The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_การประยุกต์ทฤษฎีใหม่สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" แห่งน้ำใจ และความหวัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by liberalarts03, 2022-10-05 02:43:38

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_การประยุกต์ทฤษฎีใหม่สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" แห่งน้ำใจ และความหวัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_การประยุกต์ทฤษฎีใหม่สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" แห่งน้ำใจ และความหวัง อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

โครงงานสหกจิ ศึกษา

การประยกุ ตทฤษฎีใหมส ู “โคก หนอง นา โมเดล”แหงน้ำใจ
และความหวัง อำเภอนาหมอม จงั หวดั สงขลา

โดย
นายตรภี พ อธริ ัตนชัย รหสั นักศกึ ษา 6111110245
นางสาวศมนกร จันทจิต รหัสนักศกึ ษา 6111110250
อาจารยท ่ีปรึกษาโครงงาน รองศาสตราจารยเ อมอร เจยี รมาศ
ท่ปี รึกษา นางชุลกี ร ณะนวล นกั วชิ าการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

โครงงานฉบบั น้ีเปน สว นหนึง่ ของรายวิชา 897-421 สหกิจศึกษา
สาขาวิชา ชุมชนศึกษา คณะศิลปศาสตร

มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร ภาคการศึกษาที่ 2 ปก ารศึกษา 2564

กติ ติกรรมประกาศ

จากการท่ีขาพเจาไดมาปฏิบัติสหกิจศึกษา ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาหมอม ตำบลนาหมอม
อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา ต้ังแตวันที่ 8 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ถึง วันท่ี 25 เดือน กุมภาพันธ
พ.ศ.2565 สงผลใหขาพเจาไดรับความรูและประสบการณตาง ๆ ที่มีคามากมาย สามารถนำไปตอยอดในการ
ดำรงชีวิตตอ ไปในภายภาคหนา

รายงานการปฏิบัติสหกิจศึกษาฉบับน้ี สำเร็จลลุ วงไดดวยดี จากความรวมมือและสนับสนุน จากหลาย
ฝา ย ดังนี้

1. นางสาวลำแข อทุ ยั สรุ ิ พัฒนาการอำเภอนาหมอ ม
2. นางชลุ กี ร ณะนวล นักวิชาการพัฒนาชมุ ชนชำนาญการ
3. นางภาวดี ปาละวงศ นกั วิชาการพฒั นาชุมชนชำนาญการ
4. นางจิตตรา พาหกุ าญจน นกั วชิ าการพฒั นาชุมชนชำนาญการ
5. นายนิวฒั น อำมะโร เจา ของแปลงโคก หนอง นา โมเดล
6. นายอิสรภาพ เพ็ชรมณี เจา ของแปลงโคก หนอง นา โมเดล
7. รองศาสตราจารยเอมอร เจียรมาศ อาจารยป ระจำหลกั สตู รศลิ ปศาสตรบณั ฑติ
สาขาวชิ าสังคม วัฒนธรรม และการพัฒนามนษุ ย

รวมถึงบุคคลทานอื่น ๆ ท่ีไมไดกลาวนามทุกทานท่ีไดใหคำแนะนำชวยเหลือในการจัดทำโครงงาน
สหกิจ คณะผูจัดทำใครข อบพระคุณที่มีสวนเก่ียวของทุกทาน ที่มีสวนรวมในการใหขอมูล เปนที่ปรึกษาในการ
ทำโครงงานน้ีจนเสร็จสมบูรณ ตลอดจนใหการดูแล และใหความเขาใจเก่ียวกับชีวิตของการทำงานจริง
คณะผจู ัดทำขอขอบคุณไว ณ ที่น้ี

นางสาวศมนกร จันทจิต
นายตรีภพ อธริ ตั นชยั
ณสำนกั งานพฒั นาชมุ ชนอำเภอนาหมอ ม
18 กมุ ภาพันธ 2565

ชอ่ื โครงงาน : การประยกุ ตทฤษฎีใหมสู “โคก หนอง นา โมเดล”แหง นำ้ ใจและความหวัง
ผูเขยี น อำเภอนาหมอ ม จังหวัดสงขลา
สาขาวชิ า
ปฏบิ ัติสหกจิ ศึกษา : นายตรภี พ อธริ ัตนชัย นางสาวศมนกร จันทจติ
ปการศึกษา : ชมุ ชนศกึ ษา
: สำนกั งานพัฒนาชุมชนอำเภอนาหมอ ม
: 2564

บทคดั ยอ

วิจัยเร่ืองการประยุกตทฤษฎีใหมสู “โคก หนอง นา โมเดล”แหงน้ำใจ และความหวงั อำเภอนาหมอม
จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค 1) เพ่ือศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลัก
ทฤษฎีใหม ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา 2) เพื่อจัดทำส่อื ประชาสัมพันธ
พื้นทตี่ นแบบการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ตามหลกั ทฤษฎีใหม ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” การวิจัยในคร้ังนี้
ศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา
โมเดล" อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา ใชวิธกี ารวจิ ัยเชิงคุณภาพ เก็บขอมูลจากการสำรวจ การสัมภาษณและ
นำขอมูลมาวิเคราะหตามแนวทางการวิเคราะหขอมูลทั่วไป อีกทั้งยังใชเพ่ือจัดทำส่ือประชาสัมพันธ จึงให
งานวิจัยชิ้นนสี้ ามารถตอบคำถามการวจิ ยั ไดล ะเอยี ดชดั เจนมากขึ้น

จากผลการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู
โคก หนอง นา โมเดล อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา พบวา นายการุณ เพ็ชรมณี และนายนิวัฒน อำมะโร,
(ผูใหขอมูล) ไดดำเนินตามแผนการดำเนินการโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก
ประยุกตสู โคก หนอง นา โมเดล โดยกลาววา การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล" เปนการเพ่ิมการจางงานดวยการสรางงาน สราง
รายไดและรองรับผลกระทบจากสถานการณในชวงวิกฤตการณการแพรระบาดของ โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) ดวยการเขาปฏิบัติงานในพื้นที่เรียนรูชุมชนตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งการทำ
โครงการน้ีทำใหใดรูประโยชนของพืชเศรษฐกิจและนำมาพัฒนาใหเกิดประโยชนย่ิงขึ้น อีกท้ังสามารถสราง
รายไดแ ละนำกลับมาใชใ นชีวติ ประจำวันอกี ดว ย

สอดคลองกับ กรมพัฒ นาชุมชน, (2564) เรื่องของปรัชญ าเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องของ
ความพอประมาณ ความพอดีท่ีไมนอยเกินไปและไมมากเกินไป โดยไมเบียดเบียนตนเองและผูอ่ืน ความมี
เหตุผล การตัดสนิ ใจเก่ียวกับระดับความพอเพียงนั้นจะตอ งเปนไปอยางมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปจจัยที่
เก่ียวของ ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อยางรอบคอบและสุดทายการมี
ภูมิคุมกัน การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดานตาง ๆ ท่ีจะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความ
เปน ไปไดของสถานการณต า ง ๆ ทค่ี าดวา จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต

สารบัญ

กติ ตกิ รรมประกาศ
บทคดั ยอ
บทที่ 1 บทนำ................................................................................................................................................. 1
บทท่ี 2 เอกสารและโครงงานทเี่ ก่ยี วของ......................................................................................................... 4
บทท่ี 3 วธิ ีการจดั ทำโครงงาน ....................................................................................................................... 14
บทที่ 4 ผลการศึกษา .................................................................................................................................... 16
บทท่ี 5 สรุปผลและขอเสนอแนะ.................................................................................................................. 22
บรรณานกุ รม ................................................................................................................................................. 24
ภาคผนวก ...................................................................................................................................................... 26
ขอ มลู ผจู ัดทำ.................................................................................................................................................. 31

สารบัญตาราง

ตารางท่ี 1 ขอมลู ท่วั ไปของผใู หขอมูล...............................................................................................................16
ตารางที่ 2 กระบวนการดำเนินการขับเคล่ือนโครงการพฒั นาพนื้ ทีต่ น แบบการพัฒนาคุณภาพชวี ิต
ตามหลักทฤษฎใี หมป ระยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล"....................................................................................18

สารบัญรูปภาพ

ภาพท่ี 1 ขุดบอปรบั สภาพพื้นทแี่ ปลงครูไข.............................………………………………………………………………….18
ภาพท่ี 2 พัฒนากรอำเภอนาหมอมและคณะมอบตน กลา ..................................................................................18
ภาพท่ี 3 กิจกรรมเอามื้อสามัคค.ี .......................................................................................................................19
ภาพท่ี 4 พฒั นากรมอบพันธุปลา.......................................................................................................................19
ภาพท่ี 5 ผลผลติ จากแปลงนายการุณ เพ็ชรมณี................................................................................................19
ภาพท่ี 6 ตน ทุนเรยี น.........................................................................................................................................19
ภาพที่ 7 พื้นท่ีปลูกพชื ผักสวนครวั ของนายนิวัฒน อำมะโร...............................................................................20
ภาพที่ 8 กจิ กรรมหม ดนิ ....................................................................................................................................20
ภาพท่ี 9 ไขไ กจากแปลง....................................................................................................................................20
ภาพท่ี 10 ตน พรกิ พืชผกั สวนครัว……………………………………………………………………………………………………….20
ภาพที่ 11 ตนหอมแดง……………………………………………………………………………………………………………………….20
ภาพท่ี 12 ตน กลวยน้ำวา ..................................................................................................................................20

1

บทที่ 1 บทนำ

สถานการณของประเทศไทยในปจจุบันยังคงตองเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการแพรระบาดของ
ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซ่ึงกระทบทั้งดานสังคม เศรษฐกิจ สาธารณสุข การคมนาคม อยางมาก
แตเช่ือมั่นวาโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู "โคก หนอง
นา โมเดล" โดยกรมการพัฒนาชุมชนรวมดวยทุกภาคีเครือขายจะสรางโอกาสผานพนวิกฤตครั้งนี้ได
ดวยแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม นำสูการปฏิวัติแนวคิดจัดสรรชีวิตใหเกิดความสมดุลการ
จัดการทรัพยากรไดอยางมีประสิทธิภาพสรางแหลงอาหารภายในพื้นที่ของตนเองลดภาวะการณขาดแคลน
ความมั่นคงทางอาหาร การลงมือปรับปรุงและพัฒนาพื้นท่ีตามหลักภูมิสังคมอยางเปนระบบ มีการบริหาร
จัดการดิน น้ำ ในพื้นท่ีชวยลดผลกระทบจากภัยแลง และในระยะยาวนั้นยังเปนการขยายพันธุไมยืนตนให
เกิดข้ึนในพ้ืนท่ี ตามหลักการตองปลูกไม 5 ระดับ หรือปา 3 อยาง ประโยชน 4 อยาง เรียกไดวาความรวมไม
รวมมือของทุกทานตอแตนี้ จึงเปยมไปดวยการสรางสรรคประโยชนและความสุขที่ถองแทไดอยางย่ังยืน ท้ังน้ี
โครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล"
ยงั ชวยเพ่ิมรายไดค รัวเรือนที่ผานการพัฒนาพื้นท่ีครัวเรือนตนแบบ โดยเฉพาะเร่ืองการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อ
ลดรายจายเทากบั เพมิ่ รายไดใหก บั ครัวเรือนและพืชเศรษฐกิจ เชน ขาว พืชผักสวนครัวมีสระกักเก็บน้ำ เปนการ
เพ่มิ พื้นท่ีปาปลูกใหมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อกี ท้ังยงั เพม่ิ การจางงานดวยการสรางงาน สรางรายได
ใหแกเกษตรกร แรงงาน ที่ไดรับผลกระทบจากสถานการณในชวงวิกฤตการแพรระบาดของ โรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) (กรมการพฒั นาชมุ ชน, 2564)

