โครงงานสหกิจศกึ ษา
พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาตอนปลาย
โรงเรยี นวรพัฒน> อำเภอหาดใหญE จังหวัดสงขลา ในชวE งสถานการณ>
การแพรEระบาดของโรคไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19)
โดย
กัญญาพัชร สาระอาภรณ> รหสั นกั ศึกษา 6111110207
อาจารยท> ป่ี รกึ ษาโครงงาน รองศาสตราจารยเ> อมอร เจียรมาศ
ทปี่ รกึ ษา นายกันต>อเนก ศริ ิแสงเพ็ชร
นางสาวชนนิ าถ นิลสุวรรณ
โครงงานฉบบั นี้เป`นสวE นหนง่ึ ของรายวิชา 897-421 สหกจิ ศกึ ษา
สาขาวชิ า ชุมชนศกึ ษา คณะศิลปศาสตร>
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร> ภาคการศกึ ษาท่ี 2 ปกc ารศึกษา 2564
ก
กิตติกรรมประกาศ
การฝ&กปฏิบัติสหกิจศึกษา ณ โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา ใน
ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จไดMดMวยความกรุณาและการอนุเคราะห=อยDางยิ่งจาก รองศาสตราจารย=เอมอร
เจียรมาศ อาจารย=ที่ปรึกษานิเทศสหกิจ และพี่เลี้ยง คุณครูกันต=อเนก ศิริแสงเพ็ชร คุณครูชนินาถ นิล
สุวรรณซึ่งไดMเสียสละเวลาในการใหMคำปรึกษา ใหMขMอคิดเห็น ความรูMและคำแนะนำตDาง ๆ ตลอดจนการ
ตรวจแกMไขรายงานใหMถูกตMอง สDงผลใหMขMาพเจMาไดMรับความรูMและประสบการณ=ตDาง ๆ จึงทำใหMรายงาน
การปฏิบัติงานสหกิจศึกษาฉบับนี้ สำเร็จลุลDวงไดMดMวยดี ขอขอบคุณอาจารย=ทั้งสามเปYนอยDางสูงไวM ณ
ทน่ี ี้
การจัดทำรายงานฉบับนี้ไดMสำเร็จลุลDวงตามวัตถุประสงค=ไดMดMวยดี ขMาพเจMาตMอง
ขอขอบคุณ ดร.พัฒน= มาศนิยม ที่ไดMใหMโอกาสขMาพเจMาไดMเขMามาฝ&กปฏิบัติสหกิจศึกษา ขอขอบคุณ
คุณครูจิราวรรณ คุMมสุข หัวหนMางานวิชาการ รวมทั้งคุณครู และบุคลากรภายในโรงเรียน ที่คอยอบรม
และสอนงานตลอดระยะเวลาในการฝ&กปฏิบัติสหกิจศึกษาในครั้งนี้ ขอขอบคุณเจMาหนMาที่คณะศิลป
ศาสตร= มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร= วิทยาเขตหาดใหญD ทุกทDานที่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติ
สหกิจศกึ ษาในครง้ั น้ี
ขMาพเจMาหวังเปYนอยDางยิ่งวDารายงานฉบับนี้จะเปYนประโยชน=ตDอผูMที่มีความสนใจในการ
ฝ&ก ปฏิบัติงาน ณ โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา เพื่อเปYนการทราบถึงลักษณะงาน
เบ้อื งตMน หากรายงานฉบบั นีม้ ขี Mอผดิ พลาดประการใด ขาM พเจMาก็ขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดMวย
กัญญาพชั ร สาระอาภรณ=
10 มีนาคม 2565
ข
ช่อื โครงงาน : พฤติกรรมการเรยี นของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาตอนปลาย
โรงเรยี นวรพัฒนB อำเภอหาดใหญI จังหวดั สงขลาในชวI งสถานการณBการแพรIระบาด
ผเู^ ขียน ของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
สาขาวชิ า : กัญญาพัชร สาระอาภรณB
ปฏบิ ัตสิ หกจิ ศึกษา : ชมุ ชนศึกษา
ปaการศึกษา : โรงเรียนวรพฒั นB อำเภอหาดใหญI จังหวดั สงขลา
: 2564
บทคัดยอI
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค= 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมดMานการเรียนระหวDางเรียน
ออนไลน=กับเรียนออนไซต=ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -
19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา 2) เพ่ือ
ศึกษาพฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอน
ปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา ผูMใหMขMอมูลเปYนคุณครูโรงเรียนวรพัฒน=จำนวน
5 คน และนักเรียน 4 คน เก็บรวบรวมขMอมูลดMวยการสัมภาษณ=เชิงลึกและการสังเกตการณ=แบบมีสDวน
รDวม จากนั้นนำขMอมูลที่ไดMมาจัดหมวดหมูD วิเคราะห=ขMอมูล สรุปผลและอภิปรายผลตามวัตถุประสงค=
การวจิ ยั
จากผลการศึกษาพบวDาในชDวงสถานการณ=ของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ระบาดนั้นสDงผลกระทบในหลากหลายดMาน โดยเฉพาะดMานการศึกษาไดMรับผลกระทบเปYนอยDางมาก
เนื่องจากทางประกาศของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร= วิจัยและนวัตกรรมไดMประกาศ
มาตรการและการเฝkาระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเปYนแนว
ปฏิบัติสำหรับสถาบันอุดมศึกษาและหนDวยงานภายในกระทรวงเพื่อปkองกันการแพรDระบาดของโรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใหMสถาบันอุดมศึกษางดการเรียนการสอนในสถานที่ รวมทั้งการสอบ การ
ฝ&กอบรมหรือ กิจกรรมใด ๆ ที่มีผูMเขMารDวมกิจกรรมเปYนจำนวนมากทำใหMเสี่ยงตDอการแพรDโรค โดยใหM
จัดการเรียนการสอนเปYนแบบออนไลน= และปรับวิธีการวัดประเมินผลใหMสอดคลMองกับสถานการณ=
สDงผลใหMนักเรียนบางคนไดMรับผลกระทบเนื่องจากมีอุปกรณ=สื่อสารไมDพรMอมหรือไมDเอื้ออำนวยตDอการ
เรียนหรือการสDงงาน สภาพแวดลMอมที่บMานไมDเหมาะสมตDอการเรียนออนไลน=ทำใหMนักเรียนไมDมีสมาธิ
ในการเรียน ผลสรุปของการศึกษาพบวDานักเรียนชอบเรียนแบบออนไซต=มากกวDา เพราะไดMมี
ปฏิสัมพันธ=ทางสังคมมากขึ้น เชDน การไดMพูดคุยกับเพื่อน การไดMพูดคุยกับคุณครู รวมไปถึงการเลDน
ค
เครื่องเลDนระหวDางพักรับประทานอาหารกลางวัน ทำใหMนักเรียนไดMผDอนคลายและไมDเครียดมากเกินไป
แตDในขณะเดียวกันการมาเรียนนั้นหลีกเลี่ยงไมDไดMที่จะตMองใชMชีวิตอยูDรDวมกันภายในโรงเรียนโดยมีทั้ง
นักเรียน คุณครู และบุคลากรภายในโรงเรียน ทางโรงเรียนวรพัฒน=จึงมีมาตรการตDาง ๆ เพื่อนำมา
ปฏิบัติรDวมกันอยDางเครDงครัด ดังนี้ 1) มีการพกเจลแอลกอฮอล=ดMวยตนเอง 2) มีการพกขวดน้ำแยก
เปYนของตัวเอง 3) มีเจลแอลกอฮอล=ทุกจุด เชDน ประตูทางเขMา ทางขึ้นบนอาคารเรียน โรงอาหาร หนMา
หMองเรียน 4) มีการสุDมตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ทุก ๆ สัปดาห= 5) มีการทำความสะอาด
หMองเรียนพDนฆDาเชื้อทุกวัน 6) สวมใสDหนMากากอนามัยตลอดทั้งวัน 7) เปลี่ยนหนMากากอนามัยเมื่อใสD
ครบครึ่งวัน 8) การเวMนระยะหDางขณะนั่งรับประทานอาหาร 9) การเวMนระยะหDางที่นั่งเรียนภายในช้ัน
เรียน มาตรการดังกลDาวปฏิบัติกันอยDางเครDงครัดภายใตMการดูแลและการควบคุมของคุณครู ทำใหM
โรงเรียนวรพัฒน= สามารถเป|ดสถานศึกษาปลอดภัยภายใตMมาตรการ “Warraphat Safety Zone In
School”
ง
สารบญั หน^า
ก
กติ ตกิ รรมประกาศ ข
บทคัดยDอ ง
สารบญั ฉ
สารบัญภาพ
บทท่ี หนา^
1 บทนำ 1
- ทมี่ าและความสำคญั ของปญ‹ หา 1
- คำถามวจิ ยั 2
- วตั ถุประสงค= 2
- ประโยชน=ทีค่ าดวDาจะไดรM บั 2
- ขอบเขตการวิจัย 3
- นิยามศพั ท=เฉพาะ 3
2 แนวคดิ และงานวิจยั ทีเ่ กีย่ วขอM ง 4
- แนวคดิ เกี่ยวกับการปรบั ตัว 4
- ชวี ติ วถิ ใี หมD (New Normal) และการปรบั ตวั ในภาวะสถานการณโ= รคไวรสั
(COVID-19) 11
- ความหมายของการเรยี นการสอนแบบออนไลน= 13
- โรคอุบัตใิ หมไD วรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 16
- งานวิจยั ท่ีเกยี่ วขอM ง 18
3 วิธกี ารจดั ทำโครงงาน 21
- พ้ืนที่ในการวจิ ยั 21
- ผูใM หขM อM มลู 21
- ระยะเวลาในการวิจัย 21
- เครือ่ งมอื ที่ใชใM นการวจิ ัย จ
สารบญั (ตIอ) 22
หน^า
- การรวบรวมขอM มลู 22
- การตรวจสอบขอM มลู 23
- การวิเคราะห=ขอM มูล 23
4 ผลการศกึ ษา 25
- ผลการศกึ ษาพฤตกิ รรมดMานการเรยี นระหวาD งเรียนออนไลนแ= ละเรยี นออนไซต=
ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19)
ของนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาตอนปลาย 29
โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวดั สงขลา
- ผลการศึกษาพฤตกิ รรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน=
อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา 32
5 สรปุ ผลและขMอเสนอแนะ 34
- สรุปการผลการวิจยั 35
- ขอM เสนอแนะ
บรรณานกุ รม 36
บคุ ลานกุ รม 37
ภาคผนวก 37
38
ภาคผนวก ก ภาพประกอบ 43
ภาคผนวก ข แนวคำถามการสัมภาษณ=
ขอM มูลผMูจัดทำ 47
สารบัญแผนภาพ ฉ
แผนภาพท่ี 10
หนา^ 25
1 กรอบแนวคิดทฤษฎีการปรับตวั ของรอย 26
2 โซนปฐมวัย 26
3 โซนอาคารเสาวนีย=พฒั นาและอาคารโรงอาหาร 27
4 อาคารสโมสร Gym and swimming club 28
5 ประกาศเปด| เรียน On-site 28
6 ประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดการ 30
7 ประกาศแจงM งดเรียน On-site 30
8 บันทกึ กิจวัตรพฒั นานิสัย
9 ประเมินแบบบนั ทึกกจิ วตั รพฒั นานสิ ยั
1
บทที่ 1 บทนำ
1.1 ที่มาและความสำคัญของปญg หา
วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ประชากรทั่วโลกไดMรับรูMวDามีโรคติดตDอปริศนาโดยไดMรับ
ยืนยันจากทางการจีนเมื่อ 31 ธันวาคม 2562 วDาเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ=ใหมD ในเมืองอDู
ฮั่น ประเทศจีน ตDอมาองค=การอนามัยโลก (WHO) ไดMประกาศใหMการแพรDระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
สายพันธ=ใหมDเปYน “การระบาดใหญD” หรือ pandemic ดังนั้น ทางองค=การอนามัยโลก จึงไดMตั้งช่ือ
โรคติดตDอชนิดนี้ใหมDอยDางเปYนทางการ โดยมีชื่อวDา COVID-19 (กรมควบคุมโรค, 2563) โดยโรคไวรัส
(COVID-19) นี้โดยหลักแลMวแพรDจากคนสูDคนผDานทางฝอยละอองจากจมูกหรือปากซึ่งขับออกมาเม่ือ
ผูMป—วย ไอหรือจาม เราสามารถรับเชื้อไดMจากการที่หายใจเอาฝอยละอองเขMาไปจากผูMป—วยหรือจากการ
เอามือไปสัมผัสพื้นผิวบริเวณที่มีฝอยละอองเหลDานั้นแลMวมาจับตามใบหนMา ระยะเวลาการติดเชื้อและ
แสดงอาการ (ระยะฟ‹กตัว) มีตั้งแตD 1-14 วันและมีคDาเฉลี่ยอยูDที่ 5-6 วัน เกิน 97% ของผูMป—วยเริ่มมี
อาการภายใน 14 วัน ซึ่งตDอมาไดMเกิดการแพรDระบาดกวMางมากขึ้น ซึ่งเชื้อไวรัส (COVID-19) ทำใหM
สDงผลกระทบและเกิดการแพรDระบาดไปในหลายประเทศทั่วโลกรวมไปถึงที่ประเทศไทยดMวยการ
ระบาดของโรคไวรัส (COVID-19)
ในประเทศไทยตั้งแตDวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยเปYนประเทศที่มีผูMป—วยยืนยัน
รายแรกนอกประเทศจีน (ไทยรัฐออนไลน=, 2564) การคัดกรองผูMเดินทางเขMาประเทศพบผูMป—วย
ประปรายตลอดเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเปYนผูMที่เดินทางมาจากหรือเปYนผูMพำนักอยูDในประเทศจีน
แทบทั้งสิ้น การแพรDเชื้อทMองถิ่นที่มีรายงานรายแรกมีการยืนยันเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 โดย
ตDอมากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร= วิจัยและนวัตกรรมไดMประกาศ มาตรการและการเฝkา
ระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเปYนแนวปฏิบัติสำหรับ
สถาบันอุดมศึกษาและหนDวยงานภายในกระทรวงเพื่อปkองกันการแพรDระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโร
นา 2019 ดังนี้ 1) ใหMสถาบันอุดมศึกษางดการเรียนการสอนในสถานที่ รวมทั้งการสอบ การฝ&กอบรม
หรือ กิจกรรมใด ๆ ที่มีผูMเขMารDวมกิจกรรมเปYนจำนวนมากทำใหMเสี่ยงตDอการแพรDโรค โดยใหMจัดการเรียน
การสอนเปYนแบบออนไลน= และปรับวิธีการวัดประเมินผลใหMสอดคลMองกับสถานการณ= เพื่อใหMการจัด
การศึกษามีความตDอเนื่อง และมิใหMเกิดผลกระทบตDอนิสิตนักศึกษา และกำหนดมาตรการตDาง ๆ ท่ี
จำเปYนในการระงับยับยั้งการระบาดระลอกใหมDของโรคติดเชื้อไวรัส (COVID-19) (มติชนออนไลน=,
2564)
2
การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) สDงผลกระทบใน
หลากหลายดMานโดยเฉพาะ ดMานการศึกษา ในชDวงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -
19) นักเรียน นักศึกษาทั่วโลก มากกวDา 1,500 ลMานคนตMองหยุดการเรียนการสอนในโรงเรียน และมี
การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเปYนการสอนทางไกล เรียนที่บMาน ใชMเทคโนโลยีเขMามาชDวย ชDวงแรก
