The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแมนมิตร-RD

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by man Wee, 2022-06-04 22:52:25

คู่มือแมนมิตร-RD

คู่มือแมนมิตร-RD

48

4. ขอ้ สงั เกต (Red Flags)
1) ผูท้ ไ่ี มใ่ จกว้าง (They’re not open-Minded) คนทยี่ ดึ ติดกับส่ิงท่ีพวกเขารแู้ ล้วและไม่
เต็มใจที่จะลองใช้ทางออกที่ไม่ใช่แบบเดิมมีโอกาสน้อยที่จะปรับตัวเข้ากับการ
เปลี่ยนแปลงได้ดี (People who Stick to what they Already Know and are
Reluctant to try Non-Traditional Solutions are Less likely to adapt well to
Change)
2) ผู้ที่กลัวความไม่รู้ (They’re scared of the Unknown) หากสภาพแวดล้อมของ
บริษัทของคุณเป็นไปอย่างรวดเร็วและพนักงานจำเป็นต้องทำงานหลายอย่างนอก
ขอบเขตความรับผิดชอบของพวกเขาให้มองหาผู้สมัครที่ไม่กลัวความเสี่ยงและเรียนรู้
ทกั ษะใหม่ ๆ (If your Company’s Environment is Fast-Paced and Employees
need to take on Multiple Tasks beyond their Scope of Responsibilities,
look for Candidates who Aren’t Afraid of Taking Risks and Learning new
Skills)
3) ผู้ท่ีไม่ใช่ทีมที่ดี (They’re not good Team Players) การปรับตัวยังหมายถึงการ
ปรับรูปแบบการทำงานของคุณเพื่อประโยชน์ของทีม เลือกผู้สมัครที่เห็นคุณค่าของ
การทำงานร่วมกันและความยืดหยุ่น (Being Adaptable also Means adjusting
your Working Style for the Team’s Sake. Opt for Candidates who
Value Collaboration and Flexibility)
4) ผู้ที่ประหม่า (They’re Nervous) ผู้สมัครที่ไม่สงบนิ่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่าง
ฉับพลันอาจไมส่ ามารถหาวิธแี ก้ปัญหาทีร่ วดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับปัญหาทีไ่ ม่
คาดคิด (Candidates who can’t Stay Calm under Sudden Changes Mightn’t
be able to find quick and Effective Solutions to unexpected Issues)
5) ผู้ท่ีเป็นเชิงลบ (They’re negative) ผ้สู มัครทต่ี ำหนผิ ู้อ่นื และไม่พอใจเม่ือพวกเขาต้อง
ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงมีโอกาสน้อยที่จะยอมรับสถาน การณ์ใหม่
(Candidates who blame others and are grumpy when they have to adapt
to a Change are Less Likely to Accept new Circumstances)

โปรดทบทวนตวั เอง แลว้ ตอบในใจว่าท่านเขา้ ใจแบบประเมินผลสำเรจ็ จากการ
พัฒนาทกั ษะการปรบั ตวั ตามทศั นะของ Workable วา่ อย่างไร ?

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………….............................................................................................................................................

49

4. University of Alberta มหาวิทยาลัยชั้นนําของแคนาดาและเป็นหนึ่งใน 150 อันดับ
แรกของโลก ได้นำเสนอวิธีการประเมินความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความ
ยืดหย่นุ (Competency Assessment for Demonstrating Adaptability and Flexibility) เส้นทาง
การปรับตัวที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความยืดหยุ่นมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ผู้เรียนจัดการและ
เจริญเติบโตในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ผู้เรียนจะสำรวจว่าการเปลี่ยนแปลงมีลักษณะอย่างไร
เข้าใจอารมณ์ของการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้วิธีการปรับตัวและเป็นที่หนึ่งในที่ทำงาน เพื่อให้
เจา้ หน้าทฝี่ ่ายสนบั สนนุ ยอมรับว่ามคี วามสามารถในเส้นทางนีห้ วั หน้างานของพวกเขาจะต้องรับรองใน
ความสามารถในการแสดงทกั ษะที่เก่ียวข้องกับความสามารถนี้ ผู้บังคับบัญชาสามารถใช้การประเมิน
ความสามารถน้โี ดยไม่คำนงึ ถงึ การฝึกอบรมใด ๆ พนักงานไมจ่ ำเป็นต้องเข้ารว่ มการประชมุ แบบตัวต่อ
ตัวตามความสามารถเว้นแต่พวกเขาต้องการปรับปรุงการเรียนรู้ในด้านเหล่านี้และพัฒนาทักษะขอ ง
พวกเขา การสง่ แบบประเมนิ เป็นแบบสมัครใจ วธิ กี ารประเมินความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการ
ปรับตวั และความยดื หยนุ่ ดงั น้ี

1. ตวั เลือกมาตรฐานประสทิ ธภิ าพ (Performance Standards Options)
1) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจและสามารถนำผู้อื่นปฏิบัติได้ ( The
Individual can perform this Skill Satisfactorily and can lead others in
Performing it)
2) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจด้วยความคิดริเริ่มและการปรับตัวแก้ปัญหา
เ ฉ พ า ะ ห น ้ า ไ ด ้ ( The Individual can perform this Skill Satisfactorily with
Initiative and adaptability to Special Problem Situations)
3) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจด้วยความเร็วและคุณภาพที่ยอมรับได้ (The
Individual can perform this Skill Satisfactorily with more than Acceptable
Speed and Quality)
4) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือและ / หรือการ
น ิ เ ท ศ ( The Individual can perform this Skill Satisfactorily without
Assistance and/or Supervision)
5) สามารถปฏิบัติทักษะนี้ได้อย่างน่าพอใจ แต่ต้องการความช่วยเหลือและ / หรือการ
กำกับดูแลเป็นระยะ (The Individual can perform this Skill Satisfactorily but
Requires Periodic Assistance and/or Supervision)
6) สามารถปฏบิ ตั กิ ารได้ (The Individual can perform)

2. องค์ประกอบความสามารถ : พัฒนาความสามารถในการปรับให้เข้ากับการ
เปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการทำงาน (Competency Element: Develop ability to
adapt to Change in the Work Environment)

1) สำรวจวิธีใหม่และแนวทางที่แตกต่างในการทำงานให้สำเร็จหรือภารกิจและ
กระบวนการที่เกี่ยว ข้องกับงาน ( Exploring new and different Ways of
accomplishing your Work or the Tasks and Processes Involved in your
Work Tasks)

50

2) การมุ่งเนน้ ไปที่เป้าหมายของแตล่ ะบุคคลและการทำงานเปน็ ทีม: การใชก้ ระบวนการ
คิดสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการของคุณในการ
แก้ปัญหาที่ท้าทาย (Keeping a Focus on Individual and Team Work Goals :
Using Creative and Critical Thinking Processes to Alter your Approach to
Solve Challenges at Work)

