3
สรปุ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จัดการ และดำเนนิ การดา้ นความปลอดภยั อาชีวอนามยั
3 และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานเก่ยี วกับสารเคมีอนั ตราย พ.ศ. 2556
เรอื่ ง รายละเอียด ขอ้
ขอ้ มูล - ให้จัดทำบัญชีรายชื่อ และรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย 2
ความปลอดภัย แจง้ ต่ออธบิ ดภี ายใน 7 วนั นบั แต่วนั ทม่ี ีสารเคมีอนั ตรายอยใู่ นครอบครอง
ของสารเคมี 6
- ภายในเดอื นมกราคมของทุกปี ให้แจ้งบัญชรี ายช่ือสารเคมอี นั ตรายดว้ ย 7
อนั ตราย 9
ใหจ้ ัดให้มกี ารปิดฉลากทเ่ี ปน็ ภาษาไทยไว้ทหี่ ีบห่อบรรจุภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้ม 11
ฉลากและปา้ ย สารเคมีอนั ตราย ฉลากนั้นต้องมี ชอ่ื ผลิตภณั ฑ์ ชอื่ สารเคมอี ันตราย รปู สญั ลักษณ์
คำสญั ญาณ ข้อความแสดงอนั ตราย ขอ้ ควรระวังหรอื ขอ้ ปฏิบตั เิ พือ่ ป้องกันอันตราย 12
การค้มุ ครอง ให้จัดให้มีป้ายห้าม ป้ายให้ปฏิบัติ หรือป้ายเตือน ในการทำงานเกี่ยวกบั สารเคมีอันตรายไว้ 15
ความปลอดภยั ในท่ีเปดิ เผยเห็นได้ชัดเจน ณ สถานท่ีทำงานของลกู จา้ ง 18
ให้ปิดประกาศหรือจัดทำป้ายแจ้งข้อความ “ห้ามสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร 19
การเกบ็ รักษา หรือเครื่องดื่ม ประกอบอาหาร หรือเก็บอาหาร” ด้วยตัวอักษรขนาดที่เห็นได้ชัดเจนไว้
การบรรจุ ณ บริเวณสถานที่ทำงาน สถานที่เก็บรักษา หรือในยานพาหนะขนส่งเกี่ยวกับสารเคมี 24
อนั ตราย
และการถ่ายเท บรเิ วณท่ลี กู จ้างทำงานเก่ยี วกับสารเคมอี ันตราย ต้องจดั ใหม้ ี
สารเคมอี นั ตราย - ทชี่ ำระลา้ งสารเคมี อยา่ งน้อยต้องมที ลี่ า้ งตาและฝักบัวชำระล้างรา่ งกาย
- ทลี่ า้ งมอื /ลา้ งหน้า 1 ที่/ลูกจ้าง 15 คน
การขนถ่าย - หอ้ งอาบนำ้ 1 หอ้ ง/ลูกจ้าง 15 คน
การเคลื่อนยา้ ย - อปุ กรณเ์ วชภณั ฑท์ ี่จำเปน็ สำหรับการปฐมพยาบาล
หรือการขนสง่ - อปุ กรณด์ บั เพลิงที่เหมาะสมกับสารเคมี
- ชุดทำงานเฉพาะ
ให้จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามลักษณะอันตราย และความรุนแรง
ของสารเคมอี นั ตรายใหล้ กู จา้ งสวมใส่
ห้ามให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อนในสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี
อนั ตราย สถานทเ่ี ก็บรกั ษาสารเคมีอนั ตราย หรือในยานพาหนะขนส่งสารเคมอี นั ตราย
ให้จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากสารเคมีอันตรายในบริเวณสถานที่เก็บรักษาสารเคมี
อันตราย รวมท้ังมาตรการเบื้องต้นในการแก้ไขเยียวยาอันตรายท่ีเกิดขึ้น
ให้นายจ้างจัดทำบัญชีรายชื่อ ปริมาณสารเคมีอันตรายทุกชนิดที่จัดเก็บอย่างน้อยปีละหนึ่งคร้ัง
ตามปีปฏทิ ิน และมีมาตรการป้องกันความเสยี หายหรืออันตรายทเ่ี กิดจากการขุดเจาะ หรือ
มเี คร่ืองหมายแสดงตำแหน่งจดั เก็บให้เห็นชัดเจนในกรณีทเี่ ก็บสารเคมอี ันตรายไว้ใต้ดิน
ให้ปฏิบัตเิ กย่ี วกบั การขนถา่ ย เคลอ่ื นย้าย หรือขนส่งสารเคมีอนั ตราย ดังน้ี
- มีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายรวมทั้งการกระเด็น หก ล้น รั่ว ไหล หรือตกหล่น
ของสารเคมอี นั ตราย
- จัดใหม้ คี ูม่ อื หรอื ข้อปฏิบัติในการแกไ้ ขปัญหากรณฉี ุกเฉนิ ได้อย่างปลอดภยั
- จัดให้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแก่ลูกจ้างอย่าง
นอ้ ยปีละหน่ึงคร้ัง
เร่ือง รายละเอียด ขอ้
- จัดให้มีเครื่องดับเพลิงชนิดเคลื่อนย้ายได้ที่มีคุณสมบัติสามารถดับเพลิงได้ตามความ 25
เหมาะสม
- จัดใหม้ หี นา้ กากปอ้ งกันสารเคมีอันตรายหรอื เคร่ืองชว่ ยหายใจตามความจำเป็นของชนิด 28
สารเคมีอนั ตราย ติดไว้ในยานพาหนะทีบ่ รรทุกสารเคมีอันตรายอย่างเพียงพอ 29
30
การส่งสารเคมีอันตรายโดยใช้ท่อ ให้ใช้ท่อและข้อต่อที่แข็งแรง ไม่ชำรุด ให้ตรวจสอบและ 31
บำรุงรักษาท่อและข้อต่อให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยตลอดเวลา 32
การวางท่อใตด้ ินหรอื ใตน้ ำ้ ตอ้ งใช้ท่อหรือข้อต่อประเภทท่ีทนทานต่อการกัดกร่อนและต้องมี 33
เครื่องหมายแสดงตำแหน่งของท่อเปน็ ระยะตลอดแนวให้เห็นไดโ้ ดยชดั เจน การส่งสารเคมี 34
อันตรายต่างชนิดกัน ต้องใช้ท่อที่มีสีต่างกัน การส่งสารเคมีอันตรายที่มีความร้อนต้องมี 35
ฉนวนกันความร้อนหมุ้ ท่อ และการสง่ สารเคมอี ันตรายท่มี คี ณุ สมบัติไวไฟหรอื ระเบดิ ได้ ต้อง
วางท่อส่งให้มีระยะห่างที่เพียงพอและปลอดภัยจากแหล่งความร้อนหรือแหล่งที่ก่อให้เกิด
ประกายไฟ และใหต้ อ่ สายดินทที่ ่อนั้นด้วย
การควบคุม ให้จัดให้มีระบบป้องกันและควบคุม มิให้มีระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายใน
ระดับความเข้มขน้ บรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาเกินขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมี
ของสารเคมี อนั ตราย
อนั ตราย ให้จัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
ในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย และส่งรายงานผล
การตรวจวัดภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ที่ทราบผลการตรวจวัด
กรณีระดับคว ามเข้มข้นของสารเคมีอันตรายเกินขีดจำกัดคว ามเข ้ ม ข้ น
ตามข้อ ๒๘ ให้ใช้มาตรการกำจัดหรือควบคุมสารเคมีอันตรายทางวิศวกรรม
และการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อลดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
มิให้เกนิ ขีดจำกดั และต้องมมี าตรการป้องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลดว้ ย
การดูแล ให้จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกจ้าง และจัดทำรายงานส่งให้อธิบดี
สขุ ภาพอนามัย ภายใน 15 วันนบั แตว่ ันทท่ี ราบผลการประเมนิ
การควบคุม ให้จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการก่อให้เกิดอันตรายและจัดทำรายงาน
และปฏิบัติการ การประเมนิ ความเสีย่ งนนั้ อยา่ งนอ้ ย 5 ปีตอ่ 1 ครง้ั
กรณมี เี หตฉุ กุ เฉนิ ใหจ้ ัดทำแผนปฏิบตั ิการกรณฉี ุกเฉินและเกบ็ แผนไว้ ณ สถานประกอบกิจการพร้อมทีจ่ ะให้พนักงาน
ตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ และฝกึ ซอ้ มอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
ให้จัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างที่มหี น้าที่ควบคุมและระงับเหตุอันตรายและทำการฝึกอบรม
ทบทวนอยา่ งนอ้ ยปลี ะหนึ่งคร้ัง
ในกรณีสารเคมีอันตรายรั่วไหล เกิดอัคคีภัย หรือเกิดการระเบิด นายจ้างต้องสั่งให้ลูกจ้าง
ทกุ คนทที่ ำงานในบรเิ วณน้ัน หรือบริเวณใกลเ้ คยี งหยุดทำงานทันที และออกไปให้พ้นรัศมีท่ี
อาจได้รับอันตราย พร้อมทั้งให้นายจ้างดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและระงับเหตุ
ทันที ในกรณีที่การเกิดเหตุอาจส่งผลกระทบถึงประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้
นายจา้ งดำเนินการใหม้ กี ารเตอื นอนั ตรายใหป้ ระชาชนท่ีอาจไดร้ ับผลกระทบทราบทนั ที
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
4
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ ารจดั การและดำเนินการดา้ นความปลอดภยั
อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมในการทำงานเก่ียวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
เรอ่ื ง รายละเอียด ขอ้
บทนิยาม "บรภิ ัณฑไ์ ฟฟา้ " หมายความว่า อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เครื่องใช้ วสั ดุ เครือ่ ง ขอ้ 2
ประกอบ หรือเคร่ืองจักรทใ่ี ชไ้ ฟฟ้าเป็นตน้ กำลังหรือเป็นสว่ นประกอบ หรอื
ข้อบังคบั เกย่ี วกับ ที่ใชเ้ กี่ยวเนือ่ งกับไฟฟ้า ข้อ 3
การปฏบิ ัตงิ าน ขอ้ 4
การจดั ฝกึ อบรม ให้นายจ้างจดั ใหม้ ีขอ้ บังคบั เก่ียวกบั วิธีปฏบิ ตั ิงานเก่ียวกับไฟฟ้า เพอ่ื เป็นคู่มือ ขอ้ 5
จัดใหม้ ีแผนผงั สำหรบั ลกู จ้าง ขอ้ 6
วงจรไฟฟ้า ข้อ 7
จัดให้มีปา้ ยเตือน ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมใหก้ บั ลกู จ้างซ่ึงปฏบิ ตั งิ านเกี่ยวกบั ไฟฟา้ ตาม
หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขท่อี ธบิ ดปี ระกาศกำหนด ข้อ 8
อนั ตราย ให้นายจ้างจดั ให้มีแผนผังวงจรไฟฟา้ ทตี่ ิดตั้งภายในสถานประกอบกจิ การ ขอ้ 9
การปฏบิ ตั งิ านกบั ซง่ึ ไดร้ ับการรับรองจากวิศวกรหรือการไฟฟ้าประจำทอ้ งถน่ิ ขอ้ 11
สิง่ ท่เี ปน็ ตวั นำ ให้นายจา้ งจดั ใหม้ ปี า้ ยเตอื นอันตราย ขนาดมองเห็นไดช้ ัดและตดิ ตงั้ ไว้โดย ข้อ 13
เปิดเผยในบริเวณที่อาจเกดิ อันตรายจากกระแสไฟฟ้า
ไฟฟา้ หา้ มให้ลกู จา้ งซึ่งปฏิบตั งิ านเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกลห้ รือนำส่งิ ที่เป็นตวั นำไฟฟา้ ข้อ 15
ทไี่ ม่มีที่ถือหุ้มดว้ ยฉนวนไฟฟ้าท่เี หมาะสมกบั แรงดนั ไฟฟ้าเข้าใกล้สงิ่ ที่มี ขอ้ 16
จดั ให้มีแผ่นภาพ กระแสไฟฟา้ ในระยะทีน่ ้อยกว่าระยะหา่ งตามมาตรฐาน เว้นแต่จะได้
พร้อมคำบรรยาย ดำเนินการ
- ให้ลูกจา้ งสวมใสอ่ ุปกรณ์คมุ้ ครองความปลอดภัยสว่ นบคุ คล
การทำงาน - จดั ใหม้ ีวศิ วกร หรอื ผูท้ ี่ไดร้ บั การรับรองเปน็ ผ้คู วบคุมงานจากการไฟฟ้า
ซอ่ มแซมบริภณั ฑ์
ทอ้ งถ่ินเพ่ือควบคุมการปฏบิ ัติงานของลกู จ้าง
ไฟฟ้า ห้ามใหล้ กู จ้างซึ่งปฏิบตั ิงานอ่ืนหรือผ้ไู มเ่ ก่ยี วขอ้ งเขา้ ใกลส้ ง่ิ ท่มี ีกระแสไฟฟ้า
ห้ามทำความ ในระยะทน่ี ้อยกว่าระยะหา่ งตามมาตรฐาน
ใหด้ แู ลมิให้ลกู จ้างสวมใส่เคร่ืองนงุ่ ห่มท่ีเปยี กหรอื เปน็ ส่ือไฟฟ้าปฏบิ ัติงานท่ีมี
สะอาด กระแสไฟฟา้ ท่ีมแี รงดันเกินกว่า 50 โวลต์ โดยไมม่ ฉี นวนไฟฟ้าปิดก้นั เว้นแต่
สวมใสอ่ ปุ กรณ์ค้มุ ครองความปลอดภัยฯ
ใหด้ แู ลบรภิ ณั ฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟา้ ให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย
ใหน้ ายจา้ งจัดใหม้ ีแผ่นภาพพรอ้ มคำบรรยายติดไว้ในบรเิ วณทที่ ำงานท่ีลูกจา้ ง
สามารถมองเห็นได้ชดั เจน ในเรื่อง
(1) วธิ ีปฏบิ ตั ิเมื่อประสบอนั ตรายจากไฟฟ้า
(2) การปฐมพยาบาล
ใหม้ ีการใช้กญุ แจปอ้ งกนั การสบั สวติ ช์เชือ่ มตอ่ วงจรตลอดเวลาที่ลูกจ้าง
ปฏิบัติงาน และใหต้ ดิ ป้ายแสดงเคร่อื งหมายหรอื สัญลักษณ์หา้ มสบั สวติ ช์
เช่ือมตอ่ วงจรไว้ดว้ ย
ห้ามใหล้ กู จ้างทำความสะอาดบริภณั ฑไ์ ฟฟ้าทีม่ ีกระแสไฟฟ้า เวน้ แต่
มีมาตรการความปลอดภัย
เรื่อง รายละเอยี ด ข้อ
ข้อ 17
จัดให้มที ่ีปิดกน้ั บรภิ ณั ฑไ์ ฟฟ้าใชแ้ รงดันไฟฟา้ เกินกว่า 50 โวลต์ ให้จัดใหม้ ีทีป่ ดิ ก้ันอันตราย
อนั ตราย หรอื จดั ใหม้ แี ผ่นฉนวนไฟฟ้าปูไวท้ พ่ี น้ื เพอื่ ป้องกนั อนั ตรายจากการสมั ผสั ขอ้ 21
อปุ กรณค์ ุ้มครอง - ใหจ้ ดั อุปกรณ์ค้มุ ครองความปลอดภยั สว่ นบุคคลทีเ่ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน
ความปลอดภยั - กรณีให้ลูกจา้ งปฏบิ ัติงานสงู กว่าพนื้ ตัง้ แต่ 4 เมตรข้นึ ไป ให้จัดให้มกี ารใช้
สายหรอื เชอื กช่วยชวี ิตและเข็มขัดนริ ภยั หรอื อปุ กรณป์ ้องกันการตก
ส่วนบุคคล
กองนติ ิการ
1 ตลุ าคม 2564
สรปุ สาระสำคัญกฎกระทรวงกาํ หนดมาตรฐานในการบรหิ าร จัดการ และ 5
ดําเนินการดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการ
ทาํ งานเกยี่ วกบั ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
เรอื่ ง รายละเอียด ขอ้
นิยาม ข้อ 1
ความร้อน ความหมายของคำว่า 1. อุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 2. ระดับความร้อน 3. สภาวะการทำงาน
4. งานเบา 5. งานปานกลาง 6. งานหนัก ข้อ 2
แสงสวา่ ง
ให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อน มใิ ห้เกนิ มาตรฐาน ดังตอ่ ไปนี้
เสียง (1) ลกั ษณะงานเบา ไมเ่ กินค่าเฉล่ีย อุณหภมู ิ เวตบลั บโ์ กลบ 34 องศาเซลเซยี ส
(2) ลกั ษณะงานปานกลาง ไมเ่ กนิ คา่ เฉลยี่ อุณหภมู ิเวตบัลบ์โกลบ 32 องศาเซลเซียส
(3) ลักษณะงานหนัก ไม่เกนิ ค่าเฉลี่ย อุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 30 องศาเซลเซียส
- กรณีท่ีภายในสถานประกอบกิจการมีแหล่งความร้อนที่อาจเป็นอันตราย ให้ติดป้ายหรือประกาศ ข้อ 3
เตอื นอนั ตราย ใหล้ กู จ้างสามารถมองเหน็ ชัดเจน ขอ้ 4
- กรณีบริเวณการทํางานมีระดับความร้อนเกินมาตรฐาน ให้ปรับปรุงหรือแก้ไข เพื่อควบคุมระดับ
ความร้อน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- กรณีไม่สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามวรรคสองได้ ให้จัดให้มีมาตรการควบคุม หรือลดภาระงาน
และให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามที่กําหนดไว้ ตลอดเวลาที่
ทํางาน
นายจ้างต้องจดั ใหส้ ถานประกอบกิจการมีความเข้มของแสงสวา่ งไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทอี่ ธิบดีกําหนด
ให้ใช้หรือจัดให้มีฉาก แผ่นฟิล์มกรองแสง หรือมาตรการอ่ืน เพื่อป้องกันมิให้แสงตรง หรือแสงสะท้อน ข้อ 5
หรือดวงอาทิตย์ ส่องเข้านัยน์ตาลูกจ้างโดยตรงในขณะทํางาน กรณีไม่อาจป้องกันได้ ต้องจัดให้ลูกจ้าง
สวมใสอ่ ุปกรณ์ ค้มุ ครองความปลอดภัยสว่ นบุคคลตามทก่ี ําหนดไว้ ตลอดเวลาทท่ี ํางาน
กรณีลูกจ้างต้องทํางานในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่างที่เหมาะสมแก่ ข้อ 6
สภาพและลักษณะงาน หากไม่สามารถจัดหา ต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วน
บคุ คลตามท่ีกําหนดไว้ ตลอดเวลาท่ีทํางาน
ให้ควบคุมระดับเสียงมิให้ลูกจ้างได้รับในบริเวณสถานประกอบกิจการ ที่มีระดับเสียงสูงสุด ของเสียง ขอ้ 7
กระทบหรือเสียงกระแทก เกิน 140 เดซิเบล หรือได้รับสัมผัสเสียงที่มีระดับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงท่ี เกิน
กวา่ 115 เดซิเบลเอ
ให้ควบคุมระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉล่ียตลอดเวลาการทํางานในแต่ละวัน มิให้เกินมาตรฐานตามที่อธิบดี ข้อ 8
ประกาศกําหนด
- กรณีมีระดับเสียงเกินมาตรฐาน ต้องให้ลูกจ้างหยุดทํางานจนกว่าจะได้ปรับปรุงหรือแก้ไขให้ ข้อ 9
เปน็ ไปตามมาตรฐานที่กําหนด
- กรณีไม่สามารถดําเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความ
ปลอดภัยสว่ นบุคคลตามทก่ี ําหนด ตลอดเวลาทท่ี ํางาน
ในบริเวณท่ีมีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ต้องจัดให้มีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความ ข้อ 10
ปลอดภัยส่วนบคุ คลตดิ ไว้ใหล้ ูกจ้างเห็นไดโ้ ดยชดั เจน
กรณีมีระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ย ตลอดระยะเวลาการทํางาน 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอ ขึ้นไป ให้ ข้อ 11
จดั ให้มมี าตรการอนุรักษ์การได้ยนิ ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ีอธิบดีประกาศกําหนด
เร่ือง รายละเอยี ด ขอ้
อปุ กรณ์ นายจ้างต้องจัดให้มีและให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตามความเหมาะสมกับ ขอ้ 12
คุ้มครองความ ลักษณะงานตลอดเวลาท่ีทาํ งาน
ปลอดภัยส่วน ให้นายจ้างบํารุงรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ขอ้ 13
บคุ คล รวมท้ังจัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมเก่ียวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย
สว่ นบุคคล และเก็บหลักฐานการฝึกอบรมไว้ ณ สถานประกอบกิจการ เพ่ือให้พนักงานตรวจความปลอดภัย
สามารถตรวจสอบได้
การตรวจวัด - นายจ้างต้องจัดใหม้ ีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานเก่ียวกบั ระดับ ความร้อน แสงสว่าง ขอ้ 14
และวเิ คราะห์ หรอื เสยี งภายในสถานประกอบกิจการ ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการตามทอี่ ธิบดปี ระกาศกาํ หนด
สภาวะการ - ในกรณีนายจ้างไม่สามารถตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานได้ ต้องให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนตาม
ทาํ งาน และการ กฎหมาย เปน็ ผู้ให้บรกิ ารในการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทาํ งาน เป็นผดู้ าํ เนินการแทน
