The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สำหรับบุคลากรสถาบันขงจื๊อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by liberalarts03, 2022-10-05 03:06:10

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สำหรับบุคลากรสถาบันขงจื๊อ

โครงงานสหกิจศึกษา 2564_คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สำหรับบุคลากรสถาบันขงจื๊อ

โครงงานสหกิจศกึ ษา

เรือ่ ง คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จนี สำหรับบุคลากร
สถาบันขงจ๊อื มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่

โดย
ชือ่ -นามสกลุ นางสาว ศุภสิ รา วัฒนกลุ รหัสนกั ศึกษา 6111110020

อาจารย์ท่ีปรกึ ษาโครงงาน อาจารยณ์ ัฐพร แซเ่ ตยี

โครงงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึง่ ของรายวชิ า 894-482 สหกิจศึกษา
สาขาวชิ าภาษาจนี คณะศลิ ปศาสตร์

มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ ภาคการศกึ ษาที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564



กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี เนื่องจากความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในการ
จัดทำจาก อาจารย์ณัฐพร แซ่เตีย อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานในรายวิชา สหกิจศึกษาครั้งน้ี
โครงงานฉบับนี้จะสำเร็จลุล่วงตามระยะเวลาที่กำหนดไม่ได้เลย หากขาดการให้คำแนะนำและ
ความคิดเหน็ ในการศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลและการจัดทำ จากอาจารย์ท่ีปรกึ ษา ผอู้ ำนวยการสถาบัน
ขงจื๊อ เลขานุการผู้อำนวยการสถาบันขงจื๊อ คณะอาจารย์สถาบันขงจื๊อ บุคลากรสถาบันขงจื๊อ
เพื่อนร่วมงานตลอดจนครอบครัวและผู้ใกล้ชิดที่คอยเป็นกำลังใจและให้ความช่วยเหลือในการ
จดั ทำโครงานฉบับนี้ ผู้จดั โครงงานรู้สกึ ขอคณุ เป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานฉบับนี้จะเป็นประโยชนส์ ำหรับผู้ที่มีความสนใจความ
แตกตา่ งระหว่างวฒั นธรรมและผู้ที่สนใจศึกษาต่อไป

จดั ทำโดย
นางสาว ศุภิสรา วัฒนกลุ

ผจู้ ัดทำโครงงาน



ชื่อโครงงาน : คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากร
สถาบันขงจือ๊ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่

ผู้เขยี น : นางสาว ศุภิสรา วฒั นกุล

สาขาวิชา : ภาษาจนี

ปีการศกึ ษา : 2564

บทคัดยอ่

โครงงานช้ินนี้ มีวตั ถปุ ระสงค์เพ่อื ให้ความรู้เกี่ยวกบั ด้านวัฒนธรรมและความแตกต่างด้าน
วฒั นธรรมไทย-จีน โดยระหว่างปฏิบัติงานผู้จดั ทำไดส้ ังเกตและพบวา่ บุคลากรในที่ทำงาน ยังขาด
ความรู้ความเข้าใขด้านวฒั นธรรม ความแตกต่างทางดา้ นวัฒนธรรมไทย-จีน โดยเฉพาะบุคลากร
อาสาสมัครชาวจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสื่อสารในการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน
โครงงานชิ้นนี้จึงมีส่วนช่วยให้บุคลากรทั้งชาวไทยและชาวจีน มีความรู้ความเข้าใจในด้านความ
แตกตา่ งระหว่างวฒั นธรรมไทย-จีนมากย่ิงขึ้น ซงึ่ เป็นประโยชนใ์ นการปรับตัว ทง้ั ในดา้ นการทำงาน
ร่วมกันระหว่างชาวไทยและชาวจีน รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
โดยโครงงานชิ้นนี้ได้ให้ความรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย-จีน 3 ประเด็น ดังนี้ ด้านการ
ทำงาน ดา้ นการทกั ทายและดา้ นมารยาทบนโต๊ะอาหาร

