แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3 ว22101
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 2
ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศกึ ษา 2565
โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4
แรงและการเคล่ือนท่ี
นางสาวทกั ษณิ า เหล่าพร
รหัสนกั ศกึ ษา 61100141104
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพ สาขาวทิ ยาศาสตร์(เคม)ี
แผนการจดั การเรียนรู้
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3 ว22101
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง แรงและการเคล่ือนทใี่ นชีวติ ประจำวัน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2
โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร
นางสาวทกั ษณิ า เหลา่ พร
รหสั นักศกึ ษา 61100141104
สาขาวชิ า วิทยาศาสตร์ (เน้นเคม)ี
การฝกึ ปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา 1
รหสั วชิ า ED18501 (INTERSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
คำนำ
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว22101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 1 นี้จัดทำข้ึน
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู้/
ตวั ช้วี ดั ท่กี ำหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ผู้จัดทำจึง
ไดศ้ ึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนิค วิธีการสอน การวัดและประเมินผล มาจดั ทำแผนการจดั การเรียนรใู้ นครงั้ นี้
แผนการจัดการเรยี นรู้ในเลม่ 4 นี้ ประกอบไปดว้ ย แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 เรื่อง แรง
และการเคล่อื นทใ่ี นชีวิตประจำวนั เพอื่ ให้ผูเ้ รียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรไู้ ด้เตม็ ศกั ยภาพอย่างแท้จรงิ จงึ หวังเป็น
อย่างยงิ่ ว่าแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบับน้ี จะสามารถนำไปใชป้ ระกอบการจดั การเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์
3 นำไปสูก่ ารพัฒนาที่ถกู ต้องและเกิดผลแกผ่ ้เู รยี นเป็นอยา่ งดี
ทักษิณา เหลา่ พร
9 ตุลาคม 2565
สารบญั
เรื่อง หนา้
คำนำ.................................................................................................................................................................. ก
สารบญั .............................................................................................................................................................. ข
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ือง แรงและการเคลื่อนทใ่ี นชีวติ ประจำวัน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15 เรือ่ ง ตำแหนง่ ระยะทางและการกระจัด............................................... 5
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 16 เร่อื ง อัตราเร็วและความเรว็ .................................................................. 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17 เรอ่ื ง แรงและแรงลพั ธ์........................................................................... 17
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 18 เร่อื ง แรงเสียดทาน................................................................................ 23
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 19 เรื่อง แรงดนั และความดันของของเหลว................................................. 30
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 20 เรื่อง โมเมนต์ของแรง............................................................................ 37
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 21 เรอื่ ง แรงและสนามของแรง.................................................................. 43
1
การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว22101
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ แรงและการเคล่อื นทีใ่ นชีวิตประจำวัน
เวลา 19 ชว่ั โมง คะแนนเตม็ 15 คะแนน
1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการ
เคลอ่ื นที่แบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชี้วัด ว2.2 ม 2/14 อธิบายและคำนวณอตั ราเร็วและความเรว็ ของการเคล่อื นทีข่ องวตั ถุ โดยใชส้ มการ
v = S/t และ ⃑ = ⃑ /t จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ว2.2 ม 2/15 เขียนแผนภาพแสดงการกระจัดและความเร็ว
ว2.2 ม 2/1 พยากรณก์ ารเคลื่อนที่ของวัตถทุ เี่ ป็นผลของแรงลพั ธ์ทีเ่ กิดจากแรงหลายแรงท่ี
กระทำต่อวตั ถใุ นแนวเดยี วกนั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว2.2 ม 2/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลพั ธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุใน
แนวเดียวกัน
ว2.2 ม 2/3 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ที เ่ี หมาะสมในการอธบิ ายปจั จยั ท่มี ผี ลต่อ
ความดนั ของของเหลว
ว2.2 ม 2/4 วเิ คราะห์แรงพยงุ และการจม การลอยของวัตถุในของเหลว จากหลักฐานเชิง
ประจักษ์
ว2.2 ม 2/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทำตอ่ วัตถุในของเหลว
ว2.2 ม 2/6 อธิบายแรงเสยี ดทานสถิตและแรงเสยี ดทานจลน์ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ว2.2 ม 2/7 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีทเี่ หมาะสมในการอธบิ ายปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่
ขนาดของแรงเสยี ดทาน
ว2.2 ม 2/8 เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงอืน่ ๆ ท่กี ระทำต่อวัตถุ
ว2.2 ม 2/9 ตระหนักถึงประโยชน์ของความร้เู รือ่ งแรงเสยี ดทานโดยวเิ คราะหส์ ถานการณป์ ญั หา
และเสนอแนะวิธกี ารลดหรือเพิ่มแรงเสียดทำนท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ กำรทำ กจิ กรรม
ในชีวติ ประจำวัน
ว2.2 ม 2/10 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธีที่เหมาะสมในการอธบิ ายโมเมนตข์ องแรง
เมอ่ื วตั ถุอยใู่ นสภาพสมดลุ ตอ่ การหมุน และคำนวณโดยใชส้ มการ M =Fl
ว2.2 ม 2/11 เปรียบเทียบแหล่งของสนามแม่เหลก็ สนามไฟฟ้าและสนามโน้มถ่วงและทศิ ทาง
2
ของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถทุ ีอ่ ย่ใู นแต่ละสนามจากข้อมลู ท่รี วบรวมได้
ว2.2 ม 2/12 เขยี นแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้าและแรงโนม้ ถ่วงท่ีกระทำตอ่ วัตถุ
ว2.2 ม 2/13 วเิ คราะห์ความสมั พันธ์ระหว่างขนาดของแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงที่
กระทำตอ่ วัตถทุ ่ีอยู่ในสนามน้ัน ๆ กบั ระยะห่างจากแหล่งของสนามถงึ วัตถจุ าก
ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
2.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ความรู้ (K : Knowledge)
1. อธิบายและคำนวณอัตราเร็วและความเรว็ ของการเคลื่อนท่ีของวัตถุ โดยใช้สมการ v = S/t และ
⃑ = ⃑ /t จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
2. วิเคราะห์แรงพยงุ และการจม การลอยของวัตถุในของเหลว จากหลักฐานเชิงประจักษ์
3. อธิบายแรงเสียดทานสถติ และแรงเสยี ดทานจลน์ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
4. เปรียบเทยี บแหลง่ ของสนามแมเ่ หล็ก สนามไฟฟา้ และสนามโน้มถ่วงและทศิ ทาง ของแรงทีก่ ระทำ
ตอ่ วตั ถทุ ่ีอยู่ในแต่ละสนามจากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
5. วเิ คราะหค์ วามสมั พันธ์ระหว่างขนาดของแรงแมเ่ หลก็ แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถว่ งท่กี ระทำตอ่ วตั ถุท่ี
อยใู่ นสนามน้นั ๆ กบั ระยะหา่ งจากแหลง่ ของสนามถึงวตั ถุจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. เขยี นแผนภาพแสดงการกระจัดและความเรว็
2. พยากรณ์การเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุใน
แนวเดยี วกันจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
3. เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธท์ เี่ กดิ จากแรงหลายแรงท่กี ระทำต่อวตั ถุในแนวเดยี วกนั
4. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อความดันของ
ของเหลว
5. เขยี นแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถใุ นของเหลว
6. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อขนาดของแรง
เสยี ดทาน
7. เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงอ่ืน ๆ ท่ีกระทำต่อวตั ถุ
8. ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายโมเมนตข์ องแรง เมื่อวัตถุอย่ใู น
สภาพสมดลุ ต่อการหมนุ และคำนวณโดยใชส้ มการ M =Fl
