เฉลยใบงานเคมี 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คะแนน
เร่ือง พันธะเคมี
ใบงานที่ 21 สูตรโมเลกลุ และชอื่ ของสารโคเวเลนต์
ช่ือ__________________________________________ชน้ั _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
เขียนสตู รและเรียกช่ือสารโคเวเลนต์
คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนสูตรและชอื่ ของสารโคเวเลนต์ในตารางให้ถูกตอ้ ง
ข้อ สูตร ช่ือสาร
1 SiF4 ซิลิคอนเตตระฟลอู อไรด์
2 P2S3 ไดฟอสฟอรสั ไตรซลั ไฟด์
3 NO2 ไนโตรเจนไดออกไซด์
ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์
4 N2O3
5 CCl4 คารบ์ อนเตตระคลอไรด์
6 PH3 ฟอสฟอรสั ไตรไฮไดรด์
7 P2O5 ไดฟอสฟอรสั เพนตะออกไซด์
8 Cl2O7 ไดคลอรนี เฮปตะออกไซด์
9 P4O10 เตตระฟอสฟอรสั เดคะออกไซด์
10 BF3 โบรอนไตรฟลอู อไรด์
เฉลยใบงานเคมี 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 คะแนน
เรอ่ื ง พนั ธะเคมี
ใบงานที่ 22 ความยาวพนั ธะและพลงั งานพนั ธะของสารโคเวเลนต์
ชือ่ __________________________________________ชน้ั _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
วเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทียบความยาวพนั ธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์
คานวณพลังงานท่ีเกีย่ วข้องกับปฏิกิริยาของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพนั ธะ
คาชแ้ี จง : 1. ให้นักเรยี นเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะระหวา่ งอะตอมในโมเลกลุ หรือไอออน
ท่ีกาหนดใหต้ ่อไปนี้ พร้อมอธบิ ายเหตุผล
1. พนั ธะระหวา่ ง C กบั O ของ CO และ CO2
ความยาวพันธะของ CO < CO2 และพลังงานพนั ธะของ CO > CO2
เน่อื งจากพันธะระหว่าง C กับ O ของ CO เปน็ พันธะสาม สว่ น CO2 เป็นพนั ธะคู่
2. พันธะระหวา่ ง O กับ O ของ O2 และ H2O2
ความยาวพนั ธะของ O2 < H2O2 และพลังงานพันธะของ O2 > H2O2
เนื่องจากพนั ธะระหวา่ ง O กับ O ของ O2 เป็นพันธะคู่ ส่วน H2O2 เปน็ พันธะเด่ียว
3. พันธะระหวา่ ง N กบั N ของ N2 และ N2H4
ความยาวพันธะของ N2 < N2H4 และพลังงานพนั ธะของ N2 > N2H4
เน่อื งจากพันธะระหวา่ ง N กบั N ของ N2 เปน็ พันธะสาม ส่วน N2H4 เปน็ พันธะเด่ียว
4. พนั ธะระหวา่ ง C กับ C ของ C2H2 และ C2H4
ความยาวพนั ธะของ C2H2 < C2H4 และพลงั งานพนั ธะของ C2H2 > C2H4
เ5คเนน.ว่ือ่ือาพงงมนัจจยาาธากกะวรพพพะันันนัหธธธวะะะา่ รรขงะะอหหCงววา่่ากCงงบั OCCO32กก-ข>บับั องCCOCOขขOCออ3งงl22CC-แแO2ลลHะ3ะ2พ2-CเลปเOังปน็งC็นาพนพlนั 2พันธนัธะะธสเะาดขม่ียอวสงก่วCับนOพCัน322ธ-Hะ<ค4 ู่เเกCปดิ็นOเพรCนัโซlธ2แะนคนู่ ซ์ สว่ น COCl2 เปน็ พนั ธะคู่
คาชแ้ี จง : 2. ใหน้ ักเรยี นคานวณพลังงานของปฏิกริ ยิ า 2H2O(g) 2H2(g) + O2(g) เมอ่ื กาหนดให้
พลังงานพันธะ H-H 436 kJ/mol O O 498 kJ/mol และ O-H 463 kJ/mol
วิธที า E1 (4 mol O-H 463 kJ/mol O-H )
4 463 kJ/mol
1,852 kJ/mol
E2 [(2 mol H-H -436 kJ/mol H-H) + (1 mol O O -498 kJ/molOO )]
2 - 436 kJ/mol + 1- 498 kJ/mol
-1,360 kJ/mol
ΔH E1 + E2
1,852 kJ/mol + (-1,360 kJ/mol )
492 kJ/mol
ดงั นั้นปฏกิ ิริยานี้ดดู พลงั งานเท่ากับ 492 กโิ ลจลู ต่อโมล
เฉลยใบงานเคมี 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คะแนน
เรอ่ื ง พนั ธะเคมี
ใบงานที่ 23 รูปรา่ งโมเลกลุ และสภาพขวั้ ของโมเลกลุ โคเวเลนต์
ชอื่ __________________________________________ชนั้ _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
คาดคะเนรูปรา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์โดยชที ฤษฎีการผลกั ระหวา่ งคู่อเิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์
เขยี นแสดงทศิ ทางข้ันพนั ธะและทิศทางขั้วของโมเลกุล รวมทง้ั ระบสุ ภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์
คาชแี้ จง : ให้นักเรียนระบุรูปรา่ งโมเลกุล และแสดงทศิ ทางข้ัวของพนั ธะและทศิ ทางขั้วของโมเลกลุ พร้อมระบุ
ว่าเปน็ โมเลกลุ โคเวเลนต์มขี วั้ หรือไม่ ลงในตารางให้ถูกตอ้ ง
ข้อ สาร รปู รา่ งโมเลกลุ ทิศทางขว้ั ของพนั ธะและ สภาพขว้ั
ทิศทางขวั้ ของโมเลกลุ ของโมเลกลุ
H
__
1 BH3 สามเหลย่ี มแบนราบ B ไมม่ ขี วั้
HH
H
2 SiH4 ทรงสหี่ นา้ H Si ไมม่ ขี ว้ั
H มีขวั้
H
..