สารบญั ค

กติ ติกรรมประกาศ ก
บทคดั ยอ่ ข
บทที่ 1 บทนำ 1
1
ท่มี าและความสำคัญของโครงงาน 1
วตั ถุประสงค์ 1
ขอบเขตของโครงงาน 2
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ 2
บทท่ี 2 เอกสารและโครงงานท่ีเก่ียวข้อง 2
2.1 แนวคดิ และทฤษฎีของวฒั นธรรมไทยจีน 3
2.2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
4
บทท่ี 3 วธิ ีการจดั ทำโครงงาน 5
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา 5
6
4.1 ผลการประเมนิ คมู่ ือ 6
บทท่ี 5 สรปุ ผลการศกึ ษาและข้อเสนอแนะ 6
6
5.1 สรุปผลการดำเนินงาน 7
5.2 ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ 8
5.3 ปัญหาทีพ่ บ 9
5.4 ขอ้ เสนอแนะ 10
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ขอ้ มลู ผ้จู ดั ทำ

1

บทที่ 1 บทนำ

ทีม่ าและความสำคัญของโครงงาน

จากการออกปฏิบัติสหกิจศึกษา ณ สถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
และไดท้ ำงานร่วมกนั กบั บคุ ลากรชาวจีน ผู้จดั ทำไดส้ งั เกตและพบว่าความแตกต่างดา้ นวัฒนธรรมไทย-จีน ทำ
ให้เกิดปัญหาในการสื่อสารท้ังด้านการทำงานร่วมกันและการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน เช่น ด้านการทำงาน
ของบคุ ลากรชาวไทยและจีนมแี ตกตา่ งกัน ดา้ นลกั ษณะการทำงาน บคุ ลากรชาวไทยคอ่ นขา้ งท่จี ะทำงานแบบ
เรื่อยๆ เน้นความสบายไม่รีบร้อน บุคลากรชาวจีนการทำงานล่วงเวลาถือเป็นเรื่องปกติและจริงจังกับการ
ทำงานเป็นอยา่ งมาก ซึง่ ความแตกต่างนอ้ี าจทำใหเ้ กดิ ความเข้าใจผดิ ได้ บคุ ลากรชาวจีนอาจคิดวา่ บุคลากรชาว
ไทยทำงานไมเ่ ต็มที่ ทำงานชา้ ไม่ต้ังใจทำงานและบคุ ลากรชาวไทยอาจคิดว่าบุคลากรชาวจนี ทำงานเครง่ เครียด
เกินไป ซึ่งความเข้าใจผิดเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาหรือความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นการเรียนรู้ความแตกตา่ งทาง
วัฒนธรรมสามารถทำให้ง่ายต่อการปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกันกับชาวต่างชาติหรือต่างวัฒนธรรมได้อย่า ง
เหมาะสม

วัตถปุ ระสงค์

1. ให้ความรู้ ความเขา้ ใจดา้ นความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย-จนี
2. บคุ ลากรของสถาบนั ขงจือ๊ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ทง้ั ชาวไทยและชาวจีน
สามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจำวนั และการทำงานรว่ มกนั ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ

ขอบเขตโครงงาน

เนื้อหาของโครงงานจะเป็นการกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน โดยมีเนื้อหา 3
ด้าน ดังนี้ต่อไปนี้ 1.ด้านการทำงาน 2.การทักทาย 3. มารยาทบนโต๊ะอาหาร จัดทำเป็นรูปเล่มคู่มือความ
แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากรสถาบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต
หาดใหญ่ เหมาะสำหรับบุคลากรชาวไทยและชาวจีนของสถาบันขงจื๊อมหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขต
หาดใหญ่ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างทางวัฒนธรรมไทย-จีนและมีส่วน
ชว่ ยในการปรบั ตัวได้อยา่ งเหมาะสม โดยจดั ทำเปน็ คมู่ อื รปู เลม่ และรปู แบบไฟล์ PDF บน Google drive ให้มี
ความสะดวกในการศึกษามากขึ้น

