The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by puttasin, 2022-05-13 01:31:35

แผนการจัดการเรียนรู้ที่1

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1

วิชา วิทยาศาสตรพ ื้นฐาน รหสั รายวชิ า ว 21101
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เรยี นรวู ทิ ยาศาสตรอ ยางไร
เร่อื ง ความสำคญั และความหมายของวทิ ยาศาสตร เวลา 6 ช่ัวโมง
ชื่อผสู อน นางพุทธสินธ ผิวสอาด เวลา 1 ช่วั โมง
ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

1.สาระสำคญั
วทิ ยาศาสตร คอื ความรูข องโลกธรรมชาติ หรอื ความรูในส่ิงท่ีเกดิ ขึน้ หรอื มีอยใู นธรรมชาตซิ งึ่ สามารถ

อธิบายไดจ ากหลกั ฐานและความเปนเหตุและผลทางวิทยาศาสตร ความรูวทิ ยาศาสตร ตอ งไดมาดว ยวิธีการและ
ขน้ั ตอนในการแสวงหาความรู

2. มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชี้วัด
สาระที่ 8 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 8.1 เขา ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดำรงชวี ิตในสงั คมท่ีมีการเปล่ยี นแปลงอยา ง
รวดเรว็ ใชค วามรแู ละทักษะทางดา นวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร และศาสตรอน่ื ๆ เพ่ือแกปญ หาหรือพัฒนางาน
อยางมีความคิดสรางสรรคดว ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมเลอื กใชเทคโนโลยีอยา งเหมาะสมโดยคำนึงถึง
ผลกระทบตอชีวิต สงั คม และสงิ่ แวดลอ ม

ว 8.1 ม.1/1 อธบิ ายแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีในชีวติ ประจำวนั และวเิ คราะหส าเหตุ หรือปจ จัยที่สงผล
ตอการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
3.จุดประสงคก ารเรียนรู

1. นักเรยี นสามารถบอกความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตรได (K)
2. นักเรยี นสามารถจัดกระทำและสือ่ ความหมายของขอมูลใหอยใู นรปู แบบแผนผังความคิดได (P)

3. นักเรยี นมีความสนใจใฝรู มีวนิ ยั มุง ม่นั ในการทำงานและสามารถทำงานรวมกับผอู ื่นได (A
4.สาระการเรยี นรู

- ความหมายของวิทยาศาสตร
- ความสำคัญของวทิ ยาศาสตร
5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู (กระบวนการสืบเสาะหาความรู 5Es) มีขนั้ ตอนดังนี้
1. ขัน้ สรางความสนใจ (Engagement)

สรา งความสนใจ โดยใหนกั เรียนศึกษาภาพและความรบู นหนา แรกของหนว ยการเรียนรู ในหนังสือ
เรียน พรอ มใหนักเรียนรว มกันตอบคำถาม

- วิทยาศาสตร คือ อะไร
- ยกตวั อยา งสง่ิ ทน่ี ักเรยี นคดิ วา เปนวิทยาศาสตร
- ยกตวั อยางการใชป ระโยชนจากวทิ ยาศาสตรที่นักเรยี นพบในชวี ิตประจำวนั

2. ขนั้ สำรวจและคนหา (Exploration)
2.1 นกั เรยี นศกึ ษาเน้ือหาในหนังสอื เรยี นเก่ียวกบั ความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตร

จากน้นั ใหน ักเรยี นสรุปองคความรโู ดยครูจะมีหวั ขอเพ่อื นำทางนกั เรียนใหเขาใจเปนขัน้ ตอน ดังนี้
- สรุ ิยุปราคาและกบอมดวงอาทิตยเ หมือนหรือแตกตางกันอยางไร
- นกั เรียนใชหลักการใดในการอธบิ ายปรากฏการณท ้ัง 2

2.2 ครยู กตัวอยางสง่ิ ทเ่ี ปน วิทยาศาสตรและไมเปน วิทยาศาสตรใ หน ักเรยี นไดตอบคำถามวา สิง่ เหลานี้
เปน วทิ ยาศาสตรห รือไม เชน วันนอ้ี ากาศรอนอบอา วฝนนาจะตก แหน างแมวเพ่ือขอฝน ฯลฯ พรอมใหน กั เรยี น
อธบิ ายเหตุผล หากนกั เรยี นเขาใจผดิ ครจู ะอธบิ ายเพม่ิ เติมทันที

