The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2.4 การขนส่งทางถนนทางยุทธวิธี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panumate5260, 2023-04-04 01:35:42

2.4 การขนส่งทางถนนทางยุทธวิธี

2.4 การขนส่งทางถนนทางยุทธวิธี

๔๓ ๒. ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสภาพอากาศประจ าวัน ภูมิอำกำศ และภูมิประเทศควรพิจำรณำร่วมกัน จะมีผลอย่ำงมำกต่อกำรปฏิบัติกำรเคลื่อนย้ำย ในภูมิประเทศ พื้นดิน ลักษณะดิน อำกำศ และชนิดของพันธุ์ไม้ต่ำง ๆ อำจจะเป็นทั้งตัวช่วยกำรเดินทำง หรือขัดขวำงกำรเดินทำง จึงต้องมีกำรศึกษำโดยละเอียด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในกำรเคลื่อนย้ำยทั้งคน และยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ไปได้โดยไม่ติดขัด และไม่ถูกข้ำศึกโจมตี ภูมิอำกำศเป็นภำวะที่เกิดขึ้นจำก อุณหภูมิ ควำมชื้น ฝน ลม และแสงสว่ำง ส่วนสภำพอำกำศ ประจ ำวันนั้นเป็นบรรยำกำศที่เกิดขึ้นแต่ละวันในท้องถิ่นนั้น กำรวำงแผนระยะยำวจะต้องค ำนึงถึงเรื่องของ ภูมิอำกำศ ส่วนกำรวำงแผนระยะสั้นวันต่อวันนั้น จะพิจำรณำถึงเรื่องสภำพอำกำศประจ ำวัน ภูมิอำกำศและสภำพอำกำศประจ ำวันที่ไม่ปกติ จะมีอิทธิพลสูงต่อกำรเคลื่อนย้ำย โดยเฉพำะมีผล ต่อก ำลังพลที่ปฏิบัติงำน อำกำศที่หนำวเย็นจะท ำให้ประสิทธิภำพของก ำลังพล และยำนพำหนะลดลง โดยเฉพำะกำรปรนนิบัติบ ำรุง ส่วนอำกำศที่ร้อนชื้นจะท ำให้พลังงำนลดลงและก ำลังพลเจ็บป่วยได้ง่ำย อุณหภูมิ ที่สูงอำจต้องระวังเกี่ยวกับควำมร้อนของเครื่องยนต์สูงเกินไป อำจท ำให้ยำนพำหนะช ำรุดเสียหำยเพิ่มขึ้น ส่วนอุณหภูมิที่ต่ ำจะต้องมีกำรป้องกันกำรแข็งตัวของระบบระบำยควำมร้อน โดยเติมสำรกันน้ ำแข็งตัว และต้อง เพิ่มระบบช่วยติดเครื่องยนต์ อำยุกำรใช้งำนของยำงอำจลดลง โลหะอำจแตกและหักง่ำย แบตเตอรี่เสื่อม และอำจเป็นน้ ำแข็งหรือแตก ๓. การประเมินค่าภูมิประเทศ คือ กำรน ำเอำปัจจัยต่ำง ๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมดมำพิจำรณำว่ำเกี่ยวข้องกับขีดควำมสำมำรถ และขีดจ ำกัดอย่ำงไรบ้ำง ในกำรปฏิบัติกำรขนส่งด้วยรถยนต์ กำรประเมินค่ำภูมิประเทศจะต้องกระท ำทั้งที่มี สถำนกำรณ์ปฏิบัติบนถนน และปฏิบัติในภูมิประเทศ (นอกถนน) ซึ่งจะมีผลแตกต่ำงกันออกไป ส ำหรับกำรวำงแผนของฝ่ำยอ ำนวยกำรระดับสูงนั้นแหล่งข่ำวสำรต่ำง ๆ ของภูมิประเทศอำจได้มำ จำกบันทึกของกรมอุตุนิยมวิทยำ ต ำรำเกี่ยวกับภูมิอำกำศ แผนที่ภูมิประเทศ ดิน แผนที่ธรณีวิทยำ ภำพถ่ำย ทำงอำกำศ บันทึกจำกผู้เดินทำง ทั้งนี้ จะศึกษำเป็นส่วนใหญ่ ๆ และมีขอบเขตอย่ำงกว้ำง ๆ เพื่อเป็นข้อแนะน ำ ในห้วงเวลำที่จะปฏิบัติกำรหลักเป็นเวลำนำน ส่วนกำรประเมินภูมิประเทศในระดับหน่วยนั้น ท ำขึ้นเพื่อเลือกใช้เส้นทำงที่เหมำะที่สุดในกำร บรรลุภำรกิจอย่ำงมีประสิทธิภำพที่สุด ภำยใต้สิ่งแวดล้อมต่ำง ๆ โดยอยู่บนรำกฐำนของข้อมูลที่ได้จำกกำร สังเกตกำรณ์ กำรลำดตระเวนทำงพื้นดิน แผนที่ ภำพถ่ำย ข่ำวกรองภำยในพื้นที่ จะต้องเปรียบเทียบข่ำวสำร ที่ได้รับนี้กับขีดควำมสำมำรถ และขีดจ ำกัดของยำนพำหนะของหน่วย อีกทั้งฝึกให้พลขับมีประสบกำรณ์ทั้ง สภำพบนถนน และนอกถนน ในกำรระมัดระวังภูมิอำกำศ และสภำพอำกำศประจ ำวันที่มีกำรเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลำ ถึงแม้ในพื้นที่ดีแต่ถูกท ำลำย พลขับอำจจ ำเป็นต้องใช้ทำงเบี่ยงในภูมิประเทศในกำรอ้อมผ่ำนกำรปิด กั้นถนน หรือช่วงทำงหลวงที่ช ำรุด กำรประเมินค่ำภูมิประเทศเป็นประจ ำนั้น จะช่วยให้พลขับสำมำรถตัดสินใจ ได้อย่ำงรวดเร็ว และพร้อมที่จะเลือกเส้นทำงที่ใช้ได้ผลดีที่สุดได้ในทันที ๔. ผลกระทบโดยรวม สภำพที่มีผลขัดขวำงต่อกำรปฏิบัติกำรขนส่งด้วยรถยนต์นั้น ตำมปกติจะประกอบด้วยหลำย ๆ อย่ำงผสมกันไป เช่น ภูมิประเทศ ภูมิอำกำศ และสภำพอำกำศประจ ำวัน ซึ่งภูมิอำกำศจะมีผลต่อภูมิประเทศ ดังนี้ - ปริมำณและชนิดของพันธุ์ไม้ - ปริมำณและควำมถี่ของฝน - ชนิดของดิน และควำมชื้นในดินโดยเฉลี่ย - ขนำด และประเภทของสิ่งกีดขวำงทำงน้ ำ


๔๔ สภำพอำกำศประจ ำวัน อำจท ำให้เป็นอุปสรรคลดควำมเร็วของกำรเคลื่อนย้ำย แต่เพิ่มกำรคับคั่ง ของกำรจรำจร และอำจเป็นสำเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ หมอก ฝน และลมแรงจัด จะขัดขวำงกำรเคลื่อนย้ำยทั้ง บนถนน และนอกถนน ในกำรปฏิบัติงำนนอกถนนจะต้องพิจำรณำเรื่องคุณสมบัติของดินควบคู่ไปกับกำร พิจำรณำเรื่องภูมิอำกำศ และสภำพอำกำศประจ ำวัน พันธุ์ไม้ต่ำง ๆ อำจถูกน ำมำใช้ช่วยในกำรชี้สภำพของดิน และขีดควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนัก ขณะเดียวกับที่มันเป็นอุปสรรคในกำรเดินทำงแต่อำจช่วยในกำรปิดบัง ซ่อนเร้น ผิวดินนั้นอำจมีทั้งดินเหนียว หรือทรำย หรือหิน ซึ่งแตกต่ำงกันในกำรรับน้ ำหนัก แต่ก็ต้องพิจำรณำ ควำมชื้นของอำกำศเป็นส่วนประกอบด้วย พื้นที่ที่เป็นโคลนจะเป็นพื้นอ่อนและมีผลให้ทำงลื่น จะต้องใช้ควำมเร็วช้ำ และระมัดระวังกำรลื่น ไถล ส่วนพื้นที่ที่เป็นทรำยละเอียดมักจะเกำะตัวแน่นรับน้ ำหนักได้ดี แต่พื้นที่ที่เป็นทรำยหยำบนั้นจะเป็นตัวฉุด ก ำลังลำกของรถให้ช้ำลง ท ำให้รถต้องใช้ก ำลังฉุดมำกขึ้นกว่ำปกติ ทั้งหมดที่กล่ำวมำแล้วนี้นับว่ำเป็นสิ่งส ำคัญในกำรพิจำรณำถึงกำรเลือกใช้เส้นทำง ให้เหมำะสมกับ ยำนพำหนะ เพื่อน ำไปพิจำรณำกำรขนส่งด้วยรถยนต์ให้ส ำเร็จภำรกิจตำมที่ได้รับมอบหมำย ต่อไป ๕. แผ่นบริวารการลาดตระเวนเส้นทาง แผ่นบริวำรกำรลำดตระเวนเส้นทำง จัดเป็นเอกสำรอย่ำงหนึ่งที่ใช้รำยงำนสภำพเส้นทำงที่ต้องกำร ล ำเลียงก ำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังพื้นที่เป้ำหมำย ตำมปกติแล้วแผ่นบริวำรนี้จะกระท ำและรำยงำนให้ทรำบ ทันทีหลังจำกท ำกำรลำดตระเวนเส้นทำง เพื่อเป็นหลักประกันว่ำในช่วงเวลำนั้น ๆ สภำพเส้นทำงและ สิ่งแวดล้อมยังไม่มีกำรเปลี่ยนแปลงโดยทำงธรรมชำติ หรือจำกคนท ำขึ้น รำยละเอียดในแผ่นบริวำรจะอธิบำย ถึงต ำบลวิกฤตต่ำง ๆ และถูกแทนค่ำด้วยสัญลักษณ์ชนิดต่ำง ๆ ข้อพิจำรณำกำรลำดตระเวนเส้นทำง ซึ่งควรน ำมำบันทึกในแผ่นบริวำร ดังนี้ ๑. ต ำแหน่ง / สถำนที่ในกำรลำดตระเวน จำกที่ใดถึงที่ใด ๒. ระยะทำงระหว่ำงต ำบลปฏิบัติโดยสังเขป ๓. เปอร์เซ็นของลำดและควำมยำวของลำดที่เกินร้อยละ ๗ หรือมำกกว่ำ ๔. โค้งแคบที่มีรัศมีตั้งแต่ ๓๐ เมตร (๑๐๐ ฟุต) ลงมำ ๕. สถำนที่ที่มีกำรลุยข้ำมน้ ำและรำยละเอียดของกำรลุยข้ำม สะพำนและชั้นรับน้ ำหนัก ๖. สถำนที่ที่มีกำรลุยข้ำมน้ ำและรำยละเอียดของเรือบรรทุกข้ำมฟำก ๗. สิ่งกีดขวำงต่ำง ๆ เช่น ทำงข้ำม ทำงลอด ซึ่งมีควำมสูงควำมกว้ำงต่ ำกว่ำมำตรฐำน ๘. สถำนที่ตั้งอุโมงค์ ทำงเบี่ยง ๙. พื้นที่เหมำะสมที่จะหยุดพักชั่วครำว / พักแรม ซึ่งมีควำมแข็งแรงเพียงพอกระจำยก ำลัง ง่ำยและปกปิดควำมลับโดยกำรซ่อนพรำง ๑๐. พื้นที่เสี่ยงภัยผ่ำนภูเขำซึ่งอำจมีหินหล่นอันเป็นอันตรำยต่อกำรสัญจรของยำนพำหนะ


๔๕ บทที่ ๔ การวางแผนการใช้เส้นทาง (Route Planning) ในยำมปกตินั้นกำรจรำจรบนท้องถนนก็ยำกที่จะควบคุมอยู่แล้ว ครั้นเมื่อต้องมีกำรจรำจรทำงทหำร และพลเรือนผสมกัน ก็จะยิ่งจะท ำให้กำรจรำจรสับสนวุ่นวำยยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีกำรวำงแผนกำรใช้เส้นทำง ต่ำง ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกำรปฏิบัติภำรกิจให้มำกที่สุด ก่อนอื่นเรำสำมำรถจ ำแนกเส้นทำงต่ำง ๆ ตำมลักษณะกำรควบคุมออกได้เป็น ๕ ชนิดด้วยกัน ดังนี้ ๑. เส้นทางเปิด (Open Route) คือ เส้นทำงที่มีกำรควบคุมน้อยที่สุด กำรก ำกับดูแลจะอยู่ที่ หน่วยควบคุมจรำจรของทหำรสำรวัตร ณ จุดคับขันต่ำง ๆ เท่ำนั้น นอกจำกนั้นก็ยังขึ้นอยู่กับกฎระเบียบจรำจร ตำมปกติต่ำง ๆ เท่ำที่จ ำเป็นในเส้นทำงเท่ำกัน ๒. เส้นทางก ากับ (Supervised Route) คือ เส้นทำงที่มีกำรควบคุมอย่ำงจ ำกัด โดย บก.จรำจร ทำงหลวง มีทหำรสำรวัตรคอยให้กำรควบคุมกำรจรำจรตลอดเส้นทำง ขบวนยำนยนต์ที่มีมำกกว่ำ ๑๐ คัน ขึ้นไป หรือบรรทุกของน้ ำหนักมำกหรือใหญ่เกินขนำด จะมีกำรปิดกำรจรำจรเพื่อขบวนนี้โดยเฉพำะ ๓. เส้นทางสงวน (Dispatch Route) คือ เส้นทำงที่มีกำรควบคุมเต็มที่ตลอดทั้งสำย เป็นเส้นทำง จัดตั้งไว้ในกรณีเร่งด่วนที่สุด มีกำรปิดกำรจรำจรเพื่อรถคันนั้น หรือขบวนนั้น โดยเฉพำะมีกำรควบคุมทั้งหน่วย และพื้นที่ตลอดเวลำ ๔. เส้นทางส ารอง (Reserved Route) คือ เส้นทำงที่มีเพื่อต้องกำรใช้เฉพำะกับหน่วย กำรปฏิบัติกำรเฉพำะกิจหรือชนิดของกำรจรำจร เมื่อมีกำรส ำรองเส้นทำง ผบ.หน่วยนั้นจะต้องตกลงใจว่ำจะใช้ กำรควบคุมเส้นทำงอย่ำงไร ๕. เส้นทางหวงห้าม (Prohibited Route) คือ เส้นทำงที่ห้ำมมิให้มีกำรจรำจรบนเส้นทำงนี้ ๑. ข้อพิจารณาในการวางแผนการใช้เส้นทาง กำรพิจำรณำกำรวำงแผนกำรใช้เส้นทำงนั้นจะต้องมีกำรประสำนงำนกัน ระหว่ำงฝ่ำยอ ำนวยกำร เป็นอย่ำงดี ผบ.ขบวนจะเป็นเพียงผู้ก ำหนดกำรปฏิบัติระหว่ำงเดินทำง ให้ค ำแนะน ำแก่หน่วยใต้บังคับบัญชำ ปฏิบัติ และก ำกับดูแลกำรปฏิบัติต่อขบวนล ำเลียง รวมทั้งกำรส ำรวจตรวจตรำก ำลังพล ยำนพำหนะ ฯลฯ เมื่อมีข้อขัดข้อง ผบ.ขบวนอำจต้องกำรควำมช่วยเหลือแนะน ำจำกกองพัน หรือฝ่ำยอ ำนวยกำร บก.จรำจรทำงหลวง จะรับผิดชอบในกำรเคลื่อนย้ำยขบวนในพื้นที่กำรรบ และจะเป็นผู้พิจำรณำ ข้อขัดข้อง ตลอดจนควำมต้องกำรต่ำง ๆ ส ำหรับขบวน อำทิเช่น กำรสนับสนุนในด้ำนก ำลัง รักษำควำม ปลอดภัย ยำนพำหนะติดตำม กำรซ่อมถนน และกำรสนับสนุนทำงกำรแพทย์ เป็นต้น ข้อมูลต่ำง ๆ เหล่ำนี้ ควรส่งไปให้กองพัน และฝ่ำยอ ำนวยกำร เพื่อเป็นหลักพิจำรณำในกำรวำงแผน และออกค ำสั่งยุทธกำร เพื่อให้ ผบ.ขบวนได้ชี้แจงกับผู้ใต้บังคับบัญชำของตนต่อไป ๒. ปัจจัยส าคัญในการวางแผน ๒.๑ ระเบียบปฏิบัติประจ าของหน่วย เป็นข้อก ำหนดที่ช่วยในกำรวำงแผน และปฏิบัติ นอกจำกนั้นหำกขบวนล ำเลียงต้องเผชิญกับสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ จะได้ช่วยตนเองได้โดยไม่ต้องออกค ำสั่ง กำรก ำหนด รปจ. จะกระท ำก่อนที่จะออกเดินทำง รปจ. จะต้องครอบคลุมสิ่งต่ำง ๆ เหล่ำนี้ ๒.๑.๑ กำรมอบอ ำนำจให้เคลื่อนย้ำยขบวนล ำเลียง ๒.๑.๒ หน้ำที่ของ ผบ.ขบวน และเจ้ำหน้ำที่ควบคุมขบวน ๒.๑.๓ กำรจัดขบวนล ำเลียง ๒.๑.๔ กำรป้องกันและกำรพรำงยำนพำหนะ


๔๖ ๒.๑.๕ กำรป้องกันยุทธภัณฑ์มิให้เสียหำย ๒.๑.๖ กำรปฏิบัติกำรตอบโต้กำรซุ่มโจมตี ๒.๑.๗ กำรหยุดพักตำมระยะเวลำ ๒.๑.๘ กำรซ่อมบ ำรุงและกำรกู้ซ่อมยำนพำหนะ ๒.๑.๙ กำรเติมน้ ำมัน และกำรหยุดพักผ่อน ๒.๑.๑๐ กำรใช้สัญญำณติดต่อ ๒.๑.๑๑ หน่วยสมทบขบวนล ำเลียงที่ไม่มีในรำยกำร ๒.๑.๑๒ กำรปฏิบัติ ณ จุดแยกขบวน ๒.๒ การแนะน าการสรุปโดยย่อๆ ของ ผบ.ขบวนล าเลียง ผบ.ขบวนต้องประสำนกับ ฝอ.๓ กองพัน เพื่อให้ค ำแนะน ำแก่เจ้ำหน้ำที่ของตนในกำรปฏิบัติ ข้อแนะน ำควรครอบคลุมสิ่งที่จะเกิดกับขบวน ล ำเลียง ผบ.ขบวน ควรตั้งค ำถำมต่ำง ๆ อำทิเช่น ๒.๒.๑ มีหน่วยใดจะให้กำร รปภ. กับขบวน ๒.๒.๒ ใครเป็นผู้บังคับบัญชำหน่วย รปภ. ย่อย ๒.๒.๓ หัวข้อที่ยังไม่ชัดเจน ๒.๒.๔ ข้ำศึก เป้ำหมำย และกำรข่ำว ซึ่งอำจจะกระทบต่อควำมส ำเร็จในกำรล ำเลียง ๒.๓ การลาดตระเวนเส้นทาง ผลจำกกำรลำดตระเวนเส้นทำง จะท ำให้ทรำบปัจจัยหลำยอย่ำง ที่น ำมำพิจำรณำในกำรเลือกใช้เส้นทำง ปัจจัยเหล่ำนี้ คือ ๒.๓.๑ เวลำและระยะทำง ๒.๓.๒ ปฏิบัติกำรของข้ำศึกที่คำดว่ำจะโจมตี ๒.๓.๓ กำรจัดหน่วยที่ให้กำรรักษำควำมปลอดภัย ๒.๓.๔ กำรสนับสนุนกำรยิงของฝ่ำยเรำ ๒.๓.๕ ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนักของเส้นทำง มีอยู่หลำยครั้งที่หน่วยเหนือเป็นผู้ก ำหนดเส้นทำงให้ ในกรณีนี้ ผบ.ขบวนและฝ่ำยอ ำนวยกำร ของกองพันจะต้องท ำกำรลำดตระเวนเส้นทำงทำงแผนที่เสียก่อน โดยมีกำรก ำหนดจุดตรวจ หรือติดต่อกับ หน่วยก ำลังพลรบภำคพื้นดินที่ตนจะต้องเดินทำงผ่ำน และจะต้องค้นหำจุดหรือพื้นที่คับขัน และพื้นที่ที่คำดว่ำ ข้ำศึกจะซุ่มโจมตี หลังจำกนั้น ผบ.ขบวน ควรจะได้ท ำกำรลำดตระเวนเส้นทำงโดยทำงพื้นดินหรือทำงอำกำศ ก่อนท ำกำรลำดตระเวนก็ควรปรึกษำหำรือกับ ผบ.ขบวน คนก่อนเพื่อหำข้อมูลเพิ่มเติม ในกำรลำดตระเวน ทำงอำกำศนั้นควรกระท ำก่อนถึงก ำหนดวันเดินทำง โดยมี ผบ.หน่วยรักษำควำมปลอดภัยร่วมลำดตระเวน ทำงอำกำศด้วย เพื่อควำมคุ้นเคยกับพื้นที่ในกำรวำงแผนให้กำรระวังป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยแก่ขบวน ในกำรลำดตระเวนเส้นทำง ควรจะพิจำรณำรวมไปถึง กำรเลือกสถำนที่พักตำมก ำหนดเวลำ กำรเลือกต ำบลแยกขบวน ชี้ให้เห็นพื้นที่ที่เป็นปัญหำตำมเส้นทำง เลือกเส้นทำงอ้อมผ่ำนหรือเส้นทำงรอง ถ้ำหำกลำดตระเวนพบว่ำถนน หรือสะพำนช ำรุดก็ต้องขอให้ทหำรช่ำงให้กำรสนับสนุนซ่อมแซม ให้สำมำรถอยู่ในสภำพใช้งำนได้


๔๗ ๒.๔ การพักบนเส้นทาง ในกำรขนส่งระยะไกลนั้น อำจมีกำรพักระหว่ำงทำงหลำยครั้ง ซึ่งเป็น กำรพักเพื่อเติมน้ ำมัน ตรวจ ซ่อมบ ำรุง รับประทำนอำหำร และพักผ่อน เป็นต้น จึงมีกำรเลือกสถำนที่พัก เหล่ำนี้ก่อนขบวนจะออกเดินทำง สถำนที่เหล่ำนี้ควรจะปลอดภัยเพียงพอ หำกเป็นไปได้ควรอยู่ในสำยตำ ของหน่วยรักษำควำมปลอดภัยตลอดเวลำ หลักกำรเลือกที่พัก มีดังนี้ ๒.๔.๑ จะต้องมีทัศนะวิสัยได้ชัดเจน ห่ำงจำกหัวขบวนหรือท้ำยขบวนอย่ำงน้อย ๒๐๐ หลำ (๑๘๐ เมตร) ๒.๔.๒ หลีกเลี่ยงกำรพักบนทำงโค้ง เครื่องกีดขวำง ที่ลำดชัน ๒.๔.๓ อย่ำจอดรถชิดกัน รักษำระยะต่อของรถไว้ ๒.๔.๔ อย่ำจอดรถในเมืองย่ำนชุมชน หรือย่ำนที่มีจรำจรคับคั่ง ๒.๔.๕ อย่ำให้รถพลเรือนเข้ำมำปะปนในขบวน ๒.๔.๖ จัดยำมระวังหน้ำ – หลังไว้ เพื่อเตือนกำรจรำจรอื่น ๒.๔.๗ เลือกพื้นที่ที่มีกำรปกปิดมิดชิด โดยเฉพำะกำรเห็นทำงอำกำศ ๒.๕ ต าบลแยกขบวน เป็นที่ทรำบกันดีว่ำต ำบลแยกขบวน บนเส้นทำงนี้เป็นสถำนที่ ยำนพำหนะในขบวนต้องแยกจำกขบวน รถเหล่ำนี้อำจแยกไปบรรทุกหรือขนลง หรือบำงคันอำจจะแยกขบวน กลับไปสู่หน่วยของตนก็ได้ อย่ำงไรก็ดี ก่อนที่ขบวนจะเดินทำงถึงต ำบลแยกขบวนนั้น ก็ควรจะต้องมีกำรแจ้งให้ ทำงหน่วยต ำบลแยกขบวนทรำบถึงก ำหนดเวลำถึงของขบวนก่อน ทั้งนี้หน่วยต ำบลแยกขบวนจะได้ให้กำรรับ และแนะน ำยำนพำหนะไปยังต ำบลขนลง ณ ที่นี้รถทั้งหมดก็จะแยกย้ำยกันไปท ำกำรซ่อมบ ำรุงหลังกำรใช้งำน ควรมีกำรแจ้งให้พลขับทรำบก ำหนดเวลำรวบรวมยำนพำหนะ เพื่อเดินทำงกลับ โดยเหตุที่ขบวนทั้งหลำยเป็น เป้ำหมำยที่ส ำคัญ คือ พื้นกำรรบ ดังนั้น บรรดำแสงและเสียงจะต้องมีกำรควบคุมอย่ำงเข้มงวดกวดขันด้วย ๒.๖ การสนับสนุนการยิงและการประสานงาน เพื่อก ำหนดควำมเร่งด่วนในกำรสนับสนุนกำรยิง จำกทหำรปืนใหญ่ กำรประสำนงำนจะต้องท ำโดยนำยทหำรฝ่ำยอ ำนวยกำร ผบ.รักษำควำมปลอดภัย หรือ ผบ.ขบวน ข่ำวสำรข้อมูลที่ให้กับหน่วยทหำรปืนใหญ่นั้นจะประกอบด้วย จุดเริ่มต้นขบวน จุดแยกขบวน หมำยก ำหนดกำรเดินทำง จุดตรวจ และขนำดขบวน จะต้องมีกำรก ำหนดรหัสนำมเรียกหน่วย (Call Sign) ควำมถี่วิทยุและข้อแนะน ำอื่น ๆ ในด้ำนสื่อสำร ข่ำวสำร ที่ได้รับจำกนำยทหำรรักษำควำมปลอดภัยในพื้นที่ ส่วนหลัง รวมทั้งที่ได้รับจำกกำรลำดตระเวนทำงอำกำศ เกี่ยวกับพื้นที่คับขันและล่อแหลมต่อกำรปฏิบัติของ ข้ำศึก จะถูกน ำมำใช้ในกำรวำงแผนให้กำรสนับสนุนกำรยิงตลอดเส้นทำง แผนที่แผ่นบริวำรต่ำง ๆ ควรมีให้ พร้อมที่จะแสดงให้ทรำบ เพื่อสะดวกรวดเร็วในกำรปรับกำรยิงอย่ำงแม่นย ำ นอกจำกนั้นในกำรประสำนงำนนี้ จะรวมไปถึง ๒.๖.๑ ชนิดของกระสุนที่ยิงภำยใต้เหตุกำรณ์ต่ำงๆ ๒.๖.๒ จ ำนวนกระสุนที่ใช้ยิงสู่ที่หมำย ๒.๖.๓ ชนิดของที่หมำย ๒.๖.๔ กำรก ำหนดพื้นที่ “ห้ำมยิง” หำกปืนใหญ่ไม่สำมำรถให้กำรสนับสนุนกำรยิงตลอดทั้งเส้นทำงได้ จะต้องแจ้งให้ทรำบถึงขีดจ ำกัด รัศมีกำรยิงไว้บนแผนที่ด้วย อำวุธอีกอย่ำงที่ใช้สนับสนุนกำรยิง คือ เฮลิคอปเตอร์ติดอำวุธและจรวดอำกำศ อำจถูกน ำมำพิจำรณำในกำรคุ้มกันขบวนล ำเลียง ในกำรนี้ควำมถี่คลื่นวิทยุต้องมีกำรก ำหนดขึ้น ในกำร ติดต่อสื่อสำรกันนี้จะต้องมีกำรฝึกกันไว้แล้วเป็นอย่ำงดีในกำรปรับกำรยิงสนับสนุน


๔๘ ๒.๗ การประสานงานกับก าลังสนับสนุนการรบภาคพื้นดินอื่นๆ นอกจำกจะประสำนงำนกับ หน่วยทหำรปืนใหญ่แล้ว ผบ.ขบวนควรจะประสำนงำนโดยตรงด้วยตนเองกับหน่วยก ำลังรบอื่น ๆ เพื่อให้กำร สนับสนุนต่อขบวนของตน ซึ่งประกอบด้วย ๒.๗.๑ ทหำรรำบ ๒.๗.๒ ทหำรยำนเกรำะ ๒.๗.๓ ทหำรม้ำ ๒.๗.๔ ทหำรปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๒.๗.๕ หน่วยบินทำงยุทธวิธีของ ทบ. และ ทอ. ซึ่งหน่วยต่ำง ๆ เหล่ำนี้ ให้กำรสนับสนุนคุ้มกันขบวน ณ ที่ต ำบลคับขัน เช่น สะพำน ภูมิประเทศ ล่อแหลม สถำนที่หยุดพัก และสถำนที่พักแรม นอกจำกนั้นก็ยังให้กำรปฏิบัติกำรตอบโต้หน่วยซุ่มโจมตีได้ ในกำรประสำนงำนเช่นนี้ ควรจะกระท ำกับศูนย์กำรปฏิบัติกำรพื้นที่ส่วนหลัง เพื่อให้กำรพิจำรณำสนับสนุน ชนิดใด และล ำดับควำมเร่งด่วนในกำรให้กำรสนับสนุน ๒.๘ การประกอบเลี้ยงบนเส้นทาง พลขับจะปฏิบัติงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ จะต้องมีกำร รับประทำนอำหำรและน้ ำ ขณะที่ขบวนเดินทำง พลขับอำจได้รับกำรเลี้ยงดูได้จำกกำรประกอบเลี้ยงของหน่วย หรือจำกกำรประกอบเลี้ยงบนเส้นทำง ๒.๘.๑ กำรประกอบเลี้ยงของหน่วย โดยกำรจัดอำหำรจำกหน่วยให้ไปรับประทำนเอง ๒.๘.๒ กำรประกอบเลี้ยงบนเส้นทำง เป็นกำรรับประทำนอำหำรที่สถำนที่มีกำรประกอบ เลี้ยงบนเส้นทำงหลักซึ่งหน่วยนี้จะแจกจ่ำยอำหำรให้เมื่อขบวนเดินทำงไปถึงตำมเส้นทำงหลัก ๒.๙ การซ่อมบ ารุงบนเส้นทาง กำรซ่อมบ ำรุงยำนพำหนะบนเส้นทำงนั้นเป็นสิ่งจ ำเป็นอย่ำงยิ่ง กำรที่มีรถช ำรุดเสียหำยหลำย ๆ คันนั้น จะขัดขวำงต่อกำรปฏิบัติของขบวนล ำเลียงทั้งหมด กำรซ่อมบ ำรุงนั้น อำจกระท ำโดยพลขับ หรือช่ำงซึ่งประจ ำอยู่ท้ำยขบวน เมื่อเกินขีดควำมสำมำรถของพลขับ ในระหว่ำงกำรหยุด พักขบวนพลขับต้องมีกำรปรนนิบัติบ ำรุงเสมอ เช่น กำรตรวจลมยำง เปลี่ยนยำงขันแน่นและท ำควำมสะอำด รวมทั้งแจ้งข้อขัดข้องปัญหำในกำรซ่อมบ ำรุงต่อ ผบ.หมู่ หรือ ผบ.หมวด เพื่อข้อขัดข้องนี้จะได้ถูกรำยงำนไปยัง จนท.ซ่อมบ ำรุงต่อไป เจ้ำหน้ำที่ซ่อมบ ำรุงซึ่งอยู่ท้ำยขบวนจะให้กำรซ่อมแก้ในระดับประจ ำหน่วยกับยำนพำหนะในขบวน ซึ่งมีกรรมวิธีดังต่อไปนี้ ๒.๙.๑ ในกำรช ำรุดเล็กน้อย ช่ำงพร้อมเครื่องมือเท่ำที่จ ำเป็น และชิ้นส่วนซ่อม อำจจะแยก รถเสียท ำกำรแก้ไข เมื่อแก้ไขแล้วก็น ำรถกลับเข้ำขบวนเช่นเดิม ๒.๙.๒ ถ้ำไม่แน่ใจว่ำจะใช้เวลำซ่อมเพียงใด ให้ขนถ่ำยสัมภำระรถคันนั้นให้รถคันอื่นได้ เมื่อซ่อมเสร็จก็น ำรถกลับเข้ำขบวน ๒.๙.๓ ในบำงกรณีกำรซ่อมรถอำจเกินขีดควำมสำมำรถของช่ำง นำยทหำรซ่อมบ ำรุง จะเป็นผู้ตัดสินใจด ำเนินกำร โดยปกติจะติดต่อกับหน่วยสนับสนุนกำรซ่อมบ ำรุงอื่น ๒.๙.๔ รถที่ช ำรุดเมื่อท ำกำรซ่อม ต้องน ำออกจำกเส้นทำงจรำจรเสมอ


