๕๑ ๓.๒ โซ่ คือ เหล็กที่ท้าเป็นห่วงและน้ามาคล้องต่อ ๆ กัน จนมีความยาวตามความต้องการ มีประโยชน์คล้ายเชือกใช้ผูกหรือติดสเกลเข้ากับสิ่งของต่างๆ ที่ต้องการก้าลังมากกว่าเชือก โซ่ที่ใช้กับ สมอเราเรียกว่าโซ่สมอ ๓.๒.๑ ชนิดของโซ่แบ่งเป็น ๒ ชนิด ๑) โซ่ชนิดมีขื่อ โซ่มีขื่อเป็นโซ่ที่มีขื่อตรงกลางวงโค้งของลูกโซ่ โซ่ชนิดนี แข็งแรง ดีมาก ไม่พันกันง่าย ส้าหรับใช้กับเรือขนาดใหญ่ เช่น ใช้เป็นโซ่สมอมีขนาดตั งแต่ ๗/๑๖ นิ ว ถึง ๓๓/๘ นิ ว ส่วนยาวของลูกโซ่ลูกหนึ่งประมาณ ๕ เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของโซ่ ๒) โซ่ชนิดไม่มีขื่อ มักเป็นโซ่ขนาดเล็ก โดยมากใช้เป็นโซ่สมอเรือยนต์หรือเรือขนาดเล็ก เพราะเป็นโซ่ที่มีก้าลังน้อยและยุ่งได้ง่าย ไม่สะดวกแก่การใช้นัก (หมายเหตุ ขนาดของโซ่นั น วัดเส้น ผ่าศูนย์กลางของลูกโซ่ ถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นเท่าใด เราก็เรียกโซ่ตามเส้นผ่าศูนย์กลางที่วัดได้เช่น วัดได้ ๓ นิ ว ก็เรียกว่าโซ่ ๓ นิ ว ดังนี เป็นต้น) ๓.๒.๒ โซ่สมอ โซ่สมอที่ใช้กับเรือขนาดใหญ่นั น มีความยาวตั งแต่ ๑๘๐ เมตร ถึง ๔๐๐ เมตร แต่โซ่ธรรมดาที่ใช้กันโดยมากมักยาวเพียง ๒๐๐ เมตร ใน ๒๐๐ เมตรนี แบ่งออกเป็น ๘ ท่อน ท่อนหนึ่งเรียกว่า สเกลหนึ่ง ทุก ๆ ท่อนมีสเกลส้าหรับต่อกัน ดังนั น โซ่สเกลหนึ่งยาว ๒๕ เมตร (โซ่อังกฤษ) มีบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีความยาวของโซ่และสเกลแตกต่างกับที่ได้กล่าวไว้แล้ว คือ ใช้สายโซ่หนึ่งยาว ๒๔๐ เมตร และ ๒๗๐ เมตร เพราะฉะนั นสเกลหนึ่งยาว ๓๐ เมตร ในราชนาวีเรา โซ่ที่ใช้ในเรือใหม่ ๆ โดยมากยาว ๒๐๐ เมตร และ ๒๒๕ เมตร แบ่งออกเป็น ๘ สเกล และ ๙ สเกล ตามล้าดับ สเกลหนึ่ง ๆ ยาว ๒๕ เมตร สเกลโซ่เป็นรูปห่วงโค้งคล้ายเกือกม้า มีสลักสวมอยู่ที่ปากสเกล สะหลักนี ถอดได้เพื่อ ความสะดวกในการถอดหรือใส่สเกล การใส่สเกลต้องใส่ให้วงโค้งหันออกไปทางที่ติดสมอ เพื่อป้องกัน ไม่ให้สเกลกระแทกกับกว้าน เครื่องห้ามโซ่ และสมอ การแบ่งโซ่ออกเป็นสเกล (ท่อน) หนึ่ง ๆ นั น ก็เพื่อประโยชน์ ๔ ประการ คือ ๑) เพื่อเป็นการสะดวกแก่การแก้โซ่ยุ่ง หรือโซ่พันกันในขณะเมื่อถอดสมอ ๒ ตัวเพราะ จะได้ถอดสเกล (ปลดท่อนที่ต่อไป) ตรงที่ยุ่งหรือพันกันนั นออก แล้วท้าการแก้เฉพาะที่ตรงนั น ไม่ จ้าเป็นต้องสาวโซ่ทั งเส้น ซึ่งเป็นการเปลืองแรงคนและเวลามาก ๒) เมื่อโซ่สเกลใดช้ารุด จะได้ถอดออกเปลี่ยนเฉพาะแต่สเกลที่ช้ารุด ไม่จ้าเป็นต้องตัด โซ่ทั งเส้น ซึ่งเป็นการเปลืองแรง และสิ นเปลือง งป. ๓) เป็นการสะดวกแก่การน้าเอาขึ นมาท้าความสะอาด หรือน้าไปใช้งาน เพราะอาจ แบ่งเป็นท่อน ๆ ให้เหมาะแก่ก้าลังของคนที่จะแบกหามได้ ๔) ในขณะที่ทอดสมอหรือถอนสมอ สเกลแสดงให้เราทราบว่าโซ่ได้ลงน ้าหรือเหลืออยู่ เป็นจ้านวนเท่าใด และเพื่อจะให้รู้แน่ชัดว่าเป็นสเกลที่เท่าใด เขามักท้าเครื่องหมายไว้ตามสเกล ๓.๒.๓ วิธีตรวจโซ่ ให้เอาโซ่ทั งหมดออกจากยุ้ง แล้วจัดวางเรียงตามยาวบนดาดฟ้า ปลด สเกลออกทุก ๆ ท่อน ขูดสีและจาดออกให้หมด แล้วเอาเดือยตะกั่วที่รูสลักออกเสีย เอาค้อนเคาะที่ลูกโซ่
๕๒ ทุก ๆ ลูก ลูกโซ่นั นจะต้องมีเสียงดังกริ๊ง ๆ และไม่มีรอยร้าวเลย ตรวจดูขื่อของลูกโซ่ ถ้าหลวมให้จัดการ เปลี่ยนใหม่เสีย วัดขนาดของลูกโซ่ด้วยคาริเปอร์ เพื่อจะดูว่ากร่อนลงหรือไม่ ตรวจดูปากจับลูกโซ่ในยุ้งโซ่ เคาะสีในยุ้งโซ่และทาสีเสียใหม่ และต่อโซ่กันเข้าอีกตรวจทุก ๆ ท่อนว่าเครื่องหมายถูกต้องแล้วหรือยัง แล้วเอากุญแจใส่ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ให้เก็บลงในยุ้งโซ่ตามเดิม โซ่ที่อยู่ในเรือนั น ๖ เดือนควรตรวจ เสียครั งหนึ่ง ถ้าเรือผูกทุ่นควรตรวจปีละครั ง เมื่อครบ ๓ ปีควรส่งไปตรวจสอบความแข็งแรงที่โรงงาน ๓.๒.๔ วิธีรักษาโซ่สมอ ต้องคอยตรวจตราดูอย่าให้โซ่เป็นสนิม เพราะจะท้าให้หย่อน ก้าลังลง ตามสเกลทุก ๆ อันอย่าให้สเกลยื่นออกมา และสเกลนั นต้องทาด้วยจารบี สลักต้องทาด้วยจาดขาว เพื่อป้องกันสนิมและสะดวกในการปลดโซ่ เมื่อได้ปลดโซ่ของเก่าอ่านไม่ออกแล้วต้องขูดสีเก่าออกและทาสี ใหม่ก่อนที่จะสวมเข้าอีกครั งหนึ่ง การรักษาสมอเช่นเดียวกัน เมื่อเลิกใช้แล้วต้องท้าความสะอาดอย่าให้ เกิดสนิมนั นต้องเป็นสมออย่างใหม่ต้องคอยหมั่นตรวจน ้ามันที่ข้อต่อ เพื่อให้แขนสมอโยกไปมาได้คล่อง ๓.๒.๕ เครื่องประกอบโซ่สมอและประโยชน์ของเครื่องประกอบโซ่สมอ เครื่องสมอทุก เส้นจ้าเป็นต้องมีเครื่องประกอบโซ่สมอ ดังต่อไปนี ๑) สเกล (Shackles) สเกลมีอยู่ ๒ ชนิดคือ (๑) สเกลโซ่ซึ่งเป็นสเกลต่อโซ่สั น ๆ ให้ติดต่อเป็นเส้นเดียวกัน (๒) สเกลสมอ คือ สเกลที่สุดของโซ่ ใช้ร้อยเข้าไปในห่วงสมอ สเกลสมอยังแบ่ง ออกเป็น ๒ ชนิด คือ ก) ชนิดสลักใส่ลิ่มซึ่งภายนอกสเกล (Bending Shackles) มีหมุดใส่ลิ่มเพื่อ กันไม่ให้ลิ่มหลุด สเกลชนิดนี เหมาะส้าหรับใช้กับสมอมีกะ ข) ชนิดมีสลักแต่ไม่มีลิ่ม (Connecting Shackles) คล้ายกับสเกลที่ส้าหรับ ใส่โซ่ สเกลชนิดนี ใช้กับสมอกะ ที่มีสลักหมุด (Forelock pin) ซึ่งเจาะทะลุสเกลและสลักยึดอยู่ หมุดนี บางที่ก็ท้าด้วยไม้ แต่โดยมากท้าด้วยเหล็ก และเพื่อป้องกันไม่ให้หลวมตัว เขาใช้ตะกั่วเคลือบที่หัวหมุด ทั งสองข้าง โดยเจาะเป็นรูที่สเกลตรงปลายหมุดนั น ๒) กุญแจกล กุญแจกลเป็นห่วงโซ่ซึ่งปลายโค้งเป็นรูปไข่ ปลายข้างหนึ่งมีเดือยซึ่งหมุนได้ รอบตัวสวมอยู่ กุญแจกลนี ใส่ติดกับสายโซ่สมอ เพื่อป้องกันมิให้โซ่บิดในขณะที่ทิ งสมอหรือแกว่งขณะทิ ง (การใส่ต้องระวังให้ปลายทางโค้งหันไปทางสมอ) เพราะกุญแจหมุนได้รอบตัว ถ้าไม่มีกุญแจกลแล้วเมื่อเรือ หมุนไปก็จะบิดให้สายโซ่เป็นเกลียว ท้าให้โซ่ต้องได้รับก้าลังมากขึ นอีก เมื่อถอนสมอหลุดจากพื นดิน สมอจะ หมุนคลายเกลียว ท้าให้ใช้กว้านไม่ได้สะดวก การใส่กุญแจกลก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือ เมื่อเวลาหะเบส สมอกุญแจกลอาจท้าอันตรายแก่กว้านสมอได้ เพราะกุญแจกลใหญ่กว่าโซ่ธรรมดา เพราะฉะนั นในปัจจุบัน นี แทนที่จะใส่กุญแจกลทุก ๆ สเกลโซ่กลับนิยมใส่กุญแจกลเพียงที่ปลายโซ่สมอทั งสองข้างเท่านั น ซึ่งโซ่สมอ ตอนที่ใส่กุญแจกลนี จะไม่ผ่านกว้านเลย ๓.๓ รอก รอกเป็นสิ่งที่ส้าคัญที่สุดสิ่งหนึ่งในเรือ เป็นเครื่องมือส้าหรับช่วยแรงหรือผ่อนแรง ในการยกหรือลากของหนัก เช่น ใช้ในการชักเรือโบต และยกเครื่องจักรขึ นลง เป็นต้น
๕๓ ๓.๓.๑ ชนิดของรอก รอกที่ใช้ในเรือตามปกตินั น มีชนิดต่าง ๆ ดังต่อไปนี ๑) รอกธรรมดา (Common Block) ๒) รอกตีน (Snatch Block) ๓) รอกกล (Mechanical Block) ๔) รอกปุลเล่ห์ (Pulley or Gin Block) ๕) รอกแม่แรง (Festoon Pure base) ๓.๓.๒ ชื่อและส่วนต่าง ๆ ของรอก ๑) เปลือกรอก (Shell) เป็นส่วนนอกของรอกท้าด้วยไม้เอลมา ซึ่งเป็นไม้ที่มีเนื อแข็ง และเหนียวทนทานหรือท้าด้วยแร่ เช่น เหล็ก หรือทองเหลือง เป็นต้น ๒) ลูกรอก (Sheave or Shiver) ท้าด้วยไม้ริกน้าไวดี ซึ่งเป็นไม้ที่มีเนื อแข็ง และมี น ้ามันอยู่ในตัว หรือท้าด้วยแร่ เช่น เหล็ก หรือฟอสเฟอร์บรอนส์ (Phospherbronze) ลูกรอกนี สวมอยู่ ในเปลือกรอกหมุนได้รอบตัว โดยมีรูตรงกลางส้าหรับสวมเดือยรอก ๓) เดือยรอก (Pin) ท้าด้วยแร่เหล็ก ตอนหัวท้าเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เดือยรอกนี สวมผ่าน รูกลางของเปลือกรอกและลูกรอก ๔) ช่องร้อยเชือก (Swallow) เป็นช่องว่างภายในเปลือกรอก โค้งไปตามลูกรอก อยู่ระหว่างเปลือกรอกภายในตอนบนกับตอนบนของลูกรอก ใช้เป็นช่องส้าหรับร้อยเชือก บางทีเรา เรียกว่า “ตารอก” (Sheave noel) รอกบางตัวตาบนกับตาล่างไม่เท่ากัน ๕) ร่องตลกรอก (Score) เป็นร่องที่เซาะไว้ที่ผิวนอกตอนกึ่งกลางทางตั งของเปลือก รอก ส้าหรับตลกรอก ร่องนี มี ๑ ถึง ๒ ร่องแล้วแต่ชนิดของรอก ๖) ตลกรอก (Strop) ท้าด้วยเชือก, ลวด หรือโลหะปะกับลงไปตามแนวร่องตลกรอกใช้ ประโยชน์ส้าหรับรัดเปลือกรอกให้แน่นหนา และใช้ส้าหรับติดห่วงหรือขอเพื่อติดหรือแขวนรอกกับติด สิ่งของต่าง ๆ ๗) กระหม่อมรอก (Head or Crown) เป็นส่วนบนของรอกปากเป็นร่องตลกรอกแต่ตื น กว่าทางก้นรอก ๘) ก้นรอก (Tail) เป็นส่วนของรอก ได้บากเป็นร่องตลกไว้ลึก เราเรียกว่า “ร่องเปลือกล่าง” หรือ “ร่องก้นรอก” (Ass) ๙) ลูกปืน (Bearing or roller) ท้าด้วยแร่เป็นลูกกลมหลาย ๆ ลูก อยู่ภายในตลับ ลูกปืน ติดอยู่กับลูกรอกโดยรอบรูที่สวมเดือยรอก เพื่อให้ลูกรอกหมุนได้คล่อง ลูกปืนนี บางทีท้าเป็นลูกล้อ ๓.๓.๓ วัตถุที่ใช้ท้าและประโยชน์ของลูกรอก ๑) รอกธรรมดา (Common Block) เป็นรอกที่ท้าด้วยไม้หรือแร่ มีตลกรอกท้าด้วยเชือก ลวดหรือแร่ แล้วแต่ชนิดของรอก ที่คอรอกนั นบางทีก็ติดต้ารีหรือห่วงเพื่อท้าเป็นรู (รอกไม้ใช้ต้ารี รอก แร่ใช้ท้าเป็นห่วง) ซึ่งเรียกว่าห่วงรอก บางทีก็ติดด้วยขอซึ่งเรียกว่า “ขอรอก” ในการติดด้วยห่วง หรือข้อนี
๕๔ เพื่อให้เหมาะกับที่ที่จะต้องใช้ เพราะรอกชนิดนี บางที่ก็ต้องใช้เกี่ยวสิ่งของยกขึ นหรือลง หรือเลื่อนไปมา การเรียกรอกชนิดนี เรียกตามเปลือกรอกที่ท้าด้วยไม้หรือแร่ และตามจ้านวนลูกรอกของรอกตัวนั น เช่น รอกไม้ตาเดียว (คือเปลือกรอกท้าด้วยไม้ มีลูกรอกลูกเดียว) รอกไม้ ๓ ตา (คือเปลือกรอกท้าด้วยไม้ มีลูกรอก ๓ ลูก) หรือรอกเหล็กตาเดียว (คือเปลือกรอกท้าด้วยเหล็ก มีลูกรอก ๑ ลูก) เหล่านี เป็นต้น รอกธรรมดานี ใน เรือที่มีใช้มาก เช่น รอกไม้ขนาดใหญ่ตาเดียว, ๒ ตา หรือ ๓ ตา ใช้เป็นรอกส้าหรับชักเรือโบต, เรือยนต์, รอกสมอ ฯลฯ ส่วนขนาดเล็กส้าหรับชักธงและใช้เป็นรอกส้าหรับเชือก, เสา, เพลา ใบเรือโบต เป็นต้น ๒) รอกตีน (Snatch Block) เป็นรอกท้าด้วยไม้หรือแร่ มีตาเดียวตลกรอกท้าด้วยเหล็ก ทางด้านหนึ่งของตลกรอกตรงช่องร้อยเชือกตักเป็นช่องไว้ มีบานพับเปิดปิดได้ หรือเป็นบานพับหันไปมาได้ ที่ท้าได้เช่นนี เพื่อประสงค์ให้ร้อยเชือก หรือเอาเชือกออกได้สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลาเอาหางเชือกร้อย หรือ ตัดออก รอกชนิดนี โดยมากใช้ติดกับพื น เพื่อเป็นเครื่องช่วยผ่อนแรง หรือช่วยก้าลังดึง เช่น ชักเรือโบต หรือไกต่าง ๆ เป็นต้น ๓) รอกกล (Mechanical Block) เป็นรอกท้าด้วยแร่หรือไม้ ตลกรอกท้าด้วยเหล็ก ตรงคอรอกที่ติดขอหรือห่วงท้าเป็นกุญแจกล เพื่อให้รอกหมุนไปมาได้รอบตัว รอกชนิดนี ใช้ในการปั้นจั่น โดยมาก ๔) รอกปุลเล่ห์ (Pulley or Gin Block) เป็นรอกท้าด้วยแร่ ลูกรอกท้าเป็นปุลเล่ห์ คล้ายล้อรถ รอกชนิดนี ใช้ยกของหนัก ๆ ในเรือไม่ค่อยจะมีที่ใช้นัก ๕) รอกแม่แรง (Nest on Pure base) เป็นรอกกลไกที่ท้าด้วยแร่ทั งสิ น โดยมากใช้โซ่ ร้อยแทนเชือก รอกชนิดนี ใช้ก้าลังดึงแต่เพียงเล็กน้อยก็สามารถยกของที่หนัก ๆ ได้แต่การยกนี จะท้าได้ รวดเร็วดังรอกชนิดอื่น ๆ ไม่ได้ โดยมากรอกชนิดนี ในเรือเขามักใช้ในห้องเครื่อง เพื่อยกส่วนประกอบ เครื่องจักรที่มีน ้าหนักมาก ๓.๓.๔ วิธีวัดขนาดของรอกวิธีวัดขนาดของรอกทางใช้การนั น มีวิธีวัดได้ ๒ วิธี คือ ๑) รอกที่ยังไม่ได้ติดตลกรอกหรือรอกตลกใน ให้เอาเชือกวัดโอบจากคอรอกไปตาม ส่วนโค้งของเปลือกรอก ผ่านกับรอกที่ตรงกึ่งกลางไปบรรจบหางเชือกที่คอรอก แล้วเชือกนั นมาทบเข้า ให้เสมอกัน ทาบเข้ากับไม้บรรทัด (นิ วฟุต) ก็จะได้ขนาดของรอก (การนับขนาดของรอกในเวลานี ใช้ นิ วฟุต เพื่อให้ตรงกับขนาดของเชือก ซึ่งนับขนาดเป็นนิ วฟุตเหมือนกัน ถ้าใช้วัดเชือกเป็นมาตรา เมตริกแล้ว ขนาดของรอกก็ต้องใช้เป็นมาตราเมตริกเช่นเดียวกัน) ๒) รอกที่ติดตลกรอกแล้ว วิธีวัดเช่นเดียวกันกับใช้วัดในข้อ ก. แต่เวลาจะวัดนั นต้อง ทาบเชือกให้ชิดกับตลกรอก (ไม่ใช้ทาบขืนไปบนตลกรอก ถ้าท้าเช่นนั นจะได้ขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง) แต่การวัดโดยวิธีนี จะได้ขนาดของรอกเล็กไปกว่าความเป็นจริงเพียงเล็กน้อย เพราะการวัดนั นไม่ได้วัด ตรงกึ่งกลางของเปลือกรอกเพราะติดตลกรอก การวัดวิธีนี ขนาดที่ได้มา เขามักปัดเศษให้เป็นจ้านวนเต็ม เช่น วัดได้ขนาด ๑๕ นิ วครึ่ง ก็ปัดเศษครึ่งให้เป็นจ้านวนเต็ม คือ เป็น ๑๖ นิ ว ก็จะได้ใกล้เคียงกับขนาด ของจริงมาก
