การเผยแผ่และการนับถือ
พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
นำเสนอโดย นางสาวพัชริดา บุญยะมูล
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศเมียนมา
พระพุทธศาสนาที่เผยแผ่เข้าสู่ประเทศพม่าในระยะแรกเป็นแบบนิกายเถรวาท โดยผ่านเข้า
มาทางเมืองสุธรรมวดีหรือสะเทิม ที่เป็นราชธานีของพวกมอญอยู่ก่อนจากนั้นจึงค่อยๆ แผ่ขยาย
ขึ้นไปทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศพม่า
พ.ศ. ๑๕๘๗
พระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ) มีความเลื่อมใสนิกายเถรวาททรงส่งพระราชสาสน์ไปถึงพระเจ้ามนูหะ
ผู้ครองเมืองสุธรรมวดี ทูลขอพระไตรปิฎกจำนวนหนึ่งขึ้นไปยังพุกาม แต่พระเจ้ามนูหะไม่ยินยอมจึงทำให้เกิดการสู้รบกันขึ้น
พระเจ้าอนุรุทธมหาราชเป็นฝ่ายชนะจึงสั่งให้ทำลายเมืองสุธรามวดี พร้อมนำพระสงฆ์มอญและพระไตรปิฎกขึ้นไปยังเมือง
พุกาม พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทจึงได้แผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรพม่า
พ.ศ. ๑๗๓๓
•รัชกาลของพระเจ้านรปติสิทธุ ภายหลังเมื่อพุกามได้สิ้นอำนาจ มอญกับพม่าทำสงครามแย่งชิง รัชกาลของพระเจ้ามินดง
ทรงทราบว่าที่ลังกามีการทำ ลงเพราะมองโกลรุกรานทำให้ ความเป็นใหญ่จนกระทั่งประมาณ (ครองราชย์ระหว่าง
สังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๖ อาณาจักรต่างๆ แยกตัวเป็น พ.ศ. ๒๓๐๐ ชนชาติมอญก็ได้สูญ พ.ศ.๒๓๙๕-๒๔๒o) ทรงเป็น
จึงอาราธนาให้พระอุตราชีวะนำ อิสระเมื่อพระเจ้าธรรมเจดีย์ศรี สิ้นอำนาจลงพระพุทธศาสนาใน องค์อุปถัมภ์ในการทำ
คณะพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเดิน ปิฎกธรขึ้นครองราชย์ พระองค์ ประเทศพม่าได้รับการทำนุบำรุง สังคายนาพระธรรมวินัยครั้ง
ทางไปสืบพระพุทธศาสนาที่ลังกา จึงทรงริเริ่มฟื้นฟูพระพุทธ จนเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ที่ ๕ ณ เมืองมัณฑะเลย์ จาก
คณะสมณทูตได้นำเอาพระพุทธ ศาสนาขึ้นมาใหม่ นั้นก็โปรดฯให้จารึกพระ
ศาสนานิกายเถรวาท ไตรปิฎกลงบนแผ่นหินอ่อน
จากลังกาวงศ์เข้ามาเผยแผ่ด้วย แล้วทำสถูปครอบไว้มีจำนวน
ทั้งสิ้น ๔๕o องค์
พระไตรปิฏกหินอ่อน ที่วัดกุโสดอ ณ เมืองมัณฑะเล
พ.ศ. ๑๗๓๓
พม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ สถาบันกษัตริย์ถูกโค่นลงส่งผลให้พระพุทธศาสนาได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย แต่
ชาวพม่าก็ยังคงมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างหนาแน่น และพยายามประคับประคองสถาบันพระพุทธศาสนาให้
ธำรงอยู่ได้ตลอดมา
พม่าได้รับเอกราชจากการปกครองของประเทศอังกฤษรัฐบาลพม่าภายใต้การนำโดยรัฐบาลของนายอูนุได้พยายามฟื้นฟู
พระพุทธศาสนาโดยจัดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๖ ขึ้นโดยรัฐบาลพม่าได้นิมนต์พระเถระผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎกไป
จากประเทศไทยศรีลังกา ลาว และกัมพูชา ให้เดินทางไปร่วมเป็นจำนวนมาก
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศอินโดนีเซีย
พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้ามาสู่ดินแดนที่เป็นประเทศอินโดนีเซียในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๓
คราวเดียวที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งพระโสณเถระกับพระอุตตรเถระเดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ในแถบนี้
นิกายแรกที่เข้ามา คือ นิกายเถรวาท
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒
ได้เกิดอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอาณาจักรหนึ่งชื่อว่า “อาณาจักรศรีวิชัย”
อาณาจักรศรีวิชัยนับถือพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน และเชื่อว่านิกายมหายานในอาณาจักรนี้คงจะเป็นที่นับถือกัน
