The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by weerapong_bee, 2021-09-07 03:51:56

รายงานผลรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

รายงานผลรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

๔๓

สำราญ มีแจ้ง (๒๕๕๖ : บทคัดย่อ) ได้จัดทำรายงานวิจัย เรื่องรายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบ
การพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนขนาดเล็ก ระยะที่ ๒ : จังหวัด
พษิ ณโุ ลก ไดด้ ำเนินการวิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศกึ ษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน
ในโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่าผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนของครูและการบริหารโรงเรียนครู
ทมุ่ เทความสามารถอยา่ งเต็มที่ เพ่ือใหก้ ารจดั การเรียนร้ทู ่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญให้ประสบความสำเร็จ เพราะครู
ได้รับความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน การนำเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาครูและ
ผู้บริหารสถานศึกษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐาน พบว่าโรงเรียนได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ของตนเอง โดยการ
วเิ คราะหจ์ ดุ แข็ง จดุ อ่อน โอกาสและอุปสรรค นำมาสกู่ ารจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทต่ี รงประเด็นผลการสร้างและ
พัฒนารูปแบบการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนขนาดเล็กมี
กระบวนการพัฒนาครูและผู้บริหาร เริ่มจากวิเคราะห์บริบทของโรงเรียน แล้วนำมาจัดทำแผนพัฒนาครูและ
ผู้บริหาร โดยแผนนั้นมีการเรียนรูจ้ ากภายในโรงเรียนเป็นสว่ นใหญ่และการเรียนรู้จากภายนอก และผลการใช้
รูปแบบการพัฒนาครู และผู้บริหารสถานศึกษาออกแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานพบว่าคณะวิจัยและโรงเรียนได้มี
การดำเนินการพัฒนาครูและผู้บริหารตามแผนที่กำหนดไว้ ภายหลังการอบรมครูได้มีการนำสาระที่ได้จาก
การอบรมไปใช้เพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนผลการศึกษาความคิดเห็นผู้บริหารและครูเกี่ยวกับการพัฒนา
ครูและผู้บริหารสถานศึกษาแบบโรงเรียนเป็นฐานฯ พบว่าผู้บริหารและครูมีความพึงพอใจต่อ
กระบวนการพัฒนาในระดับมากที่สุดผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนหลังเข้าร่วมกิจกรรม พบว่านักเรียนมีการ
เปล่ยี นแปลงดา้ นพฤตกิ รรม มีความกระตอื รอื ร้น ความขยนั ความรับผิดชอบ รว่ มมือกันทำงาน มจี ติ สาธารณะ
ใฝ่เรียนรู้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น และความคิดเห็นที่มีต่อโครงการพัฒนาครูและผู้บริหารครูและ
ผู้บริหารสถานศึกษามีวิธีและกระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลากหลาย ทำให้นักเรียน
เกิดความสนใจและตั้งใจมากขึ้นวันเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของครูและผู้บริหาร
สถานศึกษามากขึ้น มีงานอื่นแทรกเข้ามาในระหว่างการอบรม ทำให้นำความรู้จากโครงการมาปฏิบัติได้ไม่ดี
เท่าที่ควรสิ่งที่ได้รับจากการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้การดำเนินงานใน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้นและข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้ขยายผล
โครงการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาในระยะที่ ๓ พบว่า ต้องให้โรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการทราบ
วิธีการและกระบวนการในการทำงานเพราะต้องอาศัยความตระหนักและความตั้งใจในการทำงานเป็นอย่าง
มากจึงจะทำใหก้ ารทำงานเปน็ ไปตามวัตถุประสงค์

วสันต์ ปานทอง และคณะ (๒๕๕๖ : บทคัดย่อ) ได้จัดทำวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อศิษย์ใน
สถานศกึ ษา สังกดั สํานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษามีจุดม่งุ หมายเพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อ
ศิษย์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีขั้นตอนการวิจัย ๓ ขั้นตอน ขั้นตอนที่
๑ การศึกษาคุณลักษณะและวิธีการพัฒนาครูเพื่อศิษย์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษา ใช้วิธีวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๑๒ คน ขั้นตอนที่ ๒ สร้างรูปแบบ
การพฒั นาครเู พอื่ ศิษย์ในสถานศกึ ษา สังกัดสาํ นักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา โดยนําผลการศึกษาจาก
ขนั้ ตอนท่ี ๑ มาใช้แลว้ ตรวจสอบความเหมาะสม โดยการประชมุ ระดมความคดิ ของผู้ทรงคุณวุฒิจาํ นวน ๙ คน
ข้นั ตอนที่ ๓ ประเมินความเปน็ ไปได้และความมปี ระโยชน์ของรปู แบบการพฒั นาครูเพื่อศษิ ย์ที่สร้างข้ึน โดยจัด
ประชุมสัมมนาผู้บรหิ ารการศึกษา ผู้อํานวยการกลุ่ม ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จํานวน ๔๐ คน แล้ว
วเิ คราะหข์ อ้ มลโดยค่าเฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ผลการวจิ ยั ปรากฏ ดังนี้

๑. คุณลักษณะครูเพื่อศิษย์ในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ประกอบด้วยคณุ สมบัติท่ีสาํ คญั ๕ ด้าน ไดแ้ ก่ ดา้ นคณุ ธรรม มคี ุณลกั ษณะ ๑๒ ประการ ด้านการจดั การเรียนรู้

๔๔

มีคณุ ลกั ษณะ ๑๕ ประการ ด้านความรู้และทักษะ มคี ณุ ลกั ษณะ ๑๒ ประการ ด้านเครือขา่ ยการจัดการเรียนรู้
มีคณุ ลกั ษณะ ๕ ประการ และดา้ นการมขี อ้ มูลเกีย่ วกับคุณลักษณะและทักษะผเู้ รียน มคี ณุ ลกั ษณะ ๔ ประการ
กระบวนการพัฒนาครูเพื่อศิษย์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษามกี ระบวนการ
๕ ขั้นตอน คือ วินิจฉัยความต้องการจําเป็น กําหนดจุดประสงค์และขอบข่ายการพัฒนา กําหนดวิธีการพัฒนา
ดาํ เนนิ การพฒั นา และประเมนิ ผลการพฒั นา

๒. รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อศิษย์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาท่ี
ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีองค์ประกอบสําคัญ๓ ส่วนคือ องค์ประกอบเชิงระบบ กระบวนการพัฒนา และระดับการ
พัฒนาในองค์ประกอบเชิงระบบนั้น มุ่งสู่ผลผลิตซึง่ เน้นคุณลกั ษณะครูเพื่อศิษย์ ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติ
ตน ด้านความรู้และทักษะ และด้านการปฏิบัติงาน ที่ส่งผลไปยังคุณลักษณะและทักษะผู้เรียน ส่วน
กระบวนการพฒั นาครูเพื่อศิษย์มี ๕ ขัน้ ตอน คอื วินิจฉยั ความต้องการจาํ เป็น กําหนดจุดประสงค์และขอบข่าย
กําหนดวิธีการพัฒนา ดําเนินการพัฒนา ประเมินผลการพัฒนา และระดับการพัฒนาครูเพ่ื อศิษย์ ๓ ระดับ
ไดแ้ กร่ ะดับบคุ คล ระดับกลุม่ และระดับองค์การ

๓. ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาครูเพื่อศิษย์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษา พบว่ามคี วามเป็นไปได้ในการนาํ ไปปฏบิ ัตอิ ยใู่ นระดบั มาก และมีประโยชนอ์ ยูใ่ นระดับมากท่ีสุด

๘.๒ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนเิ ทศแบบชี้แนะสอนงาน
และการเปน็ พ่ีเลย้ี ง

วชิรา เครือคำอ้าย และ ชวลิต ขอดศิริ (๒๕๖๒ : บทคัดย่อ) ได้จัดทำวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบ
การนิเทศโดยใช้กระบวนการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยงเพื่อส่งเสริมศักยภาพการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ๑. ความ
ต้องการจำเปน็ ของการพัฒนารูปแบบการนิเทศฯ ๒. การพฒั นารูปแบบการนเิ ทศฯ ๓. การทดลองรปู แบบการ
นิเทศฯ๔. การประเมินรูปแบบการนิเทศโดยใช้กระบวนการชี้แนะและระบบพี่เลีย้ ง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการ
จัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่ เม่ือ
รูปแบบการนเิ ทศผ่านผเู้ ชย่ี วชาญไดน้ ำมาทดลองใช้กบั สถานศกึ ษาขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ทจี่ าก
การสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างรวม จำนวน ๖๐ คน ประกอบด้วย
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นิเทศก์ และผู้รับการนิเทศ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกผลการ
วิเคราะห์เอกสารแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินแผนการจัดการ
เรียนรู้ แบบบันทึกผลการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง แบบบันทึกการรับการนิเทศ แบบตรวจสอบพฤติกรรมการ
ชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง และแบบประเมินรูปแบบการนิเทศฯ นำผลมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการ
วิเคราะห์เนื้อหาและพรรณนาความ และวเิ คราะหข์ อ้ มูลเชงิ ปรมิ าณ โดยใช้สถติ ิ ไดแ้ ก่ ค่ารอ้ ยละ คา่ เฉล่ีย และ
สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ไดร้ ูปแบบการนิเทศ ชอ่ื ว่า “ดบั เบล้ิ พแี อลซเี อ พลสั (PPLCA Plus)
ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ หลักการ เงื่อนไขสำคัญ และองค์ประกอบของรูปแบบมี ๕ องค์ประกอบ คือ ๑. ขั้น
เตรียมความรู้ก่อนการนิเทศ ๒. ขั้นวางแผนและออกแบบการนิเทศ ๓. ขั้นเรียนรู้และแลกเปลี่ยนในการ
ปฏบิ ัตกิ ารนเิ ทศ ๔. ขั้นการนิเทศดว้ ยกระบวนการช้ีแนะและระบบพ่เี ล้ียง (Coaching and Mentoring: C) ๕.
ขั้นสะทอ้ นคิดหลังการนิเทศ (After Action Review: A) และเกดิ ขอ้ ค้นพบ (Body of Knowledge)

วารุณี ลัภนโชคดี (๒๕๖๐) ได้จัดทำวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาครูกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดย
ใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring)มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์รูปแบบการ
พัฒนาครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring)
แหล่งข้อมูลในการวิจัยประกอบด้วย ๑. รายงานการวิจัยประเมินโครงการการพัฒนาครูโดยใช้ กระบวนการ

๔๕

สรา้ งระบบพ่ีเล้ียง (Coaching and Mentoring) จำนวน ๙ เล่มของสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา
๙ แหง่ และ ๒) ผทู้ รงคุณวฒุ ิจำนวน ๕ คน ประกอบด้วย ศกึ ษานเิ ทศกท์ เี่ ก่ียวข้องกบั การพฒั นาครู ๒ คน และ
ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการสอนและการวิจัย ๓ คน การวิเคราะห์ข้อมูลใน
การวจิ ยั ประกอบด้วยการวเิ คราะหค์ วามถี่ รอ้ ยละ และการวเิ คราะหเ์ น้อื หาผลการวิจยั ท่ีสำคัญ มดี ังนี้

๑. รูปแบบการพัฒนาครกู ลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยฯ ประกอบด้วยการดำเนินงาน องค์ประกอบ
ได้แก่ องค์ประกอบที่หนึ่ง องค์ประกอบด้านการเตรียมการก่อนการพัฒนาครู ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๕
กิจกรรม ได้แก่ การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครู การศึกษาความพร้อมในการ
เป็นสถาบันอุดมศึกษา คูพ่ ฒั นาของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรก์ ารคัดเลือกสถานศึกษาและ
ครูเพื่อเข้าร่วมกระบวนการพัฒนา การจัดทำแผนพัฒนาครู และการจัดทำเอกสารประกอบการพัฒนาครู
องค์ประกอบที่ ๒ องค์ประกอบด้านกระบวนการพัฒนาครู ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๒ กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรมฝึกอบรม (Training) และกิจกรรมพี่เลี้ยงและการชี้แนะ (Coaching and Mentoring) และ
องค์ประกอบที่ ๓ องค์ประกอบด้านกลไกการพัฒนาครู ประกอบด้วยกลไกหลัก ๘ กลไก ได้แก่ การร่วมมือ
รวมพลังกันทำงานเป็นทีม การมีเป้าหมายและการสร้างความเข้าใจร่วมกันการเห็นความสำคัญและการ
สนับสนุนของผู้บริหารโรงเรียน การสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่น การรู้จักและยอมรับซึ่งกันและกัน
การเรียนรู้ ร่วมกันแบบกัลยาณมิตร การวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขปัญหาในการพัฒนาครู และการให้ข้อ มูล
ป้อนกลับ ครูภาษาไทยที่เข้าร่วมการพัฒนาและผ่านเกณฑ์ทั้ง ๑๕๐ คน ผ่านการประเมินผลสัมฤทธิ์การเข้า
รว่ ม การพฒั นาทกุ คน

๒. รูปแบบการพัฒนาครูทำให้เกิดผลกระทบ ๖ ด้าน ได้แก่ ๑. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยมิติ
ความร่วมมือจากสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา ๒. การค้นพบครูต้นแบบ การจัดการ
เรียนการสอน ๓. สังคม ชุมชน เครือข่ายการเรียนรู้ ระหว่างครูตา่ งโรงเรียน ๔. ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และ
ศึกษานิเทศก์ ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ที่ตรงกับสายงาน ๕. ครูผู้สอนได้พัฒนา การจัดการเรียนรู้และ
การวิจัยในชั้นเรียน และ ๖. นักเรียนได้รับการพัฒนาผลการเรียนรู้ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะและ
กระบวนการ และ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

๓. รูปแบบการพฒั นาครฯู มีประสทิ ธิภาพ เนอ่ื งจากองค์ประกอบ กจิ กรรมยอ่ ยในแต่ละองค์ประกอบ
และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบในรูปแบบฯ มีความครบถ้วน ครอบคลุม และสอดคล้องกับการ
ดำเนินงานพัฒนาครู โดยบรรลุมาตรฐานทั้ง ๓ ด้าน ได้แก่ ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสม และ ความ
เป็นไปได้

วสิ ุทธิ์ วจิ ิตรพชั ราภรณ์ และคณะ (๒๕๕๖ : บทคดั ยอ่ ) ได้รายงานการวิจยั ประเมินโครงการ พฒั นาครู
โดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring การประเมินครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัย
ประเมินโครงการ “การพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒ โดยใช้กระบวนการสร้าง ระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring” ในด้าน
บริบท ด้านปัจจัยนําเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลลัพธ์ของโครงการโดยในด้านนี้ได้ทําการประเมินใน ๔
ดา้ น คอื ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความย่ังยนื และด้านการถา่ ยทอดสง่ ต่อ ประชากรเป้าหมายท่ีใช้
ในการวิจยั ครัง้ นี้ประกอบดว้ ยบุคคล จํานวน ๓ กลุ่ม คือ ๑. กลุ่มครู ผู้บริหารสถานศกึ ษา และศึกษานิเทศก์ท่ี
เข้าร่วมโครงการ จํานวน ๙๙ คน โดยเป็นครูผู้สอนใน ๕ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และสังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม จํานวน ๘๔ คน กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา จํานวน ๑๐ คน และกลุ่ม ศึกษานิเทศก์ จํานวน ๕ คน
๒. ผู้ประสานงานจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒ จํานวน ๒ คน และ ๓.