๕๕ หมายเหตุ การวัดขนาดของรอกตามวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างบนนี ถ้ารอกที่ต้องการวัดมี หลาย ๆ ตา เช่น ๓ – ๔ ตาแล้ว เมื่อวัดตามวิธีข้างบนแล้ว เชือกที่ได้มาจะมีขนาดใหญ่กว่าช่องร้อย เชือก เพราะรอกและก้นรอกกว้างมาก ฉะนั น ทางใช้การเขาจึงวัดจากขอบด้านกว้างของเปลือกรอกลง ไปตามตลกรอกเช่นเดียวกัน แต่ไม่โอบรอบจนบรรจบกัน วัดแต่เพียงจดขอบล่าง ทางด้านเดียวกัน เมื่อ วัดโดยวิธีที่กล่าวนี แล้วก็หาเชือกร้อยรอกได้พอดี ๓.๓.๕ ประโยชน์ของการวัดขนาดของรอก เพื่อประโยชน์๒ ประการ คือ ๑) เพื่อประโยชน์ในการเบิกยืมหรือหยิบยืม จะได้บอกขนาดถูกว่าเราประสงค์จะใช้ รอกใหญ่เล็กเท่าใด เช่นว่า รอกไม้ ๓ ตา ขนาด ๑๕ หรือ ๑๖ นิ ว ดังนี เป็นต้น ๒) เพื่อหาขนาดของเชือกที่จะน้ามาร้อยรอกได้พอดี (คือไม่คับหรือหลวมเกินไป) เพราะการที่จะใช้เชือกขนาดใด ส้าหรับร้อยรอกนั นจ้าเป็นจะต้องรู้ขนาดของรอกเสียก่อน ถ้าไม่รู้ขนาด ของรอกเสียก่อนแล้ว จะหาเชือกมาร้อยได้พอดีได้ยาก แม้จะหาเชือกมาร้อยรอกได้ ก็จ้าเป็นจะต้อง ทดลองร้อยกันเสียเวลานาน เพราะตามกฎมีอยู่ว่า เชือกที่จะใช้ร้อยรอกนั นจะต้องมีขนาด ๑ ใน ๓ ของรอก เช่นรอกขนาด ๑๕ นิ ว เชือกที่จะใช้ร้อยต้องมีขนาดของเชือกขนาด ๕ นิ ว หรือรอกขนาด ๙ นิ ว จะต้องใช้ เชือกขนาด ๓ นิ ว เป็นต้น หรือถ้าเรารู้ขนาดของเชือกแล้ว เช่น ขนาดของเชือก ๖ นิ ว เราต้องการจะหา รอกมาร้อยก็คงใช้กฎอันเดียวกัน คือ ต้องใช้รอก ๑๖ นิ ว (คือใช้ขนาดรอกโต ๓ เท่าของขนาดเชือก) ๓.๓.๖ การเรียกชื่อ ส้าหรับรอกธรรมดานั น การเรียกชื่อเขาใช้เรียกตามวัตถุที่ใช้ท้ารอก และตามจ้านวนตาของรอก เช่น รอกไม้ตาเดียว รอกเหล็ก ๓ ตา เป็นต้น ๓.๔ สมอและสายสมอ ๓.๔.๑ สมอ สมอเป็นเครื่องส้าหรับยึดเหนี่ยวเรือเมื่อจอดอยู่กลางน ้า ช่วยในการเทียบหรือ ดึงเรือออกจากท่า หรือช่วยในการเลื่อนเรือในเมื่อมิได้ติดไฟหม้อน ้า มีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังแสดงในภาพ ภาพที่ ๔.๑๔ ส่วนต่าง ๆ ของสมอ
๕๖ ๑) ส่วนต่าง ๆ ของสมอและประโยชน์ (๑) ห่วงสายสมอ (Ring) ส้าหรับติดสเกลปรายโซ่สมอ (๒) ตัวสมอ (Shrank) เป็นโครงส่วนใหญ่ของตัวสมอ (๓) ห่วงสมอ (Gravity band) เป็นห่วงศูนย์กลางน ้าหนักเวลายกสมอและเป็นที่ผูกทุ่น สมอ ซึ่งเป็นที่หมายบอกต้าแหน่งของตัวสมอ (๔) กะสมอ (Stock) ส้าหรับช่วยแขนสมอยึดดินให้มั่นคงยิ่งขึ น สมอบางชนิดไม่มีกะสมอ ที่ใช้ในเรือเล็ก เช่นในเรือยนต์, เรือโบต กะสมอยื่นออกไปได้ตั งฉากกับแขนสมอ (๕) แขนสมอ (Arm) ส้าหรับยึดดินเพื่อให้ยึดเหนี่ยว ถ้าแขนสมอไม่กินดินหรือกินแต่น้อย เรืออาจเกา (เรือเคลื่อนที่ไปได้) เวลาทิ งสมอจึงต้องให้เรือเดินหน้าหรือถอยหลังเพื่อให้แขนสมอกินดินเต็มที่ (๖) ผานสมอ (Palm or fluke) ส้าหรับช่วยสับดิน เพื่อให้แขนสมอกินดินได้ลึก (๗) ปลายแขนสมอ (Pea or bill) ส้าหรับใช้ผานสมอจิกเข้าไปในดินได้ลึก (๘) ครีบสมอ (Tripping palms) ส้าหรับป้องกันมิให้แขนสมอหลุดจากดินได้ง่าย (๙) หัวสมอ (Crown) หัวสมอชนิดไม่มีกะ เป็นเหล็กคนละท่อนกับตัวสมอติดกับตัวสมอโดย มีสลักสวมหัวสมอนี โยกได้เป็นมุมกับตัวสมอไม่เกิน ๔๕ ้โดยมีแง่บังคับ (Stop) หัวสมอมีน ้าหนักมาก ส้าหรับบังคับให้แขนสมอกินดินอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ตัวสมอจะกระดกขึ นด้วยก้าลังดึงของโซ่สมอก็ตาม ๒) ชนิดของสมอ สมอที่ใช้ย่อมมีขนาดแตกต่างกันตามขนาดของเรือ เรือยิ่งใหญ่สมอยิ่ง โต ขนาดของสมอแตกต่างกันจากสมอเรือโบตหนักประมาณ ๓๐ ปอนด์ ถึงสมอเรือประจัญบานหนัก ๓๕,๐๐๐ ปอนด์ สมอยังออกแบบมีรูปแตกต่างกันไป ชนิดที่ใช้กันมากที่สุดแสดงให้เห็นดังในภาพ (๑) สมอมีกะแบบเก่า หรือสมอแบบราชนาวีอังกฤษ (Admiralty pattern anchor) สมอแบบราชนาวีอังกฤษนี มีอายุเก่าแก่กว่าราชนาวีอังกฤษเองเสียอีก และชาวเรือถือกันมานานแล้วว่า ในน ้าหนักสมอเท่า ๆ กันสมอแบบนี มีก้าลังยึดดินดีที่สุด แต่ในปัจจุบันนี สมอแบบใหม่ ๆ ได้ออกแบบให้ มีคุณลักษณะสูงกว่า ในเรือบางล้ายังใช้เป็นสมอกะและสมอเรือโบต เมื่อเวลาปล่อยสมอสมอจะนอนราบกับพื นดิน และโดยแขนที่สมออยู่เป็นมุมฉากกับ กะสมอ แขนสมอข้างหนึ่งก็จะขึ นมาจากตัวสมอ ส่วนแขนสมอข้างหนึ่งจะจิกแน่นเข้าไปในดิน และเกาะไว้ เป็นการรับน ้าหนักของเรือ ข้อเสียของสมอนี ก็คือ โซ่สมออาจพันกับแขนสมอข้างที่โผล่ขึ นมาจากพื นดินใน เวลาที่เรือหันตามน ้าและตามลม ท้าให้สมอเคลื่อนที่ได้ นอกจากนั นถ้าปล่อยสมอในที่น ้าตื นยังอาจเป็น อันตรายแก่ท้องเรือได้ง่าย เพราะเมื่อเวลาน ้าลงเรืออาจอยู่บนแขนสมอได้ สมอแบบนี เก็บเข้าที่รูสมอ ไม่ได้เพราะติดกะสมอ ดังนั นจะต้องเก็บบนดาดฟ้า หรือแขวนไว้ในที่ที่จะปล่อยสมอได้ง่าย (ดังที่เรียกว่า เอาสมอขึ นเกตุ) ยิ่งสมอตัวใหญ่ ๆ ยิ่งเก็บล้าบาก
๕๗ ภาพที่ ๔.๑๕ สมอมีกะแบบเก่า (๒) สมอไม่มีกะ (Admiralty standard stockless) สมอประเภทนี ไม่มีกะ ดังนั นจึง หะเบสเข้าที่ที่รูสมอได้เลย โดยเหตุนี จึงเก็บได้ง่าย และพร้อมที่จะปล่อยได้โดยเร็ว สมอประเภทนี มีก้าลัง ยึดดี ใช้เป็นสมอหัวในเรือรบของอังกฤษ และเป็นสมอท้ายด้วย ถ้ามีรูสมอท้ายท้าไว้ แขนสมอเป็นคนละ ท่อนกับตัวสมอและโยกจากตัวสมอได้ โดยมีสลักแกนติดกับหัวสมอไว้ขณะที่ปล่อยสมอและสมอถูกโซ่ ลากไป ครีบที่แขนสมอจะท้าให้ผานพลิกลงและจิกดิน มุมที่ผ่านสมอจะเอียงจากตัวได้เท่าใดจ้ากัดด้วย แง่บังคับที่ติดอยู่กับหัวสมอ ภาพที่ ๔.๑๖ สมอไม่มีกะ สมอไม่มีกะอาจมีแบบแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยเกี่ยวกับรายละเอียด แต่รูปร่างส่วนใหญ่ แล้วเหมือนกัน
๕๘ (๓) สมอมีกะแบบใหม่ (Close stowing anchor) สมอประเภทนี มีรูปร่างเช่นเดียวกับ สมอไม่มีกะ ผิดกันแต่เพียงว่ามีกะติดอยู่ใกล้ห่วงสายสมอ การท้างานก็เช่นเดียวกัน สมอนี เป็นรุ่นเก่า ยังคงมีใช้เป็นสมอกะในเรือใหญ่ ภาพที่ ๔.๑๖ สมอมีกะแบบใหม่ (๔) สมอแดนฟอรธ (Dan forth anchor) สมอประเภทนี ออกแบบขึ นใหม่ ในน ้าหนัก สมอเท่า ๆ กันมีก้าลังยึดดีกว่าสมอรุ่นก่อน ๆ ในเวลานี ราชนาวีอังกฤษก้าลังใช้แทนสมอรุ่นเก่า มีรูปร่าง คล้ายสมอไม่มีกะและอาการก็เช่นเดียวกัน แต่มีกะขนาดเล็กซึ่งสวมผ่านหัวสมอ ป้องกันมิให้สมอขยับพลิก ในเมื่อผานสมอกินดินแล้ว สมอนี หะเบสเก็บเข้าที่ที่รูสมอได้อย่างเดียวกับสมอไม่มีกะ ข้อที่เสียก็คือสมอนี อาจไม่กินดินเมื่อจอดเรือชั่วระยะสั น ภาพที่ ๔.๑๗ สมอแดนฟอรธ (๕) สมอ C.Q.R. สมอประเภทนี ออกแบบขึ นใหม่เหมือนกัน และมีก้าลังยึดเช่นเดียว กับแบบอื่น ๆ แขนสมอหักออกไปจากตัวสมอโดยสลักบานพับ และมีรูปคล้ายไถเมื่อเวลาถูกโซ่ดึงผาน สมอจะฝังเข้าไปในดินแน่น ในราชนาวีอังกฤษใช้กับเรือเล็ก เช่นเรือยนต์ตอร์บีโดผ่านยังมิได้ใช้กับเรือ ใหญ่เนื่องจากเก็บเข้าที่ที่รูสมอไม่ได้
๕๙ ภาพที่ ๔.๑๗ สมอ C.Q.R. ๓) ประเภทของสมอแบ่งตามการใช้งาน (๑) สมอหัวเรือและสมอหัวเรืออะไหล่ (Bower and sheet anchor) สมอที่ใหญ่ที่สุด ในเรือเรียกว่าสมอหัวเรือ ใช้ส้าหรับทอดสมอตัวเดียวหรือสองตัว เมื่อไม่ได้ทอดสมอ สมอหัวเรือเก็บอยู่ ที่รูสมอหัวเรือกราบละตัว สมออะไหล่หัวเรือเรียกว่า “Sheet anchor” มีอยู่ในเรือขนาดใหญ่บางประเภท ส้าหรับใช้ในเวลาฉุกเฉิน โดยปกติเก็บไว้ที่รูสมอหัวเรือกราบขวาถัดจากสมอตัวขวาเล็กน้อย (๒) สมอท้าย (Stream anchor) มีขนาดเล็กกว่าสมอหัวเรือ มีในเรือขนาดใหญ่ส้าหรับ ใช้เป็นสมอท้าย สมอนี ถ้าไม่เก็บที่รูสมอท้าย ก็เก็บที่บนดาดฟ้าภายใต้หลักเดวิดและใช้ลวดซึ่งมีกุญแจ กลติดอยู่ด้วยแทนโซ่สมอ การหะเบสสมอใช้กว้านท้ายเรือและมีที่ห้ามลวดติดอยู่บริเวณใกล้เคียง (๓) สมอกะ (Kellick anchor) มีขนาดเล็กและกะทัดรัด โดยปกติใช้ส้าหรับให้ท้ายเรือ หันไปในทิศที่ต้องการ ตัวอย่าง เช่นให้กะยึดท้ายเรือที่ทอดสมอไม่ให้เกะกะทางแห่งเรือใบ สมอกะนี น้า ใส่และปล่อยจากเรือโบต ใช้ลวดขนาดเล็กเป็นสายสมอ ฉะนั นจึงมักจะเก็บใกล้ๆ กับหลักเดวิด พร้อมที่ จะยกเรือโบตในสมัยก่อนเรือมักจะเลื่อนเข้าท่าโดยการกะสมอไปข้างหน้าต่อเนื่องกัน แต่สมัยนี มักจะไม่ ค่อยท้ากันแล้ว ๓.๔.๒ สายสมอ สายสมออาจท้าด้วยโซ่, ลวด, เชือก มีขนาดและความยาวต่าง ๆ ตั งแต่ เชือกมะนิลาขนาด ๒ นิ ว ยาว ๔๐ เมตร ที่ใช้ในเรือโบตจนถึงโซ่ขนาด ๓ นิ ว ยาว ๑,๐๐๐ เมตร ที่ใช้ใน เรือบรรทุกเครื่องบิน สายสมอหัวเรือของเรือเดินทะเลส่วนมากท้าด้วยโซ่มีขื่อ เพราะว่ามีความแข็งแรง ทนทานต่อการช้ารุดสึกหรอที่บังเกิดขึ นแก่สายสมอดีกว่าสายลวดหรือเชือก ขื่อที่ลูกโซ่ช่วยให้โซ่แข็งแรง และกันไม่ให้โซ่ขมวดกัน ในปัจจุบันนี โซ่สมอชนิดมีชื่อท้าเป็นท่อน ๆ มีความยาว ๑๕ หรือ ๗ ๑/๒ วา ท่อนหนึ่ง ๆ เรียกว่า “สเกลหนึ่ง” และ “ครึ่งสเกล” ก่อนปี๑๙๔๙ ในราชนาวีอังกฤษ โซ่หนึ่งสเกลยาว ๑๒ ๑/๒ วา
๖๐ โซ่สมอหัวเรือโดยปกติประกอบด้วยโซ่ “ครึ่งสเกล” สี่ท่อน ส่วนที่เหลือก็เป็นโซ่ “หนึ่ง สเกล” มากน้อยท่อนตามขนาดของเรือ โซ่ครึ่งสเกลโดยปกติอยู่ติดกันเป็นคู่ คู่หนึ่งอยู่ที่ปลายด้านนอก เรือถัดตัวสมอเข้ามา และอีกคู่หนึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างปลายนอกและปลายใน วิธีการแบ่งโซ่สมอหัวเรือ ออกเป็น “หนึ่งสเกล” และ “ครึ่งสเกล” เพื่อช่วยให้ปลดโซ่จากกันได้มากแห่งตลอดความยาวของโซ่ และเป็นการสะดวกดังตัวอย่าง เช่น เวลาใส่กุญแจกลสี่ขา (Mooring swivel) ตามความยาวของโซ่ที่ ต้องการใช้เวลาทอดสมอสองตัวได้ โซ่สมอที่ใช้กับเรือรบของราชนาวีเรานั น ธรรมดาที่ใช้กันโดยมากยาว ๒๐๐ – ๒๒๕ เมตร ในจ้านวนโซ่เหล่านี แบ่งออกเป็น ๘ ท่อน หรือ ๙ ท่อน ท่อนหนึ่ง ๆ เรียกว่าสเกลหนึ่ง ทุก ๆ ท่อนมีสเกล ส้าหรับต่อกัน ดังนั นโซ่สเกลหนึ่งยาว ๒๕ เมตร แต่ถ้าโซ่ที่ท้าจากนาวีสหรัฐ ฯ ความยาวของโซ่และสเกล แตกต่างกันออกไป คือสายโซ่หนึ่งยาว ๒๔๐ เมตร และ ๒๗๐ เมตร เพราะฉะนั นสเกลหนึ่งยาว ๓๐ เมตร ๓.๕ ดิ่งน ้าตื น ดิ่งน ้าตื นเป็นเครื่องหมายส้าหรับหยั่งน ้าในเขตที่น ้าไม่ลึกมากนัก (ไม่เกิน ๔๐ เมตร) เพื่อต้องการทราบความลึกของน ้า และลักษณะพื นท้องทะเล ดิ่งน ้าตื นเป็นเครื่องมือหยั่งน ้า ที่มีน ้าหนักเบา สะดวกในการยักย้ายไปมา ใช้หยั่งหาอัตราลึกของน ้าได้เฉพาะเมื่อเรือเดินเบาหรือหยุดอยู่ ไม่ใช้ในขณะเรือเดินเร็วและลึกมาก ดิ่งน ้าตื นนอกจากจะใช้กับเรือใหญ่ทั่วไปแล้ว ยังใช้กับเรือเล็ก เช่น เรือโบ๊ตและเรือยนต์ด้วย ซึ่งใช้ลูกดิ่งและเชือกขนาดเล็กกว่า เรียกว่าดิ่งเรือโบ๊ต ๓.๕.๑ ส่วนประกอบของดิ่งน ้าตื น ๑) ลูกดิ่ง ท้าด้วยตะกั่วเป็นรูปกรวยตัดกัน ที่ก้นลูกดิ่งเจาะรูกลมไว้ส้าหรับอัดจารบี เพื่อตรวจลักษณะพื นท้องทะเล ๒) สายดิ่ง เป็นสายเชือก ๘ เกลียว ถักคล้ายสายล๊อก หรือเป็นเชือกกันชา ๓ หรือ ๔ เกลียว ขนาด ๑ – ๑ ๑/๘ นิ ว ยาวไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร ตลอดความยาว ๔๐ เมตร จะมีเครื่องหมาย บอกระยะไว้ทุก ๆ เมตร ดังแสดงในรูป ๓) เครื่องหมาย ที่สายดิ่งน ้าตื นจะท้าเครื่องหมายติดไว้เพื่ออ่านอัตราน ้าลึกตามระยะดังนี ๒ เมตร ไม้ลูกคลัก (นับจากปลายลูกดิ่งขึ นมา) ๕ เมตร ผ้าสีขาว ๑๐ เมตร หนังเจาะรูหนึ่งรู และมีแฉกหนึ่งแฉก ๑๕ เมตร ผ้าสีด้า ๒๐ เมตร หนังเจาะรูหนึ่งรู และมีแฉก ๒ แฉก ๒๕ เมตร ผ้าสีแดง ๓๐ เมตร หนังเจาะรูหนึ่งรู และมีแฉก ๓ แฉก ๓๕ เมตร ผ้าสีเขียว ๔๐ เมตร หนังเจาะรูหนึ่งรู และมีแฉก ๔ แฉก