จึงเปYนชDวงปรับเปลี่ยนวิธีการ ชDวงเวลาที่ทุกคนอยูDบMาน ผูMปกครองทุกคน ก็จะมีหนMาที่เปYนครูสำหรับ
เด็กดMวยในเวลาเดียวกัน เพื่อใหMการเรียนการสอนของเด็กไมDติดขัด นักเรียนจะตMองปรับตัวกับระบบ
การเรียนการสอนแบบออนไลน= เพื่อใหMเทDาทันกับสถานการณ=ในป‹จจุบัน แตDหากการศึกษาตMองปรับตัว
ในระบบออนไลน= ซึ่งอาจทำการเปลี่ยนภาพรวมของระบบการศึกษา การศึกษาที่มีรูปแบบเปYน
แพลตฟอร=ม (Education platform) นักเรียนเขMาใจความชอบและสิ่งที่ตัวเองเรียน นักเรียนอยาก
เรียนในวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งแนDนอนวDาจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ซ่ึง
แมMวDาสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) จะคลี่คลายลงแลMว แตDก็
ยากที่ระบบการศึกษาจะเปลี่ยนกลับสูDรูปแบบเดิม (New normal) นอกจากทางดMานการศึกษาแลMว
วิถีการดำเนินชีวิตของผูMคนก็ปรับเปลี่ยนไปมาก การระมัดระวังตนเอง การใสDหนMากากอนามัย การเวMน
ระยะหDาง การลMางมือดMวยเจลแอลกอฮอล= การดำเนินชีวิตที่ดูแลตนเองมากขึ้น วิถีชีวิตแบบใหมDน้ี
(New normal) จะเปนY สวD นหนง่ึ ของการใชMชีวติ ประจำวันในแตDวันตลอดไป
1.2 คำถามการวจิ ยั
1. นักเรียนชอบการเรียนแบบไหนมากกวDาระหวDางการเรียนออนไซต=และการเรียน
ออนไลน=
2. นักเรียนมีวิธีปkองกันตนเองอยDางไรตDอการแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
(COVID - 19) ในการมาเรียนและตMองอยDรู Dวมกบั ผอMู ื่นภายในโรงเรยี น
1.3 วตั ถปุ ระสงคB
1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมดMานการเรียนระหวDางเรียนออนไลน=และเรียนออนไซต=ในชDวง
สถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ตอนปลาย โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา
2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของ
นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพฒั น= อำเภอหาดใหญD จงั หวดั สงขลา
1.4ประโยชนทB ค่ี าดวIาจะไดร^ ับ
1) ทำใหMทราบถึงพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายโรงเรียนวรพัฒน=
อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา
3
2) ทำใหMทราบถึงพฤติกรรมการปkองกันโรคโคโรนาไวรัส 2019 (COVID - 19) ของ
นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา
1.5 ขอบเขตการวิจัย
ขอบเขตพนื้ ท่ี
ผูMวิจัยไดMเลือกพื้นที่ที่ใชMในการวิจัย คือ โรงเรียนวรพัฒน= 63 ซ.พัฒโน อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา 90110 เนื่องจาก โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา เปYน
โรงเรียนที่มีความทันสมัย มีพื้นที่สีเขียว อีกทั้งนักเรียนโรงเรียนวรพัฒน=มีมนุษยสัมพันธ=ที่ดีและอยDู
รวD มกนั ไดMเปนY อยDางดี
ขอบเขตเน้ือหา
การวิจัยครั้งนี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรง
เรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา ภายใตMแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรม แนวคิด
ทฤษฎีการปรับตัว และงานวิจัยที่เกี่ยวขMอง โดยอาศัยขMอมลู ประกอบการศึกษาไดMแกD การสัมภาษณ=เชิง
ลกึ (In-Depth Interview) และ การสังเกตแบบมสี วD นรวD ม (Participation)
ขอบเขตดา^ นระยะเวลา
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขMอมูลที่ใชMในการวิจัยตั้งแตDเดือนพฤศจิกายน 2564 –
กุมภาพนั ธ= 2565
1.6 นยิ ามคำศพั ทเB ฉพาะ
การศึกษาพฤติกรรม คือ กระบวนการเรียนรูMเพื่อที่จะศึกษาลักษณะนิสัยของ
นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวดั สงขลา
นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย คือ นักเรียนที่อยูDอายุในชDวงวัย 10 – 12 ปž
หรือนักเรียนที่กำลังศึกษาอยูDในระดับชั้นประถมศึกษาปžที่ 4 – 6 ของโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา
โรงเรียนวรพัฒนB อำเภอหาดใหญI จังหวัดสงขลา คือ โรงเรียนที่เป|ดรับนักเรียน
ตั้งแตDเนอสเซอรี่จนถึงระดับประถมศึกษาปžที่ 6 เปYนโรงเรียนประเภทสามัญศึกษา สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ กDอตั้งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2533 ภายใตM
ปรัชญาการจดั การศึกษา “ ทักษะเดDน เนMนคณุ ธรรม สราM งความสขุ ปลูกจิตสำนึก ”
4
บทท่ี 2 แนวคิดและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ยี วขอ> ง
ผูMวิจัยไดMคMนหาแนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวขMอง พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา ในชDวงสถานการณก= ารแพรD
ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ผูMวิจัยจะนำเสนอในหัวขMอที่เกี่ยวขMองตามลำดับ
ดงั ตอD ไปน้ี
2.1 แนวคดิ เกี่ยวกบั การปรับตวั
2.2 ชีวิตวิถีใหมD (New Normal) และการปรับตัวในภาวะสถานการณ=โรคไวรัส
(COVID-19)
2.3 ความหมายของการเรียนการสอนแบบออนไลน=
2.4 โรคอบุ ัติใหมDไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
2.5 งานวจิ ัยทีเ่ กีย่ วขMอง
2.1 แนวคิดเกีย่ วกับการปรับตวั
ผูMวิจัยขอนำเสนอเนื้อหาทั้ง 2 ประเด็น ไดMแกD (1) ความหมายของการปรับตัว (2)
ทฤษฎีเกีย่ วกับการปรบั ตวั (3) กระบวนการปรบั ตวั รายละเอียดดังนี้
ความหมายของการปรับตวั
บุคคลใดบุคคลหนึ่งเผชิญป‹ญหา ไมDวDาจะเปYนป‹ญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวบุคคล
นั้นเองหรือเปYน ป‹ญหาที่เกิดจากสภาพแวดลMอม โดยทั่วไปบุคคลนั้นก็จะพยายามปรับตัวสภาพที่เปYน
ป‹ญหาที่เขากำลังเผชิญนั้น เพื่อใหMสภาวะของความกดดัน ความเครียดความวMาวุDน วุDนวายใจ หรือ
ความกังวลใจคDอย ๆ คลี่คลายลง จนกระทั่งหมดไป หากไมDสามารถขจัดป‹ญหาตDาง ๆ ที่เกิดขึ้นใหMหมด
สิ้นไปไดM ความกังวลใจก็ ยังคงมีอยูDตDอไป และอาจจะมีผลกระทบใหMบุคคลนั้นตMองสูญเสียความสมดุล
ในตนเอง เกิดความ เครDงเครียด วิตกกังวล สับสน วMาวุDนใจ และความคับขMองใจ ทำใหMไมDมีความสุขใน
การดำเนินชวี ิต
โคลแมน และแฮมเมน (Coleman and Hammen, 1981, pp. 109) กลDาววDาการ
ปรับตัว หมายถึง ผลของความพยายามของบุคคลที่พยายามปรับ สภาพป‹ญหาที่เกิดขึ้นแกDตน ไมDวDา
ป‹ญหานั้นจะเปYนป‹ญหาดMานบุคลิกภาพ ดMานความตMองการหรือดMานอารมณ=ใหMเหมาะกับ
สภาพแวดลMอมที่บุคคลนั้นอยDู สDวนเบอร=นาด (Bernard) ใหMความหมายของการปรับตัววDาเปYนการท่ี
บุคคลสามารถปรับตัวใหMเขMากับตนเองและโลกภายนอกไดMอยDางดี ความพึงพอใจ ความแจDมใสอยDาง
สูงสดุ มพี ฤติกรรมทเี่ หมาะสมกบั สภาพสงั คม มีความสามารถท่ีจะเผชิญและยอมรับความจรงิ ของชวี ติ
5
สิริชัย ประทีปฉาย (2533, หนMา 177) กลDาววDาการปรับตัว หมายถึง การที่บุคคลหา
วิธีการตDาง ๆ ขจัดความไมDสบายใจใหMหมดไปเพื่อใหMสภาพจิตใจของตนเปYนปกติ เมื่อบุคคลมีความ
ตMองการก็ยDอม จะตMองตDอสูM เพื่อใหMไดMมาซึ่งสิ่งที่ตMองการ การตDอสูMดิ้นรนเปYนความพยายามที่จะ
แกปM ญ‹ หาในความเปนY อยDปู ระจาํ วนั
วราภรณ= ตระกูลสฤษดิ์ (2545, หนMา 2) ไดMอธิบายความหมายของการปรับตัวไวMวDา
เปYน กระบวนการที่บุคคลใชMความพยายามในการปรับตนเอง เมื่อตMองเผชิญกับสภาพป‹ญหาความอึด
อัดใจ ความคับขMองใจ ความเครียด ความทุกข=ใจ ความวิตกกังวลตDาง ๆ จนเปYนสภาพการณ=ที่บุคคล
นั้น ๆ สามารถอยูDในสภาพแวดลMอมหรือสภาพป‹ญหานั้น ๆ ไดM ถMาบุคคลปรับตัวแลMวสามารถอยูDใน
สภาพแวดลMอมไดอM ยาD งมีความสขุ นัน่ แสดงวาD บคุ คลนั้นมสี ุขภาพจติ ดี
สรุปไดMวDาการปรับตัว หมายถึง การท่ีบุคคลพยายามปรบั สภาพป‹ญหาทีเ่ กดิ ขน้ึ แกตD น
และพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนใหMเขMากับสภาพแวดลMอมและความตMองการของตนเอง จน
สามารถดำเนินชวี ิตไดMอยDางมคี วามสุขปราศจากความคับขMองใจ
กลDาวโดยสรุปไดMวDา การปรับตัวเปYนการที่บุคคล เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนตาม
ความตMองการของรDางกายและจิตใจ ซึ่งมีแรงกดดันมาจาก ภายนอก และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ใหMสอดคลMองกับสภาวะการณ=นั้น ๆ ก็เพื่อใหMตนบรรลุถึง สิ่งที่ปรารถนาและความตMองการที่จะอยูDใน
สงั คมนั้น ๆ ไดอM ยาD งมีความสุข
แนวคดิ ทฤษฎเี กี่ยวกบั การปรับตัว
การวิจัยครั้งนี้ไดMใชMทฤษฎีการปรับตัวของรอย (The Roy Adaptation Model)
(Roy et al., 2009, pp. 209-211) เปYนกรอบแนวคิด ซึ่งทฤษฎีนี้ไดMมีการใชMอยDางแพรDหลายใน
การศึกษาเกี่ยวกับการปรับตัว รอยเชื่อวDา มนุษย=เปYนสิ่งมีชีวิตที่ประกอบดMวย รDางกาย จิตใจ และ
สังคม บุคคลเปYนเหมือนระบบการปรับตัว (adaptive system) ที่มีความเปYนองค=รวมและเปYนระบบ
เป|ด ซึ่งจะปฏิสัมพันธ=กับสิ่งแวดลMอม ทั้งภายในและภายนอกตลอดเวลา ประกอบดMวย สิ่งนำเขMา
(input) กระบวนการเผชิญป‹ญหา (coping process) สิ่งนำออก (output) และกระบวนการ
ปkอนกลับ (feedback) สิ่งนำเขMาตามทฤษฎี การปรับตัวของรอย คือ สิ่งเรMาโดยโรคโคโรนาไวรัส 2019
(COVID - 19) ที่เกิดขึ้นจะเปYนสิ่งเรMาตรงที่ผูMป—วย ตMองปรับตัว สDวนป‹จจัยอื่น ๆ จะเปYนสิ่งเรMารDวมและ
สิ่งเรMาแฝงที่มีผลตDอการปรับตัว เมื่อสิ่งเรMาผDานเขMาสูD ระบบการปรับตัวของบุคคล ทำใหMบุคคลเกิดการ
ปรับตัวผDานกระบวนการเผชิญป‹ญหา ทั้งกลไก ควบคุม (regulator mechanism) ซึ่งเปYนการ
ตอบสนองของรDางกายตDอสิ่งเรMาอยDางอัตโนมัติ เปYนการทำงานกันรDวมกันของระบบประสาทและตDอม
ไรทM อD และกลไกคดิ รูM (cognator mechanism) ซง่ึ จะเปYนกลไกทที่ ำใหMผMูปว— ยเกิดการปรบั ตัว
6
1. มโนทัศน=หลักทฤษฎีการปรับตัวของรอย (Meta paradigm of concept Roy’s
Adaptation Model) มโนทัศน=หลักของทฤษฎีการปรับตัวของรอย ประกอบดMวย 4 มโนทัศน= ไดMแกD
บคุ คล ส่งิ แวดลอM ม สขุ ภาพ และการพยาบาล ซงึ่ ประกอบดวM ยรายละเอียด ดงั นี้
1.1 บคุ คล (person)
บุคคล หมายถึง ชีวะ-จิต-สังคม ที่มีปฏิสัมพันธ=กับสิ่งแวดลMอมที่มีการเปลี่ยนแปลง
อยูDตลอดเวลา (Ursavas Karayurt & Iseri, 2014, pp. 134) ในระบบของบุคคลนั้น เมื่อมีสิ่งเรMามา
กระทบ บุคคลจะเกิดกระบวนการปรับตัว (Coping process) ซึ่งผลลัพธ=ของการปรับตัวจะแสดงออก
เปนY พฤติกรรมการปรบั ตัว (Behavior) ของแตลD ะบุคคลน่ันเอง
1.1.1 กระบวนการเผชิญป‹ญหา (Coping process)
กระบวนการเผชิญป‹ญหาของบุคคลแบDงเปYน 2 กลไก ไดMแกD กลไกการควบคุม
(Regulator subsystem) เปYนกลไกที่ควบคุมการทำงานของรDางกายไมDสามารถควบคุมไดMดMวยสมอง
ไดMแกD ระบบประสาท ระบบตDอมไรMทDอ ระบบภูมิคุMมกัน ระบบเคมีตDาง ๆ ในรDางกาย และ กลไกการ
คิดรูM (Cognator subsystem) เปYนกลไกที่อยูDภายใตMการควบคุมของสมองในการสั่งการ ไดMแกD
อารมณ= การรับรูM การเรียนรูM การรับขMอมูล การตัดสินใจเปYนตMน ทั้งสองระบบนี้จะทำงานรDวมกันเสมอ
เพ่ือใหMรDางกายมีการปรบั ตวั ซงึ่ รปู แบบของการปรับตัวของบุคคลจะแบDงเปนY 4 ดาM นดMวยกนั
1.1.2 รปู แบบการปรบั ตัว (Mode of adaptation)
1.1.2.1 การปรับตัวดMานรDางกาย (Physiologic mode) หมายรวมถึงรูปแบบความ
ตMองการพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต ไดMแกD อากาศ น้ำ สารอาหาร กิจกรรม การพักผDอน นอนหลับ
รวมถึงการทำงานของระบบตาD ง ๆ ในราD งกาย
1.1.2.2 การปรับตัวดMานอัตมโนทัศน= (Self-concept mode) เปYนการผสมผสาน
ความรูMสึก ความเชื่อเกี่ยวกับตนเองทั้งดMานภาพลักษณ= ความคิด บุคลิกภาพ จิตวิญญาณ ความเชื่อ
รวมถงึ ศาสนา
1.1.2.3 การปรับตัวดMานบทบาทหนMาที่ (The role function mode) บทบาท
หนMาที่ของบุคคล แบDงเปYน 3 ระดับ ไดMแกD บทบาทปฐมภูมิ (Primary role) เชDน บทบาททางเพศ