๔๖

อาจารย์นเิ ทศก์จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ จํานวน ๘ คน เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน
ประกอบด้วย ๑. แบบสอบถามความต้องการจําเป็นในการพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์
๒. ประเด็นการสนทนากลุ่ม ๓. แบบตรวจสอบรายการการจัดการ เรียนการสอนของครู ๔. แบบตรวจสอบ
รายการของผู้บริหารสถานศึกษาและศึกษานิเทศก์ ๕. แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อกระบวนการ
Coaching and Mentoring และ ๖. แบบประเมินคุณภาพงานวจิ ยั และ รายงานตามภาระหน้าที่ของผู้บริหาร
สถานศึกษาและศึกษานิเทศก์ การวิเคราะห์ข้อมูลทําโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และการวิเคราะห์เน้อื หา ผลการประเมินพบวา่

๑. ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการ พบว่า ครูส่วนใหญ่มีปัญหาในด้านการจัดการเรียน การ
สอน การพัฒนาสอ่ื และเทคโนโลยี การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และการทําวิจยั ในชั้นเรยี นเพื่อพัฒนาการ
เรียนการสอน และในประเด็นความพร้อมของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการเป็นคู่
พัฒนา พบว่า คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความพร้อมในการพัฒนาครู ผู้บริหาร
สถานศกึ ษา และศกึ ษานิเทศก์ตามความต้องการของสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา ปทมุ ธานี เขต


๒. ผลการประเมินด้านปัจจัยนําเข้าของโครงการ พบว่า ทางสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒ ได้ดําเนินการพิจารณาคัดเลือกสถานศึกษา ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และ
ศึกษานิเทศก์เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นระบบตามหลักเกณฑ์ที่ได้กําหนดขึ้นอย่างเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของโครงการ สําหรับแผนพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์โดยใช้กระบวนการ
สร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring พบว่า กําหนดให้มีการพัฒนาใน ๒ ลักษณะคือ ช่วงแรกเป็น
การฝึกอบรม จํานวน ๒ วนั และชว่ งท่สี อง เป็นการ Coaching and Mentoring จาํ นวน ๓ คร้งั

๓. ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการ พบว่า การดําเนินงานโครงการเป็นไปตาม
แผนพัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ที่ได้กําหนดไว้ สําหรับในประเด็นของปัญหาและ
อุปสรรคที่เกิดขึ้น ขณะดําเนินงานโครงการ พบว่า ครูส่วนใหญ่ยงั ขาดความมั่นใจในการทําวิจัยในช้ันเรียน ใช้
วธิ กี ารสอนและส่อื การเรียนรทู้ ี่ไมห่ ลากหลาย

๔. ผลการประเมนิ ด้านผลลัพธ์ของโครงการ พบว่า ผลที่ไดจ้ ากการดําเนินงานโครงการสว่ นใหญ่เป็นที่
น่าพึงพอใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เห็นว่า ได้ประโยชน์หรือเกิดผลทางบวกมากกว่าทางลบ สําหรับ
การประเมนิ ในดา้ นประสิทธิผล พบวา่ ครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา และศกึ ษานเิ ทศกส์ ว่ นใหญ่เข้ารับการฝึกอบรม
และพัฒนาตามระยะเวลาและมีผลงานเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด โดยผลงานส่วนใหญ่มีคุณภาพอยู่ในระดับ
พอใช้ถึงดีเยี่ยม และเพื่อให้การดําเนินงานโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการถ่ายทอด ส่งต่อและเ กิดความ
ยั่งยืน ทางสํานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาฯ จะนํารูปแบบหรือกระบวนการดําเนินงาน โครงการในแต่ละกลุ่มไป
ดาํ เนนิ การตอ่ กับโรงเรยี นในสงั กัด

สมเกียรติ ทานอก และคณะ (๒๕๕๖ : บทคัดย่อ) ได้พัฒนาครูโดยใชก้ ระบวนการสร้างระบบพีเ่ ล้ยี ง
Coaching and Mentoring สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต ๑ การวจิ ยั ครั้งน้ีเป็น
การวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาผลการพัฒนาครูโดยใช้ กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง
Coaching and Mentoring สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต ๑ และมี
วัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ ๑. ศึกษาสมรรถนะพื้นฐานด้านความรู้และด้านการปฏิบัติงานของผู้บริหาร
ศึกษานิเทศก์ และครูในโครงการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring
และ ๒. เพอื่ เปรยี บเทยี บสมรรถนะพนื้ ฐานด้านความรู้และด้านการปฏบิ ัตงิ านของครู กอ่ นและหลังการเข้าร่วม
โครงการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring ๓. เพื่อศึกษาความรู้

๔๗

ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการ สร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring ของ
ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครู ๔. เพื่อศึกษา ความสามารถในการสอนงาน (Coaching) และให้คำแนะนำ
(Mentoring) ของผู้บริหารศึกษานิเทศก์ และคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ๕. เพื่อศึกษา
ความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ของครู ๖.เพือ่ ศกึ ษาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหนว่ ยการเรียนรู้ที่
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ ๗. เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อ การพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่
เลี้ยง Coaching and Mentoring ผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๖ คน
ศึกษานิเทศก์ จำนวน ๔ คน และครู จำนวน ๙๐ คน ที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นครราชสมี า เขต ๑ ผลการวจิ ยั ปรากฏผลดังน้ี

๑. หลังเขา้ รว่ มโครงการผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครู มสี มรรถนะด้านความรู้อยู่ในระดบั ดี และด้าน
การปฏบิ ตั งิ านผู้บริหาร ศกึ ษานิเทศก์ และครูมสี มรรถนะดา้ นการปฏบิ ตั งิ านอยู่ในระดบั ดี

๒. สมรรถนะพื้นฐานด้านความรู้ของครูหลังเข้าร่วมโครงการสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ ส่วนสมรรถนะพื้นฐานด้านการปฏิบัติงานของครูหลังเข้าร่วมโครงการสูงกว่า
ก่อนเข้าร่วมโครงการอย่างมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .๐๑

๓. ผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง
Coaching and Mentoring อยใู่ นระดบั ต่ำ ศกึ ษานเิ ทศกม์ ีความร้คู วามเข้าใจ อยูใ่ นระดับปานกลาง และ ครูมี
ความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับปานกลาง และโดยภาพรวมผู้ร่วมโครงการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการสร้าง
ระบบพเ่ี ล้ียง Coaching and Mentoring มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับการพัฒนาครู อย่ใู นระดับ ปานกลาง

๔. เมื่อส้นิ สุดโครงการผู้บรหิ ารมีความสามารถเก่ียวกับการสอนงานและให้คำแนะนำโดย ประเมินอยู่
ในระดับดีเยี่ยม ประเมินโดยครอู ยู่ในระดับดี ศึกษานิเทศก์ประเมินความสามารถของตนเอง เกี่ยวกับการสอน
งานและให้คำแนะนำอยู่ในระดบั ดี ประเมนิ โดยครูอยู่ในระดับดี

๕. ครูสว่ นใหญม่ ีความสามารถในการออกแบบการจดั การเรยี นรู้ในระดับดี
๖. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ท่ี ครู
กำหนด และสว่ นใหญ่ผ่านเกณฑท์ ่ีครูกำหนดไว้
๗. ผ้บู ริหาร ศกึ ษานเิ ทศก์ และครมู ีความพงึ พอใจตอ่ โครงการในภาพรวมอย่ใู นระดับมาก
ธรี วี ทองเจอื (๒๕๖๐ : บทคัดยอ่ ) ได้ทำการวจิ ยั เร่ือง การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ยใ์ นศตวรรษที่ ๒๑ มี
ประเด็นที่ควรคำนึงถึงตามพลวัตการเปลี่ยนแปลง คือ มิติด้านร่างกาย คนไทยยุคใหม่ต้องเป็นผู้มีสุขภาพ
ร่างกายทีส่ มบูรณ์แขง็ แรง มกี ารพัฒนาการในด้าน รา่ งกายและสติปัญญาอย่างสมบูรณต์ ามเกณฑ์ในแต่ละช่วง
วยั มติ ดิ า้ นจิตใจ คนยุคใหม่ตอ้ งเป็นผู้ทีร่ ูจ้ ักและ เขา้ ใจตนเอง เข้าใจความรสู้ ึกของผู้อ่ืน เข้าใจสถานการณ์การ
เปลี่ยนแปลงและสภาพแวดล้อมต่างๆ รอบตัว ได้เป็นอย่างดี มิติด้านความรู้ คนยุคใหม่ต้องเป็นผู้มีความรู้ลึก
ในแก่นสาระของวิชา สามารถรู้รอบตัวในเชิง สหวิทยาการ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มิติด้านทักษะความ สามารถ คนไทยยุคใหม่ต้องเป็นผู้ที่มีทักษะในด้านการคิด
สร้างสรรค์ มที กั ษะในการส่ือสาร ทักษะภาษาต่าง ประเทศ ทกั ษะการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ ทักษะทาง
สงั คม ทักษะการอาชีพ ทักษะทางอารมณ์ และ ทกั ษะการจดั การท่ีดี
ศุภวรรณ ศรีเกตุ (๒๕๕๒ : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างระบบพี่เลี้ยงกับการ
ปรับตวั ในการทำงานของพนักงาน ผลการวจิ ัยพบวา่ ๑. พนักงานสว่ นใหญ่มรี ะดับการปรบั ตัวในการทำงานอยู่
ระดับมาก ๒. ระบบพเี่ ลีย้ งในองค์การเป็นแบบเดี่ยว มหี ัวหน้างานเปน็ ผจู้ ับคู่ระหวา่ งพเ่ี ล้ียงกับผู้ได้รับการดูแล
ลักษณะระบบพี่เลี้ยงมีทั้งแบบที่องค์กรมีการกำหนดเป็นนโยบายอย่างชัดเจน และแบบพนักงานอาวุโสให้
คำแนะนำแก่พนักงานใหม่ พนกั งานผู้ได้รับการดแู ลสว่ นใหญ่อยู่ในระบบพ่ีเล้ยี งเป็นเวลา ๗-๑๒ เดือน พเ่ี ลี้ยงมี

๔๘

ทักษะของพ่ีเลี้ยงอยู่ในระดับปานกลาง มีคุณลักษณะของพ่ีเลี้ยงอยู่ในระดับมาก และได้การดูแลมีคุณลักษณะ
ผู้ได้รับการดแู ลอยู่ในระดับมาก ๓. พนักงานที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และลักษณะงานแตกต่างกัน มีการ
ปรับตัวในการทำงานานไม่แตกต่างกัน ๔.ทักษะของพี่เลย้ี ง คณุ ลกั ษณะของพ่ีเลย้ี ง คุณลักษณะของผู้ได้รับการ
ดแู ล มคี วามสมั พันธ์ทำงานบวกกบั การปรับตัวในการทำงานานของพนักงานอยา่ งนยั สำคัญทร่ี ะดบั .๐๑

สุวดี อุปปินใจและคณะ (๒๕๕๓ : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่องรูปแบบการใช้ระบบพี่เลี้ยงและการ
สอนงานสำหรับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาอย่างเข้ม ของครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดเชียงรายผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการใช้ระบบพี่เลี้ยงและการสอนงาน
สำหรับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาอย่าง เข้มของครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดเชียงราย คือ GSMTP Model ประกอบด้วย๑) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ ๒)
หลักการของรูปแบบ ๓) ระบบระบบพี่เลี้ยงและการสอนงานองค์ประกอบ ในด้าน (๑) ปัจจัยนำเข้า (๒)
กระบวนการ (๓) ผลผลิต และ (๔) ข้อมูลย้อนกลับ ๔) แนวทางการนำรูปแบบไปใช้และ ๕) เงื่อนไข
ความสำเร็จของการนำรูปแบบไปใช้ การประเมนิ รปู แบบ ในการทดลอง โดยการประเมนิ สภาพ การดำเนนิ การ
ตามรูปแบบพบว่า หลังการใช้รูปแบบ ครูผู้ช่วยประสบผลสำเร็จทำให้ครูผู้ช่วยมีมาตรฐานการปฏิบัติตน และ
มาตรฐานการปฏิบัติงานมีผลการประเมินสูงขึ้น ครูผู้ช่วยและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ใน
ระดับมาก ส่วนการประเมินโดยการสัมมนาอิงผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่า มีประสิทธิภาพตาม
มาตรฐานด้านการใช้ ประโยชน์มาตรฐานด้านความเป็นไปได้และการนำไปใช้และมาตรฐานด้านความ
เหมาะสมอยู่ในระดบั มาก

๔๙

บทที่ ๓
วิธีการดำเนินการศึกษา

รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม อำเภอปา่ แดด จังหวัดเชยี งราย ผ้ศู ึกษามี
ข้นั ตอนในการดำเนนิ การศึกษา ดงั น้ี

ข้ันตอนการดำเนนิ การ กระบวนการ (PDCA) ผลทไี่ ดร้ ับ

ข้นั ตอนท่ี ๑ - ศึกษาและวิเคราะห์เอกสาร งานวิจัยท่ี รูปแบบการพฒั นาครูเก่งครูดี โดยใช้
สร้างรูปแบบการพฒั นาครูเก่งครูดี โดย เกี่ยวขอ้ ง กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงาน
ใช้กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอน - สัมภาษณ์ผเู้ ชี่ยวชาญ และการเป็ นพี่เล้ียง (Coaching and
งานและการเป็ นพ่ีเล้ียง (Coaching and - ร่างรูปแบบการพฒั นาฯ Mentoring Supervisor)
Mentoring Supervisor) - ตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการ
พฒั นาฯ

ข้นั ตอนท่ี ๒ ดาเ นิ นก ารจัดกิ จก รรมตามรู ปแ บบก าร สมรรถนะครู ท้ังก่อนและหลังการ
พฒั นาครูเกง่ ครูดีโดยใชก้ ระบวนการ พฒั นาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการ
การทดลองใชร้ ูปแบบการพฒั นาครูเก่ง นิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็ นพ่ี นิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็ น
ครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ เ ล้ี ย ง (Coaching and Mentoring พ่ี เ ล้ี ย ง (Coaching and Mentoring
ช้ีแนะสอนงานและการเป็ นพี่เล้ียง Supervisor) Supervisor)
(Coaching and Mentoring Supervisor)

ข้นั ตอนที่ ๓ - การประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรม - ผลการประเมนิ ประสิทธิภาพ
การศกึ ษาโรงเรียนป่ าแดดวทิ ยาคม นวัตกรรมการศึกษาโรงเรี ยนป่ าแด
การประเมินรูปแบบการพฒั นาครูเก่งครู - การประเมินคณุ ภาพนวตั กรรมการศึกษา วิทยาคม
ดี โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะ โรงเรียนป่ าแดดวทิ ยาคม - ผลการประเมินคุณภาพ นวัตกรรม
สอนงานและการเป็นพ่ีเล้ียง (Coaching - การประเมนิ คณุ ลกั ษณะครูเกง่ ครูดี การศึกษา
and Mentoring Supervisor) - การสารวจผลงานครูเก่งครูดี ก่อนและ - ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะครูเกง่ ครูดี
หลงั การพฒั นาครูเกง่ ครูดี - ผลการประเมนิ ผลงานครูเกง่ ครูดี
- การประเมินความพึงพอใจของครูและ - ระดับความพึงพอใจของครู และ
ผบู้ ริหาร ผบู้ ริหาร

แผนภาพที่ ๗ ขนั้ ตอนการดำเนินการศกึ ษา

๕๐

ขั้นตอนที่ ๑ การดำเนินการสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เล้ียง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จังหวัดเชียงราย ในการสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จังหวดั เชียงราย ผูศ้ ึกษาไดด้ ำเนินการแบง่ ออกเป็น ๔ ขนั้ ตามลำดับดังน้ี

ขั้นท่ี ๑ ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และ
ผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนและการจัดการศึกษา ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
นำไปสกู่ ารพัฒนาครเู ก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนเิ ทศแบบชแี้ นะสอนงานและการเป็นพ่ีเลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

๑.๑ ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของครูและบุคลกร นักเรียน และผู้ปกครองที่มีต่อ
การจัดการเรียนการสอนและการจัดการศึกษาของโรงเรียน และศึกษาและวิเคราะห์สภาพและปัญหาของงาน
วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน วิเคราะห์ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กำหนดจากเอกสารรายงานผลการ
ปฏิบัติงานของ ๔ กลุ่มบริหารงาน รวมทั้งทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ รายงานผลการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ และปีการศึกษา ๒๕๖๓ รายงานผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถงึ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ และภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศึกษา
๒๕๖๓ และผลการประเมินครูเก่งครูดี ผลการสำรวจผลงานของครูและนักเรียนโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมและ
ผลงานงานครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชยี งราย

๑.๒ ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและวิเคราะห์จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิรูป
การศึกษา แนวทางการพัฒนาครูให้เก่งและดี ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรมองค์กรของโรงเรียนป่าแดด
วิทยาคม อำเภอปา่ แดด จงั หวัดเชียงราย

ขนั้ ท่ี ๒ การสมั ภาษณ์ผ้เู ช่ียวชาญเกีย่ วกับการสรา้ งรปู แบบการพัฒนาครเู ก่งครูดี ใช้รูปแบบการพฒั นา
ครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring
Supervisor) โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอปา่ แดด จังหวดั เชยี งราย

๒.๑ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จํานวน ๕ คน ซึ่งได้ด้วยการเลือกแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) โดยกําหนดเกณฑ์ในการเลือกไว้ดังนี้ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการ
บริหารโรงเรยี น มปี ระสบการณด์ า้ นการบรหิ ารจดั การ การศึกษาและมคี วามเตม็ ใจใหค้ วามคดิ เหน็ ในเรื่องที่ทํา
วิจัย ซง่ึ ได้แก่

๒.๑.๑ นายทองปอนด์ สาดอ่อน อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เชยี่ วชาญสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต ๓๖

๒.๑.๒ นางสาวจีระพันธ์ อุดมลาภ อดีตผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนวิทยาศาสตร์
จฬุ าภรณ์ราชวทิ ยาลัย เชียงราย

๒.๑.๓ ดร.ธวชั ชมุ ชอบ อดตี ผูอ้ ำนวยการเชีย่ วชาญ โรงเรยี นสามัคคีวทิ ยาคม อ.เมอื ง จ.
เชียงราย

๒.๑.๔ ดร.ทวีป วงศ์ชาลีกุล ผู้อำนวยการเช่ียวชาญ โรงเรียนแมเ่ จดยี ์วิทยาคม อ.เวียง
ปา่ เปา้ จ.เชยี งราย

๕๑

๒.๑.๕ ดร.สมนึก นาห้วยทราย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต ๔

๒.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้ศึกษาได้นําผลการศึกษาและสังเคราะห์
เอกสาร ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม แบบประเมินคุณภาพ
นวตั กรรม การศกึ ษาโรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม โดยใชก้ ระบวนการนเิ ทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เล้ียง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย มา
กําหนดเป็นกรอบในการสร้างแบบสัมภาษณผ์ ูเ้ ชยี่ วชาญ

๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูลผลการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี ทั้งรูปแบบการประเมิน
คุณลักษณะครูเก่งครูดี แบบสำรวจผลงานครูเก่งครูดีก่อนและหลังการพัฒนาครูเก่งครูดี แบบประเมินผลงาน
ครูและแบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหาร ผู้ศึกษาได้ทําหนังสือถึงผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความ
อนเุ คราะหเ์ ก็บรวบรวมข้อมลู ตามประเดน็ การสนทนาของผเู้ ชยี่ วชาญ จาํ นวน ๕ คน

๒.๔ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาดําเนินการสังเคราะห์ผลแบบการสัมภาษณ์ ผู้เชี่ยวชาญเพือ่
สรปุ เป็นประเด็น

