สาระสาํ คัญ
บทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก เปนบทพระราชนพิ นธใ์ น
พระบาทสมเด็จ พระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ได้รบั การยกยอ่ งว่าเปนตอนทีมี
ความงามยงิ ทังในด้านวรรณศลิ ป และนาฏศลิ ป เหตกุ ารณใ์ นตอนนเี ปนจุดเรมิ ต้น
ของมหาสงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ ซงึ นกั เรยี นสามารถนาํ ขอ้ คิดทีได้รบั ไป
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้
สาระการเรยี นรู้
บทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก เปนบทพระราชนพิ นธใ์ น
พระบาทสมเด็จ พระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช เปนตอนทีกล่าวถึงนนทกผทู้ ํา
หนา้ ทีล้างเท้าใหเ้ หล่าทวดา แต่ถกู เหล่าเทวดากลันแกล้ง จึงไปขอพรจากพระอิศวร
พระอิศวรประทานพรใหม้ นี วิ เพชร สามารถชนี วิ ปลิดชพี ผคู้ นได้ นนทกจึงเทียวชนี วิ
ใสเ่ หล่าเทวดาจนเดือดรอ้ นไปทัวสวรรค์ พระนารายณจ์ ึงแปลงกายเปนเทพอัปสรมา
ปราบนนทกได้สาํ เรจ็ ในตอนนแี สดงใหเ้ หน็ ถึงขอ้ เสยี ของความเจ้าคิดเจ้าแค้น และสอื
ใหเ้ หน็ ว่าการกลันแกล้งผอู้ ืน ยอ่ มก่อใหเ้ กิดผลเสยี ต่อตนเองได้เชน่ กัน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั ที ๑ นําเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ครูนาํ เขา้ สบู่ ทเรยี น โดยการใหน้ กั เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรยี น ขอ้ สอบปรนยั ๔
ตัวเลือก จํานวน ๕ ขอ้
คําชแี จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบทีถกู ต้องเพยี งคําตอบเดียว
๑. ใครแต่งเรอื งรามเกียรติ
ก. รชั กาลที ๑ ข. รชั กาลที ๒ รชั กาลที ๓ ง. รชั กาลที ๔
๒. เรอื งรามเกียรติ แต่งด้วยคําประพนั ธช์ นดิ ใด
ก. กลอนสภุ าพ ข. กาพยย์ านี ๑๑ ค. กาพยฉ์ บงั ๑๖ ง. กลอนบทละคร
๓.ตัวละครตัวใดในเรอื งทีสมควรได้รบั การเหน็ ใจมากทีสดุ
ก. เทวดา ข. พระอิศวร ค. นนทก ง. พระนารายณ์
๔. ท่าราํ สดุ ท้ายทีนนทกใชน้ วิ ทํารา้ ยตัวเองคือท่าราํ ใด
ก. กินรนิ เลียบถา ข. มจั ฉาชมสาคร ค. เมขลาโยนแก้ว ง. นาคามว้ นหาง
๕. เหตกุ ารณใ์ ดเหมอื นตัวละครนนทกในเรอื งนี
ก. สมชายถกู เพอื นๆในหอ้ งรุมทํารา้ ย ข. เพอื นในหอ้ งไมพ่ ดู กับสมศรี
ค. สมศกั ดิได้รบั คัดเลือกเปนนกั เรยี นดีเด่น ง. สมเดชสอบไล่ได้เปนที ๑
๒. ครูนาํ ภาพตัวละครในบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก มาให้
นกั เรยี นดู เชน่ ภาพนนทก พระอิศวร พระนารายณแ์ ลวซกั ถามนกั เรยี นว่ารูจ้ ักตัว
ละครตัวใดบา้ ง และแต่ละตัวมบี ทบาทสาํ คัญอยา่ งไร
๓. ครูมอบหมายภาระงาน ใหน้ กั เรยี นคัดลายมอื ตัวบรรจงครงึ บรรทัด ในบทเด่นของ
เรอื ง
“เทพนมปฐมพรหมสหี นา้ สอดสรอ้ ยมาลาเฉดิ ฉนิ
ทังกวางเดินหงสบ์ นิ กินรนิ เลียบถาอําไพ
อีกชา้ นางนอนภมรเคล้า ทังแขกเต้าผาลาเพยี งไหล่
เมขลาโยนแก้วแววไว มยุเรศฟอนในอัมพร
ลมพดั ยอดตองพรหมนมิ ติ ทังพสิ มยั เรยี งหมอน
ยา้ ยท่ามจั ฉาชมสาคร พระสกี รขว้างจักรฤทธริ งค์
ฝายนนทกก็ราํ ตาม ด้วยความพสิ มยั ใหลหลง
ถึงท่านาคามว้ นหางวง ชตี รงถกู เพลาทันใด ฯ”
ขนั ที ๒ กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันเล่าเรอื งรามเกียรติตามทีเคยได้อ่าน หรอื ได้เรยี นมา แล้วให้
นกั เรยี นอ่านเรอื งยอ่ ของบทละครเรอื ง รามเกียรติตอน นารายณป์ ราบนนทก ใน
หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื ฐานภาษาไทย ชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒ เพอื ใหเ้ ขา้ ใจเนอื หามาก
ยงิ ขนึ
๒. ครูใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งเนอื เรอื งบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบ
นนทก ในหนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื ฐานภาษาไทย ชนั มธั ยมสกึ ษาปที ๒
๓. ครูแบง่ เนอื เรอื งออกเปนตอน ๆ แล้วแบง่ นกั เรยี นออกเปนกล่มุ ใหแ้ ต่ละกล่มุ ถอด
คําประพนั ธ์ กล่มุ ละ ๑ ตอน เสรจ็ แล้วสง่ ตวแทนออกมาอ่านใหเพอื นฟงหนา้ ชนั เรยี น
โดยมคี รูคอยเพมิ เติมเพอื ใหก้ ารรายงานของแต่ละกล่มุ สมบูรณม์ ากขนึ
๔. ครูซกั ถามความเขา้ ใจของนกั เรยี นตามแนวคําถามต่อไปนี
๔.๑ เมอื นกั เรยี นอ่านบทรอ้ ยกรองตังแต่ มาจะกล่าวบทไป จนถึง เฝาพระ
อิศราธบิ ดีแล้ว หากนกั เรยี นเปนนนทก นกั เรยี นจะโกรธแค้นเหล่าเทวดาหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด แค้น/ไมแ่ ค้น อธบิ ายขยายความเพมิ เติม
๔.๒ หากนกั เรยี นเปนพระอิศวรนกั เรยี นจะแก้ไขปญหานอี ยา่ งไร เสกใหน้ วิ
เพชรหายไปหรอื อืน ๆ
๔.๓ นกั เรยี นเคิดวาการทีพระนารายณแ์ ปลงกายเปนเทพอัปสรไปล่อลวง
นนทกแล้วสามารถฆา่ นนทกได้ในทีสดุ เปนการกระทําทีเหมาะสมหรอื ไม่ เพราะอะไร
เหมาะสม/ไมเ่ หมาะสม อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ
๓. นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาอภิปรายเกียวกบการกระทําของเหล่าเทวดาทีกระทําต่อน
นทกและ การกระทําของนนทกทีใชน้ วิ เพชรสงหารเหล่าเทวดาวาเปนการกระทําที
เหมาะสมหรอื ไม่ อยา่ งไร แล้วสรุปผล เหมาะสม/ไมเ่ หมาะสม อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ
ขนั ที ๓ ฝกฝนผเู้ รยี น
๑. นกั เรยี นทําใบงานเกียวกับบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอนนารายณป์ ราบนนทก
๒. นกั เรยี นเขยี นเรอื งยอ่ จากเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก ลงในสมดุ
ตามสาํ นวนโวหารของนกั เรยี นเอง เพอื เพมิ ความเขา้ ใจในเนอื หา
๓. นกั เรยี นวาดภาพประกอบเรอื งดังกล่าว ในตอนใดก็ได้ตามจินตนาการของนกั เรยี น
พรอ้ มทัเขยี นอธบิ ายภาพทีวาดลงใน
ขนั ที ๔ นําไปใช้
นกั เรยี นนาํ ความรู้ และขอ้ คิด จากบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบ
นนทก ไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจําวัน
ขนั ที ๕ สรุป
นกั เรยี นรว่ มกันสรุปสาระสาํ คัญและขอ้ คิดทีได้จากบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน
นารายณ์ ปราบนนทก บนทึกลงสมดุ
สอื การเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี นภาษาไทย
๒. ภาพตัวละครในเรอื ง รามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
๓. ใบความรูเ้ รอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
แหล่งการเรยี นรู้
๑. หอ้ งสมดุ
๒. อินเทอรเ์ นต็
๓. หนงั สอื เรยี น
การวัดและการประเมนิ ผล
วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑. การทําใบงานแบบฝกหดั
๒. การประเมนิ การสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคล
๓. การประเมนิ การนาํ เสนอแนวคิด ผลงาน
เครอื งมอื วัดประเมนิ ผล
๑. ใบงานแบบฝกหดั
๒. แบบประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
๓. แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
เกณฑ์การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นตอบคําถามในแบบฝกหัดได้ถูกต้องผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๒. นกั เรยี นมคี ะแนนการสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคลผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ
๘๐
๓. นกั เรยี นมคี ะแนนนาํ เสนอผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
บันทึกขอ้ เสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
................................................................................................................................