๔๙ ๒.๑๐ การเติมน้ ามันบนเส้นทาง มีปัจจัยหลำยประกำรที่เป็นข้อพิจำรณำในกำรเติมน้ ำมัน เชื้อเพลิง ประกำรแรกขึ้นอยู่กับระยะปฏิบัติกำรของยำนพำหนะ คือ ยำนพำหนะเดินทำงไปได้ไกลเพียงใดเมื่อ มีน้ ำมันเต็มถัง แต่อย่ำลืมว่ำจะต้องขึ้นอยู่กับสภำพของเส้นทำง สภำพยำนพำหนะ และสภำพของภูมิประเทศ เป็นสิ่งประกอบ รถหนักย่อมกินน้ ำมันมำกกว่ำรถเบำ ประกำรที่สองก็ขึ้นอยู่กับประเภทของยำนพำหนะ ซึ่งมี ผลกระทบโดยตรงต่อกำรใช้น้ ำมันเชื้อเพลิง ประกำรที่สำมก็ขึ้นอยู่ที่อำยุและสภำพของเครื่องยนต์ ประเภทของ ภำรกิจ นิสัยขับรถ อย่ำงไรก็ดีในกำรเติมน้ ำมันบนเส้นทำงนั้นจะต้องค ำนึงถึงหลักส ำคัญ ๒ ประกำร คือ ๒.๑๐.๑ ก าหนดการเติม ซึ่งต้องพิจำรณำ ๒ อย่ำง คือ เติมน้ ำมันก่อนที่น้ ำมันหมดถัง แต่อย่ำรีบเติมก่อนที่เหลือน้ ำมันน้อย จะเป็นเหตุ ให้ถ่วงเวลำโดยไม่จ ำเป็น เติมน้ ำมันในช่วงพักรับประทำนอำหำร หรือช่วงต่อเวลำพักอื่นๆ ๒.๑๐.๒ ความปลอดภัย จะต้องระมัดระวังในกำรเติมน้ ำมัน มีดังนี้ ดับเครื่องยนต์ก่อนเติมเสมอ อย่ำสูบบุหรี่ใกล้รถขณะเติม อย่ำเติมน้ ำมันให้หกเรี่ยรำด อย่ำสูดกลิ่นน้ ำมันเชื้อเพลิง ๒.๑๑ การสนับสนุนทางการแพทย์ / บนเส้นทาง ผบ.ขบวน ควรแน่ใจว่ำได้มีกำรสนับสนุนทำง กำรแพทย์บนเส้นทำง กำรสนับสนุนดังกล่ำวสำมำรถกระท ำได้ดังนี้ ๒.๑๑.๑ มีเจ้ำหน้ำที่เสนำรักษ์ของหน่วยเองเดินทำงไปในขบวน ๒.๑๑.๒ จัดหน่วยแพทย์สมทบไปด้วยในขบวนโดยหน่วยบัญชำกำรชั้นเหนือจัดให้ ๒.๑๑.๓ หน่วยบัญชำกำรจัดหน่วยแพทย์สนับสนุนตำมเส้นทำงที่ขบวนเดินผ่ำน ซึ่งอำจจะ แวะใช้บริกำรได้ตำมเส้นทำงที่ส ำคัญ ๆ กำรวำงแผนกำรใช้เส้นทำง เป็นกุญแจส ำคัญที่จะท ำให้กำรบริกำรขนส่งบรรลุภำรกิจ จะต้องมี กำรศึกษำอย่ำงรอบคอบ เกี่ยวกับชนิดของเส้นทำง สภำพเส้นทำง ภูมิประเทศ ตลอดจนสิ่งแวดล้อม กำรลำด ตะเวนเส้นทำงทั้งทำงภำคพื้นดินและทำงอำกำศ จะถูกน ำมำพิจำรณำในกำรวำงแผนใช้เส้นทำง นอกจำกนั้นยัง ต้องพิจำรณำถึงปัจจัยต่ำง ๆ ที่อำจมีผลกระทบในระหว่ำงกำรเดินทำงตลอดเส้นทำง นับตั้งแต่กำรก ำหนด ระเบียบปฏิบัติประจ ำหน่วย กำรแนะน ำสรุปย่อ ๆ ของ ผบ.ขบวน กำรลำดตระเวนเส้นทำง กำรพักบนเส้นทำง ระหว่ำงกำรเดินทำง ต ำบลแยกขบวน กำรสนับสนุนกำรยิง และกำรประสำนงำน กำรประสำนกับก ำลังพล สนับสนุนกำรรบภำคพื้นดินอื่น ๆ กำรประกอบเลี้ยงบนเส้นทำง กำรซ่อมบ ำรุงบนเส้นทำง กำรเติมน้ ำมันบน เส้นทำง และกำรให้กำรสนับสนุนทำงกำรแพทย์บนเส้นทำง ทั้งหมดเหล่ำนี้จะต้องถูกน ำมำวำงแผนกำรใช้ เส้นทำงทั้งสิ้น เพื่อเป็นที่แน่ใจว่ำกำรเดินทำงจำกต ำบลต้นทำงไปสู่ต ำบลปลำยทำงจะต้องประสบผลส ำเร็จ ๓. การเลือกใช้เส้นทางในยุทธบริเวณ ในกำรใช้เส้นทำงเพื่อกำรขนส่งนั้น จ ำเป็นต้องพิจำรณำถึงควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนักของถนน และสะพำนเป็นส ำคัญเช่นกัน น้ ำหนักสูงสุดที่รถบรรทุกแล้วจะต้องไม่เกินขีดควำมสำมำรถของถนนและสะพำน ในจุดที่รับน้ ำหนักได้น้อยที่สุด เป็นกำรยำกที่จะพิจำรณำ เพรำะสภำพถนนและสะพำนมักเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นอกจำกนั้นควำมต้องกำรในกำรใช้เส้นทำงทั้งทำงธุรกำร ทำงยุทธกำร ตลอดจนกำรใช้เส้นทำงของจรำจร ท้องถิ่นเป็นประจ ำ มักจะเกินจ ำนวนขีดควำมต้องกำรและขัดขวำงต่อยำนพำหนะที่บรรทุกอยู่เสมอ อย่ำงไรก็ดี ในสภำพที่กำรจรำจรคล่องตัว ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนักของเส้นทำงแต่ละเส้นทำง จะต้องถูกน ำม ำ พิจำรณำก่อนเป็นอันดับแรก ตำรำงขีดควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนักของเส้นทำงแต่ละเส้นทำงที่แสดงให้เห็น


๕๐ ในหน้ำถัดไป จะเป็นข้อมูลที่ใช้ในกำรวำงแผนในกำรเลือกใช้เส้นทำง ดังนั้น ข้อมูลที่ได้รับจำกกำรลำดตระเวน เส้นทำง ทั้งจำกทำงอำกำศ และทำงพื้นดินจึงต้องละเอียดเพียงพอที่จะใช้ประกอบกำรพิจำรณำอีกด้วย ข่ำยถนนนับว่ำเป็นปัจจัยส ำคัญอีกอย่ำงหนึ่งในกำรเลือกใช้เส้นทำง ซึ่งข่ำยถนนมีเส้นทำง ให้เลือกใช้มำกก็ยิ่งท ำให้เกิดควำมอ่อนตัวในกำรให้บริกำรขนส่ง และสนองควำมต้องกำรอย่ำงทั่วถึง ฉะนั้นเมื่อ มีกำรพิจำรณำกำรเลือกใช้เส้นทำง ทุกข่ำยถนนจะต้องได้รับกำรลำดตระเวนอย่ำงทั่วถึง โดยทำงแผนที่ ทำงอำกำศ และทำงพื้นดินก่อนเสมอ และจะเป็นตัวแปรอันส ำคัญยิ่งที่จะท ำให้ขีดควำมสำมำรถในกำร ใช้เส้นทำงเพิ่มขึ้น ๓.๑ หลักการเลือกใช้เส้นทาง ๓.๑.๑ เส้นทำงที่เลือกจะต้องสนองควำมต้องกำรได้อย่ำงทั่วถึง ๓.๑.๒ ต้องมีข่ำยถนนอย่ำงกว้ำงขวำง สำมำรถเลือกใช้เส้นทำงอื่นทดแทนได้ หลีกเลี่ยง กำรสร้ำงเส้นทำงใหม่โดยไม่จ ำเป็น หรือต้องมีกำรสร้ำงให้น้อยที่สุด ๓.๑.๓ หลีกเลี่ยงเส้นทำงที่ลำดชัน มีโค้งแคบ ไม่มีไหล่ทำง ไม่มีกำรระบำยน้ ำ ทำงเบี่ยง มีอุโมงค์ มีท่ำข้ำม ๓.๑.๔ ต้องเป็นเส้นทำงสำมำรถรับยำนพำหนะได้ทุกชนิด มีกำรซ่อมบ ำรุงน้อยที่สุด ๓.๑.๕ เมื่อเลือกใช้เส้นทำงต้องพิจำรณำสภำพภูมิอำกำศ ควำมต้องกำรจ ำนวนสัมภำระ และก ำลังพลของหน่วยรับกำรสนับสนุน ตลอดจนขีดควำมสำมำรถของยำนพำหนะแต่ละประเภท


ตาราง แสดงขีดความสามารถในการรับน้ าหนักของเส้นทาง ประเภทของเส้นทำง จ ำนวนน้ ำหนักที่ขนได้ต่อวัน (ตัน/วัน) รับน้ ำหนัก สูงสุด รับน้ ำหนัก ในเขตหลัง รับน้ ำหนัก ในเขตหน้ำ ทำงแคบน กว่ำ ๒๔ (๗.๒ ม ถนนคอนกรีต ๖๐,๐๐๐ ๓๖,๐๐๐ ๘,๔๐๐ ๒๕ ถนนลำดยำงชั้นดี ๔๕,๐๐๐ ๒๗,๐๐๐ ๗,๓๐๐ ๒๕ ถนนลำดยำงธรรมดำ ๓๐,๐๐๐ ๑๘,๐๐๐ ๕,๘๐๐ ๒๕ ถนนลูกรัง ๑๐,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๓,๔๐๐ ๒๕ ถนนดิน ๔,๙๐๐ ๒,๙๔๐ ๑,๖๐๐ ๒๕


๕๑ สภำพต่ำง ๆ ที่ลดประสิทธิภำพกำรใช้งำนคิดเป็นร้อยละ น้อย ฟุต ม.) ถนนขรุขระ เส้นทำงโค้งบน เนินเขำ เส้นทำงโค้งบน ภูเขำสูง สภำพดินฟ้ำ อำกำศเลว ๑๐ ๓๐ ๖๐ ๒๐ ๑๐ ๓๐ ๖๐ ๓๐ ๒๐ ๔๐ ๖๕ ๔๐ ๒๐ ๕๐ ๗๐ ๖๐ ๒๐ ๖๐ ๘๐ ๙๐


๕๒ ๓.๒ การค านวณขีดความสามารถในการรับน้ าหนักของเส้นทาง ๑. เส้นทำงจำก คลัง A – คลัง B เป็นกำรขนในเขตหลัง ผ่ำนพื้นที่รำบ เส้นทำงลำดยำง ชั้นดี ขนในหน้ำฝน ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนัก ๒๗,๐๐๐ ตัน / วัน สภำพอำกำศไม่ดีจะลดขีดควำมสำมำรถ ๓๐ % จะขนได้ไม่เกิน ๒๗,๐๐๐ × ๗๐ = ๑๘,๙๐๐ ตัน / วัน ๑๐๐ ๒. เส้นทำงจำก คลัง B – คลัง C เป็นกำรขนในเขตหน้ำ ผ่ำนพื้นที่ภูเขำสูง เส้นทำงลำดยำงธรรมดำ ขนในหน้ำฝน ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนัก ๕,๘๐๐ ตัน / วัน สภำพเส้นทำงคดเคี้ยวบนภูเขำสูง จะลดขีดควำมสำมำรถ ๖๕ % จะขนได้ไม่เกิน ๕,๘๐๐ × ๓๕ = ๒,๐๓๐ ตัน / วัน ๑๐๐ ๓. เส้นทำงจำก คลัง D – คลัง E เป็นกำรขนในเขตหน้ำ เส้นทำงลำดยำงชั้นดี ผ่ำนภูเขำสูง และโค้งคดเคี้ยว ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนัก ๗,๓๐๐ ตัน / วัน สภำพเส้นทำงคดเคี้ยวบนภูเขำสูง จะลดขีดควำมสำมำรถ ๖๐ % จะขนได้ไม่เกิน ๗,๓๐๐ × ๔๐ = ๒,๙๒๐ ตัน / วัน ๑๐๐ ๔. เส้นทำงจำก คลัง E – คลัง F เป็นกำรขนในเขตหน้ำ เส้นทำงลำดยำงชั้นดี ผ่ำนพื้นที่ เนินเขำ ขนในหน้ำฝน ควำมสำมำรถในกำรรับน้ ำหนัก ๗,๓๐๐ ตัน / วัน สภำพเส้นทำงคดเคี้ยวบนเนินเขำ จะลดขีดควำมสำมำรถ ๓๐ % จะขนได้ไม่เกิน ๗,๓๐๐ × ๗๐ = ๕,๑๑๐ ตัน / วัน ๑๐๐


๕๓ บทที่ ๕ การป้องกันขบวนล าเลียง (Convoy Defense) ผู้บังคับหน่วยขนส่งด้วยรถยนต์ เป็นผู้ที่มีควำมส ำคัญที่จะรับผิดชอบในกำรปฏิบัติกำรฝึกให้พลขับ และเจ้ำหน้ำที่ในหน่วยของตนทรำบถึงระเบียบปฏิบัติต่ำง ๆ เมื่อขบวนล ำเลียงถูกโจมตีจำกข้ำศึกและจะต้อง ตระหนักอยู่เสมอว่ำ ยิ่งกำรฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชำเกิดควำมคุ้นเคย มีควำมช ำนำญในกำรป้องกันขบวนของตน มำกเท่ำใด ก็จะลดกำรสูญเสียจำกกำรโจมตีของข้ำศึกน้อยลง และจะท ำให้ภำรกิจของตนประสบผลส ำเร็จต่อไป มำตรกำรในกำรป้องกันขบวนล ำเลียง สำมำรถกระท ำได้โดยกำรก ำหนดเป็น รปจ. ของหน่วย เพื่อใช้ปฏิบัติเมื่อถูกโจมตีจำกข้ำศึก ทั้งนี้จะต้องก ำหนดและวำงแผนโดยนำยทหำรยุทธกำรและกำรข่ำว ของหน่วยเหนือ เกี่ยวกับกำรฝึกอบรมบุคลำกรของหน่วยให้เข้ำใจและสำมำรถน ำไปปฏิบัติได้ทุกสถำนกำรณ์ อย่ำงฉับพลัน ๑. การโจมตีทางอากาศ (Air Attack) ภัยคุกคำมทำงอำกำศอำจกระท ำโดย เครื่องบินไม่มีคนขับ (UAV) ฮ.ติดอำวุธ หรือ อำกำศยำนที่มี สมรรถนะสูง ขบวนล ำเลียงจะเผชิญกับอันตรำยจำกกำรโจมตีทำงอำกำศขณะเคลื่อนย้ำยอยู่บนถนนเปิด (Open Road) หรือขณะหยุดพัก ณ ที่ซึ่งไม่มีกำรก ำบังตนเองจำกกำรสังเกตกำรณ์ทำงอำกำศ กำรโจมตี ทำงอำกำศเป็นแบบหนึ่งของกำรซุ่มโจมตี ดังนั้น ผบ. หน่วยจึงควรก ำหนดมำตรกำรป้องกันขบวนล ำเลียง จำกกำรโจมตีทำงอำกำศ ดังนี้ ๑) ให้มีระบบสัญญำณเตือนภัยทำงอำกำศหรือจัดให้มีพลระวังภัยทำงอำกำศ ๒) ก ำหนดวิธีปฏิบัติไว้ล่วงหน้ำหำกมีกำรโจมตีทำงอำกำศเกิดขึ้น ๓) จะปฏิบัติอย่ำงไรหำกไม่มีค ำสั่งเกี่ยวกับกำรป้องกันตนเองจำกกำรโจมตีทำงอำกำศ เพรำะเหตุกำรณ์มักจะเกิดขึ้นโดยกะทันหัน ๔) ซักซ้อมระเบียบปฏิบัติในกำรป้องกันภัยทำงอำกำศอย่ำงสม่ ำเสมอ ๕) ทบทวนระเบียบปฏิบัติกับเจ้ำหน้ำที่ในกำรป้องกันภัยทำงอำกำศก่อนขบวนออกเดินทำงทุกครั้ง ผบ.ขบวนควรจะระลึกถึงอยู่เสมอว่ำ นักบินฝ่ำยข้ำศึกจะค้นหำ และพยำยำมจู่โจมขบวนล ำเลียงโดย จะบินในระยะต่ ำบำงครั้ง แม้เสี่ยงกับกำรถูกยิงจำกกระสุนปืนเล็กถ้ำบินต่ ำกว่ำ ๓๕๐ เมตร แต่ละได้ผล ในกำรใช้อำวุธประจ ำเครื่องบินโจมตี แต่บำงครั้งก็จะบินด้วยควำมเร็วสูงหำโอกำสโจมตีเพื่อไม่เสี่ยงกับกำร ถูกยิงจำกพื้นดิน ๑.๑ การป้องกันเชิงรุก (Active Defense) เป็นกำรป้องกันโดยใช้กำรยิงโต้ตอบสำมำรถน ำมำใช้ได้หำกมีจ ำนวนอำวุธและกระสุนมำกพอ โดยกำรใช้รถติดปืนหลำยๆ คันคุ้มกันขบวน พลขับและผู้ช่วยใช้อำวุธประจ ำกำยของตน พึงระลึกอยู่เสมอว่ำกำร ป้องกันกำรโจมตีทำงอำกำศวิธีนี้มิใช่ไร้ผลเสมอไป ในสงครำมเกำหลีเครื่องบินของ ทอ.สหรัฐ ถูกยิงตก จำกกระสุนปืนเล็ก จ ำนวนถึง ๕ เท่ำของกำรสูญเสียจำกกำรรบระหว่ำงเครื่องบินกับเครื่องบิน ในสงครำม เวียดนำม ทอ.สหรัฐสูญเสีย บ. ๔๑๐ เครื่อง และ ฮ. ๒๐๐ เครื่อง ในสงครำมตะวังออกกลำง ปี ๑๙๗๓ ทั้งสอง ฝ่ำยต่ำงตระหนักดีถึงกำรใช้อำวุธปืนเล็กในกำรขับไล่ สร้ำงควำมเสียหำยและท ำลำยอำกำศยำนที่เข้ำมำโจมตีของ ฝ่ำยตรงกันข้ำม หลักส ำคัญที่ท ำให้กำรใช้อำวุธปืนเล็กต่อสู่อำกำศยำนก็คือ อ ำนำจกำรยิงที่แน่นอนเป็นกลุ่มก้อนด้วย อำวุธปืนเล็กหลำย ๆ กระบอก ไม่จ ำเป็นต้องยิงให้แม่นย ำแต่ขอให้ยิงหนำแน่นเป็นกลุ่มก้อนซึ่งจะท ำให้เกิดผล ส ำเร็จจำกกำรป้องกันขบวนจำกเครื่องบินซึ่งระยะต่ ำและมีควำมเร็วช้ำได้เป็นอย่ำงดี กำรฝึกจะประกัน


๕๔ ควำมแม่นย ำและสร้ำงควำมมั่นใจ กำรจัดท่ำยิงสำมำรถท ำได้หลำยลักษณะ เช่น กำรนอนยิง คุกเข่ำยิง นั่งยิง หรือยืนยิง ถ้ำต้องกำรให้ปืนมั่นคงขณะยิงควรมีกิ่งไม้หนุน ดัดแปลงเป็นขำตั้งล ำกล้อง อำวุธปืน เอ็ม ๖๐ สำมำรถ น ำมำใช้ได้ แต่ต้องมีผู้ช่วยแบกค้ ำล ำกล้องชูขึ้นทองฟ้ำทั้งนี้ควรมีกำรฝึกให้ปฏิบัติอย่ำงคล่องแคล่วล่วงหน้ำ เป้ำหมำยของกำรยิงอยู่ที่ส่วนหน้ำของอำกำศยำน และที่ล ำตัวของเฮลิคอปเตอร์ที่บินอยู่กับที่ ถ้ำหำกผู้ยิง อยู่ที่โล่งควรใช้กำรนอนยิงและอย่ำลืมว่ำต้องยิงเป็นกลุ่มก้อน คือทุกคนยิง


๕๕ ๑.๒ การป้องกันเชิงรับ (Passive Defense) เป็นกำรป้องกันโดยไม่ใช้อำวุธ ปกติกำรขนส่งสิ่งอุปกรณ์ด้วยรถยนต์นั้นมักไม่มีกองก ำลังติดอำวุธ เพื่อคุ้มกันขบวนล ำเลียง ดังนั้นเพื่อป้องกันกำรโจมตีทำงอำกำศจะปฏิบัติดังนี้ ๑.๒.๑ กำรกระจำย (Dispersion) รูปขบวนที่ขบวนล ำเลียงใช้นั้นเป็นแบบหนึ่งของกำร ป้องกันเชิงรับ ผู้บังคับบัญชำจะต้องสัดสินใจว่ำจะใช้รูปขบวนปิดหรือรูปขบวนเปิด ระยะต่อระหว่ำงรถจะต้องไม่ คงที่เสมอ ควรจะเปลี่ยนแปลงบ้ำงในระหว่ำงเคลื่อนที่ ปัจจัยที่มีผลในกำรเปลี่ยนแปลงระยะต่อนี้มีหลำยอย่ำง ได้แก่ ภำรกิจ สภำพภูมิประเทศที่เรำใช้เป็นประโยชน์ในกำรก ำบังและกำรซ่อนพรำงตำมเส้นทำง ควำมยำวของขบวนล ำเลียง สภำพพื้นผิวของเส้นทำง ประเภทของยำนพำหนะประเภทของสิ่งอุปกรณ์รวมทั้งภัย คุกคำมจำกข้ำศึก (ทั้งพื้นดินและอำกำศ) หน่วยสนับสนุนใกล้เคียงฝ่ำยเรำ และศักยภำพในกำรยิงป้องกันตัวเอง ของปืนเล็ก เป็นต้น ๑.๒.๒ กำรใช้รูปขบวนเปิด (Open Column) โดยทั่วไปแล้วระยะต่อระหว่ำงรถของ รูปขบวนเปิดจะอยู่ในระหว่ำง ๘๐ – ๑๐๐ เมตร กำรใช้รูปขบวนเปิดนี้ให้ข้อดีท ำให้ลดอันตรำยจำกกำรโจมตี ทำงอำกำศ ปืนใหญ่และจรวด อย่ำงไรก็ตำมกำรใช้รูปขบวนเปิดจะยำกต่อกำรควบคุมขบวนเพรำะจะล ำบำก ในกำรให้ขบวนปฏิบัติตำมค ำสั่ง เช่น ให้หยุด เดินทำงต่อ กระจำยก ำลังหำที่ซ่อนพรำง ติดต่อกำรคุ้มกัน ทำงอำกำศ เป็นต้น ยิ่งกว่ำนั้นขบวนจะถูกโจมตีนำนกว่ำปกติและอ ำนวยควำมสะดวกจำกกำรยิงเป็นกลุ่มก้อน ในกำรป้องกันตนเองด้วยอำวุธปืนเล็กจะลดลง ๑.๒.๓ กำรใช้รูปขบวนปิด (Close Column) รูปขบวนปิดจะมีระยะต่อระหว่ำงคันน้อยกว่ำ ๘๐ เมตร จะเกิดอันตรำยเป็นกลุ่มก้อนจำกกำรโจมตีทำงอำกำศ กำรใช้รูปขบวนปิดควรแน่ใจว่ำมีกำร คุ้มกันจำกหน่วยอื่น และควรเคลื่อนย้ำยขบวนปิดเฉพำะในเวลำกลำงคืนเท่ำนั้น ๑ .๒ .๔ ก ำ รพร ำงตัวและก ำ รซ่อนตัว (Camouflage And Concealment) เทคนิค กำรพรำงตัว และกำรซ่อนตัว เป็นกำรป้องกันตัวเองมิให้ข้ำศึกสังเกตกำรณ์พบเห็นขบวนล ำเลียงได้ง่ำย แม้จะเปลี่ยนแปลงรูปขบวนยำนพำหนะเคลื่อนที่บนถนนได้ไม่มำกนัก แต่สิ่งบรรทุกบนยำนพำหนะควรมี กำรลอกเลียนแบบ หรือปรับสภำพให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมในภูมิประเทศ หรืออำจใช้กำรซ่อนพรำงโดยกำรใช้ วัตถุคลุมบนยำนพำหนะที่ออกแบบไว้ โดยเฉพำะรถบรรทุกน้ ำมันเชื้อเพลิงเป็นเป้ำหมำยส ำคัญของข้ำศึก เป็นอันดับแรก นอกจำกนี้มำตรกำรในกำรซ่อนพรำงต่ำงๆ ที่ได้ผลสำมำรถกระท ำได้คือ พลขับต้องได้รับกำรฝึกให้สังเกตภูมิประเทศล่วงหน้ำเพื่อซ่อนตัวขณะที่กระจำย ขบวนอำจเป็นพุ่มไม้ ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งอื่นๆ ที่ป้องกันกำรสังเกตจำกนักบินฝ่ำยข้ำศึกได้ รูปภำพ ยานพาหนะที่ก าลังกระจายหาที่ก าบังเพื่อป้องกันจากการสังเกตการณ์ทางอากาศ


๕๖ พื้นผิวเรียบของวัสดุ เช่น กระจกบังลม โคมไฟหน้ำรถ กระจกมองข้ำง ฯลฯ จะสะท้อนแสง และดึงดูดควำมสนใจนักบินให้ตรวจพบได้ง่ำย จึงควรพรำง หรือใช้วัตถุปิดคลุมส่วนที่เป็นเงำทั้งหมดก่อนที่จะ เคลื่อนขบวนออกไป หำกไม่พร้อมทำสีทับ ขอแนะน ำให้ใช้โคลนทำทับจะได้ผลดี ๑.๒.๕ กำรจัดพลระวังภัยทำงอำกำศ (Air guard Duties) จัดบุคคลโดยเฉพำะให้ปฏิบัติ หน้ำที่ระวังภัยทำงอำกำศโดยกำรค้นหำด้วยสำยตำประจ ำหน่วยกำรเคลื่อนที่ของขบวน เพื่อแจ้งภัยกับขบวน ล ำเลียงทุกครั้ง เป็นมำตรกำรหนึ่ง และควรผลัดกันท ำหน้ำที่ทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อคงไว้ซึ่งสมำธิในกำรปฏิบัติหน้ำที่ ของตน กำรมองเห็นฝ่ำยข้ำศึกก่อน จะท ำให้ฝ่ำยเรำได้มีเวลำในกำรระวังป้องกันและกำรตอบโต้ ๑.๒.๖ กำรรักษำควำมปลอดภัยทำงกำรสื่อสำร (Communication Security) เครื่องมือ ติดต่อสื่อสำรเป็นสิ่งอ ำนวยควำมสะดวก อำจเป็นประโยชน์ต่อกำรควบคุมขบวนมำก แต่ในทำงกลับกันสำมำรถ ท ำให้นักบินฝ่ำยข้ำศึกจับต ำแหน่งตรวจพบได้ ดังนั้นกำรใช้วิทยุติดต่อจึงต้องใช้เฉพำะเมื่อจ ำเป็น ต้องใช้รหัส และข้อควำมสั้น ๆ เท่ำนั้น ๑.๓ การตอบโต้เชิงรับ (Passive Reactions) เมื่อถูกโจมตีจำกอำกำศยำน หรือหลังจำกได้รับสัญญำณเตือนภัยล่วงหน้ำ ผบ.ขบวนสำมำรถเลือก หนทำงปฏิบัติได้ 3 ทำง คือ ให้ขบวนหยุด ให้ขบวนเคลื่อนที่ต่อไป หรือกระจำยก ำลังหำที่ซ่อนพรำง ถ้ำผู้บังคับขบวนเลือกที่จะหยุดจะต้องจอดอยู่บนไหล่ถนนในรูปแบบก้ำงปลำอำจเป็นข้อดีที่นักบิน ฝ่ำยข้ำศึกสังเกตเห็นขบวนได้ยำกกว่ำขบวนที่ก ำลังเคลื่อนที่ ขณะเดียวกันกำรรวมอ ำนำจกำรยิงป้องกันตน กระท ำได้ดีกว่ำขณะขบวนก ำลังเคลื่อนที่ แต่ก็มีข้อเสียหำกขบวนจอดอยู่บนถนนที่เปิดก็จะเป็นเป้ำหมำยอย่ำงดี ในกำรโจมตีทำงอำกำศ ภำรกิจ และ หรือ ภูมิประเทศ อำจบังคับให้ขบวนต้องเคลื่อนที่ต่อไป ในกรณีนี้ขบวน จะต้องเพิ่มควำมเร็ว ซึ่งจะท ำให้เป้ำหมำยกำรโจมตีเคลื่อนไหว ข้ำศึกโจมตีทำงอำกำศได้ยำกขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย คือ ตรวจพบได้ง่ำย และไม่สำมำรถรวมอ ำนำจกำรยิงตอบโต้ ยานพาหนะก าลังเคลื่อนที่กระจายอยู่บนไหล่ถนน