ตอD มาคือ บทบาททุติยภูมิ (Secondary role) เปนY บทบาททางสังคมของบุคคล ทเ่ี กี่ยวขอM งกบั บทบาท
ปฐมภูมิ เชDน บทบาทการเปYนมารดา บทบาทการเปYนครู บทบาทการเปYนลูกที่ดี บทบาทเหลDานี้บุคคล
ตMองทำหนMาที่ตามบทบาทตลอดเวลา และ สุดทMาย คือ บทบาทตติยภูมิ (Tertiary role) เปYนบทบาท
ชั่วคราวที่เกิดขึ้นในบางชDวงของชีวิตที่บุคคล ตMองทำหนMาที่ตามบทบาทนั้น เชDน การดำรงบทบาทของ
นายกรัฐมนตรี การดำรงบทบาทประธานศาล เปYนตMน บทบาทที่กลDาวมานี้มีผลตDอการปรับตัวของ
บุคคลทั้งสิ้น เพื่อใหMสามารถทาหนMาที่ไดMตาม บทบาทของตนเอง (พัฒน=กมล อDอนสำลี, 2564, หนMา
197)
7
1.1.2.4 การปรับตัวดMานการพึ่งพาอาศัย (Interdependence mode) การปรับตัว
ดMานนี้ใหMความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ=ระหวDางบุคคล การใหMความสำคัญกับสัมพันธภาพ ซึ่งเปYนไป
ตามบริบททางสังคมของบคุ คลซงึ่ เก่ียวขอM งกบั บุคคลเอง กลุDมของบุคคล และสังคม
1.1.3 พฤตกิ รรมการปรับตัว (Behavior)
พฤติกรรมการปรับตัว หมายถึง ผลลัพธ=ของการปรับตัว เปYนการแสดงออกหรือ
ตอบสนองของบุคคลเมื่อไดMรับสิ่งเรMาจากสิ่งแวดลMอม แบDงไดMเปYน 2 แบบ ไดMแกD พฤติกรรมการปรับตัว
สำเร็จ (Adaptive response) เปYนพฤติกรรมการตอบสนองในเชิงบวก สDงเสริมใหMเกิดความแข็งแกรDง
ของบุคคล มุDงสูDการบรรลุเปkาหมาย การมีชีวิตอยูDรอด (Survival) การเจริญเติบโต (Growth) สามารถ
สืบเผDาพันธุ=ใหMคงอยูD มีความกMาวหนMา สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งแวดลMอมใหMเปYนไปตามที่ตMองการ ไดM
(Mastery) และ พฤติกรรมการปรับตัวที่ไมDมีประสิทธิภาพ (Ineffective responses) เปYนการ
ตอบสนอง/พฤติกรรมตDอสิ่งเรMาในแบบที่ไมDสDงเสริมใหMเกิดความแข็งแกรDงของระบบ แตDทำใหM ระบบ
เสียสมดุล ไมDสามารถบรรลุเปkาหมายของการปรับตัวอยDางหนึ่งอยDางใดไดM (คณะพยาบาลศาสตร=
จฬุ าลงกรณม= หาวทิ ยาลัย, 2555, หนMา 2)
1.1.4 ระดับการปรับตวั (Adaptive level)
ตามแนวคิดทฤษฎีของรอยเชื่อวDา การปรับตัวเปYนการตอบสนองภายในระบบ เมื่อมี
เหตุการณ=เขMามากระทบ การปรับตัวมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีปฏิสัมพันธ= กับสิ่งแวดลMอม
ภายในและสิ่งแวดลMอมภายนอก ซึ่งรDางกายจิตใจ อารมณ= และสังคม ไมDสามารถแยกจากกันไดM บุคคล
จะมีการปรับตัวเพื่อใหMเกิดความปกติสุขหรือมีภาวะสุขภาพที่ดี (ศรัณยา แสงมณี, มณี อาภานันทิกุล
และยุพาพิน ศิรโพธิ์งาม, 2555) ระดับการปรับตัว แบDงไดMเปYน 3 ระดับ (คณะพยาบาลศาสตร=
จฬุ าลงกรณม= หาวทิ ยาลัย, 2555, หนาM 2) ดังน้ี
1.1.4.1 ระดับแข็งแกรDง (Integrated) เปYนระดับที่การปรับตัวของบุคคล
ขณะที่โครงสรMางและการทำหนMาที่สามารถดำเนินไปไดMดMวยดีอยDางเปYนองค=รวม และสามารถ
ตอบสนองความตอM งการพ้ืนฐานของบคุ คลไดM
1.1.4.2 ระดับทดแทน (Compensatory) เปYนระดับการปรับตัวของบุคคล
ขณะที่กำลังถูกทMาทายจากสิ่งเรMาภายนอก ทำใหMบุคคลตMองมีการปรับตัว ปรับเปลี่ยนตนเอง เพื่อรักษา
ภาวะสมดลุ ของรDางกาย
1.1.4.3 ระดับเสียสมดุล (Compromised) เปYนระดับการปรับตัวที่รDางกาย
ไมD สามารถกลบั คืนสDูภาวะสมดลุ ไดM หรอื ลMมเหลว ทำใหMกระทบตอD ภาวะสุขภาพและการดำรงชวี ิต การ
ทำงาน การทำหนาM ที่
8
1.2 ส่ิงแวดลอM ม (Environment)
สิ่งแวดลMอม หมายถึง สิ่งที่อยูDรอบ ๆ ทั้งภายในและภายนอกบุคคล ซึ่งสDงผลตDอการ
ปรับตัวของบุคคลทั้งทางตรงและทางอMอม (Ursavas Karayurt & Iseri, 2014; Jacqueline,
Schiegnitz, & Euler, 2009) ในที่นี้จะเรียกสิ่งแวดลMอมทีสDงผลตDอบุคคลนี้วDา “สิ่งเรMา (Stimuli)” ส่ิง
เรMา (Stimuli) หมายถึง สิ่งที่กระตุMนใหMบุคคลมีการตอบสนอง หรือ เปYนสิ่งที่เกิด ปฏิสัมพันธ=ระหวDาง
ระบบบุคคลกับสิ่งแวดลอM ม ส่งิ เราM ทงั้ ภายในและภายนอกแบงD ออกเปYน 3 ชนดิ ไดMแกD
1.2.1 สิ่งเรMาตรง (Focal stimuli) หมายถึง สิ่งที่มากระทบบุคคลโดยตรง
และสDงผล ใหMบุคคลนั้นมีการตอบสนองตDอสิ่งนั้นในทันทีทันใด (Jacqueline, Schiegnitz, & Euler,
2009) เชDน การเกิดโรค หรอื การเจบ็ ป—วยในคน เชนD โรคมะเร็งเตMานม โรคไต ฯลฯ
1.2.2 สิ่งเรMารDวม (Contextual stimuli) เปYนสิ่งเรMาที่อยูDเบื้องหลัง แตD
เสริมสรMางหรือมีสDวนรDวมใหMสิ่งเรMาตรงมีผลกระทบตDอบุคคลมากขึ้นหรือลดลง เชDน การรักษาดMวยรังสี
ในผปูM —วยมะเรง็ หรอื การลาM งไตในผปูM ว— ยไตวายเรอื้ รงั
1.2.3 สิ่งเรMาแฝง (Residual stimuli) หมายถึง สิ่งเรMาที่มากระทบบุคคล
แลMว ไมDทราบป‹จจัยที่มากระทบตDอบุคคลชัดเจนแตDอาจสDงผลกระทบตDอบุคคลโดยไมDทราบหรือระบุ
ความ รุนแรงไดMแนDชัด เชDน ความเชื่อในการรักษาดMวยยาผีบอกในคนไขMมะเร็งระยะสุดทMาย ความเช่ือ
ทบ่ี อก ตDอกนั มาเรอ่ื งการกินสมุนไพรเพือ่ ขบั นำในคนไขโM รคไตวายเรอ้ื รัง เปYนตนM
1.3 สขุ ภาพ (Health)
สุขภาพ ในแนวคิดของรอย หมายถึง ความคาดหวังของมิติการเปYนอยูDของบุคคล
การแสดงออกถึงสุขภาพและการเจ็บป—วยตามสภาพที่บุคคลเปYนอยูDจริง (Ursavas Karayurt & Iseri,
2014; Jacqueline, Schiegnitz, & Euler, 2009)
สุขภาพ คือ ภาพสะทMอนที่เปYนสัญลักษณ=ของระบบการปรับตัวที่มีการเจริญเติบโต
หรือ พัฒนาขึ้นภายใตMสภาพแวดลอM มทมี่ ีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา สุขภาพ เปนY กระบวนการปรับตัว
ที่ลักษณะเปYนองค=รวม ทำใหMระบบการปรับตัวที่มีความแข็งแกรDง บรรลุเปkาหมาย คือ การมีชีวิตอยDู
รอดเจริญเติบโต สามารถสืบเผDาพันธุ=ใหMคงอยูDมีความกMาวหนMา และสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งแวดลMอม ใหM
เปนY ไปตามตอM งการไดM (คณะพยาบาลศาสตร= จฬุ าลงกรณ=มหาวิทยาลัย, 2555, หนาM 2)
1.4 การพยาบาล (Nursing)
การพยาบาล เปYนความรูMทางวิทยาศาสตร=ที่เกี่ยวขMองกับการปรับตัวของบุคคล โดย
นำความรูMเชิงวิทยาศาสตร=สูDการปฏิบัติการพยาบาลโดยมีเปkาประสงค=หลักเพื่อใหMบุคคล เกิดการ
ปรับตัวไดM (Ursavas Karayurt & Iseri, 2014; Jacqueline, Schiegnitz, & Euler, 2009) จนบรรลุ
เปkาหมาย ของการมีชีวิตอยูDรอด และสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งแวดลMอมใหMเปYนไปตามตMองการไดM โดยใชM
9
กระบวนการพยาบาลตามขั้นตอนที่ Roy เสนอไวM มี 6 ขั้นตอน (คณะพยาบาลศาสตร= จุฬาลงกรณ=
มหาวิทยาลยั , 2555, หนาM 2) ไดMแกD
1.4.1 การประเมินพฤติกรรมการปรับตัว (Assessment of behavior) หมายถึง
รวบรวมขMอมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล ในเรื่องของการปรับตัว จากนั้นพยาบาลจึงตัดสินใจวDา
พฤติกรรมที่รวบรวมไดMนั้นเปYนพฤติกรรมที่เปYนการปรับตัวไดMสำเร็จ หรือปรับตัวอยDางไมDมี
ประสิทธภิ าพ
1.4.2 การประเมินสิ่งเรMา (Assessment of stimuli) เปYนขั้นตอนในการคMนหาสิ่งเรMา
ตรง สิ่งเรMารDวม หรือสิ่งเรMาแฝง โดยเฉพาะสิ่งเรMาตรง เน่ืองจากสDงผลตDอระบบของบุคคลมากที่สุด ผMู
ประเมินจึงตอM งรอบคอบ และตอM งมีความรMู ความเขาM ใจ ในสิ่งเรMาประเภทตDาง ๆ
1.4.3 การกำหนดขMอวินิจฉัยการพยาบาล (Nursing diagnosis) เปYนขั้นที่พยาบาล
ตัดสินวDา สถานการณ=ปรับตัวของระบบปรับตัวกลุDมใดเรื่องใดไมDมีประสิทธิภาพ โดยตMองระบุ
พฤติกรรมทส่ี ังเกตไดMควบคDไู ปดMวย
1.4.4 การกำหนดเปkาหมายการพยาบาล (Goal setting) เปYนขMอความที่บอกชัดเจน
วDาผลลัพธ=ที่เปYนพฤติกรรม หรือการตอบสนองที่ควรจะเกิดขึ้นและเปYนผลจากการปฏิบัติการเพ่ือ
ชDวยเหลือใหบM ุคคลปรับตวั ไดMคืออะไร
1.4.5 การกำหนดการบำบัดทางการพยาบาล (Intervention) การกำหนดเปkาหมาย
ทางการพยาบาล เปYนการกำหนดวDาพยาบาลจะทำอะไรบMาง เพื่อทำใหMบุคคลหรือกลุDมคนมีการ
ปรับตัวไดMสำเรจ็
1.4.6 การประเมินผล (Evaluation) การประเมินผลเปYนขั้นตอนสุดทMายภายหลัง
จากที่พยาบาลปฏิบัติการพยาบาลแลMว พยาบาลตMองประเมินพฤติกรรมการปรับตัวของผูMป—วยอีกครั้ง
โดยพจิ ารณาจากพฤติกรรมของระบบ การปรับตัวเปรียบเทยี บกับเปาk หมายท่ีกำหนดไวM
10
แผนภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ทฤษฎกี ารปรับตวั ของรอย
ท่มี า : (Jacqueline, Schiegnitz, & Euler, 2009, pp. 299)
สรุปไดMวDา การปรับตัว สามารถพิจารณามองหาความสำคัญของการปรับตัวระหวDาง
บุคคลในสังคมนั้น พบวDาเมื่อมนุษย=เกิดการเผชิญสิ่งตDาง ๆ ทDามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพ
สิ่งแวดลMอมไมDวDาทางดMานสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ทำใหMมนุษย=เกิดปฏิกิริยาตอบโตMกับ
สิ่งแวดลMอมที่เปลี่ยนแปลงขึ้นมีการปรับตัวที่เกิดจากความตMองการของตัวเองที่เกิดทDามกลางการ
เปลี่ยนแปลงไดMดีที่สุด สามารถแกMไขป‹ญหาที่เกิดขึ้นไดM เพื่อความอยูDรอดของสังคมมนุษย= สามารถแยก
การปรับตัวของมนุษย=ไดMเปYน 3 ดMานหลัก ๆ ดังนี้ การปรับตัวดMานสังคม การปรับตัวดMานวัฒนธรรม
การปรับตัวดMานเศรษฐกิจ ลMวนแลMวมีความสำคัญที่สอดคลMองกันในทิศทางที่ดีขึ้นเพื่อความอยูDรอดของ
สงั คมมนษุ ย=
เชDนเดียวกับ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ=ศักดิ์ (2559) ไดMอธิบาย ความหมายของการ
ปรับตัววDา การปรับตัวใหMเปYนไปตามสภาพแวดลMอมบางครั้งเกิดอุปสรรค หรือเปYนไปอยDางราบรื่น การ
ปรับตัวเกิดจากความตMองการของมนุษย=ทำใหMสามารถใชMวิธีแบบตDาง ๆ ในการดำเนินการเพื่อใหMบรรลุ
ถึงความตMองการของสภาพแวดลอM ม หรืออุปสรรคท่เี ขาM มาขัดขวาง
สรุปไดMวDา มนุษย=เรียนรูMที่จะปรับตัวใหMพรMอมเขMากับสถานการณ=นั้น ๆ โดยใหMบรรลุ
เปาk หมายและฝ—าฟ‹นอุปสรรคท่เี ขMามาขวางใหMไดM
11
เชDนเดียวกับ ชัยวัช โซวเจริญสุข (2559) ใหMความหมาย การปรับตัววDา เปYน
กระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นโดยไมDไดMคาดคิด ในการที่จะเลือกทางเลือกตDาง ๆ เพื่อการปฏิบัติสิ่งใด
สิ่งหนึ่ง ทางเลือกปฏิบัติดังกลDาวนั้น เพื่อเปYนการหลีกเลี่ยงการกระทำใหMหมดไป ซึ่งขMอขัดแยMงระหวDาง
บุคคล หรือกลุDมพฤติกรรมจะเกิดขึ้นในลักษณะการปฏิบัติตDางตอบแทนซึ่งกันและกัน มีความเชื่อวDา
การปรับตวั น้เี กดิ จากการเรียนรMูทางสงั คม มากกวDาจากการถาD ยทอดทางกรรมพนั ธุ=
สรุปไดMวDา กระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นโดยไมDคาดคิด เปYนทางเลือกในการปฏิบัติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อเปYนการหลีกเลี่ยงการกระทำนั้น และเกิดการเรียนรูMทางสังคม มากกวDาการถDายทอด
ทางกรรมพันธ=ุ
เชDนเดียวกับ ธัญญลักษณ= รุMงแสงจันทร= (2561) ใหMความหมายของ การปรับตัววDา
เปYนกระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นกับผูMยMายถิ่น จะโดยรูMตัวหรือไมDก็ตามในการจะเลือกปฏิบัติสิ่งใดสิ่ง
หนึ่งเพื่อปรับความตMองการของตนเองใหMเขMากับสิ่งแวดลMอม และสามารถปรับตัวใหMเขMากับป‹ญหา และ
สามารถแกMไขป‹ญหาตDาง ๆ ที่เกิดขึ้นไดMรวมทั้งความสามารถในการเกี่ยวขMองกับบุคคลตDาง ๆ และ
เรียนรูMทักษะทางสังคมไดM เชDน ความสามารถในการเกี่ยวขMองกับบุคคลอื่นทั้งกลุDมเพื่อนและคนแปลก
หนMา และจะชDวยพัฒนาทัศนคติที่ดีตDอสังคม เชDน มีความคิดที่จะชDวยเหลือคนอื่น ๆ เปYนตMน ซึ่งโดย
ปกติแลMว การปรับตัวจะเกิดจากการเรียนรูMทางสังคมมากกวDาจะเกิดขึ้นจากการถDายทอดทาง
พนั ธุกรรม
สรุปไดMวDา กระบวนการปรับตัวที่เกิดขึ้นทางสังคมทั้งที่จะรูMตัวหรือไมDรูMตัวก็ตามสDงผล
ตDอการเลือกปฏิบัติทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไมDวDาจะเปYน การแกMไขป‹ญหา สภาพแวดลMอม ทักษะการเรียนรูMทาง
สงั คม เปYนตMน
กลDาวโดยสรุปไดMวDา การปรับตัวนั้นมีหลากหลายความหมาย แตDอยDางไรก็ตาม