9. เขียนแผนภาพแสดงแรงแมเ่ หลก็ แรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงทกี่ ระทำต่อวัตถุ
3
2.3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A : Attitude)
1. ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องความรู้เรอ่ื งแรงเสยี ดทานโดยวเิ คราะห์สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะ
วิธกี ารลดหรอื เพิม่ แรงเสยี ดทานทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ การทำกจิ กรรมในชีวติ ประจำวัน
3.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
4.สาระสำคญั
5.สาระการเรยี นรู้
1. ตำแหน่งของวตั ถุและการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ
2. อตั ราเร็วและความเรว็
3. แรงลัพธ์
4. แรงเสยี ดทาน
5. แรงและความดันของของเหลว
6. แรงพยงุ ของของเหลว
7. โมเมนต์ของแรง
8. แรงและสนามของแรง
6.คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต
2. มวี นิ ัย
3. ใฝเ่ รยี นรู้
4. อยู่อยา่ งพอเพียง
5. มุ่งม่นั ในการทำงาน
6. มจี ติ สาธารณะ
7.กจิ กรรมการเรียนรู้
1. กระบวนการกลมุ่ ศกึ ษา ทดลอง อภิปรายเรื่องแรงและการเคล่ือนที่
2. กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ จากแหลง่ เรยี นร้ตู า่ ง ๆ เชน่ หนังสือเรยี น เอกสารประกอบการเรียน
ใบความรู้ หนังสือเสริมประสบการณ์ อนิ เทอรเ์ น็ต และอื่น ๆ
3. ทดสอบหลังเรียน เร่อื ง แรงและการเคลื่อนที่
4
8.สื่อการเรียนรู้
1. Microsoft office power point เรอื่ ง แรงและการเคลอื่ นที่
2. อปุ กรณ์การทำกจิ กรรมเคร่ืองชัง่ สปริง กระดาษสขี าว ไม้บรรทัด วงแหวน แผน่ ใส เชอื กเส้นเลก็ ปากกา
เคมี ดนิ สอ แผ่นไม้ ฝาขวดนำ้ ตะเกยี บ หลอด ขวดนำ้ กรรไกร คัตเตอร์ เทปกาว ภาชนะใส่น้ำ ถุงพลาสตกิ
3. หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2
4. แบบทดสอบความเข้าใจ เรือ่ ง แรงและการเคล่อื นท่ี
5. หนงั สอื เสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
6. อินเทอรเ์ นต็ เพื่อการศึกษา
9.วธิ ีการวดั ผล
1. ตรวจสอบการบนั ทึกผล สรุปผลและอภิปรายผลกิจกรรม
- ตำแหนง่ ของวัตถุ
- ระยะทางและการกระจัด
- อัตราเรว็ และความเร็ว
- แรงลพั ธ์
- แรงเสยี ดทาน
- แรงและความดันของของเหลว
2. ตรวจแบบฝึกหดั และภาระงานทมี่ อบหมาย
3. สังเกตพฤติกรรม
10.เคร่ืองมอื การวัดผล
1. แบบบนั ทกึ ผลการทำกจิ กรรม
- ตำแหน่งของวัตถุ
- ระยะทางและการกระจัด
- อัตราเร็วและความเร็ว
- แรงลัพธ์
- แรงเสยี ดทาน
- แรงและความดันของของเหลว
3. แบบทดสอบความเขา้ ใจ เรอ่ื ง แรงและการเคล่ือนที่
4. แบบประเมนิ พฤติกรรมคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
11.ชิ้นงานหรือภาระงาน
-
5
แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3 รหสั วิชา ว22101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่ือง แรงและการเคล่ือนทีใ่ นชีวติ ประจำวัน จำนวน 12 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 15 เรือ่ ง ตำแหนง่ ระยะทางและการกระจัด เวลา 2 ชว่ั โมง
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ครผู สู้ อน นางสาวทกั ษณิ า เหลา่ พร สอนวนั ที่ เดอื น พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการ
เคล่อื นทแ่ี บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชวี้ ัด ว2.2 ม 2/15 เขยี นแผนภาพแสดงการกระจดั และความเร็ว
2.จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธิบายวิธกี ารบอกตำแหนง่ ของวัตถุ
2. อธบิ ายความหมายและความแตกตา่ งของระยะทางและการกระจัด
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. เขยี นแผนภาพบอกตำแหนง่ ของวัตถุ
2. เขียนแผนภาพและคำนวณหาระยะทางและการกระจดั
2.3 คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเปน็ คนช่างคิด ช่างสงสยั ช่างสงั เกต ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
และมีจิตสาธารณะ
3.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4.สาระสำคญั
การเคลอื่ นท่ขี องวัตถุเป็นการเปลยี่ นตำแหน่งของวัตถเุ ทียบกับตำแหน่งอ้างอิงโดยมีปริมาณทเี่ กี่ยวข้องกับ
การเคลื่อนทซ่ี งึ่ มีท้งั ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ เช่น ระยะทาง อัตราเรว็ การกระจดั ความเร็ว ระยะทาง
6
เป็นปริมาณสเกลาร์ โดยระยะทางเปน็ ความยาวของเสน้ ทางทเ่ี คลอ่ื นทไี่ ด้ การกระจดั เปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ โดยการ
กระจดั มีทศิ ช้ีจากตำแหนง่ เริม่ ตน้ ไปยงั ตำแหนง่ สุดทา้ ยและมขี นาดเท่ากบั ระยะทสี่ นั้ ท่ีสุดระหว่าง
5.สาระการเรยี นรู้
1. ระยะทางและการกระจดั
6.กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1.1 นักเรียนสงั เกตภาพจากนัน้ ครกู ระตุน้ ความสนใจนักเรียนโดยใช้คำถามต่อไปนี้
- ภาพนี้แสดงข้อมูลอะไรบ้าง (แนวคำตอบ ระยะทางและเวลาที่ใช้ในการเดินทางโดยรถยนต์
ส่วนตวั และเครื่องบิน โดยสารจากสนามบนิ ดอนเมืองกรงุ เทพมหานครไปยงั สนามบนิ เชยี งใหม่)
- ถา้ นักเรยี นจะเดินทางไปจงั หวัดเชียงใหม่ มีตวั เลือกในการเดนิ ทาง คอื รถยนต์ รถจกั รยานยนต์
เครอ่ื งบิน นกั เรียนคิดวา่ ควรเลอื กวธิ เี ดินทางด้วยพาหนะใดจึงจะถึงเรว็ ทีส่ ุด (แนวคำตอบ ใช้เครือ่ งบิน)
- วธิ กี ารทน่ี ักเรยี นเลือกใช้นั้น นักเรียนใช้อะไรในการวดั ว่าอะไรเรว็ กวา่ กัน (แนวคำตอบ ใช้เวลา
ในการวดั )
1.2 ครตู รวจสอบความรู้เดิมของนกั เรียน โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้
- คนยืนย่ำเท้าอยกู่ บั ทม่ี ีการเปลีย่ นตำแหนง่ หรอื ไม่ (แนวคำตอบ ไม่มีการเปลยี่ นตำแหนง่ เพราะ
ตำแหนง่ เร่มิ ต้นและตำแหนง่ สุดท้ายเปน็ ตำแหนง่ เดยี วกัน)
- คนเดินจากตำแหนง่ A ไป B มีการเปลี่ยนตำแหน่งหรือไม่ (แนวคำตอบ มีการเปลี่ยนตำแหนง่
เพราะตำแหนง่ เรม่ิ ต้นและตำแหน่งสดุ ท้ายเปน็ คนละตำแหน่ง)
- คนเดินรอบสนามแล้วกลบั มายังตำแหน่งเดิม มีการเปลี่ยนตำแหน่งหรือไม่ (แนวคำตอบ คนมี
การเคลอ่ื นท่แี ตไ่ ม่มกี ารเปลยี่ นตำแหนง่ เพราะตำแหนง่ เร่ิมต้นและตำแหน่งสดุ ทา้ ยเปน็ ตำแหนง่ เดยี วกนั )
1.3 ครูแจง้ ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การแบ่งกลุ่มตามแผนผังการจดั ห้องเรียน
ตลอดจนกิจกรรมทีใ่ ช้ ในการเรยี นการสอน การวดั ผลประเมนิ ผลการเรียนรู้
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา
7
2.1 นักเรียนทำกิจกรรมที่ 4.1 ระบุตำแหน่งของวัตถุในห้องเรียนได้อย่างไร ในหนังสือเสริม
ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ หน้า 107 โดยให้นักเรียนเลือกสิ่งของในห้องเรียนมา 1 ชิ้น แล้วให้แต่ละคนระบุ
ตำแหนง่ ของวตั ถุน้ัน จากน้นั นำเสนอวิธีการะบุตำแหนง่ ของวัตถนุ น้ั
2.2 นักเรียนทำกิจกรรมที่ 4.2 ระยะทางและระยะห่างระหว่างสองตำแหน่ง ในหนังสือเสริม
ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ หน้า 110 โดยให้นักเรียนสังเกตแผนภาพจากนั้นตอบคำถามเกี่ยวกับระยะทางที่
เคล่ือนที่ได้ตามแนวทางการเคล่ือนที่ ระยะห่างจากตำแหน่งเริม่ ตน้ ไปยังตำแหนง่ สุดท้าย และทิศทางของตำแหน่ง
สุดท้ายเทยี บกับตำแหน่งเริม่ ต้น บันทึกผลลงในตารางบนั ทกึ ผล
3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้ power point เรื่อง การ
เคลอื่ นที่ เพ่ือใหไ้ ด้ขอ้ สรุปดงั นี้
- การระบุตำแหน่งวัตถุหนึ่ง ๆ ให้แม่นยำและเข้าใจตรงกัน ต้องมีการกำหนดตำแหน่งอ้างอิง
ระยะห่าง และทิศทางจากตำแหน่งอา้ งอิงถงึ วตั ถุน้ัน ๆ
- ตำแหน่งอ้างองิ ควรเป็นตำแหน่งทส่ี งั เกตงา่ ยและไม่เคล่อื นที่
- การกำหนดทิศทางควรกำหนดทิศทางตามภูมิศาสตร์จะมีความแม่นยำในการระบุตำแหน่ง
มากกว่าการกำหนดทิศทางขวามอื และซ้ายมือ
- ระยะทางเปน็ ความยาวตามแนวทางการเคลอ่ื นที่ สว่ นการกระจดั เป็นระยะห่างในแนวตรงจาก
ตำแหน่งเรม่ิ ตน้ ไปตำแหนง่ สุดท้าย โดยระยะทางจะมคี ่าเท่ากบั ขนาดของการกระจัด เมือ่ แนวทางการเคลอ่ื นท่ีเป็น
แนวตรงจากตำแหน่งเร่ิมต้นไปยงั ตำแหนง่ สุดท้าย โดยไมเ่ ปลีย่ นทศิ ทางของการเคล่ือนที่
4. ขน้ั ขยายความรู้
4.1 ครถู ามคำถามนกั เรยี นว่า ระยะทางกบั การกระจัดมีความแตกตา่ งกันอย่างไร
4.2 นักเรยี นเรยี นรู้เพม่ิ เติมเร่อื ง ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณเวกเตอร์ ให้ได้ข้อสรุปว่า ปรมิ าณทาง
วทิ ยาศาสตร์แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ ปริมาณสเกลาร์ ซ่งึ เป็นปรมิ าณทีบ่ อกเฉพาะขนาดและปริมาณเวกเตอร์
ซ่ึงเปน็ ปรมิ าณท่ตี ้องบอกท้งั ขนาดและทิศทาง
5. ขั้นประเมิน
8
5.1 เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดซ้ กั ถามปัญหาและขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ ในเนอื้ หาบทเรยี น
5.2 นักเรยี นทกุ คนทำแบบฝึกหัดจากหนงั สือเสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ทดสอบความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั แลว้ รวบรวมสง่ ครู
