคณะ, ๒๕๔๕, น. ๔๒-๔๕) ผู<ประพันธ`ต<องการสื่อถึงความสัมพันธ`ที่ดี จึงนำเพลงซากุระ ซึ่งเปZนบทเพลง พื้นเมืองดั้งเดิมของญี่ปุ^นมาประพันธ`ใหม3ในรูปแบบเพลงไทยประเภทเพลงโหมโรง สำหรับเพลงโหมโรงอาทิตย`อุทัย มี ๖ ท3อน แต3ละท3อนมีลีลาที่แตกต3างกันไป เพื่อบรรยายถึงสภาพบรรยากาศ การเบ3งบานของดอกซากุระ การทักทาย การทำงาน การแสดงความคิดเห็นที่เห็นด<วยและแตกต3าง และการสังสรรค` ลักษณะทำนองมีทั้ง แบบการบังคับทางและลูกล<อ ลูกขัด มีการนำเพลงซากุระที่เปZนเพลงพื้นเมือง มาแทรกระหว3างกลางเพลงเพื่อให<มีกลิ่นอายความเปZนดนตรีญี่ปุ^น การแสดงในครั้งนี้ ใช<วงเครื่องสายผสมขิม โกโตะ และซามิเซ็ง โดยได<รับ ความกรุณาจากศาสตราจารย` ดร.ขําคม พรประสิทธิ์เปZนผู<ฝqกซ<อมและปรับวง
รายนามผู)บรรเลง ซอด<วง นายจิรภัทร พลศักดิ์ ซออู< นายศุภวิชญ` สุขเกษม ขลุ3ยเพียงออ นายสรรเพชญ แจ<งสว3าง ขิม นางสาวสุภณิดา ขุนภักนา โกโตะ นายกิตติศักดิ์ อยู3ยง ซามิเซ็ง นายภูร3องกล<า ลาภตระการ โทน รำมะนา นายวงษ`วรชาติ วงษ`พิทักษ` ฉิ่ง นางสาวปาณิศา ขำสุวรรณ กรับพวง นายพชร ดวงใหญ3
๒. เพลงสมิงทอง-จำปานารี เพลงสมิงทอง อัตรา ๒ ชั้น ของเก3า เปZนเพลงประเภทหน<าทับปรบไก3 มีท3อนเดียว มี ๖ จังหวะ เพลงที่มีลักษณะทำนองเช3นนี้มีอยู3ด<วยกัน ๓ เพลง คือ เพลงสมิงทอง เพลงสมิงทองมอญและเพลงสมิงทองแขก ใช<บรรเลงและขับร<อง ประกอบการแสดงละครและในตับเพลงต3าง ๆ เช3น ในตับมโหรีเรื่องสระบุหร3ง (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๙, น. ๓๑๙) เพลงจำปานารี อัตรา ๒ ชั้น ประเภทหน<าทับสองไม< มี ๕ ท3อน ใช<บรรเลง ต3อจากเพลงเรื่องแขกมอญ เฉพาะท3อนที่ ๔ และท3อนที่ ๕ ใช<ขับร<องบรรเลงในตับ สมิงทองมาแต3โบราณ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๙, น. ๑๑๔) บทขับร<องเพลงสมิงทอง-จำปานารี เปZนบทพระราชนิพนธ`ในสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ<า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระราชนิพนธ`ไว<เมื่อประมาณปd พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่อครั้งทรงมีพระราชกิจที่จะต<อง ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปยังท<องถิ่นกันดารและป^าเขาลำเนาไพร จึงได<ทรงใช<เนื้อหาเกี่ยวกับ ดอกไม<ในลำเนาไพร ในการแต3งบทร<องสำหรับเพลงเถาเพื่อส3งอาจารย`เด3นดวง พุ3มศิริ ในชั้นเรียนวิชา "วรรณคดีกับดนตรีไทย" ทั้งนี้จะเห็นได<ว3ากลอนบทแรกซึ่งเปZนกลอน สำหรับใช<ร<องเพลง ๓ ชั้นเปZนการพรรณนาภาพดอกไม<ในลำเนาไพรซึ่งเปZนการให< ภาพรวม ๆ ต3อมาในกลอนบทที่สองเนื้อความกล3าวถึงการกระทำ คือการนำดอกไม< มาปลูกในสวนศรีโดยตั้งพระทัยว3าจะดูแลดอกไม<อย3างดี ต3อมาในกลอนบทสุดท<าย ทรงใช<หลักที่ว3าเพลงชั้นเดียวเปZนการหักมุมเนื้อความจึงเปZนการตั้งข<อสงสัยว3า การนำดอกไม<ป^ามาเลี้ยงดูในวังนั้น เปZนการเหมาะสมหรือไม3เพราะดอกไม<เหล3านั้น อาจจะเศร<าซึมเพราะรำลึกถึงหมู3ภมรที่เคยมาเคล<าคลอเมื่อครั้งอยู3ในลำเนาไพร (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ๒๕๕๕, น. ๗) การแสดงในครั้งนี้ ใช<วงมโหรี โดยได<รับความกรุณาจากรองศาสตราจารย` ดร.ภัทระ คมขำ เปZนผู<ฝqกซ<อมและปรับวง อีกทั้งได<รับความกรุณาตรวจสอบ ทางขับร<องโดยอาจารย`ดร.ดุษฎี สว3างวิบูลย`พงศ`
