The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รามเกียรติ์-ตอน-นารายณ์ปราบนนทก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dew Kittinan, 2022-09-11 15:16:24

รามเกียรติ์-ตอน-นารายณ์ปราบนนทก

รามเกียรติ์-ตอน-นารายณ์ปราบนนทก

รามเกียรติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เล่มนี้มี
เนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์
ปราบนนทก ซึ่งภายในมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เเต่ง
ลักษณะคประพันธ์ เนื้อเรื่องเเละคุณค่าของหนังสือ
โดยจัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลให้เเก่ผู้ที่สนใจ
ศึกษา

คณะผู้จัดทำหวังเป็ นอย่างยิ่งว่าหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์(e-book) เรื่องรามเกียรติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก
เล่มนี้จะเป็ นจะเป็ นประโยชนืเเก่ผู้ที่ศึกษาไม่มากก็
น้ อยเเละหากมีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำ
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า

เรื่อง ๑

ผู้เเต่งเเละจุดมุ่งหมาย ๓
ผลงานวรรณคดี ๔
จุดประสงค์ ๕-๗
ลักษณะคำประพันธ์ ๘
เนื้ อเรื่ อง ๙
นนทก ๑๐
พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ ๑๑
พระอินทร์ ๑๒-๑๖
เหล่าเทวดา นางฟ้ า ๑๗
คุณค่างานประพันธ์ ๑๘
รายชื่อผู้จัดทำ
บรรณานุกรม

รามเกียรติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก

ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช
(รัชกาลที่ ๑)
ประวัติผู้เเต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก
มหาราชมีพระนามเดิมว่า ด้วง พระชนกคือหลวงพินิจอักษร
กับพระชนนีคือ ดาวเรือง ทรงขึ้นครองราชย์หลังจากสมเด็จ
พระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จสวรรคต เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์
จักรี ตลอดรัชกาลพระองค์ทรงทำสงครามทั้งกับพม่าและ
ปราบหัวเมืองต่าง ๆ ทรงสร้างระเบียบการปกครอง ฟื้ นฟู
พระพุทธศาสนา ศิลปะศาสตร์ และอักษรศาสตร์ รวบรวม
ชำระกฎหมายตราสามดวงจนสมบูรณ์



ด้านวรรณคดี โปรดเกล้าให้มีการประชุมนักปราชญ์ร่วมฟื้ นฟูวรรณคดีของ
ชาติขึ้นใหม่ เเละทรงพระราชนิพนธ์เอง ได้แก่ รามเกียรติ์ ดาหลัง
อุณรุท และกลอนนิราศ เรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง เป็นต้น



จุดประสงค์ในการเเต่งรามเกียรติ์

๑)ทรงเกรงว่าจะสูญหายไป เเละเพื่อให้มีเรื่องรามเกียรติ์ฉบับสมบูรณ์
๒)เพื่อเเสดงให้เห็นว่า"ธรรมะย่อมชนะอธรรม" เพื่อปลุกใจให้ประชา
ราษฏร์มีใจห้าวหาญ ให้มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อบิดามารดา เเละพระ
มหากษัตริย์
เเละเพื่อให้เห็นความไม่เที่ยงเเท้ของสิ่งต่างๆในโลก
๓)เพื่อใช้ในการเล่นโขน



ลักษณะคำประพันธ์
กลอนบทละคร

๑.กลอนบทละครใช้คำในวรรคหนึ่งได้ตั้งแต่ ๖ - ๙ คำ แต่นิยมกันมักเป็น ๖ หรือ ๗ คำ
เพราะเข้าจังหวะและทำนองร้องได้ดีกว่า แต่ที่ใช้ ๘ คำก็มี การที่จะใช้คำมากหรือน้ อย
นั้นต้องถือทำนองเพลงที่จะใช้ร้องเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้น การแต่งบทละครออกแสดง
จริงๆ จึงต้องซ้อมบทให้เข้ากับทำนองร้องและปี่พาทย์ เพราะเหตุนี้คำที่ใช้ในวรรคหนึ่งๆ
ของกลอนบทละครจึงมีมากบ้างน้ อยบ้างไม่เท่ากัน
๒.สัมผัสให้ถือหลักเกณฑ์ดังกล่าวในกลอนสุภาพ เพราะกลอนบทละครเป็นกลอนผสมใน
บทหนึ่งอาจจะมีกลอน ๖,๗,๘ หรือ ๙ คำรวมกันก็ได้ ถ้าวรรคไหนใช้กลอนอะไรก็ให้ใช้
สัมผัสตามกฎของกลอน
๓.กลอนบทละครอิงอาศัยทำนองร้องและปี่ พาทย์เป็ นสำคัญเพราะฉะนั้นเสียงนิยมที่ใช้
ท้ายวรรค จึงไม่สู้จะพิถีพิถันเคร่งครัดตามระเบียบมากนัก
๔.วรรคแรกของกลอนบท ละครนิยมใช้ คำนำ หรือ คำขึ้นต้น เช่น เมื่อนั้น , บัดนั้น,
น้ องเอ๋ยน้ องรัก หรือมาจะกล่าวบทไป เป็นต้น เพื่อจะขึ้นความใหม่หรือเปลี่ยนทำนอง
ร้องใหม่ คำนำบางคำ เช่น เมื่อนั้น , บัดนั้น เป็นต้น ยังเป็นประโยชน์ในการเตือนให้ตัว
ละครรู้ตัวว่า ถึงคราวของตนที่ต้องแสดงบทบาทแล้ว คำนำนี้บางทีก็ใช้ ๒ พยางค์ บางที
ก็ใช้ ๔ พยางค์ แต่ก็ต้องนับเป็นหนึ่งวรรคเต็ม เพราะเวลาร้องต้องเอื้อนเสียงให้ยาวมี
จังหวะเท่ากับวรรคธรรมดา