P
3 PH3 พรี ะมดิ ฐานสามเหลยี่ ม H
H H
4 CBrN เส้นตรง Br — C N มขี ว้ั
5 OF2 มมุ งอ O มีขวั้
FF
เฉลยใบงานเคมี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คะแนน
เรอ่ื ง พันธะเคมี
ใบงานท่ี 24 แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ
ชอื่ __________________________________________ชน้ั _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ระบุชนิดของแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทยี บจดุ หลอมเหลวจุดเดอื ด และการละลาย
น้าของสารโคเวเลนต์
คาชแี้ จง : 1. ใหน้ กั เรยี นทาเครอ่ื งหมาย ชนดิ ของแรงยดึ เหน่ยี วระหว่างโมเลกุลท่กี าหนดให้ตอ่ ไปนี้
A. B. c.
แรงแผก่ ระจายลอนดอน แรงระหวา่ งขวั้ พนั ธะไฮโดรเจน
ขอ้ สาร A B C
1 CH4
2 CO2
3 HBr
4 CH3COOH
5 H2S
คาชแ้ี จง : 2. ใหน้ กั เรียนเปรยี บเทยี บจุดเดือดระหว่างสารที่กาหนดให้ พรอ้ มอธบิ ายเหตุผล
ข้อ สาร เหตผุ ล
1 H2 กับ Br2 H2 มีจดุ เดอื ดต่ากว่า Br2 เนอื่ งจากสารท้งั สองเปน็ โมเลกลุ ไมม่ ขี ้วั โดย Br2มขี นาดใหญก่ วา่ H2
2 HF กับ HI
HF มีจดุ เดือดสงู กวา่ HI เน่อื งจาก HF มพี ันธะไฮโดรเจน สว่ น HI มีแรงระหว่างข้ัว
3 NH3 กบั NF3 NH3 มจี ุดเดือดสูงกวา่ NF3 เนื่องจาก NH3 มพี ันธะไฮโดรเจน สว่ น NF3 มแี รงระหวา่ งขั้ว
4 SiH4 กบั SnH4 SiH4 มจี ุดเดือดต่ากว่า SnH4 เนอ่ื งจากสารทั้งสองเปน็ โมเลกลุ ไม่มขี ว้ั โดย SiH4 มขี นาดเล็กกว่า SnH4
5 CH3Cl กบั CH3OH CH3Cl มีจุดเดือดต่ากว่า CH3OH เน่อื งจาก CH3Cl มแี รงระหวา่ งข้วั ส่วน CH3OH มพี นั ธะไฮโดรเจน
เฉลยใบงานเคมี 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คะแนน
เรือ่ ง พนั ธะเคมี
ใบงานท่ี 25 พนั ธะโลหะ
ชอื่ __________________________________________ชน้ั _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
อธบิ ายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะ
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาตวั อักษรภาษาองั กฤษ ไปเติมใหม้ ีข้อความสมบูรณ์