บทร)อง สมิงทอง ชมดวงบุปผาพนาสณฑ` เผยสุคนธรสรื่นชื่นเกสร กระไรเลยมายากไร<ในดงดอน ห3างนิกรเขตเรือนอยู3เถื่อนไกล ขอนำมาปลูกไว<ในสวนศรี ในบุรีแจ3มแจ<งด<วยแสงไข จะรับขวัญพวงผกามาลีไพร มิปล3อยให<โรยร<างห3างจากเรา จำปานารี หรือเจ<ารักแดนป^ามิคลาคลาด รุกขชาติยามเจ<าลับจะอับเฉา จิ้งหรีดหริ่งเรไรใจซบเซา หมู3ภมรที่เคยเคล<าจะอาลัย (บทพระราชนิพนธ@ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ0า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) รายนามผู)บรรเลงและขับร)อง ระนาดเอกมโหรี นายธาราวรรษ สังข`ป^า ระนาดทุ<มมโหรี นายพัทธนันท` คล้ำปลอด ฆ<องมโหรี นางสาวภูษณิศา ช3อฉัตรมงคล ซอสามสาย นางสาวณัฐกานต` พุ3มเรียบ ซอด<วง นางสาวชนันท`กานต` พลัดเชื้อนิล ซออู< นายพิสุทธิ์ อาศัยสุข จะเข< นายโสภณวิชญ` เอี่ยมแจง ขลุ3ยเพียงออ นายทักษ`ดนัย จันทร`มี ฉิ่ง นายณฐวตร บุษประทุม โทน นายนัจฐาปกรณ` น<อยจินดา รำมะนา นายภูริพัฒ ผลเจริญ กรับพวง นางสาวชนัญชิดา ทิปตานนท` โหม3ง นายก<องภพ บุญเต็ม ขับร<อง นางสาวมัฌชิมา หงษ`เวียงจันทร`
๓. เพลงสุดาสวรรคB เถา เพลงสุดาสวรรค` เถา เปZนเพลงที่ประพันธ`ขึ้นโดยพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล<าเจ<าอยู3หัว ซึ่งเปZน ผู<มีความสามารถทางด<านดนตรีท3านหนึ่ง เรียนจะเข< ซออู< ซอด<วง และขับร<องกับ ครูหรั่ง พุ3มทองสุก และยังได<เรียนขับร<องกับหม3อมจันทร` กุญชร ณ อยุธยา ทั้งนี้ยังได< เรียนเปdยโนกับมาดามซิเกร3า พระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ได<ตั้งวงเครื่องสายผสม เปdยโนขึ้นมาวงหนึ่ง โดยเปZนวงเครื่องสายประจำวังภายหลังให<ชื่อวงดนตรีนี้ว3า "วงนารีศรีสุมิตร" อาจารย`มนตรี ตราโมท และนายวิเชียร กุลตัณฑ` ได<อธิบายถึงประวัติเพลง สุดาสวรรค` เถา ไว< ความว3า แต2งขึ้นเป\นเพลง ๓ ชั้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยมิได0ยึดถือ เพลง ๒ ชั้น เพลงใดเป\นมูลฐานเลย ...ต2อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ@ พ.ศ. ๒๔๘๓ ท2านผู0เป\นเจ0าของเพลงจึงคิดประดิษฐ@แก0ไขเสียใหม2ให0เรียบร0อยสละสลวยขึ้น (มนตรี ตราโมท และวิเชียร กุลตัณฑ`, ๒๕๒๓, น.๔๙๓) การดำเนินทำนองเพลง สุดาสวรรค` เถา มีลักษณะเปZนการดำเนินประโยคอย3างสั้น ๆ ซึ่งเอื้อต3อการบรรเลง เปdยโนในวงเครื่องสายผสมเปdยโน บทร<องของเพลงสุดาสวรรค` เถา พระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) นำมาจากบทขับร<องแทรกละครเรื่องปล3อยแก3 ซึ่งเปZน บทพระราชนิพนธ`ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล<าเจ<าอยู3หัว การแสดงในครั้งนี้ ใช<วงเครื่องสายผสมเปdยโน โดยได<รับความกรุณาจาก รองศาสตราจารย` ดร.พรประพิตร` เผ3าสวัสดิ์เปZนผู<ฝqกซ<อมและปรับวง อีกทั้งได<รับ ความกรุณาตรวจสอบทางขับร<องโดยอาจารย` ดร.ดุษฎี สว3างวิบูลย`พงศ`
บทร)อง รื่นกลิ่นลำดวนชวนเชย ลมรำเพยพากลิ่นหอมหวาน สิบแสนสุคนธ`สุมนมาลย` ไม3เท3าเทียบเปรียบปานด<วยรสรัก หอมใดไม3เท3ากลิ่นสมร มะลิซ<อนสายหยุดพุดประจักษ` พิกุลแก<วพยอมหอมนัก แต3รสรักหอมกว3าผกากรอง ยามผการาร3วงดอกดวงโรย แม<นลมโชยกลิ่นน<อยไม3ลอยล3อง ส3วนสวาทคลาดชู<เปZนคู3ครอง ก็หม3นหมองยิ่งผกาที่ราโรย (บทร0องแทรกละครเรื่อง ปล2อยแก2 พระราชนิพนธ@ในรัชกาลที่ ๖) รายนามผู)บรรเลงและขับร)อง ซอด<วง นายจิรภัทร พลศักดิ์ ซออู< นายศุภวิชญ` สุขเกษม จะเข< นายภูร3องกล<า ลาภตระการ ขลุ3ยเพียงออ นายฉัตรชัย เทียมแสน เปdยโน นายธันยบูรณ` ภู3พลเพียร ฉิ่ง นางสาวปาณิศา ขำสุวรรณ โทน นายนัจฐาปกรณ` น<อยจินดา รำมะนา นายภูริพัฒ ผลเจริญ กรับพวง นางสาวมัฌชิมา หงษ`เวียงจันทร` โหม3ง นายพิสุทธิ์ อาศัยสุข ขับร<อง นางสาวกชกร เรืองทุ3ง
๔. การแสดงฟPอนมาลัย คำว3า "ฟkอน" หมายถึงลักษณะการรำแบบหนึ่งที่เปZนสัญลักษณ`ประจำ ท<องถิ่นทางภาคเหนือของประเทศไทย ฟkอนมาลัย หรือ ฟkอนดวงดอกไม< เปZนศิลปะ การฟkอนแบบฉบับอย3างหนึ่งของชาวเชียงใหม3ที่นิยมจัดแสดงกันแพร3หลาย มาแต3โบราณ สำหรับการแสดงในครั้งนี้ เปZนการฟkอนมาลัยตามรูปแบบกรมศิลปากร ซึ่งนายมนตรี ตราโมท ผู<เชี่ยวชาญดนตรีไทยของกรมศิลปากรได<ประพันธ`เนื้อร<องและ ทำแนวทำนองขึ้นใหม3สำหรับใช<บรรเลงด<วยวงปdeพาทย` อันมีจะเข<ดีดประกอบและ ใช<แสดงประกอบครั้งแรกในละครพันทาง เรื่อง พญาผานอง ซึ่งกรมศิลปากรประพันธ` ใหม3เพื่อจัดแสดงแก3ประชาชน ณ โรงละครศิลปากร เมื่อปdพ.ศ. ๒๕๐๑ จากนั้นจึง นำมาจัดแสดงเปZนวิพิธทัศนาชุดหนึ่งต3างหากสืบมาจนป8จจุบัน (สุมิตร เทพวงษ`, ๒๕๔๗, น. ๑๕๓) การแสดงในครั้งนี้ ใช<วงปdeพาทย`ไม<นวมผสมจะเข<โดยได<รับความกรุณาจาก รองศาสตราจารย`ดร.ภัทระ คมขํา เปZนผู<ฝqกซ<อมและปรับวง อีกทั้งได<รับความกรุณา ตรวจสอบทางขับร<องโดยอาจารย` ดร.ดุษฎี สว3างวิบูลย`พงศ`
