The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปรึกษาครอบครัวเชิงกลยุทธ์ (Strategic Family Counseling Theory)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Arsiraphon Suntorntruek, 2023-02-20 21:18:56

การปรึกษาครอบครัวเชิงกลยุทธ์ (Strategic Family Counseling Theory)

การปรึกษาครอบครัวเชิงกลยุทธ์ (Strategic Family Counseling Theory)

การปรึก รึ ษาครอบครัว รั เชิงชิกลยุทธ์ Strategic Family Counseling Theory จัดทำ โดย นางสาวอาศิรพร สุนทรตรึก


1 ผู้นำผู้ นำคนสำ คัญของทฤษฎี 2 แนวคิดของทฤษฎี และแนวคิดของการปรึกรึษา 5 กระบวนการ การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ 7 เป้าป้หมาย การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ 8 เทคนิคนิการปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ 12 บทบาทของผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษา 13 สรุปรุ สารบัญ บั


ผู้นำผู้ นำคนสำ คัญของทฤษฎีการ ให้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ เริ่มริ่มาจาก Jay Haley นำ แนวคิดจาก สถาบันบัวิจัวิยจัทางจิตจิ Mental Research Institute (MRI) เมือมืง ปาโล อัลโต้ รัฐรัแคลิฟอร์เร์นียนีมารวม กับแนวคิดของนักนัจิตจิวิทวิยาคนอื่นๆ Gregory Bateson, Don Jackson, Jonh Weakland, Paul Watzlawick และคณะ ในช่วช่งปี 1952 ถึง 1962 ผู้นำผู้ นำคนสำ คัญของทฤษฎี การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ Haley เริ่มริ่ฝึกผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรั โดยใช้หช้ลักการเลือกบุคคลที่เข้าข้มา ฝึกฝนการให้คำห้ คำ ปรึกรึษาครอบครัวรัที่ไม่มีม่ ปมีระสบการณ์มณ์าก่อน เพราะเชื่อชื่ว่าว่ผู้ใผู้ห้กห้าร ปรึกรึษาครอบครัวรัเหล่านั้นนั้จะสามารถซึมซึซับซัและ รับรัเอาความคิดของทฤษฎีระบบได้ ดีกดีว่าว่ผู้มีผู้ ปมีระสบการณ์มณ์าแล้ว ทำ ให้เห้กิดความชัดชัเจนในแวดวงของการให้กห้าร ปรึกรึษาครอบครัวรั โดยใช้ทช้ฤษฎีนี้เ นี้ป็นป็พื้นพื้ฐานให้กห้ารปรึกรึษา ที่ให้คห้วามสำ คัญกับ สัมสัพันพัธภาพในครอบครัวรัการผูกผูมัดมัทวีคูวีณคู (Double binds) กฎของครอบครัวรั (Family rules) และสมดุลดุในครอบครัวรั (Family homeostasis) 1


