สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนหรอื ไม่ อย่างไร ซึ่งควรได้คำ ตอบวา่ สารประกอบอินทรียท์ ่ีมธี าตุออกซิเจน
เปน็ องคป์ ระกอบมสี ภาพขว้ั ต่างจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยสารประกอบอินทรียท์ ่มี ธี าตุ
ออกซเิ จนเปน็ องคป์ ระกอบมีสภาพขวั้ มากกว่า เพ่ือนำ เข้าส่สู มบตั กิ ารละลายในน้ำ ของแอลกอฮอล์ซง่ึ
เป็นตวั แทนสารประกอบอินทรยี ท์ ีม่ ธี าตอุ อกซิเจนเปน็ องค์ประกอบตามกิจกรรม 12.4
9. ครูใหน้ ักเรียนทำ กิจกรรม 12.4 การละลายได้ในนำ้ ของแอลกอฮอล์ แลว้ ให้นกั เรยี นอภิปราย
ผลการทดลองโดยใช้คำ ถามท้ายการทดลอง
10. ครใู หค้ วามรู้เก่ียวกบั ผลของสภาพข้วั และพนั ธะไฮโดรเจนต่อการละลายในนำ้ ของแอลกอฮอล์
ตามรปู 12.10 จากนน้ั ให้ความร้เู กย่ี วกบั การละลายในนำ้ ของอีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโทน และ
กรดคาร์บอกซลิ ิก ตามรูป 12.11 และ 12.12 โดยอธิบายหลักการละลายในน้ำ ได้เชน่ เดียวกับ
แอลกอฮอล์
11. ครูใช้คำ ถามนำ ว่า ความสามารถในการเกิดพันธะไฮโดรเจนนอกจากส่งผลตอ่ การละลาย
ในน้ำ แล้วยงั ส่งผลต่อจุดเดอื ดของสารอย่างไร เพ่ือนำ เขา้ สูก่ จิ กรรม 12.5
12. ครูใหน้ กั เรียนทำ กิจกรรม 12.5 การทดลองหาจดุ เดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol
แลว้ ให้นักเรียนอภิปรายผลการทดลองโดยใช้คำ ถามท้ายการทดลอง
13. ครูเชอื่ มโยงปจั จัยที่มีผลต่อจุดเดือดของแอลกอฮอลแ์ ละคโี ทน จากกจิ กรรม 12.5 กับ
จดุ เดือดของสารประกอบอินทรยี ท์ ่ีมีธาตอุ อกซิเจนเปน็ องค์ประกอบอื่น ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรยี น
และใชร้ ูป 12.13 ประกอบ
14. ครเู ปรียบเทยี บจดุ เดือดของสารประกอบอินทรยี ์ที่มธี าตุออกซเิ จนเป็นองค์ประกอบกับ
จดุ เดือดของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ ว่าแนวโนม้ จุดเดือดของสารประกอบอนิ ทรยี ์
พจิ ารณาไดจ้ ากขนาดโมเลกุล และแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งโมเลกลุ ไดแ้ ก่ แรงแผ่กระจายลอนดอน
แรงระหว่างขวั้ และพันธะไฮโดรเจน ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน
15. ครใู ช้คำ ถามนำ วา่ แนวโนม้ การละลายในนำ้ และจดุ เดอื ดของสารประกอบอินทรีย์ทีม่ ี
ธาตุไนโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ เหมือนหรอื แตกต่างจากสารประกอบอนิ ทรยี ท์ มี่ ีธาตุออกซเิ จนเป็น
องคป์ ระกอบอย่างไร
16. ครอู ธิบายสมบัติการละลายในน้ำ และจดุ เดือดของสารประกอบอนิ ทรียท์ ีม่ ธี าตุไนโตรเจน
เป็นองค์ประกอบตามรายละเอียดในหนังสือเรยี น โดยใช้รูป 12.14 และตาราง 12.11 ประกอบ
และช้ใี ห้เห็นวา่ สามารถพิจารณาโดยใช้หลักการเดยี วกนั กบั สารประกอบอนิ ทรยี ท์ มี่ ธี าตุออกซเิ จน
เปน็ องค์ประกอบ
17. ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายร่วมกนั เพ่ือใหไ้ ดข้ ้อสรุปว่า จดุ เดือดและการละลายในนำ้ ของ
สารประกอบอนิ ทรยี ์ข้ึนอยู่กบั แรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งโมเลกลุ ซง่ึ มผี ลมาจากหมู่ฟงั ก์ชนั ขนาดโมเลกลุ
และโครงสรา้ งท่เี ป็นโซ่ตรง โซ่กงิ่ และแบบวง
18. ครูให้นักเรียนทำ แบบฝกึ หดั 12.5 เพ่ือทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความรูเ้ กี่ยวกบั การละลายในนำ้ และจุดเดือดของสารประกอบอนิ ทรีย์ จากการอภิปราย
การทดลอง การทำ แบบฝกึ หัด และการทดสอบ
2. ทกั ษะการสังเกต จากรายงานการทดลอง
3. ทักษะการทดลอง จากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการทำ การทดลอง
4. ทกั ษะการตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ จากรายงานผลการทำ กจิ กรรม
5. ทักษะการสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสื่อ จากการสบื ค้นข้อมูลและการนำ เสนอ
6. จติ วิทยาศาสตร์ด้านการใช้วจิ ารณญาณและความใจกว้าง จากการสงั เกตพฤติกรรมใน
การอภปิ ราย
7. จติ วทิ ยาศาสตรด์ ้านความซ่อื สัตย์ จากรายงานผลการทำ กจิ กรรม
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนเคมี ม.6 เล่ม 5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เคมีอินทรยี ์
2) อปุ กรณ์ สารเคมีทใ่ี ชใ้ นการทดลอง
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์
3) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
การประเมนิ ด้านพุทธพิ สิ ัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมนิ ด้านทักษะพิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมนิ ด้านจติ พิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………….........................................................................................................................
.................................................................................................……………………………………….........................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. ......………………………..............
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………..………….ผสู้ อน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เห็นของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอ่ื ……………………………..………………….