7.ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้
1. Microsoft office power point เรื่อง การเคลือ่ นท่ี
2. หนงั สอื เสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
3. หนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2
4. อนิ เทอรเ์ นต็ เพอ่ื การศึกษา
8.การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑก์ าร
ประเมิน
ความรู้ (K) - การตอบคำถามในช้นั - คำถามและแบบฝึกหดั ผ่านรอ้ ยละ 80
1. อธบิ ายวธิ ีการบอกตำแหน่งของ เรยี น และแบบฝึกหัด ขึน้ ไป
วตั ถุ
2. อธบิ ายความหมายและความ
แตกตา่ งของระยะทางและการ
กระจดั
กระบวนการ (P) - ตรวจสอบการบนั ทึก - แบบบันทึกผลการทำ ผา่ นร้อยละ 80
1. เขียนแผนภาพบอกตำแหน่งของ ผล สรุปผลและ กจิ กรรมท่ี 4.1 และ 4.2 ขน้ึ ไป
วัตถุ อภปิ รายผลกิจกรรมที่
2. เขยี นแผนภาพและคำนวณหา 4.1 และ 4.2
ระยะทางและการกระจดั
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤตกิ รรม มีคุณภาพการ
1. แสดงออกถงึ ความเป็นคนช่างคิด คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ปฏบิ ัติ ระดับดี
ช่างสงสยั ช่างสังเกต ใฝ่เรยี นรู้ มี
วินยั มงุ่ ม่ันในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9.ภาระงาน/ช้ินงาน –
9
10
11
แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรอื่ ง แรงและการเคลือ่ นทีใ่ นชีวติ ประจำวัน จำนวน 12 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 16 เร่อื ง อัตราเร็วและความเรว็ เวลา 2 ช่ัวโมง
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ครผู ู้สอน นางสาวทกั ษณิ า เหลา่ พร สอนวันที่ เดอื น พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำตอ่ วตั ถุ ลกั ษณะการ
เคล่อื นทแี่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด ว2.2 ม 2/14 อธิบายและคำนวณอัตราเร็วและความเรว็ ของการเคล่อื นทข่ี องวตั ถุ โดยใช้สมการ
v = S/t และ ⃑ = ⃑ /t จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธบิ ายความหมายและความแตกตา่ งของอตั ราเร็วและความเรว็
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. เขยี นแผนภาพและคำนวณหาอตั ราเร็วและความเรว็
2.3 คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเป็นคนช่างคดิ ช่างสงสยั ช่างสังเกต ใฝ่เรียนรู้ มวี นิ ยั มุ่งมน่ั ในการทำงาน
และมจี ติ สาธารณะ
3.สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4.สาระสำคัญ
อตั ราเรว็ เป็นปรมิ าณสเกลาร์ โดยอตั ราเร็วเป็นอตั ราสว่ นของระยะทางตอ่ เวลา มหี น่วยเปน็ เมตร/วนิ าที
ความเร็ว เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีทิศเดียวกับทิศของการกระจัด โดยความเร็วเป็นอัตราส่วนของการ
กระจัดตอ่ เวลา มีหนว่ ยเปน็ เมตร/วนิ าที2
12
5.สาระการเรยี นรู้
1. อตั ราเรว็ และความเร็ว
6.กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1.1 ครทู บทวนความรู้ก่อนเรยี น โดยกำหนดสถานการณ์ให้จากนนั้ ให้นกั เรยี นตอบวา่ ใครเคลือ่ นท่ีเร็ว
กวา่ กัน ทราบไดอ้ ย่างไร
- A และ B เร่มิ ว่งิ จากจุดเริ่มต้นเดียวกันในเวลาเดียวกนั เมอื่ เวลาผ่านไป 20 วินาที A และ B มี
ตำแหนง่ ดังภาพ (แนวคำตอบ B ว่งิ เรว็ กวา่ เพราะว่ิงไดร้ ะยะทางมากกว่าในเวลาท่เี ทา่ กัน)
- C และ D วิ่งไดร้ ะยะทาง 100 เมตรเท่ากัน แต่ C ใช้เวลาในการวิ่งมากกว่า D (แนวคำตอบ D
ว่ิงเรว็ กวา่ เพราะใช้เวลาน้อยกว่าในระยะทางที่เท่ากนั )
1.2 ครูแจ้งผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวัง จุดประสงค์การเรียนรู้ การแบ่งกลมุ่ ตามแผนผงั การจัดหอ้ งเรยี น
ตลอดจนกจิ กรรมท่ใี ช้ ในการเรยี นการสอน การวดั ผลประเมินผลการเรียนรู้
2. ขน้ั สำรวจและค้นหา
2.1 นักเรียนกิจกรรมที่ 4.6 อัตราเร็วและความเร็วแตกต่างกันอย่างไร ในหนังสือเสริมประสบการณ์
วิทยาศาสตร์ หน้า 119 โดยให้นักเรียนสังเกตจากนัน้ วิเคราะห์สถานการณ์ อธิบาย คำนวณ และเขียนแผนภาพ
แสดงขนาดและทิศทางของอัตราเรว็ และความเรว็
2.2 บันทกึ ผลลงในตารางบันทกึ ผลการทำกิจกรรม และตอบคำถามท้ายกิจกรรม
3. ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้ power point เรื่อง อัตราเร็ว
และความเร็ว เพ่อื ให้ไดข้ ้อสรปุ กจิ กรรมวา่ การเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุช้าหรอื เร็วนั้นสามารถบรรยายได้ 2 แบบ คือ
1) อัตราเร็ว คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่จริงในหนึ่งหน่วยเวลา เป็นปริมาณสเกลาร์ อัตราเร็ว
ของวัตถุหาได้จากอัตราส่วนระหว่างระยะทางของการเคลื่อนที่กับเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ แทนด้วย
สมการ v=s/t มีหนว่ ยเป็น เมตร/วนิ าที
13
2) ความเร็ว คือ การเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุในหนึง่ หน่วยเวลา เป็นปริมาณเวกเตอร์ ความเรว็
ของวัตถุหาได้จากอัตราส่วนระหว่างการกระจัดของการเคลื่อนที่กับเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ แทนด้วย
สมการ v = s /t โดยทิศทางของความเร็วจะมีทิศทางเดียวกับทิศทางของการกระจัด นั่นคือ มีทิศทางจาก
ตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหนง่ สดุ ทา้ ย มหี น่วยเป็น เมตร/วินาที2
3.2 นกั เรียนตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมในหนังสือเสริมประสบการณว์ ิทยาศาสตร์ หน้า 121
- สถานการณ์ใดบ้างที่อัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนที่ของกิตติมีค่าเท่ากัน เพราะเหตุใด (แนว
คำตอบ สถานการณ์ที่ 2.1 และ 2.4 อัตราเร็วและความเร็วมีค่าเท่ากัน เพราะระยะทางเท่ากับขนาดการกระจดั
เนอ่ื งจากเปน็ การเคลื่อนทีแ่ นวตรงจากตำแหนง่ เร่ิมต้นไปตำแหนง่ สุดท้ายโดยไม่เปลยี่ นทศิ ทาง)
- สถานการณใ์ ดบ้างท่อี ัตราเร็วและความเร็วของการเคลอ่ื นที่ของกิตติมีค่าไม่เท่ากัน เพราะเหตุ
ใด (แนวคำตอบ สถานการณ์ที่ 2.2 2.3 และ 2.5 อัตราเร็วและความเรว็ มีคา่ ไม่เท่ากัน เพราะระยะทางไมเ่ ทา่ กับ
ขนาดของการกระจัด เนื่องจากไม่ได้เคล่ือนที่เปน็ แนวตรง)
- อัตราเร็วและความเร็วแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ อัตราเร็วเป็นอัตราส่วนระหว่าง
ระยะทางกับเวลา เป็นปริมาณสเกลาร์ ส่วนความเร็วเป็นอัตราส่วนระหว่างการกระจัดกับเวลา เป็นปริมาณ
เวกเตอร์)
- จากกจิ กรรม สรปุ ได้ว่าอย่างไร (แนวคำตอบ ในการเคล่ือนทีห่ นง่ึ ๆ อัตราเรว็ และความเร็วเป็น
ปริมาณทแี่ ตกต่างกนั อตั ราเรว็ เปน็ อัตราส่วนระหว่างระยะทางกับเวลา ส่วนความเรว็ เปน็ อัตราสว่ นระหว่างการ
กระจดั กับเวลา อัตราเรว็ และความเร็วอาจมีค่าเท่ากัน ถ้าการเคลอ่ื นที่เปน็ แนวตรงจากตำแหน่งเริม่ ตน้ ไปตำแหน่ง
สุดท้ายโดยไม่เปลีย่ นทศิ ทาง)
4. ขนั้ ขยายความรู้
4.1 นักเรยี นยกตวั อยา่ งสถานการณ์ทเ่ี กีย่ วกบั อตั ราเร็วขณะหนง่ึ และความเร็วขณะหน่ึงทนี่ ักเรียนรจู้ ัก
4.2 ครยู กตัวอยา่ งโจทย์ปญั หาทเ่ี กี่ยวกบั อตั ราเรว็ และความเรว็ จากนน้ั ให้นกั เรียนออกมาแสดงวิธี
คำนวณบนกระดานหน้าช้ันเรียน
5. ข้นั ประเมิน
5.1 เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซกั ถามปญั หาและขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ ในเนื้อหาบทเรยี น
5.2 นักเรียนทกุ คนทำแบบฝึกหัดจากหนังสือเสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
ทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั แลว้ รวบรวมสง่ ครู
7.ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้
1. Microsoft office power point เรื่อง อตั ราเรว็ และความเร็ว
2. หนังสอื เสริมประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
3. หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
14
4. อนิ เทอรเ์ นต็ เพ่ือการศกึ ษา วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑก์ าร
8.การวัดและประเมนิ ผล - คำถามและแบบฝกึ หดั ประเมนิ
- การตอบคำถามในช้นั ผ่านร้อยละ 80
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เรยี น และแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกผลการทำ ขนึ้ ไป
กจิ กรรมที่ 4.6
ความรู้ (K) - ตรวจสอบการบันทึก ผา่ นรอ้ ยละ 80
1. อธิบายความหมายและความ ผล สรปุ ผลและ - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ข้นึ ไป
แตกตา่ งของอตั ราเร็วและความเร็ว อภิปรายผลกจิ กรรมท่ี คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
กระบวนการ (P) 4.6 มคี ุณภาพการ
1. เขียนแผนภาพและคำนวณหา - สังเกตพฤตกิ รรม ปฏิบตั ิ ระดบั ดี
อัตราเรว็ และความเรว็
คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเปน็ คนช่างคดิ
ช่างสงสัย ช่างสังเกต ใฝ่เรยี นรู้ มี
วนิ ยั มุง่ มน่ั ในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9. ภาระงาน/ชนิ้ งาน –
15
16
17
แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เร่อื ง แรงและการเคล่อื นทใ่ี นชีวติ ประจำวนั จำนวน 12 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง แรงและแรงลพั ธ์ เวลา 3 ชวั่ โมง
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ครูผู้สอน นางสาวทกั ษณิ า เหลา่ พร สอนวันที่ เดือน พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงท่ีกระทำต่อวัตถุ ลกั ษณะการ
เคล่อื นทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวชว้ี ดั ว2.2 ม 2/1 พยากรณ์การเคล่อื นทีข่ องวตั ถทุ ี่เปน็ ผลของแรงลัพธท์ ี่เกิดจากแรงหลายแรงที่
กระทำตอ่ วตั ถุในแนวเดยี วกนั จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์
ว2.2 ม 2/2 เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธท์ เ่ี กิดจากแรงหลายแรงทกี่ ระทำต่อวัตถุในแนว
เดียวกนั
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธิบายเคลอื่ นท่ีของวตั ถทุ ี่เป็นผลของแรงลัพธ์ทเ่ี กิดจากแรงหลายแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุในแนว
เดยี วกัน
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลพั ธ์
2.3 คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
1. แสดงออกถงึ ความเปน็ คนช่างคดิ ช่างสงสัย ช่างสงั เกต ใฝเ่ รยี นรู้ มีวนิ ัย มงุ่ ม่ันในการทำงาน
และมีจติ สาธารณะ
3.สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
18
4.สาระสำคญั
แรงเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ เขยี นลูกศรแทนแรงไดโ้ ดยความยาวของลกู ศรแทนขนาดของแรง และหัวลูกศร
แทนทิศทางของแรง สามารถหาผลรวมของแรงหลายแรงหรือแรงลัพธ์ไดจ้ ากการเขยี นแผนภาพแสดงแรง การรวม
เวกเตอรแ์ บบหางตอ่ หวั
ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุเป็นศูนย์ วัตถุจะไม่เปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนที่ คือ วัตถุจะอยู่นิ่งหรือ
เคลือ่ นทด่ี ้วยความเรว็ คงท่ี แตถ่ ้าแรงลพั ธ์ไม่เป็นศูนย์ วัตถุจะเปลยี่ นแปลงสภาพการเคลอ่ื นที่ โดยเคล่ือนท่ีเร็วขึ้น
ชา้ ลงหรอื เปล่ยี นทศิ ทาง
5.สาระการเรยี นรู้
1. แรงและแรงลัพธ์
6.กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1.1 ครูกระตนุ้ ความสนใจนักเรยี น โดยใหน้ ักเรียนสังเกตตวั เองที่ยนื นิ่งๆ บนพนื้ หรอื หนงั สือท่ีวางนงิ่ อยู่
บนโต๊ะมีแรงกระทำหรือไม่ (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ)
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา
2.1 กำหนดประเด็นและคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการหาผลรวมของแรง โดยใช้
สถานการณ์วา่ ถา้ ออกแรงผลกั โตะ๊ บนพนื้ ล่นื ไปทางตะวันออกด้วยแรง 3 นิวตนั และเพ่ือนอีกคนหนึ่งผลักดันโต๊ะน้ี
ไปทางทิศเหนือด้วยแรง 4 นิวตัน โต๊ะจะเคลื่อนที่ไปในทิศของแรงใดแรงหนึ่งหรือไม่ ถ้าไม่ โต๊ะควรจะเคลื่อนที่
อย่างไร และทศิ ทางตามแรงใด และนักเรียนคิดว่าผลรวมของแรงเป็นเทา่ ใด เพื่อนำเข้าสูก่ จิ กรรมที่ 5.1 การรวม
แรงในระนาบเดียวกันทำไดอ้ ยา่ งไร เสริมประสบการณว์ ิทยาศาสตร์ หนา้ 135
2.2 นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 5.1 การรวมแรงในระนาบเดียวกันทำได้อย่างไร เสริมประสบการณ์
วิทยาศาสตร์ หน้า 135 โดยให้นักเรียนเขียนแผนภาพแสดงเวกเตอร์ของแรงที่กระทำต่อวัตถุโดยใช้ลูกศร และ
เขียนแผนภาพแสดงเวกเตอร์ของแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ และพยากรณ์การเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นผลของแรง
ลัพธท์ เ่ี กิดจากแรงหลายแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถุ
2.3 นักเรียนตอบคำถามท้ายกจิ กรรรม
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป
3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอและร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรม และเปรียบเทียบผลการทำ
กิจกรรมของกลุ่มอืน่ กับกลมุ่ ตนเอง
3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้ power point เรื่อง แรงลัพธ์
เพอ่ื ให้ได้ขอ้ สรปุ กจิ กรรมว่า
19
- แรงเปน็ ปริมาณเวกเตอร์ ซ่งึ มที ง้ั ขนาดและทิศทาง โดยเขียนแทนไดด้ ว้ ยลูกศรใหค้ วาม
ยาวของลูกศรแทนขนาดของเวกเตอร์ หัวลกู ศรแทนทิศทางของเวกเตอร์
- การรวมเวกเตอรท์ ำได้จากการเขยี นแผนภาพการรวมเวกเตอร์แบบหางตอ่ หัว โดยนำ
หางเวกเตอร์หนึ่งมาต่อกับหัวของอีกเวกเตอร์หนึง่ และหาเวกเตอร์ลัพธโ์ ดยลากเสน้ จากหางเวกเตอรแ์ รกไปยังหัว
เวกเตอรส์ ดุ ท้าย
- เมอ่ื ใชเ้ ชือกดึงวงแหวนใหอ้ ยู่นง่ิ จะไดว้ า่ ผลรวมของแรงสองแรงแรกจะมขี นาดเท่ากับ
แรงทีส่ ามแตม่ ที ิศทางตรงกนั ข้าม โดยแรงลพั ธ์ของแรงท้งั หมดมคี ่าเปน็ ศูนย์
- ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถเุ ปน็ ศูนย์หรือผลรวมของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุเปน็ ศูนย์ วัตถุ
จะไมเ่ ปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนท่ี โดยถา้ เดมิ วตั ถุอยนู่ ่ิง วัตถจุ ะอยนู่ ิ่งตอ่ ไป
- แต่ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุไม่เป็นศูนย์หรือผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุไม่เป็น
ศูนย์ วัตถุจะเปลี่ยนแปลงสภาพการเคลือ่ นที่ โดยวัตถุที่เดิมอยู่นิ่งก็จะเคลื่อนท่ีในทิศทางเดียวกับทศิ ทางของแรง
ลพั ธ์
3.3 นักเรยี นตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมในหนงั สือเสรมิ ประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ หน้า 139 เมื่อออกแรง
กระทำต่อวงแหวนและวงแหวนอยนู่ งิ่ แรงลพั ธ์ทีก่ ระทำตอ่ วงแหวนมขี นาดเท่าใด ทราบไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ
แรงลัพธท์ ก่ี ระทำต่อวงแหวนมคี า่ เป็นศูนย์ เพราะวงแหวนอยนู่ งิ่ )
- ลูกศรที่ลากจากหางเวกเตอร์ ⃑F1ไปยังหัวเวกเตอร์ ⃑F2 มีขนาดและทิศทางเป็นอย่างไร
เมือ่ เปรยี บเทยี บกับเวกเตอร์ F⃑ 3 (แนวคำตอบ ลูกศรที่ลากจากหางเวกเตอร์ 1 ไปยงั หวั เวกเตอร์ ⃑F2 มีขนาด
เทา่ ขนาดของเวกเตอร์ F⃑ 3 แตม่ ีทิศทางตรงกันข้าม)
- ลกู ศรทลี่ ากจากหางเวกเตอร์ ⃑F1ไปยังหัวเวกเตอร์ ⃑F2นา่ จะเปน็ ปรมิ าณใด (แนวคำตอบ
ลูกศรทล่ี ากจากหางเวกเตอร์ F⃑ 1ไปยังหวั เวกเตอร์ ⃑F2นา่ จะแทนผลรวมของเวกเตอร์ทง้ั สอง)
- จากกิจกรรมสรุปได้ว่าอยา่ งไร (แนวคำตอบ แรงเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ ซงึ่ มีทง้ั ขนาดและ
ทิศทาง โดยเขียนแทนได้ด้วยลูกศรให้ความยาวของลูกศรแทนขนาดเวกเตอร์ หัวลูกศรแทนทิศทางของเวกเตอร์
การรวมเวกเตอร์ทำได้โดยการเขียนแผนภาพ โดยรวมเวกเตอร์แบบหางต่อหัว และหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยลากจาก
หางเวกเตอรแ์ รกไปยงั หัวเวกเตอร์สดุ ท้าย และเมื่อใชเ้ ชือก 3 เสน้ ดงึ วงแหวนให้อยนู่ ิ่ง จะไดว้ ่า ผลรวมของแรงสอง
แรงแรกจะมีขนาดเท่าแรงทสี่ าม แตม่ ีทิศทางตรงกันข้าม โดยแรงลพั ธ์ท้ังหมดมีคา่ เปน็ ศนู ย์)
4. ขั้นขยายความรู้
4.1 ครถู ามคำถามนกั เรยี นว่าถา้ นักเรยี นยืนน่งิ อยูบ่ นสเกตบอรด์ แลว้ ออกแรงผลกั ผนังหอ้ ง เราจะ
เปลย่ี นสภาพการเคล่ือนท่ีหรือไม่ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ดจึงเปน็ เช่นน้นั นักเรียนตอบได้ตามความเขา้ ใจของนักเรยี น
โดยครไู ม่เฉลยคำตอบ
20
4.2 นักเรยี นขยายความรู้เกย่ี วกับแรงกิริยาและแรงปฏกิ ริ ิยาโดยครูอธิบายเพ่ิมเติมและให้นักเรียนลอง
ออกแรงผลกั ผนงั จากนนั้ ให้นกั เรียนศกึ ษาเพ่ิมเตมิ จากหนงั สือเสรมิ ประสบการณว์ ิทยาศาสตร์ หนา้ 143
5. ข้นั ประเมิน
5.1 เปิดโอกาสให้นกั เรียนได้ซกั ถามปัญหาและขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ ในเน้ือหาบทเรยี น
5.2 นักเรยี นทกุ คนทำแบบฝึกหัดจากหนงั สือเสรมิ ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
ทดสอบความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกบั แลว้ รวบรวมส่งครู
7.สอื่ /แหลง่ เรียนรู้
1. Microsoft office power point เรอื่ ง แรงและแรงลัพธ์
2. หนังสือเสริมประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
3. หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
4. อนิ เทอร์เน็ตเพ่อื การศึกษา
5. เครอ่ื งชงั่ สปรงิ เชอื ก วงแหวน กระดาษเอ 4
8.การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวัดผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑ์การ
ประเมิน
ความรู้ (K) - การตอบคำถามในชัน้ - คำถามและแบบฝึกหัด ผา่ นร้อยละ 80
1. อธิบายเคล่ือนที่ของวัตถุทีเ่ ปน็ ผล เรยี น และแบบฝึกหัด ข้ึนไป
ของแรงลัพธ์ทีเ่ กิดจากแรงหลายแรง
ท่ีกระทำตอ่ วัตถุในแนวเดยี วกัน
กระบวนการ (P) - ตรวจสอบการบันทึก - แบบบนั ทกึ ผลการทำ ผา่ นรอ้ ยละ 80
1. เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรง ผล สรุปผลและ กิจกรรมท่ี 5.1 ขน้ึ ไป
ลัพธ์ อภิปรายผลกิจกรรมที่
5.1
คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤตกิ รรม มคี ณุ ภาพการ
1. แสดงออกถงึ ความเป็นคนช่างคิด คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ปฏบิ ัติ ระดบั ดี
ชา่ งสงสยั ช่างสังเกต ใฝ่เรยี นรู้ มี
วินยั มงุ่ ม่ันในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9. ภาระงาน/ชิน้ งาน
–
21
22
23
แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรอื่ ง แรงและการเคล่อื นท่ใี นชวี ติ ประจำวัน จำนวน 12 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 18 เรือ่ ง แรงเสียดทาน เวลา 3 ชวั่ โมง
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ครูผู้สอน นางสาวทักษณิ า เหลา่ พร สอนวันท่ี เดือน พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจำวนั ผลของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการ
เคลอื่ นท่ีแบบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทงั้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวชว้ี ัด ว 2.2 ม.2/6 อธิบายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสยี ดทานจลน์จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ว2.2 ม 2/7 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธที ี่เหมาะสมในการอธบิ ายปจั จัยที่มผี ลต่อ
ขนาดของแรงเสยี ดทาน
ว2.2 ม 2/8 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงอืน่ ๆ ทกี่ ระทำตอ่ วตั ถุ
ว2.2 ม 2/9 ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรูเ้ รอื่ งแรงเสียดทานโดยวิเคราะหส์ ถานการณ์ปัญหา
และเสนอแนะวิธกี ารลดหรอื เพมิ่ แรงเสียดทำนที่เป็นประโยชน์ต่อกำรทำ กจิ กรรม
ในชวี ิตประจำวัน
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธิบายแรงเสยี ดทานสถิตและแรงเสยี ดทานจลน์
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. ทดลองและเขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงอน่ื ๆ ทีก่ ระทำตอ่ วัตถุ
2.3 คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ (A)
1. ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรู้เรื่องแรงเสียดทานทเี่ กดิ ขน้ึ ในชีวิตประจำวนั
3.สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
24
4.สาระสำคญั
แรงเสียดทาน เป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนทีข่ องวัตถุน้ัน โดยถ้าออก
แรงกระทำตอ่ วัตถทุ ีอ่ ยู่นง่ิ บนพน้ื ผิวใหเ้ คล่ือนท่ี แรงเสียดทานก็จะต้านการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ แรงเสยี ดทานที่เกดิ ข้ึน
ในขณะที่วัตถุยังไม่เคลื่อนที่ เรียก แรงเสียดทานสถิต แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุน้ัน
เคลือ่ นทีช่ ้าลงหรอื หยดุ นิ่ง เรยี ก แรงเสยี ดทานจลน์
ขนาดของแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุขึ้นกับลักษณะผิวสัมผัสและขนาดของแรงปฏิกิริยาต้งั
ฉากระหวา่ งผวิ สมั ผัส
กจิ กรรมในชีวติ ประจำวนั บางกจิ กรรมต้องการแรงเสยี ดทาน เชน่ การเปิดฝาเกลียวขวดนำ้ การใช้แผ่นกัน
ล่ืนในห้องนำ้ บางกิจกรรมไม่ต้องการแรงเสยี ดทาน เช่น การลากวัตถุบนพนื้ การใช้น้ำมันหลอ่ ลื่นในเครื่องยนต์
ความรูเ้ ร่อื งแรงเสยี ดทานสามารถนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันได้
5.สาระการเรยี นรู้
1. แรงเสียดทาน
6.กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1.1 ครทู บทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรียน โดยการให้เขียนลูกศรแสดงขนาดและทิศทางของแรงเสยี ดทาน
ที่เกิดขึ้นเมื่อออกแรงดึงกล่องไปทางขวา
(แนวคำตอบ กล่องไม่ขยับและกลอ่ งเคล่ือนทไี่ ปทางขวาดว้ ยความเรว็ คงท่ี ท้งั สองกรณีน้ี แรงลพั ธท์ ี่กระทำต่อ
กล่องจะเปน็ ศูนยถ์ ้ามีแรงดึงกล่องไปทางขวา ดงั นนั้ จะตอ้ งมีแรงทม่ี ีขนาดเท่ากับแรงท่ีดงึ แตม่ ีทิศทางตรงขา้ มแรงท่ี
เกิดขึน้ นีเ้ ปน็ แรงเสียดทาน ดงั ภาพ)
25
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 5.3 แรงเสียดทานเมื่อวัตถุไม่เคลื่อนที่และเคลือ่ นที่แตกต่างกันอย่างไร ใน
หนังสือเสรมิ ประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์หน้า 147 โดยครูใช้คำถาม เพอ่ื ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายว่า ถา้ วางวัตถุไป
บนพื้นราบ ขณะนนั้ จะมแี รงเสยี ดทานหรอื ไมอ่ ยา่ งไร โดยใชถ้ ุงทราย แผ่นไม้และเครอ่ื งช่ังสปริง
2.2 นกั เรียนสงั เกตและอธบิ ายแรงเสยี ดทานท่กี ระทำตอ่ แผน่ ไม้เมื่อแผน่ ไม้เม่ือแผ่นไม้ไม่เคลื่อนที่และ
เม่อื แผ่นไม้เคลื่อนท่ีดว้ ยความเร็วคงท่ี จากนน้ั เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทานท่กี ระทำต่อแผ่นไม้เม่ือแผ่นไม้ไม่
เคล่ือนทแ่ี ละเมือ่ แผน่ ไม้เคล่ือนท่ีดว้ ยความเรว็ คงที่
2.3 นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม
3. ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมรว่ มกัน โดยใช้ power point เรื่อง แรงเสียด
ทาน เพื่อใหไ้ ด้ข้อสรุปกจิ กรรมว่า
- เมื่อมีแรงกระทำต่อแผ่นไม้เพื่อให้แผ่นไม้เคลื่อนทีจ่ ะมีแรงต้านการเคลื่อนทีน่ ัน้ ๆ เม่ือ
เพม่ิ แรงให้มากขน้ึ เรือ่ ย ๆ โดยแผ่นไม้ยังไม่เคล่อื นที่ แรงตา้ นก็จะเพิ่มมากข้ึนเช่นกนั โดยแรงต้านจะมีขนาดเท่ากับ
แรงทีก่ ระทำแต่มที ศิ ตรงกันขา้ ม และเม่ือแรงกระทำมากขน้ึ จนถงึ ค่าหน่ึง แผน่ ไมจ้ ะเริ่มเคล่อื นที่ แต่เมือ่ ดึงต่อไปให้
แผ่นไม้เคลือ่ นที่ด้วยความเรว็ คงที่ แรงทดี่ งึ แผน่ ไม้กจ็ ะมคี า่ ลดลงเลก็ น้อย
- แรงเสยี ดทานสถิต เป็นแรงเสยี ดทานท่เี กิดข้ึนเมื่อวัตถุอยูน่ ิง่ มไี ดห้ ลายคา่ แตม่ คี า่ สูงสุด
คา่ หนึง่ เรียกวา่ แรงเสียดทานสถติ สงู สดุ
- แรงเสียดทานจลน์ เปน็ แรงเสยี ดทานทเ่ี กิดขน้ึ เม่ือวตั ถุเคลือ่ นท่ี โดยแรงเสียดทานจลน์
จะมีคา่ น้อยกวา่ แรงเสียดทานสถิตสงู สุด
- เม่ือมแี รงมากระทำต่อวตั ถุให้วตั ถเุ คลอื่ นท่ีไปบนพ้ืนผวิ แตว่ ัตถุยังคงอย่นู ่งิ หรือเรมิ่
เคล่ือนที่ หรอื เคลอื่ นที่ดว้ ยความเรว็ คงท่ี ในแตล่ ะกรณีแรงเสยี ดทานจะมขี นาดเทา่ กับแรงที่มากระทำนั้นแต่มที ศิ
ทางตรงขา้ ม
3.2 นักเรียนตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมในหนังสือเสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ หนา้ 148
- ช่วงที่ออกแรงดึงแล้วแผ่นไม้ยังไม่เคลื่อนท่ี มแี รงเสียดทานหรือไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร (แนว
คำตอบ ชว่ งทีอ่ อกแรงดึงแลว้ แผ่นไมไ้ ม่เคล่อื นทมี่ ีแรงเสียดทาน เพราะเม่ือวตั ถอุ ยนู่ ่ิง แรงลัพธจ์ ะเปน็ ศูนย์ ดังนัน้
เมื่อมีแรงกระทำต่อแผน่ ไมแ้ ล้วแรงลพั ธ์เปน็ ศนู ยแ์ สดงว่าตอ้ งมีแรงอกี 1 แรงทีม่ ีขนาดเท่ากับแรงทด่ี ึงแตท่ ิศทาง
ตรงกนั ข้ามกระทำตอ่ แผ่นไมด้ ้วยซงึ่ คอื แรงเสยี ดทาน)
- ในขณะท่ีแผ่นไมย้ ังไมเ่ คล่ือนที่ เมอ่ื ออกแรงดงึ เพม่ิ ข้ึน คา่ ของแรงเสยี ดทานเปน็ อย่างไร
ทราบได้อยา่ งไร (แนวคำตอบ เม่ือออกแรงเพ่ิมข้ึน แตแ่ ผ่นไม้ยงั ไม่เคล่อื นที่ แรงเสยี ดทานจะมีคา่ เพ่ิมข้ึนด้วยเพอื่
ทาใหแ้ รงลพั ธ์เป็นศนู ย์)
26
- คา่ ของแรงเสยี ดทานขณะทีแ่ ผ่นไม้เริม่ จะเคลื่อนท่ีเป็นอยา่ งไร เมอื่ เทยี บกับขณะทแ่ี ผ่น
ไมย้ ังไม่เคล่อื นท่ี (แนวคำตอบ กรณีแผน่ ไมเ้ ร่มิ เคลื่อนที่ แรงเสยี ดทานขณะนั้นยงั คงเท่ากบั แรงทดี่ ึง โดยแรงทีด่ งึ มี
ค่ามากท่ีสดุ เมอ่ื เปรียบเทยี บกับแรงทใ่ี ชด้ งึ ในกรณที แ่ี ผ่นไม้ยงั ไม่เคล่ือนทจี่ ะไดว้ า่ แรงเสยี ดทานขณะนนั้ จะมีคา่ มาก
ท่สี ดุ ด้วย เมื่อเปรียบเทยี บกบั แรงเสียดทานในกรณีท่ีแผ่นไม้ยงั ไม่เคล่อื นที่)
- ค่าของแรงเสียดทานขณะท่แี ผน่ ไม้เคล่ือนทด่ี ้วยความเร็วคงท่ีเปน็ อยา่ งไร เมอ่ื เทียบกับ
ขณะที่แผน่ ไมเ้ ร่ิมจะเคล่ือนท่ี (แนวคำตอบ ขณะที่แผน่ ไมเ้ คลือ่ นท่ดี ว้ ยความเร็วคงท่ี แรงลพั ธจ์ ะเป็นศนู ย์ น่นั คอื
แรงเสียดทานจะมขี นาดเทา่ กบั แรงทใี่ ช้ดงึ แผน่ ไม้ แต่เนื่องจากเมื่อดึงแผน่ ไม้ให้เคล่ือนท่ดี ว้ ยความเร็วคงท่ี แรงที่ใช้
มีค่าน้อยกว่าแรงทใ่ี ช้ดงึ ใหแ้ ผ่นไม้เร่ิมเคลอื่ นท่ี ดงั น้นั สามารถสรุปไดว้ า่ แรงเสียดทานขณะที่แผน่ ไมเ้ คลอ่ื นทด่ี ้วย
ความเร็วคงท่ีจะมีคา่ นอ้ ยกวา่ แรงเสยี ดทานเมอื่ แผ่นไมเ้ รม่ิ เคลือ่ นท่ี)
- จากการเขียนแผนภาพขนาดและทศิ ทางของแรงเสยี ดทานเปน็ อย่างไรเมอื่ เทียบกับแรง
ทใี่ ช้ดงึ แผ่นไม้ (แนวคำตอบ แรงเสียดทานมขี นาดเท่ากับแรงท่ใี ชด้ ึงวัตถุ แตม่ ีทิศทางตรงกันข้าม)
- จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร (แนวคำตอบ ถา้ วัตถุอยู่น่ิง เม่ือมีแรงกระทำให้วัตถุ
เคล่อื นท่จี ะมแี รงเสยี ดทานกระทำในทศิ ทางตรงขา้ มเพ่ือตา้ นการเคลอื่ นที่ของวัตถนุ ้นั ถา้ แรงท่ีกระทำต่อวัตถุ
เพมิ่ ข้นึ แรงเสยี ดทานก็จะเพมิ่ ขึ้นด้วยจนถงึ ค่าแรงเสียดทานท่มี ากที่สดุ วตั ถุจะเร่มิ เคลอ่ื นที่ และเมอื่ วตั ถเุ คล่อื นที่