แนวคิดของทฤษฎี และ แนวคิดของการปรึก รึ ษา การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ แนวคิดทฤษฎีนี้เ นี้ป็นป็การใช้ทช้ฤษฎีการสื่อสื่สาร (Communication theory) ผนวกกับการใช้มุช้มุมองของจิตจิวิเวิคราะห์ (Psychoanalysis) และ พลวัตวัจิตจิ (Psychodynamic) ซึ่งซึ่เป็นป็การ มุ่งมุ่เน้นน้ที่การนิยนิามปัญหาของครอบครัวรัให้ ชัดชัเจน โดยการให้คำห้ คำ ปรึกรึษาจะสั้นสั้กระชับชัตรงประเด็นด็มุ่งมุ่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขึ้ ใน ปัจจุบันบัการให้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ ให้คห้วามสำ คัญกับรูปรูแบบการ ปรึกรึษาที่เป็นป็ ปัจจุบันบั โดยมีคมีวามเชื่อชื่ว่าว่ ปัญหาความขัดขัแย้งย้ของสมาชิกชิภายใน ครอบครัวรั ไม่ไม่ด้เด้กิดจากปัญหาภายในจิตจิ ใจแต่เกิดจากการนิยนิามปัญหาใน บริบริทของความสัมสัพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งบุคคลที่ไม่ตม่รงกัน โดยมีหมีลักการของทฤษฎี ดังดันี้ 1. ทุกทุ ๆ พฤติกรรมเป็นป็การสื่อสื่สารในระดับ หนึ่ง บุคคลแสดงพฤติกรรมทุกทุพฤติกรรม จึงจึถือว่าว่บุคคลจำ เป็นป็ต้องมีกมีารสื่อสื่สารดัง นั้นนั้การแสดงออกทุกทุ ๆ พฤติกรรมถือ เป็นป็การสื่อสื่สารระดับดัหนึ่ง 2. การสื่อสื่สารอาจเกิดขึ้นขึ้พร้อร้มพร้อร้มๆ กันหลายระดับดัทั้งทั้การสื่อสื่สารด้วยกิริยริา ท่าทาง ภาษากาย น้ำ เสียสีง นอกไปจาก เนื้อหาที่พูดในบางกรณีสณีาร (message) ระดับดัหนึ่ง จะไม่สม่อดคล้องกับสารอีกระดับ หนึ่ง บุคคลพูดสิ่งสิ่หนึ่ง แต่หมายถึงอีกสิ่งสิ่ หนึ่ง สารอาจมีกมีารปรับรัเปลี่ยน เสริมริแต่ง หรือรืขัดขัแย้งย้กับสิ่งสิ่ที่บุคคลพูดไปในการ สื่อสื่สารทุกทุครั้งรั้เกิดขึ้นขึ้ ในสองระดับดัระดับผิวผิ เผินผิหรือรืระดับดัเนื้อหา และระดับที่สองเรียรีก ว่าว่อธิกธิารสื่อสื่สารซึ่งซึ่แสดงให้เห้ห็นห็ถึงคุณคุภาพ ของสิ่งสิ่ที่พูดในระดับดัแรกปัญหาอาจเกิดขึ้นขึ้ จากการสื่อสื่สารในระดับดัแรก 2


3. ทุกทุ ๆ การสื่อสื่สารมีคุมีณคุลักษณะ ทาง เนื้อหา (บอกเล่า) และคุณคุลักษณะด้าน สัมสัพันพัธภาพ (คำ สั่งสั่) ทุกทุ ๆ การสื่อสื่สารเป็นป็มากกว่าว่การส่งส่ข้อข้มูล ข่าข่วสาร การสื่อสื่สารยังยัแสดงให้เห้ห็นห็ถึง สัมสัพันพัธภาพระหว่าว่งผู้สื่ผู้ สื่อสื่สารตัวอย่าย่งเช่นช่ สามีพูมีพูดว่าว่ “ผมหิวหิ” สิ่งสิ่ที่พูดออกมานั้นนั้ เป็นป็การให้ข้ห้อข้มูลข่าข่วสาร แต่สิ่งสิ่ที่สำ คัญไป มากกว่าว่นั้นนั้มีนัมี นัยแอบแฝง คือสามีกำมี กำลัง บอกภรรยา ว่าว่เค้าคาดหวังวัให้ภห้รรยาทำ บาง สิ่งสิ่บางอย่าย่งให้เห้ขา เพื่อพื่บรรเทาความหิวหิ ดังดันั้นนั้ทุกทุการสื่อสื่สาร จึงจึเป็นป็การนิยาม ความเข้าข้ใจของบุคคล ในสถานะและ สัมสัพันพัธภาพที่แตกต่างกัน 4. สัมสัพันพัธภาพถูกถูนิยามโดยสารที่เป็นคำ สั่งสั่สารที่บุคคลสื่อสื่ออกไปก่อให้เห้กิดการ กำ หนดรูปแบบเพื่อพื่สร้าร้งความมั่นมั่คงให้แห้ก่ สัมสัพันพัธภาพ และสร้าร้งนิยามกฎของ ครอบครัวรับุคคลจะสามารถเข้าข้ใจความ หมายในการพูดของอีกฝ่าย สร้าร้ง สัมสัพันพัธภาพระหว่าว่งกัน ได้เด้ป็นป็อย่าย่งดี 5. สัมสัพันพัธภาพอาจได้รับรัการอธิบธิายว่าว่เป็น ความสมมาตร (Symmetrical) หรือรืความ เอื้อเฟื้อฟื้ (Complementary) สัมสัพันพัธภาพ ที่มีพื้มีพื้นพื้ฐานมาจากความเสมอภาครูปแบบ ของ ปฏิสัมสัพันพัธ์จธ์ะเป็นป็ความสมมาตร หาก บริบริทของการแลกเปลี่ยนพฤติกรรม เป็น ในทางตรงกันข้าข้มแล้ว จะเป็นป็รูปแบบที่ เอื้อเฟื้อฟื้ตัวอย่าย่งเช่นช่รูปแบบแรก เอ คุยคุ โอ้อวด บี คุยคุโอ้อวดมากกว่าว่ทำ ให้เห้อยิ่งยิ่คุยคุ โอ้อวดมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้และถ้าเป็นเช่นช่นั้นนั้ ไปเรื่อรื่ย ๆ จนนำ ไปสู่เสู่ กมความสัมสัพันพัธ์ที่ธ์ ที่ ต้องเป็นที่ หนึ่งก็จะแข่งข่กันไปเรื่อรื่ย ๆ สัมสัพันพัธภาพ แบบเลือกเฟื้อฟื้มีพื้มีพื้นพื้ฐานจากความไม่เม่สมอ ภาคและการสร้าร้งความแตกต่างให้มห้ากที่สุดสุ สำ หรับรัรูปแบบของปฏิสัมสัพันพัธ์ร่ธ์วร่มกันนั้นนั้ ฝ่ายหนึ่ง จะมีจุมีจุด ยืนยืที่เหนือกว่าว่และอีกฝ่าย หนึ่งจะมีจุมีจุด ยืนยืที่ต่ำ กว่าว่ก็จะเป็นการ ประกอบกันอย่าย่งลงตัว 3