ระยะเวลาในการดำเนินงาน

การดำเนินงานคร้งั นใ้ี ชร้ ะยะเวลาต้ังแตว่ ันที่ 8 พฤศจกิ ายน 2564 สน้ิ สดุ ท่ี 25 กุมภาพันธ์ 2565

2

ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั

1. บคุ ลากรของสถาบันขงจอ๊ื มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ทงั้ ชาวไทยและชาวจีน
มีความเข้าใจเกยี่ วกับวัฒนธรรมทแี่ ตกต่างของไทย-จีน

2. มีส่วนชว่ ยทำให้บุคลากรของสถาบนั ขงจ๊ือ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ ทั้งชาว
ไทยและชาวจีน สามารถปรบั ตัวในการทำงานได้งา่ ยขึน้ และนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง

2.1 แนวคิดและทฤษฎีของวัฒนธรรม

อมรรตั น์ (2551)“วัฒนธรรม” เป็นเรอ่ื งทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับชีวิตของคนเรานับแต่เกิดจนตาย แต่เมื่อจะให้
ความหมายของคำว่า “วฒั นธรรม” ดเู หมือนจะไม่ใชเ่ รอื่ งงา่ ย และไม่มีคำตอบท่ตี ายตัว ดว้ ยว่าวฒั นธรรมโดย
ตัวมันเอง ก็มีความหมายหลายนัย และครอบคลุมไปทุกเรื่อง แม้แต่ในต่างประเทศเอง ก็ไม่มีคำตอบท่ี
เฉพาะเจาะจงเช่นกัน สุดแตว่ า่ จะพดู หรือเน้นในเรอ่ื งใด

สุนทรียา,อุรารักษ์ (2559) ได้กล่าวถึง วัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญในการหล่อหลอมพฤติกรรมของ
ประชาชนในประเทศต่างๆ ให้เป็นรูปแบบที่มีบรรทัดฐานเดียวกัน การยึดมั่นในวัฒนธรรมของประชาชนใน
ประเทศตา่ งๆ มคี วามแตกตา่ งกัน เน่ืองจากบริบทท่แี ตกตา่ งกนั เช่น ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ทศั นคติ
และพฤติกรรมที่แสดงออก ดังนั้นการติดต่อสือ่ สารหรือการเดินทางเข้าไปดำเนินธุรกจิ ระหว่างประเทศ ต้อง
ศึกษาถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เพราะประเด็นทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นตัวกำหนด
คุณค่าต่างๆในจิตใจมนุษย์ การได้ศึกษาวัฒนธรรมของชาตอิ ่ืน ๆ ทำให้ลดปัญหาท่ีเกดิ ขึ้นจากความแตกตา่ ง
ทำให้มีความเข้าใจและสามารถปรบั ตวั เข้ากบั วฒั นธรรมของชนชาติต่างๆได้

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (2538) ไดร้ ะบวุ ่า วฒั นธรรมใน ความหมายของคนไทย
หมายถึง ความดีขึ้นประณีตขึ้นกว่าเดิม โดยการศึกษา ฝึกหัด พร้อมการฝึกหัด หรือการทาให้ประณีตขึน้ ซึง่
จิตใจ รสนยิ ม และจริตอัทยาศัยสภาพแหง่ การที่ได้รับการอบรมหรอื ทำใหป้ ระณตี ขึ้น คาวา่ “วัฒนธรรม” เป็น
คำไทยที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตแปลว่าธรรมเป็นเหตใุ ห้เจริญ ตามหลักฐานว่า คำว่าวัฒนธรรมใชเ้ ปน็ คร้งั
แรก พ.ศ. 2483 ด้วยมีประกาศใช้พระราชบัญญัติบำรุง วัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2483 กับฉบับที่ 2
เมื่อพทุ ธศักราช 2485 และเพื่อความเหมาะสม ยิ่งขึ้นจึงได้ประกาศให้ใชพ้ ระราชบัญญตั วิ ัฒนธรรมแหง่ ชาติ
พุทธศักราช 2486 ขึ้นใหม่ การบัญญัติ คำว่าวัฒนธรรมขึ้นมานี้ นอกจากเพื่อตั้งสถาบันสาหรับการส่งเสรมิ
เรื่องนีเ้ ป็นการเฉพาะแล้ว ยังมุ่งหมาย ใหเ้ ป็นคำเทยี บคาว่า Culture ในภาษาอังกฤษเช่นเดียวกับคำอ่ืน ๆ ท่ี
ปรากฏในภาษาอังกฤษ อันเปน็ การบญั ญตั คิ ำใหม่ข้ึนในภาษาไทย ทง้ั นี้กม็ ไิ ด้หมายความว่าก่อนหน้าท่ีท่ีจะมี
การบัญญัติคำนี้ขึ้นมา ชาติไทยเราไม่มีวัฒนธรรม หรือไม่รู้จักวัฒนธรรม แท้จริงเรามีวัฒนธรรมและรู้จัก

