อาการไม่สุขสบาย
ขณะตังครรภ์
การเปลียนแปลงทางด้านร่างกายทอี าจกอ่ ใหเ้ กิด
ความไมส่ ขุ สบายขณะตังครรภ์
ทาํ ใหส้ ตรีตังครรภบ์ างรายเกิดความรสู้ ึกกงั วล และบางครังรบกวนต่อ
การดําเนินชีวติ ประจาํ วนั เช่น อาการคลนื ไส้ อาเจยี น ปวดหลงั ตะครวิ และ
ปสสาวะบอ่ ย แต่ถา้ อาการเหลา่ นรี ุนแรงมากขึน กอ็ าจทําให้สตรีตังครรภ์เกดิ
ภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ดังนันการพยาบาลทีสําคญั คอื การให้คาํ แนะนํา
สตรีตังครรภเ์ พือปองกันและบรรเทาอาการจากภาวะไม่สุขสบายขณะตัง
ครรภ์
ไตรมาสที 1 (0-14 สัปดาหห์ รอื 1-3 เดือน)
1.มีเลือดออกจากชอ่ งคลอดปริมาณไมม่ าก
เกิดจากการฝงตวั ของตัวออ่ นบรเิ วณเยอื บุโพรงมดลูก มกั เกิดขึน 6-12
วนั หลงั การปฏสิ นธิ อาจมีอาการปวดหน่วงเลก็ น้อยบริเวณทอ้ งนอ้ ย อาการ
เหล่านีจะหายไปภายใน 1-2 วัน
2.เต้านมคัดตึง(Breast tenderness)
ร้สู ึกคดั ตงึ และเจ็บหวั นมตังแต่ 6 สัปดาห์แรก เนอื งจากการเพิมระดบั
ของเอสโตรเจน(Estrogen) และโปรเจสเตอโรน(Progesterone) มผี ลให้
เตา้ นมมขี นาดโต ขนึ กว่าเดมิ ตงึ แขง็ มองเห็นเส้นเลือดสีเขยี วๆ ใตผ้ วิ หนงั
ชดั เจน อาการนจี ะหายไปเมอื เขา้ ไตรมาสที 2
คําแนะนาํ
- แนะนําใหส้ วมเสือชนั ในพอดตี ัวและเหมาะสมกับขนาดของเต้านมทีขยาย
ใหญ่ขนึ ควรใส่เสือ ชนั ในตลอดเวลาเพือพยุงเตา้ นมไว้
- ควรอาบนําอนุ่ หรือประคบด้วยนําอนุ่
- ไมค่ วรใช้สบ่ถู ูบรเิ วณหวั นม ควรล้างดว้ ยนาํ ธรรมดา หลงั อาบนําใหใ้ ชค้ รมี
ทาผวิ ทาทเี ตา้ นม เพือให้ผิวหนงั อ่อนนุ่มลง ลดอาการคัน เจ็บและระคาย
เคอื ง
3.คลืนไส้อาเจียน
มสี าเหตุมาจากการเคลือนไหวของกระเพาะอาหารและลําไส้ลดลง จาก
อาการอ่อนเพลยี และปจจยั ทางด้านอารมณ์
คาํ แนะนาํ
- ควรรับประทานอาหารครงั ละนอ้ ย แตบ่ อ่ ยครัง ประมาณวนั ละ 5-6 ครัง
และดมื นาํ หรือเครอื งดมื ระหว่างมืออาหาร เพือไม่ให้กระเพาะอาหารวา่ งเพราะ
จะเปนสาเหตุใหเ้ กิดอาการคลืนไส้อาเจียนมากขึน
- แนะนําใหร้ ับประทานอาหารทมี วี ติ ามนิ B6 จะชว่ ยลดอาการคลนื ไส้ได้ เช่น
ขา้ วกล้อง ถัวลสิ ง ถัวเหลือง กะหลําปลี ไข่ ตับ ปลา กล้วย เปนตน้
- หลกี เลยี งอาหารทีมไี ขมนั มาก ย่อยยาก อาหารทีมกี ลนิ แรง อาหารทที ําให้