๖๑ นอกจากนี ทุก ๆ ระยะ ๑ เมตร จากไม้ลูกคลักขึ นมา จะแสดงเครื่องหมายด้วยปมเชือก โดยใช้เชือกผูกเป็นปมเล็ก ๆ ติดไว้เป็นเครื่องหมายระหว่างเครื่องหมายต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วทุก ระยะ ๑ เมตร อีกชั นหนึ่ง ถ้าเป็นดิ่งที่ใช้ในการท้าแผนที่ทะเล เขามักจะท้าเครื่องหมายให้อ่านละเอียด อย่างน้อยทุก ๆ ๑/๔ เมตร การใช้ดิ่งน ้าตื น นอกจากจะใช้หยั่งน ้า เพื่อหาอัตราน ้าลึก และลักษณะของ พื นท้องทะเลแล้ว ยังใช้ส้าหรับหยั่งน ้าเพื่อทราบอาการของเรือว่า เดินหน้าหรือถอยหลัง และตรวจสอบ เรือเกาได้ด้วย ภาพที่ ๔.๑๘ ดิ่งน ้าตื นและสายดิ่ง
๖๒ ๓.๖ ดิ่งทราย ดิ่งทรายเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการน้าเชือกลวดและสิ่งของ เพื่อส่งจากที่หนึ่งไป ยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเราไม่สามารถจะส่งสิ่งของเหล่านั นไปได้ด้วยตัวของมันเองได้ เนื่องจากมีน ้าหนักมาก และระยะไกลเกินไป หรือระยะที่ไกลเกินไปกว่าที่เราจะใช้ส่งด้วยปืนส่งเชือก ดิ่งทรายจึงเป็นเสมือน ตัวน้าสิ่งเหล่านั นไปยังที่หมายที่ต้องการ ระยะในการใช้ดิ่งทรายเป็นตัวน้าไปนี เป็นระยะประมาณ ๓๐ เมตร ซึ่งเป็นระยะที่แรงคนเราสามารถเหวี่ยงได้ไกลที่สุด ๓.๖.๑ ส่วนประกอบของดิ่งทราย ๑) ลูกดิ่ง มีลักษณะท้าด้วยเชือกขนาด ๑ ๑/๔ นิ ว ถักเป็นลูกกลม ภายในใส่ก้อนตะกั่ว หรือ น๊อต เพื่อเพิ่มน ้าหนักหรือท้าเป็นถุงผ้าใส่ทรายไว้ภายในให้มีน ้าหนักพอสมควรที่เราจะเหวี่ยง ออกไปให้ไกลที่สุด ๒) สายดิ่งใช้เชือกขนาด ๓/๔ นิ ว – ๑ นิ ว ยาวประมาณ ๔๐ เมตร ไม่ต้องมีเครื่องหมาย บอกระยะ ปลายข้างหนึ่งต่อกับลูกดิ่ง และปลายอีกข้างหนึ่งปรับหางเชือกไว้ ๓.๖.๒ ประโยชน์ของดิ่งทราย ๑) ใช้ส่งน้าเชือกหรือลวดในการที่เรือเข้าเทียบหรือผูกทุ่น ๒) ใช้ส่งเชือกน้าในการรับส่งของทางทะเล ๓) ใช้ส่งเชือกน้าในการพ่วงจูง ๔) ใช้เป็นเชือกน้าส่งหรือรับส่งของอื่นๆ ๓.๗ ถ่อหยั่งน ้า ถ่อหยั่งน ้าเป็นเครื่องมือที่ใช้ส้าหรับวัดระดับน ้าในเส้นทางน ้าภายในแผ่นดิน ที่มีระดับตื นๆ โดยทั่วไปจะท้าจากไม้ไผ่ที่มีความยาว ๑๒ ถึง ๑๕ ฟุต ที่โคนด้ามถ่อจะใส่เหล็กลักษณะ รูปตัววายเอาไว้เพื่อให้เกิดความแข็งแรง และมั่นคงในขณะค ้ายัน ประโยชน์ของตัวถ่อนอกจากจะใช้วัด ระดับน ้าและใช้ค ้ายันป้องกันการกระแทกของเรือแล้ว บางครั งในกรณีที่ไม่มีเสาผูกจอดเรือสามารถน้า ถ่อหยั่งน ้ามาปักแทนเสาผูกจอดเรือเป็นการชั่วคราวได้
๖๓ บทที่ ๕ หน้าที่ในเรือเล็ก ๑. กล่าวโดยทั่วไป นายท้าย หมายถึง ผู้ที่มีต้าแหน่งหน้าที่เป็นนายท้าย โดยมีค้าสั่งผู้บังคับบัญชา และมีหน้าที่ รับผิดชอบปกครองเรือและพลประจ้าเรือ หัวหน้าช่างกล หมายถึง ผู้ที่มีต้าแหน่งหน้าที่เป็นหัวหน้า รับผิดชอบในส่วนเครื่องจักร เครื่องยนต์ ตลอดจนเครื่องประกอบของสิ่งเหล่านี และปกครองบังคับบัญชาช่างกล ในกิจการที่เกี่ยวกับ แผนกช่างกล กลาสี หมายถึง บรรดาพลประจ้าเรือที่ท้าการในส่วนแผนกปากเรือ ช่างกล หมายถึง บรรดาพลประจ้าเรือที่ท้าการในแผนกช่างกล พลประจ้าเรือ หมายถึง ทหารที่มีหน้าที่ประจ้าเรือทั งหมด ทั งแผนกปากเรือและแผนกช่างกล ผู้โดยสาร หมายถึง บุคคลที่โดยสารไปในเรือโดยไม่มีต้าแหน่งหน้าที่อย่างใดในเรือนั น ๆ ๒. หน้าที่นายท้ายเรือ นายท้ายเรือ มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชาพลประจ้าเรือทุกนาย รับผิดชอบในการรักษาความ สะอาดและความเรียบร้อยของเรือและพลประจ้าเรือ จัดเตรียมเรือให้พร้อมที่ใช้ราชการได้เสมอ ดูแล ปฏิบัติกิจการงานให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ โอวาท และค้าสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด เมื่อได้รับต้าแหน่งนายท้าย จะต้องตรวจเรือตลอดล้าทั งภายนอกและภายใน ตลอดจนเครื่อง ประกอบเรือ สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ประจ้าเรือให้มีครบถ้วนทุกอย่างตามบัญชีที่ได้รับมอบ ถ้าปรากฏ ว่ามีสิ่งใดช้ารุดเสียหายหรือมีจ้านวนไม่ตรงกับบัญชี หรือมีความไม่เรียบร้อยด้วยประการใดๆ ก็ตาม ให้ ท้ารายงานเสนอตามล้าดับชั นจนถึงผู้บังคับหมวดเรือเล็ก นายท้ายจะต้องพยายามศึกษาให้รู้ระเบียบข้อบังคับทั งหมดอันเกี่ยวกับเรือกลเล็ก เพื่อจะได้ ปฏิบัติกิจการในหน้าที่ของของตนให้เป็นที่เรียบร้อย นายท้ายจะต้องมีความรู้ ความช้านาญในการน้าเรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องรู้ในสิ่งเหล่านี คือ ก) ก้าลังเร็วของเรือ ลักษณะอาการเคลื่อนตัวของเรือทั งในเวลาเดินหน้าและ ถอยหลัง ข) วงหันของเรือเมื่อเดินหน้าเต็มตัว ครึ่งตัวและเบาในเมื่อใช้หางเสือขวาหมด ซ้ายหมด หรือเป็นมุมต่างๆ ว่าจะโตเล็กเพียงใด ค) ความช้าเร็วในการสั่งเครื่องจักรให้เดินหน้า หรือถอยหลังว่าจะใช้เวลาเท่าใด เครื่องจักรจึงจะเริ่มเดินตามค้าสั่ง
๖๔ นอกจากนี นายท้ายจะต้องมีความช้านาญในการน้าเรือกลับล้าในที่แคบ และการเทียบเรือได้ สนิทเรียบร้อยในลักษณะต่างๆ ในเวลาตามน ้า ตามลม หรือทวนน ้า ทวนลม สิ่งเหล่านี ย่อมจะรู้ได้จาก การใช้ความสังเกต และความปราณีตในเวลาฝึกหัด และในเวลากระท้าการจริง นายท้ายจะต้องดูแลให้มีสิ่งของเครื่องใช้ประจ้าเรือโดยครบถ้วน ดังต่อไปนี ๑. โคมเรือเดินตามพระราชบัญญัติการเดินเรือ ๒. โคมไฟแสงสว่างส้าหรับใช้ในเรือ ๓. ไส้ตะเกียงและน ้ามัน ๔. เชือกส้าหรับผูกเรือและพ่วงเรือ ๕. เครื่องรับเรือ เช่น ขอตะเพลาและลูกตะเพลา ๖. ถ่อ (มีเฉพาะไปราชการทางไกลตามความจ้าเป็น) ๗. ธงราชนาวี ๘. ธงยศ ธงประจ้าต้าแหน่ง (มีเฉพาะคราวเมื่อจ้าเป็นต้องใช้เป็นเกียรติยศ) ๙. มีด ๑ เล่ม ๑๐. ตะปูขนาดต่างๆ จ้านวนพอสมควร ๑๑. แผ่นตะกั่วหรือแผ่นทองแดง ๑๒. จาดขาว ๑๓. ผ้าใบ ๑๔. เข็ม ปั๊ม ป่านเย็บ ๑๕. เชือกกันชา และด้ายโท ๑๖. น ้ามันยาง และเครื่องผสม (มีเฉพาะคราวเมื่อไปราชการทางไกล) นายท้ายจะต้องตรวจตราดูแลการท้าความสะอาดเรืออยู่เสมอ และจัดสิ่งของเครื่องใช้ประจ้า เรือให้อยู่ตามที่เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความงดงาม เป็นสง่าผ่าเผยแห่งเรือของตน ในเวลาเช้าก่อน ๐๘๐๐ ทุกวันต้องจัดให้มีการท้าความสะอาดเรือทั งภายนอกและภายในให้ หมดจด บรรดาเครื่องประกอบเรือซึ่งต้องหมุนหันตลอดจนเกลียวข้อต่างๆ จะต้องหมั่นหยอดน ้ามัน ทา จารบีไว้เพื่อให้ใช้ได้คล่องแคล่วโดยปราศจากสนิม การเดินเรือในแม่น ้าล้าคลองต่างๆ หรือขณะแล่นผ่านใกล้เรือแจวพายหรือเรือที่บรรทุกของ เพียบ นายท้ายต้องระวังอย่าแล่นเรือเร็วจนเกิดคลื่นแรงเป็นที่เดือดร้อนและเป็นอันตรายแก่เรือและแพ ต่างๆ แม้จะเป็นการเร่งร้อนอย่างใดก็ตาม จงอย่าได้ถือเอาอ้านาจเรือของราชการทหารเป็นข้ออ้างท้าได้ ตามชอบใจจนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่ราษฎร เมื่อมีเหตุเรือโดนกันหรือติดตื น ให้นายท้ายรีบรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว และเพื่อเป็น ประโยชน์แก่คดีซึ่งจะต้องพิพาทกัน ให้นายท้ายท้าแผนที่สังเขปของการโดนกัน และจดข้อความ ดังต่อไปนี ไว้โดยละเอียดเพื่อน้าเสนอผู้บังคับบัญชา คือ
๖๕ ๑) เวลาและต้าบลที่เรือโดนกัน ๒) ชื่อเรือ ชื่อเจ้าของเรือ ชื่อนายท้ายเรืออีกฝ่ายหนึ่ง ๓) ถ้าลักษณะของลมและกระแสน ้า (น ้าขึ นหรือลง และลมพัดมาจากทิศใด) ๔) ทิศทางเดินของเรือทั งสองฝ่าย ๕) ก้าลังเรือทั งสองฝ่ายโดยประมาณ ๖) เมื่อก่อนโดนกันฝ่ายเราได้จัดการป้องกันอย่างไรบ้าง และสังเกตุเห็นอีกฝ่ายหนึ่งจัดการ อย่างไรบ้าง ๗) ถ้าเป็นเวลากลางคืนหรือเวลาที่มีหมอก เมื่อเห็นครั งแรกเห็นโคมไฟหรือเรืออีกฝ่าย หนึ่งอย่างใด ระยะห่างประมาณเท่าใด ได้ยินเสียงสัญญาณอย่างใดบ้าง ๘) ส่วนที่โดนกันครั งแรก กระทบส่วนใดก่อน และเรือทั งสองฝ่ายนั นอยู่ในอ้านาจการจูง หรือเป็นผู้จูง และถ้าเป็นเรือจูงมีเรือพ่วงกี่ล้ามีระยะพ่วงระหว่างล้าเรือยาวประมาณเท่าใด ๙) ถ้าสามารถท้าได้ให้ประมาณค่าเสียหายอันเกิดจากการโดนกันนั นด้วย ๑๐) วัตถุหรือบุคคลซึ่งเห็นว่าจะเป็นพยานหลักฐาน ส้าหรับบุคคลที่จะเป็นพยานนั นให้ พยายามหาผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี เช่น ราษฎรที่อยู่ใกล้ชิดกับที่เกิดเหตุเป็นต้น ๑๑) ถ้าสามารถท้าได้ ให้ขอร้องเจ้าพนักงานปกครองท้องถิ่นของต้าบลที่เรือโดนกันมา เป็นพยานรู้เห็นไว้ด้วย และถ้าจัดการให้เขามาบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นลายลักษณะอักษรได้ก็ยิ่งดี อนึ่ง นอกจากเหตุจ้าเป็นโดยแท้ที่จะต้องป้องกันมิให้เรือจมลงแล้ว ห้ามจัดการซ่อมแซมเรือ นั นอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งอาจเป็นข้อมูลเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งหยิบยกขึ นอ้างว่าฝ่ายเราเป็นผู้สมยอมรับผิดได้ ๓. หน้าที่หัวหน้าช่างกล หัวหน้าช่างกลมีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการของแผนกช่างกล จะต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษา หม้อน ้า เครื่องจักร เครื่องยนต์ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ของแผนกช่างกลให้อยู่ในสภาพใช้การได้เสมอ เมื่อได้รับต้าแหน่งหัวหน้าช่างกล จะต้องตรวจสภาพหม้อน ้า เครื่องจักร เครื่องยนต์ ตลอดจน สิ่งของเครื่องใช้ทุกอย่างของแผนกช่างกลว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือช้ารุดอย่างไร มีครบถ้วนตามบัญชี หรือไม่ แล้วรายงานผลการตรวจให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หัวหน้าช่างกล ต้องพยายามศึกษาหาความรู้ความช้านาญในเรื่องของหม้อน ้า เครื่องจักร เครื่องยนต์ และเครื่องต่างๆ ในความรับผิดชอบของตน ตลอดจนวิธีการใช้ การแก้ไข และการระวัง รักษาให้เครื่องนั นๆ อยู่ในสภาพที่คงทนถาวรและมีสมรรถภาพสูงอยู่เสมอ สิ่งที่หัวหน้าช่างกลจะต้องรับผิดชอบอยู่เสมอคือ ๑) หม้อน ้า ซึ่งเป็นต้นก้าลังที่จะท้าให้เรือเดิน เครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั งเครื่องจักร ช่วยต่างๆ ๒) เครื่องก้าเนิดไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้า ฯลฯ