บทร)อง ชมดอกไม<เบ3งบานสลอน ฝูงภมรวะว3อนใฝ^หา ดอกพิกุลยี่สุ3นจำปา ลมพัดพารำเพยขจร เกดกระถินส3งกลิ่นหอมฟุkง กำจายจรุงระรื่นเกสร จันทน`กะพ<อช3างล3อภมร ให<หลงเริงร3อนบินว3อนตอม โอ<ดอกไม<ก็ได<ใช<กลิ่น อวดประทินที่แสนสุดหอม เร<าฤทัยเราให<ใฝ^ดอม ช3างน3าถนอมจริงเนอ พวงดอกไม<ก็ไม3งามเท3า พักตร`แม3จ<าวแม3เท<าคำปzน สำรวยเลิศช3างเฉิดโฉมฉิน บ3มีมลทินทั่วสรรพางค` กลิ่นดอกไม<ก็ไม3ระรื่น หอมชุ3มชื่นเท3าคุณพระนาง ข<าเจ<าภักดีบ3มีจืดจาง จนชีวิตวางวายเนอ (ได0รับความเอื้อเฟbcอบทร0องฟnอนมาลัยจาก คุณครูภมรรัตน@ โพธิสัตย@ คีตศิลปoน ชำนาญงาน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร) รายนามผู)บรรเลงและขับร)อง ระนาดเอก นายศิวกร บัวดำ ระนาดทุ<ม นายวงษ`วรชาติ วงษ`พิทักษ` ฆ<องวงใหญ3 นางสาวณัฐฑริกา ไทยเกิด ฆ<องวงเล็ก นายปรเมศวร` วนะรมย` จะเข< นายพชร ดวงใหญ3 ซออู< นายประสิทธิ์ ทิมสีคร<าม ขลุ3ยเพียงออ นายฉัตรชัย เทียมแสน กลองแขก นายภูริพัฒ ผลเจริญ นายสรรเพชญ แจ<งสว3าง ฉิ่ง นางสาวปาณิศา ขำสุวรรณ กรับพวง นางสาวภูษณิศา ช3อฉัตรมงคล
โหม3ง นาวสาวชนันท`กานต` พลัดเชื้อนิล ฉาบเล็ก นายแทนกมล อรรถกมล ขับร<อง นางสาวชนัญชิดา ทิปตานนท` ขับร<อง นางสาวทักษพร โชติช3วง ขับร<อง นางสาววิภารัตน` รอดแสน ขับร<อง ขับร<อง นางสาวดารารัตน` นางสาวอนุสรา ปลอดโปร3ง กาหลง รายนามผู)แสดงนาฏศิลปS นางสาวขวัญชนก นามประดิษฐ` นางสาวปาลิตา แสงครุฑ นางสาวพิชญาพร โคตรบุญเรือง นางสาวสุชานันท` โกศาคาร
๕. แขกลพบุรี ๓ ชั้น เพลงแขกลพบุรีนี้ แต3โบราณมาทำนองดนตรีมีแต3เพียงอัตรา ๒ ชั้น และมีท3อนเดียว เปZนเพลงที่รวมอยู3ในชุดเพลงสองไม< ซึ่งบรรเลงติดต3อในเพลงเรื่อง แขกมอญและบางโอกาสก็แยกออกมาใช<เปZนเพลงร<องประกอบการแสดงโขนละครใน อารมณ`โศกหรือเปลี่ยวเปล3าวังเวงใจ ภายหลังได<มีผู<เพิ่มเติมทำนองดนตรีขึ้นอีกท3อน หนึ่งเปZนท3อน ๒ หรือเที่ยวหลัง แต3ในทำนองร<องคงร<องเหมือนกันทั้ง ๒ ท3อน (หรือ ๒ เที่ยว) ต3อมาถึงสมัยที่นิยมร<องและบรรเลงเพลงอัตรา ๓ ชั้นกันมากขึ้นก็ได<มี ครูบาอาจารย`ทางดุริยางคศิลปcและคีตศิลปc นำเพลงแขกลพบุรีนี้มาแต3งขึ้นเปZน ๓ ชั้น ทั้งทางร<องและทางดนตรีหลายท3านด<วยกัน แต3ทำนองดนตรีที่ใช<บรรเลงกันแพร3หลาย จนป8จจุบันนี้ คือ ทางที่ครูช<อย สุนทรวาทิน ได<แต3งขึ้นในราวสมัยต<นรัชกาลที่ ๕ ทำนองในอัตรา ๒ ชั้น ซึ่งเปZนของเดิมนั้น เปZนเพลงที่แสดงถึงอารมณ`อันโศกสลดหรือ ความวิเวกวังเวงใจ แต3เมื่อได<มาแต3งขึ้นเปZน ๓ ชั้น โดยเฉพาะทำนองดนตรี ซึ่งสอดแทรกวิธีการต3าง ๆ ตลอดจนลูกล<อลูกขัด อันเปZนวิชาการอย3างหนึ่งของการ แต3งเพลงประเภทสองไม<ที่มีโยน จึงทำให<สำเนียงที่แสดงอารมณ`โศกและเปลี่ยวเปล3า เลือนลางไปจนแลไม3เห็นเลย (มนตรีตราโมท และวิเชียร กุลตัณฑ`, ๒๕๒๓, น. ๕๓๑-๕๓๒) สำหรับบทร<องเพลงแขกลพบุรี ๓ ชั้น คณะผู<จัดทำได<อัญเชิญ บทพระราชนิพนธ`ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ<า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงเปรียบดอกไม<ต3าง ๆ ชนิด ว3าเหมือนกับผู<คนที่มีความ แตกต3างกัน ทั้งด<านความคิด ฐานะ และท3าทีแต3มีไมตรีต3อกัน การแสดงในครั้งนี้ ใช<วงเครื่องสายวงเล็ก โดยได<รับความกรุณาจากอาจารย` ดร.ดุษฎี สว3างวิบูลย`พงศ`เปZนผู<ฝqกซ<อมและปรับวง
