The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี พ.ศ. 2562_2564 ระดับปฐมวัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ACU E-Book, 2021-07-25 01:54:31

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี พ.ศ. 2562_2564 ระดับปฐมวัย

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี พ.ศ. 2562_2564 ระดับปฐมวัย

สารบัญ หนา้

ส่วนที่ 1 บทนา 1
- วตั ถปุ ระสงคข์ องแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรยี น 1
- กรอบแนวคดิ การจดั ทาแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรยี น
20
ส่วนที่ 2 ประวัติและภาพรวมโรงเรยี น 22
- ประวัติ ปรชั ญา และเปา้ หมายของมลู นิธิฯ 30
- ประวตั โิ รงเรียนอสั สมั ชญั อบุ ลราชธานี 31
- โครงสร้างการบรหิ ารงานโรงเรียน 36
- เกียรตปิ ระวตั แิ ละความภาคภมู ิใจของโรงเรยี น
- ผลการวิเคราะหส์ ภาพโรงเรยี น (SWOT Analysis) 37
37
ส่วนท่ี 3 ทิศทางการพฒั นาคุณภาพการศึกษา 37
- วิสยั ทศั น์ 38
- พนั ธกิจ 39
- เปา้ หมาย 44
- ยุทธศาสตร์
- เป้าหมาย และตวั ช้ีวดั ความสาเรจ็ 57
- รายละเอียดเปา้ หมาย ตัวชว้ี ดั ความสาเรจ็ และระดบั ความสาเรจ็ 58
59
สว่ นที่ 4 แผนรบั นักเรยี น แผนรบั บุคลากร แผนอาคารเรยี น แผนงบประมาณ 60
- แผนรบั ผู้เรียน
- แผนรบั บคุ ลากร 61
- แผนอาคารเรียน 62
- แผนงบประมาณ
63
ส่วนที่ 5 การนาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาโรงเรียนไปปฏิบัติ 67
- การบรหิ ารแผนพัฒนาการจัดการศกึ ษา สกู่ ารปฏบิ ตั ิ
- แนวการกากบั ตดิ ตาม ประเมิน และรายงาน

ภาคผนวก
- คณะกรรมการจดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาโรงเรียน
- ความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี น

ส่วนที่ 1
บทนา

วัตถปุ ระสงค์ของแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี น

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2562 – 2564 เพ่ือ
กาหนด ทศิ ทางและเป้าหมายในการพฒั นาโรงเรียนในด้านต่างๆ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ท่ีสาคัญ คือ

1. เพ่อื ใช้เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาทุกฝ่ายของโรงเรยี น
2. เพื่อใชเ้ ปน็ ทิศทางในการกาหนดการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น
3. เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนได้เข้าใจเป้าหมายในการจัด

การศกึ ษาของโรงเรยี นในทิศทางเดียวกัน
4. เพ่ือให้โรงเรียนมีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ที่สอดคล้องกับภาวการณ์ทาง

สงั คมและสถานการณ์ทางการศึกษาท่ีเปลีย่ นแปลง

กรอบแนวคดิ การจดั ทาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาโรงเรยี น

โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี เป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย มี
จุดหมายเพื่อให้การศึกษาเยาวชนให้เป็นบุคคลท่ีมีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และ
จิตใจ มีการดาเนินการจัดการ และบริหารการศึกษาเป็นไปตามเจตนารมณ์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง
เดอ มงฟอร์ต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2553 และ
สอดคล้องกบั นโยบายของมลู นิธิคณะเซนตค์ าเบรียลแหง่ ประเทศไทย

การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ระยะ 3 ปี ปีการศึกษา 2562 – 2564
เพื่อให้เกิดการพฒั นาและคุณภาพกับผเู้ รียนอย่างแท้จริง โรงเรียนคานึงถึงปัจจัยพ้ืนฐาน และแนวคิดในการที่
จะจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน โดยมีกรอบแนวคิดของการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษา ดังนี้

ผังกรอบแนวคดิ การจดั ทาแผนพัฒนาฯ

การบริหารโรงเรยี นอัสสัมชัญอบุ ลราชธานี แนวคดิ การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
โครงสร้างบริหารโรงเรยี นฯ ประกอบดว้ ย 1. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560
2. ทศิ ทางการจดั การศึกษาตามแนวทางนกั บุญมงฟอร์ต
1. ฝา่ ยธรุ การ - การเงนิ 3. มาตรฐานวชิ าชีพคร:ู คุรสุ ภา
2. ฝา่ ยบรหิ ารงานทว่ั ไป 4. พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แกไ้ ขเพม่ิ เติม
3. ฝ่ายวชิ าการ
4. ฝา่ ยกิจการนักเรียน (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.2553
5. สานกั ผอู้ านวยการ
5. ขอ้ เสนอการปฏริ ปู การศกึ ษาในทศวรรษท่ี 2 (พ.ศ.2552-2561)
6. เกณฑร์ างวลั คณุ ภาพแห่งชาติ เพอ่ื ผลการดาเนินงานทเ่ี ป็นเลิศ (TQA)
7. เปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยืน
8. คุณค่าพระวรสาร
9. ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21
10. แนวทางการพฒั นาการศกึ ษาไทยเพื่อเตรยี มความพรอ้ ม

สู่ศตวรรษท่ี 21

11. แผนยทุ ธศาสตร์มลู นิคณะเซนต์คาเบรยี ลแห่งปรเทศไทย
พ.ศ. 2559 - 2664

12. แผนพฒั นาการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 -2579

โรงเรยี นมาตรฐานสากล

13. ประเทศไทย 4.0 และ การศกึ ษา 4.0
14. มาตรฐานการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย
15. ทกั ษะชวี ิตของเด็กปฐมวยั
16. โรงเรยี นมาตรฐานสากล

การพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาโรงเรยี นอัสสัมชญั อบุ ลราชธานี

กด1Wสร้า.ังeเ,อนกพคiJhาบดร.eรศrาังแsiเc.ะนsกนh2eหบ็้ี 5วแ์(ขB51คน้อ.99วิดSม9ค-eใลู0ิดนa2ส)กr5ภกปsา6าารรD1พะรบeกปแจรmอบิหัจัดบiาบจnทรดุบสgยา้วอันทุแ(ยบ1แธผ9ลถศ9นาะาม3คสพ)ควตัฒรารูม์ขผนคอปู้ าางกดคWคหุณhรวอeภังงeาฯจleพาnกกกaาาnรรdปศรึกHะOคษuเLณมnาSนิgขะPeแอกrผ(1ง(นร29โรพ0ร9มฒั1ง62เก)น;ร)าาUียกครนNาณุพรEใกภัฒหSาาC้คหพนOรนกาอด(าเ1รบยศ9จุทรค9ดั ธษ7ลกศ)ุมาฐ;ารสสกกศตาิจากึ รนรแษ์ พักลาขัฒงอะางสนนKงั าoคอoมงnคtz์รวanมdทุก
2. การวเิ คราะห์ SWOT และความคาดหวงั ตรวจสอบโดยคณะแกหรร่งมชกาาตรจิ (ัด2ท5า4แผ6น);พบัฒรนิษาคทั ณุ ภเอาพเชกีย่ารนจฮัดอกานรดศกึา้ ษมาอเตอร์
3. การกาหนดยุทธศาสตร์ โดยคณะอนุกรรมการจดั ทาแผนพัฒจนาากคณุดั ภ(า2พ5ก5า5รจ)ดั การศกึ ษา

4. การปรับปรงุ ยทุ ธศาสตร์ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการจดั ทาแผนพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา
คณะกรรมการท่ปี รึกษาผอู้ านวยการ และคณะกรรมการบริหารโรงเรยี น

แผนพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนอสั สัมชัญอุบลราชานี พ.ศ.2562 - 2564

กรอบแนวคิดในการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้ครอบคลุมการพัฒนาองค์รวมทุกด้าน
ดงั น้ี

1. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2560
หมวด 5 หน้าท่ีของรฐั มาตรา 54 รัฐต้องดาเนนิ การให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสบิ สองปี

ต้ังแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายรัฐตอ้ งดาเนินการให้เด็กเล็ก
ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่งเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม
และสติปัญญาให้สมกบั วัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วน
ร่วมในการดาเนินการด้วยรัฐต้องดาเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ
รวมท้ังส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดาเนินการ กากับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การ
จัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซ่ึงอย่าง
น้อยต้องมีบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดทาแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดาเนินการและตรวจสอบการ
ดาเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย การศึกษาทัง้ ปวงต้องมงุ่ พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย
ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติในการดาเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับ
การศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดาเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ตามความถนดั ของตน

หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 257 การปฏิรูปประเทศต้องดาเนินการเพ่ือบรรลุเป้าหมาย
ดา้ นการศกึ ษา ดังตอ่ ไปนี้

(1) ให้สามารถเริ่มดาเนินการใหเ้ ดก็ เล็กได้รบั การดแู ลและพฒั นาก่อนเขา้ รับการศึกษา
ตามมาตรา 54 วรรคสอง เพ่อื ใหเ้ ดก็ เล็กไดร้ ับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สังคม
และสติปญั ญาใหส้ มกบั วยั โดยไม่เกบ็ ค่าใชจ้ ่าย

(2) ใหด้ าเนินการตรากฎหมายเพือ่ จัดตัง้ กองทุนตามมาตรา 54 วรรคหก ใหแ้ ลว้ เสรจ็
ภายในหน่งึ ปนี ับแตว่ นั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี

(3) ใหม้ กี ลไกและระบบการผลติ คดั กรองและพฒั นาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์
ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับ
ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้
ประกอบวชิ าชพี ครู

(4) ปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นการสอนทกุ ระดบั เพ่อื ให้ผเู้ รยี นสามารถเรียนได้ตามความถนดั
และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่ือบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันท้ังใน
ระดบั ชาตแิ ละระดบั พ้ืนที่

2. ทศิ ทางการจดั การศึกษาตามแนวทางนกั บุญมงฟอร์ต
2.1 วิสยั ทศั น์ด้านการจดั การศึกษาตามแนวทางนกั บญุ มงฟอรต์

2.2 เป้าหมายของการจดั การศกึ ษาตามแนวทางนักบญุ มงฟอร์ต
2.3 มติ ติ า่ งๆ ของการจดั การศึกษาตามแนวทางนกั บญุ มงฟอร์ต

2.3.1 วสิ ยั ทศั นฝ์ ่ายจติ
2.3.2 การจัดการศกึ ษาเชงิ อา้ แขนรบั
2.3.3 วธิ ีการของการรบั สภาพเชน่ เดยี วกัน
2.3.4 นวัตกรรมใหม่ๆ และความคิดริเรมิ่
2.4.5 ผลประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก
2.3.6 ผรู้ ่วมงานและการมีเครอื ข่าย
2.3.7 เคารพต่อชมุ ชนของชีวิต (Community of Life)
2.3.8 แสวงหาความเป็นเลิศ

3. มาตรฐานวิชาชีพทางการศกึ ษา : คุรสุ ภา
ครุ สุ ภา (พ.ศ.2556) ไดก้ าหนดมาตรฐานวชิ าชพี ทางการศึกษาไว้ 3 ด้าน ดงั นี้
1. มาตรฐานความรูแ้ ละประสบการณว์ ชิ าชพี
1.1 มาตรฐานความรู้
1.2 มาตรฐานประสบการณ์วิชาชพี
2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
3. มาตรฐานการปฏบิ ตั ติ น (จรรยาบรรณของวิชาชีพ)
3.1 จรรยาบรรณต่อตนเอง
3.2 จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชพี
3.3 จรรยาบรรณตอ่ ผรู้ ับบริการ
3.4 จรรยาบรรณต่อผู้รว่ มประกอบวิชาชพี
3.5 จรรยาบรรณต่อสังคม

4..พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 3 ) พ.ศ. 2553
3.1 ความมงุ่ หมายและหลักการ
มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย จิตใจ

สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจรยิ ธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิต สามารถอยรู่ ่วมกับผ้อู ่ืนได้อย่างมี
ความสุข

มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสานึกท่ีถูกต้องเก่ียวกับการเมืองการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพความ
เคารพกฏหมาย ความเสมอภาค และศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษา
ผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม

มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ และเรียนรู้ด้วยตนเอง
อยา่ งต่อเนอ่ื ง

มาตรา 8 การจดั การศกึ ษาใหย้ ดึ หลกั ดังน้ี
1) เปน็ การศกึ ษาตลอดชีวิตสาหรับประชาชน
2) ให้สงั คมมสี ่วนร่วมในการจดั การศึกษา
3) การพฒั นาสาระและกระบวนการ

3.2 แนวการจดั การศึกษา
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดาเนินการ
ดังตอ่ ไปน้ี

1) จดั เนอื้ หาสาระ และกิจกรรมใหส้ อดคล้องกบั ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนโดย
คานงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล

2) ฝึกทกั ษะ กระบวนการคิด การจดั การ การเผชญิ สถานการณ์ และการประยกุ ต์ความรู้
มาใช้เพ่อื ปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหา

3) จดั กิจกรรมให้ผเู้ รยี นได้เรยี นร้จู ากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัตใิ หท้ าได้ คดิ เป็นทาเป็น
รกั การอ่านและเกดิ การใฝ่รู้อยา่ งต่อเนื่อง

4) จดั การเรยี นการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมท้ัง
ปลกู ฝังคณุ ธรรม ค่านยิ มที่ดีงามและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ไวใ้ นทุกวชิ า

5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม ส่ือการเรียนและสิ่ง
อานวย

ความสะดวกเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหน่ึงของ
กระบวนการเรียนรูท้ ้ังนี้ผสู้ อนและผ้เู รยี นรอู้ าจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรยี นการสอนและแหล่งวทิ ยาการ
ประเภทตา่ งๆ

6) จัดการเรียนรู้ให้เกดิ ขึ้นไดท้ ุกเวลาทุกสถานที่ มกี ารประสานความรว่ มมือกบั บิดามารดา
ผ้ปู กครอง และบคุ คลในชมุ ชนทุกฝา่ ย เพื่อร่วมกันพฒั นาผู้เรยี นตามศกั ยภาพ

3.3 เทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษา
มาตรา 66 ผ้เู รียนมีสทิ ธิไดก้ ารพัฒนาขดี ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษาในโอกาส
แรกที่ทาได้ เพ่ือให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วย
ตนเองได้อยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดชีวติ

5. ขอ้ เสนอการปฏริ ปู การศกึ ษาในทศวรรษทส่ี อง (พ.ศ.2552-2561)
เป้าหมาย คือ ภายในปี 2561 มีการปฏริ ูปการศกึ ษาและการเรยี นรู้อย่างเปน็ ระบบ โดยเน้นหลกั สาม

ประการ คอื
1. พฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรขู้ องคนไทย
2. โอกาสทางการศึกษาและเรยี นรู้

3. สง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วมของทุกภาคสว่ นของสงั คมในการบรหิ ารและจัดการศึกษา

การปฏริ ปู การศกึ ษาในทศวรรษทสี่ องน้ี คาดหวงั วา่ จะสง่ ผลให้คนไทยยคุ ใหม่
1. สามารถเรยี นรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และมีนิสัยใฝเ่ รยี นรตู้ ลอดชีวิต
2. มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิด วิเคราะห์ แกป้ ญั หา คดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
3. มีจติ สาธารณะมีระเบยี บ เห็นแกป่ ระโยชน์สว่ นรวม สามารถทางานเป็นกลุ่ม
4. มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสานึกและความภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ รงั เกียจการทุจริต และต่อตา้ นการซ้ือสทิ ธิ์
ขายเสียง และสามารถก้าวทนั โลก

6. เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ เพ่ือผลการดาเนินงานท่ีเป็นเลิศ ((TQA =Thailand Quality Award
)

แนวทางของ TQA คานึงถึงความยืดหยุ่นในการดาเนินการที่สอดคล้องและต่อเน่ืองกันขององค์กร
ท้งั 7 หมวดดาเนินการไดแ้ ก่

หมวด 1 การนาองค์กร: ที่มุ่งเน้นไปถึงความเข้าใจของผู้นาองค์กรท่ีมุ่งสู่การเป็นเลิศในการบริหาร
จดั การองคก์ ร ซึ่งต้องเขา้ ใจวิสัยทัศน์และคา่ นิยมขององคก์ ร รวมท้ังการส่ือสารความเขา้ ใจใหม้ ีการร่วมมอื ของ
ทกุ คนในองคก์ ร รวมทงั้ การมีธรรมาภิบาลและความรบั ผิดชอบต่อสังคม

หมวด 2 การวางแผนเชิงกลยุทธ์: หมายถึง การจัดทากลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรและกาหนด
วัตถปุ ระสงค์ทช่ี ัดเจน ตลอดจนการถ่ายทอดกลยทุ ธ์นั้นไปสู่ภาคปฏิบัติได้อย่างสอดคล้อง

หมวด 3 การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด: องค์กรต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลูกค้าและความต้องการของ
ลูกคา้ อย่างถอ่ งแท้ ตอบสนองได้อย่างพึงพอใจ และมคี วามสัมพันธท์ ด่ี ี

หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้: เป็นกระบวนการวัดผลการดาเนินงานและ
ทบทวนการดาเนินงาน รวมถึงการบริหารจัดการสารสนเทศ ความพร้อมใช้และเพียงพอในการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศมาใช้ในองคก์ ร

หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร: บุคลากร ถือเป็นทรัพยากรสาคัญที่องค์กรต้องรักษาและเพิ่มคุณค่า
การพัฒนาบุคลากร

หมวด 6 การจัดการกระบวนการ: คือความเข้าใจในการจัดการและออกแบบระบบงานเพ่ือให้เกิด
ความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการดาเนินการ ตลอดจนต้องมีการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการ
ทางานอย่างต่อเนื่องเพ่ือให้ยังคงมาตรฐานของประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดาเนินงานขององค์กร
อยา่ งยงั่ ยนื

หมวด 7 ผลลัพธ์: คือผลการดาเนินงานที่เกิดขึ้นจากการดาเนินงานด้านผลผลิต ด้านการมุ่งเน้น
ลกู คา้ ดา้ นการเงินและตลาด ด้านการมุ่งเน้นบุคลากร ดา้ นประสิทธิผลกระบวนการ และด้านการนาองคก์ ร

7. เป้าหมายการพฒั นาท่ยี ง่ั ยืน (Sustainable Development Goals (SDGs))

องค์การสหประชาชาติได้กาหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development
Goals, SDGs) ใน 3 มิติ (Dimensions) คือ เศรษฐกิจที่ยั่งยืน สังคมที่ย่ังยืนและสิ่งแวดล้อมที่ย่ังยืน ท้ังน้ี
ท้งั 3 มิตติ อ้ งมีความเชอ่ื มโยงและพฒั นาไปในเป็นทิศทางเดียวกัน

องค์การสหประชาชาติได้กาหนดเป้าหมายเพื่อการพัฒนาท่ียั่งยืนไว้ 17 เป้าหมาย และเร่ง
ดาเนินการใหบ้ รรลผุ ลภายใน 15 ปี นับจากเดือนกันยายน ปี 2558 ถึงเดอื นสงิ หาคม 2573 ดงั นี้

เปา้ หมายท่ี 1 ขจดั ความยากจนในทกุ รูปแบบ ทกุ ที่
เป้าหมายท่ี 2 ขจัดความหิวโหย บรรลุเป้าความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการท่ีดีขึ้น และ
ส่งเสรมิ เกษตรกรรมยงั่ ยืน
เป้าหมายที่ 3 ทาให้แน่ใจถึงการมีสุขภาวะในการดารงชีวิต และส่งเสริมความเป็นอยู่ท่ีดีของทุก
คนในทกุ ชว่ งอายุ
เป้าหมายที่ 4 ทาให้แน่ใจถึงการได้รับการศึกษาที่ได้คุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง และ
ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรตู้ ลอดชวี ิตแก่ทุกคน
เป้าหมายท่ี 5 บรรลุถึงความเทา่ เทียมทางเพศ และเสรมิ สร้างพลังใหแ้ กส่ ตรีและเด็กหญิงทกุ คน
เป้าหมายท่ี 6 ทาให้แน่ใจว่าเร่ืองน้าและการสุขาภิบาลได้รับการจัดการอย่างยั่งยืน และมีสภาพ
พร้อมใช้สาหรบั ทกุ คน
เป้าหมายที่ 7 ทาให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานที่ทันสมัย ยั่งยืน เช่ือถือได้ ตามกาลังซ้ือ
ของตน
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีย่ังยืนและท่ัวถึงให้เป็นไปอย่างยั่งยืน
ส่งเสริมศักยภาพการมงี านทาและการจ้างงานเต็มท่ี และงานที่มคี ณุ คา่ สาหรบั ทุกคน
เป้าหมายที่ 9 พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการปรับตัวให้เป็น
อตุ สาหกรรมอย่างยัง่ ยืนและทวั่ ถึง และสนับสนุนนวตั กรรม
เป้าหมายท่ี 10 ลดความเหลือ่ มลา้ ทง้ั ภายในและระหวา่ งประเทศ
เป้าหมายท่ี 11 ทาให้เมืองและการต้ังถ่ินฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ท่ัวถึง พร้อมรับ
การเปลย่ี นแปลงและยงั่ ยืน
เป้าหมายท่ี 12 ทาให้แนใ่ จถงึ การมีแบบแผนการผลติ และการบรโิ ภคที่ย่งั ยืน
เป้าหมายที่ 13 ดาเนินการอย่างเร่งด่วนเพ่ือต่อสู้กับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและ
ผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้
เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลสาหรับ
การพัฒนาที่ยั่งยืน ใหเ้ ปน็ ไปอย่างยงั่ ยนื
เป้าหมายท่ี 15 พิทักษ์ บรู ณะ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ท่ียั่งยนื ของระบบนเิ วศบนบก จัดการ
ป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้กับการแปรสภาพเป็นทะเลทราย หยุดยั้งและฟ้ืนฟูความเส่ือมโทรมของที่ดิน และ
หยดุ ย้งั การสญู เสียความหลากหลายทางชวี ภาพ

เป้าหมายท่ี 16 ส่งเสริมให้สังคมมีความเป็นปกติสุข ไม่แบ่งแยก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการเข้าถึง
ความยุติธรรมโดยถ้วนหน้า และสร้างให้เกิดสถาบันอันเป็นที่พึ่งของส่วนรวม มีประสิทธิผล และเป็นท่ียอมรับใน
ทุกระดบั

เป้าหมายที่ 17 เสริมสร้างความเข้มแข็งในวิธีการปฏิบัติให้เกิดผล และสร้างพลังแห่งการเป็น
หุ้นส่วนความร่วมมือระดับสากลตอ่ การพัฒนาที่ยั่งยืน

8. คณุ ค่าพระวรสาร

จากการศึกษามิติต่างๆ ของการจัดการศึกษาตามแนวทางมงฟอร์ต คุณค่าพระวรสารที่สอดคล้อง

กบั แนวทางมงฟอรต์ ทีค่ วรไดร้ บั การหล่อหลอมในบคุ คลให้เกดิ การเปล่ียนแปลงในแต่ละคน ซงึ่ มีดงั ต่อไปนี้

1. ความเช่อื ศรทั ธา (faith) 7. ความรกั (love)

2. ความจริง (truth) 8. ความเมตตา (compassion)

3. ความเคารพ / ศักดิศ์ รี (respect / dignity) 9. การรบั ใช้ (service)

4. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 10. ความยตุ ธิ รรม (justice)

5. ความซ่ือตรง (honesty) 11. สนั ต/ิ การคนื ด(ี peace/reconciliation)

6. ความเรียบงา่ ย/ความพอเพยี ง (simplicity / sufficiency) 12. การใหอ้ ภัย (forgiveness)

9. ทกั ษะของคนในศตวรรษที่ 21
การศกึ ษาในศตวรรษที่ 21 ทค่ี นทุกคนตอ้ งเรียนรตู้ ัง้ แต่ชัน้ อนบุ าลไปจนถงึ มหาวิทยาลยั และตลอดชวี ิต

คอื 3R x 7C กลา่ วคือ 3R ไดแ้ ก่
1. Reading (อ่านออก)
2. (W)Riting (เขียนได)้
3. (A)Rithmetics (คดิ เลขเป็น)
และ 7C ไดแ้ ก่
1.Critical thinking & problem solving (ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการ

แกป้ ัญหา)
2. Creativity & innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
3. Cross-cultural understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
4. Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือการทางานเป็นทีม และ

ภาวะผ้นู า)
5. Communications, information & media literacy (ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและ

รเู้ ทา่ ทนั สอ่ื )
6. Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร)
7. Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนร้)ู

10. แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสูศ่ ตวรรษท่ี 21

แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 จะประกอบไปด้วย
แนวทางในการดาเนินการที่สาคัญทั้งการ“ซ่อม”และการ“สร้าง”ควบคู่กันไป

ซ่อม
1. ปฏิรูประบบการผลิตครูและพัฒนาศักยภาพครูประจาการ
2. ปฏริ ปู การเรียนรู้แห่งศตวรรษท่ี 21 และสง่ เสริมการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต
3. ปฏิรปู ระบบการประเมินเน้นการประเมนิ เพอื่ พัฒนาการเรียนรู้ (Formative Assessment)
4. ปฏริ ูปเชิงโครงสรา้ งและบริหารการเปลีย่ นแปลงตลอดจนปฏิรูประบบการบริหารจดั การ
สร้าง
1. สรา้ งสังคมแห่งปัญญา (Wisdom-based Society) สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชีวติ
(Lifelong Learning) และสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ (Supportive Learning Environment)
เพ่อื สร้างมนษุ ยท์ ี่สมบูรณไ์ ม่เนน้ แตว่ ชิ าการ
ดังน้ัน สามารถวเิ คราะห์ประเด็นสาคัญสาหรบั การทาแผนยุทธศาสตร์มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่ง
ประเทศไทย ดังตารางตอ่ ไปน้ี

11. แผนยทุ ธศาสตรม์ ูลนิธคิ ณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ระยะ 6 ปี พ.ศ. 2559-2564
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 ฟื้นฟกู ารจัดการศึกษาให้บรรลุตามทิศทางการจดั การศึกษาในแนวมงฟอร์ต
จุดม่งุ หมาย

มุ่งฟ้ืนฟูและพฒั นาการจดั การศกึ ษาโรงเรียนในเครือมลู นิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ให้
ผเู้ รียน ผู้ร่วมบริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้รู้ เข้าใจและปฏิบัตติ ามทิศทางการจดั การศึกษาในแนว
มงฟอรต์ มีเครือข่ายความร่วมมือ การจัดหลกั สูตร การจัดกิจกรรมท่ีปลูกฝัง ส่งเสริมและพัฒนา ให้เคารพต่อ
ชมุ ชนของชวี ิตตามทิศทางการจัดการศึกษาในแนวมงฟอร์ตอย่างยง่ั ยืน
กลยทุ ธ์

กลยุทธ์ที่ 1.1 พัฒนาผู้เรยี นในการแสวงหาสัจธรรมของชวี ิต (ตามคุณค่าพระวรสาร)มีวริ ิยะ อุตสาหะ
รับผิดชอบตอ่ สงั คม

กลยุทธ์ที่ 1.2 พัฒนาผู้ร่วมบริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ เข้าใจและปฏิบัติตาม
ค่านิยมในแนวมงฟอรต์

กลยุทธ์ที่ 1.3 จัดการศึกษา เพื่อส่งเสริมการเคารพศักด์ิศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน สิทธิ
เดก็ ความยตุ ธิ รรม และสนั ติ

กลยทุ ธท์ ี่ 1.4 เสริมสร้างผรู้ ่วมงานและเสรมิ พลงั เครอื ข่ายเพอื่ จดั การศึกษาในแนวมงฟอรต์
กลยุทธท์ ่ี 1.5 เคารพตอ่ ชุมชนของชวี ติ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาโรงเรยี นในเครือมลู นธิ ฯิ ใหม้ ีมาตรฐานสากล
จดุ มุง่ หมาย

โรงเรียนในเครือมูลนิธิฯ มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ ด้วยการ
ยกระดับคุณภาพ หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ระบบการวัดประเมินผล สื่อเทคโนโลยี นวัตกรรม
งานวิจัย และครูผู้สอนมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถส่ือสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา มีความ
เช่ียวชาญเฉพาะด้าน มีจิตสาธารณะและบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม มีความรอบรู้ในทักษะการเรียนรู้ของ
ศตวรรษท่ี 21 และมคี ุณภาพตามมาตรฐานสากล
กลยุทธ์

กลยทุ ธท์ ่ี 2.1 พัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ มี าตรฐานสากล
กลยทุ ธ์ท่ี 2.2 จัดการเรียนการสอนเทยี บเคียงมาตรฐานสากล
กลยุทธ์ที่ 2.3 เสริมสร้างวัฒนธรรมให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะในการบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมในมิติ
ตา่ งๆ
กลยุทธ์ท่ี 2.4 พัฒนาระบบการวัดประเมินผล และความโดดเด่นเฉพาะของสถานศึกษาเพื่อรองรับ
เข้าส่ปู ระชาคมอาเซียน
กลยทุ ธ์ที่ 2.5 พฒั นาส่ือ/เทคโนโลยีเพ่ือรองรบั การเรยี นรยู้ คุ Digital Age
กลยุทธ์ท่ี 2.6 จัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียนตามการเรียนรู้แบบBBL (Brain-based
Learning)
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสรมิ สร้างระบบการบริหารจดั การโรงเรียนในเครอื มูลนิธิฯให้มีประสิทธภิ าพตามหลัก
ธรรมาภิบาล
จุดมงุ่ หมาย
มุ่งพัฒนา ผู้บริหาร ผู้ร่วมบริหาร โรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยให้มี
วิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นาทางวิชาการ (Academic Leadership) ที่มีผลงานปรากฏเป็นท่ียอมรับบริหารจัดการ
ด้วยระบบคณุ ภาพท่ีไดร้ บั การรับรองจากองคก์ รระดบั โลกและสามารถนาโรงเรียนสู่การเป็นมาตรฐานสากล
กลยทุ ธ์
กลยุทธ์ท่ี 3.1 พัฒนาภราดาและครูให้มีความเช่ียวชาญในการบริหารจัดการการศึกษาอย่างมี
มาตรฐาน
กลยุทธ์ท่ี 3.2 พฒั นาระบบการบรหิ ารโรงเรยี นสคู่ วามเป็นเลศิ
กลยุทธ์ท่ี 3.3 พัฒนาระบบบริหารมูลนิธิฯให้สามารถกากับ ติดตามและพัฒนาโรงเรียนในเครือ
มลู นิธิฯอยา่ งมีประสิทธิภาพเกิดประสทิ ธิผล
ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 เรง่ รัดการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์โรงเรียนในเครือมลู นิธิฯให้เปน็ ระบบและมีประสิทธภิ าพ
จุดม่งุ หมาย
มุ่งส่งเสริม และพัฒนา ภราดา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะ มีความรู้ ทักษะ
ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านตามมาตรฐานวิชาชพี มีความรกั ความผกู พันที่ดตี ่อองค์กร
กลยุทธ์
กลยทุ ธ์ที่ 4.1 พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ และวฒั นธรรมองค์กร
กลยทุ ธท์ ่ี 4.2 พัฒนาระบบการเขา้ สตู่ าแหน่งและการพัฒนาวิชาชีพบคุ ลากรระดบั โรงเรียน

กลยุทธท์ ี่ 4.3 ออกแบบสวัสดิการทีเ่ หมาะสมใหก้ ับบคุ ลากร
กลยทุ ธท์ ี่ 4.4 เพ่ิมประสิทธิภาพการพัฒนาทางวชิ าชพี
กลยทุ ธท์ ี่4.5 จดั ทาแผนการบรหิ ารความเส่ียงของทรพั ยากรมนษุ ย์
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 เสริมสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ กับทุกภาคส่วนท้ังภายในและภายนอก

ประเทศ เพอื่ ยกระดบั การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
จุดมงุ่ หมาย

มุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาให้มีความคล่องตัวในการบริหารงาน โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน
ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนเพื่อพัฒนาการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา รวมทั้งส่งเสริม
สนับสนุนให้มีเวทีแลกเปล่ียนเรียนรู้ระดับต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสรา้ งความเข้มแข็งให้กับ
โรงเรียนในเครอื ฯ
กลยทุ ธ์

กลยุทธ์ท่ี 5.1 เสริมสร้างขีดความสามารถการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางการศึกษาระหว่างโรงเรียน
ในเครอื ฯโดยผา่ นเครอื ขา่ ยสารสนเทศ

กลยทุ ธ์ท่ี 5.2 ขยายเครอื ข่ายความร่วมมอื ระหวา่ งโรงเรยี นกบั องค์กร/หนว่ ยงานต่าง ๆ

12. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 -2579
วสิ ยั ทศั นของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
“คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข

สอดคลอ้ งกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ยี นแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”
เปา้ หมายของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
1.การเขา้ ถึงโอกาสการศึกษา (Access)
2. ความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษา (Equity)
3. ประสทิ ธภิ าพ (Efficiency)
4. คุณภาพการศกึ ษา (Quality)
5. การตอบโจทย์บริบท ทเี่ ปลี่ยนแปลง (Relevancy)
ยทุ ธศาสตรข์ องแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
ยุทธศาสตร์ 1 การจดั การศกึ ษา เพ่อื ความมน่ั คง ของสงั คม และประเทศชาติ
เปา้ หมายที่ 1 คนทุกช่วงวยั มคี วามรักสถาบันหลักของชาติ และยดึ มนั่ การปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
เป้าหมายที่ 2 คนทุกชว่ งวัยในเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใตแ้ ละพ้นื ที่

พเิ ศษ ได้รับการศกึ ษาและเรียนรู้อย่างมคี ุณภาพ
เปา้ หมายที่ 3 คนทกุ ช่วงวัยได้รบั การศึกษา การดูแลและปอ้ งกนั จากภัยคุกคามในชวี ิต

รปู แบบใหม่

ยุทธศาสตร์ 2 การผลิตและพัฒนา กาลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพ่ือ สร้างขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขันของ ประเทศ

เปา้ หมายท่ี 1 กาลังคนมที กั ษะทส่ี าคัญจาเป็นและมสี มรรถนะตรงตามความต้องการของ
ตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ

เป้าหมายที่ 2 สถาบันการศึกษาและหน่วยงานทจี่ ัดการศกึ ษาผลิตบณั ฑติ ที่มคี วาม
เชี่ยวชาญและเปน็ เลิศเฉพาะด้าน