( นางสาววรารัตน์ กันเพช็ ร์)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นแกง่ ชชั วลิตวทิ ยา
ความคิดเห็นของหวั หน้าสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชื่อ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งชัชวลิตวทิ ยา
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เคมอี นิ ทรยี ์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง ปฏิกริ ยิ าเคมีของสารประกอบอนิ ทรีย์ จำนวน 12 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลติ ภณั ฑ์จากปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้
ปฏกิ ริ ิยากบั โบรมนี หรอื ปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธบิ ายการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเอสเทอริฟเิ คชัน ปฏิกริ ิยาการสงั เคราะหเ์ อไมด์
ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลซิ ิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
9. ทดสอบปฏิกิรยิ าเอสเทอริฟเิ คชัน ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลิซิส และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟิเคชนั
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ ปฏกิ ริ ยิ ากับโบรมนี หรือ
ปฏิกริ ิยากบั โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต และเขียนสมการเคมแี สดงปฏิกิริยาทเ่ี กดิ ขน้ึ
2. เขียนสมการเคมีและอธบิ ายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเิ คชนั ปฏิกิริยาการสงั เคราะหเ์ อไมด์
ปฏิกิริยาไฮโดรลซิ ิส และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟเิ คชนั
3. ทดสอบปฏกิ ิริยาเอสเทอริฟเิ คชนั ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ ิส และปฏกิ ริ ยิ าสะปอนนฟิ ิเคชัน
ทกั ษะกระบวนการทาง ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 จติ วิทยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์
1. การสังเกต 1. ความรว่ มมือ การทำงาน 1. ความรอบคอบ
2. การลงความเห็น เป็นทีมและภาวะผ้นู ำ 2. ความใจกว้าง
จากข้อมูล 3. ความซ่อื สตั ย์
3. การจำแนกประเภท
4. การทดลอง
3. สาระการเรยี นรู้
− ปฏกิ ริ ิยาการเผาไหม้
− ปฏิกิริยาการฟอกจางสีสารละลาย
− ปฏิกิรยิ าการเกดิ เอสเทอร์
− ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเอสเทอร์
− ปฏิกิรยิ าการสังเคราะห์เอไมด์
− ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเอไมด์
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
สมบตั ิทางเคมีของสารประกอบอนิ ทรยี ข์ นึ้ อยู่กบั หมู่ฟงั กช์ นั เปน็ หลัก เช่น แอลเคน แอลคีน
แอลไคน์ แอโรแมตกิ ไฮโดรคารบ์ อน เปน็ สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน ซึ่งเม่ือเกิดปฏกิ ิริยาการเผาไหม้
ปฏกิ ริ ยิ ากบั โบรมนี และปฏกิ ิริยากบั โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต จะให้ผลของปฏิกริ ยิ าตา่ งกัน จงึ
สามารถใช้เปน็ เกณฑใ์ นการจำแนกประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้
กรดคารบ์ อกซลิ ิกทำปฏกิ ริ ยิ ากับแอลกอฮอล์ไดเ้ ปน็ เอสเทอร์ เรียกว่า ปฏกิ ริ ยิ าเอสเทอริฟเิ คชัน
กรดคารบ์ อกซลิ ิกทำปฏกิ ริ ยิ ากับเอมนี เกดิ เปน็ เอไมด์ เอสเทอรแ์ ละเอไมดส์ ามารถเกิดปฏกิ ิรยิ า
ไฮโดรลิซสิ ได้ ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเอสเทอร์ในเบสแอลคาไล เรียกว่า ปฏิกริ ยิ าสะปอนนฟิ ิเคชนั
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวนิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งม่ันในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทกั ษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการตง้ั สมมตฐิ าน
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเพ่อื ทบทวนโครงสรา้ งและสมบตั ทิ างกายภาพของ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน จากนน้ั ครูทบทวนความหมายของปฏิกิรยิ าการเผาไหม้และยกตัวอยา่ ง
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ใชเ้ ป็นเช้ือเพลงิ ตามรายละเอียดในหนงั สือเรียน
2. ครอู ธิบายเกยี่ วกับปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณแ์ ละปฏิกริ ิยาการเผาไหม้ท่ีไม่สมบูรณ์
และเขยี นสมการเคมีประกอบ พรอ้ มท้ังชใ้ี หเ้ หน็ ความสมั พันธข์ องเขมา่ กับอตั ราสว่ น C:H
ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และปริมาณแก๊สออกซเิ จนทมี่ ผี ลตอ่ ความสมบูรณ์ของปฏิกิรยิ าการ
เผาไหม้ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
3. ครใู ห้นกั เรยี นตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
4. ครอู ธิบายวา่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนตา่ งชนดิ กัน นอกจากเกดิ ปฏิกิริยาการเผาไหม้
อยา่ งสมบูรณ์ไดแ้ ตกต่างกันแล้ว ยังเกิดปฏิกิริยาเคมีชนิดอ่ืน เชน่ ปฏกิ ริ ยิ าการฟอกจางสีสารละลาย
แตกตา่ งกนั ด้วย ซง่ึ สามารถนำ มาใชร้ ะบชุ นิดของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้
5. ครใู หน้ กั เรยี นพจิ ารณาข้อมูลในตาราง 12.12 และเปรยี บเทยี บข้อมูลการฟอกจางสสี ารละลาย
โบรมีนของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนในท่ีมดื และที่สวา่ ง
6. ครอู ธบิ ายเก่ยี วกบั ปฏิกิรยิ าการแทนที่และปฏกิ ิริยาการเติมของสารละลายโบรมนี กบั
สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน โดยยกตัวอยา่ งสมการเคมีของปฏิกิริยาดังกลา่ ว ตามรายละเอยี ด
ในหนังสือเรียน
7. ครูและนกั เรยี นอภิปรายร่วมกันเกย่ี วกับความแตกตา่ งของผลติ ภัณฑ์ทเ่ี กดิ จากปฏกิ ิริยา
การแทนที่และปฏิกริ ยิ าการเติมของสารละลายโบรมนี กบั สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประเภทตา่ ง ๆ
โดยควรไดข้ ้อสรุปว่า แอลเคนเกดิ ปฏิกิริยาการแทนที่ใหผ้ ลิตภณั ฑ์พลอยไดเ้ ปน็ สารโมเลกุลขนาดเลก็
คอื แกส๊ ไฮโดรเจนโบรไมด์ สว่ นแอลคนี และแอลไคนเ์ กิดปฏิกิริยาการเติมโดยไม่มผี ลิตภณั ฑ์พลอยได้
เกิดขนึ้ สว่ นพนั ธะในวงเบนซีนของแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอนไม่เกิดปฏกิ ริ ิยาการเติมและการแทนที่
8. ครูใหน้ ักเรียนตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
9. ครูใช้คำ ถามนำ ว่า สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนบางชนิดนอกจากจะเกดิ ปฏกิ ิรยิ า
การฟอกจางสีสารละลายโบรมีนได้แลว้ ยังเกดิ ปฏิกิรยิ าการฟอกจางสีกบั สารละลายชนดิ อื่นได้อกี
หรอื ไม่ อย่างไร เพ่ือนำ เข้าสู่กจิ กรรม 12.6
10. ครใู ห้นกั เรยี นทำ กจิ กรรม 12.6 การทดลองปฏกิ ริ ิยาการฟอกจางสีของสารละลาย
โพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต แลว้ ใหน้ กั เรยี นอภปิ รายผลการทดลองโดยใช้คำ ถามทา้ ยการทดลอง
11. ครูเช่ือมโยงผลการทดลองจากกิจกรรม 12.6 กบั การเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาการ
ฟอกจางสีของสารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตกับแอลคนี ตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรียน
พร้อมทง้ั ช้ใี หเ้ หน็ ว่าแอลไคน์สามารถฟอกจางสีสารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตไดเ้ ช่นเดียวกบั
แอลคนี แต่อาจใหผ้ ลิตภณั ฑ์ทแี่ ตกต่างกนั
12. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเพ่อื ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
จากปฏกิ ริ ยิ าการฟอกจางสสี ารละลายโบรมนี กบั สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
จนได้ข้อสรุปดงั น้ี
13. ครูใชค้ ำ ถามนำ วา่ กรดคารบ์ อกซลิ ิกทำ ปฏิกริ ิยาเคมีกับแอลกอฮอล์ได้หรอื ไม่ จะทราบ
ไดอ้ ยา่ งไร เพอ่ื นำ เข้าส่กู จิ กรรม 12.7
14. ครูให้นกั เรยี นทำ กิจกรรม 12.7 การทดสอบปฏิกิริยาเคมีระหว่างกรดคาร์บอกซิลิก
กบั แอลกอฮอล์ แลว้ ใหน้ ักเรียนอภปิ รายผลการทำ กจิ กรรมโดยใช้คำ ถามทา้ ยกิจกรรม
15. ครูใหค้ วามรเู้ กี่ยวกบั ปฏิกิริยาเอสเทอรฟิ เิ คชนั โดยช้ใี ห้เหน็ วา่ ปฏกิ ริ ิยานเี้ กิดขนึ้ ท่ีอุณหภมู ิสูง
และมกี รดเข้มขน้ เป็นตวั เรง่ ปฏิกิริยา รวมทงั้ ยกตัวอย่างสมการเคมี ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
16. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคำ ถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
17. ครูให้ความรู้วา่ ปฏิกริ ิยาเอสเทอริฟิเคชนั เป็นปฏิกริ ิยาผนั กลบั ได้ จากนน้ั ใชค้ ำ ถามนำ ว่า
ปฏกิ ริ ยิ าย้อนกลับของการเกิดเอทิลเอทาโนเอตหรอื เอทลิ แอซีเตตจะให้ผลิตภณั ฑ์เปน็ สารใดจะทราบ
ไดอ้ ยา่ งไร เพื่อนำ เขา้ สู่กจิ กรรม 12.8
18. ครูให้นกั เรียนทำ กจิ กรรม 12.8 การทดสอบปฏกิ ริ ยิ ายอ้ นกลบั ของการเกิดเอสเทอร์
ในภาวะกรด แล้วใหน้ กั เรียนอภิปรายผลการทำ กจิ กรรมโดยใช้คำ ถามท้ายกิจกรรม
19. ครูให้ความรเู้ กี่ยวกบั ปฏิกิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเอสเทอร์ซ่ึงเปน็ ปฏิกริ ิยาระหวา่ งเอสเทอร์