3) พยายามคดิ เชิงบวกเม่อื เผชญิ กบั สถานการณ์ใหมใ่ นที่ทำงานปรบั ตัวเข้ากับวิธกี ารใหม่
ผ่านมุมมองและการกระทำสิ่งต่าง ๆ (Making an Effort to Apply a Positive
mind set when Faced with new Situations at Work, Adapting to new Ways
of Seeing and Doing Things)

4) การใช้ความฉลาดทางอารมณ์ในการยอมรับ มีเหตผุ ล รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง
และคนอื่น ๆ ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลง (Applying Emotional Intelligence to
Recognize, Validate, Harness and Stream your own and Others’ feelings
as they Arise in Change)

5) ค้นหาและเรียนรู้กระบวนการใหม่ ๆ ซึ่งเป็นทักษะและกระบวนการที่เกิดขึ้นใน
ส ถ า น ท ี ่ ท ำ ง า น ( Searching for and learning new Procedures, Skills and
Processes as Change Occurs in the Workplace)

6) ตรวจสอบข้อสรุปและการตดั สินของคุณเองเพื่อแยกสมมติฐานและอคติของคุณออก
จากข้อเท็จจริงที่อยู่ในมือ (Examining your Own Inferences and Judgments
in order to Separate your Assumptions And Biases from the Facts at
Hand)

7) การใช้ความคดิ อยากรูอ้ ยากเห็นเชิงตรรกะ – ถามคำถามและตรวจสอบตวั เลือกและ
การตัดสินใจ (Applying Logical Inquisitive Thinking - Asking Questions and
Validating Ones Answers, Choices and Decisions)

8) การใช้ทักษะและเทคนิคการคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อคิดค้น / ปรับปรุงโครงการและ
ง า น ต ่ า ง ๆ ( Using Creative Thinking Skills and Techniques to Innovate /
Renovate Processes, Projects and Tasks)

9) ค้นหาวิธกี ารเรียนรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับการเข้าสู่การเปล่ยี นแปลงอย่างมีประสิทธิภาพใน
ที่ทำงาน (Seeking out Ways to Learn more about Effectively Introducing
Change in the Workplace)

10) การใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการสำรวจ
ทางเลือกเข้าสู่สมมติฐานและตรวจสอบความถกู ต้องของความเชื่อ (Using Creative
and Critical Thinking Skills to explore Alternatives, Challenge
Assumptions, and Examine Accuracy of Beliefs)

11) การใช้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการแยกแยะปัญหา / หัวข้อออกเป็นส่วน
ๆ ตรวจสอบมุมมองที่หลากหลาย การตั้งคำถามตั้งสมมติฐานทางเลือกและสรุป
ข ้ อ ส ร ุ ป ท ี ่ ช ั ด เ จ น ( Using Critical Thinking Skills To Break Down the

51

Problem/Subject into parts, detect multiple Views, Question Evidence,
Hypothesize Alternatives and Come to Sound Conclusions)
3. คำแนะนำ (Recommendation)
เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นเพิ่มเติม ควรวางแผนที่จะยกระดับ
การศึกษาเพื่อเปิดรับประสบการณต์ ่อไปนี้
คุณตอ้ งการใหห้ ัวหน้างานของคุณเปน็ ท่ีรูจ้ กั ในด้านความสามารถของคุณอย่างไร? (How
would you like to be recognized by your Supervisor for your Competency?)
1) จดั ระเบยี บความฉลาดทางอารมณ์ การวางแผนกระบวนการทางธรุ กิจหรือปรับเปลี่ยน
กลยุทธ์สำหรับทีมของคุณ (Organize an Emotional Intelligence, Business
Process Mapping or change Strategy Session for your Team)
2) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการกระบวนการทางธุรกิจ (Attend a Business
Process Mapping (BPM) Workshop)
3) อื่น ๆ : สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสามารถนี้ที่คุณต้องการทำเพื่อเฉลิมฉลองการเรียนรู้
ของคุณ? (Other: Something related to this Competency that you would
like to do to Celebrate your Learning?)

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจว่าท่านเขา้ ใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการ
พัฒนาทกั ษะการปรบั ตวั ตามทัศนะของ University of Alberta ว่าอย่างไร ?

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.………………...................................................................................................................... .......................

5. Zorzie นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ได้นำเสนอการทดสอบรูปแบบการปรับตัวของแต่ละ
บุคคล (Test a Model of Individual Adaptability) ในดุษฎีนิพนธ์ที่มีชื่อว่า Individual
Adaptability: Testing a Model of Its Development and Outcomes (การปรับตัวของแต่ละ
บุคคล: การทดสอบรูปแบบของการพัฒนาและผลลัพธ์) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอและ
ทดสอบรูปแบบการปรับตัวของแต่ละบุคคลในรูปแบบปัจจุบัน ที่มีผลต่อผลลัพธ์ของงานและ
ประสิทธิภาพตามบริบทของอารมณ์ และประสิทธิภาพในการปรับตัว โปรดตอบคำถามเพื่ออธิบาย
ตัวเองอย่างที่คุณเป็นอยู่ตอนน้ีไม่ใช่อย่างที่คุณปรารถนาจะเป็นในอนาคต โปรดอ่านแต่ละข้อความ
อย่างละเอียดและกรอกข้อมลู ใหส้ อดคล้องกนั

ตอนที่ 1 การปรบั แกไ้ ข (The I-Adapt, Modified)
1.1 ดา้ นวฒั นธรรม (Cultural)

1) ฉันสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง (I enjoy learning
about Cultures other than my own)

52

2) ฉนั ทำงานอย่างหลากหลายกบั ผอู้ ่นื ไดด้ ี (I work well with Diverse Others)
3) สิ่งสำคัญสำหรับฉันคือฉันต้องเคารพวัฒนธรรมของผู้อื่น (It is Important to me

that I Respect others’ Culture)
4) ฉันสนกุ กับความหลากหลายและประสบการณก์ ารเรยี นรู้ที่มาจากการทำงานกับผู้คนที่