6. สัมสัพันพัธภาพแบบเท่าเทียมกัน (Symmetrical) ในครอบครัวรัที่มี สัมสัพันพัธภาพแบบเท่าเทียม สมาชิกใน ชิ ครอบครัวรัมีคมีวามเสี่ย สี่ งที่จะนำ ไปสู่กสู่ าร แข่งข่ขันขัการกระทำ ของแต่ละฝ่ายจะมี อิทธิพธิลต่ออีกฝ่าย ทำ ให้เห้กิดวงจรที่เรียรีกว่าว่ สงครามของความเท่าเทียมกัน การติดต่อ สื่อสื่สารจะเห็นห็ว่าว่เนื้อหาของการโต้แย้งย้นั้นนั้ ไม่มีม่สมีาระ การสื่อสื่สารอาจทำ ให้มีห้คมีวามขัดขั แย้งย้เพิ่มพิ่มากขึ้นขึ้เนื้อหาของการสนทนาไม่ ได้นิด้ นิยามสัมสัพันพัธภาพ แต่กระบวนการของ การสนทนาจะเป็นป็ตัวกำ หนดนิยามของ สัมสัพันพัธภาพมากกว่าว่ 7. การสื่อสื่สารมักมัเกี่ยวข้อข้งกับบุคคลอีก ฝ่ายหนึ่งอย่าย่งหลีกเลี่ยงไม่ไม่ด้ หากบุคคล หนึ่งมีจุมีจุดยืนยืที่สูงสูกว่าว่และอีกบุคคลหนึ่งมี จุดยืนยืที่ด้อด้ยกว่าว่เช่นช่ภรรยาชอบบงการ สามีที่มี ที่ ยอมจำ นน หรือรืในทางกลับกัน หรือรื กรณีที่ณี ที่ พฤติกรรมของฝ่ายหนึ่งเติมเต็มให้ กับอีกคนหนึ่ง เช่นช่นายเอ แสดงออกได้ อย่าย่งเหมาะสม บี ที่มีบุมีบุคลิกภาพนิ่งเฉย จะ ส่งส่เสริมริ ให้ เอ แสดงออกมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้เอ ก็ ต้องยังยัมีคมีวามต้องการให้ บี ยอมจำ นวน มากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้เช่นช่นี้ไปเรื่อรื่ย ๆ 8. สมาชิกชิ ในครอบครัวรัแต่ละคนจะเน้น ลำ ดับดัของเหตุกตุารณ์ซึ่ณ์ซึ่งซึ่แต่ละฝ่ายเข้าข้ร่วร่ม ด้วยวิธีวิที่ธี ที่ แตกต่างกัน การจัดจัลำ ดับ เหตุกตุารณ์จากการกระทำ เกิดจากมุมมอง ของแต่ละฝ่ายเหตุแตุละผล ที่แต่ละคนคิด จึงจึ มีคมีวามสำ คัญต่อปฏิสัมสัพันพัธ์ที่ธ์ ที่ ดำ เนินอยู่ 9. ปัญหาในครอบครัวรัเกิดขึ้นขึ้และยังยัคงอยู่ ในบริบริทและรูปแบบของปฏิสัมสัพันพัธ์ที่ธ์ ที่ ซ้ำ ซากและวงจรข้อข้มูลย้อย้นกลับที่เกิดขึ้นขึ้อีก ปัญหาภายในครอบครัวรัหากไม่ไม่ด้รัด้บรัการ แก้ไขก็จะวนเวียวีนและเกิดขึ้นขึ้ ในรูปแบบ ปฏิสัมสัพันพัธ์ที่ธ์ ที่ ซ้ำ ซากไม่มีม่จุมีจุดจบ 4