3

วฒั นธรรมมาแต่ อดตี กาล เป็นแตเ่ ราไมไ่ ด้ตัง้ ชอ่ื หรือมีคำศพั ทเ์ ฉพาะเรยี กอย่างนี้กอ่ นน้ัน โดยเราเรยี กแยกตาม
ส่วนตา่ ง ๆ ของวัฒนธรรมวา่ ความเคยชนิ บ้าง ขนบธรรมเนยี มบ้าง ประเพณีบ้าง การชา่ งตา่ ง ๆ บ้าง จรรยา
มารยาทบ้าง และยังมีคำอื่น ๆ อีกสุดแล้วแต่เราจะพูดส่วนไหนของวัฒนธรรม แต่เมื่อเราบัญญัติคำว่า
วัฒนธรรมขน้ึ แลว้ คำน้กี ็มคี วามหมายรวมถึงเรอื่ งต่าง ๆ ท่กี ลา่ วมาแลว้ ทัง้ หมด

2.2 เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง

ความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม แต่ละประเทศในโลกล้วนมีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม
ความเชอื่ และคา่ นยิ ม เน่ืองจากแตล่ ะประเทศ มีลักษณะทางวฒั นธรรม สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ และการ
พฒั นาเศรษฐกจิ วทิ ยาการและเทคโนโลยีท่ีแตกต่างกัน จึงเป็นเหตใุ ห้เกิดความขดั แย้งกนั อันนำไปสู่ชนวนการ
ทำสงครามได้ การแก้ไขและป้องก้นความขัดแยง้ ทางสงั คมและวัฒนธรรมคือการหนั หน้ามาปรึกษาหารือกัน
และยอมรับในความแตกต่างของแตล่ ะประเทศเพือ่ หลีกเลีย่ งปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดข้ึนได้

Froese, Peltokorpi, & Ko, 2012; Fukuda, 2015; Hobgood, Riviello, Jouriles, & Hamilton,
2002; Peltokorpi, (2008) ได้กล่าวถึงการส่ือสารข้ามวัฒนธรรม เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่ชาวต่างชาติท่ี
ทำงานกับคนไทยตอ้ งปรบั ตัวเรยี นรู้ แมว้ า่ สว่ นใหญ่จะไมพ่ บอุปสรรคมากมายในเร่ืองของการทำงานเพราะใช้
ภาษาอังกฤษหรือใช้ภาษาของตนเป็น หลักในการทำงาน และเพื่อนร่วมงานมีความสามารถทาง
ภาษาตา่ งประเทศหรืออังกฤษเป็นอยา่ งดี แต่การ สามารถสอื่ สารภาษาไทยได้แม้เพยี งเลก็ นอ้ ยก็ย่อมเป็นผลดี
ในการสร้างปฏิสมั พันธ์ รวมท้ังความชว่ ยเหลือดา้ น ต่าง ๆ ลดความกังวลของเพอื่ นร่วมงานที่ยังมีข้อจำกัดใน
การใช้ภาษาต่างประเทศไปได้บ้าง ทำให้กล้าท่ีจะเข้า หาคนไทย ผลการวิจัยจำนวนมากต่างชี้ว่า การสื่อสาร
ข้ามวัฒนธรรมหรือการที่ทักษะภาษาประเทศเจ้าบ้านมี อิทธิพลเชิงบวกต่อการปรับตัวในวัฒนธรรมใหม่ไม่
ทางตรงก็ทางอ้อม