รายงานผล - ให้เก็บผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานไว้ ณ สถานประกอบกิจการ เพื่อให้พนักงาน
ตรวจความปลอดภัยสามารถตรวจสอบได้
ให้รายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด ต่ออธิบดี ภายใน 30 ข้อ 15
วนั นบั แต่วันที่เสรจ็ สิ้นการตรวจวัด
การตรวจ ให้จัดให้มกี ารตรวจสุขภาพลูกจ้างท่ีทํางานในสภาวะการทาํ งานที่อาจไดร้ บั อนั ตรายจากความร้อน ข้อ 16
สุขภาพและการ แสงสวา่ ง หรือเสียง และรายงานผล รวมทง้ั ดําเนนิ การทเ่ี กยี่ วข้องกับการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง
รายงานผล
กองนิติการ
1ตุลาคม 2564
-๒- 6
กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จดั การ และดำเนนิ การด้าน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน
เกยี่ วกบั ที่อับอากาศ พ.ศ. 2562
เรือ่ ง รายละเอยี ด ขอ้
คำนยิ าม “ท่ีอับอากาศ” หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัดและไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับเป็นสถานที่ ข้อ 1
ทำงานอยา่ งต่อเนือ่ งเป็นประจำ และมีสภาพอันตรายหรอื มบี รรยากาศอันตราย
“สภาพอันตราย” หมายความว่า สภาพหรือสภาวะท่ีอาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจาก
การทำงาน
“บรรยายกาศอนั ตราย” หมายความว่า สภาพอากาศที่อาจทำให้ลูกจ้างไดร้ ับอันตรายจาก
สภาวะอยา่ งหน่งึ อยา่ งใด ดงั ต่อไปนี้
(1) มีออกซเิ จนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรอื มากกวา่ รอ้ ยละ 23.5
(2) มีกา๊ ซ ไอ หรือละอองที่ตดิ ไฟหรือระเบิดได้ เกนิ ร้อยละ 10 ของค่าความเขม้ ข้นขัน้ ต่ำ
ของสารเคมีแตล่ ะชนดิ ทอ่ี าจตดิ ไฟหรอื อาจระเบิดได้
(3) มฝี ่นุ ทต่ี ิดไฟหรือระเบดิ ได้
(4) มคี า่ ความเข้มขน้ ของสารเคมแี ตล่ ะชนดิ เกนิ มาตรฐานที่กำหนด
(5) สภาวะอืน่ ใดท่อี าจเปน็ อันตรายตอ่ ร่างกายหรือชวี ิต
ปา้ ยข้อความ ให้นายจา้ งจัดทำป้ายขอ้ ความ “ที่อับอากาศ อันตราย ห้ามเข้า” ติดต้ังไว้ทางเข้าออกของที่อับ ข้อ 2
อากาศ และต้องมมี าตรการควบคุมเพ่อื ความปลอดภัย
ห้ามเข้าในที่ ห้ามมิให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ เว้นแต่ได้ดำเนินการให้มีความปลอดภัย ข้อ 3
อบั อากาศ และลกู จ้างหรือบุคคลน้ันได้รับอนุญาตจากผมู้ ีหน้าที่รบั ผิดชอบในการอนุญาต และเป็นผู้ได้รับ
การฝึกอบรมความปลอดภยั ในการทำงานในที่อบั อากาศ
ห้ามให้ลูกจ้างหรือบุคคลที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหัวใจ หรือโรคอื่นซ่ึงแพทย์ ข้อ 4
เห็นว่าการเข้าไปในท่ีอบั อากาศอาจเป็นอันตรายต่อบคุ คลดงั กลา่ ว
การประเมิน ให้ประเมินสภาพอนั ตรายในทอี่ บั อากาศ ข้อ 5
อันตราย
การตรวจวัด ให้ตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงานและ ขอ้ 6
ระหว่างที่ลูกจา้ งทำงานในทอี่ ับอากาศ
การทำงานใน หากยังมีบรรยากาศอันตรายอยู่แต่มีความจำเป็นต้องให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าไปในท่ีอับ ขอ้ 7
ท่ีอับอากาศ อากาศ ใหจ้ ดั ให้มีการสวมใสอ่ ุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยทเี่ หมาะสม
ใหจ้ ัดให้มีลูกจ้างซึ่งได้รบั การฝกึ อบรมความปลอดภยั ในการทำงานในทอี่ ับอากาศเป็นผู้ควบคุม ข้อ 8
งานประจำตลอดเวลา
ให้นายจ้างดำเนนิ การ ขอ้ 9
- จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล อปุ กรณช์ ่วยเหลือ ชว่ ยชีวติ
- จัดใหม้ ลี กู จา้ งทไ่ี ดร้ บั การอบรมความปลอดภัยในที่อบั อากาศ เปน็ ผู้ชว่ ยเหลือ
ให้จัดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะสมในการใช้งานในที่อับอากาศ กรณีมีบรรยากาศอันตรายที่ไวไฟ ขอ้ 14
หรอื ระเบดิ ได้ ตอ้ งเปน็ อปุ กรณไ์ ฟฟ้าชนิดทไ่ี ม่เป็นตน้ เหตุทกี่ ่อให้เกดิ การติดไฟหรอื ระเบิดได้
ให้จัดอุปกรณด์ ับเพลิงท่เี หมาะสม มีประสิทธภิ าพ และเพียงพอ ขอ้ 15
-๒-
เรื่อง รายละเอียด ขอ้
ห้ามอนุญาตใหล้ ูกจา้ งทำงานต่อไปนใ้ี นที่อับอากาศ ข้อ 16
(1) งานทีก่ อ่ ให้เกดิ ความร้อนหรือประกายไฟ
(2) งานทใ่ี ช้สารระเหยงา่ ย สารพษิ หรอื สารไวไฟ
เว้นแต่นายจ้างได้จัดให้มีมาตรการความปลอดภัย ท้ังน้ี ลูกจ้างอาจปฏิเสธการทำงานก็ได้
หากเห็นวา่ ไม่มมี าตรการรองรับเพอื่ ให้เกดิ ความปลอดภยั
การอนุญาต ให้ น าย จ้างมี ห น้ าท่ี รับ ผิ ด ช อ บ ใน ก ารอ นุ ญ าต ให้ ลู ก จ้ างท ำงาน ใน ที่ อั บ อ าก าศ ขอ้ 17
หรือจะมอบหมายเป็นหนังสือให้ลูกจ้างซึ่งได้รับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงาน
ในที่อบั อากาศเปน็ ผมู้ หี น้าทรี่ บั ผดิ ชอบในการอนุญาตแทนกไ็ ด้
ให้นายจ้างจัดให้มีหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศทุกคร้ัง อย่างน้อยต้องมี ขอ้ 18
รายละเอียดตามทก่ี ำหนด
ให้เก็บหนังสืออนุญาตให้ลูกจ้างทำงานในที่อับอากาศไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัย ขอ้ 19
ตรวจสอบได้
การฝกึ อบรม - ให้นายจ้างจัดให้มีการอบรมความปลอดภัยในการทำงานในท่ีอับอากาศแก่ลูกจ้างรวมทั้งผู้ท่ี ขอ้ 20
เก่ียวขอ้ ง ตามหลกั สตู รที่อธิบดกี ำหนด
- กรณีนายจ้างไม่สามารถดำเนินการฝึกอบรมได้เอง ต้องให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็น
ผู้ดำเนนิ การ
ให้เก็บหลกั ฐานการฝกึ อบรมใหพ้ นักงานตรวจความปลอดภยั ตรวจสอบได้ ข้อ 21
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
-๒- 7
กฎกระทรวง
กำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จัดการ และดำเนินการดา้ นความปลอดภยั
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เก่ียวกบั งานประดาน้ำ
พ.ศ. 2563
เร่อื ง รายละเอยี ด ข้อ
คำนิยาม งานประดาน้ำ นักประดานำ้ หัวหน้านักประดาน้ำ พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ นักประดาน้ำพร้อมดำ ข้อ 1
และผู้ควบคมุ ระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อส่ือสาร ข้อ 2
การบงั คับใช้ ใชบ้ งั คบั สำหรับงานประดานำ้ ท่ที ำในนำ้ ลกึ ต้ังแต่ 10 ฟตุ ไมเ่ กนิ 300 ฟุต ขอ้ 3
การแจ้ง นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำ ณ สถานที่ใด หรือเปล่ียนสถานท่ีการทำงานประดาน้ำ
พตภ. ต้องแจ้งสถานท่ีนั้นให้พนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าก่อน ข้อ 4
การทำงานไม่น้อยกว่า 7 วนั ตามแบบทีอ่ ธิบดีกำหนด ข้อ 5
การตรวจ ต้องให้ลูกจ้างซ่ึงทำงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพ และจัดทำบัตรตรวจสุขภาพไว้ ตาม
สุขภาพ หลักเกณฑ์ทีอ่ ธิบดีกำหนด ข้อ 6
ลูกจา้ งซึง่ ทำงานประดาน้ำต้อง
การ ขอ้ 7
ปฏบิ ัติงาน - มอี ายไุ มต่ ่ำกวา่ 18 ปี บรบิ ูรณ์
ประดานำ้ - มสี ขุ ภาพสมบรู ณ์ รา่ งกายแข็งแรง ไมเ่ ป็นโรคตามทอี่ ธิบดีกำหนด ขอ้ 8
- มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์โดยต้องผ่านการทดสอบตามหลักสูตร
การคุ้มครอง ข้อ 9
ความ ตามมาตรฐานสากล หรอื หน่วยงานของรัฐรบั รอง หรือหลักสตู รท่ีอธบิ ดกี ำหนด ขอ้ 10
ให้จดั ใหม้ ี ขอ้ 11
ปลอดภัยใน - หัวหนา้ นกั ประดานำ้
การดำน้ำ - พเี่ ล้ยี งนกั ประดาน้ำ
- นกั ประดานำ้
- นักประดานำ้ พรอ้ มดำ
- ผู้ควบคมุ ระบบการจา่ ยอากาศและการติดตอ่ สื่อสาร
ให้นายจ้างควบคุมให้ลูกจ้างปฏิบัติตามตารางมาตรฐานการดำน้ำ และการลดความกดดัน
การพกั เพอื่ ปรับสภาพรา่ งกาย ตามหลกั เกณฑ์ทีอ่ ธบิ ดกี ำหนด
นายจ้างต้องจัดให้มีลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำ เจ้าหน้าท่ีเวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์
ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล และอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ ตามหลักเกณฑ์ท่ี
อธบิ ดกี ำหนด
ต้องจัดให้มีการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น และออกซิเจน 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมหน้ากาก
ช่วยหายใจ เพื่อช่วยเหลือลูกจา้ งตลอดเวลาที่มกี ารดำน้ำ
ลกู จา้ งมีสิทธิปฏเิ สธการดำน้ำได้ หากเห็นว่าอาจก่อใหเ้ กดิ อันตราย
นายจ้างและหัวหนา้ นักประดาน้ำตอ้ งสั่งใหล้ กู จา้ งหยุดหรือเลิกการดำน้ำในกรณี
- ไม่สามารถติดตอ่ สื่อสารกนั ได้
- เม่ือนักประดาน้ำต้องใชอ้ ากาศสำรองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสำรอง
- เม่อื การดำน้ำในพืน้ ทนี่ ้นั ไมป่ ลอดภัย
-๒-
เรอ่ื ง รายละเอยี ด ขอ้
อุปกรณ์ ใหน้ ายจา้ งจัดให้มีอปุ กรณส์ ำหรบั งานประดาน้ำ ดังนี้ ขอ้ 12
สำหรับ 1) เครื่องประดานำ้ ประเภทขวดอากาศ ประกอบดว้ ยอปุ กรณอ์ ยา่ งน้อย 15 ชนดิ
ประดาน้ำ 2) เครื่องประดาน้ำประเภทใช้อากาศจากผิวน้ำ ประกอบด้วยอุปกรณ์อย่างน้อย 13
ชนิด
กองนติ กิ าร
1 ตลุ าคม 2564
๒๕๖๔
สรปุ สาระสำคญั กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสขุ ภาพ 8
ลูกจ้างซง่ึ ทำงานเก่ียวกบั ปจั จัยเสยี่ ง พ.ศ. 2563
เร่อื ง รายละเอียด ข้อ
นิยาม ข้อ 2
“งานเก่ียวกับปัจจัยเสี่ยง” ได้แก่งานเก่ียวกับ 1.สารเคมีอันตราย 2. จุลชีวันเป็นพิษที่อาจ
การตรวจ เป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ 3. กัมมันตภาพรังสี 4. ความร้อน ขอ้ 3
สขุ ภาพ ความเย็น ความส่ันสะเทือนความกดดันบรรยากาศ แสง และเสียง 5. สภาพแวดล้อมอ่ืน
ทอี่ าจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ฝุ่นฝา้ ย ฝนุ่ ไม้ ไอควนั จากการเผาไหม้ ขอ้ 4
การตรวจ ให้นายจา้ งจดั ให้มกี ารตรวจสขุ ภาพเก่ียวกับปัจจัยเสี่ยงตามระยะเวลา ดังนี้ ข้อ 6
สุขภาพกรณี 1. การตรวจสุขภาพครง้ั แรก ภายใน 30 วัน นับแต่ลกู จ้างเข้าทำงาน และตรวจคร้ังต่อไปอย่างน้อย ข้อ 7
เปลี่ยนงาน ข้อ 8
สมุดสุขภาพ ปีละ 1 คร้ัง ขอ้ 9
2. กรณีลักษณะหรือสภาพของงานเก่ียวกับปัจจัยเสี่ยง จำเป็นต้องตรวจสุขภาพตามปัจจัยอ่ืน
การเก็บ ข้อ 10
บนั ทึก ใหจ้ ดั ให้มกี ารตรวจสขุ ภาพตามระยะเวลาน้ัน ข้อ 11
การแจ้ง 3. กรณีเปลี่ยนงานท่ีปัจจัยเสี่ยงของลูกจ้างแตกต่างไปจากเดิม ให้จัดให้มีการตรวจสุขภาพให้เสร็จ
ผลตรวจ
ภายใน 30 วนั นับแต่เปล่ยี นงาน
การขอ การตรวจสขุ ภาพให้กระทำโดยแพทย์สาขาเวชศาสตร์ป้องกนั แขนงอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการ
เปลี่ยนงาน อบรมด้านอาชวี เวชศาสตร์
การมอบ กรณีลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงหยุดงานตั้งแต่ 3 วันทำงานติดต่อกันขึ้นไป ก่อนให้
สมุดสุขภาพ ลูกจ้างกลบั เขา้ ทำงาน ให้ขอความเหน็ จากแพทย์กอ่ น
ให้จดั ให้มีสมุดสขุ ภาพตามแบบทอี่ ธิบดีกำหนด
สมุดสขุ ภาพ จะจัดทำในรปู ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ให้เก็บบนั ทกึ ผลการตรวจสุขภาพ ไมน่ อ้ ยกว่า 2 ปี นบั แตว่ นั ส้นิ สุดการจา้ งของแต่ละราย
เว้นแต่ผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างซ่ึงทำงานเก่ียวกับปัจจัยเสี่ยงท่ีอาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง
จากการทำงาน ให้เกบ็ ไวไ้ มน่ ้อยกวา่ 10 ปี
- กรณีผลการตรวจสุขภาพผิดปกติให้แจ้งแกล่ ูกจ้างภายใน 3 วนั นบั แต่วันทราบผลการตรวจ
- กรณผี ลการตรวจสขุ ภาพปกติ ใหแ้ จง้ แกล่ ูกจ้างทราบภายใน 7 วันนับแต่วนั ทีท่ ราบผลการตรวจ
- กรณผี ลการตรวจผดิ ปกติ หรือลูกจ้างมอี าการ หรือเจ็บปว่ ยเน่ืองจากการทำงาน ให้จัดให้ลูกจ้าง
ไดร้ บั การรกั ษาพยาบาลทันที และใหต้ รวจสอบหาสาเหตุความผดิ ปกติ
- ให้สง่ ผลการตรวจสุขภาพลูกจ้างทผ่ี ิดปกติ หรอื ที่มอี าการ หรอื เจบ็ ป่วย การใหก้ ารรักษา และ
การป้องกันแก้ไขต่อพนักงานตรวจความปลอดภยั ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายใน 30 วนั นบั แต่
วันทท่ี ราบความผิดปกติหรือการเจ็บปว่ ย
กรณีลูกจ้างซ่ึงทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงมีหลักฐานทางการแพทย์แสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าท่ี
เดมิ ได้ ให้นายจ้างเปล่ียนงานให้
ให้มอบสมุดสขุ ภาพใหล้ ูกจา้ งเม่ือส้นิ สดุ การจา้ ง
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
9
สรปุ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จัดการ และดำเนนิ การด้านความปลอดภัย
อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานเกี่ยวกบั นง่ั รา้ นและค้ำยนั พ.ศ. 2564
เรื่อง รายละเอยี ด ข้อ
นิยาม ขอ้ 2
“น่งั รา้ น” หมายความว่า โครงสร้างชั่วคราวทส่ี ูงจากพ้นื หรอื พ้ืนของอาคาร หรือส่วน
อุปกรณ์ PPE ของสง่ิ ก่อสร้าง สำหรับเปน็ ทรี่ องรับผู้ทำงาน วัสดุ หรอื เครื่องมือและอุปกรณ์ ข้อ 3
ขอ้ บังคับ ข้อ 4
ปา้ ยเตอื น “ค้ำยนั ” หมายความวา่ โครงช่วั คราวท่ีรองรับ ยดึ โยง หรอื เสริมความแข็งแรง ของ ขอ้ 5
อนั ตราย โครงสรา้ งสิ่งก่อสร้าง นั่งรา้ น แบบหล่อคอนกรตี หรือเคร่อื งจกั รและอุปกรณใ์ นระหวา่ ง ข้อ 6
การทำงานบน การกอ่ สรา้ ง ขอ้ 7
น่ังรา้ น การติดต้ัง หรือการซ่อมบำรงุ
ให้ลกู จ้างสวมใส่อุปกรณ์ค้มุ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลทเี่ หมาะสม ข้อ 8
การตรวจสอบ ใหจ้ ดั ให้มขี ้อบงั คับและขัน้ ตอนการปฏิบัติงาน รวมทั้งอบรมหรือชี้แจงให้ลกู จา้ งทราบ ขอ้ 9
การทำงานกบั กอ่ นเรม่ิ ปฏบิ ัติงาน และมีสำเนาไวใ้ ห้ พตภ.ตรวจ
ตอ้ งมีป้ายแสดง “เขตอันตราย” และมสี ัญญาณไฟสสี ้มในเวลากลางคืน ข้อ 10
คำ้ ยัน ขอ้ 11
ตดิ ตั้งปา้ ยสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเคร่ืองหมายปา้ ยบังคับเก่ียวกับความปลอดภยั ข้อ 13
การสร้าง ประกอบ ตดิ ต้ัง ทดสอบ ตรวจสอบ ใช้ เคลือ่ นยา้ ย และรื้อถอนน่งั รา้ นต้อง ขอ้ 14
ปฏบิ ตั ติ ามรายละเอยี ดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานทีผ่ ผู้ ลิตกำหนด หากไมม่ ตี ้องให้ ข้อ 15
วิศวกรเป็นผจู้ ัดทำ
ตอ้ งจัดให้มกี ารคำนวณการออกแบบและควบคมุ การใช้น่งั ร้านโดยวศิ วกร ตามหลักเกณฑ์
ฯท่อี ธบิ ดกี ำหนด
ต้องไม่ใหล้ ูกจ้างทำงานในกรณี
- นัง่ ร้านทมี่ ีพ้ืนลื่น
- นงั่ รา้ นทม่ี ีสว่ นหนึง่ ส่วนใดชำรดุ หรอื อยใู่ นสภาพที่อาจก่อให้เกดิ อันตราย
- นั่งรา้ นที่อยภู่ ายนอกอาคาร หรือส่วนอ่ืนท่ีอา่ จก่อใหเ้ กิดอนั ตรายในขณะท่ีมพี ายุ
ลมแรง ฝนตก หรอื ฟา้ คะนอง
การทำงานบนนั่งรา้ นหลายช้นั พร้อมกัน ตอ้ งจดั ใหม้ ีมาตรการปอ้ งกันวสั ดุรว่ งหลน่
ใหต้ รวจสอบนั่งร้านทุกครงั้ ก่อนการใชง้ านและทำรายงานผลการตรวจสอบไว้
การสร้าง ประกอบ หรือติดต้ังค้ำยัน ต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบและควบคุมโดย
วิศวกร
ใหต้ รวจสอบสว่ นประกอบของค้ำยนั และทร่ี องรับค้ำยันทุกคร้งั ก่อนการใชง้ านและ
ระหว่างใช้งาน
กรณีใช้ค้ำยนั รองรบั การเทคอนกรีต อปุ กรณ์ เคร่ืองจกั ร ต้องมิให้บุคคลซึง่ ไม่เกีย่ วข้องเข้า
ไปอยู่ใน หรือใต้บรเิ วณนนั้
กองนติ กิ าร
1 ตุลาคม 2564
สรุปกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จดั การ และดำเนินการ 10
ดา้ นความปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานเก่ียวกบั งานก่อสรา้ ง
พ.ศ. 2564
เร่อื ง รายละเอียด ขอ้
นยิ าม
“งานก่อสร้าง” หมายความว่า การก่อสร้างส่ิงก่อสร้างทุกชนิด อาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ข้อ 2
งานทตี่ อ้ งแจ้ง ทางรถราง ถนน อุโมงค์ ท่าเรือ คานเรือ สะพานเทียบเรือ สะพาน ทางน้ำ ท่อระบายน้ำ ประปา
ต่ออธิบ ร้ัว กำแพง ประตู ป้ายหรือสิ่งที่สร้างข้ึนสำหรับติดหรือต้ังป้าย พื้นท่ีหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อจอดรถ
กลับรถ ทางเขา้ ออกของรถ และหมายความรวมถึงงานต่อเติม
การจัดบันได
หรอื ทางลาด กอ่ นเร่ิมงานกอ่ สร้างไมน่ ้อยกว่า 15 วัน ใหน้ ายจ้างแจ้งข้อมลู งานก่อสรา้ งต่ออธบิ ดี ดงั นี้ ขอ้ 3
ป้ายแสดง
หมายเลข - งานอาคารท่ีมีพ้ืนท่ีรวมกันทุกชั้น หรือช้ันใดชั้นหนึ่งเกิน 2,000 ตร.ม. หรืออาคารที่สูง
โทรศพั ท์ ตั้งแต่ 15 เมตรข้นึ ไป และมีพนื้ ท่รี วมกนั ทกุ ชัน้ หรือชัน้ ใดช้นั หนงึ่ เกิน 1,000 ตร.ม.