ขั้นท่ี ๓ การยกร่างรปู แบบการพัฒนาครูเก่งครูดโี ดยใช้กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการ
เป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชียงราย ผู้ศึกษานําผลการศึกษาและสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยนําผลการสัมภ าษณ์
ผู้เชีย่ วชาญเกี่ยวกับการพฒั นาศักยภาพทางวิชาการของนักเรยี นใหเ้ ก่ง ดี กล้า มากาํ หนดเป็นกรอบในการร่าง
รูปแบบการสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครดู ีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชีแ้ นะสอนงานและการเป็นพ่ีเลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย โดย
จัดทําเป็นรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม
อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชยี งราย

ข้ันที่ ๔ การตรวจสอบความตรงของรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวดั เชยี งราย

๔.๑ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจํานวน ๕ คน และ ครู จํานวน ๓๑ คน รวม
ทัง้ สน้ิ จาํ นวน ๓๖ คน การไดม้ าของกลุม่ ผ้ใู ห้ขอ้ มลู ได้จากการเลอื กแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

๔.๒ เครื่องมือทใี่ ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ไดแ้ ก่
๔.๒.๑ แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม โดยใช้

กระบวนการนเิ ทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็นพีเ่ ล้ียง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี น
ปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชียงราย

๔.๒.๒ แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนป่าแดดวิทยาคมโดยใช้
กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพีเ่ ลย้ี ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี น
ปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชยี งราย

๔.๒.๓ แบบการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดีแบบสำรวจผลงานครูเก่งครูดีก่อนและ
หลังการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง(Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชยี งราย

๕๒

๔.๒.๔ แบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหารโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอปา่ แดด จังหวดั เชยี งราย

๔.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากการประชาพิจารณ์ ดําเนนิ การดงั นี้
๔.๓.๑ ผู้ศึกษาได้ส่งหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าร่วมออกแบบแบบประเมินดังน้ี

แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมการศึกษา แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมการศึกษา แบบการประเมิน
คุณลักษณะครูเก่งครูดี แบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหารที่มีต่อการพัฒนาครูเก่งครูดี และแบบ
ประเมินความพึงพอใจโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและ
การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชยี งราย

๔.๓.๒ นําเสนอร่างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ซึ่งพิจารณาทีละประเด็น แล้วจดบันทึกรายการ
ข้อเสนอแนะและเหตผุ ลในประเดน็ ต่าง ๆ เพ่อื นําไปใช้ในการปรบั ปรุง แก้ไข

๔.๓.๓ นําเสนอร่างแบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนป่าแดด
วิทยาคมโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย บันทึก
รายการขอ้ เสนอแนะและเหตผุ ลปรับปรุง แก้ไข

๔.๓.๔ นําเสนอร่างแบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย บันทึก
รายการข้อเสนอแนะและเหตผุ ลปรบั ปรงุ แกไ้ ข

๔.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาดําเนินการโดยการวิเคราะห์ข้อความและสรุปเป็นประเด็น
เพื่อนําข้อมูลมาปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการ
เป็นพ่เี ล้ยี ง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชียงราย

ขั้นตอนที่ ๒ การทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี แบบสำรวจผลงานครูเก่งครูดี ก่อนและ
หลังการพฒั นาครูเกง่ ครดู ี แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพนวัตกรรมการศึกษาโรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม
และทดลองใช้แบบประเมินความพึงพอใจโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดด
วิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย การดําเนินการวิจัย โดยได้จัดทําแผนพัฒนาและคู่มือครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย และได้ดําเนนิ การตามลําดบั ดงั น้ี

๒.๑ กล่มุ ผู้ใหข้ ้อมูล ผศู้ ึกษาไดน้ าํ รปู แบบการพฒั นาครเู ก่งครูดี ตามรปู แบบการพัฒนาครูเก่งครดู ี โดย
ใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ไปทดลองใช้ในโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จงั หวัดเชียงราย โดยกลุม่ ผู้ใหข้ ้อมลู ประกอบด้วย ผูบ้ รหิ ารของโรงเรียนจำนวน ๒ คน ครจู ำนวน ๒๕ คน

๕๓

และหัวหน้ากลุ่มงานจำนวน ๔ คน รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓๑ คน ซึ่งเป็นผู้กำกับและรับผดิ ชอบ ในการทดลองใช้
รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching
and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอปา่ แดด จงั หวัดเชยี งราย

๒.๒ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย
๒.๒.๑ แบบการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี แบบสำรวจผลงานครูเก่งครูดีก่อนและหลังการ

พัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชยี งราย

๒.๒.๒ แบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บรหิ ารโดยใช้กระบวนการนเิ ทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด
จังหวดั เชียงราย

๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูลการทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการ
พัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชยี งราย

๒.๓.๑ ผู้ศึกษาดําเนินการชี้แจงกับคณะผู้บริหารของโรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด
จังหวัดเชียงราย หัวหน้ากลุ่มงานที่รับผิดชอบในรายละเอียดของการดําเนินงานตามรูปแบบ โดยใช้แผนและ
คู่มือทผ่ี ศู้ กึ ษาจดั ทำข้ึน

๒.๓.๒ โรงเรียนดาํ เนนิ การจัดกิจกรรมตามกลยุทธ์ในแบบประเมินคณุ ลักษณะครเู ก่งครูดี โดยใช้
รูปแบบการพฒั นาครูเกง่ ครดู โี ดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเปน็ พี่เล้ียง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ในภาคเรียนที่ ๒ ปี
การศกึ ษา ๒๕๖๒ และภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

๒.๓.๓ ผู้ศึกษาเชิญคณะผู้บริหารของโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงาน และครูมาประชุม เพื่อสรุปผล
การทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการ
นิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดด
วิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย จากนั้นเปิดอภิปรายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับข้อค้นพบที่ได้จากการทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ
ชีแ้ นะสอนงานและการเปน็ พีเ่ ลีย้ ง(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม อำเภอ
ปา่ แดด จังหวดั เชียงราย และให้ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ เกยี่ วกับการนําแบบประเมนิ คุณลักษณะครเู กง่ ครูดีไปใช้

๒.๓.๔ ข้อมูลเกยี่ วกับผลงาน เกบ็ รวบรวมข้อมลู ผลการปฏิบตั ิงานที่เป็นเลศิ จากหัวหน้ากลุ่มงาน
ครู และนกั เรยี น

๒.๔ การวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมผู้เกี่ยวข้องกับการทดลองใช้แบบประเมิน
คุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและ
การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชียงราย วิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมนิ ครูเก่งครูดี ด้วยคา่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ขั้นตอนที่ ๓ การประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหาร ที่มีต่อแบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี
โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor)โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชียงราย

๕๔

๓.๑ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหารของโรงเรียน จํานวน ๒
คน ครู จำนวน ๒๕ คน และหัวหน้ากลุ่มงาน จาํ นวน ๔ คน รวมทัง้ สิน้ จํานวน ๓๑ คน

๓.๒ เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ไดแ้ ก่
๓.๒.๑ แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดีก่อนและหลังการพัฒนาโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครู

เก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชยี งราย

๓.๒.๑.๑ วิเคราะห์สิ่งที่จะประเมิน เลือกรูปแบบเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน และ
กําหนดเกณฑ์ในการให้คะแนน ลกั ษณะของแบบประเมนิ ครูเก่งครูดี เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า (Rating
Scale) มี ๕ ระดับ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี

ระดับท่ี ๕ หมายถึง เหน็ ด้วยอยูใ่ นระดบั มากทสี่ ดุ
ระดับที่ ๔ หมายถึง เห็นด้วยอยู่ในระดับมาก
ระดบั ที่ ๓ หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ในระดับปานกลาง
ระดบั ท่ี ๒ หมายถึง เหน็ ด้วยอย่ใู นระดบั น้อย
ระดบั ที่ ๑ หมายถงึ เห็นดว้ ยอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่สี ุด
๓.๒.๒ แบบสำรวจผลงานครูเก่งครดู กี ่อนและหลงั การพฒั นาครูเกง่ ครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย มีเกณฑ์การพิจารณาด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ
ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานของจำนวนทั้งหมด
๓.๒.๓ แบบประเมินประสิทธิภาพ แบบประเมินความพึงพอใจ โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอปา่ แดด จังหวดั เชยี งราย โดยมีแนวทางการสรา้ งและหาคณุ ภาพ ดังน้ี
๓.๒.๓.๑ นาํ แบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขน้ึ ไปใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นการศึกษาและดา้ นวดั ผล
การศึกษาจํานวน ๕ คน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ว่าข้อคําถามแต่ละข้อ สร้างได้
สอดคล้องกบั เนอ้ื หาหรอื ไม่ โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้

+ ๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ ส่งิ ทีป่ ระเมนิ สอดคล้องกบั เนอ้ื หา
๐ หมายถงึ ไมแ่ นใ่ จวา่ สิ่งทีป่ ระเมินสอดคลอ้ งกบั เนอ้ื หา

- ๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าสงิ่ ทีป่ ระเมินไมส่ อดคลอ้ งกับเน้ือหา
แล้วนำไปคํานวณหาค่า IOC และคัดเลือกข้อคําถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ ๐.๕๐ ขึ้นไป พบว่า มีข้อ
คำถามทใ่ี ช้ได้จำนวน ๑๑ ข้อ และปรับปรุงแกไ้ ขตามคําแนะนําของผู้เชย่ี วชาญ ไดค้ ่า IOC อยรู่ ะหวา่ ง ๐.๖๐ –
๑.๐๐ จัดพมิ พ์แบบประเมนิ ความพงึ พอใจฉบบั ใหม่

๓.๒.๔ แบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ลักษณะของแบบประเมินเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี
๕ ระดบั เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดังนี้

ระดับท่ี ๕ หมายถึง มคี วามพึงพอใจมากที่สดุ
ระดบั ท่ี ๔ หมายถึง มคี วามพงึ พอใจมาก
ระดบั ท่ี ๓ หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง
ระดับท่ี ๒ หมายถงึ มีความพึงพอใจนอ้ ย

๕๕

ระดับที่ ๑ หมายถงึ มคี วามพึงพอใจนอ้ ยที่สุด
๓.๒.๔.๑ นำแบบประเมินความพึงพอใจไปทดลองใช้ (Try Out) กับคณะครูโรงเรียนดง
เจนวทิ ยาคม อำเภอภูกามยาว จงั หวัดพะเยา ทีไ่ ม่ใช่กลมุ่ ตัวอยา่ ง จำนวน ๑๕ คน
๓.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษานําแบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย เก็บข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ครูผู้สอน จาก
เปา้ หมายการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จํานวน ๓๑ ฉบับ ไดร้ ับคืนจํานวน ๓๑ ฉบับ คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐
๓.๔ การวเิ คราะห์ข้อมลู
๓.๔.๑ ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะ
สอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อ.ป่าแดด
จ.เชียงราย โดยภาพรวมและจาํ แนกเป็นรายข้อ โดยนําแบบสอบถามมาวิเคราะห์ด้วยการหาค่าเฉลีย่ (Mean)
และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยค่าเฉลี่ย (Mean) มีการแปลผลคะแนนที่อาศัย
เทียบเคยี งในการใช้เกณฑ์การประเมินคา่ (บุญชมุ ศรสี ะอาด, ๒๕๔๓ : ๘๔) ดงั ตอ่ ไปนี้
คะแนนเฉลยี่ ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายถงึ เหน็ ด้วยอยู่ในระดบั มากทีส่ ดุ
คะแนนเฉล่ยี ๓.๕๐ - ๔.๔๙ หมายถงึ เห็นดว้ ยอย่ใู นระดบั มาก
คะแนนเฉลี่ย ๒.๕๐ - ๓.๔๙ หมายถึง เห็นด้วยอยใู่ นระดบั ปานกลาง
คะแนนเฉลีย่ ๑.๕๐ - ๒.๔๙ หมายถึง เหน็ ด้วยอยู่ในระดับนอ้ ย
คะแนนเฉลยี่ ๑.๐๐ - ๑.๔๙ หมายถงึ เห็นดว้ ยอย่ใู นระดบั นอ้ ยท่สี ดุ
๓.๔.๒ แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพเ่ี ลยี้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย แบบประเมินนี้ประเมินในด้านความถูกต้อง (Accuracy Standards) ความ
เหมาะสม (Propriety Standards) ความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) และความเป็นประโยชน์ (Utility
Standards) ให้ผู้ตอบแบบสอบถาม ทุกท่านพิจารณาว่าแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย มีความถูกต้อง (Accuracy Standards) ความเหมาะสม (Propriety
Standards) ความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) และความเป็นประโยชน์ (Utility Standards)ในแต่ละ

ข้อรายการมากน้อยเพียงใดแลว้ ทําเคร่ืองหมาย ✓ ในแตล่ ะข้อทีท่ ่านคิดวา่ ตรงกบั ความเป็นจริงมากท่สี ดุ โดย
แบง่ ออกเป็น ๕ ระดับ ตามเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดังนี้

ระดบั ๕ หมายถึง มีความถูกต้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ ความเป็น
ประโยชน์ อยู่ในระดับมากทีส่ ุด

ระดับ ๔ หมายถึง มีความถูกต้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ ความเป็น
ประโยชน์ อยู่ในระดับมาก

ระดบั ๓ หมายถงึ มีความถูกต้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ ความเป็น
ประโยชน์ อยใู่ นระดับปานกลาง

ระดบั ๒ หมายถงึ มีความถูกต้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ความเป็น
ประโยชน์ อยู่ในระดับนอ้ ย

ระดับ ๑ หมายถึง มีความถูกต้อง/ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ความเป็น
ประโยชน์ อยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด

๕๖

๓.๔.๓ ขอ้ มูลเก่ียวกับความพงึ พอใจ จากการใชร้ ูปแบบการพฒั นาครูเก่งครดู ี โดยใช้กระบวนการ
นิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดด
วิทยาคม อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยภาพรวมและจําแนกเป็นรายข้อ วิเคราะห์ด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean)
และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการแปลความหมายของค่าเฉล่ยี กําหนดเกณฑ์ ดังนี้ (บญุ ชม ศรสี ะอาด, ๒๕๔๕ :
๑๐๓)

ค่าเฉลย่ี ระหว่าง ๔.๕๑ – ๕.๐๐ หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด
ค่าเฉลย่ี ระหว่าง ๓.๕๑ – ๔.๕๐ หมายถึง มีความพงึ พอใจมาก
ค่าเฉลี่ยระหว่าง ๒.๕๑ – ๓.๕๐ หมายถึง มคี วามพงึ พอใจปานกลาง
ค่าเฉลี่ยระหวา่ ง ๑.๕๑ – ๒.๕๐ หมายถงึ มีความพึงพอใจน้อย
ค่าเฉลย่ี ระหวา่ ง ๑.๐๐ – ๑.๕๐ หมายถงึ มีความพึงพอใจน้อยท่ีสุด

๕๗

บทท่ี ๔
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

การศึกษารูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็น
พี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย
คือ ๑.เพื่อสร้างรูปแบบการพฒั นาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชีแ้ นะสอนงานและการเปน็ พ่เี ลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ๒.เพื่อ
ศึกษาผลงานครูเก่งครูดี ก่อนและหลังการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและ
การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชยี งราย ๓.เพ่ือศึกษาความพงึ พอใจของครูและผู้บริหารที่มีต่อการพัฒนาครเู ก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอ ป่าแดด จงั หวัดเชียงราย โดยนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลตามลำดับ ดังน้ี

ข้นั ตอนท่ี ๑ การสรา้ งรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครดู ี โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและ
การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชยี งราย

ขั้นตอนที่ ๒ การทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชยี งราย และทำการสำรวจผลงานครเู กง่ ครูดีก่อนและหลังการ
พัฒนาครูเก่งครูดโี ดยใช้รปู แบบการพัฒนาครูเก่งครดู ี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงาน และ การ
เป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชยี งราย

ขั้นตอนท่ี ๓ การประเมนิ ความพึงพอใจของผูบ้ รหิ ารและครูที่มีต่อแบบประเมินคณุ ลักษณะครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชียงราย

ขั้นตอนที่ ๑ การสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการ
เป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัด
เชียงราย โดยมรี ายละเอยี ดใน รปู แบบแผนภมู ติ ่อไปนี้

๕๘

ตารางท่ี ๑ ตารางแสดงคา่ ความตรง (Validity) ของประสทิ ธิภาพรปู แบบการพัฒนาครเู กง่ ครูดี โดยใช้รูปแบบ
การพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชยี งราย มรี ายละเอียด ดังน้ี

องค์ประกอบ รายการ IOC แปลผล

๕๙

๑. ด้านคณุ ลกั ษณะ ๑. ความเป็นนวัตกรรมเป็นผลงาน วิธีการ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ความเปน็ นวัตกรรม กระบวนการใหม่ หรือองค์ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยมี ๑.๐๐ ใช้ได้
หรอื ทมี่ ีอยูแ่ ล้วแต่นำมาปรบั ปรุงหรอื พัฒนา ๑.๐๐ ใช้ได้
๒. ด้านกระบวนการ ๑.๐๐ ใช้ได้
พัฒนานวตั กรรม ๒. รูปแบบนวัตกรรมถูกต้อง ครบถ้วนสอดคล้อง
กบั ความร้คู วามสามารถของการปฏิบตั ิหน้าท่ี ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๑. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนา ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
นวัตกรรมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ตอ้ งการ มีความเปน็ ไปไดแ้ ละสามารถวดั ได้ ๑.๐๐ ใช้ได้
ใช้ได้
๒. การใช้หลักการแนวคิด ทฤษฎีในการพัฒนา ใชไ้ ด้
นวัตกรรม มีการสังเคราะห์ หลักการ แนวคิด
ทฤษฎี มาประยุกตใ์ ชไ้ ดส้ อดคล้องกับสภาพ ปญั หา ใชไ้ ด้
หรอื ความต้องการพฒั นา ใชไ้ ด้