ความหมายองการปรับตัวที่เหมือนกันนั้น คือการปรับตัวใหMเขMากับสภาพแวดลMอมนั้น ๆ เพื่อเกิดการ
เรยี นรูM การแกไM ขปญ‹ หา และสามารถเอาตวั รอดไดใM นทกุ ๆ สถานการณ=
2.2 ชวี ติ วถิ ใี หมI (New Normal) และการปรับตวั ในภาวะสถานการณโB รคไวรัส (COVID-19)
ผูMวิจัยขอนำเสนอเนื้อหาทั้ง 4 ประเด็น ไดMแกD (1) "New Normal" ในบริบท
สถานการณ=การแพรDระบาดของ “โควิด-19” (2) New Normal” ดMานสาธารณสุขไทย (3) New
Normal" ดMานธุรกิจ เศรษฐกิจ (4) พฤติกรรมแบบ New Normal กับชีวิตวิถีใหมDของคนไทย
รายละเอยี ดดงั ตอD ไปนี้
New Normal แปลวDา ความปกติใหมD ฐานวิถีชีวิตใหมD หมายถึง รูปแบบการดำเนิน
ชีวิตอยDางใหมDที่แตกตDางจากอดีต อันเนื่องจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติที่
12
คนในสังคมคุMนเคยอยDางเปYนปกติและเคยคาดหมายลDวงหนMาไดM ตMองเปลี่ยนแปลงไปสูDวิถีใหมDภายใตM
หลักมาตรฐานใหมทD ไ่ี มคD นุM เคย
New normal ก็คือความปกติใหมDที่มนุษย=เรียนรูMที่จะนํามาใชMเพื่อปรับตัวใหMอยูDรอด
ไดMในสภาพแวดลMอม นั้น ๆ และเมื่อไหรDก็ตามที่สภาพแวดลMอมเปลี่ยนแปลงไปหรือมีเหตุการณ=อยDาง
ใดอยDางหนึ่งเกิดขึ้นที่สDงผลกระทบ อยDางมากตDอการดํารงชีวิตของมนุษย= มนุษย=ก็จะมีการปรับตัวใหมD
อีกคร้ังเพอ่ื ความอยูรD อด
2.2.1 "New Normal" ในบริบทสถานการณBการแพรIระบาดของ “โควิด-19”
ชDวงปลาย พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2563 นั้น อธิบายไดMวDา เปYนสถานกาณ=ที่เกิดขึ้น
อยDางรวดเร็วและรุนแรงจนแพรDกระจายไปในประเทศตDาง ๆ ทั่วโลก ผูMคนเจ็บป—วยและลMมตาย
จำนวนมาก จนกลายเปYนความสูญเสียอยDางใหญDหลวงอีกครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ มนุษย=จึง
จำเปYนตMองปkองกันตนเองเพื่อใหMมีชีวิตรอดดMวยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผิดไปจาก
วิถีเดิม ๆ โดยมีการปรับหาวิถีการดำรงชีวิตแบบใหมDเพื่อใหMปลอดภัยจากการติดเชื้อ ควบคูDไปกับ
ความพยายามรักษาและฟ³´นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ นำไปสูDการสรรค=สรMางสิ่งประดิษฐ=
ใหมD ๆ เทคโนโลยีใหมD ๆ มีการปรับแนวคิด วิสัยทัศน= วิธีการจัดการ ตลอดจนพฤติกรรมท่ีเคยทำมา
เปYนกิจวัตร เกิดการบDายเบนออกจากความคุMนเคยอันเปYนปกติมาแตDเดิมในหลายมิติ ทั้งในดMาน
อาหาร การแตDงกาย การรักษาสุขอนามัย การศึกษาเลDาเรียน การสื่อสาร การทำธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งสิ่ง
ใหมDเหลDานี้ไดMกลายเปYนความปกติใหมD จนในที่สุด เมื่อเวลาผDานไป ก็ทำใหMเกิดความคุMนชินก็จะ
กลายเปYนสDวนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของผMูคนในสังคม
2.2.2 New Normal” ด^านสาธารณสุขไทย สำหรับ “New Normal”
ในบริบท “COVID-19” นั้น ในดMานของการสาธารณสุขของเมืองไทย โดยทาง ศบค.
มีการประกาศมาตรการการปkองกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนตMองใหMความสำคัญ
และปฏิบัติตามอยDางเครDงครัด ไดMแกD (1) สวมใสDหนMากากผMาหรือหนMากากอนามัยเสมอ (2) ตMองเวMน
ระยะหDาง 2 เมตร (3) ลMางมือบDอย ๆ พกเจลแอลกอฮอล= (4) หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด (5) หลีกเลี่ยง
กลุDมเสย่ี งหรือผูทM มี่ ีอาการปว— ย
2.2.3 "New Normal" ด^านธุรกิจ เศรษฐกจิ “New Normal”
ในบริบทของการทำธุรกิจ คMาขาย รวมถึงภาพใหญDในระบบเศรษฐกิจของไทย พบวDา
ผูMคนยุคโควิด-19 จำเปYนตMองอยูDบMานมากขึ้นเกิดเทรนด=การทำงานรูปแบบใหมDคือ Work from Home
สDวนนักเรียนก็ตMองปรับตัวสูDการเรียนที่บMานผDานการ “เรียนออนไลน=” การจับจDายซื้อของตDาง ๆ ก็ตMอง
13
ซื้อออนไลน=กันมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจหรือการคMาขายในความปกติรูปแบบใหมDจึงหนีไมDพMนการทำธุรกิจ
ออนไลน= โดยเฉพาะธุรกิจขายสินคMาและจัดสDงแบบ “เดลิเวอรี่” ที่พบวDาเติบโตขึ้นอยDางมากในชDวงน้ี
สDวนรMานอาหารก็ตMองปรับตัวสูD New Normal เชDนกัน มีทั้งขายแบบเดลิเวอรี่ หรือบางรMานที่เป|ดใหM
รับประทานที่รMานไดMแลMว ก็ตMองมีการกั้นฉากใหMลูกคMาแตDละคน ไมDใหMลูกคMาใกลMชิดหรือแออัดกัน และ
เวนM ระยะหDางของการน่งั ระหวาD งโตะµ อาหาร
เชDนเดียวกับ บดินทร= ชาตะเวที นําเสนอประกอบดMวย วธิ ีคดิ วิธีเรียนรMู วธิ ีสอื่ สาร วธิ ี
ปฏิบัติและ การจัดการการใชMชีวิตแบบใหมDเกิดขึ้นหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำใหMมนุษย=ตMอง
ปรับตัวเพื่อรับมือกับ สถานการณ=ป‹จจุบันมากกวDาจะธํารงรักษาวิถีดั้งเดิมหรือหวนหาถึงอดีต ซึ่งสิ่งท่ี
จะเกิดขึ้นนั้นลMวนเปYนสิ่งใหมDที่เรา ตMองปรับตัว ไมDอาจคาดคะเนไดMวDาจะมีสิ่งใดที่จะเปลี่ยนแปลงไป
บMางหรือมีอะไรจะเกิดขึ้นไดMบMาง โดยวันนี้สิ่งที่เรา จะมาพูดกันหลัก ๆ คือ การเปลี่ยนแปลงทางดMาน
พฤติกรรมและการใชMชวี ติ ทค่ี าดวDานาD จะมกี ารเปล่ยี นแปลงมากที่สดุ กลDาวคอื
(1) หนMากากอนามัย และแอลกอฮอล=เจล ยังคงเปYนอุปกรณ=ที่ชDวยในการปkองกัน
ตัวเอง เปYนที่ตMองการและ ผูMคนมีการใชMกันมากขึ้นจนเปYนเรื่องปกติ เพราะเปYนวิธีการปkองกันตัวจาก
ความเส่ยี งจากการติดเช้อื โรค และการแพรDกระจายเชื้อโรคไปยังบคุ คลอ่ืน
(2) ยังคงมี social distancing ตDอไปทั้งในแงDของรDางกาย และจิตใจดMวย ความเชื่อ
ใจกันทเี่ คยแสดง ออกมาผDาน Human Touch จะนอM ยลง
(3) ผูMคนเริ่มหันมาใหMความสําคัญกับรับประทานอาหารที่มีประโยชน=ดีตDอสุขภาพ
ปลอดภัย และมีความสะอาด โดยเนMนอาหารทม่ี าจากธรรมชาติ หรือ ออรแ= กนิค มากข้ึน
(4) ผูMคนนิยมการออกกําลังกายมากขึ้น หันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น ใสDใจ
ตนเอง และรกั ตวั เองมากขน้ึ
(5) ลดการพบปะผูMคนในสังคมแลMวหันมาใชMชีวิต และทํางานที่บMาน มีเวลาอยูDกับ
ครอบครัวมากขึ้น ทำใหMผูMคนมองเห็นแนวทางที่จะสรMางสมดุลชีวิตระหวDางอยูDบMานมากขึ้น และจะเปYน
แนวทางในการปรับสมดลุ ชีวิต ระหวาD งเวลาสDวนตวั การงาน และสังคมใหสM มดลุ มากย่งิ ข้ึน
(6) หลีกเลี่ยงการสัมผัสกันโดยไมDจําเปYน วัฒนธรรมในการทักทายของผูMคน
โดยเฉพาะหลาย ๆ ชาติในตะวนั ตกท่ีเคยจบั มือ สมั ผัสตัวกนั จะเปลย่ี นแปลงไป
(7) ดิจิทัลจะกลายเปYนความสําคัญหลักในการดํารงชีวิต ไมDใชDแคDคน Gen C แตDคือ
คนทกุ รDุน ทกุ วยั จะสามารถใชMงานดจิ ทิ ลั ไดMอยาD งคMุนเคย
(8) เทคโนโลยีจะกลายเปYนเรื่องปกติในชีวิตประจําวัน ทั้งการ work from home,
food delivery, shopping online หรอื การเรียนออนไลน=
(9) เงินกระดาษ หรือ เหรียญที่หมุนเวียนอยูDในระบบจะถูกใชMนMอยลงเรื่อย ๆ จน
กลายเปนY สงั คมไรMเงินสด โดยสมบรู ณใ= นไมชD Mา
14
(10) ผูMคนมีการแบDงฝ‹กแบDงฝ—าย มีการเลือกปฏิบัติมากขึ้น ดMวยเหตุผลทางดMานความ
ปลอดภยั หรอื การคาํ นึงถงึ สุขอนามัย
(11) ระบบสาธารณสุขจะมีแพลทฟอร=มดMานสุขภาพเปYนบริการพื้นฐาน และการ
ปkองกันความเจ็บป—วยจะมคี วามสําคญั มากยิ่งขนึ้
2.2.4 พฤตกิ รรมแบบ New Normal กบั ชีวิตวิถใี หมIของคนไทย
มีขMอมูลจากเว็บไซต=ธรรมนิติ ไดMเผยแพรDขMอมูลการสำรวจของซุปเปอร=โพลและ
นำเสนอ แนวทางชีวิตวิถใี หมDของคนไทยไวM มีดงั นี้คือ
1. การใชMเทคโนโลยี และอินเทอร=เน็ต เทคโนโลยีควบคูDกับอินเทอร=เน็ตจะเขMามา มี
บทบาทกับการใชMชีวิตมากขึ้น ที่จากเดิมมีมากอยูDแลMว แตDในสังคมยุค New Normal สิ่งเหลDาน้ี จะเขMา
ไปอยูDในแทบทุกจังหวะชีวิต ไมDวDาจะเปYน การเรียนออนไลน= การทำงานที่บMาน การประชุม ออนไลน=
การซื้อสินคาM ออนไลน= การทำธุรกรรม และการเอนเตอร=เทนชวี ติ รูปแบบตDาง ๆ อยาD งดหู นัง ฟง‹ เพลง
2. การเวMนระยะหDางทางสังคม ผูMคนในสังคมจะเห็นความสำคัญของการเวMน
ระยะหDาง ที่เปYนแนวทางการใชMชีวิตชDวงวิกฤติโควิด-19 และจะดำเนินชีวิตแบบนั้นตDอไป โดยรักษา
ระยะหDาง ทางกายภาพเพิ่มขึ้น และใชMเทคโนโลยีเขMามามีสDวนชDวยในการสื่อสารและการใชMชีวิต ลด
การปฏสิ ัมพนั ธ= การไปในสถานท่สี าธารณะ และเนMนการทำกจิ กรรมทบี่ Mานมากขึน้
3. การดูแลใสDใจสุขภาพทั้งตัวเองและคนรอบขMาง โดยเกิดความคุMนชินจากชDวงวิกฤติ
โควิด-19 ที่ตMองดูแลดMานสุขภาพและความสะอาดเพื่อปkองกันการแพรDเชื้อ ดังนั้นพฤติกรรมการใชM
หนMากากอนามัย เจลแอลกอฮอล= และการลMางมืออยDางถูกวิธี และหมั่นสังเกตตัวเองเมื่อไมDสบาย จะ
ยังคงมีตDอไป รวมถึงการหันมาใสDใจสุขภาพ การออกกำลังกาย และการทำประกันสุขภาพ จะมี
แนวโนMมมากขึ้น
4. การสรMางสมดุลชีวิต การมีโอกาสไดMทำงานที่บMาน ลดจำนวนวันการเขMาออฟฟ|ศ
หรือ การลดการพบปะผูMคนในสังคม แลMวหันมาใชMชีวิต และทำงานที่บMาน ทำใหMผูMคนมองเห็นแนวทาง
ที่จะสรMางสมดุลชีวิตระหวDางอยูDบMานมากขึ้น และจะเปYนแนวทางในการปรับสมดุลชีวิตระหวDางเวลา
สวD นตวั การงาน และสังคมใหสM มดุลมากยง่ิ ขนึ้
สรุปไดMวDา ชีวิตวิถีใหมD (New Normal) ทั้ง 3 ดMาน ไดMแกD (1) New Normal ดMาน
ธุรกิจ เศรษฐกิจ (2) New Normal ดMานสาธารณสุขไทย (3) New Normal ในบริบทสถานการณ=
การแพรDระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 (COVID - 19) เกิดกระบวนการเรียนรูMเพื่อใหMปรับตัวใหM
เขMากับสถานการณ=นั้น ๆ นำไปสูDการสรรค=สรMางสิ่งประดิษฐ=ใหมD ๆ เทคโนโลยีใหมD ๆ มีการปรับ
แนวคิด วิสัยทัศน= เพอื่ ใหMเทDาทันกับยุค New Normal ในสถานการณ=ป‹จจุบัน
15
กลDาวโดยสรุปไดMวDา New normal ก็คือความปกติใหมDที่มนุษย=เรียนรูMที่จะนํามาใชM
เพื่อปรับตัวใหMอยูDรอดไดMในสภาพแวดลMอม นั้น ๆ และเมื่อไหรDก็ตามที่สภาพแวดลMอมเปลี่ยนแปลงไป
หรือมีเหตุการณ=อยDางใดอยDางหนึ่งเกิดขึ้นที่สDงผลกระทบ อยDางมากตDอการดํารงชีวิตของมนุษย= มนุษย=
กจ็ ะมีการปรบั ตวั ใหมอD ีกครง้ั เพ่อื ความอยรDู อด
2.3 การเรียนการสอนแบบออนไลนB
การเรียนการสอนแบบออนไลน= คือ นวัตกรรมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีเรียน
ที่เปYนอยDู เดิมเปYนการเรียนที่ใชMเทคโนโลยีที่กMาวหนMา เชDน อินเทอร=เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ=ทราเน็ต
ดาวเทียม ดังนนั้ จึงหมายรวมถึงการเรียนทางไกล การเรียนผาD นเว็บ หอM งเรยี นเสมือนจรงิ ซง่ึ มจี ุดเชอื่ ม
โยงคือ เทคโนโลยีการสื่อสารเปYนสื่อกลางของการเรียนรูM" (เว็บไซต= http:// www.capella.edu /
eLearning)
การเรียนการสอนแบบออนไลน=เปYนรูปแบบของเนื้อหาสาระที่สรMางเปYนบทเรียน
สำเร็จรูปที่อาจใชMซีดีรอมเปYนสื่อกลางในการสDงผDาน หรือใชMการสDงผDานเครือขDายภายในหรือ
อินเทอรเ= น็ต ทง้ั นี้ อาจจะอยDใู นรูปแบบคอมพวิ เตอร=ชวD ยการฝก& อบรม (Computer Based Training :
CBT) และการใชM เว็บเพื่อการฝ&กอบรม (Web Based Training : WBT) หรือการเรียนการสอน
ทางไกลผาD นดาวเทียมก็ ไดM Kurtus (2000)
การเรียนรูMแบบออนไลน= หรือ e-learning เปYนการศึกษาเรียนรูMผDานเครือขDาย
อินเทอร=เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต (Intranet) ดMวยตัวเอง ผูMเรียนจะไดMเรียนตามความสามารถ
และความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียน ประกอบดMวย ขMอความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และ
มัลติมีเดียอื่น ๆ จะถูกสDงไปยังผูMเรียนผDาน Web Browser โดยผูMเรียน ผูMสอน และเพ่ือนรDวมชั้นเรียน
ทุกคนสามารถติดตDอ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหวDางกันไดMเชDนเดียวกับการเรียนในชั้นเรียน
ปกติ โดยอาศัย เครื่องมือการติดตDอสื่อสารที่ทันสมัย เชDน (e-mail, web-board, chat, Social