มีภูมิหลังต่างกัน (I enjoy the Variety and Learning Experiences that come
from Working with People of Different Backgrounds)
5) ฉันรู้สึกสุขใจในการโต้ตอบกับผู้อื่นที่มีค่านิยมและประเพณีต่างกัน (I feel
Comfortable Interacting with others who have Different Values And
Customs)
1.2 ด้านความเครยี ดจากการทำงาน (Work Stress)
1) ฉนั มกั จะตอบสนองตอ่ ขา่ วท่เี ครยี ด (I usually Over-React to Stressful News)
2) ฉันรู้สึกไม่พร้อมที่จะรับมือกับความเครียดมากเกินไป (I feel Unequipped to deal
with too much Stress)
3) ฉันไม่ลำบากเลยเมื่อตารางของฉันเต็มเกินไป (I am easily Rattled when my
schedule is too Full)
4) ฉันมักจะเครียดเมื่อฉันมีภาระงานมาก (I am usually Stressed when I have a
Large Workload)
5) ฉันมักจะร้องหรือฉุนเฉียวเมื่อฉันเครียดมาก (I often cry or get Angry when I am
under a Great Deal of Stress)
1.3 ดา้ นความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล (Interpersonal)
1) ฉันเชื่อว่าการมีความยืดหยุ่นในการติดต่อกับผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ (I believe it is
Important to be Flexible in Dealing with others)
2) โดยปกติฉันจะสามารถอ่านใจคนอื่นและเข้าใจว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรตลอดเวลา (I
tend to be able to read others and understand how they are feeling at
any Particular Moment)
3) ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของฉันช่วยให้ฉันทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (My
Insight helps me to Work Effectively with others)
4) ฉันเป็นคนใจกว้างในการติดต่อกับผู้อื่น (I am Open-Minded Person in Dealing
with others)
5) ฉนั เขา้ ใจผอู้ น่ื และใช้เข้าใจนน้ั ในการมปี ฏิสัมพนั ธ์ (I am perceptive of others and
use that Knowledge in Interactions)
6) ฉันพยายามยืดหยุ่นในการติดต่อกับผู้อื่น (I try to be Flexible in Dealing with
others)
7) ฉันปรับพฤติกรรมของฉันให้เข้ากับคนอื่น (I adapt my Behavior to get along
with others)

53

1.4 ดา้ นการเรียนรู้ (Learning)
1) ฉันมีหน้าที่ในการรับทักษะใหม่ ๆ (I take Responsibility for Acquiring new
Skills)
2) ฉันสนกุ กบั การเรียนรู้แนวทางใหมใ่ นภารกิจหรือปญั หาในโรงเรียน (I enjoy learning
new Approaches for tasks or Problems in School)
3) ฉันดำเนินการเพื่อปรับปรุงการขาดประสิทธิภาพของโรงเรียน (I take action to
Improve School Performance Deficiencies)
4) ฉันมกั จะเรียนรขู้ อ้ มลู และทกั ษะใหม่ ๆ เพ่อื นำหนา้ เพื่อนรว่ มช้นั (I often learn new
Information and Skills to Stay Ahead of my Classmates)
5) ฉันเรียนรู้วิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว (I quickly learn new
Methods to Solve Problems)
6) ฉันกำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมทำงานใน
อนาคต (I am continually learning new Skills in School in Preparation for
my Future Job)
7) ฉันอ่านตำราเรียนล่วงหน้าก่อนเรียนในชั้น (I read ahead in textbooks for
classes I take)

1.5 ดา้ นความลงั เล (Uncertainty)
1) ฉันต้องการสิ่งที่ "ชัดเจนตรงไปตรงมา" (I need for things to be “Black and
White”)
2) ฉันรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเผชิญสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ (I become frustrated when things
are Unpredictable)
3) ฉันสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (I am
able to make Effective Decisions without all Relevant Information)
4) ปกติฉันจะทำงานได้ดีที่สุดในสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง (I tend to
perform best in Stable Situations and Environments)
5) เมื่อมีอะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นฉันก็พร้อมปรับเปลี่ยนในการตอบสนอง
( When something Unexpected Happens, I readily Change Gears in
Response)
6) ฉันสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง (I can adapt to Changing
Situations)
7) ฉันทำงานได้ดีในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ( I perform well in Uncertain
Situations)
8) ฉันตอบสนองต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย (I easily respond to
changing Conditions)
9) ฉันสามารถปรับแผนการของฉนั ให้เข้ากับการเปลีย่ นแปลงเงื่อนไข (I can adjust my
Plans to Changing Conditions)

54

ตอนที่ 2 การรับรกู้ ารเปลย่ี นแปลง (Perceived Changes)
2.1 ดา้ นเก่ยี วกับสถาบันการศึกษา (Academic)

1) งานมอบหมายในวิทยาลัยนั้นแตกต่างจากงานมอบหมายที่โรงเรียนมัธยมของฉันมาก
(Assignments in College are much Different than Assignments were at my
High School)

2) ฉันรู้สึกพร้อมเต็มที่สำหรับงานวิทยาลัยเพราะงานในโรงเรียนมัธยม (I feel well-
prepared for College Work because of my Work in High School)

3) การสอบเข้าเรียนในวิทยาลัยนั้นมีรูปแบบที่แตกต่างจากการสอบระดับมัธยมของฉัน
(The Exams I have taken in College thus far follow a different format than
my High School Exams typically did)

4) ฉันรู้สึกว่าฉันมีความรับผิดชอบต่อความสำเร็จด้านการศึกษาของตัวเองมากกว่าใน
โ ร ง เ ร ี ย น ม ั ธ ย ม ( I feel like I am much more Responsible for my own
Academic Success than I was in High School)

5) อาจารย์ในวทิ ยาลัยสอนด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากครูมัธยม (Professors in College
Teach with a much Different Style than High School Teachers)

6) ฉันมีความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 กับครูในโรงเรียนมัธยมมากกว่าที่เรียนในวิทยาลัย (I
had more 1-on-1 Relationships with my High School Teachers than I do
in College)

7) พ่อแม่อนุญาตให้ฉันข้ามชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยมได้ถ้าต้องการ (My Parents
allowed me to skip some Classes in High School if I wanted to)

8) กิจกรรมนอกหลักสูตรที่ฉันเข้าร่วมในโรงเรียนมัธยมต่างจากหลักสูตรในวิทยาลัยมาก
( The Extracurricular Activities in which I Participated in High School
Conflicted with Coursework more than they do in College)

9) ชั้นเรียนมัธยมของฉันมักมีนักเรียนน้อยกว่าหลักสูตรวิทยาลัย (My High School
Classes typically had much smaller Numbers of Students than College
Courses)

10) ดูเหมือนว่าวิทยาลัยจะมีความสามารถในเชิงวิชาการมากกว่าโรงเรียนมัธยมของฉัน
( College Seems more Academically Competitive than my High School
was)

2.2 ดา้ นสงั คม (Social)
1) มีที่ร่วมพบปะชุมนุมกันหลายแห่งที่ตรงกับความสนใจของฉันในวิทยาลัยมากกว่าใน
โรงเรียนมัธยม (There are more Clubs that fit my Interests in College than
there were in High School)
2) การหาเพื่อนในวิทยาลัยยากกว่าตอนเรียนมัธยม (It is more Difficult to find
Friends in College than it was in High School)