สถานการณของจงั หวดั สงขลาในปจ จุบนั ทางสำนักงานพัฒนาชมุ ชนจงั หวัดสงขลาไดน ำการขบั เคลอ่ื น
โครงการเกษตรทฤษฎีใหม โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตรพระราชา นับวาเปนโครงการที่มี
ประโยชนเปนอยางย่ิงตอขาราชการ ของกระทรวงเกษตร สหกรณการเกษตรและเกษตรกรตนแบบในการนำ
องคความรู ประสบการณในการขับเคล่ือนโครงการเกษตรทฤษฎีใหม โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตามศาสตรพระราชา ไปประยุกตใชในการทำงานแบบบูรณาการกับหนวยงานที่เกี่ยวของและสามารถ
ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรสหกรณใหเปนไปไดอยางมีประสิทธิภาพ (สำนักงานพัฒนา
ชุมชนจังหวัดสงขลา, 2563)

2

วัตถปุ ระสงค
1) เพื่อศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู

“โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา
2) เพื่อจัดทำส่ือประชาสัมพันธพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู

“โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอ ม จงั หวัดสงขลา
ประโยชนที่คาดวา จะไดร บั

1) เกิดความรู ความเขาใจ เก่ียวกับโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลัก
ทฤษฎใี หม ประยกุ ตส ู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา

2) หนวยงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาหมอมมีส่ือประชาสัมพันธพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ตามหลกั ทฤษฎใี หม ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอ ม จังหวัดสงขลา
ขอบเขตการศกึ ษา

การวจิ ยั ในครั้งนศี้ ึกษาการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นท่ีตน แบบการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต ตาม
หลักทฤษฎีใหมป ระยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล" ในพ้ืนท่ีอำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา คร้ังนี้ผูวิจัยไดมีการ
กำหนดขอบเขตการวิจยั ดงั นี้
ขอบเขตดา นเน้ือหา

การวิจัยในคร้ังนี้ศึกษาการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลัก
ทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล" ในพื้นที่ อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา ภายใตแนวคิดเก่ียวกับ
การศกึ ษา แนวคิดเกี่ยวกบั การพัฒนา แนวคิดเกี่ยวกบั การประชาสมั พนั ธ และงานวิจัยที่เก่ยี วขอ ง

ขอบเขตดานพนื้ ท่ี
การวิจัยในครั้งน้ีศึกษาการขับเคล่ือนโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลัก
ทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล" ในพื้นทอ่ี ำเภอนาหมอมจังหวัดสงขลา เน่ืองจากอำเภอนาหมอม
เปนอำเภอท่ีมีขนาดเล็ก มีขนาดพื้นที่ 149.50 ตารากิโลเมตร ประกอบดวย 4 ตำบล 29 หมูบาน มีแหลง
ทองเที่ยวมากมายและมีเสนทางเชื่อมโยงกับแหลงทองเที่ยววิถีธรรมชาติและศาสนาใกลเคียงอีกดวย โดย
ภายในชุมชนมีทรัพยากรทีอ่ ุดมสมบูรณ คนในชุมชนมีมีความรวมมือและสามัคคี อีกทง้ั ชมุ ชนยังมีความสัมพันธ
ท่ดี ีและมีการพ่ึงพาตนเองไดเปน อยางดี
ขอบเขตผูใหข อมูล

การวิจัยในครั้งน้ีผูวิจัยเลือกกลุมเปาหมายแบบเฉพาะเจาะจงท่ีใชในการวิจัย จำนวน 6 ราย
ประกอบดวย เจาของพื้นท่ี จำนวน 2 ราย และพัฒนาการอำเภอนาหมอม 1 ราย เนื้อความครอบคลุมในการ
ใหข อมูลเกย่ี วกบั การทำโครงการพฒั นาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลกั ทฤษฎีใหมป ระยกุ ตสู โคก
หนอง นา โมเดลท่ีครบถว นได

ขอบเขตดานระยะเวลา
ระยะเวลาในการเกบ็ รวบรวมขอมูลเรม่ิ ตง้ั แตเดือน พฤศจกิ ายน 2564 ถงึ กมุ ภาพนั ธ 2565

3

นิยามคำศัพทเฉพาะ
พื้นท่ี คือ ปริมาณของพื้นผิวหรือรูปรางสองมิติ ที่แสดงถึงขอบเขตเน้ือท่ีในแนวแผนระนาบ พ้ืนที่

สามารถเขา ใจไดว าเปนจำนวนวสั ดทุ ี่หนาขนาดหนึ่งเทาท่ีจำเปน ท่ีจะประกอบขนึ้ เปน รูปรา ง
ตนแบบ คือ ที่สรางข้ึนเปนแบบฉบับ ใชเปนตนเคาสำหรับสรางส่ิงอื่นใหมีลักษณะเดียวกันหรือ

คลายคลึงกนั
การพฒั นา หมายถึง การทำใหเจริญในดานวัตถุ รปู แบบ เปนตน
การประชาสัมพันธ หมายถึง กระบวนการในการสอ่ื สารเพือ่ เสริมสราง ความสัมพนั ธและความเขาใจ

อนั ดรี ะหวางองคกรกบั ประชาชนทเ่ี กยี่ วของ รวมทง้ั ระหวางสมาชกิ ในองคกรดว ย

4

บทที่ 2 เอกสารและโครงงานท่ีเกี่ยวของ

ผูวิจัยไดคนหาแนวคิดและงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการประยุกตทฤษฎีใหมสู “โคก หนอง นา

โมเดล” แหงนำ้ ใจและความหวัง อำเภอนาหมอม จงั หวัดสงขลา โดยมีรายละเอียดดงั นี้

(1) แนวคิดเก่ยี วกับการศกึ ษา

(2) หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม

(3) แนวคิดเกย่ี วกับการประชาสมั พนั ธ

(4) แนวคดิ งานวิจัยทีเ่ ก่ียวของ

แนวคิดเกี่ยวกับการศกึ ษา

พิชญสินี ชมพูดำ (2542: 10) ไดเสนอทฤษฎีแนวคิดเก่ียวกับการศึกษา นักเศรษฐศาสตร
หลายทานเห็นวา การศึกษาเปนการลงทุน เชน อัลเฟรด มารเซล กลาววา การศึกษาเปนการลงทุนท่ี
มีคุณคาสูงกวาการลงทุนชนิดอ่ืน ๆ เม่ือลงทุนไปแลวผลตอบแทนที่ไดรับจากการลงทุนการศึกษา
วิกพิ ีเดยี . (2555) ไดแ ก
1. กำลังคน (Man Power) หมายถึง การศึกษาจะชวยสรางกำลังในดานตาง ๆ ไดตามความตองการ
ของประเทศชาตทิ ั้งในดา นปรมิ าณและคุณภาพ
2. ทักษะความ (Skill and Knowledge) หมายถึง เคร่ืองมือที่จะชวยใหบุคคลสามารถทำหนาที่ทาง
เศรษฐกิจไดด ขี ึน้
3. วฒั นธรรม (Culture) หมายถึง การสรางวัฒนธรรมทม่ี ีคุณ ภาพสูงใหแกสงั คม เปนการสงเสรมิ และ
ปรบั ปรุงวฒั นธรรมเดมิ ใหดขี ึน้ และลดสิง่ ที่บ่นั ทอนความเจริญของสังคมใหนอ ยลง
4. ความเจริญทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) หมายถึง การเพม่ิ ผลผลิตของประชาชาตโิ ดยสวนรวม
มาบญุ คง หนั จากสิทธิ์ (2540 : 27) ใหค วามหมายของการศึกษาไว 2 ความหมาย
1. การศึกษาในความหมายอยางกวาง หมายถึง ขบวนการเรียนรูทุกรูปแบบ ตั้งแตเกิดจนตาย เปน
กระบวนการของชีวิต เปนขบวนการหาความรูและประสบการณทุกอยางที่ไดรับต้ังแตวัยทารก วัยเด็ก วัยรุน
วัยหนุมสาว วัยผูใหญ และวัยชรา ขบวนการดังกลาวจะอาศัยสื่อการศึกษา คือบาน โรงเรียน วัด สังคมและ
ส่ิงแวดลอม ในกรณีน้ีชีวิตและกิจกรรมเพ่ือชีวิตทุกอยางของเราลวนเปนโรงเรียนหรือแหลงการศึกษาท่ีแทจริง
การศึกษาจึงหมายถึง ประสบการณรวมที่บุคคลไดรับท้ังในและนอกโรงเรียนและสถาบันการศึกษา และได
สะสมมาตลอดชวี ติ การศึกษาในกรณนี ค้ี อื ชวี ิต (Education is life)
2. การศึกษาในความหมายแคบ หมายถึง การเรียน การสอนในโรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย
เทาน้ัน การศึกษาจะเร่ิมเม่ือเขาโรงเรียนและสถานศึกษาจะส้ินสุดเม่ือออกจากโรงเรียนและสถาบันการศึกษา
กรณีมักจะเปนการศึกษาท่ี พอ แม ผูปกครอง ครู และอาจารย ไดเตรียมการจัดการเรียนการสอนไวพรอม
เพื่อใหผูเขาศึกษาไดมีความรู ความสามารถเพื่อจะดำรงชีวิต อยูในสังคมอยางมีสวัสดิภาพ และเพื่ออนุรักษ
มรดกทางวฒั นธรรมของชาตดิ วย

5

สรุปไดวา การศึกษาเปนส่ิงที่มีไดไมรูจบตั้งแตเกิดจนกระทั่งตาย อาศัยส่ือตาง ๆ เปนตัวกลาง เชน
บาน โรงเรียน สิ่งแวดลอมการศึกษาจึงหมายถึง ประสบการณรวมที่บุคคลไดรับทั้งในและนอกโรงเรียนและ
สถาบนั การศึกษาโดยไดส ะสมมาตลอดชวี ิต
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและทฤษฎใี หม (กรมการพัฒนาชมุ ชน, 2564)

1. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลย
เดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซ่ึงพระราชทานใหแกสังคมไทยในชวงทศวรรษที่ 3 โดยมีหลักคิดอยูท่ีการดำรงอยู
และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแตครอบครัว ชุมชนและรัฐบาลใหดำเนินไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพอื่ ใหก า วทันตอโลกยุคโลกาภวิ ตั น
ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเปนท่ีจะตองมีภูมิคุมกัน
สำหรับตัวท่ีดีพอสมควร ตอผลกระทบที่เกิดจากภายนอกและภายใน อีกทั้งตองอาศัยความรอบรูความ
รอบคอบ และความระมัดระวังในการนำวิชาการตาง ๆ มาใช ขณะเดียวกันก็ตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของ
ประชาชนคนในชาติ ใหมีสำนึกในคุณธรรม ความซ่อื สัตยสจุ รติ และการดำเนินชีวิตดวยความเพยี รอยา งอดทน
ทรงครองสิริราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วราชอาณาจักรเร่ือยมา
ทอดพระเนตรสภาพภูมิอากาศ ฟา ดิน ตามจังหวัดตาง ๆ ท่ัวทุกภูมิภาคทรงแลเห็นทุกขยากแรนแคนของ
ราษฎรดวยพระองคเอง จึงมีพระราชดำริพัฒนาองคความรูเหลานี้ข้ึนเปนหลักปรัชญาไดอยางสมบูรณ คือ
เศรษฐกิจพอเพียง
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว ยคุณสมบตั ิ ดงั น้ี