เกดิ กา๊ ซในกระเพาะอาหารและลําไส้มาก
- หลังอาเจียนควรบว้ นปากให้สะอาดเพือขจดั กลินทีจะทาํ ใหค้ ลนื ไส้อาเจียน
อีกและควรหลกี เลยี งการแปรงฟนหลงั อาหารทันที เนอื งจากแปรงสีฟนจะ
กระตุ้นใหค้ ลนื ไส้ได้
- เมอื เกดิ อาการคลืนไส้หรอื อาเจียน ใหน้ อนพักประมาณ 15-20 นาทีและ
แนะนําให้ครอบครัวเอาใจใส่ เพือลดความวติ กกงั วล
4.ท้องอืดและทอ้ งผูก
เกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทาํ ให้กระเพาะอาหาร
และลาํ ไส้เคลือนไหวนอ้ ยลง เกิดการสะสมของกา๊ ซ จึงเกดิ อาการท้องอดื และ
ท้องผูกได้ง่าย นอกจากนยี งั ขนึ กบั ปจจัยสนับสนนุ อนื ๆ เชน่ การรบั ประทาน
อาหารทมี ีกากนอ้ ย การดืมนาํ น้อย เปนตน้
คาํ แนะนาํ
- รับประทานอาหารทีมีกากใยมาก ๆ เชน่ ผักสด ผลไม้ และหลีกเลียง
การรบั ประทานอาหารทีทาํ ให้เกิดกา๊ ซ เชน่ กะหลาํ ปลี อาหารทอด ถัว
เปนตน้
- เปลียนทา่ ทางอริ ิยาบถบ่อยๆ และควรออกกาํ ลังกายเบาๆ ทุกวนั อย่าง
นอ้ ยวันละ 30 นาที
- ควรดมื นาํ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรืออยา่ งนอ้ ย 2,000 ซี.ซ.ี และงด
เครืองดมื ทีมีคาเฟอนี เชน่ กาแฟ ชา เพราะเครอื งดืมประเภทนมี ผี ลขับนาํ
ออกจากรา่ งกาย
5.อ่อนเพลีย
เกิดจากการเพิมระดบั ของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)
ทําใหม้ กี ารเปลียนแปลงทางสรีระและจิตใจ รบั ประทานอาหารไม่ค่อยได้
อาการนจี ะหายไปในไตรมาสที 2
คาํ แนะนํา
- แนะนาํ ให้พักผ่อนมากขนึ และออกกําลังกายพอสมควร รับประทานอาหารทมี ี
ประโยชน์
- แนะนําใหพ้ ักในชว่ งกลางวัน ลดความเครียดเรืองงานตา่ ง ๆ
6.ปสสาวะบ่อย
เกดิ จากการทีมดลกู โตไปกดกระเพาะปสสาวะทําใหม้ ีความจนุ ้อยลง จงึ มี
อาการถา่ ยปสสาวะบอ่ ยและเกิดจากการเปลียนแปลงของ Progesterone ส่ง
ผลใหก้ ล้ามเนอื กระเพาะปสสาวะคลายตัว หญงิ ตังครรภจ์ งึ มี โอกาสติดเชอื ใน
ระบบทางเดินปสสาวะได้งา่ ย
คาํ แนะนํา
- หลีกเลยี งการดืมเครอื งดืมหรอื นมกอ่ นนอนหรือดมื ใหห้ ่างจากเวลานอนให้
มาก เพือลดการปสสาวะบอ่ ย
- ฝกบรหิ ารกลา้ มเนือหูรูดกระเพาะปสสาวะโดยการขมบิ กน้ (Kegel
exercises)วนั ละ 50-100 ครงั เพือใหก้ ล้ามเนอื ควบคุมการปสสาวะได้ดี
- ไม่ควรกลนั ปสสาวะ เพราะอาจทําให้เกิดการตดิ เชือในระบบทางเดิน
