The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อความรู้เกี่ยวกับการรู้จักสภาพผิวหน้าของตนเอง และเลือกใช้สกินแคร์ให้เหมาะสมกับผิวหน้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พัชราภา เยื่อไม้, 2024-02-04 23:38:42

E-BOOK SKINCARE

สื่อความรู้เกี่ยวกับการรู้จักสภาพผิวหน้าของตนเอง และเลือกใช้สกินแคร์ให้เหมาะสมกับผิวหน้า

J G E M N E S I S Jamille claire


นายวรายุทธ์ บุพชาติ เลขที่ 33 (ประธาน) น.ส.สรนีย์นี ย์ โสสันสัเลขที่ 3 นายสุรสุกานต์ ศรีสุรีวสุรรณ์ เลขที่ 11 น.ส.ณัฐรินีริย์นี ย์ทรัพรัย์หย์ลาย เลขที่ 12 น.ส.ณัฐกานต์ พัฒพันกุลกุพันพัธ์ เลขที่ 15 น.ส.ปาริชริาติ แซ่ฉั่ซ่ ฉั่วฉั่เลขที่ 24 น.ส.ภัทรธิดธิา ถานอาดนา เลขที่ 28 น.ส.พัชพัราภา เยื่อยื่ ไม้ เลขที่ 25 (เลขา) G E N E S I S


-ประเภทของโครงงานโครงงานประเภท สื่สื่ สื่ อ สื่ อการสอน


คำ นำ ในปัจจุบันการใช้เครื่องสำ อางเพื่อเสริมเติมเเต่งความงาม การบำ รุงผิวพรรณ ต่างๆ ทำ ให้เเลดูอ่อนไว ดังนั้นเครื่องสำ อางจึงมีความสำ คัญมากกว่าในอดีต ซึ่ง ผู้บริโภคจะให้ความสำ คัญต่อการเลือกใช้เครื่องสำ อางหรือสกิรเเคร์ต่างๆทางเรา จึงจัดทำ หนังสือเเนะนำ ขึ้นมาเพื่อผู้ที่สนใจเเละผู้ที่ต้องการคำ เเนะนำ หากผิด พลาดประการใด ทางเราขออภัยมา ณ ที่นี้


สารบัญ ทำ ความรู้จักกับผิวหน้า 5 ประเภท ผิวมัน (Oily skin) ผิวแห้ง (Dry skin) ผิวผสม (Combination skin) ผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) ประเภทครีม เรื่อง หน้า บทสรุป 1 2 5 8 10 12 20 ผิวปกติ (Normal skin) 14


ทำ ความรู้จักกับผิวหน้า 5 ประเภท ผิวหน้าของคนเรามีหลายประเภท ส่วนใหญ่ผิวหน้าแต่ละประเภทถูกกำ หนดโดยพันธุกรรม ซึ่งมี ลักษณะแตกต่างกันออกไป ปัจจุบันยังมีคนจำ นวนมากที่ยังไม่ทราบว่าตนเองนั้นมีผิวประเภทใด ทำ ให้ยังเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำ รุงผิว ผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาด และเครื่องสำ อางไม่เหมาะกับสภาพ ผิวหน้าของตนเอง โดยทั่วไปแล้วสภาพผิวหน้าสามารถได้เป็น 5 ประเภท หากรู้ว่าตนเองมีสภาพผิวหน้าเป็นประเภทใด จะช่วยทำ ให้การดูแลผิวเป็นเรื่องง่าย สามารถ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม และเลือกวิธีบำ รุงดูแลผิวได้อย่างถูกวิธี ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวหน้า อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น สิว, ผื่นแดง, หน้ามัน หรือ หน้าแห้งลอกเป็นขุย เป็นต้น บทความนี้จะทำ ให้คุณรู้จักประเภทของสภาพผิวหน้าแต่ละประเภท พร้อมช่วยให้คุณทราบว่าตัวคุณ เองมีสภาพผิวแบบใด ควรดูแลและบำ รุงผิวอย่างไรให้ใบหน้าของคุณมีผิวสุขภาพดี ดูเปล่งปลั่ง 1