๖๖ ถ้าหัวหน้าช่างกลสงสัยหรือไม่เข้าใจในเรื่องการใช้ หรือการระวังรักษาเครื่องต่างๆ ตามที่ กล่าวมาแล้วนั นก็ให้สอบถามต้นกล เมื่อมีสิ่งใดช้ารุด สมควรจะต้องซ่อมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเครื่องจักร และเครื่องยนต์ ในเรือ ต้องรายงานให้ต้นกลหมวดเรือเล็กทราบก่อน เมื่อต้นกลเห็นชอบด้วยแล้วจึงจะรายงานขอให้ ซ่อมท้าได้ หัวหน้าช่างกลจะต้องรักษาเครื่องจักร เครื่องยนต์ ไว้ให้ใช้ราชการได้เสมอ และมิให้เริ่มท้าการ ใดๆ กับเครื่องที่เป็นส่วนส้าคัญจนเรือไม่สามารถเดินได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากต้นกลเสียก่อน ๔. การบันทึกความหมดเปลืองน ้ามันเชื อเพลิง (การลงปูมฝ่ายช่างกล) ๔.๑ ในการน้าเรือออกปฏิบัติงานทุกครั งหลังจากเสร็จสิ นภารกิจแล้ว ช่างกลประจ้าเรือ จะต้องลงปูม ความหมดเปลืองฯ ลงวัน เดือน ปี และเวลา หักน ้ามันเชื อเพลิง น ้ามันหล่อลื่น การเบิก – จ่าย และลงชื่อก้ากับให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้น้ามาใช้เป็นเอกสารและหลักฐานส้าหรับเรือล้า นั น ๆ ซึ่งปูมช่างกลจะต้องมีประจ้าเรือทุกล้า ๔.๒ กรลงปูมฝ่ายช่างกลทุกครั งจะต้องเป็นไปด้วยความสะอาดเรียบร้อย ถูกต้องตามความ เป็นจริง ไม่ควรมีการขีดฆ่า และควรลงเป็นเลขไทย ๔.๓ ค้าแนะน้าในการลงปูมฝ่ายช่างกล ๔.๓.๑ “พ.ศ. วันที่ เดือน” ให้ลง วัน เดือน ปี ที่ใช้เครื่องจักร ๔.๓.๒ “เครื่องเดินเวลา” ให้ลงตั งแต่เริ่มเดินเครื่องจักรจนเสร็จสิ นการใช้เครื่องจักร โดยรวมเป็นชั่วโมง, นาที ๔.๓.๓ “กิจที่ใช้ไป” ให้ลงเส้นทางและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เช่น รับ – ส่งฝีพาย ท่า รนภ. – ท่าสะพานพระราม ๘ ๔.๓.๔ “นายท้ายหรือผู้ขับ” ให้ลงชื่อผู้ท้าหน้าที่นายท้ายเรือ ๔.๓.๕ “รายการน ้ามันเชื อเพลิง” ให้ลงการใช้น ้ามันเชื อเพลิง น ้ามันหล่อลื่น และ ชั่วโมงใช้การในแต่ละเดือนรวบรวมเป็นสถิติไว้ พร้อมลงชื่อช่างกลก้ากับไว้ให้ถูกต้อง เช่น ๑ – ๓๑ ต.ค. ๕๑ ใช้น ้ามันเชื อเพลิงดีเซลหมุนเร็ว จ้านวน..........ลิตร น ้ามันหล่อลื่น SAE ...... จ้านวน.........ลิตร น ้ามันไฮโดรลิค ...... จ้านวน..........ลิตร ชั่วโมงใช้เครื่องจักใหญ่ จ้านวน......ชั่วโมง........นาที ลงชื่อ..................................... ๔.๓.๖ “จ้านวนน ้ามันเป็นลิตร” ให้ลงการเบิกใช้และคงเหลือของน ้ามันแต่ละชนิดที่เรา ใช้ภารกิจนั น ๆ ๔.๓.๗ “ช่างกล” ให้ลงชื่อผู้ท้าหน้าที่ช่างกล
๖๗ ๔.๓.๘ “หมายเหตุ” ให้ลงบันทึกรายละเอียดเมื่อมีเหตุเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เช่น ชิ นส่วน เครื่องช้ารุด น้าชิ นส่วนมาประกอบ หรือแก้ไขอย่างไร พร้อมลง วัน เดือน ปี และชื่อช่างกลกับไว้ ด้วย เช่น - เฟืองยางพัดน ้าทะเลช้ารุด ด้าเนินการเปลี่ยนเรียบร้อย จ้านวน ๑ อัน ตัวอย่างปูมฝ่ายช่างกล พ.ศ. เครื่องเดินเวลา กิจที่ไป นายท้ายหรือผู้ขับ รายการน ้ามันเชื อเพลิง วันที่ เดือน ตั งแต่ ถึง รวม ปูมฝ่ายช่างกล น ้ามันไฮดรอลิค น ้ามันหล่อลื่น S.A.E.40 เบนซิน ช่างกล หมายเหตุ เบิก ใช้ เหลือ เบิก ใช้ เหลือ เบิก ใช้ เหลือ ปูมฝ่ายช่างกล
๖๘ ๕. การอุดปะเรือ ๕.๑ เครื่องมืออุดและปะ (Plugging & Patching Materials) เครื่องมืออุดและปะได้แก่ ลูกอุด (Wooden Plugs) และลิ่มอุด (Wedges) ไม้ค ้า หีบปะไม้ (Prefabricated Wooden Box Patches) ขนาดต่าง ๆ ผ้าช้ารุด หมอน เสื่อ ผ้าห่ม เสื อชูชีพ แผ่น เหล็ก แผ่นเหล็กปะพับได้ หีบเหล็กปะ กระป๋องปะ วัตถุที่ใช้ยึด (Backup Materials) ได้แก่ ตะปู นัด เชือกมะนิลา ลวด โซ่ เหล็กหนีบ และไม้ค ้า วัตถุที่ใช้ค ้า (Backup Materials) ได้แก่ โต๊ะอาหาร ประตู กระป๋องน ้า ไม้อัดหรือไม้ซุง และแผ่นเหล็กบาง ๆ วัตถุที่ใช้อัด (Gasket Materials) ได้แก่แผ่นยาง แผ่นหนัง ผ้าใบ ผ้าช้ารุด ยุต และสี ๕.๒ รูทะลุที่ตัวเรือ (Holes in the Hull) รอยแตกแยกหรือรูทะลุที่แผ่นเหล็กนอกตัวเรือโดยเฉพาะถ้ารอยเหล่านี อยู่ใต้แนวน ้าด้วยแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้น ้าเข้าเรือได้ หากไม่สามารถควบคุมน ้าเข้าเรือได้ เรือต้องจมลงในที่สุด ในกรณีที่มีรอย ทะลุที่ตัวเรือใต้แนวน ้า จะมีวิธีแก้ไขเพียงสองประการเท่านั น ประการแรกคือการอุดรอยรั่วนั นเสีย ประการที่สองโดยการจ้ากัดเขตการท่วมของน ้าไว้ไม่ให้ลุกลามต่อไปยังที่อื่น ๆ หลังจากที่ใช้มาตรการ ในการแก้ไขสองประการดังกล่าวนี แล้ว จึงจะสามารถสูบน ้าออกจากเรือได้เป็นผลส้าเร็จ สิ่งส้าคัญที่ควรพึงระลึกไว้เสมอคือ รูทะลุเล็ก ๆ หลายรูที่เห็นว่าไม่ส้าคัญนัก อาจจะมี ผลให้น ้าท่วมเรือได้มากเท่ากับรูใหญ่ ๆ ที่เห็นได้ชัด คนทั่วไปมักจะมีความโน้มเอียงโดยธรรมชาติใน การที่จะแก้ไขความเสียหายที่เห็นได้ชัดและเกิดขึ นเป็นครั งแรกในขณะเดียวกันก็มองข้ามรูทะลุเล็ก ๆ ที่ตัวเรือและฝากผนังเรือชั นใน ความโน้มเอียงดังกล่าวนี ย่อมเป็นเหตุน้ามา ซึ่งท้าให้เรือจมได้ บาง โอกาส คนเรามักจะเสียเวลาเป็นเวลาหลาย ๆ ชั่วโมง ในการที่จะพยายามท้าการปะรูใหญ่ ๆ ที่ห้อง ซึ่งมีน ้าท่วมอยู่เต็มขณะเดียวกันก็ไม่สนใจกับรูเล็ก ๆ ซึ่งท้าให้น ้าเข้าเรือทีละน้อยในกรณีเช่นนี เราควร จะมุ่งการซ่อมท้าไปยังรูเล็ก ๆ เหล่านี ดีกว่าไปเสียเวลากับรูใหญ่ ๆ ที่ไม่ได้ผลดีอะไรขึ นมา ตามกฎ ทั่วไปแล้ว รูใหญ่ ๆ ที่ตัวเรือใต้แนวน ้ามักจะไม่สามารถซ่อมท้าได้จนกว่าเรือจะเข้าอู่แห้งแล้ว รูทะลุที่ตัวเรือทุกแห่งไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ควรจะได้รับการอุดให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะ ท้าได้ หรือถ้าไม่สามารถอุดได้เต็มที่แล้วก็ควรที่จะอุดบางส่วนไว้ สิ่งส้าคัญที่ควรจะพึงระลึกไว้เสมอคือ การอุดไว้เป็นบางส่วนย่อมสามารถลดปริมาณน ้าเข้าเรือได้ นั่นคือ จะลดอันตรายในการที่เรือจะจมลง รูทะลุที่ตัวเรือเหนือแนวน ้าเล็กน้อย ควรได้รับการสนใจทันที แม้ว่ารูเหล่านี อาจจะเห็น ว่าไม่เป็นอันตรายต่อตัวเรือ แต่โดยแท้จริงแล้ว ย่อมน้ามาซึ่งภัยอันใหญ่หลวง ในขณะที่เรือเอียงไปมา หรือสูญเสียการลอยตัว รูต่าง ๆ เหล่านี จะจมมิดลงในน ้า และเป็นเหตุให้น ้าเข้ามาในเรือในระดับที่อยู่ สูงกว่าจุดศูนย์ถ่วงของเรือ ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง รูทะลุเหล่านี ควรจะได้รับการอุดโดย ทันทีทันใด โดยให้ความเร่งด่วนเท่าเทียมกับรูทะลุที่แนวน ้าหรือใต้แนวน ้า ฉะนั น เจ้าหน้าที่ป้องกัน ความเสียหาย ผู้ซึ่งสามารถซ่อมท้าความเสียหายใต้แนวน ้า ย่อมถือว่าต้องมีความสามรถซ่อมท้าความ
๖๙ เสียหายเหนือแนวน ้าไปในตัวด้วย ด้วยเหตุผลอันนี ในบทนี จึงกล่าวถึงการซ่อมท้าความเสียหายใต้แนว น ้าเป็นส่วนใหญ่ ๕.๓ ปัจจัยที่มีผลต่อการซ่อมท้าใต้แนวน ้า มูลเหตุที่ส้าคัญสองประการ ในการที่จะท้าให้การซ่อมท้ารูทะลุใต้แนวน ้ายากขึ นได้แก่ ความ กดดันของน ้า และการไม่สามารถเข้าไปถึงที่เกิดความเสียหายนั น ๆ ความยุ่งยากที่เกิดขึ น จากความกดดันของน ้าย่อมมีมากเสมอ โดยความเป็นจริงรูทะลุที่อยู่ใต้แนวน ้าลงไป ๗ ฟุต ย่อมมี ความกดดันของน ้าประมาณ ๓ ปอนด์ต่อตารางนิ ว อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ในการซ่อมท้าความเสียหายใต้แนวน ้า ได้แก่การเข้าไปไม่ถึงที่เกิด ความเสียหาย ถ้าน ้าเกิดท่วมห้องลึกเข้าไปภายในตัวเรือ พวกประตู หรือฝาช่องทางที่เปิดเข้าไปยังที่ เกิดความเสียหายนั น จะมีผลท้าให้น ้าท่วมในห้องอื่นเพิ่มขึ นในกรณีเช่นนี ปกติจึงจ้าเป็นต้องส่งมนุษย์ กบลงไปเพื่อลอดเข้าไปในห้องนั น งานในการซ่อมท้าของมนุษย์กบพวกนี อาจจะถูกขัดขวางโดยสิ่ง สลักหักพังที่อยู่ใต้แนวน ้าการขาดแสงสว่างในการที่จะใช้ท้างาน และความล้าบากในการที่จะพยายาม กดวัตถุซ่อมท้าที่ลอยตัวได้ให้ลงไปใต้น ้า ๕.๔ การอุดและปะรูทะลุ (Plugging & Patching Materials) วิธีการในการอุดและปะทะลุดังจะกล่าวต่อไปนี ใช้ส้าหรับในกรณีฉุกเฉินเท่านั น และถือ เป็นการซ่อมท้าชั่วคราวในขณะเรือท้าการรบเพื่อที่จะรักษาให้เรือลอยล้าอยู่ได้ การซ่อมท้าเหล่านี ไม่ จ้าเป็นต้องใช้เครื่องมือเครื่องใช้ที่ละเอียดมากนัก โดยทั่วไป มักจะใช้พวกลูกอุด สิ่งของที่ใช้ปะ ส้าเร็จรูป หรือวัตถุอื่นซึ่งสามารถหามาได้โดยทันที การปฏิบัติในการซ่อมท้ารูทะลุชั่วคราว โดยทั่วไปมีอยู่สองวิธี ได้แก่การอัดสิ่งของเข้าไป ในรูและโปะเหนือรู ในกรณีทั่งสองนี จะเป็นผลให้ลดเนื อที่ที่น ้าจะสามารถเข้าเรือได้ หรือลด ความสามารถลุกลามของน ้าไปยังห้องต่าง ๆ ๕.๔.๑ การอุด (Plugging) วิธีง่าย ๆ ในการที่จะอุดรูทะลุเล็ก ๆ ก็คือการสอดลูกอุดเข้าไป ลูกอุดนี ท้าด้วยไม้ เนื ออ่อน เช่น ไม้เย็ลโล่ไพน์ หรือไม้เฟอร์ ขนาด ๓ คูณ ๓ นิ ว ลูกอุดเหล่านี บางครั งอาจใช้อุดรู ทะลุใหญ่ ๆ ได้เช่นเดียวกัน มียุต และผ้าช้ารุดรวมอยู่ด้วย เครื่องมือที่ใช้ในหีบนี จะมีพวกค้อนไม้ ขวานเล็ก ๆ เลื่อย สิ่ว ค้อนเหล็ก และลิ่มส้าหรับตอกผ้าช้ารุดหรือยุตเข้าไปในบริเวณช่องว่างที่ยังมี อยู่หลังจากที่ตอกลูกอุดและลิ่มลงไปแล้ว ลูกอุดและลิ่มอุดอาจจะใช้โดยล้าพังตัวเองถ้าพอดีกับรูทะลุนั น อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุด มักจะใช้ร่วมกันระหว่างลูกอุดที่เป็นรูปกรวย รูปปลายสามเหลี่ยม และรูปลิ่ม เพื่อรวมกันให้พอดีกับรู ทะลุนั น ดังแสดงในภาพที่ ๕.๒๕ ตามปกติการอุดวิธีที่ดีที่สุดควรหุ้มลูกอุดด้วยผ้าเบา ๆ ก่อนอุดเข้าไป เพื่อให้ลูกอุดแนบ เข้ากับรูรั่ว และผ้าจะไปอุดตามช่องระหว่างลูกอุด ลูกอุดเหล่านี ปกติจะไม่ท้าการผนึกน ้า แต่จะช่วย