2.3 ใหน ักเรยี นจดเปน แผนภาพตามความเขา ใจ
3. ขั้นอธิบายและลงขอสรุป (Explanation)
3.1 ครใู หน กั เรยี นยกตัวอยางสงิ่ ท่เี ปนวิทยาศาสตรแ ละการใชป ระโยชนจ ากวทิ ยาศาสตร

( สิง่ ทีเ่ ปน วทิ ยาศาสตร เชน การมองเห็นสิง่ ตาง ๆ (เรามองเห็นไดเ พราะแสงจากวัตถสุ ะทอนเขา ตาเรา) รถยนต
เคล่ือนท่ีไดเพราะอาศยั เครอื่ งยนตแ ละนำ้ มันในการขับเคล่ือน การรับประทานอาหาร (มนุษยตองการสารอาหาร
เพ่ือการดำรงชีวติ เราจึงตองรับประทานอาหาร) การใชป ระโยชนจากวิทยาศาสตร เชน การเลอื กรับประทาน
อาหารใหเ หมาะสมกับเพศและวยั และไดร ับสารอาหารครบถว น อาศัยความรทู างดา นสารอาหารทีจ่ ำเปน การใช
โทรศพั ทเ พอื่ การส่อื สารอาศยั เทคโนโลยที างการสอ่ื สารชว ย )

3.3 นักเรียนและครูรว มกนั อภปิ ราย และสรปุ ไดวา วิทยาศาสตรเปน ความรูเก่ียวกบั ธรรมชาติ ซ่ึงสามารถ

อธิบายไดดวยหลกั ฐานและความเปนเหตเุ ปนผลทางวทิ ยาศาสตร วทิ ยาศาสตรม ิใชความรเู กี่ยวกับความจรงิ ของ

ธรรมชาตเิ พยี งอยางเดียวแตย ังครอบคลมุ ไปถงึ การเรยี นรแู ละทำความเขาใจความรนู ัน้ อยา งเปน ระบบและเปน เหตุ

เปนผล วทิ ยาศาสตรมปี ระโยชนและเกีย่ วของกบั การดำรงชวี ิตของมนษุ ย
4. ขั้นขยายความรู(Expansion)
4.1 ครูเลาเรื่องเก่ียวกับความกาวหนา ทางวิทยาศาสตร รถยนตแหงอนาคต pop up

4.2 นกั เรียนและครูรว มกันแลกเปลย่ี นความคิดเห็น
5. ข้ันประเมินผล(Evaluation Phase)

5.1 นักเรยี นทำแบบทดสอบที่ 1.1 เรื่อง ความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตร โดยเขียนตอบลง

ในสมดุ ของตนเอง

5.2 ครแู ละนักเรยี นรว มกันเฉลยแบบทดสอบ เรอ่ื งความสำคญั และความหมายของวิทยาศาสตร
6. ส่ือ/อุปกรณ/ แหลงการเรียนรู
6.1 สือ่ การเรียนรู

6.1.1 แบบทดสอบที่ 1.1 เรื่อง ความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตร

6.1.2 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร ม. 1
7. การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงคก ารเรียนรู วิธีการวดั เครอื่ งมือวัด เกณฑก าร
ประเมนิ ผล

1. นักเรยี นสามารถบอกความสำคัญและ ตรวจแบบทดสอบเร่ือง แบบประเมิน ผา นเกณฑรอยละ
ความหมายของวิทยาศาสตรได (K) 70 ขึน้ ไป
ความสำคญั และ แบบทดสอบ เร่ือง

ความหมายของ ความสำคญั และ

วิทยาศาสตร ความหมายของ

วิทยาศาสตร

2. นักเรียนสามารถจัดกระทำและส่ือ การตรวจแผนผงั แบบประเมนิ แผนผงั ผานเกณฑร อยละ
ความหมายของขอมลู ใหอยใู นรูปแบบ ความคิด ความคิด 70 ข้ึนไป
แผนผงั ความคิดได (P)

3. นักเรียนมีความใฝรูใ ฝเรียนและสามารถ การสงั เกตคณุ ลกั ษณะ แบบสงั เกตคุณลกั ษณะ ผา นเกณฑร อยละ

ทำกิจกรรมรวมกบั ผอู น่ื ได (A) อนั พงึ ประสงค อันพึงประสงค 70 ขน้ึ ไป

8. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู

8.1 ผลการจดั การเรียนรู
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

8.2 ปญ หาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

8.3 แนวทางการแกไ ข

....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..........................................................ผสู อน
(นางพุทธสนิ ธ ผวิ สอาด)

ตำแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ
9. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของหวั หนา กลุม สาระการเรียนรู
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................................
(นายภานุวชิ ญ แสนคำภา)

หวั หนากลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
วนั ท.ี่ .......เดือน............................พ.ศ................

10. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของรองผูอำนวยการฯ ฝายวิชาการ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………..
(...................................................)
รองผูอำนวยการฯ ฝายวิชาการ

วนั ท.่ี .......เดือน............................พ.ศ...............

11. ความคดิ เหน็ /ขอเสนอแนะของผูอำนวยการฯ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ………………………………………………..
(...................................................)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นบรบอื

วันท่ี........เดือน............................พ.ศ...............

ภาพประวัตคิ วามเปนมาของการคน พบวทิ ยาศาสตรต ั้งแตยคุ โบราณถงึ ยุคปจ จบุ นั

แบบทดสอบที่ 1.1 เรื่อง ความสำคัญและความหมายของวทิ ยาศาสตร
คำช้แี จง จงตอบคำถามในแตละขอ ใหถ ูกตอ ง
1. นกั เรียนคิดวา “วทิ ยาศาสตร” หมายถงึ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ส่งิ ทถ่ี ือวา เปน วทิ ยาศาสตร คอื (ยกตวั อยาง อยา งนอย 5 ตวั อยาง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. สงิ่ ทีไ่ มถ ือวา เปน วิทยาศาสตร คือ (ยกตัวอยาง อยา งนอย 5 ตวั อยาง)
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
4. วิทยาศาสตร มีความสำคัญอยา งไร
....................................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................................

เฉลยแบบทดสอบที่ 1.1 เร่อื ง ความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตร
คำชแี้ จง จงตอบคำถามในแตละขอ ใหถ กู ตอง
1. นกั เรียนคดิ วา “วทิ ยาศาสตร” หมายถงึ
วิทยาศาสตรหมายถึง ความรเู กยี่ วกับธรรมชาติ ซงึ่ สามารถอธบิ ายไดดว ยหลกั ฐานและความเปนเหตเุ ปนผลทาง
วทิ ยาศาสตร มิใชค วามรเู กี่ยวกบั ความจรงิ ของธรรมชาติเพียงอยา งเดยี วแตย ังครอบคลมุ ไปถงึ การเรยี นรูแ ละทำ
ความเขาใจความรนู น้ั อยางเปนระบบและเปนเหตุเปน ผล
2. สิง่ ทีถ่ ือวา เปน วิทยาศาสตร คือ (ยกตวั อยา ง อยางนอย 5 ตวั อยา ง)
เชน ปรากฏการณสุรยิ ปุ ราคา ปรากฏการณจ ันทรปุ ราคา ฟาผา รุงกินนำ้ ฝนตก การพยากรณอากาศเปน
วทิ ยาศาสตร เปน ตน
3. สิ่งทไ่ี มถือวา เปนวิทยาศาสตร คือ (ยกตัวอยา ง อยางนอย 5 ตวั อยา ง)
เชน การแหน างแมว เลย้ี งผปี ูตา บญุ บ้ังไฟ การทำนายดวง พธิ คี รอบครู เปนตน
4. วทิ ยาศาสตร มคี วามสำคัญอยางไร
เปน พ้ืนฐานของเทคโนโลยีท่ตี อบสนองความตองการของมนษุ ยใ นดา นตา ง ๆ

แบบประเมนิ แบบทดสอบ
ประเมนิ จดุ ประสงคที่ 1. นกั เรยี นสามารถบอกความสำคัญและความหมายของวิทยาศาสตรได (K)

รายการประเมนิ ผลการประเมิน

เลขที่ ชือ่ -สกุล บอกความหมายและความสำ ัคญของ รวม ผาน ไมผาน
ิวทยาศาสตรไ ด

จำแนก ิ่สง ี่ทเ ปน ิวทยาศาสตรและไ มใช
ิวทยาศาสตรไ ด

ความสม ูบรณของแบบทดสอบ

321032103210

เลขท่ี ชื่อ-สกลุ

321032103210 บอกความหมายและความสำคัญของ รายการประเมนิ
วิทยาศาสตรได

จำแนกสิง่ ทเี่ ปนวิทยาศาสตรและไมใช
วิทยาศาสตรได

ความสมบูรณของแบบทดสอบ

รวม ผา น ไมผาน ผลการประเมิน

เกณฑการประเมนิ แบบทดสอบ
ประเมนิ จดุ ประสงคท ี่ 1. นกั เรยี นสามารถบอกความสำคญั และความหมายของวทิ ยาศาสตรได (K)