Network) การเรียนรูMแบบออนไลน=จึงเปYนการเรียนสาหรับทุกคน, เรียนไดMทุกเวลา และทุกสถานที่
(Learn for all : anyone, anywhere and anytime)
วิธีจัดการเรียนการสอนผDานสื่ออิเล็กทรอนิกส= e – learning เปYนในป‹จจุบันใชMกันอยDู
3 ลักษณะ คือ ใชMเปYนสื่อเสริม โดยการสรMางเว็บเพจโครงการสอน เนื้อหาวิชาบางสDวน หรือทั้งหมด
แจMงแหลDงอMางอิง แหลDงคMนควMา ใหMนักศึกษาทราบ ตอบคำถามที่นักศึกษาถามเขMามาบDอย ๆ
(Frequently Ask Question – FAQ) แจMง e-mail ใหMผูMเรียนสDงงาน ใชMเปYนทางเลือก โดยผูMเรียน
สามารถเลือกเรียน แบบวิธีเขMาชั้นเรียนปกติ หรือเรียนผDานระบบ เครือขDายคอมพิวเตอร= ดังนั้นเว็บ
เพจรายวิชาตMองมี ความสมบูรณ=ใกลMเคียงกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน นั่นคือจะตMองมีความ
ละเอียดมากกวDา ในระดับที่ใชMเปYนสื่อเสริมใชMสอนทดแทนการเรียนการสอนปกติ เปYนระดับสูงสุดท่ี
16
คาดหวังในการทำ e – learning โดยผูMเรียนสามารถเรียน ทำแบบฝ&กหัด และทดสอบตนเองไดMใน
ระบบออนไลน=โดยไมD ตMองเขMาชั้นเรียน อยDางไรก็ตาม ในการประเมินผลออนไลน= ยังตMองอาศัยความ
ซอื่ สตั ยข= องผเูM รยี น จึง ยงั คงนำมาใชMไดMยาก ขอM สอบอาจอยูDในกระดาษ หรืออยูDในคอมพิวเตอรก= ็ไดM
2.3.1 ความหมายของบทเรียนออนไลนB
บทเรียนที่จัดทำขึ้นเปYนสื่อการสอน ผDานระบบเครือขDายอินเทอร=เน็ต ประกอบไป
ดMวย โครงสรMางหลักสูตรคำอธิบายรายวิชา หนDวยการเรียนรูM การวางแผนการจัดการเรียนรูM เนื้อหา
แบบทดสอบ แบบฝ&กทักษะเพื่อใหMนักเรียนและผูMที่สนใจศึกษา สามารถศึกษาคMนควMาความรูM ไดMดMวย
ตนเอง โดยออกแบบไวM ใหโM ตตM อบกับผูเM รียนไดM
การเรียนการสอนผDานระบบเครือขDายอินเทอร=เน็ตในรูปแบบดังกลDาวขMางตMนนี้ ไดMมี
ผูMจัดทำมาแลMวเปYนจำนวนมาก โดยอาจใชMชื่อเรียกแตกตDางกันไป เชDน เว็บไซต=ชDวยสอน บทเรียนผDาน
เครือขDายอินเทอร=เน็ต หรืออื่น ๆ ซึ่งลMวนแลMวแตDตั้งอยูDบนพื้นฐาน เดียวกันคือ เปYนสื่อการสอน
ประเภทเว็บไซต=ชDวยสอนแสดงผลผDานระบบเครือขDายอินเทอร=เน็ต ขึ้นอยูDกับผูMจัดทำจะพัฒนาไปใน
รูปแบบใด
จากการศึกษาและสืบคMนเกี่ยวกับบทเรียนออนไลน= ผูMวิจัยพบวDาการใชMบทเรียน
ออนไลน=ใน การจัดการเรียนการสอนมีประโยชน=หลายประการเชDน 1. เหมาะกับการเรียนรูMตามความ
สนใจของแตDละคน 2. มีเอกสารสำหรับการเรียนรูMหลากหลาย 4. เปYนการเรียนรูMไดMทุกสถานที่และทุก
เวลา 5. คDาใชMจDายในการเรียนของผูMเรียนต่ำลง 6. สรMางโอกาสในการแลกเปลี่ยนในการเรียนรูMกับ
บคุ คลอืน่ 7. การสงD (แลกเปล่ยี น) เอกสารในการสอนรวดเรว็
สรุปไดMวDาการจัดการเรียนการสอนผDานบทเรียนออนไลน=ก็ยังมีขีดจำกัด เชDน ผูMสอน
และผูMเรียนขาดปฏิสัมพันธ=ระหวDางกัน ครูผูMสอนไมDสามารถสอดแทรกเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม
ใหMกับผูMเรียนไดMโดยตรง อีกทั้งการใชMบทเรียนออนไลน=เหมาะสมกับผูMเรียนและสถานศึกษาที่มีความ
พรอM มดาM นเทคโนโลยี
2.4 โรคอบุ ตั ใิ หมIไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ผูMวิจัยขอนำเสนอเนื้อหาทั้ง 2 ประเด็น ไดMแกD (1) ผลกระทบดMานเศรษฐกิจจากการ
ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (2) ผลกระทบดMานสังคมจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
รายละเอยี ดดังนี้
กรมควบคุมโรค (2563) ไดMอธิบายเกี่ยวกับโรคอุบัติใหมDไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-
19) ที่ประกอบดMวยลักษณะของโรค อาการของผูMป—วย การรักษา ลักษณะของเชื้อไวรัส การปkองกัน
ตนเอง และการแพรDกระจายของเช้อื ซ่งึ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
17
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 เปYนตระกูลของไวรัสที่กDอใหMอาการป—วยตั้งแตDโรค
ไขMหวัดธรรมดาไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงมาก เชDน โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง
(MERS-CoV) และโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV) เปYนตMน ซึ่งเปYนสายพันธ=ุ
ใหมDที่ไมDเคยพบ มากDอนในมนุษย=กDอใหMเกิดอาการป—วยระบบทางเดินหายใจในคน และสามารถแพรD
เชื้อจากคนสูDคนไดM โดยเชื้อไวรัสนี้พบครั้งแรกในการระบาดในเมืองอูDฮั่น มณฑลหูเป—ย= สาธารณรัฐ
ประชาชนจนี ในชDวงปลายปž 2019
(1) อาการของผูMป—วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 อาการทั่วไป ไดMแกD อาการ
ระบบทางเดินหายใจ มีไขM ไอ หายใจถี่ หายใจลำบาก ในกรณี ที่อาการรุนแรงมาก อาจทำใหMเกิด
ภาวะแทรกซMอน เชDน ปอดบวม ปอดอกั เสบ ไตวาย หรอื อาจ เสียชวี ติ
(2) การรักษาผูMป—วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 การรักษาแบบประคับประคอง
เพื่อบรรเทาอาการปว— ยตDาง ๆ โดยป‹จจบุ นั ยงั ไมมD ีวัคซนี ปอk งกนั โรค
(3) ลักษณะของเชื้อไวรัส ระยะเวลาการมีชีวิตอยูDของเชื้อในสิ่งแวดลMอม เชDน บน
สิ่งของ อาหาร ยังไมDมีขMอมูลที่ชัดเจน วDาไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 อยูDบนพื้นผิวไดMนานเพียงใด
ขณะที่ขMอมูลเบื้องตMนแสดงใหMเห็นวDา ไวรัสอาจอยูDรอดไดMในไมDกี่ชั่วโมง โดยน้ำยาฆDาเชื้อสามารถฆDาเชื้อ
ไวรัสไมDใหMสามารถแพรเD ช้ือไดM
(4) ความรุนแรงของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 เมื่อเทียบกับไวรัสโคโรนา
สายพันธุ=อื่น ๆ นั้น ผูMที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 มีอาการคลMายไขMหวัด อาการทางเดิน
หายใจ เชนD มีไขM ไอ มีนำ้ มกู ในผปูM —วยบางรายอาจมีอาการรนุ แรง ทำใหMเกิดภาวะแทรกซMอน เชDน ปอด
บวม ปอดอักเสบ ไตวาย หรืออาจเสียชีวิต แมMวDาอาการ หลายอยDางจะคลMายคลึง แตDเนื่องจากเกิดจาก
เชื้อไวรัสที่แตกตDางกัน จึงเปYนเรื่องยากที่จะสามารถระบุ โรคตามอาการเพียงอยDางเดียว จึงตMองอาศัย
การทดสอบทางหอM งปฏบิ ัติการเพอ่ื ยนื ยันเชอื้
(5) การแพรDกระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 มีความเปYนไปไดMที่มี
สDวนใหญDแพรDกระจายผDาน การสัมผัสกับผูMติดเชื้อ ผDานทางละอองเสมหะจากการไอ จาม น้ำมูก
น้ำลาย ป‹จจุบันยังไมDมีหลักฐาน สนับสนุนการแพรDกระจายเชื้อผDานทางการพื้นผิวสัมผัสที่มีไวรัสแลMว
มาสมั ผัส ปาก จมูกและตา สามารถแพรDเช้ือผDานทาง Fexo-oral route ไดดM Mวย
(6) การปkองกันตนเอง หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกลMชิดผูMมีอาการป—วย รักษาระยะหDาง
อยDางนMอย 1 เมตร หลีกเลี่ยง การสัมผัสบริเวณตา จมูกและปาก โดยไมDไดMลMางมือ ควรลMางมือบDอย ๆ
ดMวยน้ำและสบูD หรือน้ำยา แอลกอฮอล=ลMางมือ 70% หากมีไขM ไอ หายใจลำบาก ใหMไปพบแพทย=ทันที
และแจงM ประวัติการเดินทาง
เมื่อมีอาการป—วยควรปkองกันการแพรDกระจายเชื้อสูDผูMอื่น โดยควรพักอยูDที่บMาน ป|ด
ปากและ จมูกดMวยทิชชูDทุกครั้งที่ไอหรือจามและทิ้งลงถังขยะ ทำความสะอาดและทำลายเชื้อตามวัสดุ
18
สิ่งของ และผิวสัมผัสตDาง ๆ และหากสงสัยวDามีอาการป—วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019
โดยเฉพาะ ผูMป—วยสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 จะมีอาการไขM รDวมกับ อาการ
ทางเดินหายใจ เชDน ไอจาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติเดินทางไปยังประเทศจีน ภายใน 14
วันกDอนเริ่ม มีอาการ หากมีอาการและประวัติเดินทางดังกลDาว ควรรีบไปพบแพทย= พรMอมแจMงประวัติ
การเดินทาง เพอ่ื รบั การตรวจวินิจฉัยและรกั ษาตอD ไป
ชนิดของหนMากากอนามัยที่สามารถปkองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาไดMนั้น หากบุคคล
ที่ไมDมี อาการระบบทางเดินหายใจ ไมDจำเปYนตMองสวมหนMากากอนามัย (Surgical Mask เนื่องจากไมDมี
หลักฐานแสดงถึงการปkองกันบุคคลที่ไมDป—วย อยDางไรก็ตามอาจสวมใสDหนMากากอนามัย ในประเทศที่มี
ความเสี่ยง หรือเมื่ออยูDในที่ชุมชนที่มีคนจำนวนมากเพื่อปkองกันตัวเอง สDวนบุคคลที่มีอาการระบบ
ทางเดินหายใจควรสวมหนMากากอนามัย (Surgical Mask) และไปพบแพทย= หากมีไขM ไอ และหายใจ
ลำบาก
2.5 งานวิจัยท่เี กีย่ วขอ^ ง
ผูMวิจัยไดMศึกษางานวิจัยเกี่ยวขMองกับการเรียนการสอนออนไลน= พบวDามีงานวิจัยที่
เกี่ยวขอM งดงั นี้
จุลศักดิ์ สุขสบาย (2558) ไดMศึกษาการพัฒนารูปแบบการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส=
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ—ายประถม) มีจุดมุDงหมายสำคัญเพื่อ 1) พัฒนารูปแบบ
การเรยี นรทูM างอเิ ลก็ ทรอนิกส= 2) ศึกษาประสิทธิภาพของรปู แบบการเรยี นรทMู างอเิ ล็กทรอนิกส=
3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส= โดยเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์หลังการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใชMรูปแบบการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส=กับเกณฑ=รMอย
ละ 80 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตDอการใชMรูปแบบการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส=เรื่อง
เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร กลุDมสาระการเรียนรูMการงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 กลุDมตัวอยDางที่ใชMในการวิจัยครั้งนี้ เปYนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6
โรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ—ายประถม) ภาคเรียนที่ 1 ปžการศึกษา
2556 โดยใชMวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จานวน 52 คน เครื่องมือที่ใชMในการ
วิจัย คือ 1) แผนการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส= เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2) แบบ
ประเมิน ความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรูMทางอิเล็กทรอนิกส= 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนและ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตDอรูปแบบการเรียนรูMทาง
อิเล็กทรอนิกส= เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุDมสาระการเรียนรูMการงานอาชีพและ
19
เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 สถิติที่ใชMในการวิเคราะห=ขMอมูล คือ คDาเฉลี่ยสDวน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน คDารMอยละ และคDาที (t-test)
ฉันท=ทิพย= ลีลิตธรรม (2556) ไดMศึกษาการสังเคราะห=กรอบแนวคิดการเรียนรูMใน
หMองเรียนกลับทางรDวมกับเทคโนโลยีการเรียนรูM แบบภควันตภาพโดยใชMรูปแบบการเรียนรูMแบบรDวมมือ
ผDานเครือขDายอินเทอร=เน็ต The Development of Flipped Classroom Techniques Model
with Ubiquitous Learning Using Collaborative Learning Techniques on Internet การวิจัย
ครั้งนี้ เปYนการสังเคราะห=กรอบแนวคิดการเรียนรูMในหMองเรียนกลับทางรDวมกับเทคโนโลยีการเรียนรMู
แบบภควันตภาพโดยใชMรูปแบบการเรียนรูMแบบรDวมมือผDานเครือขDายอินเทอร=เน็ต และประเมินความ
เหมาะสมของกรอบแนวคิดการเรียนรูMที่สังเคราะห=ขึ้น เพื่อนำไปใชMเปYนตMนแบบสำหรับการสอนใน
รายวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาซี ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช
2546 สาขาวิชาคอมพิวเตอร=ธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขั้นตอนการวิจัย
ประกอบดMวย ศึกษาหลักการแนวคิด ขั้นตอน ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวขMอง ปรึกษาอาจารย=ที่
ปรึกษา รDางกรอบแนวคิดขั้นตMน กำหนดกลุDมตัวอยDาง สรMางแบบสอบถาม เก็บรวบรวมขMอมูล และ