ลงชอื ...........................................
ตําแหนง่ ......................................
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
บันทึกผลการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ปญหา/อุปสรรค
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ลงชือ ...........................................
ครูผส้ อน
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
ใบความรูท้ ี ๕ บทละคร
เรอื ง รามเกยี รติ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ผแู้ ต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มพี ระนาม
เดิมว่า ด้วง พระชนกคือหลวงพินจิ อักษร กับพระชนนคี ือ ดาวเรือง
ทรงขนึ ครองราชยห์ ลังจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรเี สด็จสวรรคต
เปนปฐมกษัตรยิ แ์ หง่ ราชวงศจ์ ักรี ตลอดรชั กาลพระองค์ทรงทํา
สงครามทังกับพมา่ และปราบหวั เมอื งต่าง ๆ ทรงสร้างระเบียบการ
ปกครอง ฟนฟูพระพุทธศาสนา ศลิ ปะศาสตร์ และอักษรศาสตร์
รวบรวมชําระกฎหมายตราสามดวงจนสมบูรณ์ และพระองค์ยงั เปนก
วีโดยทรงพระราชนพิ นธว์ รรณคดีไว้หลายเรือง ได้แก่ รามเกียรติ
ดาหลัง อุณรุท และกลอนนริ าศ เรอื งรบพมา่ ทีท่าดินแดง
ทมี าของเรอื ง นาํ เค้าเรอื งมาจากมหากาพยร์ ามายณะของอินเดีย
จุดมงุ่ หมายในการแต่ง เพอื รวบรวมรามเกียรติใหส้ มบูรณ์ และเพอื
แสดงพระเกียรติของพระรามหรอื พระมหากษัตรยิ ไ์ ทย
ลักษณะคําประพนั ธ์ แต่งด้วยกลอนบทละคร กลอนบทละคร เปนคํา
ประพนั ธช์ นดิ หนงึ ซงึ แต่งขนึ เพอื ใชใ้ นการเล่นละคร ต้องอาศยั
ทํานองขบั รอ้ งและเครอื งดนตรปี ระกอบ แต่งเสรจ็ ต้องนาํ ไปซกั ซอ้ ม
ปรบั ปรุง ดังนนั จํานวนคําของแต่ละวรรคจึงไมเ่ ท่ากันขึนอยูก่ ับ
จังหวะขบั รอ้ งเปนสาํ คัญ ว่าโดยหลักมแี ต่ ๖ คํา ถึง ๙ คํา แต่ทีปรากฏ
ว่าใชม้ ากสดุ คือ ๖ คํา เชน่ เรอื งรามเกียรติ เฉพาะวรรคแรกขึนต้น ใช้
๒ คํา ถึง ๔-๕ คํา บางคราวก็สง่ สมั ผสั ไปยงั วรรคที ๒ บางคราวก็ไมส่ ง่
คําทีใช้เชน่ เมอื นนั , บัดน,ี นอ้ งเอ๋ยนอ้ งรกั
แมก้ ลอนสดับ จะใช้คําพดู เพยี งสองคํา ก็ถือถือว่าเต็มวรรค โดย
ลักษณะสมั ผสั ในวรรคและนอกวรรค นยิ มใช้แบบกลอนสุภาพ แต่ง
เปนตอน ๆ พอจบตอนหนงึ ขนึ ตอนต่อไปใหม่ ไมต่ ้องรับสมั ผสั ไปถึง
ตอนทีจบ เพราะอาจเปลียนทํานองตามบทบาทตัวละคร ทีขนึ ต้นว่า
เมอื นนั ใชส้ าํ หรบั พระเอกหรอื ผนู้ าํ ในเรอื ง บดั นนั
เรอื งยอ่ นนทกมหี นา้ ทีล้างท้าเทวดาอยูท่ ีเชงิ เขาไกรลาส เมอื เทวดา
พากันไปเฝาพระอิศวร พวกเทวดาชอบขม่ เหงนนทกอยูเ่ ปนประจํา
ด้วยการลบู หวั บ้าง ตบหวั บา้ ง จนกระทังผมรว่ งหมดนนทกแค้นใจ
เปนอันมาก จึงไปเฝาพระอิศวร กราบทูลว่าตนได้รบั ใชม้ านาน ยังไม่
เคยได้รบั สงิ ตอบแทนเลย จึงทลู ขอใหน้ วิ เปนเพชร มฤี ทธิชผี ้ใู ดก็ใหผ้ ู้
นนั ตายได้ พระอิศวรก็ประทานใหต้ ามขอ เมอื เทวดามาลูบศรี ษะเล่น
เชน่ เคย นนทกก็ชใี หต้ ายลงเปนจํานวนมาก พระอิศวรทรงทราบก็
กรวิ โปรดใหพ้ ระนารายณไ์ ปปราบ พระนารายณ์แปลงเปนนางฟามา
ยวั ยวน นนทกนกั รกั จึงเกียวนาง นางแปลงจึงชวนให้นนทกราํ ตาม
นางก่อนจึงจะรบั รกั นนทกตกลงรําตามไปจนถึง ท่ารําทีใชน้ งิ เพชรชี
เขา่ ตนเอง นนทกล้มลง ก่อนตายนนทกเห็นนางแปลงปรากฏรา่ งเปน
พระนารายณ์ จึงต่อว่าพระนารายณ์มีอํานาจ มีถึง ๔ กร เหตใุ ดจึงต้อง
ทําอุบายมาหลอกลวงตน พระนารายณจ์ ึงให้นนทกไปเกิดใหมใ่ หม้ ถี ึง
๒๐ มอื แล้วพระองค์จะตามไปเกิดเปนมนษุ ยม์ เี พยี ง ๒ มอื ลงไปสู้ด้วย
นนทกจึงไปเกิดเปนทศกัณฐ์ สว่ นพระนารายณ์ก็อวตารลงมาเปน
พระรามแนวคิด อํานาจเมอื อยูก่ ับผูท้ ีไมร่ ูจ้ ักใชย้ อ่ มเปนโทษ
แบบฝกหดั ที ๒
ใหน้ กั เรยี นทําเครอื งหมาย / หนา้ ขอ้ ความทีถกู ต้อง และ X หนา้
ขอ้ ความทีไมถ่ กู ต้อง ตามขอ้ เท็จจรงิ
....... ๑. รามเกียรติมมี าแต่ครงั สโุ ขทัย ดังปรากฏในศลิ าจารกึ หลักที ๑
เรอื งถาพระราม
....... ๒. รชั กาลที ๑ โปรดเกล้าใหน้ กั ปราชญร์ าชบณั ฑิตชว่ ยกันแต่ง
บทละครเรอื งรามเกียรติขนึ มาใหมใ่ ห้เปนฉบบั ทีสมบูรณ์
....... ๓. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มี
พระนามเดิมว่า บุญมา ทองด้วง
....... ๔. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มีพระ
ชนกคือ หลวงพินจิ อักษร กับ พระชนนคี ือ ดาวเรอื ง
....... ๕. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชเคยเปน
หลวงยกบัตรเมอื งราชบุรี
....... ๖. นนทกถูกเหล่าเทวดากลันแกล้งเพราะหนา้ ตาอัปลักษณ์
....... ๗. พระรามเปนผมู้ อบนวิ เพชรใหน้ นทก
....... ๘. นนทกตายเพราะใชน้ วิ เพชรชีเข้าตนเองเพราะรําตามนาง
อัปสร
....... ๙. นนทกเกิดใหมเ่ ปนทศกัณฐ์
....... ๑๐.เหตกุ ารณบ์ นสวรรค์เกิดขนึ ทีเชงิ เขาภญัณฑ์ฑี
เฉลยแบบฝกหดั ที ๒
ใหน้ กั เรยี นทําเครอื งหมาย / หนา้ ขอ้ ความทีถกู ต้อง และ X หน้าข้อความ
ทีไมถ่ ูกต้อง ตามขอ้ เท็จจรงิ
....ถกู .... ๑. รามเกียรติมมี าแต่ครงั สโุ ขทัย ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที
๑ เรอื งถาพระราม
.....ถูก.... ๒. รชั กาลที ๑ โปรดเกล้าใหน้ กั ปราชญร์ าชบณั ฑิตชว่ ยกันแต่ง
บทละครเรอื งรามเกียรติขนึ มาใหมใ่ หเ้ ปนฉบับทีสมบูรณ์
....ถูก.... ๓. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มี
พระนามเดิมว่า บุญมา ทองด้วง
...ผดิ .... ๔. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช มีพระ
ชนกคือ หลวงพนิ จิ อักษร กับ พระชนนคี ือ ดาวเรอื ง
...ผดิ .... ๕. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชเคยเปน
หลวงยกบตั รเมอื งราชบุรี
....ถูก.... ๖. นนทกถูกเหล่าเทวดากลันแกล้งเพราะหน้าตาอัปลักษณ์
....ผดิ .... ๗. พระรามเปนผมู้ อบนวิ เพชรให้นนทก
....ถูก.... ๘. นนทกตายเพราะใชน้ วิ เพชรชีเข้าตนเองเพราะรําตามนาง
อัปสร
....ถูก.... ๙. นนทกเกิดใหมเ่ ปนทศกัณฐ์
....ผดิ .... ๑๐. เหตกุ ารณบ์ นสวรรค์เกิดขนึ ทีเชงิ เขาภญณั ฑ์ฑี
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี ๔
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : ภาษาไทย ระดับชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒
รหสั วิชา ท๒๒๑๐๑ วิชา ภาษาไทย เวลา ๖๐ ชวั โมง
หน่วยที ๔ ชอื หน่วย บทละครเรอื งรามเกยี รติ ตอนนารายณ์ปราบนนทก
เวลา ๘ ชวั โมง
เรอื งที ๒ เรอื ง คําไวพจน์และคําทมี าจากภาษาอืน เวลา ๒ ชวั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชวี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลียนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปนสมบตั ิของชาติ
ตัวชวี ัด
๑.ท ๑.๑ (ม. ๒/๒) จับใจความสาํ คัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอียดจากเรอื งทีอ่าน
๒.ท๔.๑ (ม.๒/๕) รวบรวมและอธบิ ายความหมายของคําภาษาต่างประเทศทีใชใ้ น
ภาษาไทย
๓.ท ๕.๑ (ม. ๒/๔) สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากการอ่านไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. รวบรวมคําไวพจน์ แลพคําทีมาจากภาษาอืนได้ (K, P)
๒. พดู หรอื เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกียวกับเรอื งทีอ่าน ฟง หรอื ดไู ด้อยา่ งมเี หตผุ ล (K,