ปสสาวะและทําใหม้ ี อาการปสสาวะบอ่ ยมากขึน
7.เหงือกอกั เสบ
คาํ แนะนาํ
- แนะนําใหร้ ับประทานอาหารทีมคี ุณค่าครบทงั 5 หมู่ เพิมอาหารจาํ พวก
โปรตีน ผกั และผลไม้ โดยเฉพาะอาหารทีมวี ิตามินซีสูง
- ให้รักษาความสะอาดของปากและแปรงฟนอยา่ งถกู วิธี ใช้แปรงทีไม่
แข็งเกินไปหรือใชน้ าํ เกลอื อุ่น ๆ บ้วนปาก
8.คดั จมูกและเลอื ดกําเดาไหล
เกดิ จากการเพิมระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน(Estrogen) ทําใหม้ ี
เลอื ดไปเลยี ง mucous membraneในโพรงจมูกมากขึนทาํ ให้เกิดการคงั
ของนาํ และเลือด มารดาจงึ มอี าการคดั จมกู มสี ารคดั หลังมาก และเลอื ด
ออกได้งา่ ย
คาํ แนะนํา
โดยทวั ไปไม่จําเปนต้องไดร้ ับการรกั ษา แต่ในรายทีมีอาการคัดจมกู
แนะนาํ ให้ทาํ ทางเดนิ หายใจใหช้ นื โดยหยด 0.9% NSS เข้าทางจมกู
ไตรมาสที 2 (14-28 สปั ดาหห์ รือ 4-6เดอื น)
1.อาการจุกแสบยอดอก
เปนอาการทีร้สู ึกร้อนตังแตบ่ รเิ วณลนิ ปขึนมาถงึ คอ เกิดจากการที
มดลูกขยายใหญข่ นึ ไปดนั กระเพาะอาหารทําให้มีการไหลยอ้ นกลบั ของ
อาหารและนําย่อยไปทีหลอดอาหาร จนทาํ ใหร้ ู้สึกแสบร้อนได้
คําแนะนาํ
- หลีกเลียงอาหารทที าํ ให้เกดิ ก๊าซ และอาหารประเภทไขมนั
- หลกี เลยี งการรบั ประทานอาหารครังละมากๆ งดอาหารรสจดั รบั
ประทานอาหารทีย่อยงา่ ย เคยี วช้าๆ ให้ละเอียด
- ควรนอนในท่าศีรษะสูง ไม่ควรนอนหงาย
2.ริดสีดวงทวาร
เกิดจากการขดพองของหลอดเลอื ดดําบริเวณลาํ ไส้ส่วนลา่ งของ
ทวารหนัก จะมีอาการปวดมาก อาจมอี าการคนั หรอื มีเลือดออก หรืออาจมี
สาเหตุจากทอ้ งผกู
คาํ แนะนํา
- แนะนําให้รับประทานอาหารทีมกี ากใยมาก ระวงั อย่าใหท้ อ้ งผกู
- ถ้ามีรดิ สีดวงโผล่ออกมาให้ล้างนําสะอาดแล้วใชน้ ิวมอื ค่อยๆ ดันกลบั
โดยใช้สารหล่อลืนชว่ ย ซงึ ในรายไม่รุนแรงมากนกั ภายหลังคลอดจะยุบหาย
ไปเอง
- แนะนาํ ให้นงั แชก่ น้ ดว้ ยนาํ อนุ่ เพือให้เลอื ดไหลเวยี นดี ชว่ ยใหห้ วั
ริดสีดวงยุบ และทําใหก้ ารอกั เสบลดลง
3.ความดนั โลหติ ตาํ เมอื นอนหงาย
เมอื นอนหงายจะมีอาการมึนงง เปนลม ซดี ใจสัน หัวใจเต้นเร็ว
เหงอื ออกและคลนื ไส้ลง นอกจากนพี บ ความดันโลหติ ตาํ ในขณะเปลียน
ทา่ ทาง จากการทเี ลือดคงั ส่วนปลายและนาํ ตาลในเลอื ดตํา ซงึ เปนผล