ปรับปรุงแกMไขกรอบแนวคิด กลุDมตัวอยDาง ไดMแกD ผูMสอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร=ธุรกิจ จานวน 10 คน
ผลการวิจัยไดMกรอบแนวคิดที่มีชื่อวDา “DeFlipp With UL Model” ผลการประเมินความเหมาะสม
ของกรอบแนวคดิ การเรยี นรMทู สี่ งั เคราะห=ขนึ้ พบวDา นำไปเปYนตMนแบบไดM
พชั รา คงเหมาะ (2560) ไดทM ำวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาหMองเรียนออนไลน=สำหรบั
อาจารย=มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบวDา ป‹ญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นสำหรับผูMสอนใน
การใชMหMองเรียนออนไลน=คือการไมDมีเวลาในการจัดทำและการปรับปรุงเนื้อหาของบทเรียน มีจำนวน
ภาระงานสอนที่มาก มีงานอื่นที่สำคัญกวDาจะตMองกระทำขาดแรงจูงใจในการใชMงาน รวมถึงความ
พรMอมของสิ่งอำนวยความสะดวกในการใชMงาน แนวทางในการพัฒนาหMองเรียนออนไลน=คือ ควร
สDงเสริมการใชMงานใหMมากขึ้นควรกำหนดนโยบายการใชMงานหMองเรียนออนไลน=ในการเรียนการสอน
กำหนดตัวชี้วัดดMานการจัดการเรียนการสอน มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรMางใหMเกิดความเขMาใจ
และมีการติดตามประเมินผลการเขาM ใชMงานหอM งเรียนออนไลน=
ภาณุวัฒน= วรพิทย=เบญจา จารัส กลิ่นหนู และณรงค=ศักดิ์ศรีสม (2558) ไดM
ทำการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาแอพพลิเคชั่นการจัดการเรียนการสอนในหMองเรียนเสมือนจริงบน
อุปกรณ=เคลื่อนที่โดยมีวัตถุประสงค= เพื่อแกMป‹ญหาขMอจำกัดของระบบบริหารจัดการเรียนการสอนของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECLMS) ใหMสามารถใชMงานผDานอุปกรณ= เคลื่อนท่ี
เชDน สมาร=ทโฟนหรือแท็บเล็ตไดM แอพพลิเคชั่นถูกพัฒนาในลักษณะ Responsive Web Design โดย
นำวงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) มาเปYนแนวทางในการพัฒนา คัดเลือกกลุDมตัวอยDางโดย วิธีการสDุม
ตัวอยDางแบบกลุDมไดMกลุDมตัวอยDางเปYนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 ในกลุDมเครือขDาย โรงเรียนทุDงผ้ึง
20
สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 3 จำนวน 30 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 17 กลDุม
เครือขDายและครูผูMสอนจำนวน 15 คน ผลการทดลองพบวDาแอพพลิเคชั่นสามารถใชMงานผDาน อุปกรณ=
เคลื่อนที่ไดMอยDางมีประสิทธิภาพ เมื่อนักเรียนใชMแอพพลิเคชั่นในการทบทวนเนื้อหาวิชาเรียน
นอกเหนือจากการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ ชDวยใหMนักเรียนเขMาใจและสามารถจดจำเนื้อหาวิชา
เรียนไดMดียิ่งขึ้น โดยผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่ทดลองใชMแอพพลิเคชั่น ในภาพรวมมี
ความพึงพอใจอยูDในระดับมาก คDาเฉลี่ยอยูDที่ 4.10 จาก 5.00 และความพึงพอใจของครูผูMสอนที่
ทดลองใชแM อพพลเิ คชน่ั ในภาพรวมมคี วามพงึ พอใจอยใูD นระดับมาก คDาเฉลย่ี อยทDู ี่ 4.09 จาก 5.00
วุฒิภัทร หนูยอด (2556) ไดMทำวิจัยเรื่องประสิทธิผลของรูปแบบการสอนโดยใชMส่ือ
การสอนแบบออนไลน= วิชาการเขียนโปรแกรมเว็บแบบพลวัติ (The Effectiveness about E-
Learning :Dynamic Web Programming.) ผลการวิจัยพบวDา 1) นักศึกษาที่เรียนแบบ e-learning
โดยผDานระบบสรMางสื่อการเรียนการสอนออนไลน= มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวDานักศึกษาที่เรียนใน
หMองเรียนปกติ ซึ่งมีคDา t เทDากบั 2.22 ทีร่ ะดับนยั สำคัญที่ 0.01 และ 2) ความพึงพอใจของนกั ศกึ ษา ที่
เรียนแบบ e-learning โดยผDานระบบสรMางสื่อการเรียนการสอนออนไลน= มีคDาเฉลี่ยเทDากับ 4.64 ซึ่ง
อยDใู นเกณฑ=พึงพอใจมากที่สดุ
ดังนั้นจึงสรุปไดMวDา การเรียนแบบ e-learning โดยผDานระบบสรMางสื่อ การเรียนการ
สอนออนไลน= สามารถใชใM นการจัดการเรียนการสอนไดMอยDางมปี ระสิทธภิ าพ
21
บทท่ี 3 วธิ ีการจัดทำโครงงาน
พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ใชMการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Approach) โดยการสัมภาษณ=แบบเจาะลึก (In depth
interview) และการสังเกตแบบมีสDวนรDวม (Participation) อาศัยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวขMองไดMแกD
บทความวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวขMอง การสัมภาษณ=และการสังเกตการณ=กลุDมบุคคลที่กำลังศึกษาและ
สอนอยูDที่โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา จากนั้นนำขMอมูลที่ไดMมาวิเคราะห=เนื้อหา
(Content Analysis) เพื่อใหMเห็นถึงข้ันตอนในการดำเนินการศึกษา โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
3.1 พืน้ ทใ่ี นการวิจยั
โรงเรยี นวรพัฒน= 63 ซ.พฒั โน อำเภอหาดใหญD จังหวดั สงขลา 90110
3.2 ผ^ใู หข^ อ^ มลู
แหลDงขMอมูลในการวิจัยในครั้งนี้ คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดย
เลือกตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่กำลังศึกษาอยูDที่ โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD
จงั หวัดสงขลา
ผูMใหขM อM มูลรอง คือ คุณครโู รงเรียนวรพฒั น= จำนวน 5 คน
3.3 ระยะเวลาในการวจิ ยั
ในครั้งนี้คณะผูMวิจัย ใชMระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขMอมูล 4 เดือน ตั้งแตDเดือน
พฤศจกิ ายน 2564 จนถึง กุมภาพนั ธ= 2565 โดยในระยะเวลาตัง้ แตชD Dวงเดอื น พฤศจิกายน จนถงึ เดอื น
ธันวาคม จะเปYนชDวงการสังเกตการณ=และในระยะชDวง 2 เดือนหลังในเดือนมกราคม จนถึง เดือน
กุมภาพันธ= จะเปYนชDวงการสังเกตแบบมีสDวนรDวม (Participation) โดยนักเรียนมาเรียนแบบออนไซต=
ที่ โรงเรียนวรพฒั น= อำเภอหาดใหญD จงั หวดั สงขลา
3.4 เครอื่ งมือทใ่ี ช^ในการวจิ ัย
เครื่องมือที่ใชMในการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ มีการเตรียมเครื่องมือในการวิจัยใชMการ
สัมภาษณ=แบบเจาะลึก (In depth interview) และการสังเกตแบบมีสDวนรDวม (Participation) มีการ
จดบันทึกระบุวันที่ เวลา สถานที่ กลุDมคน พฤติกรรมที่สังเกต ถDายภาพเพื่อใชMเปYนหลักฐานในการ
22
วิเคราะห=อยDางละเอียด โดยวิธีการสังเกตและการสัมภาษณ=เปYนหลักในการเก็บรวบรวมขMอมูล มี
รายละเอยี ดดังนี้
การสมั ภาษณBเชิงลกึ (In-depth interview)
ใชMการสัมภาษณ=เปYนรายบุคคลใชMคําถามแบบปลายเป|ดเพื่อใหMกลุDมตัวอยDางสามารถ
แสดงความคิดเห็นไดMอยDางอิสระทําใหMไดMขMอมูลหลากหลายแงDมุมซึ่งคําถามสําหรับสัมภาษณ=ซึ่งเปYนการ
พูดคุยกันแบบเปYนทางการและมีขั้นตอน โดยการกำหนดหัวขMอที่ตMองการศึกษาไวMอยDางกวMาง ๆ เปYน
คำถามปลายเป|ด เพื่อใหMผูMใหMขMอมูลไดMพูดคุยแลกเปลี่ยน ผูMวิจัยไดMทำการเจาะจงประเด็นคำถาม ทำใหM
ไดMรายละเอียดของขMอมูลตามตMองการ เชDน 1) นักเรียนชอบการเรียนแบบไหนมากกวDาระหวDางการ
เรียนออนไซต=และการเรียนออนไลน= 2) นักเรียนมีวิธีปkองกันตนเองอยDางไรในการมาเรียนและตMองอยDู
รDวมกับผูMอื่นภายในโรงเรียน เปYนการสอบถามแบบงDาย ๆ ไมDเครDงเครียดในขั้นตอนหรือลำดับของ
คำถาม และยังชDวยเสริมสรMางความสมั พนั ธ=ท่ดี รี ะหวDางผูMใหMขMอมูลและผูวM จิ ัยอกี ดวM ย
แบบสังเกต (Observation)
ผูMวิจัยใชMการสังเกตการณ=เฝkาดูสถานการณ=ตDาง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษา เพื่อที่จะนำ
สิ่งที่ ไดMมานั้น วิเคราะห=ประกอบกับความสัมพันธ=อยDางอื่นที่เกิดขึ้น ผูMวิจัยไดMใชMเทคนิคการสังเกตแบบ
มีสDวนรDวม (Participation) เปYนการสังเกตที่ผูMวิจัยไดMเขMาไปมีสDวนรDวมในการทำกิจกรรมตDาง ๆ และ
อยูDรDวมกับนักเรียนโรงเรียนวรพัฒน=เปYนเวลา 2 เดือน ทั้งชDวงเวลาเรียน ชDวงเวลาการรับประทาน
อาหาร หรือชDวงเวลาวDาง ทั้งลำดับวิธีการ การดำเนินงาน และกระบวนการตDาง ๆ ผูMวิจัยไดMเขMาไปมี
สวD นรวD มกับกจิ กรรมนั้น ๆ
3.5 การรวบรวมขอ^ มูล
ในการวิจัยครั้งนี้ ผูMวิจัยไดMทำการเก็บรวบรวมขMอมูลตDาง ๆ ที่จะนำมาประกอบกัน
เพ่อื นำ ขMอมูลถามตอบกับกลุDมตามวัตถปุ ระสงค= โดยแบงD เปYนขัน้ ตอน ดังน้ี
การศึกษาภาคสนามและการเก็บรวบรวมขMอมูล การเก็บรวบรวมขMอมูลในการศึกษา
ครัง้ นไี้ ดMแบงD ออกเปYน 2 สวD นคอื
1. การสังเกต ในดMานของลักษณะพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนวรพัฒน= รวมไปถึง
การสัมภาษณ=พดู คุย
2. การสัมภาษณ= ผูMศึกษาจะสัมภาษณ=กลุDมผูMใหMขMอมูล โดยสัมภาษณ=แบบไมDเปYน
ทางการ เปYนการสมั ภาษณต= วั แทนนกั เรยี นโรงเรียนวรพัฒน= ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 4 คน
23
และครูผMูสอนโรงเรียนวรพัฒน= จำนวน 4 คน ทำใหMการตั้งคำถามมีความสอดคลMองกับวัตถุประสงค=ใน
การศึกษาคร้ังนี้
3.6 การตรวจสอบข^อมูล
การตรวจสอบความถูกตMองของขMอมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ เรียกวDาการตรวจสอบ
ขMอมลู สามเสาM (Triangulation) โดยแบDงออกเปYน 3 ประเภท ไดMแกD
1. การตรวจสอบดMานขMอมูล (Data Triangulation) เปYนการตรวจสอบขMอมูล โดย
นำขMอมูลทั้งในรูปแบบเอกสาร ผลการสังเกต ผลการสัมภาษณ=ที่บันทึก เก็บรวบรวมมาไดMจากแหลDง
ตDาง ๆ ที่มีความแตกตDางกัน ทั้งในดMานเวลา สถานที่ โดยตรวจสอบวDาขMอมูลเรื่องเดียวกันตDาง สถานท่ี
กันจะเหมือนกันหรือไมD และจากตัวบุคคล มาสรุปรวม เปรียบเทียบความสอดคลMอง รวมทั้งเพิ่มเติม
ประเด็นทส่ี ำคัญใหMมีเน้ือหาสาระท่สี มบูรณแ= ละครอบคลมุ ประเด็นวเิ คราะหท= ี่กำหนด
2. การตรวจสอบดMานวิธีรวบรวมขMอมูล (Methodological Triangulation) โดยเริ่ม
เก็บขMอมูลดMวยการสังเกต การสัมภาษณ= การสนทนากลุDม แลMวนำมาบันทึกรวมทั้งพิจารณา กิริยา
ทDาทาง พฤติกรรม บรรยากาศตDาง ๆ ที่เกี่ยวกับผูMใหMขMอมูล เพื่อมาประกอบการแปลความหมาย และ
การบันทึกภาคสนามในหลาย ๆ วิธี และมีการตรวจสอบความนDาเชื่อถือ ของขMอมูลโดยวิธี (Member
Check) โดยนำขอM มูลท่ีไดMกลบั ไปใหผM ูMใหMขอM มลู อDาน หรือกลบั ไปถามผใูM หM ขอM มลู ซำ้ อกี เพ่อื ใหMไดMขอM มูลที่
สอดคลMองกับความเปYนจริงตามประสบการณ=ของผูMใหMขMอมูลมากที่สุด เพื่อทำใหMเชื่อมันไดMวDารายงาน
การวิจัยมีขMอมูลสารสนเทศตDาง ๆ ทีมีความครอบคลุมเพียงพอในการพรรณนาวิเคราะห=และอธิบาย
ขอM สรุปผลการศกึ ษา
3. การตรวจสอบขMอมูลดMานบุคคล โดยตรวจสอบวDาบุคคลที่ใหMขMอมูล เปลี่ยนไป
ขMอมูลจะเหมือนเดิมหรือไมD การตรวจสอบสามเสMาดMานผูMวิจัย (Investigator Triangulation) ขMอมูลท่ี
ไดMรับไมDมีความมั่นใจ ผูMวิจัยจะทำการตรวจสอบขMอมูลโดย เปลี่ยนผูMสังเกต และตรวจสอบวDาขMอมูลที่ไดM
เหมือนกันหรอื ไมD
3.7 การวเิ คราะหBข^อมลู
การวิเคราะห=ขMอมูลจากการศึกษาครั้งนี้ ผูMวิจัยวิเคราะห=ขMอมูลจากการสัมภาษณ=
และการสังเกตการณ= นำขMอมูลไปถามตอบในประเด็นที่ตั้งไวMและประเด็นอื่น ๆ แลMวนำมาวิเคราะห=
เปYนขMอมูลเชิงพรรณนาความ เพื่อตอบและสนับสนุนวัตถุประสงค=ในการศึกษา เชDน รวมทั้งป‹จจัยท่ี
เกี่ยวขMอง ที่มีผลตDอการดำเนินงานของการสำรวจพฤติกรรมนักเรียนชั้นประถมตอนปลาย โรง
เรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา จากการวิเคราะห=ขMอมูลดังกลDาวนี้จะเปYนขMอมูลเชิง
คุณภาพ สDวนกระบวนการวิเคราะห=ดำเนินการไปพรMอม ๆ กับการตรวจสอบขMอมูลทุกขั้นตอนเริ่มตMน
24
จนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดทMาย ทั้งนี้ผูMวิจัยก็ไดMมีการหาขMอมูลเพิ่มเติมจากการคMนควMาแหลDงขMอมูลท่ี
เก่ยี วขอM งกับงานวิจัยมาสนับสนุนเพื่อใหMมขี อM มูลท่คี รบรอบดMานและมคี วามชัดเจน
25