๗๐ ลดอัตราการรั่วไหลได้มากโดยการใช้ลูกอุด และตอกพวกผ้าช้ารุด ยุต หรือลิ่มอุดเล็ก ๆ ลงไปตาม ช่องว่างที่เหลือ ตามปกติทั่วไป ถ้ารูทะลุที่แผ่นเหล็กซึ่งมีความหนาไม่เกิน ๑/๒นิ วแล้ว ลูกอุดที่มี ปลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมมักจะอุดได้ดีกว่าลูกอุดรูปกรวย การอุดเรือส่วนมาก จะท้าการอุดจากด้านในตัวเรือ เมื่อเป็นเช่นนี เจ้าหน้าที่ป้องกันความ เสียหายจะต้องต่อสู้กับขอบเหล็กที่แตกปลายและยื่นเข้ามาในตัวเรือ แต่ถ้าอุดจากด้านนอกตัวเรือจะไม่พบ กับอุปสรรคอันนี อย่างไรก็ตาม การอุดจากด้านนอกตัวเรือท้าไม่ได้ง่ายนัก นอกจากนี ลูกอุดจาก ภายนอกตัวเรือ ปลายลูกอุดด้านในตัวเรือควรจะติดห่วงไว้ แล้วใช้เชือกผูกติดกับห่วงนี โยงไปผูกติดกับ ขื่อเพื่อช่วยในการยึดลูกอุดให้ดียิ่งขึ น ๕.๔.๒ การปะ (Patching) หีบปะ (Box Patch) มีประโยชน์ในการใช้ปะรูทะลุที่มีผิวขรุขระยื่นเข้าไปในตัวเรือ ตามภาพที่ ๕.๒๖ ภาพด้านซ้ายมือ ได้แสดงให้เห็นหีบเหล็กปะ (Metal Box Patch) ภาพกลางแสดงถึงการปะหีบเหล็กโดยใช้ไม้ค ้า ภาพขวาสุด แสดงถึงการประสานหีบเหล็กปะเข้ากับรู ทะลุ แผ่นปะพับได้ (Hinged Patch) ใช้ประโยชน์ส้าหรับปะรูรั่วเล็ก ๆ การปะลักษณะนี ไม่มี การยึดในทางตั ง ตามภาพที่ ๕.๒๗ ได้แสดงให้เห็นแผ่นปะก่อนท้าการปะระหว่างท้าการปะและหลังจาก ท้าการปะแล้ว ขอเกี่ยว (Hook bolt) เป็นขอยาว ปกติท้าด้วยแท่งเหล็กกลม มีหลายขนาดและหลาย แบบ ที่หัวท้าเป็นตะขอ ส้าหรับเกี่ยวเข้ากับแผ่นเหล็กตัวเรือ ตามภาพที่ ๕.๒๘ ได้แสดงให้เห็นขอ เกี่ยวรูปตัวที (T – Shaped) รูปตัว J (J – Shaped) และรูปตัว L (L – Shaped) และได้แสดงให้ เห็นถึงการใช้ขอเกี่ยวร่วมกับแผ่นปะ ที่ด้ามขอเกี่ยวจะมีนัตกวดไว้ ขอเกี่ยวนี อาจสามารถใช้ร่วมกับไม้ หรือเหล็กเฉลี่ยก้าลัง (Strong backs) ได้ วิธีการใช้ขอเกี่ยว ครั งแรกสอดหัวขอเกี่ยวเข้าไปในรูทะลุ พร้อมกับหมุนไปมาเพื่อแต่งให้ ขอยึดอยู่จนไม่สามารถดึงกลับออกมาได้ ต่อจากนั นจึงสอดพวกหมอนหรือแป๊กกิ งอื่นๆ โดยมีไม้เฉลี่ย ก้าลังหนุนอยู่ด้านหลังเข้าไปจากปลายขอเกี่ยว แล้วขันนัตตามเข้าไปให้แน่น โดยทั่วไปแล้วมัก จ้าเป็นต้องใช้ขอเกี่ยวสองอันร่วมกันเสมอ ขอเกี่ยวรูปตัว T พับได้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับขอเกี่ยวรูปตัว T ธรรมดา ต่างกัน ตรงที่สามารถพับลงมาได้ เพื่อให้สามารถสอดเข้าไปในรูเล็ก ๆ ได้เท่านั นเองและเมื่อดึงกลับออกมา แขนรูปตัว T ก็จะยึดอยู่กับแผ่นเหล็กตัวเรือโดยการใช้ขอพับรูปตัว T นี เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในตัว เรือก็สามารถสอดวัตถุที่ใช้ปะ (Patch) เข้าไปจากภายในเรือหรือภายนอกเรือได้โดยผูกเชือกเส้นหนึ่ง เข้ากับหัวขอเกี่ยว สอดหมอนที่เจาะรูเข้าไปตามเชือก แล้วพับหมอนให้พอที่จะลอดผ่านรูทะลุได้ ต่อจากนั นจึงดึงเชือกกลับมา ขอเกี่ยวและหมอนก็จะแนบกับแผ่นเหล็กตัวเรือ แผ่นปะแบบนี สามารถ ปรับแต่งให้แนบกับตัวเรือได้มากตามต้องการ นอกจากนั น ยังสามารถสอดหมอนหรือแผ่นปะอื่น ๆ
๗๑ เข้าไปตามด้านขอเกี่ยวจากภายในเรือได้อีกด้วย นัตและแหวนรองรับนี มีไว้ส้าหรับยึดแผ่นปะให้แน่น นัตที่ใช้มักจะเป็นหัวแบนใหญ่ ตามธรรมดาหมอนทั่ว ๆ ไปเมื่อถูกน ้าเปียกจะยุบตัวลงไป ซึ่งเมื่อใช้ปะจะไม่สามารถคง รูปเดิมไว้ได้ ด้วยเหตุนี เรือบางล้าจึงได้จัดหาหมอนชนิดพิเศษซึ่งท้าด้วยผ้าใบและใยไฟเบอร์ (Oakum) ผสมกัน ดังแสดงไว้ในภาพที่ ๕.๒๙ เพื่อใช้ในการปะรูทะลุโดยตรง
๗๒ ภาพที่ ๕.๒๕
๗๓ ภาพที่ ๕.๒๖
๗๔ ภาพที่ ๕.๒๗ ภาพที่ ๕.๒๘
๗๕ ภาพที่ ๕.๒๙
๗๖ บทที่ ๖ การปรนนิบัติบ้ารุงเรือ ๑. การซ่อมบ้ารุงเรือ ๑.๑ การซ่อมบ้ารุงเรือ แบ่งขั นตอนการซ่อมบ้ารุงออกเป็น ๕ ขั น ดังนี ๑.๑.๑ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๑ เป็นการซ่อมที่มีลักษณะเป็นการปรนนิบัติบ้ารุง เช่น การบริการ การตรวจสอบ การแก้ไขข้อขัดข้อง การหล่อลื่น การเปลี่ยนชิ นส่วน การเปลี่ยนส่วนประกอบเป็น บางส่วน หรือทั งชุด รวมทั งการปฏิบัติตามระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน ๑.๑.๒ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๒ เป็นการซ่อม การเปลี่ยนชิ นส่วน การเปลี่ยนส่วนประกอบ บางส่วนหรือทั งชุด หรือจ้าเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ หรือเทคนิคสูงกว่าการซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๑ การท้า ชิ นส่วนขึ นใช้ในกรณีฉุกเฉินเมื่อไม่สามารถหาชิ นส่วนแทนชิ นส่วนที่ช้ารุดได้ รวมทั งการปฏิบัติตามระบบ การซ่อมบ้ารุงตามแผน ๑.๑.๓ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๓ เป็นการตรวจสภาพ การปรับแต่ง การซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะ ส่วนที่ช้ารุดเสียหาย ตลอดจนการทดสอบต่าง ๆ การปรับศูนย์ และปรับเทียบเท่าที่จ้าเป็นตามที่ระบุใน รายงานขอซ่อมท้า รวมทั งการปฏิบัติตามระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน ๑.๑.๔ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๔ เป็นการซ่อมส่วนที่ช้ารุดหรือท้างานผิดปกติของ ระบบใหญ่ ระบบย่อย และอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ในรายงานขอซ่อมท้า ตลอดจนการตรวจสอบ ทดลองการท้างาน ของระบบนั น ๆ ให้ใช้การได้รวมทั งการปฏิบัติตามระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน ๑.๑.๕ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๕ เป็นการปรับซ่อม ซ่อมท้าหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้ระบบ ใหญ่ระบบย่อย และอุปกรณ์ในระบบมีคุณสมบัติทางเทคนิคเท่าหรือใกล้เคียงกับที่ได้ออกแบบและ ก้าหนดไว้เดิมรวมทั งการซ่อมบ้ารุงปรับปรุงและการปฏิบัติตามระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน ๑.๒ ระดับการซ่อมบ้ารุงเรือ และหน่วยรับผิดชอบ ๑.๒.๑ ระดับหน่วยผู้ใช้ เป็นการซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๑ และขั นที่ ๒ รับผิดชอบด้าเนินการโดย เจ้าหน้าที่ประจ้าเรือหรือหน่วยผู้ใช้ โดยอาศัยเครื่องมือและชิ นส่วนอะไหล่ที่มีอยู่ ๑.๒.๒ ระดับหน่วยสนับสนุน ระดับสนามหรือระดับกลาง เป็นการซ่อมบ้ารุงระดับหน่วย สนับสนุน เป็นการซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๒ และขั นที่ ๓ รับผิดชอบด้าเนินการโดยหน่วยซ่อมบ้ารุงของ กร. และหน่วยซ่อมบ้ารุงของหน่วยเทคนิค กรง.ฐท.สส. , กงน.ฐท.สข.ทรภ.๒ และ กงน.ฐท.พง.ทรภ.๓ การ ซ่อมบ้ารุงในระดับนี อาจด้าเนินการโดยหน่วยซ่อมบ้ารุงเคลื่อนที่ของหน่วยรับผิดชอบในการซ่อมบ้ารุง ดังกล่าว ๑.๒.๓ ระดับโรงงาน เป็นการซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๓ ขั นที่๔ และขั นที่ ๕ รับผิดชอบด้าเนินการโดย หน่วยซ่อมบ้ารุงของหน่วยเทคนิค กรง.ฐท.สส. , กงน.ฐท.สข.ทรภ.๒ และ กงน.ฐท.พง.ทรภ.๓
๗๗ การซ่อมบ้ารุงเรือระดับโรงงานแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ดังนี ๑.๒.๓.๑ การซ่อมจ้ากัด คือ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๓ เป็นการซ่อมเฉพาะส่วนที่มีการ ช้ารุดเสียหาย หรือเป็นการซ่อมตามวงรอบของการซ่อมบ้ารุงระดับโรงงานเฉพาะระบบ หรือเฉพาะ อุปกรณ์บางรายการรวมทั งการซ่อมที่โรงงานหรืออู่ซ่อมเรือให้ความช่วยเหลือเฉพาะทางเทคนิค โดยใช้ แรงงานจากเรือเข้าสมทบด้วยการซ่อมจ้ากัดอาจเป็นการซ่อมโดยรีบด่วน เพื่อให้เรือพร้อมที่จะไปปฏิบัติ ภารกิจได้ทันตามก้าหนดเวลาหรือการซ่อมฉุกเฉินเมื่อเรือได้รับอุบัติเหตุ หรือเป็นการซ่อมที่มีการ วางแผนล่วงหน้า เช่น การซ่อมบ้ารุงตัวเรือใต้แนวน ้าตามก้าหนดเวลา หรือการซ่อมเครื่องจักรกล เครื่องไฟฟ้า เครื่องควบคุมการยิง เครื่องสื่อสาร เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือการเดินเรือ และเครื่อง สรรพาวุธ ซึ่งถึงก้าหนดเวลาซ่อมบ้ารุงที่โรงงานรับผิดชอบอยู่ ๑.๒.๓.๒ การซ่อมตามระยะเวลา คือ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๔ เป็นการซ่อมที่มีการ วางแผนล่วงหน้า โดยจะต้องน้าเรือเข้ารับการซ่อมท้าตามที่หน่วยเทคนิคก้าหนด การซ่อมประเภทนี เป็นการตรวจสอบการทดสอบ การปรับแต่งระบบและอุปกรณ์ตามวงรอบของการซ่อมบ้ารุง การปรับ ซ่อม หรือแก้ไข การดัดแปลงและการปรับปรุงตามความจ้าเป็นเพื่อให้เรือมีความพร้อมทุกระบบ ๑.๒.๓.๓ การซ่อมคืนสภาพ คือ การซ่อมบ้ารุงขั นที่ ๕ เป็นการซ่อมที่มีการวางแผน ล่วงหน้าเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้เรือกลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงกับเรือที่สร้างใหม่เท่าที่จะท้าได้ทุกระบบ โดยจะต้องน้าเรือเข้ารับการซ่อมท้าที่อู่ซ่อมเรือตามเวลา รวมทั งการน้าอุปกรณ์บางส่วนไปรับการซ่อม ท้าที่โรงงานผู้ผลิต รายการซ่อมท้าจะประกอบด้วย การซ่อมส่วนที่ช้ารุดทั งหมดที่ตรวจพบ การเปลี่ยน ชิ นส่วนและการปรับแต่งเพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ กลับเข้าสู่สภาพที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค ใกล้เคียงกับเมื่อสร้างเครื่องหรืออุปกรณ์นั นมาใหม่ ๆ รวมถึงการตรวจสอบ การทดสอบ การประเมินผล การปรับศูนย์และปรับเทียบ ให้แก่อุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ด้วย การซ่อมบ้ารุงปรับปรุงที่จะกระท้าต่อ ตัวเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ นั น จะกระท้า ในช่วงเวลาเดียวกันกับการซ่อมคืนสภาพ เว้นใน กรณีเร่งด่วนหรือกรณีเป็นความต้องการพิเศษจึงจะด้าเนินการในช่วงเวลาอื่น ๑.๓ ให้หน่วยเทคนิคอื่น ๆ ที่รับผิดชอบในการซ่อมบ้ารุงยุทโธปกรณ์ในเรือก้าหนดรายละเอียด งานซ่อมบ้ารุงยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ทุกขั นตอนเป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งอาจแตกต่างจากที่ก้าหนดไว้แล้วก็ได้ ๒. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเรือเล็ก ๒.๑. ระบบตัวเรือ ๒.๑.๑ ตัวเรือเหนือแนวน ้า ๒.๑.๒ ตัวเรือใต้แนวน ้า ๒.๒ ระบบเครื่องจักร ๒.๒.๑ ระบบน ้ามันเชื อเพลิง ๒.๒.๒ ระบบน ้ามันหล่อลื่น
๗๘ ๒.๒.๓ ระบบน ้ามันเกียร์ ๒.๒.๔ ระบบระบายความร้อน ๑) ระบายความร้อนน ้า (๑) แบบปิด น ้าจืดจะไหลจากหม้อพักน ้าหมุนวนน้าพาความร้อนภายในเครื่องยนต์ ออกมาดับความร้อนที่หม้อพักน ้าด้วยพัดลม (๒) แบบเปิด น ้าจืดจะไหลจากหม้อพักน ้าหมุนวนน้าพาความร้อนภายในเครื่องยนต์ ออกมาดับความร้อนที่หม้อพักน ้าด้วยระบบน ้าทะเล ซึ่งไหลผ่านหม้อพักน ้าแล้วออกนอกตัวเรือทางข้าง เรือ และยังแบ่งไปดับความร้อนท่อแก๊สเสียอีกเป็นบางส่วน ๒) ระบายความร้อนอากาศ ปัจจุบันไม่ค่อยนิยม แต่ยังมีใช้อยู่บ้างกับเรือรุ่นเก่า ๆโดยใช้ อากาศจากภายนอกมาดับความร้อนของเครื่องยนต์ ๒.๓ ระบบไฟฟ้า ๒.๓.๑ ระบบไฟฟ้าก้าลัง เช่น มอเตอร์สตาร์ท ไดนาโมชาร์จ มอเตอร์ปัดน ้าฝน และ แตร สัญญาณ เป็นต้น ๒.๓.๒ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เช่น ไฟฟ้าแสงสว่างภายในเรือ ไฟเดินเรือ สปอร์ตไลท์ชนิดส่อง สว่างและชนิดตัดหมอก ๒.๓.๓ แบตเตอรี่ เป็นต้นก้าเนิดไฟฟ้าภายในเรือเล็ก ต้องบ้ารุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่มีไฟเต็ม พร้อมใช้ราชการอยู่ตลอดเวลา ๒.๔ ระบบเพลาใบจักร และใบจักร เป็นระบบขับเคลื่อนเรือ (Propulsion System) มีหน้าที่ เป็นแหล่งก้าเนิดแรงผลักดันให้เรือแล่นไปข้างหน้า หรือถอยหลัง ประกอบดัวยอุปกรณ์คือ เครื่องจักร ใหญ่ เกียร์ เพลาใบจักร และใบจักร เพลาใบจักรเป็นอุปกรณ์ที่รับ – ส่งแรงบิดจากเครื่องจักรใหญ่ไปยังใบจักร โดยใบจักรจะท้า หน้าที่เปลี่ยนแรงบิดเป็นแรงผลักดันเรือ ในกรณีนี เพลาใบจักรจะเป็นอุปกรณ์แรกที่ได้รับแรง สั่นสะเทือนจากใบจักร การค้านวณเพื่อวิเคราะห์ ออกแบบ จะต้องกระท้าอย่างละเอียด จึงจะช่วยลดปัญหาได้ ๒.๔.๑ ระบบเพลาใบจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ๑) เพลาใบจักรของเรือรบทั่วไปจะสร้างจากเหล็กกล้าคาร์บอนที่ขึ นรูปด้วยการตีเหล็กกล้า ที่ใช้ท้าเพลาใบจักรจะต้องมีคุณสมบัติตามการก้าหนดของสถาบันต่อเรือระหว่างประเทศ ในส่วนของ กองทัพเรือไทยนั น คุณสมบัติจะก้าหนดตามมาตรฐานพัสดุการช่างของกรมอู่ทหารเรือ มพช.๙๕๑๐- ๐๔ – ๓๓ และ มพช.๙๕๑๐ – ๐๙ – ๓๔ ๒) หน้าแปลนเพลา และคัปปลิ ง (Shaft Flange And Coupling) มีหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ เพลา ๒ ท่อน หมุนไปด้วยกันได้ด้วยการบังคับของสลักนัตกวดหน้าแปลน การต่อหน้าแปลนของเพลา ๒ ท่อน จะเรียกว่า คัปปลิ ง (Coupling) การสร้างหน้าแปลนสามารถกระท้าโดยการตีขึ นรูปให้เป็นชิ น เดียวกันกับเพลา หรือตีขึ นรูปเฉพาะหน้าแปลนแล้วน้ามาประกอบติดกับปลายเพลาด้วยลิ่ม