๕๗ เทคนิคในกำรกระจำยยำนพำหนะเพื่อก ำบังตนเองโดยใช้ภูมิประเทศทั้งสองฝั่งถนนโดยไม่จ ำเป็นต้อง ให้ยำนพำหนะเป็นแนวเดียวกันกับถนน แต่ยำนพำหนะจะต้องจอดให้เหลื่อมกันใช้พุ่มไม้หรือต้นไม้หรือหลืบหิน ฯลฯ เป็นส่วนก ำบังตนเอง ผบ.หน่วยจะต้องก ำหนดเป็น รปจ. ว่ำในกรณีที่ถูกโจมตีทำงอำกำศให้ยำนพำหนะที่มี เลขคี่ไปทำงซ้ำยของถนน และยำนพำหนะที่มีเลขคู่ไปทำงขวำของถนน ยำนพำหนะต้องอยู่กระจัดกระจำย พลขับต้องได้รับกำรฝึกฝนในกำรหำที่ซ่อนพลำงหลังจำกได้รับค ำสั่ง เมื่อขบวนกระจำยออกไปแล้วเจ้ำหน้ำที่ ทั้งหมดจะลงจำกรถแล้วหำที่มั่นตั้งยิง ยกเว้นพลยิงประจ ำรถติดปืนกล พร้อมในกำรรวมอ ำนำจกำรยิงป้องกัน ขบวน ข้อดีของวิธีนี้ คือ นักบินฝ่ำยข้ำศึกสังเกตเห็นกำรเคลื่อนไหวของขบวนขณะก ำลังกระจำยก ำลังได้ง่ำย อ ำนำจกำรยิงลดลง และใช้เวลำจัดขบวนใหม่หลังจำกกำรโจมตีผ่ำนพ้นไปแล้วนำนกว่ำปกติ ยานพาหนะที่กระจายไปอยู่ในที่ซ่อนพราง ๒. การโจมตีด้วยปืนใหญ่หรือกระสุนวิถีโค้ง (Artillery Or Indirect Fire) หน่วยทหำรปืนใหญ่ฝ่ำยข้ำศึก หรือกำรยิงด้วยกระสุนวิถีโค้ง อำจก่อให้เกิดอันตรำยและท ำลำย ขบวนล ำเลียงขณะที่ขบวนก ำลังเคลื่อนที่ เพื่อก่อกวนและขัดขวำงกำรเคลื่อนย้ำยสิ่งอุปกรณ์และก ำลังพลไปยัง เขตหน้ำ กำรยิงของปืนใหญ่เป็นกำรยิงตำมแผนล่วงหน้ำ หรือกำรยิงตำมค ำสั่งร้องขอ และกำรยิงปรับต ำแหน่ง เป้ำหมำย โดยผู้ตรวจกำรณ์หน้ำ กำรยิงจะเกิดหลำยครั้งตำมต ำแหน่งเคลื่อนที่ของขบวนวิถีโค้งจะปฏิบัติดังนี้ ๒.๑ การป้องกันเชิงรุก (Active Defense) กำรป้องกันเชิงรุกต่อต้ำนปืนใหญ่หรือกระสุนวิถีโค้งจะถูกจ ำกัดสถำนกำรณ์ ดังนั้นเพื่อเป็นกำร ป้องกันกำรโจมตีด้วยปืนใหญ่หรือกระสุนวิถีโค้งจะปฏิบัติดังนี้ * เจ้ำหน่วยปืนใหญ่ฝ่ำยเรำยิงตอบโต้ และบอกระยะทำงทิศทำงโดยประมำณไปยังปืนใหญ่ ของฝ่ำยข้ำศึก * ก ำกับกำรยิงของอำวุธปืนเล็ก หรือกำรยิงของปืนใหญ่ต่อต้ำนผู้ตรวจกำรณ์หน้ำของข้ำศึก หำกทรำบที่หมำย * ประสำนหน่วยบินฝ่ำยเรำต่อต้ำนกำรโจมตีหน่วยปืนใหญ่ของข้ำศึก ๒.๒ การป้องกันเชิงรับ (Passive Defense) กำรป้องกันขบวนล ำเลียงชนิดนี้ยังคงใช้เช่นเดียวกับกำรป้องกันกำรโจมตีทำงอำกำศ ผบ.ขบวน มีทำงเลือก ๓ ทำง ว่ำ จะหยุดขบวนขณะถูกยิงจำกปืนใหญ่ หรือยังเคลื่อนขบวนต่อไป หรือจะกระจำยก ำลัง เข้ำที่ก ำบังตนในภูมิประเทศ ไม่ว่ำจะเป็นมำตรกำรใดก็ตำมที่ ผบ.ขบวนได้เลือกใช้ ควรมีกำรก ำหนดไว้ใน รปจ.


๕๘ และจะต้องมีกำรฝึกปฏิบัติอย่ำงสม่ ำเสมอ ข้อพิจำรณำแรก คือ กำรหลบออกจำกย่ำนกระสุนตกโดยด่วน ควรจะหยุดขบวนเมื่อมีกำรยิงของปืนใหญ่อย่ำงหนำแน่นอยู่ข้ำงหน้ำ ผบ.ขบวนควรมองหำเส้นทำงส ำรอง และเตรียมพร้อมที่จะออกไปอย่ำงรวดเร็ว อย่ำงไรก็ตำมหำกภำรกิจหรือสภำพภูมิประเทศอ ำนวยก็ควรให้ขบวน ยังคงเคลื่อนที่ต่อไปและจะต้องเพิ่มควำมเร็วของขบวนให้สูงขึ้น เพื่อระยะต่อระหว่ำงคันออกไปให้มำกที่สุดเท่ำที่ สภำพภูมิประเทศเอื้ออ ำนวย กำรสูญเสียอำจลดลง โดยหลีกเลี่ยงพื้นที่คำดว่ำมีกระสุนตกเพิ่มควำมเร็วสูงขึ้น สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรำยจำกแรงระเบิด ใช้ยำนพำหนะของตนก ำบังอันตรำยกระจำยก ำลังยำนพำหนะอย่ำง รวดเร็ว ๓. การซุ่มโจมตีของข้าศึก (Ambush / sniper Fire) ข้อควรระวังอย่ำงที่สุดในกำรปฏิบัติงำนก็คือ กำรถูกซุ่มยิงจำกข้ำศึก ซึ่งเรำไม่สำมำรถแยกออกว่ำ ใครเป็นผู้ยิง พลเรือน หรือทหำรข้ำศึกโดยเฉพำะอำวุธปืนเก็บเสียง กำรปฏิบัติที่ดีที่สุด คือ กำรตั้งรับให้ทุกคน สวมหมวกเหล็ก และสวมเสื้อกันกระสุนไว้ตลอดเวลำ ยำนพำหนะต้องเคลื่อนที่โดยไม่มีกำรหยุด พลขับผู้ช่วย ต ำแหน่งและก ำจัดพลซุ่มยิงฝ่ำยข้ำศึกโดยใช้อำวุธยิงระยะไกลหำกกระท ำได้ ผบ.ขบวน อำจขอกำรยิง หรือก ำลังสนับสนุนเพิ่มเติมเข้ำไปในพื้นที่ เพื่อท ำลำย จับกุม หรือขับไล่ พลซุ่มยิงฝ่ำยข้ำศึก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ำ กำรซุ่มยิงอำจเป็นวิธีกำรให้ขบวนเคลื่อนตัวช้ำลง เพื่อเป็นเป้ำในกำรซุ่ม โจมตีจำกกำรก ำลังของข้ำศึกอย่ำงรุนแรงตำมมำภำยหลังได้ กำรซุ่มโจมตีจำกกองก ำลังฝ่ำยข้ำศึก ต้องเข้ำใจว่ำ ข้ำศึกจะชิงควำมได้เปรียบจำกสภำพภูมิประเทศ ก ำบังตนเองเพื่อซุ่มโจมตีฝ่ำยเรำ ดังนั้นมำตรกำรในกำรป้องกันกำรถูกซุ่มโจมตีจะต้องถูกน ำมำใช้เพื่อลด กำรสูญเสียของขบวนให้มีน้อยที่สุด ซึ่งอำจจะใช้ทั้งมำตรกำรเชิงรับ และมำตรกำรเชิงรุกผสมกันไป ประสิทธิภำพ ในกำรป้องกันหรือต่อต้ำนกำรซุ่มโจมตีขึ้นอยู่กับก ำลังพลได้รับกำรฝึกฝนมำมำกน้อยเพียงใด ควำมสำมำรถ ในกำรน ำหน่วยของ ผู้บังคับหมวด และผู้บังคับหมู่ กำรป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำรหลีกเลี่ยงกำรถูกซุ่มโจมตี ๓.๑ การหลีกเลี่ยงการถูกซุ่มโจมตี ควรปฏิบัติดังนี้ ๓.๑.๑ เลือกใช้เส้นทำงที่ดีที่สุดของขบวน ๓.๑.๒ ท ำกำรลำดตระเวนบนแผนที่ก่อนเดินทำง ๓.๑.๓ ท ำกำรลำดตระเวนทำงพื้นดิน และทำงอำกำศ ๓.๑.๔ ขอรับกำรสนับสนุนด้ำนกำรข่ำวจำกหน่วยข่ำว ๓.๑.๕ ใช้มำตรกำรต่อต้ำนข่ำวกรอง รปจ. ด้ำนกำรข่ำวในกำรปฏิบัติของฝ่ำยเรำลวงข้ำศึก ๓.๑.๖ ไม่ให้ข้ำศึกทรำบเป้ำหมำยที่เป็นประโยชน์ ๓.๑.๗ ไม่ก ำหนดเวลำและเส้นทำงที่แน่นอนเป็นประจ ำ ๓.๒ การลดอันตรายจากการถูกซุ่มโจมตี ควรปฏิบัติดังนี้ ๓.๒.๑ เสริมควำมแข็งแรงให้ยำนพำหนะ ๓.๒.๒ รถบรรทุกสัมภำระต้องปิดคลุม แต่รถบรรทุกก ำลังพลห้ำมปิดคลุมและควรถอด โครงหลังคำออก ๓.๒.๓ กำรกระจำยรถบรรทุกสัมภำระส ำคัญที่เป็นเป้ำหมำยหลักให้ทั่วทั้งขบวน ๓.๒.๔ สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกนำย โดยเฉพำะเสื้อเกรำะและหมวกเหล็ก ๓.๒.๕ ใช้พลขับผู้ช่วย ๓.๒.๖ ให้มีทหำรพร้อมอำวุธร่วมเดินทำงในขบวนและห้ำมลงจำกรถ ๓.๒.๗ ใช้สัญญำณแจ้งเตือนกำรถูกซุ่มโจมตี ๓.๒.๘ ใช้รถคุ้มกันขบวน เช่น รถถัง รถสำรวัตรทหำร รถหุ้มเกรำะ หรือรถติดอำวุธ ๓.๒.๙ กำรฝึกกำรปฏิบัติอย่ำงรวดเร็วหลังจำกรับค ำสั่ง


๕๙ ๓.๑.๑๐ รักษำระยะต่อระหว่ำงยำนพำหนะ ๓.๒.๑๑ พยำยำมเคลื่อนที่ผ่ำนที่ซุ่มโจมตีให้เร็วที่สุด ๓.๒.๑๒ ไม่ให้มีสิ่งกีดขวำงบนถนน ๓.๒.๑๓ ยิงโต้ตอบอย่ำงรุนแรง สนับสนุนกำรยิงของรถคุ้มกันขบวน ๓.๒.๑๔ ขอรับกำรยิงสนับสนุนจำกปืนใหญ่ ๓.๒.๑๕ ขอรับกำรยิงจำกหน่วยฝ่ำยเรำ ๓.๒.๑๖ ขอควำมช่วยเหลือจำกหน่วยใกล้เคียง ๓.๓ การถูกซุ่มโจมตีในสภาพถนนไม่ถูกปิดกั้น (Road Not Blocked) ในกรณีนี้ช่วงถนนของขบวนจะยำวแม้ว่ำขบวนล ำเลียงจะมีขนำดเท่ำหมวด ท ำให้หน่วยที่ซุ่มโจมตี ต้องใช้ก ำลังมำกขึ้น และล ำบำกที่จะบังคับให้ขบวนเข้ำสู่พื้นที่ซุ่มโจมตี ดังนั้นกองโจรจึงมักซุ่มโจมตีส่วนใด ส่วนหนึ่งของขบวน โดยเฉพำะหัวขบวน เพื่อต้องกำรให้ขบวนหยุดและเกิดพื้นที่สังหำร ดังนั้น เมื่อถูกซุ่มโจมตี ส่วนของขบวนนั้นจะต้องรีบขับรถออกไปให้รวดเร็วจำกพื้นที่นั้น ยำนพำหนะที่ช ำรุดจำกกำรโจมตีจะต้องถูกทิ้งไว้ ข้ำงหลัง หำกมีรถขวำงขบวนให้รถคันที่ตำมมำดันลงข้ำงทำงไม่ให้กีดขวำง รถคุ้มกันขบวนจะต้องไม่กีดขวำงถนน เช่นกันจะต้องหยุดยิงคุ้มกันขบวนอยู่ข้ำงทำงในต ำแหน่งที่สำมำรถยิงคุ้มกันได้สะดวก ส่วนรถที่ยังไม่เดินทำงถึง พื้นที่ถูกซุ่มโจมตีต้องหยุดให้ก ำลังพลทุกนำยลงจำกรถ พร้อมหำที่ปลอดภัยคอยรับค ำสั่ง และยิงป้องกันตนเอง ในกรณีนี้รถคุ้มกันอำจจะวิ่งจำกถนนไปกวำดล้ำงข้ำศึก ก ำลังพลในขบวนไม่ควรยิงที่หมำยข้ำศึกถ้ำปรำศจำกกำร ประสำนงำนกับรถคุ้มกัน กำรปฏิบัติกำรอื่น ๆ นอกเหนือจำกนี้ คือ ๓.๓.๑ ขอรับกำรสนับสนุนกำรยิงจำกปืนใหญ่ และ ปตอ. ๓.๓.๒ ขอกำรยิงคุ้มครองจำกหน่วยบินฝ่ำยเรำ ๓.๓.๓ ชี้ต ำแหน่งข้ำศึกให้รถคุ้มกันขบวนทรำบ ๓.๓.๔ ขอควำมช่วยเหลือจำกหน่วยข้ำงเคียง ๓.๓.๕ สั่งกำรให้รถที่ติดอำวุธกระหน่ ำยิงอย่ำงหนักไปยังก ำลังซุ่มโจมตี ๓.๓.๖ ประสำนกำรยิงเป็นกลุ่มก้อนขณะยำนพำหนะเคลื่อนที่ออกจำกพื้นที่ซุ่มโจมตี ๓.๔ การถูกซุ่มโจมตีในสภาพถนนปิดกั้น (Road Blocked) เมื่อส่วนของขบวนต้องหยุดในพื้นที่ซุ่มโจมตี และไม่สำมำรถเคลื่อนที่ไปข้ำงหน้ำได้ เนื่องจำก มียำนพำหนะช ำรุดเสียหำยขวำงทำง สะพำนได้รับควำมเสียหำย หรือจำกสิ่งกีดขวำงอื่น ๆ ที่อำจกระท ำโดยกำร บีบบังคับของข้ำศึก กองก ำลังคุ้มกันบำงส่วนที่ล่วงหน้ำพ้นไปแล้วจะต้องวกกลับมำเพื่อช่วยโอบข้ำศึก ในขณะเดียวกันกับกองก ำลังที่ช่วยเหลือช่วยกันยิงคุ้มกันขบวนทำงด้ำนหน้ำและด้ำนหลังของขบวน ในกรณี เช่นนี้จะต้องระวังว่ำอย่ำอยู่ในพื้นที่ที่ขอกำรยิงสนับสนุนจำกปืนใหญ่หรือเครื่องบินของฝ่ำยเรำ หำกมี ยำนเกรำะคุ้มกัน ก็ให้เป็นหน้ำที่ของยำนเกรำะนั้นปฏิบัติตำมแบบแผนป้องกัน ส่วนของขบวนที่ยังไม่เดินทำงถึง พื้นที่ซุ่มโจมตีต้องรีบหยุดขบวน และพยำยำมอยู่ห่ำงจำกพื้นที่วิกฤตนั้นปล่อยให้เป็นหน้ำที่ของกองก ำลัง คุ้มกัน และหน่วยสนับสนุนเข้ำปฏิบัติกำร โดยสิ่งส ำคัญที่สุดก็คือ กำรปฏิบัติกำรตอบโต้อย่ำงฉับพลัน และควำมเด็ดขำดของผู้น ำหน่วย จะเป็นตัวจ ำกัดควำมสูญเสียก ำลังพลและยุทโธปกรณ์ ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ซุ่มโจมตี จะต้องอยู่กับที่และยิงโต้ตอบ เพื่อรอให้ก ำลังสนับสนุนต่ำงๆ ทั้งภำคพื้นดินและทำงอำกำศกวำดล้ำง ข้ำศึกจนกว่ำเหตุกำรณ์จะสิ้นสุด และอย่ำลืมว่ำ บ่อยครั้งในกำรยิงของข้ำศึกในพื้นที่ซุ่มโจมตีอำจจะยิงจำกด้ำนใด ด้ำนหนึ่งของถนนเพียงประปรำย เพื่อบังคับในขบวนล ำเลียงหลบไปเหยียบกับระเบิด ดังนั้นจึงต้องเพิ่มควำม ระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย


๖๐ หลังจำกกำรที่ข้ำศึกถูกกวำดล้ำงไปแล้ว จะต้องรีบแก้ไขถนนให้ใช้ได้และปรับขบวนให้เร็วที่สุด ผู้บำดเจ็บต้องได้รับกำรพยำบำลหรือส่งกลับด่วนซึ่งตำมปกติจะใช้ ฮ. หำกมีรถบรรทุกที่ช ำรุดจนไม่สำมำรถ จะลำกไปได้ให้น ำสิ่งบรรทุกออกแจกจ่ำยเฉลี่ยไปบรรทุกกับคันอื่นถ้ำมีเวลำ แต่ถ้ำหำกช ำรุดมำกหรือไม่มีเวลำพอ ผบ.ขบวนจะออกค ำสั่งให้ท ำลำยรถและ สป. นั้นทิ้ง เพื่อมิให้ตกอยู่ในมือข้ำศึกภำยหลัง กำรท ำลำยควรกระท ำได้ หลำยวิธีเช่น กำรทุบ กำรตัด กำรเป่ำ กำรใช้ระเบิด และกำรฝังทิ้ง เป็นต้น กำรเผำและกำรใช้ระเบิดเป็นวิธีกำร ที่รวดเร็วแต่ไม่สำมำรถปิดบังกลุ่มควันและเสียงระเบิด จำกกำร ๓.๕ การถูกซุ่มโจมตีจากการถูกกับระเบิดข้าศึก (Booby Traps) กำรวำงกับดักระเบิดมักถูกน ำมำใช้ในกำรซุ่มโจมตีโดยหน่วยซุ่มโจมตี ดังนั้น พวกเขำจึงมักจะให้เกิด กำรระเบิดขึ้นเพื่อหยุดขบวนแล้วท ำกำรโจมตีภำยหลัง กับระเบิดมักจะถูกวำงตำมพื้นที่ ไหล่ถนน เพื่อง่ำยต่อกำร ซ่อนพรำงและสังเกตได้ยำก ระเบิดมือมักจะถูกมัดติดกับกิ่งไม้ หรือในที่ซึ่งคำดว่ำชิ้นส่วนของยำนพำหนะไปเกี่ยว ท ำให้เกิดกำรระเบิด ส่วนกับระเบิดเครโม หรืออื่น ๆ อำจถูกฝังอยู่ตำมพื้นที่คำดว่ำยำนพำหนะจะต้องวิ่งผ่ำน กำรลดอันตรำยจำกกำรถูกซุ่มโจมตีโดยใช้ข้ำศึก ควรปฏิบัติดังนี้ ๓.๕.๑ ใช้รถสำยพำนน ำขบวนเมื่อขบวนเดินทำงถึงภูมิประเทศที่ต้องอำศัย ๓.๕.๒ หลีกเลี่ยงกำรเดินทำงบนไหล่ถนน ๓.๕.๓ หลีกเลี่ยงกำรขับรถทับวัสดุแปลกปลอม เช่น กองทรำย กองหญ้ำ กองมูลสัตว์ กองดินบนถนน ๓.๕.๔ หลีกเลี่ยงกำรขับรถบนพื้นถนนที่แปลกใหม่กว่ำปกติ เช่น ลอยกลบทำง ซ่อมทำง ๓.๕.๕ หำกเป็นไปได้ ขอก ำลังจำกทหำรช่ำงช่วยกวำดล้ำงกับระเบิดก่อนกำรเดินทำง ๓.๕.๖ ยำนพำหนะน้ ำหนักมำก ๆ เช่น รถถัง มีประโยชน์ในกำรป้องกันกับระเบิดเล็ก ๆ ถ้ำหำกวิ่งน ำขบวน ๓.๕.๗ เสริมควำมแข็งแกร่งของยำนพำหนะ โดยเฉพำะพื้นรถและพื้นใต้ที่นั่งพลขับควรวำง กระสอบทรำยด้วย ๓.๕.๘ สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรำยจำกกับระเบิด เช่น เสื้อเกรำะและหมวกเหล็ก ๔. การปฏิบัติการของหน่วยคุ้มกันขบวน กำรจัดหน่วยคุ้มกันขบวนขึ้นอยู่กับควำมส ำคัญของภำรกิจ ควำมเร่งด่วนของภำรกิจ สภำพภูมิประเทศ ตลอดจนขนำดของขบวนล ำเลียงในครั้งนั้น กำรคุ้มกันขบวนแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ กำรคุ้มกันทำง ภำคพื้นดินและกำรคุ้มกันทำงอำกำศ ๔.๑ การคุ้มกันทางพื้นดิน ในเส้นทำงที่เสี่ยงภัยและสภำพภูมิประเทศ หรือดินฟ้ำอำกำศ อ ำนวยต่อกำรถูกโจมตีจำกหน่วย ข้ำศึก กำรจัดหน่วยคุ้มกันทำงพื้นดินสมทบไปกับขบวนล ำเลียงเป็นสิ่งจ ำเป็นยิ่งซึ่งจะประกอบขึ้นจำกหน่วยทหำร ต่ำง ๆ เช่น ทหำรรำบ ทหำรช่ำง ทหำรยำนเกรำะเป็นต้น ยกเว้นเหล่ำทหำรปืนใหญ่ ซึ่งไม่จัดไปกับขบวนแต่จะ ให้กำรยิงสนับสนุนเมื่อได้รับกำรร้องขอ ดังนั้น กำรปฏิบัติภำรกิจร่วมกันระหว่ำง ผบ.ขบวน หน่วยคุ้มกัน จะต้อง กระท ำดังนี้ ๔.๑.๑ ก่อนออกเดินทำง จะต้องตกลงกันในยุทธวิธีที่ใช้ในกำรตอบโต้ แผนประสำนกำรยิง และแนวห้ำมยิงต่ำง ๆ ๔.๑.๒ ตกลงกันเกี่ยวกับข่ำยกำรติดต่อสื่อสำรให้เข้ำใจ ควรมีข่ำยหลักและข่ำยรอง ๔.๑.๓ ควรมีกำรฝึกร่วมกันอย่ำงสม่ ำเสมอ เพื่อให้เกิดควำมช ำนำญ ๔.๑.๔ เมื่อมีกำรจัดหน่วยคุ้มกัน เป็นหน้ำที่ของ ผบ.หน่วยคุ้มกัน ที่จะรับผิดชอบอ ำนวยกำร ต่อสู้เมื่อถูกซุ่มโจมตี


๖๑ ๔.๒ การคุ้มกันทางอากาศ กำรจัดหน่วยคุ้มกันทำงอำกำศมักจะจัดให้ในกรณีที่พื้นที่ปฏิบัติกำรนั้น ฝ่ำยเรำยังคงครองควำมเป็น เจ้ำอำกำศ หรือปรำศจำกกำรต่อต้ำนจำกก ำลังทำงอำกำศของข้ำศึกในขณะนั้นทั้งนี้เนื่องจำกมักใช้เครื่องบิน หรือ ฮ. ที่มีควำมเร็วช้ำในกำรคุ้มกันขบวนจำกกำรถูกซุ่มโจมตีทำงภำคพื้นดิน กำรปฏิบัติของหน่วยคุ้มกัน ทำงอำกำศจะกระท ำดังนี้ ๔.๒.๑ ท ำควำมเข้ำใจกับหน่วยภำคพื้นดินเกี่ยวกับกำรติดต่อสื่อสำร เช่น วิทยุ และพลุ สัญญำณในกำรแจ้งภัย ๔.๒.๒ ประสำนให้เข้ำใจเกี่ยวกับยุทธวิธีที่ใช้ กำรก ำหนดแนวห้ำมยิง เขตห้ำมทิ้งระเบิด ๔.๒.๓ กำรติดต่อสื่อสำรด้วยวิทยุ ต้องมีข่ำยหลักและข่ำยรอง ๔.๒.๔ ใช้ควำมเร็วช้ำบินเหนือขบวนล ำเลียง ๔.๒.๕ อำจใช้ ฮ. บรรทุกทหำรพร้อมอำวุธ เพื่อช่วยเสริมก ำลังทำงภำคพื้นดิน แต่ทหำร จะไม่มีควำมสดชื่นพอ เพรำะต้องอยู่ในอำกำศเป็นเวลำนำน ๔.๒.๖ ช่วยเหลือหน่วยภำคพื้นดินในกำรสังเกตกำรเคลื่อนไหวฝ่ำยข้ำศึก และช่วยชี้เป้ำหมำย ให้กับปืนใหญ่ที่สนับสนุนกำรยิงท ำลำยก ำลังข้ำศึก ในกำรคุ้มกันทำงพื้นดิน หน่วยทหำรยำนเกรำะเป็นหน่วยคุ้มกันที่ดีที่สุด เพรำะสำมำรถเคลื่อนที่ได้ เร็ว ปฏิบัติกำรรบประชิดได้ ในกำรปฏิบัติกำรล ำเลียงกำรใช้ยำนเกรำะอัตรำส่วน ๑ คัน ต่อรถยนต์บรรทุก ๕ คัน นับว่ำเหมำะสม ส่วนกำรขอรับกำรสนับสนุนจำกปืนใหญ่ จะกระท ำเมื่อเกิดกำรซุ่มโจมตีมำตรกำรอื่น ๆ ที่จะช่วยป้องกันขบวนล ำเลียงมิให้ถูกซุ่มโจมตี ก็อำจมีกำรจัดก ำลังส่วนหนึ่งไปประจ ำยึดต ำบลซึ่งคำดว่ำจะใช้เป็น พื้นที่ซุ่มโจมตี เช่น สะพำน ช่องแคบ ทำงลอดต่ำง ๆ ป้องกันมิให้ข้ำศึกใช้เป็นที่ปฏิบัติกำรได้ ใช้กระสอบทรำย วำงพื้นใต้ที่นั่งพลขับเพื่อลดอันตรำยจำกกำรระเบิด รวมทั้งใช้แผ่นเกรำะบังประตูรถด้ำนข้ำงลดอันตรำยจำกกำร ซุ่มโจมตีระยะแรก นอกจำกนี้ก็ควรจัดหำอำวุธอื่น เช่น เครื่องยิงลูกระเบิด เครื่องฉีดไฟติดรถไปด้วย ผบ.หน่วย ขนส่งด้วยรถยนต์ จะต้องฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชำของตนทรำบถึงมำตรกำรป้องกันขบวนของตนโดยกำรใช้อำวุธให้ เกิดควำมช ำนำญ เพื่อป้องกันกำรสับสนเมื่อสถำนกำรณ์เกิดขึ้น โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง วินัยและขวัญของเจ้ำหน้ำที่ ทุกคนภำยในหน่วย ภำยใต้สภำวะที่ถูกกดดันจำกข้ำศึก ดังนั้น กำรฝึกอยู่เสมอจะช่วยท ำให้เกิดควำมมั่นใจ และสำมำรถด ำรงภำรกิจต่อไปได้โดยมีกำรสูญเสียน้อยที่สุด