จากระดบั ฮอร์โมนทีเปลยี นแปลงในขณะตังครรภ์ หรอื อาจเกดิ จากการ
ยนื นานๆ ในอากาศทีอบอา้ วถา่ ยเทไมส่ ะดวก ทําให้หลอดเลอื ดฝอย
ขยายตวั ความดนั เลอื ดตําลง สมองไดร้ ับออกซิเจนไมเ่ พียงพอชัวขณะ
หรืออาจมภี าวะซดี รว่ มดว้ ย
คําแนะนํา
- แนะนําใหร้ ีบนอนตะแคงซา้ ยทันทที สี ังเกตวา่ เรมิ มีอาการ
- ไมค่ วรยนื นานๆ ในทีอากาศอบอา้ ว
- รบั ประทานอาหารครังละน้อยๆ แต่บ่อยครงั เพือปองกนั ภาวะ
นาํ ตาลในเลอื ดตาํ
- ถ้ามีอาการบ่อยๆ ควรพบแพทยเ์ พือตรวจวา่ มีภาวะซีดหรอื ไม่
4.การเจบ็ ถ่วงบริเวณชว่ งลา่ งของทอ้ งนอ้ ย
เกดิ จากการทมี ดลูกมีขนาดใหญข่ นึ ทาํ ใหม้ ีการยดื ขยายของRound
ligament ส่งผลให้เกิดการ ปวดแปลบๆ จากยอดมดลูกไปถงึ กระดูกหัวเหน่า
คําแนะนํา
- ใหบ้ รรเทาอาการดว้ ยการอาบนําอุน่
- ขณะนอนตะแคงซ้ายให้ใช้หมอนรองรับมดลกู ไว้
- เมอื ครรภแ์ ก่ แนะนาํ ใหใ้ ชผ้ ้าแถบหรือผา้ ยดื รัดทอ้ งพยงุ ไว้
- หลกี เลยี งการทําใหม้ ีการยืดขยายของ ligament เช่น เมอื จะลกุ จาก
ทนี อนควรตะแคงไปขา้ งหนงึ แลว้ ใช้มอื ยันตัวลกุ ขนึ
ไตรมาสที 3 (28-40สัปดาห์หรอื 7-9เดอื น)
1.ปวดหลงั
กล้ามเนือและเอน็ ถกู ดึงรงั โดยนาํ หนกั ของมดลูก รวมทงั การทีมดลกู
ขยายใหญ่มากทาํ ให้ตอ้ งแอน่ หลังเพือปรบั สมดุลของร่างกาย จงึ ก่อให้
เกิดอาการปวดหลัง
คําแนะนํา
- แนะนาํ การออกกําลงั กายในท่านังขัดสมาธิ
- แนะนาํ ใหใ้ ช้กางเกงในแบบ Support หน้าท้อง
- หลีกเลยี งการทํางานหนัก ขณะทํางานไม่ควรก้มหรอื เอยี งในท่าทที ําให้
กล้ามเนอื ตงึ ตวั มาก นานๆ และควรให้นอนทา่ ตะแคง
- ควรยืน/นังในทา่ หลังตรง ไม่ควรก้มหยบิ ของในทีตํา
แนะนาํ ให้ยอ่ ตัวทา่ ลงนังยองก่อนหยบิ
- ใส่รองเทา้ ส้นเตยี หรอื ส้นสูงไมเ่ กิน 1 นิว
- ถ้าปวดมากใหน้ วดหลังได้ หรือรับประทานยาแก้ปวดตามแพทย์สัง
- ควบคุมอย่าให้นาํ หนักเพิมมากไป
- ไมค่ วรนอนในทีนอนนมุ่ มาก
2.หายใจลําบาก
เกิดจากการทีมดลกู ใหญ่ขนึ ไปดนั กล้ามเนอื กระบงั ลมทาํ ใหก้ ล้ามเนอื
กระบังลมหดตัวได้นอ้ ย จะเกดิ อาการนรี ะยะหนึง เมือทอ้ งลดอาการก็
จะหายไปได้เอง
คําแนะนํา
- ใหน้ อนศีรษะสูงหรอื นอนตะแคง
3.บวม
คืออาการทีมีนําคงั อยูใ่ นเนอื เยือของร่างกาย มกั พบไดท้ ี
บรเิ วณขาและเทา้
คําแนะนาํ