นอกจากน้ี ผลการศึกษาของ Supapit (2011) เร่อื ง การปรบั ตัว ขา้ มวัฒนธรรมของนักศกึ ษาไทยใน
ประเทศจีน กรณีศึกษานักศึกษาไทยท่ีศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย กวางโจว ประเภท การศึกษาระยะสั้นพบว่า
ช่วงแรกท่ีนักศกึ ษาไม่มีความรู้ด้านวัฒนธรรมและขาดการสอ่ื สารกับผู้คนในท้องถิน่ จงึ ทำให้เป็นปัญหาในการ
ปรับตัวอยา่ งมาก แต่ชว่ งหลัง นักศึกษาตอ้ งการที่จะปรบั ตวั ให้เขา้ กับสังคมและวัฒนธรรมท้องถ่ินนั้น ให้ได้ จึง
ให้ความสนใจและกระตือรอื ร้นในการ ทีจ่ ะเรยี นรู้วัฒนธรรมทอ้ งถิ่น และในท้ายที่สดุ นักศกึ ษากลุ่มดังกล่าวก็
สามารถปรับตัว ใหเ้ ขา้ กบั วฒั นธรรมและลดความวิตกกังวลในการใช้ชีวติ ในตา่ งประเทศได้

4

บทที่ 3 วิธีการจดั ทำโครงงาน

การจัดทำคูม่ อื เป็นการคน้ ควา้ ขอ้ มลู จากหนงั สือเรียน บทความ วิทยานิพนธ์ และขอ้ มลู จากอนิ เตอร์เน็ต
โดยมีข้ันตอนดำเนินโครงงานดงั นี้
1) ศกึ ษาขอ้ มลู จากค้นคว้าจากหนงั สอื เรียน บทความ วิทยานิพนธ์ และขอ้ มูลจากอินเตอร์เนต็
2) สอบถามข้อมลู จากบุคลากรชาวไทยและชาวจีน สถาบันขงจอ๊ื มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
3) รวบรวมขอ้ มูล ความแตกตา่ งระหวา่ งวฒั นธรรมไทย-จีน แบ่งหวั ข้อและประเภทเรื่อง

1) วฒั นธรรมด้านการทำงานแบบไทย-จีน
2) วฒั นธรรมดา้ นการแสดงความเคารพและทกั ทายแบบไทย-จนี
3) วัฒนธรรมด้านมารยาทการรบั ประอาหารแบบไทย-จนี
4) สรุปผลการศึกษา

5

บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา

ผลการศกึ ษา
จากผลการศกึ ษาข้อมูลและวเิ คราะห์ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจจากบุคลากรสถาบนั ขงจ๊ือ