กับน้ำ โดยมีกรดเป็นตวั เรง่ ปฏิกริ ิยาและอาจมกี ารใหค้ วามรอ้ นเพื่อทำ ให้ปฏิกริ ยิ าเกดิ ได้เร็วข้นึ
รวมทงั้ ยกตัวอย่างสมการเคมี ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน
20. ครใู ห้นกั เรียนตอบคำ ถามชวนคิด
21. ครทู บทวนความรวู้ ่า ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์จากกิจกรรม 12.8 เปน็ ปฏิกริ ิยาท่ี
มกี รดเป็นตวั เรง่ ปฏิกิรยิ า จากน้ันให้ความรู้วา่ ปฏิกริ ยิ าไฮโดรลซิ ิสของเอสเทอร์สามารถเกิดปฏิกิริยา
โดยใชเ้ บสเป็นตวั เรง่ ปฏิกริ ิยาไดเ้ ชน่ กนั ซ่งึ เรียกว่า ปฏกิ ิรยิ าสะปอนนิฟิเคชนั
22. ครใู หน้ ักเรียนทำ กจิ กรรม 12.9 การทดสอบปฏิกิริยาสะปอนนิฟเิ คชนั แลว้ ใหน้ กั เรียน
อภปิ รายผลการทำ กจิ กรรมโดยใช้คำ ถามท้ายกจิ กรรม
23. ครยู กตวั อยา่ งปฏิกิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเอสเทอร์ในภาวะเบส รวมทงั้ สมการเคมี และ
โครงสรา้ งท่ัวไปของไขมนั หรือนำ้ มนั ตามรปู 12.15 ตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรยี น
24. ครใู หน้ ักเรียนตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
25. ครใู หน้ กั เรียนตอบคำ ถามชวนคดิ
26. ครูใชค้ ำ ถามนำ วา่ ถ้านำ กรดคาร์บอกซลิ ิกมาทำ ปฏกิ ริ ิยาเคมีกับแอมโมเนยี หรือเอมนี
แทนแอลกอฮอลจ์ ะเกิดปฏกิ ริ ิยาไดห้ รอื ไม่ และไดส้ ารใดเป็นผลิตภัณฑ์
27. ครูอธิบายการสงั เคราะห์เอไมดแ์ ละยกตัวอย่างสมการเคมี ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
โดยชี้ใหเ้ หน็ วา่ หากปฏกิ ริ ยิ าเกดิ ข้ึนที่อุณหภมู หิ ้องจะได้เกลือแอมโมเนียมคารบ์ อกซิเลตแต่
เม่อื ให้ความร้อนจะไดเ้ อไมด์
28. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
29. ครูใหค้ วามรู้เก่ียวกบั ปฏกิ ิรยิ าการควบแน่น ตามรายละเอยี ดในหนงั สือเรยี น
30. ครูใหค้ วามรู้วา่ ปฏิกิริยาการสังเคราะหเ์ อไมดเ์ ป็นปฏิกิริยาผันกลบั ไดเ้ ช่นเดียวกบั ปฏิกริ ิยา
เอสเทอริฟเิ คชนั โดยปฏิกิรยิ าย้อนกลบั ของการสังเคราะหเ์ อไมด์ เรยี กวา่ ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลิซิสของเอไมด์
จากนน้ั อธิบายปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ สิ ของเอไมด์ในภาวะกรดและภาวะเบส โดยใช้ตัวอย่างสมการเคมี
ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
31. ครใู หน้ กั เรยี นทำ แบบฝกึ หดั 12.6 เพื่อทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความรเู้ ก่ยี วกบั การระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากปฏกิ ิริยาการเผาไหม้
ปฏกิ ริ ิยากบั โบรมีน และปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต รวมทัง้ การเขยี นสมการเคมี
จากการอภปิ ราย รายงานการทดลอง การทำ แบบฝกึ หัด และการทดสอบ
2. ความรู้เกย่ี วกับปฏิกิรยิ าเอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏกิ ิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลิซสิ
และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟิเคชนั รวมทัง้ การเขียนสมการเคมี จากการอภิปราย รายงานการทดลอง
การทำ แบบฝึกหัด และการทดสอบ
3. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล และการจำ แนกประเภท จากการอภิปรายและรายงาน
การทดลอง
4. ทักษะการสงั เกต และการทดลอง จากรายงานการทดลองและการสังเกตพฤตกิ รรมใน
การทำ การทดลอง
5. ทักษะความร่วมมือ การทำ งานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ จากการสังเกตพฤติกรรมในการ
ทำ การทดลอง
6. จติ วทิ ยาศาสตร์ด้านความรอบคอบ จากรายงานการทดลองและการทำ แบบฝึกหดั
7. จติ วทิ ยาศาสตรด์ า้ นความใจกว้าง จากการสงั เกตพฤติกรรมในการอภิปราย
8. จติ วทิ ยาศาสตรด์ ้านความซือ่ สัตย์ จากรายงานการทดลอง
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นเคมี ม.6 เลม่ 5 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เคมีอินทรยี ์
2) อุปกรณ์ สารเคมีทใี่ ช้ในการทดลอง
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องปฏิบตั ิการวทิ ยาศาสตร์
3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
การประเมนิ ด้านพุทธพิ สิ ัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านทักษะพิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านจติ พสิ ัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………….........................................................................................................................
.................................................................................................………… …………………………….........................
แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................………………………..............
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………..………….ผู้สอน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอื่ ……………………………..………………….
( นางสาววรารัตน์ กนั เพช็ ร์)
รองผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นแก่งชชั วลิตวทิ ยา
ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอ่ื ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านแก่งชชั วลติ วิทยา
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 8
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เคมอี นิ ทรยี ์ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
เรอื่ ง สารประกอบอนิ ทรยี ์ในชวี ติ ประจำวนั จำนวน 3 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
10. สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตวั อย่างการนำสารประกอบอินทรยี ไ์ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันและ
อุตสาหกรรม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตัวอยา่ งการนำสารประกอบอินทรยี ไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั และอตุ สาหกรรม
ทกั ษะกระบวนการทาง ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จติ วิทยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์
- 1. การส่ือสารสารสนเทศ 1. การใช้วิจารณญาณ
และการร้เู ทา่ ทนั สื่อ 2. ความใจกว้าง
2. ความรว่ มมือ การทำงาน 3. การเหน็ คุณคา่ ทาง
เปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ วทิ ยาศาสตร์
3. สาระการเรยี นรู้
- สารประกอบอินทรีย์ในชีวิตประจำ วันและการนำ ไปใช้ประโยชน์
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
สารประกอบอินทรยี ส์ ามารถนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้มากมายในชวี ติ ประจำวนั รวมท้งั นำไปใช้
เปน็ สารตั้งต้นและตวั ทำละลายในอตุ สาหกรรมดา้ นตา่ ง ๆ เช่น อตุ สาหกรรมเช้ือเพลงิ และพลังงาน
อุตสาหกรรมอาหารและยา อุตสาหกรรมเกษตร
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งม่ันในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครใู ห้นกั เรยี นยกตัวอย่างสารประกอบอินทรยี ์ในชวี ติ ประจำ วันหรอื ท่นี ำ ไปใช้ประโยชน์
พร้อมระบวุ ่าเป็นสารประกอบอนิ ทรียป์ ระเภทใด
2. ครูให้ความร้เู กี่ยวกับประโยชน์ของสารประกอบอินทรียอ์ ืน่ ๆ ทน่ี ่าสนใจตามรายละเอยี ด
ในหนงั สอื เรยี น
3. ครใู หน้ ักเรยี นตอบคำ ถามชวนคดิ
4. ครูให้นักเรยี นทำ กิจกรรม 12.10 สบื ค้นข้อมลู เก่ียวกับประโยชน์ของสารประกอบอนิ ทรยี ์
5. ครใู หน้ ักเรยี นทำ แบบฝึกหัดท้ายบท เพื่อทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความร้เู กย่ี วกบั การนำ สารประกอบอินทรยี ์ไปใชป้ ระโยชน์ จากการอภปิ ราย ผลการสืบคน้
ข้อมลู และการนำเสนอ
2. ทกั ษะการสื่อสารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทันสื่อ จากผลการสบื คน้ ข้อมลู และการนำ เสนอ
3. ทักษะความรว่ มมือ การทำ งานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ จากการสังเกตพฤตกิ รรมในการทำกิจกรรม
4. จติ วิทยาศาสตร์ด้านการใช้วิจารณญาณและความใจกว้าง จากการอภปิ ราย
5. จติ วิทยาศาสตร์ดา้ นการเหน็ คณุ ค่าทางวทิ ยาศาสตร์ จากผลการสบื ค้นข้อมูลและการอภิปราย
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นเคมี ม.6 เล่ม 5 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เคมีอินทรีย์
2) อปุ กรณ์ สารเคมีทใ่ี ชใ้ นการทดลอง
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) ห้องปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตร์
3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรู้
การประเมนิ ด้านพุทธพิ ิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านทักษะพิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านจิตพิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
……………………………………………………......................................................................................................... ................