สัญลักษณ์
เตือนอันตราย - งานอาคารท่ีมีความสงู ต้งั แต่ 23 เมตรขน้ึ ไป
เขตกอ่ สรา้ ง
- งานสะพานที่มีความยาวระหว่างก่ึงกลางตอม่อแรกถึงก่ึงกลางตอม่อสุดท้ายต้ังแต่ 30
เขตอนั ตราย
เมตรขึ้นไป งานสะพานข้ามทางแยกหรือทางยกระดับ สะพานกลับรถ หรือทางแยกต่าง
หา้ มพักอาศยั
ทางร่วม ระดบั
ทางแยก
งานเจาะ - งานขดุ งานซ่อมแซม หรอื งานรอ้ื ถอนระบบสาธารณปู โภคทล่ี ึกต้ังแต่ 3 เมตรข้ึนไป
และงานขดุ
- งานอุโมงคห์ รอื ทางลอด
- งานก่อสร้างอ่นื ที่อธบิ ดกี ำหนด
กรณีให้ลูกจ้างทำงานก่อสร้างบนพ้ืนต่างระดับสูงตั้งแต่ 1.50 เมตรข้ึนไป ต้องจัดให้มีบันไดหรือ ขอ้ 8
ทางลาดพรอ้ มทง้ั ติดต้ังราวกนั ตก
ต้องตดิ ป้ายแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง ข้อ 12
ต้องติดป้ายสัญลักษณเ์ ตอื นอันตรายและเครือ่ งหมายบงั คบั เกย่ี วกับความปลอดภยั ข้อ 13
ตอ้ งกำหนดบริเวณเขตก่อสรา้ ง โดยทำร้วั สูงไมน่ ้อยกว่า 2 เมตร ตลอดแนวเขตกอ่ สรา้ ง และมีปา้ ย ขอ้ 15
“เขตก่อสร้าง”
ต้องกำหนดเขตอันตรายในเขตก่อสร้าง โดยทำรั้วหรือก้ันเขตด้วยวัสดุท่ีเหมาะสม และมีป้าย ข้อ 16
“เขตอนั ตราย” เวลากลางคืนตอ้ งจัดให้มสี ัญญาณไฟสสี ม้
ห้ามให้บคุ คลใดเข้าพักหรืออาศัยในอาคารที่อยูร่ ะหว่างการก่อสร้าง ขอ้ 17
ทางรว่ มหรอื ทางแยกในเขตก่อสร้าง ต้ังติดป้ายสญั ลักษณ์เตือนหรือบังคับ และสัญญาณแสงสีส้ม ข้อ 19
และติดต้งั กระจกนูนเสน้ ผา่ นศูนย์กลางไม่น้อยกวา่ 50 ซม.
การเจาะหรอื ขุดรู หลมุ บ่อ คู ต้องจัดให้มีราวกันตก และป้ายเตือนอันตราย เวลากลางคืนต้ังจัด ขอ้ 23
ให้มีสญั ญาณแสงสสี ม้ หรอื ป้ายสสี ะท้อนแสง
การเจาะหรอื ขุดท่ลี ูกจา้ งอาจพลดั ตกต้องจัดใหม้ ีแผ่นโลหะปดิ คลุม และทำราวลอ้ มกนั้ ข้อ 24
บริเวณที่มีการเจาะหรือขุด ต้องจัดให้มีปลอกเหล็ก แผ่นเหล็ก ค้ำยัน เพื่อป้องกันอันตรายจาก ขอ้ 25
จากดินพงั ทลาย และตอ้ งมีการตรวจสอบโดยได้รับความเหน็ ชอบจากวศิ วกร
การเจาะหรือขุดที่ลึกตั้งแต่ 2 เมตรข้ึนไป ต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดข้ันตอน ขอ้ 26
การดำเนนิ การโดยวิศวกร และตอ้ งติดต้งั ส่ิงปอ้ งกนั ดินพังทลายไวด้ ้วย
เรื่อง รายละเอยี ด ขอ้
กรณีใช้ปนั้ จ่นั หรอื เครื่องจักรหนกั หรือมีกองวัสดุหรืออุปกรณห์ นกั อยี่บริเวณใกล้ปากรู หลุม บ่อ ขอ้ 27
คู ตอ้ งจัดให้มีการป้องนั ดินพังทลายโดยติดต้ังเสาเข็มพดื หรือวิธีอ่ืนโดยได้รับความเห็นชอบเป็น
หนังสือจากวิศวกร
- กรณีท่ีลูกจ้างต้องลงไปทำงานในรู หลุม บ่อ คู ต้องจัดให้มีมาตรการและอุปกรณ์ ข้อ 28
ป้องกันอันตราย และต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายท่ีอาจจะเกิดขึ้นก่อนเข้า
ทำงาน
- กรณตี อ้ งลงไปทำงานทมี่ ีความลึกตั้งแต่ 2 เมตรขนึ้ ไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี
- ทางขึ้นลงที่ม่ันคงปลอดภัย
- เครอ่ื งสูบนำ้
- ระบบการถา่ ยเทอากาศ และแสงสว่าง
- ผ้คู วบคมุ งานเพอ่ื ให้ความช่วยเหลือ
- อุปกรณ์การสอ่ื สาร
- สายหรอื เชอื กช่วยชีวติ และเข็มขดั นริ ภยั พร้อมอุปกรณ์ทีส่ ามารถเกาะเก่ียวได้
ต้องไมใ่ หล้ กู จ้างลงไปทำงานทมี่ ีขนาดกวา้ งน้อยกวา่ 75 ซม. และลกึ ต้งั แต่ 2 เมตรข้ึนไป ขอ้ 29
งานกอ่ สร้างท่ีมี เมื่อติดต้ังเคร่ืองตอกเสาเข็มแล้วเสร็จ ต้องจัดให้มีวิศวกรตรวจสอบและรับรองจึงใช้เครื่องตอก ขอ้ 32
เสาเข็มและ เสาเข็มน้นั ได้
กำแพงพดื บริเวณท่ีมีการตอกเสาเข็มหรือการทำงานขุดเจาะสำหรับงานเสาเข็ม ต้องไม่ให้มีส่ิงกีดขวาง ขอ้ 39
สายตาผบู้ งั คบั เครอ่ื งตอกเสาเขม็ หรือเครอื่ งขุดเจาะ
ต้องมปี ้ายพิกดั น้ำหนักยกและป้ายแนะนำการใช้เครื่องตอกเสาเข็ม ขอ้ 40
ต้องมีโครงเหล็กและหลงั คาลาดตาข่ายกนั ขชองตกอยู่เหนือศีรษะของผู้บงั คับเครอ่ื งตอกเสาเขม็ ขอ้ 41
เสาเข็มท่ีมีรูกลวงด้านในเสาเข็ม หรือรูกลวงบนพ้ืนดินที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 15 ซม. ข้อ 42
ขนึ้ ไป เมอื่ งานน้นั แลว้ เสร็จแตล่ ะหลมุ ต้องปดิ ปากรูกลวงมิให้สิ่งของหรือผู้ใดตกไปในรูได้
งานเสาเขม็ เจาะทม่ี ีเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางตง้ั แต่ 70 ซม.ขึน้ ไป ต้องมวี ิศวกรประจำตลอดเวลาทำงาน ขอ้ 43
ต้องมีวิศวกรซึ่งมีประสบการณ์ควบคุมงานด้านกำแพงพืดอยู่ประจำสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลา ขอ้ 45
ทำงาน
การใช้ลฟิ ต์ เม่อื ตดิ ตัง้ ลฟิ ตฯ์ แล้วเสร็จ ตอ้ งใหม้ กี ารตรวจสอบกอ่ นใช้งานและรับรองโดยวิศวกร ข้อ 48
ชั่วคราว ต้องตรวจสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของลิฟต์ฯ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดย ขอ้ 49
ในงานก่อสร้าง วิศวกรเปน็ ผ้คู วบคมุ
ต้องติดปา้ ยบอกนำ้ หนกั บรรทุกสูงสดุ และจำนวนผูโ้ ดยสารสงู สดุ ใหเ้ หน็ อยา่ งชัดเจน ขอ้ 50
หา้ มมใิ ห้บคุ คลใดโดยสารลิฟตข์ นสง่ วัสดุชวั่ คราว และตดิ ป้ายห้ามทช่ี ัดเจน ขอ้ 51
หา้ มมิให้บคุ คลใดโดยสารบนหลงั คาลิฟต์โดยสารช่วั คราว ขอ้ 52
การใชล้ ฟิ ต์ฯ ต้องดำเนินการให้เกดิ ความปลอดภัยฯ ดังน้ี ขอ้ 53
- ให้มขี อ้ กำหนดการปฏบิ ตั ิงานติดไวท้ ี่มีการใช้ลฟิ ต์
- ให้มีลูกจ้างอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ท่ีได้รับการฝึกอบรมเป็นผู้บังคับลิฟต์เวลาใช้
ลฟิ ต์
- มีหลังคาป้องกันอันตรายจากการตกหล่นของวัสดุส่ิงของบริเวณผู้บังคับลิฟต์
ทำงาน
- จัดให้มีสญั ญาณเตือนเป็นเสยี งหรอื แสงเมอื่ มีการใช้ลฟิ ต์
เรือ่ ง รายละเอียด ข้อ
เชือก ลวดสลงิ - ต้องควบคุมดูแลให้มีการใช้เชือกหรือลวดสลิงที่มีขนาดเหมาะสมกับรอ่ งรอก และเชือก ขอ้ 54
และรอก หรือลวดสลงิ ต้องไมช่ ำรุดเสยี หาย จนทำใหข้ าดความแขง็ แรงทนทาน
- จุดที่เชอื กหรอื ลวดสลงิ จะครดู ได้ ต้องจดั หาลกู กลงิ้ รองเพื่อป้องกนั การครดู ข้อ 55
ทางเดิน ในงานก่อสร้างที่มที างเดินช่ัวคราวยกระดับสูงตั้งแต่ 1.50 เมตรขึ้นไป ต้องสร้างทางเดินด้วย ข้อ 56
ชวั่ คราว วัสดุท่ีมีความแข็งแรงสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกจรได้ ไม่น้อยกว่า 250 กิโลกรัมต่อ
ยกระดบั สูง ตารางเมตร โดยมคี วามกว้างไม่นอ้ ยกวา่ 45 ซม. และมีราวกนั ตกตลอดทางเดนิ
งานอุโมงค์ ตอ้ งมีคมู่ ือการปฏบิ ตั ิงานในการทำงานในอโุ มงค์ ให้ลูกจ้างอบรมกอ่ นเข้าทำงาน และอบรม ขอ้ 57
ทบทวนหรือเพ่มิ เติมไม่น้อยกวา่ เดือนละ 1 ครัง้
งานขุดเจาะอโุ มงค์ ต้องมีวิศวกรเป็นผูอ้ อกแบบและกำหนดวธิ ปี ฏิบัตงิ าน และควบคุมงาน ข้อ 58
ตลอดเวลา
งานกอ่ สรา้ ง ก่อนใหล้ ูกจ้างทำงานก่อสร้างในนำ้ นายจา้ งต้องดำเนินการ ข้อ 59
ในนำ้ - จัดทำแผนการปฏิบตั งิ าน
- จำทำแผนฉุกเฉิน และจัดใหม้ กี ารอบรมและฝึกซ้อมตามแผนฉุกเฉนิ
- จดั ใหม้ ีอปุ กรณ์ช่วยชีวติ
- ตรวจสอบการขน้ึ ลงของระดับน้ำ
การใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าในงานก่อสร้างใต้น้ำต้องเป็นชนิดที่สามารถป้องกันน้ำและความชื้นซึ่งอาจ ข้อ 60
ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร หรือกรณีท่ีมีไอระเหยของสารเคมีท่ีมีความไวไฟ ต้องมีมาตรการป้องกันการ
ลกุ ไหม้หรือการระเบิดจากสารเคมีนั้น
การทำงานบนแคร่ลอย น่ังร้าน หรือส่วนของสิ่งก่อสร้างเหนือพื้นน้ำ ต้องยึดโยงหรือติดตรึง ขอ้ 61
โครงสร้างรองรับและโครงเคร่ืองจักร จัดทำและดูแลสะพานทางเดินและบันไดเช่ือมต่อระหว่าง
แครล่ อยกับฝัง่ ใหม้ น่ั คงปลอดภยั รวมถงึ ควบคุมใหล้ กู จ้างสวมใสช่ ชู พี ตลอดเวลาทำงาน
งานร้อื ถอน การรื้อถอนหรือทำลายส่ิงก่อสร้างที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ต้อง ขอ้ 62
หรอื ทำลาย เก็บเอกสารการอนุญาตให้ พตภ.ตรวจสอบ และต้องมีวิศวกรกำหนดขั้นตอนและวิธีการรื้อถอน
ส่งิ ก่อสร้าง หรอื ทำลาย จัดให้มกี ารอบรมหรอื ช้แี จงลกู จา้ งเกีย่ วกบั ขั้นตอนและวิธกี ารร้ือถอนทำลายก่อนเริ่ม
ปฏิบัตงิ าน
การร้ือถอนหรือทำลายส่ิงก่อสร้างท่ีไม่ต้องขออนุญาต ต้องกำหนดข้ันตอนและวิธีการร้ือถอน ข้อ 63
หรือทำลายให้เหมาะสม รวมท้ังจัดอบรมหรือช้ีแจงลูกจ้างก่อนปฏิบัติงาน และมีเอกสารให้ พตภ.
ตรวจ
การรื้อถอนหรือทำลายด้วยวตั ถุระเบิดต้องจัดให้มีผชู้ ำนาญการด้านวัตถุระเบิดและวิศวกรเป็นผู้ ข้อ 65
ควบคมุ งานและกำหนดวธิ ปี ้องกนั อนั ตรายตลอดเวลาทำงาน
กองนติ ิการ
1 ตุลาคม 2564
สรุปกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จัดการ และดำเนนิ การ 11
ดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน ในสถานทท่ี ่ีมอี นั ตราย
จากการตกจากทสี่ ูงและทีล่ าดชัน จากวัสดกุ ระเด็น ตกหลน่ และพงั ทลาย
และจากการตกลงไปในภาชนะเกบ็ หรือรองรบั วสั ดุ พ.ศ. 2564
เร่อื ง รายละเอียด ขอ้
นิยาม “ทำงานในที่สูง” หมายความว่า การทำงานในพ้ืนที่ปฏิบัติงานท่ีสูงจากพ้ืนดิน หรอื จาก ข้อ 1
พน้ื อาคารตงั้ แต่ 2 เมตรขน้ึ ไป
“น่งั รา้ น” หมายความวา่ โครงสร้างชว่ั คราวทีส่ ูงจากพื้นดินหรือจากพ้ืนอาคาร หรือส่วน
ของสงิ่ กอ่ สรา้ ง สำหรับเป็นที่รองรับลูกจา้ ง วสั ดุ หรอื เคร่อื งมืออปุ กรณ์
“อาคาร” หมายความวา่ อาคารตามกฎหมายว่าดว้ ยการควบคุมอาคาร
ข้อบังคบั ต้องมขี อ้ บังคบั และข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงาน ในการทำงานในท่สี ูงฯ ขอ้ 2
การป้องกันการ การประกอบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการตกจากท่ีสงู ฯ ให้ปฏิบัติ ขอ้ 3
ตกจากที่สูง ตามคู่มอื ท่ผี ู้ผลิตกำหนด หากไม่มีต้องให้วิศวกรเป็นผ้จู ัดทำคูม่ ือการใชง้ าน
และท่ลี าดชนั ต้องจัดใหม้ อี ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลตลอดเวลาท่ีลูกจ้างทำงาน ขอ้ 4
- กรณตี อ้ งทำราวกั้นหรือร้ัวกนั ตก ตอ้ งมคี วามสงู ไมน่ อ้ ยกวา่ 90 ซม. แตไ่ ม่เกนิ 1.10 เมตร ขอ้ 6
- กรณีใช้แผงทบึ แทนราวกน้ั หรือรวั้ กนั ตก ตอ้ งมีความสูงไมน่ ้อยกว่า 90 ซม.
