The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirikanlaya Sanit, 2024-02-09 10:38:43

บทความวิจัย

บทความวิจัย

การพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ (Williams Cube CAI Model) ศิริกัลยา สนิท วิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาตามหลักสูตร ครุศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2566


การพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ DEVELOPING DRAWING AND COLORING SKILLS FOR SECOND GRADE STUDENTS THROUGH CREATIVE THINKING APPROACHES นางสาวศิริกัลยา สนิท SIRIKANLAYA SANIT บทคัดย่อ งานวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้โดยใช้รูปแบบ การสอนความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อเปรียบเทียบใช้ทักษะการ วาดภาพระบายสีไม้โดยการใช้รูปแบบการสอนความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 ก่อนการเรียนรู้และหลังการจัดกาเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ได้จากการสุ่มอย่างง่าย จำนวนนักเรียน 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาศิลปะ(ทัศนศิลป์) และแบบประเมินทักษะ การวาดภาพระบายสีไม้ วิชาทัศนศิลป์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการทดสอบค่าที สรุปผลการใช้แผนดังนี้ 1. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนโดยใช้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ คิดเป็นร้อยละ และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ คิดเป็นร้อยละ เมื่อ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์ผลสมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คำสำคัญ: การวาดภาพระบายสีไม้,นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ABSTRACT


This research aims to develop drawing and coloring skills among second-grade students through the implementation of a creative thinking teaching approach. The study also seeks to assess the effectiveness of this approach by conducting pre- and post-assessments on the targeted group. A sample of 39 second-grade students from Anuban Udon Thani School, Udon Thani Primary Education Area Office, Udon Thani Province, was randomly selected. The research utilized a curriculum plan for art (visual arts), an assessment tool for drawing and coloring skills, and statistical analysis methods. Objectives: 1. To develop the drawing and coloring skills of second-grade students using a creative thinking teaching approach. 2. To experiment with the use of drawing and coloring skills through a creative thinking teaching approach before and after the learning process. Methodology: The study involved 39 second-grade students who underwent a curriculum enriched with creative thinking strategies. The research employed a range of tools, including a curriculum plan for art (visual arts), an assessment tool for drawing and coloring skills, and statistical analysis techniques The students' post-assessment scores on creative thinking skills were significantly higher than their pre-assessment scores, with statistical significance at the .05 level. Keywords: Drawing and Coloring Skills, Second-Grade Students, Creative Thinking Teaching Approach ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ศิลปศึกษาเป็นกระบวนการการจัดการศึกษาให้ แก่นักเรียนเพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มี โอกาส ประมวลเอาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และประสบการณ์ ต่างๆ ที่ได้รับ แสดงออกใน รูปแบบของผลงาน ศิลปะ (วุฒิ วัฒนสิน. 2541: 20) สภาพการสอน ศิลปศึกษา ในปัจจุบันพบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มักประสบปัญหาหลายอย่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่ง เกษร ธิตะจารี ,2530 อ้างถึงในวิรัตน์ คุ้มคำ , 2534) ได้กล่าวถึงกิจกรรมการเรียนการสอนโดยทั่วไปที่ครูจัดให้ไม่ เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ครูผู้สอน วิชาศิลปะด้านทัศนศิลป์ ส่วนใหญ่ก็ เช่นเดียวกันยัง ไม่มีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของ ความคิด สร้างสรรค์ เรื่องแนวทาง ส่งเสริมและการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ศิลปะ ด้านทัศนศิลป์ที่พัฒนา ความคิดสร้างสรรค์ อย่าง เพียงพอ (ศากุล ตานะเศรษฐ, 2534) โดยงายศิลปะนั้น มีงองค์ประกอบต่าง ๆ มากมาย สี ทำหน้าที่ เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดงานศิลปะชิ้นนั้นมีคุณค่าทางสุนทรียะ หน้าที่หลักของสีใน งานศิลปะ คือ ให้ความแตกต่างระหว่างรูปกับพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวด้วย