.................................................................................................………………………………………............. ............
แนวทางแก้ไข
.......................................................................................... .........................................……………………… ..............
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………..………….ผสู้ อน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอื่ ……………………………..………………….
( นางสาววรารตั น์ กนั เพช็ ร์)
รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นแก่งชัชวลิตวทิ ยา
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงช่อื ……………………………..………………….
( นายเกษม รตั นพรหม)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านแก่งชัชวลิตวทิ ยา
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พอลเิ มอร์ ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
เรอื่ ง พอลิเมอรแ์ ละปฏิกริ ยิ าการเกดิ พอลเิ มอร์ จำนวน 4 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
11. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ยิ าการเกดิ พอลเิ มอรจ์ ากโครงสร้างของมอนอเมอรห์ รือพอลเิ มอร์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ระบมุ อนอเมอรข์ องพอลเิ มอร์
2. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ิยาการเกิดพอลิเมอรจ์ ากโครงสร้างของมอนอเมอรห์ รือพอลิเมอร์
ทักษะกระบวนการทาง ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จติ วิทยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ -
1. การใชว้ จิ ารณญาณ
1. การจำแนกประเภท 2. ความใจกว้าง
3. ความรอบคอบ
3. สาระการเรยี นรู้
- พอลิเมอร์และมอนอเมอร์
- ปฏิกิรยิ าการเกดิ พอลิเมอร์
ปฏิกริ ิยาการเกิดพอลิเมอร์แบบเติม
ปฏิกิรยิ าการเกดิ พอลเิ มอรแ์ บบควบแนน่
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พอลิเมอร์เป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ได้จากปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ของโมเลกุลขนาดเล็กท่ีเรียกว่า มอ
นอเมอร์ สมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์จึงต่างจากมอนอเมอร์ท่ีเป็นสารต้ังต้น พอลิเมอร์มีท้ังพอลิเมอร์ธรรม
ชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์พอลิเมอร์อาจเกิดจากปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์แบบเติมหรือแบบควบแน่น ขึ้นอยู่
กบั หมฟู่ ังก์ชันท่ที ำ ปฏกิ ริ ิยา
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อย่างผลติ ภณั ฑพ์ อลเิ มอร์ที่ร้จู ัก ซ่งึ ส่วนใหญน่ ่าจะเป็นพลาสติก จากน้นั
อธิบายวา่ ผลิตภัณฑพ์ อลเิ มอรท์ พี่ บเหน็ สว่ นใหญเ่ ปน็ พลาสติก แต่บางชนดิ อาจไม่เป็นพลาสติก เชน่
ยาง กาว เจล จากน้นั อธิบายความหมายของพอลเิ มอร์และมอนอเมอร์โดยใช้รปู 13.1 ตามรายละเอียด
ในหนังสอื เรียน
2. ครยู กตัวอย่างผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์สงั เคราะห์และพอลเิ มอร์ธรรมชาติตามรายละเอียด
ในหนังสอื เรยี น จากนน้ั ให้นักเรียนพจิ ารณาโครงสรา้ งและการแสดงโครงสร้างของพอลเิ มอร์แบบย่อ
โดยใช้วงเลบ็ [ ] ดงั รูป 13.2
3. ครอู ธบิ ายวา่ พอลเิ มอรแ์ ละมอนอเมอรม์ ีสมบตั ทิ างกายภาพบางประการที่แตกตา่ งกัน
เชน่ สถานะ จดุ หลอมเหลว สภาพการละลายไดใ้ นนำ้ พรอ้ มยกตัวอย่างตามตาราง 13.1 จากนัน้
อธิบายเพ่ิมเติมเก่ยี วกับความเหนยี วและความหนืด ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรยี น
4. ครูให้นักเรยี นตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
5. ครใู ชค้ ำ ถามนำ ว่า มอนอเมอร์เกิดเปน็ พอลิเมอร์ได้อย่างไร จากนนั้ ครใู ห้ความร้เู กย่ี วกับ
ความหมายและการแบง่ ประเภทของปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ พอลิเมอร์
6. ครูอธิบายปฏกิ ริ ิยาการเกิดพอลเิ มอร์แบบเติมเช่ือมโยงกับปฏิกริ ิยาการเตมิ ของแอลคนี
โดยยกตวั อยา่ งปฏกิ ริ ิยาการเกิดพอลิเมอรแ์ บบเติมของเอทิลนี ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรยี น จากนน้ั
ให้นักเรยี นพิจารณาตัวอย่างพอลเิ มอร์ท่เี ตรยี มจากปฏิกิรยิ าการเกิดพอลิเมอรแ์ บบเติม และการเรยี กช่ือ
มอนอเมอรแ์ ละพอลิเมอร์ตามตาราง 13.2
7. ครชู ้ีใหเ้ หน็ วา่ พอลิเมอรท์ ี่ได้จากปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ พอลเิ มอรแ์ บบเติม มีสมบตั ิและนำ ไปใช้
เป็นผลิตภณั ฑท์ ่ีพบในชวี ิตประจำ วันไดห้ ลากหลาย ตามข้อมูลดงั ตาราง 13.2
8. ครูอธิบายปฏกิ ริ ิยาการเกดิ พอลเิ มอร์แบบควบแน่นเช่ือมโยงกับปฏิกริ ิยาการเกิดเอไมด์
โดยใช้ตวั อย่างปฏิกิรยิ าการเกิดพอลเิ มอรข์ องไนลอน 6,6 ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน จากนน้ั ให้
นกั เรียนพิจารณาตัวอย่างพอลเิ อสเทอรแ์ ละพอลเิ อไมดท์ ่ีเตรยี มจากปฏกิ ริ ยิ าการเกิดพอลเิ มอร์แบบ
ควบแน่น ดังตาราง 13.3
9. ครูชใ้ี ห้เห็นว่า พอลเิ มอร์ที่ได้จากปฏกิ ิริยาการเกิดพอลเิ มอรแ์ บบควบแนน่ มีสมบัตแิ ละ
นำ ไปใชเ้ ปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ี่พบในชีวติ ประจำ วนั ไดห้ ลากหลาย ตามข้อมูลดังตาราง 13.3
10. ครูให้นกั เรียนตอบคำ ถามชวนคิด
11. ครูใหน้ กั เรียนทำ แบบฝึกหดั 13.1 เพ่ือทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความรู้เก่ียวกับความหมายของมอนอเมอร์และพอลิเมอร์ประเภทของปฏกิ ริ ิยาการเกดิ
พอลิเมอรจ์ ากการทำ แบบฝึกหดั และการทดสอบ
2. จิตวิทยาศาสตรด์ า้ นการใช้วจิ ารณญาณและความใจกว้าง จากการสังเกตพฤติกรรมในการ
อภปิ ราย
3. จิตวทิ ยาศาสตร์ดา้ นความรอบคอบ จากการทำ แบบฝึกหัด
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนเคมี ม.6 เลม่ 5 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 พอลิเมอร์
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) ห้องปฏบิ ตั ิการวทิ ยาศาสตร์
3) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรียนรู้
การประเมนิ ด้านพุทธพิ สิ ัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะพิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินดา้ นจติ พิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………….........................................................................................................................