เนื้อเรื่อง

นนทกเป็นยักษ์ที่อยู่บนสวรรค์นั่งประจำอยู่ที่เชิงเขาไกรลาศมีหน้ าที่ล้างเท้า
ให้กับเหล่าเทวดาที่จะเข้าเฝ้ าพระอิศวรเหล่าเทวดาต่างพอใจที่นนทกรับใช้

พวกตนเป็ นอย่างดีแต่บางครั้งก็นึกสนุกเมื่ อยื่ นเท้าให้ล้างแล้วก็แหย่เย้า
เดี๋ยวถอนผมบ้างเดี๋ยวถีบบ้างนนทกแค้นใจแต่จะหาทางตอบโต้ก็ไม่ได้
เพราะไม่มีกำลังหรืออำนาจจึงไปเฝ้ าพระอิศวรแล้วทูลว่าตนทำหน้ าที่ด้วย
ความรับผิดชอบมาช้านานแล้วแต่ยังไม่ได้ของสิ่งใดเป็ นรางวัลเลยวันนี้จะ
มาทูลขอให้นิ้วเป็ นเพชรมีฤทธิ์สามารถลงโทษผู้ที่มารังแกตนได้นนทกจึงมี
นิ้วเพชรที่สามารถที่สั่งชี้สังหารใครๆได้ที่เข้ามารังแกตนไม่ทันนานนนทกก็
มีใจกำเริบไม่ยับยั้งชั่งใจและไม่ใคร่ครวญว่าจะใช้นิ้วเพชรนั้นอย่างไรเพียง
แต่ถูกล้อเลียนเหมือนทุกวันนนทกทกโกรธขึ้นมาทันทีเทวดาที่มาแกล้งน
นทกก็สังหารเทวดานั้นเสียมากมายพระอินทร์จึงไปทูลฟ้ องพระอิศวรพระ
อิศวรทรงเห็นว่านนทกได้รางวัลความดีความชอบไปแล้วแต่“กลับทรยศ

กบถใจทำการหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้” สมควรจะต้องถูกลงโทษ



เนื้อเรื่อง

นนทกเป็ นยักษ์ที่อยู่บนสวรรค์นั่งประจำอยู่ที่เชิงเขา
ไกรลาศ มีหน้ าที่ล้างเท้าให้กับเหล่าเทวดาที่จะเข้าเฝ้ า
พระอิศวร เหล่าเทวดาต่างพอใจที่นนทกรับใช้พวกตน
เป็นอย่างดี แต่บางครั้งก็นึกสนุก
เมื่อยื่นเท้าให้ล้างแล้วก็แหย่เย้าเดี๋ยวถอนผมบ้าง เดี๋ยวถีบบ้าง น
นทกแค้นใจ แต่จะหาทางตอบโต้ก็ไม่ได้เพราะไม่มีกำลังหรือ
อำนาจ จึงไปเฝ้ าพระอิศวรแล้วทูลว่าตนทำหน้ าที่ด้วยความ
รับผิดชอบมาช้านานแล้วแต่ยังไม่ได้ของสิ่งใดเป็นรางวัลเลย วันนี้
จะมาทูลขอให้นิ้วเป็ นเพชรมีฤทธิ์สามารถลงโทษ
ผู้ที่มารังแกตนได้
นนทกจึงมีนิ้วเพชรที่สามารถที่สั่งชี้สังหารใครๆได้ที่เข้ามารังแก
ตนไม่ทันนาน นนทกก็มีใจกำเริบไม่ยับยั้งชั่งใจและ
ไม่ใคร่ครวญว่าจะใช้นิ้วเพชรนั้นอย่างไร เพียงแต่ถูกล้อเลียน
เหมือนทุกวัน นนทกทกโกรธขึ้นมาทันที เทวดาที่มาแกล้ง
นนทกก็สังหารเทวดานั้นเสียมากมาย พระอินทร์จึงไปทูลฟ้ องพระ
อิศวร พระอิศวรทรงเห็นว่านนทกได้รางวัลความดีความชอบไป
แล้วแต่ “กลับทรยศกบถใจทำการหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้” สมควร
จะต้องถูกลงโทษ