๓. การออกแบบนวัตกรรม มีการออกแบบการ
พัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา หรือ
ความต้องการ บริบท หลักการ แนวคิด ทฤษฎี
ครอบคลุมกระบวนการ พัฒนา และมีความเป็นไป
ได้

๔. กระบวนการพัฒนา นวัตกรรมดำเนินการ
พฒั นานวตั กรรมตามทอ่ี อกแบบไวค้ รบทกุ ขัน้ ตอน
และ/หรอื มกี ารปรับปรงุ พัฒนาอย่าง ตอ่ เนอื่ ง

๕. การมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม ผู้ท่ี
เกี่ยวข้องทั้งในและนอกโรงเรียนมีส่วนร่วมใน การ
วางแผน การดำเนินการประเมนิ และ สรปุ ผล

๖. ความสำเร็จของการพัฒนานวัตกรรมการ
พัฒนานวัตกรรมได้ดำเนินการเสร็จสิ้นมีการ
เผยแพรแ่ ละสร้างเครือข่าย

๓. ด้านคุณค่าของ ๑. แกป้ ัญหาหรือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน หรอื ครู หรือ ๑.๐๐
นวตั กรรม สถานศึกษา ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายเกิด ๑.๐๐
ประโยชน์อยา่ งกว้างขวาง
๑.๐๐
๒. การใช้ทรัพยากรในการพัฒนานวัตกรรม ๐.๘๐
ประยุกต์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการพัฒนานวัตกรรม
ได้เหมาะสมคุ้มค่า และสอดคล้องกับบริบทของ
สถานศึกษา

๓. กระบวนการพัฒนานวัตกรรมก่อให้เกิด
ประสบการณ์และการเรยี นรู้รว่ มกนั ท้ังสถานศกึ ษา

๔. นวตั กรรม/กระบวนการพัฒนานวัตกรรม สง่ เสริม
กระตุ้น ให้ผู้พัฒนา/ผู้เกี่ยวข้องศึกษา ค้นคว้าและ

๖๐

แสวงหาความรู้เพิ่มเติมจนสามารถสร้างนวัตกรรม ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ใหมไ่ ด้ ๐.๖๐ ใช้ได้
๕. เป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอก ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
สถานศกึ ษา
๐.๙๕ ใชไ้ ด้
๖. มขี ัน้ ตอนการใชไ้ ม่ซับซอ้ นสามารถนำไปใช้ ได้ดี

๗. ประโยชน์ของนวัตกรรม ผลงานนวัตกรรมเกิด
ประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา
สถานศกึ ษาวงการวิชาชพี ครู และชุมชน

ค่าเฉลีย่ ค่าความตรง (Validity)

จากตารางที่ ๑ ตารางแสดงคา่ ความตรง (Validity) ของประสิทธภิ าพรปู แบบการพัฒนาครเู ก่งครดู ี

โดยใชร้ ูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเปน็ พีเ่ ล้ยี ง

(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม อำเภอปา่ แดด จังหวัดเชียงราย พบวา่

คา่ เฉลย่ี ของคา่ ความตรง (Validity) ทง้ั หมดเทา่ กบั ๐.๙๕ อยใู่ นระดับ ใชไ้ ด้

ตารางที่ ๒ ตารางแสดงค่าความตรง (Validity) ของคุณภาพรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการ
พัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and

Mentoring Supervisor) โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชยี งราย มรี ายละเอยี ด ดังน้ี

ขอ้ รายการประเมนิ IOC แปรผล

๑. ดา้ นปจั จยั

๑.๑ ผู้อำนวยการ : กำหนดนโยบาย แผนงาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ ๑.๐๐ ใช้ได้
วัฒนธรรมองค์กร

๑.๒ ผู้ชี้แนะสอนงานและพี่เลี้ยง : ทีมฝ่ายบริหารโรงเรียน ทีม ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
บรหิ ารงานกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ

๒. ดา้ นกระบวนการ

๒.๑ ขั้นการเตรียมการ : การสร้างความร่วมมือ ความสัมพันธ์ ข้อตกลง ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

รว่ มกนั ประชมุ ชแ้ี จงจัดทำ ID Plan และ MOU

๒.๒ ขัน้ การเตรยี มการ : การตั้งเปา้ หมายและการวางแผน แผนพฒั นาครู ๑.๐๐ ใช้ได้
เกง่ ครดู ี

๒.๓ ขั้นการชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง:กระบวนการทำงาน ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
ปฏิบัติร่วมกัน ชี้แนะ บอก ถาม โดยผ่าน การประชุมก่อนเปิดภาค ๐.๘๐ ใช้ได้
เรยี นประชมุ ประจำเดอื น ประชมุ กลุ่มย่อย การนิเทศ เย่ยี มชัน้ เรียน

๒.๔ ขั้นการชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง : การพัฒนาและการ
จดั การความสัมพันธ์ พจิ ารณาผลงาน ประเมินผลงานต่ออดโดยผ่าน

กระบวน PLC อบรมสมั มนา ศกึ ษาดูงานแหลง่ เรียนรู้

๖๑

๒.๕ การสรุปผล : การประเมินผลและติดตามยอมรับความสามารถ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
สรุปผลชี้แนะให้โอกาสแก้ไขด้วยตนเองให้ข้อแนะนำโดยผ่านการ
คัดเลือกครเู กง่ ครูดใี ห้ขวัญกำลังใจ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๑.๐๐ ใช้ได้
๓. ด้านผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ๑.๐๐ ใช้ได้
๓.๑ ผลผลติ : คุณภาพครู ครู เกง่ ครดู ี ๐.๙๘ ใชไ้ ด้

๓.๒ ผลลัพธ์ : คณุ ภาพนักเรยี น ดี เกง่ กล้า

๓.๓ ผลกระทบ : คณุ ภาพโรงเรยี นเป็นที่ยอมรับของชมุ ชน

ค่าเฉล่ียคา่ ความตรง (Validity)

จากตารางที่ ๒ ตารางแสดงค่าความตรง (Validity) ของคุณภาพรปู แบบการพัฒนาครูเกง่ ครดู ี โดยใช้
รปู แบบการพัฒนาครูเกง่ ครูดี โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบช้แี นะสอนงานและการเป็นพีเ่ ลย้ี ง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชียงราย พบวา่ คา่ เฉลี่ยค่าของความ
ตรง (Validity) ทั้งหมดเทา่ กับ ๐.๙๘ อยใู่ นระดับ ใช้ได้

ตารางที่ ๓ ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอปา่ แดด จงั หวดั เชยี งราย มรี ายละเอยี ดดังน้ี

ข้อ รายการประเมนิ ประเด็นความถกู ต้อง ความเหมาะสม รวม
ความเปน็ ไปได้ ความเปน็ ประโยชน์

๕๔๓๒๑

๑. ด้านปัจจยั

๑.๑ ผู้อำนวยการ:กำหนดนโยบาย ๔.๓๑ ๐.๕๖ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๗
แผนงาน วสิ ัยทศั น์ พันธกิจ

วฒั นธรรมองคก์ ร

๑.๒ ผู้ช้ีแนะสอนงานและพเี่ ลี้ยง :ทีม ๓.๗๕ ๑ ๐ ๐ ๐ ๔.๗๕

ฝ่ายบริหารโรงเรยี น ทีม
บรหิ ารงานกลุ่มบริหารงาน
วชิ าการ

๒. ดา้ นกระบวนการ

๒.๑ ข้นั การเตรยี มการ : การสรา้ ง ๔.๐๓ ๐.๗๘ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๑

ความรว่ มมือ ความสัมพันธ์

ขอ้ ตกลงร่วมกนั ประชุมชี้แจง
จดั ทำ ID Plan และ MOU

๒.๒ ขั้นการเตรยี มการ : การ ๔.๑๗ ๐.๖๗ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๔

ต้งั เป้าหมายและการวางแผน

แผนพัฒนาครเู กง่ ครดู ี

๖๒

๒.๓ ข้นั การช้แี นะสอนงานและการ ๔.๘๖ ๐.๑๑ ๐ ๐ ๐ ๔.๙๗
เปน็ พ่ีเลย้ี ง : กระบวนการ
ทำงาน ปฏบิ ตั ริ ว่ มกัน ช้ีแนะ
บอก ถาม โดยผา่ น การประชุม
กอ่ นเปิดภาคเรียนประชุม
ประจำเดอื น ประชมุ กลุ่มย่อย
การนิเทศ เย่ยี มชั้นเรียน

๒.๔ ขั้นการช้แี นะสอนงานและการ ๔.๑๗ ๐.๖๗ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๔
เป็นพเี่ ล้ียง : การพฒั นาและ
การจัดการความสมั พนั ธ์
พจิ ารณาผลงาน ประเมนิ ผล
งานต่ออดโดยผา่ นกระบวน
PLC อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน
แหล่งเรยี นรู้

๒.๕ การสรปุ ผล : การประเมนิ ผล ๓.๘๙ ๐.๘๙ ๐ ๐ ๐ ๔.๗๘
และตดิ ตามยอมรบั
ความสามารถ สรปุ ผลช้ีแนะให้
โอกาสแก้ไขดว้ ยตนเองให้
ข้อแนะนำโดยผา่ นการคดั เลอื ก
ครเู ก่งครูดีให้ขวัญกำลังใจ

๓. ด้านผลผลิต ผลลพั ธ์ ผลกระทบ

๓.๑ ผลผลิต : คุณภาพครคู รู เกง่ ครู ๔.๓๑ ๐.๕๖ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๗
ดี

๓.๒ ผลลพั ธ์ : คณุ ภาพนักเรียน ดี ๔.๐๓ ๐.๗๘ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๑
เกง่ กลา้

๓.๓ ผลกระทบ : คณุ ภาพโรงเรยี น ๔.๑๗ ๐.๖๗ ๐ ๐ ๐ ๔.๘๔
เป็นทีย่ อมรับของชุมชน

จากตารางที่ ๓ ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้
กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพ่เี ลยี้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียน
ปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชยี งราย พบวา่ ทัง้ ๓ ด้าน มีผลทไ่ี ดด้ งั นี้ ๑.ด้านปัจจัยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
๔.๘๗ และ ๔.๗๕ ตามลำดับ ๒.ด้านกระบวนการมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๘๑, ๔.๘๔, ๔.๙๗, ๔.๘๔ และ ๔.๗๘
ตามลำดับ ๓.ดา้ นผลผลติ ผลลัพธ์ และผลกระทบ มีคา่ เฉลย่ี เท่ากับ ๔.๘๗, ๔.๘๑ และ ๔.๘๔ ตามลำดบั

ขั้นตอนที่ ๒ ผลการศึกษาการทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดีโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครู
เก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring
Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวดั เชยี งราย ดงั ตารางต่อไปนี้

๖๓

ตารางที่ ๔ ตารางแสดงผลสรุปการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี การใช้รปู แบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้
กระบวนการนเิ ทศแบบชีแ้ นะสอนงานและการเปน็ พ่เี ลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี น
ป่าแดดวิทยาคม อำเภอปา่ แดด จงั หวดั เชยี งราย

ข้อ รายการประเมิน ก่อนการใช้ หลังการใช้ ผลต่าง
̅ S.D. ̅ S.D. ̅ S.D.

๑. ลักษณะครเู ก่ง ด้านการพฒั นาตนเอง

๑ ใฝ่หาความรู้ ชอบเรียนร้สู ่ิงใหม่ๆ เสมอ ๓.๖๐ ๐.๔๙ ๔.๓๗ ๐.๖๖ ๐.๗๗ ๐.๑๗

๒ พัฒนาตนเองศึกษาหาความรู้อยู่ ๓.๒๐ ๐.๔๐ ๔.๔๐ ๐.๖๑ ๑.๒ ๐.๒๑

ตลอดเวลา

๓ มกี ารประเมนิ ตนเองตลอดเวลา ๓.๘๓ ๐.๕๒ ๔.๒๐ ๐.๗๐ ๐.๓๗ ๐.๑๘

๔ เป็นผูน้ ำดา้ นวิชาการ ๓.๓๗ ๐.๕๕ ๓.๙๗ ๐.๖๖ ๐.๖ ๐.๑๑

๕ ตดิ ตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนือ่ ง ๓.๗๗ ๐.๖๗ ๔.๒๗ ๐.๗๗ ๐.๕ ๐.๑

๖ ยอมรับการเปลีย่ นแปลงส่ิงใหมๆ่ ๓.๘๗ ๐.๕๐ ๔.๔๗ ๐.๖๗ ๐.๖ ๐.๑๗

๒. ลกั ษณะครเู กง่ ดา้ นความสามารถในการสรา้ ง การพัฒนา หลักสตู ร และ ส่ือการสอน

๗ มคี วามสามารถในการศึกษาข้อมูล ๓.๓๗ ๐.๖๖ ๔.๐๓ ๐.๗๑ ๐.๖๖ ๐.๐๕

พน้ื ฐานเพ่ือสรา้ งหรอื พัฒนาหลกั สตู ร

๘ มีความสามารถในการเขียนหลักสูตร ๓.๒๓ ๐.๗๒ ๓.๐๘ ๐.๗๙ -๐.๑๕ ๐.๐๗

๙ มคี วามสามารถในการประเมิน ๓.๔๐ ๓.๔๐ ๓.๙๓ ๐.๗๗ ๐.๕๓ -๒.๖๓

ประสทิ ธิผลของหลกั สูตร

๑๐ มคี วามสามารถในการปรับปรุง ๓.๕๓ ๓.๕๓ ๓.๙๐ ๐.๗๕ ๐.๓๗ -๒.๗๘

หลกั สูตร

๑๑ มีความสามารถในการผลติ สอื่ การสอน ๓.๓๐ ๐.๔๖ ๔.๐๐ ๐.๗๗ ๐.๗ ๐.๓๑

๑๒ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ในการผลิตสอื่ ๓.๓๐ ๐.๖๔ ๓.๙๓ ๐.๗๗ ๐.๖๓ ๐.๑๓

การสอน

๓. ลักษณะครเู กง่ ดา้ นความสามารถในการสอน

๑๓ ให้ความสำคญั กับนกั เรยี นเป็น ๔.๒๗ ๐.๗๓ ๔.๕๐ ๐.๖๒ ๐.๒๓ -๐.๑๑

รายบุคคล

๑๔ มคี วามร้คู วามสามารถในเน้ือหาทส่ี อน ๓.๙๗ ๐.๕๕ ๔.๔๓ ๐.๖๗ ๐.๔๖ ๐.๑๒

เปน็ อย่างดี

๑๕ สอนเดก็ ใหเ้ ก่งได้ และมเี ทคนิคการ ๓.๖๓ ๐.๖๖ ๔.๐๓ ๐.๗๕ ๐.๔ ๐.๐๙

สอนดี

๑๖ มีความสามารถในการใชส้ ่ือการสอน ๓.๘๐ ๐.๕๔ ๔.๑๐ ๐.๗๐ ๐.๓ ๐.๑๖

๑๗ มีความสามารถในการใชส้ ่อื การสอนที่ ๓.๗๓ ๐.๖๓ ๔.๑๐ ๐.๗๐ ๐.๓๗ ๐.๐๗

หลากหลายและเหมาะสม

๑๘ มคี วามคิดสร้างสรรคใ์ นการสอน ๓.๔๓ ๐.๕๖ ๔.๑๐ ๐.๗๐ ๐.๖๗ ๐.๑๔

๑๙ มคี วามสามารถในการปรับตัวใหเ้ ขา้ กับ ๓.๙๓ ๐.๖๘ ๔.๓๗ ๐.๖๐ ๐.๔๔ -๐.๐๘

ผเู้ รียนได้

๖๔

๒๐ มคี วามสามารถสอนให้ผู้เรียนร้วู ธิ กี าร ๓.๘๐ ๐.๕๔ ๔.๓๓ ๐.๖๐ ๐.๕๓ ๐.๐๖

เรียนรู้

๒๑ มีการพฒั นาคณุ ภาพของผูเ้ รียนอยา่ ง ๓.๔๗ ๐.๕๖ ๔.๓๗ ๐.๖๖ ๐.๙ ๐.๑

เปน็ ระบบโดยการวางแผนการสอน

๒๒ รูจ้ ักใชแ้ หลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ เพื่อส่งเสรมิ ๓.๘๓ ๐.๖๔ ๔.๓๐ ๐.๗๔ ๐.๔๗ ๐.๑

การเรียนรู้ของผู้เรยี น

๒๓ สามารถปฏบิ ตั กิ ารสอนดว้ ยวิธีท่ี ๓.๘๓ ๐.๕๘ ๔.๓๓ ๐.๕๔ ๐.๕ -๐.๐๔

หลากหลาย

๒๔ สามารถจัดการเรยี นการสอนไดต้ าม ๓.๘๗ ๐.๕๖ ๔.๔๐ ๐.๖๖ ๐.๕๓ ๐.๑

ศกั ยภาพของผเู้ รียน

๒๕ สง่ เสริมใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การพัฒนาในด้าน ๓.๙๗ ๐.๕๕ ๔.๒๗ ๐.๖๘ ๐.๓ ๐.๑๓
ต่างๆ