.................................................................................................………………………………………............. ............
แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................……………………… ..............
.................................................................................................... ..........................................................................
ลงชอื่ ………………………………………..………….ผ้สู อน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอื่ ……………………………..………………….
( นางสาววรารัตน์ กนั เพช็ ร์)
รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งชชั วลิตวทิ ยา
ความคดิ เห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอ่ื ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นแก่งชชั วลิตวิทยา
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 พอลเิ มอร์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอ่ื ง โครงสรา้ งและสมบตั ขิ องพอลเิ มอร์ จำนวน 6 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
12. วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโครงสร้างและสมบัตขิ องพอลเิ มอร์รวมท้ังการนำ ไปใช้
ประโยชน์
13. ทดสอบและระบปุ ระเภทของพลาสตกิ และผลิตภัณฑ์ยาง รวมท้ังการนำ ไปใชป้ ระโยชน์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งโครงสร้างกับสมบัตขิ องพอลิเมอร์ และยกตัวอย่าง การนำ ไปใช้
ประโยชน์
2. ทดสอบและระบปุ ระเภทของพอลเิ มอร์ในผลติ ภณั ฑ์พลาสติกและผลติ ภณั ฑย์ าง รวมทั้ง การนำ ไปใช้
ประโยชน์
ทักษะกระบวนการทาง ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 จติ วทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์
1. ความร่วมมือ การทำ งาน 1. ความซอ่ื สตั ย์
1. การสงั เกต เป็นทีมและภาวะผู้นำ 2. การใช้วิจารณญาณ
2.การจำแนกประเภท 3. ความใจกว้าง
3. สาระการเรยี นรู้
- โครงสร้างและสมบตั ขิ องพอลิเมอร์
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
พอลเิ มอร์อาจมีโครงสร้างเป็นแบบเสน้ แบบกิ่ง แบบร่างแห ท้ังนข้ี ้นึ กบั ลกั ษณะการเชอื่ มต่อกนั
ของมอนอเมอรซ์ ึ่งส่งผลต่อสมบัตขิ องพอลเิ มอรแ์ ละการนำ ไปใชใ้ นการผลติ เป็นผลิตภณั ฑ์ท่แี ตกตา่ งกนั
โดยพอลเิ มอร์เทอร์มอพลาสตกิ มโี ครงสร้างเป็นแบบเส้นหรือแบบกิ่ง เป็นพอลเิ มอร์ท่สี ามารถนำ มา
หลอมขน้ึ รูปใหมไ่ ดส้ ำ หรบั พอลิเมอรเ์ ทอร์มอเซตส่วนใหญ่มโี ครงสรา้ งแบบร่างแห เป็นพอลเิ มอร์
ทีไ่ มห่ ลอมเหลวเมือ่ ไดร้ บั ความรอ้ น แตเ่ กิดการสลายตวั หรอื ไหมเ้ มอื่ ไดร้ บั ความรอ้ นสงู จงึ ไมส่ ามารถ
นำ มาหลอมขน้ึ รปู ใหมไ่ ด้
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการตัง้ สมมตฐิ าน
5) ทักษะการทดลอง
6) ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูให้นักเรียนพจิ ารณาเปรียบเทยี บโครงสรา้ งของพอลิเมอรแ์ บบเส้น แบบก่งิ และ
แบบรา่ งแห ดังรปู 13.3 แล้วอภิปรายรว่ มกนั วา่ โครงสรา้ งท้งั สามแบบแตกตา่ งกันอย่างไร เพือ่ ให้ได้
ข้อสรปุ ว่า โครงสร้างแบบร่างแหมสี ่วนท่ีเช่ือมระหวา่ งสายโซ่หลกั มากกวา่ 1 สาย สว่ นโครงสรา้ งแบบกิง่ มสี ายโซ่
ด้านข้างแยกออกมาจากสายโซ่หลกั โดยไม่เชือ่ มกบั สายโซ่หลักอน่ื โครงสร้างแบบเสน้ ไม่มสี ายโซ่ดา้ นข้างแยก
ออกมา
2. ครใู ชค้ ำ ถามนำ ว่า นักเรยี นคดิ ว่าโครงสร้างของพอลเิ มอร์ส่งผลตอ่ สมบตั อิ ยา่ งไร
3. ครูอาจใหน้ ักเรียนทำ กิจกรรมเพื่อศกึ ษาสมบัติและโครงสร้างของพอลิเมอร์
4. ครูใช้คำ ถามว่า โครงสร้างของพอลิเมอร์มีผลต่อแรงยดึ เหน่ียวระหว่างโมเลกุลและสมบตั ิ
บางประการ เช่น ความหนาแนน่ จดุ หลอมเหลว ความแข็ง ความเหนียว ของพอลเิ มอร์อยา่ งไร จากน้ัน
อภิปรายรว่ มกนั เพอื่ ให้ได้ข้อสรปุ เกี่ยวกบั สมบตั ิของพอลเิ มอร์แบบเสน้ แบบกงิ่ และแบบร่างแห
โดยใชต้ วั อยา่ งในรปู 13.4 และ 13.5 ตามรายละเอียดในหนังสอื เรยี น
5. ครูใหน้ ักเรียนตอบคำ ถามตรวจสอบความเขา้ ใจและคำ ถามชวนคดิ
6. ครูให้ความรู้ว่า มอนอเมอร์บางชนิด หากทำ ปฏิกิริยาการเกดิ พอลิเมอร์โดยใชภ้ าวะทีต่ า่ งกัน
จะเกิดพอลเิ มอร์ทม่ี โี ครงสร้างต่างกนั โดยใชต้ ัวอยา่ ง LDPE และ HDPE ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
7. ครอู ธิบายว่า สมบตั ิของพอลิเมอรน์ อกจากขน้ึ กับโครงสร้างแบบเส้น แบบกิ่ง และ
แบบร่างแหแล้ว ยงั ขนึ้ กับมวลโมเลกลุ และหมู่ฟงั ก์ชนั ของพอลเิ มอร์ตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรยี น
8. ครูใช้คำ ถามนำ ว่า การนำ ผลิตภัณฑพ์ อลิเมอร์ไปใช้ประโยชนต์ อ้ งคำ นงึ ถึงสมบตั ิใดบ้าง
เพอ่ื ให้ได้ขอ้ สรปุ ว่า นอกจากสมบตั ิต่าง ๆ เช่น ความแข็ง ความเหนียว ยงั จำ เป็นตอ้ งคำ นึงถงึ สมบตั ิที่
เกี่ยวขอ้ งกับอุณหภมู ิเช่น การทนความร้อนของพอลเิ มอร์จากน้ันใชค้ ำ ถามนำ วา่ พอลเิ มอร์เมื่อไดร้ ับ
ความรอ้ นแล้วมีการเปลย่ี นแปลงอย่างไร เพ่ือนำ เขา้ สู่กิจกรรม 13.1
9. ครูใหน้ ักเรียนทำ กจิ กรรม 13.1 การทดสอบการเปล่ียนแปลงของพอลเิ มอร์เมื่อได้รับ
ความรอ้ น แล้วให้นกั เรยี นอภิปรายผลการทำ กจิ กรรมโดยใช้คำ ถามท้ายกิจกรรม
10. ครอู ธิบายเกย่ี วกับพอลิเมอร์เทอรม์ อพลาสตกิ และพอลิเมอรเ์ ทอรม์ อเซต โดยเชอื่ มโยงกบั
โครงสรา้ งของพอลิเมอร์ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน
11. ครใู หน้ กั เรียนตอบคำ ถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
12. ครใู ห้นกั เรียนทำ แบบฝึกหดั 13.2 เพื่อทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1.ความรูเ้ ก่ยี วกบั โครงสร้างและสมบตั ขิ องพอลเิ มอร์ และการนำ ไปใช้ประโยชน์จาก
การอภปิ ราย การทำ กิจกรรม การทำ แบบฝึกหัด และการทดสอบ
2.ทกั ษะการสังเกตและการจำ แนกประเภท จากรายงานผลการทำ กจิ กรรมและการสังเกต
พฤติกรรมในการทำ กิจกรรม
3. ทักษะความรว่ มมือ การทำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ จากการสงั เกตพฤติกรรมในการ
ทำ กจิ กรรม
4.จิตวิทยาศาสตรด์ า้ นความซอ่ื สัตย์จากการสงั เกตพฤติกรรมในการทำ กจิ กรรม
5.จติ วทิ ยาศาสตร์ดา้ นการใช้วิจารณญาณและความใจกวา้ ง จากการสังเกตพฤติกรรมในการ
อภิปราย
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นเคมี ม.6 เลม่ 5 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 พอลเิ มอร์
2) อุปกรณ์การทดลอง
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งปฏบิ ตั ิการวทิ ยาศาสตร์
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
การประเมินด้านพุทธิพิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินดา้ นทักษะพสิ ัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินดา้ นจิตพิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………….........................................................................................................................