บทร)อง พรรณไม<ดอกออกผกาช3างน3าชม สีสวยสมแลงามตามวิสัย บ<างมีกลิ่นรวยรื่นหอมชื่นใจ แปลกกันไปแต3ล<วนเลิศประเสริฐดี เปรียบบุปผาหลายอย3างต3างชนิด ดุจมวลมิตรที่ปรองดองดังน<องพี่ ต3างความคิดต3างฐานาท3วงท3าที แต3ล<วนมีไมตรีจิตสนิทกัน (บทพระราชนิพนธ@ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ0า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) รายนามผู)บรรเลงและขับร)อง ซอด<วง นายก<องภพ นายจิรภัทร บุญเต็ม พลศักดิ์ ซออู< นายธีรภัทร นายศุภวิชญ` บุตรเทศน` สุขเกษม จะเข< นายฉัตรชัย นางสาวสุภณิดา ห<องแก<ว ขุนภักนา ขลุ3ยเพียงออ ขลุ3ยหลิบ นายฉัตรชัย นายสรรเพชญ เทียมเสน แจ<งสว3าง ฉิ่ง นางสาวปาณิศา ขำสุวรรณ โทน-รำมะนา นายเมธีพัฒน` ชุ3มชื่น กรับพวง นายจิรภัทร พลศักดิ์ ฉาบเล็ก แทมบูรีน นายวงษ`วรชาติ นายเจษฎา วงษ`พิทักษ` บุญชูรักษ` ขับร<อง นายณฐวตร บุษประทุม
ความรู)เกี่ยวกับดอกไม)จากบทเพลง กระถิน ที่มาภาพ: https://www.ontous.info/ดอกกระถิน-2/ กระถินอยู3ในวงศ`เดียวกับจามจุรี แค มะขาม กระถินณรงค` ฯลฯ เปZนไม<ยืนต<นขนาดกลาง สูง ๕-๑๐ เมตร ทรงพุ3มโปร3ง เปลือกลำต<นสีน้ำตาล เนื้อไม<เหนียว ใบเปZนใบประกอบแบบขนนก ดอกกลมสีขาวนวล มีเกสรตัวผู< จำนวนมาก ออกดอกตลอดปd มีผลเปZนฝ8กแบนยาว ๑๐-๑๕ เซนติเมตร ภายในฝ8ก มีเมล็ดกลมแบนแข็ง สีน้ำตาลเข<มหรือดำ ใบกระถินมีคุณค3าทางอาหารสูงจึงนำมาบด เปZนอาหารสัตว` ยอดอ3อนและฝ8กอ3อนใช<เปZนผักจิ้ม กระถินต<นเตี้ยเปZนพันธุ`คันนิ่งแฮม ส3วนกระถินต<นยักษ`ใหญ3มากและเปZนไม<โตเร็ว (ปzยะ เฉลิมกลิ่น, ๒๕๔๑, น. ๓๐-๓๑)
เกด ที่มาภาพ: https://kaset.today/พันธุ`ไม</เกด/ เกดอยู3ในวงศ`เดียวกับละมุด เปZนไม<ยืนต<นขนาดกลาง สูง ๑๐-๑๕ เมตร ลำต<นเปZนปุ^ม ๆ เนื้อไม<แข็ง เจริญเติบโตช<า ออกดอกช3วงฤดูหนาว ดอกสีเหลือง ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอม ออกดอกเปZนกระจุกตามซอกใบ ผลยาวรีคล<ายองุ3นแห<งหรือ ลูกเกด มีสีเหลืองสด มียางสีขาวข<น ผลรับประทานได< รสหวาน มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เปZนต<นไม<ที่หายาก เนื่องจากมีไม<เนื้อแข็งและเจริญเติบโตช<า ในสมัยก3อนจึงนิยมปลูก ลงกระถางทำเปZนไม<ดัด (ปzยะ เฉลิมกลิ่น, ๒๕๔๑, น. ๗) ต<นเกดเปZนต<นไม<ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งช3วยเสริมสิริมงคลรอบด<านให<กับผู<ที่เพาะปลูก และบำรุงดูแลอย3างดี หากปลูกไว<ในรั้วบ<านก็จะทำให<เกิดความสงบสุขร3มเย็น คนในบ<านมีสติรู<คิดแล<วเลือกทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ทำกิจการใดก็ราบรื่นและรุ3งเรือง ต<นเกดมีสรรพคุณทางยา ได<แก3 ส3วนเปลือกไม<ใช<บรรเทาอาการเลือดออกตามไรฟ8น ลดอาการเหงือกอักเสบ แก<ไข< บำรุงกำลัง และฝนกับน้ำเพื่อสมานแผลได< ผลเกด สามารถทานสดจะได<รสหวานหอมทำให<ชุ3มคอ ช3วยสมานแผลและบำรุงกำลังได< ส3วนเมล็ดด<านในนำมาใช<เพื่อลดการระคายเคือง รักษาแผลเปéeอย แผลพุพอง และช3วยให<ผิวด<านกลับมาอ3อนนุ3มได< (เกษตรทูเดย`, ไม3ปรากฏปdพิมพ`, ออนไลน`)
แก)ว ที่มาภาพ: https://pixabay.com/th/photos/ดอกแก<ว-2755053/ แก<วเปZนไม<ยืนต<น สูง ๓-๑๐ เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคลี่เรียงสลับ รูปใบมีลักษณะรีไปจนถึงรูปไข3กลับ ปลายใบแหลม ผิวใบเปZนมันและมีต3อมน้ำมัน เปZนจุดใส ๆ อยู3บนใบ ดอกออกเปZนช3อตามซอกใบ ช3อละ ๕-๑๐ ดอก กลีบดอก ๕ กลีบ สีขาว เมื่อบานกลีบดอกจะม<วนออก ดอกบานเพียงวันเดียวแล<วร3วง ส3งกลิ่นหอมแรงช3วงพลบค่ำถึงเช<ามืด ออกดอกตลอดปd ดอกดกช3วงหน<าฝน ต<นแก<วมีประโยชน`หลายด<าน เช3น ดอกนำไปใช<สกัดน้ำมันหอมระเหย ปรุงน้ำหอม แต3งกลิ่นเครื่องสำอาง ใบใช<ปรุงเปZนยาขับโลหิตสำหรับสตรี แก<อาการจุกเสียด แน3นท<อง (ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ นางประจง เรืองณรงค` เปZนกรณีพิเศษ ณ เมรุวัดชลประทานรังสฤษดิ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี วันจันทร` ที่ ๒ กุมภาพันธ` พุทธศักราช ๒๕๕๘, ๒๕๕๘, น. ๒๙)