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค=เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นประถม
ตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา ชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรค
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ=ใหมD 2019 (COVID-19) ใชMแบบสัมภาษณ=รวมถึงการสังเกตการณ= เพื่อเก็บ
รวบรวมขMอมูลจากนักเรียนและคุณครูของโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา โดยมี
ประเด็นศึกษาที่นDาสนใจ ดังนี้ 1) ผลการศึกษาพฤติกรรมดMานการเรียนระหวDางเรียนออนไลน=และ
เรียนออนไซต=ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา 2) ผลการศึกษา
พฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา
บรบิ ททัว่ ไปของโรงเรยี นวรพฒั น=
ผูMวิจัยไดMเลือกสถานที่ปฏิบัติสหกิจ คือ โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัด
สงขลา เปYนโรงเรียนประเภทสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ กDอตั้งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2533 ใบอนุญาตเลขที่ สข 2/2533 ภายใตM
ปรัชญาการจัดการศึกษา “ ทักษะเดIน เน^นคุณธรรม สร^างความสุข ปลูกจิตสำนึก โรงเรียนตั้งอยDู
บนพื้นที่ 6 ไรD 2 งาน ป‹จจุบันมีอาคารเรียน และอาคารประกอบ จำนวน 6 หลัง จัดวางตัวอาคารแบDง
ออกเปYน 3 โซนหลกั ดังน้ี
1. โซนปฐมวัย ประกอบดMวย อาคารเนอสเซอรี่ อาคารจDาตั้งอนุสรณ= และอาคาร
ชมพู
แผนภาพท่ี 2
ท่มี า : โรงเรยี นวรพัฒน= (2564) เขMาถึงไดMจาก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
26
แผนภาพท่ี 3 โซนอาคารเสาวนยี =พัฒนาและอาคารโรงอาหาร
ท่ีมา : โรงเรยี นวรพัฒน= (2564) เขMาถึงไดจM าก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
แผนภาพที่ 4 อาคารสโมสร Gym and swimming club ฟ|ตเนส และสระวDายน้ำ
ท่ีมา : โรงเรยี นวรพฒั น= (2564) เขMาถงึ ไดMจาก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
สืบเนื่องจากสถานการณ=โรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระบาดหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ในประเทศไทยและในจังหวัดสงขลาซึ่งเปYนจังหวัดพื้นที่สีแดงเขMม จึงทำใหMกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร= วิจัยและนวัตกรรมไดMประกาศ มาตรการและการเฝkาระวังการระบาดของโรคติดเช้ือ
27
ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเปYนแนวปฏิบัติสำหรับสถาบันอุดมศึกษาและหนDวยงานภายใน
กระทรวงเพื่อปkองกันการแพรDระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทางโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา ไดMมีการประกาศใหMเรียนออนไลน=ตั้งแตDในชDวงเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผDาน
มา จนกระทั่งสถานการณ=ดีขึ้นทางโรงเรียนจึงประกาศใหMมีการเรียนออนไซต= ในชDวงเดือนธันวาคม
2564 โดยเริ่มจากนักเรียนระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปทž ่ี 6 และจนครบทกุ ระดับชั้น
แผนภาพท่ี 5 ประกาศเป|ดเรยี น On-site
ทีม่ า : โรงเรียนวรพฒั น= (2564) เขาM ถึงไดMจาก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
28
แผนภาพท่ี 6 ประกาศเปลย่ี นแปลงกำหนดการ
ทมี่ า : โรงเรียนวรพัฒน= (2564) เขาM ถงึ ไดจM าก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
แผนภาพที่ 7 ประกาศแจงM งดเรียน On-site
ทม่ี า : โรงเรยี นวรพฒั น= (2564) เขMาถงึ ไดMจาก
https://www.facebook.com/WarraphatSchool
29
4.1 ผลการศึกษาพฤติกรรมด^านการเรียนระหวIางเรียนออนไลนBและเรียนออนไซตBในชIวง
สถานการณBการแพรIระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพัฒนB อำเภอหาดใหญI จงั หวัดสงขลา
จากการศึกษาพบวDา ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
(COVID - 19) เนื่องจากตามประกาศของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร= วิจัยและนวัตกรรม
(อว.) ทำใหMสถาบันการศึกษาตMองเปลี่ยนรูปแบบการสอนเปYนการสอนแบบออนไลน= จึงเกิดผลที่
ตามมามีทั้งขMอดีและขMอเสีย ขMอดีของการเรียนออนไลน= ดังนี้ 1) เด็กและครอบครัวรูMสึกปลอดภัยจาก
การติดเชื้อ 2) ครอบครัวไดMใชMเวลาอยูDรDวมกัน มีปฏิสัมพันธ=กันมากขึ้น 3) พDอแมDคอยสDงเสริมและ
สนับสนุนลูกในดMานการเรียน เด็กอาจทำงานโดยมีความคิดสรMางสรรค=มากขึ้น และตDอมาขMอเสียของ
การเรียนออนไลน= ดังนี้ 1) ทำใหMมีป‹ญหาดMานสายตา 2) รับประทานอาหารไมDตรงเวลา 3) พักผDอนไมD
เพียงพอ 4) ขาดการฝ&กวินัยในการเขMานอน การเรียนออนไลน=นั้นอาจไมDไดMรับประสิทธภิ าพที่ดีที่สุดแตD
ก็ไมDสามารถหลีกเลี่ยงไดM มีสาเหตุดังนี้ 1) บางครอบครัวอาจจะไมDมีอุปกรณ=และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
2) สภาพแวดลMอมที่บMานไมDเหมาะสมกับการเรียนออนไลน= 3) ประสิทธิภาพของอินเทอร=เน็ต 4) เด็ก
แอบเลDนเกมในระหวDางเรียนออนไลน= 5) เด็กขาดแรงจูงใจในการเรียน สาเหตุขMางตMนนั้นสDงผลใหMเด็ก
เกิดความเครียด ไมDมีสมาธิ และขาดแรงจูงใจในการเรียน ทำใหMเด็กนักเรียนขาดปฏิสัมพันธ=กับเพื่อน
ซึ่งเปYนโอกาสที่เด็กจะไดMฝ&กทักษะทางสังคม ซึ่งสอดคลMองกับตัวแทนนักเรียนชั้นประถม 6/1 คำกลDาว
ที่วDา “...เรียนออนไซต=ดีกวDาออนไลน=ครับ เพราะวDาออนไซต=ไดMคุยกับคุณครูและเขMาใจกวDา แลMวก็ออน
ไซต=ไดMคุยกับเพื่อนดMวยทำใหMไมDเหงา...” (สัมภาษณ= เด็กชายชัชปวิตร สุขเกษม ณ วันที่ 2 มีนาคม
พ.ศ. 2564 )
ดังนั้น ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ทำใหMนักเรียนตMองเรียนออนไลน=ดMวยตนเองที่บMาน และมีป‹ญหาหลากหลายสาเหตุที่ทำใหMการเรียน
ออนไลน=ของนักเรียนไมDไดMประสิทธิภาพที่ดีเทDาที่ควร ดังนี้ 1) ป‹ญหาดMานสายตา เนื่องจากตMองเรียน
ออนไลน=ที่หนMาจอคอม หรือหนMาจอโทรศัพท=เปYนระยะเวลานานตDอเนื่องกัน ทำใหMปวดตา 2) ป‹ญหา
ดMานอินเทอร=เน็ต เนื่องจากบางครั้งอินเทอร=เน็ตหลุด ทำใหMการเรียนในบางชDวงขาดหายไป จาก
ขMอความขMางตMนจะเห็นสาเหตุและป‹ญหาของการเรียนออนไลน=มากกวDา นักเรียนจึงชอบในการเรียน
ออนไซต=มากกวาD การเรยี นออนไลน=
สืบเนื่องจากการสำรวจพฤติกรรมนักเรียนเมื่อเรียนออนไลน=ที่บMานโดยใหMนักเรียนไดM
ทำแบบประเมินตนเองในแบบบนั ทึกกจิ วัตรพฒั นานสิ ยั เปนY ระยะเวลา 5 สัปดาห= ดังรปู ตDอไปนี้
30
แผนภาพที่ 8 บนั ทึกกจิ วัตรพัฒนานสิ ยั
ทม่ี า : โรงเรียนวรพัฒน= (2564)
แผนภาพท่ี 9 ประเมนิ แบบบนั ทกึ กจิ วัตรพัฒนานิสัย
ที่มา : โรงเรยี นวรพฒั น= (2564)
31
โดยใชMเกณฑ=การประเมินเหมือนกันทุกระดับชั้นมีทั้งหมด 10 รายการ มีรายละเอียด
ดังนี้ 1) ตื่นกDอน 7 โมงเชMา 2) เก็บที่นอนเรียบรMอย 3) แปรงฟ‹น ลMางหนMา อาบน้ำ 4) รับประทานอาหาร
เชMา 5) เขMาเรียนตรงเวลา 6) เตรียมอุปกรณ=การเรียนพรMอมกDอนเรียน 7) ทำการบMานเสร็จตรงตามเวลา
ที่กำหนด 8) ชDวยเหลืองานบMานตามความเหมาะสม 9) มีเวลาทำกิจกรรมรDวมกับครอบครัว 10) เขMา
นอนในเวลาที่เหมาะสม เกณฑ=ขMางตMนใหMนักเรียนไดMประเมินตนเองในทุกสัปดาห=จนครบ 5 สัปดาห= เพ่ือ
ใชMสำรวจนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา ผล
สำรวจพฤติกรรมที่ไดM ผูMวิจัยไดMรวบรวมขMอมูล ตรวจสอบขMอมูล และวิเคราะห=ขMอมูล โดยแยกเปYน
ระดบั ช้ันและสังเคราะห=ขMอมูลออกมาไดดM ังน้ี
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 4 จากการทำแบบประเมินบันทึกกิจวัตรพัฒนานิสัยดMวย
ตนเองพบวDานักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 4 มีการเก็บที่นอนเรียบรMอย แปรงฟ‹น ลMางหนMา อาบน้ำ
รับประทานอาหารเชMา เขMาเรียนตรงเวลา เตรียมอุปกรณ=การเรียนพรMอมกDอนเรียน ทำการบMานเสร็จตรง
ตามเวลาที่กำหนด ชDวยเหลืองานบMานตามความเหมาะสม มีเวลาทำกิจกรรมรDวมกับครอบครัว อยูDใน
เกณฑ=ที่ดีแตDบางวันอาจจะตื่นนอนหลัง 7 โมง เนื่องจากการเขMานอนพักผDอนไมDเพียงพอ สDงผลใหMการสDง
การบMานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 4 ผDานทางชDองทาง Google classroom มีความลDาชMาและ
ตอM งคอยเตอื น กระตุนM ใหMสงD อยเDู สมอ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 5 จากการทำแบบประเมินบันทึกกิจวัตรพัฒนานิสัยดMวย
ตนเองพบวDานักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 5 มีการเก็บที่นอนเรียบรMอย แปรงฟ‹น ลMางหนMา อาบน้ำ
รับประทานอาหารเชMา เขMาเรียนตรงเวลา เตรียมอุปกรณ=การเรียนพรMอมกDอนเรียน ทำการบMานเสร็จตรง
ตามเวลาที่กำหนด ชDวยเหลืองานบMานตามความเหมาะสม มีเวลาทำกิจกรรมรDวมกับครอบครัว เขMา
นอนในเวลาที่เหมาะสม ตื่นกDอน 7 โมงเชMา อยูDในเกณฑ=ที่ดีมากถึงมากที่สุด สDงผลใหMการสDงการบMานตรง
ตDอเวลา การเรียนในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 5 มีความตั้งใจมากและมีการซักถามทันที
หากเกดิ ขอM สงสยั
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 จากการทำแบบประเมินบันทึกกิจวัตรพัฒนานิสัยดMวย
ตนเองพบวDานักเรียนชั้นประถมศึกษาปžที่ 6 มีการเก็บที่นอนเรียบรMอย แปรงฟ‹น ลMางหนMา อาบน้ำ
รับประทานอาหารเชMา เขMาเรียนตรงเวลา เตรียมอุปกรณ=การเรียนพรMอมกDอนเรียน ทำการบMานเสร็จตรง
ตามเวลาที่กำหนด นอนในเวลาที่เหมาะสม ตื่นกDอน 7 โมงเชMา อยูDในเกณฑ=ที่ดีมาก แตDในสDวนของการ
ชDวยเหลืองานบMานตามความเหมาะสม และมีเวลาทำกิจกรรมรDวมกับครอบครัว นั้นนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปžที่ 6 ไมDมีเวลาในสDวนนี้เนื่องจากตMองมีการเตรียมตัวอDานหนังสือ เพื่อเตรียมตัวสอบเขMา
ศึกษาตDอในระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอนตMน
32
สรุปไดMวDา นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD
จังหวัดสงขลา มีลักษณะการใชMชีวิตประจำวัน การเขMารDวมสังคม การมีปฏิสัมพันธ=กับทางบMานหรือการมี
เวลาใหMครอบครัวที่ตDางกันเนื่องจากอายุ ชDวงวัย ความรับผิดชอบ และสังคมเพื่อนรอบตัวมีความ
แตกตDางกัน จึงทำใหMเกิดความแตกตDางอยDางเห็นไดMชัดจากแบบประเมินบันทึกกิจวัตรพัฒนานิสัยดMวย
ตนเอง ตามทผี่ วMู จิ ัยไดวM ิเคราะห= และสงั เคราะหอ= อกมาเบ้ืองตนM
4.2 ผลการศึกษาพฤติกรรมการปƒองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพัฒนB อำเภอหาดใหญI จังหวัดสงขลา
จากการศึกษาพบวDาพฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ของนักเรียนอยูDในระดับที่ดีมากถึงมากที่สุด เนื่องดMวยมาตรการของทางโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา มีมาตรการที่คุมเขMม และไดMปฏิบัติตามมาตรการอยDางเครDงครัด ดังนี้ 1) มี
การพกเจลแอลกอฮอล=ดMวยตนเอง 2) มีการพกขวดน้ำแยกเปYนของตัวเอง 3) มีเจลแอลกอฮอล=ทุกจุด
เชDน ประตูทางเขMา ทางขึ้นบนอาคารเรียน โรงอาหาร หนMาหMองเรียน 4) มีการสุDมตรวจ Antigen Test
Kit (ATK) ทุก ๆ สัปดาห= 5) มีการทำความสะอาดหMองเรียนพDนฆDาเชื้อทุกวัน 6) สวมใสDหนMากาก
อนามัยตลอดทั้งวัน 7) เปลี่ยนหนMากากอนามัยเมื่อใสDครบครึ่งวัน 8) การเวMนระยะหDางขณะน่ัง
รับประทานอาหาร 9) การเวMนระยะหDางที่นั่งเรียนภายในชั้นเรียน มาตรการดังกลDาวปฏิบัติกันอยDาง
เครDงครัดภายใตMการดูแลและการควบคุมของคุณครู ผูMปกครองจึงไวMวางใจใหMนักเรียนมาเรียนที่
โรงเรียนเพราะการปฏิบัติใหMนักเรียนเห็น นักเรียนจึงปฏิบัติตามสDงผลใหMนักเรียนนั้นเกิดความเคยชิน
กับพฤติกรรมเหลDานี้และติดเปYนนิสัย ทำใหMนักเรียนเขMาใจและรับรูMถึงความปลอดภัยที่ตนเองไดMรับใน