A. B. C.
มจี ดุ หลอมเหลวและ มผี วิ มนั วาวและ ตีใหแ้ ผเ่ ปน็ แผน่ และ
สามารถสะทอ้ นแสงได้
จุดเดอื ดสงู ดงึ เปน็ เสน้ ได้
D. E.
นาไฟฟา้ และความรอ้ นไดด้ ี แบบจาลองทะเลอเิ ลก็ ตรอน
การทีอ่ ะตอมของโลหะมคี า่ พลงั งานไอออไนเซชันตา่ การยดึ เหนยี่ วระหว่างเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนกับ
โปรตอนในนวิ เคลยี สจงึ น้อย ทาใหเ้ วเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนของแตล่ ะอะตอมสามารถเคลอื่ นท่ไี ดอ้ ยา่ งอสิ ระไปทวั่
ทั้งชิ้นโลหะและเกดิ การยึดเหนี่ยวกบั โปรตอนในนิวเคลยี สทุกทศิ ทกุ ทาง การยึดเหนีย่ วน้ีเรยี กว่า พันธะโลหะ
การเกดิ พนั ธะโลหะอาจแสดงได้ดว้ ย E
โลหะ D เน่ืองจากเวเลนซอ์ เิ ล็กตรอนท่เี คลอ่ื นท่ไี ดอ้ ยา่ งอสิ ระทว่ั ท้ังช้นิ โลหะสามารถเปน็ สอ่ื นาไฟฟ้า
และความร้อนตอ่ เนอ่ื งกนั ไดท้ ัว่ ช้ินโลหะ
โลหะ A เน่ืองจากมโี ปรตอนและอเิ ล็กตรอนจานวนมากยึดเหนย่ี วกันอย่างตอ่ เน่อื งทกุ อะตอม การ
หลอมเหลวหรอื ทาใหก้ ลายเปน็ ไอจงึ ตอ้ งใช้พลงั งานสงู เพื่อทาลายพนั ธะโลหะเหลา่ นี้
โลหะ B เน่อื งจากเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนท่ีเคลอื่ นท่ีไดอ้ ย่างอสิ ระ เมือ่ กระทบกบั แสงซ่ึงเป็นคลน่ื
แม่เหลก็ ไฟฟ้า อิเล็กตรอนเหล่านั้นจะรบั และปลอ่ ยคลน่ื แสงออกมา ผิวของโลหะจงึ มนั วาวและสะท้อนแสง
ไดด้ ี
โลหะ C เนอ่ื งจากอะตอมโลหะจัดเรียงตวั เปน็ ช้ัน ๆ อยา่ งมรี ะเบียบ การทุบแผ่นโลหะเปน็ การผลกั ให้
ชนั้ ของอะตอมโลหะเล่ือนไถลออกไปจากตาแหนง่ เดมิ ทาใหแ้ ผ่นโลหะยาวออกไปและบางลง แต่อะตอมของ
โลหะในตาแหน่งใหมไ่ มห่ ลดุ ออกจากกนั เพราะมกี ลุ่มเวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอนยดึ อนุภาคเหลา่ น้นั ไว้
เฉลยใบงานเคมี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 คะแนน
เร่ือง พนั ธะเคมี
ใบงานท่ี 26 การใชป้ ระโยชนข์ องสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ
ชือ่ __________________________________________ชนั้ _______เลขท่ี____
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
สืบค้นข้อมลู อธบิ ายสมบัติ และนาเสนอตวั อยา่ งของสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาข่ายชนดิ ตา่ ง ๆ
เปรียบเทียบสมบตั ิบางประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ
สบื ค้นขอ้ มลู และนาเสนอตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นใส่เคร่ืองหมาย หนา้ ขอ้ ความทีถ่ ูกต้อง และเครอ่ื งหมาย หนา้ ขอ้ ความที่ไมถ่ กู ต้อง
1. สารประกอบไอออนกิ สว่ นใหญเ่ ปน็ ผลึกทแ่ี ข็ง ไมน่ าไฟฟา้ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสงู
2. สารโคเวเลนต์ ส่วนใหญ่ไมน่ าไฟฟา้ มจี ุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดสงู
3. โลหะส่วนใหญ่เปน็ ผลึกทแ่ี ขง็ นาไฟฟ้า มีจดุ หลอมเหลวและจุดเดือดสงู
4. เพชร และแกรไฟต์ เปน็ อญั รูปของคาร์บอนท่ีมีโครงสรา้ งและสมบตั เิ หมอื นกัน
5. ซิลิคอนไดออกไซด์ เปน็ สารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาขา่ ยทน่ี ามาใช้ทาเปน็ แกว้ หรอื กระจก
6. แอมโมเนยี มคลอไรดน์ าไฟฟา้ เม่อื ละลายนา้ จงึ นาไปใชเ้ ปน็ สารละลายอเิ ลก็ โทรไลตใ์ นถา่ นไฟฉาย
7. ซลิ คิ อนคารไ์ บด์ มคี วามแข็งแรงมาก จงึ นาไปใชท้ าเคร่ืองบด เครื่องโม่ และหินลบั มีด
8. PVC เปน็ สารประกอบไอออนิกทีไ่ มส่ ามารถนาไฟฟ้าได้ จงึ นาไปใช้เป็นฉนวนไฟฟา้ ทีห่ ุม้ สายไฟฟ้า
9. อะลมู เิ นียม เปน็ โลหะท่ีนาไฟฟ้าได้ดีกวา่ ทองแดง จึงนาไปใชเ้ ป็นตัวนาไฟฟ้า
10. อะลมู เิ นียมและเหลก็ นิยมนาไปใชท้ าภาชนะสาหรับการประกอบอาหาร เช่น หมอ้ กระทะ