P)๓. ใชท้ ักษะทางภาษาเปนเครอื งมอื ในการเรยี น การแสวงหาความรูแ้ ละการดําเนนิ
ชวี ิตได้ (P)
๔. นาํ สารประโยชนท์ ีได้รบั ไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจําวัน (P)
๕. ตระหนกั ในคณุ ค่าของการใชภาษาไทยได้ถกู ต้อง (A)
สมรรถนะของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซอื สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มนั ในการทํางาน
๗. รกั ความเปนไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
สาระสาํ คัญ
การแต่งวรรณคดีและวรรณกรรม ผแู้ ต่งได้สรรคํามาใช้ เพอื ความไพเราะและ
ความสละสลวยของ ภาษาดังนนั การรูท้ ีมาของคําศพั ท์จะทําใหเ้ ขา้ ใจเนอื เรอื งทีอ่าน
ได้อยา่ งลึกซงึ
สาระการเรยี นรู้
คําไวพจน์ คือ คําทีเขยี นต่างกัน แต่มคี วามหมายเหมอื นกัน การใชค้ ําไวพจน์
ชว่ ยใหเ้ รามคี ําใชม้ ากขนึ โดยสว่ นใหญแ่ ล้วเรามกั ใชค้ ําไวพจนใ์ นการแต่งคํา
ประพนั ธ์ เพอื ใหไ้ ด้ถ้อยคําทีหลากหลาย เพอื ใหส้ มั ผสั ตามลักษณะบงั คับของคํา
ประพนั ธช์ นดิ นนั ๆ โดยไมซ่ าคํา และเพอื ความไพเราะบทละครเรอื งรามเกียรติ
ตอน นารายณป์ ราบนนทกเปนบทพระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอด
ฟาจุฬาโลกมหาราช การศกึ ษาพระราชประวัติผทู้ ีทรงพระราชนพิ นธจ์ ะทําใหท้ ราบ
ถึงพระราชประวัติและพระราชนพิ นธท์ ีสาํ คัญรามเกียรติมตี ้นเค้ามาจากเรอื งรามาย
ณะ มหากาพยของอินเดีย ซงึ เปนทีแพรห่ ลายเปนอยางมาก นอกจากนี เนอื เรอื ง
และตัวละครจากเรอื งรามเกียรติยงั เปนทีมาของสาํ นวนความเปรยี บทีคนไทย นาํ มา
ใชอ้ ีกด้วย
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั ที ๑ นําเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ครูติดตัวอยา่ งบทรอ้ ยกรองบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งบทรอ้ ย
กรอง พรอ้ มกันครูซกั ถามนกั เรยี นว่า ในบทรอ้ ยกรองนมี คี ําใดบา้ งทีมคี วามหมาย
เหมอื นกัน และมคี ําใดบา้ ง ทีไมใ่ ชค่ ําไทยแท้แต่เปนคําทีมาจากภาษาอืน
เมอื นนั พระอิศวรบรมรงั สรรค์
เหน็ นนทกโศกาจาบลั ย์ พระทรงธรรมใหค้ ิดเมตตา
จึงมเี ทวราชบรรหาร เอ็งต้องการสงิ ใดจงเรง่ ว่า
ตัวกจู ะใหด้ ังจินดา อยา่ แสนโศกาอาลัย
*คําทีตัวอักษรสแี ดงคือคําทีไมใ่ ชค่ ําไทยแท้ พระอีศวร ความหมายเหมอื นกับ
พระทรงธรรม โศกาจาบลั ย์ ความหมายเดียวกับ โศกาอาลัย
๒. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่าคําทีมคี วามหมายเหมอื นกันเรยี กว่าคําไวพจน์
และคําที เราใช้ กันในภาษาไทยไไมใ่ ชค่ ําไทยแท้ทังหมด มคี ําทียมื มาจากภาษาอืน
ด้วย เชน่ ภาษาบาลี สนั สกฤต ภาษาเขมร ภาษาชวา
๓. ครูตรวจสอบผลงานของนกั เรยี น โดยสมุ่ เรยี กนกั เรยี นใหบ้ อกคําไวพจน์ และ
คําทีมาจาก ภาษาต่างประเทศ จากบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบน
นทก ตามทีได้รบั มอบหมายใหไ้ ปหามา
ขนั ที ๒ กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ครูอธบิ ายลักษณะของคําไวพจน์ พรอ้ มยกตัวอยา่ งใหน้ กั เรยี นฟงแล้วใหน้ กั เรยี น
ชว่ ยกันบอกคําไวพจนข์ องคําต่อไปนใี หไ้ ด้มากทีสดุ
พระอาทิตย์ สรุ ยิ า สรุ ยิ นั ต์ ตะวัน อาทิตย์ สรุ เิ ยนต์
แมน่ า ธารา ธาร ชลาลัย ชลที ชลนาถ
ปา พนา พงพนา อรญั ญกิ ไพรวัน พงพี
นก วิหค ปกษา ปกษี ทิชากร สกณุ า
พระจันทร์ แข บุหลัน มนทก ศศิ พธิ ุ
๒. แบง่ นกั เรยี นออกเปนกล่มุ ใหแ้ ต่ละกล่มุ หาคําไวพจนจ์ ากบทละครเรอื งรามเกียรติ
ตอน นารายณป์ ราบนนทกเสรจ็ แล้ว สง่ ตวแทนออกมาอ่านใหเ้ พอื นฟงหนา้ ชนั เรยี น
ครูชว่ ยตรวจสอบ แล้วจดบนั ทึกลงสมดุ
๓. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปผลการอภิปรายแสดงความคิดเหน็
๔. ครูอธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟงว่าวรรณคดีเรอื งรามเกียรติ เปนวรรณคดทีมคี วาม
คล้ายคลึงกันในกล่มุ ประเทศสมาชกิ อาเซยี นหลายประเทศ เชน่ ประเทศลาว มเี รอื ง
พะลักพะลาม ประเทศ กัมพชู า มเี รอื ง เรยี มเกรย์
ขนั ที ๓ ฝกฝนผเู้ รยี น
๑. ใหน้ กั เรยี นทําใบงานคําไวพจนท์ ีมาจากภาษาอืน
๒.นกั เรยี นรวบรมคําไวพจนแ์ ละคําทีมาจากภาษาอืน จากหนงั สอื วรรณคดีหรอื ที
พบเหน็ ในชวี ิตประจําวัน มาทําเปนโครงงาน
๓. นกั เรยี นศกึ ษาสาํ นวนความเปรยี บจากบทละครเรอื งรามเกียรติแล้วชว่ ยกันยก
ตัวอยา่ งประโยคทีมเี หตกุ ารณส์ อดคล้องกับสาํ นวนทีศกึ ษาและชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
นาบอ่ นอ้ ย - นาลาย คําพดู ทําเกินเจ้าสงั - ทําเกินอํานาจทีได้รบั มอบหมาย
ลิงหลอกเจ้า - ล่อลวงผใู้ หญเ่ วลาเผลอ สบิ แปดมงกฏุ - นกั ต้มต้มุ จอมหลอกลวง
ขนั ที ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรยี นนาํ ความรูเ้ กียวกับคําไวพจนแ์ ละคําทีมาจากภาษาอืนไปปรบั ใชใ้ นการ
เรยี นและในชวี ิตประจําวัน
๒. นกั เรยี นมคี วามรูเ้ กียวกับประวัติผแู้ ต่งและบอ่ เกิดรามเกียรติไปเล่าใหเ้ พอื นหรอื
ผทู้ ีสนใจฟง
๓. นกั เรยี นนาํ สาํ นวนความเปรยี บจากบทละครเรอื งรามเกียรติไปใชส้ อื สารในชวี ิต
ประจําวัน
ขนั ที ๕ สรุป
๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปลักษณะคําไวพจน์ และคําทีมาจากภาษาอืน บนั ทึก
ลงสมดุ
๒. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปบอ่ เกิดรามเกียรติและสาํ นวนความเปรยี บจากบท
ละครเรอื ง รามเกียรติบนั ทึกลงสมดุ
๓. ครูใหน้ กั เรยี นทบทวนความรูเ้ กียวกับหลักเกณฑ์ ในการพจิ ารณาวรรณคดีและ
วรรณกรรม รอ้ ยกรองว่าพจิ ารณาในเรอื งใดบา้ ง แล้วสรุปความรูเ้ พอื เตรยี มจัดการ
เรยี นรูค้ รัง้ ต่อไป
สอื การเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี นภาษาไทย
๒. บทรอ้ ยกรองจากเรอื ง รามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
๓. ใบความรูเ้ รอื งคําไวพจน์
แหล่งการเรยี นรู้
๑. หอ้ งสมดุ
๒. อินเทอรเ์ นต็
๓. หนงั สอื เรยี น
การวัดและการประเมนิ ผล
วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑. การทําใบงานแบบฝกหดั เรอื งคําไวพจน์
๒. การประเมนิ การสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคล
๓. การประเมนิ การนาํ เสนอแนวคิด ผลงาน
เครอื งมอื วัดประเมนิ ผล
๑. ใบงานแบบฝกหดั เรอื งคําไวพจน์
๒. แบบประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
๓. แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
เกณฑ์การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นตอบคําถามในแบบฝกหดั ได้ถกู ต้องผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๒. นกั เรยี นมคี ะแนนการสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคลผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๓. นกั เรยี นมคี ะแนนนาํ เสนอผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
บนั ทึกขอ้ เสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
................................................................................................................................