ผู้ที่พระอิศวรขอให้ไปลงโทษนนทกคือพระนารายณ์ พระ
นารายณ์อยากจะให้นนทกรู้ฤทธิ์ของอำนาจที่นนทกเที่ยวใช้
ระรานผู้อื่นจึงลวงให้นนทกร่ายรำตามท่าต่างๆจนถึงท่าที่ชี้
นิ้วลงขาตัวเอง “นิ้วอำนาจ” จึงวกกลับมาทำร้ายตัวนนทก
เองพอที่จะทำให้นนทกได้รู้สึกตัวเสียก่อนแล้วพระนารายณ์
จึงสังหารนนทกเสียในที่สุด

พระนารายณ์แปลงเป็นนางฟ้ ามายั่วยวน นนทกนักรักจึง
เกี้ยวนาง นางแปลงจึงชวนให้นนทกรำตามนางก่อนจึงจะรับ
รัก นนทกตกลงรำตามไปจนถึงท่ารำที่ใช้นิ้งเพชรชี้เข่า
ตนเอง นนทกล้มลง ก่อนตายนนทกเห็นนางแปลงปรากฏ
ร่างเป็นพระนารายณ์ จึงต่อว่าพระนารายณ์มีอำนาจ มีถึง ๔
กรุงเหตุใดจึงต้องทำอุบายมาหลอกลวงตน พระนารายณ์จึง
ให้นนทกไปเกิดใหม่ให้มีถึง ๒๐ มือ แล้วพระองค์จะตามไป
เกิดเป็นมนุษย์มีเพียง ๒ มือลงไปสู้ด้วย นนทกจึงไปเกิดเป็น
ทศกัณฐ์ ส่วนพระนารายณ์ก็อวตารลงมาเป็นพระราม



นนทก, นนทก

เป็นยักษ์ที่ทำหน้ าที่ล้างเท้าเทวดาอยู่ที่เชิงเขาไกรลาส ถูกพวกเทวดา
แกล้งตบหัว บ้าง ถอนผมบ้าง จนหัวโล้น นนทกมีความแค้นมาก จึงเข้า
เฝ้ าพระอิศวรทูลขอพรให้มี นิ้วเป็นเพชร สามารถชี้ให้ผู้ใดตายก็ได้ จา
กนั้นนนทกก็ใช้นิ้วเพชรชี้ให้เหล่าเทวดาตายเกลื่อนกลาด พระนารายณ์
จึงต้อง ไปปราบ ก่อนตายนนทกต่อว่าพระนารายณ์ว่า ตนเองมีเพียง
สองมือเท่านั้นจะชนะ พระนารายณ์ที่มีถึงสี่กรได้อย่างไร พระนารายณ์
จึงประทานพรให้นนทุกไปเกิดเป็น ยักษ์มีสิบหน้ า ยี่สิบมือ แล้วพระองค์
จะไปเกิดเป็นมนุษย์มีเพียงสองมือ เพื่อปราบน นทกในชาติใหม่ ให้หมด
สิ้นทั้งวงศ์ยักษ์ นนทกจึงกลับชาติมาเกิดเป็นทศกัณฐ์



พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ

เป็นเทพผู้พิทักษ์โลก เมื่อโลกเกิดยุคเข็ญ พระ นารายณ์ก็จะ
อวตาร (แบ่งภาค) ลงมาเกิดเพื่อปราบยุคเข็ญ พระนารายณ์มี
กายสีดอกตะแบก มี ๔ กร ถืออาวุธต่าง ๆ คือ ตรี คฑา จักร
สังข์ บางครั้งถือธนูและพระขรรค์ ทรงครุฑเป็นพาหนะ ที่
ประทับอยู่กลางเกษียรสมุทรบนหลังพญานาค ชื่อ อนันตนาค
ราช พระมเหสีของพระองค์คือ พระลักษมี