การนำสายตาของผู้ดูที่สีตัดกันดึงดูดความสนใจ ให้ความเป็นมิติแก่รูปทรง ให้ความลึกในภาพ ให้ อารมณ์ความรู้สึกได้ด้วยตัวมันเอง(สกนธ์ ภู่งามดี, 2548) การฝึกระบายสีจะช่วยให้ผู้เรียนสามมารถ เลือกใช้สีที่เหมาะสมกับภาพ และทำให้สีสามารถถ่ายทอดแสดงความรู้สึกให้กับภาพได้(รงค์ ประภา สะโนบล, 2552) การระบายสีโดยการใช้สีไม้เป็นสีพื้นฐานที่เด็กใช้ในการฝึกวาดภาพระบายสี เนื้องจากเป็นสีที่ สามารถควบคุมการระบายได้ดีกว่าสีเทียน สีชอล์ก สีน้ำประเภทต่าง ๆ เป็นสีที่ไม้ต้องใช้อุปกรณ์ที่ ยุ่งยากต่อการใช้งาน ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนมือ หรือเสื้อผ้า พกพาสะดวก และสีไม้ยังสามารถ ระบายทับซ้อนกันได้ 2-10 ชั้น โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ระบาย (สมคิด หงส์สุวรรณ, 2546) หลังจากที่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบทั่วไปได้ทำการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 ในชั้นเรียนพบปัญหาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนส่วนใหญ่เมื่อ ทำการร่างภาพเสร็จนักเรียนส่วนใหญ่แล้วไม่ลงสีเนื่องจากว่านักเรียนยังไม่มีความกล้าที่จะลงสีตามจิต นาการของตนเองซึ่งทำให้ผลงานศิลปะของนักเรียนค่อนข้างที่จะไม่มีสีสันและผลงานยังไม่มีความ สมบูรณ์ อีกทั้งการใช้สีไม้เป็นการใช้สีพื้นฐานของการวาดภาพของนักเรียนชั้นระดับชั้นประถมศึกษา และทักษะการระบายสีไม้ยังสามารถบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ อีกด้วย จากสภาพปัญหาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้นั้นเป็นสิ่งสำคัญแต่การ พัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้นั้นยังสามารถเป็นทักษะที่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์ร่วมด้วย ครูศิลปะความจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการวาด ภาพระบายสีไม้ของนักเรียน โดยการสร้างบรรยากาศในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยการยอมรับสอดแทรก เทคนิคการการวาดภาพระบายสีไม้ และกระตุ้นให้นักเรียนมีอิสระในการใช้สีตามความเหมาะสมจาก การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลพบว่าการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนความคิดสร้างสรรค์ (Williams Cube CAI Model) มีความเหมาะสมในการนำมาพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ซึ่งรูปแบบ การสอนความคิดสร้างสรรค์ได้แบ่งมิติเจตคติในรูป 3 มิติคือ มิติที่ 1 ด้านเนื้อหา(Content) เป็นการ ให้ความสำคัญโดยยึดหลักสูตรเป็นเกณฑ์ในการสอนความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความคิด สร้างสรรค์สามาราสอดแทรกได้ในทุกเนื้อหาวิชาของหลักสูตร ซึ่ง แฟรงค์ วิลเลียม ได้แบ่งเนื้อหา ออกเป็น ภาษา เลขคณิต สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ดนตรี และศิลปะ มิติที่ 2 ด้านพฤติกรรมการสอน ของครู (Teacher behavior) เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ แฟรงค์ วิลเลียม ได้เน้นพฤติกรรมการ สอนของครูโดยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กลยุทธ์และวิธีการสอน 18 ลักษณะ ผู้วิจัยได้เลือก วิธีการสอนของ แฟรงค์ วิเลียม มา 5 ลักษณะการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะการวาด ภาพระบายสีไม้ มีลักษณะการสอนดังนี้ 1. การพิจารณาลักษณะ (Attribute) หมายถึง การสอนให้ ผู้เรียนคิดพิจารณาถึงลักษณะต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ทั้งมนุษย์ สัตว์ สิ่งของ ในลักษณะที่แปลกแตกต่าง ไปกว่าที่เคยคิดรวมทั้งลักษณะที่คาดไม่ถึงด้วย 2. การเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย (Analogies) การ