ลงชอื ...........................................
ตําแหนง่ ......................................
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
บนั ทึกผลการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
................................................................................................................................
ปญหา/อุปสรรค
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ลงชอื ...........................................
ครูผส้ อน
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
ใบความรูท้ ี ๖ เรอื ง คําไวพจน์
คําไวพจน์ หมายถึง คําทีเขยี นต่างกันแต่มคี วามหมายเหมอื นกัน
หรอื ใกล้เคียงกันมาก ในหนงั สอื แบบเรยี นภาษาไทยของพระยาศรี
สนุ ทรโวหาร(นอ้ ย อาจารยางกรู ) หมายถึง คําทีออกเสยี งเหมอื นกันแต่
เขยี นต่างกัน และมคี วามหมายต่างกัน (ราชบณั ฑิตยสถาน, ๒๕๔๖,
หนา้ ๑๐๙๑)การรูจ้ ักคําและความหมายของคําจํานวนมาก นบั เปน
องค์ประกอบสาํ คัญอีกประการหนงึ กวีเอกสนุ ทรภ่มู คี วามสามารถ
เลือกใชค้ ําได้มากมายทังทีใหค้ วามหมายลึกซงึ และความไพเราะ
งดงามทางภาษา นกั เรยี นสามารถศกึ ษาคําประพนั ธข์ องท่านเปน
ตัวอยา่ งได้ ดังนนั นกั เรยี นควรศกึ ษาในเรอื งคําไวพจนโ์ ดยเฉพาะอยา่ ง
ยงิ คําทีเขยี นต่างกันแต่มคี วามหมายเหมอื นกันหรอื ใกล้เคียงกันมาก
เพอื นาํ ไปใชใ้ นการแต่งกาพยย์ านี ๑๑ ใหถ้ กู ต้องตามฉนั ทลักษณ์ และ
ได้ความหมาย
ตัวอยา่ งคําไวพจน์
เมอื ง : นครา กรุง บุรนิ ทร์ ธานี บุรี นคร ราชธานี ปุระ พารา นคเรศ
นครนิ ทร์ ธานนิ ทร์
ภเู ขา : บรรพต ไศล สงิ ขร ภผู า พนม ภู
ดอกบวั : อุบล บงกช นลิ บุ ล ปทมุ กมทุ ปทม สาโรส โกเมศ ปทมุ มา
อรพนิ ท์
นกยูง : กระโงก มยุรา มยุระ มยุเรศ มยุรี โมรี เมารี บุหรง
พระพรหม : จัตพุ กั ตร์ นริ ทรุหณิ พระทรงหงส์ วิธาดา ธาดา กมลาสน์
สรษดา สรษดา ปรชาบดี
พระเจ้าแผน่ ดิน : บดินทร์ นโรดม นฤเบศน์ เจ้าหล้า ภมู นิ ทร์ ภบู าล ภู
บดินทร์ ธรารกั ษ์ นรนิ ทร์ นฤบดี จอมราช ท่านไท้ธรณี
แบบฝกหดั ที ๓
ใหน้ กั เรยี นจับค่คู ําศพั ท์และความหมายโดยนาํ ตัวอักษรทางขวามอื มาใส่
ในชอ่ งว่างทางซา้ ยมอื ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม
....... ๑. กร ก. นกยูง
....... ๒. หสั นยั น์ ข. รอ้ งไหส้ ะอึกสะอืน
....... ๓. อัมรนิ ทร์ ค. ทะเลนานมทีพาํ นกั ของพระนารายณ์
....... ๔. ปรารมภ์ ง. ชอื ภเู ขาเปนทีประทับของพระอิศวร
....... ๕. พระสรุ สั วดี จ. ครุฑ
....... ๖. มโนรส ฉ. ในทีนหี มายถึง ขนั บนั ได
....... ๗. สบุ รรณ ช. ผมู้ พี นั ตา หมายถึง พระอินทร์
....... ๘. เกษียรวารี ซ. มาจากภาษามอญว่า เกลิง แปลว่า มา
....... ๙. ไกรลาส ฌ. ตรศี ลู เปนอาวุธสามง่าม
....... ๑๐.อัฒจันทร์ ญ. พระนารายณ์
....... ๑๑. เกลง ฎ. พระนามของพระอินทร์
....... ๑๒. ตรี ฏ. ราํ พงึ , วิตก
....... ๑๓. พระหรวิ งศ์ ฐ. มเหสขี องพระพรหม
....... ๑๔. จาบลั ย์ ฑ. ความหวัง,ความประสงค์
....... ๑๕. มยุเรศ ฒ. แขน
เฉลยแบบฝกหดั ที ๓
ใหน้ กั เรยี นจับค่คู ําศพั ท์และความหมายโดยนาํ ตัวอักษรทางขวามอื มาใส่
ในชอ่ งว่างทางซา้ ยมอื ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม
....ฒ.... ๑. กร ก. นกยูง
....ช.... ๒. หสั นยั น์ ข. รอ้ งไหส้ ะอึกสะอืน
....ฎ.... ๓. อัมรนิ ทร์ ค. ทะเลนานมทีพาํ นกั ของพระนารายณ์
....ฏ.... ๔. ปรารมภ์ ง. ชอื ภเู ขาเปนทีประทับของพระอิศวร
....ฐ.... ๕. พระสรุ สั วดี จ. ครุฑ
....ฑ.... ๖. มโนรส ฉ. ในทีนหี มายถึง ขนั บนั ได
....จ.... ๗. สบุ รรณ ช. ผมู้ พี นั ตา หมายถึง พระอินทร์
....ค.... ๘. เกษียรวารี ซ. มาจากภาษามอญว่า เกลิง แปลว่า มา
....ง.... ๙. ไกรลาส ฌ. ตรศี ลู เปนอาวุธสามง่าม
....ฉ.... ๑๐. อัฒจันทร์ ญ. พระนารายณ์
....ซ.... ๑๑. เกลง ฎ. พระนามของพระอินทร์
....ฌ.... ๑๒. ตรี ฏ. ราํ พงึ , วิตก
....ญ.... ๑๓. พระหรวิ งศ์ ฐ. มเหสขี องพระพรหม
....ข.... ๑๔. จาบลั ย์ ฑ. ความหวัง,ความประสงค์
....ก.... ๑๕. มยุเรศ ฒ. แขน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี ๕
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : ภาษาไทย ระดับชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒
รหสั วิชา ท๒๒๑๐๑ วิชา ภาษาไทย เวลา ๖๐ ชวั โมง
หน่วยที ๔ ชอื หน่วย บทละครเรอื งรามเกยี รติ ตอนนารายณ์ปราบนนทก
เวลา ๘ ชวั โมง
เรอื งที ๓ เรอื ง การพจิ ารณาคณุ ค่ากลอนบทละคร เวลา ๒ ชวั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชวี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด
และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็
คณุ ค่าและนาํ มาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ตัวชวี ัด
๑. ท ๑.๑ (ม. ๒/๒) จับใจความสาํ คัญ สรุปความ และอธบิ ายรายละเอียดจากเรอื งทีอ่าน
๒. ท ๑.๑ (ม. ๒/๔) อภิปรายแสดงความคิดเหน็ และขอโต้แยง้ เกียวกับเรอื งทีอ่าน
๓. ท.๓.๑ (ม.๒/๑) พดู สรุปใจความสาํ คัญของเรอื งทีฟงและดู
๔. ท.๓.๑(ม.๒/๓) วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ รอื งทีฟงและดอู ยา่ งมเี หตผุ ล เพอื นาํ ขอ้ คิดมา
ประยุกต์ใชใ้ นการดําเนนิ ชวี ิต
๕. ท.๓.๑(ม.๒/๕) พดู รายงานเรอื งหรอื ประเด็นทีสกึ ษาค้นคว้า
๖. ท.๓.๑(ม.๒/๖) มมี ารยาทในการฟง การดู และการพดู
๗. ท ๕.๑ (ม. ๒/๑) สรุปเนอื หาวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่านในระดับทียากขนึ
๘. ท ๕.๑ (ม. ๒/๒) วิเคราะหว์ ิจารณว์ รรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถินทีอ่าน