55

3) เมืองที่ฉันเคยอาศัยอยู่ในวิทยาลัยก่อนหน้านีม้ ีกจิ กรรมหลากหลายใหเ้ ข้าร่วมมากกว่า
อยู่ในเมืองอีสแลนซิง รัฐมิชิแกน (City I lived in prior to College had a Greater
Variety of Activities in which to Participate than East Lansing/Lansing)

4) บ้านเกิดของฉันและเมืองอีสแลนซิง รัฐมิชิแกน มีความคล้ายคลึงกันมาก (My
Hometown and East Lansing are very Similar)

5) ฉันอยากกินอาหารจากบ้านเกิดของฉัน แต่ไม่สามารถหาได้ในที่นี่ (I crave Foods
from my Hometown I cannot find in this Area)

6) พ่อแม่ของฉันช่วยฉันจัดการเวลาในโรงเรียนมัธยม (My Parents helped me
Manage my time in High School)

7) ฉันมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อการเดนิ ทางของฉันในวิทยาลัยมากกว่าตอนเรียนมธั ยม (I am
more Responsible for my own Transportation in College than I was in High
School)

2.3 ด้านอารมณ์ / สง่ิ สนับสนุน / เก่ียวกบั ครอบครัว (Emotional/Supportive/Familial)
1) ฉันได้รับแรงสนับสนุนน้อยลงจากครอบครวั ของฉันในขณะที่ฉนั เรียนอยู่ในวิทยาลัย (I
have less Emotional Support from my Family now that I am in College)
2) ฉันได้รับกำลังใจน้อยลงจากเพื่อนของฉันในขณะที่ฉันเรียนอยู่ในวิทยาลัย (I have
less Emotional Support from my Friends now that I am in College)
3) คนที่ฉันเคย“ ระบาย” ไม่ได้อยู่กับฉันที่วิทยาลัย (The Person/People I Used to
“Vent” to are not with me at College)
4) ฉันต้องเปลี่ยนวิธีจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของฉันในขณะที่ฉันเรียนอยู่นี้ (I have
to change how I deal with my Emotions now that I am in College)
5) ฉันรับมือกับความเครียดแบบเดียวกับที่ฉันเรียนในโรงเรียนมัธยมแม้จะย้ายไปเรียนที่
วิทยาลัยแล้วก็ตาม (I cope with Stress the Same Way I did in High School
Despite my move to College)
6) กิจกรรมที่ฉันเคยทำเพื่อผ่อนคลายนั้น กลับยากขึ้นในวิทยาลัย (The Activities in
which I used to Engage to Relax are more Difficult in College)
7) ฉันพูดคุยเรื่องประสบการณ์ในวิทยาลัยกับพ่อแม่ของฉันยากกว่าตอนเรียนมัธยม (I
have more Experiences in College that are Difficult to Discuss with my
Parents than I had in High School)

โปรดทบทวนตัวเอง แล้วตอบในใจวา่ ทา่ นเข้าใจแบบประเมินผลสำเรจ็ จากการ
พฒั นาทักษะการปรับตวั ตามทศั นะของ Zorzie ว่าอยา่ งไร ?

56

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………….............................................................................................................................................

แบบประเมนิ ตนเอง
1) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ Kane
ชัดเจนดีแลว้ หรอื ไม่
[ ] ชดั เจนดีแลว้ [ ] ยงั ไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Kane
กลา่ วถงึ แบบประเมินผลสำเร็จจากการพฒั นาทกั ษะการปรับตัว ว่าอย่างไร?
2) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
Morgan ชดั เจนดแี ลว้ หรอื ไม่
[ ] ชัดเจนดีแลว้ [ ] ยงั ไมช่ ดั เจนดีพอ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Morgan
กลา่ วถึงแบบประเมนิ ผลสำเร็จจากการพัฒนาทกั ษะการปรับตัว ว่าอย่างไร?
3) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
Workable ชัดเจนดีแลว้ หรอื ไม่
[ ] ชดั เจนดแี ลว้ [ ] ยังไมช่ ัดเจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Workable
กลา่ วถงึ แบบประเมินผลสำเรจ็ จากการพฒั นาทกั ษะการปรับตัว วา่ อย่างไร?
4) ท่านเข้าใจแบบประเมินผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ
University of Alberta ชัดเจนดแี ลว้ หรอื ไม่
[ ] ชดั เจนดแี ล้ว [ ] ยงั ไมช่ ัดเจนดีพอ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า University
of Alberta กลา่ วถงึ แบบประเมินผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทักษะการปรับตวั ว่าอย่างไร?
5) ท่านเข้าใจแบบประเมนิ ผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการปรับตัว ตามทัศนะของ Zorzie
ชดั เจนดีแลว้ หรือไม่
[ ] ชดั เจนดีแลว้ [ ] ยงั ไม่ชดั เจนดพี อ
หากยังไม่ชัดเจนดีพอ โปรดกลับไปศึกษาใหม่อีกครั้ง แล้วตอบคำถามในใจว่า Zorzie
กลา่ วถงึ แบบประเมนิ ผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทกั ษะการปรับตัว ว่าอย่างไร?

หมายเหตุ
หากต้องการศึกษารายละเอยี ดของแตล่ ะทัศนะจากตน้ ฉบับที่เปน็ ภาษาองั กฤษ โปรด “Ctrl & Click”
เว็บไซตข์ องแตล่ ะแหล่งได้ ดงั นี้
1. Kane : https://www.executiveagenda.com/resources/blog/how-adaptable-are-

you-take-adaptability-quotient-aq-test-and-find-out

57

2. Morgan : https://careersherpa.net/test-your-adaptability/
3. Workable : https://resources.workable.com/adaptability-interview-questions
4. University of Alberta : https://www.ualberta.ca/human-resources-health-safety-

environment/media-library/learning-and-development/pathways-learning-
series/adaptandflexassessmentguide2017.pdf

เอกสารอา้ งอิง
Kane, N. (2019). How adaptable are you? Take this adaptability quotient (AQ) Test

and find out. Retrieved November 18, 2020, from https://bit.ly/2NfMo2Q
Morgan, H. (2011). Test your adaptability. Retrieved June 20, 2020, from

https://bit.ly/3elM3Yb
Workable. (n.d.). Adaptability interview questions. Retrieved June 20, 2020, from

https://bit.ly/3fUiv4J
University of Alberta. (n.d.). Competency assessment for demonstrating adaptability

and flexibility. Retrieved June 20, 2020, from https://bit.ly/2ZZyrxe
Zorzie M. (2012). Individual adaptability: Testing a model of its development and

outcomes. Master’s thesis, Doctor of philosophy Psychology, Graduate School,
Michigan State University.