อย่างแพร่หลาย เพราะได้ค้นพบหลักฐานที่เป็นโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญได้แก่ พระพิมพ์ดินดิบและรูปพระ
โพธิสัตว์ ซึ่งสร้างขึ้นตามคติความเชื่อของผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานโดยเฉพาะ
ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๓
ได้เกิดราชวงศ์ที่เข้มแข็งขึ้นราชวงศ์หนึ่ง มีชื่อว่า “ราชวงศ์ไศเลนทร์”
กษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ได้เข้ามามีในอำนาจปกครอง อาณาจักรศรีวิชัย เข้ามามีบทบาทและสร้าง " บุโรพุทโธ " ที่เกาะชวา
บุโรพุทโธ แห่งแดนอีสาน
ณ วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด
พุทธศตวรรษที่ ๑๕
ราชวงศ์ไศเลนทร์แห่งอาณาจักรศรีวิชัยมีการติดต่อสัมพันธ์กับราชวงศ์ปาละแห่งแคว้นเบงกอล ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทาง
วัฒนธรรมที่สำคัญก็คือ อาณาจักรศรีวิชัย ได้ส่งพระภิกษุไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาที่พระมหากษัตริย์
แห่งแคว้นเบงกอลให้การอุปถัมภ์เป็นอย่างดี ทั้งยังส่งพระภิกษุ ช่างฝีมือมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาและศิลปะปาละ
การสร้างพระพุทธรูปให้แก่ชาวศรีวิชัย
สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๙
อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมลง และอาณาจักรมัชปาหิตมามีอำนาจแทนที่ พระพุทธศาสนาในอินโดนีเซียถึงจุดเสื่อมโทรม
เพราะกษัตริย์องค์หนึ่งของอาณาจักรมัชปาหิตทรงพระนามว่า “ระเด่นปาทา” ทรงมีศรัทธาในศาสนาอิสลามมาก
ได้ประกาศห้ามเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรของพระองค์ และทรงยกย่องให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ
แต่ชาวอินโดนีเซียที่มีความศัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายานและเถรวาทก็ยังมีอยู่บ้าง
ในเกาะชวา สุมาตรและเกาะบาหลี
จำอะไรได้บ้างไหม
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศมาเลเซีย
ดินแดนของประเทศมาเลเซียแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่บนแหลมมลายูและอีกส่วนหนึ่งอยู่บนเกาะบอร์เนียว
พุทธศตวรรษที่ ๓
พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้ามาสู่ดินแดนของประเทศมาเลเซีย เดิมโดยระยะแรกมีการนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
บนแหลมมายู
พุทธศตวรรษที่ ๑๒
บริเวณแหลมมลายูตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย จึงส่งผลให้พระพุทธศาสนานิกายมหายานได้เผยแผ่เข้ามาสู่บริเวณนี้
ในรัชสมัยของพระเจ้าปรเมศวร แห่งอาณาจักรมะละกา พระองค์ได้ละทิ้งพระพุทธศาสนาหันไปนับถือศาสนาอิสลาม
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน
สมัยสุลต่านมัลโมชาห์ พระองค์ได้สั่งให้ทหารทำลายศาสนสถาน พระพุทธรูป เทวรูปของพระพุทธศาสนแล้วสั่งห้ามประชาชนนับถือพระพุทธ
ศาสนาส่งผลให้อิทธิพลของพระพุทธศาสนานิกายมหายานสิ้นสุดลง และให้ราษฎรหันมานับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาอิสลามกลายเป็นศาสนา
ประจำชาติ
ในช่วงมาเลเซียตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ได้มีชาวจีนนำพระพุทธศาสนานิกายมหายานจากประเทศจีนเข้ามาเผยแผ่
แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
พ.ศ.๒๕00
มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษและมีคณะสมณทูตจากประเทศไทย ศรัลังกา พม่า
เดินทางเข้าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในประเทศมาเลเซีย ทำให้พระพุทธศาสนาได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศสิงคโปร์
พ.ศ. ๒๕๐๘ สิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางทิศใต้ของประเทศมาเลเซีย