เป้าหมายที่ 3 การวจิ ยั และพัฒนาเพ่อื สร้างองคค์ วามรู้ และนวัตกรรมทสี่ ร้างผลผลติ และ
มลู ค่าเพ่มิ ทางเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ 3 การพฒั นา ศกั ยภาพ คนทกุ ช่วงวยั และการสร้าง สงั คม แหง่ การเรยี นรู้
เปา้ หมายท่ี 1 ผเู้ รยี นมีทักษะและคณุ ลกั ษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทกั ษะและ

คณุ ลักษณะทจี่ าเป็นในศตวรรษที่ 21
เป้าหมายท่ี 2 คนทกุ ช่วงวยั มีทักษะความรคู้ วามสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐาน

การศึกษา และมาตรฐานวชิ าชพี และพัฒนาคุณภาพชวี ิตได้ตามศกั ยภาพ
เปา้ หมายที่ 3 สถานศึกษาทกุ ระดับการศึกษาสามารถจดั กิจกรรม/กระบวนการเรยี นรู้

ตาม หลกั สตู รอย่างมคี ุณภาพและมาตรฐาน
เป้าหมายที่ 4 แหลง่ เรียนรู้ ส่อื ตาราเรียน นวัตกรรม และสือ่ การเรยี นรมู้ ีคุณภาพและ

มาตรฐาน และประชาชนสามารถเขา้ ถึงได้โดยไม่จา้ กัดเวลาและสถานที่
เปา้ หมายท่ี 5 ระบบและกลไกการวดั การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ
เปา้ หมายที่ 6 ระบบการผลติ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษาได้มาตรฐาน

ระดบั สากล
เป้าหมายที่ 7 ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษาไดร้ บั การพัฒนาสมรรถนะตาม

มาตรฐาน
ยทุ ธศาสตร์ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทาง การศึกษา
เป้าหมายท่ี 1 ผเู้ รียนทกุ คนไดร้ บั โอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาท่ี

มีคุณภาพ
เปา้ หมายที่ 2 การเพิ่มโอกาสทางการศกึ ษา ผ่านเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพอ่ื การศกึ ษา สาหรบั

คนทุกช่วงวยั
เปา้ หมายท่ี 3 ระบบขอ้ มลู รายบคุ คลและสารสนเทศทางการศกึ ษาที่ครอบคลมุ ถกู ต้อง

เปน็ ปจั จบุ ัน เพื่อการวางแผน การบริหารจดั การศกึ ษา การตดิ ตามประเมิน และรายงานผล
ยทุ ธศาสตร์ 5 การจัด การศึกษาเพือ่ สรา้ งเสรมิ คณุ ภาพชีวิต ที่เปน็ มิตรกบั สิง่ แวดล้อม
เปา้ หมายที่ 1 คนทกุ ช่วงวัย มจี ติ สานึกรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนา

แนวคิด ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสูก่ ารปฏบิ ัต
เปา้ หมายท่ี 2 หลักสตู ร แหล่งเรียนรู้ และส่ือการเรียนรทู้ ่สี ่งเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ป็นมติ ร

กบั สงิ่ แวดลอ้ ม คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการนาแนวคดิ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การปฏิบตั ิ

เป้าหมายที่ 3 การวิจัยเพ่ือพฒั นาองคค์ วามรู้และนวตั กรรมด้านการสรา้ งเสรมิ คณุ ภาพ
ชีวติ ที่ เปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ ม

ยทุ ธศาสตร์ 6 การพฒั นา ประสิทธภิ าพของ ระบบบรหิ าร จดั การศกึ ษา
เปา้ หมายท่ี 1 โครงสรา้ ง บทบาทและระบบการบริหารจดั การการศกึ ษามีความคล่องตัว

ชดั เจน และสามารถตรวจสอบได้
เป้าหมายที่ 2 ระบบการบรหิ ารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อ

คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
เปา้ หมายท่ี 3 ทกุ ภาคส่วนของสังคมมสี ่วนร่วมในการจดั การศกึ ษาท่ตี อบสนองความ

ต้องการของประชาชนและพน้ื ท่ี
เป้าหมายที่ 4 กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรพั ยากรทางการศึกษารองรับ

ลักษณะ ทีแ่ ตกต่างกันของผเู้ รียน สถานศกึ ษา และความต้องการกาลังแรงงานของประเทศ
เปา้ หมายที่ 5 ระบบบริหารงานบคุ คลของครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษามคี วาม

เป็นธรรม สร้างขวญั กาลงั ใจ และส่งเสรมิ ใหป้ ฏบิ ัตงิ านได้อย่างเต็มตามศักยภาพ

13. Education 4.0
การศึกษารูปแบบ 4.0 คือการศึกษาท่ีผู้เรียนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ Education 4.0 คือ การ

เรยี นการสอนท่ีสอนใหผ้ เู้ รียนสามารถนาองคค์ วามรู้ท่ีมอี ยทู่ ุกหนทุกแห่งบนโลกน้ี มาบูรณาการเชงิ สรา้ งสรรค์
เพือ่ พัฒนานวตั กรรมตา่ ง ๆ มาตอบสนองความต้องการของสงั คม (วริ ัช ปัณฑ์ศริ โิ รจน์)
การเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเข้าสู่ยุคที่ประเทศไทยต้องมีนวัตกรรมเป็นของตนเอง ไม่ต้องพ่ึงจากต่างชาติ
ซงึ่ เป็นโจทย์ท่ีทา้ ยทายสงู มากๆ ทาอย่างไรเราจะพัฒนานวัตกรรมเป็นของตนเองได้ทั้งๆ ท่ีเรามีทรัพยากรท่ีมี
อยู่ในประเทศมากมาย ในยุคน้ี เพราะการเรียนการสอนในยุค 4.0 ต้องปล่อยให้เด็กได้ใช้เทคโนโยี ในการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง ปลอ่ ยให้เดก็ กล้าคิดและกล้าท่ีจะผิด แต่ทั้งหมดก็ยังคงต้องอยู่ในกรอบที่สังคมต้องการหรือ
ยอมรบั ได้ ไม่ใช่ว่าเก่งจริง คิดอะไรใหม่ๆ ได้เสมอมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ซ่ึงเรือ่ ง
ของ Education 4.0 มปี ัจจัยหลกั ๆ แค่ 3 ปัจจัยคอื

1.Internet เคร่ืองมือสาคัญสาหรับการค้นหาความรู้ ผมเองจะเขียนบทความนี้ก็อาศัย Internet น่ีล่ะ
ครับ เป็นแหล่งข้อมูลทีส่ าคัญ ดงั น้นั ทางสถาบนั การศึกษาคงต้องสนับสนนุ ให้นักเรยี นเข้าถึง Internet ไดง้ า่ ย

2.ความคดิ สร้างสรรค์ หลกั สูตรการเรียนการสอนควรจะเปิดโอกาส ให้นกั เรียนนักศกึ ษากล้าที่จะคิด
นอกกรอบหรอื ตอ่ ยอดจากตารา

3.การปฏิสัมพนั ธ์กับสงั คม เพ่ือทจี่ ะสามารถตอบสนองความตอ้ งการของสังคมและทางานร่วมกันใน
สังคมได้ ทางสถาบันการศึกษาเองควรมีกิจกรรมให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้าร่วมเป็นประจา มีการสนับสนุน
การทางานแบบเป็นกล่มุ มากกว่างานเด่ียว

ถ้าปัจจัยท้ัง 3 ข้อทาได้ดี Education 4.0 ก็จะสามารถสร้างและพัฒนาคน ให้สามารถค้นหาความรู้
ตา่ งๆ มาปะตดิ ปะต่อและประยกุ ตเ์ ข้ากับงานทที่ า สามารถต่อยอดและพฒั นาสิง่ ใหมๆ่ ได้

14. มาตรฐานการศึกษาระดบั ปฐมวัย

มาตรฐานดา้ นคุณภาพผ้เู รียน
มาตรฐานที่ 1 เด็กมีพฒั นาการดา้ นร่างกาย
มาตรฐานที่ 2 เด็กมพี ฒั นาการดา้ นอารมณ์และจติ ใจ
มาตรฐานที่ 3 เดก็ มพี ฒั นาการด้านสงั คม
มาตรฐานท่ี 4 เด็กมพี ัฒนาการด้านสตปิ ญั ญา

มาตรฐานด้านการจดั การศึกษา
มาตรฐานที่ 5 ครปู ฏิบตั งิ านตามบทบาทหนา้ ทีอ่ ย่างมีประสิทธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผล
มาตรฐานที่ 6 ผบู้ ริหารปฏิบัติงานตามบทบาทหนา้ ที่อย่างมปี ระสิทธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ล
มาตรฐานท่ี 7 แนวการจัดการศึกษา
มาตรฐานท่ี 8 สถานศกึ ษามกี ารประกนั คณุ ภาพภายในของสถานศึกษาตามทก่ี าหนด
ในกฎกระทรวง

มาตรฐานดา้ นการสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ 9 สถานศึกษามกี ารสรา้ ง สง่ เสริม สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษาเปน็ สงั คมแห่งการเรียนรู้

มาตรฐานด้านอตั ลกั ษณข์ องสถานศกึ ษา

มาตรฐานท่ี 10 การพฒั นาสถานศกึ ษาให้บรรลุ เป้าหมายตามปรชั ญา วสิ ยั ทศั น์ และจดุ เนน้ ของ
การศึกษาปฐมวยั

มาตรฐานดา้ นมาตรการสง่ เสรมิ

มาต รฐาน ที่ 11 การพั ฒ น าสถาน ศึก ษ าตาม น โยบ ายและแน วท างป ฏิ รูป การศึ กษ า

เพื่อยกระดบั คณุ ภาพให้สงู ข้ึน

15. ทกั ษะชวี ิตของเด็กปฐมวัย

1. ทกั ษะทางกาย เด็กปฐมวยั ควรมลี ักษณะของการมที กั ษะทางกายท่ีสมบูรณ์พร้อม ในด้านตา่ งๆ
ไดแ้ ก่

1.1 การมภี าวะทางโภชนาการทดี่ ี คอื รู้จกั เลอื กรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ สะอาด

ปลอดภัย หลีกเล่ียงอาหารทีเ่ สี่ยง หรือมีสารที่อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความไม่สมดลุ ของระบบต่างๆ ในรา่ งกายอันนามา
ซึ่งโรคภัย ไข้เจ็บต่างๆ เชน่ มีทักษะการเลือกอาหารทม่ี ีประโยชน์ และการปฏิเสธอาหารที่ไม่มปี ระโยชน์ การ
ยับย้ังชั่งใจไม่บริโภคอาหารตามส่ือ โฆษณา ซึ่งเป็นอาหารท่ีไม่ปลอดภัยการเลือกซื้ออาหารโดยรู้จักพิจารณา
ฉลากวนั หมดอายุ เปน็ ตน้

1.2 การมีสมรรถภาพทางกายท่ีดีคือ การออกกาลังกาย การเล่น หรือการเคล่ือนไหว
ร่างกาย
ท่ีก่อให้เกิดความแข็งแรง ทนทาน ซ่ึงเด็กต้องได้ปฏิบัติอย่างสม่าเสมอ จนเป็นกิจนิสัย เมื่อร่างกายมีความ
ยดื หยนุ่ แข็งแรง ทนทาน จะทาให้เกิดความสามารถดา้ นทักษะกลไก เด็กมีความคล่องตวั สามารถทากจิ กรรม
ต่างๆได้อยา่ งดหี ่างไกลจากโรคภยั ไข้เจบ็

1.3 การดูแลความปลอดภัยคอื การรจู้ กั ระวงั ปอ้ งกนั แกป้ ัญหาเมื่อตกอยู่ในภาวะท่ไี ม่
ปลอดภัย เด็กควรได้เรียนรู้การป้องกันอุบัติเหตุ การระวังภัยจากคนแปลกหน้า การเดินทางด้วยยานพาหนะ
ตา่ งๆอย่างปลอดภัย การรัดเข็มขัดนิรภัย การว่ายน้า การเรียนรู้สัญญาณไฟจราจร การสังเกตและจัดการกับ
ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติ การเลน่ กับวสั ดอุ ุปกรณ์ หรือสตั ว์เลีย้ งอยา่ งปลอดภยั ตลอดจนการเรยี นรเู้ พื่อใชส้ ิ่งของ
ที่เก่ียวข้องในการดาเนินชีวิตอย่างปลอดภัย เช่น การเรียนรู้สารเคมีรอบๆ ตัว เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน
แปง้ ครมี บารุงผวิ ครมี กันแดด ฯลฯ

1.4 การดูแลและชว่ ยเหลอื ตนเองคือ การปฏบิ ัตกิ ิจวัตรประจาวนั เด็กควรไดเ้ รียนรกู้ าร
ดูแลและช่วยเหลือตนเองในด้านต่างๆ การดูแลตนเองในการรับประทานอาหาร การขับถ่าย การทาความ
สะอาดร่างกายการแต่งกาย และการดแู ลสุขอนามยั การมีภาชนะของใช้ส่วนตัว การดูแลตนเองเวลาเจบ็ ป่วย
เชน่ ปิดปากเวลาไอจาม ใชผ้ า้ ปดิ ปากปดิ จมกู เวลาเจบ็ ป่วย เป็นต้น

2. ทักษะทางอารมณ์ จิตใจภาวะทางอารมณ์จิตใจนับเป็นพื้นฐานสาคัญของการพัฒนาเด็ก อารมณ์
เป็นส่วนท่ีเก่ียวข้องกับภาวะของเดก็ ในการดารงชีวิตและการปฏิสมั พันธ์กบั บุคคลอื่นๆ เดก็ ท่ีสามารถควบคุม
และจัดการกับอารมณ์อย่างเหมาะสมจะเข้ากับเพ่ือนและมีความสามารถทางสังคมมากกว่าเด็กที่ไม่สามารถ
ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ซ่ึงความสามารถทางการควบคุมอารมณ์จะสัมพันธ์กับพัฒนาการตามอายุและ
ความสามารถทางสติปัญญาของเด็กด้วย เด็กปฐมวัยควรมีลักษณะของการมีทักษะทางอารมณ์ จิตใจท่ี
สมบรู ณพ์ ร้อม ในดา้ นต่างๆไดแ้ ก่

2.1 การตระหนกั รู้ในตนเอง ได้แก่ การส่งเสริมให้เดก็ ร้เู ท่าอารมณข์ องตนเอง ร้สู าเหตุท่ี
ทาให้เกิดความรสู้ ึกนั้นๆ และคาดคะเนผลทจี่ ะตามมา สามารถประเมินตนได้ตามความเป็นจริง รจู้ ุดดจี ุดด้อย
ของตนเอง มีความมั่นใจและเห็นคุณคา่ ในตนเอง สามารถจัดการและควบคมุ ความร้สู ึกของตนให้อยู่ในสภาวะ
ทเี่ หมาะสมได้

2.2 ความสามารถในการควบคุมตนเอง เมื่อเกิดภาวะความฉุนเฉยี ว โมโหสามารถจดั การ
ได้ มคี วามรับผิดชอบ ซ่อื สัตย์รักษาระเบียบวินยั คุณงามความดี มคี วามสามารถในการปรับตัวและยดื หย่นุ ต่อ
การเปล่ยี นแปลงท่เี กดิ ข้นึ สามารถยอมรับกับส่ิงใหมๆ่ ทเ่ี กิดข้นึ ได้

2.3 การมแี รงจงู ใจ ประกอบด้วยการมีกาลังใจในการขบั เคลื่อนตนเองในการทากจิ กรรม
ให้ประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย การมองโลกในแง่ดี การไมย่ ่อทอ้ ตอ่ ปัญหาและอปุ สรรค

2.4 การเขา้ ใจความรู้สึกของผอู้ น่ื ประกอบด้วย การเข้าใจอารมณค์ วามรสู้ กึ ของผู้อืน่ เมตตา
เอื้ออาทร แบ่งปัน ส่งเสริม พลอยยินดีเมื่อผู้อ่ืนได้ดี ให้โอกาสเมื่อผู้อ่ืนผิดพลาด และให้ความช่วยเหลือเมื่อ
ผู้อื่นเดือดร้อน ให้อภัยเมื่อผู้อื่นผิดพลาดหรือทาให้ตนเดือดร้อนการส่งเสริมให้เด็กมีจิตใจและอารมณ์ท่ีพึง
ประสงคผ์ ู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างของการเป็นผู้มีทกั ษะทางอารมณ์ จิตใจ และสง่ เสรมิ ให้เดก็ ได้มีโอกาสแสดง
น้าใจต่อบุคคล สัตว์ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพ่ือให้เด็กได้ฝึกฝนการเรียนรู้ธรรมชาติของตนและการ
ให้แก่ผู้อื่นควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ซึมซับอารมณ์เชิงบวกอย่างสม่าเสมอ เช่น การชื่นชม ให้กาลังใจเม่ือเด็ก
สามารถควบคุมตนเองได้ การช่ืนชม โอบกอด เมื่อเด็กช่วยเหลือและดูแลผู้อ่ืนหรือ มีการให้รางวัลเม่ือเด็ก
แสดงน้าใจ หรือแสดงออกซึง่ คุณธรรมต่างๆ ซ่ึงจะหล่อหลอมใหเ้ ด็กเติบโตท่ามกลาง

ความรัก และสังคมท่ีเอ้ืออาทรต่อกัน ให้เห็นความสาคัญของความสุขอันเกิดจากการให้ ซ่ึงจะเป็นพื้นฐานให้
เด็กเคารพและเห็นคณุ คา่ ของการมจี ิตใจท่ีดีงามต่อไป