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

3210

บอกความหมายและ บอกความหมายและ บอกความหมายและ บอกความหมายและ ไมส ามารถบอก
ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ ความสำคญั ของ ความหมายและ
วิทยาศาสตรได วิทยาศาสตรไ ดได วทิ ยาศาสตรไดถูกตอง วทิ ยาศาสตรไดอยา ง ความสำคญั ของ
ถูกตอ ง และครบถวน แตไมครบถว น ไมร ะบุ ใดอยางหนึ่ง วทิ ยาศาสตรไ ด
สามารถจำแนกสงิ่ ทเี่ ปน โดยระบุรายละเอียด รายละเอียดใหช ัดเจน
วทิ ยาศาสตรและไมใ ช ชดั เจน ไมสามารถสามารถ
วิทยาศาสตรได สามารถจำแนกสง่ิ ท่ี สามารถจำแนกสงิ่ ท่ี จำแนกสงิ่ ทเี่ ปน
สามารถจำแนกส่งิ ท่ี เปน วทิ ยาศาสตรและ เปนวทิ ยาศาสตรแ ละ วทิ ยาศาสตรและไมใช
เปน วทิ ยาศาสตรแ ละ ไมใชว ทิ ยาศาสตรไ ด ไมใ ชว ทิ ยาศาสตรไ ด วิทยาศาสตรได
ไมใ ชว ทิ ยาศาสตรไ ด ถูกตอ ง แตไ มครบถว น อยา งใดอยา งหนึ่ง
ไดถกู ตอง และ ไมระบุรายละเอียดให
ครบถวน โดยระบุ ชดั เจน
รายละเอยี ดชดั เจน

ความสมบรู ณของ ทำแบบทดสอบครบ ทำแบบทดสอบ ทำแบบทดสอบ ไมมีการทำ
แบบทดสอบ 1 ขอ แบบทดสอบ
ทัง้ 4 ขอ 2-3 ขอ

เกณฑก ารประเมิน
7-9 คะแนน ดีมาก
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรับปรงุ
ผผู านเกณฑการประเมินตอ งไดคะแนนตัง้ แต 4-6 คะแนนขึ้นไปของคะแนนเต็ม

เกณฑก ารใหคะแนน

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
1.รูปแบบการ
นำเสนอขอ มูล ระดับ 3 ระดบั 2 ระดับ 1 ระดบั 0

2.การจัดกระทำ มกี ารออกแบบการ มกี ารออกแบบการ มีการออกแบบการ ไมมีการออกแบบ
ขอ มูล สรางผลงานเพอ่ื สรา งผลงานเพอื่ สรา งผลงานเพื่อ การสรา งผลงาน
นำเสนอขอมูลท่ตี รง นำเสนอขอมูลทีต่ รง นำเสนอขอมูลที่ไม
ตามหวั ขอ ทีก่ ำหนด ตามหวั ขอท่ีกำหนด ตรงตามหวั ขอท่ี
ไดถ ูกตอ ง และ ไดถ ูกตอง แตไ ม กำหนดและไม
นำเสนอรปู แบบที่ สามารถนำเสนอ สามารถนำเสนอ
สรางขึ้นใหผูอื่น รปู แบบทส่ี รางข้นึ รูปแบบทส่ี รางขึน้
ใหผ ูอนื่ เขา ใจได ใหผอู ืน่ เขา ใจได
เขาใจงา ย

รวบรวมขอ มลู จาก รวบรวมขอมลู จาก รวบรวมขอ มูลจาก ไมม ีการรวบรวม
แหลง เรียนรไู ด แหลง เรยี นรไู ด แหลง เรียนรไู ดแตไม ขอมูลจากการส่ือ
ถูกตองและนำ
ขอมูลที่ไดจัด ถกู ตองแตน ำขอมลู ถูกตองและนำ การเรียนรแู ละไมม ี
ท่ไี ดจ ัดกระทำเปน ขอมลู ที่ไดจ ัด การนำขอมูลท่ีไดจดั
กระทำเปน ขอมูลท่ี ขอมูลผูอ่นื เขาใจได กระทำเปน ขอมลู กระทำเปน ขอมลู
ผูอน่ื เขา ใจไดงาย ผอู น่ื เขา ใจไดยาก
ยาก