ชาวไทยจานวน 1 คนและบคุ ลากรขงจ๊อื ชาวจนี จานวน 1 คน แบบประเมนิ ความพงึ พอใจแบ่งออกเป็น 3
ระดบั พงึ พอใจมาก พงึ พอใจและพอใจนอ้ ย ความเหมาะสมของเน้ือ จากผลการประเมนิ ของชาวไทย
และชาวจนี ระดบั ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั พงึ พอใจมาก ด้านความถกู ต้องของเนื้อหา จากผลการ
ประเมินของชาวไทยและชาวจนี ระดับความพงึ พอใจอยู่ในระดบั พึงพอใจ เน่ืองจากเน้ือหาในคู่มอื
ภาษาจนี บางส่วนมกี ารใชค้ าผดิ สามารถนาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจาวนั และการทางานร่วมกนั กบั
บุคลากรชาวไทยและชาวจีน จากผลการประเมนิ ของชาวไทยและชาวจนี ระดบั ความพงึ พอใจอยใู่ น
ระดบั พงึ พอใจมาก เน้ือหาอ่านง่าย จากผลการประเมนิ ของชาวไทยและชาวจีน ระดบั ความพงึ พอใจ
อยู่ในระดบั พงึ พอใจมาก บุคลากรทงั้ สองคนมคี วามคิดเหน็ ตรงกนั ว่า คู่มือมสี ่วนช่วยใหบ้ ุคลากรชาว
ไทยมคี วามเขา้ ใจถงึ วฒั นธรรมท่แี ตกต่างมากขน้ึ อกี ทงั้ ยงั ทาใหม้ คี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การทางาน
การ การแสดงความเคารพการทกั ทาย การรบั ประทานอาหาร ความรูท้ างดา้ นวฒั นธรรมทม่ี สี ่วนช่วยใน
การปรบั ตวั การทางานร่วมกนั ไดง้ า่ ยขน้ึ และนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

4.1 ผลการประเมินคมู่ ือ
ผลการประเมนิ คู่มอื โดยบคุ ลากรชาวไทย

โดยพื้นฐานของบุคลากรชาวไทยนั้นจะมีประสบการณ์จากการเรียนรู้จากบทความในหนังสือหรอื
หลักสูตรการศึกษามาก่อนแล้วและพบว่า คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากร
สถาบันขงจอ๊ื มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ มีชว่ ยใหบ้ คุ ลากรชาวไทยและจีนมีความเข้าใจ
ถงึ วัฒนธรรมท่ีแตกตา่ งมากขึน้ สว่ นของเนื้อหาด้านวัฒนธรรมภายในคูม่ อื มีสว่ นทเี่ ปน็ ข้อมูลที่เคยทราบมาก่อน
และสว่ นทีเ่ ปน็ ข้อมลู ใหม่ ซงึ่ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวนั และโอกาสอ่ืนๆในการใช้เวลารว่ มกบั ชาวจีน
ได้
ผลการประเมนิ คูม่ ือโดยบุคลากรชาวจีน

สำหรับบุคลากรชาวจีนที่มีประสบการณ์การทำงานที่ประเทศไทยมากอ่ น พบว่าจะมีประสบการณ์
และมีความรูค้ วามเขา้ ใจดา้ นวฒั นธรรมเป็นพ้ืนฐานหลักอยู่แล้ว และการได้อา่ นคู่มอื สง่ ผลให้มคี วามเข้าใจมาก
ขึน้ เปน็ การยนื ยันข้อมูลท่ที ราบมาก่อนหน้าและเป็นการเพ่ิมเติมในส่วนของข้อมูลใหมท่ ่ีไม่ทราบมาก่อนและ
บุคลากรชาวจนี ท่ีไมม่ ีประสบการณก์ ารทำงานท่ีประเทศไทยมากอ่ น มีผลประเมนิ และความคิดเห็นออกมาว่า
คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากร สถาบันขงจ๊ือมหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ มี
ประโยชน์สามารถปรับตวั ในการทำงานร่วมกันกับบุคลากรชาวไทยและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
นอกจากนี้ยังทำให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพื่อทำงานร่วมกนั ได้อย่างราบรื่นและมี
ประสิทธิ์ภาพมากขน้ึ