1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไมนอยเกินไปและไมมากเกินไป โดยไมเบียดเบียน
ตนเองและผูอื่น เชน การผลิตและการบริโภคท่ีอยใู นระดบั ความพอประมาณ

2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับความพอเพียงน้ันจะตองเปนไปอยางมี
เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปจจัยท่ีเกี่ยวของ ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดวาจะเกิดขึ้นจาก
การกระทำนัน้ ๆ อยา งรอบคอบ

3. ภมู ิคุมกัน หมายถงึ การเตรียมตัวใหพรอ มรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดานตาง ๆ ที่จะ
เกดิ ข้ึน โดยคำนึงถงึ ความเปน ไปไดข องสถานการณต างๆ ทค่ี าดวาจะเกิดขน้ึ ในอนาคต

โดยมเี งื่อนไขของการตัดสินใจและการดำเนนิ กจิ กรรมตาง ๆ ใหอ ยใู นระดับพอเพยี ง 2 ประการ ดงั น้ี

1. เง่อื นไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูเก่ียวกับวิชาการตาง ๆ ทเี่ ก่ยี วของ ความรอบคอบท่ี

จะนำความรูเหลาน้ันมาพิจารณาใหเช่ือมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและความ
ระมดั ระวงั ในการปฏิบตั ิ

2. เงือ่ นไขคณุ ธรรมทีจ่ ะตอ งเสริมสรา ง ประกอบดว ย มีความตระหนักในคุณธรรม
3. มีความซ่อื สตั ยสจุ ริต และมีความอดทน มีความเพยี ร ใชสตปิ ญ ญาในการดำเนินชวี ิต

6

ทฤษฎใี หมน้ีเปนแนวทางการพัฒนาชีวติ และอาชีพ ไดพระราชทานพระราชดำรไิ ว 3 ขน้ั คอื
ข้นั ที่ 1 - การผลิต
ขัน้ ท่ี 2 - การรวมพลงั กันในรูปกลุมหรอื สหกรณ
ขั้นท่ี 3 - การรว มมือกบั แหลง เงิน ธนาคารและกับแหลง พลังงาน

ปา 3 อยาง ประโยชน 4 อยาง
ปา 3 อยา ง ประกอบดวย

− ปา พออยู : ปลกู ไมเนอื้ แขง็ สำหรบั สรา งบา น / เคร่ืองเรือน เชน ไมส กั ไมย างนา ไมตะเคยี นทอง

− ปา พอกนิ : ไมผ ล พืชผัก ไมก นิ ใบ

− ปา พอใช : การปลูกไมท ี่โตไวไวส ำหรับทำถาน ทำฟน เชน ไผ กระถนิ
ถามีการปลูกปา 3 อยาง ก็จะไดประโยชน 3 ประการ ตามวัตถุประสงคแลว แตจะเกิดผลพลอยได
เปนประโยชนอยางท่ี 4 คือ ดินและน้ำจะอุดมสมบูรณเพราะใบไมจะหมดิน รากตนไมเก็บน้ำไวใน
พื้นที่ไมใหไปท่อี ืน่ เก็บน้ำสะสมเปน นำ้ ใตดิน

ไม 5 ชน้ั
เปน การปลูกพชื แบบผสมผสานตางระดบั หรอื อาจเรียกวาเปนการปลูกพืชในระบบวนเกษตรคอื จะมีไมยืน
ตนเปนไมใชสอยหรอื ไมผ ล โดยใหลกั ษณะของพืชทีป่ ลกู น้ัน แบง เปน 5 ระดับ ตามความสงู และความลึกของรากดังนี้

ชัน้ บน (ระดบั แรก) เปน พชื ท่ตี องการแสงมาก มพี มุ ใบไมหนาทึบ เชน มะพรา ว ตาล หมาก
ชัน้ ที่สอง เปนตนไมท ม่ี ใี บพมุ หนา เชน ลำใย มะมวง ลน้ิ จ่ี
ช้ันที่สาม เปนกลวย กาแฟ โกโก ชา หรือปลกู พืชชนดิ ทต่ี อ งการแสงนอ ย เชน ขาวโพด ขา วไร
ช้ันทสี่ ่ี เปน ไมเ ร่ียดนิ หรอื ไมเล้ือย ไดแ ก ชะพลู พลู พริกไทย
ชน้ั ที่หา เปนไมใ ตด นิ ไดแก ขงิ ขา กระชาย ขม้ิน เผือก วา นหรอื สมนุ ไพรตาง ๆ ตามความเหมาะสม
การปลูกไม 5 ชั้นจะชวยใหธาตุอาหารในดินหมุนเวียนและถูกใชไปอยางเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ดินจะถูกปกคลุมตลอดเวลาและไดรับอินทรียวัตถุอยางสม่ำเสมอจากใบไมที่รวงหลน ลดความแรงของการตก
กระทบโดยตรงของเม็ดฝน เพราะเรือนยอดของตนไมและไมพ้ืนลางที่ขึ้นคลุมดินอยู จะชวยรองรับน้ำฝนเปน
ชั้น ๆ โรคและแมลงก็จะมีนอยลงไมตองใชยาปราบศัตรูพืช จึงเปนวิธีการปรับปรุงดินท่ีใชทำการเกษตรได
อยา งยง่ั ยนื
2. องคค วามรู โคก หนอง นา
การขาดแคลนน้ำเปนปญหาใหญของประเทศไทย มีสาเหตุสวนหน่ึงมาจากแหลงตนน้ำลำธารถูกทำลาย
การตัดไมทำลายปาอยางรุนแรง ในชวง พ.ศ. 2550 ทำใหขาดแหลงซับน้ำและกอใหเกิดอุทกภัยรุนแรง
ประกอบกับจำนวนประชากรท่ีเพ่ิมข้ึนและการขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจสาขาตาง ๆ ทั้งเกษตรกรรม
อุตสาหกรรมพาณิชยกรรม และการบริการ ทำใหความตองการน้ำเพ่ิมขึ้นตามมา ดังนั้นปญหาการขาดแคลน
นำ้ จึงทวคี วามรนุ แรงย่งิ ขึน้
พระราชดำริในการจัดการทรัพยากรน้ำเพ่ือการเกษตรพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชบรมนาถบพิตร นำมาสูการพัฒนา รักษา และตอยอด เปนการประยุกตทฤษฎีใหมสู โคก หนอง นา

7

แหงน้ำใจและความหวงั ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ซ่ึงทรงขยายหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
ทฤษฎีใหมใหเห็นและสัมผัสไดจริง โดยผานการประชุมรวมกันคิดจากนักวิชาการดานตาง ๆ โดยเฉพาะ
สถาปนิก และเกษตรกรผูทรงภูมิ เนื่องดวยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหมเปนศัพทแสงของ
นักวชิ าการ อาจจะฟงดูในระดับคนท่ัวไปแลวเขาใจยาก จึงไดมีการปรึกษาคิดหาทำงาย ๆ ที่เขาใจไดทันทีที่ได
ยิน และสอดคลองกับภูมิปญญาของราษฎรจึงเกิดคำวา "โคก หนอง นา" รวมถึงเร่ืองท่ีเปนวิถีธรรมดาของชีวิต
ชนบทของคนไทย คอื ประเพณีการลงแขก กถ็ กู นำกลับมาใชใ หม ในคำวา "เอามื้อสามคั คี"
3. หลกั การออกแบบพื้นท่ี โคก หนอง นา ตามภมู ิสังคม (Geosocial)

การออกแบบพื้นที่ดวย โคก หนอง นา เปนการประยุกตหลักทฤษฎีใหมของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ใหเหมาะสมตามสภาพตามภูมิสังคมของแตละพ้ืนท่ี
เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุด กลา วคือ สอดคลองกับ 'ภูมิ' หรือ สภาพทางกายภาพของพ้นื ที่และ 'สังคม' หรอื วิถี
ชีวติ คานยิ ม ความหลากหลายของวฒั นธรรมและประเพณีของคนทีอ่ าศยั อยูในพน้ื ท่ี

3.1 หลกั การทำโคก หนอง นา
การทำโคก หนอง นา เปนการจัดการพื้นท่ีซึ่งเหมาะกับการทำเกษตรตามทฤษฎีใหม

(30 : 30 : 30 : 10) โดยยดึ หลกั การท่ีวา ฝนตกเทาไรตองกักเก็บน้ำไวใหไดทงั้ หมด ไมท้ิง ควบคูกับหลกั การทรง
งานของพระราชาคือ ตองไมติดตำรา ตองมีความยืดหยุนในการทำงาน ทำตามภูมิสังคมและทำแบบคนจน
(คอ ยๆ ทำตามกำลัง)

1. ดินที่ขุดทำหนองน้ำน้ันใหนำมาทำโคก บนโคกปลูก "ปา 3 อยาง ประโยชน 4 อยาง" ตาม
แนวทางพระราชดำริ คือ ใชเปนไมใชสอยเพ่ือสรางบานเรือน ชวยสรางความรมเย็น ความชุมชื้นในพ้ืนที่ และ
ควรปลูกปาเปนไม 5 ระดับ ไดแก ไมสูง ไมกลาง ไมเต้ีย ไมเร่ียดินและพืชหัวใตดินเพ่ือใหรากสานกันหลาย
ระดบั ตำแหนง ของปาควรอยูทศิ ตะวันตกเพ่อื ชว ยบังแสงอาทติ ยยามบา ย

2. หนองน้ำ ตองขุดลึกมากกวา 3 เมตร เพ่ือใหมีน้ำเหลือพอในหนาแลง มีความตางระดับลึกตื้นเพ่ือ
ปลาจะวางไขบรเิ วณตะพัก ควรปลูกหญาแฝกไวบริเวณรอบ ๆ เพ่ือปองกันการพงั ทลายของขอบบอและเพ่อื ให
นำ้ กระจายไปเต็มพื้นที่ ใหข ุด "คลองไสไก" โดยขุดใหคดเคี้ยวไปตามพ้ืนที่ เพื่อใหนำ้ กระจายเต็มพื้นท่เี พิ่มความ
ชุม ชนื้ ลดพลังงานในการรดนำ้ ตันไมในคลองไสไ กน น้ั ทำหลมุ ขนมครกและฝายทดน้ำไปดวย

3. นา ยกคันนาใหสูงอยางนอย 1 เมตร ความกวา งตามความเหมาะสม เพื่อใหนาสามารถกักเก็บน้ำไว
ไดในยามน้ำหลาก และปลูกขาวอินทรียพื้นบาน โดยเร่ิมจากการฟนฟูดินดวยการทำเกษตรอินทรีย คืนชีวิต
เล็ก ๆ หรือจุลินทรียกลับคืนแผนดิน ขาวพันธุพ้ืนเมืองที่เติบโตดวยดินที่อุดมสมบูรณจะมีภูมิคุมกันตอโรคและ
แมลง

4. คนั นาทองคำ บนคันนาและโดยรอบพน้ื ท่ี ปลูกพืชผกั สวนครัว เลี้ยงหมู เลยี้ งไก เลยี้ งปลา ทำใหพอ
อยู พอกิน พอใช พอรมเย็น เปนเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพ้ืนฐาน กอนเขาสูข้ันกาวหนาคือ ทำบุญ ทำทานเก็บ
รักษา คาขาย และเชอ่ื มโยงเปน เครอื ขายลดหลัน่ ตามระดับความสูง โดยช้ันแรกควรมีความสูงเทากับระดับของ