ได้แยกตัวออกเป็นประเทศอิสระ
การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีลักษณะเช่นเดียวกับมาเลเซียเพราะสิงคโปร์เคยเป็นสหพันธ์เดียวกับมาเลเซีย
นิกายที่ได้รับการเคารพนับถือมาก ได้แก่ นิกายมหายาน
พระพุทธศาสนานิกาย " มหายาน" มีการแผ่หลายเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของสิงค์โปร์เป็นชาวจีนจึงส่ง
ผลให้พระพุทธศาสนานิกายมหายานมีความเจริญรุ่งเรืองและได้รับการประดิษฐานอยู่อย่างมั่นคง
มีการก่อตั้งสมาคมของชาวพุทธ และมีวัดทางพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายนิกายมหายาน นิกายเถรวาท พระพุทธศาสนานิกาย " เถรวาท "
แผ่เข้ามาจากลังกา ไทย พม่า สิงคโปร์จึงมีการนับถือทั้งเถรวาทและมหายาน
พร้อมทั้งมีการจัดตั้งโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาชื่อว่า "มหาโพธิ์" ” ซึ่งในโรงเรียนนี้จะทำการสอนพระพุทธศาสนาในทุกระดับชั้น
วัดที่สำคัญ เช่น วัดศรีการามายาณะ
วัดอานันทเมตยารามและวัดพระเขี้ยวแก้ว
เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในประเทศ เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์จัดแสดงงานพุทธศิลป์ เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์โดยมีอายุยาวนานหลายพันปี
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 01
ประเทศลาว
พระพุทธศาสนาได้มีการเผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศลาวในรัชกาลของพระเจ้าฟ้างุ้ม
(พ.ศ. ๑๘๙๖ - ๑๙๑๔) แห่งอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งทรงมีพระบรมเดชานุภาพมาก
ชาวลาวยกย่องพระองค์ว่าทรงเป็นมหาราชองค์แรกของชาติลาว
มูลเหตุของการแผ่ขยายพระพุทธศาสนา 02
เนื่องจากพระนางแก้วยอดฟ้ามเหสีของพระเจ้าฟ้างุ้ม พบเห็นชาว
เมืองยังคงนับถือบูชาลัทธิผีสางเทวดาอยู่ก็ไม่สบายพระทัยจึงกราบทูล
ให้พระเจ้าฟ้างุ้มแต่งตั้งคณะทูตไปทูลอาราธนาพระสงฆ์เพื่อมาช่วย
ประดิษฐานพระพุทธศาสนาจากพระเจ้าศรีจุลราชพระราชบิดาของ
พระนางแก้วยอดฟ้าจึงได้โปรดฯ ให้อาราธนาพระมหาปาสมันตเถระ
กับพระมหาเทพลังกานำพระสงฆ์
เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่อาณาจักรล้านช้าง
มีการสร้างพุทธรูปปัญจโลหะ(พระบาง)
ถวายหน่อพระศรีมหาโพธิ์แก่พระเจ้าฟ้างุ้ม
พ.ศ. ๑๙๑๖-๑๙๕๕ พ.ศ. ๒๐๖๓-๒๐๙๐ 03
พ.ศ. ๒o๙๑-๒๑๑๔
พระเจ้าสามแสนไทยไตรภูวนาถ สมัยของพระเจ้าโพธิสาร
ทรงเอาพระทัยใส่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงมีพระราชโองการ
อย่างดี ห้ามประกอบพิธีทรงเจ้าเข้าผี ในรัชกาลของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
เลิกนับถือบูชาลัทธิผีสางเทวดา พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองถึงขีดสุด
มีการสร้างหอสมุดที่สำหรับการศึกษา โดยหันมานับถือพระพุทธศาสนาแทน ทรงเอาพระทัยใส่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ค้นคว้าพระไตรปิฎก พุทธสถานส่วนใหญ่ล้วนได้รับการสร้างขึ้น
มีการสร้างวัดมโนรมย์ วัดโบสถ ในสมัยนี้แทบทั้งสิ้น
2 DAYS โปรดให้สร้างพระธาตุ
สร้างวัด
$250/PACK สร้างพ$ร3ะ5พ0ุท/PธAรูCปK
พ.ศ. ๒๔๓๖ พ.ศ. ๒๕๑๘ 04
พระพุทธศาสนาเสื่อมโทรม ลาวตกเป็น ได้ถูกปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ พ.ศ. ๒๕๓๐
อาณานิคมของฝรั่งเศส แต่ก็ยังเป็น ของลาวได้พยายามลดบทบาทของ
ศาสนาประจำชาติลาวสืบต่อมา เพราะ พระพุทธศาสนาทุกวิถีทาง เหตุการณ์ทางการเมือง
ชาวลาวช่วยกันประคับประคอง แต่ด้วยความที่พระพุทธศาสนาได้มี เริ่มผ่อนคลายเริ่มมีการฟื้นฟู
พระพุทธศาสนาให้ตั้งมั่นอยู่ได้ อิทธิพลฝังรากลึกอยู่ในสังคมมานาน พระพุทธศาสนาอีกครั้งหนึ่ง
หลายร้อยปี ก็ทำให้ ชาวลาวไม่เลิก
นับถือพระพุทธศาสนา
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 01