กรณใี หล้ กู จ้างทำงานในท่สี งู ต้องมีนง่ั ร้านหรือวธิ กี ารอน่ื ใดที่เหมาะสมกับสภาพงาน ขอ้ 8
การทำงานในท่ีสูงต้ังแต่ 4 เมตรขึ้นไป ต้องจัดทำราวก้ันหรือรั้วกันตก ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ ขอ้ 9
ปอ้ งกนั อื่นใด ตอ้ งใหม้ กี ารใช้เขม็ ขัดนริ ภัยและเชอื กนิรภยั หรอื สายช่วยชวี ิตตลอดเวลาทำงาน
กรณีมีปล่องหรือช่องเปิด ซ่ึงอาจทำให้ลูกจ้างพลัดตก ต้องจัดทำฝาปิด ราวกั้น ร้ัวกันตก หรือแผง ข้อ 10
ทบึ พร้อมตดิ ป้ายเตอื นอันตราย
ต้องมิให้ลูกจ้างทำงานในท่ีสูงนอกอาคารหรือพื้นท่ีเปิดโล่ง ในขณะมีพายุ ลมแรง ฝนตกหรือฟ้า ขอ้ 11
คะนอง
การใช้บันไดไต่ชนิดเคล่ือนย้ายได้เพ่ือทำงานในที่สูง ต้องตั้งบันไดให้ระยะระหวา่ งฐานบันไดถึงผนัง ข้อ 12
ท่ีวางพาดบันไดกับความยาวของช่วงบันไดนับจากฐานถึงจุดพาด มีอัตราส่วน 1 ต่อ 4 หรือมีมุม
บนั ไดต้ รงขา้ มผนัง 75 องศา
บันไดไตชนิดตรงึ กับท่ที ีม่ ีความสงู เกิน 6 เมตรข้ึนไป ต้องจัดทำโกรง่ บนั ไดป้องกันการพลัดตก ขอ้ 13
การป้องกนั - การทำงานบนท่ีลาดชันท่ีทำมุมเกิน 15 องศา แต่ไม่เกิน 30 องศาจากแนวราบ และมี ข้อ 15
อนั ตรายจาก ความสูงของพื้นระดับท่ีเอียงต้ังแต่ 2 เมตรข้ึนไป ต้องมีน่ังร้าน หรือเข็มขัดนิรภัยและ
วัสดุกระเดน็ เชอื กนริ ภยั หรือสายช่วยชวี ติ
ตกหลน่ และ
- การทำงานบนท่ีลาดชันท่ีทำมุมเกิน 30 องศา จากแนวราบ และมีความสูงของพื้นระดับท่ี
พงั ทลาย เอียงต้ังแต่ 2 เมตรขึ้นไป ต้องมีนั่งร้านท่ีเหมาะสมกับสภาพของงาน หรือมาตรการ
ปอ้ งกันการพลดั ตกทเ่ี หมาะสม และเข็มขดั นิรภยั และเชอื กนริ ภัย หรือสายช่วยชีวติ
ต้องกำหนดเขตอันตรายบริเวณพื้นท่ีที่อาจมีการกระเด็น ตกหล่น หรือพังทลาย และติด ขอ้ 17
ป้ายเตือนอันตราย
กรณีมีวัสดุสงิ่ ของอยู่บนท่ีสูงที่อาจกระเด็น ตกหลน่ หรือพังทลายลงมาได้ ต้องจัดทำขอบ ข้อ 18
กันของตก
เรอ่ื ง รายละเอยี ด ขอ้
บริเวณที่เก็บหรือกองวัสดุท่ีอาจทำให้เกิดอันตรายจากการตกหล่นฯ ต้องจัดเรียงวัสดุ ข้อ 20
สิ่งของให้เกิดความมน่ั คงปลอดภัย ทำผนงั กนั้
กรณีให้ลูกจ้างทำงานในท่อ ช่อง โพรง บ่อ ท่ีอาจเกิดการพังทลายได้ ต้องจัดทำผนังกั้น ข้อ 21
ค้ำยนั หรือวิธกี ารอ่นื ใดทีป่ อ้ งกันอนั ตรายได้
การปอ้ งกนั - กรณีให้ลูกจ้างทำงานในบริเวณหรือสถานที่ หรือลักษณะการทำงานอาจทำให้ ข้อ 22
อนั ตรายจาก ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรบั วัสดุ ต้องจัดให้มี
การตกลงไปใน สงิ่ ปดิ กนั้ จัดทำราวกนั้ หรือร้วั กันตก
ภาชนะเกบ็ หรือ - กรณีไม่อาจดำเนินการต้องจัดให้ลูกจ้างสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือ
รองรับวัสดุ สายช่วยชีวติ ตลอดระยะเวลาการทำงาน
- ต้องไมใ่ ห้ลกู จ้างทำงานบนภาชนะเก็บหรือรองรบั วัสดุ ทล่ี กู จ้างอาจพลัดตกลงไป ขอ้ 23
ได้ เวน้ แต่ได้จดั ให้มีส่ิงปิดกน้ั จัดทำราวกนั ตกหรือร้ัวกนั ตก หรือให้ลูกจ้างสวมใส่
เขม็ ขัดนิรภยั และเชือกนริ ภัย หรือสายชว่ ยชีวิตตลอดการทำงาน
- กรณีให้ลูกจ้างทำงานบนภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุท่ีสูงต้ังแต่ 4 เมตรข้ึนไป
ต้องจดั ใหม้ สี ่ิงปิดก้นั จำทำราวกน้ั หรอื รวั้ กันตก หรือสิ่งป้องกนั อืน่ ใด และต้องให้
สวมใสเ่ ขม็ ขัดนิรภัยและเชือกนิรภยั หรือสายช่วยชวี ิตตลอดการทำงานด้วย
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
12
สรุปกฎกระทรวงการข้ึนทะเบียนและการอนุญาตให้บรกิ ารเพื่อสง่ เสริม
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
พ.ศ. 2564
เร่ือง รายละเอียด ขอ้
นิยาม “ใบสำคัญ ” หมายความว่า ใบสำคัญการข้ึนทะเบียนเป็นผู้ให้บริการด้านความ ข้อ 3
ปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานตามมาตรา 9
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีว
อนามัย และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานตามมาตรา 11
ประเภทการ การข้นึ ทะเบยี นและการอนุญาตใหบ้ ริการด้านความปลอดภัยฯ แบง่ เปน็ 3 ประเภท ดงั นี้ ข้อ 4
ข้ึนทะเบยี น 1. การตรวจวดั ตรวจสอบ ทดสอบ และรับรอง
และการ 2. การประเมินความเสีย่ ง
อนญุ าต 3. การจัดฝกึ อบรมหรอื ให้คำปรกึ ษา
การยนื่ การยื่นคำขอให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนิกสเ์ ป็นหลัก ข้อ 5
คำขอ
ใบรับคำขอ ใบรบั คำขอ ให้เปน็ ไปตามแบบทีอ่ ธิบดีกำหนด ข้อ 6
คุณสมบตั ิ บุคคลธรรมดาเทา่ นั้นทขี่ อขึ้นทะเบียนได้ โดยตอ้ งมีคุณสมบตั ิ ดังน้ี ขอ้ 7
ผขู้ อข้นึ (1) สัญชาติไทย
ทะเบียน (2) อายุไมต่ ำ่ กวา่ 20 ปี
(3) สำเร็จการศึกษาไมต่ ำ่ กว่าปริญญาตรีดา้ นวิทยาศาสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ สาธารณสุข
ศาสตร์ หรือด้านอ่ืน ในสาขาทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับความปลอดภัยฯ
(4) ไม่เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื เสมอื นไร้ความสามารถ
(5) ไมเ่ คยถูกเพิกถอนการขึน้ ทะเบยี นในประเภทท่ีขอขึ้นทะเบยี น เว้นแตพ่ ้นกำหนด 3 ปี
นับแต่วันท่ถี กู เพิกถอน
(6) ไมเ่ คยเป็นผูก้ ระทำการแทนนิตบิ ุคคลซง่ึ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตในประเภทที่ขออนุญาต
เวน้ แตพ่ น้ กำหนด 5 ปี นบั แต่วันท่ีถูกเพิกถอน
คุณสมบัติ นติ บิ คุ คลเท่านั้นที่ขอรับใบอนญุ าตได้ โดยตอ้ งมคี ุณสมบตั ิ ดังน้ี ขอ้ 8
ผู้ขอ (1) เป็นนิตบิ ุคคลตามกฎหมายไทย
อนญุ าต (2) มวี ัตถปุ ระสงคใ์ นการให้บริการด้านความปลอดภัย
(3) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนญุ าตในประเภททีข่ ออนุญาต เว้นแต่พ้นกำหนด 3 ปี นับแตว่ ันท่ี
ถกู เพกิ ถอน
(4) ผู้กระทำการแทนนติ ิบคุ คลต้องไมเ่ คยถูกเพิกถอนการขนึ้ ทะเบยี นในประเภทที่ขอขึน้
ทะเบียน เว้นแต่พ้นกำหนด 3 ปี นบั แต่วนั ที่ถกู เพิกถอน
(5) ผกู้ ระทำการแทนนิติบุคคลตอ้ งไมเ่ คยถูกเพกิ ถอนใบอนุญาตในประเภทท่ีขออนุญาต
เวน้ แต่พ้นกำหนด 5 ปี นับแตว่ นั ทีถ่ กู เพกิ ถอน
(6) มบี คุ ลากรซึง่ สำเร็จการศกึ ษาไม่ตำ่ กวา่ ระดบั ปรญิ ญาตรหี รอื เทยี บเท่าทางดา้ น
วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ หรือดา้ นอนื่ ในสาขาทเี่ กี่ยวขอ้ งกับ
ความปลอดภยั ฯ ตามประเภทงานท่ขี ออนุญาต
เร่อื ง รายละเอียด ขอ้
วิธกี ารขน้ึ บุคคลธรรมดาประสงค์จะขอข้ึนทะเบียนหรือนิติบุคคลประสงค์จะขออนุญาต ให้ย่ืนคำขอ ขอ้ 10
ทะเบียน พรอ้ มดว้ ยขอ้ มลู เอกสารหลกั ฐานตามทีก่ ำหนดตอ่ อธิบดี ขอ้ 11
และการ
อนญุ าต - เมื่อได้รับคำขอให้อธิบดีตรวจสอบคำขอ ถ้าถูกต้องและครบถ้วน ให้ออกใบรบั คำขอ ข้อ 12
แกผ่ ูข้ อ หากไม่ถูกต้องให้บันทกึ ความบกพรอ่ งไว้และแจ้งใหแ้ ก้ไขภายในระยะเวลาที่
กำหนด
- หากไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการ
ต่อไป ใหจ้ ำหน่ายเร่ืองออกจากสารบบ
- กรณีคำขอถูกต้องเอกสารหลักฐานครบถ้วน ให้อธิบดีพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จ ขอ้ 13
ภายใน 60 วัน
- กรณีมีคำส่ังไม่รับขึ้นทะเบียนหรือมีคำส่ังไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอทราบ
ภายใน 7 วัน นับแต่วนั ท่ีมคี ำสง่ั
- กรณีมีคำส่ังข้ึนทะเบียนหรือมีคำส่ังอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 7 วัน นับ ข้อ 14
แต่มีคำสั่ง และให้ผูข้ อชำระคา่ ธรรมเนยี มภายใน 30 วนั เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว
ให้ออกใบสำคญั หรือใบอนญุ าตตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
- กรณีไม่ชำระคา่ ธรรมเนียมภายในกำหนด ใหถ้ อื ว่าผู้ขอไม่ประสงคจ์ ะขนึ้ ทะเบียน ให้
จำหน่ายเรอ่ื งออกจากสารบบ
อายใุ บ ใบอนญุ าตใหม้ ีอายุ 3 ปี นบั แตว่ ันออกใบอนุญาต ข้อ 15
อนุญาตและ ผู้ประสงค์ตอ่ อายุใบอนญุ าตให้ย่นื คำขอตอ่ ภายใน 90 วนั กอ่ นใบอนุญาตเดิมสิน้ อายุ ข้อ 16
การต่ออายุ
ค่าบริการ 1. ค่าบริการท่ีผู้รับใบสำคัญหรือผู้รับใบอนุญาตจะเรียกเก็บ ต้องไม่เกิน 1 เท่าของจำนวน ข้อ 22
คา่ ค่าใช้จา่ ยในการให้บริการ
ธรรมเนียม
ให้กำหนดค่าธรรมเนียม ดังน้ี ข้อ 24
(1) ใบอนุญาต ฉบับละ 20,000 บาท
(2) ใบสำคญั ฉบับละ 5,000 บาท
(3) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 500 บาท
(4) ใบแทนใบสำคญั ฉบับละ 500 บาท
(5) การตอ่ อายุใบอนุญาต ครัง้ ละเทา่ กับคา่ ธรรมเนยี มใบอนญุ าต
กองนติ ิการ
1 ตุลาคม 2564
13
สรปุ สาระสำคญั ของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ
ดา้ นความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เก่ียวกบั เครือ่ งจกั ร ป้ันจนั่ และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔
เรื่อง รายละเอียด ขอ้
นยิ าม ข้อ 3
“เคร่อื งจักร” หมายความว่า สิง่ ท่ปี ระกอบด้วยช้ินส่วนหลายชิ้นสำหรบั ก่อกำเนิดพลังงาน
การทำงานกับ เปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลงั งาน หรือส่งพลงั งาน ทง้ั น้ี ด้วยกำลงั น้ำ ไอน้ำ เช้ือเพลิง ลม ข้อ 6
เครื่องจักร ก๊าซ แสงอาทติ ย์ ไฟฟ้า หรือพลงั งานอ่นื และหมายความรวมถึงเคร่ืองอุปกรณ์ ล้อตุน ข้อ 7
กำลงั รอก สายพาน เพลา เฟือง หรือส่งิ อืน่ ท่ที ำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมท้ังเคร่ืองมือกล ขอ้ 11
“ปน้ั จ่ัน” หมายความว่า เครือ่ งจกั รท่ีใชย้ กสง่ิ ของข้ึนลงตามแนวดง่ิ และเคลอ่ื นย้าย ข้อ 13
ส่งิ ของเหล่านัน้ ในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ ข้อ 15
“หมอ้ น้ำ” (boiler) หมายความว่า ภาชนะปดิ ท่ผี ลติ น้ำรอ้ นหรอื ไอน้ำที่มีความดนั สูงกว่า
บรรยากาศโดยใช้ความร้อนจากการสนั ดาปของเช้ือเพลงิ หรอื ความร้อนจากพลงั งานอน่ื ข้อ 17
ตอ้ งดแู ลใหล้ ูกจา้ งซงึ่ ทำงานเก่ียวกับเคร่ืองจักรสวมใสเ่ คร่ืองน่งุ หม่ ให้เรียบร้อย ไม่สวม ขอ้ 18
เคร่ืองประดบั ท่ีอาจเกี่ยวโยงได้ ให้รวบผมให้อยู่ในลกั ษณะทีป่ ลอดภยั ข้อ 19
การติดตง้ั ซ่อมแซมเคร่ืองจักร ต้องตดิ ปา้ ยให้เห็นชัดเจน จัดใหม้ รี ะบบป้องกันมใิ ห้
เครื่องจักรทำงาน และแขวนป้ายหา้ มเปิดสวติ ชไ์ วท้ ่สี วติ ชข์ องเคร่ืองจักร
การทำงานกับเครื่องปั๊มโลหะ เครือ่ งขดั เคร่ืองกดั เคร่ืองตดั เคร่ืองกลงึ เครอ่ื งไส
เครอื่ งเจยี เคร่ืองเจาะ เคร่ืองพบั เคร่ืองมว้ น ต้องมวี ิธีการทำงานกบั เครื่องจักรน้นั ติดไว้
บรเิ วณลกู จา้ งทำงาน
การทำงานกับเครื่องป๊ัมโลหะ เครือ่ งเช่ือมไฟฟา้ เครื่องเช่อื มก๊าซ ต้องใหล้ ูกจา้ งผา่ นการ
อบรมตามหลักสตู รที่อธบิ ประกาศกำหนด
ตอ้ งจดั ให้มกี ารป้องกนั มใิ ห้ลูกจา้ งไดร้ บั อนั ตรายจากเครอื่ งจักร ดงั น้ี
- เครอื่ งจักรใชพ้ ลังงานไฟฟา้ ต้องมรี ะบบป้องกันกระแสไฟฟ้ารวั่ และต้องต่อสาย
ดนิ สายไฟฟ้าท่เี ขา้ เคร่ืองจักรตอ้ งเดินมาจากท่สี ูง กรณีเดนิ สายไฟฟ้าบนพ้ืนดิน
หรือฝังดินต้องใชท้ อ่ ร้อยสายไฟฟ้า
- เครอ่ื งจักรทม่ี ีการถา่ ยทอดพลังงานโดยใชเ้ พลา สายพาน รอก เครื่องอุปกรณล์ อ้
ตนุ กำลัง ตอ้ งมีตะแกรงครอบส่วนท่หี มนุ ได้ ถ้าส่วนท่ีหมนุ ได้สูงกว่า 2 เมตร ตง้ั มี
รั้วหรอื ตะแกรงสงู ไมน่ ้อยกวา่ 2 เมตร
- เครอื่ งจักรที่มใี บเล่ือยวงเดือนหรือใบเล่อื ยสายพาน เครื่องข้ึนรูปพลาสตกิ ต้องมี
เครอ่ื งป้องกนั อันตราย
- เครือ่ งจักรท่ีใช้เป็นเคร่ืองลบั ฝน หรอื แต่งผวิ โลหะแลว้ กอ่ ใหเ้ กิดประกายไฟ ต้อง
มีเครอื่ งปดิ บงั ประกายไฟ
ทางเดนิ เข้าออกจากพ้ืนที่ปฏิบัตงิ านกบั เครื่องจักรต้องมีความกวา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 80 ซม.
ตอ้ งทำร้ัว คอกกน้ั หรือเส้นแสดงเขตอนั ตราย บริเวณท่ีต้งั เครือ่ งจักร
ตอ้ งมีอุปกรณ์ฉุกเฉินทส่ี ามารถหยุดการทำงานของสายพานได้ทนั ที
เร่ือง รายละเอยี ด ขอ้
เครือ่ งปม๊ั โลหะ ตอ้ งจดั ให้มีเคร่ืองปอ้ งกันอันตรายจากเครื่องปั๊มโลหะ ขอ้ 22
- เครื่องปั๊มโลหะทีใ่ ช้มือป้อนวสั ดุ ให้ใชส้ วิตชแ์ บบตอ้ งกดพรอ้ มกันทัง้ 2 มือ และ ขอ้ 23
สวติ ชห์ า่ งกนั ไม่น้อยกวา่ 30 ซม.