8

แสงแดดท่ีสองลงไปถึง ปลูกไมน้ำหรือพืชน้ำเพื่อใหปลาสามารถวางไขอนุบาลสัตวน้ำได และเปนที่อยูอาศัย
อยางไรก็ตาม "โคก หนอง นา" อาจตองปรับใชใหเ หมาะสมกบั สภาพพ้ืนที่ ในกรณีที่พื้นท่ีมลี ักษณะภูมปิ ระเทศ
เปนที่ราบสูงหรือภเู ขา

การสรางหลุมขนมครกจะถูกนำไปใชในกรณีที่ตองการฟนฟูพื้นที่เขา ที่เปนลักษณะเขาหัวโลน สภาพ
พ้นื ที่ปา บนภูเขาท่ีถกู รกุ ล้ำทำลาย แหงแลง ขาดความอุดมสมบูรณ ซ่ึงสงผลกระทบตอระบบนิเวศและเปน เหตุ
ใหเกิดภัยธรรมชาติตาง ๆ อาทิ น้ำหลาก ดินถลม ภัยแลงรวมไปถึงไฟปา ซึ่งสงผลกระทบตอส่ิงมีชีวิตในระบบ
นิเวศ จำเปน ตองมีการฟนฟพู นื้ ที่ปา ทเ่ี สอื่ มสภาพใหกลบั มาอดุ มสมบูรณ

การนำ "โคก หนอง นา" มาปรับใชใหเหมาะสมกับพ้ืนท่ีในลักษณะนี้ ตองทำใหสอดคลองกับภูมิสังคม
เพราะภเู ขามีลักษณะเปนโคกตามธรรมชาติ จงึ ไมจำเปนตองสรา งโคก

โคก หนอง นา จะเนนการปลูกปา 3 อยาง ประโยชน 4 อยาง เพ่ือสรางสมดุลใหแกระบบนิเวศ แต
เน่ืองจากพื้นที่ขาดความชุมช้ืน จึงตองเพิ่มความชุมชื้นโดยการสูบน้ำจากรองเขามาที่บอเก็บน้ำและกระจาย
ผา นคลองไสไ กใหท วั่ พนื้ ท่ี

หนอง เกิดจากการก้ันฝายในรองเขา เพื่อเก็บน้ำไว สรางบอเก็บน้ำไวบนพื้นท่ีสูง โดยสูบน้ำจากฝาย
ข้ึนมาเก็บในบอเก็บน้ำ ดวยพลังงานทดแทน และปลอยน้ำผานคลองไสไกซึ่งขุดไลตามระดับช้ันความสูงของ
พ้ืนที่ เพ่ือกระจายความชุมช้ืน ปลูกแฝกเพอ่ื ปองกนั การพังทลายของดนิ

นา ทำนาในรูปแบบขั้นบันได ยกหัวคันนาใหสูงและกวาง เพื่อกักเก็บน้ำฝนในทองนา และปลูกแฝก
ทำนาน้ำลึก เปนนาอินทรียโดยการใชน้ำควบคุมวัชพืชและเรงผลผลิต หากเปนพื้นท่ีชุมน้ำแบบภาคใต ก็จะมี
วธิ ีการที่แตกตา งกนั ออกไปในรายละเอยี ด

แนวคดิ เกยี่ วกบั การประชาสัมพนั ธ
ความหมายของคำวา การประชาสัมพันธ ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายถึง

ตดิ ตอส่อื สารเพือ่ สงเสริมความเขาใจอันถกู ตองตอกัน การประชาสัมพันธ มาจากคำวา "ประชา" กับ "สมั พันธ"
ซ่ึงตรงกับภาษาอังกฤษวา "Public Relations" หรือท่ีเรียกกันทั่วไปวา "PR" และขยายความของคำวา
ประชาสัมพันธใหเหน็ เปน รูปธรรมยิ่งข้ึน ดังนั้น จงึ หมายถึง ความพยายามท่มี กี ารวางแผนและเปนการกระทำท่ี
ตอเน่ืองในอันที่จะมีอิทธิพลเหนือความคิดจิตใจของประชาชนกลุมเปาหมาย โดยการกระทำส่ิงท่ีดีมีคุณคา
ใหกับสังคม เพื่อใหประชาชนเหลาน้ีมีทัศนคติที่ดีตอหนวยงาน กิจกรรมและบริการ หรือสินคาของหนวยงาน
และเพอ่ื ท่ีจะไดรบั การสนับสนนุ ความรวมมือทีด่ จี ากประชาชนเหลา น้ีในระยะยาว

ไอวีแอล ลี (Ivy Ledbetter Lee) นักวิชาชีพทางดานการประชาสัมพันธ ซึ่งถือ เปนบิดาของการ
ประชาสัมพันธสมัยใหม ไดใหความหมายของการประชาสัมพันธวา การดำเนินงานอะไรก็ตามไดมีการสราง
ความสัมพันธอันดีกับประชาชนเผยแพรออกไปใหประชาชน ไดเขาใจถึงการดำเนินงานใหประชาชนมสี วนรวม
ดว ย ประชาชนจะใหก ารสนับสนุนผลงานนัน้ วิกพิ เี ดีย, (2555)

นิยามการประชาสัมพันธน้ันมีมากมายหลายรูปแบบ นักวิชาการหลายคนไดเขียนเอาไวและมีขอท่ี
แตกตางกัน เชน การประชาสัมพันธเปนการติดตอสื่อสารระหวางหนวยงานกับบุคลากรภายในและภายนอก

9

องคกร เพื่อสรางสัมพันธภาพท่ีดีตอกันและหวังผลใหเกิดความรวมมือ และการสนับสนุนการดำเนินงานจาก
บุ ค ล า ก ร ภ า ย ใ น แ ล ะ ภ า ย น อ ก อ ง ค ก ร น อ ก จ า ก นี้ ยั ง มี นั ก วิ ช า ก า ร ค น อื่ น ที่ ใ ห ข ย า ย ค ว า ม เก่ี ย ว กั บ ก า ร
ประชาสัมพันธเพิ่มไปในทิศทางของกระบวนการจัดการที่มีลักษณะของการวางแผนลวงหนาอยางตอเนื่อง
เพ่อื ใหเกิดความรวมมือทดี่ ีและกอ ใหเกดิ ประโยชนรวมกันและมีแผนการดำเนนิ งานอยา งเปนระบบ มุงเนนการ
ดำเนินงานในระบบของการสอื่ สารแบบสองทางซ่ึงจะเปนประโยชนโดยรวมตอความสำเรจ็ ของสถาบันและงาน
อยา งราบร่นื การประชาสัมพนั ธ จงึ หมายถงึ วธิ ีการ กระบวนการ ในการส่ือสารเพือ่ เสริมสรา งความสมั พนั ธแ ละ
ความเขาใจอันดีระหวางองคก รกับประชาชนที่เกี่ยวขอ ง รวมท้ังระหวางสมาชิกในองคกรดวย เพื่อจะทำใหเกิด
ความรวมมือและสนับสนุนการดำเนินงาน

การประชาสัมพันธมีวัตถุประสงคพ้ืนฐานอยูที่การสรางความศรัทธา สรางความสัมพันธอันดีกับกลุม
ประชาชนที่เกีย่ วของโดยใชก ระบวนการสื่อสารเปนตวั กลางในการเช่อื มโยงวตั ถปุ ระสงคของการประชาสัมพนั ธ
แบง ออกเปน 2 ประเภท คือ

1. วัตถุประสงคท ว่ั ไป
1.1 เพ่ือสรางความนิยมศรัทธา คือ การส่ือสารเพื่อใหเกิดการกระตุนในการสรางความ

เชื่อถือ ศรัทธาจากประชาชน ใหเกิดความนิยมเส่ือมใส ศรัทธาในนโยบายและการดำเนินกิจการตางๆของ
สถาบัน รวมท้ังผลงานตา ง ๆ ทไ่ี ดก ระทำมาแลว

1.2 เพ่ือปองกันและรักษาชื่อเสียง คือ การสื่อสารที่ปองกันไมใหกลุมประชาชนท่ีเก่ียวของ
กบั องคกรเกิดความเขา ใจผิดในตวั ขององคกรได โดยจะตองพยายามคน หาสาเหตทุ อ่ี าจกอใหเกิดความเขาใจผิด
เพอื่ หาลูท างปอ งกัน

1.3 เพ่ือสรางความรู ความเขาใจตอองคกร คือ การสื่อสารเพ่ือใหรายละเอียดท่ีจะสราง
ความรูความเขาใจท่ีดี ใหขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับองคกรและการดำเนินงานขององคกรตลอดจนขาวคราว
ความเคล่ือน ไหว ซ่ึงนบั วาเปนการปูพื้นฐานแหง ความเขา ใจในตัวองคก ร

1.4 เพ่ือแสวงหาความรว มมือและการสนับสนนุ
2. วตั ถปุ ระสงคเ ฉพาะ

2.1 เพ่ือแกไขความเขาใจผิดท่ีเกิดข้ึน เชน ขาวลือในดานลบขององคกรซึ่งทำใหเกิดความ
เขาใจผิด โดยจะตองทำการหาสาเหตุและขจัดแหลงตน เหตุ โดยแสวงหาหนทางในการทำความเขา ใจ ชี้แจงให
กระจางชัด

สอ่ื ทีใ่ ชในกจิ กรรมเพอื่ การประชาสมั พันธป ระกอบไปดวย
1. สือ่ บุคคล
ส่อื บุคคล เปนส่ือท่ีมนุษยใชสำหรับการติดตอส่ือสารระหวางบุคคลซ่ึงอยูหางไกลกัน จนไม

อาจจะติดตอกันโดยไมผานสื่อได เปนส่ือซึ่งใชเฉพาะบุคคลมีลักษณะเปนสวนตัวไมเกี่ยวกับผูอื่นท่ีไมได
เกี่ยวของกับการส่ือสารในขณะน้ัน ๆ เชน จดหมาย โทรเลขโทรศัพท ภาพถายในครอบครัว บันทึกชวยจำ
อนุทิน ฯลฯ ทำหนาที่ในการชวยสงสารระหวางผูสงถึงผรู ับที่อยหู างไกลกนั มีความเปนไปได นอกจากนั้นกย็ ังมี

10

เครื่องมืออุปกรณบางชนิดที่จัดวาเปนการสื่อสารระหวางบุคคล อาทิ การประชุมกลุมยอย การเรียนการสอน
ซ่ึงจำเปนตอ งใชส อ่ื ตาง ๆ เขา มาเก่ียวของดว ย เชน กระดานดำ แบบจำลอง หนังสอื เอกสาร เปนตน

ส่ือคำพูด นอกจากการใชบุคคลท่ีเปนนักประชาสัมพันธเปนสื่อประเภทหน่ึงในการ
ประชาสัมพันธแลว ยังมีรูปแบบตาง ๆ ของการใชคำพูดเพ่ือการประชาสัมพันธ เชน การพูดในท่ีประชุม การ
พูดสนทนาอยางไมเปนทางการ การประชุมรูปแบบตาง ๆ การอภิปรายกลุมการกลาวสุนทรพจน การกลาว
ปราศรัย การใหโอวาท การอบรมสัมมนา เปนตนกลาวโดยสรุป สื่อบุคคลเปนส่ือเกาแกที่มีประสิทธิภาพมาก
ท่สี ดุ ท่ีจะชวยใหก ารสอื่ สารประสบผลสำเร็จไดเปนอยางดี เนอ่ื งจากสือ่ บุคคลสามารถพูดคุยแบบเปน กนั เอง ทำ
ใหท ราบปฏิกิรยิ าตอบกลับจากผูร ับสารไดท ันทีทันใด และสามารถปรบั เปล่ียนพฤติกรรมท้งั ของตนเองและผูร ับ
สารไดต ลอดเวลาเพ่อื ใหก ารสอื่ สารนน้ั บรรลุเปา หมาย

