The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by waraiporn, 2022-05-13 01:39:20

แผนการจัดการเรียนรู้

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

วิชา การค้นคว้าอิสระ 2 (IS30202) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต ครผู ู้สอน นางวลัยพร นรชาญ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่วั โมงที่ 1 – 2

รายวิชา การศึกษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ (IS2) รหัสวิชา I30202 รายวิชาเพิ่มเติม ระดับชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 5ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 0.5 หน่วยกิต เพื่อฝึกทักษะการศึกษาค้นคว้า

ประกอบการแสวงหาความรู้ การตั้งประเด็นปัญหา การศึกษาค้นคว้า การตั้งสมมุติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูล

การศึกษาคน้ คว้าจากแหล่งการเรยี นรู้ การตรวจสอบแหลง่ ท่ีมาของข้อมลู การวเิ คราะห์ขอ้ มูล การสรปุ องค์ความรู้

และการเสนอแนวคิด เพือ่ แก้ปัญหา ศกึ ษา วเิ คราะห์ ฝึกทกั ษะต้งั ประเดน็ ปญั หา / ตงั้ คำถามเกี่ยวกับสถานการณ์

ปัจจุบัน และสงั คมโลก ตั้งสมมตุ ิฐาน และให้เหตผุ ล เพอ่ื สนับสนนุ หรอื โต้แยง้ ประเด็นความรู้ โดยใชค้ วามรู้ จาก

ศาสตร์สาขาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ ออกแบบวางแผน รวบรวมข้อมูล ค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับ

สมมุติฐานที่ตั้งไว้ จากแหลง่ การเรยี นรู้ทัง้ ปฐมภมู ิ และทุตยิ ภูมิ และสารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ พิจารณาความ

น่าเชื่อถือของแหล่งเรียนรู้อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่

เหมาะสม สังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ และใช้กระบวนการกลุ่ม ในการวิพากษ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้

ความรู้จากสาขาวิชาต่าง ๆ เสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการ

แก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2555 : 45) ในการศึกษา และฝึก

ปฏิบัติ ใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้แบบร่วมมือ กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการฝึกปฏิบัติ

สงั เคราะห์ สรปุ อภปิ รายผล เปรยี บเทยี บ เชอื่ มโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เขา้ ใจหลกั การ และวิธีคิดใน

สิ่งที่ศึกษาโดยคำนึงถึงหลักความประหยัด ประโยชน์ ปลอดภัย ประสิทธิภาพ เลือกใช้สารสนเทศที่มีในท้องถิ่น

และในสงั คมโลก เหน็ ประโยชน์ และคณุ ค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง มีจติ บริการ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ

คา่ นิยมที่เหมาะสม

ผลการเรียนรู้

1. มคี วามรู้ และทักษะการตัง้ ประเด็นปัญหาเพื่อการศึกษาค้นคว้า

2. เข้าใจ และมีทกั ษะการตั้งสมมตุ ิฐาน

3. เหน็ คุณคา่ และยกตัวอยา่ งผลการศกึ ษาคน้ คว้าจากแหล่งการเรยี นรู้

4. มคี วามรู้ และทักษะการเกบ็ รวบรวมข้อมลู

5. มีความรู้ และทักษะการตรวจสอบความนา่ เชอ่ื ถือแหลง่ ทมี่ าของข้อมูล

6. เข้าใจ และมีทกั ษะการวเิ คราะหข์ อ้ คน้ พบดว้ ยวธิ กี ารท่ีเหมาะสม

7. เหน็ คุณคา่ และสรปุ องค์ความรูด้ ้วยกระบวนการกลุ่ม

8. มีความรู้ และทักษะการเสนอแนวคดิ เพื่อแกป้ ัญหาด้วยองค์ความรูจ้ ากการค้นพบ

รวม 8 ผลการเรียนรู้

ปฏญิ ญาสากลว่าด้วยการจัดการศึกษาของ UNESCO 4 ดา้ น
Learning to know, Learning to do, Learning to live together and Learning to be. (สำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2555 : 11) สอดคล้องกับลักษณะ ของโรงเรียนมาตรฐานสากล คือ มุ่งเน้น
การพฒั นาผ้เู รียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก มีทกั ษะ ความรู้ ความสามารถ และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ในระดับ
เดียวกับมาตรฐานของประเทศชั้นนำที่มีคุณภาพการศึกษาสูง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ เรื่องที่ต้องการรู้ ปฏิบัติการศึกษาค้นคว้า ให้เป็นประโยชน์ร่วมกับผู้อ่ืน
และเรียนร้เู รื่องทีต่ อ้ งการเปน็

ตัวช้วี ดั ความสำเรจ็ ดา้ นผูเ้ รยี นในโรงเรยี นมาตรฐานสากล
1. เป็นเลิศทางวิชาการ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นไมต่ ่ำกวา่ คา่ เฉลีย่ ของประเทศ
2. ส่ือสารสองภาษา มีทักษะ และความสามารถดา้ นภาษาไม่ต่ำกวา่ ของประเทศ
3. ล้ำหน้าทางความคดิ มที กั ษะ และความสามารถด้าน ICT ไม่ตำ่ กว่าของประเทศ
4. ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ มีทักษะ และความสามารถเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง

(Independent Study) มีศักยภาพ ทักษะ และความสามารถในการผลิตผลงาน อย่างมีคุณภาพ เทียบได้ไม่ต่ำ
กวา่ ของประเทศ

5. ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และลักษณะเฉพาะของ
ชาติ มุ่งมนั่ จริงจังในการทำงาน ไม่ยอ่ ท้อตอ่ ปญั หาอุปสรรค มจี ติ สาธารณะ มสี ำนกึ ในการบรกิ ารสังคม และมคี วาม
รับผิดชอบต่อสังคมในระดับสูง เทียบได้ไม่ตำ่ กวา่ ของประเทศ

รายการอา้ งองิ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2555). แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน

มาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน.

การศึกษาค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้ : IS 1-3

สังคมออนไลนป์ จั จุบันมกี ลุ่มต่อต้านวิชา IS แหง่ ประเทศไทย มีคำถามหลายประเด็น เช่น วิชานี้เหมาะสม
กบั ผเู้ รยี นไทยจริงหรือ วชิ าน้ีมปี ระโยชน์จรงิ หรือ ทำไมผเู้ รยี นกลุ่มน้ีจึงไม่เห็นดว้ ยกับวชิ าน้ี เป็นวิชาท่ีผู้ใหญ่คิดว่า
ผู้เรียนทำได้โดยไม่ดูศักยภาพที่แท้จรงิ หรือไม่ จากประเด็นปัญหาดังกล่าวจึงขอเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณา
หาคำตอบดังนี้

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับในช่วงชัน้ ให้มีมาตรฐานจึงยกระดับโรงเรียนชัน้ นำ
ที่มีความพร้อมให้เป็นโรงเรียนดีมีมาตรฐานสากล (World Class Standard School) คือโรงเรียนที่มี การ
พัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และการบริการจัดการศึกษาด้วยระบบคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการพัฒนา
ผู้เรียนให้มีศักยภาพให้เป็นพลโลก มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับเดียวกับ
มาตรฐานสากล (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2555 : 11) เพื่อยกระดับการเรียน การสอน การ
บริหารจัดการให้ผู้เรียนมีคุณภาพมาตรฐานพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาใหส้ อดคล้อง
กบั หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ตามมาตรฐาน 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ และกจิ กรรมพัฒนา
ผู้เรียน ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยการจัดการศึกษาของ UNESCO 4 ด้าน คือ Learning to be, Learning to do,
Learning to live together and Learning to be.