6

บทท่ี 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ

5.1 สรปุ ผลการดาเนินโครงงาน
ผลการดำเนินโครงงาน คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากร สถาบันขงจ๊ือ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ดงั ต่อไปน้ี พบว่าเน้ือหาของคู่มอื ทงั้ 3 ด้าน 1.ดา้ นการ
ทางาน 2.ด้านการเคารพและทกั ทาย 3.ดา้ นมารยาทบนโต๊ะอาหาร มสี ่วนช่วยให้บุคลากรชาวไทยและ
จนี มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจถงึ วฒั นธรรมทแี่ ตกต่างมากข้นึ ซ่งึ มสี ว่ นชว่ ยในการปรบั ตวั ซง่ึ กนั และกนั อกี ทงั้
ยงั ช่วยลดปัญหาด้านการส่อื สารในการทางานและใช้ชีวิตร่วมกนั ระหว่างบุคลากรชาวไทยและจีน
สามารถทางานร่วมกนั ไดง้ ่ายขน้ึ เช่น ด้านการทางานบุคลากรทงั้ สองฝ่ายมคี วามเขา้ ใจกนั มากข้นึ ใน
ลกั ษณะการทางานของชาวไทยและชาวจนี ซง่ึ มสี ว่ นช่วยในการกอ่ ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ หรอื การเขา้ ใจผดิ
ได้ ว่าการท่ีบุคลากรชาวไทยมลี กั ษณะการทางานแบบสบายๆเร่อื ย ไม่ได้หมายความว่าบุคลากรชาว
ไทยไม่ตงั้ ใจและไม่จรงิ จงั กบั การทางาน และการทบ่ี คุ ลากรชาวจนี จรงิ จงั กบั การทางานและดเู คร่งเครยี ด
มาก เพราะสาเหตุอะไร ดงั้ นัน้ การที่บุคลากรท่มี คี วามแตกตา่ งทงั้ สองวฒั นธรรมสามารถเขา้ ใจและรูถ้ งึ
ความแตกต่างนนั้ ส่งผลใหก้ ารทางานของบุคลากรชาวไทยและชาวจนี สามารถทางานร่วมกนั ได้อย่าง
ราบร่นื และมปี ระสทิ ธภ์ าพมากยง่ิ ขน้ึ

5.2 ประโยชน์ท่ีไดร้ บั
บุคลากรขงจ๊อื ชาวไทยและชาวจนี มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั วฒั นธรรมทแ่ี ตกต่างของชาวไทย
และชาวจนี ได้ มีส่วนชว่ ยทำให้บุคลากรของสถาบันขงจ๊ือ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่
ทั้งชาวไทยและชาวจีน สามารถปรับตัวในการทำงานได้ง่ายขึ้นและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
นอกจากนี้สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปปฏิบัตใิ นโอกาสที่เหมาะสมและพัฒนาในการใช้ชีวิต การทำงาน
ร่วมกันได้อย่างดียิ่งขึ้น คู่มือความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีนสำหรับบุคลากร สถาบันขงจื๊อ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เล่มนี้จะเป็นข้อมูลสำหรับบุคลากรชาวไทยจีนของสถาบัน
ขงจื๊อ และผู้ที่สนใจในการเรียนภาษาจีนด้านความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน แล้วยังเป็นข้อมูล
พ้นื ฐานสำหรับการศึกษาเปรยี บเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สามารถนำไปใช้เป็นแนวทาง
และนำไปต่อยอดงานวิจัยเพื่อศึกษารวมทั้งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับชาวไทยที่ต้องการมี
ปฏสิ ัมพันธ์กับชาวจนี ในอนาคต

5.3 ปัญหาท่ีพบ

ปัญหาท่ีพบในการทาโครงงานคือ การส่อื สารกับบุคลากรชาวจีนหรือชาวต่างชาติ
ค่อนขา้ งทจ่ี ะเป็นสาคญั เพราะในการสอ่ื ความหมายและอธบิ ายใหเ้ ขา้ ใจถงึ วฒั นธรรมทแี่ ตกต่าง
นนั้ จะนอกจากจะใชภ้ าษาในการสอ่ื สารนนั้ ยงั ต้องใชท้ า่ ทางในการปฏบิ ตั ใิ หเ้ ขา้ ใจอกี ดว้ ย