2. สอื่ มวลชน
มนุษยคิดสื่อมวลชนข้ึนเพ่ือที่จะติดตอกับผูรับสารเปนจำนวนมากในเวลาเดียวกัน โดยทั่วไป
แลวสื่อมวลชน ไดแก หนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน ภาพยนตรซึ่งก็ยังมีผูนิยมจัดแบงประเภท
ลงไปอีกเปน 2 ประเภทดวยกัน คือ ส่ือมวลชนประเภทสิ่งพิมพอยางหน่ึง และสื่อมวลชนประเภทไฟฟา
อยางหน่ึง สอ่ื มวลชนมีประโยชนใ นแงข องการเผยแพรขา วสารไปยังมวลชนไดภายในเวลาอนั รวดเร็ว

2.1 สื่อหนังสือพิมพ มีลักษณะเดนคือสามารถเขาถึงกลุมผูอานไดจำนวนมากใสเนื้อหา
รายละเอียดไดมาก ทุนไมแพงเม่ือเปรียบเทียบกับสื่อโทรทัศน ผูรับสารมีความตั้งใจสามารถเลือกหนาหรือ
เนื้อท่ีประชาสัมพันธใหเหมาะสมกับกลุมเปาหมายได และสามารถเลือกใชเพ่ือเขาถึงผูรับสารตามพ้ืนท่ีทาง
ภูมิศาสตรได เน่ืองจากหนังสือพิมพมีท้ังที่จำหนายทั่วประเทศ (ไดแก ไทยรัฐ เดลินิวส มติชน ขาวสด) และ
จำหนายเฉพาะในพื้นท่ีใดพ้ืนที่หนึ่ง เขาถึงผูอานและสามารถวัดผลไดรวดเร็ว เนื่องจากธรรมชาติของการ
จัดพิมพที่มีการจัดพิมพเปนรายวัน ขาวสารจึงเขาถึงผูรับสารอยางรวดเร็ว และสามารถวัดผลไดจากจำนวน
จดั จำหนาย หรืออาจทำในรูปของคูปองใหผ อู า นสง กลับคนื มา ทำใหส ามารถวดั ผลไดง ายและรวดเรว็

2.2 สื่อโทรทัศน เปนสื่อมวลชนท่ีบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ ท้ังนี้เพราะวิทยุ
โทรทัศนมีคณุ ลักษณะเดน และไดเ ปรียบสือ่ มวลชนอ่นื ๆ กลาวคือ วิทยโุ ทรทัศนส ามารถนำเอาทง้ั ภาพและเสยี ง
ภาพเคลื่อนไหวมาแพรสูประชาชนจำนวนมากโดยท่ีประชาชนสามารถรับชมไดอยางสะดวกสบาย ดังนั้นวิทยุ
โทรทัศนจึงไดรับความนิยมอยางแพรหลาย แตสำหรับการประชาสัมพันธ โดยผานรายการประเภทตาง ๆ
มีอัตราคาโฆษณาที่แพงมาก การท่ีองคกรและหนวยงาน จะขอความอนุเคราะหใหชวยเผยแพร ขาวสารของ
องคกรไดน้นั จะตอ งพิจารณาความเหมาะสมของรูปแบบรายการนโยบายของทางสถานีนน้ั ๆ ดว ยเชน กัน

2.3 ส่ือวิทยุกระจายเสียง เปนเคร่ืองมือสื่อสารท่ีแพรหลาย สามารถบอกกลาวชี้แจง
และเผยแพรกระจายขาวสำคัญ ๆ ไดอยางท่ัวถึง ขอดีของส่ือวิทยุกระจายเสียงมีความรวดเร็วสามารถรายงาน
ขา วสดหรอื ขา วดวนสำคญั ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดอ ยางรวดเรว็

3. ส่ือเฉพาะกิจ หมายถึง ส่ิงท่ีถูกผลิตขึ้นมาโดยมีเนื้อหาสาระที่เฉพาะเจาะจง และมี
จุดมงุ หมายหลักอยูท ี่ผรู ับสารเฉพาะกลุมเมือ่ เทยี บกบั ส่อื มวลชนแลว สื่อเฉพาะกิจจะเขาถึงงา ยกวาในแงของการ

11

เขาถึงการรับสาร เชน (1) วารสาร (2) จุลสาร (3) จดหมายขาว (4) จดหมายถอยแถลง (5) แผนพับ (6) แผน
ปลิวและใบแทรก (7) ใบปดหรอื โปสเตอร (8) ปา ยกลางแจง เปน ตน

4. ส่ือสมัยใหม คือ สื่อที่พัฒนามาจากส่ือเดิมท่ีมีอยูโดยการบูรณาการส่ือเกาและสื่อใหม
และอาศัยความคิดสรางสรรครวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหมเขาไป อาจจะจัดอยูในสื่ออิเล็กทรอนิกสดวยก็ได เชน
SMS Bord ฯลฯ การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีคอมพิวเตอร เทคโนโลยีเครือขายหรือเทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสารในชวงปลายศตวรรษท่ี 20 เทคโนโลยีที่ถูกนิยามวาเปนส่ือใหมสวนมากมักจะมี
คุณลักษณะที่ถูกจัดการได (Manipulated) เช่ือมตอเปนเครือขายได (Networkable) ทำใหหนาแนน
(Dense) และบีบอัดสัญญาณ ได (Compressible) มีปฏิสัมพันธ (Interactive) และมีความเปนกลาง
(Imparial) ดังน้ัน "สื่อใหม" จึงหมายความถึง อินเทอรเน็ตเว็บไซต มัลติมีเดีย เกมสคอมพิวเตอร ซีดีรอม และ
ดีวีดี และ"สอ่ื ใหม" จึงไมไดหมายความถงึ รายการโทรทัศน ภาพยนตร วารสาร หนังสือ หรือส่ิงพิมพแบบเดิม ๆ
(Manovich, 2003 in Wardrip-Fruin & Montfort, 2003 อางถึงในณรงศักดิ์ ศรีทานันท, 2554 : 129)
Deirdre Breakenridge (2008 : 257) ไดก ลา วถงึ การวางแผนการดำเนินงาน

ประชาสัมพันธภายใตยุค PR2.0 ซ่ึงผูเขียนขอนำแนวทางดังกลาวมาเสนอแนะสำหรับองคกร
ตาง ๆ ในการดำเนินงานประชาสมั พันธผาน Social Network ดังนี้

1. ถึงแมวาจะมีการดำเนินงานประชาสัมพันธผาน social media แตการประชาสัมพันธ
องคกร และสินคาใหประสบความสำเร็จ นักประชาสัมพันธจะตอ งใหความสำคัญท้ังการประชาสัมพนั ธแบบเดิม
และการประชาสัมพันธผา น Social Network อยา งสมดุลเพอ่ื ใหเขาถงึ กลมุ เปาหมายของสินคาและองคกร

2. องคกรท่ีจะใช social media ควรมีการอัพเดทขอมูลขาวสาร และมีการโพสตขอความ
รปู ภาพ หรือความคิดเห็นอยางสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรมีการส่ือสารผาน Social Media ผสมผสานกันหลาย
รูปแบบ เชน ควรใชทวิตเตอรควบคูไปกับบลอกเพ่ือชวยประชาสัมพันธขอมูลใหกระจายในวงกวางมากข้ึน
(Rob Cross and Robert J. Thomas, 2009 : 173) ที่สำคัญควรติดตั้งบริการ Really Simple Syndication
(RSS) คือ บริการท่ีอยูบนระบบอินเตอรเน็ตจัดทำขอ มูลขาวสารใหอยูในรูปแบบท่ีจะอำนวยความสะดวกใหกับ
ผูรับสาร โดยองคกรสามารถสงขาวหรือขอมูลใหม ๆ ใหถึงเคร่ืองตลอดของผูรับสารไดตลอดเวลาท่ีมีการ
อัพเดท กลา วคอื เมื่อองคก รมีการอพั เดทขอมูลใหม ๆ ขอมูลดงั กลา วกจ็ ะถกู สง ผานไปยังผรู บั สารไดท ันที

3. การประชาสัมพันธผาน Social Network ใหคำนึงวาประชาชนทุกกลุม อายุ อาชีพ และ
ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า ล ว น แ ล ว แ ต เป น ผู ท่ี มี โอ ก า ส อ า น เว็ บ บ ล็ อ ก โอ ก า ส เข า ร ว ม กั บ ชุ ม ช น
พรพมิ ล สมั พัทธพงศ, (2552)

งานวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ ง
จักรินทร หนูอุไร (2561) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อถอดบทเรียนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะ

ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบานหินผุด ตำบลทุงตำเสา อำเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา
เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ รวบรวมขอมูลจากผูใหขอมูลหลัก จำนวน 26 คน โดยการสัมภาษณแบบเจาะลึกกับ
ผอู ำนวยการโรงเรียนบานหินผุด 1 คน ครผู ูรบั ผิดชอบกจิ กรรม 4 คน และผูปกครองจำนวน 5 คน การสนทนา
กลมุ กับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4-5 จำนวน 16 คน

12

ผลการวิจัยพบวา กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาประยุกตใชกับกิจกรรมทัง้ 7 ฐาน ไดแก 1. การเพาะเห็ดนางฟา 2.การเลี้ยงปลาดุก 3. การปลูกพชื สวนครัว
4. การปลูกไมผล 5. การทำปุยหมักน้ำและปุยชีวภาพ 6. การเล้ียงไกไขและ 7. การทำแกสชีวมวล สงเสริมให
นักเรียนเกิดองคความรตู ามกรอบ 3 หวง 2 เงื่อนไข มีความพอประมาณ สามารถใชทรัพยากรท่ีมีอยูในทองถ่ิน
ไดอยางเหมาะสม มีเหตุผล ตลอดจนคำนึงถึงผลที่ไดรับจากการทำกิจกรรม มีภูมิคุมกันที่ดีในตัวเอง พรอมรับ
การเปลยี่ นแปลง บนเง่ือนไขความรูควบคูคุณธรรม และจะนำไปสูความสมดุลทัง้ 4 มิติ ไดแก มติ ดิ านเศรษฐกิจ
มิติดานสังคม มิติดานสิ่งแวดลอม มิติดานวัฒนธรรม จากการดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตตามหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงยังสงเสริมใหนักเรียนเกิดทักษะชีวิต ไดแก นักเรียนสามารถตัดสินใจในข้ันตอนการดำเนิน
กิจกรรมไดรูจักการแกปญหาที่เกิดขึ้น สามารถคิดหาทางเลือกใหม ๆ ท่ีนำไปสูการปฏิบัติอยางไดผล สามารถ
สื่อสารในการทำกิจกรรมกับเพื่อนนักเรียนและครูผูรับผิดชอบกิจกรรมอยางมีประสิทธิภาพ สามารถสราง
สัมพันธภาพท่ีดีระหวางเพ่ือนนักเรียน ครูและผูปกครอง สามารถรับรูถึงขอดีขอเสียของตนเองในการทำ
กิจกรรมแตละกิจกรรม สามารถเขาใจความเหมือนหรือความแตกตางของแตละคน ในทายท่ีสุดการพัฒนา
ทักษะชีวิตผานกิจกรรมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบานหินผุด จะสงเสริมใหนักเรียนกลาคิด
กลาทำมากข้ึน เพราะมีความรูในทักษะชีวิต เปนภูมิคุมในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวันไดอยางมีคุณภาพ
ตอไป