เปรียบเทียบสิ่งของหรือสถานการณ์ที่เหมือนกัน คล้ายคลึงกันหรือตรงกันข้าม 3. การใช้คำถามยั่วยุ และและการกระตุ้นให้ตอบ (Ark Provocative Question) หมายถึงการตั้งคำถามแบบปลายเปิด และเป็นคำถามยั่วยุ และเร้าความรู้สึกนึกคิดให้ชวนคิดค้นคว้าให้ได้ความหมายลึกซึ้งสมบูรณ์ที่สุดจะ เป็นไปได้ คำตอบจากคำถามลักษณะเช่นนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวแต่มีหลาย ๆคำตอบ โอกาสที่ผู้เรียนจะตอบคำถามได้ถูกมีมาก 4. การสร้างสิ่งใหม่จากโครงสร้างเดิม ( An Organized Random Search) หมายถึง การฝึกให้ผู้เรียนรู้จักสร้างสิ่งใหม่กฎเกณฑ์เดิมที่เคยมีแต่พยายามคิด พลิกแลงให้ต่างไปจากเดิม 5. ทักษะการมองภาพในมิติต่าง ๆ (Visualization Skill) หมายถึง การฝึก ให้แสดงความรู้สึกนึกคิดจากภาพในแง่มุมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ไม่ซ้ำเดิม จาก 5 ลักษณะที่กล่าวนำมาเป็น เครื่องมือในการทดลองพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 และมีอิสระทางความคิดในการเลือกใช้สีมากยิ่งขึ้น การใช้สีไม้เป็นสีพื้นฐานซึ่งเป็นอุปกรณ์การเรียน ของนักเรียนการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้นั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้สี ไม้ยังสามารถนำไปใช้ตกแต่ในความรู้และแบบฝึกหัดให้เกิดความสวยงาม จากปัญหาด้านการจัดการเรียนรู้ไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ผู้วิจัย จึงสนใจศึกษาการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้โดยการใช้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากเอกสารตำราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ศึกษารูปแบบการสอนความคิด สร้างสรรค์ และทฤษฎีกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ อย่างแพร่หลายนำมาใช้เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอน แล้วนำไปทดลองใช้ ทำการแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้ได้การพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้โดยการใช้รูปแบบการสอนความคิด สร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงคุณลักษณะพื้นฐานของผู้เรียน หลักสูตรสภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ลำดับขั้นที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ และการประเมิน ประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีความสามารถที่จะพัฒนาทักษะการวาด ภาพระบายสีไม้ได้จริง วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้โดยใช้รูปแบบการสอนความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2. เพื่อเปรียบเทียบใช้ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้โดยการใช้รูปแบบการสอนความคิด สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนการเรียนรู้และหลังการจัดกาเรียนรู้


สมมติฐานการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สร้างสรรค์ มีทักษะการวาดภาพ ระบายสีไม้ที่สูงขึ้น เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเนื้อหาสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชาทัศนศิลป์ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตารางที่ 3 เนื้อหาสาระที่ใช้ในการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ โดยการใช้รูปแบบการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์ตามแนวความคิดของ Williams 1. วัสดุ อุปกรณ์ในการใช้วาดภาพระบายสีไม้ 1 คาบ 2. การไล่น้ำหนักสีไม้ 1 คาบ 3. การผสมสี 1 คาบ 4. การวาดภาพระบายสีไม้ต่อเติมรูปภาพ 1 คาบ 5. การวาดภาพระบายสีไม้ต่อเติมรูปร่าง 1 คาบ 6. การวาดภาพระบายสีไม้ตามจินตนาการ 1 คาบ ขอบเขตของการวิจัย ประชากรทีใช้ในการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 ห้อง นักเรียน 440 คน ของโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนที่กำลงศึกษอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (simple Random Sampling) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ห้อง 2/8 มีจำนวนนวนนักเรียน 39 คน เป็นกลุ่มทดลอง


เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลโดย มีรายละเอียดดังนี้ 4.1. เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาศิลปะ (ทัศนศิลป์) โยใช้การจัดการเรียนรู้ความคิดสร่างสรรค์ของ Williams สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 ชั่วโมง จำนวน 1 หน่วยการเรียนรู้ 4.2. เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล แบบประเมินทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ โดยกำหนดประเด็นการวัด ดังนี้ 1) ทักษะการระบายสีไม้ 2) การออกแบบน่าสนใจ 3) ผลงานมีความสอดคล้องกับเนื้อหาที่กำหนด 4) สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ 5) การเลือกใช้สี วิธีการดำเนินการทดลอง ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. ขอความร่วมมือกับทางโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการสอนด้วยการจัดการเรียนรู้ รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคคิดของ Williams เรื่อง งานวาด โดยการใช้ทักษะสีไม้ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 การทดลองครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 256 โดยกลุ่มทดลองจะได้รับ การจัดกิจกรรมวาดภาพระบายสีไม้ซึ่งการทดลองในช่วงคาบเรียนวิชาทัศนศิลป์ โดยการทดลอง 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน (วันศุกร์) วันละ 60นาที รวมระยะเวลาในการทดลองทั้งสิ้น 4 ครั้ง ซึ่งมี ขั้นตอนดังนี้ 2. สร้างความคุ้นเคยกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างในห้องเรียน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ 3.แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม การวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ผู้ปกครองของกลุ่มตัวอย่างทราบ ถึงกระบวนการในการดำเนินการจัดกิจกรรม และบทบาทของผู้ปกครองในการส่งเสริมทักษะการวาด ภาพระบายสีไม้ให้กับนักเรียนโดยการให้ปฏิบัติ