- เครอ่ื งปั๊มโลหะแบบใชเ้ ท้าเหยียบ ตอ้ งมที ี่พักเทา้ โดยมีที่ครอบปอ้ งกันมใิ ห้เหยยี บ
โดยไม่ตั้งใจ
- เครอื่ งปั๊มโลหะทใี่ ช้คนั โยก ตง้ั มีสลกั บนคันโยกที่ป้องกันมใิ ห้เครื่องทำงานดว้ ย
เหตุบังเอิญได้
- เครอื่ งป๊ัมโลหะทใี่ ช้น้ำหนักเหว่ยี ง ใหต้ ดิ ตั้งตมุ้ น้ำหนักเหว่ียงสูงกว่าศีรษะผู้
ผู้ปฏิบัตงิ านตามระยะที่กำหนด และต้องไม่มสี ายไฟฟ้าในรัศมขี องนำ้ หนกั เหว่ยี ง
เคร่อื งเชอื่ ม ก่อนใช้งานเคร่ืองเช่อื มไฟฟ้าและเครื่องเช่อื มกา๊ ซ ต้องปฏิบัตดิ ังนี้ ข้อ 26
- มเี คร่อื งดบั เพลงิ แบบเคลื่อนย้ายได้
- มีอุปกรณ์ PPE
ฯลฯ
ตอ้ งจดั ให้มีอปุ กรณ์กนั เปลวไฟย้อนกลับติดไว้ระหวา่ งหวั เชือ่ ม หัวตัด หรือหัวเผากบั ข้อ 31
ถงั บรรจกุ า๊ ซออกซเิ จน และถังบรรจุก๊าซไวไฟขณะใช้งาน
ต้องจดั ให้มีการยดึ ถังป้องกันถังลม้ ข้อ 32
รถยก การทำงานเก่ยี วกบั รถยกต้องปฏบิ ัติ ดังน้ี ข้อ 34
- มปี ้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกไว้ท่รี ถยก
- มเี อกสารการตรวจสอบก่อนการใช้งานทุกครง้ั
- มีสัญญาณเสยี งหรือแสงไฟเตอื นขณะทำงาน
ตอ้ งตีเสน้ ช่องทางเดนิ รถยก ขอ้ 37
ต้องติดต้ังกระจกนนู บริเวณทางแยกหรือทางโคง้ ทีม่ องไมเ่ ห็นเสน้ ทางข้างหนา้ ข้อ 38
ลกู จ้างซ่งึ จะทำหน้าที่ขบั รถยก ต้องผ่านการฝกึ อบรมตามหลักสตู รทอ่ี ธบิ ดีกำหนด ข้อ 40
ตอ้ งไม่ใหบ้ คุ คลอื่นโดยสารหรือข้ึนไปบนสว่ นหน่ีงสว่ นใดของรถยก ขอ้ 42
ลฟิ ต์โดยสาร กรณีมีลิฟต์โดยสาร ตอ้ งปฏบิ ัติดงั นี้ ข้อ 43
- ตอ้ งมเี อกสารการตรวจสอบความพร้อมของลฟิ ต์ทุกวัน
- ให้มรี ะบบสัญญาณเตือน และมีอปุ กรณต์ ดั ระบบการทำงานของลิฟต์เม่ือบรรทุก ข้อ 45
น้ำหนกั เกนิ พิกดั ข้อ 46
- จดั ทำข้อห้ามการใชล้ ิฟต์ติดไวท้ ขี่ า้ งประตลู ฟิ ต์ด้านนอกทุกชัน้
- จดั ทำป้ายบอกพกิ ัดน้ำหนักและจำนวนคนโดยสารตดิ ไวใ้ นห้องลฟิ ต์
ตอ้ งทดสอบชิ้นส่วนและอปุ กรณข์ องลฟิ ต์อยา่ งน้อยปลี ะ 1 คร้ัง
ตอ้ งมเี อกสารการทดสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทำงานของลฟิ ตท์ ุกเดือน
เรื่อง รายละเอยี ด ข้อ
เครือ่ งจักรยกคน การทำงานกับเครื่องจักรยกคนขึ้นทำงานบนท่ีสูง ตอ้ งปฏิบัตดิ ังนี้ ขอ้ 49
ทำงานบนทีส่ ูง - ให้มีการป้องกันการตกจากท่ีสูง
- มีป้ายบอกพิกดั น้ำหนักและจำนวนคนท่สี ามารถยกได้อย่างปลอดภยั
- มีเอกสารการตรวจสอบสภาพเครอ่ื งจักรก่อนการใช้งานทุกคร้งั
- มีสญั ญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภยั ขณะทำงาน
- มอี ุปกรณต์ ัดระบบการทำงานเมอื่ ใชง้ านเกนิ พิกัด
ต้องจดั ให้มกี ารอบรมลูกจา้ งเกีย่ วกับการปฏิบัติตามคู่มือการใชง้ านเคร่อื งจักรสำหรบั ใช้ ข้อ 53
ยกคนข้ึนทำงานบนทส่ี งู
รอก การใช้รอก ต้องปฏิบัตดิ ังน้ี ข้อ 55
- มสี ำเนาเอกสารการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวนั
- มีป้ายบอกพิกดั น้ำหนักยก
- ควบคุมมิให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวกบั ไปสว่ นหนงึ่ ส่วนใดของรอกหรอื ไปกับวสั ดุ
ส่งิ ของทท่ี ำการยก หรอื อยู่ภายใต้วัสดสุ ่งิ ของทีท่ ำการยก
- รอกท่ีมีขนาดพกิ ัดนำ้ หนักยกต้งั แต่ 1 ตันข้นึ ไป ตอ้ งจดั ให้มีการทดสอบ
ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของรอกอยา่ งน้อยปลี ะ 1 คร้ัง
ปน้ั จั่น - ต้องมเี อกสารการทดสอบการติดตงั้ ปน้ั จ่ันเม่ือติดตัง้ เสร็จ ขอ้ 57
- กรณีหยุดใช้งานป้ันจั่นต้ังแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนำปั้นจ่ันมาใช้งานใหม่ต้อง
ทดสอบการติดตงั้ ด้วย
ต้องมเี อกสารการทดสอบส่วนประกอบและอปุ กรณข์ องปั้นจัน่ ตามแบบท่ีอธบิ ประกาศ ขอ้ 58
กำหนด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ตอ้ งมสี ัญญาณเสยี งและแสงไฟเตอื นภัยตลอดเวลาทป่ี ้ันจั่นทำงานใหเ้ ห็นและได้ยนิ ชดั เจน ข้อ 64
ต้องมปี า้ ยบอกพิกัดน้ำหนกั ยกไว้ทีป่ ้ันจน่ั และรอกของตะขอ ข้อ 65
ตอ้ งจดั ทำเส้นแสดงเขตอันตราย เคร่อื งหมายแสดงเขตอนั ตราย หรอื เครื่องกั้นเขต ข้อ 66
อนั ตรายในเส้นทางท่มี ีการใช้ปัน้ จน่ั เคลื่อนยา้ ยสิ่งของ ขอ้ 67
ต้องมีคมู่ ือการใช้สัญญาณส่ือสารระหวา่ งผ้ปู ฏิบัตเิ กย่ี วกับปั้นจั่น
ตอ้ งปดิ ประกาศวธิ ีการทำงานเก่ยี วกบั ป้นั จ่นั ไว้บริเวณลกู จ้างทำงาน ขอ้ 70
ผ้บู ังคบั ปน้ั จ่นั ผู้ให้สัญญาณ หรอื ผูค้ วบคุมป้ันจั่น ต้องผา่ นการอบรมตามหลักสตู รทีอ่ ธบิ ดี ข้อ 72
กำหนด
ปนั้ จั่นเหนือศีรษะหรือป้ันจัน่ ขาสงู ท่เี คลื่อนที่บนราง ต้องมีสวิตชห์ ยุดการทำงานโดย ข้อ 73
อัตโนมัติ และมกี นั ชนหรือกนั กระแทกท่ีปลายทัง้ สองข้างของราง
กรณีใหล้ กู จา้ งขนึ้ ไปทำงานบนป้ันจัน่ ท่มี คี วามสงู เกิน 2 เมตร ตั้งมีบันไดพร้อมราวจับและ ข้อ 75
โครงโลหะกันตก
กรณีลกู จา้ งปฏบิ ตั ิงานบนแขนปั้นจ่ัน ต้องมมี าตรการป้องกนั การพลัดตก และให้ลกู จา้ ง ข้อ 76
สวมใสเ่ ขม็ ขัดนิรภยั และสายช่วยชวี ติ ตลอดเวลาทำงาน
ต้องมีป้ายกำหนดวิธกี ารทำงาน การตรวจสอบอุปกรณป์ ระกอบและการแก้ไขข้อขัดข้อง ข้อ 98
ข้อปฏิบัตกิ รณีเกดิ เหตุฉุกเฉินในการใชห้ ม้อนำ้ ไวบ้ รเิ วณทล่ี ูกจา้ งปฏิบตั งิ าน
เรื่อง รายละเอียด ขอ้
หม้อนำ้ ผูค้ วบคมุ หม้อนำ้ ต้องมคี ุณสมบัติดงั น้ี ขอ้ 99
- ผา่ นการอบรมหลักสูตรผคู้ วบคุมหม้อน้ำ
- มีคณุ วุฒิตามที่กำหนด เชน่ ปวส.สาขาชา่ งกลโรงงาน สาขาชา่ งยนต์ ชา่ งเทคนิค
อตุ สาหกรรม ชา่ งเทคนคิ การผลิต ฯลฯ
ตอ้ งให้ลูกจ้างผู้ปฏิบตั หิ น้าที่ควบคุมหมอ้ น้ำผ่านการฝกึ อบรมแนวทางการปฏบิ ัติที่ดี ขอ้ 100
เกยี่ วกบั การใช้งาน อยา่ งน้อย 2 ปี ต่อ 1 ครงั้ ตามหลักสตู รท่อี ธิบประกาศกำหนด
สถานทีต่ ดิ ตงั้ หม้อน้ำ ต้องจดั ให้มีลกั ษณะ ดงั น้ี ข้อ 104
- มที างเข้าออกอย่างน้อย 2 ทาง มคี วามกว้างไมน่ ้อยกวา่ 60 ซม. สงู ไม่นอ้ ยกวา่
2 เมตร
- มีแสงสวา่ งในการอ่านค่าและควบคมุ เคร่ืองวัดและอปุ กรณ์ไดอ้ ยา่ งสะดวก
- มรี ะบบไฟฉุกเฉนิ ส่องไปยังทางออกและเครื่องวดั
ต้องมีการทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อนำ้ และหม้อต้ม อยา่ งน้อยปีละ 1 ครง้ั ตาม ข้อ 109
แบบท่ีอธบิ ดปี ระกาศกำหนด และแจ้งผลการทดสอบต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยไม่ ข้อ 111
เกนิ 30 วนั นับแต่วันทีม่ ีการทดสอบ
อุปกรณค์ ุ้มครอง กรณไี ม่สามารถจดั สภาพแวดลอ้ มให้อยู่ในลักษณะทีป่ ลอดภยั ได้ ต้องจดั หาอปุ กรณ์ PPE ข้อ 119
ความปลอดภัย ให้ลูกจา้ งสวมใส่
ส่วนบคุ ลล ตอ้ งจัดให้มีอปุ กรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐานตามประเภทและชนดิ ของงาน และดูแลให้ลูกจา้ ง ข้อ 120
ใช้ตลอดเวลาทีท่ ำงาน ดังนี้
- งานเชอื่ มหรือตัดช้ินงานด้วยไฟฟ้า ก๊าซ
- งานลับ ฝน หรอื แตง่ ผวิ โลหะด้วยหินเจีย
- งานกลงึ ไส ตดั โลหะหรอื ไม้
- งานปมั๊ โลหะ
- งานชุบโลหะ
- งานพน่ สี
- งานยก ขนยา้ ย หรือตดิ ต้ัง
- งานควบคมุ เคร่ืองจักร
- งานป้ันจั่น
- งานหม้อนำ้
กองนิตกิ าร
กนั ยายน 2564
14
กฎกระทรวงการข้นึ ทะเบยี นและการอนญุ าตให้บริการเพ่ือสง่ เสรมิ ความปลอดภัย
อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทำงาน พ.ศ. 2564
เรือ่ ง รายละเอียด ข้อ
วันใช้บงั คับ 26 กันยายน 2564 ข้อ 1
ขอ้ 2
ยกเลกิ กฎเดิม ยกเลกิ กฎกระทรวงการเปน็ หน่วยงานฝกึ อบรมการดบั เพลงิ ขนึ้ ต้น และการเป็น ขอ้ 3
หน่วยงานฝกึ ซ้อมดบั เพลงิ และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ พ.ศ. 2556 ข้อ 4
คำนยิ าม “ใบสำคญั ” = ใบสำคัญการข้ึนทะเบียนเป็นผู้ใหบ้ ริการด้านความปลอดภัยฯ ข้อ 5
ตามมาตรา 9 ขอ้ 6
ประเภทการ “ใบอนญุ าต” = ใบอนุญาตเป็นผู้ใหบ้ ริการด้านความปลอดภยั ฯ ตามมาตรา 11 ขอ้ 7
ข้นึ ทะเบยี น/
อนุญาต แบง่ เปน็ 3 ประเภท ดังน้ี ข้อ 8
1) การตรวจวดั ตรวจสอบ ทดสอบ และรบั รอง
การยน่ื คำขอ 2) การประเมนิ ความเสยี่ ง
3) การจดั ฝึกอบรมหรอื ใหค้ ำปรึกษา
การย่นื คำขอ ขึ้นทะเบยี น ออกใบสำคญั ออกใบแทนฯ การอนญุ าต การแจ้ง
หรอื รายงาน ใหด้ ำเนินการโดยวิธกี ารทางอเิ ล็กทรอนิกส์เป็นหลกั
แบบคำขอ/ ให้เปน็ ไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด
ใบอนญุ าต
คณุ สมบัตผิ ู้ขอ 1) มสี ญั ชาติไทย 2) อายุไม่ต่ำกวา่ 20 ปี 3) การศกึ ษาไมต่ ่ำกว่าปรญิ ญาตรี
บุคคลรรมดา ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ สาธารณสขุ ศาสตร์
หรอื สาขาท่ีเกีย่ วข้องกับความปลอดภัยฯ 4) ไม่เปน็ คนไร้/เสมือนไร้
คุณสมบตั ผิ ขู้ อ ความสามารถ 5) ไม่เคยถูกเพิกถอนการขนึ้ ทะเบยี นในประเภททข่ี อ
นิติบคุ คล เวน้ แตพ่ น้ กำหนด 3 ปี นับแต่วันถูกเพกิ ถอน 6) ไม่เคยเปน็ ผกู้ ระทำการ
แทนนิติบุคคลซ่ึงถูกเพิกถอนใบอนุญาตในประเภทท่ีขอ เวน้ แตพ่ ้น
กำหนด 5 ปี
1) เป็นนิตบิ ุคคล 2) มีวตั ถปุ ระสงค์ใหบ้ รกิ ารด้านความปลอดภยั ฯ
3) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนญุ าตในประเภทที่ขอ เวน้ แตพ่ น้ กำหนด 3 ปี
4) ผ้กู ระทำการแทนนิติบุคคลต้องไมเ่ คยถกู เพิกถอนตามข้อ 7 (5) เว้นแต่
พน้ กำหนด 3 ปี 5) ผู้กระทำการแทนนิตบิ ุคคลต้องไม่เคยเปน็ ผกู้ ระทำการ
แทนนิติบุคคลซ่งึ ถูกเพิกถอน เวน้ แต่พ้นกำหนด 5 ปี 6) มีบคุ คลกรสำเรจ็
การศกึ ษาไมต่ ำ่ ปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
สาธารณสุขศาสตร์ หรือสาขาที่เก่ยี วข้องกบั ความปลอดภัยฯตามประเภท
งานทขี่ อ
เรื่อง รายละเอียด ขอ้
การยน่ื คำขอ บุคคลธรรมดา และนติ ิบคุ คล ให้ยน่ื ต่ออธบิ ดี พรอ้ มเอกสารทกี่ ำหนด ข้อ 10
ขอ้ 11
การออกใบ เมอื่ ได้รับคำขอ ให้อธบิ ดีตรวจสอบ ถา้ ถกู ต้องครบถว้ น ใหอ้ อกใบรบั คำขอ ข้อ 12
รับคำขอ แกผ่ ขู้ อ หากไมถ่ ูกต้องหรือไม่ครบถว้ น ให้บนั ทึกความบกพร่องไวแ้ ละแจง้ ให้ผขู้ อ
ดำเนนิ การให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด ขอ้ 13
กรณีผขู้ อไมด่ ำเนนิ การภายในระยะเวลาท่กี ำหนดถอื ว่าไม่ประสงคใ์ ห้ ข้อ 14
ดำเนนิ การต่อไป ให้อธิบดจี ำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ 15
ระยะเวลา - กรณหี ลักฐานถกู ตอ้ งครบถว้ น ให้อธบิ ดีพจิ ารณาให้แลว้ เสรจ็ ภายใน 60 วัน ขอ้ 16
พิจารณาคำขอ - ในการตรวจสอบข้อมูล/เอกสาร/หลกั ฐาน อธบิ ดมี ีอำนาจเขา้ ไปตรวจสอบ ข้อ 18
สถานท่ีให้บริการของผู้ย่นื คำขอ หรอื เรียกให้มาชแี้ จงได้ ขอ้ 19
- กรณอี ธบิ ดีสง่ั ไมร่ บั ข้ึนทะเบียนหรือไม่อนุญาต ให้มหี นงั สือแจ้งผู้ขอพร้อม ข้อ 20
เหตุผลและสทิ ธอิ ุทธรณภ์ ายใน 7 วัน
การชำระ - กรณีมีคำสงั่ ข้ึนทะเบยี นหรอื อนุญาต ให้มีหนังสือแจง้ ผู้ขอภายใน 7 วัน และให้
คา่ ธรรมเนียม ผูข้ อชำระคา่ ธรรมเนียมภายใน 30 วัน
- กรณีไมช่ ำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนด ใหถ้ ือว่าผู้ขอไม่ประสงคจ์ ะขึ้น
ทะเบยี นหรือรับใบอนญุ าต ใหจ้ ำหน่ายเรอ่ื งออกจากสารบบ
อายุ ใบอนญุ าตใหม้ ีอายุ 3 ปี
ใบอนุญาต
การตอ่ ใหย้ นื่ คำขอภายใน 90 วัน ก่อนใบอนญุ าตสน้ิ อายุ
ใบอนุญาต
การเพิกถอน ให้อธิบดเี พิกถอนทะเบยี นกรณผี รู้ ับใบสำคัญ
ทะเบียน - ขาดคณุ สมบัติ
- เรยี กเก็บคา่ บริการเกินหลักเกณฑ์
การพักใช้ - ฝา่ ฝนื หรอื ไมป่ ฏิบตั ติ ามข้อ 23
ใบอนญุ าต
ให้อธบิ ดีพักใช้ใบอนญุ าตไม่เกิน 60 วนั กรณี
การเพิกถอน - เรียกเกบ็ ค่าบริการเกนิ หลักเกณฑ์
ใบอนญุ าต - ฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ิตามข้อ 23
ใหอ้ ธบิ ดเี พิกถอนใบอนญุ าตในกรณี
- ขาดคณุ สมบตั ิ
- เคยถกู พกั ใช้ใบอนญุ าตมาแล้ว 1 คร้ัง และมเี หตุต้องถูกสงั่ พกั ใช้ใบอนุญาตซำ้
ในเรอื่ งเดยี วกนั อีกระหว่างอายใุ บอนุญาต
- ใหบ้ รกิ ารดา้ นความปลอดภัยฯ ระหวา่ งถกู ส่งั พกั ใชใ้ บอนุญาต
เรอ่ื ง รายละเอยี ด ข้อ
ค่าบริการ คา่ บรกิ ารท่ีผรู้ บั ใบสำคัญหรอื ผรู้ ับใบอนญุ าตจะเรยี กเก็บ ใหค้ ำนวณจาก ขอ้ 22
ข้อ 24
ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ รวมกับค่าตอบแทนทผ่ี ู้รบั ใบสำคัญหรือผรู้ ับใบอนุญาต
ไดร้ ับจากการให้บรกิ าร ซงึ่ คา่ ตอบแทนต้องไม่เกิน 1 เทา่ ของค่าใชจ้ า่ ยในการ