ประเทศเวียดนาม
เริ่มแรกอิทธิพลของลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อได้เผยแผ่เข้ามาสู่เวียดนามก่อน
ลัทธิเต๋า ศาสดาผู้ก่อตั้ง คือ เล่าจื้อ มีคัมภีร์ชื่อ เต๋า เต๊ก เก็ง หลักธรรมของลัทธิเต๋า เน้นการดำเนินชีวิตให้กลมกลืนกับ
ธรรมชาติ ให้รู้จักตนเอง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
ลัทธิขงจื้อ ศาสดาผู้ก่อตั้ง คือ ขงจื้อ มีแนวคิดทางจริยศาสตร์ที่เน้นแนวทางการปฏิบัติ ยึดหลักคำสอนในการดำเดิน
ชีวิต 3 ประการ เหริน ( ความเมตตากรุณา ) หลี่ ( ขนบจารีตและพิธีกรรมต่างๆ ) อี้ ( ความถูกต้อง เที่ยงธรรม และ
ความสมเหตุสมผล เพื่อขัดเกลานิสัยและ พัฒนาตนจนมีคุณธรรม
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 02
พ.ศ. ๗๓๒ คณะธรรมทูตจากจีนหลายคณะจึงได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่ และประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายมหายานใน
เวียดนาม แต่พระพุทธศาสนาในช่วงสมัยแรกเริ่มยังไม่เป็นที่นิยมนับถือกันอย่างแพร่หลายนัก
พ.ศ.๑๕๑๒ เมื่อราชวงศ์ดินห์ได้ขึ้นมามีอำนาจปกครองเวียดนาม พระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงได้รับการเอาใจใส่ฟื้นฟู
และเป็นที่นับถือกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 03
ราชวงศ์ดินห์ ราชวงศ์เล และราชวงศ์ลี ราชวงศ์ตรัน ราชวงศ์เล (ตอนปลาย)
พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองมาก พระพุทธศาสนาได้เสื่อมลง พระพุทธศาสนามัวหมองพระภิกษุเข้า
ทำให้พระพุทธศาสนานิกายมหายานเป็นที่ เมื่อเวียดนามตกเป็นเมืองขึ้นของจีน มามีบทบาททางด้านการเมืองรวมทั้ง
นับถือกันอย่างแพร่หลาย โดยจีนได้สนับสนุนให้มีการเผยแผ่ พระมหากษัตริย์ก็มิได้เอาพระทัยใส่ที่
ลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ส่งผลให้
ประชาชนคลายความศรัทธาที่มีต่อ
พระพุทธศาสนา
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 04
สมัยตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส
พระพุทธศาสนาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก มีการทำลายหนังสือและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาจำนวนมาก
ชาวพุทธมีการต่อต้านฝรั่งเศส
ชาวเวียดนามที่สมัครทำงานกับรัฐบาทฝรั่งเศส ต้องโอนสัญชาติเพื่อทำงานและจะต้องมีการเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์
ประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม
สมัยแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้
สาธารณรัฐเวียดนาม เกิดความไม่เท่าเทียมกันทางศาสนา มีการประกาศสั่งห้ามชักธงฉันพรรณรังสี
เวียดนามใต้ ในวันวิสาขบูชาจึงเกิดการประทะกับทหารประชาชนและพระสงฆ์มีการต่อสู้และเรียกร้อง
พระติ๊ก กวง ดึ๊ก เป็นพระภิกษุที่ออกมาเรียกร้องประท้วงรัฐบาล ของ โง ดินห์ เดียม
ด้วยการเผาตัวเอง ทำให้เป็นที่แพร่กระจายไปทั่วโลก
ธงฉันพรรณรังสี
การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 05
สาธารณรัฐสังคมเวียดนาม
(เวียดนามเหนือ)
พระพุทธศาสนาถูกคอมมิวนิสต์ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมลง ประชาชนจำกัดสิทธิ์ในการนับถือพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ต้อง
อพยพลี้ภัยและต่อสู้
นายพลเดือง วันมินห์ มีการยึดอำนาจได้สำเร็จและพยายามฟื้นฟู พระพุทธศาสนาแต่ก็มีการเข้มงวดของระบอบคอมมิวนิสต์
ปัจจุบันมีการผ่อนคลายให้สิทธิ์เสรีภาพในการ นับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น
มีการจัดตั้ง "ชุมชนชาวพุทธแห่งเวียดนาม" เพื่อร่วมฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
มีการแปลและพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นภาษาเวียดนาม