พระอินทร์

เทวดาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ กายสีเขียว มีพระเนตร
ถึง พันดวง ใช้วัชระ(สายฟ้ า) เป็นอาวุธ มีช้างเอราวัณเป็นพาหนะ
พระองค์มี มเหสี ๔ องค์ คือ สุจิตรา สุธรรมา สุนันทา และสุชาดา
พระอินทร์เป็น ผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษยโลก ยามใดที่มีเรื่องเดือด
ร้อนขึ้นบนโลกมนุษย์ อาสนะของพระองค์ที่เคยอ่อนนุ่มก็จะแข็ง
กระด้าง หรือบางครั้งก็ร้อนจนไม่ สามารถประทับอยู่ได้

๑๐

เหล่าเทวดา นางฟ้า



ชาวสวรรค์ที่เป็ นโอปปาติกะ

มีกายทิพย์ ตาทิพย์ หูทิพย์ และ กินอาหารทิพย์
และเสวยสุขในสรวงสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ซึ่งถือว่า
เป็น ภพภูมิที่ดี เทวดาผู้หญิงเรียกว่า เทวี หรือ
"เทพี" หรือ นางฟ้ า เหล่าเทวดานางฟ้ าที่จะขึ้นไป
เฝ้ าพระอิศวร มักจะชอบกลั่น แกล้ง ตบศีรษะ
ถอนเส้นผมนนทก จนนนทกเก็บความแค้นไว้
แล้ว ใช้นิ้วเพชรชี้สังหารเทวดานางฟ้ าเหล่านั้น

๑๑

คุณค่างานประพันธ์

คุณค่าด้านเนื้อหา

- สะท้อนค่านิยม และความเชื่อของสังคมไทย โดยมีแก่นเรื่อง คือ การผูก
ใจเจ็บแค้น ไม่ยอมให้อภัย ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน
- สะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคมและมนุษย์ที่เต็มไปด้วยรัก โลภ
โกรธ หลง ให้ข้อคิด ที่ควรนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของ
คนในสังคมปั จจุบัน
-ผู้อ่านได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน และสามารถนำข้อคิดที่แฝงไว้ใน
บทประพันธ์มา ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจําวันได้
-วรรณคดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แม้ตัวละครเป็นเรื่องสมมติ แต่พฤติกรรมของ
ตัวละครคล้ายคงกับพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม วรรณคดีมีคุณค่า เป็น
เครื่องมือสะท้อนความจริง ทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ปัญหาและ แนวทางการ
แก้ไขปัญหาผ่านวรรณคดี คณค่าด้านเนื้อหา

๑๒

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

นารีปราโมทย์

คือ การทำให้ "นารี" นั้น ปลื้ม "ปราโมทย์" คือ การเเสดงความรัก
ตั้งเเต่ชื่นชม ชื่นชอบ รักใคร่ เป็นบทเกี้ยวพาราสีของตัวละคร
ดังตัวอย่าง

๑๓

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

พิโรธวาทัง

คือ การแสดงความโกธรแค้นผ่านการใช้คำตัดพ้อต่อว่าให้สาใจ
แสดง ความโกรธกริ้ว ตัดพ้อและประชดประเทียดเสียดสี
ดังตัวอย่าง

๑๔

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

สัลาปังคพิสัย

คือ อาการโศกเศร้า การโอดคร่ำครวญ หรือบทโศกอันว่า
ด้วยการจากพรากสิ่งที่อันเป็ นที่รัก
ดังตัวอย่าง

๑๕

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

เสาวรจนี

เป็นการชมความงาม ชมโฉมตัวละคร พร่ำพรรณนาความงามของ
สถานที่/ธรรมชาติ เช่น บรรยายถึงความงามแห่งนางนารายณ์
แปลง

๑๖

รายชื่อผู้จัดทำ เลขที่ ๒
เลขที่ ๑๓
นายกิตตินันท์ สายเคน เลขที่ ๑๔
นายศาตนันทน์ สาธุภาค เลขที่ ๓๐
นายภาณุวิชญ์ เอื้อสอนสะอาด เลขที่ ๓๒
นางสาว ธันยพร พลศักดิ์ เลขที่ ๓๓
นางสาว พิมพ์พิสชา เเซ่เตียว เลขที่ ๓๔
นางสาว สิริวัลย์ พิริยะกิจไพบูลย์
นางสาว สุธีรา คำเลิศ


๑๗

บรรณานุกรม

Amolrada’s blog. รามเกียรติ์ตอนพระนารายณ์
ปราบนนทก.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก
http://reallymew.blogspot.com/๒๐๑๙/๐๖/blog-
post.html?m=๑ (วันที่ค้นข้อมูล : ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕).

๑๘

จบบริบูรณ์


Click to View FlipBook Version