3 ทักษะทางสงั คม การมีทักษะสงั คม สามารถติดต่อกบั ผ้อู น่ื เพื่อให้เกิดสมั พันธภาพและการอยู่
ร่วมกับบุคคลอื่นอย่างเก้ือกูลสัมพันธ์ เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้มีลักษณะทางสังคม ได้แก่
ความสามารถในการสื่อสาร การสร้างสัมพันธ์และร่วมมือกับผู้อื่น การทางานเป็นกลุ่ม การเป็นผู้นา การ
จัดการกับความขัดแย้งการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เล่น ได้เรียนรู้และทากิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่นท้ังเด็กวัย
เดียวกัน รุ่นน้อง รุ่นพ่ี หรือการเรียนรู้และทากิจกรรมกับผู้ปกครอง ครู ผู้ใหญ่หรือเพ่ือนบ้าน จะทาให้เด็กได้
ปฏิสัมพันธ์และเรียนรกู้ ารสื่อสารการมีความสุขร่วมกัน การช่วยเหลือเกือ้ กูลกัน เป็นพื้นฐานท่ีดีในการเติบโต
และอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่ืนในอนาคต

4. ทักษะทางปญั ญา เด็กปฐมวยั แม้จะเป็นวัยท่ียังไม่สามารถใช้สตปิ ญั ญาในการแกป้ ัญหาอย่างเต็มที่
ได้ เด็กเร่ิมมีความคิดรวบยอดกับสิ่งต่างๆ แต่ยังไม่สมบูรณ์และยังไม่มีเหตุผล ความคิดความเข้าใจขึ้นอยู่กับ
การรับรู้จากประสาทสัมผัสเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถใช้เหตุผลได้ การส่งเสริมทักษะทางปัญญาของเด็ก
ปฐมวัย จึงให้โอกาสเด็กเรียนรู้ผ่านการจาแนกแยกแยะการแก้ปัญหาที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง การจัดกิจกรรม
หรือประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้จึงมุ่งใช้สถานการณ์ในชีวิต ให้เด็กได้แก้ปัญหา หรือหาคาตอบ ทดลอง
ปฏิบัติเพ่ือให้คลี่คลายในปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆ หรือการใช้คาถามกระตุ้นให้เด็กสนใจสืบค้น แสวงหา
คาตอบ หรือ เกิดการลองผิด ลองถูก การให้โอกาส ให้เวลาในการกระทาซ้าๆ เพื่อเรียนรู้จะเสริมให้เด็กเกิด
การแก้ปัญหาได้ ทักษะทางปัญญาสัมพันธ์เก่ียวข้องกับการพัฒนาด้านภาษาการสื่อสาร การเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตรท์ ่ีสอดคล้องกบั ชีวิตประจาวัน เช่นการปรงุ อาหาร การจัดเกบ็ สง่ิ ของในครัวเรือนโดย
แยกแยะจาแนกประเภท การซือ้ สนิ คา้ การออมเงิน เปน็ ต้น

16. โรงเรยี นมาตรฐานสากล
ผเู้ รยี นมศี ักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen)

คุณภาพผู้เรียน
1. เปน็ เลิศวชิ าการ
1.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนผ่านการประเมินระดับชาติอยู่ในระดับดีเป็นที่ยอมรับจากสถาบัน

นานาชาติ
1.2 นักเรียนมีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทางเป็นที่ประจักษ์ สามารถแข่งขันในระดับชาติ และ

นานาชาติ
1.3 นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับท่ีสูงขึ้นจนถึงระดับอุดมศึกษา ท้ังในประเทศและ

ตา่ งประเทศไดใ้ นอตัราสงู
1.4 นกั เรียนมีผลการเรยี นที่สามารถถ่ายโอนกับสถานศกึ ษาระดบั ตา่ งๆ ในนานาชาติได้
2. ส่อื สารไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ภาษา
2.1 นักเรียนใช้ภาษาไทย/ ภาษาองั กฤษ และภาษาตา่ งประเทศอ่ืน ๆ ในการสอื่ สารได้ดี
2.2 นกั เรียนสามารถสอบผ่านการวดั ระดับความสามารถทางภาษาจากสถาบันภาษานานาชาติ

3. ลา้ หนา้ ทางความคดิ
3.1 นักเรียนสร้างกิจกรรมแลกเปลียนเรียนรู้และจัดทา โครงงานที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะ
ประโยชนร์ ว่ มกับนกั เรียนนานาชาติ
3.2 นักเรยี นสามารถเขยี นเรยี งความขัน้ สูง
4. ผลติ อย่างสร้างสรรค์
4.1 นักเรยี นสามารถเลอื กเรยี นและฝึกวิชาชีพตามความถนัดและความสนใจ
4.2 นักเรียนมีผลงานการประดษิ ฐ์สร้างสรรค์ และออกแบบผลงานเขา้ แข่งขนั ในเวทรี ะดับชาติ
และนานาชาติ
4.3 นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลย่ีการเรียนรู้ ออกแบบสร้างสรรค์งาน ส่ือสาร นาเสนอเผยแพร่และ
แลกเปล่ยี นผลงานได้ในระดับนานาชาติ

การจัดการเรียนการสอนเทียบเคยี งมาตรฐานสากล (World – Class Standard)
1. ด้านคณุ ภาพวชาิ การ
- โรงเรียนจัดหลกั สูตรทางเลือกท่ีเทียบเคียงกบั หลักสตู รมาตรฐานสากล ได้แก่ หลกัสตู ร English

Program (EP) Mini English Program (MEP) International English Program (IEP) International
Baccalaureate (IB) หรือหลกัสูตรความเป็นเลิศเฉพาะทาง

- โรงเรียนจัดหลักสูตรท่ีส่งเสริมความเป็นเลิศตอบสนองต่อความถนัดและศักยภาพตามความ
ตอ้ งการของผู้เรยี น

- โรงเรยี นจัดหลกั สตู รดา้ นอาชีพ (ปวช.ในโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา)
- โรงเรยี นจัดการเรยี นการสอนสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ด้วยภาษาองั กฤษ
- ปรับลดเนื้อหาเพิ่มความเข้มข้นของ 1) เนื้อหาหรือกจิกรรมสู่มาตรฐานสากล [(ทฤษฎอีงค์
ความรู้(Theory of Knowledge) การเขียนความเรียงข้ันสูง (Extended Essay)การ สรา้ งโครงงาน (Create
Project Work)] 2) เนอื้ หากิจกรรมสู่สาระการเรยี นรทู้ จี่ ะสง่ เสรมิ ส่คู วามเปน็ เลศิ
- ลดเวลาสอน เพิ่มเวลาเรียนรู้ด้วยตนเองให้แก่นักเรียน
- โรงเรยี นใช้หนังสอื ตาราเรียน สื่อท่ีมีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
- โรงเรียนจัดการเรียนการสอน โดยพฒันาใช้ระบบห้องเรียนคุณภาพ (Quality Classroom
System)
- โรงเรียนใช้ระบบการวัดและประเมินผลแบบมาตรฐานสากล โดยประเมินจากการสอบขอ้ เขียน
สอบปากเปล่า สอบสัมภาษณ์ และสามารถเทียบโอนผลการเรียนกับสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ทั้งในและ
ตา่ งประเทศ
2. ด้านคณุ ภาพครู
- ครูผสู้ อนมีความรู้ ความสามารถและความเชยี่ วชาญเฉพาะทาง ด้านวชิ าการผ่านการประเมิน
ในระดับชาติ
- ครผู สู้ อนมคี วามรู้ ความสามารถและความเช่ยี วชาญดา้ นอาชีพ ผ่านการประเมินในระดบั ชาติ

- ครสู ามารถใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสอ่ื สาร
- ครใู ชห้ นังสือ ตาราเรยี นและสอื่ ท่ีเปน็ ภาษาต่างประเทศในการจดั การเรียนการสอน
- ครูใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ICT) ในการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และการ
เผยแพร่ผลงาน ทง้ั ระบบออนไลน์ (online) และออฟไลน์(offline)
- ครูสามารถแลกเปลี่ยนเรียนร้ปู ระสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนกับนานาชาติ
- ครูใช้การวจิ ัย ส่อื นวตักรรมเพอื่ พัฒนาผเู้ รยี นอย่างต่อเน่ือง
3. ด้านการวจิ ัยและพฒั นา
โรงเรยี นดาเนินการจัดทาวิจัยและพฒั นาการจัดการศึกษาดา้ นต่างๆ อย่างตอ่ เน่ืองและ ใช้
ผลการวจิ ยั เพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล

บรหิ ารจัดการดว้ ยระบบคุณภาพ (Quality System Management)
1.ดา้ นคุณภาพของผูบ้ รหิ ารโรงเรยี น
- ผบู้ ริหารมีวสิ ัยทศันแ์ ละสามารถนาโรงเรียนสูก่ ารเป็นมาตรฐานสากล
- ผบู้ ริหารบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ
- ผบู้ ริหารมีความเป็นผู้นาทางวิชาการ(Academic Leadership) ทม่ี ผี ลงานปรากฏเปน็ ทย่ี อมรบั
- ผู้บรหิ ารมีความสามารถในการใช้เทคโนโลย่ี ในการสือ่ สารและการบริหารจัดการ
- ผู้บริหารสามารถใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสือ่ สาร
- ผบู้ รหิ ารมีประสบการณ์อบรมศกึ ษาดูงาน แลกเปล่ียนเรียนรใู้ นการจดั การศกึ ษานานาชาติ
2. ดา้ นระบบบรหิ ารจดั การ
- โรงเรยี นบริหารจดั การด้วยระบบคณุ ภาพท่ี ไดร้ ับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานสากล

ระดับโลก
- โรงเรยี นมีระบบการจัดการความรู้ (KM) และการสร้างนวัตกรรมเผยแพร่ ท้ังในประเทศ และ

ต่างประเทศ
- โรงเรียนนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) มาใช้ในการบริหารจัดการครอบคลุม ภารกิจ

ทกุ ดา้ นของโรงเรียน
- โรงเรียนมีการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้การบริหารจัดทัง้ ในประเทศ / ตา่ งประเทศ
- โรงเรียนมกี ารบริหารด้านบุคลากรอยา่ งมีอสิระและคลอ่ งตวั โดย สามารถกาหนดอตั รากาลัง

สรรหา บรรจุ จัดจา้ ง สง่ เสริม และพัฒนา
- โรงเรียนสามารถแสวงหา ระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศในการจัด

การศกึ ษา โดยสามารถบรหิ ารจัดการไดอ้ ยา่ งคลอ่ งตวั ตามสภาพความตอ้ งการและจาเปน็
3. ดา้ นปจั จยั พื้นฐาน
- โรงเรียนมีขนาดชั้นเรียนเหมาะสม โดยมีจานวนนักเรียนต่อห้อง ( ปฐมวัย25 คน :1 ห้อง,

ประถมศึกษา 30 คน : 1 ห้อง,มัธยมศึกษา 35 คน : 1 ห้อง ) โดยมีจานวนครูท่ีมีความรู้ ตรงสาขาวิชาท่ีสอน
เพยี งพอ และมีอตรั า ส่วนครู1 คน ต่อ นักเรียนไม่เกนิ 20 คน

- ภาระงานการสอนของครมู ีความเหมาะสมไมเ่ กนิ 20 ชัว่ โมงต่อสปั ดาห์
- โรงเรยี นจัดให้มหี นังสือ / ตาราเรียนท่มี ีคุณภาพระดบั มาตรฐานสากล เพื่อให้นกั เรียน ไดใ้ ช้เรียน
อย่างเพียงพอ
- โรงเรยี นมีคอมพวิ เตอรพ์ กพา สาหรบั นกั เรียนทกุ คน
- โรงเรียนมีเครือข่ายอินเตอรเ์ น็ตแบบความเรว็ สงู เชอ่ื มโยงครอบคลมุ พ้ืนทข่ี องโรงเรียน
- โรงเรียนมีห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์มัลติมีเดีย (Electronic Multi - Media Classroom)
ห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการและมีอุปกรณ์เทคโนโลยทีทันสมัย เน้นความเป็นเลิศ ของนักเรียนตามกลุ่มสาระ
อยา่ งพอเพียง และสามารถเช่ือมโยงเครอื ข่ายเพอ่ื การเรียนร้แู ละ สืบค้นข้อมลู ได้รวดเร็ว
- โรงเรียนมีห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ ศูนย์วิทยบริการ (Resource Center) ที่มีสภาพแวดล้อม
บรรยากาศเอ้ือต่อการใช้บริการ มีสื่อท่ีพอเพียงเหมาะสมทันสมัย มีกิจกรรมที่ส่งเสริม การอ่านการเรียนรู้
และการค้นคว้าอยา่ งหลากหลาย
4. ด้านเครอื ขา่ ยรว่ มพัฒนา
- โรงเรยี นมีสถานศกึ ษาท่จี ัดการศึกษาในระดับเดียวกนั เปน็ เครือข่ายร่วมพัฒนา ทั้งในระดับ
ทอ้ งถิน่ ภูมภิ าค ระดับประเทศและระหวา่ งประเทศ
- โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรัพยากรระหว่างเครือข่าย
โรงเรียนรว่ มพฒั นา
- โรงเรียนมีเครอื ขา่ ยสนบั สนุนจากสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรอน่ื ๆ ท่ีเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และ
เอกชน ทงั้ ในประเทศและต่างประเทศ
- นกั เรียนและครมู เี ครอื ขา่ ยแลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ บั บุคคลอ่นื ท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ

สว่ นท่ี 2

ประวตั ิและภาพรวมโรงเรียน

2.1 ประวตั ิ ปรชั ญา และเปา้ หมายของมลู นธิ ฯิ

นักบุญหลุยส์ มารีย์ เดอ มงฟอร์ต (พ.ศ.2216-2259) เป็นพระสงฆ์ธรรมทูตชาวฝรั่งเศสผู้ประกาศ
ข่าวดีของพระคริสตเจ้าในแถบตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เร่ิมงานด้านการศึกษาให้กับเยาวชน ในปี พ.ศ.
2257 ปรารถนาให้มีผู้สืบทอดเจตนารมณ์ โดยการก่อต้ังคณะนักบวช 3 คณะคือ พระสงฆ์ธรรมทูต คณะ
พระนางมารีย์ (The Company of Mary) ภคินีคณะธิดาแห่งปรีชาญาณ (The Daughters of Wisdom)
และภราดาคณะเซนต์คาเบรยี ล (Brothers of St. Gabriel) หลงั จากทท่ี า่ นมรณภาพแลว้ บาทหลวงคาเบรยี ล
เดแอ (Gabriel Deshayes) ได้ส่งเสริมการเป็นภราดามากข้ึน เพ่ือการสอนเรียน ตามความต้องการของ
สังคมสมัยนั้น ทาให้มีจานวนภราดาเพ่ิมขึ้น และเน่ืองจากลักษณะของงานต่างออกไปจากเดิม ท่านจึง
ดาเนินการให้แยกคณะภราดาออกจากคณะพระสงฆ์ หลังจากท่านสิ้นใจ ในปี พ.ศ.2385 ภราดาจึงแยกตัว
เป็นคณะใหม่ภายใต้ช่ือคณะภราดาแห่งพระจิต ต่อมาได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ให้ใช้ช่ือ “ภราดา
คณะเซนต์คาเบรยี ล”

คุณพ่อเอมิล กอลมเบต์ เจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญและผู้ก่อต้ังโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้เชิญภราดาคณะ
เซนต์คาเบรยี ลใหม้ าทาหน้าท่ีบริหารโรงเรียนอสั สัมชญั แทนท่าน ภราดาคณะเซนต์คาเบรียลจึงได้ส่งภราดา 5
ท่านแรกให้เข้ามาทางานในประเทศไทย ประกอบด้วย ภราดามาร์ติน เดอ ตูรส์ (อธิการ) ภราดาอาแบล
ภราดาคาเบรียล เฟอราตี และภราดาฮีแลร์ ท้ัง 4 ท่านเป็นชาวฝรงั่ เศส และภราดาชาวแคนาดาอกี 1 ท่านคือ
ภราดา โอกุส ภราดาท้ัง 5 ท่านได้เดินทางมาถึงเมืองไทยในวันท่ี 20 ตุลาคม พ.ศ.2444 และได้เร่ิมบริหาร
โรงเรยี นโรงเรียนอัสสัมชญั

มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ได้รับการจัดตั้งเมื่อวันท่ี 29 เมษายน พ.ศ.2496 โดยมี
สานักงานใหญ่ ณ โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ เลขที่ 141 ถนนสาธร อาเภอยานนาวา จังหวัดพระนคร โดยมี
วัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯเร่ิมแรก คือ เพ่ือดาเนินการอุปการะ ฟ้ืนฟู และส่งเสริมโรงเรียนท่ีคณะภราดาเซนต์
คาเบรียลแห่งประเทศไทยก่อตั้งไว้แล้ว และส่งเสริมโรงเรียนที่จะตั้งข้ึนใหม่ เพ่ือความก้าวหน้าในการศึกษา
แหง่ ประเทศไทย รวมถึงใหก้ ารศึกษาแกเ่ ด็กกาพร้าและการฝกึ หดั ครฯู

ปจั จบุ ัน มูลนิธิคณะเซนตค์ าเบรยี ลแห่งประเทศไทย มีสานักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขท่ี 2 ซอยแสงเงนิ (ทอง
หล่อ 25) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ขึ้นใหม่
ในทกุ รอบ 3 ปี ตามวาระของอธกิ ารเจ้าคณะแขวงแหง่ ประเทศไทย