พรกมล ออนเกตุพล (2552) วิจัยเร่ืองเกษตรไทยกับการประยุกตใชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
:กรณีศึกษาในอำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาการประยุกตใช
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปญหาและอุปสรรคในการประยุกตใชปรชั ญาฯ ในดานการเกษตร โดยใชขอมูล
ทุติยภูมิและปฐมภูมิ เลือกพื้นที่ศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง และใชการสัมภาษณเชิงลึกเกษตรกร 4 ราย คือ ใน
อำเภอระโนด 1 ราย และอำเภอสทงิ พระ 3 ราย ซึ่งเปนพ้ืนท่ีที่ไดนอ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมา
ประยุกตใชวิเคราะห ขอมูลเชิงคุณภาพ โดยใชหลัก 3 หวง 2 เงื่อนไข คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล
และมีภมู ิคมุ กนั โดยมเี งอ่ื นไขความรอบรู และคณุ ธรรม แนวคดิ ทฤษฎใี หม 3 ขั้น

ผลการศึกษาพบวา เกษตรกรเหลานี้มีความรู ความเขาใจในแกนหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ตามแนวคิดในทางสายกลาง ท่ีวาดวย 3 หวง 2 เง่ือนไข ในความพอประมาณ เกษตรกรทกุ รายรูจกั ถึง
ความพอประมาณในการดำเนินชีวิต โดยเนนการผลิตเพ่ือการบริโภคในครัวเรือนเปนหลัก เมื่อเหลือจึงนำไป
จำหนาย ไมผลิตจนเกินความพอดีของกำลังตนเองและกำลังของทรัพยากรท่ีมี และสามารถจัดหาไดโดยไม
เดือดรอน โดยเกษตรกรท้ัง 4 ราย มีผักสวนครัวอยางนอย 5 ชนิด ตอครัวเรือนเชน ในตำบลวดั จันทร เพ่ือลด
คาใชจายในการดำเนินชีวิต มเี หตุผลในการผลิต ในการดำเนินกจิ กรรมตาง ๆ ในฟารม กรณีศึกษา เกษตรกรใช
เหตุผลโดยพิจารณาเหตุและปจจัยท่ีกิจกรรมนั้นไดผลดี หรือไมไดผลดีทำใหแกปญหาไดเหมาะกับสภาพของ
ตนเองและฟารม การตัดสินใจในการผลิตของเกษตรกรน้นั จะดูความเหมาะสมของทรพั ยากรท่ีตนมีวาควรผลิต
พชื ชนิดใดเพ่ือใหไดผลผลติ ที่ดี การมีภูมิคุมกันในตัวท่ีดี มีการลดการใชป ุยเคมีและเลิกใชส ารเคมีปราบศัตรูพืช
ซึ่งเปนปจจัยการผลิตจากภายนอก หันมาพึ่งพาตนเอง ใชแนวทางการเกษตรท่ีไมทำลายระบบนิเวศน
เกษตรกรหันมาใชปุยอินทรีย และน้ำหมักชีวภาพ เพ่ือฟนคืนความอุดมสมบูรณของดินเม่ือเกิดปญหาดาน
เศรษฐกิจ เชน ราคาน้ำมันสูง ราคาปจจัยการผลิตเพ่ิมข้ึน ส่ิงเหลาน้ีสงผลกระทบตอเกษตรกรนอยมาก จาก
กรณีท่ีศึกษาเกษตรกรจะเปนผูท่ีใฝรูอยูตลอดเวลา เพ่ือพัฒนาการผลิตของตนเอง มีความเพียร มีความอดทน

13

และรูจักการแบงปนเก้ือกูลกัน ใชสติปญญาในการดำเนินชีวติ ลดความขัดแยงในครอบครัวและชุมชน จะเห็น
ไดวา กรณีศึกษาเกษตรกรทั้ง 4 ราย เปนเศรษฐกิจพอเพียงระดับบุคคล ซึ่งเปนเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน
ในทฤษฎีใหมขนั้ ท่ี 1 คอื การจดั การพ้ืนที่เกษตรกรรมในระดบั ครอบครวั ท่ที ำใหเกษตรกรสามารถพ่ึงพาตนเอง
และเล้ยี งครอบครวั ได และกรณศี ึกษาทง้ั 4 ฟารม กำลงั พัฒนาไปสูก ารพ่งึ พารวมมือกันในระดบั ชุมชน ซงึ่ ถือได
วา กำลงั กา วไปสูทฤษฎใี หมข นั้ ท่ี 2

14

บทที่ 3 วิธกี ารจดั ทำโครงงาน

งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาและเพ่ือจัดทำสื่อประชาสัมพันธพื้นท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา โดยมีขั้นตอน
ดำเนินการวจิ ัย ดงั น้ี

(1) วธิ กี ารดำเนนิ การวจิ ยั
(2) เคร่ืองมือท่ีใชใ นการวิจัย
(3) การรวบรวมขอมลู และการตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื
(4) การวเิ คราะหข อมลู

วิธกี ารดำเนินการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้ใชวิธีการวจิ ัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาการ

โครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา” โดยเก็บ
ขอมูลจากการสำรวจ การสัมภาษณและนำขอมูลมาวิเคราะหต ามแนวทางการวเิ คราะหข อมูลทว่ั ไป อีกท้ังยังใช
เพอ่ื จดั ทำสอื่ ประชาสมั พนั ธ จงึ ใหงานวจิ ยั ชิ้นน้สี ามารถตอบคำถามการวิจัยไดล ะเอียดชัดเจนมากข้ึน
เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ นการวจิ ัย

เครื่องมือที่ใชในการวิจัย แบงออกมาเปน 3 แบบ คือแบบสำรวจขอมูลเบื้องตน แบบสัมภาษณกึ่ง
โครงสรา งและเคร่อื งมอื การศกึ ษาชุมชน ดังน้ี

1. แบบสำรวจขอมูลเบ้ืองตน สำรวจบริบทชุมชน สำรวจทรัพยากรภายในชุมชน สำรวจพ้ืนท่ีตน แบบ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม สำรวจความตองการทำโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนา
คุณภาพชีวิต ตามหลกั ทฤษฎใี หมป ระยุกตส ู "โคก หนอง นา โมเดล"

2. แบบสัมภาษณกึ่งโครงสราง (Semi-structured Interview) เปนแบบสัมภาษณท่ีใชกับการ
สัมภาษณท่ีมีลักษณะการสัมภาษณที่อยูระหวางการสัมภาษณแบบมีโครงสรางกับการสัมภาษณแบบไร
โครงสราง การสัมภาษณแบบก่ึงโครงสรางน้ี นิยมใชกับการวิจัยเชิงคุณภาพซ่ึงตองการความยืดหยุนของ
ขอประเด็นคำถามเพ่ือการเก็บขอมูล เน้ือหาสาระท่ีครอบคลุมประเด็นศึกษาอยางครบถวน โดยใชสัมภาษณ
ขอมูลเบ้ืองตนของเจาของแปลงในการศึกษาการทำโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาชีวิต ตามหลัก
ทฤษฎีใหมป ระยกุ ตสู “โคก หนอง นา โมเดล”

3. เครื่องมือชุมชน โดยใชเคร่ืองมือ ไดแก แผนท่ีชุมชน แผนที่ทรัพยากร ปฏิทินฤดูกาล ปฏิทิน
วัฒนธรรม ตารางศักยภาพชุมชน

15

การรวบรวมขอมูลและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมอื
การวิจัยในครั้งน้ีศึกษาโครงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม

ประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล " อำเภอนาหมอม จังหวดั สงขลา การเก็บรวบรวมขอมูลจากการวจิ ัยเอกสาร
เปนการศึกษาขอมูลทุติยภูมิ (secondary data) และขอมูลปฐมภูมิ (primary data) ผูวิจัยไดศึกษาคนควา
และรวบรวมขอมูลพ้ืนฐานในการทำวิจัยคร้ังนี้ เชน หนังสือบทความ วารสาร ทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยท่ี
เก่ียวของ เพื่อทำความเขาใจแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยท่ีเกี่ยวของกับงานวิจัยใหมากที่สุด โดยเบ้ืองตน
ผูวิจัยจะเลือกใชการสำรวจและสัมภาษณ เพื่อคนหาขอมูลจากผูใหขอมูลเม่ือการสำรวจและการสัมภาษณ
ดำเนินมาจนไดประเด็นท่ีนาสนใจสำหรบั งานวิจัย แบบสัมภาษณก่ึงโครงสราง (Semi-structured Interview)
เปนแบบสัมภาษณท ี่ใชการสัมภาษณแบบกึ่งโครงสรา งท่ีนยิ มใชกับการวิจัยเชิงคุณภาพซ่ึงตองการความยดื หยุน
ของขอประเด็นคำถามเพ่ือการเก็บขอมูล ในขณะที่ยังคงไวซึ่งเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมประเด็นศึกษาอยาง
ครบถว น และยงั มีการใชเ คร่ืองมอื ชมุ ชนในการศึกษามาเก็บรวบรวมขอ มลู ชุมชนแลวนำมาตรวจสอบขอ มลู อา น
ขอ มูลทไ่ี ดและแยกแยะจดั หมวดหมูข อมลู ที่ไดม า
การวเิ คราะหข อมลู

การวิจัยในคร้ังนี้ศึกษาโครงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม
ประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา" ผูวิจัยไดใชกระบวนการวิเคราะห ผลเชิง
คุณภาพ โดยดำเนนิ การวเิ คราะหดังน้ี

1. ขอมูลท่ีไดจากการสำรวจบริบทชุมชน สำรวจทรัพยากรภายในชุมชน สำรวจพ้ืนที่ตนแบบการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม สำรวจความตองการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตาม
หลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู โคก หนอง นา โมเดล โดยใชเคร่ืองมือชุมชน ไดแก แผนที่ชุมชน แผนท่ีทรัพยากร
ปฏทิ นิ ฤดูกาล ปฏิทินวฒั นธรรม ตารางศักยภาพชุมชน

2. ขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณแบบก่ึงโครงสราง โดยสัมภาษณขอมูลเบื้องตันเก่ียวกับพื้นท่ี
ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู โคก หนอง นา โมเดล โดยมีผูใหขอมูลท้ังหมด
จำนวน 3 ราย

3. ตรวจสอบความถกู ตองของขอ มูล ผวู จิ ัยมกี ารตรวจขอมูลแบบเชงิ พรรณนา ไดวิเคราะหขอมลู ที่
ไดมาจากแนวคิดหรือทฤษฎีตาง ๆ มาเปนการหาคำตอบโดยเอาขอมูลแบบสำรวจโดยใชเครื่องมือชุมชน และ
ขอมูลแบบสัมภาษณ มาเปนกลยุทธการใชวิธีการท่ีเหมาะสมเพื่อหาความนาเชื่อถือในการสัมภาษณ ผูวิจัยได
ตรวจสอบความถูกตองเพียงพอและความเช่ือถือไดของขอมูลวาสามารถตอบปญหาของการศึกษาไดอยาง
ครบถวนของขอมูลในการทำวจิ ยั ครง้ั น้ี

16

บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา

การวจิ ัยในครัง้ นี้ ผูวจิ ยั ไดใ ชเ คร่ืองมือในการรวบรวมขอมูล คือแบบบันทึกขอมูลและการสัมภาษณโดย
ผลการวิจัยมีรายละเอยี ดมีดังน้ี

ขอมูลท่ัวไป

1.1 ขอมูลทวั่ ไปของผใู หขอ มูล

ผลการศึกษาพบวาจากการสำรวจและเก็บรวบรวมขอมูล ทั้งหมด 2 ราย โดยเปนเจาของ
พน้ื ท่ีและพัฒนาชุมชนชำนาญการท่ีรับผิดชอบดูแลโครงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู
โคก หนอง นา โมเดล จำนวน 2 ราย ดังน้ี