๒๖ สามารถใช้ประสบการณใ์ นการ ๓.๘๗ ๐.๖๒ ๔.๓๐ ๐.๖๙ ๐.๔๓ ๐.๐๗
สรา้ งสรรค์ส่งเสรมิ การเรยี นรใู้ หเ้ กดิ
ประโยชนส์ ูงสดุ

๒๗ มีการพฒั นาคณุ ภาพของผเู้ รยี นอย่าง ๓.๗๓ ๐.๖๓ ๔.๒๐ ๐.๗๐ ๐.๔๗ ๐.๐๗
เป็นระบบโดยการดำเนินการสอน

๔. ลักษณะครเู กง่ ดา้ นความสามารถในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

๒๘ มีความสามารถในการวิเคราะห์ตัวชี้วดั ๓.๕๐ ๐.๕๐ ๔.๑๗ ๐.๕๘ ๐.๖๗ ๐.๐๘
เพ่ือกำหนดเป็นเน้ือหาและพฤตกิ รรม
ทจ่ี ะวัด

๒๙ มีความสามารถในการเลือกใช้ ๓.๖๗ ๐.๖๕ ๔.๓๓ ๐.๖๕ ๐.๖๖ ๐

เคร่อื งมือวดั ผลไดต้ รงตามสภาพจริง

๓๐ มีความสามารถในการตรวจสอบ ๓.๖๓ ๐.๖๖ ๔.๑๓ ๐.๗๒ ๐.๕ ๐.๐๖

คณุ ภาพของเคร่ืองมือวดั

๓๑ มีความสามารถในวธิ ีดำเนนิ การ ๔.๒๐ ๐.๕๔ ๔.๔๐ ๐.๖๑ ๐.๒ ๐.๐๗

ทดสอบ

๓๒ มคี วามสามารถในการแปลความหมาย ๓.๘๓ ๐.๖๙ ๔.๒๐ ๐.๗๐ ๐.๓๗ ๐.๐๑

ของคะแนน

๓๓ มีการนำคะแนนทไี่ ด้มาพฒั นาผลการ ๓.๘๓ ๐.๖๔ ๔.๒๗ ๐.๖๘ ๐.๔๔ ๐.๐๔

เรียนรู้ของผเู้ รยี น

๕. ลกั ษณะครูเก่ง ด้านความสามารถในการแกป้ ัญหา

๓๔ มคี วามสามารถในการให้คำปรึกษาได้ ๔.๐๗ ๐.๖๘ ๔.๔๗ ๐.๖๗ ๐.๔ -๐.๐๑
ทกุ เร่ือง

๓๕ มีความสามารถแกป้ ัญหาในการทำงาน ๔.๐๐ ๐.๖๘ ๔.๓๗ ๐.๖๖ ๐.๓๗ -๐.๐๒
ไดด้ ี

๓๖ มีความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการแกป้ ัญหา ๓.๘๗ ๐.๖๗ ๔.๒๗ ๐.๖๓ ๐.๔ -๐.๐๔

๖๕

๓๗ มีความสามารถในการ แก้ปญั หา ๓.๒๓ ๐.๔๒ ๔.๒๓ ๐.๖๗ ๑ ๐.๒๕
พฤติกรรมผเู้ รียนเพ่ือการพัฒนา
คุณภาพของผู้เรียนอยา่ งเป็นระบบ ๓.๔๗ ๐.๕๐ ๔.๒๗ ๐.๗๓ ๐.๘ ๐.๒๓
๔.๔๗ ๐.๕๐ ๔.๕๓ ๐.๕๐ ๐.๐๖ ๐
๖. ลักษณะครดู ี ด้านการครองตน ๔.๕๓ ๐.๕๐ ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๐.๑ ๐.๐๕
๓๘ มีความใจดี ใจเยน็ ๔.๗๓ ๐.๔๔ ๔.๘๐ ๐.๔๐ ๐.๐๗ -๐.๐๔
๓๙ มีความเมตตา ๔.๗ ๐.๕๓ ๔.๗๓ ๐.๕๑ ๐.๐๓ -๐.๐๒
๔๐ มธี รรมมะอยใู่ นจิตใจอยา่ งมัน่ คง ๔.๖๐ ๐.๕๕ ๔.๗๓ ๐.๕๑ ๐.๑๓ -๐.๐๔
๔๑ มีความซ่ือสัตย์ สุจริต ยุตธิ รรม ๓.๙๓ ๐.๒๕ ๔.๖๐ ๐.๖๑ ๐.๖๗ ๐.๓๖
๔๒ มีความรกั ความศรัทธาในอาชีพครู ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๔.๖๗ ๐.๕๔ ๐.๐๔ -๐.๐๑
๔๓ มีความกตัญญูเคารพผู้อาวโุ ส
๔๔ มีความเสียสละ ๓.๘๓ ๐.๓๗ ๔.๕๓ ๐.๕๖ ๐.๗ ๐.๑๙
๔๕ มีความเป็นกลั ยาณมิตรต่อผูอ้ ื่น ๐.๔ ๐.๔
๔๖ มคี วามเช่ือม่นั ในตนเอง กล้าคิด กลา้ ๓.๙๓ ๐.๒๕ ๔.๓๓ ๐.๖๕ ๐.๐๔ ๐
๔.๕๓ ๐.๖๗ ๔.๕๗ ๐.๖๗
ทำ ๔.๕๐ ๐.๗๒ ๔.๕๐ ๐.๗๒ ๐๐
๔๗ สามารถควบคุมอารมณต์ นเองได้ ๔.๓๓ ๐.๖๕ ๔.๓๓ ๐.๖๕ ๐๐
๔๘ มีเหตุผล ๔.๗๐ ๐.๔๖ ๔.๗๐ ๐.๔๖ ๐๐
๔๙ ย้ิมแย้มแจ่มใส ๔.๕๓ ๐.๕๖ ๔.๕๓ ๐.๕๖ ๐๐
๕๐ พูดจาไพเราะ ๔.๕๗ ๐.๕๖ ๔.๓๗ ๐.๘๔ -๐.๒ ๐.๒๘
๕๑ มีความรบั ผดิ ชอบ ๔.๕๓ ๐.๕๐ ๔.๔๓ ๐.๖๗ -๐.๑ ๐.๑๗
๕๒ มีระเบยี บวนิ ยั ๔.๕๓ ๐.๖๗ ๔.๕๓ ๐.๖๗ ๐๐
๕๓ มสี ขุ ภาพร่างกายแข็งแรง ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๐๐
๕๔ มีความพอเพยี ง ประหยัด ๔.๗๐ ๐.๕๓ ๔.๗๐ ๐.๕๓ ๐๐
๕๕ มีมนุษยสัมพันธ์ทด่ี ี ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๔.๖๗ ๐.๕๔ ๐.๐๔ -๐.๐๑
๕๖ ยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน ๔.๖๗ ๐.๔๗ ๔.๗๐ ๐.๔๖ ๐.๐๓ -๐.๐๑
๕๗ ให้เกียรตผิ อู้ น่ื ๓.๙๗ ๐.๑๘ ๔.๖๐ ๐.๕๕ ๐.๖๓ ๐.๓๗
๔.๐๓ ๐.๘๐ ๔.๐๗ ๐.๘๑ ๐.๐๔ ๐.๐๑
๕๘ แตง่ กายสภุ าพ ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๐๐
๕๙ เป็นแบบอยา่ งท่ดี ใี ห้กบั นกั เรียนได้ ๔.๕๓ ๐.๖๗ ๔.๕๓ ๐.๖๗ ๐๐
๖๐ มีความกระตือรอื รน้
๖๑ เป็นท่รี ักของผู้อื่น ๔.๖๗ ๐.๕๔ ๔.๗๐ ๐.๕๓ ๐.๐๓ -๐.๐๑
๖๒ เห็นคณุ ค่าของตนเองและผู้อ่ืน ๔.๖๗ ๐.๔๗ ๔.๖๗ ๐.๔๗ ๐๐
๖๓ ตรงต่อเวลา ๓.๗๓ ๐.๔๔ ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๐.๙ ๐.๑๑
๗. ลกั ษณะครดู ี ด้านการครองงาน ๔.๕๓ ๐.๖๒ ๔.๕๗ ๐.๖๒
๖๔ ครทู เ่ี อาใจใสน่ ักเรียนทุกคน ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๔.๖๓ ๐.๕๕ ๐.๐๔ ๐
๖๕ อุทิศตนเพ่ือการสอน ๐๐
๖๖ มุ่งม่นั ในการทำงาน
๖๗ ช่วยเหลอื ผู้อนื่ ในการทำงาน
๖๘ มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อการทำงาน

๖๖

๖๙ ต้ังใจทำงานอยา่ งเตม็ ท่ี ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๔.๗๗ ๐.๔๒ ๐ ๐
๗๐ วางแผนการสอนอยา่ งต่อเน่อื ง ๔.๓๓ ๐.๔๗ ๔.๕๗ ๐.๕๐ ๐.๒๔ ๐.๐๓
๗๑ ไม่แสวงหาผลประโยชนใ์ นหน้าที่ ๔.๘๓ ๐.๔๕ ๔.๘๓ ๐.๔๕ ๐ ๐
๗๒ รกั ษาศลิ ปะ วัฒนธรรมของชาติ ๔.๖๗ ๐.๕๔ ๔.๖๗ ๐.๕๔ ๐ ๐
๗๓ เสรมิ สร้างคา่ นิยมที่เหมาะสมใหก้ ับ ๔.๗๓ ๐.๔๔ ๔.๗๓ ๐.๔๔ ๐ ๐

นักเรียน ๓.๕๐ ๐.๕๐ ๔.๖๓ ๐.๔๘ ๑.๑๓ -๐.๐๒
๗๔ มคี วามคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ๓.๓๓ ๐.๔๗ ๔.๓๐ ๐.๖๙ ๐.๙๗ ๐.๒๒
๗๕ เปน็ ผู้นำการเปลยี่ นแปลง ๓.๗๐ ๐.๖๔ ๔.๒๐ ๐.๗๕ ๐.๕ ๐.๑๑
๗๖ เป็นตน้ แบบให้เพื่อนครูได้ ๔.๐๕ ๐.๕๕ ๔.๔๐ ๐.๖๓ ๐.๓๖ ๐.๐๘

เฉลีย่

จากตารางที่ ๔ ตารางแสดงผลประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี การใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี มี
ค่าเฉลยี่ กอ่ นการศึกษาเทา่ กับ ๔.๐๕ จัดอยู่ในระดับปานกลางและมคี า่ เฉลย่ี หลงั การศึกษาเทา่ กับ ๔.๔๐ จัดอยู่
ในระดบั ปานกลาง โดยผลตา่ งคา่ เฉลี่ยหลงั การศึกษาสูงกวา่ ก่อนการศึกษาเทา่ กับ ๐.๓๖ และค่าส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานคุณลักษณะครูเก่งครูดีก่อนการศึกษาและหลังการศึกษาเท่ากับ ๐.๕๕ และ ๐.๖๓ ตามลำดับ และ
ผลต่างคา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานเท่ากบั ๐.๐๘

ตารางที่ ๕ ตารางแสดงผลการศึกษา ผลการประเมินผลงานครเู ก่งครดู ีก่อนและหลงั การพัฒนาโดยใช้รูปแบบ

การพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and

Mentoring Supervisor) โรงเรียนปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอปา่ แดด จงั หวดั เชยี งราย

รายการประเมิน จำนวนผลงานครู ร้อยละก่อน ร้อยละหลงั ผลต่าง
ก่อน หลงั

๑. การจัดทำแผนการจัดการ ๒๗ ๒๙ ๙๓.๑๐ ๑๐๐ ๖.๙

เรยี นรู้

๒. มีการจดั ทำวจิ ยั ในชัน้ เรียน ๒๔ ๒๙ ๘๒.๗๖ ๑๐๐ ๑๗.๒๔

๓. มกี ารผลิตสือ่ และนวตั กรรม ๒๖ ๒๙ ๘๙.๖๖ ๑๐๐ ๑๐.๓๔

การเรยี นการสอน

๔. มีการสง่ ผลงานเพอื่ มแี ละ ๑๐ ๑๙ ๓๔.๔๘ ๖๕.๕๒ ๓๑.๐๔

เลื่อนวทิ ยฐานะ

๕. ไดร้ ับการยกยอ่ งชมเชย ๑๕ ๒๓ ๕๑.๗๒ ๗๙.๓๑ ๒๗.๕๙

๖. การเปน็ วทิ ยากร ๑๐ ๑๘ ๓๔.๔๘ ๖๒.๐๗ ๒๗.๕๙

๗. การเขา้ ร่วมอบรมและ ๒๐ ๒๙ ๖๘.๙๗ ๑๐๐ ๓๑.๐๓

พัฒนาตนเอง

๘. การศกึ ษาดูงาน ๑๘ ๒๙ ๖๒.๐๗ ๑๐๐ ๓๗.๙๓

๖๗

๙. การเผยแพร่ผลงานหรือการ ๒๙ ๒๙ ๑๐๐ ๑๐๐ ๐

ให้ความร่วมมือทางวชิ าการ

๑๐. การเป็นคณะกรรมการ ๑๕ ๒๗ ๕๑.๗๒ ๙๓.๑ ๔๑.๓๘

เจ้าหน้าที่หรือคณะทำงานกับ

หนว่ ยงานต่างๆ

จำนวนผลงานท้ังหมด ๑๙๔ ๒๖๑ - - ๖๗

จากข้อมลู ตารางที่ ๕ ตารางแสดงผลการศึกษาผลการประเมินผลงานครเู กง่ ครูดกี ่อนและหลังการ
พัฒนาโดยใชร้ ูปแบบการพัฒนาครูเกง่ ครูดีโดยใชก้ ระบวนการนเิ ทศแบบชแ้ี นะสอนงานและการเป็นพ่ีเล้ยี ง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชยี งราย พบวา่ ผล
การประเมนิ ผลงานครเู ก่งครูดีก่อนและหลงั การพฒั นาโดยใชร้ ปู แบบการพัฒนาครูเกง่ ครูดโี ดยใชก้ ระบวนการ
นเิ ทศแบบชี้แนะสอนงานและการเปน็ พเ่ี ลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนปา่ แดด
วทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชียงราย มีคา่ รอ้ ยละก่อนการพัฒนาผลงานครูเก่งครดู ี โดยในรายการประเมนิ
ที่ ๑ ถงึ รายการประเมินที่ ๑๐ ดังนี้ ๙๓.๑๐, ๘๒.๗๖, ๘๙.๖๖, ๓๔.๔๘, ๕๑.๗๒, ๓๔.๔๘, ๖๘.๙๗, ๖๒.๐๗,
๑๐๐ และ ๕๑.๗๒ ตามลำดับ และค่าร้อยละหลงั การพฒั นาผลงานครเู กง่ ครดู ีรายการประเมนิ ที่ ๑ ถึงรายการ
ประเมินท่ี ๑๐ ดังนี้ ๑๐๐, ๑๐๐, ๑๐๐, ๖๕.๕๒, ๗๙.๓๑, ๖๒.๐๗, ๑๐๐, ๑๐๐, ๑๐๐ และ ๙๓.๑ ตามลำดับ
โดยค่าร้อยละเพิม่ ขน้ึ ๙ รายการ ไดแ้ ก่ รายการประเมินท่ี ๑-๘ มีคา่ ร้อยละเพม่ิ ข้นึ เทา่ กับ ๖.๙, ๑๗.๒๔,
๑๐.๓๔, ๓๑.๐๔, ๒๗.๕๙, ๒๗.๕๙, ๓๑.๐๓, ๓๗.๙๓ และ ๔๑.๓๘ ตามลำดบั ซ่งึ รายการประเมินท่ี ๙ มีคา่ เท่า
เดมิ คือ เต็มรอ้ ยเปอร์เซ็นต์ทั้งก่อนและหลงั การการพัฒนาผลงาน โดยจำนวนผลงานทั้งหมดก่อนการพัฒนา
ผลงานครเู กง่ ครดู ีเทา่ กบั ๑๙๔ และ หลังการพฒั นาผลงานครูเกง่ ครูดีเท่ากับ ๒๖๑

ข้นั ตอนท่ี ๓ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้บริหาร และครูที่มตี ่อแบบประเมนิ คณุ ลักษณะครูเก่งครูดี
โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย ดัง
ตารางตอ่ ไปนี้

ตารางที่ ๖ ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเกง่ ครดู ี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชียงราย

ขอ้ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจหลังการวิจัย จำนวน (คน) ̅ S.D.

๑ ความพึงพอใจของครูโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครู ๒๙ ๔.๐๙ ๐.๖๗
เก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
ง า น แ ล ะ ก า ร เ ป ็ น พ ี ่ เ ล ี ้ ย ง (Coaching and
Mentoring Supervisor)

๖๘

๒ ความพึงพอใจของผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการ ๒ ๕.๐๐ ๐.๖๗
พัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ ๓๑ ๔.๕๕ ๐.๖๗
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching
and Mentoring Supervisor)

ความพงึ พอใจของครูและผู้บริหาร

จากตารางที่ ๖ ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการ
พัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมิน
ระดบั ความพึงพอใจของครูและผ้บู ริหาร มคี ่าเฉลย่ี เทา่ กบั ๔.๐๙ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากและ ๕.๐๐ จัด
อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของครูและผู้บรหิ ารเท่ากัน
คือ ๐.๖๗

ผลสรุปการประเมินความพึงพอใจของผู้ครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้
กระบวนการนิเทศแบบชแี้ นะสอนงานและการเปน็ พเี่ ลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียน
ป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครูและ
ผู้บริหาร มีค่าเฉลยี่ ทัง้ หมด เทา่ กับ ๔.๕๕ อยใู่ นระดับความพึงพอใจมาก และคา่ ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานเท่ากับ
๐.๖๗

๖๙

บทที่ ๕
สรปุ ผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ

การศึกษารูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่
เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงรายคอื
๑.เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและก ารเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) ๒.เพื่อศึกษาผลงานครูเก่งครูดีก่อนและหลังการพัฒนาครูเก่งครูดี
และศึกษาความพึงพอใจของครูและผู้บริหารที่มีต่อการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะ
สอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคมอำเภอป่า
แดด จังหวัดเชียงราย ๓.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูและผู้บริหารที่มีต่อการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้
กระบวนการนเิ ทศแบบช้ีแนะสอนงานและการเป็นพ่เี ลย้ี ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียน
ป่าแดดวิทยาคม อำเภอ ป่าแดด จังหวัดเชียงราย สรปุ ผลการศกึ ษาและอภิปรายผลได้ดงั ตอ่ ไปน้ี

สรปุ ผลการศกึ ษา
ขั้นตอนที่ ๑ การสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้

กระบวนการนเิ ทศแบบชแ้ี นะสอนงานและการเปน็ พเี่ ลย้ี ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี น
ปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอปา่ แดด จงั หวดั เชียงราย ใหม้ คี ุณภาพสามารถนำไปใช้ในการบรหิ ารจัดการโรงเรียนได้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี

๑. ผลค่าความตรง (Validity) ของประสิทธิภาพรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้รูปแบบการ
พัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ค่าเฉลี่ยของค่า
ความตรง (Validity) ทั้งหมดเท่ากับ ๐.๙๕ อยู่ในระดับ ใช้ได้ และผลค่าความตรง (Validity) ของคุณภาพ
รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด
จังหวดั เชียงราย พบว่า คา่ เฉลย่ี ของคา่ ความตรง (Validity) ทัง้ หมดเทา่ กบั ๐.๙๘ อยู่ในระดับ ใช้ได้

๒. ผลการประเมินคณุ ภาพของรปู แบบการพัฒนาครเู กง่ ครูดโี ดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด
จังหวัดเชียงราย พบว่าทั้ง ๓ ด้าน มีผลที่ได้ดังนี้ ๑.ด้านปัจจัยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๘๗ และ ๔.๗๕ ตามลำดับ
๒. ด้านกระบวนการมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๘๑, ๔.๘๔, ๔.๙๗, ๔.๘๔ และ ๔.๗๘ ตามลำดับ ๓. ด้านผลผลิต
ผลลพั ธ์ และผลกระทบ มคี ่าเฉลี่ยเท่ากบั ๔.๘๗, ๔.๘๑และ ๔.๘๔ ตามลำดบั สอดคลอ้ งกับภัทรภรณ์ น้อยกอ
(๒๕๖๑) ได้กล่าวว่า รูปแบบการนิเทศโรงเรียนสองภาษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยขั้นตอนการประเมินรูปแบบการนิเทศโรงเรียนสองภาษาระดับประถมศึกษา
สงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เก็บข้อมูลจากผบู้ รหิ ารและศึกษานิเทศก์ เครอ่ื งมอื ที่ใช้ คือ
แบบประเมินรูปแบบด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ในลักษณะ
มาตรส่วนประมาณค่า ๕ ระดับ สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผล
การศกึ ษา พบวา่ รูปแบบการนิเทศโรงเรียนสองภาษา มีคา่ เฉลย่ี ความถกู ต้องเท่ากบั ๔.๕๐ อยู่ในระดบั มาก มี
ค่าเฉลยี่ ความเหมาะสมเท่ากบั ๔.๕๒ อย่ใู นระดับมากทสี่ ุด มีคา่ เฉลีย่ ความเป็นไปได้เท่ากับ ๔.๓๘ อยู่ในระดับ
มาก และมีค่าเฉลี่ยความเปน็ ประโยชนเ์ ทา่ กับ ๔.๕๘ อยใู่ นระดับมากทีส่ ดุ และมแี สดงผลการประเมินคุณภาพ

๗๐

ของรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching
and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่าทั้ง ๓ ด้าน มี
ผลที่ได้ดังนี้ ๑.ด้านปัจจัยมีค่าเฉล่ียเท่ากับ ๔.๘๗ และ ๔.๗๕ ตามลำดับ ๒.ด้านกระบวนการมีค่าเฉลี่ยเท่ากบั
๔.๘๑, ๔.๘๔, ๔.๙๗, ๔.๘๔ และ ๔.๗๘ ตามลำดับ ๓.ด้านผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
๔.๘๗, ๔.๘๑ และ ๔.๘๔ ตามลำดับ

ขั้นตอนที่ ๒ การทดลองใช้แบบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชียงราย

๑. ผลประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี การใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชยี งราย พบว่า ผลการประเมินคุณลักษณะครูเก่งครูดี มีค่าเฉลี่ยก่อนการศึกษาเท่ากับ
๔.๐๕ จัดอยู่ในระดบั ปานกลางและมีค่าเฉล่ยี หลังการศึกษาเท่ากับ ๔.๔๐ จดั อยใู่ นระดับปานกลาง โดยผลต่าง
คา่ เฉลย่ี หลงั การศึกษาสูงกว่าก่อนการศึกษาเทา่ กบั ๐.๓๖ และคา่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานคุณลกั ษณะครูเก่งครู
ดีก่อนการศกึ ษาและหลังการศึกษาเท่ากับ ๐.๕๕ และ ๐.๖๓ ตามลำดบั และผลตา่ งคา่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
เท่ากบั ๐.๐๘

๒. แสดงผลการศึกษาผลการประเมินผลงานครูเก่งครูดีก่อนและหลังการพัฒนาโดยใช้รูปแบบการ
พัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and
Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินผล
งานครูเก่งครูดกี ่อนและหลงั การพฒั นาโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครเู กง่ ครูดโี ดยใช้กระบวนการนเิ ทศแบบชี้แนะ
สอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จังหวัดเชียงราย มีค่าร้อยละก่อนการพัฒนาผลงานครูเก่งครูดี โดยในรายการประเมินที่ ๑ ถึงรายการ
ประเมินที่ ๑๐ ดังนี้ ๙๓.๑๐, ๘๒.๗๖, ๘๙.๖๖, ๓๔.๔๘, ๕๑.๗๒, ๓๔.๔๘, ๖๘.๙๗, ๖๒.๐๗, ๑๐๐ และ
๕๑.๗๒ ตามลำดับ และค่าร้อยละหลังการพัฒนาผลงานครูเก่งครูดีรายการประเมินที่ ๑ ถึงรายการประเมินท่ี
๑๐ ดังนี้ ๑๐๐, ๑๐๐, ๑๐๐, ๖๕.๕๒, ๗๙.๓๑, ๖๒.๐๗, ๑๐๐, ๑๐๐, ๑๐๐ และ ๙๓.๑ ตามลำดับ โดยค่า
ร้อยละเพิ่มขึ้น ๙ รายการ ได้แก่ รายการประเมินที่ ๑-๘ มีค่าร้อยละเพิ่มขึ้นเท่ากับ ๖.๙, ๑๗.๒๔, ๑๐.๓๔,
๓๑.๐๔, ๒๗.๕๙, ๒๗.๕๙, ๓๑.๐๓, ๓๗.๙๓ และ ๔๑.๓๘ ตามลำดับ ซึ่งรายการประเมนิ ท่ี ๙ มีคา่ เทา่ เดมิ คือ
เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งก่อนและหลงั การการพัฒนาผลงาน โดยจำนวนผลงานทั้งหมดก่อนการพัฒนาผลงานครู
เก่งครูดเี ทา่ กบั ๑๙๔ และ หลงั การพัฒนาผลงานครูเกง่ ครูดีเทา่ กับ ๒๖๑

ขั้นตอนที่ ๓ ผลการประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหาร มีต่อแบบประเมินคุณลักษณะครูเก่ง
ครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

๑. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้
กระบวนการนเิ ทศแบบชแ้ี นะสอนงานและการเปน็ พเ่ี ลีย้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียน
ป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครูและ
ผู้บริหาร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๐๙ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากและ ๕.๐๐ จัดอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก
ทีส่ ุด โดยมคี า่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานความพึงพอใจของครแู ละผู้บรหิ ารเทา่ กนั คอื ๐.๖๗ ผลสรุปการประเมิน

๗๑

ความพึงพอใจของผู้ครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะ
สอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครูและผู้บริหาร มีค่าเฉลี่ยทั้งหมด
เทา่ กับ ๔.๕๕ อยใู่ นระดับความพึงพอใจมาก และค่าสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๖๗

อภิปรายผล
ขั้นตอนที่ ๑ การสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้

กระบวนการนเิ ทศแบบชีแ้ นะสอนงานและการเป็นพ่เี ลยี้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียน
ป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวัดเชียงราย

ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศ
แบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด
จังหวัดเชียงราย มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้อง
กับมณนิภา ชตุ บิ ตุ ร (๒๕๕๓) ได้กล่าววา่ รปู แบบการพัฒนาคุณภาพครดู ว้ ยวิธีเสริมพลัง โดยรูปแบบการพัฒนา
มี ๔ องคป์ ระกอบ คือ ๑.อบรม ๒.การเปน็ พ่เี ลย้ี ง ๓.การชแ้ี นะ ๔.การนเิ ทศ อีกทั้งยงั สอดคล้องกบั วิสทุ ธิ เวียง
สมุทร (๒๕๕๓) ไดก้ ลา่ วว่าการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วง
ชน้ั ที่ ๑-๒ แบบพฒั นาครปู ระกอบด้วย กระบวนการ ๗ ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ ๑.ศึกษาสภาพปญั หาปัจจบุ ัน ๒.นําพาสู่
แนวทางแก้ไข ๓.ก้าวไกลเพิ่มพูนความรู้ของครู ๔.ลงสู่การปฏิบัติจริง ๕.พากเพียร นิเทศ ติดตามประเมินผล
๖.บุคลากรทุกคนร่วมชื่นชม ๗.เน้นการสร้างเครือข่ายร่วมใจพัฒนา และยังสอดคล้องกับชัชวาล เจริญบุญ
(๒๕๕๓) ได้กล่าวว่า รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญของ
ครูผู้สอนในจังหวัดมหาสารคาม ใช้ ๓ กิจกรรมเป็นรูปแบบการพัฒนาครู ได้แก่ การอบรมเชิงปฏิบัติการผลิต
สื่อนวัตกรรม การศึกษาดูงานและการประชุมทบทวนความรู้ และยังสอดคล้องกับไอสัน และ บอนเวล
(๑๙๙๓) ได้กล่าวถึงรูปแบบที่ประสบผลสําเร็จของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาครูโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
รูปแบบที่ดีที่สุดของการพัฒนาครู เป็นรูปแบบที่มีการสนับสนุนให้ครูทํางานอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีการ
วางแผนด้วยตนเอง มคี วามสําเร็จตามรูปแบบ ซึง่ มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ๑.ศกึ ษาผลการปฏิบัติงานที่ดีท่ีสุด
๒.เข้าใจความสัมพันธ์แนวปฏิบัติของตนเองกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ๓.กําหนดแผนปฏิบัติการของตนเอง ๔.
ดําเนินการตามแผน ๕.ประเมินผลด้วยตนเอง ๖.แสดงผลหรือแก้ไขผลการดําเนินงาน ๗.ประชุมแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกัน พบว่า ครูมีการพัฒนาตนเอง หลังจากศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด สมาชิกแต่ละกลุ่มทราบ
ความก้าวหน้าของตนเองผ่านรูปแบบที่ประสบผลสําเร็จเป็นระยะๆ มากกว่ารับทราบทางเอกสารผลการวิจัย
ทําให้ทีมพัฒนาครูได้ตระหนักถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูกระบวนการสะท้อนผลการปฏิบัติงานของ
ตนเอง และยงั สอดคล้องกบั วชริ า เครือคำอา้ ยและชวลติ ขอดศริ ิ (๒๕๖๒) ได้กลา่ วถึงการพฒั นารูปแบบการ
นิเทศโดยใช้กระบวนการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยงเพื่อส่งเสริมศักยภาพ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบวา่ ได้รูปแบบการนิเทศ
ชื่อว่า “ดับเบิ้ลพีแอลซีเอ พลัส (PPLCA Plus) ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ หลักการ เงื่อนไขสำคัญ และ
องค์ประกอบเกิดข้อค้นพบ (Body of Knowledge) และยังสอดคล้องกับศรีวรรณ แก้วทองดีและคณะ
(๒๕๖๑) ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาตนเองของครูในสถานศึกษา สหวิทยาเขตบึงสามพัน สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๐ พบว่า ด้านที่มีความต้องการพัฒนาตนเองของครูมากที่สุด คือ ด้าน

๗๒

การศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้ ติดตามองค์ความรู้ใหม่ๆ ทางวชิ าการและวิชาชีพ รองลงมาคือ ด้านการสร้างองค์
ความร้แู ละนวตั กรรมในการพฒั นาองค์กรและวชิ าชีพ สว่ นความตอ้ งการพฒั นาตนเองของครตู ่ำสดุ ได้แก่ ด้าน
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่าย แนวทางการพัฒนาตนเองของครูในสถานศึกษา สหวิทยาเขต
บึงสามพัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๐ คือ ๑)ควรวางแผนกำหนดแนวทางการ
พฒั นาตนเองของครูในการปฏิบตั ิงาน ๒)ควรสนบั สนนุ งบประมาณ และใหโ้ อกาสครูพฒั นาตนเองทางวิชาการ
และวชิ าชีพ ๓)ควรสง่ เสรมิ ให้ครสู ร้างนวัตกรรมแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ และสรา้ งเครือขา่ ย โดยใช้วิธีการที่
หลากหลาย และยังสอดคล้องกับมานิตย์ อาษานอกและชวลิต ชูกำแพง (๒๕๖๐) ได้กล่าวถึงการศึกษา
รูปแบบการพัฒนาครมู ืออาชีพตามแนวคดิ วิธีการสอนงานและให้คำปรึกษาโดยใช้วีดิทศั น์ ท่ีส่งเสริมสมรรถนะ
การสอนครูในโรงเรียน โดยได้ศึกษาทำการประเมินผลการจัดกิจกรรมการพัฒนาในรูปแบบจากการสํารวจ
ความเห็นของครูในโรงเรยี นที่เข้ารว่ มโครงการ ผลการศึกษาพบวา่ รูปแบบที่ใช้ในการพัฒนาครู ประกอบด้วย
ขั้นตอนการพัฒนา ๓ ขั้น ๔ ระยะ คือ ๑)ชั้นวางแผน (Plan) ๒)ขั้นดําเนินการพัฒนา (Process for
Development) มี ๔ ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ ๑ กิจกรรม Training for Coaching and Mentoring
ระยะที่ ๒ กิจกรรม Sharing and Learning Together ระยะที่ ๓ กิจกรรม Coaching and Mentoring
ระยะที่ ๓ กิจกรรม Coaching and Mentoring และระยะที่ ๔ กิจกรรม Showcase ๓)ขั้นสรุปและสะท้อน
ผล (Post and Reflection)

ผลการพัฒนาสมรรถนะการสอนของครู พบว่า ครูมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาหลังการฝึกอบรม
ระยะที่ ๑ คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๒๖ และในระยะที่ ๒ ครูยังขาดความมั่นใจในการสร้างระบบ Coaching and
Mentoring การสร้างชุมชนการเรียนรู้ครู (PLC) มีความกังวลในการสร้างวีดิทัศน์ เนื่องจากขาดทักษะการใช้
ไอซีที และมีความต้องการในการฝึกอบรม พบว่า ครูมีความมั่นใจ และเจตคติทางบวกในการปฏิบัติมากขึ้น มี
เจตคตทิ ด่ี ตี อ่ การสร้างชุมชนการเรียนรู้ครู และสามารถวางแผนในการนาํ ระบบการสอนงานและให้คําปรึกษา
ไปใช้ในห้องเรียนได้ ในระยะที่ ๔ พบว่า สมรรถนะการสอน ของครูมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ทั้ง ๔
มิติ ทั้งมิติการจัดการห้องเรียน มิติด้านความรู้ มิติด้านวิธีสอน และมิติด้านการวินิจฉัย และยังสอดคล้องกับ
วาสนา มะณีเรืองและคณะ (๒๕๕๙) ได้กล่าวถึง รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน
Model of Smart Teacher Development in Basic Education มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาคุณลักษณะครู
เก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ
เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบ
แบบกลุ่มตัวอยา่ งเดียว ผลการวิจยั สรปุ ได้ ดังน้ี ๑.ครเู กง่ มีคุณลักษณะ ๕ ประการ ไดแ้ ก่ การพัฒนาตนเองอยู่
เสมอ ความสามารถในการสร้าง การพฒั นา หลกั สูตรและสือ่ การสอน ความสามารถในการสอน ความสามารถ
ในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ และความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรบั ครูดี มีคุณลกั ษณะ ๒ ประการ
ได้แก่ การครองตน และการครองงาน ๒.รูปแบบท่ีสามารถพฒั นาครเู ก่งครูดีของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานได้มาก
ที่สุด คือ การสร้างระบบพี่เลี้ยง รองลงมา คือ การฝึกอบรม และการนิเทศแบบคลินิก ตามลำดับ โดยรูปแบบ
ทั้งสามสามารถพัฒนาครูเก่งครูดีได้ ร้อยละ ๖๕.๑ รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ไดแ้ ก่ การสร้างระบบพ่ีเล้ียง การฝึกอบรม และการนิเทศแบบคลินกิ มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้สูง
กวา่ เกณฑ์อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .๐๑ สรุปได้วา่ รูปแบบท่ีสามารถพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐานได้มากที่สุด คือ การสร้างระบบพี่เลี้ยง รองลงมา คือ การฝึกอบรม และการนิเทศแบบคลินิก
ตามลำดับ

