ความหมายของแผน
หน่วยงานทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน
จำเป็นต้องมีปัจจัยที่มีความสำคัญที่จะทำให้การ
ดำเนินงานของหน่วยงานประสบผลสำเร็จตาม
เป้าหมาย สามารถดำเนินงานได้สอดคล้องกับ
กระบวนการทำงาน รวมทั้งทราบรายละเอียดต่างๆ
เกี่ยวกับกระบวนการ ระยะเวลาของการทำงานนั้นๆ
หากเกิดข้อผิดพลาดจะสามารถทราบได้ทันทีว่าเกิด
จากสาเหตุอะไรและสามารถทำการแก้ไขได้ทันท่วงที
ที่เกิดการผิดพลาดในกระบวนการทำงาน ไม่
กอ่ ใหเ้ กิดการเสียเวลา รวมท้งั สามารถตรวจสอบการ
ทำงาน และกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคตได้
เพื่อความสำเร็จของหน่วยงาน ปัจจัยดังกล่าว
เรียกว่า “การวางแผน (Planning)” มาจากคำใน
ภาษาละตินว่า “Planum” ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายของ
การวางแผนไว้
หลักทฤษฎี
(จรัส อติวิทยาภรณ์, 2553 : 220-221; ธงชัย สันติ
วงษ์, 2540 : 2-3)
การวางแผนเป็นงานหลักและสำคัญในการบริหาร
ของหน่วยงานในทุกระดับ เนื่องจากเป็นตัวกำหนด
ทิศทาง เป้าหมาย วิธีดำเนินการ การวางแผนมี
ความสำคญั ต่อการดำเนนิ งานหลายประการ ได้แก่ เป็น
หน้าที่อันดับแรกของผู้บริหาร เป็นแนวทาง ปฏิบัติท่ี
สำคญั นำไปสคู่ วามสำเร็จของงาน เปน็ ตัวกำหนดทศิ ทาง
ขององคก์ าร ทำให้ ทุกคนในองค์การทราบความมุ่งหมาย
ขององค์การอย่างชัดเจน ช่วยให้มองเห็นภาพ อนาคต
ช่วยให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ช่วยให้ทุกคนในองค์การ
ปรับตัวรองรับสิ่งที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้ตระหนัก
ถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ช่วยควบคุมทำได้ โดย
อาศยั การวดั ผลสำเร็จตามแผนงาน และตรวจสอบความ
ถูกต้องของนโยบาย ปัจจุบัน และช่วยขยายขอบเขตของ
การคดิ ของผบู้ รหิ ารและช่วยบริหารคล่องตวั ดขี น้ึ
หลักทฤษฎ(ี ตอ่ )
อุทัย บุญประเสริฐ (2538 : 19) ได้ให้ความหมายว่า
การวางแผนเป็นกิจกรรมที่คาดหวังว่าจะต้องปฏิบัติ ซึ่ง
เป็นผลจากการค้นหาและกำหนดวิธีทำงานในอนาคต
เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย บรรลุวัตถุประสงค์ และ
เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์
ต่อหน่วยงานและหน่วยงานมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าจะ
มีการทำ อะไร ทำที่ไหน เมื่อใด ให้ใครทำ ทำอย่างไร
และให้รายละเอียดอื่น ๆ ที่จำเป็นช่วยให้การปฏิบัติงาน
ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
วิโรจน์ สารรัตนะ (2539 : 35-36) ได้ให้ความหมาย
ว่า การวางแผนเป็นกระบวนการตัดสินใจเพื่อกำหนด
วัตถุประสงค์และแนวทางการกระทำไว้ล่วงหน้า เพื่อให้
บุคคลในองค์การปฏิบัติตามให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่
กำหนดไว้
ความหมายของการวางแผน
สรุปได้ว่า
ก า ร ว า ง แ ผ น ( Planning) ห ม า ย ถึ ง
กระบวนการในการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย
วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตของ
องค์การหรือหน่วยงานโดยเลือกวิธีทำงานที่ดีที่สุด
มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้บรรลุผลตามที่ต้องการ
ภายในเวลาที่กำหนด และการวางแผนนั้นจะ
พจิ ารณาในประเด็นท่สี ำคัญ 3 ประการ คือ
1) จดุ หมายปลายทาง (คืออะไร)
2) วธิ กี ารดำเนินงาน (ทำอย่างไร)
3) ระยะเวลา (เสรจ็ ส้ินเมือ่ ไร)
ความสำคัญของการวางแผน
1. การวางแผนเป็นหน้าทอี่ นั ดบั แรกของผบู้ ริหาร
2. การวางแผนเป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ผู้ปฏิบัติ
ตามแผนสามารถศึกษาเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน และ
กระบวนการทำงานไดจ้ ากแผนกอ่ นทีจ่ ะลงมอื ปฏบิ ัติ
3. แผนและการวางแผนเป็นตัวกำหนดทิศทางและ
ความรู้สึกในเรื่องของความมุ่งหมายสำหรับองค์การให้
ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รู้ แผนเป็นกรอบสำหรับการ
ตัดสินใจให้ผู้ปฏิบัติได้ อย่างดี จึงสามารถป้องกันมิให้มี
การตดั สินใจเพอื่ แกป้ ญั หาแต่ละครัง้ ไปเทา่ นั้นด้วย
4. แผนและการวางแผนจะช่วยให้ผู้บริหารและ
ผู้ปฏิบัติงาน มองไปในอนาคต และเห็นโอกาสที่จะ
แสวงหาประโยชน์หรือกระทำการต่างๆ ให้สำเร็จตาม
ความมุ่งหมายได้ ทั้งยังมองเห็นปัญหาอุปสรรคและภัย
คุกคามต่างๆ เพื่อจะหาทางป้องกัน ตลอดจนลดภาวะ
ความเส่ียงตา่ งๆ ได้ดว้ ย
5. การตัดสินใจที่มีเหตุผลในการวางแผนนั้น จะมี
การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีเวลาพอที่จะใช้
ทั้งหลักทฤษฎี แนวความคิด และหลักการ ประกอบกับ
ตัวเลขสถิติและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมา
พิจารณาตัดสินใจ จึงทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสมมีเหตุผลและเป็นประโยชน์ตามต้องการ
6. การวางแผนในเรื่องของการเตรี ยมการไว้
ล่วงหน้า เมื่อมีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
ตามความต้องการ กิจกรรมต่างๆ ที่จะต้องกระทำให้
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ บังเกิดผลตามเป้าหมาย
นั้นๆ จะต้องได้รับการพิจารณา การตัดสินใจในเรื่อง
ต่างๆ ทั้งวิธีการกระบวนการ ขั้นตอนของการกระทำ
ทรัพยากรที่ต้องใช้ เวลา สถานที่และการควบคุมดูแล
การทำงาน
7. การวางแผนมีส่วนช่วยให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงส่ิง
ตา่ งๆไดม้ าก
8. การวางแผนเป็นตวั นำในการพัฒนา
การจำแนกประเภทของแผนทส่ี ำคัญๆ มดี ังนี้
1. จำแนกตามระดับหนว่ ยงาน
เป็นแผนซึ่งระบถุ งึ ระดับหนว่ ยงานทก่ี ำหนดแผน
และกำหนดวธิ ีการในการปฏบิ ตั ติ ามแผน แผนประเภทน้ี
ไดแ้ ก่ แผนระดับชาติ แผนระดับกระทรวง แผนระดับ
กรม แผนระดบั จังหวดั แผนระดับเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา
แผนระดบั โรงเรียน เปน็ ตน้