ปัญหา ผิวมัน (Oily Skin) เป็นสภาพผิวที่สามารถพบได้มาก ผิวมันบนใบหน้ามีหลายแบบ บางคนอาจจะมีผิวมันเฉพาะบริเวณ T-zone หรือบางคนอาจจะผิวมันเฉพาะจุด เช่น ผิวมัน บริเวณหน้าผาก, จมูก, คาง, แก้ม หรือบางคนอาจจะมีผิวมันทั่วทั้งบริเวณใบหน้าและ ร่างกาย ลักษณะของผิวมันที่สามารถสังเกตได้ง่าย คือ ผิวมันเร็วระหว่างวัน ผิวดูมันวาว บางครั้ง อาจจะดูมันเยิ้ม ส่วนใหญ่ของคนที่มีผิวมันมักแต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือ หน้าเยิ้มเครื่อง สำ อางหลุดระหว่างวัน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและเหงื่อไคล ทำ ให้ต้องคอยใช้กระดาษ ซับความมันซับช่วยน้ำ มันออกระหว่างวัน โดยปกติแล้วมนุษย์ทุกคนมีต่อมไขมัน (Sebaceous glands) อยู่ภายใต้ผิวหนัง ทำ หน้าที่ ผลิต Sebum ออกมา แต่สำ หรับผู้ที่มีผิวมันสาเหตุหนึ่งมาจากต่อมไขมันผลิต Sebum ออก มามากเกินไป จนทำ ให้เกิดความมันบริเวณผิวหนัง ซึ่งอาจจะนำ ไปสู่ปัญหาผิวหน้าต่างๆ เช่น รูขุมขนอุดตัน, สิวอุดตัน และ สิวอักเสบได้ Fact : Sebum ผลิตจากต่อมไขมัน ทำ หน้าที่ดูแลปกป้องผิว คอยให้ความชุ่มชื้นแต่ผิวหนัง แต่ถ้าหากต่อมไขมันผลิต Sebum ออกมามากเกินไป จะทำ ให้หน้ามัน และเกิดการอุดตัน ภายในรูขุมขนจนเกิดปัญหาสิวตามมาได้ ผิวมัน (Oily skin) 2


นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุ ที่ทำ ให้เกิดผิวมัน ได้แก่ พันธุกรรม หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติผิวมัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนใดคนหนึ่งที่มีผิวมัน อาจจะ ทำ ให้คุณมีผิวมันได้เช่นเดียวกัน รูขุมขนกว้าง รูขุมขนสามารถยืดขยายได้เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น หรือเมื่อน้ำ หนักตัวผันผวน ซึ่งสามารถทำ ให้รูขุมขน กว้างมากขึ้น การที่รูขุมขนกว้างทำ ให้มีแนวโน้มที่ต่อมไขมันจะผลิต Sebum มากกว่าคนทั่วไป ดังนั้น คนที่มีรูขุมขนกว้างส่วนใหญ่จึงมีผิวมัน เนื่องจากต่อมไขมันผลิตน้ำ มันออกมามากกว่าคนทั่วไป นอกจากหน้ามันแล้ว รูขุมขนกว้างยังทำ ให้เกิดปัญหาสิวตามมาอีกได้ สภาพแวดล้อม แม้ว่าพันธุกรรมและอายุจะเป็นสาเหตุหลักของผิวมัน แต่สภาพแวดล้อมยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำ ให้ เกิดผิวมันได้เช่นกัน โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีผิวมันเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำ ให้ในช่วงฤดู ร้อนจะมีผิวที่มันมากกว่าช่วงฤดูหนาว ล้างทำ ความสะอาดหน้าบ่อยเกิน การล้างหน้าหรือการสครับผิวหน้าบ่อยจนเกินไป สามารถทำ ให้ผิวมันได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าจุด ประสงค์ในการล้างหน้าเพื่อช่วยขจัดความมันบนผิวหน้า แต่การล้างหน้าบ่อยเกินไปสามารถทำ ให้ผิว แห้งได้ เมื่อผิวแห้งจะทำ ให้ต่อมไขมันผลิตน้ำ มันออกมาเพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่หายไป และทำ ให้ ผิวหน้ามีความมันมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมอื่น ที่สามารถทำ ให้ผิวมันได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด, การ เปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และผลิตภัณฑ์บำ รุงผิวหน้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มาตรฐาน 3