สอดคล้องกับวรรณภร ศิริพละ (๒๕๕๙) ได้กล่าวถึงรูปแบบพัฒนาครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ผลการวจิ ัยพบว่า ๑.สภาพปัญหาการพัฒนาครขู องมหาวิทยาลยั ราชภฏั คอื รูปแบบการพัฒนาครู ได้แก่ ปจั จยั

๗๓

นำเข้าประกอบด้วย หลักสูตร บุคลากร งบประมาณ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและการบริหารงานกระบวนการ
ประกอบด้วย วางแผน ลงมือปฏิบัติ ประเมินผลและตรวจสอบ ผลผลิต ประกอบด้วยวุฒิการศึกษาหรือวิทย
ฐานะเพิ่มขึ้นเทคนิคการจัดการเรียนรู้และวิจัยในชั้นเรียน ผลสะท้อนกลับประกอบด้วย ความร่วมมือระหว่าง
มหาวิทยาลัยราชภัฏกับสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกปัจจัยมีผลการดำเนินงานระดับมาก ด้วย
ค่าเฉล่ีย ๓.๘๖, ๓.๘๑, ๓.๘๖ และ ๓.๘๗ ตามลำดับ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ๐.๙๑, ๐.๙๐, ๐.๘๖ และ ๐.๘๕
ตามลำดบั

ข้ันตอนที่ ๒ ผลการศกึ ษา การทดลองใชแ้ บบประเมินคุณลักษณะครูเก่งครดู โี ดยใชร้ ูปแบบการพัฒนา
ครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring
Supervisor) โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชียงราย

ผลประเมินคณุ ลักษณะครูเก่งครดู ี การใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครดู ี โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบ
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินคุณลกั ษณะครูเก่งครูดี มีค่าเฉลี่ยก่อนการศึกษาเท่ากบั
๔.๐๕ จดั อยใู่ นระดบั ปานกลางและมีค่าเฉล่ยี หลังการศึกษาเท่ากับ ๔.๔๐ จัดอยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยผลต่าง
ค่าเฉลย่ี หลงั การศึกษาสูงกว่าก่อนการศึกษาเท่ากับ ๐.๓๖ และค่าส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานคุณลักษณะครูเก่งครู
ดีก่อนการศึกษาเท่ากับ ๐.๕๕ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคุณลักษณะหลังการศึกษาเท่ากับ ๐.๖๓ และผลต่าง
ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กับ ๐.๐๘

สอดคล้องกับวารุณี ลัภนโชคดี (๒๕๖๐) ได้กล่าวถึงรูปแบบการพัฒนาครู กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทยโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) องค์ประกอบด้าน
กระบวนการพัฒนาครู ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๒ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมฝึกอบรม (Training) และ
กิจกรรมพี่เลี้ยงและการชี้แนะ (Coaching and Mentoring) และกลไกหลัก ๘ กลไก ได้แก่ การร่วมมือรวม
พลังกันทำงานเป็นทีม การมีเป้าหมายและการสร้างความเข้าใจรว่ มกันการเห็นความสำคัญและการสนับสนุน
ของผู้บริหารโรงเรียน การสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่น การรู้จักและยอมรับซึ่งกันและกัน การเรียนรู้
ร่วมกันแบบกัลยาณมิตร การวิเคราะห์ปัญหาและแกไ้ ขปญั หาในการพัฒนาครู รูปแบบการพฒั นาครฯู อย่างมี
ประสิทธิภาพ เนื่องจากองค์ประกอบกิจกรรมย่อยในแต่ละองค์ประกอบการดำเนินงานพัฒนาครูมี ๓ ด้าน
ได้แก่ ความเป็นประโยชน์ ความเหมาะสม และความเป็นไปได้

สอดคลอ้ งกับวิสทุ ธิ์ วิจติ ร พชั ราภรณ์และคณะ (๒๕๕๖) ได้กลา่ วถึงการพัฒนาครู โดยใช้กระบวนการ
สร้างระบบพี่เลี้ยง Coaching and Mentoring ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนําเข้า ด้านกระบวนการ และด้าน
ผลลพั ธ์ โดยไดท้ าํ การประเมินใน ๔ ด้าน คอื ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ดา้ นความยัง่ ยนื และดา้ นการ
ถ่ายทอดส่งต่อ ซึ่งสอดคล้องกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้กล่าวถึงความพร้อมในการ
พัฒนาครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ตามความต้องการของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษา ปทมุ ธานี โดยใชก้ ระบวนการสร้างระบบพ่ีเลยี้ ง Coaching and Mentoring พบวา่ กําหนดให้มี
การพัฒนาใน ๒ ลกั ษณะ คือ ชว่ งแรก เป็นการฝึกอบรมจาํ นวน ๒ วนั และชว่ งทส่ี อง เปน็ การ Coaching and
Mentoring จาํ นวน ๓ ครัง้

สอดคล้องกับมานิตย์ อาษานอกและชวลิต ชูกำแพง (๒๕๖๐) ได้กล่าวถึงผลการศึกษารูปแบบการ
พัฒนาครูมืออาชีพตามแนวคิดวิธกี ารสอนงานและให้คำปรึกษาโดยใช้วีดิทัศน์ ที่ส่งเสริมสมรรถนะการสอนครู
ในโรงเรียน จากการสํารวจความเห็นของครูในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต ๑ จํานวน ๑๐๐ คน ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบที่ใช้ในการพัฒนาครู

๗๔

ประกอบด้วยขั้นตอนการพัฒนา ๓ ขั้น ๔ ระยะ คือ ๑)ชั้นวางแผน (Plan) ๒)ขั้นดําเนินการพัฒนา (Process
for Development) มี ๔ ระยะ ประกอบด้วยระยะที่ ๑ กิจกรรม Training for Coaching and Mentoring,
ระยะที่ ๒ กิจกรรม Sharing and Learning Together, ระยะที่ ๓ กิจกรรม Coaching and Mentoring,
ระยะที่ ๔ กิจกรรม Showcase ๓) ขั้นสรุปและสะท้อนผล (Post and Refection) ผลการพัฒนาสมรรถนะ
การสอนครู พบวา่ ครมู คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในเน้ือหาหลังการฝึกอบรมระยะท่ี ๑ คดิ เปน็ ร้อยละ ๕๔.๒๖ และใน
ระยะที่ ๒ ครูยังขาดความมั่นใจในการสรา้ งระบบ Coaching and Mentoring การสร้างชุมชนการ เรียนรู้ครู
(PLC) มีความกังวลในการสร้างวีดิทัศน์ เนื่องจากขาดทักษะการใช้ไอซีที และมีความต้องการในการฝึกอบรม
ในระยะที่ ๔ พบว่าสมรรถนะการสอนของครูมคี วามเหมาะสมในระดับมากที่สุด ทั้ง ๔ มิติ มิติด้านความรู้ มิติ
การจัดการห้องเรยี น มิติดา้ นวิธสี อนและดา้ นการวนิ ิจฉัย สอดคลอ้ งกบั วาสนา มะณเี รืองและคณะ (๒๕๕๙) ได้
กล่าวถึงรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (Model of Smart Teacher
Development in Basic Education) คือ หลักสูตรและสือ่ การสอน ความสามารถในการสอน ความสามารถ
ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และความสามารถในการแกป้ ัญหาสำหรับครูดี มีคุณลักษณะ ๒ ประการ
ได้แก่ การครองตน และการครองงาน รูปแบบที่สามารถพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้มาก
ที่สุด คือ การสร้างระบบพีเ่ ลี้ยง รองลงมา คือ การฝึกอบรม และการนิเทศแบบคลินิก ตามลำดับ โดยรูปแบบ
ทั้งสามสามารถพัฒนาครูเก่งครูดีได้ ร้อยละ ๖๕.๑ รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้แก่ การสรา้ งระบบพ่ีเลีย้ ง การฝกึ อบรม และการนเิ ทศแบบคลินิก มคี วามเหมาะสมและมีความเป็นไปได้สูง
กว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ สรุปรูปแบบที่สามารถพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาข้ัน
พืน้ ฐานได้มากท่ีสุด คอื การสร้างระบบพ่เี ล้ยี ง รองลงมา คอื การฝกึ อบรม และการนเิ ทศแบบคลินกิ ตามลำดับ
โดยรูปแบบทั้งสามสามารถพัฒนาครเู กง่ ครดู ไี ดเ้ พยี งร้อยละ ๖๕.๑ เท่าน้ัน

สอดคล้องกับ ธรินธร นามวรรณ (๒๕๖๑) ได้กล่าวถึงการพัฒนาครูโดยใช้นวัตกรรมการนิเทศ
การศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจของครูต่อกระบวนการปฏิบัตินวัตกรรมการนิเทศการศึกษาใน
ระดบั มากทส่ี ดุ โดยรวมมีค่าเฉล่ียเท่ากบั ๔.๕๘ และค่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั ๐.๔๘

สอดคล้องกับ ธานินทร์ ปัญญาวัฒนากุลและ สมศักดิ์ เอี่ยมคงสี (๒๕๖๐) ได้กล่าวถึงการพัฒนาครู
ด้านทักษะการจัดการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ โดยใช้โรงเรยี นเป็นฐาน ในโรงเรยี นขนาดเล็กของอำเภอบางคล้า
จังหวัดฉะเชิงเทรา ผสมผสานรูปแบบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ ผลการศึกษาพบว่า
การศกึ ษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพฒั นาครูด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยใช้
โรงเรียนเป็นฐาน ในโรงเรียนขนาดเล็กของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา การพัฒนาครูด้านการจัดการ
เรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ อยู่ในระดับมาก ความต้องการในการพัฒนาครูดา้ นทักษะการจดั การเรียนรู้ในศตวรรษ
ที่ ๒๑ ในโรงเรียนขนาดเล็กของอำเภอบางคลา้ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา มีความตอ้ งการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
โดยเรียงลำดับความตอ้ งการพัฒนาจากมากไปน้อยได้แก่การพัฒนาการจัดการเรียนรูด้ ้วยวิธีโครงการเป็นฐาน
การพัฒนาความสามารถในการพัฒนาเกณฑ์เพื่อการประเมินผลงานที่มีลักษณะจำเพาะชิ้นงานการพัฒนา
ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการเขา้ ถึงข้อมลู อย่างรวดเรว็ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านทักษะการ
จัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนขนาดเล็ก ของอำเภอบางคล้า จังหวัด
ฉะเชิงเทรา มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก การพัฒนาครูด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยใช้
โรงเรยี นเป็นฐาน ในโรงเรยี นขนาดเลก็ อำเภอบางคล้า จังหวดั ฉะเชงิ เทรา ให้มคี วามสามารถใน ๓ ดา้ น พบว่า
ทักษะการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบโครงงานดา้ นการเขียนแผนการจัดการเรียนรูม้ ีคุณภาพอยู่
ในระดับดี ดา้ นการปฏบิ ตั กิ ารสอนมีคุณภาพอยู่ในระดับดี และทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีในการเข้าถงึ ข้อมูลอย่าง

๗๕

รวดเร็วและถูกตอ้ ง มคี ณุ ภาพอยูใ่ นระดับดี และทักษะการพัฒนาเกณฑ์เพื่อประเมนิ ผลงานท่ีมีลักษณะจำเพาะ
ช้นิ งานพบว่า มีคณุ ภาพอยูใ่ นระดับดี สอดคล้องกับธรินธร นามวรรณ (๒๕๖๑) ได้กลา่ วถึงการพฒั นาครูโดยใช้
นวัตกรรมการนิเทศการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน

ขั้นตอนที่ ๓ ผลการประเมินความพึงพอใจของครูและผู้บริหาร มีต่อแบบประเมินคุณลักษณะครูเก่ง
ครูดี โดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง
(Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอปา่ แดด จังหวดั เชยี งราย

ผลสรุปการประเมินความพึงพอใจของผู้ครูและผู้บริหารโดยใช้รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้
กระบวนการนเิ ทศแบบช้แี นะสอนงานและการเป็นพ่ีเลยี้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี น
ป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พบว่า ผลการประเมินระดับความพึงพอใจของครูและ
ผบู้ ริหาร มคี ่าเฉลยี่ ท้ังหมด เทา่ กับ ๔.๕๕ อย่ใู นระดับความพงึ พอใจมาก และค่าสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานเท่ากับ
๐.๖๗

สอดคล้องกับ สุวดี อุปปินใจและคณะ (๒๕๕๓ : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่องรูปแบบการใช้ระบบพ่ี
เลี้ยงและการสอนงานสำหรับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาอย่างเข้ม ของครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดเชียงรายผลการวิจยั พบว่า รูปแบบการใช้ระบบพี่เลี้ยงและ
การสอนงานสำหรับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาอย่าง เข้มของครูผู้ช่วยในโรงเรียนสังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดเชียงราย คือ GSMTP Model ประกอบด้วย ๑)วัตถุประสงค์ของ
รูปแบบ ๒)หลักการของรูปแบบ ๓) ระบบระบบพี่เล้ียงและการสอนงานองค์ประกอบ ในด้าน (๑)ปัจจัยนำเข้า
(๒)กระบวนการ (๓)ผลผลติ และ(๔)ข้อมูลยอ้ นกลับ ๔)แนวทางการนำรปู แบบไปใช้และ ๕)เงื่อนไขความสำเร็จ
ของการนำรูปแบบไปใช้ การประเมินรูปแบบ ในการทดลอง โดยการประเมินสภาพ การดำเนินการตาม
รูปแบบพบว่า หลังการใช้รูปแบบ ครูผู้ช่วยประสบผลสำเร็จทำให้ครูผู้ช่วยมีมาตรฐานการปฏิบัติตน และ
มาตรฐานการปฏิบัติงานมีผลการประเมินสูงขึ้น ครูผู้ช่วยและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ใน
ระดับมาก ส่วนการประเมินโดยการสัมมนาอิงผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่า มีประสิทธิภาพตาม
มาตรฐานด้านการใชป้ ระโยชน์มาตรฐานด้านความเป็นไปได้และการนำไปใชแ้ ละมาตรฐานด้านความเหมาะสม
อยู่ในระดบั มาก

ข้อเสนอแนะ
๑. ข้อเสนอแนะในการนําผลการวจิ ัยไปใช้
๑.๑ ควรเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง

นักเรียน นักเรียน และหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงเรียนให้ครอบคลุม และเพื่อให้เกดิ
การกระจายข้อมูลสชู่ ุมชนในดา้ นการพัฒนาการจดั การศึกษาอยา่ งยั่งยนื

๑.๒ ควรจัดสรรทรัพยากรทั้งสื่อเทคโนโลยีและงบประมาณในการดําเนินการตามการพัฒนาครู
ส่งเสริมพฒั นาทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศึกษาอน่ื ๆมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการพัฒนาครู
เก่งครูดีกระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor)
โรงเรียนป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชียงราย

๒. ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั คร้ังต่อไป
๒.๑ การศกึ ษาการพัฒนาสมรรถนะครูและคุณลกั ษณะของครมู อื อาชีพ
๒.๒ รูปแบบการพัฒนาครทู ีส่ ง่ ผลตอ่ การพฒั นาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน

๗๖

บรรณานุกรม

กรรณิการ์ ก้อนกลีบ. (2550). การพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษที่เน้นทักษะฟัง-พูด โดยใช้สื่อโฆษณา
สำหรบั นกั เรยี นช่วงชนั้ ท่ี 4 (มัธยมศึกษาปที ี่ 4) วิทยานิพนธ์ ค.ม. อตุ รดติ ถ์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุตรดิตถ.์

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2553). พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษา (ฉบบั ท่ี 3) พุทธศักราช 2553.กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธกิ าร.

________. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ. พ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ รุ ุสภาลาดพร้าว.

________. สำนักคณะกรรมการข้าราชการครู. (2543). คุณธรรมและจิตสำนึกของข้าราชการครู. พิมพ์คร้ัง
ที่ 4. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พก์ ารศาสนา.

กิติมา ปรดี ดี ลิ ก. (2549). ทฤษฎกี ารบริหารองค์การ. กรงเทพมหานคร : ธนะการพิมพ์.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (2553). คุณภาพของครูสู่คุณภาพแห่งการเรียนรู้.

กรงุ เทพมหานคร : สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
คณะกรรมการข้าราชการครู, สำนักงาน. (2552). ส่เู ส้นทางวิชาชีพครู.กรงุ เทพมหานคร: ครุ ุสภาลาดพร้าว.
คณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ,สำนักงาน. (2540). การนิเทศ ติดตาม ควบคุม กำกับ ประเมินผล

และรายงานผล. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.
________. (2534). คูมือผู้บริหารโรงเรียน : การดําเนินงานการนิเทศ ภายในโรงเรียนประถมศึกษา.

กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พคุรุสภา ลาดพราว.
________. (2533). สภาพและความต้องการการนิเทศภายในของครูโรงเรียนประถมศึกษา .