ช่ือ-นามสกุล อายุ การศึกษา อาชีพ รายได

นายการณุ เพ็ชรมณี 60 ป ปรญิ ญาตรี ชาวสวน 240,000/ป

นายนวิ ัฒน อำมะโร 40 ป ประถมศกึ ษา ผชู ว ยผใู หญบานโคกทัง 240,000/ป

ตารางท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูใหข อมลู

1.2 สำรวจบริบทชุมชน

1.2.1 บา นโคกทัง ตำบลพิจิตร
1.2.2 บา นทงุ ขม้ิน ตำบลทุงขมิน้
สวนท่ี 2 การศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม
ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอ ม จงั หวดั สงขลา
กระบวนการดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม
ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล”
วิธกี ารดำเนนิ งาน PDCA ข้นั ตอนการดำเนินงานโดยสังเขป (กรมการพฒั นาชุมชน, 2564)
ข้นั ตอน กิจกรรม
1. คัดเลอื กพน้ื ที่เปา หมาย ที่มเี ครอื ขายพื้นที่เขมแข็งครบ 5 ภาคี
2. Train The Trainer อบรมคนมีใจรัก/ผนู ำชุมชนในพื้นทเี่ ปาหมาย
3. จัดหลกั สตู รอบรมฝกปฏบิ ัติการจรงิ ในพืน้ ท่เี ปา หมายท่ีคัดเลอื กแลว
4. จัดเวทปี ระชาคม สรางกจิ กรรมการมสี ว นรว มขยายผล สรางความเขา ใจ
5. ชุมชนในพืน้ ท่ีเสนอพื้นท่เี ขารว มโครงการ (ขยายผล)
ข้นั เตรยี มงานวางแผน 6. พจิ ารณาอนุมตั โิ ครงการ หาผสู นบั สนนุ จากภาคีตาง ๆ
กำหนดเปา หมาย 7. อบรมชุมชนในพนื้ ทีต่ ามโครงการที่ไดรบั อนุมตั ิ
(Plan) 8. ปรบั ปรงุ พนื้ ท่ีโครงการโดยการปฏบิ ตั จิ รงิ ในพืน้ ท่ี เนน ลงแขกลงขัน 5 ภาคี
9. ยกระดบั เปน ศนู ยเรยี นรู สามารถอบรม ดูงานไดใ นพืน้ ท่ี

17

ขน้ั ตอนดำเนนิ การ โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งเปนแนวทางการทำเกษตรอนิ ทรียและการสรา งชีวติ ท่ี
(Do) ย่ังยืน โดยมีองคประกอบดังน้ี

1. โคก: พ้นื ท่สี งู
− ดนิ ทขี่ ดุ ทำหนองน้ำน้นั ใหน ำมาทำโคก บนโคกปลูก “ปา 3 อยาง
ประโยชน 4 อยาง” ตามแนวพระราชดำริ
− ปลกู พชื ผักสวนครวั เล้ยี งไก ทำใหพ ออยู พอกนิ พอใช พอรมเย็น เปน
เศรษฐกจิ พอเพียงข้ันพืน้ ฐาน กอ นเขาสูขน้ั กาวหนา คือ ทำบญุ ทำทาน
เก็บรกั ษา คา ขายและเชื่อมโยงเปน เครอื ขา ย
− ปลกู ท่อี ยูอาศยั ใหสอดคลอ งกับสภาพภมู ิประเทศและภมู ิอากาศ

2. หนอง: หนองนำ้ หรอื แหลงนำ้
− ขดุ หนองกักนำ้ เกบ็ ไวย ามใชห นา แลง หรอื จำเปน และเปนที่รบั นำ้ ยามน้ำ
ทวม (หลมุ ครก)
− ขดุ “คลองไสไก” หรือคลองระบายนำ้ รอบพ้ืนทต่ี ามภมู ิปญ ญาชาวบา น
โดยขุดใหคดเค้ียวไปตามพ้นื ท่ีเพ่อื ใหน้ำกระจายพืน้ ที่เพ่ิมความชมุ ชื้น ลด
พลงั งานในการรดนำ้ ตนไม
− ทำฝายทดน้ำ เพือ่ เกบ็ น้ำเขา ไวใ นพืน้ ท่ใี หมากท่สี ุด โดยเฉพาะเม่ือพนื้ ที่
โดยรอบไมมี การกักเก็บน้ำ นำ้ จะหลากลงมายังหนองน้ำ และคลองไสไ ก
ใหทำฝายทดนำ้ เก็บไวใ ชยามหนาแลง
− - พฒั นาแหลงนำ้ ในพนื้ ที่ ท้งั การขดุ ลอก หนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว
ใชย ามหนาแลงและเพิม่ การระบายนำ้ ยามน้ำหลาก

3. นา
− พืน้ ทีน่ าน้ันใหป ลูกขาวอินทรียพ นื้ บา น โดยเรมิ่ จากการฟน ฟดู นิ ดว ยการ
ทำเกษตรอนิ ทรยี ยั่งยืน คืนชีวิตเล็ก ๆ หรอื จุลินทรียกลบั คนื แผนดนิ ใชก าร
ควบคุมปรมิ าณน้ำในนาเพื่อคุมหญา ทำใหปลอดสารเคมีได ปลอดภัยทั้ง
คนปลกู คนกิน
− ยกคนั นาใหมคี วามสงู และกวา ง เพื่อใชเปนทรี่ บั น้ำยามนำ้ ทวม ปลูกพชื
อาหารตามคันนา

ข้นั ตดิ ตามตรวจสอบ มกี ารติดตามและประเมินผล ในทกุ ขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน เพือ่ ตดิ ตามความสำเร็จ
(Check) ของงาน และหาโอกาสในการปรบั ปรุงเพื่อใหก ารปฏบิ ตั ิงานของโครงการดีขน้ึ

18

วิเคราะหโครงการ การประเมินความสำเรจ็ พน้ื ทเ่ี ปา หมายท่ีไดรบั การออกแบบตามหลัก "โคก หนอง
(Act) นา โมเดล" จะไดรับประโยชนจากการประเมนิ ใน 7 มติ ิ ไดแก
1. แกไขปญหาภยั แลง มนี ำ้ ใชอุดมสมบูรณแ ละชว ยเก็บน้ำ ปองกนั น้ำทว ม
2. สุขภาพดีข้ึน เพราะเลิกใชย าฆา หญา ฆา แมลงและปุยเคมี
3. ประหยดั คาแรงงาน และคาน้ำมัน และคาวัสดอุ ุปกรณในการสบู นำ้ เขา นา
4. ประหยัดคาใชจา ยในการกินอยู เพราะมีผกั มปี ลา เลีย้ งคนรอบขางไดอกี
5. รายไดเพิม่ มากข้ึนจากผัก พืชสวนครวั ปลา ไก ไข และขาว
6. ครอบครัวม่ันคง มีงานที่สามารถทำรว มกนั ไดตลอดทั้งป ไมตองไปรบั จา ง
7. ชมุ ชนอบอุน เมอื่ นำผัก ปลาท่ไี ด และน้ำท่ีเก็บไวม าแบงปน
ตารางที่ 2 กระบวนการดำเนินการขับเคล่ือนโครงการพัฒนาพื้นทตี่ นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ
ตามหลักทฤษฎใี หมป ระยกุ ตสู "โคก หนอง นา โมเดล"
จากการศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู

"โคก หนอง นา โมเดล " อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา พบวา เจาของแปลงไดทำตามแผนการดำเนินการ
โครงการพัฒนาพนื้ ท่ตี นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักประยกุ ตสู โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งสามารถชวย
เพ่ิมรายไดครัวเรือนที่ผานการพัฒนาพ้ืนท่ีครัวเรือนตนแบบโดยเฉพาะเร่ืองการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อลด
รายจายเทากับเพ่ิมรายไดใหกับครัวเรือนและพืชเศรษฐกิจ เชน ขาว พืชผักสวนครัว มีสระกักเก็บน้ำ เปนการ
เพ่มิ พื้นท่ปี าปลูกใหมตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง อกี ท้ังยังเพ่มิ การจางงานดว ยการสรางงาน สรางรายได
ใหแกเกษตรกร แรงงาน ที่ไดรับผลกระทบจากสถานการณในชวงวิกฤตการแพรระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเห็นไดจ ากผลการสำรวจ ดังน้ี

1. ผลการศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู
“โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอม จงั หวัดสงขลา

นายการุณ เพ็ชรมณี ไดดำเนินตามแผนการดำเนินการโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการ
พัฒนาคณุ ภาชีวติ ตามหลักประยุกตสู โคก หนอง นา โมเดล ซ่ึงสอดคลอ งกบั คำสมั ภาษณดงั ที่กลา ววา

“เขาโครงการโคกหนองนากับทางพัฒนาชุมชน 2 ไร คือ พื้นท่ี 1x2 ทางภาครัฐไดสนับสนุน
งบในการขดุ สระ 2 บออีกทง้ั ยังสนับสนุนพรรณไมใชส อย ผูเขา รวมโครงการไดเ ขาไปเอาทศ่ี ูนยเพาะพนั ธกุ ลาไม
จังหวดั สงขลา” (นายการณุ เพ็ชรมณ,ี สัมภาษณวันที่ 20 กมุ ภาพนั ธ 2565)

ภาพท่ี 1 ขุดบอปรับสภาพพื้นทแ่ี ปลงครไู ข ภาพที่ 2 พฒั นากรอำเภอนาหมอ มและคณะมอบตน กลา
ท่มี า : สำนกั งานพัฒนาชมุ ชนอำเภอนาหมอม ท่มี า : สำนักงานพัฒนาชมุ ชนอำเภอนาหมอ ม

19

อีกทัง้ นายนวิ ัฒน อำมะโร เจาของแปลงโคก หนอง นา บา นโคกทงั ต.พจิ ติ ร ยังกลา ววา
“เมื่อผมไดเขารวมโครงการโคก หนอง นาฯ ผมไดไปอบรมท่ียะลา 5 วัน ไดรับความรูมาก
การอบรมมีทั้งแบบเรียนรูทฤษฎีและไดปฏิบัติจริงนำความรูกลับมาประยุกตใชกับแปลงตัวเอง ทางพัฒนา
ชมุ ชนอำเภอนาหมอมไดมารวมกิจกรรมเอาม้อื สามัคคีหมายถงึ นำตนกลามาปลูกลงดิน หลังจากขุดบอปรับหนา
ดินสำเร็จแลว และไดนำพนั ธุปลามามอบให” (นายนิวฒั น อำมะโร, สัมภาษณวันที่ 1 มนี าคม 2565)

ภาพที่ 3 กจิ กรรมเอาม้ือสามัคคี ภาพที่ 4 พัฒนากรมอบพนั ธุปลา

ท่ีมา : สำนักงานพฒั นาชุมชนอำเภอนาหมอม ทม่ี า : สำนกั งานพฒั นาชมุ ชนอำเภอนาหมอ ม

นายการุณ เพ็ชรมณี ไดใชหลักการ ปา 3 อยางประโยชน 4 อยางตามที่เคยไดไปอบรมตาม
กระบวนการขั้นตอนการวางแผน ดงั ท่กี ลา วไววา

“พันธุท ่เี อามาปลูกมี ไมยาง ไมพะยอม ไมจำปาปา พันธผุ ลไมท ล่ี งแปลงทุเรยี น 30 ตน
จำปาดะ 10 ตน มะพรา วน้ำหอม 10 ตน สะตอ 10 ตน ปลกู ตะไคร พริก มะนาว” (นายการุณ เพ็ชรมณ,ี
สมั ภาษณวนั ที่ 20กมุ ภาพนั ธ 2565)