แลว้ แรงเสียดทานจะมีค่าลดลง)
4. ขนั้ ขยายความรู้
4.1 ครถู ามคำถามนักเรยี นวา่ นอกจากขนาดของแรงเสยี ดทานสถิตและแรงเสยี ดทานจลน์มีค่าต่างกนั
ตามลกั ษณะการเคลอื่ นท่ีของวัตถุแลว้ ขนาดของแรงเสียดทานยงั ข้นึ อยกู่ ับอะไรอกี บา้ ง นกั เรยี นตอบไดต้ ามความ
เขา้ ใจของนกั เรียน ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมเกี่ยวกบั ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสยี ดทาน
4.2 นักเรยี นยกตวั อย่างการเพิม่ และการลดแรงเสยี ดทานทีเ่ กดิ ขน้ึ ในชีวติ ประจำวนั ท่ีนกั เรยี นรจู้ ัก
(แนวคำตอบ ดอกยางจากพื้นรองเท้า สีกันลืน่ ท่ีทาบนถนน แผ่นกันล่ืนในหอ้ งนำ้ )
5. ขน้ั ประเมนิ
5.1 เปิดโอกาสให้นักเรยี นไดซ้ ักถามปัญหาและข้อสงสยั ต่าง ๆ ในเนอื้ หาบทเรียน
5.2 นกั เรียนทุกคนทำแบบฝึกหัดจากหนงั สือเสรมิ ประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ทดสอบความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั แล้วรวบรวมส่งครู
7.สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้
1. Microsoft office power point เรือ่ ง
2. หนังสือเสรมิ ประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
3. หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
4. อนิ เทอรเ์ น็ตเพ่อื การศึกษา
27
5. ถุงทราย แผน่ ไม้ เคร่ืองช่ังสปรงิ
8.การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑก์ าร
- คำถามและแบบฝึกหดั ประเมนิ
ความรู้ (K) - การตอบคำถามในชั้น ผ่านร้อยละ 80
- แบบบันทึกผลการทำ ขึ้นไป
1. อธบิ ายแรงเสยี ดทานสถิตและแรง เรยี น และแบบฝึกหัด กิจกรรมที่ 5.1
ผ่านรอ้ ยละ 80
เสียดทานจลน์ - แบบประเมินพฤติกรรม ขึน้ ไป
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
กระบวนการ (P) - ตรวจสอบการบันทกึ มคี ุณภาพการ
ปฏบิ ตั ิ ระดับดี
1. ทดลองและเขยี นแผนภาพแสดง ผล สรปุ ผลและ
แรงเสยี ดทานและแรงอน่ื ๆ ทก่ี ระทำ อภิปรายผลกจิ กรรมท่ี
ต่อวัตถุ 5.1
คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรม
1. แสดงออกถงึ ความเปน็ คนช่างคิด
ช่างสงสยั ช่างสงั เกต ใฝเ่ รยี นรู้ มี
วินัย ม่งุ มนั่ ในการทำงานและมี
จติ สาธารณะ
9.ภาระงาน/ช้นิ งาน –
28
29
30
แผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว22101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง แรงและการเคลื่อนที่ในชีวติ ประจำวัน จำนวน 12 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 19 เร่อื ง แรงดนั และความดนั ของของเหลว เวลา 3 ช่ัวโมง
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ครูผู้สอน นางสาวทักษิณา เหลา่ พร สอนวันที่ เดือน พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการ
เคล่ือนท่แี บบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชวี้ ดั ว2.2 ม 2/3 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ที ่ีเหมาะสมในการอธบิ ายปัจจยั ที่มีผลต่อ
ความดันของของเหลว
ว2.2 ม 2/4 วิเคราะหแ์ รงพยุง และการจม การลอยของวัตถุในของเหลว จากหลกั ฐานเชิง
ประจักษ์
ว2.2 ม 2/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุในของเหลว
2.จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธบิ ายความหมายและปัจจยั ท่มี ีผลตอ่ ความดันของของเหลว
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. ทดลองและเขียนแผนภาพแสดงแรงท่กี ระทำต่อวัตถใุ นของเหลว
2.3 คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเป็นคนช่างคิด ช่างสงสัย ช่างสงั เกต ใฝเ่ รยี นรู้ มวี ินยั มุ่งมัน่ ในการทำงาน
และมจี ติ สาธารณะ
3.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
31
4.สาระสำคัญ
เมือ่ วตั ถุอยู่ในของเหลวจะมแี รงท่ีของเหลวกระทำต่อวัตถุในทุกทิศทาง โดยแรงทีข่ องเหลวกระทำตั้งฉาก
กับผวิ วตั ถตุ อ่ หนง่ึ หนว่ ยพ้ืนที่ เรียกวา่ ความดนั ของของเหลว
ความดันของของเหลวมีความสัมพันธ์กับความลึกจากระดับผิวหน้าของของเหลว โดยบริเวณที่ลึกลงไป
จากระดับผิวหน้าของของเหลวมากขึ้น ความดันของของเหลวจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากของเหลวที่อยู่ลึกกว่า จะมี
นำ้ หนักของของเหลวด้านบนกระทำมากกว่า
5.สาระการเรียนรู้
1. ความดนั ของของเหลว
6.กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1.1 นกั เรียนสงั เกตภาพจากน้ันครูกระต้นุ ความสนใจนกั เรยี นโดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- การดำนำ้ แบบดำนำ้ ตน้ื ต่างจากการดำน้ำแบบน้ำลกึ อย่างไร (แนวคำตอบ นกั เรียนตอบ
ตามความเข้าใจของตนเอง ซ่ึงอาจมนี ักเรียนบางคนอธบิ ายวา่ การดำนำ้ ตื้นไมต่ อ้ งใสช่ ุดประดาน้ำและหายใจโดยมี
ทอ่ หายใจซึง่ โผลพ่ น้ ผิวน้ำ)
- ในขณะท่ีนักประดาน้ำอยู่ในน้ำมแี รงใดท่กี ระทำต่อนักประดาน้ำบา้ ง แรงนเี้ กิดจากอะไร
(แนวคำตอบ นกั เรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)
- นกั ประดาน้ำดำน้ำลกึ ตืน้ ต่างกันจะมแี รงกระทำต่างกนั หรอื ไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ
นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง)
2. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรียน โดยให้บอกวา่ ขอ้ ใดถกู ข้อใดผิด นกั เรียนสามารถตอบได้ตามความ
เข้าใจของตนเอง โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
- ของเหลวแตล่ ะชนิดมีความหนาแน่นคงทีท่ ีอ่ ุณหภูมิหนงึ่ ๆ (แนวคำตอบ ถูกต้อง เพราะ
ความหนาแนน่ ของของเหลวจะคงทท่ี อ่ี ณุ หภูมหิ นึ่ง ๆ เสมอ กล่าวคอื เมอ่ื อุณหภมู ิสูงขน้ึ ความหนาแน่นจะลดลง
32
เนอ่ื งจากอนุภาคของของเหลวจะเคลื่อนท่ีดว้ ยความเรว็ สงู ขึน้ ส่งผลใหป้ รมิ าตรของของเหลวเพมิ่ ข้ึนในขณะที่มวล
คงที่ ดงั น้ันเม่อื ของเหลวมีอณุ หภูมสิ ูงข้นึ ความหนาแนน่ ของของเหลวจะมีคา่ ลดลง)
- ความดนั อากาศจะสงู ข้ึนเมือ่ อย่ใู นบรเิ วณที่สงู ข้ึน (แนวคำตอบ ผดิ เพราะความดนั
อากาศมคี วามสัมพันธก์ ับความสูงจากพื้นโลก โดยบรเิ วณที่สูงจากพื้นโลกขนึ้ ไปอากาศเบาบางลง มวลอากาศ
นอ้ ยลง ความดนั อากาศกจ็ ะลดลง)
- ความดันคอื แรงท่ีกระทำต่อพ้ืนท่ีหนึง่ หนว่ ย (แนวคำตอบ ถูกตอ้ ง เพราะมกี ารกำหนดให้
ขนาดของแรงที่กระทำตอ่ พื้นทห่ี น่ึงตารางหน่วย เรียกวา่ ความดัน)
2. ข้นั สำรวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนทำกิจกรรมที่ 5.6 น้ำมีแรงกระทำต่อวัตถุหรือไม่อย่างไร หนังสือเสริมประสบการณ์
วทิ ยาศาสตร์หน้า 159 โดยให้นักเรียนจุ่มมือที่สวมถงุ พลาสตกิ ลงในน้ำให้จมลงไปจนถึงขอ้ มอื สังเกตลักษณะของ
ถุงพลาสตกิ ทส่ี วม บนั ทึกผลลงในตารางบนั ทกึ ผลจากการทำกจิ กรรม
2.2 ระบทุ ศิ ทางของแรงทน่ี ้ำกระทำตอ่ วัตถุ และตอบคำถามท้ายกิจกรรม
3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป
3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้ power point เรื่อง แรงและ
ความดันของของเหลว เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ กิจกรรมวา่
• น้ำมแี รงกระทำตอ่ วัตถุโดยมแี รงกระทำในทุกทิศทาง สังเกตไดจ้ ากรปู ร่างทเี่ ปล่ียนไปของถุงพลาสติกที่ถูก
น้ำดนั ให้แนบกบั มือในทุกทศิ ทาง
• นอกจากของเหลวจะมีแรงกระทำต่อวัตถุในทุกทิศทางแลว้ แรงที่ของเหลวกระทำตอ่ วตั ถุจะมีทิศทางตงั้
ฉากกับผิววัตถุ และได้มีการกำหนดว่าแรงที่ของเหลวกระทำต่อพื้นที่หนึ่งหน่วย เรียกว่า ความดันของ
ของเหลว เป็นปรมิ าณสเกลาร์
3.2 นกั เรยี นตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมในหนังสอื เสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์หน้า 197
• เมื่อจุ่มมือที่หุ้มถุงพลาสติกลงในน้ำ รู้สึกถึงแรงที่กระทำต่อมือหรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ เมื่อจุ่มมือที่
สวมถงุ พลาสตกิ ลงในนำ้ รสู้ กึ ถึงแรงท่ีกระทำตอ่ มือในทกุ ทศิ ทาง)
• น้ามีแรงกระทำตอ่ ถงุ พลาสติกหรือไม่ ทราบได้อย่างไร (แนวคำตอบ น้ำมีแรงกระทำต่อถุงพลาสติก โดย
สังเกตจากถุงพลาสติกมีรูปร่างเปลีย่ นไป)
• ถา้ นำ้ มแี รงกระทำตอ่ ถุงพลาสติก แรงทนี่ ้ำกระทำมีทิศทางใด รไู้ ด้อย่างไร(แนวคำตอบ นำ้ มแี รงกระทำต่อ
ถุงพลาสตกิ ในทกุ ทศิ ทาง สังเกตได้จากน้ำดันถงุ พลาสตกิ ในทกุ ทศิ ทางใหแ้ นบกบั มือ)
• จากกิจกรรม สรุปไดว้ ่าอย่างไร (แนวคำตอบ น้ำมแี รงกระทำตอ่ วตั ถโุ ดยกระทำในทุกทิศทาง)
33
4. ขั้นขยายความรู้
4.1 ครูถามคำถามนักเรยี นว่าความดันของของเหลวจะเปลย่ี นแปลงเชน่ เดยี วกับความดนั อากาศท่ี
เปล่ยี นตามระดับความสูงหรือไม่ และเปล่ียนแปลงเนอื่ งจากปจั จยั ใดบา้ ง นกั เรียนตอบได้ตามความเข้าใจของ
นักเรียน โดยครไู ม่เฉลยคำตอบ
4.2 นกั เรยี นศกึ ษาปัจจัยท่มี ีผลตอ่ ความดันขอของเหลวในหนงั สอื เรยี นหน้า 201 เพ่ือให้ไดข้ อ้ สรุปว่า
ความดนั ของของเหลวขนึ้ อยู่กบั ความลกึ จากผิวของของเหลว ยิ่งลกึ ลงไปความดันยิ่งมาก นอกจากนั้นความดนั ของ