ปัจจุบันสถาบันการศึกษาท่ีอยู่ในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยมี จานวน 17 แห่ง
ดงั นี้

1. โรงเรียนอัสสมั ชัญ
2. โรงเรยี นอสั สมั ชญั แผนกประถม

3. โรงเรยี นเซนตค์ าเบรียล
4. โรงเรียนมงฟอร์ตวทิ ยาลยั
5. โรงเรียนมงฟอรต์ วิทยาลัย แผนกประถม
6. โรงเรยี นอัสสัมชัญพาณิชยการ
7. โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา
8. โรงเรยี นเซนตห์ ลุยส์ฉะเชงิ เทรา
9. โรงเรยี นอัสสัมชญั ลาปาง
10.โรงเรยี นอสั สมั ชัญธนบรุ ี
11.โรงเรยี นอสั สมั ชัญระยอง
12.โรงเรียนอสั สมั ชญั อุบลราชธานี
13.โรงเรยี นอัสสมั ชญั นครราชสีมา
14.มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชัญ
15.โรงเรียนอสั สัมชญั สมุทรปราการ
16.โรงเรยี นอัสสัมชัญเทคนิคนครพนม
17.โรงเรียนอัสสมั ชญั หลกั สตู รภาษาองั กฤษ
โดยมีปรัชญา และเป้าหมายการจัดการศึกษาโรงเรียนในเครือมูลนธิ ิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศ
ไทย ดังน้ี

ปรัชญา
1. จดุ ม่งุ หมายของชวี ิต คอื การรจู้ ักสัจธรรมและการเข้าถึงธรรมอนั สูงสง่ อนั เป็นบ่อเกิดแหง่ ชวี ิต
2. มนุษย์ทุกคนต้องทางาน ความวิริยะ อุตสาหะ เป็นหนทางนาไปสู่ความสาเร็จ ดังคติพจน์ที่ว่า
LABOR OMNIA VINCIT

เป้าหมาย
1. พัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลท้ังครบ คือ พัฒนาร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และจิตใจ ภายใต้
บรรยากาศของเสถียรภาพและความรัก
2. ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เป็นเป็นวิถีชีวิตของคนไทยในระบบ
ประชาธปิ ไตย รูร้ ักษาศิลปวฒั นธรรมและประเพณีทีด่ งี ามของชาติ
3. เน้นความดีเลิศทางวิชาการและการปฏิบัติ การเจนจัดทางภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
อันจะช่วยให้ผู้เรียนเป็นคนมีทักษะมีเหตุผล มีความคิดเห็นตรรกะ มีระเบียบวินัยต่อตนเองและเป็นคนมี
ทัศนะกว้างไกล รู้จักใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในสังคม
มนษุ ย์
4. เน้นการปฏิบัติและการปลูกฝังค่านิยมของการเคารพในสิทธิต่อกันและกัน และการผนึกกาลัง
ความดี ร่วมกันพัฒนาชุมชนท่ีตนอาศัยอยู่ โดยการศึกษาและเข้าใจอารยธรรมและมรดกทางวัฒนธรรมของ

ตนเอง ของชุมชน และชาติอื่น เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมสันติภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างมวล
มนุษย์

วัตถุประสงค์การจดั ตัง้ มูลนธิ ิฯ

1. อุปการะ ฟื้นฟู และส่งเสริมโรงเรียนที่คณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยก่อตั้งไว้แล้ว
และจัดดาเนินการและส่งเสริมโรงเรียนทจี่ ะตัง้ ขนึ้ ใหม่ เพื่อความกา้ วหนา้ ในการศึกษา

2. ใหก้ ารศกึ ษาของเด็กกาพรา้ และการฝกึ หดั ครู โดยไม่เกบ็ คา่ เล่าเรียน
3. เพือ่ ร่วมมือกับองคก์ รการกศุ ลอน่ื ๆ เพือ่ สาธารณประโยชน์
4. ไม่ดาเนนิ การเก่ียวข้องกับการเมอื งแตป่ ระการใด

2.2 ประวัติโรงเรยี นอสั สมั ชญั อบุ ลราชธานี

สังฆมณ ฑลอุบลราชธานี ได้ก่อตั้ง “โรงเรียนสัพพัญ ญู วิท ยาสงเคราะห์ ” เมื่อวันท่ี 31
พฤษภาคม พ.ศ. 2500 ณวดั โรมันคาทอลกิ หมู่ 3 ถนนพรหมราช ต.ในเมอื ง เมือง จ.อุบลราชธานี เปดิ ทา
การสอน ตั้งแต่มัธยมปีท่ี 1 ถึงมัธยมปีที่ 6(ตามหลักสูตรพุทธศักราช2498) เปิดรับเฉพาะนักเรียนชาย โดยมี
บาทหลวงบุบผา สลับเชื้อเป็นผู้อานวยการท่านแรกต่อมาในปี พ.ศ. 2503 บาทหลวงบุญเรอื ง ศิลาโคตร ซ่ึง
ดารงตาแหน่งผู้อานวยการท่านที่สอง ได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งอยู่ ณ บ้านเลขท่ี 500 ถนนชยางกูร ต.ในเมือง อ.
เมือง จ. อุบลราชธานี ภายในพื้นท่ี 20 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา(อันเป็นสถานที่ตั้งของ โรงเรียน ปัจจุบัน)
ต่อมาในปีการศึกษา 2508 พระสังฆราชเกลาดิอุส บาเย มุขนายกสังฆมณฑลอุบลราชธานี ได้มอบกิจการ
โรงเรียนให้คณะภราดาคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยมาบริหารและ ได้ทาการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
เป็น" โรงเรียนอัสสัมชญั อุบลราชธานี" ในปี พ.ศ. 2508 โดยมีภราดารุ่นแรก 4 ท่านมาบรหิ าร ประกอบด้วย
ภราดาเซราฟิน เป็นอธกิ าร, ภราดาชุมพล ดสี ุดจิต, ภราดาสมบูรณ์ มงั คลานนท และภราดาอารมณ์ พนู โภคผล

ตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมาคณะภราดาคณะเซนต์คาเบรียลแหง่ ประเทศไทย ได้ส่งคณะภราดาเขา้ มา
บรหิ าร โรงเรยี นและสืบสานงานอยา่ งต่อเนอ่ื ง โดยจดั การศึกษาใหแ้ กเ่ ด็กและเยาวชน อบรมสัง่ สอนเยาวชน
ใหม้ ี ความรอู้ ย่างลกึ ซ้ึง เพื่อสามารถนาความร้ไู ปประกอบอาชพี และดารงตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมและ
ประเทศชาติ

ตั้งแต่ปีการศกึ ษา 2500 จนถึงปจั จบุ นั โรงเรียนอสั สัมชัญอุบลราชธานี ได้จดั การเรยี นการสอนให้
เกิดความก้าวหน้าและทันสมัย เป็นท่ีนิยมของศิษย์เก่าและผู้ปกครองที่จะนาบุตรหลานเข้ามารับการศึกษา
อบรม ทั้งน้ี เนื่องจากโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานีมีรากฐานท่ีม่ันคง และมีเอกลักษณ์ตามมาตรฐานของ
โรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการปลูกฝังระเบียบ วินัย
คุณธรรมจริยธรรม ความเป็นเลิศทางวิชาการ การจัดเจนด้านภาษา คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ ดนตรี กีฬา ฯลฯ ด้วยเหตุนี้โรงเรียนจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองโดยการส่งบุตร
หลานเข้ามารบั การอบรมสัง่ สอนอยา่ งตอ่ เนื่อง

ลาดบั อธกิ ารตัง้ แต่กอ่ ตั้งโรงเรยี นจนถึงปจั จุบนั

บาทหลวงบุบผา สลบั เช้ือ พ.ศ.2500 - 2501
บาทหลวงบุญเรอื ง ศิลาโคตร พ.ศ.2502 - 2507
ภราดาเซราฟนิ พ.ศ.2508 - 2510
ภราดาถวลิ อปุ การ พ.ศ.2511 - 2513
ภราดาประพจน์ รกั อารมณ์ พ.ศ.2514 - 2516
ภราดาสุนัย กาญจนารัณย์ พ.ศ.2517
ภราดาชมุ พล ดสี ุดจติ พ.ศ.2518 - 2519
ภราดาสรุ สิทธิ์ สุขชยั พ.ศ.2520 - 2523
ภราดาอาจิณ เต่งตระกูล พ.ศ.2524- 2525
ภราดาเลอชัย ลวสุต พ.ศ.2526 - 2531
ภราดาทินรัตน์ คมกฤส พ.ศ.2532 - 2533
ภราดาชชู าติ ลิปิสุวรรณโชติ พ.ศ.2533 - 2537
ภราดาพรี ะนนั ท์ นัมคณิสรณ์ พ.ศ.2538 - 2543
ภราดาชานาญ เหล่ารกั ผล พ.ศ.2544 - 2546
ภราดาศักดา สกนธวฒั น์ พ.ศ.2547 - 2552
ภราดาทกั ษบุตร ไกรประสิทธิ์ พ.ศ.2553 - 2555
ภราดาประวัติ สทุ ธนิ นท์ พ.ศ.2556 - 2561
ภราดาอาวธุ ศิลาเกษ พ.ศ.2562 - ปจั จบุ นั

ตราสัญลกั ษณข์ องโรงเรียนอสั สมั ชัญอบุ ลราชธานี

ความหมายตราโรงเรยี น

ตราโรงเรยี นอัสสัมชัญอุบลราชธานี เป็นตราเดียวกับ ”คณะภราดาเซนตค์ าเบรียล” ซึ่งสถาบันการศึกษา
ในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลทั้งหมดใช้เป็นตราสถาบันร่วมกัน ตรานี้จึงเป็นเคร่ืองหมายท่ีแสดงออกถึง
เอกลักษณ์และความสามัคคีของมวลสมาชกิ ทั้งหลายให้อยูภ่ ายใตส้ านึกแห่งการประพฤติปฏิบตั ดิ รี ่วมกัน

โรงเรยี นอัสสัมชัญอุบลราชธานีเป็นโรงเรยี นอันดับที่ 10 จากโรงเรียนภายใต้มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรี
ยลแหง่ ประเทศไทยทต่ี ้ังอยู่ในประเทศไทยจานวนทั้งสิ้น 14 โรงเรียน และใช้ตราน้ีร่วมกนั โดยมีสว่ นประกอบ
และความหมายดงั น้ี

โล่ หรือ Coat of Arms ที่อยู่ใจกลางของตรานี้ เป็นเคร่ืองหมายแสดงเกียรติประวัติอันยาวนาน
และย่ังยืนของสถาบันภราดาคณะเซนต์คาเบรียลภายในโล่แบ่งเป็น 4ส่วน แต่ละส่วนมีความหมายเช่ือมโยงกัน
ดงั น้ี

สว่ นที่ 1 A.M. หรอื Ave Maria ( ภาษาละติน ) ตรงกบั ภาษาไทยทีว่ า่ “ วันทามารอี า ” Maria
เปน็ ชื่อ พระมารดาของพระเยซูคริสต์ ชอ่ ดอกซอ่ นกลนิ่ ขาวเป็นเคร่ืองหมายแสดงถึงความบรสิ ุทธิ์

ส่วนที่ 2 เป็นรูปเรือใบซ่ึงเปรียบได้กับ “นาวาชีวิต” ท่ีจะต้องต่อสู้คล่ืนลมและแสงแดดไปจนถึงฝ่ัง
เปน็ คติ ใหไ้ ดค้ ิดเสมอวา่ “ชวี ิตคือการต่อสู้ ”

สว่ นท่ี 3 มดี วงดาวอยใู่ นท้องฟา้ เหนือเรือท่ีกาลงั สคู้ ลน่ื ลม หมายถงึ แสงแห่งความหวงั ได้แก่ แสง
ธรรม แห่งศาสนากับ แสงแหง่ ปญั ญาจากสรรพวิทยาการทไี่ ดร้ บั จากโรงเรียนรวมกนั เป็น ดวงประทีปส่องนา
ชีวิต (คอื คนทอี่ ยู่ในเรือ) ไปสจู่ ุดหมายปลายทางได้ด้วยคุณธรรมและปญั ญา

ส่วนที่ 4 เป็นเคร่ืองหมาย D S (ตัวย่อจากภาษาฝรั่งเศส Dieu Seul) มีความหมายว่า จงทางาน
ทุกอย่างเพ่ือเป็นสิริมงคลแก่พระเจ้าเป็นคติพจน์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต (Saint
Louis Marie Grignion De Montfort ) ผู้สถานปนาคณะเซนต์คาเบรียล โดยอีกนัยหน่ึง D หรือ Divinity
หมายถึง ศาสนาซึ่งเราทุกคนต้องมีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ เคร่ืองหมายไม้กางเขน เป็นเครื่องหมาย
แห่งความรักและความเสียสละ ดังท่ีพระคริสตเจ้าได้ทรงสละชีวิตของพระองค์ด้วยความรัก เพ่ือไถ่บาปให้แก่
มวลมนษุ ย์ S หรือ Science หมายถึง วทิ ยาการความรู้ท่ที าให้เรามีเหตุผล คนเราทุกคนควรจะมุ่งหาความรอู้ ยู่
เสมอ ยง่ิ เรามคี วามรฝู้ ่ายโลกมากเท่าใด เรากย็ ่งิ ควรสนใจหาความรู้ฝา่ ยธรรมให้มากขึ้นเทา่ นั้น

พวงมาลัยดอกไม้ท่ีประดับโล่ เป็นมาลัยเกียรติยศที่จะเตือนใจทุกคนให้กระทาความดี เพื่อเชิดชู
และจรรโลงไว้ซง่ึ เกียรตยิ ศ ชอ่ื เสยี งของสถาบันมิให้เส่ือมสูญสลายไป

คาว่า Labor Omnia Vincit ( Labour conquers all things ) ที่อยู่ใตช้ อื่ Brothers of St.
Gabriel เป็นคติพจน์ (motto) ประจาใจของชาวเซนต์คาเบรียลท่ีจะต้องชนะอุปสรรคทั้งปวงด้วยความอุตสาหะ
ตรานี้จะอยู่ในความราลึกของชาวอัสสัมชัญและชาวเซนต์คาเบรียลทุกคน และจะช่วยเตือนใจให้ราลึกถึง
ชีวิตในครอบครัวใหญ่แห่งคณะภราดาเซนต์คาเบรียลหรือภายในอ้อมอกของแม่คือศาสนา เป็นชีวิตที่มีความ
บรสิ ุทธแ์ิ ละจรงิ ใจตอ่ กัน เป็นชวี ิตที่สอนให้เร่ิมต่อส้โู ดยมคี วามหวัง คือคุณธรรมและปัญญาเปน็ เครอ่ื งนาทาง
เป็นชีวิตท่ีมีทั้งความรักและความเสียสละ และเป็นชีวิตที่สมบูรณ์สามารถชนะอุปสรรคทั้งมวลด้วยความ
อุตสาหะจนไดร้ บั ความสาเรจ็ ด้วยเกียรตยิ ศและการยกย่องสรรเสริญตลอดไป

ความหมาย ของคาว่า “อัสสัมชัญ”
อสั สัม มาจากคาว่า “อาศรม” แปลวา่ “ที่อยู่ของนักพรต”
ชัญ มาจากคาว่า “ชญญ” แปลว่า “ความรู้”
อสั สัมชญั เป็นคาไทยแปลวา่ “ท่อี ยู่ของความรู้”
อสั สมั ชญั มาจากภาษาอังกฤษ ASSUMPTION มคี วามหมายทางคริสตศ์ าสนา คือ การได้รับเกียรติ

ยกขึน้ สวรรค์ของพระนางพรหมจารยี ์ พระมารดาของพระเยซคู ริสต์เจา้ เป็นคายกย่องถวายเกยี รตแิ ด่พระนาง
ผ้ทู รงเป็นองคอ์ ปุ ถัมภ์ของโรงเรยี น

ACU มาจากคาวา่ ASSUMPTION COLLEGE UBON RATCHATHANI

วัตถุประสงคข์ องโรงเรยี น
1. ใหก้ ารศกึ ษาอบรมนกั เรียนเปน็ ผ้ใู ฝ่รู้ และร้จู ักแสวงหาข้อมลู เท็จจริงเป็นผรู้ ู้จกั ใชป้ ญั ญาและมี

ทักษะในระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานค้นคว้าหาความรู้
และความจรงิ ต่อเน่ืองได้ตลอดชวี ติ อันจะเอ้ือต่อการประกอบสัมมาอาชีพและการดารงชวี ิตอยู่

2. มุง่ สร้างใหน้ กั เรยี นเป็นผมู้ ศี าสนาและหลักธรรมยึดมน่ั เพอื่ จะไดบ้ รรลุถงึ วุฒภิ าวะเชงิ ศีลธรรมอัน
จะช่วยให้เขาสามารถดารงชวี ิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แก้ปญั หาชวี ิตด้วยสันติวิธี ตดั สินใจด้วยสตปิ ัญญา
และความสุข และมคี วามรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสังคม

นโยบายของโรงเรยี น
1. พฒั นานักเรยี นใหเ้ ปน็ บุคคลทง้ั ครบ คอื พัฒนารา่ งกาย สติปญั ญา อารมณ์และจติ ใจ ภายใต้

บรรยากาศของเสรีภาพและความรัก
2. ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อนั เป็นวิถชี วี ิตของคนไทยในระบอบ

ประชาธิปไตย รู้รกั ษาศิลปวัฒนธรรมและประเพณที ี่ดีงามของชาติ
3. เน้นความดเี ลิศทางวชิ าการและการปฏิบตั ิ การเจนจดั ทางภาษา คณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์