กระบวนการ การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ ขั้นขั้ตอนของการให้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ตธ์ามแนวคิดของ Haley ประกอบด้วด้ย 5 ขั้นขั้ตอน ได้แด้ก่ 1. ขั้นขั้สังสัคม (social stage) เป็นป็ขั้นขั้การสร้าร้งสัมสัพันพัธภาพระหว่าว่งผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึา กับครอบครัวรัมีเมีป้าป้หมายเพื่อพื่จะให้สห้มาชิกใน ชิครอบครัวรัรู้สึรู้กสสึบายใจและผ่อผ่นคลาย มากขึ้นขึ้ โดยผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาจะแนะนำ ตนเองพูดคุยคุกับสมาชิกคชิรอบครัวรัแต่ละบุคคล ถามชื่อชื่และสิ่งสิ่อื่นๆเพื่อพื่ ให้ผู้ห้รัผู้ บรัการปรึกษรึาเข้าข้ใจปัญหาในครอบครัวรัของตนเองทาง ความรู้สึรู้กสึและบอกเล่าเรื่อรื่งราวต่างๆภายในครอบครัวรั 2. ขั้นขั้ ปัญหา problem state เป็นป็ขั้นขั้ตอนของการค้นหา ว่าว่เพราะเหตุใตุดครอบครัวรั จึงจึมาแสวงหาความช่วช่ยเหลือผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกษรึาของให้สห้มาชิกคชิรอบครัวรัทุกคทุนได้แลก เปลี่ยนประสบการณ์ใณ์นการรับรัรู้ปัรู้ ปัญหาในขั้นขั้ตอนนี้ผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาจะตั้งตั้คำ ถามต่างๆ เช่นช่อะไรที่สมาชิกชิครอบครัวรัของเราต้องปรับรั ปรุงมากที่สุดสุเพราะเหตุใตุดคุณคุถึงมาที่นี่ เพราะเหตุใตุดคุณคุจึงจึต้องการความช่วช่ยเหลือในตอนนี้คุณคุต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร ในตอนนี้เป็นป็ต้นผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาจะต้องรับรั ฟังฟัอย่าย่งใส่ใส่จในสิ่งสิ่ที่สมาชิกแชิต่ละคนให้ ความหมายของปัญหาและสิ่งสิ่ที่เกี่ยวข้อข้งกับพวกเขาผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาไม่คม่วรตีความ หรือรืวิจวิารณ์คณ์วรมีกมีารรอคอยให้คห้วามมั่นมั่ ใจไม่ใม่ห้มีห้กามีรขัดขัจังจัหวะหรือรืสอดแทรกเพราะ อาจทำ ให้สห้มาชิกชิ ไม่กม่ล้าเปิดเผยและเกิดกระบวนการป้อป้งกันตนเองได้ 5


3. ขั้นขั้ ปฏิสัมสัพันพัธ์ขธ์องครอบครัวรั (Family interaction state) สมาชิกคชิรอบครัวรั พูดกันเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นขึ้ของครอบครัวรัต่อหน้าผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาโดยให้ผู้ห้กา ผู้ ร ปรึกรึษาจะสังสัเกตและใส่ใส่จต่อสัมสัพันพัธภาพระหว่าว่งสมาชิกใน ชิครอบครัวรัรูปแบบ พฤติกรรมของการใช้อำช้ อำนาจลำ ดับขั้นขั้ ในการปกครองรูปแบบการสื่อสื่สารการตอบ สนองต่อความขัดขัแย้งย้และการรวมกลุ่มลุ่ย่อย่ยโดยมีเมีป้าป้หมายในขั้นขั้นี้ก็คือเพื่อพื่ ให้ไห้ด้ ข้อข้มูลต่างๆที่เกี่ยวเนื่องภายในครอบครัวรัสำ หรับรัใช้ใช้นการให้กห้ารปรึกษรึาในขั้นขั้ต่อไป 4 ขั้นขั้กำ หนดเป้าป้หมาย (Goal Setting Stage) ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกษรึาและครอบครัวรัจะรวม กันระบุปัญหาที่เฉพาะเจาะจงที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรกรวมถึงผู้ใผู้ห้กาห้ร ปรึกรึษาต้องค้นคว้าว้ว่าว่สมาชิกชิ ในครอบครัวรัมีคมีวามคาดหวังวัจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าบ้ง หลังจากการให้กห้ารปรึกรึษายุติลง 5 ขั้นขั้กำ หนดงาน (Tag setting stage) ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกษรึาให้คำห้ คำแนะนำ แก่ครอบครัวรั ซึ่งซึ่อาจจะทำ ให้สห้มาชิกชิแสดงบทบาทการแก้ปัญหาของครอบครัวรัในการพบกันแต่ละ ครั้งรั้ในการนัดหมายครั้งรั้ต่อไปจะเป็นการนัดหมายในขั้นขั้นี้และผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาต้องระบุ ให้ชัห้ดชัเจนเพื่อพื่ ให้สห้มาชิกชิกลับมาพบกันใหม่ไม่ ปจนกระทั่งทั่บรรลุถึลุถึงเป้าป้หมายของ ครอบครัวรั 6