๖๒ บทที่ ๖ การพักแรมและการป้องกันที่พักแรม (Camping and Camp Protection) ถึงแม้ว่ำส่วนใหญ่กำรปฏิบัติกำรขนส่ง จะกระท ำอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับกำรคุ้มครองจำกหน่วยก ำลังรบ ก็ตำม แต่ก็มีบ่อยครั้งที่กำรปฏิบัติงำนของหน่วยขนส่งไม่ได้กระท ำอยู่ในพื้นที่ดังกล่ำว เมื่อเป็นเช่นนี้ กองร้อย ทหำรขนส่งก็จ ำเป็นจะต้องท ำหน้ำที่ป้องกันตนเอง ซึ่งก็นับว่ำเป็นภำรกิจหลักอย่ำงหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งภำรกิจนี้ ได้แก่กำรป้องกันพื้นที่พักแรมและกำรป้องกันขบวนล ำเลียงขณะเคลื่อนที่ เมื่อภำรกิจก ำหนดไว้เช่นนี้ ในฐำนะที่ท่ำนจะต้องรับหน้ำที่เป็น ผบ.หน่วยก็จ ำเป็นจะต้องรับผิดชอบ ในกำรน ำหน่วยของท่ำนให้ได้รับควำมปลอดภัยจำกกำรที่จะเข้ำไปพักแรมหรือระหว่ำงกำรเดินทำงและจะต้องหำ วิธีกำรและมำตรกำรป้องกันให้หน่วยปลอดภัยที่สุดเพื่อจะน ำหน่วยให้บรรลุผลตำมภำรกิจ ดังนั้นจึงจ ำเป็นจะต้อง มำศึกษำถึงวิธีกำร ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนและรำยละเอียดต่ำง ๆ กันต่อไป ๑. การเลือกพื้นที่พักแรม เมื่อ ผบ.ร้อย ได้รับมอบภำรกิจให้ปฏิบัติงำนในกำรล ำเลียง และจ ำเป็นจะต้องมีกำรพักแรมแล้ว ประกำรแรกที่ ผบ.ร้อยจะต้องกระท ำก็คือ กำรพิจำรณำเลือกภูมิประเทศพักแรมจำกแผนที่โดยพิจำรณำถึงพื้นที่ ทั่ว ๆ ไปที่จะน ำหน่วยเข้ำไปพัก และหลังจำกได้พิจำรณำร่วมกับเจ้ำหน้ำที่อื่น ๆ ในปัญหำที่ตั้งของต ำบลพักแรม กันจนเป็นที่ตกลงแล้วก็ควรส่งเจ้ำหน้ำที่ออกไปลำดตระเวนเพื่อดูลักษณะพื้นที่ที่เป็นจริงซึ่งเจ้ำหน้ำที่เหล่ำนี้อำจ จัดไปเพียงคนเดียวหรือเป็นหมู่ก็ได้ ตำมปกติแล้วควรประกอบด้วย ผบ.มว. เป็น ผบ.ส่วนลำดตระเวน ก็คือ กำรตรวจดูลักษณะและบริเวณทั่ว ๆ ไปว่ำจะใช้ได้เหมำะสมเพียงใดหรือไม่ มีทำง รถเข้ำออกได้อย่ำงไรมีควำม ล ำบำกแค่ไหนเมื่อหน่วยเข้ำไปพักแรมและจะสำมำรถจัดกำรป้องกันกำรโจมตีจำกข้ำศึกได้หรือไม่ ตำมปกติพื้นที่พักแรมจะต้องมีบริเวณกว้ำงขวำงพอที่จะให้รถทั้งกองร้อยเข้ำไปพักอำศัยได้หมด ซึ่งกำรเข้ำไปอยู่บริเวณที่พักแรมนี้จะต้องคิดถึงเรื่องกำรกระจำยก ำลังไว้ด้วย ปัญหำเรื่องกำรกระจำยก ำลัง ก็เป็นประหนึ่งดำบสองคม กล่ำวคือ กำรกระจำยก ำลังเป็นผลดีในทำงยุทธวิธีแต่เป็นผลเสียในกำรบังคับบัญชำ และควบคุมหน่วย ยิ่งกว่ำนั้นกำรกระจำยก ำลังกันมำกเกินควรก็จะเป็นกำรเพิ่มงำนทำงธุรกำรให้กับกองร้อย ดังนั้นกำรพิจำรณำในเรื่องกำรกระจำยก ำลังก็สมควรจะได้พิจำรณำกันให้เหมำะสม มีบริเวณกว้ำงขวำงพอเพียง กำรกระจำยก ำลังให้เป็นพื้นที่นั้นนับว่ำเป็นประโยชน์อย่ำงยิ่งในทำงป้องกันภัยทำงอำกำศ เพรำะว่ำรถได้กระจำย กันออกไปไม่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนจนเป็นอันตรำยจำกกำรท ำลำยของเครื่องบินในทำงตรงกันข้ำมกำรกระจำย ก ำลังออกไปนี้เป็นกำรดึงคุณลักษณะของกำรคล่องตัวไป เนื่องจำกว่ำกำรกระจำยก ำลังออกไปเป็นพื้นที่กว้ำง ใหญ่ จะเป็นเรื่องที่ล ำบำกในกำรรวมอ ำนำจกำรยิงป้องกันตนเองจำกกำรโจมตีจำกข้ำศึก ดังนั้นกำรพิจำรณำกระจำยก ำลังออกไปนี้ จ ำเป็นจะต้องพิจำรณำถึงกำรป้องกัน ทำงพื้นดินไว้ด้วย หำกว่ำพื้นที่นี้จะต้องกำรใช้เป็นที่พักแรมมีบริเวณเล็ก ถ้ำพิจำรณำในแง่กำรป้องกันทำงพื้นดินก็ย่อมสะดวกใน กำรจัดยำมป้องกันหรือกำรบังคับบัญชำเพรำะบำงครั้งควำมเหมำะสมหรือควำมจ ำเป็นบังคับให้กำรเลือกพื้นที่พัก แรมมีบริเวณคับแคบ อันเนื่องจำกลักษณะธรรมชำติบังคับ กำรผนึกก ำลังเป็นกลุ่มก้อนย่อมได้ผลในกำรป้องกัน ภัยทำงอำกำศ แต่พึงระวังว่ำกำรผนึกก ำลังเป็นกลุ่มก้อนอย่ำงนี้เป็นอันตรำยในกำรต่อสู้และป้องกันภัยจำกกำร ระดมยิงของข้ำศึก ก่อนที่จะน ำหน่วยจำกที่ตั้งปัจจุบันเข้ำไปยังพื้นที่พักแรม ผู้บังคับบัญชำจะต้องได้ค ำตอบต่อ ค ำถำมเหล่ำนี้ให้แน่นอนเสียก่อนคือ ๑) เส้นทำงที่จะเข้ำไปสู่ที่พักแรมมีหรือไม่ ๒) ถ้ำไม่มีเส้นทำงดังกล่ำวแล้ว พอจะมีพื้นที่เพื่อให้รถที่มีควำมสำมำรถเคลื่อนที่ในภูมิประเทศผ่ำน เข้ำไปถึงที่พักแรมได้หรือไม่


๖๓ ๓) กำรเข้ำไปสู่ที่พักแรมนั้นมีควำมยุ่งยำกล ำบำกแค่ไหน มีควำมสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย อย่ำงไร ๔) ในขณะที่เคลื่อนที่เข้ำไปสู่ที่พักแรมนั้น มีจุดอ่อนกำรซุ่มโจมตีของข้ำศึกหรือไม่ อย่ำงไร ๕) บริเวณพื้นที่ที่จะใช้เป็นที่พักแรม มีพื้นที่เพียงพอในกำรปรับขบวนกลับออกไปเพื่อปฏิบัติงำนได้ รวดเร็วหรือไม่ และมีควำมยุ่งยำกล ำบำกเพียงใด ๖) มีควำมปลอดภัยและง่ำยหรือไม่ เมื่อจะต้องน ำหน่วยจำกบริเวณที่พักแรมไปยังหน่วยที่รับกำร สนับสนุน กำรซ่อนพรำงก็เป็นสิ่งพึงประสงค์อีกอย่ำงหนึ่งในกำรเลือกพื้นที่พักแรม เพรำะกำรซ่อนพรำงจำก ธรรมชำติ จะเป็นเครื่องช่วยป้องกันให้แก่ทั้งรถและคน ถึงแม้ว่ำเทคนิคในกำรพรำงจำกธรรมชำติจะเป็น เครื่องช่วยป้องกันให้แก่ทั้งรถและคน ถึงแม้ว่ำเทคนิคในกำรพรำงจะเป็นเครื่องช่วยในเรื่องกำรก ำบังตนได้ดี แต่ถ้ำยังไม่ดีไปกว่ำกำรอำศัยพืชพรรณหรือต้นไม้ตำมธรรมชำติเป็นเครื่องก ำบังจำกกำรตรวจทำงพื้นดิน และทำงอำกำศ ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำรเลือกลักษณะภูมิประเทศที่เหมำะ กำรใช้ตำข่ำยพรำง จะใช้ต่อเมื่อพื้นที่ บริเวณนั้นไม่ค่อยจะมีต้นไม้หรือพืชพรรณพอเพียง อย่ำงไรก็ดีกำรใช้ตำข่ำยพรำงนี้มีผลเสียอยู่ประกำรหนึ่งคือ เป็นที่ผิดสังเกตของกำรตรวจกำรณ์ของข้ำศึก กำรใช้ธรรมชำติเป็นเครื่องป้องกันที่พักแรม เป็นเรื่องหนึ่งที่ส่วนลำดตระเวนจะเป็นผู้ตัดสินในกำร เลือกเอำบริเวณใดเพื่อใช้เป็นที่พักแรม ถ้ำหำกได้อำศัยธรรมชำติเข้ำมำป้องกันตน จะท ำให้กำรจัดกำรระวัง ป้องกันกระท ำได้ง่ำยขึ้น ลักษณะของภูมิประเทศที่เกื้อกูลต่อเรำในเรื่องนี้ได้แก่ ล ำธำร หนอง บึง หน้ำผำ หรือลักษณะภูมิประเทศใด ๆ ก็ตำมที่เป็นอุปสรรคต่อกำรเคลื่อนที่ของข้ำศึกที่จะเข้ำโจมตี โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง กำรโจมตีจำกรถถังของข้ำศึกกำรใช้ลักษณะภูมิประเทศ เป็นเครื่องขัดขวำงหรือยับยั้งกำรเข้ำมำของข้ำศึกนับว่ำ เป็นเรื่องส ำคัญเรื่องหนึ่งที่ส่วนลำดตระเวนต้องระลึกไว้ใน เมื่อได้รับหน้ำที่ให้ไปท ำกำรลำดตระเวน เลือกพื้นที่พัก แรมซึ่งบำงครั้งกำรใช้ลักษณะภูมิประเทศเกื้อกูลนี้จะท ำให้ผลกำรปฏิบัติงำนลดน้อยลงไปก็ต้องยอม นอกจำกนี้ ที่พักแรมจะต้องพิจำรณำถึงพื้นผิวและลักษณะ ภูมิประเทศรอบ ๆ เพื่อจะใช้เป็นที่จอด รถ และที่ตั้งหน่วยซ่อมบ ำรุงอีกด้วย พื้นผิวและลักษณะภูมิประเทศจะต้องแน่น มีระบบกำรระบำยน้ ำดี ไม่เฉอะแฉะเป็นหล่มโคลน หรือ เป็นเนินเขำชัน หรือมีลักษณะลำดเอียง ล ำธำรที่กว้ำง ตลอดจนป่ำทึบย่อมเป็นที่ยุ่งยำก ต่อกำรเคลื่อนที่ของ รถยนต์ แต่เมื่อมีควำมจ ำเป็นต้องใช้พื้นที่พักแรมเช่นนี้ ก็จะต้องถำกถำงออกไปเสียบ้ำง เพื่อท ำให้เกิดควำม สะดวก แต่ระมัดระวัง เพรำะกำรเปลี่ยนแปลงของธรรมชำติจนผิดสังเกตจะท ำให้ข้ำศึกสงสัยได้ง่ำย แต่ในยำม ปกติก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจำกว่ำจะต้องขออนุญำตเจ้ำของที่หรือเจ้ำหน้ำที่ผู้รับผิดชอบเสียก่อน กำรเลือกใช้พื้นที่เพื่อกำรจอดรถและจัดตั้งหน่วยซ่อมบ ำรุง เนื่องจำกรถที่มีอยู่ในอัตรำของกองร้อย รถยนต์บรรทุก เรำถือว่ำเป็นรถที่ใช้งำนทำงยุทธวิธี ฉะนั้น จึงต้องคิดไว้ว่ำรถยนต์เป็นสิ่งอุปกรณ์ที่ส ำคัญเพื่อจะ ให้กำรซ่อมบ ำรุงเป็นไปตำมค ำสั่งตำมระยะเวลำ ก็จ ำเป็นจะต้องจัดพื้นที่ไว้แห่งหนึ่งส ำหรับกำรซ่อมบ ำรุงไว้ โดยเฉพำะ จะต้องมีกระโจมที่ท ำงำน และพื้นที่จอดรถรอรับกำรซ่อมให้เพียงพอ และพื้นที่นี้ก็ควรจะอยู่บริเวณ กึ่งกลำงของพื้นที่ที่พักแรม มีพื้นผิวดินแข็ง มีระบบระบำยน้ ำดียิ่ง เป็นกำรปฏิบัติในสนำมรบแล้ว กำรจะน ำรถ เข้ำรอกำรซ่อมและจอดรวมกันเป็นกลุ่มใกล้ ๆ โรงซ่อมเช่นปกติเป็นกำรไม่เหมำะสม ที่จริงแล้วรถเหล่ำนี้จะต้อง จอดกันอย่ำงระมัดระวังและกระจัดกระจำยให้เต็มพื้นที่ของหมวด ของหมู่ที่ได้แบ่งมอบ ให้อำศัยธรรมชำติเป็น เครื่องก ำบังให้ได้มำกที่สุด เมื่อคิดถึงหลักกำรข้อนี้แล้วก็เป็นหน้ำที่ของส่วนลำดตระเวนที่จะต้องพิจำรณำในกำร เลือกพื้นที่พักแรมเพื่องำนในด้ำนนี้อีกเป็นพิเศษเช่นกัน กำรเลือกพื้นที่พักแรมนี้สรุปแล้วเป็นควำมรับผิดชอบ ผบ.ร้อยที่จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกพื้นที่ใดเป็นที่ ส ำหรับพักแรมให้เหมำะสมกับภำรกิจที่ตนได้รับในครั้งครำวนั้น


๖๔ ๑.๑ ล าดับขั้นตอนการปฏิบัติการเลือกพื้นที่พักแรม กระท ำได้ดังนี้ ๑.๑.๑ ศึกษำภูมิประเทศที่จะใช้เป็นที่พักแรมโดยทั่ว ๆ ไปจำกแผนที่ ๑.๑.๒ ส่งส่วนลำดตระเวนออกไปตรวจดูพื้นที่ภูมิประเทศจริง เพื่อเลือกสถำนที่ตั้งที่ดีที่สุด แล้วจึงกลับมำรำยงำน ผบ.ร้อย ๑.๑.๓ ท ำกำรเลือกบริเวณพื้นที่ที่จะใช้เป็นที่พักแรมที่ดีที่สุดตำมรำยงำนประกอบของส่วน ลำดตระเวนที่ไปตรวจพบโดยมีหลักใหญ่ ๆ ดังนี้ ๑) พื้นที่บริเวณนั้นกว้ำงขวำงพอเพียงจะน ำรถในหน่วยเข้ำไปจอดได้หมด ๒) มีที่ปลอดภัย สะดวกต่อกำรที่จะปฏิบัติตำมภำรกิจต่อไป ๓) มีควำมสะดวกในกำรจัดกำรระวังป้องกันตนเอง ๔) มีพื้นที่ผิวดินมั่นคง มีระบบกำรถ่ำยเทน้ ำดี มีพื้นที่ส ำหรับจัดให้หน่วยซ่อมบ ำรุงและ พื้นที่จอดรถพอเพียง และเมื่อ ผบ.ร้อยได้ตกลงใจเลือกพื้นที่ได้แล้ว ก็จะจัดส่งเจ้ำหน้ำที่เตรียมกำรจัดที่พักแรม ออกไปยังพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อด ำเนินกำรเตรียมกำรต่อไป ๑.๒ การตรวจและก าหนดพื้นที่บริเวณที่พักแรม หลังจำก ผบ.ร้อยได้ตกลงใจเลือกพื้นที่ที่จะใช้เป็นที่พักแรมได้แล้ว ก็จัดก ำลังขึ้นส่วนหนึ่ง เพื่อเตรียมกำรในบริเวณพื้นที่นั้น ก ำลังส่วนนี้เรำเรียกว่ำ “ส่วนล่วงหน้ำ” เพรำะก ำลังส่วนนี้จะต้องไปถึงบริเวณ พื้นที่นั้นก่อนที่ก ำลังส่วนใหญ่จะไปถึง เมื่อส่วนล่วงหน้ำได้ไปถึงพื้นที่พักแรมนั้นแล้ว เขำจะด ำเนินงำนต่อพื้นที่นั้น ทันที กำรด ำเนินงำนอะไรบ้ำงนั้นจะได้กล่ำวต่อไป กำรประกอบก ำลังตำมปกติจะใช้พันจ่ำกองร้อย เป็น ผบ. ส่วนล่วงหน้ำ ผู้ช่วยหัวหน้ำรถ รอง ผบ.มว. ทั้ง ๓ หมวด เจ้ำหน้ำที่สูทกรรม หน.ช่ำงยำนยนต์ ถ้ำจ ำเป็นก็อำจจะเพิ่มก ำลังทหำรเพื่อไปท ำกำร ระวังป้องกันให้อีกได้ตำมควำมจ ำเป็น ตำมปกติแล้วประมำณ ๒๐ – ๒๔ คน งำนที่เจ้ำหน้ำที่เหลำนี้ได้ปฏิบัติ ก็คือ เข้ำไปยึดบริเวณพื้นที่แห่งนั้นไว้ และก ำหนดแบ่งพื้นที่เป็นส่วนสัดเพื่อให้หน่วยต่ำง ๆ ที่จะเข้ำมำได้เข้ำที่ได้ ถูกต้อง เตรียมแผนกำรใช้เส้นทำงเข้ำออกบริเวณพื้นที่พักแรม วำงมำตรกำรป้องกันที่พักชั้นต้นตำม รปจ. ที่ก ำหนดไว้ นอกจำกนั้นจัดกำรติดตั้งเครื่องหมำยต่ำง ๆ ที่เกี่ยวกับกำรใช้เส้นทำง จัดผู้ชี้ทำงเมื่อขบวนใหญ่มำถึง ก่อนที่จะออกเดินทำงไป ผบ.ร้อย จ ำเป็นจะต้องชี้แจงหรือสั่งกำรให้ทรำบถึงควำมมุ่งหมำย หน้ำที่ จนเป็นที่เข้ำใจ ยำนพำหนะที่จะน ำไปก็ขึ้นกับจ ำนวนเจ้ำหน้ำที่และสิ่งของที่จะน ำไป โดยมำกก็ใช้รถ ๒ ๑/๒ ตัน ๒ ถึง ๓ คัน ในเรื่องทำงธุรกำร และงำนในเรื่องเกี่ยวกับเส้นทำงที่จะเข้ำมำสู่ที่พักแรม ๑.๒.๑ กำรระวังป้องกัน สิ่งแรกที่สุดที่ส่วนล่วงหน้ำเข้ำมำถึงบริเวณที่พักแรม คือ จะต้อง ตรวจสอบบรรดำอันตรำย ซึ่งอำจเกิดขึ้นได้จำกกำรกระท ำของข้ำศึก เช่น ทุ่นระเบิด หรือพลแม่นปืนของข้ำศึกที่ ซุ่มยิง แม้ว่ำกำรระวังป้องกันนี้จ ำเป็นจะต้องกระท ำกันอยู่ตลอดเวลำที่หน่วยเข้ำไปพักแรมก็ตำมแต่ ก็เป็นหน้ำที่ ส่วนล่วงหน้ำจะต้องขจัดหรือกวำดล้ำงบรรดำสิ่งเหล่ำนี้ไปให้หมดเสียก่อนที่ขบวนส่วนใหญ่จะมำถึง เพรำะถ้ำไม่ กวำดล้ำงบรรดำสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรำยเหล่ำนี้ไปแล้ว ก็จะถือเป็นควำมบกพร่องอย่ำงยิ่ง กำรระวังป้องกันตัว ของส่วนล่วงหน้ำในขณะที่ปฏิบัติหน้ำที่ในกำรเตรียมกำรในพื้นที่พักแรม จะต้องจัดยำมคอยเหตุ หรือที่ฟังกำรณ์ ไว้เสียแต่แรก เมื่อเข้ำไปในที่พักแรมนั้น กำรเลือกบริเวณหรือพื้นที่เพื่อแบ่งมอบให้แก่หน่วยต่ำง ๆ นั้น ส่วน ล่วงหน้ำจะต้องพิจำรณำให้รอบคอบ พยำยำมเลือกพื้นที่เหล่ำนั้น อย่ำให้เกิดเป็นจุดอ่อนในเรื่องกำรจัดระวัง ป้องกันของกองร้อยขึ้นได้ เป็นต้นว่ำ ส่วนล่วงหน้ำมิได้ก ำหนดที่ตั้งให้แก่หมวดซ่อมบ ำรุง ครั้นเมื่อหน่วยซ่อม บ ำรุงมำเข้ำพักแรมแล้ว ต้องไปกำงเต็นท์อยู่อย่ำงโล่งแจ้ง จนเป็นเหตุให้ข้ำศึกสังเกตกำรณ์ได้ง่ำย อันนี้ก็จะเป็น เหตุให้ถูกโจมตีต่อไป


๖๕ ๑.๒.๒ กำรด ำเนินงำนด้ำนธุรกำร โดยเหตุที่หน่วยจ ำเป็นจะต้องอำศัยกำรบังคับบัญชำ กำรอ ำนวยงำนกำรซ่อมบ ำรุง และกำรประกอบเลี้ยง ดังนั้น กำรก ำหนดและเลือกพื้นที่ ให้ส่วนต่ำง ๆ ที่กล่ำวไว้ก็ มีควำมจ ำเป็นจะต้องจัดให้เหมำะสมเป็นต้นว่ำ กระโจมของ ผบ.ร้อย ควรจะต้องกำงไว้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ผบ.ร้อย จะมำถึงพื้นที่ ที่จะให้เจ้ำหน้ำที่สูทกรรม หรือเจ้ำหน้ำที่ซ่อมบ ำรุงควรจะอยู่ย่ำนกลำง เพื่อให้เกิด ควำมสะดวกแก่เจ้ำหน้ำที่เหล่ำนั้นปฏิบัติงำนบริกำรได้ ถึงแม้ว่ำ รปจ. ของกองร้อยจะก ำหนดที่ตั้งของ หมวดไว้ก่อนแล้วก็ตำม แต่เมื่อเข้ำไปถึงที่พัก แรมจริง ๆ แล้วเกิดมิได้เป็นจริงตำมนั้น เป็นที่ปรำกฏว่ำพื้นที่ที่ก ำหนดไว้ไม่สำมำรถจะน ำรถของกองร้อยเข้ำไป จอดได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จ ำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสีย จะยึดถือตำม รปจ. โดยเคร่งครัดแล้วก็ไม่สำมำรถ กระท ำได้ ดังนั้น ควรระลึกว่ำกำรออกระเบียบปฏิบัติควรจะต้องอ่อนตัว และให้โอนเข้ำหำภำรกิจที่ได้รับมอบให้ ได้มำกที่สุด กำรให้ยุทโธปกรณ์ เพื่อด ำเนินงำนของส่วนล่วงหน้ำควรระลึกว่ำเป็นกำรเริ่มงำนขั้นต้น ไม่ใช่กระท ำ อย่ำงสมบูรณ์เต็มที่ เป็นต้นว่ำ กำรท ำทำงเพื่อเข้ำที่พักแรมนั้น เป็นกำรกรุยทำง ไม่ใช่กำรท ำทำง กำรจัดกำรระวัง ป้องกัน ก็ท ำไปเฉพำะขั้นต้น ไม่ต้องไปจัดกำรวำงก ำลังไว้ทั่วบริเวณ เพรำะอย่ำงไรเสีย เมื่อก ำลังส่วนใหญ่เข้ำมำ อยู่แล้ว หน่วยจะต้องด ำเนินกำรในเรื่องนี้ต่อไปด้วย เครื่องมือเครื่องใช้หรือยุทโธปกรณ์ของส่วนใหญ่ ส่วนล่วงหน้ำคิดแต่เพียงว่ำ ถ้ำจะมีกำรวำงก ำลังป้องกันแบบรอบตัวแล้ว จะต้องวำงก ำลังที่บริเวณต ำแหน่งใด เพียงใด เท่ำใด ต่อจำกนั้นเมื่อก ำลังส่วนใหญ่เข้ำมำก็จะได้ใช้อำวุธของหน่วยเข้ำเสริมให้ครบตำมแผนต่อไป ๑.๒.๓ เส้นทำง เมื่อส่วนล่วงหน้ำได้เลือกบริเวณที่จะตั้ง บก.ร้อย และ หมวดซ่อมบ ำรุงได้ แล้ว ในขั้นต่อไปก็จะวำงแผนในเรื่องเกี่ยวกับเส้นทำงที่จะใช้ในบริเวณที่พักแรม ถ้ำมีควำมจ ำเป็นก็อำจจะต้องมี กำรถำกถำงกันบ้ำง ส่วนล่ำงหน้ำจะจัดกำรท ำแนวทำง หรือกรุยทำงไว้ให้พอเป็นที่สังเกตของพลขับ โดยให้แสดง ด้วยเครื่องหมำย หรือป้ำยชี้ทำง กำรก ำหนดเส้นทำงก็จะท ำเฉพำะบริเวณที่จะใช้เป็นที่พักแรมจริง ๆ ตำมปกติ หน่วยที่จะเข้ำไปพักแรมจะวำงก ำลังเป็นรูปวงกลม โดยเฉพำะทำงเข้ำมำสู่ที่พักแรม ส่วนล่วงหน้ำจะต้อง ด ำเนินกำรให้เป็นที่เรียบร้อย กำรใช้แถบเพื่อหมำยแนวทำง หำกจะใช้ก็พึงระลึกสิ่งที่ดีและไม่ดีไว้ด้วย ประกำร แรกก็จะต้องคิดว่ำกำรน ำรถเข้ำหรือออกบริเวณที่พักแรมนี้จะต้องกระท ำทุกโอกำส ไม่ว่ำกลำงวันหรือกลำงคืน ในข้อดีนั้นจะท ำให้พลขับเกิดควำมสะดวกในกำรขับไม่ว่ำจะในโอกำสใด ไม่เกิดควำมสับสนชุลมุนในเรื่องกำรใช้ เส้นทำง และจะสำมำรถน ำรถเข้ำออกได้เป็นระเบียบรวดเร็วไม่เสียเวลำ ในขณะเดียวกันกำรใช้แถบหมำยทำง ก็ จะเป็นเครื่องแสดงให้ข้ำศึกสำมำรถตรวจกำรณ์พบที่ตั้งของหน่วยได้อย่ำงง่ำย ดังนั้น กำรเลือกใช้แถบหมำยทำง จะใช้กรณีปฏิบัติกำรในส่วนหลังหรือในยำมปกติเท่ำนั้น ๑.๒.๔ ผู้ชี้ทำง ตำมปกติผู้ชี้ทำง จะให้ผู้ซึ่งไปกับส่วนล่วงหน้ำท ำหน้ำที่ และจะต้องไปคอยชี้ ทำงให้กับหน่วยซึ่งจะเข้ำมำยังพื้นที่พักแรม ณ ต ำบลแยกขบวน ซึ่งก่อนหน้ำนี้ ผบ.ร้อยจะได้ประชุมชี้แจงแก่ส่วน ล่วงหน้ำเพื่อมอบหมำยภำรกิจให้ และผู้บังคับบัญชำของส่วนล่วงหน้ำนี้ ได้แก่ จ่ำกองร้อย ซึ่งตำมปกติ ต ำบล แยกขบวน จะก ำหนดไว้โดยประมำณอยู่แล้วในแผนที่ผู้ที่จะก ำหนดต ำบลแยกขบวนในภูมิประเทศก็คือ พันจ่ำกองร้อย ต ำบลแยกขบวนเป็นต ำบลใด ๆ ซึ่งอยู่บนเส้นทำงใกล้ ๆ กับบริเวณที่จะใช้เป็นที่พักแรม เพื่อให้ขบวนเมื่อมำถึงต ำบลนี้แล้ว ได้แยกกันไปขึ้นกำรบังคับบัญชำตำมล ำดับขั้นของตน ณ ต ำบลแยกขบวน ผู้ชี้ทำงจะมำคอยอยู่เพื่อจะชี้ทำงให้แก่ส่วนต่ำง ๆ ได้แยกย้ำยกันไปตำมพื้นที่บริเวณที่พักแรมให้ก ำหนดไว้ ควำมสับสนและยุ่งยำกจะปรำกฏขึ้น ณ ต ำบลแยกขบวน ถ้ำหำกว่ำไม่มีกำรจัดผู้ชี้ทำงไว้ให้ ส่วนต่ำง ๆ ของขบวนเข้ำไปยังพื้นที่ที่ก ำหนดไว้ได้อย่ำงรวดเร็ว ควำมคับคั่งอันเกิดจำกกำรจอดรถ ณ ต ำบลนี้ จะท ำให้เกิด ที่หมำยเด่นแก่กำรตรวจกำรณ์ หรือกำรโจมตีของข้ำศึกได้ง่ำยที่สุด ถือได้ว่ำ ณ ต ำบลนี้จะท ำให้เกิด จุดอ่อนที่สุดในกำรจะป้องกันตนเองในเมื่อถูกข้ำศึกโจมตีทั้งทำงพื้นดินและทำงอำกำศ ดังนั้น ก็เป็นหลักกำรอยู่ ที่ว่ำ เมื่อขบวนถึงต ำบลแยกขบวนนี้แล้วจะต้องใช้ควำมรวดเร็วที่สุดที่จะน ำขบวนเหล่ำนั้นเข้ำไปยังพื้นที่พักแรม แล้วอำศัยธรรมชำติเป็นเรื่องปกปิดก ำบังหรือซ่อนพรำงจำกบริเวณที่พักแรมนั้นต่อไป