จันทนBกะพ)อ ที่มาภาพ: https://khaolan.redcross.or.th/จันทร`กระพ<อ/ จันทร`กะพ<อเปZนไม<ยืนต<น สูงได<ถึง ๒๐ เมตร ใบเดี่ยว รูปขอบขนานถึง รูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลมเรียงเวียน ดอกสีขาวหรือสีเหลืองอ3อน กลิ่นหอมจัด ออกเปZนช3อสั้น ตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอก ๕ กลีบ ออกดอกในช3วง พฤศจิกายน ถึงช3วงมีนาคม มีผลกลมหรือรูปไข3 (ทวีศักดิ์ บุญเกิด, ๒๕๕๖, น. ๔๕) ประโยชน`ของจันทน`กะพ<อมีมากมาย เนื่องจากดอกจันทน`กะพ<อมีกลิ่นหอม แรง ออกดอกดก จึงนิยมใช<ปลูกเปZนไม<ประดับได< และควรปลูกทางด<านทิศตะวันออก ที่มีไม<ใหญ3 สมัยโบราณจะใช<ดอกมากลั่นเพื่อทำน้ำมันใส3ผมและมีการนำมา ใช<ทำน้ำหอม อีกทั้งยังนิยมนำดอกมาเก็บไว<ในตู<เสื้อผ<าเพื่อใช<อบให<เสื้อผ<ามีกลิ่นหอม ส3วนดอกของต<นจันทน`กะพ<อมีสรรพคุณคือสามารถใช<ผสมกับยาอื่นปรุงเปZนยาหอม แก<ลม บำรุงหัวใจได< (เมดไทย, ๒๕๖๓, ออนไลน`)
จำปา ที่มาภาพ: https://shorturl.asia/egkoE จำปาเปZนไม<ยืนต<น สูงประมาณ ๑๕-๓๐ เมตร ดอกมีสีเหลืองอมส<ม เปZนไม<ที่สามารถออกดอกเกือบตลอดปd และดอกจะหอมมากในตอนเช<า ช3วงบ3าย กลิ่นจะจางลง ดอกจำปาสามารถนำมาร<อยเปZนอุบะผูกกับพวงมาลัยหรือเครื่องแขวน เพื่อใช<ตกแต3งสถานที่ให<สวยงามแล<ว ประโยชน`ยังมีมากมาย เช3น เปลือกใช<แก<ไข< ไม<เปZนยาบำรุงประจำเดือนสตรี ใบแก<โรคประสาท ดอกใช<เปZนยาบำรุงหัวใจ ประสาท และโลหิต รวมถึงดอกและผล ยังใช<เปZนยาบำรุงธาตุ แก<คลื่นเหียนอาเจียน แก<ไข< และขับป8สสาวะได<ดีอีกด<วย (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๖๙-๗๐)
ผกากรอง ที่มาภาพ: https://shorturl.asia/QtEAc ผกากรองเปZนไม<พุ3มขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ ๒-๖ ฟุต ดอกของ ผกากรองมีขนาดเล็กออกเปZนกระจุก หลากสีสันอัดแน3นรวมอยู3ในช3อเดียวกัน มีสีสัน สดสวยหลายสีด<วยกัน อาทิ สีเหลือง สีแดง สีขาว สีม3วง สีชมพู ฯลฯ สมัยก3อนนิยม ปลูกผกากรอง เพียงเพื่อเปZนไม<ประดับเท3านั้น ไม3นิยมนำมาประดับแจกัน ด<วยเพราะ กลิ่นที่เหม็นติดมือคล<ายขี้ไก3 ผู<เฒ3าโบราณจึงมักเรียกขานกันว3า "ดอกขี้ไก3" อีกด<วย ดอกผกากรองมีสรรพคุณทางยามากมาย โดยส3วนที่สามารถนำมาใช<ทำยา คือ ใบ ดอก และราก เก็บได<ตลอดปd จะใช<สดหรือตากแห<งก็ได<ใบ มีรสขม เย็น ใช<แก< บวม ขับลม แก<แผลผดผื่นคันที่เกิดจากความชื้นหรือหิด แก<อักเสบห<ามเลือด แก<วัณ โรค อาเจียนเปZนเลือด แก<ปวดท<องอาเจียน แก<ผื่นคันที่เกิดจากความชื้นและ รอยฟกช้ำที่เกิดจากการกระทบกระแทก ใช<รักษาอาการอาเจียนเลือด แก<วัณโรค แก<ปวดท<องอาเจียน (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๑๖๖-๑๖๘)
พะยอม ที่มาภาพ: https://www.guideubon.com/2.0/go2ubon/payom-ubon/ พะยอมเปZนไม<ยืนต<น สูงประมาณ ๑๕-๓๐ เมตร เปZนดอกช3อใหญ3สีขาว มีกลิ่นหอม ออกตามกิ่งและที่ปลายกิ่งมีดอกย3อยจำนวนมาก ออกดอกพร<อมกันทั้งต<น ในช3วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ` ดอกหอมตอนพลบค่ำ คนไทยโบราณเชื่อว3าบ<านใดปลูกต<นพะยอมไว<ประจำบ<าน จะทำให<มี อุปนิสัยที่อ3อนน<อม เพราะพะยอม คือ การยินยอม ตกลง ผ3อนผัน ประนีประนอม นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว3าจะไม3ขัดสน เพราะบุคคลทั่วไปให<ความเห็นใจและยอมให<ในสิ่ง ที่ดีงาม และยังเชื่ออีกว3าถ<าปลูกต<นพะยอมทองก็จะทำให<ไม3ขัดสนเงินทอง นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีก เช3น ดอกผสมยาแก<ไข<และยาหอมแก<ลม บำรุงหัวใจ ดอกอ3อนสามารถนำมารับประทานสดหรือนำมาลวกเปZนผักร3วมกับน้ำพริกได< (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๑๙๗-๑๙๘)
