The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศิลปะ รัตนโกสินทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by skyspiritza, 2023-07-11 00:36:23

ศิลปะ รัตนโกสินทร์

ศิลปะ รัตนโกสินทร์

เรื่อง ประวัติศาตร์ศิลปะ สมัยรัตนโกสินทร์ E - B o o K


ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ หมายถึงศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ เริ่มริ่ต้นตั้งแต่พต่ระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นราชธานีตั้งแต่ พ.ศ. 2325 จนถึงสมัยปัจจุบัน


สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ช่วงต้นเน้นการเลียนแบบ อย่างหรือรืสืบต่อสายสกุลช่างจากอยุธยาตอนปลาย ความแตกต่างอย่างมีนัยสำ คัญจากสมัยอยุธยาตอน ปลายอย่างชัดเจน ได้แก่ คตินิยมในการสร้างระเบียง คดล้อมรอบพระอุโบสถ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในสมัย อยุธยา การยกพระแก้วมรกตขึ้นเป็นพระพุทธรูปที่ สำ คัญที่สุดของราชอาณาจักร


ในรัชกาลที่ 1–3 นิยมสร้างพระปรางค์กับพระเจดีย์ย่อมุม ไม้สิบสองเป็นหลัก เจดีย์ทรงเครื่อรื่ง เป็นอีกรูปแบบของ เจดีย์ที่สร้างมาแต่สมัยอยุธยา ถูกนำ มาสร้างโดยสามารถ กำ หนดได้อย่างแน่ชัดว่าว่นิยมสร้างในสมัย รัชกาลที่ 1–3 เท่านั้น[2] เจดีย์ในสมัยรัตนโกสินทร์พบเพียง 4 รูปแบบ คือ เจดีย์ทรงปรางค์ เจดีย์ทรงเครื่อรื่ง เจดีย์ทรงระฆัง และเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ในสมัยรัชกาลที่1 มีการสร้างวัดวัพระศรีรัรีรัตนศาสดาราม และวัดวัสุทัศน์เทพวราราม และให้บูรณะปฏิสังขรณ์สิ่ง ก่อสร้างในวัดวัอื่น ๆ ซึ่งมีมาก่อนสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงดำ ริเริริ่มริ่สร้างพระปรางค์วัดวัอรุณ มาสำ เร็จในสมัยรัชกาลที่ 3


สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีความโดดเด่นในการ รับอิทธิพลทางศิลปะจีน จนเกิดเป็นรูปแบบที่เรียรีกว่าว่ แบบพระราชนิยม ลักษณะสำ คัญของพระอุโบสถและ พระวิหวิารคือ อาคารที่มีขนาดใหญ่ หน้าบันส่วนหนึ่งเป็น แบบก่ออิฐถือปูนปูและที่สำ คัญคือการมีเสาพาไลแท่ง สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ อันเป็นตัวรองรับน้ำ หนักที่สำ คัญ ลวดลายประดับหน้าบันที่ไม่นิยมใช้ไม้แกะสลัก แต่จะเป็น ปูนปูปั้นลายพรรณพฤกษา เช่น ดอกโบตั๋น วัดวัที่สร้างตาม แบบพระราชนิยมจะไม่มี คันทวย ช่อฟ้า ใบระกา หาง หงส์ และไขราหน้าจั่ว เป็นเครื่อรื่งหลังคาตามอย่างวัดวัที่ สร้างแบบประเพณี[3]


สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 4 กลับนิยมแบบดั้งเดิมอย่าง คตินิยมสมัยอยุธยา เช่น นิยมมีวิหวิารอยู่ทางด้านหน้า มี ระเบียงคดต่อจากวิหวิารล้อมรอบเจดีย์ โบสถ์ตั้งขวางอยู่ ด้านหลัง เจดีย์ยุคนี้นิยมเจดีย์ทรงกลม ซุ้มประตูหน้าต่าง มักทำ เป็นรูปปรมาภิไธย สถาปัตยกรรมแบบยุโรปได้เริ่มริ่ แพร่หลายในสมัยนี้ เช่น พระนครคีรี จังหวัดวัเพชรบุรี เช่น เดียวกันในสมัยรัชกาลที่ 5 สถานราชการเปลี่ยนเป็นสร้าง แบบยุโรป ตลอดจนวังวัเจ้านาย สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น พระที่นั่งจักรีมรีหาปราสาท[4] ยังมีวัดวันิเวศธรรม ประวัติวัติราชวรวิหวิารที่ออกแบบอย่างวิหวิารในสถาปัตยกรรม ตะวันวัตกศิลปะแบบกอทิก[5]


สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6 ยังปรากฏความนิยมในการ ก่อสร้างอาคารตามแบบไทยประเพณี แม้จะมีการ ออกแบบโดยช่างชาวต่างชาติ แต่ก็มีข้อกำ หนดว่าว่จะนำ รูป แบบไทยมาเป็นหลักในการออกแบบเสมอ[6] เป็นการ ประยุกต์แบบจารีตรีเข้ากับพื้นที่ใช้สอยแบบอาคารตะวันวัตก ดังจะเห็นได้จากการสร้างอาคารในโรงเรียรีน มหาดเล็กหลวงซึ่งปัจจุบันคือ โรงเรียรีนวชิราวุธวุวิทวิยาลัย และตึกบัญชาการ โรงเรียรีน ข้าราชการพลเรือรืนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ปัจจุบันคือ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทวิยาลัย


ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการสร้างพระพุทธรูปน้อยมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มริ่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ สร้างบ้านเมืองใหม่ พระพุทธรูปส่วนใหญ่เคลื่อนย้าย มาจากสุโขทัย ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการสร้างหล่อพระประธาน ขนาดใหญ่ ตามวัดวัที่สร้างใหม่ เช่น พระพุทธตรีโรีลก เชษฐ์ วัดวัสุทัศนเทพวราราม มีการสร้างพระพุทธรูป ยืนทรงเครื่อรื่งปางห้ามญาติขนาดใหญ่ นิยมสร้างไว้ เป็นจำ นวนมาก


ประติมากรรม สมัยรัชกาลที่ 4–5 เป็นยุคสมัยของการปรับตัว เปิด ประเทศ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระ ราชดำ ริปั้ริปั้นรูปเหมือนแบบตะวันวัตกขึ้น เป็นครั้งแรกใน ประเทศไทย เช่น พระสยามเทวาธิราช ในสมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงหันมาส่ง เสริมริศิลปะการช่างสมัยใหม่ การสร้างงานศิลปะระดับ ชาติได้จ้างฝรั่งมาออกแบบ ในสมัยปัจจุบันมีลัทธิทาง ศิลปะเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในยุโรป และสหรัฐอเมริกริา และได้แพร่หลายเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยด้วย ประติมากรรมจึงเข้าสู่รูปแบบของศิลปะร่วมสมัย[8]


จิตรกรรม จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ส่วนใหญ่เขียนขึ้นใน อุโบสถ วิหวิาร และหอไตร เป็นหลัก จิตรกรรมฝาผนังใน สมัยรัชกาลที่ 1–2 คงเหลืออยู่น้อยเนื่องจากมีการบูรณะ ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 หลักฐานที่เหลืออยู่เป็นงาน ไทยประเพณีที่สืบทอดมาจากศิลปะอยุธยาตอนปลาย ส่วน หนึ่งพบในวัดวัที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย


จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 มีอิทธิพลจากศิลปะ จีน ทั้งที่เป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่ เช่น จิตรกรรมเครื่อรื่ง มงคลอย่างจีน หรือรืเครื่อรื่งตั้ง ในพระอุโบสถวัดวัราชโอรสาราม วัดวันาคปรก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา มีการติดต่อกับต่าง ประเทศทางตะวันวัตกมากขึ้น อิทธิพลของจิตรกรรม ต่างประเทศทางตะวันวัตกก็เข้ามาปนอยู่ในจิตรกรรมฝา ผนังของไทย ดังอาจเห็นได้จากภาพเขียนบนผนังพระ อุโบสถที่วัดวัมหาพฤฒาราม


อ้างอิง "ศิลปะ-สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 1: แนวคิด คติสัญลักษณ์ และความหมาย ทางสังคมยุคต้นรัตนโกสินทร์". วารสารวิจิวิจิตร ศิลป์. ↑ ศักดิ์ชัย สายสิงค์. งานช่างสมัยพระนั่งเกล้าฯ. (กรุงเทพฯ : มติชน, 2551) หน้า 91 ↑ กระโดดขึ้นไป:3.0 3.1 "ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอน ต้น ขอบเขต 1" (PDF). ↑ "ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 24 - ปัจจุบัน". หน้าจั่ว. ↑ ""วัดวันิเวศธรรมประวัติวัติ" วัดวั ไทยสไตล์ฝรั่ง งามแปลกหนึ่ง เดียวในไทย". ผู้จัดการออนไลน์. ↑ ชาตรี ประกิตนนทการ. การเมืองและสังคมในศิลปะ สถาปัตยกรรม สยามสมัยไทยประยุกต์ ชาตินิยม. (กรุงเทพฯ: มติชน, 2550), หน้า 213 ↑ ชาตรี ประกิตนนทการ, เรื่อรื่งเดิม, หน้า 250. ↑ "ประติมากรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์". สารานุกรมไทย สำ หรับเยาวชนฯ. ↑ ศักดิ์ชัย สายสิงห์. "พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2)". ↑ "ตัวอย่างงานช่างในรัชกาลที่ ๔ : หันรีหัรีหันขวาง". ศิลป วัฒวันธรรม.


ผู้จัดทำ นายกฤช ด่านพรประเสริฐริเลขที่1 คฟ.1/1 นายรวิพวิล พลซา เลขที่11 คฟ.1/1 นายโสภณวิชวิญ์ สิงห์แดง เลขที่16 คฟ.1/1 นางสาวกษมพร มีชัยมาตร์ เลขที่24 คฟ.1/1


Click to View FlipBook Version