๖๖ ๑.๓ การจัดที่ตรวจการณ์หรือที่ฟังการณ์ ล ำพังอำวุธประจ ำกำยจะน ำมำใช้ในกำรจัดกำรระวังป้องกันจะได้ผลน้อย ฉะนั้นถ้ำจะให้กำรจัด ระวังป้องกันมีอ ำนำจกำรยิงมำกขึ้นก็จ ำเป็นต้องใช้ ปืนกล.เอ็ม ๖๐ จำกหมวด โดยเฉพำะ อย่ำงยิ่งเมื่อมีกำร จัดกำรระวังป้องกันชนิดรอบตัว ดังนั้น ผบ.ร้อย ควรจะต้องจัด ปืนกล.เอ็ม ๖๐ ให้กับส่วนล่วงหน้ำ แต่ทั้งนี้ไม่ เสมอไปทุกครั้ง แล้วแต่สถำนกำรณ์ ทำงยุทธวิธีในขณะนั้น ในบำงกรณีก็มีควำมจ ำเป็นจะต้องใช้ ปืนกลเบำ ของ หน่วยเก็บไว้ใช้ป้องกันตนเองขณะเดินทำงก็ได้ ตำมหลักแล้วในเมื่อจัดให้หน่วยวำงก ำลังแบบรวมตัว ต ำแหน่ง ที่ตั้งของที่ตรวจกำรณ์หรือฟังกำรณ์นี้ จะต้องจัดไว้ชั้นนอกแกนแนวป้องกันอื่น ๆ ทั้งสิ้น และเป็นเรื่องแรกที่ จะต้องกระท ำ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงที่ตรวจกำรณ์และฟังกำรณ์นั้นก็คือ ที่ตรวจกำรใช้ในเวลำกลำงวัน ส่วนที่ฟัง กำรณ์ใช้ในเวลำกลำงคืน ส่วนต ำบลในที่ควรจะจัดให้เป็นที่ตรวจกำรณ์หรือที่ฟังกำรณ์ มีจ ำนวนเท่ำใดนั้น ก็แล้วแต่ว่ำ จะป้องกันพื้นที่บริเวณพักแรมนั้นด้วยวิธีป้องกันชนิดใด ตัวอย่ำงเช่น ในพื้นที่บริเวณนั้นคำดว่ำมีหน่วยข้ำศึก ปฏิบัติกำรอยู่ กำรระวังป้องกันก็ควรหนักไปในทำงกำรกระจำยก ำลังออกไปโดยใช้กำรก ำบังจำกพืชพรรณ หรือต้นไม้ทั่วบริเวณให้ได้ผลที่สุด ๑.๓.๑ กำรก ำหนดที่ตั้ง ส ำหรับที่ตรวจกำรณ์นั้น ควรก ำหนดให้ยำมสำมำรถใช้สำยตำตรวจ กำรณ์ได้ทั่วถึงทั้งภำยในบริเวณที่พักและห่ำงออกไปเท่ำที่สำยตำจะตรวจกำรณ์ได้ ซึ่งจะมีระยะทำงจำกรอบนอก บริเวณที่พักแรมประมำณ ๙๐ – ๒๗๐ เมตร (๑๐๐ – ๓๐๐ หลำ) หรือจะมำกกว่ำแล้วแต่กรณี แต่ถ้ำเป็นที่ฟัง กำรณ์ ซึ่งจะต้องปฏิบัติในเวลำกลำงคืนก็ลดระยะลงมำไม่ให้เกิน ๙๐ เมตร (๑๐๐ หลำ) จำกขอบนอกของบริเวณ ที่พักแรม นอกจำกนี้แล้วก็ควรพิจำรณำถึงต ำบลที่จะวำงยำมรักษำกำรณ์เพื่อเฝ้ำต ำบล ที่ส ำคัญ เช่น แนวชำยป่ำ ล ำธำร หรือเนินเขำที่อยู่ถัดออกไป ตำมปกติที่ตั้งของยำมรักษำกำรณ์จะต้องให้มีกำรติดต่อกับ กองร้อยหรือหมวดได้โดยใช้วิทยุ กำรจัดก ำลัง ส ำหรับใช้เป็นยำมรักษำกำรณ์นี้ก็จัดก ำลังจำกกองร้อยนั้นเอง โดย เลือกบุคคลที่เหมำะสมอย่ำงสูงไม่เกิน ๒ คน ต่อหนึ่งแห่ง หน้ำที่ของยำมรักษำกำรณ์ คือ กำรเฝ้ำตรวจ และรำยงำนกำรเข้ำมำของข้ำศึกต่อผู้บังคับบัญชำ ยำมรักษำกำรณ์นี้ไม่มีหน้ำที่ต่อสู้ข้ำศึก ๑.๓.๒ จ ำนวนเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ ในระยะแรกกำรจัดเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ของส่วน ล่วงหน้ำเพื่อไปตรวจบริเวณที่พักแรมมีก ำลังจ ำกัด ฉะนั้น กำรจัดยำมรักษำกำรณ์ที่สมบูรณ์จะมีก็ต่อเมื่อก ำลัง ส่วนใหญ่ได้มำถึงแล้ว ควำมต้องกำรเจ้ำหน้ำที่มำกน้อยเท่ำใดก็ขึ้นอยู่กับควำมรับผิดชอบในกำรจัดกำรระวัง ป้องกันครั้งนั้น เป็นต้นว่ำส่วนล่วงหน้ำเลือกบริเวณที่พักแรมมีภูมิประเทศโดยใช้ธรรมชำติเป็นเครื่องขัดขวำงกำร เข้ำมำของข้ำศึกได้ดี ก็ใช้เจ้ำหน้ำที่ในกำรรักษำกำรณ์น้อยหรือเมื่อว่ำเรำคำดว่ำ ณ บริเวณนั้นจะมีกำรซุ่มโจมตี จำกข้ำศึกทำงพื้นดินมำกขึ้น ก็จ ำเป็นจะต้อง จัดเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ เพิ่มขึ้นตำมควำมจ ำเป็น สภำพดินฟ้ำ อำกำศเป็นส่วนหนึ่งในกำรเพิ่มหรือลดเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ เจ้ำหน้ำที่ฟังกำรณ์ในเวลำกลำงคืนต้องใช้มำกกว่ำ เจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ในเวลำกลำงวัน ๑.๔ เส้นทางที่ใช้ในบริเวณที่พักแรม เส้นทำงที่ใช้ในที่พักแรมตำมหลักแล้วไม่จ ำเป็นจะต้องมีให้มำกเกินจ ำเป็น เพียงแต่ว่ำให้มีเส้นทำง เข้ำไปสู่บริเวณที่พักแรมภำยในที่พักแรม และเส้นทำงออกเพื่อให้รถได้เข้ำออกตำมควำมประสงค์ก็เป็นพอเพียง เส้นทำงเหล่ำนี้จ ำเป็นต้องมีพื้นแข็งพอรับน้ ำหนักรถได้ และต้องสำมำรถใช้ได้ทุกฤดูกำล ลักษณะของภูมิประเทศ ในบริเวณที่พักแรมเป็นไหล่เขำ ล ำธำร หรือที่ลุ่มขนำดใหญ่อำจบังคับให้รูปร่ำงของเส้นทำงที่จะต้องหลบหนีไป หรือไม่สำมำรถเข้ำไป ตอนไหนที่เป็นโคกหรือร่องเล็กจ ำเป็นต้องปรับให้ได้ระดับ จนเห็นว่ำมีระยะทำงพอ แก่ควำมต้องกำร ในขณะเดียวกันภูมิประเทศเช่นว่ำนี้มีควำมจ ำเป็นที่จะต้องให้ให้เกิดประโยชน์ในทำงยุทธวิธีได้ เป็นอย่ำงดี เมื่อส่วนล่วงหน้ำได้ก ำหนดหรือกรุยทำงไว้แล้วก็จ ำเป็นต้องติดตั้งเครื่องหมำยหรือป้ำยชี้ทำงไว้อีกด้วย


๖๗ ทั้งนี้เพื่อให้พลขับในหน่วยต่ำง ๆ สำมำรถจะขับรถไปยังต ำบลที่ก ำหนดได้ถูกต้องโดยไม่หลงส ำหรับเส้นทำงอื่น ๆ ในบริเวณที่พักแรมถ้ำจะต้องท ำขึ้นอีก เฉพำะเมื่อขณะนั้นอยู่ในสภำพสงครำมนิวเคลียร์ กำรหลบภัยจำกระเบิด นิวเคลียร์ต้องกระจำยก ำลังอย่ำงรวดเร็ว จะเป็นมำตรกำรป้องกันที่ได้ผลกว่ำอย่ำงอื่น ฉะนั้นถ้ำเป็นกรณีเช่นนี้ ก็จ ำเป็นจะต้องก ำหนดระเบียบกำรใช้เส้นทำงขึ้น โดยให้มีกำรก ำหนดเส้นทำง ออกหลำยเส้นทำงส ำรองไว้ ล่วงหน้ำ ๑.๕ การวางผังเส้นทางภายในที่พักแรม เพื่อเป็นกำรลดกำรสับสนภำยในบริเวณที่พักแรม และให้เป็นที่มั่นใจในกำรปฏิบัติกำรจรำจรภำยใน บริเวณที่พักแรมต้องจัดให้เป็นกำรจรำจรทำงเดียวถ้ำสำมำรถกระท ำได้บรรดำแนวถนนควรจะลัดเลำะไปตำม แนวต้นไม้ ทั้งนี้ ก็เพื่อจะใช้ธรรมชำติเหล่ำนี้เป็นเครื่องก ำบังรอยล้อมิให้ปรำกฏแก่สำยตำข้ำศึก ทำงที่เข้ำมำควร จัดให้อ้อมผ่ำนพื้นที่ต่ำง ๆ ให้มำกที่สุดจนกระทั่งถึงปลำยทำงคือ หมวดที่ยึดพื้นที่อยู่ห่ำงที่สุด เส้นทำงที่จะตัด อ้อมเวียนไปตำมเข็มนำฬิกำ ส ำหรับ บก.ร้อย เต็นท์เจ้ำหน้ำที่สูทกรรม เต็นท์ตอนซ่อมบ ำรุง ควรก ำหนดให้ไปอยู่ บริเวณกึ่งกลำงของพื้นที่รอบ ๆ บก.ร้อย ประกอบด้วยหมวด ๓ หมวด เมื่อเป็นรูปนี้ก็พอจะนึกรูปร่ำงของบริเวณ พื้นที่นั้นได้ ว่ำมีลักษณะเป็นวงกลม กำรมอบให้จ่ำกองร้อยเป็นผู้รับผิดชอบในกำรรักษำพื้นที่ของแต่ละหมวดให้ โดยมีเส้นทำงแบ่งเขตก ำหนดไว้แน่นอน เมื่อแต่ละหมวดได้มอบหมำยพื้นที่มำแล้วก็ต้องจัดกำรแบ่งมอบพื้นที่ที่ ตนได้รับนี้ แบ่งให้แก่หมู่ของตนอีกต่อไป ๑.๕.๑ ขนำดพื้นที่ส ำหรับใช้ในกำรจอดรถ ควำมมุ่งหมำยที่จะใช้รถแยกย้ำยกันออกไปจอด หรือที่ เรียกว่ำกำรกระจำยก ำลังนี้มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ๑) ต้องกำรใช้ลักษณะภูมิประเทศเป็นเครื่องช่วยในกำรปกปิดก ำบัง ๒) เป็นลดอันตรำยจำกกำรถูกโจมตีทิ้งระเบิด หรือถูกระดมยิง ดันนั้น รถที่จะจอดต้องให้เป็นระเบียบ ทั้งรถบรรทุกและรถพ่วง เมื่อได้กระจำยกันจอดตำมที่ ได้ก ำหนดแล้ว ก็ต้องจัดกำรพรำงตนเองให้ดีที่สุด ในรูปต่อไปนี้ได้แสดงให้เห็นกำรวำง ก ำลังป้องกันตนเองรอบตัว เพื่อเตรียมป้องกันกำรซุ่มโจมตีจำกทำงพื้นดิน


๖๘ ๑.๕.๒ ทำงออกส ำรอง ทำงออกส ำหรับพื้นที่พักแรมควรต้องจัดให้มี เพื่อเป็นกำรส ำรองไว้ ในเมื่อทำงออกหลักที่เตรียมไว้ถูกท ำลำย หรือถูกข้ำศึกยึดได้นั้นกำรเป็นควำมรับผิดชอบของส่วนล่วงหน้ำต้อง เตรียมเลือกทำงออกส ำรองไว้ในเมื่อได้รับหน้ำที่ให้เลือก และวำงผังในกำรใช้พื้นที่พักแรม ในกำรก ำหนดให้หน่วยในกองร้อยเข้ำไปอยู่ในพื้นที่ที่ใช้เป็นที่พักแรม เป็นหน้ำที่ของส่วน ล่วงหน้ำ จะต้องไปเลือกและส ำรองพื้นที่เป็นที่ของ บก.ร้อย และเป็นที่ตั้งของหมวดซ่อมบ ำรุงตำม รปจ. ซึ่งกองร้อยได้ก ำหนดขึ้น นอกจำกนั้นก็ก ำหนดพื้นที่ให้แก่ส่วนต่ำง ๆ ของกองร้อย คือ แต่ละหมวดทั้งนี้ก็อยู่กับ กำรปฏิบัติกำรของข้ำศึกขณะนั้น ลักษณะและน้ ำหนักของรถในกองร้อยสถำนกำรณ์ทำงยุทธวิธีและลักษณะของ ภูมิประเทศ ณ ที่นั้น ๑.๖ หน้าที่ของส่วนล่วงหน้า ๑.๖.๑ เป็นผู้จัดด ำเนินกำรระวังป้องกันในขั้นต้นให้แก่ที่พักแรม ๑.๖.๒ จัดเจ้ำหน้ำที่ทำง ณ ต ำบลแยกขบวนเพื่อน ำรถต่ำง ๆ ต้องจัดวำงก ำลังยำมตรวจ กำรณ์และฟังกำรณ์ไว้รอบนอกที่พักแรมตำมที่ได้คัดเลือกไว้ เพื่อเฝ้ำตรวจและกำรแจ้ง เข้ำมำของข้ำศึกให้ ผบ.ร้อย ทรำบล่วงหน้ำ ๑.๖.๓ จัดกำรกรุยทำง วำงแผนกำรใช้ทำงให้รถยนต์มีกำรหมุนเวียนภำยในกองร้อย อย่ำงเหมำะสม เพื่อให้กองร้อยสำมำรถปฏิบัติภำรกิจได้ตำมต้องกำร ๑.๖.๔ กำรจรำจรภำยในบริเวณที่พักแรมต้องจัดให้เป็นกำรจรำจรทำงเดียว ๑.๖.๕ จัดให้รถทุกคันได้กระจำยกันออกไปและได้รับกำรพรำงและก ำบังให้เหมำะสมกับ สถำนกำรณ์ทำงยุทธวิธี ๑.๖.๖ กระจำยรถออกเพื่อลดอันตรำยจำกกำรโจมตีของข้ำศึกทำงภำคพื้นดิน ควรเว้น ระยะห่ำงของรถไม่น้อยกว่ำ ๑๕ เมตร (๕๐ ฟุต) และในกำรลดอันตรำยจำกกำรโจมตีจำกอำวุธนิวเคลียร์ หรือกำรโจมตีทำงอำกำศ จะต้องเว้นระยะห่ำงไม่น้อยกว่ำ ๔๕ เมตร (๑๕๐ ฟุต) ๒. การระวังป้องกันพื้นที่พักแรม ผบ.ร้อย เป็นผู้รับผิดชอบในกำรระวังป้องกันพื้นที่พักแรมของกองร้อย ดังนั้นจึงจ ำเป็นต้องริเริ่มกำร วำงแผนกำรระวังป้องกันจำกกำรโจมตีของข้ำศึกทำงพื้นดิน และกำรโจมตีทำงอำกำศโดยกำรใช้ระบบป้องกันเชิง รุกและเชิงรับ กำรป้องกันเชิงรุก หมำยถึง กำรใช้ก ำลังอำวุธทั้งสิ้นของหน่วยยิงป้องกันตันเองเฉพำะภำยในพื้นที่ หน่วยตนเองยึดครองเพื่อตอบโต้และผลักดันข้ำศึกออกไป ส่วนกำรป้องกันเชิงรับ หมำยถึง กำรซ่อนพรำง กำรก ำบังตน กำรกระจำยก ำลัง กำรลวง ซึ่งจะช่วยลดควำมเสียหำยจำกกำรโจมตีของข้ำศึก ผลส ำเร็จในกำร ปฏิบัติตำมแผนกำรป้องกันไม่ว่ำจะเป็นระบบใดขึ้นอยู่กับสภำพกำรฝึกของหน่วย คุณลักษณะของผู้น ำหน่วยขีด ควำมสำมำรถของทหำรในกำรปฏิบัติอย่ำงคล่องแคล่วรวดเร็วภำยใต้สถำนกำรณ์ทำงยุทธวิธีที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผบ. หน่วยจึงรับผิดชอบในกำรฝึกหน่วยของตนให้เกิดควำมช ำนำญในกำรป้องกันพื้นที่พักแรมอย่ำงเคร่งครัด และสม่ ำเสมอนอกจำกกำรวำงระเบียบระบุหน้ำที่ของแต่ละคนแต่ละส่วนในกำรระวังป้องกันแล้ว ยังต้องหมั่น ตรวจสอบกำรปฏิบัติว่ำได้ด ำเนินกำรไปตำมที่ได้ก ำหนดไว้เป็นประจ ำอีกด้วย ๒.๑ การป้องกันในเชิงรุก กำรป้องกันแบบนี้กองร้อยรถยนต์บรรทุกจะไม่ท ำกำรต่อสู้รุกไล่ข้ำศึกออกไปนอกเขตที่พักแรมของ ตน เว้นแต่พวกพลประจ ำปืนกลเบำและยำมตรวจกำรณ์ซึ่งได้วำงไว้รอบนอก เพรำะว่ำกำรป้องกันต่อสู้ชนิด มุ่งหวังที่จะรักษำตนเองและอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ตนรับผิดชอบให้พ้นภัยเท่ำนั้น อีกประกำรหนึ่งที่ไม่แน่เสมอไปว่ำ กำรโจมตีของข้ำศึกทำงพื้นดินจะกระท ำต่อบริเวณที่พักแรมเพียงจุดเดียว ข้ำศึกอำจจะเปิดกำรโจมตีหลำย ๆ จุด ในเวลำเดียวกันก็ได้หรือมิฉะนั้นอำจจะเปิดกำรโจมตีจำกก ำลังทำงอำกำศควบคู่ไปด้วย และให้หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เข้ำท ำกำรโจมตีทำงพื้นดินขั้นต่อไป ดังนั้นหน่วยจึงต้องต่อสู่อยู่เฉพำะบริเวณที่ตนใช้เป็นที่พักแรมเท่ำนั้น


๖๙ ผบ.ร้อย จึงต้องรวบรวมก ำลังของตนไว้พร้อมตลอดเวลำเพื่อแก้ปัญหำที่เกิดขึ้น ตำมปกติ รปจ. ของหน่วยจะ ก ำหนดหน้ำที่ในกำรป้องกันตันเองไว้แล้ว ซึ่งจะกล่ำวถึงระบบกำรแจ้งภัยกำรใช้อำวุธต่อกำรตอบโต้ข้ำศึกไว้อย่ำง พร้อมมูลแต่หำกว่ำกำรป้องกันต่อสู้ครำวนั้นไม่บังเกิดผลดีขึ้น ก็จ ำเป็นจะต้องมีกำรใช้ระบบกำรขอก ำลัง สนับสนุนกำรยิงจำกหน่วยบิน ๒.๑.๑ กำรเตรียมพร้อม ระบบกำรแจ้งภัยของกองร้อยปกติจะแบ่งออกเป็นสองตอน ในตอนแรกเป็นระบบเตือนภัยให้ ทุกคนได้เตรียมพร้อม กำรเตือนนี้อำจจะเป็นเสียงสัญญำณหรือแสงสัญญำณ ซึ่งในขณะนั้นหน่วยทหำรจะอยู่ใน ลักษณะที่พักเสียส่วนหนึ่ง เตรียมพร้อมอยู่อีกส่วนหนึ่ง เมื่อได้รับสัญญำณแจ้งภัยตอนแรกให้ทุกทนเข้ำประจ ำที่ ที่ได้ก ำหนดไว้ บรรดำยำมตรวจกำรณ์หรือเจ้ำหน้ำที่สำยตรวจก็จะได้รับก ำลังเพิ่มเติมอำวุธทุกชนิดพร้อมที่จะยิง ได้ทันที กำรปฏิบัติงำนอย่ำงอื่น ๆ ต้องหยุดหมด ทุกคนในหน่วยต้องพร้อมที่จะป้องกันอยู่ทุกขณะและเมื่อรู้แน่ ชุดว่ำข้ำศึกจะเข้ำโจมตีแน่นอนแล้ว ก็แจ้งสัญญำณตอนที่สองขึ้น หน่วยจะท ำอะไรบ้ำงมีหน้ำที่อย่ำงไรจะปรำกฏ อยู่ใน รปจ. ของหน่วย หลังจำกกำรปฏิบัติกำรเพื่อป้องกันที่พักแรมสิ้นสุด สถำนกำรณ์คลี่คลำยลงแล้วก็ให้แจ้ง สัญญำหมดภัย ก ำลังกองหนุนของหน่วยในระหว่ำงนี้ให้ ผบ.ร้อย เก็บไว้ใกล้ๆ ตัว เพื่อจะได้ใช้ในกำรแก้ปัญหำ อย่ำรีบส่งออกไปปฏิบัติงำนอื่น เมื่อข้ำศึกเปิดกำรโจมตี ให้ทุกคนเข้ำประจ ำต ำแหน่งของตนตำมหน้ำที่ และจะต้องฝังตัวอยู่ตำมต ำแหน่งปฏิบัติหน้ำที่ของตนปฏิบัติตำมที่ฝึกใน รปจ. ของหน่วยจนสถำนกำรณ์คลี่คลำย หรือจนกว่ำได้รับสัญญำหมดภัย ๒.๑.๒ กำรตีตอบโต้ กำรต่อสู่ด้วยกำรระดมยิงข้ำศึก ให้ทุกคนหวังผลที่จะท ำลำยข้ำศึกทุกคนที่จะบุกเข้ำมำแต่ถ้ำ หำกว่ำก ำลังข้ำศึกสำมำรถพุ่งเข้ำมำในเขตที่พักได้แล้ว เป็นหน้ำที่ของ ผบ.ร้อย ที่จะต้องใช้ก ำลังกองหนุนของตน ที่เก็บไว้ หรือมิฉะนั้นก็จัดก ำลังขึ้นใหม่ท ำกำรตอบโต้ หรือเพื่อตรึงก ำลัง ของข้ำศึกไว้กำรจะใช้ก ำลังเข้ำตีตอบโต้ ถ้ำไม่ได้รับกำรสนับสนุนจำกหน่วยอื่น เช่น ปืนใหญ่ เครื่องบิน ยำนเกรำะแล้ว ให้ผบ.หน่วยพิจำรณำระหว่ำงกำร ให้ก ำลังเข้ำตีโต้ตอบหรือจะยิงต่อสู้กับข้ำศึก ณ ที่มั่น ส ำหรับกำรจะใช้ก ำลังตีโต้ตอบข้ำศึกจะกระท ำต่อเมื่อ มีเหตุผลและสำมำรถกระท ำได้ เมื่อกระท ำไปแล้วต้องสำมำรถผลักดันก ำลังข้ำศึกให้ออกไปให้พ้นจำกที่มั่นรอบ ที่พักแรมที่ฝ่ำยเรำได้ดัดแปลงไว้ ๒.๑.๓ กำรถอนตัว ถ้ำปรำกฏว่ำ ก ำลังของข้ำศึกที่เข้ำโจมตีต่อที่พักแรม มีก ำลังมำกและในบริเวณนั้นไม่มีหน่วย ทหำรฝ่ำยเดียวกันที่จะขอให้ช่วยเหลือได้แล้ว ก็ให้ท ำกำรถอนตัวได้ แต่ทั้งนั้นจะต้องรำยงำนขออนุมัติ ผู้บังคับบัญชำในขั้นถัดไปเสียก่อน ในแผนกำรป้องกันตัวเองที่หน่วยได้ก ำหนดไว้จะต้องมีก ำลังส่วนหนึ่ง เพื่อท ำกำรตีโต้ตอบ ซึ่งก ำลังส่วนนี้เองที่จะใช้เป็นหน่วยก ำบังเพื่อให้ส่วนใหญ่ถอนตัว ถ้ำปรำกฏว่ำก ำลังของ ข้ำศึกได้รุกกระชั้นชิดมำ ให้ใช้ก ำลังส่วนน้อยเข้ำต่อสู่เพื่อก ำบัง หรือรั้งหน่วงไว้ เพื่อให้ส่วนใหญ่ได้ถอนตัวออกไป และก่อนที่ส่วนก ำบังจะถอยควรให้จัดกำรท ำลำยอำวุธยุทโธปกรณ์ทุกอย่ำงที่น ำไปใช้ได้ให้หมดมิให้ตกไปถึงมือ ข้ำศึก กำรถอนตัวของหน่วยก ำลัง ถ้ำกระท ำได้ควรใช้รถยนต์เพื่อเพิ่มควำมรวดเร็วในกำรถอนตัวจำกกำรติดตำม ของข้ำศึก ๒.๒ การป้องกันในเชิงรับ กำรป้องกันตนเองแบบนี้ เป็นวิธีกำรป้องกันที่ใช้กำรยิงต่อสู่ข้ำศึกน้อยที่สุด หรือไม่ต้องท ำกำรยิงต่อ สู่เลย ถ้ำจะตั้งค ำถำมว่ำ ท ำไมจึงต้องใช้วิธีกำรป้องกันแบบนี้มำป้องกันที่พักแรม ค ำตอบง่ำย ๆ ก็คือเพรำะ อันตรำย กำรจัดของกองร้อย รยบ. มีก ำลังพลและอำวุธจ ำกัด มีพอเพียงแต่เฉพำะปฏิบัติภำรกิจในทำงกำรขนส่ง เท่ำนั้น มิได้จัดไว้เพื่อท ำกำรต่อสู่โจมตีข้ำศึกทั้งทำงพื้นดินและทำงอำกำศ


๗๐ กำรป้องกันแบบนี้มีหลักกำรที่ส ำคัญก็คือ กำรปกปิดก ำลัง และกำรกระจำยก ำลัง เมื่อหน่วยได้เข้ำ พื้นที่พักแรมเรียบร้อยแล้ว ผู้บังคับบัญชำหน่วยจ ำเป็นจะน้องสั่งกำรให้ทหำรทุกคนขุดหลุมบุคคลเพื่อให้เป็น ก ำบังทันทีเพรำะให้กำรใช้หลุมบุคคลเป็นเครื่องช่วยเสริมหลักกำรปกปิดก ำบังและกำรพรำงได้อย่ำงหนึ่ง เหมือนกันนอกจำกจะใช้วิธีดังกล่ำวแล้ว กำรใช้ฉำกภูมิประเทศของพืชพรรณ กำรอำศัยควำมมืด กำรเลือกใช้ ลักษณะดินฟ้ำอำกำศที่เป็นกำรขัดขวำงต่อกำรตรวจกำรณ์ของเครื่องบินข้ำศึก กำรใช้ฉำกควันก ำกับ กำรพรำง แสงไฟหรือกำรป้องกันสะท้องแสง กำรป้องกันในเรื่องเงำที่จะเกิดขึ้น กำรจ ำกัดกำรเคลื่อนย้ำยที่ไม่จ ำเป็นเหล่ำนี้ เป็นเครื่องส่งเสริมกำรพรำงให้เป็นผลดีได้ ส่วนหลักกำรกระจำยก ำลังนั้นมีผลในกำรช่วยลดอันตรำยจำกลูก ระเบิด กำรลวงเป็นกำรปฏิบัติชนิดหนึ่งที่ใช้ในกำรป้องกันในเชิงรับ เป็นต้นว่ำท ำรอยล้อให้เข้ำไปในพุ่มไม้ ได้ใช้เป็นก ำลังจริง ๆ ใช้รถที่ใช้กำรไม่ได้จอดลวงตำข้ำศึกไว้เป็นต้น จำกหลักกำรจะต้องตระหนักในกำรใช้วิธีกำร ต่ำง ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์เพื่อน ำมำใช้ในกำรป้องกันตนเองในเชิงรับ โดยกำรคิดค้นขึ้นเองหรือท ำกำรฝึกให้ ผู้บังคับบัญชำ ให้รู้จักปฏิบัติได้ถูกต้องแบบธรรมเนียมอย่ำงไม่หยุดยั้งมีกำรปฏิบัติอีกอย่ำงหนึ่งที่จะเป็นเหตุให้ หน่วยได้รับควำมเสียหำยมำกหรือน้อยคือกำรใช้ระบบสัญญำณเตือนภัยให้ทันกำรและถูกต้อง ซึ่งจ ำเป็นต้อง ระลึกและเอำใจใส่พิถีพิถันให้ผู้รับผิดชอบในกำรแจ้งภัยนั้น ๆ เข้ำใจหน้ำที่อย่ำงดีด้วย และถ้ำสำมำรถท ำได้ กำร ตกแต่งที่มั่นหรือสร้ำงเสริมให้แข็งแรงตำมระบบกำรป้องกันค่ำย ก็จะท ำให้ระบบป้องกันตนเองในที่พักแรม ปลอดภัยยิ่งขึ้นแต่ทั้งนี้ไม่ได้หมำยถึงกำรสร้ำงป้อมปรำมกำรอย่ำงแน่นหนำ กำรใช้ระบบกำรป้องกันจำกกำรใช้ อำวุธนิวเคลียร์ของข้ำศึก สิ่งที่จะต้องกระท ำนั้นก็คือ กำรต้องวำงแผนกำรระวังป้องกันไว้ให้ละเอียดและวำงไว้ หลำย ๆ แผนให้ครบถ้วน ๒.๒.๑ กำรโจมตีทำงพื้นดิน กำรใช้ระบบกำรป้องกัน ใช้เชิงรับเพื่อต่อต้ำนกำรโจมตีทำงพื้นดินจะไม่เกิดผลเหมือนกับใช้ ระบบกำรป้องกันในเชิงรุก เพรำะกำรพรำงอำจจะช่วยได้เพียงชั่วขณะ แต่ถ้ำข้ำศึกได้เข้ำมำถึงตัวแล้ววิธีกำร ที่จะป้องกันที่ดีนั้นก็คือกำรต่อสู้ กองร้อย รยบ. ที่แยกไปปฏิบัติงำนอิสระจะต้องรับผิดชอบในกำรจัดกำรระวัง ป้องกันด้วยตัวเองจึงจ ำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้องจัดกำรวำงรูปกำรระวังป้องกันในที่พักแรมเป็นแบบรอบตัว ข้ำศึก ที่โจมตีทำงภำคพื้นดินเป็นศัตรูส ำคัญของขบวนล ำเลียงยิ่งกว่ำอย่ำงอื่น เพรำะข้ำศึกต้องโจมตีขบวนล ำเลียง เพื่อต้องกำรอำวุธกระสุน อำหำร น้ ำมัน ฯลฯ ฉะนั้น กำรที่คิดป้องกันต่อสู้จำกข้ำศึก จึงแบ่งกำรปฏิบัติออกเป็น ๒ ตอนคือ ตอนเตรียมกำรป้องกันและตอนที่ถูกข้ำศึกโจมตี ๑) กำรเตรียมกำรป้องกัน เรำทรำบแล้วว่ำข้ำศึกมีลักษณะกำรโจมตีโดยอำศัยกำรจู่โจม และซุ่มยิงกำรเตรียมกำร ป้องกันในขั้นแรกก็คือ กำรเลือกที่มั่นรอบบริเวณที่พักแรมให้เหมำะสม กวดขันในเรื่องรำยละเอียดต่ำง ๆ ตั้งแต่ เจ้ำหน้ำที่จนถึงทหำรในเรื่องกำรระวังป้องกันให้ทั่วถึง และมีกำรซักซ้อมให้เป็นที่เข้ำใจพยำยำมใช้ฉำกขัดขวำง เพื่อเป็นเครื่องป้องกันกำรบุกเข้ำโจมตีจำกข้ำศึกแบบกองโจร เช่น ลวดสะดุด ทุ่นระเบิด พลุส่องแสง และสัญญำณต่ำง ๆ ที่จะใช้เป็นเครื่องเตือนภัยบอกกำรเข้ำมำของข้ำศึก เพื่อให้บรรดำยำมรักษำกำรณ์ ยำมสังเกตกำรณ์ หมู่ตรวจ รู้ล่วงหน้ำก่อนข้ำศึกเข้ำมำใกล้ กำรวำงก ำลังเพื่อต่อสู่ควรวำงซ้อนกันในทำงลึก โดยแบบส่วนลำดตระเวรให้ปฏิบัติกำรอยู่รอบนอก จัดส่วนก ำลังยิงจัดไว้อยู่ภำยนอก ทั้งนี้ให้ทุกหมวดรับผิดชอบ ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ ส่วน บก.ร้อย จะอยู่ที่จุดศูนย์กลำงของพื้นที่ มียำมรักษำกำรณ์ อยู่รอบนอก เมื่อมีเหตุกำรณ์เกิดขึ้น บก.ร้อย ก็จะสำมำรถแก้ไขสถำนกำรณ์ได้ทั่วถึงและทันเหตุกำรณ์ ๒) กำรต่อสู้เมื่อถูกโจมตี ให้แบ่งก ำลัง ๒/๓ เพื่อใช้ในกำรต่อสู่หรือเข้ำโจมตีข้ำศึก และส่วนที่เหลือ ๑/๓ ให้เก็บ ไว้เป็นกองหนุนของ ผบ.หน่วย ส่วนมำกกองหนุนนี้มักใช้ก ำลังจำก มว. ซ่อมบ ำรุง และ บก.ร้อย กำรใช้ก ำลัง กองหนุนนี้จะต้องระบบไว้ในแผนกำรระวังป้องกันของกองร้อยด้วย และก ำลังกองหนุนนี้ต้องจัดให้สำมำรถ