พิกุล ที่มาภาพ: https://www.thaikasetsart.com/พิกุลมีประโยชน`อย3างไร/ พิกุลเปZนไม<ยืนต<นขนาดกลาง พิกุลเปZนไม<ที่มีพุ3มใบแน3น จึงเหมาะสำหรับไว< บังแดดเพื่อให<ร3มเงา ดอกจะออกเปZนกระจุก หรือดอกเดี่ยว สีขาว มีกลิ่นหอม ดอกมีขนาดเล็กกว<างประมาณ ๑ เซนติเมตร กลีบดอกเล็กแคบยาวเรียงซ<อนกันเปZน ชั้น ๆ รอบ ๆ ริมดอกเปZนจักเล็ก ๆ คนไทยเชื่อกันว3า ต<นพิกุลนั้นเปZนต<นไม<ศักดิ์สิทธิ์ เปZนที่สิงสถิตของ รุกขเทวดา ดังนั้นหากนำเนื้อไม<มาทำเปZนข<าวของต3าง ๆ ก็จะช3วยเพิ่มความขลัง และเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให<พ<นภัยอันตรายต3าง ๆ ไม3สามารถจะเข<ามาทำร<ายได< นอกจากนี้คนโบราณยังมีความเชื่อเกี่ยวกับดอกพิกุลอย3างหลากหลาย เช3น หากปลูก ต<นพิกุลทองเอาไว<ภายในบริเวณบ<าน ก็จะทำให<คนในบ<านมีอายุยืน มีสุขภาพที่ดี และแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข<เจ็บ และมีความทรหดอดทน เหมือนกับ ความแข็งแกร3งของต<นพิกุลทอง และบ<างก็ว3าห<ามปลูกพิกุลไว<ในบ<านอย3างเด็ดขาดโดย ผู<เฒ3าผู<แก3โบราณเชื่อกันว3าดอกพิกุลเปZนไม<ชั้นสูงเปZนที่สถิตของบรรดารุกขเทวดา (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๑๘๒-๑๘๓)
พุด ที่มาภาพ: https://www.thairath.co.th/news/local/south/1698356 พุดเปZนต<นไม<คู3บ<านคู3เรือนของไทย สามารถนำไปใช<ประโยชน`ได<หลากหลาย ดอกสามารถนำไปทำงานฝdมือได< บางชนิดเปZนต<นไม<ในวรรณคดี อีกทั้งมีกลิ่นหอม เฉพาะตัว ซึ่งดอกพุดมีหลายชนิด เช3น พุดสามสี พุดกังหัน พุดซ<อน พุดน้ำบุศย` พุดเศรษฐีสยาม พุดพิชญา พุดเวียดนาม พุดตะแคง พุดศุภโชค พุดภูเก็ตหรือพุดป^า เปZนต<น (บ<านและสวน, ๒๕๖๔, ออนไลน`) มีความเชื่อกันมาแต3ครั้งโบราณว3าหากปลูกดอกพุดไว<ในบริเวณบ<านแล<ว จะนำความเจริญมั่นคงและความอุดมสมบูรณ`มาให<กับครอบครัวนั้น ๆ นอกจากนี้เนื้อ หุ<มเมล็ดยังสามารถใช<ทำสีผสมอาหารให<สีเหลืองและเนื้อไม<ยังสามารถใช<ทำงาน ประดิษฐ` เช3น กรอบรูป รวมถึงกลิ่นหอมของดอกพุดยังนิยมนำมาทำหัวน้ำหอม น้ำจากต<นยังเปZนยาสมุนไพรใช<เปZนยาขับพยาธิ รากแก<ไข< ท<องอืดเฟkอ เนื้อไม<ใช<เปZน ยาลดพิษไข<ได<ดีอีกด<วย (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๑๙๐-๑๙๒)
มะลิซ)อน ที่มาภาพ: https://www.tnews.co.th/variety/474290 มะลิซ<อนจัดเปZนมะลิสายพันธุ`หนึ่งซึ่งเปZนดอกไม<ในชีวิตประจำวันที่คนไทย คุ<นเคยมากที่สุด มีลักษณะเปZนไม<พุ3มกึ่งเลื้อย สูง ๑-๒ เมตร ใบรูปไข3กลับ สีเขียวเข<ม ดอกสีขาว เปZนดอกเดี่ยวหรือดอกช3อ ๑-๓ ดอก ออกดอกที่ปลายกิ่ง โคนกลีบเชื่อม ติดกันเปZนหลอด ปลายแยกเปZนกลีบจำนวนมาก ซ<อนกันหลายชั้น ขอบกลีบย<วยเปZน คลื่น ดอกทยอยบานนานหลายวัน กลิ่นหอมเย็นทั้งวันทั้งคืน (สำนักพิมพ` บ<านและสวน, ๒๕๖๕, ออนไลน`) ดอกมะลิถือเปZนไม<มงคลชนิดหนึ่งที่มีมาตั้งแต3โบราณ ด<วยกลิ่นหอมเย็นของ ดอกและสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ จึงเชื่อกันว3าบ<านใดปลูกต<นมะลิไว<ทางทิศตะวันตกเฉียง เหนือของบ<านจะช3วยให<คนในบ<านได<รับความปรารถนาดี เปZนที่รักของคนทั่วไป และทำให<คนในบ<านมีความบริสุทธิ์ รู<จักกตัญ•ูกตเวทีต3อผู<มีพระคุณ และนิยมใช<เปZน ดอกไม<มงคลสำหรับบูชาพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว3า การถวายดอกมะลิจะส3งผลให<ชาติหน<าเกิดมามีผิวขาวนวลสวยดั่งเช3นมะลิ นอกจากนี้ มะลิยังใช<สำหรับอวยพรญาติมิตร และใช<ได<ในทุกเทศกาล ที่สำคัญดอกมะลิยังเปZน พันธุ`ไม<ที่ราชการกำหนดให<เปZนสัญลักษณ`ในวันแม3 ซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ<าพระบรมราชินีนาถฯ พระบรมราชชนนีพันปdหลวง ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๒ สิงหาคมของทุกปd (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๒๐๔-๒๐๗)