ขณะทีใ่ ชMชีวิตชDวงเวลาการเรียนภายในรว้ั ของโรงเรียนวรพฒั น= อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา
ดังนั้น ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ที่ผDานมาทำใหMเด็กรับรูM เขMาใจ และคำนึงถึงความปลอดภัยตDอตนเองอยDางมาก เพื่อเปYนการปkองกัน
ตนเองใหปM ลอดภยั จากโรคระบาดไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) จะไดMมาเรยี นท่โี รงเรยี น ไดMพบปะ
เพื่อน ๆ พบปะคุณครู และไดMมีปฏิสัมพันธ=ทางสังคมเพิ่มมากขึ้น สDงผลใหMเด็กนักเรียนปฏิบัติตาม
มาตรการการปอk งกนั อยDางเครงD ครดั
สรุปไดMวDา นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD
จังหวัดสงขลา จะอยูDในเจนอัลฟ—า (Generation Alpha) กลุDมคนนี้จะเกิดในชDวงปž 2553 หรือเกิด
ในชDวง ศตวรรษที่ 21 เปYนตMนไป จึงเรียกวDาเปYนกลุDมคนรุDนใหมD ซึ่งเปYนยุคที่การติดตDอสื่อสารท่ี
เปลี่ยนแปลงอยDางกMาวกระโดด ทำใหMเด็กมีความรูMความสามารถในดMานสารสนเทศและเทคโนโลยี
สDงผลใหMไมDมีผลกระทบตDอการเรียนออนไลน=มากนักในการใชMโปรแกรม Google Meet เพื่อเขMามา
เรียนออนไลน=ในชDวงที่สถาบันการศึกษาป|ด แตDในขณะเดียวกันนักเรียนชอบที่จะเรียนออนไซต=
33
มากกวDา ในเรื่องการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอน
ปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา อยูDในระดับที่ดีมากถึงมากที่สุด นักเรียนมี
ความเขMาใจ คำนึง และตระหนักถึงความปลอดภัยตDอตนเองและผูMอื่น เนื่องจากนักเรียนมีการใสD
หนMากากอนามัยตลอดเวลา พกแจลแอลกอฮอร=ดMวยตนเอง และเวMนระยะหDางในขณะที่ใชMชีวิตอยูDใน
โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวัดสงขลา
34
บทท่ี 5 สรุปผลและขอ6 เสนอแนะ
การศึกษาเรื่อง พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นประถมตอนปลาย โรง
เรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค=ประการแรกเพื่อศึกษาพฤติกรรมดMานการ
เรียนระหวDางเรียนออนไลน=และเรียนออนไซต=ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา
2019 (COVID - 19) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD
จังหวัดสงขลา ประการสองเพื่อศึกษาพฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นวรพฒั น= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา งานวิจัยนี้ใชM
ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บรวบรวมขMอมูล โดยใชMการสัมภาษณ=แบบเชิงลึก การสังเกตแบบ
มสี วD นรวD ม โดยสรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และขMอเสนอแนะ โดยมีผลการสรุป ดังนี้
5.1 สรปุ ผลการวิจยั
1. ผลการศึกษาพฤติกรรมดMานการเรียนระหวDางเรียนออนไลน=และเรียนออนไซต=
ในชDวงสถานการณ=การแพรDระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา พบวDานักเรียนชั้น
ประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= ชอบการเรียนแบบออนไซต=มากกวDาการเรียนแบบออนไลน=
เพราะวDาการเรียนแบบออนไซต=นั้นนักเรียนรMสึกผDอนคลายและไมDเครียดมากกวDา จากการสัมภาษณ=มี
สาเหตุดังนี้ (1.1) ไดMเลDนกับเพื่อน ๆ ขณะพักชDวงระหวDางคาบ (1.2) ไดMมีปฏิสัมพันธ=ทางสังคมมากข้ึน
เชDน การพูดคุยกับเพื่อน ๆ การพูดคุยกับคุณครู (1.3) ไดMเลDนของเลDนเพื่อเปYนการผลDอนคลายหรือ
คลายเครียดระหวDางพักทานอาหารกลางวัน และสาเหตุที่พบวDานักเรียนไมDชอบการเรียนออนไลน=นั้นมี
ดังนี้ (1.1) บางครอบครัวไมDมีอุปกรณ=และเทคโนโลยีตDอการเรียนที่เหมาะสม (1.2 )สภาพแวดลMอมท่ี
บMานไมDเหมาะสมกับการเรียนออนไลน= (1.3) ประสิทธิภาพของอินเทอร=เน็ต (1.4) ป‹ญหาทางดMาน
สายตา เนื่องจากตMองนั่งเรียนหนMาจอคอมและตMองนั่งจMองหนMาคอมเปYนระยะเวลานาน (1.5) ป‹ญหา
ทางดMานสุขภาพ เด็กนักเรียนตMองนั่งเรียนเปYนเวลานานทำใหMปวดหลังหรือไมDมีสมาธิในการเรียน ทำใหM
เด็กขาดแรงจูงใจในการเรียน สาเหตุขMางตMนนั้นสDงผลใหMเด็กเกิดความเครียด ไมDมีสมาธิ และขาด
แรงจูงใจในการเรียน
กลDาวโดยสรุปไดMวDานักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอ
หาดใหญD จังหวัดสงขลา ชอบในการเรียนออนไซต=มากกวDาการเรียนออนไลน=เพราะมีหลากหลาย
ปญ‹ หาทที่ ำใหMไมสD ะดวกในการเรียนออนไลน=
35
2. ผลการศึกษาพฤติกรรมการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา พบวDานักเรียนมี
พฤติกรรมในการปkองกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ดMวยตนเองอยูDในระดับที่ดีมากถึงมาก
ที่สุด เนื่องจากโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา มีมาตรการที่คุมเขMม และไดMปฏิบัติ
ตามมาตรการอยDางเครDงครัด ดังนี้ 1) มีการพกเจลแอลกอฮอล=ดMวยตนเอง 2) มีการพกขวดน้ำแยก
เปYนของตัวเอง 3) มีเจลแอลกอฮอล=ทุกจุด เชDน ประตูทางเขMา ทางขึ้นบนอาคารเรียน โรงอาหาร หนMา
หMองเรียน 4) มีการสุDมตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ทุก ๆ สัปดาห= 5) มีการทำความสะอาด
หMองเรียนพDนฆDาเชื้อทุกวัน 6) สวมใสDหนMากากอนามัยตลอดทั้งวัน 7) เปลี่ยนหนMากากอนามัยเมื่อใสD
ครบครึ่งวัน 8) การเวMนระยะหDางขณะนั่งรับประทานอาหาร 9) การเวMนระยะหDางที่นั่งเรียนภายในชั้น
เรียน
กลDาวโดยสรุปไดMวDาทางโรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวัดสงขลา มีมาตรการ
ที่คุมเขMมและไดMปฏิบัติอยDางเครDงครัด ทำใหMผูMปกครองไวMวางใจในมาตรการตDาง ๆ ของทางโรงเรียน
และนกั เรยี นเองกป็ ฏิบตั ิตามมาตรการตาD ง ๆ ไดMอยาD งดีเยี่ยม
5.2 ข^อเสนอแนะ
ข^อเสนอแนะจากการวิจยั ครงั้ นี้
จากการศึกษาพบวDา ผูMวิจัยไดMมีโอกาสอยูDรDวมกับกลุDมเปkาหมายเปYนระยะเวลา 2
เดือน เนื่องจากการแพรDระบาดมีความรุนแรงขึ้นอยDางตDอเนื่อง จึงเปYนสาเหตุที่ทำใหMผูMวิจัยไดMศึกษา
และเรียนรูMพฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD
จังหวัดสงขลา ในระยะเวลาไมDนานอาจทำใหMไดMสัมผัสลักษณะนิสัยหรือความใกลMชิดนMอยเกินไปสDงผล
ใหMเนือ้ หาในงานวิจัยมนี อM ยและผMวู จิ ยั ควรศึกษาและเกบ็ รวบรวมขMอมูลแบบเฉพาะเจาะจงมากกวาD นี้
ข^อเสนอแนะสำหรับการวจิ ยั ครั้งตIอไป
ในการวิจัยครั้งตDอไปผูMวิจัยควรมีการศึกษาลักษณะนิสัย พฤติกรรมเพิ่มข้ึนเพื่อที่จะ
ไดMรับรูMอเขMาใจและเพิ่มสาเหตุในการศึกษาขึ้น เชDน ดMานสภาพจิตใจ ดMานการดำรงชีวิตในประจำวัน
และนำไปใชMเปYนประโยชน=ตDอไปเพื่อที่จะนำมาเขียนงานวิจัยไดMมากขึ้นอีกทั้งมีเนื้อหาที่ครอบคลุมทุก
ดาM น
36
บรรณนานุกรม
กรมควบคุมโรค. (2563). คู$มือการป,องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับ
ประชาชน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ=ชุมนุมสหกรณ=การเกษตรแหDงประเทศไทย จำกัด
กองสุขศกึ ษา.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ=ศักดิ์ .(2559). ถอดรหัสแนวโนGมใหญ$ของโลกปK 2020: โอกาสและการปรับตัว
ของธุรกิจในอนาคต. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.=
กรุงเทพธุรกิจ. (2563). “New Normal” ที่เกิดขึ้นในยุค “COVID-19”. เขMาถึงไดMจาก
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/882508
ไทยรัฐออนไลน=. (2564). พบผูGติดเชื้อรายแรกในไทย. เขMาถึงไดMจาก
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1761053
ธัญญลักษณ= รุMงแสงจันทร=. (2561). การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุค 4.0 ของแรงงานไทย.
กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.=
วราภรณ= ตระกูลสฤษดิ์. (2545). จิตวิทยาการปรับตัว (พิมพ=ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ=ศูนย=
สงD เสริมวิชาการ
สำนักงานสถิติแหDงชาติ. (2563). การสำรวจผลกระทบจากสถานการณhการแพร$ระบาดของโรคโควิด-
19. เขาM ถงึ ไดMจาก http://ittdashboard.nso.go.th/covid19 survey.php.
สริ ิชัย ประทปี ฉาย. (2533). การพัฒนาบุคลกิ ภาพและการปรับตวั . จันทบรุ ี : วทิ ยาลยั รำไพพรรณี.
Coleman, James C, and Hammen. (1981). Abnormal Psychology and Modern Life. New
York: Bombay.
Roy, C., Whetsell, M. V., & Frederickson, K. (2 0 0 9 ) . The Roy adaptation model and
research: Global perspective. Nursing science quarterly, 22(3), 209-211.
Ursavaş, F. E., Karayurt, Ö., & İşeri, Ö. (2014). Nursing approach based on Roy adaptation
model in a patient undergoing breast conserving surgery for breast cancer. The journal
of breast health, 10(3), 134
37
บคุ ลานกุ รม
38
บคุ ลานุกรม
1. คุณวุฒิ ริสกีสกุล ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= ผูMสัมภาษณ= โรงเรียนวรพัฒน= 63
ซ.พัฒโนอุทิศ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เม่อื วนั ท่ี 8 มนี าคม 2565
2. คุณนูร=ฮัสมาห= บือโต ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= ผูMสัมภาษณ= โรงเรียนวรพัฒน= 63
ซ.พัฒโนอุทศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เม่ือวันที่ 8 มีนาคม 2565
3. คุณธนัญชัย ศิริตระกูล ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= ผูMสัมภาษณ= โรงเรียนวรพัฒน= 63
ซ.พัฒโนอทุ ิศ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เมื่อวนั ที่ 8 มนี าคม 2565
4. คุณตระกูล พลเพชร ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= ผูMสัมภาษณ= โรงเรียนวรพัฒน= 63
ซ.พฒั โนอุทศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เม่ือวนั ท่ี 8 มนี าคม 2565
5. คุณอิงธิดา หลับจันทร= ตระกูล ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= ผูMสัมภาษณ= โรง
เรยี นวรพฒั น= 63 ซ.พัฒโนอทุ ศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เม่ือวนั ท่ี 8 มนี าคม 2565
6. Miss Sherrylyn C. Lemindog, LPT ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= สัมภาษณ= โรง
เรียนวรพฒั น= 63 ซ.พฒั โนอทุ ิศ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เม่อื วันท่ี 8 มนี าคม 2565
7. เด็กหญิง สุมิตรา แซDอึ่ง โรงเรียนวรพัฒน= ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= สัมภาษณ= โรง
เรียนวรพฒั น= 63 ซ.พฒั โนอุทศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เมื่อวันท่ี 8 มีนาคม 2565
8. เด็กหญิงปานรวี ทองศรี โรงเรียนวรพัฒน= ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= สัมภาษณ= โรง
เรียนวรพัฒน= 63 ซ.พฒั โนอทุ ศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เมอื่ วนั ท่ี 8 มีนาคม 2565
9. เด็กชาย ชัชปวิตร สุขเกษม ผูMใหMสัมภาษณ= กัญญาพัชร สาระอาภรณ= สัมภาษณ= โรงเรียนวรพัฒน=
63 ซ.พฒั โนอทุ ศิ อ.หาดใหญD จ.สงขลา 90110 เมอ่ื วันที่ 8 มีนาคม 2565
39
ภาคผนวก
40
ภาคผนวก ก
ภาพประกอบ
41
ภาพที่ 1
สอนนกั เรียนระดับประถมศกึ ษา โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวงั สงขลา
ที่มา : ภาพถDายโดยครพู ่ีเล้ียง (2565)
ภาพท่ี 2
สอนนักเรยี นระดบั ประถมศึกษา โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวังสงขลา
ที่มา : ภาพถาD ยโดยครูพีเ่ ลี้ยง (2565)
42
ภาพที่ 3
สอนนกั เรียนระดับประถมศกึ ษา โรงเรียนวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จงั หวงั สงขลา
ที่มา : ภาพถDายโดยครพู ่ีเล้ียง (2565)
ภาพท่ี 4
สอนนักเรยี นระดบั ประถมศึกษา โรงเรยี นวรพัฒน= อำเภอหาดใหญD จังหวังสงขลา
ที่มา : ภาพถาD ยโดยครูพีเ่ ลี้ยง (2565)