๗๑ เคลื่อนก ำลังไป ณ ต ำบลใด ๆ ภำยในบริเวณที่พักแรมให้ได้รวดเร็วทันกำร ทั้งจะไปช่วยเสริมก ำลัง ณ จุดอ่อนที่ อำจจะเกิดขึ้นเมื่อถูกโจมตี ๒.๒.๒ กำรวำงก ำลังป้องกันแบบรอบตัว กำรวำงก ำลังแบบรอบตัวของกองร้อย รยบ. สำมำรถจะใช้ก ำลังของหน่วยต้ำนทำนกำรจู่โจม ของข้ำศึกให้ทุกทิศทำงและสำมำรถจะยับยั้งกำรบุกเข้ำจู่โจมจำกข้ำศึกได้ดีกว่ำแบบอื่น ๆ กำรป้องกันแบบนี้ จุดส ำคัญอยู่ที่ระบบกำรเตือนของยำมรักษำกำรณ์รอบนอกซึ่งได้จัดวำงไว้ เพื่อให้แจ้งสัญญำณเมื่อข้ำศึก จะเข้ำโจมตี เพื่อเสริมควำมมั่นคงในกำรป้องกันแบบนี้ ควรจะต้องใช้ เครื่องกีดขวำงวำงกั้นเส้นทำงที่จะเข้ำมำสู่ บริเวณที่พักแรมไว้ด้วย และขณะเดียวกันก็ต้องใช้ปืนกลเบำซึ่งเป็นอำวุธหนักประเภทเดียวของกองร้อยเฝ้ำ สิ่งกีดขวำงที่ได้จัดท ำนี้ไว้ด้วย ๒.๒.๓ ก ำลังทหำรที่ใช้ท ำกำรป้องกัน กองร้อย รยบ. เป็นหน่วยทหำรที่มีอำวุธขนำดเบำใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งหวังไว้ป้องกันตัวในขณะไป ปฏิบัติภำรกิจ จึงถือว่ำหน่วยทหำรขนส่งเป็นหน่วยที่อ่อนแออย่ำงมำก ทหำรทุกคนต่ำงก็มีภำรกิจในหน้ำที่หลัก ของตนอยู่ ฉะนั้น ในกำรที่จะก ำหนดให้เข้ำท ำหน้ำที่ระวังป้องกันตนเองได้ทุกโอกำสนั้นก็ควรจะก ำหนดให้เขำ เหล่ำนั้นรู้หน้ำที่ในเรื่องกำรป้องกันตำมแผนไว้อย่ำงดี และจะต้องรับกำรฝึกซ้อมอยู่เป็นประจ ำ ข้อส ำคัญในเรื่อง อำวุธประจ ำกำยจะต้องให้สำมำรถหยิบฉวยได้ง่ำยเมื่อมีเหตุกำรณ์และก็ให้สำมำรถใช้อำวุธนั้น ๆ ได้อย่ำง คล่องแคล่ว ๒.๒.๔ อำวุธ กำรใช้อำวุธส ำหรับป้องกันต่อสู้ของกองร้อย รยบ. นี้ ใช้จำกอำวุธประจ ำกำยและอำวุธกล ประจ ำหน่วย โดยวำงฉำกกำรยิงให้ประสำนกันให้มำกที่สุด ให้ถือเอำ ปืนกลเบำ ของกองร้อยเป็นอำวุธหลักใน กำรวำงก ำลังยิง โดยหลุมปีนและมีกำรพรำงประกอบ และเพื่อควำมปลอดภัยกับบรรดำที่ตั้ง ปืนกลเบำ เหล่ำนี้ จะต้องให้มีก ำลังคอยคุ้มกันให้อีกด้วย หรืออำจจะให้หน่วยลำดตระเวนนั้นเอง ๒.๒.๕ อำวุธอื่นที่อำจจะน ำมำใช้ประกอบ ถ้ำสำมำรถท ำได้ควรหำอำวุธที่จะมำช่วยในกำรป้องกันเพิ่มเติม เช่น ทุ่นระเบิด พลุส่องแสง กำรใช้ทุ่นระเบิดและพลุส่องแสง กำรวำงทุ่นระเบิดให้วำงรอบตัวที่บริเวณที่พักแรม คือ ให้หำงจำกหลุมบุคคล หรือที่ตั้ง ปืนกลเบำ ออกไปประมำณ ๑๘๐ เมตร (๒๐๐ หลำ) กำรใช้เครื่องยิงจรวดต่อสู่รถถัง มีไว้ส ำหรับต่อสู่ ยำนเกรำะของข้ำศึก ควรเก็บไว้ ณ บริเวณกึ่งกลำง ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้แก้ปัญหำที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วต่อจุดต้ำนทำนที่ เห็นว่ำอ่อนแอ ๒.๒.๖ กำรพรำง กำรพรำงที่กำรท ำด้วยหลักกำรที่ถูกต้อง นับว่ำเป็นประโยชน์อย่ำงยิ่งต่อกำรช่วยให้หน่วย ทหำรรอดพ้นจำกกำรตรวจกำรณ์ของข้ำศึกทั้งทำงอำกำศและทำงพื้นดินอย่ำงกำรใช้กำรพรำงให้เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นกำรป้องกันตัวนั้นมีหลำยวิธีเช่น ๑) รอยล้อ กำรวิ่งรถไปมำภำยในบริเวณนี้ หรือกำรน ำรถเข้ำที่พักแรมจะเกิดรอยล้อ ขึ้น และรอยล้อนี้เองจะเป็นผลเสียในกำรปกปิดของรถ เพรำะมันจะเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่ำเจ้ำของรอยนั้นไปหลบ แอบซ่อนอยู่ ณ ที่ใด นั้น กำรที่จะใช้รอยล้อให้เกิดประโยชน์ต่อกำรพรำง ก็คือ กำรลวงโดยท ำรอยล้อให้สับสน นอกเหนือไปจำกแผนที่ได้ก ำหนดไว้ หรือหำกเป็นไปได้ ให้พยำยำมลบรอยล้อให้หมดไปจำกพื้นที่ ๒) กำรใช้ตำขำยเพื่อช่วยในกำรพลำง มักจะใช้กับรถพ่วง และสิ่งอุปกรณ์อื่น ๆ และจะใช้ก็ต่อเมื่อลักษณะภูมิประเทศบริเวณนั้นไม่สำมำรถจะเกื้อกูลให้กำรปกปิดก ำลัง ส่วนกำรจะเสริมแต่ง เพื่อให้กลมเกลียวกับธรรมชำติรอบตัวนั้น ต้องแล้วแต่ฤดูกำลหรือลักษณะพืชพรรณรอบ ๆ บริเวณตำมปกติตำ ข่ำยจะจ่ำยประจ ำไว้กับหน่วย


๗๒ ๓) อำศัยกำรก ำบังจำกร่มไม้และผ้ำใบ ในกำรซ่อนรถเพื่อให้พ้นจำกกำรตรวจกำรณ์ ทั้งอำกำศและทำงพื้นดิน พลขับที่มีไหวพริบดีจะน ำรถของตนแยกออกไปจอดซุกตำมพุ่มไม้ โดยอำศัยกองไม้หรือ ใบไม้เพื่อปกปิดก ำบัง และเพื่อให้ได้ผลดีก็อำจจะต้องใช้ตำข่ำยและผ้ำใบประกอบกำรพรำงครั้งนั้นก็ได้ ๔) กำรอำศัยเงำของตัวอำคำรหรือตึก ในเขตบ้ำนเมื่อมองก็สำมำรถใช้เป็นที่ก ำบังได้ เช่นกันแต่ต้องอำศัยเทคนิคในกำรพรำงจำกผู้ที่ได้รับกำรอบรมมำแล้ว ๕) กำรระบำยสี วิธีทำสีหรือระบำยสี สิ่งก่อสร้ำงที่ปรำกฏให้กลมกลืนไปกับภูมิ ประเทศที่แวดล้อมก็ถือว่ำเป็นเทคนิคในกำรพรำงอย่ำงหนึ่งและสำมำรถกระท ำได้ ๖) กำรพรำงตัวทหำร ทหำรทุกคนจะต้องเอำใจใส่ในกำรพรำงตัวเองให้เข้ำกับ ภูมิประเทศรอบตัว โดยเฉพำะทหำรที่ให้ไปท ำหน้ำที่ยำมรักษำกำรณ์จะต้องตกแต่งเครื่องแต่งกำยของตนให้เข้ำ กับภูมิประเทศรอบ ๆ ตัว ไม่มีชิ้นส่วนใดเป็นเครื่องจูใจหรือสะท้อนแสง เพื่อดึงดูดควำมสนใจของข้ำศึก กำรออกจำกที่พักแรม กำรพรำงนี้มิใช่จะกระท ำเฉพำะเมื่อหน่วยเข้ำไปพักอำศัยอยู่เท่ำนั้น แม้แต่เมื่อหน่วยจะออกจำกที่พันแรมก็ควรจะมีกำรพรำงอีกเช่นกัน เพรำะปรำกฏว่ำ เมื่อหน่วยจะออกจำก บริเวณนั้นก็จะทั้งบรรดำเครื่องพรำงเช่น กิ่งไม้ รอยล้อ ฯลฯ ไว้เกะกะไปหมด สิ่งเหล่ำนี้จะเป็นเครื่องฟ้องให้ ผู้ตรวจกำรณ์ทำงอำกำศทรำบได้ว่ำ มีหน่วยขนส่งใดเข้ำมำพักอำศัยอยู่ ณ บริเวณนั้นมีก ำลังเท่ำใด มียำนพำหนะใดบ้ำงและก ำลังมุ่งหน้ำไปในทำงทิศใดเหล่ำนี้เขำสำมำรถอ่ำนได้ว่ำ จำกทำงภำพถ่ำยทำงอำกำศ ฉะนั้น เมื่อหน่วยจะออกจำกที่พักแรมบรรดำสิ่งต่ำง ๆ ที่ใช้เพื่อท ำกำรพรำงในครั้งแรก ก็อำจจะต้องสงวนไว้ให้คง รูปอย่ำงเดิมเหมือนเมื่อรถเข้ำไปอยู่ กำรท ำลำยเป็นแผนกำรระวังป้องกันประกำรสุดท้ำย เพื่อป้องกันมิให้บรรดำยุทธปัจจัย เหล่ำนั้นหวนกลับมำท ำลำยเรำหรือพันธมิตรของเรำอีก กำรวำงแผน กำรท ำลำยอำวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วย กองร้อย รยบ. ก็คงเช่นเดียวกันหน่วยอื่น ๆ ผู้บังคับบัญชำเท่ำนั้นที่ต้องรับผิดชอบในกำรวำงแผนและตัดสินใจ ท ำลำยเมื่อมีเหตุกำรณ์เข้ำตำจนจะต้องสังกำรให้ท ำลำย


๗๓ บทที่ ๗ การพราง (Camouflage) ควำมรู้เรื่องกำรพรำงเป็นสิ่งที่จ ำเป็นมำกส ำหรับพลขับเท่ำ ๆ กับกำรปรนนิบัติบ ำรุงรักษำ ยำนพำหนะ กำรพรำงยำนพำหนะซึ่งมีกำรซ่อนเร้นไม่ดี อำจท ำให้ถูกข้ำศึกโจมตีโดยกำรยิงกรำด หรือทิ้งระเบิด ซึ่งเป็นกำรเสียหำยยิ่งกว่ำยำนพำหนะที่ขำดกำรบ ำรุงรักษำเสียอีก อีกประกำรหนึ่ง ยำนพำหนะที่ช ำรุดใช้งำน ไม่ได้ในกรณีซึ่งมีกำรพรำงไม่ดีจะท ำให้ข้ำศึกค้นพบหน่วยทหำร เป็นกำรเปิดเผยแผนกำรทำงยุทธวิธีที่ส ำคัญ หรือไม่ก็ท ำให้ที่ตั้งหน่วยทหำรนั้นถูกข้ำศึกท ำลำยย่อยยับได้ กำรพรำงไม่เพียงแต่เป็นกำรปกปิดก ำบังแต่เพียง ยำนพำหนะเท่ำนั้น ยังหมำยถึงกำรป้องกันและปกปิดรอยทำงที่เกิดจำกยำนพำหนะด้วย ๑. การใช้เส้นทางเดินรถ ๑.๑ การงวางแผนการใช้ทาง หน่วยทหำรจะเข้ำไปอยู่ ณ ที่ตั้งใหม่ ก่อนอื่นส่วนตรียมที่พักต้องลำดตระเวน และท ำแผนที่เกี่ยวกับ กำรปกปิดรอยทำงเสียก่อน ไม่ควรเข้ำไปในที่ตั้งใหม่จนกว่ำจะท ำแผนที่ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วและหมำยเส้นทำง พลขับขึ้นไปตำมเส้นทำงที่ได้ก ำหนดไว้ เจ้ำหน้ำที่ส่วนเตรียมที่พักต้องเป็นผู้ที่สำมำรถนึกรูปร่ำงของภำพ ภูมิประเทศที่มองเห็นได้จำกทำงอำกำศ กำรท ำแผนที่เกี่ยวกับรอยทำงให้เป็นแบบฉบับเดียวกันนั้นย่อมท ำไม่ได้ ที่พักแต่ละแห่งก็จะต้องมีแผนผิดแปลกกันไป กำรท ำแผนที่จะต้องให้เข้ำกับรูปร่ำงของภูมิประเทศ โดยใช้ ประโยชน์จำกเท่ำที่มีอยู่ ใช้เครื่องก ำบังและใช้เงำซึ่งเป็นรูปร่ำงตำมธรรมดำของภูมิประเทศอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นที่ สงสัยน้อยที่สุด เจ้ำหน้ำที่ส่วนเตรียมที่พักจะต้องได้พิจำรณำถึงปัจจัยต่ำง ๆ ซึ่งจะยังผลให้แก่แผนนี้ได้ปัจจัยเหล่ำนี้ ก็มีระยะเวลำที่จะอยู่ เวลำที่จะเข้ำและออกจำกที่พักมำกน้อยเพียงใด ขนำด ลักษณะและหน้ำที่ของหน่วย ที่จะ เข้ำพักอยู่ต้องทรำบระยะห่ำงจำกข้ำศึก, ดินฟ้ำอำกำศที่จะจ ำกัดกำรเห็น, ถนนที่ใช้ได้ตลอดฤดูมีมำกน้อยพียงใด และก ำลังของหน่วยต่อสู้อำกำศยำนที่เคลื่อนที่ด้วยยำยยนต์ กำรท ำแผนนั้นนอกจำกจะใช้วิธีกะเอำบนภูมิ ประเทศแท้ๆ แล้วควรจะได้ท ำแผนที่นี้ไว้บนแผ่นบริวำรของแผนที่ หรือท ำให้ในภำพสเก็ตพื้นที่ในบริเวณนั้น แสดงบริเวณที่จอดรถและเส้นทำงตอนที่จะต้องมีผู้ชี้ทำงควบคุมเจ้ำหน้ำที่ที่วำงไว้ตำมเส้นทำงเหล่ำนี้ ไม่เพียงแต่ ควบคุมรถให้ไปตำมเส้นทำงที่ถูกต้องเท่ำนั้น ยังเป็นผู้ควบคุมดูแลให้ปฏิบัติไปตำมระเบียบกำรพรำง ๑.๒ รอยทาง รอยทำงเป็นเครื่องหมำยที่บอกให้ผู้ตรวจกำรณ์ทำงอำกำศและผู้ตีควำมรูปถ่ำยทำงอำกำศ ทรำบ รอยทำงอำจจะแสดงให้ทรำบถึงที่ตั้ง ก ำลังและควำมตั้งใจของหน่วย บำงทีค่อย ๆ เลี้ยวของยำนพำหนะ ซึ่งใช้ล้อ มักสังเกตได้แตกต่ำงกับรอยทำงเลี้ยวหักเป็นมุมของยำนพำหนะซึ่งใช้เป็นสำยพำน และรอยทำงเดียว ซึ่งผ่ำนไปในพื้นที่ซึ่งมีพืชพันธ์ต่ำง ๆ เห็นได้ชัดเจน หำกมีรอยทำงอยู่แล้ว ให้ใช้รอยทำงเดิม อย่ำท ำรอยใหม่ขึ้น ๑.๓ การซ่อนเร้นเส้นทาง เส้นทำงเดินในป่ำโดยปกติจะมีสิ่งก ำลังตำมธรรมชำติ แต่ตำมช่องว่ำงระหว่ำงต้นไม้ นักบินสำมำรถ ที่จะมองเห็นขบวนล ำเลียงได้ หำกจ ำเป็นต้องท ำกำรซ่อนเร้นในตอนที่มีควำมส ำคัญ เรำสำมำรถส่งหน่วย ลำดตระเวนออกไปส ำรวจและท ำกำรสร้ำงฉำกพรำงโดยใช้เครื่องพรำงธรรมชำติหรือเครื่องพรำงที่สร้ำงขึ้น และอำจลบรอยทำงเดินรถด้วยกำรโรยใบไม้ ซึ่งเส้นทำงที่ก ำกำรซ่อนเร้นทั้งหมด ควรจะขึงลวดกั้นไว้ทั้งสองข้ำง ทำงและวำงยำมไว้ เพื่อป้องกันกำรเดินออกนอกพื้นที่ที่ต้องกำรพรำง


๗๔ ๒. การเลือกที่ตั้ง และที่จอดรถ ที่ตั้งควรเลือกให้ได้รับประโยชน์อยู่ตำมลวดลำยของภูมิประเทศ ควำมประสงค์ของกำรเลือกที่ตั้งที่ดี ก็คือท ำกำรยึดภูมิประเทศอยู่โดยไม่ท ำให้ลักษณะของภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง กำรกระท ำเช่นนี้ก็คือ จอดยำนพำหนะอยู่ใต้สิ่งปกปิดตำมธรรมชำติที่มีอยู่ หำกมีสิ่งปกปิดตำมธรรมชำติไม่เพียงพอ ก็จอดให้รูปร่ำงของ ยำนพำหนะเป็นส่วนหนึ่งตำมธรรมชำติของลวดลำยในภูมิประเทศ ๒.๑ การเลือกที่ตั้งในภูมิประเทศที่เป็นป่า ภูมิประเทศที่เป็นป่ำย่อมอ ำนวยกำรซ่อนเร้นเป็นอย่ำงดี ส ำหรับยำนพำหนะและรอยทำงพื้นที่ ที่เป็นป่ำย่อมมีลวดลำยอันไม่เป็นระเบียบ เพื่อรักษำลักษณะธรรมชำตินี้ไว้ ยำนพำหนะควรแยกกระจำยกัน อย่ำ จอดให้เป็นระเบียบตำมมุมป่ำต่ำง ๆ และมีระยะห่ำงไม่เป็นอันตรำยร่วมกัน ๒.๒ การเลือกที่จอดรถ ที่จอดรถเลือกมำจำกที่ต่ำง ๆ ในภูมิประเทศนั้นที่เห็นว่ำเป็นประโยชน์ดี วัตถุประสงค์ของที่จอดรถที่ ดีก็คือให้จอดรถในภูมิประเทศนั้นได้โดยไม่ต้องมีกำรดัดแปลงรูปร่ำงของภูมิประทศเดิมที่ผิดแปลกไป ดังนั้น กำรจอดรถควรอำศัยร่มไม้ชำยคำตำมธรรมชำติตำมแต่จะหำได้ เมื่อมีไม่พอกำรจอดควรจอดให้รูปร่ำงของรถ ไปตำมรูปร่ำงของภูมิประเทศตำมธรรมชำติ ก่อนที่พลขับจะหำที่จอดรถโดยใช้ประโยชน์จำกเครื่องก ำบังในภูมิประเทศตำมที่มีอยู่ต้องเรียนรู้ถึง แบบของภูมิประเทศต่ำง ๆ ก่อนที่จะสังเกตเห็นได้ทำงอำกำศ ซึ่งในพื้นที่ยุทธบริเวณกำรเรียนรู้เป็นสิ่งส ำคัญมำก แบบของภูมิประเทศ แบ่งเป็นส่วนใหญ่ได้ ๔ แบบ ภูมิประเทศเป็นป่ำไม้ เป็นไร่นำที่ประกอบด้วย ตึกรำมบ้ำนช่อง ที่ซึ่งไม่มีต้นไม้ (เป็นที่แห้งแล้ง) กำรเลือกที่จอดรถในภูมิประเทศเป็นป่ำ ภูมิประเทศเหล่ำนี้ให้กำรก ำบังแก่ตัวรถและรอยรถ เป็นอย่ำงดี รูปร่ำงของภูมิประทศที่เป็นป่ำไม้นี้ ไม่แน่นอน เพื่อที่จะให้เป็นไปตำมรูปร่ำงธรรมชำติให้กระจำยรถ ออกจำกกัน แลหลบเข้ำจอดใต้พุ่มไม้ได้โดยไม่ต้องเป็นระเบียบเดียวกัน กำรเลือกจอดรถในภูมิประเทศที่เป็นไร่นำ ภูมิประเทศชนิดนี้มีลักษณะที่แน่นอน เห็นได้ง่ำย คือแนว รอยคันนำ แนวรอยคันไถ กำรก ำบังตำท ำให้รถกระจำยคันออกไป และจอดขนำนกับแนวของภูมิประเทศนั้น ๆ อย่ำจอดกลำงทุ่ง กลำงนำ หรือแล่นรถผ่ำนไป ให้ขับจอดตำมภูมิประเทศ เช่น คันนำ รถคันหลัง ๆ ให้แล่นตำม รอยทำงเดียวกันเสมอ กำรเลือกที่จอดรถในภูมิประเทศที่เป็นตึกรำมบ้ำนช่อง กำรเลือกที่จอดรถในภูมิประทศเช่นนี้ เพื่อกำรก ำบัง มีโอกำสท ำได้ง่ำยมำก เช่น ให้จอดอยู่ตำมบริเวณเงำบ้ำน กำรจอดให้จอดรถขนำนกับตัวเรือน หรือตึก อย่ำได้มองผ่ำนต้นไม้ ๒ – ๓ ต้น ซึ่งอำจใช้เป็นเครื่องก ำบังตำได้ดี กำรเลือกหำที่จอดรถในภูมิประเทศที่กันดำร เช่นเป็นทะเลทรำย หรือเป็นที่แห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ กำร หำที่ก ำบังตำ หำได้ถ้ำได้พิจำรณำพื้นที่อย่ำงถี่ถ้วน รูปร่ำงของภูมิประเทศแบบนี้เป็นภูมิประเทศที่แห้งแล้ง พื้นดิน เป็นรอยหรือเป็นลูกคลื่น บำงแห่งมีก้อนหินระเกระกะ อำจมีพุ่มไม้และมีเงำซึ่งเกิดจำกสิ่งต่ำง ๆ เหล่ำนี้ กำรจอด รถก็ต้องกระจำยกันออกไป และหำที่จอดรถเพื่อให้เงำของรถที่เกิดขึ้น กลืนหำยไปกับเงำของรถตำมพื้นที่ของหิน หรือพุ่มไม้ ๓. การพรางยานพาหนะ เพื่อป้องกันกำรตรวจกำรณ์จำกทำงพื้นดินและทำงอำกำศของข้ำศึก กระท ำได้โดยกำรซ่อนพรำงแต่ ละคัน กำรรวมยำนพำหนะเข้ำซ่อนพรำงเป็นแห่งเดียวและกำรลวงที่ซ่อน ๓.๑ เครื่องมือเครื่องใช้ - โดยกำรใช้สี กิ่งไม้ หรือตำข่ำย ที่กลมกลืนกับภูมิประเทศ ท ำกำรพรำงส่วนที่สะท้อนแสง ต่ำง ๆ เช่น กระจก โคมไฟ และสิ่งสะท้อนแสงอื่น ๆ


๗๕ - กระจกหน้ำรถใช้วิธีพับลงแล้วพันหุ้มโดยผ้ำใบหลังคำรถ - กำรพรำงบุคคลและเครื่องมือเครื่องใช้ที่น ำไปกับยำนพำหนะจะต้องกระท ำด้วยกำรพรำง ยำนพำหนะที่จอดอยู่กับที่ เป็นวิธีกำรพรำงที่ดีที่สุด มีวิธีกำรดังนี้ ๑) โดยใช้สี กิ่งไม้หรือตำข่ำย ที่กลมกลืนกับภูมิประเทศ ๒) โดยกำรเข้ำจอดบังเงำต้นไม้ หรือบังเงำสิ่งปลูกสร้ำงอื่น ๆ ๓.๒ การพรางยานพาหนะในขณะเคลื่อนที่ เป็นวิธีกำรพรำงที่กระท ำได้ยำก สำมำรถมองเห็นรอย ล้อที่วิ่งไปหรือผงฝุ่นที่เกิดขึ้นจำกกำรเคลื่อนที่ โดยทั่วไปมีวิธีกำรปฏิบัติดังนี้ - ในกำรเคลื่อนที่เวลำกลำงวันในที่ที่ไม่มีกำรปกปิดก ำบังและมีผงฝุ่นมำกนักจะกระท ำโดย กำรเปิดระยะต่อให้ย่ำงออกไป - ยำนพำหนะทุกคันท ำกำรพรำงเช่นเดียวกันเมื่อจอดอยู่กับที่ แต่ต้องมิให้เสียผลในกำรบังคับ ขบวนกำรบรรทุกหรือควำมคล่องตัวของยำนพำหนะนั้น ๆ - พยำยำมเคลื่อนที่ในเส้นทำงที่มีกำรก ำบังตำมธรรมชำติมำกที่สุด - เมื่อขบวนถูกซุ่มโจมตีหรือถูกตรวจกำรณ์โดยข้ำศึก จะหยุดเข้ำหำที่ก ำบังทันที และมีกำร ระวังป้องกันตำมที่ได้ก ำหนดไว้ตำมหน้ำที่ของแต่ละคน ๓.๓ การพรางยานพาหนะเมื่ออยู่ในที่รวมพลหรือแหล่งรวมรถ - วิธีกำรพรำงรถแต่ละคันเช่นเดียวกับที่จอดอยู่กับที่ แต่ไปจอดรวมอยู่ในที่ก ำบัง แห่งเดียวกันหรือหลำยแห่ง - กวดขันในเรื่องกำรใช้เส้นทำงเข้ำออกให้มีน้อยที่สุด ( เข้ำทำงเดียว – ออกทำงเดียว ) และถ้ำท ำได้ควรให้มีกำรกลบเกลื่อนรอยล้อที่รถวิ่งเข้ำไปจอดในที่ก ำบัง - อำจท ำได้โดยกำรแสดงลวง ๓.๔ องค์ประกอบที่ส าคัญเกี่ยวกับการพรางยานพาหนะ ๓.๔.๑ เงำ ในกำรพรำงนี้เรำควรคิดถึงเรื่องเงำซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ - เงำซึ่งเกิดจำกวัตถุหรือสิ่งอื่นใดบนพื้นดิน ถ้ำมองทำงอำกำศจะเห็นเงำน้ ำด ำมำก รถที่เข้ำไปจอดโดยอำศัยเงำ จะท ำให้สังเกตเห็นได้ยำก แต่อย่ำลืมว่ำเงำนี้เลื่อนไปเลื่อนมำตำมเวลำ เรำจะต้อง เลื่อนรถตำมด้วยเสมอ กำรอำศัยเงำนี้เป็นแต่เพียงขั้นแรกในกำรก ำบังเท่ำนั้น วิธีพรำงอื่น ๆ จะต้องกระท ำ ประกอบด้วย - เงำซึ่งอำจเกิดจำกรถเอง เงำนี้จะเป็นกำรแสดงให้ทรำบและผู้ที่เห็นอำจะสำมำรถบอก ได้ว่ำเป็นอะไร จึงควรที่จะจัดกำรปกปิดเงำที่เกิดจำกรถ ของตนเองเสีย กำรปกปิดก็อำจท ำได้โดยกำรจอดในเงำ ของวัตถุอื่นๆ ในเมื่อเงำนั้นใหญ่เพียงพอที่จะปกปิดได้ทั้งหมด ถ้ำไม่มีเงำที่จะอำศัยได้ ก็ต้องจอดรถให้ชิดทำงด้ำน ที่วัตถุนั้นรับแดด (เพื่อกันมิให้เงำเกิดขึ้น) กำรระวังเงำนั้นมิใช่ระวังแต่เงำของรถเท่ำนั้น ยังต้องระมัดระวังถึง บริเวณที่เกิดเป็นเงำได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ภำยในตัวรถ เช่น รถที่บรรทุกไม่มีหลังคำอำจเกิดเงำบนพื้นกระดำนส ำหรับ บรรทุกเนื่องจำกกระบะข้ำงได้ หรือเงำซึ่งเกิดจำกท้ำยรถหรือผ้ำใบคลุมรถ ฯลฯ เงำเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้อำจจะเป็น กำรเปิดเผยให้ทรำบได้ แม้ว่ำเรำจะได้จัดกำรพรำงตำมที่ส ำคัญ ๆ ไปแล้วก็ตำม ยังจ ำเป็นต้องมีกำรปกคลุมด้วย สิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ หรือสิ่งอุปกรณ์ตำมรรมชำติ ๓.๔.๒ แสงสะท้อน กำรก ำบังรถโดยหำที่จอดรถและปกปิดรอยทำงได้อย่ำงดีแล้วก็ตำม แต่ถ้ำเกิดมีแสงสะท้อนที่ รถขึ้น กำรซ่อนก ำบังรถก็ไม่ได้ผลดีอะไรขึ้น กำรเกิดแสงสะท้อนนั้นไม่ใช่เป็นอุปัทวะเหตุแสงสะท้อนจะเกิดขึ้นได้เมื่อ