เป้า ป้ หมาย การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ 1. มุ่งมุ่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขึ้ ในปัจจุบันบั (Presenting problem) โดยสนใจ ไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามความเชื่อชื่ที่ว่าว่หากมีกมีารเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมแล้วความรู้สึรู้กสึต่างๆก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วด้ย 2. ให้กห้ารช่วช่ยเหลือครอบครัวรัเพื่อพื่ ให้เห้กิดการเปลี่ยนแปลงโดยจัดจัการกับ วงจรปฏิสัมสัพันพัธ์ใธ์หม่แม่ทนที่จะใช้วิช้ธีวิเธีดิมดิๆ ซ้ำ ซากที่ไม่ไม่ด้ผด้ลเน้นน้การให้คห้วาม สนใจต่อปัญหาที่ครอบครัวรัเสนอมากกว่าว่ที่จะเน้นน้ที่ครอบครัวรัอาจจะพบ สมาชิกชิ ในครอบครัวรัเป็นป็รายบุคคลหรือรืกลุ่มลุ่ย่อย่ย ๆ ก็ได้ 7


เทคนิค นิ การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ 1. การชี้นำ ชี้ นำ (The use of Directives) การชี้นำ ชี้ นำเป็นป็การสอนอย่าย่งหนึ่งเพื่อพื่ ให้คห้รอบครัวรัปฏิบัติบั ติต่างไปจากเดิม อาจจะกระทำ ได้ ทั้งทั้ โดยตรงและโดยอ้อมทำ ได้หลายอย่าย่งเช่นช่การเงียบการแสดงท่าทางการปรับรัระดับ เสียสีงการใช้ภช้าษาพูดการมอบหมายงานให้ทำห้ ทำการเสนอแนะการฝึกการสอนรวมทั้งทั้การ แนะนำ ต่างๆเช่นช่ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาสอนให้แห้ม่หม่ยุดพูดขัดขัจังจัหวะระหว่าว่งที่พ่อพ่กับลูกชาลูยกำ ลัง พูดคุยคุกันอยู่เยู่พื่อพื่ช่วช่ยให้ทุห้กทุคนทำ ตามเพื่อพื่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมที่เคยปฏิบัติบั ติกันซึ่งซึ่ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นขึ้ ใหม่นี้ม่ นี้ จะต้องเป็นไปตามวิถีวิ ถีชีวิชีตวิที่เป็นจริงริ 2. การกระทำ ในสิ่งสิ่ตรงกันข้าข้ม (Paradoxical intervention) เน้นกระบวนการช่วช่ยเหลือโดยผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาให้บุห้บุคคลหรือรืครอบครัวรักระทำ หรือรืปฏิบัติบั ติ ในสิ่งสิ่ที่ต้องการให้บุห้บุคคลหรือรืครอบครัวรัเกิดต่อต้านและไม่ทำม่ ทำตามโดยผู้ใผู้ห้กาห้รปรึกษรึาอาจ จะขอให้ผู้ห้รัผู้ บรัคำ ปรึกรึษากระทำ พฤติกรรมที่เป็นปัญหานั้นนั้ ให้เห้กิดความเป็นจริงริเช่นช่การให้แห้ม่ ที่มีคมีวามสัมสัพันพัธ์ใธ์กล้ชิดชิกับลูกลูชายมากเกินไปสังสัเกตพิจพิารณาการกระทำ ทุกอทุย่าย่งของ ลูกลูชายอย่าย่งใกล้ชิดชิและเพิ่มพิ่กิจกรรมร่วร่มที่ใกล้ชิดชิติดพันพักันตลอดวันวัทุกเทุวลา หรือรืหาก ผู้รัผู้ บรัการปรึกรึษาบ่นบ่ว่าว่ตนเองนอนไม่หม่ลับก็จะได้รับรัการชี้แ ชี้ นะว่าว่ ไม่ใม่ห้นห้อนตลอดทั้งทั้คืน เทคนิคนี้จะทำ ให้ผู้ห้รัผู้ บรัการปรึกรึษาตกอยู่ใยู่นภาวะที่จะต้องคิดว่าว่จะทำ ตามที่ผู้ใผู้ห้คำห้ คำ ปรึกษรึา บอกหรือรืไม่ผม่ลของการต่อต้านนี้คือบุคคลหรือรืครอบครัวรัจะเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมขึ้นขึ้อันเป็นป็เป้าป้หมายของการให้กห้ารปรึกษรึา 8