- แนะนาํ ควรนงั เหยยี ดขา ยกปลายเท้าสูงเลก็ นอ้ ย วันละ
หลายๆ ครงั ครงั ละ 10 นาที
- ควรนอนยกปลายเท้าสูงเลก็ นอ้ ย
4.การหดรัดตวั เปนครังคราว
เปนการหดรดั ตวั ของมดลกู ทีเกิดขนึ เปนครงั คราว เนืองมา
จากระดบั ฮอรโ์ มนเอสโตรเจนเพิมสูงขึนและมดลูกขยายขนาด
อาจรู้สึกตึงๆ ทหี น้าทอ้ งแต่ไมร่ ้สู ึกเจบ็ ซงึ เปนอาการปกติ
คาํ แนะนาํ
- แนะนาํ ใหน้ อนพักผ่อนถ้ามอี าการทอ้ งแขง็ ตึงบ่อยๆ
5.นอนไม่หลับ
เนอื งจากมดลกู โตทาํ ให้นอนลาํ บาก ไมส่ ุขสบายเวลานอน
และทารกในครรภม์ ักดนิ แรงทําใหม้ ารดารูส้ ึกไม่สุขสบายหรือเจ็บ
ได้ เมอื อายคุ รรภ์ใกล้ครบกาํ หนดอาจทาํ ให้มารดาวติ กกังวลเกยี ว
กับการจะคลอดจนนอนไม่หลบั ได้
คําแนะนํา
- การอาบนําอนุ่ ดืมเครอื งดมื อุ่นๆหรืออ่านหนังสือเบาสมอง จะ
ชว่ ยให้หลับงา่ ยขึน
- แนะนําใหน้ อนตะแคงใช้หมอนบางๆ หนนุ ท้องและให้วางขา
บนหมอนข้างเพือใหก้ ล้ามเนือหยอ่ นตัว
- ให้ฝกสมาธิกอ่ นนอน โดยเพ่งความสนใจไปทีลมหายใจเข้า-
ออก หายใจลกึ ๆ ยาวๆ
- ควรนอนพักกลางวนั เพียงวันละ 30 นาที อยา่ นานกว่านัน
เพราะจะทําใหก้ ลางคนื ไมง่ ่วง
6.ตะครวิ ทีขา
อาจเกิดจากนาํ หนักของมดลกู ไปกดทบั ประสาททมี าเลียงส่วน
ล่างของรา่ งกาย ทําให้เลือดไหลเวยี นไมด่ หี รอื การทกี ลา้ มเนือยืด
ขยายมาก รวมทังความเหนด็ เหนือยออ่ นเพลีย หรอื การมีท่าทางที
ไมถ่ ูกต้อง และอาจเกดิ จากการเสียสมดลุ ของแคลเซยี มและ
ฟอสฟอรสั
คาํ แนะนํา
- ให้ลดอาหารทมี ีฟอสเฟตสูง เชน่ นม เนือ แต่ให้เพิมอาหาร
แคลเซยี มสูง
- ออกกาํ ลงั กายพอเหมาะ
- ขณะมอี าการให้จดั ขาเหยยี ดตรงและยกปลายเท้า backward
ไมค่ วรนวดทันที อาจประคบกระเปานําอนุ่ และควรอาบนําอนุ่
7.หลอดเลือดขอด
ส่วนมากมกั จะเกดิ ทีน่อง บางรายเกิดทีอวัยวะเพศ หลอดเลอื ด
ขอดมักทําใหม้ ีอาการปวดขา อาจแตกเปนแผลได้ และถา้ เปนที
อวยั วะเพศก็อาจแตกหรือฉกี ขาดในขณะคลอดทําให้เสียเลือดมาก
ได้
คาํ แนะนาํ
- ไม่ยืน/นังนานๆ ควรเปลยี นอิรยิ าบทบ่อยๆ เพือช่วยใหเ้ ลอื ด
ไหลเวียนดขี นึ และควรยกปลายเท้าสูงกวา่ สะโพกประมาณ 45
องศา วนั ละ 4-5 ครัง ครงั ละ 5-10 นาที (ถ้ายกขาสูงเกินไปจะ
ขัดขวางการไหลเวียนได้)
- ถ้าเปนทีอวยั วะเพศให้นอนราบยกสะโพกสูงวนั ละหลายๆ ครงั