๗๙ ๓) ลิ่ม มีหน้าที่ ส่งต่อแรงบิดระหว่างเพลากับหน้าแปลน หรือเพลากับใบจักรโดยลิ่มเป็นตัว บังคับให้หน้าแปลน หรือใบจักรหมุนไปกับเพลา ลิ่มต้องมีขนาดเกือบเท่าร่องลิ่มพอดีเพื่อป้องกันมิให้ลิ่ม ขยับตัวได้ เมื่อมีแรงบิดในเพลา ลิ่มจะต้องใช้โลหะที่มีก้าลังบิดน้อยกว่าหรือเท่ากับเพลาถ้าหากเกิด อุบัติเหตุท้าให้เกิดการช้ารุด เมื่อรับภาระเกินก้าลัง หรือ (Over Loading) การช้ารุดจะเกิดกับตัวลิ่ม ในขณะที่ร่องลิ่มจะไม่มีความเสียหาย การเปลี่ยนลิ่มจึงง่ายกว่าที่จะซ่อมท้าร่องลิ่ม ๔) แบริ่งรับเพลา เป็นส่วนที่รองรับเพลา ท้าจากโลหะที่มีคุณสมบัติลดความเสียดทานใน ขณะที่เพลาหมุน วัสดุที่ใช้ท้าแบริ่งได้แก่ ยาง หรือยางสังเคราะห์โดยมีน ้าทะเลเป็นตัวหล่อลื่น ๕) ปลอกรัดเพลา หรือ (Sleeve) ใช้ส้าหรับหุ้มเพลาในส่วนที่ต้องสัมผัสกับผิวด้านในของ แบริ่งภายนอกเรือ มีหน้าที่ป้องกันมิให้เพลาสึกหรอจากการหมุนอยู่ในแบริ่ง วัสดุที่ใช้ท้าปลอกรัดเพลา จะต้องทนต่อการกัดกร่อนของน ้าทะเล และต้องไม่มีความเสียดทานสูงในขณะที่หมุนอยู่ในแบริ่งโดยมี น ้าทะเลเป็นตัวหล่อลื่น วัสดุที่ใช้ท้าปลอกรัดเพลาได้แก่ โลหะผสมทองแดง บรอนซ์ หรือทองเหลือง ๖) ซีลเพลา (Shaft Seal) หรือที่เรียกกันว่า “สะปันยานอาบไข” มีหน้าที่กันมิให้ของ เหลวไหลผ่านฝากั น หรือกระบอกดีฟุตเข้ามาตามรูที่เจาะให้เพลาสอดผ่าน ๒.๔.๒ ใบจักร (Propeller) ๑) ใบจักร แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ ๆ โดยกรรมวิธีของการผลิตเป็นเกณฑ์ได้แก่ (๑) ใบจักรหล่อทั งพวง หรือ (Solid Propeller) ใบจักรประเภทนี หล่อขึ นรูปทั งพวง เป็นชิ นเดียวกัน ไม่ต้องมีการประกอบเป็นใบจักรทีหลัง (๒) ใบจักรที่หล่อปีกแต่ละปีก และหล่อดุมใบจักรแต่ละชิ น เมื่อแต่งผิวเสร็จเรียบร้อย แล้ว จึงน้ามาประกอบเข้ากับดุมให้เป็นพวงใบจักรเรียกว่า Built – Up Propeller (๒) ใบจักรแบบปรับมุมพิชได้ (Control Lable Pitch Propeller) ปกติใบจักรของเรือ รบหลวง ปัจจุบันสร้างจากโลหะผสมทองแดง กรณีที่เป็นเรือขนาดเล็กต้องการความเร็วสูง จะใช้ใบจักร ที่ท้าด้วยอลูมิเนียม หรือแสตนเลส ๒.๔.๓ ปัญหาที่เกิดกับใบจักร ๑) ความสั่นสะเทือน ใบจักรที่ช้ารุดจะท้าให้เกิดความสั่นสะเทือนขณะใช้งานการช้ารุด ของใบจักรได้แก่ ปีกใบจักรหัก หรือปีกใบจักรบิดเบี ยวเสียรูป ท้าให้ใบจักรไม่สมดุลและเกิดความ สั่นสะเทือนในขณะใช้งาน ๒) การเกิดโพรงอากาศ จะท้าให้เกิดเสียงดัง และท้าให้เนื อใบจักรกร่อนในลักษณะที่ เรียกว่า EROSION การช้ารุดในลักษณะนี อาจจะเกิดทั่วไป หรือ เฉพาะบางจุดในใบจักรก็ได้สาเหตุ ของโพรงอากาศ เกิดจากการออกแบบใบจักรที่ไม่เหมาะสมกับงาน ๓) เรือควรจัดให้มีการตรวจสอบสภาพใบจักรใต้น ้า เป็นระยะตามช่วงเวลาอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั ง เพื่อตรวจสอบว่ามีความเสียหายอย่างไรหรือไม่ แต่ถ้าใบจักรเกิดความสั่นสะเทือน จะต้องลงน ้าตรวจสอบทันที
๘๐ ๔) ใบจักรจะท้างานได้ดีมากเมื่อผิวใบจักรเรียบ ดังนั นถ้าใบจักรมีเพรียงจับหรือเกิดการ ช้ารุดจนผิวปีกใบจักรขรุขระ ประสิทธิภาพของใบจักรจะลดลงอย่างมาก นอกจากเรือจะท้าความเร็ว ไม่ได้แล้ว ใบจักรเองจะมีการช้ารุดเพิ่มมากขึ นด้วย ๒.๔.๔ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่ปฏิบัติงานเมื่อใบจักรฟันของแข็งใต้น ้าให้หยุด ตรวจสอบทันที และพิจารณาปัญหาว่ายังพอใช้การได้ หรือไม่ ๑) ถ้ามีปัญหาเล็กน้อย ให้ประคองน้าเรือไปยังจุดหมายอย่างระมัดระวัง ๒) ถ้าปลายปีกใบจักรบิดงอมาก ให้น้าเรือเข้าจอดเทียบชายฝั่ง นายท้าย หรือช่างกล ต้อง ลงน ้าน้าค้อนช่างกลด้าน ้าลงไปเคาะปลายปีกใบจักรให้ยึดออกมา ๓) ถ้าปีกใบจักรหัก ให้น้าเรือเข้าจอดเทียบชายฝั่ง โทรศัพท์แจ้งผู้บังคับบัญชาให้น้าเรือล้า ใหม่มาเปลี่ยน และลากจูงเรือกลับที่ตั งปกติ ถอดใบจักร ชักเพลา ส่งโรงงานซ่อมทันที ๓. ระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน (Planned Maintenance System : PMS) ระบบการซ่อมบ้ารุงตามแผน คือ การซ่อมบ้ารุงในลักษณะการซ่อมบ้ารุงป้องกัน ซึ่งเป็น การปฏิบัติที่มีแผนงาน มีก้าหนดระยะเวลาที่แน่นอนมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และด้าเนินงาน อย่างเป็นระบบเพื่อให้ยุทโธปกรณ์คงสภาพใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา ประโยชน์ของระบบ PMS ๑. สามารถใช้ยุทโธปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน ๒. ก้าหนดระยะเวลาในการซ่อมบ้ารุงได้ ๓. ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบ้ารุงแก้ไข ๔. ก้าหนดงบประมาณในการซ่อมบ้ารุงได้ล่วงหน้า ๕. สามารถวางแผนในการเตรียม เครื่องมือ เครื่องใช้ อะไหล่ และก้าลังพลล่วงหน้าได้ ๖. ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึง
๘๑ ตัวอย่างระบบการซ่อมบ้ารุงตามระยะเวลา (PMS) เรือ ขส.ทร........... ที่ ระบบ ระยะเวลาตรวจสอบ หมายเหตุ ประจ้าวัน สัปดาห์ เดือน ๑. กว้าน / ๒. สมอ และโซ่สมอ ยุ้งโซ่ และทุ่นสมอ / ๓. เชือก ลวด / ๔. ประตูกั นน ้า - ประตูผนึกน ้าภายนอก / - ประตูผนึกน ้าภายใน / - ฝากั นน ้าภายนอก / - ฝากั นน ้าภายใน / ๕. ช่องทางขึ นลง, ช่องกระจก / ๖. เสื อชูชีพ, แพชูชีพ / ๗. ยางกันกระแทก, ลูกแก้ว, เหล็กมอบกราบเรือ / ๘. ประตูเลื่อน, ประตูบานพับ / ๙. ระวางและอุปกรณ์ / ๑๐. บันไดไม้, บันไดเหล็ก, บันไดอลูมีเนียม / ๑๑. ผ้าใบเพดาน, ผ้าใบบังข้าง / ๑๒. ตัวเรือทั่วไป, โต๊ะ, เก้าอี ขัดเงา, วัสดุต่างๆ / ๑๓. ระบบบังคับมุมหัน - พังงาถือท้าย / - โซ่, ลวด, สปริงสายมูเลน, รอก / - ระบบไฮโดรลิค / - ระบบหางเสือพร้อมอุปกรณ์ / ๑๔. ที่ปัดน ้าฝน / ๑๕. ระบบไฟเดินเรือ / ๑๖. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง พร้อมอุปกรณ์ / ๑๗. ระบบแตรสัญญาณ / ๑๘. เครื่องจักรใหญ่ พร้อมส่วนประกอบ / ๑๙. เครื่องก้าเนิดไฟฟ้าพร้อมส่วนประกอบ /
๘๒ ที่ ระบบ ระยะเวลาตรวจสอบ หมายเหตุ ประจ้าวัน สัปดาห์ เดือน ๒๐. แผงสวิทช์บอร์ด พร้อมตู้คอนโทรลต่าง ๆ / ๒๑. มอเตอร์ต่าง ๆ / ๒๒. ระบบควบคุมความเร็ว (Governor) / ๒๓. ระบบน ้าจืด พร้อมส่วนประกอบ / ๒๔. ระบบน ้าทะเล พร้อมส่วนประกอบ / ๒๕. ระบบน ้ามันเชื อเพลิง พร้อมส่วนประกอบ / ๒๖. ระบบน ้ามันหล่อลื่น พร้อมส่วนประกอบ / ๒๗. ห้องน ้า – ห้องส้วม พร้อมอุปกรณ์ / ๒๘. ซับเมอร์สซิเบิ ลปั๊ม / ๒๙. เครื่องสูบน ้าดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์ / ๓๐. ขวดน ้ายาดับเพลิงประจ้าที่ CO2 / ๓๑. เพลาใบจักร, ใบจักร และส่วนประกอบ / ๓๒. สังกะสีกันร่อน / ๓๓. ลิ นใต้แนวน ้า /
๘๓ ๔. การรายงานการซ่อมท้าเรือเล็ก - รายงานขอซ่อมท้าแผนกตัวเรือ แบบ ก. - รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ก. - รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ข. - รายงานขอซ่อมท้าแผนกไฟฟ้าแสงสว่างและก้าลัง และไฟฟ้าอาวุธแบบ ก. ๔.๑ รายการขอซ่อมท้าแผนกตัวเรือแบบ ก.๑/๒/๙๘ ค้าแนะน้าในการใช้แบบพิมพ์ ก.๑/๒/๙๘ ๑. “หน่วยตันรายงานอื่น” หมายถึง หน่วยอื่นที่มิใช่เรือ ๒. ช่อง “รายการข้อ” ให้ลงหมายเลขข้อตามล้าดับรายการขอให้ซ่อม ท้า ดัดแปลง หรือ เปลี่ยนแปลง ๓. ข้อความในช่อง “ล้าดับงาน” ที่มีเครื่องหมาย “สี่เหลี่ยมจัตุรัส” ก้ากับ เมื่อใช้ข้อความใด ให้กากะบาดที่เครื่องหมายนั น ๔. ช่อง “หน่วยซ่อมท้า” และช่อง “การซ่อมท้า” ให้ใช้เครื่องหมายแทนข้อความที่จะใช้ ซึ่ง ได้ก้าหนดไว้ข้างล่าง ๕. “ชื่อผู้ตรวจงานต้นสังกัด” ให้กรอกชื่อเป็นตัวอักษรบรรจง ๖. “ความเห็นตามล้าดับสายงาน” ให้ลงความเห็น, ลายมือชื่อผู้เสนอ, ผู้สั่ง, วัน, เดือน, ปี และต้าแหน่ง ตั่งแต่ผู้เสนอรายงานชั นต้นจนถึงกรมกองที่มีหน้าที่พิจารณาเสนอสั่งงาน รายการที่จะต้องใช้แบบฟอร์ม “รายงานขอซ่อมท้าแผนกตัวเรือ” ๑. ตัวเรือใหญ่ และส่วนประกอบล้าเรือทั ง เหล็ก ไม้ และโลหะอื่น ๆ ถังน ้า ถังน ้ามันต่าง ๆ ทั งที่ ติดตั งกับตัวเรือ และแยกกัน โยงโย่ หางเสือ ๒. สมอ โซ่สมอ ๓. ลิ น และก๊อกต่าง ๆ ที่ติดกับตัวเรือเฉพาะใต้แนวน ้าที่ต้องซ่อมท้าในเวลาเรือเข้าอู่ ๔. ประตู และฝาปิดช่องทางต่าง ๆ ๕. โซ่ เชือก ลวด ผ้าใบ ผ้าต่าง ๆ รอง ลูกตะเพรา ๖. สิ่งของที่ใช้ในการอุด ค ้าจุน ที่เกี่ยวกับการควบคุมความเสียหาย ๗. หลังคา การปูทับดาดฟ้า การบุท้องเรือใต้แนวน ้า การทาสีตัวเรือใต้แนวน ้า ๘. ท่อแป๊บระบายอากาศ ตลอดจนลิ นที่ประกอบในวงจร ๙. ท่อแป๊บระบายน ้าที่ไม่ได้ติดต่อกับต้นก้าลังที่เป็นเครื่องจักร เช่น ท่อแป๊บระบายน ้าทิ ง ๑๐. แป๊บท่อทางบรรจุน ้า และน ้ามันทุกชนิดลงถัง แป๊บต่อระหว่างถัง แป๊บทางน ้าออก และ น ้ามันล้น ๑๑. แป๊บท่อพูด ๑๒. ห้องเย็นเฉพาะตัวห้อง และเครื่องกั นความร้อน
๘๔ ๑๓. แท่นหม้อน ้า แท่นเครื่องจักร แท่นเครื่องไฟฟ้า แท่นเครื่องมือเดินเรือ แท่นวางเรือเล็ก และแท่นทุกชนิดที่ติดกับตัวเรือ ๑๔. พุก ก้ามปู ห่วง เครื่องผูกยึด และเครื่องห้าม ๑๕. เครื่องเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น ตู้ โต๊ะ เตียง ฯลฯ ๑๖. เครื่องสุขภัณฑ์ และการครัวที่ไม่เกี่ยวกับการกลจักร ๑๗. เครื่องสัญญาณสั่งจักร และเครื่องสัญญาณต่าง ๆ ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร ๑๘. แพชูชีพ พวงชูชีพ และเครื่องช่วยชีวิตอื่น ๆ ๑๙. เครื่องป้องกันตัวเรือสึกกร่อน การป้องกันสนิม การผนึกน ้า และผนึกอากาศ ๒๐. เสาทุกชนิด และเครื่องประกอบเสาที่ไม่เกี่ยวกับไฟฟ้า หลักเพดาน หลักราวลวดข้างเรือ ๒๑. เครื่องยก เช่น กว้านสมอ (Capstan) กว้านยกของ (Winch & Windlass) เฉพาะที่ไม่ใช้ เครื่องจักร หรือไม่ติดต่อกับเครื่องจักร เดวิท บุมเรือโบต บุมยกของ ๒๒. ตัวเรือโบต และเรือยนต์ของเรือใหญ่ ตลอดจนส่วนประกอบ ๒๓. เครื่องดับเพลิง และเครื่องใช้ในการดับเพลิงที่ไม่ใช่เครื่องจักร หมายเหตุการทดลองความมั่นคงของเรือ ถังต่าง ๆ เครื่องยก เครื่องผูกยึด ตลอดจนที่กล่าว มาแล้วต้องพิจารณาตรวจสอบให้ใช้ราชการได้ทุกรายการ
๘๕ ตัวอย่างแบบรายงานขอซ่อมท้าตัวเรือ แบบ ก. ๑/๒/๙๘ ร.ล. .ทอดสมอ/เทียบ . .ฐานะเรือ . .หน่วยต้นรายงานอื่น . กรม/กอง . . รายงานที่ .. วันที่ / / . . ล้าดับงาน ด่วน ปกติ รายการ ข้อ หน่วย ซ่อมท้า การ ซ่อมท้า สถานที่ติดตั ง รายการ ข้อ หน่วย ซ่อมท้า การ ซ่อมท้า สถานที่ติดตั ง รายการ ข้อ หน่วย ซ่อมท้า การ ซ่อมท้า สถานที่ติดตั ง ดาดฟ้า กงที่ กราบ ดาดฟ้า กงที่ กราบ ดาดฟ้า กงที่ กราบ การซ่อมท้า ทางเรือช่วยได้ ส่งของซ่อมท้าบนโรงงาน ส่งช่างไปท้าที่เรือ หน่วยซ่อมท้า + อร. Y รง.ฐท.สส. T สพ.ทร. ข้อ รายการขอให้ซ่อม, ท้า ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลง จ้านวน ลักษณะที่ช้ารุดเป็นอย่างไร, ตั งแต่เมื่อใด เหตุช้ารุด ๗๕๓๐ - ๓๕ - ๓๗๒ - ๙๓๔๑ อ. ๕๙๖/๓๓. ๒๐๐ ล.