7

5.4 ข้อเสนอแนะ

โครงงานช้นิ น้ีมเี น้ือหาและขอ้ มูลเพยี งส่วนหนึ่งของความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรม
ไทย-จีนต ผูส้ นใจควรศกึ ษาเพมิ่ เติมและทาความเขา้ ใจความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรม จาก
หนงั สอื ส่อื อนิ เตอรเ์ นต็ แหล่งขอ้ มลู อน่ื ๆหรอื บคุ คลทมี่ คี วามรูแ้ ละความเขา้ ใจใหม้ ากยงิ่ ขน้ึ เพ่อื
ประสิทธิภาพในการปรับตัวสาหรับการทางานร่วมกนั และการใช้ชีวิตสาหรบั วัฒนธรรมที่
แตกต่างไดด้ ยี งิ่ ขน้ึ

8

บรรณานุกรม

สุนทรียา ไชยปญั หา,อรุ ารักษ์ ศรีประเสริฐ. (2559). แนวคดิ ทฤษฎีวัฒนธรรมการจัดการ : การปรับตวั ภายใต้
ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม. วารสารวชิ าการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภฏั
มหาสารคาม,1(2),105

พิณนภา หมวกยอด,เสาวรีย์ ชัยวรรณ,ศนิ ไทรหอมหวน,หล่ี ยิง,ธัญญลกั ษณ์ บญุ ลือ. (2563). การปรับตัวข้าม
วัฒนธรรมของชาวตา่ งชาตทิ ที่ าํ งานกบั คนไทยในจังหวดั เชียงใหม่: การศกึ ษาเชิงคณุ ภาพทาง
พฤตกิ รรมศาสตร์. มนษุ ยศาสตรส์ าร,21(3)

ณฐั ฌาภรณ์ เดชราช,ปยิ วรรณ เพ็งนรพฒั น,์ ปถั ต์ ยอดระบำ. (2564). การปรับตวั ข้ามวัฒนธรรมของนักศึกษา
โครงการศกึ ษาตอ่ เน่ือง 2 + 2 และ 3 + 1 ภาควิชาภาษาจนี มหาวิทยาลยั รงั สติ . วารสารรามคำ
แหง่ ฉบับมนษุ ยศาสตร์,40(1),8

กลั ยาธาตเุ หลก็ .(2544).มารยาทไทยเชิงปฏบิ ัต.ิ กรุงเทพฯ:ศนู ย์หนงั สือราชภัฏพระนคร.

อมรรตั น์ เทพกำปนาท. (2551). ความหมาย แนวคดิ และประเด็นที่เกย่ี วกบั “วัฒนธรรม” สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 17
มกราคม 2565, จาก http://www.openbase.in.th/node/5954

Thanisorn Boonchote. (2564). เรียนรูว้ ฒั นธรรมการทำงานของแต่ละประเทศ เพ่อื นำมาปรับใชใ้ ห้
เหมาะสมกบั องคก์ รเรา สืบค้นเมือ่ วันที่ 1 มีนาคม 2565, จาก
https://th.hrnote.asia/tips/work-culture-each-country-10212021/

พอหทยั ตนะกลุ . (2560). มารยาทการรบั ประทานอาหารแบบจนี เบอ้ื งต้น สบื คน้ เม่อื วนั ท่ี 1 มีนาคม 2565,
จาก https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=738

The Old Siam Thai Royalty Cuisine. (2563). มารยาทบนโต๊ะอาหารท่ที กุ คนควรรู้ สบื ค้นเม่อื วันท่ี 1
มนี าคม 2565, จาก https://thairestaurantphuket.com/blog/top-ten-table-manners/

9

ภาคผนวก

范淑芳 李晓真
实习报告会

2022 年 2 月 25 日

10

ข้อมลู ผู้จัดทำ

ช่อื โครงงาน : คูม่ ือความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมไทย-จนี สำหรบั บคุ ลากร

สถาบันขงจือ๊ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

ผู้เขยี น : นางสาว ศภุ สิ รา วัฒนกุล

รหสั นกั ศึกษา : 6111110020

อาจารย์ทป่ี รกึ ษา : อาจารยณ์ ฐั พร แซ่เตยี

ระดบั การศึกษา : มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ช้ันปที ่ีส่ี

ภาควิชา : สาขาภาษาจนี วิชาภาษาและภาษาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์

ปกี ารศกึ ษา : 2564


Click to View FlipBook Version