พรอ้ มยกเหตผุ ลประกอบ
๙. ท ๕.๑ (ม. ๒/๓) อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่าน
๑๐. ท ๕.๑ (ม. ๒/๔) สรุปความรูแ้ ละขอ้ คิดจากการอ่านไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. จับใจความสาํ คัญ ตีความ สรุปความ และแสดงความคิดเหน็ เกียวกับเรอื งทีอ่าน
ได้ (K, P)
๒. วิเคราะหเ์ รอื งทีอ่านตามหลักการและแนวทางในการพจิ ารณาคณุ ค่าของ
วรรณคดีหรอื วรรณกรรมได้ (K, P)
๓. บอกความหมาย ประเภท และประโยชนข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมได้ (K)
๔. บอกคณุ ค่าและขอ้ คิดจากเรอื งทีอ่านและแนวทางการนาํ มาปรบั ใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้
(K, P)
๕. เหน็ คณุ ค่าและซาบซงึ ในการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมไทย (A)
๖. พดู หรอื เขยี นแสดงความคิดเหน็ จากเรอื งทีอ่าน ฟง หรอื ดไู ด้อยา่ งมเี หตผุ ล (K, P)
๗. นาํ สารประโยชนท์ ีได้รบั ไปปรบั ใชในชวี ิตประจําวันได้ (P)
สมรรถนะของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแก้ปญหา
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซอื สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มนั ในการทํางาน
๗. รกั ความเปนไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
สาระสาํ คัญ
กลอนบทละคร เรอื ง รามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก แสดงใหเ้ หน็ ถึง
คณุ ค่าของหลาย ๆ ด้าน ทังด้านเนอื หา ภาษา สะท้อนภาพสงั คม แนวคิดและ
วรรณศลิ ปออกมาได้อยา่ งงดงาม
สาระการเรยี นรู้
การพจิ ารณาคณุ ค่ากลอนบทละครเปนการพนิ จิ พจิ ารณาแยกแยะสงิ ต่าง ๆ ที
ผแู้ ต่งมงุ่ นาํ เสนอ แก่ผอู้ ่าน โดยการอาศยั ถ่ายทอดออกมาอยา่ งมศี ลิ ปะ ทังในด้าน
กลวิธกี ารแต่งและด้านเนอื หา เพอื ใหผ้ อู้ ่านได้ค้นหาความรูแ้ ละขอ้ คิดคติธรรมที
สอดแทรกในกลอนบทละครเหล่านน้ มาปรบั ใชใ้ หเ้ กิดประโยชนต์ ่อการดําเนนิ ชวี ิต
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั ที ๑ นําเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ครูสนทนากับนกั เรยี นเกียวกับแนวคิดของบทละคร เรอื ง รามเกียรติ ตอน นาราย
ณป์ ราบนนทก
๒. นกั เรยี นชว่ ยกันบอกว่าการพจิ ารณาวรรณคดีทีเปนกลอนบทละครควรพจิ ารณา
ในเรอื งใดบา้ ง
๓. ครูเสนอแนวทางในการพจิ ารณาวรรณคดีทีเปนกลอนบทละครว่ามแี นวทางใน
การพจิ ารณาเชน่ เดียวกับรอ้ ยกรองประเภทอืน ๆ โดยพจิ ารณาจากเนอื หา รูปแบบ
และภาษา
ขนั ที ๒ กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นศกึ ษาแนวทางในการพจิ ารณาวรรณกรรม ในหนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื
ฐานภาษาไทย ชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒ แล้วรว่ มกันวิเคราะหค์ ณุ ค่าทีได้รบั จากเรอื งที
อ่าน
๒. ครูแจกใบความรูเ้ รอื งการพจิ ารณาวรรณคดีและวรรณกรรมประเภทกลอนบท
ละคร ใหน้ กั เรยี นอ่านและทําความเขา้ ใจ
๓. แบง่ นกั เรยี นออกเปนกล่มุ ใหแ้ ต่ละกล่มุ รว่ มกันระดมสมองพจิ ารณาบทละคร
เรอื ง รามเกียรติตอน นารายณป์ ราบนนทก ตามรูปแบบทีได้ศกึ ษา
๔. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนมานาํ เสนอผลงานหนา้ ชนั เรยี น ครูและเพอื นรว่ ม
กันแสดง ความคิดเหน็ เมอื ครบทกุ กล่มุ แล้วให้ รว่ มกันคัดเลือกผลงานทีดีทีสดุ ติด
ปายนเิ ทศหนา้ ชนั เรยี น
๕. นกั เรยี นอ่านบทละครเรอื งรามเกียรติตอน นารายณป์ ราบนนทกในหนงั สอื เรยี น
รายวิชาพนื ฐานภาษาไทยชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒ เเล้วรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ตาม
แนวคําถามต่อไปนี
๕.๑ ผแู้ ต่งต้องการนาํ เสนอแนวคิดอะไร การใชอ้ ํานาจใหเ้ ปนและถกู ต้อง /
การรงั แกผอู้ ืนเปนสงิ ไมด่ ี / การทําใหค้ วามชวั รา้ ยหมดไปเพอื ไมใ่ หเ้ กิดความเดือด
รอ้ นแก่สงั คมเปนวงกว้าง
๕.๒ เนอื เรอื งกล่าวถึงอะไร กล่าวถึงนนทกผถู้ กู เทวดากลันแกล้ง พระอินทร์
สงสารจึงประธานนวิ เพชรให้ นนทกยา่ มใจด้วยความโกรธแค้นจึงไล่ชนี วิ เพชรใส่
เหล่าเทวดาทีเคยกลันแกล้งตนด้วยหวังจะฆา่ ใหต้ าย สดุ ท้ายเหตกุ ารณบ์ านปลาย
พระอินทรจ์ ึงสงั ใหพ้ ระพรหมณไ์ ปจัดการเรอื งราว พระพรหมณจ์ ําแลงกายเปนนาง
อัปสร หลอกใหน้ นทกหลงไหลและรา่ ยราํ ตาม สดุ ท้ายนนทกหลงคารมรา่ ยราํ จนนวิ
เพชรชเี ขา้ ขาตน นนทกจึงตาย
๕.๓ นกั เรยี นมคี วามคิดเหน็ อยา่ งไรกับเนอื เรอื ง สนกุ สนาน / ไมย่ ุติธรรม / เหน็
ด้วย / ไมเ่ หน็ ด้วย / อืนๆ พรอ้ มยกเหตผุ ลประกอบ
๕.๔ การใชภ้ าษาในบทละครเรอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก มี
ลักษณะเด่นอยา่ งไร มกี ารเล่นคํา เชน่ ตอนชมความงาม งามถัน งามกรรณ งามขนง
งามองค์ยงิ เทพอัปสร / การใชอ้ ุปมา เชน่ ฮึดฮัดขดั แค้นแนน่ ใจ ตาแดงดังแสงไฟฟา
/ การใชค้ ําใหเ้ กิดอารมณส์ ะเทือนใจต่างๆ / การสรรคําสอื ความหมายหลาก
หลาย(คําไวพจน)์
๕.๕ นกั เรยี นได้ขอ้ คิดอะไรจากบทละครเรอื งรามเกียรติตอน นารายณป์ ราบน
นทก การไมร่ งั แกหรอื ทํารา้ ยผอู้ ืน การไมห่ ลงมวั เมาในอํานาจ
๕.๖ นกั เรยี นจะนาํ ขอ้ คิดทีได้จากบทละครเรอื งรามเกียรติตอน นารายณป์ ราบ
นนทกไปใชใ้ นการดําเนนิ ชวี ิตได้อยา่ งไร เพอื ใหเ้ กิดประโยชนท์ ังต่อตนเองและผอู้ ืน
การไมล่ ้อเล่นกับปมด้อยของผอู้ ืน รูจ้ ักเอาใจเขามาใสใ่ จเรา
๖. นกั เรยี นศกึ ษาแนวทางในการพจิ ารณาวรรณกรรม ในหนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื
ฐานภาษาไทยชนั มธั ยมศกึ ษาปที ๒ และในใบงาน แล้วรว่ มกันอภิปราย จดบนั ทึก
ลงในสมดุ