ใหบ้ ริการ
ค่าใชจ้ ่ายในการใหบ้ รกิ าร หมายถงึ คา่ ใช้จ่ายทเี่ ป็นต้นทนุ ในการให้บริการ
เช่น ค่าตอบแทนบุคลากร ค่าวัสดุ อปุ กรณ์ หรือสถานทใ่ี นการใหบ้ รกิ าร และ
คา่ ใชจ้ ่ายอืน่ ของผูร้ ับใบสำคญั หรือผรู้ ับใบอนญุ าต
คา่ ธรรมเนียม ใบอนุญาต ฉบับละ 20,000 บาท
ใบสำคัญ ฉบับละ 5,000 บาท
ใบแทนใบอนญุ าต ฉบับละ 500 บาท
ใบแทนใบสำคญั ฉบับละ 500 บาท
การต่ออายุใบอนญุ าต ครง้ั ละเทา่ กบั ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
15
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเก่ยี วกับรงั สี พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง รายละเอยี ด ข้อ
วันใช้บงั คับ 3 ธนั วาคม 2564
ยกเลกิ กฎเดมิ ยกเลกิ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบรหิ ารและการจดั การด้านความ ขอ้ 1
ปลอดภยั ฯ เกยี่ วกบั รงั สชี นดิ กอ่ ไอออน พ.ศ. 2547 ขอ้ 2
ขอ้ 5
คำนิยาม กำหนดคำนิยาม “รงั ส”ี “วัสดุกัมมันตรงั สี” เครือ่ งกำเนิดรังสี”
“วสั ดนุ ิวเคลยี ร์” “เชื้อเพลิงนวิ เคลยี ร์ใช้แล้ว” “กากกมั มนั ตรังสี” “ปรมิ าณ ข้อ 6
การแจง้ รงั สีสะสม” “พนื้ ทีค่ วบคุม” และ “ลูกจ้างซง่ึ ปฏบิ ตั ิงานเก่ยี วกับรงั ส”ี ขอ้ 7
ข้อ 8
การยกเวน้ - ใหน้ ายจ้างแจ้งประเภทตน้ กำเนิดรงั สี ปริมาณรังสี และสถานประกอบการ
การบงั คบั ซึง่ ต้นกำเนิดรังสีน้นั ต้ังอยู่ รวมทง้ั ข้อมลู เกยี่ วกบั การอนุญาตหรือการแจ้ง ข้อ 9
การครอบครองหรอื ใช้ตามกฎหมายว่าดว้ ยพลังงานนวิ เคลยี รฯ์ ตอ่ อธบิ ดี ภายใน ข้อ 10
การกำหนด 7 วนั นับแตว่ นั ที่นำตน้ กำเนดิ รงั สีเข้ามาในสถานประกอบกิจการ
พน้ื ทค่ี วบคุม - กรณีมีการเปลย่ี นแปลงข้อมูล ให้แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วนั ทเี่ ปล่ยี นแปลง
บทบญั ญตั ขิ ้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ขอ้ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ขอ้ ๑๗
ข้อ ๑๘ ขอ้ ๒๐ ข้อ ๒๑ ขอ้ ๒๒ ข้อ ๒๓ ขอ้ ๒๔ และข้อ ๒๕ มใิ หใ้ ช้บังคับ
แกน่ ายจ้างซ่ึงมตี น้ กำเนดิ รงั สีที่ไม่อยภู่ ายใตก้ ารควบคุมตามกฎหมายว่าดว้ ย
พลังงานนิวเคลียรเ์ พ่อื สันติ
นายจา้ งต้องกำหนดพ้นื ที่ควบคุมโดยจัดทำรว้ั คอกก้ัน หรือเส้นแสดงแนวเขต
และจัดใหม้ ีปา้ ยสัญลกั ษณท์ างรังสพี ร้อมข้อความเตือนภัยใหเ้ หน็ ชัดเจน
ลูกจ้างตง้ั ครรภ์ พ้ืนท่คี วบคุมตามข้อ 7 นายจา้ งต้องควบคุม ดังน้ี
1) ไม่ให้ลูกจ้างซ่งึ ไม่มหี นา้ ท่ีปฏิบตั งิ านเก่ยี วกบั รงั สีหรือบคุ คลภายนอก
เขา้ ไปในพ้นื ท่ีควบคุม เว้นแตไ่ ด้รับอนญุ าตจากนายจา้ ง
2) ไม่ให้ลูกจา้ งหรอื บุคคลใดเข้าพักอาศยั พักผอ่ น นำอาหาร เครือ่ งด่ืม
บหุ รีเ่ ข้าไปในพื้นที่ควบคมุ
3) ไม่ใหบ้ ุคคลใดนำตน้ กำเนดิ รังสีท่ีสามารถเคลื่อนย้ายไดอ้ อกไปนอกพื้นท่ี
ควบคมุ
4) ไม่ใหบ้ ุคคลใดนำภาชนะหรือวัสดซุ ่ึงปนเปอ้ื นวัสดุกัมมันรงั สีหรือวัสดุ
นวิ เคลียร์ออกไปนอกพืน้ ท่ีควบคมุ
หา้ มใหล้ ูกจ้างซ่ึงตัง้ ครรภ์หรอื อยู่ระหว่างให้นมบตุ รปฏิบัตงิ านเกยี่ วกับรงั สี
กฎระเบยี บ ต้องจัดให้มีกฎระเบียบ ขอ้ บังคบั แนวปฏิบัติ ว่าดว้ ยความปลอดภยั ฯ เกี่ยวกบั
รังสี พรอ้ มท้ังปดิ ประกาศใหล้ ูกจา้ งทราบบริเวณพ้นื ทป่ี ฏิบตั ิงาน
เรื่อง รายละเอยี ด ข้อ
มาตรการ นายจา้ งตอ้ งจดั ใหม้ ีมาตรการด้านความปลอดภยั ทางรงั สี ขอ้ 11
ความปลอดภัย ข้อ 12
ขอ้ 13
อปุ กรณ์ ต้องจัดให้มีอุปกรณบ์ ันทึกปริมาณรังสปี ระจำตวั บคุ คลและใหล้ ูกจา้ งใชอ้ ปุ กรณ์
บนั ทึก ตลอดเวลาปฏบิ ัติงาน ขอ้ 14
ปรมิ าณรงั สี
ข้อ 16
การจดั ทำ - ตอ้ งจดั ทำข้อมลู เก่ยี วกับปริมาณรงั สีสะสมทลี่ ูกจ้างไดร้ บั ตามแบบท่ีกำหนด ขอ้ 17
ขอ้ มูลปรมิ าณ ทกุ เดือน หรอื ทุก 3 เดอื น ขนึ้ อย่กู ับประเภทของต้นกำเนดิ รังสี และแจง้ ข้อมูล ขอ้ 18
ขอ้ 19
รังสสี ะสม ปริมาณรงั สีสะสมให้ลกู จา้ งทราบทุกครง้ั ขอ้ 21
- กรณีลกู จา้ งได้รบั ปริมาณรังสสี ะสมเกินปริมาณที่กำหนดตามกฎหมาย ขอ้ 22
ใหน้ ายจ้างแจ้งปรมิ าณรงั สะสม พรอ้ มหาสาเหตแุ ละการป้องกันแก้ไขต่ออธบิ ดี
ภายใน 7 วนั ตามแบบท่กี ำหนด
- ให้เกบ็ เอกสารหลักฐานไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับแต่วันสิ้นสดุ การจ้างลูกจ้างแตล่ ะราย
เจ้าหน้าที่ - นายจา้ งซึง่ มตี น้ กำเนดิ รงั สีท่ีต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมาย ต้องมีเจา้ หน้าที่
ความปลอดภัย ความปลอดภยั ทางรงั สี หรือเจา้ หนา้ ท่ดี ำเนินการทางเทคนิคเกย่ี วกบั วัสดุ
ทางรังสี นิวเคลียร์ อย่างนอ้ ย 1 คน
- นายจ้างซ่งึ มตี น้ กำเนิดรงั สปี ระเภททีต่ ้องแจ้งการครอบครองหรอื ใช้
ตามกฎหมาย ต้องจดั ให้มีเจ้าหนา้ ทคี่ วามปลอดภัยในการทำงานระดบั
หัวหน้างานอย่างน้อย 1 คน
- กรณเี จา้ หนา้ ทต่ี ามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสองพ้นจากหน้าที่ ต้องจดั ให้มีเจ้าหน้าที่
คนใหมแ่ ทนนบั แต่วันทเ่ี จ้าหน้าที่คนเดมิ พ้นจากหน้าที่
อปุ กรณ์ ตอ้ งจัดให้มีทล่ี า้ งมือ ล้างหนา้ ท่อี าบน้ำ สถานที่เกบ็ ชดุ ทำงาน
ตา่ ง ๆ ต้องจัดให้มกี ารทำความสะอาดชดุ ทำงานท่ีใช้ปฏบิ ัตงิ านเกีย่ วกบั รังสี สิง่ ของ
อุปกรณ์ เครื่องใช้ สถานท่ีท่ีมีการปนเปือ้ นวัสดุกัมมนั ตรงั สี
แผนป้องกัน - ตอ้ งจัดใหม้ แี ผนเพ่ือป้องกันและระงบั อนั ตรายจากรังสี และต้องจัดฝึกซอ้ มตาม
และระงับ แผนอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
อนั ตราย - กรณีมีแผนเพ่ือป้องกันและระงบั อนั ตรายจากรังสตี ามกฎหมายวา่ ด้วยพลงั งาน
นวิ เคลยี รเ์ พ่ือสันตหิ รือกฎหมายอ่ืน ใหถ้ ือวา่ ได้จัดให้มีแผนตามวรรคหนงึ่ แลว้
กรณตี น้
กำเนดิ รังสี กรณตี น้ กำเนิดรงั สรี ่วั ไหล หก หลน่ หรือฟุ้งกระจาย เกดิ อัคคภี ยั อันอาจเปน็ เหตุ
ใหล้ ูกจ้างประสบอนั ตราย เจ็บป่วย หรือเสยี ชวี ติ ให้นายจา้ งส่งั ใหล้ กู จา้ งหยดุ การ
รวั่ ไหล ทำงานและออกไปยังสถานที่ทีป่ ลอดภัยทันที
สัญลกั ษณ์
ตอ้ งจัดให้มีสัญลักษณ์ทางรังสี ขอ้ ความเตอื นภยั ให้เห็นชดั เจนบรเิ วณพื้นที่
ควบคมุ ต้นกำเนิดรังสี กากกัมมนั ตรงั สี และเช้ือเพลงิ นวิ เคลยี รใ์ ช้แล้ว
สญั ญาณไฟ ตอ้ งจัดให้มสี ัญญาณไฟสีแดงหรือปา้ ยสญั ลกั ษณเ์ ตือนภัยให้เห็นชัดเจนขณะมี
การใช้งานตน้ กำเนิดรงั สี
เรือ่ ง รายละเอียด ขอ้
ระบบ ตอ้ งจดั ให้มรี ะบบสญั ญาณฉุกเฉิน มีลักษณะดังน้ี ขอ้ 23
สญั ญาณ 1) ต้องเปล่งเสียงใหล้ ูกจา้ งซ่งึ ทำงานภายในอาคารไดย้ นิ อยา่ งทว่ั ถึง ขอ้ 24
ฉุกเฉิน 2) อปุ กรณ์ที่ทำให้เสียงของสญั ญาณฉกุ เฉนิ ทำงานตอ้ งอยูใ่ นที่เด่นชัดและ
เข้าถึงง่าย
อุปกรณ์ PPE 3) มีเสยี งแตกต่างจากเสยี งทใ่ี ชท้ ่ัวไป
4) กิจการสถานพยาบาลหรือสถานท่ที ่ีไมต่ ้องการใชเ้ สียง ต้องจดั ให้มี
อปุ กรณห์ รือมาตรการทส่ี ามารถแจง้ เหตุได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เช่น
สัญญาณไฟ รหัส
ต้องทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบสัญญาณฉุกเฉนิ อย่างน้อย
เดอื นละ 1 ครั้ง
- ตอ้ งจัดให้มีอปุ กรณค์ มุ้ ครองความปลอดภัยส่วนบคุ คลซงึ่ มีคณุ สมบัติทส่ี ามารถ
ปอ้ งกันหรือลดอันตรายจากรังสที ี่จะเข้าสรู่ า่ งกายให้ลูกจ้างสวมใส่ตลอดเวลา
ขณะปฏิบตั ิงาน
- ต้องควบคุมใหล้ ูกจ้างใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์ PPE กรณลี ูกจ้างไม่ใช้หรือไม่สวมใส่
ต้องสง่ั ให้ลกู จา้ งหยุดปฏบิ ัติงานทนั ทีจนกวา่ จะใชห้ รอื สวมใสอ่ ุปกรณ์ฯ
กองนิติการ
9 ธันวาคม 2564
พระราชบัญญตั ิคุ้มครองผูร้ บั งานไปทำที่บา้ น พ.ศ. 2553 5
1
1
เร่อื ง รายละเอยี ด มาตรา
ขอบเขตการ ใช้บังคับสำหรับการจ้างงานที่ผู้จ้างงานในกิจการอุตสาหกรรมมอบให้ผู้รับงานไปทำท่ีบ้านเพ่ือนำไป ม.3
บงั คับใช้ ผลติ นอกสถานกอบกิจการของผู้จ้างงานหรืองานอ่นื ทกี่ ำหนดในกระทรวง ม.3
คอื บุคคล กลมุ่ บคุ คล ซงึ่ ตกลงกบั ผ้จู า้ งงานเพ่ือรับทำงานอนั เป็นงานท่ีรบั ไปทำที่บา้ น ม.3
ผู้รับงานไปทำท่ี ม.9
บ้าน คือ ผู้ประกอบกิจการซึ่งตกลงจ้างผู้รับงานไปทำท่ีบ้านไม่ว่าตกลงมอบงานด้วยตนเอง
หรอื ผา่ นตวั แทน หรือลักษณะผรู้ ับชว่ งก็ตาม ม.10
ผ้จู ้างงาน - ผู้จ้างงานต้องจดั ทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน (1) ชื่อ ที่อยู่ เพศ และอายุของผรู้ ับงาน ม.13
ไปทำท่ีบา้ น (2) ชอื่ และท่ีอย่ผู ู้จ้างงาน (3) อตั ราคา่ ตอบแทนและจำนวนค่าตอบแทนทจี่ ะได้รับ วธิ กี าร ม.14
เอกสารเกยี่ วกบั คำนวณค่าตอบแทน วิธีการหักค่าตอบแทนและจำนวนหลักประกันท่ีได้รับจากผู้รับงานไปทำที่บ้าน ม.15
การรับงานไป (4) ประเภท ปริมาณและมูลค่าของงาน (5) กำหนดวันเร่ิมต้นและวนั ส้ินสุดของการทำงานแต่ละงวด ม.16
(6) กำหนดวันส่งมอบและวันจ่ายคา่ ตอบแทน (7) ลายมือชือ่ ของผู้จา้ งงานและผู้รับงานไปทำทบ่ี ้าน ม.17
ทำงาน - เกบ็ เอกสารไมน่ ้อยกว่า 2 ปนี ับแตว่ นั ทจ่ี ่ายค่าตอบแทน
กรณีงานไม่แล้วเสร็จและอยู่ระยะเวลาที่ตกลงกัน ผู้จา้ งงงานจะเลิกจ้างไม่ได้
กรณงี านไม่แลว้ เวน้ แต่ เป็นความผิดของผรู้ ับงานไปทำที่บ้าน/ผู้จา้ งงานมีเหตจุ ำเป็น
เสรจ็ โดยได้จ่ายค่าสนิ ไหมทดแทน
อยู่ที่ความรู้ความสามารถของผู้รับงานไปทำท่ีบ้าน และถึงแก่ความตาย หรือไม่สามารถทำงานน้ัน
สาระสำคญั ต่อไปได้ อันมิใช่เพราะความผิดของตน การจ้างเป็นอันสิ้นสุดลง แต่ถ้างานส่วนที่ทำไปแล้วเป็น
แหง่ การจ้าง ประโยชน์ ผู้จ้างงานต้องรบั เอาไว้และจ่ายค่าตอบแทนตามสัดสว่ น
- เว้นแตป่ ระเภท ปริมาณ หรือมูลค่าของงานท่ที ำอาจก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายได้
หา้ มเรียกหรอื รบั - ใหค้ ืนหลกั ประกัน ฯ ภายในเวลาไม่เกนิ 7 วนั นับแต่วนั ทีผ่ ู้จ้างงานไดร้ ับงานท่ที ำ
หลักประกนั การ
กรณี ท่ีผู้จ้างงานเป็นผู้จัดห าวัตถุดิบ อุปกรณ์ ห รือส่ิงอื่นท่ีใช้ในการทำงานผู้รับงาน ฯ
ทำงาน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและประหยัด และหากไม่มีการตกลงเป็นอย่างอ่ืน เม่ืองานสำเร็จต้องคืนท่ี
ผู้จ้างงานเป็นผู้ เหลืออยู่แกผ่ ู้จ้างงาน
จัดหาวตั ถุดบิ ไมน่ อ้ ยกวา่ อัตราคา่ จา้ งตามกฎหมายวา่ ด้วยการคมุ้ ครองแรงงานตามทค่ี ณะกรรมการกำหนดและต้อง
ไม่เป็นการเลอื กปฏิบัติ
การกำหนด ขณะที่สง่ มอบงานหรอื ตามท่ีตกลงกันแต่ไมเ่ กิน 7 วัน นบั แต่วนั ส่งมอบงาน
คา่ ตอบแทน
จา่ ยค่าตอบแทน
หา้ มหกั เว้นแต่ (1) ภาษีเงินได้ (2) กฎหมายบัญญัติไว้ (3) ชดใช้ค่าเสียหายจากการที่ได้กระทำโดยจงใจหรือ ม.19
ค่าตอบแทน ประมาณเลนิ เล่ออย่างร้ายแรง โดยไดร้ ับความยินยอม (4) ชดใชค้ ่าเสียหายหรือค่าปรับงานท่ีทำไม่ทัน
กำหนดเวลาส่งมอบโดยได้รับความยนิ ยอมจากผรู้ บั งาน
ห้ามหญงิ มคี รรภ์ ทำงานท่มี ลี กั ษณะอาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพและความปลอดภยั ม.20
หรอื เด็กทีต่ ่ำ
กวา่ 15 ปี
ห้ามจ้างทำงาน (1) งานเกี่ยวกับวัตถุอันตราย (2) งานที่ต้องทำด้วยเครื่องมือเครื่องจักรซึ่งผู้ทำอาจได้รับความ ม.21
ส่ันสะเทือนอันอาจเป็นอันตราย (3) งานเก่ียวกับความร้อนจัดหรือเย็นจัด อันอาจเป็นอันตราย (4)
งานอนื่ ที่กระทบต่อสุขภาพความปลอดภัย หรือคุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม
เร่อื ง รายละเอียด มาตรา
ผู้จ้างงานเป็น - ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟ้ืนฟูสมรรถภาพ และคา่ ทำศพเนื่องจากการใช้วัตถุดบิ อปุ กรณ์หรือสิ่งอื่น ที่ผู้ ม.24
ผู้รับผดิ ชอบ จ้างงานจัดหาหรือส่งมอบให้ หรือเนื่องจากผู้จ้างงานไม่จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย หรือ
กรณอี ุบตั ิเหตุเน่อื งจากการทำงาน ณ สถานที่ทำงาน ม.37
อำนาจพนักงาน
เจ้าหนา้ ท่ี *มิใช้บงั คับแกก่ รณเี กิดจากความจงใจหรือประมาทเลนิ เล่ออย่างรา้ ยแรงของผู้รับงานฯ
อตั ราโทษ 1) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรอื สำนักงานของผูจ้ า้ งงานหรอื สถานทท่ี ำงานของผู้รบั งานฯในเวลา
ทำงาน เพื่อตรวจสอบสภาพการทำงาน