เกณฑก ารประเมนิ
5-6 คะแนน ดมี าก
3-4 คะแนน พอใช
1-2 คะแนน ปรับปรงุ
ผผู า นเกณฑการประเมนิ ตอ งไดค ะแนนตัง้ แต 3-4 คะแนนข้ึนไปของคะแนนเต็ม

แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพึงประสงค
ประเมินจดุ ประสงคท่ี 3. นักเรียนมคี วามใฝรู ใฝเ รยี น และสามารถทำกจิ กรรมรวมกับผอู ่ืนได (A)

รายการประเมิน ผลการประเมิน

1.ความรวมมือใน รวมคะแนน ผา น ไมผ าน
การทำงาน(3) (9)
เลขท่ี ช่อื -สกลุ 2.รับ ฟงความ ิคดเห็นและตัดสินใจ
รวม ักน (3)
3.เอาใจใสตอการปฏิบัติ ิกจกรรมการ
เรียนรู (3)

รายการประเมิน ผลการประเมิน

1.ความรวมมือใน รวมคะแนน ผาน ไมผา น
การทำงาน(3) (9)
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ 2.รับ ฟงความ ิคดเห็นและตัดสินใจ
รวม ักน (3)
3.เอาใจใสตอการปฏิบัติ ิกจกรรมการ
เรียนรู (3)

เกณฑก ารประเมิน
7-9 คะแนน ดีมาก
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรับปรุง
ผผู านเกณฑการประเมินตอ งไดค ะแนนต้งั แต 4-6 คะแนนข้ึนไปของคะแนนเต็ม

เกณฑก ารใหค ะแนน

รายการประเมิน ระดบั คะแนน

ระดบั 3 ระดบั 2 ระดบั 1 ระดบั 0

1. ความรวมมอื ใน สมาชิกในกลมุ ทุก สมาชกิ ในกลุม 3-4 สมาชิกในกลุมนอย สมาชิกในกลุมทกุ
การทำงาน คน มีสว นรวมใน คนมสี วนรวมในการ กวา 3 คน มสี วน คนไมมีการทำงาน
การทำงาน และมี ทำงาน และมกี าร รวมในการทำงาน
2. รบั ฟงความ การตัดสนิ ตดั สินใจรวมกัน รว มกนั
คิดเห็นของผูอืน่ ใจรว มกันภายใน ภายในกลุม และไมม กี าร ไมรบั ฟงความ
และตดั สนิ ใจ กลมุ ตัดสินใจรวมกัน คิดเห็นของผอู นื่
รว มกัน ยอมรบั พรอ มทจี่ ะ รับฟง ความคดิ เห็น ไมมีความตั้งใจใน
3. เอาใจใสต อการ ฟง ความคิดเห็นของ ของคนอืน่ กลา ภายในกลุม การทำงาน ไม
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการ ผูอน่ื กลาแสดง แสดงความคิดเหน็ รบั ฟงความคิดเห็น ปฏิบัตงิ านถงึ แมวา
เรียนรู ความคดิ เห็นและมี แตไมต ัดสนิ ใจ ของคนอ่นื ไมกลา ครกู ระตุน
การตัดสินใจรว มกัน รว มกับคนอ่ืน แสดงความคดิ เหน็
มีความตั้งใจในการ มีความตง้ั ใจในการ และไมต ดั สนิ ใจ
ทำงาน ปฏบิ ัตติ าม ทำงาน ปฏบิ ตั ติ าม
หนา ท่ีทีไ่ ดรับ หนาที่ทไี่ ดร ับ รวมกับคนอื่น
มอบหมายและมี มอบหมายแตขาด ไมม ีความต้งั ใจใน
ความกระตอื รือรน ความกระตือรือรน การทำงาน ไม
ในการทำงาน ครูตองกระตนุ ใน ปฏิบตั ิตามหนาท่ีที่
การทำงาน ไดร บั มอบหมาย
และครูตองกระตนุ
ในการทำงาน

เกณฑก ารประเมนิ
7-9 คะแนน ดีมาก
4-6 คะแนน พอใช
1-3 คะแนน ปรบั ปรงุ
ผผู า นเกณฑการประเมินตองไดค ะแนนต้ังแต 4-6 คะแนนขึ้นไปของคะแนนเต็ม


Click to View FlipBook Version