2. จำแนกตามวตั ถุประสงค์ หรอื เปา้ หมาย
เปน็ แผนซ่ึงจัดทำข้นึ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ รอื
เปา้ หมายโดยเฉพาะ เช่น แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ
สังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนพัฒนา
ชนบท แผนพัฒนาแหล่งอตุ สาหกรรมภาคตะวันออก
เป็นต้น
3. จำแนกตามระยะเวลา แผนประเภทนี้ อาจแบง่ ได้
เป็น 3 ประเภทดังนี้
สรุปจำแนกตามระยะเวลา
อาจไม่มีระยะเวลาทแ่ี น่นอนเปน็ มาตรฐานสากลสำหรับ
กำหนดประเภทของแผนดังกล่าวข้างต้น แต่ระยะเวลาที่ดีที่
ถูกต้องในการจำแนกประเภทของแผนดูเหมือนจะขึ้นอยู่
กับ “หลักความผูกพัน” (Commitment Principle) ซึ่งได้
กล่าวโดย สรุปว่า “ระยะเวลาในการกำหนดแผนการ
ปฏิบัติงาน ควรให้เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของ
งานที่ต้องกระทำและเป็นระยะ เวลาขที่เพียงพอกับความ
ผูกพนั อันเกีย่ วขอ้ งกับผลของการตดั สินใจในการกระทำตาม
แผนนั้น” นอกจากนั้นแผนทั้ง 3 ประเภท จะต้องประสาน
สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การกำหนดแผนระยะสั้นหรือระยะ
ปานกลางโดยไม่คำนึงถึงแผนระยะยาว ย่อมมีผลเสียหาย
มากกว่าที่จะได้ผลดี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าแผนระยะ
สั้น หรือระยะปานกลาง อาจเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีแผนระยะ
ยาว และในทำนองเดยี วกนั แผนระยะยาวอาจไม่ประสบกับ
ผลสำเร็จ หากไม่มีแผนระยะสั้นหรือระยะปานกลางขช่วย
สนบั สนนุ
4 จำแนกตามลกั ษณะการใช้
4.1 แผนที่มีวัตถุประสงค์เดียว (Single-Purpose
planning) เป็นแผนที่ใช้สำหรับเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
เฉพาะงานหรือเฉพาะความรับผิดชอบหรือเป็นไปตาม
สภาวการณ์ ครั้นเมื่องานสำเร็จลุล่วงไปแล้วหรือ
สภาวการณ์เปลี่ยนแปลงไป แผนนั้นก็จะถูกยกเลิกไม่ใช้
อีกต่อไป หรืออาจเรียกว่า “แผนชั่วคราว” เช่น แผนลด
ค่าเงินบาท แผนป้องกันน้ำท่วม โครงการแพทย์
อาสาสมคั รเคลอื่ นท่ีและอน่ื ๆ เป็นตน้
4.2 แผนที่ใช้อย่างต่อเนื่อง ( Continuous-Use
Planning) เป็นแผนที่ใช้สำหรับเป็นแนวทางในการ
ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำด้วยระยะเวลาท่ี
ยาวนาน แม้จะมีผลกระทบต่างๆ เกิดขึ้นในขณะ
ดำเนินงาน แผนชนิดนี้จะไม่เปลี่ยนโครงสร้างแต่จะ
ปรับปรุงรายละเอียดใหส้ ามารถดำเนินการต่อไปได้ หรือ
อาจเรียกได้ว่า “แผนถาวร” หรือ “แผนงานหลัก”ได้แก่
นโยบายต่างๆ เช่น นโยบายการพัฒนาชนบท นโยบาย
การป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ นโยบายการลด
อัตราการเกดิ เป็นตน้
5.จำแนกตามระดับการบรหิ ารงานหน่วยงาน
5.1 แผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)
เป็นแผนที่ถูกจัดทำขึ้นโดยผู้บริหารระดับสูง
เพื่อให้สอดคล้องกับเป็นหมายกลยุทธ์ของหน่วยงานแล้ว
ประสานไปยังผู้บริหารระดับกลาง และระดับล่าง ทำให้
