เค้าโครงร่างโครงงาน คุณธรรม ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตามแผนพัฒนาคุณธรรมของสถานศึกษา
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๕ สพป.นศ.๑
ครทู ี่ปรกึ ษาโครงงาน ๑.นางสาวจันสดุ า จันทรังษี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑. โครงงานคณุ ธรรม “ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์ความสามคั คี”
๒. ที่มาและความสำคญั ของปญั หา
สามัคคี คือ ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้
บรรลุผลตามที่ต้องการ เกดิ งานการอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการ
ยอมรับความมีเหตุผล ยอมรบั ความแตกตา่ งหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเช้อื ชาติ ความกลม
เกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความ
คดิ เห็นของผู้อ่นื รู้บทบาทของตน ทัง้ ในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุง่ ม่ันต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เพ่อื ให้การงานสำเรจ็ ลลุ ว่ ง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เปน็ ผู้มเี หตุผล ยอมรบั ความแตกต่างหลากหลายทาง
วัฒนธรรม ความคดิ ความเชอื่ พรอ้ มทีจ่ ะปรับตวั เพ่อื อยรู่ ่วมกนั อย่างสันติ
จากการสังเกตและการระดมความคิดของนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕
พบว่าปัญหาทีพ่ บมากที่สดุ ในหอ้ งเรยี นคือ การขาดความสามัคคี ในภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 256๕ จงึ มีความ
สนใจที่จะทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดสิ้นไป ได้จัดทำโครงงานคุณธรรม เรื่อง “ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์ความ
สามัคคี” เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕ ภาคเรียนที่ 1
ปกี ารศึกษา 256๕ เกดิ ความตระหนักถึงความสามคั คี
๓. วัตถุประสงค์
ดา้ นความรู้ (Knowleade)
เพื่อสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้นักเรียนเป็นคนดี มคี ณุ ภาพ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผู้อื่นในสังคมได้อยา่ ง
เป็นปกติสุข
ด้านกระบวนการปฏบิ ัติ (Process)
เพือ่ ไมใ่ ห้เกดิ การทะเลาะวิวาทในห้องเรยี น
ดา้ นเจตคติ (Attitude)
เพอ่ื เปน็ การปลูกจิตสำนึกในดา้ นคณุ ธรรมเพอ่ื ใช้เปน็ หลกั ปฏบิ ตั ใิ นการดำรงชีวิต
๔. ปัญหา
๔.๑ นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มักจะเลน่ กันในเวลาทำงาน เมอ่ื ได้รบั มอบหมายจากครู
๔.๒ นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ นักเรียนสว่ นใหญเ่ อาแตใ่ จตวั เองโดยไม่ฟังเพ่ือนร่วมกลุม่ เสนอความ
คิดเหน็
๕. สาเหตขุ องปัญหา (อาจมากกวา่ ๑ สาเหตุ)
นักเรยี นสว่ นใหญเ่ อาแตใ่ จตวั เองโดยไม่ฟงั เพือ่ นรว่ มกลมุ่ เสนอความคิดเหน็
๖. กลุ่มเป้าหมาย
เชิงปรมิ าณ : นกั เรียนระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ จำนวน ๓๗ คน
เชิงคุณภาพ : นกั เรียนระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ มีความสามัคคีและชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกันใหอ้ งเรยี น
และนกั เรียนอยู่ร่วมห้องกนั อยา่ งมคี วามสุข
เป้าหมายระยะส้ัน (ระยะเวลา ๒ เดือน) นักเรียน 80% มีความสามัคคแี ละช่วยเหลือซ่งึ กันและกนั ใน
ห้องเรียน และนักเรยี นอยู่รว่ มหอ้ งกนั อยา่ งมีความสุข
เป้าหมายระยะยาว (ระยะเวลา ๔ เดือน) นกั เรยี น 85% มีความสามัคคีและช่วยเหลอื ซึ่งกันและกันใน
ห้องเรียน และนักเรยี นอยูร่ ว่ มห้องกนั อยา่ งมคี วามสุข
๗. วธิ แี ก้ปัญหา
๑. ครศู กึ ษาพฤตกิ รรมความขัดแย้งของนักเรียนแต่ละกล่มุ ในชั้นเรยี น
๒. ครูแบ่งกลมุ่ ตามความสมัครใจของนักเรียนไมจ่ ำเป็นต้องมสี มาชิกกลุม่ เท่ากัน
๓. ครูมอบหมายงานใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ คิดออกแบบเกมหรอื กิจกรรมกลุ่มทีม่ คี วามสรา้ งสรรค์
ทำให้เกิดความสามัคคสี ง่ ครูเพ่ือรวบรวม
๔. ครนู ำกจิ กรรมท่ีได้มาจดั กจิ กรรมใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ใิ นชั่วโมงกจิ กรรมแนะแนว
๕. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สรปุ ผลหลังการจดั กิจกรรมทกุ คร้งั จนครบทุกกิจกรรม
๖. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี นหลงั จากการจดั กิจกรรมแนะแนวทุกครั้ง
๗. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันถอดบทเรยี นของห้องเรอื่ งความสามคั คี และมิตรภาพทด่ี ีงาม
๘. ครูสอนหลักธรรมในการอยูร่ ่วมกันอย่างมคี วามสุข
๙. นักเรยี นช่วยกันเขียนข้อควรปฏิบตั ใิ นการอยู่ร่วมกัน
๑๐. ครูประเมนิ ผลจากการสงั เกต จากการสมั ภาษณ์ และสรปุ ผลใหน้ กั เรียนไดร้ ับรูท้ ุกคน
๘. หลกั ธรรม/คำสอน/พระราชดำรสั ท่ีนำมาใช้
พรหมวหิ าร ๔
๙. ความเชอ่ื มโยงส่คู ุณธรรมอตั ลักษณ์
คณุ ธรรมเปา้ หมาย : ความสามคั คี
พฤตกิ รรมบง่ ช้เี ชงิ บวก : นักเรยี นมีความสามคั คีและช่วยเหลอื ซึ่งกนั และกันในห้องเรยี น และนักเรยี นอยู่
ร่วมหอ้ งกันอย่างมีความสุข
๑๐. ตัวชว้ี ดั
นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 5 ร้อยละ 80% มีความสามัคคี
และชว่ ยเหลอื ซึ่งกนั และกนั ในหอ้ งเรียน และนกั เรยี นอยรู่ ่วมห้องกนั อยา่ งมีความสขุ
วธิ ีการวัดผล
วิธกี ารประเมนิ ผล : ๑. สงั เกตการพดู ของนกั เรียน
๒. สัมภาษณ์ครปู ระจำชน้ั เพ่อื น ผู้ปกครอง
เครื่องมอื วัดผล
เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการประเมิน : ๑. แบบสงั เกต
๒. แบบสมั ภาษณ์
ชว่ งระยะเวลา
ชว่ งเวลาประเมิน : ตลอดภาคเรยี น
๑๑. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงงาน
นักเรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๑๒. ทป่ี รกึ ษาโครงงาน
นางสาวจันสดุ า จนั ทรังษี
ภาคผนวก