.................................................................................................……………………………………….........................
แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................………………………..............
.................................................................................................... ..........................................................................
ลงชื่อ………………………………………..………….ผสู้ อน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรือผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอื่ ……………………………..………………….
( นางสาววรารัตน์ กนั เพ็ชร์)
รองผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นแก่งชชั วลติ วิทยา
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงช่ือ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นแก่งชชั วลิตวิทยา
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พอลเิ มอร์ ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอื่ ง การปรบั ปรงุ สมบตั ขิ องพอลเิ มอร์ จำนวน 5 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
14. อธิบายผลของการปรับเปล่ยี นโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอรท์ ่ีมีตอ่ สมบัตขิ องพอลิเมอร์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายผลของการปรบั ปรุงสมบัติของพอลิเมอรโ์ ดยการเตมิ สารเตมิ แตง่ การปรับเปลยี่ นโครงสรา้ ง
ของพอลเิ มอร์การสังเคราะห์โคพอลเิ มอร์และการสงั เคราะหพ์ อลเิ มอรน์ ำ ไฟฟ้า
ทกั ษะกระบวนการทาง ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จติ วทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์
1. การสังเกต 1. การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ 1. การใช้วิจารณญาณ
และการแก้ปญั หา 2. ความใจกวา้ ง
2. ความร่วมมือ การทำ งาน 3. ความอยากรู้อยากเห็น
เปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ
3. สาระการเรยี นรู้
- การปรบั ปรุงสมบัติของพอลเิ มอร์
การเตมิ สารเตมิ แตง่
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพอลิเมอร์
โคพอลเิ มอร์
พอลิเมอร์นำ ไฟฟ้า
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การปรบั ปรุงสมบัติพอลเิ มอร์อาจทำ ไดโ้ ดยการเติมสารเตมิ แตง่ ซง่ึ อาจเป็นสารที่เขา้ ไปผสม
ในเนอ้ื พอลเิ มอรห์ รอื เข้าไปทำ ปฏกิ ิรยิ าเคมีกบั พอลิเมอร์นอกจากนีก้ ารปรับปรงุ สมบตั ขิ องพอลิเมอร์
อาจทำ ไดโ้ ดยการปรับเปลี่ยนโครงสรา้ งของพอลเิ มอรห์ รือการสงั เคราะห์พอลเิ มอร์ชนิดใหม่ ๆ เชน่
โคพอลิเมอร์พอลเิ มอร์นำ ไฟฟ้า ผลิตภัณฑพ์ อลเิ มอรท์ ีใ่ ชใ้ นชวี ิตประจำ วันอาจผ่านการปรับปรุงสมบตั ิ
หลายวธิ กี ารรว่ มกนั
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการตงั้ สมมติฐาน
5) ทกั ษะการทดลอง
6) ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูยกตัวอยา่ งผลติ ภัณฑ์ทีผ่ ลิตจากพอลิเมอรช์ นิดเดียวกนั เช่น ทอ่ น้ำ ฉนวนหมุ้ สายไฟฟ้าฟลิ ม์ ยดื ห่อ
อาหาร จากน้ันให้นักเรยี นอภิปรายสมบตั ิทางกายภาพของผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์แต่ละชนิดรว่ มกนั และชใ้ี หเ้ หน็ ว่ามี
สมบตั ิทางกายภาพแตกตา่ งกัน จากนน้ั ครอู ธบิ ายว่าผลติ ภัณฑพ์ อลเิ มอร์ท้งั สามชนดิ เป็นพอลิไวนลิ คลอไรด์
เหมอื นกันแตม่ ีการปรับปรุงให้มี สมบัตแิ ตกตา่ งกนั เพื่อนำ เข้าสู่เร่ืองการปรบั ปรุงสมบัติของพอลิเมอร์
2. ครอู ธบิ ายเกยี่ วกับการปรบั ปรงุ สมบตั ิของพอลเิ มอร์โดยการเติมพลาสติไซเซอรซ์ ง่ึ เปน็ สารเติมแต่งทีไ่ ม่
ทำ ปฏกิ ิริยาเคมีกับสายพอลิเมอรต์ ามรายละเอียดในหนังสือเรยี น โดยใช้รูป 13.6ประกอบการอธบิ าย
3. ครอู ธบิ ายเกี่ยวกับการปรับปรุงสมบัตขิ องพอลเิ มอรโ์ ดยการเติมสารเติมแตง่ ที่ทำ ปฏกิ ิริยาเคมี
โดยใชต้ ัวอย่างกระบวนการวลั คาไนเซชนั ของยาง ตามรายละเอียดในหนังสือเรยี น โดยใชร้ ูป 13.7
และ 13.8 ประกอบการอธิบาย
4. ครูอธบิ ายเก่ยี วกบั การปรับเปลยี่ นโครงสรา้ งโดยอาศัยปฏกิ ิรยิ าเคมีตามรายละเอียดในหนงั สือเรยี น โดย
ใช้รูป 13.9 13.10 และ 13.11 ประกอบการอธบิ าย
5. ครูยกตวั อย่างโฮโมพอลเิ มอรแ์ ละโคพอลเิ มอรต์ ามรายละเอยี ดในหนังสือเรยี น โดยใช้
รปู 13.12 ประกอบการอธิบาย
6. ครอู ธิบายการจำ แนกประเภทของโคพอลิเมอรต์ ามลกั ษณะการจัดเรยี งตัวของมอนอเมอร์
ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน
7. ครูใชค้ ำ ถามนำ ว่า โคพอลิเมอร์ทป่ี ระกอบดว้ ยมอนอเมอรท์ ่ีมสี ดั ส่วนเดยี วกัน แตม่ ีการจัดเรยี งตวั
ต่างกันมีสมบัติแตกตา่ งกันหรือไม่ อย่างไร เพื่อนำ เขา้ สู่กจิ กรรม 13.2 สมบัตขิ องโคพอลิเมอร์
8. ครูยกตัวอย่างโคพอลิเมอร์ที่มีการปรบั ปรุงสมบัติและการนำ มาใช้ประโยชนต์ ามรายละเอียดใน
หนงั สอื เรียน
9. ครูใหน้ กั เรียนพจิ ารณารปู 13.13 และแบง่ กลุ่มอภปิ รายเกี่ยวกบั ช้ินสว่ นของรถยนตว์ ่าโคพอลเิ มอร์ที่
นำ มาใชเ้ ปน็ ช้นิ สว่ นของรถยนต์แต่ละชิ้นควรมสี มบัติอยา่ งไร จากนน้ั อาจให้นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มลู เพิ่มเติมวา่ สมบัติ
เหล่านัน้ ไดม้ าจากองค์ประกอบใดในโคพอลิเมอรเ์ ชน่ ยางรถยนตค์ วรมีความยืดหยนุ่ สูงและทนการเสียดสีโคพอลิ
เมอรท์ ี่ใชค้ ือ SBR มีส่วนประกอบของพอลิบิวทาไดอนี ที่มคี วามยดื หยุ่นและพอลิสไตรีนท่ีช่วยเพิม่ ความทนทาน
10. ครูให้นกั เรียนตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ
11. ครใู หค้ วามรู้เกี่ยวกับสมบัติการนำ ไฟฟ้าของพอลเิ มอร์และการคน้ พบพอลเิ มอร์นำ ไฟฟ้า
ตามรายละเอยี ดในหนังสือเรียน
12. ครอู ธิบายกลไกการนำ ไฟฟ้าของพอลิอะเซทิลนี โดยใช้รปู 13.14 ซง่ึ แสดงการคล่ือนที่
ของอเิ ล็กตรอน จากพนั ธะคู่ไปยงั ประจบุ วก ตามรายละเอียดในหนงั สอื เรยี น
13. ครูให้ความร้เู ก่ียวกับพอลิเมอรน์ ำ ไฟฟ้าชนดิ อน่ื ตามรายละเอยี ดในหนังสอื เรียน โดย
ใหส้ ังเกตโครงสร้างที่มพี นั ธะคู่สลบั กับพันธะเดยี่ ว ในรูป 13.15
14. ครใู ห้นกั เรยี นตอบคำ ถามตรวจสอบความเข้าใจ
15. ครูให้ความรเู้ ก่ียวกบั ปจั จัยอื่น ๆ ท่ีมีผลต่อสมบตั ิการนำ ไฟฟ้าของพอลเิ มอร์
ตามรายละเอียดในหนงั สือเรียน
16. ครใู ห้นักเรียนทำ แบบฝึกหัด 13.3 เพื่อทบทวนความรู้
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความรเู้ ก่ยี วกับการปรบั ปรุงสมบัตขิ องพอลิเมอร์ จากการอภิปราย การทำ กิจกรรม
การทำ แบบฝึกหัด และการทดสอบ
2. ทักษะการสังเกต จากรายงานผลการทำ กจิ กรรมและสังเกตพฤติกรรมในการทำ กจิ กรรม
3. ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและการแกป้ ญั หา จากการทำ กิจกรรมและรายงาน
ผลการทำ กจิ กรรม
4. ทกั ษะความรว่ มมือ การทำ งานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ จากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการ
ทำกจิ กรรม
5. จิตวิทยาศาสตร์ด้านการใช้วิจารณญาณและความใจกว้าง จากการสงั เกตพฤติกรรมในการอภิปราย