58

59

คู่มอื เชิงปฏิบัติการเพ่อื พฒั นาทักษะการปรบั ตัว
ให้แก่นกั ศกึ ษา

วัตถปุ ระสงค์เพื่อการปฏิบตั ิ
คมู่ อื เชงิ ปฏิบตั ิการประกอบโครงการอาจารย์นำความรู้สู่การพฒั นานักศึกษานี้ จดั ทำขึ้นเป็นให้

ท่านได้ทราบถึงประเด็นต่างๆ ที่จะช่วยให้ท่านนำความรู้ที่ท่านได้รับจากโครงการแรก คือ โครงการ
พัฒนาความรู้ของอาจารย์ผู้สอนเกี่ยวกบั การพัฒนาทักษะการปรับตัว ไปสู่การปฏิบัติ คือ การพัฒนา
นกั ศกึ ษา ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล ดงั น้ี

1) ทบทวนถึงคุณลักษณะหรือทักษะการปรับตัว ที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับนักศึกษา หลังจาก
ได้รับการพัฒนาจากท่านตามโครงการอาจารย์ผู้สอนนำความรู้สู่การพัฒนานักศึกษา ใน
ระยะ 2-3 เดือนหลงั จากนี้

2) ทบทวนถึงหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลาย
เพื่อการพัฒนาทักษะการปรับตัว จากทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานที่ท่านได้ศึกษา
มาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของอาจารย์ผู้สอนเกี่ยวกับ
การพัฒนาทักษะการปรับตัว เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาของท่าน ซึ่งหากมีมากมาย
อาจเลือกใชแ้ นวทางการพัฒนาทที่ า่ นเหน็ ว่าสำคญั

3) ทบทวนถงึ ขนั้ ตอนการพฒั นาทักษะการปรับตัว จากทัศนะของนักวิชาการหรือหน่วยงานท่ี
ท่านได้ศึกษามาจากคู่มือประกอบโครงการแรก คือ โครงการพัฒนาความรู้ของอาจารย์
ผู้สอนเกยี่ วกับการพัฒนาทักษะการปรับตัว เพื่อใช้เปน็ แนวทางการพัฒนาของท่านเอง ซึ่ง
อาจจะยดึ ถอื ตามทัศนะใดทศั นะหน่งึ หรือบรู ณาการขน้ึ ใหม่จากหลายๆ ทศั นะ

4) ระบถุ งึ หลกั การ / แนวคิด / เทคนิค / วธิ กี าร / กจิ กรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายเพ่ือ
การพฒั นา และข้ันตอนการพัฒนาท่ที า่ นนำไปใชใ้ นการพัฒนานักศกึ ษา

5) ให้ข้อสังเกตถึงปัจจัยที่ส่งผลในทางบวก และปัญหาหรืออุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของ
ทา่ นในการพัฒนาทกั ษะการปรับตัว แกน่ ักศกึ ษา

6) ระบุถึงวิธกี ารทที่ า่ นนำมาใช้เพอ่ื แก้ไขปัญหาหรืออปุ สรรคต่อการปฏิบตั งิ านของท่านในการ
พฒั นาทกั ษะการปรบั ตวั แกน่ ักศกึ ษา

7) ระบุถงึ บทเรยี นสำคัญท่ไี ด้จากการการพฒั นาทกั ษะการปรบั ตวั แกน่ ักศึกษา
8) ระบุถึงข้อเสนอแนะสำคัญเพื่อให้การพัฒนาทักษะการปรับตัว แก่นักศึกษาประสบ

ผลสำเร็จ

60

ทบทวนความรคู้ วามเข้าใจจากโครงการพัฒนาอาจารยผ์ ู้สอน
เพื่อพัฒนาทกั ษะการปรบั ตวั แกน่ ักศึกษา

1) ทบทวนคณุ ลักษณะหรอื ทักษะการปรบั ตัว ท่คี าดหวังให้เกดิ ขึ้นกับนักศึกษา
1.1 ความคาดหวังคณุ ลกั ษณะของนกั ศึกษาที่มีทกั ษะการปรบั ตัวจากนานาทศั นะทางวิชาการ
ในเวบ็ ไซต์ของ University of Bradford (n.d.) ใหท้ ัศนะวา่ คนท่ีมีทักษะการปรับตัวเป็น
คนทม่ี ีคณุ ลกั ษณะ ดังนี้
1. ความยืดหยนุ่ ดา้ นสติปญั ญา (Intellectual Flexibility)
2. ความเปิดกว้าง (Receptiveness)
3. ความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creativity)
Whitehall (2018) ให้ทศั นะว่า คนทีม่ ที กั ษะการปรบั ตวั เป็นคนที่มีคุณลกั ษณะ ดงั นี้
1. ความเต็มใจทจ่ี ะพิสูจน์ (A Willingness to Experiment)
2. ไม่กลวั ความลม้ เหลว (Unafraid of Failure)
3. มีไหวพรบิ (Resourcefulness)
4. ความสามารถในการมองเหน็ ภาพรวม (Able to See the Big Picture)
5. การพดู คยุ กบั ตวั เองในเชงิ บวก (Engaged in Positive Self-Talk)
6. ความใครร่ ู้ (Curiosity)
7. อยู่กบั ปจั จุบัน (Being Present)
Boss (2015) ใหท้ ัศนะวา่ คนทม่ี ที กั ษะการปรบั ตวั เปน็ คนที่มีคณุ ลักษณะ ดงั น้ี
1. คนทป่ี รับตวั ได้ชอบพิสูจน์ (Adaptable People Experiment)
2. คนทีป่ รับตวั ได้มักเหน็ โอกาสในสถานการณ์ที่คนอ่ืนเห็นความล้มเหลว (Adaptable
People See Opportunity where Others See Failure)
3. คนทีป่ รับตัวได้เป็นผู้มไี หวพริบ (Adaptable People are Resourceful)
4. คนทป่ี รับตวั ได้คดิ การณ์ลว่ งหนา้ (Adaptable People Think Ahead)
5. คนที่ปรบั ตัวไดไ้ ม่เป็นคนครำ่ ครวญ (Adaptable People don't Whine)
6. คนทป่ี รับตวั ได้มักพดู กบั ตัวเอง (Adaptable People Talk to Themselves)
7. คนท่ีปรับตัวไดไ้ ม่โทษคนอนื่ (Adaptable People don't Blame)
8. คนทีป่ รับตัวไดไ้ ม่ต้องการไดห้ นา้ (Adaptable People don’t Claim Fame)
9. คนทป่ี รับตัวไดม้ กั มคี วามใฝร่ ู้ (Adaptable People are Curious)
10.คนที่ปรบั ตัวไดม้ ักจะปรบั ตัว (Adaptable People Adapt)
11.คนที่ปรบั ตัวได้มกั จะเปน็ ท่ยี อมรบั (Adaptable People Stay Current)
12.คนที่ปรับตัวได้มกั จะมองเหน็ ระบบ (Adaptable People See Systems)
13.คนทป่ี รบั ตวั ได้มักเป็นคนทีเ่ ปดิ ใจ (Adaptable People Open Their Minds)
14.คนที่ปรับตัวได้มักรู้ว่าตนต้องการอะไร (Adaptable People Know What They
Stand for)