ของเหลวยงั ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของของเหลว โดยของเหลวที่มีความหนาแนน่ มากจะมคี วามดนั มาก
4.3 ครูใหน้ กั เรียนยกตัวอย่างความรเู้ ร่ืองความดันของของเหลวทน่ี ำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ท่ีนักเรียน
รูจ้ กั (แนวคำตอบ การสร้างหอสง่ น้ำ การสรา้ งเขื่อน การดำนำ้ ลกึ ให้ปลอดภัย)
5. ขน้ั ประเมิน
5.1 เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นไดซ้ ักถามปญั หาและขอ้ สงสยั ต่าง ๆ ในเน้อื หาบทเรยี น
5.2 นกั เรยี นทุกคนทำแบบฝึกหัดจากหนงั สือเสรมิ ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
ทดสอบความรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับ แล้วรวบรวมส่งครู
7.ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
1. Microsoft office power point เรอ่ื ง แรงและความดนั ของของเหลว
2. หนงั สือเสรมิ ประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
3. หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
4. อนิ เทอรเ์ น็ตเพ่ือการศกึ ษา
5. อุปกรณ์ทดลอง
34
8.การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ าร
ประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ - การตอบคำถามในช้นั - คำถามและแบบฝกึ หดั ผา่ นร้อยละ 80
เรยี น และแบบฝึกหัด ข้นึ ไป
ความรู้ (K)
1. อธิบายความหมายและปัจจยั ที่มี - ตรวจสอบการบนั ทกึ - แบบบันทึกผลการทำ ผา่ นรอ้ ยละ 80
ผลต่อความดนั ของของเหลว ผล สรุปผลและ กิจกรรมที่ 5.6 ขน้ึ ไป
กระบวนการ (P) อภิปรายผลกิจกรรมท่ี
1. ทดลองและเขยี นแผนภาพแสดง 5.6 - แบบประเมนิ พฤติกรรม มีคณุ ภาพการ
แรงท่ีกระทำตอ่ วตั ถใุ นของเหลว - สังเกตพฤตกิ รรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ปฏบิ ตั ิ ระดับดี
คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเป็นคนช่างคดิ
ชา่ งสงสยั ช่างสังเกต ใฝเ่ รยี นรู้ มี
วนิ ยั มุ่งมั่นในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9.ภาระงาน/ช้ินงาน –
35
36
37
แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 เรอื่ ง แรงและการเคลอื่ นทใี่ นชีวติ ประจำวนั จำนวน 12 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 20 เรื่อง โมเมนต์ของแรง เวลา 3 ชัว่ โมง
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ครผู ู้สอน นางสาวทกั ษิณา เหล่าพร สอนวันที่ เดอื น พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงท่ีกระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคล่อื นทีแ่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ช้ีวดั ว2.2 ม 2/10 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวิธที ีเ่ หมาะสมในการอธิบายโมเมนตข์ องแรง
เม่อื วตั ถอุ ยู่ในสภาพสมดลุ ตอ่ การหมนุ และคำนวณโดยใชส้ มการ M =Fl
2.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ความรู้ (K)
2. อธบิ ายความหมายโมเมนตข์ องแรง
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. คำนวณโมเมนตข์ องแรงเมือ่ วตั ถุอยูใ่ นสภาพสมดุลต่อการหมนุ โดยใชส้ มการ M=Fl
2. ทดลองในการอธิบายโมเมนตข์ องแรงเม่อื วตั ถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุนได้
2.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเปน็ คนช่างคิด ช่างสงสยั ช่างสงั เกต ใฝเ่ รียนรู้ มวี ินัย มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
และมจี ิตสาธารณะ
3.สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4.สาระสำคญั
เมื่อมีแรงกระทำต่อวัตถุโดยแนวแรงไม่ผ่านจุดหมุน วัตถุอาจเกิดการหมุน โดยเกิดโมเมนต์ของแรง ซึ่ง
โมเมนต์ของแรงคํานวณได้จากผลคูณของแรงและระยะตั้งฉากจากจุดหมุนไปยังแนวแรง ในกรณีที่ผลรวมของ
38
โมเมนตข์ องแรงในทิศทางตามเข็มนาฬกิ าเท่ากับผลรวมของโมเมนต์ของแรงในทิศทางทวนเขม็ นาฬิกา วัตถุจะอยู่
ในสภาพสมดลุ ตอ่ การหมนุ
5.สาระการเรยี นรู้
1. โมเมนต์ของแรง
6.กิจกรรมการเรียนรู้
1. ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.1 นักเรยี นและครรู ่วมกนั ทำการทดลอง โดยสง่ ตวั แทนนกั เรียน 2 คนมาทำการทดลองหน้าช้ันเรียน
ซ่ึงจะใหน้ ำไม้บรรทดั มาวางบนโตะ๊ จากนัน้ ออกแรงกระทำต่อไม้บรรทัดตำแหน่งจดุ ศูนย์กลาง ครูใช้คำถามกระตุ้น
ความคิดเพือ่ ให้นกั เรยี นระดมสมอง ดงั นี้
- เมื่อนักเรียนออกแรงกระต่อไม้บรรทัดโดยผ่านจุดศูนย์กลาง ไม้บรรทัดจะหมุนหรือไม่ (แนว
คำตอบ : ไมบ้ รรทัดไมห่ มุน)
- นักเรียนต้องออกแรงกระทำอย่างไรจึงจะทำให้ไม้บรรทัดหมุน (แนวคำตอบ : เมื่อออกแรง
กระทำไมผ่ า่ นจดุ ศนู ยก์ ลางของไมบ้ รรทัด หรือออกแรงทำในมุมต่าง ๆ ของไมบ้ รรทัด จึงจะทำใหด้ นิ สอหมนุ ได)้
1.2 นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถามเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรื่อง โมเมนตข์ องแรง
2. ข้นั สำรวจและคน้ หา
2.1 นกั เรียนศกึ ษาเน้ือหา เร่ือง โมเมนตข์ องแรง ในหนงั สอื เรียนประกอบกบั power point
2.2 ครูสาธิตวิธีการทดลอง โมเมนต์ของแรง จากนั้นนักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันคิดสมมติฐานของการ
ทดลอง และลงมอื ปฏิบตั ริ ว่ มกับเพ่อื นในกลุ่ม พร้อมทงั้ สังเกตการเปลี่ยนแปลงเม่อื ออกแรงกระทำต่อวัตถุที่ทำการ
ทดลอง
2.3 นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มลงความเห็นขอ้ มูล โดยจะนำข้อมลู มาจากการทดลอง ซงึ่ จะบันทึกผลการ
ทดลอง ลงในแบบบันทึกกิจกรรม “โมเมนตข์ องแรง”
2.4 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลมุ่ นำเสนอและทำการทดลองท่ีแตล่ ะกลมุ่ ไดอ้ อกแบบหน้าชั้นเรียน
3. ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ
3.1 นักเรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายและหาข้อสรุปเรอ่ื งโมเมนตข์ องแรง โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้
- โมเมนต์ของแรง คืออะไร (แนวคำตอบ : ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุเพือ่ ให้วัตถุหมุนไปรอบจุด
หมุน ดังนั้น โมเมนตข์ องแรงกค็ อื ผลคณู ของแรงกบั ระยะตง้ั ฉากจากแนวแรงถึงจุดหมุน )
- ทิศทางของโมเมนต์ มีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา และโมเมนต์ทวนเขม็
นาฬกิ า )
39
- สูตรที่ใช้คำนวณหาโมเมนต์ของแรง คืออะไร (แนวคำตอบ : โมเมนต์ของแรง = แรง × ระยะ
จากจุดหมนุ ตั้งฉากกับแนวแรง)
4. ขน้ั ขยายความรู้
4.1 ครูยกตวั อย่างโจทย์การคำนวณโมเมนตข์ องแรงเมือ่ วตั ถอุ ยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมนุ โดยใช้
สมการ M=Fl
5. ขัน้ ประเมนิ
5.1 เปดิ โอกาสให้นกั เรียนไดซ้ กั ถามปญั หาและข้อสงสยั ตา่ ง ๆ ในเนือ้ หาบทเรยี น
5.2 นกั เรียนทุกคนทำแบบฝึกหัดจากหนังสือเสรมิ ประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
ทดสอบความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั แล้วรวบรวมสง่ ครู
7.สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้
1. Microsoft office power point เร่ือง โมเมนตข์ องแรง
2. หนงั สอื เสรมิ ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
3. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
4. อนิ เทอร์เน็ตเพื่อการศกึ ษา
40
8.การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑ์การ
- การตอบคำถามในช้นั - คำถามและแบบฝึกหัด ประเมิน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เรยี น และแบบฝกึ หัด ผ่านรอ้ ยละ 80
- ตรวจสอบการบันทกึ - แบบบันทึกผลการทำ ข้นึ ไป
ความรู้ (K) ผล สรปุ ผลและ กิจกรรม ผา่ นรอ้ ยละ 80
1. อธบิ ายความหมายโมเมนต์ของ อภิปรายผลกจิ กรรม ขนึ้ ไป
แรง - แบบประเมินพฤตกิ รรม
กระบวนการ (P) - สงั เกตพฤติกรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มคี ณุ ภาพการ
1. คำนวณโมเมนต์ของแรงเม่อื วัตถุ ปฏบิ ตั ิ ระดับดี
อยใู่ นสภาพสมดุลต่อการหมุนโดยใช้
สมการ M=Fl
2. ทดลองในการอธิบายโมเมนต์ของ
แรงเมอ่ื วัตถอุ ย่ใู นสภาพสมดุลต่อการ
หมุนได้
คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเป็นคนช่างคิด
ชา่ งสงสยั ช่างสงั เกต ใฝเ่ รียนรู้ มี
วนิ ัย มงุ่ ม่ันในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9.ภาระงาน/ชนิ้ งาน –
41
42
43
แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว22101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 เรื่อง แรงและการเคลอื่ นทีใ่ นชวี ิตประจำวัน จำนวน 12 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 21 เรื่อง แรงและสนามของแรง เวลา 3 ช่วั โมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ครผู ้สู อน นางสาวทักษณิ า เหลา่ พร สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ.