6. จิตวิทยาศาสตรด์ า้ นความอยากรู้อยากเห็น จากการสังเกตพฤตกิ รรมในการทำ กิจกรรม
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นเคมี ม.6 เลม่ 5 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 พอลิเมอร์
2) อุปกรณก์ ารทดลอง
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งปฏบิ ตั ิการวทิ ยาศาสตร์
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรู้
การประเมนิ ด้านพุทธพิ ิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินดา้ นทกั ษะพิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านจิตพิสยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………….........................................................................................................................
.................................................................................................………………………………………............. ............
แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................……………………… ..............
............................................................................................. .................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………..………….ผสู้ อน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอื่ ……………………………..………………….
( นางสาววรารัตน์ กันเพ็ชร์)
รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแกง่ ชัชวลิตวิทยา
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอ่ื ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านแก่งชชั วลิตวทิ ยา
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 12
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว30225 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พอลเิ มอร์ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
เรอื่ ง การแกป้ ญั หาขยะจากพอลเิ มอร์ จำนวน 4 ชวั่ โมง
ผสู้ อน นางสาวดาราวดี ขำมี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ผลการเรยี นรู้
15. สบื ค้นข้อมลู และนำ เสนอตัวอยา่ งผลกระทบจากการใช้และการกำ จดั ผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์
และแนวทางแก้ไข
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มลู และนำ เสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใชแ้ ละการกำ จัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์
พรอ้ มทง้ั แนวทางแก้ไข
ทักษะกระบวนการทาง ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จติ วทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ 1. การใชว้ ิจารณญาณ
2. ความใจกว้าง
- 1. การสือ่ สารสารสนเทศและ 3. ความอยากรู้อยากเหน็
4. การเห็นคุณค่าทาง
การรเู้ ทา่ ทันสื่อ วิทยาศาสตร์
2.ความร่วมมอื การทำ งาน
เปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
3. สาระการเรยี นรู้
- การแกป้ ญั หาขยะจากพอลเิ มอร์
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การใชแ้ ละการกำ จัดผลิตภัณฑ์พอลเิ มอร์ในชีวิตประจำ วันควรคำ นึงถึงผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและส่งิ แวดลอ้ ม
การปอ้ งกันและการแก้ไขอาจทำ ไดโ้ ดย การลดการใชก้ ารรไี ซเคลิ และการใชพ้ อลิเมอร์ยอ่ ยสลายได้
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการวเิ คราะห์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครยู กตัวอย่างปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบตอ่ สุขภาพทีเ่ กิดจากขยะพอลิเมอรท์ ีเ่ ปน็
ขา่ วหรือเปน็ เรอื่ งทีส่ นใจในชุมชน เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเกิดความตระหนัก
2. ครูใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งขยะพลาสติกในชีวิตประจำ วนั และเขยี นวธิ กี ารลดปัญหาขยะพลาสติก
ดงั กลา่ วลงในกระดาษคนละ 1 วิธี โดยครอู าจกระตนุ้ ให้นักเรียนยกตัวอย่างขยะที่มาจากพลาสตกิ ที่แตกตา่ งกนั
จากนน้ั ครใู หค้ วามรู้เก่ยี วกับวิธีการลดปัญหาขยะพลาสตกิ ตามรายละเอยี ดในหนงั สือเรยี น แล้วให้นักเรยี นนำ
กระดาษท่ีเขียนไว้มาจัด กลุ่มตามประเภทของวิธกี ารลดปัญหาขยะพลาสติกซ่งึ ไดแ้ ก่ การลดการใช้ การรี
ไซเคลิ และการใช้พอลิเมอร์ย่อยสลายได้
3. ครูใหน้ ักเรียนทำ กจิ กรรม 13.3 สืบค้นขอ้ มลู เกยี่ วกับผลกระทบจากการใชผ้ ลิตภณั ฑ์
พอลิเมอรแ์ ละแนวทางแก้ไข โดยสามารถสบื คน้ ขอ้ มลู ไดจ้ ากอนิ เตอรเ์ นตโดยใชค้ ำ สำ คัญต่าง ๆ เชน่
ขยะพอลเิ มอร์ biodegradable plastic bioplastic waste management
7. การวดั และประเมนิ ผล
1. ความรเู้ ก่ียวกบั ผลกระทบจากการใช้พอลเิ มอร์และการกำ จดั ขยะพอลิเมอรแ์ ละแนวทางแก้ไข
จากการอภปิ ราย รายงานผลการสืบค้น และการนำ เสนอ
2. ทักษะการสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสอ่ื จากรายงานผลการสืบค้นและการนำ เสนอ
3. ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำ งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ จากการสังเกตพฤตกิ รรมในการ
ทำ กิจกรรม
4. จติ วทิ ยาศาสตร์ด้านการใช้วิจารณญาณและความใจกว้าง จากการสังเกตพฤติกรรมในการ
อภิปราย
5. จติ วิทยาศาสตรด์ า้ นความอยากรู้อยากเห็น จากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการทำ กจิ กรรม
6. จิตวทิ ยาศาสตร์ด้านการเห็นคุณคา่ ทางวิทยาศาสตรจ์ ากรายงานผลการสืบค้น
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนเคมี ม.6 เลม่ 5 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 พอลิเมอร์
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) ห้องปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
การประเมนิ ด้านพุทธิพสิ ยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านทักษะพิสัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินด้านจติ พสิ ยั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
……………………………………………………............................................................................................................... ..........
......................................................................................... ........……………………………………….........................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. ......………………………..............
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………..………….ผู้สอน
( นางสาวดาราวดี ขำมี )
ความคดิ เห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชอ่ื ……………………………..………………….
( นางสาววรารตั น์ กนั เพช็ ร์)
รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นแกง่ ชชั วลิตวิทยา
ความคิดเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………..
ลงชื่อ……………………………..………………….