61

Alessandra (2016) ให้ทัศนะว่า คนที่มที กั ษะการปรับตัว เป็นคนท่มี คี ุณลักษณะ ดงั น้ี
1. ความยดื หยุ่น (Flexibility)
2. วสิ ัยทัศน์ (Vision)
3. การเอาใจใส่ (Attentiveness)
4. ความสามารถเฉพาะตวั (Versatility)
5. การแกไ้ ขความผดิ พลาด (Self-Correction)

Oscar (2014) ให้ทศั นะว่า คนทม่ี ที ักษะการปรับตัว เป็นคนทีม่ คี ณุ ลกั ษณะ ดงั นี้
1. เตรยี มวิธีการแก้ปัญหาแบบอน่ื ๆ ไวเ้ สมอ (Prepare alternative Solutions)
2. ยอมรบั การเปล่ียนแปลงได้ดี (Make easy Transitions)
3. ใจเยน็ และมีความมั่นใจ (Keep Calm and Confident)
4. เพิ่มทักษะใหม่ ๆ (Acquire New Skills)
5. มีความรทู้ ี่หลากหลาย (Diversify Your Knowledge)

Keating (2018) ให้ทัศนะวา่ คนท่ีมที ักษะการปรับตวั เป็นคนท่ีมีคุณลักษณะ ดังนี้
1. ผู้นำที่ปรับตัวได้จะมีความคิดที่ยืดหยุ่น (Adaptable Leaders Have Flexible
Ways of Thinking)
2. ผู้นำทปี่ รับตัวได้จะมแี ผนการล่วงหน้า (Adaptable Leaders Plan Ahead)
3. ผนู้ ำท่ีมีทกั ษะการปรบั ตวั นัน้ เปน็ คนข้ีสงสยั (Adaptable Leaders Are Curious)

1.2 ความคาดหวังคณุ ลักษณะของนกั ศึกษาท่ีมีทักษะการปรับตัว จากแบบประเมินผล
จากผลการศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของทักษะการปรับตัว จากทัศนะของ

University of Bradford Website (n.d.) Whitehall (2018) Boss (2015) Alessandra (2016)
Oscar (2014) และ Keating (2018) และจากการศึกษาขอ้ คำถามในแบบสอบถามของ Kane (2019)
Morgan (2011) Workable (n.d.) University of Alberta (n.d.) และ Zorzie (2012) ไดข้ ้อคำถาม
เพ่ือใชก้ ารประเมนิ ทักษะการปรับตัวของนักศึกษาในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั น้ี

การเรียนรู้ (Learning)
1) นักศึกษาบอกกับตัวเองว่าต้องเปน็ ผู้เรียนรู้อย่างสมำ่ เสมอ
2) นกั ศกึ ษาสนุกกับการเรียนรู้แนวทางใหมจ่ ากกจิ กรรมของมหาวทิ ยาลยั
3) นักศกึ ษามกั จะเรยี นรู้ข้อมูลและทักษะใหม่ ๆ เพือ่ นำหนา้ เพอ่ื นร่วมชั้น
4) นักศึกษากำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อม
ทำงานในอนาคต
5) นักศึกษาสามารถจินตนาการสงิ่ ใหม่ ๆ จากความคิดเดิม ๆ ได้อย่างรวดรวดเรว็
6) นักศกึ ษาอา่ นตำราเรยี นล่วงหนา้ ก่อนเรยี นในชั้น

การรับรู้ตนเอง (Self-Awareness)
7) นกั ศกึ ษามคี วามภาคภมู ิใจในตนเองและรูส้ ึกดีกบั ตวั เอง
8) นกั ศกึ ษารวู้ ่าอะไรสำคัญสำหรับตัวเองและใช้ความรูป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ
9) นกั ศึกษามวี ิสัยทศั นท์ ่มี คี วามหมายและมีจดุ มุ่งหมายสำหรบั ชวี ติ ของตน
10) นักศึกษาเข้าใจว่าชีวิตจะมกี ารเปลยี่ นแปลงและไมเ่ ป็นไปตามท่ีนกั ศกึ ษาตอ้ งการ

62

11) เม่อื สญู เสียความมน่ั ใจชั่วคราว นกั ศกึ ษาร้วู า่ ฉนั ต้องทำอยา่ งไรเพื่อฟ้นื ฟูความมนั่ ใจ
12) นักศึกษาสามารถแยกแยะและบอกให้ทราบถึงจุดอ่อนของตนและแนวทางที่

นกั ศกึ ษาทำงานกับคนรอบขา้ ง
ทัศนคติ (Attitude)

13) โดยทั่วไปนกั ศึกษาดำเนินชวี ิตในแง่ดี
14) นักศกึ ษาเช่อื ว่าตนเองมที างเลือกและตัวเลอื กเสมอแม้ในสถานการณ์ท่ียากลำบาก
15) นกั ศกึ ษามีอารมณข์ นั และสามารถหาสงิ่ ทีจ่ ะทำให้หวั เราะแม้ในเวลาท่ีมปี ญั หา
16) นักศกึ ษาเขา้ ใจวา่ ประสบการณ์ใหม่ ๆ จะทำเตบิ โตและสนกุ กับการเรียนรู้
17) นกั ศกึ ษาไมเ่ สยี เวลากังวลกบั สิ่งท่อี ยู่นอกเหนือการควบคุมของตน
18) ความล้มเหลวใหโ้ อกาสนกั ศึกษาในการสรา้ งสรรคน์ วัตกรรม
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล (Interpersonal)
19) นกั ศกึ ษาเปดิ ใจกว้างในการติดตอ่ กบั ผู้อ่นื
20) นักศกึ ษาเช่ือว่าการมคี วามยืดหยุน่ ในการตดิ ต่อกับผู้อนื่ เปน็ สิ่งสำคญั
21) โดยปกตินกั ศกึ ษาจะสามารถอา่ นใจคนอนื่ และเขา้ ใจวา่ เขารูส้ กึ อย่างไรตลอดเวลา
22) นกั ศึกษาใชค้ วามเขา้ ใจผ้อู ่ืนในการมปี ฏสิ ัมพนั ธ์
23) นักศกึ ษาปรบั พฤติกรรมของตนให้เข้ากบั คนอนื่
24) นกั ศกึ ษายอมรบั สมาชกิ ใหม่และรูปแบบการทำงานของทมี เสมอ
การแกป้ ญั หาและการตดั สนิ ใจ
25) นกั ศึกษาเรยี นรูว้ ิธกี ารใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาอยา่ งรวดเรว็
26) ปกตนิ ักศกึ ษามีทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปญั หา
27) นักศึกษาสามารถจัดระเบียบสภาพแวดล้อมและจัดลำดับความสำคัญของงานแม้ใน