ขนั ที ๓ ฝกฝนผเู้ รยี น
๑. นกั เรยี นเลือกคําประพนั ธจ์ ากบทละครเรอื งรามเกียรติตอน นารายณป์ ราบน
นทก ตอนที ชอบ ๑ ตอน มาวิเคราะหศ์ ลิ ปะการประพนั ธ์ โดยไมใ่ หซา้ กับตัวอยา่ ง
ในหนงั สอื เรยี น
๒.นกั เรยี นชว่ ยกันยกตัวอยา่ งเหตกุ ารณท์ ีพบเหน็ ในชวี ิตประจาวันทีแสดงถึงการให้
เกียรติผอู้ ืนและเหตกุ ารณท์ ีแสดงถึงการไมใ่ หเ้ กียรติผอู้ ืน พรอ้ มบอกแนวทางแก้ไข
การใหเ้ กียรติผอู้ ืน เชน่ การไหว้ทักทาย เมอื เดินผา่ นผใู้ หญต่ ้องก้มหลัง การไมใ่ ห้
เกียนติผอู้ ืน เชน่ การแซงแถวเมอื ซอื ของ แก้ไขโดยเขา้ ไปตกเตือน
ขนั ที ๔ นําไปใช้
นกั เรยี นนาํ ความรูแ้ ละขอ้ คิดทีได้จากการพจิ ารณาคณุ ค่ากลอนบทละครไปปรบั ใช้
ในชวี ิตประจําวัน
ขนั ที ๕ สรุป
๑.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปหลักเกณฑ์ ในการพจิ ารณาคณุ ค่ากลอนบทละครบนั ทึกลง
สมดุ
๒. ครูใหน้ กั เรยี นทบทวนความรูเ้ รอื งรามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทกโดยการ
พดู และการเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกียวกบเหตกุ ารณท์ ีเกิดขนึ ในบทละครเรอื ง
รามเกียรติตอน นารายณ์ ปราบนนทก
สอื การเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี นภาษาไทย
๒. บทรอ้ ยกรองจากเรอื ง รามเกียรติ ตอน นารายณป์ ราบนนทก
๓. ใบความรูเ้ รอื งการพจิ ารณาวรรณคดีทีเปนกลอนบทละคร
แหล่งการเรยี นรู้
๑. หอ้ งสมดุ
๒. อินเทอรเ์ นต็
๓. หนงั สอื เรยี น
การวัดและการประเมนิ ผล
วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑. การทําแบบฝกหดั หลังเรยี น
๒. การประเมนิ การสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคล
๓. การประเมนิ การนาํ เสนอแนวคิด ผลงาน
เครอื งมอื วัดประเมนิ ผล
๑. ใบงานแบบฝกหดั หลังเรยี น
๒. แบบประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
๓. แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
เกณฑ์การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นตอบคําถามในแบบฝกหดั หลังเรยี นได้ถกู ต้องผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๒. นกั เรยี นมคี ะแนนการสงั เกตและพฤติกรรมรายบุคคลผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
๓. นกั เรยี นมคี ะแนนนาํ เสนอผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๘๐
บนั ทึกขอ้ เสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
................................................................................................................................
ลงชอื ...........................................
ตําแหนง่ ......................................
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
บนั ทึกผลการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
................................................................................................................................
ปญหา/อุปสรรค
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ลงชอื ...........................................
ครูผส้ อน
วันที ..... เดือน ............ พ.ศ. ........
ใบความรูท้ ี ๖ การพจิ ารณาวรรณคดที เี ปนกลอนบทละคร
การพจิ ารณาวรรคดี หรอื ทีเรยี กว่า การวิจักษ์วรรณคดี หมายถึง การอ่าน
วรรณคดีโดยใช้ความคิดพจิ ารณาไตรต่ รอง กลันกรอง แยกแยะและแสวงหา
เหตผุ ลเพือประเมนิ คณุ ค่าของวรรณคดีอยา่ งมเี หตผุ ล และพิจารณาได้ว่าหนังสือ
แต่ละเรอื งแต่งดีแต่งด้อยอยา่ งไร ใชถ้ ้อยคําสาํ นวนภาษาได้ไพเราะหรอื ลึกซึง
เพยี งใด ใหค้ ณุ ค่า ความรู้ ขอ้ คิดและคติสอนใจหรือถ่ายทอดใหเ้ ห็นสภาพชีวิต
ความคิด ความเชอื ขอคนในสงั คมอยา่ งไร สว่ นการวิจารณว์ รรณคดีนนั เปนการ
แสดงความคิดเหน็ เกียวกับวรรณคดีทีอ่าน แล้วสามารถบอกได้ว่าวรรณคดีเรอื งนี
ดีหรอื ไมด่ ี ชอบหรอื ไมช่ อบด้วยเหตผุ ลใด โดยสามารถพจิ ารณาตามด้านต่างๆ
ดังนี
๑. อ่านอยา่ งพนิ ิจพจิ ารณา
คือ การอ่านโดยใชก้ ารวิเคราะห์ อ่านตังแต่ชือเรอื ง ผแู้ ต่ง คํานาํ คํา
นยิ ม สารบญั ไปจนถึงเนอื หาและบรรณานกุ รม รวมถึงประวัติของผเู้ ขยี นซงึ จะ
ทําใหเ้ ขา้ ใจเนอื หา มลู เหตขุ องการแต่ง แรงบันดาลในการแต่งและสงิ ทีแฝงเรน้
ภายในหนงั สอื
๒. ค้นหาความหมาย
ความหมายมี ๒ ลักษณะ คือ ความหมายพนื ฐาน คือความหมายตามตัว
อักษร และความหมายแฝงเรน้ ผอู้ ่านสามารถค้นหาได้จากขอ้ ความทีผแู้ ต่งได้
แฝงเรน้ เอาไว้ โดยแลกเปลียนกับผรู้ ูห้ รอื ผทู้ ีอ่านวรรณคดีเรืองเดียวกัน แล้วจัด
ลําดับใจความสาํ คัญของเรอื งว่า ใคร ทําอะไร ทีไหน ผลเปนอยา่ งไร
๓. รบั รูอ้ ารมณ์ของบทประพนั ธ์
คือการพยายามรบั รูอ้ ารมณค์ วามรู้สึกของผ้เู ขยี นทีสอดแทรกลงไปในบท
ประพนั ธ์นนั ถ้าผอู้ ่านรบั รูอ้ ารมณค์ วามรูส้ กึ ตามเจตนาของผู้สง่ สาร เมอื อ่าน
ออกเสยี งหรอื อ่านทํานองเสนาะจะทําใหบ้ ทประพนั ธ์นนั มคี วามไพเราะมากขึน
๔. การค้นหาความหมายของบทประพนั ธ์ มหี ลักการดังนี
๔.๑ ค้นหาความหมายตามตัวหนังสอื คือ คําใดทีไมเ่ ขา้ ใจความหมายให้
ค้นหาในคําอธิบายศพั ท์พจนานกุ รมหรอื อภิธานศัพท์
๔.๒ ค้นหาความหมายแฝง ความหมายแฝงคือ ความหมายทีต้องตีความ
ซงึ ผแู้ ต่งใชส้ ญั ลักษณเ์ พือเสนอสารอันเปนความหลักของผูแ้ ต่ง
๔.๓ ค้นหาขอ้ คิดทเี ปนประโยชน์ในตัวบทวรรณคดี กล่าวคือ การค้นหา
ความรูส้ กึ ของผแู้ ต่ง ซงึ ไมจ่ ําเปนต้องตรงกับความรูส้ กึ ของผ้อู ่าน แต่ผอู้ ่านรูส้ กึ
อยา่ งนนั เพราะมเี หตผุ ลอยา่ งไรและมีคําใดทีบง่ ชใี ห้ผู้อ่านคิดอยา่ งนัน