( นายเกษม รัตนพรหม)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นแก่งชัชวลติ วทิ ยา
แบบสำรวจรายการทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารทดลอง
ชอื่ -นามสกลุ ………………………………………………………………………………………………………
ผลการสำรวจ
รายการทตี่ อ้ งสำรวจ มี ไม่มี
(ระบจุ ำนวนครั้ง)
การวางแผนการทดลอง
การทดลองตามขั้นตอน
การสงั เกตการทดลอง
การบันทกึ ผล
การอภิปรายผลการทดลองก่อนลงข้อสรุป
แบบประเมินทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารทดลองทใี่ ชเ้ กณฑ์การใหค้ ะแนนแบบแยกองคป์ ระกอบยอ่ ย
ชอื่ -นามสกลุ ………………………………………………………………………………………………………
คำชแี้ จง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทตี่ รงกับคุณลกั ษณะที่นกั เรยี นแสดงออก โดยจำแนกระดบั
ทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารทดลอง คะแนน
32 1
การเลอื กใชอ้ ุปกรณ์/เคร่ืองมือในการทดลอง
การใชอ้ ุปกรณ/์ เครื่องมอื ในการทดลอง
การทดลองตามแผนทกี่ ำหนด
แบบประเมินทักษะปฏบิ ตั ิการทดลองท่ีใชเ้ กณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบแยกองคป์ ระกอบยอ่ ย
ทักษะปฏบิ ัตกิ ารทดลอง 3 คะแนน 1
การเลือกใช้อปุ กรณ์/ เลอื กใช้อุปกรณ์/ 2 เลือกใชอ้ ุปกรณ/์
เคร่อื งมือในการทดลอง เคร่ืองมอื ในการ เครอ่ื งมอื ในการ
ทดลองได้ถูกตอ้ ง เลอื กใชอ้ ุปกรณ์/ ทดลองไมถ่ ูกต้อง
การใช้อุปกรณ์/เครื่องมือ เหมาะสมกับงาน เครื่องมอื ในการ
ในการทดลอง ใช้อปุ กรณ/์ เคร่อื งมือ ทดลองไดถ้ ูกต้องแต่ ใช้อุปกรณ/์
ในการทดลองได้ ไม่เหมาะสมกับงาน เครื่องมอื ในการ
การทดลองตามแผนท่ี อย่างคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์/เครื่องมือ ทดลองไมถ่ ูกต้อง
กำหนด แ ละถกู ต้องตาม ในการทดลองได้ถูก
หลักการปฏิบตั ิ ต้องตามหลกั การ ทดลองตามวิธกี าร
ทดลองตามวิธกี าร ปฏบิ ตั ิ แต่ไม่ และขั้นตอนท่ี
แ ละขนั้ ตอนที่ คลอ่ งแคลว่ กำหนดไว้ หรือ
กำหนดไว้อย่างถูก ทดลองตามวิธีการ ดำเนินการขา้ ม
ต้อง มีการปรับปรุง และขนั้ ตอนที่ ข้นั ตอนที่กำหนดไว้
แกไ้ ขเป็นระยะ กำหนดไว้ มีการ ไมม่ ีการปรบั ปรงุ
ปรบั ปรุงแก้ไขบา้ ง แกไ้ ข
การเขยี นรายงานการทดลอง
คะแนน
3 21
เขยี นรายงานตามลำดับ ขน้ั ตอนผล
การทดลองตรงตามสภาพจริงและ เขยี นรายงานการทดลอง เขียนรายงานโดยลำดับ
สือ่ ความหมาย
ตามลำดับแต่ไมส่ อื่ ขนั้ ตอนไมส่ อดคลอ้ งกนั และ
ความหมาย ไมส่ ื่อความหมาย
แบบประเมินคุณลกั ษณะด้านจติ วิทยาศาสตร์
คำช้ีแจง จงทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกบั คณุ ลกั ษณะทน่ี กั เรียนแสดงออก โดยจำแนกระดบั
พฤติกรรมการแสดงออกเปน็ 4 ระดบั ดังนี้
มาก หมายถงึ นักเรยี นแสดงออกในพฤติกรรมเหล่าน้ันอยา่ งสม่ำเสมอ
ปานกลาง หมายถึง นักเรยี นแสดงออกในพฤติกรรมเหล่านั้นเป็นครัง้ คราว
นอ้ ย หมายถึง นักเรยี นแสดงออกในพฤติกรรมเหลา่ นน้ั น้อยครงั้
ไมม่ ีการแสดงออก หมายถึง นักเรยี นไม่แสดงออกในพฤตกิ รรมเหลา่ นน้ั เลย
ระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออก
รายการพฤตกิ รรมการแสดงออก มาก ปานกลาง นอ้ ย ไม่มกี าร
แสดงออก
ดา้ นความอยากรอู้ ยากเหน็
1. นกั เรียนสอบถามจากผ้รู ู้หรือไปศกึ ษา
ค้นควา้ เพ่ิมเตมิ เมื่อเกิดความสงสัยใน
เรื่องราววทิ ยาศาสตร์
2. นกั เรยี นชอบไปงานนิทรรศการ
วทิ ยาศาสตร์
3. นกั เรยี นนำการทดลองที่สนใจไป
ทดลองต่อที่บ้าน
ดา้ นความซอ่ื สตั ย์
1. นกั เรียนรายงานผลการทดลองตามทีท่ ดลองได้
จรงิ
2. เมื่อทำการทดลองผดิ พลาด นกั เรยี นจะลอกผล
การทดลองของเพื่อส่งครู
3. เม่อื ครมู อบหมายให้ทำชิน้ งานออกแบบ
ส่ิงประดษิ ฐ์ นักเรยี นจะประดิษฐต์ ามแบบท่ีปรากฏ
อยใู่ นหนังสอื
ด้านความใจกวา้ ง
1. แม้วา่ นกั เรียนจะไมเ่ ห็นดว้ ยกบั การสรปุ
ผลการทดลองในกลุม่ แต่ก็ยอมรับผล
สรุปของสมาชกิ ส่วนใหญ่
2. ถ้าเพ่ือนแยง้ วิธีการทดลองของนักเรียน
และมเี หตผุ ลท่ีดีกวา่ นกั เรียนพร้อมท่ี
จะนำข้อเสนอแนะของเพื่อนไป
รายการพฤตกิ รรมการแสดงออก ระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออก
มาก ปานกลาง นอ้ ย ไมม่ กี าร
ปรับปรุงงานของตน
3. เมือ่ งานทน่ี ักเรยี นต้ังใจและทมุ่ เททำ แสดงออก
ถกู ตำหนหิ รือโตแ้ ย้ง นักเรยี นจะหมด
กำลงั ใจ
ดา้ นความรอบคอบ
1. นักเรยี นสรุปผลการทดลองทนั ทเี ม่ือ
เสรจ็ สนิ้ การทดลอง
2. นกั เรียนทำการทดลองซ้ำ ๆ กอ่ นทจี่ ะ
สรปุ ผลการทดลอง
3. นกั เรียนตรวจสอบความพรอ้ มของ
อปุ กรณ์ก่อนทำการทดลอง
ด้านความมุ่งมน่ั อดทน
1. ถึงแมว้ า่ งานค้นคว้าทท่ี ำอยู่มีโอกาส
สำเร็จไดย้ าก นักเรยี นจะยังค้นควา้ ต่อไป
2. นกั เรยี นลม้ เลกิ การทดลองทันที เม่ือผล
การทดลองทไ่ี ดข้ ัดจากท่ีเคยไดเ้ รยี นมา
3. เม่ือทราบวา่ ชดุ การทดลองทนี่ ักเรียน
สนใจตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการทดลอง
นาน นกั เรียนก็เปลีย่ นไปศึกษาชุดการ
ทดลองท่ีใช้เวลานอ้ ยกวา่
เจตคติทดี่ ตี อ่ วทิ ยาศาสตร์
1. นกั เรยี นนำความรทู้ างวทิ ยาศาสตรม์ า
ใชแ้ ก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั อยเู่ สมอ
2. นักเรียนชอบทำกิจกรรมทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับ
วทิ ยาศาสตร์
3. นักเรยี นสนใจตดิ ตามข่าวสารที่
เก่ียวขอ้ งกบั วิทยาศาสตร์
วธิ กี ารตรวจให้คะแนน คะแนน
ระดบั พฤตกิ รรมการแสดงออกคะแนน 4
มาก 3
ปานกลาง 2
นอ้ ย 1
ไมม่ ีการแสดงออก