2) เกบ็ ตวั อย่างวัตถดุ ิบหรือผลติ ภัณฑเ์ พือ่ วิเคราะห์ความปลอดภยั ฯ โดยได้รับความยนิ ยอมจาก
ผ้จู ้างงาน ผรู้ บั งาน หรือไดร้ ับความเหน็ ชอบจากอธิบดี
3) มหี นงั สอื เรียกบุคคลใดมาใหถ้ ้อยคำ ให้สง่ เอกสาร
4) มีคำสงั่ ใหผ้ จู้ า้ งงาน ผู้รบั งานไปทำทีบ่ ้าน ปฏิบัตใิ หถ้ กู ต้อง
อัตราโทษต่ำสดุ คอื ปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาท
อตั ราโทษสงู สุดคือ จำคุกไม่เกนิ 1 ปี หรือปรบั ไม่เกนิ 200,000 บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรับ
1
กฎกระทรวงกำหนดงานทล่ี กั ษณะอาจเป็นอนั ตราย
ต่อสุขภาพและความปลอดภัยของหญิงมีครรภ์
หรือเด็กซงึ่ มอี ายตุ ำ่ กวา่ สิบห้าปี พ.ศ. 2560
เรื่อง รายละเอยี ด ขอ้
งานท่มี ลี ักษณะอาจ (1) งานเก่ยี วกบั เคร่ืองจกั รหรือเคร่ืองยนต์อันอาจเกดิ อันตรายจากความ 1
เปน็ อันตรายต่อ สน่ั สะเทอื น
สุขภาพ และความ 2
ปลอดภัยของหญงิ (2) งานยก แบก หาบ หาม ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกนิ ๑๕ กโิ ลกรมั
(3) งานที่ต้องสมั ผสั ละออง ไอ ก๊าซ เช่น งานพ่นสี งานฟอกยอ้ ม
มคี รรภ์ (4) งานที่ตอ้ งสัมผัสกบั ฝนุ่ ฟูม เส้นใย เช่น งานเช่ือมโลหะ หลอมโลหะ งานขดั
เจยี โลหะ
งานทีม่ ีลกั ษณะอาจเป็น (1) งานที่อาจกอ่ ให้เกดิ อนั ตรายจากเครอ่ื งจกั ร เคร่ืองมอื หรืออปุ กรณ์
อนั ตรายต่อสุขภาพ (2) งานยก แบก หาบ หาม ทูน ลาก หรอื เขน็ ของหนกั เกิน ๑๕ กิโลกรัม
และความปลอดภยั (3) งานที่ต้องสัมผสั ละออง ไอ ก๊าซ เช่น งานพ่นสี งานฟอกยอ้ ม
ของเด็กอายตุ ่ำกว่า (4) งานท่ีตอ้ งสมั ผัสกบั ฝนุ่ ฟูม เส้นใย เช่น งานเชือ่ มโลหะ หลอมโลหะ งานขัด
15 ปี เจยี โลหะ
(5) งานเก่ียวกับจลุ ชีวนั เป็นพิษซึ่งอาจเป็นเชือ้ ไวรสั แบคทีเรยี รา หรอื เช้ืออนื่ อันอาจเปน็
อันตรายต่อสขุ ภาพ
(6) งานเกี่ยวกับแสงจ้า เสียงดัง ความร้อนจัด ความเย็นจัด หรือความส่ันสะเทือนซึ่งอาจเป็น
อันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภยั
กองนติ ิการ
1 ตุลาคม 2564
2
สรปุ กฎกระทรวงกำหนดลกั ษณะของงานท่ีห้าม
ผ้จู ้างงานจ้างผรู้ ับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2564
เรื่อง รายละเอียด ข้อ
ลกั ษณะของงาน ได้แก่ งานเก่ียวกับความร้อน ซึ่งทำให้ระดับความร้อนภายในสถานท่ีทำงานท่ีมี 1
เก่ียวกบั ความร้อน ผู้รับงานไปทำท่ีบ้านทำงานอยู่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 องศา 2
ที่หา้ มผูจ้ ้างงานจ้าง เซลเซยี ส ในช่วงเวลา 2 ชว่ั โมงของการทำงานติดต่อกัน
ลกั ษณะของงาน ไดแ้ ก่
ทีอ่ าจกระทบ (1) งานเก่ยี วกบั เลอื่ ยสายพาน
ต่อสุขภาพ (2) งานทีก่ ่อใหเ้ กิดเสยี งดงั ทผี่ รู้ บั งานไปทำทบ่ี ้านต้องสัมผสั ระดบั เสียงเฉลี่ยตลอด
ความปลอดภัย
หรือคุณภาพ ระยะเวลาการทำงาน 8 ช่ัวโมงเกินกว่า 85 เดซิเบลเอ
สิง่ แวดล้อม
ท่ีหา้ มผ้จู ้างงานจา้ ง
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
3
สรุปกฎกระทรวงกำหนดคา่ รกั ษาพยาบาล ค่าฟื้นฟสู มรรถภาพ
และคา่ ทำศพของผ้รู ับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๔
เร่อื ง รายละเอยี ด ข้อ
การแจ้ง เมื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย 2
3
ให้ผูร้ บั งานไปทำทีบ่ า้ น ทายาท ผู้จดั การศพ หรือผู้มสี ่วนได้เสีย แล้วแต่กรณี แจง้ ให้ 4
5
ผ้จู ้างงานทราบโดยเรว็ พรอ้ มทง้ั แสดงหลักฐาน 6
การจ่ายสิทธิ เม่ือไดร้ ับแจ้งใหผ้ จู้ ้างงานจา่ ยคา่ รักษาพยาบาล คา่ ฟน้ื ฟสู มรรถภาพ หรอื ค่าทำศพ ใหแ้ ก่
ประโยชน์ ผูร้ บั งานไปทำท่ีบา้ นหรือผ้จู ัดการศพของผู้รับงานไปทำทบ่ี า้ น แลว้ แตก่ รณี โดยมชิ ักช้า
อัตราค่า กรณผี รู้ บั งานไปทำท่บี ้านประสบอนั ตราย หรอื เจบ็ ป่วย ให้ผู้จ้างงานจ่ายคา่
รักษาพยาบาล รกั ษาพยาบาลเท่าทีจ่ ่ายจริงแตไ่ ม่เกนิ 50,000 บาท ต่อการประสบอันตราย หรือ
เจ็บป่วย 1 คร้ัง
อตั ราค่าฟื้นฟู กรณีผู้รบั งานไปทำทบ่ี ้านจำเปน็ ตอ้ งได้รบั การฟื้นฟสู มรรถภาพในการทำงาน ให้ผูจ้ ้าง
สมรรถภาพ งานจา่ ยค่าฟืน้ ฟูสมรรถภาพในการทำงานเท่าท่ีจ่ายจริงแตไ่ ม่เกิน 100,000 บาท
อัตราค่าทำศพ กรณีผรู้ บั งานไปทำที่บ้านประสบอนั ตราย หรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายให้ผจู้ า้ งงาน
จา่ ยคา่ ทำศพในอัตรา 40,000 บาท
กองนติ ิการ
1 ตลุ าคม 2564
พระราชบัญญัตคิ ุม้ ครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 6
1
1
1
เรื่อง รายละเอียด มาตรา
ขอบเขตการบงั คับใช้ ใช้บังคับระหว่างการทำการประมง ระหว่างเจา้ ของเรือกับแรงงานประมงท่ีทำงานบนเรือประมงเว้นแต่ ม.5
การทำประมง
(1) เพ่ือการยังชีพ (2) น้ำจืด (3) เพื่อการนันทนาการ (4) ตามขนาดเรือหรือจำนวนแรงงานประมงท่ี
รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศกำหนด
การปฏิบัติ เจ้าของเรอื และแรงงานตอ้ งปฏิบตั ิตามหลักเกณฑข์ ัน้ ต่ำในการทำงาน ทพี่ กั อาหาร ความปลอดภยั ม.6
ฯ สวสั ดกิ าร ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายที่เกย่ี วขอ้ ง
ให้ถือว่าเจ้าของเรือเปน็ นายจา้ งและแรงงานประมงเป็นลูกจ้าง
การอนุญาตท่ีเกี่ยวกบั ได้ เฉ พ าะ ก รณี มี ใบ รับ รอ งแ พ ท ย์ ว่ามี ค วาม พ ร้อ ม ด้ า น สุ ข ภ าพ รวม ท้ั งด้ าน ก ารได้ ยิ น ม.8
การทำงาน และด้านสายตา
สทิ ธขิ อเดนิ ทางกลับ (1) ครบกำหนดตามสัญญาจา้ ง (2) เจ้าของเรือหรอื แรงงานประมงบอกเลิกสญั ญาจ้างก่อนครบกำหนด ม.9
กรณีเหตุเกิดข้นึ นอก หรือเจ้าของเรือเปล่ยี นแปลงเง่ือนไขในสัญญาโดยแรงงานประมงไม่ยินยอม (3) เจ็บป่วยจนไม่สามารถ
น่านนำ้ ไทยหรือ ณ ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีได้ (4) ถูกนำไปอยู่ในต่างประเทศอันมใิ ช่ความผดิ ของแรงงานประมง
ตา่ งประเทศ
- ระหวา่ งท่ีเจ้าของเรอื ยังไม่สามารถจดั ส่งแรงงานประมงได้ดว้ ยเหตุอนั โทษเจ้าของเรือมิได้ ต้องจัด
ใหม้ ที ี่พักท่ีเหมาะสมและมีอาหารเพียงพอในการดำรงชีพ และต้องเป็นผู้รบั ผิดชอบค่าใชจ้ า่ ย
- กรณี (2) เกดิ จากความผิดของแรงงานประมงหรอื แรงงานประมงเป็นผู้เลกิ สัญญาจ้างโดยไมม่ ีเหตุ
อันสมควร แรงงานประมงต้องเป็นผรู้ ับผิดชอบค่าใช้จ่าย
กรณเี จา้ ของเรือไม่ - พ นั ก ง า น เจ้ า ห น้ า ท่ี มี อ ำ น า จ ด ำ เนิ น ก า ร เพ่ื อ ให้ แ ร งงา น ป ร ะ ม งได้ เดิ น ท า งก ลั บ ม.10
ปฏบิ ัตติ ามมาตรา 9 และเสยี คา่ ใช้จา่ ยไปเปน็ จำนวนเท่าใด ใหเ้ จา้ ของเรอื จ่ายคืนพรอ้ มดอกเบยี้ ในอตั รารอ้ ยละ 15 ต่อปี
- การออกใบอนญุ าตหรอื ตอ่ ใบอนญุ าตทำได้เฉพาะได้ชำระค่าใช้จ่ายพร้อมดอกเบยี้ แลว้
สทิ ธิประโยชน์ เจ้าของเรือตอ้ งจดั ให้แรงงานประมงได้รับสิทธปิ ระโยชนด์ า้ นสุขภาพและสวสั ดกิ ารดา้ นต่าง ๆ ตามท่ี ม.12
กำหนด
จดั ให้มที ี่พกั อาศยั เรือประมงท่ีมีด าดฟ้าและมีขนาดต้ังแต่ 300 ตันกรอส ส์ขึ้นไป ต้องจัดให้ มีที่พั กอาศัย ม.13
บนเรอื
เรือประมงท่ีต้องมี - เรอื ที่ออกทำประมงเกนิ 3 วนั และมีความยาวเรอื 26.5 เมตรขนึ้ ไป ม.14
ใบรับรองผ่านการ - เรือทีอ่ อกทำประมงเกิน 3 วันและเดนิ เรอื ออกไปนอกน่านไทย
ตรวจสอบสภาพการ
ทำงาน
กรณเี จา้ ของเรือถกู จะบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือกระทำการอันใดอันเป็นเหตุให้แรงงานประมงทะเลไม่สามารถ ม.15
ร้องเรยี น
ทนทำงานตอ่ ไปได้เพระเหตุแห่งการรอ้ งเรียน หรอื การเป็นพยานไม่ได้
อำนาจพนักงาน 1) ขนึ้ ไปบนเรือหรอื สถานท่ีประกอบกจิ การเพือ่ ตรวจสภาพการจ้าง ม.16
เจา้ หนา้ ที่ 2) มหี นังสือสอบถาม/เรียกเจ้าของเรอื แรงงานประมง ผเู้ ก่ียวขอ้ งมาช้แี จงขอ้ เท็จจรงิ
3) มีคำส่งั ใหเ้ จ้าของเรอื /แรงงานประมง ปฏบิ ตั ใิ หถ้ ูกต้อง
4) มคี ำสัง่ หา้ มนำเรือออกทำการประมงในกรณีท่ีเรือมสี ภาพไม่ปลอดภยั
อัตราโทษ ต้องระหว่างโทษจำคกุ ไมเ่ กนิ 1 ปหี รอื ปรับตั้งแต่ 20,000 - 50,000 บาท หรือทง้ั จำทั้งปรบั
พระราชบัญญัตแิ รงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 7
1
1
เรื่อง รายละเอยี ด มาตรา
ขอบเขตการบงั คับ ใชบ้ ังคับสำหรับการจา้ งระหวา่ งเจา้ ของเรอื กับคนประจำเรือทีท่ ำงานบนเรือขนสง่ ระหวา่ งประเทศ ม.15
-หา้ มใหบ้ คุ คลอายตุ ่ำกวา่ 16 ปีบริบรู ณ์ ทำงานบนเรือ ม.18
บคุ คลที่หา้ มทำงาน -ห้ามคนประจำเรือทำงานบนเรือโดยไมม่ ีใบรบั รองแพทย์มาแสดงวา่ มีความพร้อมด้านสขุ ภาพ ม.16
บนเรอื ม.17
- ในเวลากลางคืน เว้นแต่ เป็นการฝึกอบรม
หา้ มให้คนประจำเรอื - ทำงานทอ่ี าจเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพหรือความปลอดภยั ม.43
อายตุ ำ่ กว่า 18 ปี
เจ้าของเรอื ตอ้ งจดั ให้มขี อ้ ตกลงการจา้ งงานเปน็ หนังสือพร้อมลายมอื ชอื่ ของเจา้ ของเรือและคนประจำเรือ
ทำงาน
ขอ้ ตกลงการจา้ งงาน
การสิ้นสุดขอ้ ตกลง ขอ้ ตกลงการจา้ งงานสนิ้ สดุ ลงเม่อื ครบกำหนด หรอื เง่อื นไขท่ีตกลงกันไว้โดยมิต้องบอกกลา่ วลว่ งหนา้ กรณไี ม่ ม.44
การจา้ ง มีกำหนดระยะเวลาเจ้าของเรอื หรอื คนประจำเรืออาจบอกเลิกขอ้ ตกลงโดยบอกกลา่ วล่วงหนา้ ไม่
น้อยกว่า 7 วนั แต่ไม่เกิน 30 วนั การเลิกขอ้ ตกลงฯ ก่อนครบกำหนดเวลาให้เปน็ ไปตามท่ีตกลงกนั
ตอ้ งไมน่ ้อยกว่า 7 วนั แตไ่ มเ่ กนิ 30 วนั
ค่าจ้าง ห้ามเจา้ ของเรือจา่ ยค่าจ้างตำ่ กวา่ อตั ราค่าจ้างข้ันต่ำท่ีประกาศกำหนด ม.47
ห้ามหักคา่ จา้ งและคา่ เว้นแต่ (1) ชำระภาษีหรือเงินอ่ืนตามทก่ี ฎหมายกำหนด (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงาน ม.54
ล่วงเวลา (3) ชำระหน้สี นิ สหกรณ์ออมทรพั ย์/หนส้ี วสั ดกิ ารทีเ่ ป็นประโยชนแ์ กค่ นประจำเรอื ฝา่ ยเดยี วโดยได้รบั
ความยนิ ยอมลว่ งหนา้ จากคนประจำเรือ (4) เป็นเงินสะสม
คา่ ลว่ งเวลา ให้จ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า1.25เทา่ ของอตั ราค่าจ้างตอ่ ช่ัวโมงตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา ม.55
การลา - ลาข้นึ ฝ่งั ได้ตามที่ตกลง เว้นแตก่ รณลี าดว้ ยเหตผุ ลทางสขุ ภาพอนามยั และความเปน็ อยูท่ ด่ี ี ม.56
เวลาทำงานปกติ - ลาปว่ ยไดเ้ ท่าท่ปี ว่ ยจรงิ โดยได้รบั ค่าจ้างแต่ไมเ่ กิน 130 วัน ม.57
- ลาเพ่อื คลอดและเลีย้ งดูบุตร ครรภ์หนงึ่ ไมเ่ กนิ 90 วัน ใหเ้ จ้าของเรอื จา่ ยค่าจ้างไม่เกนิ 45 วัน ม.63
วนั ละไมเ่ กนิ 8 ช่วั โมง และรวมแลว้ สปั ดาหห์ นง่ึ ไมเ่ กนิ 48 ชวั่ โมง ม.58
ทำงานลว่ งเวลา ทำงานล่วงเวลาไดเ้ ทา่ ทจี่ ำเปน็ แตเ่ มอื่ รวมกับระยะเวลาทำงานปกติแล้วตอ้ งไมเ่ กินวนั ละ 14 ชั่วโมง ม.59
ในรอบ 24 ชั่วโมง และไมเ่ กนิ 72 ชว่ั โมง ในรอบ 7 วนั
เวลาพกั เวลาพักระหวา่ งชว่ งการทำงานในวนั หน่งึ ไม่นอ้ ยกว่า 1 ช่วั โมง ม.61
ช่ัวโมงการพักผอ่ น ช่ัวโมงการพกั ผ่อนไม่นอ้ ยกว่า 10 ช่ัวโมง ในรอบ 24 ชัว่ โมง และไมน่ ้อยกว่า 77 ชว่ั โมง ในรอบ 7 วัน ม.62
วันหยดุ ประจำปี วันหยดุ ประจำปีปีหนง่ึ ไมน่ อ้ ยกวา่ 30 วนั โดยได้รับคา่ จ้าง เจ้าของเรือเป็นผู้กำหนดลว่ งหน้า ม.65
ห้ามให้คนทำงานในวนั หยุดประจำปี เวน้ แต่กรณฉี ุกเฉนิ โดยได้รับความยินยอม โดยตอ้ งจ่าย
คา่ ทำงานในวนั หยุดเพ่มิ ขึน้ ไมน่ ้อยกวา่ 1 เทา่ ของคา่ จา้ ง กรณที ข่ี อ้ ตกลงการจ้างมรี ะยะเวลา
ไม่ถึง 1 ปี ให้คำนวณเวลาในวนั หยดุ ใหต้ ามสว่ น
เรือ่ ง รายละเอียด มาตรา
สทิ ธิเดินทางกลบั สทิ ธิเดินทางกลับภมู ลิ ำเนาหรือสถานท่ีอนื่ ตามที่ตกลงกนั โดยเจา้ ของเรือจัดการหรอื ออกคา่ ใชจ้ ่าย ม.66
กรณีดังนี้ (1) ครบกำหนดเวลาตามขอ้ ตกลงการจา้ งงาน (2) เจา้ ของเรอื บอกเลิกข้อตกลงการจ้าง
งานกอ่ นครบกำหนด (3) เม่ือมีเหตดุ งั ต่อไปนี้ (ก) คนประจำเรอื เจบ็ ป่วย บาดเจ็บ หรือมีสภาพ
รา่ งกาย หรือจติ ใจ ทไ่ี ม่สามารถปฏิบัติ (ข) เจา้ ของเรอื ไมส่ ามารถดำเนินธุรกิจการเดนิ เรอื ตอ่ ไป
(ค) เรอื เดนิ ทะเลอับปางหรือไมอ่ าจใช้การไดโ้ ดยสน้ิ เชงิ (ง) เรอื มุ่งหน้าเข้าสูเ่ ขตสงคราม
(จ) กรณอี ่นื ตามทรี่ ัฐมนตรปี ระกาศกำหนด
ประกันภยั เจา้ ของเรอื ตอ้ งจัดทำประกนั ภยั ให้แกค่ นประจำเรือทกุ คนเกย่ี วกับการส่งตัวคนกลบั ม.67