การวางแผนกลยุทธ์มีลักษณะการบริหารแบบลงล่าง
(Top-Dow Planning) ทีผ่ ู้บรหิ ารระดับสงู มีบทบาทสำคัญ
ที่สุด การวางแผนกลยุทธ์จะกล่าวถึงขอบเขตกว้างๆ ของ
การจัดกิจกรรมของหน่วยงาน ซึ่งต้องครอบคลุม
ทรัพยากรทั้งหมดที่หน่วยงานมีอยู่ตลอดจนการพยากรณ์
สภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เป้าหมายของการ
วางแผนกลยุทธ์ โดยทั่วไปจะมุ่งเน้นให้หน่วยงาน
เจริญเติบโตและดำรงอยู่ได้ในอนาคต กับการช่วยเพ่ิม
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานของ
หนว่ ยงาน
6. การจำแนกแผนตามหน้าท่ีดำเนนิ งาน
6.1 แผนแม่บท (Master Plan)
เป็นแผนที่เกิดจากการรวมแผนทั้งหมดภายใน
หน่วยงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างโดยรวม
ของการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน และใช้เป็นแม่แบบใน
การวางแผนระดับรองลงไปของกิจการ
6.2 แผนหนา้ ที่ (Functional Plan)
เป็นแผนที่ถูกวางขึ้นเพื่อเฉพาะเจาะจงใช้กับกลุ่ม
งาน แผนปฏิบัติงานจะเป็นแผนย่อยที่อยู่ในแผนใหญ่ท่ี
เรียกว่าแผนแม่บท แผนปฏิบัตงิ านจะช่วยให้ผู้ปฏิบตั ิทราบ
ว่า หน่วยงานจะต้องทำอะไร ทำอย่างไร และทำเพื่ออะไร
ตลอดจนแสดงเป้าหมายสดุ ทา้ ยทค่ี าดหวัง เมื่อปฏิบัติตาม
แผนทุกอย่างหมดแล้ว การจำแนกการวางแผนตามหน้าท่ี
นี้ สามารถจำแนกแผนย่อยออกได้เป็นแผนด้านบุคลากร
แผนด้านการผลติ
แผนด้านการตลาด และแผนด้านการเงิน
6.3 แผนงานโครงการ (Project)
เป็นแผนที่หน่วยงานทำขึ้นเพื่อตอบสนอง
นโยบาย เกี่ยวกับกิจกรรมใหญ่ของหน่วยงานเฉพาะครงั้
(เป็นกิจกรรมที่นานๆ ทำที มิใช่ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ)
ซึ่งต้องใช้ปัจจัยเป็นจำนวนมาก จากหน่วยงานต่างๆ
หลายๆ หน่วยงาน การวางแผนงานโครงการจะช่วยให้
หน่วยงานย่อยแต่ละหน่วยงานรู้หน้าที่ และความ
รบั ผดิ ชอบของตนมกี ารประสานสัมพันธอ์ ันดี ซ่ึงจะทำให้
งานบรรลุเปา้ หมายทว่ี างไวไ้ ด้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
6.4 แผนสรุป (Comprehensive Plan)
เป็นแผนที่จัดทำขึ้นเพื่อสรุปรวมแผนหน้าที่
ตลอดจนแผนงานโครงงานที่หน่วยงานกระทำ โดยอาจ
จำแนกเป็นหมวดหมู่ หรือจำแนกตามขอบเขตของงาน
หรือระดับความซับซ้อนในการปฏิบัติ เพื่อให้ง่ายต่อการ
ทำความเข้าใจ การวางแผนประเภทนี้ จะเห็นไดช้ ดั ในการ
วางแผนบริหารประเทศของรัฐบาล ตัวอย่างเช่น แผน
สาธารณสขุ
แผนการจดั การศึกษา เปน็ ตน้
6.5 แผนกจิ กรรม (Activity Planning)
เป็นแผนที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็น
ตารางเวลาของการปฏิบัติงาน (Schedule) แผน
กิจกรรมจะแสดงให้เห็นว่า แต่ละหน่วยงานย่อยใน
หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรม
อะไร ในช่วงเวลาใดบา้ ง กจิ กรรมนนั้ จะเริม่ ตน้ เม่ือไร
และจะต้องดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องกับหน่วยงาน