เวลาท่ีเครียด
28) นักศึกษาสามารถเรียนรู้กลยุทธ์ส่วนตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก

ความไมแ่ นน่ อนในการดำเนนิ ชีวติ
29) เมือ่ ประสบความเครยี ดในดา้ นใดดา้ นหนึ่งของชวี ิต นกั ศึกษาสามารถควบคมุ อารมณ์

กับเรื่องน้ัน ๆ ได้
30) นักศึกษาสามารถค้นหาและระดมทรัพยากรที่จำเป็นในภาวะวิกฤตหรือสถานการณ์

ใหม่ ๆ
ความรู้เก่ียวกบั ความสามารถพเิ ศษ

31) นักศึกษาสามารถพูดไดอ้ ยา่ งชดั เจนถงึ พรสวรรคแ์ ละความสามารถพิเศษของตน
32) นักศึกษารู้ทักษะท่จี ำเป็นสำหรบั อาชพี ของตนในอนาคต
33) นกั ศึกษารวู้ ่าคนอน่ื ๆ ในมหาวิทยาลยั คาดหวังอะไรจากนักศกึ ษา
34) ในมุมมองของอาจารย์ เพื่อนร่วมชั้นและมหาวิทยาลัย นักศึกษารู้ว่าทักษะของตน

เป็นอย่างไร
35) นักศึกษารู้วา่ พฤติกรรมและทัศนคติใดเหมาะสมในมหาวทิ ยาลยั
36) นกั ศกึ ษาไม่เคยหยุดอยูก่ ับความสำเรจ็ และค้นหาความทา้ ทายต่อไปในเชิงรุก

63

2) ทบทวนหลักการ / แนวคิด / เทคนิค / วิธีการ / กิจกรรมที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายเพื่อ
การพัฒนาทักษะการปรับตัว จากนานาทศั นะเชิงวิชาการ
เวบ็ ไซต์ Quick Base (2012)
1. ฉีกกฎเดมิ ๆ (Quit Following the Rules)
2. คดิ ให้ดีหากจะปฏิเสธตนเอง (Think Twice about Saying No)
3. เรม่ิ ต้นวันของเราดว้ ยความแตกต่าง (Start Your Day Differently)
4. เป็นผู้ปรับตัวต้งั แตเ่ นิน่ ๆ (Be an Early Adopter)
เว็บไซต์ Vanderbloemen (2013)
1. ใช้ชวี ิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ (Be more Spontaneous)
2. ทำใจใหส้ งบและยอมรับการเปลีย่ นแปลงท่ีอาจเกดิ ข้ึนอยา่ งไม่คาดคิด (Be Calm
and Accepting When Unexpected Changes Happen)
3. เรียนรู้ที่จะสับเปลยี่ นตารางเวลาของตวั เองเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลง (Learn How
to Alter Your Schedule When Changes Happen)
4. ให้หาคนทเี่ ราชืน่ ชอบในดา้ นการมีความสามารถในการปรับตัวสูงและเรยี นรู้จาก
พวกเขา (Find Someone You Admire with High Adaptability and Learn
From Them)
5. เป็นอาสาสมัครสำหรับบทบาทท่ตี อ้ งใชค้ วามยืดหย่นุ มากเปน็ พเิ ศษเพื่อการเติบโต
ไปในท่แี ห่งน้ี (Volunteer in A Role That Requires Extra-Ordinary
Flexibility in order to Grow in this Area)
Reddy (n.d.)
1. รับฟงั เพ่ือเขา้ ใจสถาณการณ์ (Tune in to Know The Situation)
2. ใหล้ องอยู่ในสถาณการณ์ทแี่ ตกต่างกนั (Try Different Situations)
3. ฟังให้มากขึน้ (Listen More)
4. ฝกึ ความฉลาดทางอารมณ์ (Practice Emotional Intelligence)
5. สำหรับพนักงานท่ีมคี วามยดื หยุ่นอยโู่ ดยธรรมชาติเทา่ นน้ั (Only For Naturally
Flexible Employees)
6. สำหรับพนักงานทีม่ รี ะเบียบมาก (For Very Organized Employees)
7. พจิ ารณาสถาณการณ์จากมมุ มองที่กวา้ งกว่า (Consider The Bigger Picture)
8. พิจารณามุมมองทีห่ ลากหลาย (Take Wide Variety Of Perspectives Into
Consideration)
9. สร้างสมดลุ ชีวิต (Create A Balanced Life)
10. เลิกรอคอยเวลาและสถาณการณท์ ่เี หมาะสม (Just Stop Waiting for Right
Time and Situation)

64

เว็บไซต์ Ccl (n.d.)
1. เปน็ ผู้ใฝร่ ู้ (Be Curious)
2. อย่ายึดตดิ กับแผนหรือวิธีการทม่ี ีเพียงหนึง่ เดยี ว (Don’t get too Attached to A
Single Plan or Strategy)
3. สร้างเครอื ข่ายสนบั สนนุ (Create Support Systems)
4. เขา้ ใจปฏิกริ ยิ าในการตอบสนองการเปลย่ี นแปลงของตนเอง (Understand your
own Reaction to Change)
5. ดมื่ ด่ำกบั สภาพแวดลอ้ มและสถาณการณใ์ หม่ๆ (Immerse Yourself in new
Environments and Situations)

Williams (2017)
1. เปน็ ผู้ท่ีเปดิ ใจ (Being Open-Minded)
2. การขอความชว่ ยเหลอื (Asking for Help)
3. การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสยี (Measuring the Pros and Cons)
4. เป็นผู้หาทางออกไดเ้ สมอ (Being Solution-Oriented)
5. จดั ลำดับความสำคญั (Prioritizing what’s Important to You)
6. เปน็ ผู้มคี วามยดื หยุ่น (Being Flexible)

เว็บไซต์ Half (n.d.)
1. เรยี นรู้จากผูอ้ ่ืน (Learn from Others)
2. มองหาสิ่งดี ๆ ในสถาณการณ์คับขัน (Find the Silver Lining)
3. กล้าท่ีจะทำผิดพลาด (Be willing to Make Mistakes)
4. ตัง้ คำถาม (Ask Questions)

เว็บไซต์ Life Zemplified (n.d.)
1. ยอมรบั (Accepting)
2. เรียนรู้ (Learning)
3. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ (Creating)
4. แนะนำ (Suggesting)
5. เป็นผเู้ ปดิ กวา้ ง Being Receptive)
6. เป็นธรรมชาติ (Being Spontaneous)
7. ลงมือทำ (Embracing)
8. เปลย่ี นแปลง (Altering)
9. อาสา (Volunteering)