4. ก่อนทำการทดลองผู้วิจัยทำการประเมินผลงานทักษะการวาดภาพสีไม้กับนักเรียนกับกลุ่ม ตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/8 จำนวน40 คน โดยแบบทดสอบ เรื่อง งานวาด ด้วยทักษะ การวาดภาพระบายสีไม้ 5. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองการจัดการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดของ Williamsกับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลา 6 สัปดาห์สัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 60 นาที ในช่วง คาบเรียนวิชาศิลปะ (ทัศนศิลป์) 6. เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้วนำข้อมูลที่ได้จากแบบทดลองในข้อ 4 มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติเพื่อตรวจสอบสมติฐานต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล ในการทดลองครั้งนี้ ผู้วิจัยมีลำดับขั้นตอนในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ โปรแกรมทางสถิติสำเร็จรูป โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. เปรียบเทียบทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดของ Williams เรื่อง งานวาด โดยใช้สถิติ T-test for Dependent simples 2. เปรียบเทียบทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดของ Williams เรื่อง งานวาด โดยใช้สถิติ T-test for Dependent simples ตารางที่ 1 เปรียบเทียบทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ก่อนและหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ความคิด สร้างสรรค์ ทักษะการวาดภาพ ระบายสีไม้ N ก่อน หลัง ̅ SD t Sig.(2- tailed) ̅ S ̅ S 1) ทักษะการระบาย สีไม้ 39 2.21 0.47 3.87 0.34 1.67 0.48 21.79* 0.0000 2) การออกแบบที่ น่าสนใจ 39 2.33 0.66 3.49 0.51 1.15 0.71 10.17* 0.0000


3) ผลงานมีความ สอดคล้องกับเนื้อหา ที่กำหนด 39 2.26 0.64 3.67 0.48 1.41 0.85 10.36* 0.0000 4) สร้างสรรค์ได้ อย่างมีความคิด สร้างสรรค์ 39 2.44 0.68 3.72 0.46 1.28 0.69 11.67* 0.0000 5) การเลือกใช้สี 39 2.18 0.51 3.74 0.48 1.49 0.56 16.71* 0.0000 รวม 39 11.44 2.06 18.41 1.19 6.97 1.25 34.96* 0.0000 จากตารางที่ 1 พบว่า การเปรียบเทียบทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ก่อนเรียน และหลัง เรียน ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้คววามคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/8 มีคะแนน เฉลี่ย เท่ากับ 11.44 คะแนน และ 18.41 คะแนนตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนน ก่อนเรียนและหลังเรียน คะแนนชิ้นงานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 สรุปผลการวิจัย หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีทักษะ การวาดภาพระบายสีไม้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ทักษะการวาดภาพระบายสีของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนมีคะแนนทักษะ การวาดภาพระบายสีไม้ก่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 11.44 คิดเป็นร้อยละ 57.17 ซึ่งหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.41 คิดเป็นร้อยละ 92.05 ซึ่งหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีคะแนนทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ หลัง การจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้อง กับสมมุติฐานที่กำหนดไว้ อภิปรายผล การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ เพื่อ พัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้สูงขึ้นโดยอภิปรายผลดังนี้


1. ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีทักษะการวาดภาพระบายสีไม้หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนโดยนักเรียนมีคะแนนทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ก่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการ เรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์มี่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.44 คิดเป็นร้อยละ 57.2 และหลังการจัดการ เรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.41 คิดเป็นร้อยละ 92.05 ซึ่งหลังจาการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปี ที่ 2 มีคะแนนทักษะการวาดภาพระบายสีไม้หลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบความคิด สร้างสรรค์สูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับสมมุติฐานที่กำหนดไว้ แสดงว่าการจัดการเรียนรู้เพื่อ พัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 2 โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ รูปแบบความคิดสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ของนักเรียนชั้นของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ 1.1 แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ได้สร้างตามแนวความคิดและ ทฤษฎีการเรียนรู้ จากเอกสารและงานวิจัยที่หลากหลาย ผ่านการตรวจสอบและได้รับคำแนะนำจาก ผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง งาน วาด ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 2 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นในการใช้สีไม้ อุปกรณ์ ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วย ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ การสร้างผลงานทัศนศิลป์ โดยการนำการจักการเรียรู้ความคิด สร้างสรรค์ จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ปรับเปลี่ยนแผนการจัดกาเรียนรู้ให้ เหมาะสมและมีขั้นตอนที่ชัดเจน 1.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้ความคิด สร้างสรรค์โดยเริ่มจากที่นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ ในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ ผู้สอน สร้างบรรยากาศการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดแรงกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ในเชิง บวกเพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจและนักเรียนสามารถสร้างสสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระตามจิต นาการของนักเรียนเอง 1.3 ในการวิจัยครั้งนี้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้การจัดการเรียนรู้รูปแบบความคิด สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ซึ่งมีสาระสำคัญในการเปรียบเทียบทักษะการ วาดภาพระบายสีไม้ โดยเนื้อหาในการจัดการเรียนการสอนมีความเหมาะสมในการพัฒนาทักษะการ วาดภาพระบายสีไม้ขิงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2


ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยมีเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้จากการวิจัย และ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้งาน 1.1 แผนการจัดกิจกรรมการเรียรูทักษะการวาดภาพระบายสีในวิจัยนี้เป็นแผนการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 7-9 ปี ในการนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่จะนำไปประยุกต์ใช้ 1.2 แผนการจัดการเรียนรู้นี้จะเป็นการให้นักเรียนพัฒนาทักษะการวาดภาพระบาย สีไม้โดยการให้นักเรียนนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานและการ สร้างสรรค์ชิ้นงาน หากนำไปใช้ผู้วิจัยต้องเข้าใจในสิ่งนักเรียนสร้างสรรค์ชิ้นงานและยอมรับความ คิดเห็นของเขาหากมีมีการสร้างสรรค์งานในเชิงลบควรให้คำแนะนำและชี้แจงความหมายของการวาด ภาพระบายสีอย่างสร้างสรรค์ 1.3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ต้องสำรวจความพร้อมอุปกรณ์ในการเรียนของ นักเรียนให้เรียบร้อย เนื่องจากหากนักเรียนไม่มีอุปกรณ์ที่พร้อมในการเรียนรู้จะทำให้การเก็บข้อมูล ชิ้นงานที่ล่าช้า และเพื่อเพิ่มความรับผิดชอบและวินัยให้แก่นักเรียน 2. ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาและพัฒนาถึงผลการจัดกิจกรรมการวาภาพระบายสีไม้ในช่วง ชั้นปะถมศึกษาตอนต้นและชั้นประถมศึกษาตอนปลายเนื้องจากสีไม้เป็นสื่อวัสดุที่นักเรียนมีอยู่แล้วใน อุปกรณ์การเรียนซึ่งควรจะมีการการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ต่อไป 2.2 ควรมีการศึกษาปัจจัยหรือองค์ประกอบ หรือบทบาทของครูเพื่อช่วงกระตุ้นและ ส่งเสริมทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ 2.3 ควรมีการศึกษาระยะยาวเพื่อผลการทดลองส่งเสริมทักษะการวาดภาพระบายสี ไม้


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กาญจนา สองแสน. (2551). ผลการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของ เด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ. เจด็จ ชนะ ประสพ. (2552). คู่มือการวาดภาพคนด้วยดินสอสี. กรุงเทพฯ: สิปประภา ชุลีรัตน์ เลือดน้ำชน. (2546). การเรียนภาพด้วยสีไม้. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช. ทินกร บัวพูล. (2552). ศิลปะกับการสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย. บุญชม ศรีสะอาด. (2537). การพัฒนาการสอน. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. (2551). การพัฒนาการคิด. กรุงเทพฯ9119เทคนิค ฟริ้งติ้ง รงค์ ประภาสะโนบล. (2552). ทัศนศิลป์ ป. 5 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการวิเคราะห์ เสริมสร้างคุณธรรม และค่านิยมที่ดีงาม. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.). สมคิด หงส์สุวรรณ. (2546). การวาดภาพสีไม้. กรงเทพฯ: วาดศิลป์ สาขาศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อารี รังสินันท์. (2529). รวมบทความการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ประสานมิตร. Anderson, H. H. (1975). Creative and Its Cultivation. New York: Harper. Guilford, J. P. (1956). The structure of intellect. Psychological Bulletin, Guilford, J.P. (1959). Fundmental Statistics in Psychlogv and Eucation. New York : McGraw-Hill. Torrance, E. P. (1972). Torrance tests of creative thinking—directions manual and scoring guide—figural test, booklet A. Lexington: Personnel Pres. Inc.


Click to View FlipBook Version