บันได 5 ขั้นของการพัฒนาผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล บูรณาการเป็นรายวชิ าเพิ่มเตมิ คือ การศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) มีดงั นี้ (ชลติ สุรยิ ะสกลุ วงษ์. 2555 : 15)

IS 1 การศกึ ษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) มุ่งให้
ผู้เรียนตั้งประเด็นปัญหา ตั้งสมมุติฐาน ฝึกทักษะการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย การคิดวิเคราะห์ และสรุปองค์ความรู้ เป็นบันไดขั้นที่ 1 การตั้งประเด็นปัญหา และสมมุติฐาน
(Hypothesis Formulation) ขั้นท่ี 2 การแสวงหาเพื่อสืบค้นสารสนเทศ (Searching for Information) ขั้นที่ 3
การสรปุ องค์ความรู้ (Knowledge Formation)

IS 2 การสื่อสาร และการนำเสนอ (Communication and Presentation) มุ่งให้ผู้เรียน นำ
ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาพัฒนาวิธีการถ่ายทอด สื่อสารความหมาย แนวคิด ข้อมูล และ องค์
ความรู้ด้วยวิธีการนำเสนอที่เมาะสม หลากหลายรูปแบบ และมีประสิทธิภาพ เป็นบันไดขั้นที่ 4 การสื่อสาร และ
การนำเสนอ (Effective Communication)

IS 3 การนำองค์ความรู้ไปบริการสังคม (Social Service Activity) มุ่งให้ผู้เรียนนำ และประยุกต์
องค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติ หรือนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดบริการสาธารณะ เป็นบันได ขั้นที่ 5 การ
บรกิ ารสังคม และจติ สาธารณะ (Public Service)

การที่จะจัดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนเพื่อให้เกิดความรู้ที่แท้จริงต้องเข้าใจระบบการทำงานของสมอง
(Wolfe. 2001 : 103-108) ซง่ึ สอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางสตปิ ญั ญาของเพยี เจต์ (Piaget) ทเี่ นน้ กลไกการ
เรียนรู้ที่นำไปสู่การสร้างความรู้ (Fosnot. 1996 : 11) คือ เมื่อบุคคลปะทะสัมพันธ์กับประสบการณ์หนึ่ง ๆ ถ้า
ข้อมูลหรือประสบการณ์นั้นสัมพันธ์กับความรู้หรือโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่แล้วจะเกิดกระบวนการซึมเข้ากับ

โครงสร้างทางปัญญาที่มีอยเู่ ดิม แตถ่ ้าข้อมลู หรอื ประสบการณ์ ไมส่ ัมพันธก์ บั ความรู้ หรอื โครงสร้างทางปัญญาท่ีมี
อยู่แล้วจะเกิดภาวะไม่สมดุลทำให้บุคคลพยายามเรียนรู้เพื่อปรับสมดุลทางปัญญาโดยการสร้าง โครงสร้างทาง
ปญั ญาขน้ึ ใหม่ เกิดเป็นความรใู้ หม่ของบคุ คลนัน้

รายวิชา บนั ได 5 ขน้ั
IS 3 5 การบริการสงั คม และจติ สาธารณะ (Public Service)
IS 2 4 การสอื่ สาร และการนาเสนอ (Effective Communication)
3 การสรา้ งองค์ความรู้ (Knowledge Formation)
IS 1 2 การสืบค้นความรู้ และสารสนเทศ (Searching for Information)
1 การตั้งประเด็นปญั หา และสมมตุ ิฐาน (Hypothesis Formulation)

การศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเองกับบนั ได 5 ข้นั
ทม่ี า : ฟาฎินา วงศ์เลขา. 2555 : 23.