ยี่สุYน ที่มาภาพ: https://citly.me/UJYfa ยี่สุนหรือที่รู<จักกันในนาม "กุหลาบมอญ" เปZนไม<พุ3มสูง ๑-๒ เมตร ต<นและกิ่งมีหนาม ดอกสีชมพูอ3อน ชมพูเข<มหรือแดง ดอกเปZนช3อ กลีบดอกซ<อนกัน หลายชั้น ซึ่งนอกจากจะสีสวยสดใสชื่นตาชื่นใจแก3ผู<พบเห็นแล<วยี่สุนยังมีประโยชน` มากมาย กล3าวกันว3า ดอกหรือกลีบดอกแรกแย<มที่มีน้ำมันหอมระเหยมาก ประกอบด<วยสารหลายชนิด เช3น geranid I-citronellol สามารถนำมาทำอาหาร จำพวกยำ หรือเตรียมเปZนน้ำดอกไม<เทศ หรือทำดอกไม<ประดิษฐ` ได<อย3างสวยงาม (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๖๓-๖๔)
รำเพย ที่มาภาพ: https://board.postjung.com/1290676 รำเพยเปZนไม<พุ3มขนาดใหญ3 สูง ๓-๕ เมตร ลำต<นจะมียางสีขาว ลำต<น มีสีเทายาว ใบมีสีเขียวเข<ม ดอกออกเปZนช3อตามซอกใบใกล<ปลายกิ่ง ๒-๓ ดอก ดอกรำเพย มีทั้งสีเหลือง สีขาวและสีส<มอ3อน ดอกจะทยอยบานทีละดอก กลีบดอกบางและนิ่ม กล3าวกันว3า ยางสีขาวที่อยู3บนต<นและกิ่งก<านของต<นรำเพยนั้นระคายเคือง ต3อผิวทำให<เกิดผื่นคัน และมีพิษร<าย รวมถึงผลสีเขียวที่เปZนพิษ หากรับประทานเข<าไป แล<วอาจเปZนอันตรายถึงชีวิตได< ซึ่งในสมัยก3อนมักนำยางชนิดนี้ไปใช<ในการทำยาพิษ ส3วนป8จจุบันได<มีการวิจัยนำยางไปใช<ในการกำจัดแมลงและศัตรูพืชต3าง ๆ (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๒๒๙-๒๓๐)
ลำดวน ที่มาภาพ: https://www.royalparkrajapruek.org/Knowledge/view/169 ลำดวนเปZนไม<พุ3มขนาดใหญ3ที่มีอายุยืนยาว เปZนไม<ต<นสูง ๘-๒๐ เมตร ดอกสีนวล มีกลิ่นหอม กลีบดอกหนา ชั้นนอก ๓ กลีบแผ3ออกชั้นใน ๓ กลีบ หุ<มเข<าหากันเปZนรูปสามเหลี่ยมคล<ายกับดอกนมแมวแต3งดงามกว3า เริ่มออกดอก ในช3วงเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนเมษายนของทุกปd จะออกดอกมากโดยเฉพาะ ช3วงเดือนตุลาคม ดอกลำดวนถูกใช<เปZนดอกไม<ประจำวันผู<สูงอายุ วันที่ ๑๓ เมษายน เนื่องจากเปZนพืชยืนต<นที่ให<ความร3มเย็น ลำต<นมีอายุยืน มีใบเขียวตลอดปd อีกทั้งมี กลิ่นหอม กลีบแข็งไม3ร3วงง3าย นอกจากนี้ดอกลำดวนยังจัดเปZนสมุนไพรชนิดหนึ่งโดย คณะเภสัชศาสตร` จุฬาฯ วิจัยพบว3าเมื่อนำดอกลำดวนไปอบให<แห<ง แล<วนำไปบด ชงกับน้ำร<อนดื่ม จะช3วยบำรุงเลือด แก<ไข< แก<วิงเวียนได<ดีอีกด<วย (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๒๕๗-๒๕๙)
สายหยุด ที่มาภาพ: https://idofragrance.com/สาระน3ารู</สายหยุด-ที่หอมบ3เคยหยุด/ สายหยุดเปZนไม<เลื้อยหรือไม<พุ3ม ดอกจะออกตามซอกใบห<อยย<อยเปZนดอก เดี่ยว แต3ละกลีบจะบิดงอ เมื่อดอกอ3อนเปZนสีเขียว พอแก3จัดจะเปลี่ยนเปZนสีเหลือง ออกดอกตลอดปd และยิ่งต<นที่มีอายุมากก็จะยิ่งออกดอกมาก และขนาดของดอกก็จะ ใหญ3ขึ้นและมีสีเหลืองเข<มขึ้นด<วยดอก สายหยุดจะเริ่มส3งกลิ่นหอมจัดในยามเช<า และกลิ่นจะค3อย ๆ จางลงจนหมดกลิ่นในยามเที่ยงวัน เปZนไม<ที่ออกดอกตลอดปd ดอกสายหยุดเปZนพันธุ`ไม<ของไทยแท<ชนิดหนึ่ง ดอกไม<ชนิดนี้ชื่อตรงสมชื่อ เพราะจะส3งกลิ่นหอมจัดในตอนเช<าตรู3 พอสายกลิ่นจะค3อย ๆ ลดลงและหมดกลิ่นเมื่อ ใกล<เที่ยงวัน โดยทั่วไปนิยมปลูกสายหยุดเปZนซุ<มใกล<ริ้วบ<าน เพราะเปZนไม<ประดับ ที่มีกลิ่นหอม และสามารถตกแต3งให<เปZนซุ<มตามต<องการได< ในด<านสรรพคุณ พืชสมุนไพรนั้น ดอกสามารถนำมาสกัดทำน้ำมันหอมระเหยบำรุงหัวใจ ส3วนต<นและ รากใช<รักษาอาการติดยาเสพติด รากใช<แก<อาการท<องเสียได< (ปาลิตา เอื้ออังกูร, ๒๕๕๕, น. ๒๖๘-๒๗๐)