๗๖ ได้รับแสงส่องมำจำดท้องฟ้ำอำจเป็นแสงพระอำทิตย์ แสงจันทร์ หรือแสง Flair ก็ได้ อำจเกิดแสงสะท้อนได้ที่ กระจกหน้ำกระจกปิดห้องพลขับ หรือเมื่อตัวถังรถเปียกน้ ำ กำรป้องกันแสงสะท้อนอำจท ำได้โดยกำรใช้ผ้ำห่ม ผ้ำเต็นท์ หรือผ้ำใด ๆ ก็ตำมสีเข้ม ๆ คลุม บริเวณที่กระจกหน้ำซึ่งอำจมีแสงสะท้อนที่โคมไฟหน้ำก็อำจใช้ใบไม้คลุมก็ได้ กำรป้องกันแสงสะท้อน อำจท ำได้โดยใช้โคลนทำที่หน้ำกระจกเสีย แต่เมื่อจะเคลื่อนที่รถออกไปให้ท ำควำมสะอำดเฉพำะบริเวณ ที่ปัดน้ ำฝนส่ำยไปมำ ๓.๕ รูปแบบในการพรางยานพาหนะ ๓.๕.๑ กำรใช้สิ่งอุปกรณ์ตำมธรรมชำติ กำรพรำงรถโดยธรรมดำมักจกระท ำด้วยวิธีเร่งรีบ กำรจอดรถในเงำมืดในภูมิประเทศที่มืด และมีกำรกระจำยออกเป็นสิ่งส ำคัญ กำรจะให้ได้รับผลดีทำงก ำบังยิ่งขึ้น ก็อำจท ำได้โดยกำรเพิ่มเติมวิธีกำร เหล่ำนี้ด้วยสิ่งอุปกรณ์ตำมธรรมชำติ เพื่อเป็นกำรปกปิดรูปร่ำงและเงำของรถ สิ่งอุปกรณ์เหล่ำนี้จะหำได้จำก ต ำบลที่ใกล้ๆ กับที่จอดรถอยู่ ผลดีในกำรใช้สิ่งอุปกรณ์ตำมธรรมชำติก็คือ ท ำให้กำรพรำงนั้นเข้ำกับพื้นภูมิ ประเทศที่เป็นอยู่เดิมได้ดี กิ่งไม้ที่ตัดมำเพื่อใช้พรำง จะต้องติดตั้งหรือวำงไว้ให้อยู่ในลักษณะเหมือนเดิม เพื่อให้มองดู คล้ำย ๆ กับต้นไม้ตำมบริเวณนั้น เมื่อกิ่งไม้นั้นเหี่ยวให้เปลี่ยนเสียใหม่ สิ่งอุปกรณ์ตำมธรรมชำติอย่ำงอื่น ๆ ก็ใช้เพื่อเปลี่ยนสีรถหรือท ำให้สีผิดไป เพื่อให้สีรถ กลมกลืนเข้ำกับภูมิประเทศ กำรเปลี่ยนสีรถอำจท ำได้โดยใช้โคลนทำตำมตัวถัง หรือตำมผ้ำใบเป็นลวดลำย ต่ำง ๆ อำจจะติดใบไม้ , หญ้ำ , เข้ำด้วยกันก็ได้ ๓.๕.๒ เครื่องพรำงที่สร้ำงขึ้น ผ้ำร่ำงแหเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในกำรพรำงรถ ผ้ำร่ำงแหอำจเป็นแบบตำข่ำยขนำด เล็กไม่มีผ้ำประกอบหรือเป็นแบบตำข่ำยขนำดใหญ่มีผ้ำประกอบทั้งสองชนิดนี้ใช้ได้ง่ำย สำมำรถคลุม และเก็บได้รวดเร็ว สำมำรถปรับเพื่อให้เข้ำกับภูมิประเทศได้ง่ำย แต่ก็ยังมีข้อจ ำกัดในกำรใช้ พลขับรถทุกคน จะต้องทรำบควำมมุ่งหมำยว่ำต้องกำรจะพรำงอะไร เกิดผลอย่ำงไร พลขับจะต้องทรำบวิธีใช้ผ้ำร่ำงแหปกปิด เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ผ้ำร่ำงแหจะให้กำรบังคับได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจำกกำรตรวจกำรณ์ทำงอำกำศ เช่นเดียวกับ กำรใช้สิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ กำรปกปิดโดยกำรใช้ร่ำงแหไม่สำมรถจะปกปิดให้รอดพ้นจำกกำรพิจำรณำทำงภำพถ่ำย ทำงอำกำศได้ ผ้ำร่ำงแหที่ใช้มักจะไม่เข้ำกับภูมิประเทศเดิมทีเดียวนัก จึงท ำให้พอจะพิจำรณำค้นหำได้ ส ำหรับ กรณีอื่น ๆ ถ้ำได้แขวนผ้ำร่ำงแหหรือคลุมไว้อย่ำงดีแล้ว จะปกปิดก ำบังไม่ให้ทรำบวัตถุที่อยู่ใต้ผ้ำนั้นได้ ถึงแม้ว่ำ ข้ำศึกจะทรำบว่ำเป็นร่ำงแหก็ตำม ๓.๕.๓ กำรขุดหลุมเพื่อซ่อนรถ ตำมภูมิประเทศที่เป็นที่โล่งปรำศจำกที่ก ำบัง หรือเป็นทะเลทรำย ถ้ำวัตถุอยู่สูงห่ำงจำกพื้นดิน มำกเพียงใด ก็จะท ำให้เกิดเงำใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ำวัตถุนั้นอยู่ใกล้พื้นดินก็จะลดลง เป็นกำรง่ำยแก่กำรปกปิดก ำบัง ต่อกำรตรวจกำรณ์ทำงอำกำศ ถ้ำเวลำและพื้นดินอ ำนวย ต้องพยำยำมท ำกำรขุดหลุมเพื่อหมกรถที่เห็นว่ำส ำคัญ กำรกระท ำดังนี้ไม่เพียงแต่เป็นกำรปกปิดก ำบังเท่ำนั้น ยังท ำให้กำรป้องกันต่อลูกระเบิดและสะเก็ดระเบิดได้ดี ขั้นแรกให้ท ำหลุมเสียก่อน ท ำทำงเข้ำมีลำดลงไป ใช้กระสอบทรำยกรุลำดที่หลุมเพื่อป้องกัน สะเก็ดระเบิด เมื่อรถเข้ำไปจอดข้ำงในแล้ว ให้คลุมเสียด้วยผ้ำร่ำงแห ซึ่งผ้ำร่ำงแหให้ลำดลงตำมข้ำงเพื่อกันไม่ให้ ผ้ำไปคลุมรถ ท ำให้เห็นเป็นรูปร่ำงขึ้นมำ สุดท้ำยให้กลบหรือลบรอยทำงและล้อออกเสียก่อน กำรกรท ำเช่นนี้ จะให้กำรปกปิดก ำบังรถได้เป็นอย่ำงดี


๗๗ ๓.๕.๔ กำรระบำยสียำนพำหนะ ตำมธรรมดำข้ำศึกมักจะเห็นยำนพำหนะได้จำกมุมใดมุมหนึ่งของตัวยำนพำหนะ อย่ำงน้อย จะเห็นพื้นที่สองด้ำนในตัวยำนพำหนะตอนที่บรรจบกัน ตัวอย่ำงเช่นนี้ กำรตรวจกำรณ์ทำงพื้นดินในระยะใกล้ ข้ำศึกอำจจะเห็นตอนบนด้ำนข้ำงด้ำนหนึ่งและด้ำนหน้ำ จำกทำงอำกำศหรือจำกรูปถ่ำยทำงอำกำศ ข้ำศึกอำจจะ เห็นตอนบนด้ำนข้ำงด้ำนหนึ่งและด้ำนหน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องคิดแบบเพื่อระบำยสีกลบเกลื่อนเงำ ซึ่งเกิดจำกโครง หลังคำรถเพื่อระบำยให้เข้ำกับเงำมืดของหน้ำต่ำง บังโคลนล้อและตอนใต้รถ แบบลวดลำยนี้ต้องมีขนำดโต พอที่จะมองเห็นได้ในระยะไกล ๆ แบบลวดลำยที่ใช้ประกอบด้วยสีอ่อนและสีแก่ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่ำ สีด ำหรือสีขี้ม้ำแก่ เป็นสีที่ เหมำะในหลำยยุทธบริเวณ ส่วนสีอ่อนควรจะเลือกใช้ให้เข้ำกับสีอ่อนตำมชนิดของภูมิประเทศที่เป็นอยู่ ซึ่งยำนพำหนะเข้ำไปปฏิบัติกำร สีขำวหรือสีเทำอ่อน ใช้ระเบียบพื้นที่ตอนใต้ของยำนพำหนะเพื่อท ำให้สะท้อน แสงน้อยลงจึงท ำให้เงำมืดตอนใต้ของยำนพำหนะสว่ำงขึ้น กำรท ำเช่นนี้เรียกว่ำ “ลบเงำมืด” กำรพรำงโดยวิธีระบำยสีใช่ว่ำจะปลอดภัยโดยตลอดทุกอย่ำง กำรระบำยสีแต่ล ำพังไม่ได้ หมำยควำมว่ำ ข้ำศึกจะไม่เห็นสีเลยทีเดียว กำรพรำงโดยวิธีกำรระบำยสีนี้ ก็เพื่อท ำให้พลประจ ำปืนของข้ำศึกค้น ที่อยู่ของยำนพำหนะได้ยำก และท ำให้ฉงนในกำรหำบริเวณที่อยู่ของยำนพำหนะ ซึ่งอำจจะเป็นภัยได้ ไม่ได้ หมำยควำมว่ำจะซ่อนเร้นกำรเคลื่อนที่ของยำนพำหนะได้ เพรำะว่ำมีปัจจัยในเรื่องกำรมองเห็นอย่ำงอื่น ๆ อีก เช่น ฝุ่น กำรสะท้อนแสงและกำรเคลื่อนไหวของยำนพำหนะ จะแสดงให้ทรำบที่อยู่ของยำนพำหนะได้ อย่ำงไรก็ตำม กำรพรำงโดยวิธีกำรพรำงอย่ำงอื่น ประกอบกำรเลือกที่ตั้งดี แยกกระจำยกันอยู่เหมำะสม มีวินัย กำรพรำงดี และพรำงด้วยร่ำงแหคลุม ก็เป็นกำรเพิ่มคุณประโยชน์ซึ่งจะได้รับจำกวิธีกำรพรำงเหล่ำนี้ นอกจำกนี้ กำรใช้วิธีกำรดังกล่ำวโดยปฏิภำณจะท ำให้กำรซ่อนเร้นยำนพำหนะมีค่ำสูง


๗๘ บทที่ ๘ การขับรถโดยใช้ไฟพราง (Night Driving and Camouflage Light1) ๑. กล่าวโดยทั่วไป กำรขับรถในเวลำกลำงคืนมีอันตรำยมำกกว่ำกำรขับรถในเวลำกลำงวัน แม้ว่ำไฟหน้ำรถจะสว่ำง อย่ำงไรก็ตำมท่ำนก็ไม่อำจสำมำรถมองเห็นได้ชัดเจนเท่ำกับเวลำกลำงวัน จึงไม่ควรขับรถเร็วเมื่อเห็นทำงได้ ไม่ไกลในเวลำกลำงคืน บนถนนที่ไม่มีไฟตำมถนนเพรำะจะเห็นสิ่งต่ำง ๆ ได้ด้วยแสงไฟหน้ำรถเท่ำนั้น และอำจจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขวำงทำงอยู่ในตอนมืดข้ำงหน้ำได้ เมื่อไม่สำมำรถจะหยุดรถได้ทัน อันตรำยจำก กำรชนก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้อย่ำงแน่นอน หำกแสงไฟหน้ำรถเข้ำตำ นัยน์ตำของจะเบิกกว้ำงขึ้น เมื่อเข้ำไปอยู่ใน ที่มืด ทั้งนี้เพื่อต้องกำรให้แสงสว่ำงเข้ำตำมำกขึ้น ซึ่งจะท ำให้กำรเห็นดีขึ้น หรือเมื่อมีแสงจ้ำเข้ำตำในตำจะหรี่ลง เพื่อไม่ให้แสงสว่ำงเข้ำตำมำกเกินต้องกำร แต่อำกำรเช่นนี้มิได้เป็นไปในชั่วพริบตำเดียวเท่ำนั้น เรำอำจจะเคยเห็น เช่นในเวลำกลำงวัน ถ้ำเข้ำไปในห้องมืด ๆ เช่น โรงภำพยนตร์ เรำจะมองอะไรไม่เห็นเลย ครั้งแรกรู้สึกว่ำมืดมำก แต่ต่อมำชั่วขณะหนึ่งจะค่อย ๆ มองเห็นได้ดีขึ้นเป็นล ำดับ และหลังจำกนั้นเมื่อเรำออกจำกโรงภำพยนตร์จะรู้สึก ว่ำแสงสว่ำงเข้ำตำมำกเกินไป ต่อเมื่อชินกับแสงสว่ำงแล้ว เรำจะรู้สึกเป็นปกติดังเดิมจะเห็นได้ว่ำต้องใช้เวลำ ชั่วขณะหนึ่งที่นัยน์ตำของเรำจะชินกับแสงสว่ำง ครำวนี้ถ้ำหำกเรำขับรถไปในที่มืดมีรถยนต์คันหนึ่งขับสวนทำง มำ และเปิดไฟใหญ่สว่ำงจ้ำ เรำอำจจะมองอะไรไม่เห็น แม้ว่ำบำงทีรถที่สวนไปนั้นอำจใช้ไฟต่ ำเวลำสวนกันก็ตำม เมื่อแสงไฟจำกรถเข้ำตำ เรำมองไม่เห็นอะไรเลยหลังจำกที่รถคันนั้นผ่ำนไปแล้ว เรำก็ยังมองไม่เห็นอยู่นั่นเอง จนกว่ำสำยตำของเรำจะชินกับควำมมืดดังเดิมจึงจะมองเห็น ย่อมจะแสดงให้เห็นว่ำกำรที่เรำจะมองเห็นได้ดังเดิม นั้นต้องใช้เวลำชั่วขณะหนึ่ง จนกว่ำสำยตำจะชินกับควำมมืดแล้วจึงจะมองเห็น จำกกำรทดลอง ปรำกฏว่ำ เรำจะมองเห็นระยะเวลำ ๔ - ๘ วินำที หลังจำกรถคันที่สวนมำผ่ำนไป แล้ว ระยะเวลำ ๔ - ๘ วินำที ที่มองไม่เห็นนี้ ก็มำกพอที่จะท ำให้รถเรำวิ่งไปชนคนเดินเท้ำ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด ข้ำงหน้ำได้เหมือนกัน ดังนั้น เรำจึงควรพยำยำมลดอันตรำยอันเกิดจำกแสงไฟเข้ำตำ ได้โดยวิธีต่อไปนี้คือ ๑.๑ ให้ใช้ไฟต่ าเมื่อขับรถสวนกับรถคันอื่น เริ่มใช้ไฟในเมื่อเรำเห็นว่ำแสงไฟจำกรถของเรำ อำจจะ เข้ำตำคนขับรถสวนมำอย่ำรอจนกระทั่งรถคันที่สวนมำเข้ำจนใกล้ตัวแล้ว เมื่อขับรถอยู่บนถนนในเมืองที่มีไฟตำม ถนนสว่ำงพอแล้ว ควรใช้ไฟต่ ำเสมอ ถ้ำหำกจ ำเป็นก็ต้องแสดงสัญญำณให้รถคันอื่นทรำบ เช่น ปิด เปิดไฟบ่อยๆ กระจกหน้ำรถต้องเช็ดให้สะอำดอยู่เสมอ เมื่อให้มองเห็นทำงได้ชัดเจน ๑.๒ เมื่อรถคันที่สวนเข้ามาใกล้อย่ามองไปที่ไฟรถคันนั้น ให้มองขอบซ้ำยของถนนแล้วขับไป ตำมนั้น กำรที่ไม่มองไปที่ไฟรถคันที่สวนมำ ท ำให้แสงเข้ำตำน้อย เมื่อผ่ำนไปแล้วสำยตำจะชินกับควำมมืดได้ เร็วขึ้น อย่ำงไรก็ตำมต้องไม่ลืมว่ำในเวลำกลำงคืนเรำเห็นได้ไม่ไกล ฉะนั้นต้องลดควำมเร็วลงในกำรขับรถ เวลำกลำงคืน เหตุผลอื่นที่ท ำให้ต้องขับรถช้ำลงในเวลำกลำงคืนคือ สภำพของเส้นทำง ถึงแม้เรำจะอำศัย ไฟหน้ำรถแล้วก็ตำม ย่อมเป็นกำรยำกที่เรำจะทรำบสภำพของเส้นทำงได้โดยแท้จริง บำงทีเงำต่ำง ๆ อำจท ำให้ เรำมองเห็นคล้ำย ๆ มีหลุมบ่ออยู่ข้ำงหน้ำ หรือมีสิ่งกีดขวำงทำงอยู่ แต่เรื่องนี้ไม่เกิดอันตรำยแต่อย่ำงใด ในทำงตรงกันข้ำมเรำมองเห็นบ่อหรือสิ่งกีดขวำงอยู่ข้ำงหน้ำแต่นึกว่ำไฟท ำให้เกิดเป็นเงำซึ่งอันนี้แหละจะท ำให้ เกิดอันตรำยอย่ำงมหันต์


๗๙ ๑.๓ การควบคุมการเดินทางในเวลากลางคืน มีกำรวำงแผนอย่ำงรอบคอบ กำรลำดตระเวน ส ำรวจเส้นทำงที่รวมพลก่อนเดินทำง มีควำมส ำคัญมำก ข้อระมัดระวังเป็นพิเศษที่จะต้องปฏิบัติและกำรติดต่อ ภำยในขบวน ผู้ชี้ทำงและเจ้ำหน้ำที่ติดต่อจะต้องจัดขึ้นไว้ หำกจ ำเป็นเมื่อขบวนต้องหยุดพัก จะเป็นเวลำก ำหนด หรือไม่ก็ตำม ผู้มีหน้ำที่ควบคุมจะต้องตรวจตรำให้พร้อมทุกคนลงจำกรถ พักผ่อนหรือออกก ำลังกำยเพื่อป้องกันมิ ให้หลับในขณะเดินทำงต่อไป ๒. การขับรถกลางคืนโดยการพรางไฟ ในยำมสงครำมเมื่อมีควำมจ ำเป็นต้องรักษำควำมลับเกี่ยวกับกำรเคลื่อนย้ำยต่ำง ๆ และเพื่อมิให้ ข้ำศึกสำมำรถตรวจกำรณ์เห็นได้ และยำนยนต์ต้องเคลื่อนย้ำยเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟเท่ำนั้น กำรขับรถ เวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟต้องกำรควำมช ำนำญมำก จึงมีควำมจ ำเป็นต้องฝึกขับรถเวลำกลำงคืนด้วยกำร พรำงไฟเสีย แต่ยำมปกติเมื่อสงครำมเกิดขึ้นก็จะสำมำรถขับรถเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟได้ ไฟพรำง สมัยนี้ยำนยนต์ที่ใช้ในรำชกำรทหำรติดไฟพรำงไว้ด้วยแล้ว เพื่อให้กำรขับรถในที่มืด ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไฟพรำงติดตั้งอยู่ทั้งข้ำงหน้ำและข้ำงหลังของรถ ไฟพรำงมิใช่มีไว้ส ำหรับส่องทำง แต่มีไว้เพื่อ แสดงที่อยู่ของรถคันนั้น ๆ ว่ำอยู่ที่ไหน เช่น มีรถอยู่ห่ำงจำกเรำ ข้ำงหน้ำหรือข้ำงหลังไป ๑๘๐ ฟุต เป็นต้น แต่ ก็ต้องแล้วแต่ดินฟ้ำอำกำศเหมือนกัน เมื่อเรำทรำบเช่นนี้แล้ว ท ำให้กำรขับรถเป็นขบวนย่อมง่ำยขึ้น สำมำรถลด อันตรำยจำกกำรชนกันได้ ไฟพรำงที่ใช้อยู่นี้หำกเครื่องบินที่บินอยู่สูง ๔๐๐ ฟุต ไม่สำมำรถมองเห็นได้ไฟพรำงจึง ใช้บอกระยะทำง หรือระยะห่ำงได้ว่ำ เรำอยู่ใกล้หรือไกลจำกรถคันหน้ำเท่ำใด ( ไฟพรำงแบบมำตรฐำนของทัพ บกอเมริกำ) ต าแหน่งที่ติดตั้งไฟพราง ไฟพรำงที่ติดตั้งอยู่ข้ำงซ้ำยโคมหน้ำรถบนบังโคมซ้ำย ไฟพรำงท ำงำนด้วย ปุ่มบังคับที่ติดไว้บนแผงเครื่องวัด มีหนังสือบอกไว้ว่ำ “ E.U. DRIVE ” สวิทซ์ไฟใหญ่ต้องหมุนไปอยู่ช่องที่มี หนังสือบอกไว้ว่ำ “BLACK OUT” ไฟพรำงจะมีแสงสว่ำงพร่ำ ท ำให้ล ำแสงในกำรส่องสว่ำงว่ำงลง ขณะท ำกำรขับ รถในเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟ ๒.๑ ไฟพรำงที่ติดอยู่ทำงท้ำยรถ (สีแดง) ดวงไฟพรำงนี้แบ่งออกได้ ๔ ช่อง ๒.๑.๑ เมื่อท่ำนอยู่ห่ำงจำกไฟดวงนี้ ตั้งแต่ ๑๘๐ ฟุต จะมองเห็น ช่องเดียว ๒.๑.๒ เมื่ออยู่ห่ำง ระหว่ำง ๑๘๐ - ๖๐ ฟุต ( ๖๐ - ๒๐ หลำ ) จะเห็น ๒ ช่อง ๒.๑.๓ เมื่ออยู่ห่ำง ระหว่ำง ๖๐ ฟุต (๒๐ หลำ) หรือน้อยกว่ำ จะเห็น ๔ ช่อง ฉะนั้น เมื่อเห็นไฟพรำงท้ำยรถคันหน้ำเป็นดวงเดียว เรำก็ทรำบทันทีว่ำ เรำอยู่ห่ำงมำกเกินไป ถ้ำเห็นเป็น ๒ ดวง ก็ถือว่ำเรำขับรถอยู่ระหว่ำงพอดี ถ้ำหำกเป็น ๔ ดวง หมำยควำมว่ำ เรำขับรถชิดคันหน้ำเกินไป ส ำหรับขับรถในเวลำกลำงคืนด้วยไฟพรำง กำรขับรถในเวลำกลำงคืนโดยใช้ไฟพรำง ควรขับรถให้มีระยะห่ำง ในกำรมองเห็นไฟพรำงท้ำยรถคันหน้ำ ๒ ช่องเสมอ ๒.๒ ไฟพรำงที่ติดอยู่หน้ำรถ (สีขำว) แบ่งออกเป็น ๒ ช่อง ๒.๒.๑ เมื่อเรำอยู่ ห่ำง ๖๐ ฟุต หรือมำกกว่ำ จะมองเห็นไฟช่องเดียว ๒.๒.๒ เมื่อเรำอยู่ห่ำงเป็นระยะ ๖๐ ฟุต จะมองเห็นเป็น ๒ ช่อง (ซึ่งเท่ำกับว่ำเป็นกำรเตือนให้ ระมัดระวัง หรือบอกให้ทรำบว่ำมีรถอีกคันอยู่ข้ำงหลังในระยะใกล้มำก)


๘๐


๘๑


๘๒


๘๓ ๒.๓ ไฟพรำงที่ใช้ในสงครำมมีไฟพรำงแบบต่ำง ๆ มำกมำย ซึ่งอำจมีกำรติดตั้งส ำหรับรถยนต์ บรรทุกทั่วไป เพื่อใช้ในกิจกำรสงครำมด้วย เป็นต้น ๒.๔ ไฟพรำงช่วยให้กำรขับรถในเวลำกลำงคืน ง่ำยและปลอดภัยมำกกว่ำที่ประชำชนส่วนมำก เข้ำใจเมื่อเดือนหงำยท่ำนก็ย่อมมองเห็นสิ่งต่ำง ๆ ได้ชัดเจน อย่ำงไรก็ตำมมีสิ่งส ำคัญแต่เพียงว่ำ เรำทรำบสภำพ อันแท้จริงของกำรขับรถเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟหรือไม่ หรือเรื่องต่ำง ๆ ที่เรำปฏิบัติหรือไม่เท่ำนั้น เรำจะต้องทรำบให้แน่ชัดว่ำไฟพรำงชนิดใดใช้อย่ำงไร เมื่อมองเห็นไฟพรำงอยู่ในระยะต่ำง ๆ กันนั้นแสดงว่ำ อยู่ห่ำงจำกรถคันนั้นๆ เป็นระยะเท่ำใดเป็นต้น ๒.๕ ต้องป้องกันมิให้เกิดอันตรำยจำกกำรขับรถเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟ กำรป้องกันมิให้เกิด อันตรำยที่เห็นได้ชัดก็คือ ต้องลดควำมเร็วให้มำกในกำรขับรถในเวลำกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟ หำกเรำ ขับรถด้วยกำรพรำงไฟเป็นครั้งแรก เมื่อขับรถอยู่ในขบวนต้องคอยสังเกตไฟพรำงที่ท้ำยรถคันหน้ำเสมอ ซึ่งไฟพรำงเป็นเหมือนผู้น ำทำงบอกให้ทรำบว่ำ ขับไปทำงไหนจึงจะปลอดภัย และขับไปด้วยควำมระมัดระวัง หำกเปิดกระจกหน้ำรถจะท ำให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หำกท ำได้ให้จัดยำมไว้ที่ท้ำยรถ เพื่อคอยบอกรถคันหลังที่ ตำมมำกรณีที่เข้ำมำใกล้กันเกินไป สัญญำณส ำหรับเตือนก็ต้องก ำหนดให้สอดคล้องกับระเบียบกำรขับรถ ด้วยไฟพรำง ไฟที่ใช้อยู่ ไฟฉำยที่พรำงแสงแล้ว อำจน ำมำใช้ได้ แต่ต้องผู้ที่ได้รับกำรฝึกมำแล้วเท่ำนั้น ถ้ำไม่มีไฟ ฉำยอำจใช้ผ้ำเช็ดหน้ำขำว หรือสิ่งอื่นที่มีสีขำวใช้แทนได้ หำกรถที่ตำมหลังมำไม่มีไฟพรำงติดไว้ที่ข้ำงหน้ำรถ ยำม ก็อำจมองเห็นได้ในระยะพอสมควร เพรำะในเวลำกลำงคืนอำจจะมีคืนที่มืดจริง ๆ ไม่มำกนักแต่ยำมจะต้องคอยดู อยู่เสมอ ๓. หลักการเดินทางในเวลากลางคืน ๓.๑ ควำมมุ่งหมำย กำรปฏิบัติกำรณ์ ๒๔ ชั่วโมง ของทหำรนั้น หมำยควำมว่ำ กำรเดินจะต้อง กระท ำติดต่อทั้งกลำงวันและกลำงคืน กำรเดินทำงเวลำกลำงคืนมีประโยชน์มำกกว่ำเวลำกลำงวันกำรเดินทำง เวลำกลำงคืนเป็นกำรปกปิดมิให้ข้ำศึกตรวจกำรได้เป็นกำรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือควำมร้อนในเวลำกลำงวัน และ ส่วนมำกในเวลำกลำงคืน กำรจรำจรปกติไม่ใคร่มำกนักควำมวุ่นวำยต่ำง ๆ ที่เกิดขึ้นกับหน่วยทหำรที่ท ำกำร เคลื่อนย้ำยน้อยลง ๓.๒ กำรควบคุมกำรเดินทำงในเวลำกลำงคืน มีกำรวำงแผนอย่ำงรอบคอบ กำรลำดตระเวน ส ำรวจ เส้นทำงที่รวมพลก่อนเดินทำงมีควำมส ำคัญมำก ข้อระมัดระวังเป็นพิเศษที่จะต้องปฏิบัติและกำรติดต่อภำยใน ขบวน ผู้ชี้ทำงและเจ้ำหน้ำที่ติดต่อจะต้องจัดขึ้นไว้ หำกจ ำเป็นเมื่อขบวนต้องหยุดพักจะเป็นเวลำก ำหนดหรือไม่ก็ ตำม ผู้มีหน้ำที่ควบคุมจะต้องตรวจตรำให้พลขับทุกคนลงจำกรถ พักผ่อน หรือออกก ำลังกำยเพื่อป้องกันมิให้หลับ ในขณะเดินทำงต่อไป ๓.๓ ไฟพรำงที่ใช้ในกำรเดินทำง ตำมธรรมดำกำรขับรถในเวลำกลำงคืน ต้องกำรที่มีแสงสว่ำงพอ และสำยตำดี ระยะที่เกิดอันตรำยก็คือ ตอนพลบค่ ำ ซึ่งตำพลขับไม่สำมำรถจะมองเห็นได้ชัดเจนถึงแม้จะเปิดไฟ หน้ำรถแล้วก็ตำม ฉะนั้นหำกเดินทำงเวลำกลำงคืนอนุญำตให้ใช้ได้ พลขับจะได้เปิดไฟตอนพลบค่ ำเล็กน้อย เพื่อให้สำยตำพลขับค่อย ๆ ชินกับควำมมืดเท่ำนั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดควำมสะดวกในกำรควบคุมและหลีกเลี่ยง อุบัติเหตุต่ำง ๆ เมื่ออนุญำตให้ใช้แสงไฟได้ต้องระมัดระวังกำรใช้ควำมเร็วให้พอเหมำะ และสำมำรถหยุดได้ ในระยะที่แสงไฟหน้ำส่องถึง เมื่อกำรเคลื่อนที่ต้องเปลี่ยนจำกกำรใช้แสงไฟเป็นไม่ใช้แสงไฟ จะต้องหยุดขบวนชั่ว ขณะหนึ่ง เพื่อให้สำยตำพลขับชินกับควำมมืดเสียก่อนจึงเดินทำงต่อไป ระยะที่ให้สำยตำชินกับควำมมืด เป็นระยะที่อันตรำยที่สุด ฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังให้มำก เพรำะรถคันหลัง ๆ ในขบวนมักจะขับตำมแสงไฟท้ำย หรือไฟพรำงท้ำยรถคันหน้ำ อันตรำยดังว่ำนี้จะทวีมำกขึ้น ในเมื่อสภำพอำกำศไม่ดี เช่น มีหมอกหรือถนน ที่คดเคี้ยว ในเวลำกลำงคืน ให้ใช้แสงไฟได้ควรจุดพลุส่องสว่ำงไว้ท้ำยสุดของขบวน และหน้ำรถคันแรก ภำยในขบวน หน้ำรถคันแรกในขบวน อำจจะเปิดไฟต่ ำก็ได้