Prince (2019)
1. มองหาโอกาสที่จะลองส่ิงใหม่ๆ เพอื่ ทำให้ตวั เองไดเ้ รียนรู้ (Look for
opportunities to try new things that will keep you learning)

65

2. เป็นธรรมชาตขิ องมนุษยท์ ี่จะต่อต้านการเปล่ยี นแปลง แต่เราตอ้ งลองสรา้ ง
ความสามารถในการปรับตัว และตอบสนองเชงิ บวกต่อการเปลย่ี นแปลง
(Research suggests that people who are able to come up with
solutions to a problem are better able to cope with problems than
those who can’t)

3. การวจิ ยั แสดงใหเ้ ห็นวา่ คนที่สามารถหาวธิ ีแกป้ ัญหาไดจ้ ะสามารถรับมือกบั ปัญหาที่
เข้ามาได้มากกว่า (Research suggests that people who are able to come
up with solutions to a problem are better able to cope with
problems than those who can’t)

เวบ็ ไซต์ Oyster Connect (n.d.)
1. ความยืดหยุ่นทางปัญญา (Intellectual Flexibility)
2. มคี วามอ่อนไหว (Being Receptive)
3. มคี วามสร้างสรรค์ (Creativity)
4. มพี ฤติกรรมการปรบั ตัว (Adapting Behavior)

Baker (2014)
1. ปรับทนั ทหี รือจะรอจนจบคร่ึงแรก (Adjust As You Go Versus Waiting Until
Half-Time)
2. มองให้ไกลและวางแผนระยะส้ัน (Vision Long Term and Plan Short Term)
3. รบั ความเสีย่ งและก้าวไปข้างหนา้ โดยไมต่ อ้ งมีข้อมูลทั้งหมด (Take Some Risk
and move Forward without all The Data)
4. ลดพฤติกรรมไมโ่ ต้ตอบ (Minimize the Knee-Jerk Reactions)
5. ร้ตู ัววา่ เราอยทู่ จ่ี ดุ ไหนของการเปลีย่ นแปลง (Know Where You are on The
Change Curve)
6. ใส่หน้ากากออกซเิ จนให้ตัวเองกอ่ น (Put the Oxygen Mask on Yourself First)
ปรับตัวใหส้ อดคลอ้ งกับความเปล่ยี นแปลง (Get Aligned with the Change)

3) ทบทวนโมเดลขนั้ ตอนทางเลือกท่หี ลากหลายเพ่ือการพฒั นาทักษะการปรบั ตัว จากนานาทศั นะ
เชงิ วชิ าการ
Newell (2016)
1. มองเห็น : จำเปน็ ต้องเขา้ ใจการเปลย่ี นแปลง (See It. Acknowledge change is
Needed)
2. เป็นเจา้ ของ : เปน็ เจ้าของสถานการณ์ (Own It. Take Ownership of the
Situation)
3. แกไ้ ขปญั หา : พัฒนาแผนปฏิบตั ิการ (Solve It. Develop your Action Plan)
4. ลงมือทำ : ดำเนินการเปลย่ี นแปลง (Do It. Execute the change)
J-Pierre (2019)

66

1. หยดุ ครำ่ ครวญ (Stop whining)
2. ไมม่ ีคำวา่ "ถูก" และ "ผิด" (There’s no ‘Right’ and ‘Wrong’)
3. ปรบั ปรงุ วธิ กี ารรับมอื (Improve your coping Mechanism)
4. เปดิ ใจรบั การเปลีย่ นแปลง (Be open to change)
5. มีรายละเอียดทง้ั หมดของแผน (Have the whole Alphabet for your Plan)
6. พดู กับตนเองในเชิงบวก (Engage in a Positive self-talk)
7. ยดึ ติดกบั ความชอบตามธรรมชาติ (Stick to your natural Inclinations)
8. คิดการใหญ่ (Think Big)
9. อย่าโทษตวั เองและคนอน่ื (Don’t blame yourself)
10. เรียนรวู้ ธิ ีสร้างสมดลุ ใหก้ ับชวี ิต (Learn how to balance your Life)
11. อยา่ หยดุ รอ (Stop Waiting)
David (2019)
1. สรา้ งแรงจูงใจใหม่ ๆ (Redefine your Motivation)
2. สงั เกตและเรยี นรู้ (Observe and Learn)
3. ถามคำถาม (Ask Questions)
4. เตรยี มทางเลือกในการแก้ปัญหา (Prepare alternative Solutions)
5. ทำการเปลย่ี นแปลงใหเ้ ปน็ เรื่องงา่ ย ๆ (Make easy Transitions)
6. ใจเย็นและม่นั ใจ (Stay Calm and Confident)
7. เข้าถงึ ทกั ษะใหม่ ๆ (Acquire new Skills)
8. ตั้งเปา้ หมายย่อย ๆ (Set small Goals)
9. ค้นหาข้อดี (Find the Upside)
10. กลา้ ลองผดิ ลองถกู (Be willing to Make Mistakes)
Berger & Johnston (2015)
1. ถามคำถามทแ่ี ตกตา่ ง (Ask different Questions)
2. ยอมรับมุมมองท่หี ลากหลาย (Accept multiple Perspectives)
3. มองภาพรวม (Consider the bigger Picture)
4. การทดลองและเรยี นรู้ (Experiment and Learn)
ในเว็บไซต์ของ Indeed (n.d. )
1. ตระหนักถึงการเปลยี่ นแปลงในสภาพแวดล้อม (Be Aware of changes in your

Environment)
2. พฒั นาความกา้ วหนา้ ทางความคิด (Develop a growth Mindset)
3. ต้งั เป้าหมายให้ตวั เอง (Set Goals for yourself)
4. ขอความคดิ เห็น (Ask for Feedback)
5. เรยี นร้ทู ่จี ะรบั ร้แู ละยอมรบั การเปลี่ยนแปลง (Learn to Acknowledge and

Accept change)

67

หมายเหตุ
เมื่อท่านดำเนินการพัฒนาทักษะการปรับตัว ครบตามระยะเวลาที่กำหนดแล้ว

ขอความกรณุ าท่านโปรดตอบแบบประเมินผลการปฏบิ ัติ และสะทอ้ นผลการปฏบิ ัติจาก
Google Form ตามลิงคห์ รือ QR Code ดา้ นลา้ งน้ีดว้ ย จกั ขอบพระคณุ ยิง่

************************************
แบบสอบถาม โครงการพัฒนาอาจารย์ผูส้ อนเพ่อื พัฒนาทกั ษะการปรับตวั ใหก้ ับ
นักศึกษา

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe9NE3QF9T-R89-
jgxJ1u03WlEsjgi8MnNv7izMjtCS8VteCw/viewform


Click to View FlipBook Version