๕. พจิ ารณาว่าผแู้ ต่งใชก้ ลวิธใี ดในการแต่งคําประพนั ธ์ สามารถค้นหาจาก
การสรา้ งสรรค์ของกวีดังนี
๕.๑ การใชบ้ รรยายโวหาร คือการใช้คําอธบิ ายเรอื งราวรายละเอียดให้
เขา้ ใจตามลําดับเหตกุ ารณ์
๕.๒ การใชพ้ รรณนาโวหาร คือ การอธิบายความหมายโดยสอดแทรก
อารมณค์ วามรูส้ กึ หรอื ใหร้ ายละเอียดอยา่ งลึกซงึ ของผแู้ ต่งลงไปในเรืองนนั ๆ
ทําใหเ้ กิดอารมณส์ ะเทือนใจคล้อยตามไปกับบทประพันธ์
๕.๓ การใชเ้ ทศนาโวหาร คือ การกล่าวสงั สอนอยา่ งมเี หตผุ ลประกอบ
๕.๔ การใชส้ าธกโวหาร คือ การยกตัวอยา่ งหรอื เรอื งราวมาประกอบเพอื
เพมิ รายละเอียดหรอื สง่ ทีนา่ รูน้ า่ สนใจลงไปในข้อความทําใหเ้ ข้าใจชัดเจนยงิ ขึน
๕.๕ การใชอ้ ุปมาโวหาร คือ โวหารทีกล่าวเปรยี บเทียบ มกั ใช้ค่กู ับอุปไมย
อุปมาเปนสงิ ทียกขอ้ ความมาเปรยี บ สว่ น อุปไมย คือ ขอ้ ความทีเปรยี บกับสงิ
อืนใหเ้ ขา้ ใจแจ่มแจ้ง
๖. พจิ ารณาความงามและความไพเราะของภาษา คือ พิจารณาการเลือกใช้
คํา การสรรคําและการจัดวางคําทีเลือกสรรแล้วให้ต่อเนอื งไพเราะเหมาะสมได้
จังหวะถูกต้องตามโครงสรา้ งภาษา ก่อใหเ้ กิดความรูส้ กึ อารมณแ์ ละเหน็
ภาพพจน์
แบบทดสอบหลังเรยี นเรอื ง รามเกยี รติ
ตอน นารายณ์ปราบนนทก
คําชแี จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบทีถกู ต้องเพยี งคําตอบเดียว
๑. ใครแต่งเรอื งรามเกียรติ
ก. รชั กาลที ๑ ข. รชั กาลที ๒
ค. รชั กาลที ๓ ง. รชั กาลที ๔
๒. เรอื งรามเกียรติ แต่งด้วยคําประพนั ธช์ นดิ ใด
ก. กลอนสภุ าพ ข. กาพยย์ านี ๑๑
ค. กาพยฉ์ บงั ๑๖ ง. กลอนบทละคร
๓. กลอนบทละครต่างจากกลอนสภุ าพอยา่ งไร
ก. จํานวนคําในแต่ละวรรค
ข. กลอนบทละครต้องจบด้วย “เอย”
ค. กลอนบทละครไมบ่ งั คับเรอื งสมั ผสั
ง. ถ้าขนึ ต้นด้วยวรรคแรกมกั ใชค้ ําว่า เมอื นนั บดั นนั
๔. สมมตุ ิว่านกั เรยี นตกอยูใ่ นสภาพแบบนนทกนกั เรยี นจะทําอยา่ งไร
ก. วางเฉย ข. หาทางแก้แค้น
ค. สาปแชง่ ง. พาเพอื นมารุมทํารา้ ย
๕.ขอ้ คิดจากเรอื งรามเกียรติขอ้ ใดทีเราสามารถนาํ ไปใชใ้ น
ชวี ิตประจําวันได้
ก. การอดทนอดกลัน ข. แค้นนตี ้องชาํ ระ
ค. การใชอ้ ํานาจ ง. เวรยอ่ มระงับด้วยการจองเวร
๖. ตัวละครตัวใดในเรอื งทีสมควรได้รบั การเหน็ ใจมากทีสดุ
ก. เทวดา ข. พระอิศวร
ค. นนทก ง. พระนารายณ์
๗. ขอ้ ใดใชค้ ําราชาศพั ท์ถกู ต้องทีสดุ
ก. หมอ่ มฉนั ขอประทานนวิ เพชรจากพระองค์
ข. หมอ่ มฉนั ขอพระราชทานนวิ เพชรจากพระองค์
ค. ขา้ พระพทุ ธเจ้าขอประทานนวิ เพชรจากพระองค์
ง. ขา้ พระพทุ ธเจ้าขอพระราชทานนวิ เพชรจากพระองค์
๘. ตัวละครในขอ้ ใดไมต่ ้องใชค้ ําราชาศพั ท์ในการสอื สาร
กับตัวละครอืน
ก. พระนารายณ์ ข. พระอินทร์
ค. พระอิศวร ง. เทวดา
๙. ขอ้ ใดมอี ุปมาโวหาร
ก. กจู ะเปนมนษุ ยแ์ ต่สองกร ตามไปราญรอนชวี ี
ข. ฮึดฮัดขดั แค้นแนน่ ใจ ตาแดงดังแสงไฟฟา
ค. ครนั ถึงบนั ไดไกรลาส ขดั สมาธนิ งั ยมิ รมิ อ่างใหญ่
ง. เชญิ ไปสงั หารอ้ายอาธรรม์ ใหม้ นั สนิ ชพี ชวี า
๑๐. คําประพนั ธข์ อ้ ใดเปนนารปี ราโมทย์
ก. สพั ยอกหยอกเล่นเหมอื นทกุ วัน สรวลสนั ต์เยาะเยย้ เฮฮา
ข. เมขลาโยนแก้วแววไว รศฟอนในอัมพร
ค. ยา้ ยท่ามจั ฉาชมสาคร พระสกี รขว้างจักรฤทธริ งค์
ง. สดุ เอยสดุ สวาท โฉมประหลาดลาเทพอัปสร
๑๑. ท่าราํ สดุ ท้ายทีนนทกใชน้ วิ ทํารา้ ยตัวเองคือท่าราํ ใด
ก. กินรนิ เลียบถา ข. มจั ฉาชมสาคร
ค. เมขลาโยนแก้ว ง. นาคามว้ นหาง
๑๒. ขอ้ ใดมกี ารซาคํา
ก. พนกั งานฟอนราํ ระบาํ บนั ชอื สวุ รรณอัปสรเสนห่ า
ข. งามจรติ กิรยิ างามงอน งามเอวงามอ่อนทังกายา
ค. เชญิ เจ้าราํ เถิดนะนางฟา ใหส้ นิ ท่าทีนางจําได้
ง. ยงิ คิดยงิ พศิ ผกู พนั ก็เดินกระชนั เขา้ ไป
๑๓. ท่าราํ ทีแสดงความหมายของการเคารพกราบไหว้บูชาอธษิ ฐาน
คือท่าราํ ชอื ใด
ก. เทพนม ข. พรหมนมิ ติ
ค. พรหมสหี นา้ ง. พสิ มยั เรยี งหมอน
๑๔. คําประพนั ธข์ อ้ ใดมลี ักษณะเปนกลบท
ก. บลั ลังก์บทลวดประกวดภาพ เครอื กระหนกครุฑกระหนาบจับนาคหอ้ ย
ข. เทพนมปฐมพรหมสหี นา้ สอดสรอ้ ยมาลาเฉดิ ฉนิ
ค. มมี อื ยสี บิ ซา้ ยขวา ถือคฑาอาวุธธนศู ร
ง. อันนอ้ งซงึ ถัดมานนั ชอื กมุ ภกรรณชาญสมร
๑๕. การศกึ ษาเรอื งการพจิ ารณาคดีด้านวรรณศลิ ป เกิดประโยชน์
แก่ผอู้ ่านวรรณคดีมากทีสดุ ในเรอื งใด
ก. อ่านได้ศพั ท์ ข. อ่านได้รส
ค. อ่านได้เรอื ง ง. อ่านได้ความ
๑๖. ตัวละครในขอ้ ใดทีประพฤติตนไมถ่ กู ต้อง
ก. พระนารายณ์ ข. พระอินทร์
ค. พระอิศวร ง. เทวดา
๑๗. ขอ้ ใดไมใ่ ชบ่ ุคลิกลักษณะของพระอิศวรจากเนอื เรอื งตอนนี
ก. ใจดี
ข. ชอบใชอ้ ํานาจ
ค. ตัดสนิ ใจเรว็
ง. ใหข้ วัญและกําลังใจคนทําความดี
๑๘. ขอ้ ใดเปนเหตกุ ารณท์ ีเกิดก่อนเหตกุ ารณอ์ ืน
ก. พระอิศวรประทานพรใหน้ นทก
ข. นนทกถกู เทวดากลันแกล้ง
ค. นนทกทลู ขอนวิ เพชรจากพระอิศวร
ง. นนทกหลงรกั นางสวุ รรณอัปสร
๑๙. ขอ้ ใดต่อไปนไี มไ่ ด้หมายถึงพระอิศวร
ก. พระสยมภวู ญาณ ข. พระศลุ ี
ค. พระทรงสบุ รรณ ง. เจ้าไตรโลกา
๒๐. เหตกุ ารณใ์ ดเหมอื นตัวละครนนทกในเรอื งนี
ก. สมชายถกู เพอื นๆในหอ้ งรุมทํารา้ ย
ข. เพอื นในหอ้ งไมพ่ ดู กับสมศรี
ค. สมศกั ดิได้รบั คัดเลือกเปนนกั เรยี นดีเด่น
ง. สมเดชสอบไล่ได้เปนที ๑
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
เรอื ง รามเกยี รติ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
คําชแี จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบทีถกู ต้องเพยี งคําตอบเดียว
๑. ใครแต่งเรอื งรามเกียรติ
ก. รชั กาลที ๑ ข. รชั กาลที ๒
ค. รชั กาลที ๓ ง. รชั กาลที ๔
๒. เรอื งรามเกียรติ แต่งด้วยคําประพนั ธช์ นดิ ใด
ก. กลอนสภุ าพ ข. กาพยย์ านี ๑๑
ค. กาพยฉ์ บงั ๑๖ ง. กลอนบทละคร