อันจะช่วยให้นักเรียนเป็นคนมีทักษะมีเหตุผล มีความคิดเห็นตรรกะ มีระเบียบวินัยต่อตนเองและเป็นคนมี
ทรรศนะกวา้ งไกล รู้จักใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพอ่ื พัฒนาภาวะแวดลอ้ มและคุณภาพชีวิตในสังคม
มนษุ ย์

4. เนน้ การปฏบิ ัติและการปลูกฝังคา่ นิยมของการเคารพในสทิ ธิต่อกนั และกนั และการผนกึ กาลัง

ความดี ร่วมกันพัฒนาชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ โดยการศึกษาและเข้าใจอารยธรรมและมรดกทางวัฒนธรรมของ
ตนเอง ของชมุ ชนและชาติอื่น เพอื่ เปน็ แนวทางสง่ เสริมสันตภิ าพและความเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งมวลมนษุ ย์

คติพจนป์ ระจาโรงเรียน

“วริ ยิ ะอตุ สาหะ นามาซึ่งความสาเรจ็ ” ( LABOR OMNIA VINCIT )

สีประจาโรงเรยี น
สีแดงและขาว
สีแดง หมายถงึ สแี ห่งความกล้าหาญ
สีขาว หมายถงึ สีแหง่ ความบรสิ ทุ ธิ์ คือบรสิ ทุ ธ์ิกาย วาจาและใจ

ปรชั ญาของโรงเรยี น
1. จุดมงุ่ หมายของชีวติ คือ การรู้จกั สจั ธรรมและการเข้าถึงธรรมอันสูงส่งอันเปน็ บ่อเกิดแหง่ ชีวิต
2. มนุษยท์ ุกคนต้องทางาน ความวิรยิ ะ อตุ สาหะ เป็นหนทางนาไปสู่ความสาเร็จ ดังคติพจน์ที่วา่

“Labor Omnia Vincit” ( Labour conquers all things )

อัตลกั ษณ์ของโรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี
“ ผเู้ รียนยดึ มั่นในสัจธรรม มีวริ ยิ ะอตุ สาหะ รับผดิ ชอบต่อสงั คม ”

เอกลักษณ์ของโรงเรียนอสั สมั ชญั อุบลราชธานี
“ มีระเบยี บวนิ ัย เน้นภาษาองั กฤษ และมจี ติ สาธารณะ”

ทีต่ งั้ สถานศึกษาของโรงเรยี น
โรงเรียนอัสสมั ชัญอุบลราชธานตี ัง้ อยู่

เลขท่ี 500ถนนชยางกรู ต.ในเมือง อ.เมอื ง จ. อุบลราชธานี 34000
โทรศพั ท์ 0-4528-4444
โทรสาร 0-4531-3440
Web site www.acu.ac.th

อาณาเขตโรงเรยี น อยู่ทางอาคาร SUNEE TOWER
ทิศเหนือ อยู่ทางหา้ งสรรพสนิ คา้ TESCO LOTUS
ทิศใต้ อยทู่ างสนามบนิ นานาชาติ จ.อบุ ลราชธานี
ทศิ ตะวันออก จรดกับถนนชยางกูรเสน้ ทางสายอุบลราชธานี – นครพนม
ทศิ ตะวันตก

สภาพแวดลอ้ มภายนอก
โรงเรียนตั้งอยู่ในเขตชุมชนประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายเกษตรกร ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ

มคี วามสัมพันธก์ ับสถานศกึ ษาเป็นอย่างดี มีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษาและจัดกิจกรรมรว่ มพอสมควรสภาพ
ของชุมชนโดยรอบข้างไม่มกี ารแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน นอกจากนีแ้ ล้วยังมหี นว่ ยงาน แหล่ง
ความรู้ใกล้เคียงเช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โรงพยาบาลราชเวช
ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ห้างสรรพสินค้าบ๊ิกซี ห้างสรรพสินค้าแมคโคร ห้างสรรพสินค้าซิต้ีมอลล์ สุนีย์
แกรนด์ ศูนย์วิทยบริการของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ วิทยาลัย
พยาบาลพระบรมราชชนนีสรรพสิทธปิ ระสงค์ มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี วทิ ยาลัยสาธารณสุขสริ นิ ธร

สภาพแวดลอ้ มภายใน
โรงเรยี นอัสสมั ชัญอบุ ลราชธานีได้จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ มีอาคารเรียน หอ้ งเรียน ห้อง

ประกอบการทีม่ ีความโอ่โถง ประกอบกับอุปการการเรียนการสอน สอื่ เทคโนโลยที ท่ี ันสมัย สถานท่ีสะอาด ร่ม
ร่นื มีสวนหย่อม จัดท่ีนงั่ ตามบริเวณรม่ ไม้ทม่ี ีร่มเงาและบรรยากาศท่ีดี มสี ถานที่นั่งรบั ประทานอาหารแบ่งเป็น
สัดส่วน นอกจากน้ีบรเิ วณโรงเรยี นโดยรอบยงั ประกอบไปดว้ ยแหล่งการเรยี นร้อู ีกกว่า 20 แหง่

แหล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรยี นอัสสัมชัญอบุ ลราชธานี

ท่ี แหลง่ เรียนรภู้ ายในโรงเรยี น ท่ี แหล่งเรียนรภู้ ายในโรงเรยี น
1 หอ้ งปฏบิ ัติการศลิ ปะ 13 หอ้ งศาสนา
2 ห้องปฏบิ ัตกิ ารนาฏศลิ ป์ 14 สนามวอลเลย์บอล
3 ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ 1,2,3,4 15 สนามตะกร้อ
4 ห้องโยธวาทิต 16 สนามฟุตบอล
5 ห้องคยี ์บอรด์ 17 สนามฟตุ ซอล(ลวสุต)
6 ห้องแนะแนว 18 สนามบาสเกตบอล
7 หอ้ งอัจฉรยิ ภาพ 19 สระวา่ ยนา้
8 หอ้ งอจั ฉริยภาพ A-ath,Sudoku,Crossword 20 ห้องปฏิบัตกิ าร Robot
9 ห้องปฏบิ ตั ิการ IPAD 21 หอ้ ง Dome of Wisdom
10 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารวิทยาศาสตร์ ประถม 22 ห้องวดั นอ้ ย
11 ห้องปฏิบตั ิการชีววิทยา-เคมี 23 ห้องวดั น้อย
12 ห้องปฏบิ ัติการฟิสิกส์-โลกดาราศาสตร์

แหล่งเรียนรู้ภายนอก ในเขตอาเภอเมือง และอาเภอใกล้เคยี ง โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี

ที่ แหล่งเรยี นรภู้ ายนอกโรงเรยี น ท่ี แหล่งเรยี นรูภ้ ายนอกโรงเรยี น

1 วดั บา้ นนาควาย 19 วดั บ้านกา้ นเหลอื ง
2 วัดพระธาตหุ นองบัว 20 วัดสระประสานสุข (วดั บ้านนาเมอื ง)
3 วดั ท่งุ ศรีเมือง 21 บา้ นปะอาว
4 วัดพระเจ้าใหญ่องคต์ ือ้ (วัดใต้) 22 เขอื่ นสริ ินธร
5 พพิ ิธภัณฑส์ ถานแห่งชาติ 23 คา่ ยลูกเสอื กองบิน 21
6 วัดหลวง 24 วัดทุ่งศรีวิไล
7 วดั บรู พา 25 วัดบา้ นชีทวน

8 ศนู ย์วิทยาศาสตร์อบุ ลราชธานี 26 วัดบ้านยางนอ้ ย
9 มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี 27 ศนู ยศ์ ลิ ปาชีพบ้านยางนอ้ ย
10 ศนู ย์ศิลปวฒั นธรรมกาญจนาภิเษก 28 พิพิธภัณฑ์อเล็กซานเดอรม์ หาราช
11 ปราชญช์ ุมชนอสั สมั ชัญ 29 ชุมชนเศรษฐกจิ พอเพียงสนั ติอโศก
12 ค่ายสรรพสิทธปิ ระสงค์ 30 มหาวิทยาลยั ราชภัฎอุบลราชธานี
13 สนง.พลังงานแหง่ ชาติ จ.อุบลราชธานี 31 เทศบาลนครอุบลราชธานี
14 สถานีทดลองพชื ไร่ 32 วดั ศรปี ระดู่
15 แหล่งเรยี นรูเ้ ศรษฐกิจพอเพยี งปา่ ดงนาทาม 33 วดั แจ้ง

16 สถานวี จิ ัยขา้ ว 34 สวนสตั ว์อุบลราชธานี
17 ศูนยห์ มอ่ นไหมบุ่งมะแลง 35 วดั หนองป่าพง
18 อุทยานแหง่ ชาติดงฟ้าห่วน

โครงสร้างบรหิ ารงานโรงเรยี น

เกยี รติประวตั ิและความภาคภมู ใิ จของโรงเรยี น

1. รางวลั จากพระบรมวงศานุวงศ์
- รางวลั พระราชทานจากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวฯ
1. รางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดบั ประถมศึกษา ขนาดใหญ่ ประจาปี 2560
2. รางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดบั มธั ยมศกึ ษา ขนาดกลาง ประจาปี 2558
3. รางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดับประถมศกึ ษา ขนาดใหญ่ ประจาปี 2556
4. รางวลั โรงเรียนพระราชทาน ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา ขนาดใหญ่ ประจาปี 2555
5. โลพ่ ระราชทานรางวัลโรงเรียนพระราชทาน ระดับกอ่ นประถมศึกษา ขนาดใหญ่ 3 คร้ัง ภายใน 10 ปี
(2546, 2551, 2555)
6. รางวัลรองชนะเลิศอันดบั 2 การแขง่ ขนั ลีลาศชงิ ถว้ ยพระราชทานพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวรุ่น
จเู นยี ร์ Class C ประเภท Standard ประจาปี 2553 จดั โดยสมาคมกฬี าลลี าศแหง่ ประเทศไทย
7. รางวลั นักเรยี นพระราชทาน ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2552
8. รางวลั นกั เรยี นพระราชทาน ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2552
9. รางวลั โรงเรยี นพระราชทาน ระดบั ก่อนประถมศกึ ษา ขนาดกลาง ปีการศึกษา 2551
10. รางวลั โรงเรียนพระราชทาน ระดับประถมศึกษา ขนาดใหญ่ ปีการศึกษา 2550
11. รางวัลโรงเรยี นพระราชทาน ระดบั มัธยมศกึ ษา ขนาดกลาง ประจาปี 2549
12. รางวลั โรงเรยี นพระราชทาน ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา ขนาดใหญ่ ประจาปี 2546
13. รางวลั โรงเรียนพระราชทาน ระดับมธั ยมศกึ ษา ขนาดกลาง ประจาปี 2543
14. รางวัลชนะเลิศคะแนนรวม ยุวชนหญิงอายุ 10 ปี และรางวลั ชนะเลศิ อันดบั ท่ี 1 คะแนนรวม

ยุวชนชาย อายุ 15 ปี การแข่งขันกรีฑาชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยและนานาชาติ คร้ังที่ 49 ประจาปี
2546 ชงิ ถ้วย พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

- รางวลั พระราชทานจากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
1. รางวลั ชนะเลิศการแข่งขันเปดิ พจนานุกรม ชว่ งช้ันที่ 4 ครองถว้ ยพระราชทานสมเดจ็ พระเทพ
รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ประจาปี 2550
2. รางวัลชนะเลิศการแข่งขนั สวดมนต์หมู่ทานองสรภัญญะ ชว่ งช้ันท่ี 3 ครองถ้วยพระราชทานสมเดจ็
พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550
3. รางวลั ชนะเลศิ การแขง่ ขนั ผ้ปู ระกาศขา่ วและนักจัดรายการวิทยุ ชว่ งช้ันที่ 2 ครองถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550
4. รางวลั ชนะเลศิ การแข่งขันฟตุ ซอล ชว่ งชัน้ ท่ี 2 ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา


สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550

5. รางวัลชนะเลิศการแขง่ ขันนาเสนอผลงานทาง Power Point ช่วงชน้ั ที่ 2 ครองถว้ ยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550

6. รางวลั ชนะเลศิ การแขง่ ขันทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ช่วงช้นั ที่ 2 ครองถ้วย
พระราชทาน

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ประจาปี 2550
7. รางวัลชนะเลศิ การแขง่ ขนั Science Show ช่วงชนั้ ที่ 2 ครองถว้ ยพระราชทานสมเดจ็ พระเทพ

รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550
8. รางวัลชนะเลศิ การแขง่ ขัน Speech Contest ช่วงชน้ั ท่ี 2 ครองถว้ ยพระราชทานสมเด็จ
พระเทพ

รตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปี 2550
9. รางวัลชนะเลิศการแข่งขนั เซปักตะกร้อ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยาม

บรมราชกุมารี ประจาปี 2549
10. รางวลั ชนะเลิศการแขง่ ขันฟุตซอล รุ่นอายุ 17 ปี ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ

รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ประจาปี 2549
11. รางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขันโยธวาทิต ผู้เรยี น นสิ ติ นกั ศกึ ษา ชงิ ถ้วยพระราชทาน สมเดจ็

พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปีการศกึ ษา 2548
12. รางวลั ชนะเลิศ คะแนนรวมทั่วไปหญิง ถว้ ยพระราชทานสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยาม

บรมราชกุมารี จากการแข่งขันกรีฑาเครือมลู นิธิคณะเซนต์คาเบรยี ลฯ ครง้ั ที่ 10 ประจาปี 2547
13. รางวลั เหรียญทอง การแขง่ ขันวงโยธวาทิตผเู้ รียน นิสติ นกั ศึกษาชิงถว้ ยพระราชทานสมเด็จ

พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ประจาปีการศกึ ษา 2547
14. รางวัลเหรยี ญเงนิ การแขง่ ขันวงโยธวาทติ ผู้เรยี น นิสิต นกั ศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จ

พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ประจาปี 2546
15. รางวัลชนะเลศิ คะแนนรวมรุน่ ทว่ั ไปหญงิ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยาม

บรมราชกมุ ารี จากการแข่งขันกรฑี าเครือมูลนธิ คิ ณะเซนต์คาเบรียลฯ ประจาปี 2544

- รางวลั ประทานจากพระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ โสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ
1. รางวลั ชนะเลิศการแขง่ ขนั “Big C Kids Football 2006” ฟตุ บอล 7 คน (รุ่นอายุ 9-12 ป)ี ครอง
ถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจา้ โสมสวลี พระวรราชาธนิ ัดดามาตุ

2. รางวัลจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงฯ
- รางวลั จากนายกรัฐมนตรี
1. รางวลั โลแ่ ละประกาศเกียรตคิ ุณบตั ร จากนายกรฐั มนตรี สาขา เดก็ และเยาวชนทนี่ าชือ่ เสียงมาสู่

ประเทศชาติ ดา้ นกีฬา และนนั ทนาการ ปีการศกึ ษา 2549

- รางวลั จากรัฐมนตรี

1. รางวลั ชนะเลิศการแข่งขันฟตุ ซอล (อนบุ าล) ครองถ้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ประจาปี 2550

2. รางวัลชนะเลศิ การแข่งขนั วาดภาพระบายสีเศรษฐกิจพอเพยี ง ชว่ งชัน้ ที่ 1 ครองถ้วย
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ ประจาปี 2550

3. รางวัลชนะเลศิ การแข่งขันวาดภาพระบายสีเศรษฐกิจพอเพยี ง ชว่ งชน้ั ที่ 2 ครองถว้ ย
รัฐมนตรวี ่าการ

กระทรวงศึกษาธกิ าร ประจาปี 2550
4. รางวลั ชนะเลิศการแข่งขนั ตอบปญั หาความรสู้ งั คมศึกษา ช่วงชัน้ ที่ 2 ครองถว้ ยรัฐมนตรีวา่ การ

กระทรวง ศึกษาธิการ ประจาปี 2550
5. รางวัลชนะเลศิ การแข่งขนั English Singing and Dancing Contest ช่วงชนั้ ที่ 3 ครองถว้ ย

รฐั มนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปี 2550
6. รางวลั ชนะเลิศการแขง่ ขันฟุตซอล ชว่ งช้ันที่ 4 ครองถว้ ยรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประจาปี 2550
7. รางวลั ชนะเลศิ การแข่งขันมินมิ าราธอน ครองถ้วยรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ประจาปี

2550
8. รางวัลชนะเลศิ การแข่งขันฟุตซอล ชงิ ถ้วย ฯพณฯ สนธยา คณุ ปล้ืม รฐั มนตรีว่าการกระทรวง

ท่องเทีย่ วและกีฬา ปีการศึกษา 2547

- รางวัลจากปลดั กระทรวง
1. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันวาดภาพระบายสเี ศรษฐกิจพอเพยี ง (อนบุ าล) ครองถว้ ยปลัดกระทรวง
ศกึ ษาธิการ ประจาปี 2550
2. รางวลั ชนะเลิศการแขง่ ขนั โครงงานภาษาอังกฤษ ช่วงช้ันที่ 3 ครองถว้ ยปลัดกระทรวง

ศึกษาธิการ
ประจาปี 2550

3. รางวัลชนะเลิศการแข่งขนั โครงงานคณิตศาสตร์ ช่วงช้ันท่ี 3 ครองถว้ ยปลดั กระทรวง
ศกึ ษาธิการ

ประจาปี 2550
4. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันโครงงานคอมพิวเตอร์ ช่วงชัน้ ที่ 3 ครองถว้ ยปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ

ประจาปี 2550
5. รางวัลชนะเลิศการแขง่ ขนั โครงงานวิทยาศาสตร์ ช่วงชนั้ ที่ 3 ครองถ้วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ประจาปี 2550
6. รางวลั ชนะเลศิ การแขง่ ขันโครงงานคอมพิวเตอร์ ชว่ งชนั้ ที่ 4 ครองถว้ ยปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ

ประจาปี 2550
7. รางวลั ชนะเลศิ การแขง่ ขันโครงงานภาษาอังกฤษ ช่วงช้นั ท่ี 4 ครองถว้ ยปลดั กระทรวง
ศกึ ษาธิการ

ประจาปี 2550
8. รางวัลชนะเลิศการแขง่ ขันโครงงานคณิตศาสตร์ ช่วงชนั้ ท่ี 4 ครองถ้วยปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร

ประจาปี 2550

3. รางวัลระดับนานาชาติ
1. รางวลั แชมป์โลกในรนุ่ สมคั รเล่น การแข่งขนั เจ๊ตสกี เวิร์ลไฟนอล 2018 ท่ี เลคฮาวาซู ซติ ้ี รฐั อรโิ ซ
น่า

ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ปี 2018
2. รางวลั ชนะเลิศจเู นยี ร์ซเี กมส์การแข่งขันกฬี าเทนนิส ประเภทหญิงเดยี่ ว Girl Singles Runner-up

งาน Southeast Asian Junior Tournament 2015 จัดโดย Sport Singapore ประเทศสิงคโปร์
3. รางวัลรองชนะเลศิ อันดับ 1 การแขง่ ขันยิมนาสติกลีลา ณ สาธารณรฐั ประชาชนจีน
4. รางวลั เหรยี ญทองแดง สาขาการออกแบบ Web design (Was awarded a Excellence in
Web

Design) การแขง่ ขันฝมี ือแรงงานอาเซยี น คร้งั ที่ 7 ประเทศมาเลเซีย (Asean Skills Competition) ปี 2551
5. รางวลั รองชนะเลิศอนั ดบั 1 ว่งิ ผลดั 4 x 100 เมตร (หญงิ ) จากการแขง่ ขัน “Philippine Open

Athletics Championships 2006” ณ ประเทศฟิลปิ ปนิ ส์
6. รางวัลชนะเลิศการแขง่ ขันวิง่ 100 เมตร และวงิ่ ผลัด 4 x 100 เมตร (หญิง) จากการแข่งขัน “1st

SEA Junior Athletics Championships 2006” จากสมาคมกรฑี าแห่งประเทศไทย
7. รางวัลเหรียญทองจากการแข่งขนั วงิ่ ผลดั 4 x 400 เมตร “การแขง่ ขันกีฬา ASEM YOUTH

GAMES ครงั้ ที่ 1” ประจาปี 2548

4. รางวัลและความภาคภูมใิ จของโรงเรียน
1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง ระดับประเทศ รางวัลนักคิดส่ิงประดิษฐ์รุ่นใหม่

กลุ่มพลังงานและส่ิงแวดล้อมระดับชั้น ม.4-6 ในงานวันนักประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2562 ณ
ศูนยน์ ทิ รรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

2. รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันกีฬาสแต็ค ประเภททีม Timed 3-6-3 Relay การแข่งขันกีฬา
Stack ชิงแชมป์ประเทศไทย “ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี” ณ
ชมรมStack แห่งประเทศไทย

3. รางวัลชน ะเลิศ ระดับ น านาชาติ การแข่งขัน WSSA 2017 World Sport Stacking
Champions Tournament Manual Exchange Program ณ ประเทศไตห้ วนั

4. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ระดับประเทศ การแข่งขันพูดภาษาอังกฤษ (Elevator Pitch)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2560 จัดโดยสถาบันการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุบลราชธานี

5. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ระดับ ประเทศการประกวดร้องเพลงจีนกลาง ระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน้ ปีการศกึ ษา 2560 จัดโดยสถาบันการศกึ ษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภฏั อุบลราชธานี

6. รางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Spelling Bee ระดับประถมศึกษาตอนปลาย “100ปีการศึกษา
เอกชน ร่วมพัฒนาการศึกษาไทย”การแข่งขันทักษะวิชาการ งานมหกรรมการศึกษาเอกชนภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ ประจาปี 2561

7. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาสแต็ค กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครง้ั ที่ 38 ประจาปี 2560
“ย่าโมเกมส์” รุ่น 13+F ประเภทเด่ียว 3-3-3 จัดโดย กรมพลศึกษาร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัด
นครราชสีมา

8. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาสแต็ค กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ คร้ังท่ี 38 ประจาปี 2560
“ย่าโมเกมส์” รุ่น 13+F ประเภทเด่ียว 3-6-3 จัดโดย กรมพลศึกษาร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัด
นครราชสมี า

9. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเดี่ยวพิณ ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น งานศิลปหัตถกรรมภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ ครัง้ ท่ี 66 จัดโดย สานกั งานคณะกรรมการการศึกษามธั ยมศกึ ษา จงั หวดั บงึ กาฬ

10. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเจ็ตสกี รายการ G Shock Jet Shi Pro Tour 2016 Round 4 รุ่น
จูเนียร์ จัดโดยสมาคมเจ๊ตสกีแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบรุ ี

11. รางวัล“คนไทยตัวอย่าง” คนดีต้นแบบสังคมแห่งปี 2559 โครงการกิจกรรมรณรงค์การทาความ
ดีตน้ แบบคนดีใตพ้ ระบารมพี ่อของแผน่ ดนิ “คนไทยตัวอย่าง” จัดโดย สมัชชานกั จัดรายการข่าววิทยุ โทรทศั น์
หนงั สือพมิ พแ์ หง่ ประเทศไทย(สว.นท) กรุงเทพมหานคร

12. รางวัลบุคคลต้นแบบ“ลูกตัวอย่างดีเด่น” ประจาปี 2559 โครงการเฉลิมพระเกียรติองค์ราชัน
เทิดทูนเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน” เน่ืองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559
จัดโดย สถาบนั วจิ ัยจุฬาภรณ์ กรงุ เทพมหานคร

13. รางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเทนนิส งานการแข่งขันเทนนิส 100 พลัส-ลอนเทนนิสพัฒนา
ฝีมือ รอบมาสเตอร์ ประจาปี 2558 จัดโดย ศูนย์พัฒนากฬี าเทนนิสแห่งชาติ ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศ
ไทยในพระบรมราชูปถมั ภ์ กรงุ เทพมหานคร

14. รางวัลเด็กดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เน่ืองในวันเด็ก
แห่งชาติ ประจาปี 2559 จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถั มภ์
กรงุ เทพมหานคร

15. รางวัล WORLD TOP AWARD สาขาเยาวชนดีเด่น จัดโดย สภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ
ประจาปีการศึกษา 2558

16. รางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพยนตร์ส้ัน ครั้งท่ี 4 Young Short Film Contest GEN’2014
จัดโดย สอ่ื มวลชนคาทอลิกประเทศไทย สภาการศึกษาคาทอลกิ แห่งประเทศไทย กรงุ เทพมหานคร

17. รางวลั มาตรฐานโรงเรยี นสง่ เสรมิ สขุ ภาพระดับเพชร ระดับจงั หวัด ปี 2555
18. รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ท่ีผ่านหลักเกณฑ์การประเมินสถานรับ
เลี้ยงเดก็ เอกชน ปีการศึกษา 2553
19. รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ท่ีผ่านหลักเกณฑ์การประเมินสถานรับ
เล้ียงเดก็ เอกชน ปกี ารศกึ ษา 2552

ผลการวิเคราะห์สภาพของโรงเรียน (SWOT)
ตามแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2562 – 2564

จุดแขง็ (Strength : S) จุดอ่อน (Weakness : W)

S1. เดก็ มรี ะเบยี บวินยั W1 เดก็ อนุบาล 3 ยังอ่านไม่ออก เขยี นไมไ่ ด้

S2. โรงเรยี นมกี ารจัดการเรียนการสอนดา้ น ภาษาไทย

ภาษาอังกฤษ W2. บคุ ลากรขาดทักษะในการสอ่ื สารดา้ น

S3. โรงเรียนมตี ารากลางภาษาองั กฤษ ภาษาองั กฤษ

S4. โรงเรยี นมีเทคโนโลยที างการเรียนทท่ี นั สมยั W3. ขาดข้อมูลคู่แข่งขนั เพื่อใช้ในการวางแผนและ

S5. โรงเรยี นมีระบบการรักษาความปลอดภยั ที่ดี วเิ คราะห์ กาหนดทิศทางของโรงเรยี น

S6. โรงเรียนมีระบบดูแลเอาใจใส่ ชว่ ยเหลอื ติดตาม W4. การประชาสัมพนั ธจ์ ุดเด่นของโรงเรยี นยังมีนอ้ ย

เดก็

S7. โรงเรียนมีอาคารเรียน มีหอ้ งประกอบการท่ีเอื้อ

ต่อการเรยี นรู้ มีภูมิทศั นส์ วยงาม

โอกาส (Opportunity : O) อปุ สรรค (Threat : T)

O1. โรงเรยี นอยู่ใกล้ศูนย์การศกึ ษาแหล่งเรยี นรู้ T1. นโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการท่มี ีการ

O2. ผู้ปกครอง สมาคมศิษยเ์ กา่ ฯ สมาคมผู้ปกครอง ปรับเปล่ียน

และครู สนับสนนุ T2 โรงเรยี นรัฐขยายการรบั เด็กเขา้ เรียนที่มีอายุตา่ กวา่

O3. มเี ครือข่ายกบั สถาบนั การศึกษาทัง้ ภายในประเทศ เกณฑ์

และตา่ งประเทศ T3. คา่ นยิ มของผปู้ กครองท่มี ีต่อโรงเรยี นประจา

O4. ชุมชนเช่อื มัน่ ในการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี น จังหวัด

O5. มูลนธิ ิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย T4. อตั ราการเกดิ ของประชากรในวัยเรยี นลดลง

สง่ เสริม T5. การเพิ่มค่าแรงขัน้ ตา่ ท่รี ัฐบาลเปน็ คนกาหนด

O6. การคมนาคมสะดวก สง่ ผลให้โรงเรยี นต้องแบกรบั ภาระค่าใชจ้ า่ ยในสว่ น

O7. นโยบายการจัดการศึกษาของรัฐบาล เช่นเงิน ของค่าจา้ งรายวันของพนกั งาน

เรยี นฟรี 15 ปี

สว่ นท่ี 3

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ระดบั การศกึ ษาปฐมวัย
ปีการศกึ ษา 2562 - 2564

3.1 วสิ ัยทัศน์ ( Vision )

เด็กโรงเรยี นอัสสัมชญั อุบลราชธานี มีระเบยี บวินัย และคุณภาพมาตรฐานสากล

3.2 พันธกจิ ( Mission )

1. ยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรยี น ให้มีมาตรฐานสากล
2. พฒั นาเด็กให้มีคณุ ภาพตามอตั ลักษณข์ องมลู นธิ คิ ณะเซนต์คาเบรียลแหง่ ประเทศ
3. พฒั นาเด็กให้มีคุณภาพตามเอกลักษณ์ของโรงเรียน
4. พฒั นาคณุ ภาพของเด็ก ด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปญั ญา
5. พัฒนากระบวนการ และการจดั การ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ และเกิดประสิทธผิ ล
6. พฒั นาการจดั ประสบการณท์ เี่ น้นเดก็ เป็นสาคัญ

3.3 เอกลักษณ์ จุดเนน้ ( Uniqueness )
เดก็ มรี ะเบียบวนิ ัย เนน้ ภาษาองั กฤษ และมีจิตสารธารณะ

3.4 เปา้ หมาย ( Goals )

1. เด็กมีคณุ ภาพระดบั มาตรฐานสากล
2. โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการส้คู วามเปน็ เลศิ อยา่ งยัง่ ยนื
3. เดก็ มคี ุณภาพตามอัตลักษณ์ของมูลนธิ คิ ณะเซนต์คาเบรียลแหง่ ประเทศ
4. เดก็ มคี ณุ ภาพตามเอกลกั ษณ์ของโรงเรียน
5. เดก็ มีพฒั นาการดา้ นรา่ งกาย แขง็ แรง มสี ขุ นิสยั ที่ดี และดแู ลความปลอดภยั ของตนเองได้
6. เดก็ มพี ัฒนาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ ควบคมุ และแสดงออกทางอารมณ์ได้
7. เดก็ มพี ฒั นาการด้านสงั คม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกทด่ี ขี องสงั คม
8. เด็กมพี ฒั นาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้
9. มหี ลกั สตู รครอบคลมุ พฒั นาการทง้ั 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถนิ่
10. ครูมีเพียงพอกับช้นั เรยี น และมีความเช่ียวชาญการจัดประสบการณ์
11. มสี ภาพแวดลอ้ มและส่ือเพ่อื การเรียนรู้ อยา่ งปลอดภัย และเพยี งพอ
12. มรี ะบบบริหารคุณภาพท่เี ปดิ โอกาสให้ผเู้ กีย่ วขอ้ งทุกฝ่ายมสี ่วนร่วม
13. สร้างและจดั ประสบการณท์ ่สี ่งเสรมิ ให้เดก็ มีพัฒนาการทกุ ดา้ นอย่างสมดลุ เตม็ ศักยภาพ
14. จดั บรรยายกาศทีเ่ อ้ือต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อ และเทคโนโลยีทเี่ หมาะสม
15. ประเมนิ พัฒนาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนาผลการประเมินพฒั นาการเด็กไปรับปรุงการจัด
ประสบการณ์และพฒั นาเด็ก

3.5 ยทุ ธศาสตร์ ( Strategy )

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรยี นให้มีมาตรฐานสากล
ยุทธศาสตรร์ องท่ี 1.1 พัฒนาเดก็ มคี ุณภาพระดับมาตรฐานสากล
ยุทธศาสตร์รองที 1.2 เสริมสรา้ งระบบการบริหารจัดการใหม้ ีประสิทธภาพตามมาตรฐาน สากล
และธรรมาภบิ าล

ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสิรมอตั ลักษณของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรยี ลแห่งประเทศไทย ใหม้ คี วามโดดเดน่
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 สง่ เสริมเอกลักษณ์ของโรงเรียนให้มคี วามโดดเดน่
ยุทธศาสตร์ที่ 4 สง่ เสรมิ พัฒนาคณุ ภาพของเดก็

ยทุ ธศาสตรร์ องที่ 4.1 พฒั นาใหเ้ ด็กมีพฒั นาการดา้ นรางกาย แข็งแรง มีสุขนสิ ยั ทดี่ ี และดูแลความ
ปลอดภัยของตนเอง

ยุทธศาสตร์รองที่ 4.2. พฒั นาใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและแสดงออกทาง
อารมณ์ได้

ยุทธศาสตร์รองที่ 4.3. พฒั นาใหเ้ ด็กมีพฒั นาการด้านสงั คม ชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชิกที่ดี
ของสังคม

ยุทธศาสตร์รองท่ี 4.4 พัฒนาใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการดา้ นสตปิ ัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคดิ พ้นื ฐาน
และแสวงหาความรู้ได้

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 ยกระดบั การจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นให้มีคุณภาพเป็นเลิศ
ยุทธศาสตรร์ องท่ี 5.1 มหี ลกั สูตรครอบคลมุ พฒั นาการท้ัง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของ

ท้องถน่ิ
ยทุ ธศาสตร์รองที่ 5.2 จดั ครูให้เพียงพอกบั ช้ันเรยี นและพัฒนาครูใหม้ ีความเช่ียวชาญการจดั การ
เรียนการสอน
ยทุ ธศาสตร์รองที่ 5.3 จดั สภาพแวดล้อมและส่ือ เพื่อการเรียนรู้ อยา่ งปลอดภยั และเพียงพอ
ยุทธศาสตร์รองที่ 5.4 จดั ระบบประกนั คุณภาพ เพ่ือสรา้ งความเข็มแขง็ มีคณุ ภาพตามมาตรฐาน
การศกึ ษาและมลู นธิ ฯิ

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 6 สร้างและพัฒนาการจัดประสบการณท์ ่ีเน้นเดก็ เป็นสาคัญ
ยุทธศาสตร์รองท่ี 6.1 พัฒนาครูให้มคี วามรู้ ความสามารถในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้
อย่างมปี ระสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์รองที่ 6.2 เสรมิ สรา้ งบรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ และใช้สอ่ื เทคโนโลยีท่ที ันสมยั
ยทุ ธศาสตร์รองที่ 6.3 พัฒนาระบบการประเมนิ ผลท่ีมุ่งเนน้ การพฒั นาการเรยี นรขู้ องเด็ก ดว้ ย
วิธีการท่ีหลากหลาย

สรปุ ผลการดาเนนิ งานตามเป้าหมาย

เปา้ หมายในแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาโรงเรยี นอสั สัมชัญอบุ ลราชธานี

ระดับปฐมวยั ปีการศกึ ษา 2562 – 2564

เปา้ หมาย ระดบั ความสาเรจ็
2562 2563 2564
เปา้ หมายท่ี 1 เด็กมคี ุณภาพระดับมาตรฐานสากล 83.00 86.20 90.00
เป้าหมายที่ 2 โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการสู้ความเป็นเลิศ 80.00 82.00 85.00
อย่างย่ังยนื