Papp กำ หนดขั้นขั้ตอนหลัก 3 ขั้นขั้ตอน ในการออกแบบความขัดขัแย้งย้คือ 1. การนิยนิามใหม่ การกำ หนดเงื่องื่นไข และการสกัดกักั้นกั้พฤติกติรรมการนิยนิามใหม่มีม่จุมีจุดประสงค์ เพื่อพื่เปลี่ย ลี่ นแปลงการรับรัรู้ขรู้องครอบครัวรัต่อต่พฤติกติรรมที่เ ที่ กิดกิขึ้นขึ้ตลอดช่วช่งระยะนี้พ นี้ ฤติกติรรม ที่ยังยัคงดำ เนินอยู่จยู่ะได้รัด้บรัการนิยามใหม่ว่ม่าว่เป็นกิริยริาท่าทางในเชิงชิบวก เช่นช่ความงอนของ ภรรยาอาจจะได้รับรัการนิยามใหม่ว่ม่าว่เป็นความรักแรัละดูแดูลเอาใจใส่ 2. การกำ หนดเงื่องื่นไข เป็นป็การฝึกฝึความรู้สึรู้กสึเก็บก็กด ความท้าท้ทาย เงื่องื่นไข จะต้อต้งสั้นสั้กะทัดทัรัดรั และไม่สม่ามารถที่จะเป็นที่ยอมรับรั ได้ เพื่อพื่ที่จะทำ ให้คห้รอบครัวรัปฏิเสธแนวทางที่เสนอ ให้กัห้ กับ ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาจะต้องแสดงความจริงริใจด้วยการแสดงเหตุผตุลในการชักชันำ ตามแนวทาง ที่กำ หนด 3. กลยุทธ์ใธ์นการยับยัยั้งยั้ ใช้แช้นวคิดค่อยๆ ทำ เป็นกลยุทธ์ใธ์นการพยายามที่ให้คห้วามสำ คัญ กับความสมดุลดุของครอบครัวรัหากมีกามีรพัฒพันาเกิดขึ้นขึ้เร็วร็เกินไป การเปลี่ยนแปลงต้อง ใช้เช้วลา และต้องดำ เนินไปเป็นป็ขั้นขั้เป็นตอน กลวิธีวิดัธี ดังกล่าวมีจุมีจุดประสงค์เพื่อพื่ ให้ผู้ห้รัผู้ บรัการ ปรึกรึษาเตรียรีมพร้อร้มสำ หรับรัการเปลี่ยนแปลง ยอมรับรัความลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงและ ทำ ให้กห้ารเปลี่ยนแปลงมีคมีวามยั่งยั่ยืนยืเมื่อมื่เริ่มริ่การเปลี่ยนแปลงแล้ว คำ พูดที่ว่าว่ “ค่อยๆทำ ” จะเป็นป็ ประโยชน์เพิ่มพิ่เติมในการลดความรู้สึรู้กเสึร่งร่ด่วนของผู้รัผู้ บรัการปรึกษรึาในการค้นหาวิธีวิ ธี แก้ปัญหาใหม่ คำ พูดต่างๆ เหล่านั้นนั้มีผมีลมากขึ้นขึ้ ในการทำ ให้พห้ฤติกรรมดังกล่าวไม่กม่ลับ คืนมา โดยครอบครัวรัจะไม่เม่สียสีขวัญวัหรือรืล้มเลิกความพยายาม 9