1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจำวัน ผลของแรงท่ีกระทำตอ่ วตั ถุ ลกั ษณะการ
เคล่ือนทแี่ บบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชี้วัด ว2.2 ม 2/11 เปรียบเทียบแหลง่ ของสนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้าและสนามโน้มถว่ งและทิศทาง
ของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุทอ่ี ย่ใู นแต่ละสนามจากข้อมลู ที่รวบรวมได้
ว2.2 ม 2/12 เขยี นแผนภาพแสดงแรงแม่เหลก็ แรงไฟฟ้าและแรงโนม้ ถ่วงทก่ี ระทำต่อวตั ถุ
ว2.2 ม 2/13 วิเคราะหค์ วามสมั พันธร์ ะหวา่ งขนาดของแรงแมเ่ หล็ก แรงไฟฟ้าและแรงโน้มถ่วงท่ี
กระทำตอ่ วัตถุท่ีอยใู่ นสนามนน้ั ๆ กับระยะห่างจากแหล่งของสนามถึงวตั ถจุ าก
ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
2.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. อธบิ ายความหมายของแรงแมเ่ หลก็ แรงโนม้ ถ่วง แรงไฟฟ้า
2. อธบิ ายความหมายสนามแมเ่ หล็ก สนามโนม้ ถว่ ง สนามไฟฟา้
2.2 กระบวนการ (P : Process)
1. เขยี นแผนภาพแสดงแรงแมเ่ หล็ก แรงโนม้ ถ่วง แรงไฟฟ้า
2.3 คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A)
1. แสดงออกถึงความเปน็ คนช่างคิด ช่างสงสัย ช่างสงั เกต ใฝ่เรยี นรู้ มวี ินัย มุง่ มัน่ ในการทำงาน
และมจี ิตสาธารณะ
3.สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
44
4.สาระสำคัญ
แมเ่ หล็กเป็นแหล่งสนามแม่เหลก็ วัตถทุ ่ีมีประจุไฟฟ้าเปน็ แหล่งสนามไฟฟ้า วัตถทุ ่มี มี วลจะเป็นแหลง่ สนาม
โน้มถ่วงแรงแมเ่ หลก็ แรงไฟฟ้า และแรงโนม้ ถว่ ง ตา่ งเปน็ แรงไมส่ ัมผัส แรงทก่ี ระทำต่อข้ัวแม่เหล็กในสนามแมเ่ หล็ก
และแรงที่กระทำต่อประจุไฟฟ้าในสนามไฟฟ้าอาจมีทิศทางเดียวกันหรือทิศทางตรงข้ามกับทิศทางของ
สนามแม่เหลก็ หรือสนามไฟฟ้าได้ แต่แรงท่ีกระทำต่อวัตถุทม่ี ีมวลในสนามโน้มถว่ งจะมีทิศทางเดยี วกับทิศทางของ
สนามโนม้ ถว่ งเสมอโดยความเข้มของแต่ละสนามจะลดลง เมื่อมรี ะยะห่างจากแหลง่ สนามนนั้ ๆ มากขน้ึ
5.สาระการเรียนรู้
1. แรงแมเ่ หล็ก แรงโนม้ ถ่วง แรงไฟฟ้า
2. สนามแม่เหล็ก สนามโน้มถ่วง สนามไฟฟ้า
6.กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1.1 นักเรียนชมและสังเกตวิดีโอการตกของวตั ถุ การโดดร่ม และการตกของวัตถุ จากนั้นครูเช่ือมโยง
เข้าส่บู ทเรยี นเร่ืองแรงและสนามของแรง โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดเมื่อปล่อยวัตถุแล้ววัตถุจึงตกลงสู่พื้นดิน (แนวคำตอบ เพราะแรง
ดงึ ดูดของโลกดึงดดู วตั ถใุ หล้ งสูพ่ นื้ )
- นักเรียนคิดว่าปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อแรงดึงดูดของโลก (แนวคำตอบ น้ำหนักของวัตถุและ
ระยะหา่ งของวตั ถกุ ับจดุ ศนู ยก์ ลางของโลก)
- นักเรียนคิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มีแรงดึงดูดจะส่งผลอย่างไร(แนวคำตอบ วัตถุทุกชนิดจะลอยขึ้นฟ้า
และส่งิ มีชีวิตจะไมส่ ามารถอยู่บนโลกได้ เพราะจะลอยออกสอู่ วกาศ)
1.2 นักเรียนทกุ คนรว่ มกนั ตอบคำถามและเกยี่ วกับคำตอบของคำถามเพื่อเช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้ เรื่อง
แรงและสนามของแรง
2. ขั้นสำรวจและค้นหา
2.1 นักเรียนรับอุปกรณ์ทำการทดลองเรื่อง“แรงและสนามของแรง” โดยทำการทดลองตามหนังสือ
เสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ ดงั น้ี
ตอนที่ 1 แรงแม่เหลก็
2.1.1 นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการทดลอง เรอ่ื งแมเ่ หลก็ มหาสนุก โดยครู
กำหนดประเดน็ การนำเสนอดงั น้ี
- คุณสมบตั ิของแม่เหลก็
- การเรียงตวั ของเส้นแรงแมเ่ หลก็ ขว้ั เหมอื นกนั
- การเรยี งตวั ของเสน้ แรงแมเ่ หล็กขว้ั ตา่ งกัน
45
ตอนท่ี 2 แรงโน้มถ่วงและสนามโนม้ ถ่วง
2.1.2 ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง แรงโน้มถ่วงและสนามโน้มถ่วงนักเรียน
แต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการทดลอง
ตอนท่ี 3 แรงไฟฟา้ และสนามไฟฟา้
2.1.3 ครูสาธิตการทดลองเร่อื ง แรงไฟฟ้าและสนามไฟฟ้า ใชอ้ ุปกรณ์ในการทดลองดงั น้ี
- แผน่ พลาสตกิ ใส จำนวน 2 แผน่
- กระดาษเยอื่
- ขวดพลาสตกิ ฝานนู จำนวน 1 ขวด
2.1.4 จากนั้นครเู ช่ือมโยงเขา้ สู่บทเรยี นเร่ืองแรงไฟฟา้ โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นคดิ ว่าจะเกิดอะไรขนึ้ เม่อื นำแผน่ พลาสตกิ ใสทถ่ี ูดว้ ยกระดาษเย่ือ 2 แผน่ เข้ามาใกล้กัน (แนว
คำตอบ : แผ่นพลาสติกใสทั้งสองจะผลักออกจากกัน)
2.1.5 ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง แรงไฟฟ้าและสนามไฟฟ้านักเรียนแตล่ ะ
กลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลอง อกี ทง้ั รว่ มกันบอกประโยชน์แรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
3. ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป
3.1 นกั เรยี นและครรู ่วมกันตง้ั ขอ้ คำถามเพ่มิ เติมเพ่ือหาขอ้ สรปุ ดังนี้
- แมเ่ หลก็ มสี มบตั ิอยา่ งไร
- เมือ่ นำแมเ่ หล็กขวั้ เหมอื นกันเข้าใกล้กันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- เม่อื นำแม่เหลก็ ขั้วเหมอื นกันเขา้ ใกล้กันจะเกดิ การเปล่ียนแปลงอย่างไร
- แรงโนม้ ถ่วงมคี วามหมายวา่ อย่างไร
- สนามโน้มถ่วงมคี วามหมายวา่ อย่างไร
- แรงโนม้ ถ่วงสมบตั อิ ยา่ งไร
- นำ้ หนักของวัตถุมีผลต่อการตกหรือไม่ อยา่ งไร
- แรงไฟฟ้าถว่ งมคี วามหมายว่าอยา่ งไร
- สนามไฟฟา้ มคี วามหมายวา่ อย่างไร
- หากนำวัตถทุ ่ีมสี ถาพขวั้ เหมือนกันมาใกลก้ นั จะเกดิ การเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- หากนำวตั ถุท่มี ีสถาพขั้วตา่ งกันมาใกล้กันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
4. ขนั้ ขยายความรู้
4.1 ครูใช้คำถามขยายความรเู้ พอื่ เชื่อมโยงความรูส้ ชู่ วี ติ ประจำวนั
- หากไม่มีแรงโนม้ ถว่ งจะส่งผลอย่างไรตอ่ มนษุ ย์ (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
46
- แรงไฟฟ้าสามารถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
- แมเ่ หล็กสามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้อย่างไร (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจ)
5. ข้นั ประเมิน
5.1 เปิดโอกาสให้นกั เรียนได้ซักถามปัญหาและขอ้ สงสัยต่าง ๆ ในเนอื้ หาบทเรียน
5.2 นกั เรยี นทกุ คนทำแบบฝกึ หัดจากหนังสอื เสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
ทดสอบความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั แลว้ รวบรวมส่งครู
7.ส่อื /แหล่งเรียนรู้
1. Microsoft office power point เรือ่ ง แรงและสนามของแรง
2. หนังสือเสรมิ ประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
3. หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
4. อินเทอร์เน็ตเพ่อื การศกึ ษา
5. อุปกรณ์การทดลอง
8.การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การ
ประเมิน
ความรู้ (K) - การตอบคำถามในชนั้ - คำถามและแบบฝึกหัด ผา่ นร้อยละ 80
1. อธิบายความหมายของแรง เรยี น และแบบฝกึ หัด ขน้ึ ไป
แม่เหล็ก แรงโน้มถ่วง แรงไฟฟา้
2. อธบิ ายความหมายสนามแม่เหลก็
สนามโนม้ ถ่วง สนามไฟฟ้า
กระบวนการ (P) - ตรวจสอบการบนั ทึก - แบบบนั ทึกผลการทำ ผ่านรอ้ ยละ 80
1. เขยี นแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก ผล สรปุ ผลและ กิจกรรม ขน้ึ ไป
แรงโนม้ ถ่วง แรงไฟฟ้า อภิปรายผลกจิ กรรม
คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ (A) - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม มีคณุ ภาพการ
1. แสดงออกถงึ ความเปน็ คนช่างคดิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ปฏบิ ัติ ระดับดี
ช่างสงสัย ช่างสังเกต ใฝ่เรยี นรู้ มี
วนิ ยั มุ่งมน่ั ในการทำงานและมี
จิตสาธารณะ
9.ภาระงาน/ชิ้นงาน –