ตัวอย่างผิวมัน 4


ผิวแห้ง (Dry skin) ลักษณะของผิวแห้งสามารถสังเกตได้ จากความรู้สึกผิวหน้าแห้งตึงหลังล้างหน้า หรือผิวหน้ามีการแตก ลอกเป็นขุย ผิวหยาบกร้าน หากผิวแห้งมากๆ อาจจะมีอาการแสบคันร่วมด้วย โดยปกติแล้วผิวหน้า แห้งมักเกิดขึ้นชั่วคราวหรือตามฤดูกาล ปัญหาผิวแห้งมักเกิดบริเวณใบหน้า แขน และขา ซึ่งสาเหตุของอาการผิวแห้งมาจากที่ผิวหนังสูญเสียน้ำ มากเกินไป ทำ ให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น และ ผิวแห้งจากการระคายเคืองจากสารเคมีบางชนิด เช่น สารฟอกขาว หรือ นิกเกิล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังปัจจัยอื่นที่ทำ ให้กลายเป็นผิวแพ้ง่าย ได้ดังนี้ อายุ ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีผิวแห้งกร้านมากกว่าวัยรุ่น เมื่ออายุมากขึ้นทำ ให้รูขุมขนผลิตน้ำ มันออกมา น้อยลง ทำ ให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นและแห้งกร้านได้ง่าย การใช้ยาบางชนิด ในกรณีการใช้ยาบางชนิด ผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ, ผื่นแพ้สัมผัส หรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ มี โอกาสที่มีผิวแห้งมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน, โรคไต และต่อมไทรอยด์ รวมไปถึง ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำ บัด และผู้รับประทานยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอจะมีผิวแห้งมากกว่าคนทั่วไป สภาพอากาศ อาการผิวแห้ง ผิวหน้าแตก หรือลอกเป็นขุยถือเป็นเรื่องปกติในฤดูหนาว เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง และระดับความชื้นต่ำ ทำ ให้ในฤดูหนาวคนส่วนใหญ่มักมีอาการผิวหนังลอกเป็นขุย ผิวแตกลาย และ ผิวแห้งกร้านมากกว่าในฤดูอื่นๆ 5


ทำ ความสะอาดร่างกายบ่อยเกินไป การอาบน้ำ และล้างหน้าบ่อยๆ สามารถทำ ให้หิวแห้งได้ เนื่องจากการทำ ความสะอาดผิวจะล้างเอาน้ำ มัน และความชุ่มชื้นบางส่วนออกไป ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำ ให้ผิวแห้ง แนะนำ ควรทำ ความสะอาด ใบหน้าเพียง 2 ครั้งต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้การทำ ความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำ อุ่น ความร้อนจากน้ำ จะ ทำ ให้รูขุมขนเปิดและทำ ให้ผิวหน้าเสียความชุ่มชื้นมากเกินไปจนเป็นสาเหตุของผิวแห้ง ลอกเป็นขุย วิธีดูแลผิวสำ หรับผิวแห้ง สำ หรับผู้ที่มีผิวแห้งมากแนะนำ ให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาได้ทัน เนื่องจากการที่ผิวแห้งมาก ผิวหนังสามารถแตกออกและมีเลือดออกตามรอยแตกได้ แต่สำ หรับผู้ที่มีผิว แห้งรุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถปฏิบัติตามคำ แนะนำ ต่อไปนี้ เพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้ผิว หน้ากลับมาสุขภาพดี ได้ดังนี้ 1.ทาผลิตภัณฑ์หรือสกินที่มีส่วนผสมของ Moisturizer ทันที หลังอาบน้ำ เสร็จ 2.หลีกเลี่ยงการใช้น้ำ ร้อนล้างทำ ความสะอาดบริเวณที่ผิวแห้ง 3.หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูแรงบริเวณที่ผิวแห้ง เนื่องจากการขัดหรือถูสามารถก่อให้เกิดการระคายเคือง และทำ ให้สภาพผิวแย่กว่าเดิม 4.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำ ความสะอาดหรือสกินแคร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้น หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพ ผิวของคุณ หากผิวแห้งมากสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม, กรดแลคติก, กลีเซอรีน หรือ เชียบัตเตอร์ได้ 5.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำ หอม เนื่องจากน้ำ หอมสามารถทำ ให้ผิวหน้าเกิดการระคาย เคืองได้ 6.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับห้องหรืออากาศ โดยใช้เครื่องทำ ความชื้นช่วย เพื่อให้ผิวหน้ากักเก็บความชุ่ม ชื้นอยู่ตลอดเวลา 6