ใดบ้างหรือไม่ เพื่อให้งานนั้นแล้วเสร็จ บรรลุผล
สำเรจ็ ตามเป้าหมายอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
7. จำแนกตามความถีข่ องการนำแผนไปใช้
7.1 แผนหลกั (Standing Plan)
(หรืออาจเรียกได้ว่าแผนยืนพื้น แผนถาวร หรือ
แผนประจำเป็นแนวคิด หลักการ หรือแนวทางปฏิบัติใน
การกระทำกิจกรรมบางอย่างภายในหน่วยงาน ซึ่งต้องมี
การกระทำซ้ำบ่อยๆ แผนหลักหรือแผนประจำนี้ จะถูก
นำมาใช้ได้หลายๆครง้ั โดยไมม่ กี ารกำหนดอายุ (ข้นึ อยู่กับ
การเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์ทั้งภายในและภายนอกเป็น
เกณฑ์) แผนหลักหรือแผนประจำจึงต้องเป็นเครื่องมือ
สำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาระหว่างฝ่าย
ตา่ งๆ
7.2 แผนใช้เฉพาะคร้ัง (Single-Use Plan)
หมายถึง แผนที่เตรียมขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจะไม่มีโอกาส
เกิดขึ้นอีก (one time Goal) เมื่อบรรลุผลตามที่กำหนด
แล้วจะเลิกใช้แผนนั้นๆ แต่ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวยจะ
นำกลบั มาใชใ้ หม่อกี กไ็ ด้
ทำไมตอ้ งวางแผน
1. การวางแผนเป็นการกำหนดหรือกรอบการ
ดำเนินงานขององค์การเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุ
วัตถุประสงค์
2. การวางแผนมีส่วนในการลดข้อผิดพลาดใน
การดำเนินงานมากขนึ้
3. การวางแผนช่วยให้แต่ละแผนกรู้ขอบข่ายและ
หน้าทีข่ องตนเอง
4. การวางแผนช่วยลดปัญหาการทำงานที่
ซ้ำซ้อนกนั
5. การวางแผนในการปฏิบัติงานสามารถทำให้
การทำงานทำได้เร็วขึ้น คือ ประหยัดเวลาและ
ประหยดั ทรพั ยากรอีกดว้ ย
6. การวางแผนช่วยให้เกิดกระบวนการควบคุมที่ดี
และชดั เจนในแนวทางที่ทุกคนควรปฏบิ ตั ิ
7. การวางแผนการดำเนินงานที่ดีสามารถสร้างข้อ
ไดเ้ ปรียบในดา้ นการแข่งขนั กับคู่แขง่
8. การวางแผนมีส่วนช่วยให้ผู้บริหารต้องมีการ
พัฒนากระบวนการคิด การมองการณ์ไกลตลอดเวลา
เพื่อนำพาให้องค์การบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย
ขององคก์ าร
9. การวางแผนทำให้เกิดการระดมสมองจาก
ผบู้ ริหารหลาย ๆ ฝา่ ย ซึง่ จากการพดู คุย
ปรึกษาหารอื กัน ทำให้เกดิ มนษุ ยสัมพนั ธท์ ่ดี ตี ่อกนั
10. การวางแผนคือการระดมทางความคิด ใน
ทางออ้ มเราอาจจะได้ผบู้ รหิ ารหนา้ ใหมท่ ี่มีวสิ ัยทศั น์
ท่ีกว้างไกล
บรรณานกุ รม
จรัส อตวิ ทิ ยาภรณ์. (2553). ระบบสารสนเทศเพ่ือ
การจดั การ. กรุงเทพฯ: ศนู ยห์ นงั สอื
มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ .
ธงชยั สันตวิ งษ์. (2540). การวางแผน (พมิ พ์คร้งั ท่ี
5). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ .
วิโรจน์ สารรตั นะ. (2546). การบรหิ าร หลกั การ
ทฤษฎี ประเด็นทางการศึกษา และ
บทวิเคราะหอ์ งคก์ ารทางการศึกษาไทย
(พิมพ์ครง้ั ที่ 4). กรงุ เทพฯ: ทพิ ยวิสุทธ.์ิ
อุทยั บญุ ประเสรฐิ . (2538). การวางแผนและการ
จัดระบบงานในโรงเรยี น. กรงุ เทพฯ:
เอส ดี เพรส.