รายการอ)างอิง เกษตรทูเดย`. (ไม3ปรากฏปdพิมพ`). เกด ไม0มหามงคลแห2งความสุขจากการหลุดพ0น. https://kaset.today/พันธุ`ไม</เกด/. ทวีศักดิ์ บุญเกิด. (๒๕๕๖). พรรณไม0ในอุทยานจามจุรี. โรงพิมพ`แห3งจุฬาลงกรณ` มหาวิทยาลัย. ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ นางประจง เรืองณรงค@ เป\นกรณีพิเศษ ณ เมรุ วัดชลประทานรังสฤษดิ์. อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี วันจันทร`ที่ ๒ กุมภาพันธ` พุทธศักราช ๒๕๕๘. (๒๕๕๘). ไม3ปรากฏสำนักพิมพ`. บ<านและสวน. (๒๕๖๔). รวมดอกพุดชนิดต2าง ๆ ที่ให0ดอกสวยงามเหมาะกับสวนหลากสไตล@. https://www.baanlaesuan.com/229312/plantscoop/tabernaemontana#. บุษกร บิณฑสันต`, สัมภาษณ`, ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖. ปาลิตา เอื้ออังกูร. (๒๕๕๕). ดอกไม0ไทยในวรรณคดี. อักษรเงินดี. มนตรี ตราโมท, และวิเชียร กุลตัณฑ`. (๒๕๒๓). ฟqงและเข0าใจเพลงไทย พิมพ@เป\นอนุสรณ@ งานพระราชทานเพลิงศพ ขุนทรงสุขภาพ (นายแพทย@ทรง บุณยะรัตเวช). โรงพิมพ`ไทยเขษม. เมดไทย. (๒๕๖๓). จันทน@กะพ0อ สรรพคุณและประโยชน@ของจันทน@กะพ0อ 9 ข0อ !. https://medthai.com/จันทน`กะพ<อ/. ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๙). สารานุกรมดนตรีไทย ภาคประวัติและบทร0องเพลงเถา, (พิมพ`ครั้งที่ ๔). บริษัทด3านสุทธาการพิมพ`. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (๒๕๕๕). เนื้อเพลงพระราชนิพนธ@ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประชุมเพลงสวรรค@ เล2ม ๑–๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล0าโปรดกระหม2อมให0พิมพ@พระราชทานใน งานพระราชทานเพลิงศพ นางเจริญใจ สุนทรวาทิน ต.ม., ร.ด.ม. (ศ) ศิลปoนแห2งชาติ. บริษัท อมรินทร`พริ้นติ้งแอนด`พับลิชชิ่ง จํากัด.
สำนักพิมพ`บ<านและสวน. (๒๕๖๕). มะลิซ0อน. https://www.baanlaesuan.com /plants/fern-fern- allies/136253.html. สุทิน สายสงวน, วิเชียร อินทะสี, และภาณี รูปสม. (๒๕๔๕). "บทบาทของญี่ปุ^น ต3อประเทศไทยหลังวิกฤตเศรษฐกิจ". วารสารญี่ปุ,นศึกษา. สุมิตร เทพวงษ`. (๒๕๔๗). สารานุกรม ระบำ รำ ฟnอน (พิมพ`ครั้งที่ ๔). โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ<าส`. หอสมุดแห3งชาติ กรมศิลปากร. (๒๕๒๓). ระบํา รํา ฟnอน, (พิมพ`ครั้งที่ ๒). กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ.
ขอขอบคุณ คณะศิลปกรรมศาสตร` จุฬาลงกรณ`มหาวิทยาลัย สํานักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ`มหาวิทยาลัย อาจารย` ดร.สิริชัยชาญ ฟ8กจํารูญ (ศิลปzนแห3งชาติ) คุณครูศักดิ์ชัย ลัดดาอ3อน ศาสตราจารย` ดร.บุษกร บิณฑสันต` อาจารย`กรรชิต จิตระทาน รองศาสตราจารย`ดร.ภัทระ คมขํา รองศาสตราจารย`บุษยา ชิตท<วม อาจารย`ดร.ดุษฎี สว3างวิบูลย`พงศ` อาจารย`วิรัช สงเคราะห` รองศาสตราจารย` ดร.ภัทรวดี ภูชฎาภิรมย` ศาสตราจารย` ดร.ขําคม พรประสิทธิ์ รองศาสตราจารย` ดร.พรประพิตร` เผ3าสวัสดิ์ หลักสูตรสหสาขาวิชาดนตรีบำบัด บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ`มหาวิทยาลัย นิสิตเก3าและนิสิตป8จจุบัน คณะศิลปกรรมศาสตร`จุฬาลงกรณ`มหาวิทยาลัย บริษัท การแสดงวัฒนธรรม จำกัด บริษัท เจเอ็มเอ็ม สตูดิโอ จำกัด บริษัท แลคตาซอย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย ร<านยุพาภรณ` ร<านเค<ก ต<นกก เบเกอรี่
รายนามคณะกรรมการผู)ดำเนินโครงการ ประธาน นายธีรภัทร บุตรเทศน` รองประธาน นายแทนกมล อรรถกมล เลขานุการ นางสาวกชกร เรืองทุ3ง ฝ^ายงบประมาณ นางสาวปาณิศา ขำสุวรรณ ฝ^ายข<อมูล นายจิรภัทร พลศักดิ์ นางสาวอนุสรา กาหลง ฝ^ายการแสดง นางสาวปzยะรัตน` ดียืน นายจตุปกรณ` มีเดช นายฉัตรชัย ห<องแก<ว ฝ^ายสวัสดิการ นางสาวศศิวรรณ สว3างเรือง ฝ^ายประชาสัมพันธ` นายกันติทัต ผุดผ3อง ฝ^ายโสตทัศนูปกรณ` นายจอห`น ลอยด` กอร`โดเวส นางสาวสุภณิดา ขุนภักนา