เป้าหมายท่ี 3 เด็กมีคุณภาพตามอัตลักษณ์ของมูลนิธิคณะเซนต์ 90.00 92.00 94.00
คาเบรียลแห่งประเทศ
เป้าหมายท่ี 4 เด็กมคี ุณภาพตามเอกลกั ษณข์ องโรงเรียน 85.00 87.33 90.00
เป้าหมายที่ 5 เด็กมีพัฒาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยท่ีดี 90.00 92.00 94.00
และดแู ลความปลอดภัยของตนเองได้
เปา้ หมายท่ี 6 เด็กมพี ฒั าการดา้ นอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและ 90.00 92.00 94.00
แสดงออกทางอารมณ์ได้
เปา้ หมายท่ี 7 เด็กมีพฒั นาการด้านสังคม ชว่ ยเหลือตนเอง และ 86.67 89.00 91.00
เปน็ สมาชิกทด่ี ีของสังคม
เป้าหมายท่ี 8 เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา ส่ือสารได้ มีทักษะ 90.00 92.00 94.00
การคดิ พ้นื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้
เปา้ หมายที่ 9 มีหลักสตู รครอบคลุมพฒั นาการทงั้ 4 ด้าน √√ √
สอดคล้องกับบรบิ ทของท้องถิ่น
เปา้ หมายที่ 10 ครมู เี พียงพอกับชั้นเรียน และมคี วามเช่ยี วชาญการ 95.00 96.00 97.50
จดั ประสบการณ์
เป้าหมายที่ 11 มีสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่าง √ √ √
ปลอด ภัย และเพียงพอ
เป้าหมายท่ี 12 มีระบบบริหารคุณภาพท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เก่ียวข้อง √ √ √
ทุกฝา่ ยมสี ว่ นร่วม
เปา้ หมายท่ี 13 สรา้ งและจดั ประสบการณ์ทีส่ ง่ เสริมให้เด็กมี 90.00 92.00 95.00
พัฒนาการทุกดา้ นอย่างสมดุลเตม็ ศกั ยภาพ
เป้าหมายที่ 14 จัดบรรยายกาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้ส่ือ และ 90.00 92.00 95.00
เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม
เป้าหมายที่ 15 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสถาพจริง และนาผล 90.00 92.00 95.00
การ ป ร ะเมิ น พั ฒ น าก าร เด็ ก ไป รั บ ป รุ งการ จั ด ป ระ ส บ ก าร ณ์ แ ล ะ
พฒั นาเดก็

เป้าหมายในแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาโรงเรียนอัสสัมชญั อบุ ลราชธานี

ระดบั ปฐมวัย ปกี ารศึกษา 2562 – 2564

เปา้ หมาย ตัวชี้วัดความสาเรจ็ ระดับความสาเรจ็
2562 2563 2564

1. เดก็ มีคณุ ภาพระดับ 1.1. เด็กมคี วามเป็นเลิศด้านวิชาการ 80.00 85.00 90.00

มาตรฐานสากล 1.2 เด็กมีความสามารถด้านการสอื่ สาร 2 80.00 85.00 90.00

ภาษา

1.3. เดก็ มที ักษะทางความคิด 85.00 87.00 90.00

1.4 เดก็ ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ 85.00 87.00 90.00

1.5 เด็กมีความรับผิดชอบของสังคมโลก 85.00 87.00 90.00

เข้าร่วมกิจกรรมบาเพญ็ ประโยขน์

2 โรงเรียนมีระบบการบริหาร 2.1 มกี ารจัดการเรยี นการสอนโดยใช้ 80.00 82.00 85.00

จัดการสู้ความเป็นเลิศอย่าง ภาษา อังกฤษเปน็ สื่อในการจัดการเรียน

ยั่งยืน การสอน 3 วชิ าหลัก ไดแ้ ก่ คณติ ศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ

2.2 รอ้ ยละของบุคลากรที่ใช้ภาษา 80.00 82.00 85.00

องั กฤษในการสื่อสาร

3.เด็กมีคุณภาพตามอัต 3.1 เด็กยึดมัน่ ในสจั ธรรม 90.00 92.00 94.00

ลักษณข์ องมูลนธิ ิคณะเซนต์ 3.2 เดก็ มีความวริ ิยะ อุตสาหะ 90.00 92.00 94.00

คาเบรียลแหง่ ประเทศ 3.3 เด็กมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม 90.00 92.00 94.00

4.เด็กมคี ุณภาพตาม 4.1. เดก็ มีระเบียบวนิ ยั 85.00 87.00 90.00

เอกลักษณ์ของโรงเรียน 4.2 เน้นภาษาอังกฤษสาหรบั เดก็ 80.00 83.00 86.00

4.3 เดก็ มจี ติ สาธารณะ 90.00 92.00 94.00

5 เดก็ มพี ฒั าการด้านรา่ งกาย 5.1 มีน้าหนักส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์ 90.00 92.00 94.00

แข็งแรง มีสุขนิสัยทดี่ ี และ มาตรฐาน ของกรมอนามัย กระทรวง

ดูแลความปลอดภัยของ สาธารณสขุ

ตนเองได้ 5.2. เดก็ มีทกั ษะการเคลือ่ นไหวตามวยั 90.00 92.00 94.00

5.3. เด็กมีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพของ 90.00 92.00 94.00

ตน และปฏิบตั จิ นเปน็ นสิ ัย

5.4. หลกี เลีย่ งต่อสภาวะทเ่ี สี่ยงต่อโรค ส่ิง 90.00 92.00 94.00

เสพติด ระวังภัยจากคน สิ่งแวดล้อมและ

อุบตั เิ หตุ

เปา้ หมาย ตวั ช้วี ดั ความสาเร็จ ระดบั ความสาเร็จ
6 เด็กมพี ัฒาการด้านอารมณ์ 2562 2563 2564
จิตใจ ควบคมุ และแสดงออก 6.1. เด็กร่าเริงแจ่มใส มีความรู้สึกท่ีดีต่อ 90.00 92.00 94.00
ทางอารมณ์ได้ ตนเอง
6.2 เดก็ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้เหมาะสม 90.00 92.00 94.00
7 เดก็ มพี ัฒนาการดา้ นสังคม กับวัย
ชว่ ยเหลอื ตนเอง และเป็น 6.3. เดก็ มคี วามม่ันใจและกลา้ แสดงออก 90.00 92.00 94.00
สมาชกิ ท่ดี ขี องสังคม 6.4. เด็กช่วยเหลือแบ่งปัน มีความ 90.00 92.00 94.00
ซื่อสตั ย์สุจริต และมีคุณธรรม จริยธรรม
8 เด็กมีพัฒนาการด้าน 6.5. เด็กชื่นชมและเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะ 90.00 92.00 94.00
สตปิ ญั ญา ส่ือสารได้ มีทกั ษะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
การคดิ พน้ื ฐาน และแสวงหา 7.1 เดก็ รจู้ กั ประหยัด และมคี วามพอเพียง 80.00 83.00 85.00
ความรู้ได้ 7.2 เดก็ ประพฤติตนตามวฒั นาธรรมไทย 90.00 92.00 94.00
และศาสนท่ตี นเองนบั ถือ
9 มีหลักสูตรครอบคลมุ 7.3 เด็กสามารถเล่นและทางานร่วมกับ 90.00 92.00 94.00
พฒั นาการทง้ั 4 ดา้ น ผอู้ ื่นได้
สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของ 8.1 เด็กสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัว ซักถาม 90.00 92.00 94.00
ทอ้ งถนิ่ อยา่ งตง้ั ใจ และรักการเรยี นรู้
8.2 มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ 90.00 92.00 94.00
ทเี่ กิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้
8.3 มที ักษะทางภาษาทเี่ หมาะสมกับวยั 90.00 92.00 94.00
8.4. เด็ ก มี ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก าร ท า ง 90.00 92.00 94.00
วทิ ยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
8.5 มจี นิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ 90.00 92.00 94.00
9.1 มีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของ
สถานศึกษาและนาสู่การปฏิบัติได้อย่างมี √√ √
ประสทิ ธิภาพ
9.2 มีระบบและกลไกให้ผู้มีส่วนร่วมทุก √√ √
ฝ่ายตระหนักและเข้าใจการจัดการศึกษา
ปฐมวัย √√ √
9.3 มกี ารจดั กิจกรรมเสริมสร้างความ
ตระหนักรู้และความเข้าใจหลักการจัด
การศกึ ษาปฐมวัย

เป้าหมาย ตัวชว้ี ดั ความสาเรจ็ ระดบั ความสาเรจ็
2562 2563 2564

9 มหี ลักสูตรครอบคลมุ 9.4 มกี ารสรา้ งการมีส่วนร่วมและ √√ √

พฒั นาการทง้ั 4 ด้าน แสวงหาความร่วมมือกบั ผู้ปกครอง ชมุ ชน

สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของ และท้องถ่ิน

ท้องถิ่น

10 ครูมีเพียงพอกับชั้นเรียน 10.1 ครูมีวุฒิและความรู้ ความ สามารถ 90.00 92.00 95.00

และมีความเชี่ยวชาญการจัด ในดา้ นการศกึ ษาปฐมวยั

ประสบการณ์ 10.2 ครูผู้สอนได้รับการเพ่ิมพูนความรู้/ 100.00 100.00 100.00

ประสบการณ์ ในการพัฒนาตนเองใน

วิชาชพี ไม่ตา่ กวา่ 40 ชวั่ โมง/ปี

11 มีสภาพแวดล้อมและสื่อ 11.1 มจี ัดสงิ่ อานวยความสะดวกเพ่ือ √√ √

เพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอด พฒั นาเด็กอยา่ งรอบดา้ น

ภยั และเพยี งพอ 11.2 มีจดั สือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือ √ √ √

ก า ร เรี ย น รู้ เพื่ อ ส นั บ ส นุ น ก า ร จั ด

ประสบการณ์สาหรับครู

12 มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพท่ี 12.1 มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษา √ √ √

เปิดโอกาสใหผ้ ้เู กีย่ วขอ้ งทกุ ปฐมวัยของสถานศกึ ษา

ฝา่ ยมสี ว่ นรว่ ม 1 2 .2 . จั ด ท า แ ล ะ ด า เนิ น ก า ร ต า ม √ √ √

แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถาน

ศึกษาที่มุ่งพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน

การศึกษาของสถานศึกษา

12 มรี ะบบบรหิ ารคุณภาพท่ี 12.3. จัดระบบข้อมูลสาร สนเทศและใช้ √ √ √

เปดิ โอกาสให้ผู้เกยี่ วขอ้ งทกุ สารสนเทศในการบรหิ ารจัดการ

ฝา่ ยมีสว่ นร่วม 12.4. ติดตามตรวจสอบ และประเมินผล √ √ √

การดาเนิ น งาน คุณ ภ าพ ภ ายใน ตาม

มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา

12.5. นาผลการประเมินคุณ ภาพทั้ง √ √ √

ภายในและภายนอกไปใช้วางแผนพัฒนา

คุณภาพการศกึ ษาอย่างต่อเน่ือง

12.6 จัดทารายงานประจาปีที่เป็น √ √ √

รายงานการประเมินคณุ ภาพภายใน

เป้าหมาย ตวั ชว้ี ดั ความสาเร็จ ระดบั ความสาเรจ็
2562 2563 2564
13 สรา้ งและจัดประสบการณ์ 13.1 ครูมคี วามรู้ ความเข้าใจปรัชญา 90.00 92.00 95.00

ทส่ี ง่ เสริมใหเ้ ด็กมพี ัฒนาการ หลกั การ จดุ มุงหมาย และสาระการเรยี นรู้ 90.00 92.00 95.00

ทุกดา้ นอยา่ งสมดลุ เต็ม ปฐมวยั 90.00 92.00 95.00

ศักยภาพ 13.2 ครูจัดทาแผนการจัดประ สบการณ์ 90.00 92.00 95.00

ที่สอดคล้องกับหลักสูตรได้หลากหลาย 90.00 92.00 95.00
90.00 92.00 95.00
ครอบคลุมพัฒนากรทง้ั 4 ดา้ น
90.00 92.00 95.00
13.3 ครูสามารถบริหารจัดการช้ันเรียนท่ี
90.00 92.00 95.00
ท่ีสร้างวินัยเชิงบวก ส่งเสริมให้เด็กมี 90.00 92.00 95.00

พฤติกรรมท่เี หมาะสม

13.4. ครูวิจยั และพัฒนาการจัดการเรยี นรู้

ที่ตนเองรับผิดชอบ และใช้ผลในการปรับ

การจัดประสบการณ์ เพ่ือพัฒนาการ

จัดการเรียนรู้อย่าง

13.5. ครูมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก และ

ผปู้ กครอง

13.6. ครูจัดทาสารนิทัศน์และนามา

ไตร่ตรองเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนา

เด็ก

14 จัดบรรยายกาศทเ่ี อื้อต่อ 14.1. ครูใช้ส่ือและเทคโนโลยีที่สอดคล้อง

การเรยี นรู้ ใชส้ ่อื และ กั บ กิ จ ก ร ร ม ก า รจั ด ป ร ะ ส บ ก าร ณ์

เทคโนโลยีท่เี หมาะสม พฒั นาการของเด็กทงั้ 4 ดา้ น

14.2. ครูจัดสงิ่ แวดลอ้ มใหเ้ กิดการเรยี นรู้

ได้ตลอดเวลา

15 ประเมินพัฒนาการเด็ก 15.1. มีการประเมินพัฒนาการของเด็ก

ตามสถาพจริง และนาผลการ ด้วยวิธีท่ีหลายหลาย และครูรายงานผล

ประเมินพัฒนาการเด็กไปรับ การพัฒนาของเด็กแก่ผู้ปกครองอย่างน้อย

ปรุงการจัดประสบการณ์และ ภาคเรหี นละ 1 ครง้ั

พฒั นาเดก็



รายละเอยี ดเปา้ หมายและตัวชว้ี ัดความสาเร็จในแผนพ
ระดบั ปฐมวัย ปกี า

พันธกิจ ยทุ ธศาสตร์ เป้าหมาย โครง

พันธกิจท่ี 1 ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 ยกระดบั เปา้ หมายที่ 1 เด็กมคี ณุ ภาพ 1. งานจดั ปร
ยกระดบั คณุ ภาพ คุณภาพการศึกษา ระดบั มาตรฐานสากล 1.1 กิจก
การศกึ ษาโรงเรยี น โรงเรียนใหม้ มี าตรฐาน
ใหม้ ีมาตรฐานสากล สากล กิจกรรมเสรมิ
ยทุ ธศาสาตรร์ องท่ี 1.1 1.2 กิจก
พัฒนาเดก็ มีคณุ ภาพระดับ 1.3 กจิ ก
มาตรฐานสากล
ภายใน-ภายน
2. งานวัดประ

1. งานจดั ปร
1.1 กจิ กรร

กจิ กรรมเสริม
2. โครงการจ
ภาษาองั กฤษ

พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาโรงเรียนอัสสมั ชญั อุบลราชธานี ระยะเวลา/ระดับความสาเรจ็
ารศึกษา 2562 – 2564 2562 2563 2564
80 85 90
งการและกจิ กรรม ตัวชี้วัดความสาเร็จ

ระสบการณเ์ รียนรู้ 1.1. เด็กมีความเป็นเลศิ ด้านวิชาการ
กรรมประจาวันและ 1.1.1 เดก็ มผี ลการประเมนิ พฒั นา
มหลักสตู ร
กรรมศึกษานอกสถานที่ การ ท้งั 4 ด้านในระดบั คณุ ภาพทดี่ ี
กรรมส่งเสรมิ เด็กประกวด 1.1.2 เด็กมผี ลการแข่งขันภายใน
นอก
ะเมินผลและทะเบยี น และภายนอก อนั ดับที่ 1, 2 และ 3
ภายใน 20 รางวลั และภายนอก 5
รางวลั

ระสบการณเ์ รียนรู้ 1.2 เดก็ มีความสามารถด้านการ 80 85 90

รมประจาวันของเด็กและ สือ่ สาร 2 ภาษา

มหลกั สตู ร 1.2.1 เด็กมีทักษะทางภาษาท่ี

จัดการเรยี นการสอนโดยใช้ เหมาะสมกบั วยั

ษเป็นสื่อ 1.2.2 .เด็กมคี วามสามารถในการใช้

ภาษาสื่อสารใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้และเข้าใจ

ดว้ ยภาษาพดู ฟังเรื่องราว ทา่ ทาง การ

เขียนสญั ลักษณ์

พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เปา้ หมาย โครง

พนั ธกิจที่ 1 ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 ยกระดบั เป้าหมายท่ี 1 เดก็ มีคณุ ภาพ 1. งานจดั ปร
ยกระดบั คุณภาพ คุณภาพการศกึ ษา ระดับมาตรฐาน สากล 1.1 กจิ กร
การศึกษาโรงเรียน โรงเรยี นใหม้ มี าตรฐาน
ใหม้ มี าตรฐานสากล สากล กิจกรรมเสริม
ยทุ ธศาสาตรร์ องท่ี 1.1 1.2 กจิ กร
พฒั นาเด็กมีคณุ ภาพระดบั 1.3 กิจกร
มาตรฐานสากล
ภายในภายนอ
1.4 กจิ กร
1.5 กจิ กร

คอมพวิ เตอร์
2. โครงการส
ปัญญา

1. งานจัดปร
1.1 กิจกร

กิจกรรมเสริม

1. งานระดับช
1.1 กจิ กร

ระเบียบวินยั ป
1.2 กจิ กร

อนุบาล


Click to View FlipBook Version