๘๖ ข้อ รายการขอให้ซ่อม, ท้า ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลง จ้านวน ลักษณะที่ช้ารุดเป็นอย่างไร, ตั งแต่เมื่อใด เหตุช้ารุด ส่งของช้ารุดหรือตัวอย่าง . มาที่ เมื่อ / / . ผู้รับ . ชื่อผู้ตรวจงานต้นสังกัด . . . หน่วยรับส้าเนา . . . . ความเห็นตามระบบสายงาน
๘๗ ๔.๒ รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร รายการที่จะต้องใช้แบบฟอร์ม ๑. หม้อน ้าใหญ่ หม้อน ้าช่วยของเรือใหญ่ เรือเล็ก ตลอดจนบรรดาระบบแป๊บ ท่อทาง ติดต่อ ตลอดล้า ยกเว้น ส่วนที่เป็นเครื่องไฟฟ้า ๒. เครื่องจักรใหญ่ และเครื่องประกอบเครื่องจักรใหญ่ของเรือใหญ่ เรือเล็ก ตลอดจนถึงเพลา ใบจักร และใบจักร ๓. เครื่องจักรช่วยทุกชนิด ตลอดจนระบบแป๊บ ท่อทางติดต่อต่าง ๆ ตลอดล้า ยกเว้น แป๊บลิ น และก๊อก ส่วนที่ติดกับตัวเรือใต้แนวน ้า ซึ่งปกติจะท้าได้เมื่อน้าเรือเข้าอู่ และส่วนที่เป็นเครื่องไฟฟ้า ๔. เครื่องจักรอื่น ๆ ซึ่งขับด้วยก้าลังไอน ้า อากาศ แก๊ส และของเหลว ตลอดจนแป๊บท่อทาง ติดต่อต่าง ๆ ตลอดล้า ยกเว้น แป๊บ ลิ น และก๊อก ส่วนที่ติดกับตัวเรือใต้แนวน ้า ซึ่งปกติจะท้าได้เมื่อน้า เรือเข้าอู่ และส่วนที่เป็นเครื่องไฟฟ้า ๕. เครื่องปรับอากาศ เครื่องท้าน ้าแข็ง ตู้เย็น เครื่องท้าความร้อนที่ไม่ใช้ไฟฟ้า เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องอัดส้าเนา เครื่องท้าหมอก เตามี่ใช้น ้ามัน สูบโยกด้วยมือ เครื่องไฮดรอลิค เครื่องอัดอากาศ เครื่อง อัดแก๊ส ตลอดจนแป๊บ ท่อทางติดต่อต่าง ๆ ตลอดล้า และหม้อน ้าเก็บที่มีก้าลังดัน (Pressure Vessel) ของเครื่องเหล่านั น ยกเว้น แป๊บ สิ น และก๊อก ส่วนที่ติดกับตัวเรือใต้แนวน ้าซึ่งปกติจะท้าได้เมื่อน้าเรือ เข้าอู่ และส่วนที่เป็นเครื่องไฟฟ้า ๖. เครื่องมือกลต่าง ๆ เช่น เครื่องกลึง สว่านแท่น ฯลฯ ยกเว้น ส่วนที่เป็นเครื่องไฟฟ้า หมายเหตุการพิจารณาอายุขัยของหม้อน ้า เครื่องจักร ที่กล่าวไว้ข้างต้น กับการตรวจและทดลองอัดน ้า หม้อน ้าต่าง ๆ ตามก้าหนดเวลา เป็นหน้าที่ของ สช.อร. ทางเรือไม่ต้องรายงาน (บันทึกการประชุม กล.กร.ที่ ๑/๒๕๐๔, ๒/๒๕๐๔) ๔.๒.๑ รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ก.๑/๑/๙๘ ค้าแนะน้าในการใช้แบบพิมพ์ ก.๑/๑/๙๘ ๑. แบบพิมพ์นี ให้ใช้เขียนรายงานการขอซ่อมท้าเฉพาะเครื่องจักร หรือหม้อน ้า และ ส่วนประกอบที่ส้าคัญ การรายงานขอซ่อมท้าถ้าในคราวเดียวกันมีทั งขอให้ซ่อมท้าเครื่องจักรและสิ่งของ ปลีกย่อยที่มิใช่ส่วนประกอบที่ส้าคัญของเครื่องจักร เช่น ท่อ ค้อน สกัด น๊อตสลัก สิ นก๊อก ฯลฯ ให้แยก รายงานขอซ่อมท้าสิ่งของปลีกย่อยนั นออกต่างหาก โดยใช้แบบพิมพ์ ข.๑/๑/๙๗ แล้วแนบมาพร้อมกับ แบบ ก.๑/๑/๙๘ จ้านวนเท่าใด ๒. “หน่วยต้นรายงานอื่น” หมายถึง หน่วยอื่นที่มิใช่เรือ ๓. ข้อความที่มีเครื่องหมาย “สี่เหลี่ยมจัตุรัส” ก้ากับ เมื่อจะใช้ข้อความใดให้กากะบาดที่ เครื่องหมายนั น
๘๘ ๔. ความในวงเล็บ “เครื่องอะไร” ให้ระบุชื่อที่ใช้ในการช่าง เช่น เครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์ น ้ามันใส เครื่องจักรไอน ้า ฯ “ใช้ส้าหรับการใด” ให้ระบุถึงหน้าที่ที่ใช้การของเครื่องนั นถ้าเป็นหม้อน ้าก็ ให้ระบุโดยอนุโลม ๕. “หมายเลขชิ นส่วน” หมายถึง หมายเลขประจ้าชิ นส่วนนั น ๆ (Part Number) หรือ (Stock Number) ซึ่งเป็นหมายเลขที่จะต้องระบุเมื่อสั่งซื อ หรือเบิกจากคลัง ๖. “รายการของเครื่อง หรือรายการตามแผ่นป้ายของเครื่อง” ให้ลงชื่อการค้าของเครื่องและ ชนิด ชื่อบริษัทสร้างเครื่อง ปีที่สร้าง จ้านวนสูบ แรงม้า และจ้านวนรอบ Type หรือ Model หมายเลข ประจ้า ถ้าเป็นหม้อน ้าก็ให้ระบุโดยอนุโลม ๗. “ชื่อผู้ควบคุมเครื่อง” ให้กรอกชื่อเป็นตัวอักษรบรรจง ๘. “ความเห็นตามล้าดับสายงาน” ให้ลงความเห็น ลายมือชื่อผู้เสนอ ผู้สั่ง วัน, เดือน, ปี และ ต้าแหน่ง ตั งแต่ผู้เสนอรายงานชั นต้นจนถึงกรมกองที่มีหน้าที่พิจารณาเสนอสั่งงาน
๘๙ รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ก. ๑/๑/๙๘ ร.ล. .ทอดสมอ/เทียบ . ฐานะเรือ . .หน่วยต้นรายงานอื่น แผนกเรือบริการ ฯ . กรม/กอง . . รายงานที่ . . วันที่ / / . . ล้าดับงาน ด่วน ปกติ เร่งด่วนตามค้าสั่ง . เพื่อปฏิบัติราชการ ประมาณวันที่ / / . . รายการขอซ่อมท้า ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลง (เครื่องอะไร, ใช้ส้าหรับการใด ) สภาพและฐานะก่อนขอซ่อมท้าเป็นอย่างไร ส่วนใดบ้าง เป็นมาตั งแต่เมื่อใด . ส่วนช้ารุด ตามแปลนหรือตัวอย่าง หมายเลขชิ นส่วน จ้านวนที่ต้องการ รายการของเครื่องหรือรายการตามแผ่นป้ายของเครื่อง สถานที่ติดตั ง ชื่อผู้ควบคุมเครื่อง ดาดฟ้า กงที่ กราบ การซ่อมท้า หน่วยซ่อมท้า ทางเรือช่วยได้ อร. ส่งของซ่อมท้าบนโรงงาน สพ.ทร. ส่งช่างมาซ่อมท้าที่เรือ รง.ฐท.สส. กจ. ๑๒.๓๗๓ ๒๕๐๘ - ๑๐๖ - ๐๐๐๑ อ. ๕๑๘ / ๑๘. ๒๐๐ ล.
๙๐ ให้กรอกข้อความเฉพาะที่ส้าคัญลงในช่องว่าง ๑. ต้นสังกัดได้เดินการก่อนซ่อมท้าไปแล้วอย่างไรบ้าง . . . ๒. ได้ตรวจสอบอะไรเป็นหลักฐานไว้บ้าง (หม้อน ้าให้ลง Steaming Hours และเกลือในหม้อน ้าด้วย) . . . . . . ๓. ซ่อมท้าครั งสุดท้าย เมื่อใด, ที่ไหน,อะไรบ้าง . . . . . ๔. ใช้หลังจากการซ่อมท้าครั งสุดท้าย กี่ชั่วโมง . ๕. ซ่อมท้าใหญ่ครั งหลังสุดเมื่อใด ที่ไหน . ๖. ใช้การหลังจากการซ่อมใหญ่ . ๗. มีการดัดแปลงมาแล้วหรือไม่, เมื่อใด ที่ไหน, อะไรบ้าง . . . . ส่งของช้ารุดหรือตัวอย่าง มาที่ เมื่อ / / . ผู้รับ . หน่วยรับส้าเนา . . . . . ได้แนบรายงานขอซ่อมท้าแบบ ข ๑/๑/๙๘ มาด้วยแล้ว จ้านวน แผ่น ความเห็นตามล้าดับสายงาน
๙๑ ๔.๒.๒ รายการขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ข. ๑/๑/๙๘ ค้าแนะน้าในการใช้แบบพิมพ์ ข. ๑/๑/๙๘ ๑. แบบพิมพ์นี ให้ใช้เขียนรายงานขอซ่อมท้าในบรรดาของปลีกย่อยที่ใช้ในการอื่น ในแผนกกล จักรที่มิใช่ตัวเครื่องจักร หม้อน ้า หรือส่วนประกอบที่ส้าคัญ ของปลีกย่อยเหล่านี ได้แก่ ท่อ ค้อน สกัด น๊อตสลัก ลิ น และก๊อกต่าง ๆ ๒. “หน่วยต้นรายงานอื่น” หมายถึง หน่วยอื่นที่มิใช่เรือ ๓. ข้อความที่มีเครื่องหมาย “สี่เหลี่ยมจัตุรัส” ก้ากับ เมื่อจะใช้ข้อความใดให้กากะบาดที่ เครื่องหมายนั น ๔. “ความเห็นตามล้าดับสายงาน” ให้ลงความเห็น, ลายมือชื่อผู้เสนอ, ผู้สั่ง, วัน, เดือน, ปี และต้าแหน่ง ตั งแต่ผู้เสนอรายงานขั นต้นจนถึงกรมกองที่มีหน้าที่พิจารณาเสนอสั่งงาน
๙๒ รายงานขอซ่อมท้าแผนกกลจักร แบบ ข. ๑/๑/๙๘ ร.ล. .ทอดสมอ/เทียบ . ฐานะเรือ . หน่วยต้นรายงานอื่น แผนกเรือบริการ ฯ . กรม/กอง . . รายงานที่ . . วันที่ / / . . ล้าดับงาน ด่วน ปกติ เร่งด่วนตามค้าสั่ง . เพื่อปฏิบัติราชการ ประมาณวันที่ / / . หน่วยซ่อมท้า อร. สพ.ทร. รง.สน.สส. ส่งของช้ารุดหรือตัวอย่าง มาที่ .เมื่อ / / . ผู้รับ . . หน่วยรับส้าเนา . . รายการขอซ่อมท้า ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลง กจ. ๑๒.๓๗๓ ๒๕๐๘ - ๑๐๖ - ๐๐๐๑ อ. ๕๑๘ / ๑๘. ๒๐๐ ล.
๙๓ ความเห็นตามล้าดับสายงาน
๙๔ ๔.๓ รายงานขอซ่อมท้าแผนกไฟฟ้าแสงสว่างและก้าลัง และไฟฟ้าอาวุธแบบ ก. รายงานขอซ่อมท้าแผนกไฟฟ้าแสงสว่างและก้าลัง และไฟฟ้าอาวุธ แบบ ก. ๑/๑/๙๘ ร.ล. .ทอดสมอ/เทียบ . ฐานะเรือ . หน่วยต้นรายงานอื่น แผนกเรือบริการ ฯ . กรม/กอง . . รายงานที่ . . วันที่ / / . . ล้าดับงาน ด่วน ปกติ เร่งด่วนตามค้าสั่ง . เพื่อปฏิบัติราชการ ประมาณวันที่ / / . รายการขอซ่อมท้า ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลง (เครื่องอะไร, ใช้ส้าหรับการใด ) สภาพและฐานะก่อนขอซ่อมท้าเป็นอย่างไร ส่วนใดบ้าง เป็นมาตั งแต่เมื่อใด . ส่วนช้ารุด ตามแปลนหรือตัวอย่าง หมายเลขชิ นส่วน จ้านวนที่ต้องการ รายการของเครื่องหรือรายการตามแผ่นป้ายของเครื่อง สถานที่ติดตั ง ชื่อผู้ควบคุมเครื่อง ดาดฟ้า กงที่ กราบ การซ่อมท้า หน่วยซ่อมท้า ทางเรือช่วยได้ อร. ส่งของซ่อมท้าบนโรงงาน สพ.ทร. ส่งช่างมาซ่อมท้าที่เรือ รง.ฐท.สส. กจ. ๑๒.๓๗๓ ๒๕๐๘ - ๑๐๖ - ๐๐๐๑ อ. ๕๑๘ / ๑๘. ๒๐๐ ล.