การมองมุมใหม่ (Reframing) ที่เขาตรวจสอบคุณคุอยู่ตยู่ลอดเวลาตลอดทั้งทั้ วันวันั้นนั้ ไม่ไม่ด้หด้มายถึงเขาหึงหึคุณคุแต่หมายถึง เขาคิดถึงคุณคุอยู่ตยู่ลอดเวลา การสร้าร้งภาพใหม่ (Relabeling) ภรรยาของคุณคุช่วช่ยคุณคุได้มด้ากโดยเกิน ความจำ คุณคุเกี่ยวกับงานที่ยังยัทำ ไม่เม่สร็จร็ใน บ้าบ้นนั่นนั่เป็นป็เพราะว่าว่เธอต้องการทำ ให้บ้ห้าบ้น น่าน่อยู่สำยู่สำหรับรัคุณคุ การกำ หนดอาการ(Prescribing the symptom) ฝึกทะเลาะกันตั้งตั้แต่คุณคุตื่นนอน การยับยัยั้งยั้ (Restraning) ไม่ต้ม่ ต้องทำ อะไรทั้งทั้นั้นนั้เกี่ยวกับปัญหาใน สัปสัดาห์นี้ห์เ นี้ พื่อพื่ที่ว่าว่เราจะได้สด้ามารถเห็นห็ว่าว่ ปัญหานั้นนั้เป็นป็อย่าย่งไร เสนอการกำ หนด (Offering prescriptions) จดทุกทุอย่าย่งที่อาจจะทำ ให้คุห้ณคุกังวล ระหว่าว่งวันวัและจัดจั ประเภทแบ่งบ่ออกเป็นป็ ชั่วชั่โมงในทุกทุคืนให้ดูห้อดูย่าย่งละเอียดและกังวล ให้เห้หมาะกับเรื่อรื่ง เสนอการบรรยาย (Offering descriptions) คุณคุทั้งทั้สองคนในฐานะที่เป็นป็ผู้สผู้ มรส ถูกถูให้คุห้ณคุเลี่ยงการเผชิญชิหน้าน้ในเรื่อรื่งความ แตกต่างระหว่าว่งคุณคุสองคนซึ่งซึ่เป็นป็ความ เสี่ย สี่ งที่จะเปลี่ยนสิ่งสิ่ต่างๆ ในตอนนี้ การทำ นายสภาพที่เกิดซ้ำ (Predicting a relapse) คุณคุทั้งทั้สองคนไปด้วด้ยกันได้ดีด้ ใดีนอาทิตย์นี้ย์ นี้ แต่คุณคุอาจมีเมีรื่อรื่งทะเลาะกันในไม่ช้ม่าช้นี้ ตัวอย่าย่งที่พบได้บ่ด้อบ่ยของการกระทำ ในทางตรงกันข้าข้ม ที่มา Goldenberg, 2013 10


3 เทคนิคนิการแสร้งร้ทำ ( Pretend Technical ) Madanes (1984)ได้พัด้ฒพันาเทคนิคการแสร้งร้ทำ ที่มีคมีวามขัดขัแย้งย้ โดยธรรมชาติ แต่มีลัมี ลักษณะที่เผชิญชิหน้าน้อยกว่าว่เทคนิคของ Harley วิธีวิกาธีรซึ่งซึ่มีพื้มีพื้นพื้ฐานมาจากการใช้ ความสนุกสนาน อารมณ์ขัณ์นขัและจินจิตนาการ Madanes ค้นค้หาความขัดขัแย้งย้ของครอบครัวรัที่สำ ที่ สำคัญคัหรือรืผลลัพลัธ์ทธ์างด้าด้นพฤติกติรรม ของปัญหาหรือรืพฤติกรรมที่แสดงออก หลังจากนั้นนั้ ให้คห้วามช่วช่ยเหลือครอบครัวรั โดยให้ รูปแบบของกลยุทธ์ใธ์ห้คห้รอบครัวรัละทิ้งเรื่อรื่งที่ไม่ใช่สช่าระสำ คัญ เช่นช่พ่อแม่มีปัญหากับลูก ก็ให้ลูห้กลูเข้าข้มาทำ ดีกัดี กับพ่อพ่แม่ก่ม่ ก่อน และให้พ่ห้อพ่แม่แม่สร้งร้ทำ เป็นเข้าข้อกเข้าข้ใจ เป็นต้น 4. การมองมุมใหม่ (Reframing) เป็นการจัดการพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในครอบครัวรัใหม่ โดยการให้สห้มาชิกชิ ในครอบครัวรั มองปัญปัหา ในมุมใหม่ที่ม่ ไที่ ม่เม่คยมองมาก่อก่น เพื่อพื่ช่วช่ยให้สห้มาชิกชิเรียรีนรู้พรู้ ฤติกติรรมที่เ ที่ ป็นป็ ปัญปัหา ในมุมที่ได้ปด้ระโยชน์ และแตกต่างไปจากเดิม 11