๘๔ ๓.๔ กำรขับรถเวลำกลำงคืนบนเขำด้วยกำรพรำงไฟบนเขำ ต้องพิจำรณำหนักไปทำงอันตรำย ที่จะเกิดจำกกำรกระท ำของข้ำศึก และพิจำรณำว่ำอันตรำยอำจเกิดได้ ณ ต ำบลใด กำรขับรถเวลำกลำงคืน ด้วยกำรพรำงไฟผ่ำนช่องแคบ ๆ และคดเคี้ยวบนเขำให้น้อยที่สุดหำกต้องขับรถกลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้ำศึกตรวจกำรณ์เห็น ตำมถนนยำว ๆ เหล่ำนี้ จะต้องมีเครื่องหมำย และผู้ชี้ทำงคอยบอก รำยละเอียดต่ำง ๆ แก่พลขับที่ผ่ำนเข้ำไปในบริเวณนั้นให้ทรำบกำรปฏิบัติ ตำมธรรมดำใช้ขบวนปิด นอกจำกพล ขับสำมำรถมองเห็นไฟท้ำยรถคันหน้ำได้ชัดเจน หรือมองเห็นทำง และสำมำรถขับไปได้ด้วยควำมปลอดภัยโดยไม่ ต้องให้พลขับผู้ช่วยเดินน ำทำงไปข้ำงหน้ำรถน ำขบวนจะต้องขับช้ำ ๆ หำกไม่มีเจ้ำหน้ำที่สำรวัตรทหำรกำรควบคุม กำรจรำจรในตอนนั้น จะต้องจัดเจ้ำหน้ำที่คนใดคนหนึ่งในขบวนนั้น ท ำหน้ำที่ควบคุมกำรจรำจรแทนสำรวัตร ทหำรติดตั้งโทรศัพท์ไว้ เพื่อกำรติดต่อ กำรจัดระเบียบและควบคุมกำรจรำจรบนเส้นทำงที่ยำว ๆ และเป็น เส้นทำงที่ให้เดินได้ทำงเดียว ควำมคับคั่งของกำรจรำจรอำจหลีกเลี่ยงได้เป็นอย่ำงดี ถ้ำหำกปฏิบัติตำมข้อ ควรระมัดระวังต่อไปนี้ - จัดแบ่งถนนให้เดินเป็นทำงเดียว - ก ำหนดล ำดับควำมเร่งร้อนให้แน่นอนลงไป - ห้ำมมิให้กลับรถนอกจำกที่ซึ่งจัดไว้ให้กลับโดยเฉพำะ - ถ้ำมีหน่วยทหำรเดินทำงผ่ำน ต้องก ำหนดให้เดินข้ำงถนน - หำกรถจะต้องสวนกันในทำงแคบ ๆ รถที่อยู่ทำงด้ำนที่เห็นว่ำผ่ำนไปได้โดยปลอดภัย ให้ผ่ำนไปก่อน ส่วนรถอีกคันหนึ่งต้องหลบหรือเปิดทำงให้มำกเท่ำที่จะท ำได้ และต้องจอดนิ่ง ในขณะที่ อีกคันหนึ่งจะผ่ำนไป ๓.๕ ข้อห้ามเวลาขับรถพรางไฟ ในกำรใช้ไฟต่ำง ๆ เวลำขับรถพรำงไฟ เมื่อต้องกำร ปกปิดควำมลับและซ่อนพรำง เพื่อป้องกันมิให้เกิดแสงสว่ำงต่ำง ๆ ควรก ำหนดมิให้สูบบุหรี่ระหว่ำงเดินทำง กลำงคืนด้วยกำรพรำงไฟฉำย ไฟหน้ำรถ และส่วนต่ำง ๆ ของรถ ที่จะท ำให้เกิดแสงสะท้อนควรจัดกำรพรำงให้ เรียบร้อย ไฟพรำงจะใช้ส ำหรับเวลำขับรถกลำงคืน แต่เมื่ออยู่ใกล้กับข้ำศึก ห้ำมมิให้ใช้แสงไฟใด ๆ ข้อห้ำมเวลำ ขับรถพรำงไฟ ตำมธรรมดำมักก ำหนดไว้ในแผนกำรจรำจรทั่วไป ในค ำสั่ง หรือระเบียบปฏิบัติประจ ำ หรือในเรื่อง ที่เกี่ยวแก่กฎจรำจร ในค ำสั่งกำรช่วยรบ แต่อำจจะปรำกฏในค ำสั่งกำรเดินอีกก็ได้ ๔. หลักปฏิบัติในการขับรถ กำรขับรถยนต์โดยกำรใช้ไฟพรำงเป็นกำรปฏิบัติในเวลำกลำงคืน ไฟพรำงจะติดอยู่ที่บริเวณหน้ำรถยนต์ และท้ำยรถยนต์ ซึ่งที่บริเวณหน้ำรถยนต์ที่ติดตั้งไว้จะมีส่วนที่ยื่นในลักษณะคล้ำยปีกหมวกปิดบังที่ส่วนบนเพื่อ เป็นกำรลดแสง ส่วนที่ติดตั้งอยู่ท้ำยรถยนต์จะติดอยู่ลึกเข้ำไปในส่วนของท้ำยรถยนต์ กำรใช้ไฟพรำงมีควำมมุ่ง หมำยดังนี้ ๑) เพื่อเป็นปกปิดกำรเคลื่อนย้ำยของขบวนยำนยนต์ให้เป็นควำมลับ และกำรตรวจกำรณ์ของฝ่ำย ตรงข้ำมเห็นขบวนยำนพำหนะ ๒) เป็นกำรเคลื่อนย้ำยในเวลำกลำงคืน ๓) พลขับต้องมีควำมช ำนำญสูงและควำมเคยชิน ทั้งนี้ต้องมีกำรฝึกซ้อมในกำรปฏิบัติอยู่เสมอ ๔) เพื่อเป็นกำรแสดงให้ทรำบถึงที่อยู่ของรถยนต์ สำมำรถมองเห็นไกลได้ถึง ๘๐๐ ฟุต ๕) เครื่องบิน บินสูงกว่ำ ๔๐๐ ฟุต ไม่สำมำรถจะมองเห็นได้ ๖) ไฟพรำงมีไว้เพื่อกะระยะมิใช่มีไว้ส ำหรับส่องทำง ในกำรปฏิบัติทำงยุทธวิธีเมื่อได้รับภำรกิจในกำรล ำเลียงยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ในเขตหน้ำจ ำเป็น ต้องรักษำควำมลับ ส่วนล่วงหน้ำจะด ำเนินกำรส ำรวจเส้นทำงและเป็นผู้ชี้ทำงในกำรน ำขบวนเข้ำสู่พื้นที่ และที่หมำย ผู้ชี้ทำงไม่ว่ำจะจัดจำกส่วนล่วงหน้ำหรือเจ้ำหน้ำที่สำรวัตรจะต้องอยู่เป็นจุดตำมทำงรวมทำงแยก


๘๕ ทำงโค้ง ทำงที่จะเกิดอันตรำยในกำรขับรถ อำจจะเป็นเหวหรือทำงแคบ กำรให้สัญญำณในเวลำกลำงคืน ก็มีส่วนส ำคัญมำก จะต้องมีควำมเข้ำใจในสัญญำณทั้งผู้ส่งและผู้รับ ในขบวนให้มีคนอยู่ท้ำยรถเพื่อมองรถ ที่ตำมมำ โดยส่งสัญญำณเป็นกำรใช้ไฟฉำยหรือผ้ำขำว กำรใช้ไฟฉำยจะต้องเป็นแสงสีแดงให้แสงสว่ำงไม่จ้ำเกินไป (กำรฝึกจะใช้ผ้ำสีแดงปิดทับหน้ำไฟฉำย) กำรขับไฟพรำงให้พยำยำมสังเกตจำกไฟพรำงท้ำยรถคันหน้ำเพื่อกำร กะระยะพลขับจะขับตำมรถคันที่อยู่หน้ำ เนื่องจำกเป็นกำรขับรถในเวลำกลำงคืนและต้องขับโดยใช้ควำมเร็วต่ ำ ถ้ำเปิดกระจกหน้ำรถได้ก็ควรเปิด เพรำะจะท ำให้กำรมองเห็นดีขึ้น ๕. สัญญาณในขบวนที่ใช้ในการขับรถในเวลากลางคืน สัญญำณในขบวนที่ใช้ในกำรขับรถในเวลำกลำงคืนโดยกำรใช้ไฟพรำง ต้องเข้ำใจในสัญญำณ ทั้งผู้ส่งและผู้รับ จะต้องมีกำรซักซ้อมกำรปฏิบัติ และพลขับต้องมีควำมสำมำรถในกำรขับรถในเวลำกลำงคืนเป็น อย่ำงดี กำรรับส่งสัญญำณต้องมีกำรทวนในสัญญำณนั้น ๆ เสมอเพื่อมิให้มีควำมผิดพลำดในกำรปฏิบัติ และต้องกระท ำอย่ำงรวดเร็วให้ทันเวลำกับพลขับที่ต้องปฏิบัติในกำรขับรถเป็นขบวน รวมทั้งเป็นกำรป้อง กันขบวนขำดหำย ในกำรขับรถโดยใช้ไฟพรำงนี้สิ่งที่ส ำคัญที่สุดทุกคนจะต้องมีวินัยกำรเดิน ต้องมีกำรลด กำรใช้เสียง ห้ำมมีกำรสูบบุหรี่ กำรใช้วิทยุสื่อสำรต้องจ ำกัดในด้ำนควำมลับ สัญญำณไฟฉำยที่ใช้ในกำรใช้ ไฟพรำงตำมหลักนิยมของทหำรขนส่งมีดังนี้ ๕.๑ ติดเครื่อง ถือไฟฉำยอยู่ในระดับไหล่ หมุนไปทำงซ้ำยเป็นรูปเลขแปดนอน หลำย ๆ ครั้ง ๕.๒ ดับเครื่องหรือหยุด ถือไฟฉำยอยู่ในระดับต้นแขนซ้ำย เลื่อนไปทำงขวำแล้วกลับมำที่เดิม หลำย ๆ ครั้ง กำรปฏิบัติได้๒ กรณีคือ ๕.๒.๑ หยุด ใช้ในกรณีที่ก ำลังพลหรือยำนพำหนะในขบวนล ำเลียงก ำลังเคลื่อนที่อยู่ ๕.๒.๒ ดับเครื่อง ใช้ในกรณีที่ยำนพำหนะในขบวนล ำเลียงหยุดแล้วแต่ยังไม่ได้ดับเครื่อง ๕.๓ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า/เพิ่มความเร็ว/ออกไป/เร่งเวลา/ไป ถือไฟฉำยอยู่ตรงระดับตัวใต้คำง เลื่อนลงมำตำมแนวดิ่งถึงท้อง แล้วกลับที่เดิม หลำย ๆ ครั้ง(ในที่นี้รวมควำมหมำยถึง “เคลื่อนที่หรือเร่งเวลำ นั่นเอง) กำรปฏิบัติใช้ได้ ๒ กรณี คือ ๕.๓.๑ เมื่อก ำลังพล หรือ ยำนพำหนะในขบวนล ำเลียง รับทรำบสัญญำณแล้ว จะต้อง เคลื่อนย้ำยจำก ณ ที่นั้นทันที ๕.๓.๒ เมื่อได้ปฏิบัติตำมกรณีแรกไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้รับสัญญำณนี้อีก จะต้องเร่งกำรปฏิบัติ ให้มำกขึ้นเป็นทวีคูณ เช่น เมื่อก ำลังขับรถอยู่ก็จะต้องเพิ่มควำมเร็วขึ้นอีก เป็นต้น ๕.๔ ถอยหลัง ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัว ระดับใต้คำง กระพริบหลำย ๆ ครั้ง (หมำยถึงกลับไปที่เดิม) ๕.๕ เลี้ยวซ้าย ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัว ระดับใต้คำง หมุนเป็นวงกลมไปทำงขวำ (ตำมเข็มนำฬิกำ) หลำย ๆ รอบ ๕.๖ เลี้ยวขวา ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัว ระดับใต้คำง หมุนเป็นวงกลมไปทำงซ้ำย (ทวนเข็มนำฬิกำ) หลำย ๆ รอบ


๘๖ บทที่ ๙ การกู้รถ (Vehicle Salvage) กำรกู้รถ แบ่งออกได้เป็น ๒ แบบ ๑. กำรกู้ภัย หมำยถึง เมื่อกู้ขึ้นมำแล้วไม่สำมำรถน ำมำใช้งำนได้ ๒. กำรกู้ซ่อม หมำยถึง เมื่อกู้ขึ้นมำแล้วสำมำรถน ำมำใช้งำนได้ แบบกำรกู้ซ่อมที่นิยมใช้มีดังนี้ ๑. การใช้ไม้แทนล้อ ๑.๑ หลักการ ๑) ใช้ส ำหรับรถ ๔ ล้อ ที่ยำงแตกแต่ไม่มีล้ออะไหล่ ๒) มีหลักอยู่ว่ำให้ใช้ไม้แทนล้อที่มิใช่ล้อน ำในกำรเคลื่อนที่ ( ล้อหลัง ) ๓) ขนำดของไม้และควำมแข็งต้องสำมำรถรับ น้ ำหนักได้มำกกว่ำ ๑/๔ ของน้ ำหนักรถ ๑.๒ เครื่องมือเครื่องใช้ ๑) ไม้ที่จะใช้แทนล้อขนำดเส้นผ่ำศูนย์กลำงประมำณ ๓ - ๔ นิ้ว ยำวประมำณ ๒ เมตร มี ควำมหยุ่นตัวพอสมควร ๒) เชือก ขนำดเส้นผ่ำศูนย์กลำงประมำณ ๑ นิ้ว ยำวประมำณ ๑๐ เมตร ๒ เส้น ๓) เศษผ้ำหนำ ๆ ๑ ผืน ๔) มีดหรือขวำน ๕) แม่แรง ๑.๓ วิธีปฏิบัติ ๑) บำกปลำยไม้ส ำหรับผูกเชือก ๒) ใช้แม่แรงยกรถด้ำนที่จะใช้ไม้แทนล้อให้สูงพอประมำณ ๓) สอดไม้เข้ำใต้เพลำหลังระหว่ำงสำแหรกแหนบกับดุมล้อโดยให้ปลำยข้ำงที่บำกยันแคสซีรถ ๔) ผูกไม้เข้ำกับแคชซีรถ ๕) น ำเศษผ้ำหนุนระหว่ำงเพลำกับไม้แล้วผูกด้วยเชือก ๖) เอำแม่แรงลง


๘๗ ๒. การกู้รถโดยใช้รอกร้อยเป็น W/๒ ๒.๑ หลักการ ๑) กำรใช้รอกทดก ำลัง W/๒ หมำยควำมว่ำ กำรออกแรงดึงเพียงครึ่งหนึ่งของน้ ำหนักรถ โดยไม่รวมควำมฝืดและแรงเสียดทำน ๒) กรณีรถตกหลุม คูคลอง หรือข้ำงทำง ไม่มีเครื่องทุ่นแรงอย่ำงอื่น ๆ แต่มีก ำลังพล ๒.๒ เครื่องมือเครื่องใช้ ๑) รถเดี่ยวตำเดียวไม่ต่ ำกว่ำ ๔ นิ้ว ๑ ตัว ๒) เชือกมะนิลำ ขนำดเส้นรอบวง ๔ นิ้วยำว ๓๐ - ๕๐ เมตร ๑ เส้น ๓) สมอบก จ ำนวน ๖ ตัว ๔) เชือกขนำดเส้นรอบวง ๑ นิ้ว ยำวประมำณ ๔ เมตร ๓ เส้น ๕) ผะเนินส ำหรับใช้ตอกสมอบก ขนำด ๘ ปอนด์๑ อัน ๒.๓ วิธีปฏิบัติ ๑. ตอกสมอบกเป็นชุด ๓ ตัว ๒ ตัว และ ๑ ตัว จ ำนวน ๑ ชุด ระยะห่ำงระหว่ำงชุดของสมอ บกเท่ำกับควำมยำวของสมอบก โดยให้แนวชุดของสมอบกปักเรียงอยู่ด้ำนนอกของแนวล้อรถ พอประมำณ เพื่อที่ ให้รถสำมำรถเดินเครื่องถอยหลังได้โดยไม่ติดแนวสมอบก (กรณีพื้นดินอ่อน ตอกสมอบกท ำมุม ๔๕ องศำ กรณี พื้นดินแข็ง ตอกสมอบกท ำมุม ๖๐ องศำ) ๒. น ำเชือกขนำดเส้นรอบวงขนำด ๑ นิ้ว (เชือกลัดหัวสมอบก) เส้นที่ ๑ ผูกลัดบริเวณด้ำนบน ของสมอบกชุด ๓ ตัว แล้วน ำไปดึงเข้ำกับด้ำนล่ำงของสมอบกชุด ๒ ตัว ๓. น ำเชือกขนำดเส้นรอบวงขนำด ๑ นิ้ว (เชือกลัดหัวสมอบก) เส้นที่ ๒ ผูกลัดบริเวณด้ำนบน ของสมอบกชุด ๒ ตัว แล้วน ำไปดึงเข้ำกับด้ำนล่ำงของสมอบกชุด ๑ ตัว เพื่อเพิ่มแรงยึดตรึงของสมอบกทั้ง ๓ ชุด เข้ำด้วยกัน ๔. น ำเชือกขนำดเส้นรอบวงขนำด ๑ นิ้ว เส้นที่ ๓ ผูกบริเวณขอเกี่ยวของรอก กับขอพ่วงของ รถเพื่อยึดให้แน่นมำกขึ้น ๕. น ำหำงเชือก(ตำย)ของเชือกเส้นรอบวงขนำด ๔ นิ้ว ผูกบริเวณด้ำนล่ำง(โคน)ของสมอบกชุด ๓ ตัว (ผูกเงื่อน กะบ่วง) ๖. ร้อยหำงเชือก(เป็น)เข้ำที่รอก ขนำด ๔ นิ้ว ที่ผูกติดอยู่กับขอพ่วงของรถโดยจัดแนวมุมของ เชือกจะเป็นมุมแหลม เข้ำหำตัวรถ แล้วเรียงเชือกให้ตึงเพื่อเตรียมพร้อมส ำหรับกำรเข้ำเชือก ๗. กำรเข้ำเชือก โดยให้ก ำลังพลยืนกำรเรียงสลับฟันปลำ หันหน้ำเข้ำหำรรถ


๘๘ ๓. การกู้รถโดยใช้รอกร้อยเป็น W/๔ ๓.๑ หลักการ ๑)กำรใช้รอกทดก ำลัง W/๔ หมำยควำมว่ำกำรออกแรงดึงเพียง หนึ่งในสี่ส่วน ของน้ ำหนักรถ โดยไม่รวมควำมฝืดและแรงเสียดทำน ๒) กรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุมีน้ ำหนักมำก และมีก ำลังพลน้อย ๓.๒ เครื่องมือเครื่องใช้ ๑. รอกเดี่ยวตำเดียวไม่ต่ ำกว่ำ ๔ นิ้ว ๒ ตัว ๒. เชือกมะนิลำขนำดที่ใช้กับรอก ๒ เส้น ยำว ๓๐ - ๕๐ เมตร ๓. สมอบก จ ำนวน ๑๒ ตัว ๔. เชือกขนำดเส้นรอบวง ๑ นิ้ว ยำวประมำณ ๔ เมตร ๖ เส้น ๕. ผะเนินส ำหรับใช้ตอกสมอบก ขนำด ๘ ปอนด์๑ – ๒ อัน ๓.๓ วิธีปฏิบัติ ๑. ตอกสมอบกเพื่อยึดหำงเชือก(ตำย) จ ำนวน ๒ แถว ห่ำงกันพอประมำณ ๒. แถวที่ ๑ และแถวที่ ๒ ตอกสมอบกเป็นชุดสมอบก ๓ ตัว ๒ ตัว และ ๑ ตัว ระยะห่ำง ระหว่ำงชุดของสมอบกเท่ำกับควำมยำวของสมอบก โดยให้แถวชุดของสมอบกที่อยู่ด้ำนใน อยู่ห่ำงจำกตัวรถ มำกกว่ำแถวชุดของสมอบกด้ำนนอก เพื่อเพิ่มระยะในกำรดึงให้มีมำกขึ้น (กรณีพื้นดินอ่อน ตอกสมอบกท ำมุม ๔๕ องศำ กรณีพื้นดินแข็ง ตอกสมอบกท ำมุม ๖๐ องศำ) ๓. น ำเชือกขนำดเส้นรอบวงขนำด ๑ นิ้ว (เชือกลัดหัวสมอบก) ผูกลัดบริเวณด้ำนบนของสมอ บกชุด ๓ ตัว แล้วน ำไปดึงเข้ำกับด้ำนล่ำงของสมอบกชุด ๒ ตัว (ท ำเหมือนกันทั้ง ๒ แถว) ๔. น ำเชือกขนำดเส้นรอบวงขนำด ๑ นิ้ว (เชือกลัดหัวสมอบก) ผูกลัดบริเวณด้ำนบนของสมอ บกชุด ๒ ตัว แล้วน ำไปดึงเข้ำกับด้ำนล่ำงของสมอบกชุด ๑ ตัว (ท ำเหมือนกันทั้ง ๒ แถว)


๘๙ ๕. ผูกหำงเชือก(ตำย)ของเชือกเส้นรอบวงขนำด ๔ นิ้ว (เชือกเส้นที่ ๑) ผูกเงื่อนกะบ่วง บริเวณ ด้ำนล่ำงของสมอบกชุด ๓ ตัว (แถวของชุดสมอบกด้ำนนอก) ๖. ร้อยหำงเชือก(เป็น)ของเชือกเส้นรอบวงขนำด ๔ นิ้ว เส้นที่ ๑ เข้ำกับรอก (รอกตัวที่ ๑) ที่ ผูกติดอยู่กับขอพ่วงของรถ และน ำปลำยของเชือกเส้นที่ ๑ ผูกเข้ำกับขอรอกตัวที่ ๒ ๗. ผูกหำงเชือก(ตำย)ของเชือกเส้นรอบวงขนำด ๔ นิ้ว (เชือกเส้นที่ ๒) ผูกเงื่อนกะบ่วง บริเวณ ด้ำนล่ำง(โคน)ของสมอบกชุด ๓ ตัว (แถวของชุดสมอบกด้ำนใน) ๘. ร้อยหำงเชือก(เป็น)ของเชือกเส้นรอบวงขนำด ๔ นิ้ว เส้นที่ ๒ เข้ำกับรอก (รอกตัวที่ ๒) ที่ ผูกติดอยู่กับปลำยเชือกเส้นที่ ๑ แล้วเรียงหำงเชือกให้ตึงเพื่อเตรียมพร้อมส ำหรับกำรเข้ำเชือก ๙. กำรเข้ำเชือก โดยให้ก ำลังพลยืนกำรเรียงสลับฟันปลำ ที่หำงเชือกเป็นเส้นที่ ๒ โดยหันหน้ำ เข้ำหำรรถ ๔. การกู้รถโดยใช้ล้อแทนรอก ( Dead man ) ๔.๑ หลักการ - รถที่มีล้อหลังเป็นล้อคู่ และเป็นล้อขับเมื่อติดหล่ม หรือโคลนทรำย ซึ่งมีพื้นระดับไม่ต่ำงกัน มำกนัก ๔.๒ เครื่องมือเครื่องใช้ ๑. เชือกขนำดที่พอเหมำะ ๔ นิ้ว ยำวประมำณ ๔๐ - ๕๐ เมตรจ ำนวน ๑ เส้น หรือ ๒๕ เมตร จ ำนวน ๒ เส้น ๒. ท่อนไม้กลมขนำดที่พอเหมำะเส้นผ่ำศูนย์กลำงประมำณ ๖ – ๘ นิ้ว มีควำมยำวของท่อนไม้ มำกกว่ำควำมกว้ำงล้อหลังเล็กน้อย ๓. สมอบก จ ำนวน ๖ ตัว ๔. พลั่วสนำม จอบ หรือเสียมส ำหรับขุดดิน ๕. ผะเนินส ำหรับใช้ตอกสมอบก ขนำด ๘ ปอนด์๑ อัน ๔. เชือกขนำดเส้นรอบวง ๑ นิ้ว ยำวประมำณ ๔ เมตร ๓ เส้น ส ำหรับมัดและยึดสมอบก


๙๐ ๔.๓ วิธีปฏิบัติ ๑. ขุดหลุมฝังไม้Dead – man โดยใช้ขนำนกับท้ำยรถถ้ำเป็นพื้นที่แข็งจะต้องให้มีควำมลึก วัดจำกส่วนบนของท่อนไม้Dead man ไม่ต่ ำกว่ำ ๑ ฟุต ๒. ตอกสมอบกส ำหรับยึดไม้Dead – man จ ำนวน ๓ ชุด ๓. ร้อยปลำยเชือกเข้ำระหว่ำงยำงทั้ง ๒ ของล้อหลัง ๑ รอบ แล้วสอดหลำยเชือกนั้นไปผูกที่ ดุมล้อ (ท ำเช่นเดียวกันทั้ง ๒ ข้ำง) ๔. น ำปลำยเชือกผูกเข้ำกับท่อนไม้Dead man (ผูกเงือนตระกุดเบ็ด) ๕. เซำะร่องของดินในแนวเชือก เพื่อให้เชือกเป็นเส้นตรงมำกที่สุด


๙๑ บทที่ ๑๐ สัญญาณต่าง ๆ ในขบวนล าเลียง (Signals in Convoy) พลขับรถยนต์ทหำรจะต้องมีควำมรู้ควำมเข้ำใจอย่ำงชัดเจนและถูกต้องในสัญญำณของขบวนล ำเลียง ทั้งสัญญำณที่ใช้ในกำรจรำจรปกติ และสัญญำณที่ใช้ในกำรควบคุมขบวนเดินทำงด้วยยำนยนต์เพรำะในโอกำสของ กำรปฏิบัติงำนของพลขับย่อมพัวพันอยู่เสมอกับกำรใช้สัญญำณเหล่ำนี้ ไม่อย่ำงใดก็อย่ำงหนึ่ง สัญญำณในขบวนล ำเลียง เป็นสัญญำณที่ก ำหนดใช้ในทำงทหำร ในกำรจัดระเบียบควบคุมขบวน ยำนยนต์ให้ด ำเนินไปด้วยควำมเรียบร้อย แทนค ำบอกค ำสั่งด้วยวำจำ ซึ่งไม่อำจกระท ำได้เมื่อยำนยนต์นั้น มีควำมยำวมำกเกินไป หรือเพื่อป้องกันกำรใช้เสียง อำจเป็นบนรถที่เปิดบนหลังคำ หรือบนพื้นดินแล้วแต่โอกำส ของกำรใช้สัญญำณนั้น ๆ และพลขับพึงจ ำไว้ว่ำสัญญำณใดที่พลขับได้รับแล้วจ ำเป็นจะต้องส่งสัญญำณ ให้ผู้ให้สัญญำณทรำบว่ำเข้ำใจแล้ว หรือจ ำเป็นต้องแจ้งให้พลขับอื่น ๆ ทรำบ ต่อ ๆ กันต่อไป โดยจะต้องแสดง สัญญำณที่ตนได้รับทรำบแล้วทันที เพื่อเป็นกำรทวนค ำสั่งและส่งต่อกันไป จนถึงพลขับคนสุดท้ำยรับทรำบ สัญญำณกำรควบคุมขบวนล ำเลียงสำมำรถแยกออกได้พอสังเขป ดังนี้ ๑) สัญญำณในกำรขับรถ ๒) สัญญำณไฟฉำยในเวลำกลำงคืน ๓) สัญญำณในขบวนล ำเลียง ๑) สัญญาณในการขับรถ (พวงมาลัยขวา) ๑.๑ เลี้ยวขวา ชูมือขวำออกมำนอกรถ ตั้งฉำกข้ำงรถ ฝ่ำมือคล่ ำแบตรง ๑.๒ เลี้ยวซ้าย ยื่นมือขวำออกมำนอกรถ ตั้งฉำกกับข้ำงรถ ฝ่ำมือแบ ยกท่อนแขนพร้อมงอข้อมือ ข้ำมหลังคำรถไปทำงด้ำนซ้ำย ๓ ครั้ง ๑.๓ หยุด ยื่นมือขวำออกมำนอกรถ เป็นมุม ๔๕ องศำล่ำง กับข้ำงรถ ฝ่ำมือแบตรงหันไป ทำงหน้ำรถ ๑.๔ เปิดระยะต่อ ยื่นมือขวำออกมำนอกรถ ตั้งฉำกกับข้ำงรถ ฝ่ำมือคว่ ำแบตรง ฟำดแขนลงมำ เป็นมุม ๔๕ องศำล่ำง ท ำเพียงครั้งเดียว ๑.๕ ปิดระยะต่อ ยื่นมือขวำออกมำนอกรถ ตั้งฉำกกับข้ำงรถ ฝ่ำมือหงำยแบตรง ยกแขนขึ้นเป็นมุม ๔๕ องศำบน ท ำเพียงครั้งเดียว ๑.๖ ผ่านหรือขึ้นหน้าไปได้ยื่นมือขวำออกนอกรถ ตั้งฉำกกับข้ำงรถ หมุนเป็นวงกลมหลำย ๆ รอบ ๒) สัญญาณไฟฉายในเวลากลางคืน ๒.๑ ไป หรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือออกไป หรือเพิ่มความเร็วหรือเร่งเวลา ถือไฟฉำยอยู่ตรง ล ำตัวระดับใต้คำง เลื่อนลงมำตำมแนวดิ่งถึงท้องแล้วกลับที่เดิมหลำย ๆ ครั้ง เมื่อพลขับหรือยำนพำหนะ ในขบวนล ำเลียงรับทรำบสัญญำณแล้ว จะต้องเคลื่อนย้ำยจำก ณ ที่นั้นทันที และเมื่อเคลื่อนที่ออกไปแล้ว ได้รับ สัญญำณนี้อีกท่ำนจะต้องปฏิบัติด้วยควำมรวดเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ (เพิ่มควำมเร็ว) ๒.๒ เลี้ยวขวา ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัวระดับใต้คำง หมุนเป็นวงกลมไปทำงซ้ำยหลำย ๆ รอบ ๒.๓ เลี้ยวซ้าย ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัวระดับใต้คำง หมุนเป็นวงกลมไปทำงขวำหลำย ๆ รอบ ๒.๔ ติดเครื่อง ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัวระดับไหล่ขวำ หมุนไปทำงซ้ำยเป็นรูปเลขแปดนอน หลำย ๆ ครั้ง ๒.๕ ถอยหลัง หรือกลับไปที่เดิม ถือไฟฉำยอยู่ตรงล ำตัวระดับใต้คำง กระพริบไฟหลำย ๆ ครั้ง


Click to View FlipBook Version