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเป็นวิธีการที่ยอมรับกันว่ามีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความ
พรอ้ มในการศึกษาต่อ และทำงานในโลกกวา้ งด้วยการศึกษาค้นคว้าได้อยา่ งอสิ ระ จงึ มกี ารนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
และกวา้ งขวาง แต่มคี นบางกล่มุ ตงั้ คำถามตอ่ ตา้ นรายวชิ านี้ ดังนั้นสิง่ สาคญั ที่ควรคำนึงถงึ คอื กระบวนการนำไปใช้
ต้องพจิ ารณาความพรอ้ ม วัย และพัฒนาการของผเู้ รียนเปน็ รายบุคคล เนื่องจากผเู้ รียนแตล่ ะคนมีความแตกต่างกัน
ด้านความถนัด ความสนใจ และความพร้อมในการเรียนรู้ เมื่อผู้บริหารการศึกษา ครูผู้จัดการเรียนรู้ และผู้เรียน
ตระหนักในความสำคัญของสภาพที่เป็นจริงดังกล่าวย่อมได้รับความร่วมมือใน การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของ
การศกึ ษามากข้ึน

ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยการจดั การศกึ ษาของ UNESCO 4 ดา้ น
Learning to be, Learning to do, Learning to live together and Learning to be. (ส ำ น ั ก ง า น

คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน. 2555 : 11)

รายการอา้ งอิง
ชลติ สุริยะสกุลวงษ.์ (2555). แนวทางการจดั การเรยี นการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล. นครราชสีมา : โรงเรยี น

โชคชยั สามัคคี.
ฟาฎินา วงศ์เลขา. (4 ธันวาคม 2555). “บนั ได 5 ขน้ั สรู่ ายวชิ า IS : การศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง.” เดลินวิ ส์. หน้า

23.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2555). แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน

มาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน.
Fosnot, C.T. (1996). Constructivism : Theory, perspectives, and practices. New York : Teacher
College Press.
Wolfe. P. (2001). Brain Matters : Translating Research Into Classroom Practice. Alexandria, VA :
Association for Supervision and Curriculum Development.

กำหนดการจดั การเรียนรู้

รายวิชา การศึกษาคน้ คว้า และสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS2) รหสั วิชา I30202 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2

รายวชิ าเพิ่มเตมิ เวลา 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ อัตราส่วนคะแนน K = 40 : P = 40 : A = 20

() ผลการเรยี นรู้ คะแนนระหว่างภาค คะแนนกลางภาค/

( ) ตัวชี้วัด ปลายภาค รวม เวลา

K P A รวม กลาง ปลาย (100) (ชั่วโมง)
ภาค ภาค

- ปฐมนเิ ทศรายวิชา การคน้ ควา้ อสิ ระ --- - - - -2

- จุดประกายความคดิ ตัง้ ประเด็นปัญหา

หนว่ ยที่ 1 เรมิ่ ตน้ การค้นพบด้วยคำถาม 5 5 3 13 10 - 10 2

- ประเด็นปญั หาเพื่อการศกึ ษาคน้ คว้า

- วสั ดสุ ารสนเทศ

หนว่ ยที่ 2 สมมติฐาน 5 5 3 13 10 - 10 2

- ความหมาย และประโยชนข์ องสมมตฐิ าน

- ลกั ษณะ และหลกั การเขยี นสมมติฐาน

หนว่ ยที่ 3 การศึกษาคน้ คว้า 5 5 3 13 10 - 10 3

- การค้นควา้ จากแหล่งเรยี นรู้ต่าง ๆ

- การอา้ งอิงแทรกในเน้ือหา

- นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ

สอบกลางภาค - - - - 20 - 20 1

หน่วยที่ 4 การเกบ็ รวบรมข้อมูล 5 5 3 13 - 10 10 3

- ประชากร กลุ่มตวั อย่าง

- แบบสอบถาม

- มาตราส่วนประมาณค่า

หน่วยที่ 5 แหล่งทีม่ าของข้อมูล 10 10 3 23 - 10 10 4

- การตรวจสอบแหล่งทีม่ าของข้อมูล - 10 10 2
- 20 20 1
- แหลง่ ทมี่ าของข้อมลู ภาพ และสว่ นประกอบ 50 50 100 20
ของรายงาน

- เครอ่ื งมือการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

- วธิ ีดำเนินการศึกษา

การประเมินเคา้ โครงและการนำเสนอ 10 10 5 25

สอบปลายภาค --- -

รวม 40 40 20 100


Click to View FlipBook Version