บทบาทของผู้ใผู้ห้การปรึก รึ ษา การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์จธ์ะสนใจอยู่กัยู่ กับปัจจุบันบัการสื่อสื่สารที่กระชับชั และชัดชัเจน ตรงประเด็นด็และเป็นป็ ปัจปัจุบัจุนบัผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาจะมีบมีทบาทเป็นป็ผู้เผู้ชี่ย ชี่ วชาญ ชี้นำ ชี้ นำ ชี้แ ชี้ นะ ด้วด้ยความคล่องแคล่วยืดยืหยุ่นยุ่วางแผนด้วด้ยกลยุทธ์ที่ธ์ ที่ สร้าร้งสรรค์ และเฉพาะเจาะจง เพื่อพื่ ให้เห้กิดการเปลี่ยนแปลงทางบวกในครอบครัวรั 12


สรุป การปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิกลยุทธ์ Harley ถือได้ว่าว่เป็นผู้ที่มีบมีทบาทสำ คัญ ในการให้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัเชิงชิทฤษฎี แบบกลยุทธ์ ซึ่งซึ่เป็นการให้คำห้ คำ ปรึกรึษาครอบครัวรัที่มุ่งเน้นการนิยามปัญหาของครอบครัวรั ให้ชัห้ดชัเจน เน้นการวางแผนช่วช่ยเหลือสมาชิกชิครอบครัวรั ให้มีห้ มีทางเลือกในการปฏิบัติหน้าที่ ของครอบครัวรัใหม่ แทนที่วิธีการปฏิบัติหน้าที่ของครอบครัวรัที่ใช้ปฏิบัติเดิม ซึ่งซึ่ ไม่ได้ผล โดยเชื่อว่าการสื่อสารเป็นเครื่องชี้ให้เห็นธรรมชาติของสัมพันธภาพของคู่สมรส ให้คห้วามสำ คัญคักับกัวิธีวิกธีารแก้ไก้ขปัญปัหา มุ่งมุ่เน้นน้ ปัญปัหาปัจปัจุบัจุนบัที่ส ที่ ามารถ แก้ไก้ขได้ และตระหนักนัว่าว่ รูปแบบพฤติกรรมเดิมนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ประกอบด้วยเทคนิคต่างๆ ได้แก่ การชี้นำ (Directives) การกระทำ ในสิ่งตรงกันข้าม (Paradoxical intervention) การแสร้งร้ทำ (Pretend Techniques) และการมองมุมใหม่ (Reframing) ม่ โดยกระบวนการของการให้กห้ารปรึกรึษาครอบครัวรัแนวทฤษฎีเฎีชิงชิกลยุทธ์มีธ์ มี5 ขั้นขั้ตอน คือคืขั้นขั้สังสัคม ขั้นขั้ ปัญปัหาขั้นขั้ ปฏิสัฏิมสัพันพัธ์ขธ์องครอบครัวรัขั้นขั้กำ หนดเป้าป้หมาย และขั้นขั้กำ หนดงาน ผู้ให้การปรึกรึษาและผู้รับรัการปรึกรึษาต่างมีอิทธิพลต่อกัน ผู้ให้การปรึกรึษาจำ เป็นต้องมี การวางแผนการปรึกรึษาที่ดี ที่ เดีพื่อพื่ให้เห้กิดกิ ประโยชน์ต่น์อต่ผู้รัผู้บรัการปรึกรึษา ผู้ใผู้ห้กห้ารปรึกรึษาจะมีบมีทบาท เป็นป็ผู้เผู้ชี่ย ชี่ วชาญ ชี้นำ ชี้ นำ ชี้แ ชี้ นะ ด้วด้ยความคล่อล่งแคล่วล่ยืดยืหยุ่นยุ่วางแผนด้วด้ยกลยุทยุธ์ที่ธ์ส ที่ ร้าร้งสรรค์ และเฉพาะเจาะจง มุ่งให้เกิดการกระทำ และเน้นทำ ในสิ่งที่สามารถเป็นไป ได้เพื่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทางบวกในครอบครัวรั 13


Click to View FlipBook Version