๓. กลอนบทละครต่างจากกลอนสภุ าพอยา่ งไร
ก. จํานวนคําในแต่ละวรรค
ข. กลอนบทละครต้องจบด้วย “เอย”
ค. กลอนบทละครไมบ่ งั คับเรอื งสมั ผสั
ง. ถ้าขนึ ต้นด้วยวรรคแรกมกั ใชค้ ําว่า เมอื นนั บดั นนั
๔. สมมตุ ิว่านกั เรยี นตกอยูใ่ นสภาพแบบนนทกนกั เรยี นจะทําอยา่ งไร
ก. วางเฉย ข. หาทางแก้แค้น
ค. สาปแชง่ ง. พาเพอื นมารุมทํารา้ ย
๕. ขอ้ คิดจากเรอื งรามเกียรติขอ้ ใดทีเราสามารถนาํ ไปใชใ้ น
ชวี ิตประจําวันได้
ก. การอดทนอดกลัน ข. แค้นนตี ้องชาํ ระ
ค. การใชอ้ ํานาจ ง. เวรยอ่ มระงับด้วยการจองเวร
๖. ตัวละครตัวใดในเรอื งทีสมควรได้รบั การเหน็ ใจมากทีสดุ
ก. เทวดา ข. พระอิศวร
ค. นนทก ง. พระนารายณ์
๗. ขอ้ ใดใชค้ ําราชาศพั ท์ถกู ต้องทีสดุ
ก. หมอ่ มฉนั ขอประทานนวิ เพชรจากพระองค์
ข. หมอ่ มฉนั ขอพระราชทานนวิ เพชรจากพระองค์
ค. ขา้ พระพทุ ธเจ้าขอประทานนวิ เพชรจากพระองค์
ง. ขา้ พระพทุ ธเจ้าขอพระราชทานนวิ เพชรจากพระองค์
๘. ตัวละครในขอ้ ใดไมต่ ้องใชค้ ําราชาศพั ท์ในการสอื สาร
กับตัวละครอืน
ก. พระนารายณ์ ข. พระอินทร์
ค. พระอิศวร ง. เทวดา
๙. ขอ้ ใดมอี ุปมาโวหาร
ก. กจู ะเปนมนษุ ยแ์ ต่สองกร ตามไปราญรอนชวี ี
ข. ฮึดฮัดขดั แค้นแนน่ ใจ ตาแดงดังแสงไฟฟา
ค. ครนั ถึงบนั ไดไกรลาส ขดั สมาธนิ งั ยมิ รมิ อ่างใหญ่
ง. เชญิ ไปสงั หารอ้ายอาธรรม์ ใหม้ นั สนิ ชพี ชวี า
๑๐. คําประพนั ธข์ อ้ ใดเปนนารปี ราโมทย์
ก. สพั ยอกหยอกเล่นเหมอื นทกุ วัน สรวลสนั ต์เยาะเยย้ เฮฮา
ข. เมขลาโยนแก้วแววไว รศฟอนในอัมพร
ค. ยา้ ยท่ามจั ฉาชมสาคร พระสกี รขว้างจักรฤทธริ งค์
ง. สดุ เอยสดุ สวาท โฉมประหลาดลาเทพอัปสร
๑๑. ท่าราํ สดุ ท้ายทีนนทกใชน้ วิ ทํารา้ ยตัวเองคือท่าราํ ใด
ก. กินรนิ เลียบถา ข. มจั ฉาชมสาคร
ค. เมขลาโยนแก้ว ง. นาคามว้ นหาง
๑๒. ขอ้ ใดมกี ารซาคํา
ก. พนกั งานฟอนราํ ระบาํ บนั ชอื สวุ รรณอัปสรเสนห่ า
ข. งามจรติ กิรยิ างามงอน งามเอวงามอ่อนทังกายา
ค. เชญิ เจ้าราํ เถิดนะนางฟา ใหส้ นิ ท่าทีนางจําได้
ง. ยงิ คิดยงิ พศิ ผกู พนั ก็เดินกระชนั เขา้ ไป
๑๓. ท่าราํ ทีแสดงความหมายของการเคารพกราบไหว้บูชาอธษิ ฐาน
คือท่าราํ ชอื ใด
ก. เทพนม ข. พรหมนมิ ติ
ค. พรหมสหี นา้ ง. พสิ มยั เรยี งหมอน
๑๔. คําประพนั ธข์ อ้ ใดมลี ักษณะเปนกลบท
ก. บลั ลังก์บทลวดประกวดภาพ เครอื กระหนกครุฑกระหนาบจับนาคหอ้ ย
ข. เทพนมปฐมพรหมสหี นา้ สอดสรอ้ ยมาลาเฉดิ ฉนิ
ค. มมี อื ยสี บิ ซา้ ยขวา ถือคฑาอาวุธธนศู ร
ง. อันนอ้ งซงึ ถัดมานนั ชอื กมุ ภกรรณชาญสมร
๑๕. การศกึ ษาเรอื งการพจิ ารณาคดีด้านวรรณศลิ ป เกิดประโยชนแ์ ก่
ผอู้ ่านวรรณคดีมากทีสดุ ในเรอื งใด
ก. อ่านได้ศพั ท์ ข. อ่านได้รส
ค. อ่านได้เรอื ง ง. อ่านได้ความ
๑๖. ตัวละครในขอ้ ใดทีประพฤติตนไมถ่ กู ต้อง
ก. พระนารายณ์ ข. พระอินทร์
ค. พระอิศวร ง. เทวดา
๑๗. ขอ้ ใดไมใ่ ชบ่ ุคลิกลักษณะของพระอิศวรจากเนอื เรอื งตอนนี
ก. ใจดี
ข. ชอบใชอ้ ํานาจ
ค. ตัดสนิ ใจเรว็
ง. ใหข้ วัญและกําลังใจคนทําความดี
๑๘. ขอ้ ใดเปนเหตกุ ารณท์ ีเกิดก่อนเหตกุ ารณอ์ ืน
ก. พระอิศวรประทานพรใหน้ นทก
ข. นนทกถกู เทวดากลันแกล้ง
ค. นนทกทลู ขอนวิ เพชรจากพระอิศวร
ง. นนทกหลงรกั นางสวุ รรณอัปสร
๑๙. ขอ้ ใดต่อไปนไี มไ่ ด้หมายถึงพระอิศวร
ก. พระสยมภวู ญาณ ข. พระศลุ ี
ค. พระทรงสบุ รรณ ง. เจ้าไตรโลกา
๒๐. เหตกุ ารณใ์ ดเหมอื นตัวละครนนทกในเรอื งนี
ก. สมชายถกู เพอื นๆในหอ้ งรุมทํารา้ ย
ข. เพอื นในหอ้ งไมพ่ ดู กับสมศรี
ค. สมศกั ดิได้รบั คัดเลือกเปนนกั เรยี นดีเด่น
ง. สมเดชสอบไล่ได้เปนที ๑
บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
ครู กุ้งนาง. (2561). พินิจศิลปรามเกียรติ. สืบค้นเมือ 8 ตุลาคม 2563,
จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์ h t t p : / / j a m t i m a . b l o g s p o t . c o m / 2 0 1 8 / 0 9 / b l o g -
post_55.html
ครู เขต. (มปป.). บทเสภาสามัคคีเสวก. สืบค้นเมือ 7 ตุลาคม 2563,
จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์ h t t p : / / s i t e s . g o o g l e . c o m / a / b o d i n 3 . a c . t h /
krurakket/bth-sepha-samakhkhi-sewk
ชาลิตา ภูษีเจริญ. (มปป.). รามเกียรติ ตอน นารายณ์ปราบนนทก.
สืบค้นเมือ 8 ตุลามคม 2563, จากเว็บไซต์https://sites.
google.com/site/ramkeiyrtitxnnaraynprabnnthk
/baeb-thdsxb-hlang-reiyn
เด็กกางร่ม. (มปป.). วิจักษ์ วรรณคดี. สืบค้นเมือ 10 ตุลาคม 2563,
จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/
khwamruphasathai/wrrnkhdi-laea-wrrnkrrm
ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์, ดร. (2559). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน
พืนฐาน พุทธศักราช 2551. หน้า 85-107
นายติวฟรี. (2563). คําไวพจน์ 572 คํา พร้อมความหมาย. สืบค้นเมือ
9 ตุลาคม 2563, จากเว็บไซต์ https://www.tewfree.com
บุญกว้าง ศรีสุทโธ. (มปป.). หลักวิจักษ์ วรรณคดี. สืบค้นเมือ 11 ตุลาคม
2563, จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/a/htp.
ac.th/reuxng-kar-xan-wrrnkhdi/4-hlak-kar-wi-cak-s-wrrnkhdi
สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.). (2551). หนังสือเรียนรายวิชา
พืนฐาน วรรณคดีและวรรณกรรม ชันมัธยมศึกษาปที ๒.
หน้า 36-49,65-86
สุระ ดามาพงษ์. (2551). คู่มือครู กลุ่มสาระภาษาไทย. สืบค้นเมือ
7 ตุลาคม 2563, จากเว็บไซต์ http://www.wpp.co.th
/Lesson.pdf
อิสรินทร์ ดีนุ่ม. (มปป.). บทเสภาสามัคคีเสวก. สืบค้นเมือ 7 ตุลาคม
2563, จากเว็บไซต์https://sites.google.com/site
/bthsephasamakhkhisewk/bth-sepha-samakhkhi-sewk-txn-
wisw-krr-ma