เจ้าของเรอื ไมต่ ้อง คนประจำเรอื กระทำความผิดตอ่ กฎหมายหรอื ต่อตำแหนง่ หน้าทอ่ี ย่างรา้ ยแรง หรือไม่ปฏบิ ตั ิตาม ม.68
ออกค่าใช้จา่ ย ขอ้ ตกลงการจา้ งงาน
คา่ สินไหมทดแทน เจา้ ของเรือตอ้ งจ่ายคา่ สนิ ไหมทดแทนใหแ้ กค่ นประจำเรือ ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ได้รบั บาดเจบ็ (2) ได้รบั ม.70
ความเสยี หาย (3) วา่ งงาน กรณี (1) และ (2) เรียกเงินไดเ้ ท่าท่ีจา่ ยจรงิ ตามความจำเป็นหรือเท่าท่ี
ได้รบั ความเสียหายจริง กรณี (3) ใหจ้ ่ายคา่ สนิ ไหมทดแทนเทา่ กบั ค่าจ้าง ทง้ั นี้ ไม่เกิน 2 เดอื น
การรกั ษาพยาบาล การรักษาพยาบาลบนเรือหรอื บนฝง่ั เจ้าของเรือต้องจดั ใหม้ อี ุปกรณห์ รือส่งิ อำนวยความสะดวก ม.78
ทางด้านการรกั ษาพยาบาลในหอ้ งพยาบาลบนเรอื การฝกึ อบรมปฐมพยาบาลและแพทย์
หรือคนประจำเรือผู้ทำหนา้ ทรี่ กั ษาพยาบาลบนเรอื
ความรับผดิ ชอบ เจ้าของเรือต้องรับผิดชอบต่อคนประจำเรือ กรณดี ังต่อไปนี้ (1) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเจ็บปว่ ย ม.81
และบาดเจ็บซง่ึ เกดิ ขนึ้ นบั แตว่ นั เรม่ิ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่จนถงึ กำหนดวนั ส่งตวั กลบั (2) ค่าใชจ้ า่ ยเก่ียวกับ
การจัดให้ทำประกันภัยทางทะเล (3) ค่าใชจ้ า่ ยเก่ียวกับการรกั ษาพยาบาล การแพทย์ การจัดหายาที่
จำเป็น เครอื่ งมอื ในการบำบัดโรค คา่ อาหารและค่าเช่าท่ีพักอาศยั จนกว่าคนประจำเรอื จะหายหรือมี
การวินิจฉัยวา่ การทพุ พลภาพน้นั มลี ักษณะถาวร ท้ังนี้ ไมน่ อ้ ยกว่า 16 สปั ดาห์ เวน้ แต่
การเจ็บป่วยหรือบาดเจบ็ เกดิ ขึ้นนอกเหนอื จากการปฏบิ ตั ิงานให้กบั เจ้าของเรอื หรือเกิดจาก
การกระทำอนั มิชอบของคนประจำเรือผูน้ ั้นหรอื คนประจำเรือจงใจปกปดิ ความเจบ็ ปว่ ยหรอื สขุ ภาพ
(4) ค่าใชจ้ ่ายในการปลงศพหรอื คา่ ใช้จา่ ยอื่น ๆกรณเี สยี ชวี ติ บนเรือ หรือบนฝ่ังระหว่างปฏิบัตหิ น้าท่ี
(5) คา่ ใช้จ่ายอื่นตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
อุปกรณค์ วามปลอดภัย เจ้าของเรือตอ้ งจดั ให้มเี ครอ่ื งมือหรอื อุปกรณ์ และกำหนดมาตรการเพือ่ ความปลอดภยั ในการทำงานบนเรือ ม.83
ในการทำงาน ม.89
การรอ้ งเรียน ใหเ้ จา้ ของเรือจดั ให้มเี อกสารทมี่ ขี ้ันตอนการร้องเรยี นอนั เกย่ี วกับสภาพการจา้ งสภาพการทำงานและสภาพการเปน็ อยู่
สิทธริ วมตัวกัน -คนประจำเรอื หรอื เจ้าของเรอื มสี ทิ ธริ วมตวั กนั เพ่อื เจรจาต่อรองหรือเรยี กรอ้ งให้ไดม้ าซึง่ สทิ ธหิ รือ ม.90
ประโยชนต์ าม พ.ร.บ.นี้ ม.91
-คนประจำเรอื หรอื เจ้าของเรือมสี ทิ ธริ วมตัวกนั เพ่อื จัดตั้งองค์กรเพอ่ื แสวงหาและคมุ้ ครองประโยชน์
เก่ยี วกบั สภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการสง่ เสรมิ ความสมั พนั ธอ์ ันดีระหวา่ งดรี ะหวา่ งกัน
อำนาจพนกั งาน -ขน้ึ ไปบนเรือหรอื สำนักงานของเจา้ ของเรอื เพอื่ ตรวจสอบสภาพการจ้างฯ ม.95
เจา้ หนา้ ที่ -มหี นังสอื สอบถามหรือเรยี กเจ้าของเรือ คนประจำเรอื บคุ คลทเ่ี กยี่ วข้อง มาชีแ้ จงข้อเท็จจรงิ
-มีคำสั่งใหเ้ จา้ ของเรอื คนประจำเรอื ปฏิบตั ิให้ถกู ต้อง
อตั ราโทษ อัตราโทษต่ำสุด คือ ปรับไม่เกนิ 5,000 บาท
อัตราโทษสงู สุด กรณีโทษปรับ คือ ปรับไมเ่ กนิ 400,000 บาท กรณโี ทษจำคุก คอื จำคุกไมเ่ กนิ 3 ปี
1
สรปุ กฎกระทรวง กำหนดเรืออื่นท่ไี ด้รับการยกเวน้
ไมอ่ ยู่ภายใตบ้ ังคับพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล
พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2561
เรอ่ื ง รายละเอียด ข้อ
นยิ าม - “เขตการเดินเรือ” หมายความวา่ เขตการเดินเรือท่ีกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการ ขอ้ 1
คำศัพท์ เดนิ เรือในน่านน้ำไทย กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ ซ่ึงออกตามกฎหมายว่าดว้ ย
การเดนิ เรือในนา่ นนำ้ ไทย
- “เขตทา่ เรือ” หมายความว่า เขตทา่ เรอื ทกี่ ำหนดตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเดนิ เรอื
ในนา่ นน้ำไทย
- “เรอื สำราญและกฬี า” หมายความวา่ เรือสำราญและกฬี า ทกี่ ำหนดตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
การเดินเรือในนา่ นนำ้ ไทย
นยิ าม (1) เรือของทางราชการทม่ี ิได้มวี ัตถปุ ระสงคใ์ นเชิงพาณชิ ย์ ข้อ 2
“เรอื อน่ื ” (2) เรือทีม่ ขี นาดต่ำกว่า 200 ตันกรอสส์ ทมี่ เี ขตการเดนิ เรอื ภายในประเทศ
ตามมาตรา 3 (4) (3) เรือทใ่ี ห้บริการในบริเวณเขตทา่ เรอื รวมถึงรับสง่ คน หรอื สนิ ค้า เรือดนั
เรอื ลากจูง หรือ เรอื รับสง่ เชอื ก
(4) เรอื ท่ีใหบ้ ริการรับสง่ นำรอ่ ง
(5) เรอื เดนิ ประจำทางท่ีมเี ขตการเดินเรอื ภายในเขตจงั หวัด
(6) เรือสำราญและกีฬาทม่ี ิได้มวี ัตถปุ ระสงค์ในเชิงพาณิชย์
(7) เรือทม่ี ลี ักษณะเป็นแทน่ ขุดเจาะนอกฝั่งแบบเคล่ือนที่ (mobile offshore drilling
units : MODU)
(8) เรือท่ีมีเขตการเดินเรือประเภทเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต หรอื เรือเดินทะเล
ท่ีมิใชเ่ รือกล
กองนติ ิการ
1 ตลุ าคม 2564
2
สรุปกฎกระทรวง การระงับขอ้ พพิ าทแรงงานทางทะเล การปิดงาน
การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไมเ่ ปน็ ธรรมทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับ
คนประจำเรือและเจ้าของเรอื พ.ศ. 2564
พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2561
เรอื่ ง รายละเอียด ขอ้
นยิ าม “ข้อพิพาทแรงงานทางทะเล” หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างเจา้ ของเรอื กับคน ข้อ 1
ประจำเรือ เกยี่ วกบั สภาพการจ้างและสภาพการทำงาน
“การปดิ งาน” หมายความวา่ การท่เี จา้ ของเรือปฏเิ สธไม่ยอมให้คนประจำเรอื
ทำงานชว่ั คราว เนอ่ื งจากข้อพิพาทแรงงานทางทะเล
“การนดั หยุดงาน” หมายความว่า การทคี่ นประจำเรือร่วมกันไม่ทำงานชวั่ คราว
เนอื่ งจากขอ้ พิพาทแรงงานทางทะเล
ขอ้ พพิ าทแรงงาน กรณมี ีการแจ้งข้อเรียกร้องให้กำหนดหรอื แก้ไขเพมิ่ เตมิ ข้อตกลงเกี่ยวกบั สภาพ ข้อ 2
ทางทะเล การจา้ งหรือสภาพการทำงาน แต่ไมม่ ีการเจรจากัน หรือเจรจากันแตต่ กลงกันไม่ได้ ให้
ถอื วา่ มีขอ้ พพิ าทแรงงานทะเลเกิดขึน้ ให้ฝา่ ยแจง้ ขอ้ เรยี กร้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี
ทราบ
การไกลเ่ กลีย่ - ให้พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีไกลเ่ กลยี่ ภายใน 15 วันนบั แตว่ นั ท่ไี ด้รบั แจง้ ขอ้ ข้อ 3
เรียกร้อง
- กรณไี มอ่ าจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหน่ึง ใหถ้ ือว่ามีข้อพิพาท
แรงงานทางทะเลที่ตกลงกนั ไม่ได้ ฝ่ายแจ้งข้อเรยี กรอ้ งและฝ่ายรบั ขอ้
เรยี กร้องอาจตงั้ ผูช้ ้ีขาด หรือเสนอขอ้ พิพาทให้คณะกรรมการวนิ ิจฉยั ช้ขี าด
หรอื จะปิดงาน หรอื นัดหยุดงานได้
การตง้ั ผชู้ ขี้ าด อาจต้งั บุคคลคนหน่งึ หรือหลายคนเปน็ ผชู้ ี้ขาดก็ได้ ข้อ 4
การแจ้งวิธี ภายใน 7 วนั นบั แต่วนั ทท่ี ราบการแตง่ ตงั้ ใหผ้ ูช้ ขี้ าดแจ้งเปน็ หนงั สอื ใหฝ้ า่ ยแจ้งขอ้ ข้อ 5
พจิ ารณาของผชู้ ี้ขาด เรยี กร้องและรับข้อเรียกร้องทราบถงึ วิธีพจิ ารณา วนั เวลา และสถานท่ีทจี่ ะพจิ ารณา
การสง่ คำชี้ขาด - ให้ผู้ช้ขี าดสง่ คำชี้ขาดให้ฝา่ ยแจ้งและฝา่ ยรบั ข้อเรยี กร้องทราบภายใน 3 วนั ขอ้ 8
นบั แต่วันที่ทำคำชข้ี าด
- ให้ผชู้ ้ขี าดแจ้งคำชขี้ าดตอ่ อธบิ ดี ภายใน 15 วนั นับแตว่ ันทำคำช้ีขาด ขอ้ 9
การเสนอข้อพพิ าท - กรณีเสนอข้อพิพาทให้คณะกรรมการเพ่ือวินิจฉัยชข้ี าด ให้ฝา่ ยแจง้ ข้อ 10
ต่อคณะกรรมการ ขอ้ เรียกรอ้ งย่ืนคำร้องตอ่ คณะกรรมการ
การเสนอข้อพพิ าท - ให้คณะกรรมการพิจารณาช้ขี าดภายใน 90 วนั กรณีมีเหตุจำเปน็ ให้รายงาน ข้อ 11
ต่อคณะกรรมการ ปญั หาอปุ สรรคใหร้ ัฐมนตรีทราบและขออนุมัตขิ ยายระยะเวลาออกไปได้
- รฐั มนตรีมอี ำนาจขยายได้ตามที่เหน็ สมควร
- คำชี้ขาดของคณะกรรมการเป็นทสี่ ุด
- คำชีข้ าดมผี ลใช้บงั คับตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
เร่อื ง รายละเอยี ด ขอ้
การปดิ งาน - หา้ มปดิ งาน/นัดหยดุ งานในระหวา่ งที่มีการเดินเรือ ขอ้ 13
การนดั หยุดงาน ขอ้ 14
เจ้าของเรืออาจปดิ งาน หรอื คนประจำเรืออาจนดั หยุดงานได้ในกรณี
การพิจารณาการ - เมอื่ แจ้งขอ้ เรียกรอ้ งตามข้อ 2 แลว้ และเปน็ ข้อพิพาทท่ีตกลงกนั ไมไ่ ด้ ข้อ 15
กระทำอันไมเ่ ป็น - เมอ่ื ฝ่ายซง่ึ มหี น้าที่ต้องปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงไมป่ ฏบิ ัตติ ามข้อตกลง ขอ้ 16
- เมื่อฝ่ายซง่ึ มหี นา้ ที่ต้องปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงจากการไกล่เกล่ียไม่ปฏิบัตติ าม ข้อ 17
ธรรม ข้อตกลง
- เมื่อฝา่ ยท่ตี ้องปฏบิ ัตติ ามคำช้ีขาดไม่ปฏิบตั ิตามคำชี้ขาด ข้อ 18
การแจ้งและการยน่ื - เม่ือมีข้อพิพาทท่ีตกลงกนั ไม่ได้ และไม่ได้อยู่ระหวา่ งการวนิ จิ ฉยั ของ ข้อ 19
คำรอ้ ง คณะกรรมการ ขอ้ 20
ให้ฝ่ายท่ีประสงค์จะปดิ งานหรอื นัดหยดุ งานแจ้งเปน็ หนังสอื ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าที่
และอีกฝา่ ยหนง่ึ ทราบล่วงหน้าอยา่ งน้อย 48 ชัว่ โมงกอ่ นปิดงานหรือหยดุ งาน
กรณีเจ้าของเรือฝ่าฝนื มาตรา 94 วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง ให้คนประจำเรือ
ผู้เสยี หายมสี ทิ ธิย่นื คำร้องต่อคณะกรรมการภายใน 60 วัน นบั แตว่ นั ทีฝ่ า่ ฝืน
ใหค้ ณะกรรมการพิจารณาวินิจฉยั และออกคำสง่ั ภายใน 90 วนั นบั แตว่ นั รบั คำ
ร้อง กรณีมเี หตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสรจ็ ภายในระยะเวลาดังกลา่ วให้
รายงานปญั หาอุปสรรคให้รฐั มนตรที ราบ และขออนุมตั ิขยายระยะเวลาออกไปได้
รฐั มนตรมี อี ำนาจขยายระยะเวลาได้ตามท่เี ห็นสมควร
กรณีมีการเลกิ จ้างหรือฝ่าฝืนมาตรา 94 วรรคหนง่ึ หรือวรรคสอง ให้คณะ
กรรมการมคี ำสั่งให้เจ้าของเรือปฏิบัตหิ รอื งดเว้นปฏบิ ตั ิภายในระยะเวลาท่ีกำหนด
กรณีคนประจำเรือ/เจา้ ของเรอื ไม่เห็นดว้ ยกับคำสั่งของคณะกรรมการ มีสิทธินำ
คดไี ปสู่ศาลภายใน 30 วัน นบั แตว่ ันทราบคำส่ัง
กรณไี ม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด ใหค้ ำส่งั นน้ั เป็นที่สุด
การแจง้ ข้อพิพาท การแจ้งวนั กำหนดส่งคำช้ีแจงเกย่ี วกับข้อพิพาท การแจ้งคำ
ชี้ขาด การแจง้ การปดิ งานหรือการนดั หยุดงาน และการยื่นคำร้องให้คณะกรรมการ
พิจารณาการกระทำอนั ไม่เป็นธรรม ให้แจ้งโดยวธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนิกส์เปน็ หลัก
การแจง้ หรือยื่นคำร้องขอตอ่ อธบิ ดี คณะกรรมการ หรอื พนักงานเจ้าหนา้ ที่ ด้วย
ตนเอง ให้ย่ืน ณ กรมสวสั ดกิ ารและค้มุ ครองแรงงาน สำนกั งานสวัสดกิ ารและคุ้มครอง
แรงงานพืน้ ท่ี หรือสำนกั งานสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงานจงั หวัด
กองนิติการ
1 ตลุ าคม 2564
คณะผจู้ ดั ทำ
นางสาวสุนนั เพชรชู ผู้อำนวยการกองนติ ิการ
นายณรงคฤ์ ทธิ์ วรรณโส ผ้เู ชีย่ วชาญด้านกฎหมาย
นายอดศิ ักด์ิ โกมุข นิติกรชำนาญการพเิ ศษ
นายอนสุ ิษฐ์ อนุ่ ทมิ นติ กิ รชำนาญการพเิ ศษ
นายสพุ ิศาล แพลือ นิติกรชำนาญการพเิ ศษ
นายสญั ญา แสงกลุ นิติกรชำนาญการพิเศษ
นายเชิดศกั ดิ์ กำปนั่ ทอง นิติกรชำนาญการพเิ ศษ
นายพันธวัสส์ ประเสริฐสุข นิตกิ รชำนาญการ
นายอภิสิทธิ์ ป้องกนั นิตกิ รชำนาญการ
นางสาวบุษนีย์ สรุ ิคำแดง นติ กิ รชำนาญการ
นายสริ ชิ ัย รุ่งสาคร นติ กิ รชำนาญการ
นางสาวจรี นชุ อภชิ นสาคเรศ นิติกรชำนาญการ
นายวาทิต โชติศิริ นติ ิกรชำนาญการ
นายรภทั ร ใจพิศ นติ กิ รปฏบิ ตั กิ าร
นางสาวอุมาพร ดอนบา้ นเขียว นิติกรปฏิบตั กิ าร
นางสาวกานต์นิภา สมสวย นิตกิ รปฏิบตั กิ าร
นางสาวนริศรา สาคุณ นติ ิกรปฏิบัตกิ าร
นายชยพล ศรีรตั นา นติ กิ รปฏบิ ัตกิ าร
นายตามฤกษ์ เพชรมณี นติ ิกรปฏิบัตกิ าร
นางสาวพรนภา อนุ่ สมยั นติ กิ รปฏิบตั กิ าร
นางสาวจุฑาพร ศักดร์ิ ตั น์ นิติกรปฏบิ ตั กิ าร
นางสาวณัฐกาญจน์ ทองคำ นิตกิ รปฏิบตั กิ าร
นางสาวพรสดุ า เจยี มพฒั นาตระกลู นิตกิ รปฏิบัตกิ าร
นางสาวปรียานชุ เฉลิมแสน นติ ิกรปฏิบตั กิ าร
นางสาวฉตั ราภรณ์ สังข์ประไพ นิตกิ รปฏบิ ัตกิ าร