๙๕ ให้กรอกข้อความเฉพาะที่ส้าคัญลงในช่องว่าง ๑. ต้นสังกัดได้เดินการก่อนซ่อมท้าไปแล้วอย่างไรบ้าง . ๒. ซ่อมท้าครั งสุดท้าย เมื่อใด, ที่ไหน,อะไรบ้าง . . . ๓. ได้มีการตรวจฉนวนไฟฟ้าส่วนต่าง ๆ ที่ช้ารุดด้วยแมกเกอร์ขนาดแรงเคลื่อนไฟฟ้า โวลท์ เป็นจ้านวน เมกโอห์ม ๗. มีการดัดแปลงมาบ้างแล้วหรือไม่, เมื่อใด ที่ไหน, อะไรบ้าง . … . ส่งของช้ารุดหรือตัวอย่าง มาที่ เมื่อ / / . ผู้รับ . หน่วยรับส้าเนา . . ความเห็นตามล้าดับสายงาน
๙๖ ๕. การบ้ารุงรักษาเครื่องยนต์ ๕.๑ การปรนนิบัติบ้ารุงรักษาเครื่องยนต์ ๕.๑.๑ ตรวจดูระดับ น ้ามันหล่อทุกครั งก่อนเดินเครื่อง ถ้าระดับน ้ามันหล่อต่้าเล็กน้อยก็เติม ให้อยู่ในระดับใช้การ (ดูจากเหล็กวัด) ๑) ใช้น ้ามันตามเกรดที่ก้าหนดไว้ในค้าแนะน้า หรือคู่มือประจ้าเรือ ๒) เปลี่ยนน ้ามันหล่อ ทุก ๑๐๐ ชม.ใช้การ หรือแล้วแต่ผลการวิเคราะห์น ้ามันของ ห้องทดลองว่าเหมาะสม (จึงก้าหนดเป็นมาตรฐาน) ๕.๑.๒ เปลี่ยนไส้กรองน ้ามันหล่อและแป๊กกิ งทุกครั งที่เปลี่ยนน ้ามันหล่อแล้วให้ตรวจเช็คการ รั่วไหลตามที่ต่าง ๆ หลังจากเดินเครื่องสักพัก ๕.๑.๓ ตรวจดูระดับน ้าจืดทุกวันและให้อยู่ในระดับเกือบถึงฝาปิดถัง (ต่้ากว่า ๒ นิ ว) ท้าความ สะอาดระบบน ้าจืดดับความร้อนทุก ๑,๐๐๐ ชม. โดยใช้ยาคอมเปาวด์ ตามค้าแนะน้าของเครื่อง วิธีท้า ความสะอาดโดยล้างระบบท่อทางด้วยน ้าจืดแล้วเติมน ้าสะอาดซึ่งผสมด้วยน ้ายาเคมีป้องกันสนิม การ เติมน ้ายาอย่างถูกต้องควรเติม ตามระยะเวลาที่สมควรอาจจะนาน ๆ เติมครั งหรือแล้วแต่การตรวจพบ สนิมหรือตะกอนที่จับอยู่ในระบบดับความร้อนและท้าความสะอาดหรือเปลี่ยนสังกะสีกันกร่อนทุกครั งที่ ท้าความสะอาดระบบดับความร้อน ๕.๑.๔ ตรวจดูท่อทางต่าง ๆ ของระบบน ้าหล่อดับความร้อนอย่างน้อยทุก ๕๐๐ ชม. เพื่อ ค้นหาว่ามีการผุกร่อนหรือไม่ ถ้าพบว่ามีการผุกร่อนให้จัดการเปลี่ยนใหม่ ๕.๑.๕ ถ่ายน ้าออกจากระบบ ถอดท่อทางพัดน ้าทะเลด้านหม้อดับความร้อนออกแล้วเปิดฝา ออกตรวจทุก ๆ ๑,๐๐๐ ชม. และตรวจหลอดหม้อดับความร้อน ถ้าเห็นว่าช่องหลอดสกปรกมากให้ท้า ความสะอาด ๕.๑.๖ ให้ถ่ายน ้าออกจากหม้อดับความร้อนทุก ๕๐๐ ชม. ทั งทางน ้าเข้าและน ้าออกแล้วถอด สังกะสีกันกร่อนจากทั งทางด้านพัดน ้า และหม้อดับความร้อนท้าความสะอาดสังกะสีกันกร่อนด้วยแปลง ลวด ถ้ามีการกร่อนมากเกินกว่า ๕๐ % ก็ให้เปลี่ยนใหม่ ๕.๑.๗ ตรวจเช็คที่เติมน ้า (PRIME) ด้านพัดน ้าทะเล ไม่ควรเดินเครื่องในขณะที่สูบน ้าไม่มีน ้า หล่อเลย ถ้าจ้าเป็นต้องเติมน ้าหล่อก็ให้ถอดจุกที่ท่อน ้าเข้า PIPE – PLUG ด้านน ้าเข้าตรงท่อโค้งออกแล้ว เติมน ้า ๕.๑.๘ พยายามเติม นม.ชพ. ให้มีอยู่เสมอ เพื่อลดการกลั่นตัวหรือการระเหยให้น้อยที่สุด และให้โบลว์ก้นถังน ้ามันทุก ๆ ๕๐๐ ชม. เพื่อให้ผงตะกอนหรือน ้าออก ๕.๑.๙ ให้โบลว์น ้ามันเชื อเพลิงที่ก๊อกก้นหม้อกรองละเอียดหรือหม้อกรองหยาบ ทุก ๆ หม้อ กรอง เมื่อครบ ๓๐๐ ชม. หรือตรวจพบว่าหม้อกรองตันให้เปลี่ยนไส้กรองใหม่ วิธีที่จะรู้ว่าหม้อกรองตัน หรือไม่ ให้ดูก้าลังดันน ้ามันเชื อเพลิงที่ท่อน ้ามันเชื อเพลิงเข้าบนยอดหัวสูบหรือดูที่ทางเข้าพัดน ้ามัน เชื อเพลิงก้าลังทางเข้าพัดน ้ามันเชื อเพลิงตามปกติ (ถ้าหม้อกรองสะอาด) สูงสุดประมาณไม่เกิน ๖
๙๗ ตารางนิ วปรอทที่ความเร็ว ๑,๖๐๐ – ๒,๐๐๐ รอบ/นาที ก้าลังดันน ้ามันเชื อเพลิงทางเข้ายอดหัวสูบ ประมาณ ๔๕ – ๔๗ ปอนด์/ตร.นิ ว ถ้าก้าลังดันที่พัดน ้ามันเพิ่มขึ นถึง ๑๒ นิ วปรอท เมื่อเครื่องเดิน ๑,๖๐๐ – ๒,๑๐๐ รอบ/นาที แล้วก็ให้เปลี่ยนไส้กรองใหม่และถ้าก้าลังดันที่ทางเข้าหัวสูบต่้ากว่า ๔๕ ปอนด์/ตร.นิ ว ก็ต้องเปลี่ยนใหม่เหมือนกัน ๕.๑.๑๐ ขณะที่เครื่องยนต์ก้าลังเดินตรวจทางระบายอากาศของห้องพักอากาศ (Air Box drain) ทุก ๑,๐๐๐ ชม. ถ้าพบว่าท่อตันให้ถอดท้าความสะอาดเสียใหม่ ท่อทางระบายอากาศจะต้องท้า ความสะอาดตามเวลาถึงแม้ว่าจะยังไม่พบว่าตันก็ตาม ๕.๑.๑๑ ตรวจท้าความสะอาดตะแกรงกรองเครื่องพัดอากาศทุก ๑,๐๐๐ ชม. โดยการแช่ใน นม.ชพ. แล้วเป่าด้วยอากาศเปลี่ยนแป๊กกิ งใหม่แล้วประกอบเข้าที่ ๕.๑.๑๒ มอเตอร์สตาร์ทบางรุ่นไม่ต้องมีการหล่อลื่น แต่ถ้าเครื่องใดมีการหล่อลื่นเป็นถ้วย บรรจุจารบี ก็ให้ท้าการเติมทุก ๓๐๐ ชม. ถ้าเติมน ้ามันหล่อก็ให้เติม ๘ – ๑๐ หยด โดยใช้ น ้ามันหล่อ เกรดเดียวกับเครื่อง ๕.๑.๑๓ ตรวจน ้ากลั่นแบตเตอรี่ทุก ๑๐๐ ชม. หรือแล้วแต่สภาพการใช้งาน ระดับน ้ากลั่นใน แบตเตอรี่ควรให้ได้ระดับคือสูงกว่าแผ่นแร่ ๑/๒ นิ ว หรือสูงกว่าแผ่นกั น ๑/๔ นิ ว ๕.๑.๑๔ หล่อลื่นเครื่องวัดรอบตรงบริเวณเพลาขับทุก ๑๐๐ ชม. ด้วยจารบีที่ใช้อยู่ทั่วไป ๕.๑.๑๕ หล่อลื่นค้นบังคับ (Throttle Control) ทุก ๒๐๐ ชม. ด้วยจารบีหล่อลื่นคันบังคับค ลัทช์และส่วนบังคับอื่น ๆ ด้วยน ้ามันหล่อ ๕.๑.๑๖ ส้าหรับการปรับแต่งเครื่อง Tune – Up นั น ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนตราบใดที่ เครื่องยังท้างานเป็นปกติก็ไม่มีการปรับแต่งอีก การปรับแต่งที่ส้าคัญเช่นหัวฉีดเครื่องควบคุมความเร็ว นั น ควรปรับแต่งเมื่อมีการสึกหรอเกิดขึ นเท่านั น ๕.๑.๑๗ ทุกวันตรวจดูระดับน ้ามันหล่อเกียร์ตามห้องเฟืองเกียร์ต่าง ๆ ถ้าระดับน ้ามันหล่อ พร่องให้เติมให้ได้ระดับ การเช็คในขณะที่เครื่องเดินด้วยความเร็วต่้า เมื่อครบ ๒๐๐ ชม. ให้เปลี่ยน น ้ามันหล่อใหม่ทุกครั งที่เปลี่ยนน ้ามันหล่อห้องเกียร์ให้ถอดไส้กรองน ้ามันหล่อท้าความสะอาดด้วยน ้ามัน เชื อเพลิงแล้วเป่าด้วยอากาศ และจะต้องเปลี่ยนไส้กรองของหม้อกรองละเอียดด้วย ๕.๒ การบ้ารุงรักษาตามระยะเวลา ๕.๒.๑ การบ้ารุงรักษาประจ้าวัน (๑๐ ชม.ใช้การ) ๑) ตรวจสอบระดับ นมล. ในห้องแคร้งก์ให้ได้ตามเกณฑ์ ๒) ตรวจสอบระดับ นมล. ในห้องเกียร์ให้ได้ตามเกณฑ์ ๓) ตรวจสอบระดับน ้าจืดในห้องพักน ้าจืดให้ได้ตามเกณฑ์ ๔) ตรวจระบบน ้าทะเลที่ไหลวนเวียน ๕) ตรวจสอบท่อระบายอากาศว่าอุดตันหรือไม่ ๖) ตรวจ นม.ชพ.ในถังใช้การว่าเต็มหรือไม่
๙๘ ๗) ตรวจ นม.ชพ. ที่ก้นหม้อกรองทุกใบ ๘) ตรวจรอยรั่วซึมตามเกลียวข้อต่อท่อยางตามระบบต่าง ๆ ๕.๒.๒ การบ้ารุงรักษา ๑๐๐ ชม.ใช้การ ๑) เปลี่ยน นมล.ในห้องแคร้งก์ ๒) เปลี่ยนไส้กรอง นมล. ๓) ท้าความสะอาดกรองอากาศ เปลี่ยน นมล. ๔) ตรวจซ่อมรอยรั่วซึมในระบบต่าง ๆ ๕) ตรวจข้อต่อสายไฟ สายพาน หม้อแบตเตอรี่ ๖) ท้าความสะอาดท่อระบายห้องอากาศ ๗) อัดจารบีข้อต่อ สายวัดรอบ ลูกปืนต่าง ๆ ที่ต้องการหล่อลื่น ๘) เครื่องใหม่หรือหลังการปรับซ่อมใหญ่ ปรับแต่งเครื่อง ๕.๒.๓ การบ้ารุงรักษา ๒๐๐ ชม.ใช้การ ๑) เปลี่ยน นมล.เกียร์ ล้างท้าความสะอาดห้องเกียร์ ๒) เปลี่ยนหม้อกรอง นมล.เกียร์ ๓) หล่อลื่นคันบังคับคลัทช์และส่วนบังคับอื่น ๆ ๕.๒.๔ การบ้ารุงรักษา ๓๐๐ ชม.ใช้การ ๑) เปลี่ยนไส้กรองหยาบหม้อกรองละเอียด นม.ชพ. ๒) ตรวจสิ่งสกปรกออกจากก้นถัง นม.ชพ. ๓) หล่อลื่นมอเตอร์สตาร์ทกไดชาร์จ ๕.๒.๕ การบ้ารุงรักษา ๕๐๐ ชม.ใช้การ ๑) ตรวจสังกะสีกันกร่อนหม้อดับความร้อนน ้าหล่อ ๒) ตรวจท่อยางระบบน ้าหล่อเครื่อง ถ้าช้ารุดให้เปลี่ยนใหม่ ๓) ตรวจดูแปรงถ่านไดชาร์จ ๕.๒.๖ การบ้ารุงรักษา ๑,๐๐๐ ชม.ใช้การ ๑) ท้าความสะอาดระบบน ้าจืด ล้างท่อทางในระบบด้วยฝาคอมเปาน์ด ๒) ท้าความสะอาดทางระบายอากาศห้องพักอากาศ ๓) ตรวจวัดระยะเบียดของเครื่องพักอากาศ ๔) ตรวจท้าความสะอาด ๕) ตรวจท้าความสะอาดช่องอากาศดีที่ไลเนอร์ ตรวจลูกสูบ และแหวน ๖) ตรวจและท้าความสะอาดหม้อดับความร้อน นมล.
๙๙ ๕.๓ การเตรียมการก่อนเดินเครื่อง ๕.๓.๑ ระบบ นม.ชพ. ๑) ตรวจ นม.ชพ.ในถังใช้การให้มี นม.ชพ. อยู่ในระดับใช้การ ๒) เปิดก๊อกระบายน ้าตะกอนก้นถัง ๓) เปิดลิ น นม.ชพ. พร้อมกับตรวจดูการรั่วไหลและสภาพของระบบ ๔) ระบายผงตะกอนที่หม้อกรอง นม.ชพ. ทุกใบ ๕) ไล่อากาศ Primary Fuel Filter ด้วยการเปิดจุกเกลียวบนหม้อกรอง รอจนมีน ้ามันไหล ออกมาและไม่มีฟองอากาศจึงปิดให้สนิท (ถ้าหม้อกรองอยู่เหนือระดับน ้ามันให้เติม นม.ชพ. ลงไปจนเต็ม แล้วปิดฝาให้สนิท) ๖) ไล่อากาศใน Secondary Fuel Filter โดยการคลายจุกเกลียวบนหม้อกรอง A.C.Fuel Filter และเติม นม.ชพ. ที่สะอาดจนเต็มแล้วปิดจุกเกลียวให้สนิท ๗) การไล่อากาศให้ท้าทุกครั งที่ท้าความสะอาดหม้อกรองหรือน ้ามันขาดสายระวังอย่าให้ นม.ชพ. เข้าไปในสูบเพราะจะท้าให้เกิดแรงดันมากเกินก้าหนด เมื่อเกิดการเผาไหม้ ๕.๓.๒ ระบบ นมล. ๑) ตรวจเติม นมล.ในห้องแคร้งก์ให้อยู่ในระดับใช้การ ๒) ตรวจดูว่ามีน ้า หรือ นม.ชพ. ปนหรือไม่ ๓) ตรวจเติม นมล.เกียร์ ๔) ตรวจสภาพภายนอกเครื่องยนต์และเกียร์ดูการรั่วซึมของ นมล. ๕.๓.๓ ระบบระบายความร้อน ๑) ระบบน ้าจืด ตรวจเติมน ้าจืดในหม้อพักน ้าจืดให้ถึงระดับใช้การ ปิดฝาหม้อพักน ้าจืดให้เรียบร้อย ๒) ระบบน ้าทะเล (๑) เปิดลิ นทางดูดน ้าทะเล (๒) ตรวจท้าความสะอาดหม้อกรองน ้าทะเล (๓) เปิดลิ นทางส่งน ้าทะเลเข้าระบบ (๔) ตรวจความเรียบร้อยท่อทางต่าง ๆ ๕.๓.๔ ระบบอากาศ ๑) ตรวจสิ่งกีดขวางระบบอากาศ ๒) ท้าความสะอาดหม้อกรองอากาศ ตรวจดู นมล. ๓) ตรวจลิ นปิดอากาศ ๕.๓.๕ ระบบเริ่มเดิน ๑) ตรวจระบบไฟแบตเตอรี่ให้ระดับน ้ายาในเกณฑ์ใช้การ
๑๐๐ ๒) สายไฟข้อต่อต่าง ๆ สะอาดและแน่นสนิทหรือไม่ ๓) ตรวจดูมอเตอร์สตาร์ท สภาพข้อต่อสายไฟ แปลงถ่านซี่คอม ๔) ผลเสียที่แบตเตอรี่มีไฟน้อย เครื่องหมุนช้าติดยาก ๕) มอเตอร์สตาร์ทช้ารุดเพราะหมุนช้าท้าให้ร้อนจัดอาจไหม้ได้ ๕.๓.๖ การตรวจอื่น ๆ ๑) การหล่อลื่นที่ราวลิ น (ถ้าเครื่องไม่ได้เดินเป็นเวลานาน) เปิดฝาครอบใช้ นมล.เทราด ลงบนราวลิ นโดยตลอด เพื่อการหล่อลื่นเพลากระเดื่องกดลิ นและลูกเบี ยวในตอนเริ่มเดิน ๒) ตรวจทดลองหัวฉีดเพื่อป้องกันการติดแน่นไม่ท้างาน ๓) ตรวจสิ่งกีดขวางภายในโดยการหมุนด้วยมือ ๔) ตรวจสภาพสายพานต่าง ๆ ให้ตึงไม่ฟรี ๕) ตรวจสอบระบบป้องกันอันตรายสัญญาณเตือนภัย ๕.๔ การปฏิบัติในการเดินเครื่อง ๕.๔.๑ ก่อนกดปุ่มเริ่มเดินเครื่อง ๑) ให้เกียร์อยู่ในต้าแหน่งว่าง คันบังคับอยู่ในต้าแหน่งเดินเบา ๒)กดปุ่มเริ่มเดินเครื่อง ๓) อย่ากดปุ่มสตาร์ทให้นานเกิน ๓๐ วินาที ๔) ถ้าเครื่องไม่ติดให้รอประมาณ ๒ นาทีก่อนสตาร์ทใหม่ ๕) ถ้าสตาร์ท ๒ – ๓ ครั งยังไม่ติดให้ตรวจหาสาเหตุ ๕.๔.๒ เมื่อเครื่องเดินแล้ว ๑) สังเกตก้าลัง นมล. ต้องปรากฏภายใน ๑๐ – ๑๕ วินาที ๒) ถ้า นมล. ไม่ขึ นต้องหยุดเครื่องทันทีแล้วตรวจหาสาเหตุ ๓) ก้าลังดัน นมล. ควรอยู่ระหว่าง ๓๐ – ๓๕ ปอนด์/ตร.นิ ว ที่รอบ ๑,๒๐๐ – ๒,๑๐๐ รอบ/นาที ๔) ถ้าต่้ากว่า ๒๕ ปอนด์/ตร.นิ ว ให้หยุดเครื่องตรวจหาสาเหตุข้อขัดข้องและ ด้าเนินการแก้ไข ๕) ตรวจดูการวนเวียนของน ้าระบายความร้อน ๖) ตรวจดูการรั่วไหลของระบบต่าง ๆ ๕.๕ การปฏิบัติขณะใช้เครื่อง แนวปฏิบัติในการใช้และควบคุมเครื่อง ต้องมีการบันทึกรายละเอียดของสภาพการใช้เครื่อง เช่น ก้าลังดัน อุณหภูมิตามเวลาที่ก้าหนดเป็น ชม. หรือ ครึ่ง ชม. การผิดแผกแตกต่างไปจากสภาพปกติ จะเป็นแนวทางให้สามารถตรวจพบสาเหตุในการขัดข้องได้