ภาพที่ 5 ผลผลติ จากแปลงนายการุณ เพ็ชรมณี ภาพท่ี 6 ตนทุนเรียน

ที่มา : สำนักงานพฒั นาชุมชนอำเภอนาหมอ ม ทม่ี า : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาหมอ ม

20

นานวิ ฒั น อำมะโร ก็ไดก ลาวถึง ปา 3 อยาง ประโยชน 4 อยาง ดังน้ี
“ปาพออยูในแปลงผมมี ไมยางนา จำปาปา สวนปาพอกินในแปลงมี กลวยน้ำวา ทุเรียน
มะละกอ คะนา พริก ตนหอม และปาพอใชปลูก กระถิน ประโยชนอยางที่ 4 คือ เม่ือถึงเวลาเก่ียวขาวเสร็จ
พวกตนขาวที่ถูกตัดจะถูกนำมาหมดิน ลอมตนกลาท่ีปลูกไว เพ่ือใหดินไมแหงและกักเก็บความชุมช้ืนไวใตดิน”
(นายนวิ ฒั น อำมะโร, สมั ภาษณวนั ท่ี 1 มีนาคม 2565)

ภาพที่ 7 พน้ื ท่ีปลูกพชื ผักสวนครัวของนายนิวัฒน อำมะโร ภาพท่ี 8 กิจกรรมหม ดนิ

ทม่ี า : สำนักงานพัฒนาชมุ ชนอำเภอนาหมอม ทม่ี า : สำนกั งานพัฒนาชมุ ชนอำเภอนาหมอม

จากการเขารวมโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาชีวิตตามหลักประยุกตสู โคก
หนอง นา โมเดล ผลลัพธท่ีไดเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการอยางแทจริง นายการุณ เพ็ชรมณี มีรายได
จากการปลูกผลไมแ ละเลีย้ งปลา เลี้ยงไกไข อีกทั้งยังมีไวใชในครัวเรอื นทำใหอยูด ีมสี ุขไมขาดแคลนและสามารถ
เลยี้ งสมาชกิ ครัวเรอื นได ดงั ทก่ี ลา วไววา

“ในสวนตอนนี้พืชผักสวนครัวทปี่ ลูกไวพรอ มใชแลว ผลไมกม็ ีออกผลแลว ถา ตอ งโดนกักตัว 14
วัน ผมคิดวาเราอยูไดสบายไมตองออกไปซ้ือท่ีตลาดกินแลว” (นายการุณ เพ็ชรมณี, สัมภาษณวันท่ี 20
กุมภาพนั ธ 2565)

ภาพที่ 9 ไขไ กจ ากแปลง ภาพที่ 10 ตนพริก พืชผกั สวนครัว

ท่ีมา : สำนกั งานพฒั นาชมุ ชนอำเภอนาหมอม ที่มา : สำนักงานพฒั นาชุมชนอำเภอนาหมอ ม

21

นายนิวัฒน อำมะโร ไดกลาวในเชิงเดียวกันวา “โครงการน้ีมีประโยชนอยางมากกับ
สถานการณปจจุบันน้ีท่ีโควิดระบาด ผมไมตองออกไปตลาดเพื่อซื้อของทำกับขาวเพราะในสวนผมมีครบ
หมดแลว ขาดแตไกท่ีไมไดอยูในแปลง แตผมเลี้ยงไกไวอีกที่นึง อยูไดสบายครับ” (นายนิวัฒน อำมะโร,
สัมภาษณว ันที่ 1 มีนาคม 2565)

ภาพที่ 11 ตนหอมแดง ภาพที่ 12 ตน กลว ยน้ำวา

ท่มี า : สำนกั งานพัฒนาชมุ ชนอำเภอนาหมอม ทมี่ า : สำนักงานพฒั นาชมุ ชนอำเภอนาหมอ ม

22

บทท่ี 5 สรุปผลและขอ เสนอแนะ

จากผลการวิจัยตามวัตถุประสงคคือ ศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตาม
หลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอนาหมอ ม จงั หวัดสงขลา จึงนำมาสูการสรุปผลและ
ขอเสนอแนะดังน้ี
สรุปผล

จากผลการศึกษาโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม
ประยกุ ตสู โคก หนอง นา โมเดล อำเภอนาหมอม จังหวัดสงขลา พบวา นายการุณ เพ็ชรมณี และนายนิวัฒน
อำมะโร, (ผูใหขอมูล) ไดดำเนินตามแผนการดำเนินการโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ตามหลักประยุกตสู โคก หนอง นา โมเดล โดยกลาววา การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนา
คณุ ภาพชีวติ ตามหลกั ทฤษฎีใหมประยกุ ตสู "โคก หนอง นา โมเดล" เปน การเพิม่ การจางงานดวยการสรา งงาน
สรางรายไดและรองรับผลกระทบจากสถานการณในชวงวิกฤตการณการแพรระบาดของ โรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) ดวยการเขาปฏบิ ัติงานในพื้นท่เี รียนรูชมุ ชนตน แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งการ
ทำโครงการนี้ทำใหใดรูประโยชนของพืชเศรษฐกิจและนำมาพัฒนาใหเกิดประโยชนย่ิงข้ึน อีกท้ังสามารถสราง
รายไดและนำกลับมาใชในชีวิตประจำวันอีกดวย ซึ่งสอดคลองกับ กรมพัฒนาชุมชน (2564) เรื่องของปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง เรื่องของความพอประมาณ ความพอดีท่ีไมนอยเกินไปและไมมากเกินไป โดยไมเบียดเบียน
ตนเองและผูอ่ืน ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงน้ันจะตองเปนไปอยางมีเหตุผล โดย
พิจารณาจากเหตุปจจัยท่ีเก่ียวของ ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดวาจะเกิดขึ้นจากการกระทำนน้ั ๆ อยา งรอบคอบ
และสุดทายการมีภูมิคุมกัน การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดานตาง ๆท่ีจะเกิดข้ึน
โดยคำนงึ ถึงความเปน ไปไดข องสถานการณตา ง ๆ ทค่ี าดวา จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต

ขอ เสนอแนะ

ขอเสนอแนะเชงิ นโยบาย

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ท่ีวาการอำเภอและเกษตรอำเภอ ควรเขามามสี วนรว มในการชว ยเหลือ
การทำโครงการพัฒนาพื้นท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหมประยุกตสู "โคกหนอง นา
โมเดล" ชวยสรางสรรคชุมชนใหพึ่งตนเองและสงเสริมเศรษฐกิจฐานรากใหขยายตัว เพ่ือใหสอดคลองกับ
ประเด็นยทุ ธศาสตรข องกรมการพฒั นาชมุ ชน

ขอ เสนอแนะเชิงปฏบิ ตั ิ

1. ควรมีการวางแผนการทำโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม
ประยุกตส ู "โคก หนอง นา โมเดล" เพือ่ ใหการดำเนนิ โครงการเปนไปอยางราบรื่น

2. หนวยงานภาครัฐท่ีมีความรูเฉพาะทางควรเขามามีสวนรวมในการดำเนินงานเพื่อเปนแบบแผน
ใหกบั เจาของพนื้ ทแ่ี ละครัวเรือนตน แบบ

23

ขอ เสนอแนะสำหรับการวจิ ัยครง้ั ตอ ไป
1. ผูวิจัยควรมีการศึกษาการทำโครงการพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎี

ใหมประยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล" ที่เจาะลึกลงไปอีก เพ่ือนำขอมูลเหลาน้ันมาใชในการพึ่งพาตนเองตาม
หลกั ปรชั ญาเศษฐกิจพอเพียง

2. ผูวิจัยควรสัมภาษณเจาของแปลงโคก หนอง นา เพิ่มเติมและทำ SWOT เก่ียวกับการทำโครงการ
พฒั นาพืน้ ทต่ี น แบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหมป ระยุกตสู "โคก หนอง นา โมเดล"

24

บรรณานุกรม

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย. (2564). การประยุกตทฤษฎใี หมสู โคก หนอง นา แหงน้ำใจและ
ความหวงั . (พิมพค ร้ังที่ 1). สมทุ รสาคร: บริษทั พมิ พด ี จำกัด.

จกั รนิ ทร หนอู ุไร. (2561). การถอดบทเรียนการดำเนนิ กิจกรรมพฒั นาทกั ษะชีวติ ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ของโรงเรียนบา นหินผุด ตำบลทุงตำเสา อำเภอหาดใหญ จังหวดั สงขลา. สงขลา: มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร.

พรกมล ออนเกตุพล. (2552). เร่ืองเกษตรไทยกับการประยุกตใชปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษา
ในอำเภอระโนด และอำเภอสทงิ พระ จงั หวัดสงขลา.สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร.

พรพมิ ล สมั พทั ธพงศ. (2552). บทบาทของสือ่ ประชาสัมพนั ธทีม่ ีผลตอการตดั สนิ ใจเลือกเขา ศึกษาตอใน

ระดับปรญิ ญาตรี วทิ ยาลัยราชพฤกษ. นนทบุรี: วทิ ยาลยั ราชพฤกษ.

วิกิพเี ดีย. (2555). ทฤษฎีการเรยี นร.ู เขาถึงไดจ าก http://th.wikipedia.org/wiki/ทฤษฎกี ารเรียนรู

25

บคุ ลานุกรม

นายอิสรภาพ เพช็ รมณี เจาของแปลงโคก หนอง นา โมเดล หมู 6 ตำบลทงุ ขมนิ้ อำเภอนาหมอ ม
นายนิวัฒน อำมะโร เจา ของแปลงโคก หนอง นา โมเดล หมู 2 ตำบลพจิ ิตร อำเภอนาหมอม

26

ภาคผนวก

27

รูปภาพประกอบ การปฏบิ ัติสหกจิ ศึกษา กิจกรรมโคกหนองนาโมเดล อำเภอนาหมอม

ศกึ ษาดงู านแปลงโคก หนอง นา โมเดล ของนายการุณ เพ็ชรมณี

บนั ทึกภาพน่ิงและวดิ ีโอเพอื่ จัดทำสือ่ ประชาสัมพันธ โคก หนอง นา โมเดล

28

สัมภาษณน ายการณุ เพช็ รมณี เจาของแปลงโคก หนอง นา บา นทงุ ขมิ้น
ศึกษาดูงานโคก หนอง นา โมเดลของนายนวิ ฒั น อำมะโร บานโคกทัง

29

กจิ กรรมการหม ดนิ
กจิ กรรมเอามื้อสามัคคี

30

เรียนรกู ารทำปุยเกษตรอินทรีย
เยีย่ มชมแปลงนายนิวฒั น อำมะโร

31

ขอ มูลผูจดั ทำ

ช่ือ – ชือ่ สกุล นายตรีภพ อธิรัตนชยั
รหัสประจำตัวนกั ศึกษา 6111110245
การศึกษา

การศกึ ษา ชอ่ื สถาบัน ปท่ีสำเรจ็ การศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหาดใหญว ิทยาลัย 2
มธั ยมศกึ ษาตอนตน โรงเรยี นหาดใหญว ทิ ยาลัย 2 2558
ประถมศกึ ษา โรงเรียน 2555
2552
ชอื่ – ชอื่ สกลุ นางสาวศมนกร จนั ทจิต
รหัสประจำตวั นักศึกษา 6111110250 ปท่ีสำเร็จการศกึ ษา
วฒุ ิการศึกษา
2558
การศึกษา ชื่อสถาบัน 2555
มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหาดใหญวิทยาลัย 2 2552
มัธยมศึกษาตอนตน โรงเรยี นหาดใหญว ทิ ยาลยั 2
ประถมศกึ ษา โรงเรียนพลวทิ ยา


Click to View FlipBook Version