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
จิราพร นลิ กำเนดิ . (2547). การพัฒนาแผนการเรียนรวู้ ิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื งบทประยุกต์ ชั้นประถมศึกษาปี

ที่ 5 โดยการเรียนแบบร่วมมือ. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
เฉลิมชัย พันธ์เลิศ. (2549). การพัฒนากระบวนการเสริมสมรรถภาพการชี้แนะของนักวิชาการพี่เลี้ยง
โดยใช้การเรียนรูแ้ บบเนน้ ประสบการณ์ในการอบรม โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร :
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชดาพร พิมพิชัย. (2555).รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน
ประถมศึกษา
ขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : จงเจริญการ
พมิ พ.์
ชชั วาล เจรญิ บญุ . (2553). รปู แบบการพัฒนาครูเพอ่ื ส่งเสรมิ การจัดการเรยี นการสอนท่เี น้น
ผู้เรียนเป็นสาคญั ของครูผู้สอนในจังหวดั มหาสารคาม ทั้ง3 เขตพน้ื ที่การศกึ ษา เขต1 เขต 2
และเขต 3. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม.
ดำริ มุศรีพันธุ์. (2545). ความพึงพอใจและความต้องการการจัดการศึกษาสายอาชีพของศูนย์บริการ
การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม.
มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.

๗๗

บรรณานุกรม (ต่อ)

ธรินธร นามวรรณ. (2561, กรกฎาคม-กันยายน) . การพัฒนาครูโดยใช้นวัตกรรมการนิเทศการศึกษาเพื่อ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พืน้ ฐาน. วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปที ่ี 12 ฉบับท่ี 3. หนา้ 334.

ธานินทร์ ปัญญาวัฒนากุล และสมศักดิ์ เอี่ยมคงสี. (2560,กรกฎาคม-ธันวาคม). การพัฒนาครูด้านทักษะการ
จัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในโรงเรียนขนาดเล็กของอำเภอบางคล้า
จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา. วารสารราชนครนิ ทร์. หน้า 72.
ธีรวี ทองเจือ ล. (2560). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 มีประเด็นที่ควรคำนึงถึง
ตามพลวัตการเปล่ยี นแปลง. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.

ธัญพร ชื่นกลิ่น. (2553) การพัฒนารูปแบบการโค้ช เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของอาจารย์
พยาบาล ที่ส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาลในสังกัดสถาบันพระ
บรมราชชนก กระทรวงสาธารณสขุ . กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.

บุญชม ศรสี ะอาด. (2545). การวิจัยเบอ้ื งต้น. พมิ พ์ครัง้ ที่ 7. กรงุ เทพมหานคร : สวุ รี ยิ าสาสน์ .
ปรียาพร วงศอ์ นตุ ร โรจน์. (2534). จติ วทิ ยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ส่อื เสริมกรงุ เทพ.
ภัทรภรณ์ น้อยกอ. (2561). รูปแบบการนิเทศโรงเรียนสองภาษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. การศึกษาตามหลักสูตรครศุ าสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการ
บริหารการศกึ ษา. นครสวรรค์ : มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค์.
มณนิภา ชตุ ิบตุ ร. (2553). รปู แบบการพฒั นาคณุ ภาพครดู ้วยวธิ เี สรมิ พลงั . กลุม่ นิเทศติดตาม
และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษากรงุ เทพมหานคร เขต 3
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต 3.
มานิตย์ อาษานอกและชวลิต ชูกำแพง. (2560). รูปแบบการพัฒนาครูมืออาชีพตามแนวคิดวิธีการสอนงาน
และให้คำปรึกษาโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ที่ส่งเสริมสมรรถนะการสอนของครูในโรงเรียน. มหาสารคาม :
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
ยอดหทัย เทพธรานนท์ (2552). Mentor-mentee-mentoring : ศาสตร์และศิลป์ของการเป็นนักวิจัยพ่ี
เลี้ยงทดี่ ี. กรงุ เทพมหานคร : มูลนธิ บิ ณั ฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย.
รัตนา แสงแก่นเพชร. (2543). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงเรียนเอกชนในจังหวัด
กาฬสินธ์ุ. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ. สาขาวิชาบริหารการศึกษา. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
รัตนวดี โชตกิ พนิช. (มปป). จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณในวชิ าชพี ครู. ภาควิชาหลกั สูตรและ
การสอน คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลยั รามคำแหง
วรรณวรางค์ ทัพเสนีย์. (2553). การสอนงานกับระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) ความเหมือนท่ี
แตกต่าง. กรงุ เทพมหานคร : มตชิ น.
วรรณภร ศิริพละ. (2559). รูปแบบการพฒั นาครูของมหาวิทยาลัยราชภฏั . ปรญิ ญานพิ นธ์ กศ.ด. (การบรหิ าร
การศกึ ษา). กรงุ เทพมหานคร : บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สยาม.

๗๘

บรรณานุกรม (ต่อ)

วชิรา เครือคำอ้าย และ ชวลิต ขอดศิริ. (2562, มกราคม-เมษายน). การพัฒนารูปแบบการนิเทศก์โดยใช้
กระบวนการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคมนักวิจัย. ปีที่ 24
ฉบบั ที่ 1, (121-122).

วรากรณ์ สามโกเศศ. (2558). ครูดีทสี่ งั คมถวลิ หา.กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยธรุ กจิ บัณฑติ .
วสันต์ ปานทอง และคณะ. (2556). รูปแบบการพัฒนาครูเพ่ือศิษย์ในสถานศึกษา สังกดั สํานักงานเขตพื้นท่ี

การศึกษาประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ปที ี่ 15 ฉบับพิเศษ , (หน้า 1-
2).
วารุณี ลัภนโชคดี. (2560,กรกฎาคม – ธันวาคม). รูปแบบการพัฒนาครูภาษาไทยโดยใช้กระบวนการสร้าง
ระบบพเ่ี ล้ยี ง. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเกต็ . ปีที่ 13 ฉบบั ท่ี 2, (หน้า 150-181)
วาสนา มะณีเรือง. (2559). รูปแบบการพัฒนาครเู ก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด.
(การบริหารการศกึ ษา). กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ.
________. (2559). รูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์
มจร. ปีท่ี 4 ฉบับท่ี 2, (หนา้ 1).
วสิ ุทธิ์ วจิ ิตรพัชรภรณ์. (2559). รูปแบบการนิเทศภายในของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาโดยใช้
กระบวนการสอนแบบพเ่ี ลย้ี ง. The Golden Teak : Humanity and Social Science

Jourmal (GTHA.). Vol.22 No. 2 May-August 2016.
________. (2556). รายงานการวิจัยการประเมนิ โครงการพฒั นาครโู ดยใช้ กระบวนการสรา้ งระบบพ่ีเล้ียง.

กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
วิเวก สุขสวสั ดิ์. (2537). แนวคิดการนเิ ทศการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : วฒั นาพานิช.
________. (2537). การศกึ ษาความคิดเห็นของครูประถมศึกษาที่มตี อ่ พฤตกิ รรมการนิเทศการศกึ ษาของ

ศึกษานิเทศก์ สังกดั สำนักงานการประถมศกึ ษาจงั หวดั พังงา ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. สงขลา :
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้.
ศรวี รรณ แก้วทองดี และคณะ. (2562). แนวทางการพฒั นาตนเองของครใู นสถานศกึ ษา สหวิทยาเขตบึง
สามพัน สังกดั สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 40. นครสวรรค์ : มหาวิทยาลยั ราช
ภฏั นครสวรรค์.
ศภุ วรรณ ศรีเกตุ. (2552). ความสัมพนั ธ์ระหว่างระบบพเี่ ล้ียงกับการปรับตัวในการท างานของพนักงา น
รายงานการวิจัยการพัฒนาครูโดยใชก้ระบวนการสร้างระบบพ่ีเลย้ี ง. นครราชสมี า : คณะครุ
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ศภุ วลั ย์ ภู่ประเสรฐิ . (2552). ผลการใชบ้ ทเรยี นปฏบิ ัติการโดยใช้โปรแกรม GSP ท่เี น้นทักษะการเชื่อมโยง
สาระเรขาคณติ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ สำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6. ลพบุรี :
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเทพสตรี.
สมเกียรติ ทานอก และคณะ. (2556). การพฒั นาครูโดยใช้กระบวนการสรา้ งระบบพเี่ ล้ียง Coaching and.
Mentoring. นครราชสีมา : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
สงัด อุทรานนั ท์. (2529). การนิเทศการศกึ ษา : หลกั การทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ.์

๗๙

บรรณานุกรม (ตอ่ )

สลิลลา ชาญเชี่ยว. (2547). การพฒั นาแผนจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ ละแบบฝึกหัดกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สวสั ด์ิ สุขโสม. (2551). การจดั กจิกรรมการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำไมต่ รงมาตรา

ตวั สะกด โดยใช้แบบฝกึ กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
สาย ภาณุรัตน์. (2517). การนเิ ทศการศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช.
สาธิต จันทรวนิ จิ . (2556-2557, มถิ นุ ายน-มนี าคม). การประเมินโครงการพฒั นาครู โดยใช กระบวนการ

สร้าง ระบบพี่เล้ยี ง Coaching & Mentoring สำนกั งานเขตพื้นท่ี การศกึ ษาประถมศึกษา
นครปฐม เขต 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศิลปกร, ปีท1่ี 1 (ฉบบั 1,2), หน้าที่ 16-21.
สวุ ดี อปุ ปินใจและคณะ. (2551). รปู แบบการใชร้ ะบบพี่เล้ียงและการสอนงานสำหรบั การเตรียมความพร้อม
และการพัฒนาอยา่ งเข้ม ของครูผูช้ ่วยในโรงเรยี นสังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั เซนต์จอห์น.
โสภณ ภู่เก้าล้วน. (2557). ระบบพเ่ี ล้ียงในการทำงานโครงการการเพมิ่ ศักยภาพการบรหิ ารทนุ มนษุ ย์.
กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนกั พัฒนาผู้ประกอบการ บริษัทเอม็ ดกิ โฮลด้งิ จำกัด
สำนกั งาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2552). คูม่ ือการบรหิ ารงานบคุ คลของข้าราชการครูและบคุ ลากร
ทางการศกึ ษา : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สำนกั พฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน.(2554). คู่มือประเมนิ สมรรถนะครู
(ฉบบั ปรบั ปรงุ ). กรงุ เทพมหานคร : สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน.
สำนกั วจิ ยั และพฒั นาการศึกษา. (2559). ทิศทางและโจทย์วิจยั ของการศกึ ษาไทยเพอ่ื บรรลุ
เป้าหมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื ของโลก. กรงุ เทพมหานคร: บริษัท 21 เซ็นจูร่ี จำกัด.
สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2551). รายงานการวิจยั สมรรถนะครูและแนวทางการ
พัฒนาครใู นสังคมท่ีเปล่ียนแปลง. กรุงเทพมหานคร : สกศ. กระทรวงศกึ ษาธิการ
สำราญ มีแจง้ . (2556). รายงานการวิจยั และพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูและผบู้ ริหารสถานศกึ ษาแบบ
ใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐานในโรงเรยี นขนาดเลก็ ระยะท่ี 2 : จังหวัดพิษณุโลก. สบื คน้ เมือ่ 20 มกราคม
2564, จาก http://www.thaiedresearch.org/index.php/home/paperview/41/?
อรพรรณ บตุ รกตญั ญู. (2549). การพฒั นากระบวนการเรยี นรู้จากการปฏิบตั ผิ สานการชแี้ นะ เพ่ือ
เสริมสรา้ งการรับรู้ความสามารถของตนของครอู นุบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
อัญชลี ธรรมะวิธกี ุล. (2553). เทคนิคการนเิ ทศ: ระบบพี่เลี้ยงและการใหคำปรกึ ษา (Mentoring). สบื คน้
เมอ่ื วนั ที่ 15 มกราคม 2564, จาก
http://panchalee.wordpress.com/2009/07/28/mentoring/
หทัยกาญจน์ วงษแ์ ก้ว (2552). การพฒั นาชุดการสอนภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร เรือ่ ง My Village โดย
ใช้วธิ กี ารเรยี นร้แู บบรว่ มมอื ประเภทแบ่งกลุ่มสัมฤทธิ์ สำหรับนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
โรงเรียนบา้ นหนองเขยี ววิทยานพิ นธ์ ค.ม. อุตรดติ ถ์ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดติ ถ์.
Adams, Dennis & Mary Hamm.(1994). New Designs for Teaching and Learning.Jossey-

๘๐

บรรณานุกรม (ตอ่ )

Anderson, C. W. (1989). The role of education in the academic disciplines in teacher
education.I n A. Woolfolk (Ed.), Research perspective son the graduate
preparation of teachers. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall

Angelo, T. A., & Cross, K. P. (1993).Classroom assessment techniques: A handbook for
college teachers (Second Ed.). San Francisco: Jossey-Bass.

Border, L. & Van Note Chism, N. (eds.) (1992).Teaching for Diversity.Jossey-Bass
Publishers.

Bray, M. (2003). Comparative Education: Continuing Traditions, New Challenges, and
New Paradigms. London: Kluwer Academic Publishers.

Briggs, T.H. & Justman, J. (1952). Improving Instruction Through Supervision. New York :
Macmillan.

Brookfield, S. D., &Preskill, S. (1999). Discussion as a way of teaching: Tools and
techniques for democratic classrooms. San Francisco: Jossey-Bass.

Fishman, J. J., Marx, R. W., Best, S., & Tal, R. T. (2003).Linking teacher and student
learning to improve professional development in systemic reform. Teaching and
Teacher Education, 19, 643-658.

Franke, M. L., Carpenter, T. P., Levi, L., &Fennema, E. (2001).Cap-Turing teachers'
generative change: A follow-up study of professional development in
mathematics. American Educational Research Journal, 38, 653-689.

Guarino CM, ReckaseMD,Wooldridge JM. (2011). Can value-added measures of teacher
performance be trusted?Work.Pap.18, Educ. Policy Cent., Michigan State Univ.

Mavuso, Michael Abby. (2007). Mentoring as a Knowledge Management Tool in
Organisations. . Thesis (M.Phil.) --Stellenbosch University

McLaughlin, M. W. & Talbert, J. E. (2001).Professional communities and the work of
high school teaching.Chicago, IL: University of Chicago Press.

Putnam, R. & Borko, H. (1997). Teacher learning: Implications of new views of
cognition. The international handbook of teachers and teaching. Dordrecht, The
Netherlands: Kluwer.127Im

Seldin, P. (1991). The teaching portfolio: A practical guide to improved performance
and promotion/tenure decisions. Third Edition. Bolton, MA: Anker.

Strauss, George; & Sayles, Leonard R. (1960). Personnel : The Human Problems of
Management. Englewood Cliffs: Prentices-Hall. 146 1466 146

Wright, Andrew. (1995). Storytelling with Children. New York : Oxford University Press.

ภาคผนวก

๙๓

ภาคผนวก ก

๑. รายชอื่ ผ้เู ชี่ยวชาญตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมือ
๒. หนังสอื ขอความอนเุ คราะห์เปน็ ผ้เู ชยี่ วชาญตรวจสอบเครอื่ งมือการวิจยั

๙๔

รายช่อื ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมอื

๑. นายทองปอนด์ สาดอ่อน อดีตผู้อำนวยการสำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาเช่ยี วชาญ สำนักงานเขต
พืน้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต ๓๖

๒. นางสาวจรี ะพันธ์ อุดมลาภ อดีตผู้อำนวยการเชย่ี วชาญ โรงเรยี นวิทยาศาสตรจ์ ฬุ าภรณราชวทิ ยาลัย
เชยี งราย

๓. ดร.ธวัช ชุมชอบ อดีตผอู้ ำนวยการเชยี่ วชาญ โรงเรยี นสามัคควี ิทยาคม อ.เมือง จ.เชียงราย
๔. ดร.ทวปี วงศ์ชาลกี ลุ ผ้อู ำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนแมเ่ จดียว์ ิทยาคม อ.เมือง จ.เชยี งราย
๕. ดร.สมนกึ นาห้วยทราย รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔

๙๕

หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือการวิจัย

๙๖

หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือการวิจัย

๙๗

หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือการวิจัย

๙๘

หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือการวิจัย

๙๙

หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือการวิจัย

๑๐๐

ภาคผนวก ข

๑. แบบประเมินประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม รปู แบบการพัฒนาครเู ก่งครดู ีโดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบช้ีแนะ
สอนงานและการเป็นพ่เี ลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นป่าแดดวทิ ยาคม อำเภอปา่
แดด จงั หวัดเชียงราย
๒. แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมรปู แบบการพฒั นาครเู ก่งครูดโี ดยใชก้ ระบวนการนเิ ทศแบบชแี้ นะสอนงาน
และการเป็นพี่เลีย้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรยี นปา่ แดดวทิ ยาคม อำเภอปา่ แดด
จงั หวดั เชยี งราย
๓. แบบประเมินคุณลกั ษณะครเู ก่งครูดี โรงเรียนปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชยี งราย
๔. แบบสำรวจผลการปฏิบัตงิ านของครู โรงเรยี นปา่ แดดวิทยาคม อำเภอป่าแดด จงั หวดั เชยี งราย
๕. แบบประเมนิ ความพึงพอใจรปู แบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบช้แี นะสอนงานและ
การเป็นพีเ่ ลีย้ ง (Coaching and Mentoring Supervisor)

๑๐๑

๑. แบบประเมินคุณภาพนวัตกรรมรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดีโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบชี้แนะสอน
งานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม อำเภอป่า
แดด จงั หวัดเชียงราย

๑๐๒

๑๐๓

๒. แบบประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรมรูปแบบการพัฒนาครูเก่งครูดี โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ
ชี้แนะสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring Supervisor) โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
อำเภอปา่ แดด จงั หวัดเชียงราย


Click to View FlipBook Version