ตัวอย่างผิวแห้ง ตัวอย่างผิวแห้ง 7


ผิวผสม (Combination skin) ผิวผสมเป็นผิวหน้าที่สามารถพบได้บ่อย สามารถสังเกตลักษณะของผิวผสมได้ คือ มีผิวมันในบางจุด และมีผิวแห้งลอกเป็นขุยในบางจุด ซึ่งบริเวณที่มีผิวมันมักเป็นบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก และ คาง) จะมีความมันมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากบริเวณ T-zone มีต่อมไขมันเป็นจำ นวนมาก และ บริเวณที่ผิวแห้งมักจะเป็นบริเวณแก้ม กราม และตามแนวไรผม สาเหตุหลักของผิวผสมมาจากพันธุกรรม หากคนในครอบครัว พ่อหรือแม่มีผิวผสมอาจจะทำ ให้คุณมี ผิวผสมได้เหมือนกัน นอกจากนี้ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเป็นอีกปัจจัยที่ทำ ให้มีผิวผสม และยังมีปัจจัย อื่น เช่น สภาพแวดล้อม ผลิตภัณฑ์บำ รุงผิวหน้าที่ใช้ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างที่อาจจะส่ง ผลต่อสุขภาพผิวหน้าทำ ให้เป็นผิวผสมได้ เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความรุนแรง หรือมีส่วนผสมของ สารช่วยควบคุมความมันจนทำ ให้ผิวแห้ง และทำ ให้ต่อมไขมันจำ เป็นต้องผลิตน้ำ มันออกมาทดแทน ความชุ่มชื้นที่หายไป ซึ่งการที่ร่างกายผลิตน้ำ มันออกมาเมื่อผิวแห้ง สามารถทำ ให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และเกิดเป็นสิว ได้ ไม่ว่าจะเป็น สิวหัวดำ , สิวไม่มีหัว, สิวหัวช้าง หรือ สิวหัวหนอง ต้นเหตุล้วนมาจากการอุดตันของ น้ำ มัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรีย 8


วิธีดูแลผิวสำ หรับผิวผสม วิธีดูแลผิวหน้าสำ หรับผู้ที่มีผิวผสมอาจจะยุ่งยากกว่าผู้ที่มีผิวแห้ง หรือผิวมันเล็กน้อย เนื่องจาก จำ เป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำ รุงผิว 2 ตัว สำ หรับบริเวณที่มีผิวมันและบริเวณที่มีผิวแห้ง โดยบริเวณที่มี ผิวมันแนะนำ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อเบาบาง เช่น เจล หรือ เซรั่ม และสำ หรับบริเวณที่มีผิวแห้งสามารถ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อที่หนักกว่าได้ เช่น ครีมได้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณที่ผิวแห้งในระหว่างวันได้ เช่น สเปรย์น้ำ แร่ แต่ควรระวังไม่ให้โดนบริเวณ T-zone ที่ผิวมีน้ำ มันเป็นจำ นวนมากอยู่แล้ว ทั้งนี้ บริเวณที่ผิวมันสามารถใช้กระดาษซับมันช่วยซับน้ำ มันบริเวณที่ผิวมันระหว่างวันได้ ตัวอย่างผิวผสม 9


ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ลักษณะของ ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) สามารถสังเกตได้จากผิวแดง ลอกเป็นขุย สิวเห่อ และ อาการแสบคัน โดยที่ผิวจะมีอาการแพ้ทันทีหลังจากมีการสัมผัสหรือการกระตุ้น เช่น การปะทะลมแรง หรือ การใช้ผลิตภัณฑ์บำ รุงผิวหน้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มาตรฐาน ผิวแพ้ง่ายส่วนใหญ่เกิดจากการที่เกราะป้องกันผิวหนัง (Skin barrier) อ่อนแอ หรือผิวขาดเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเซราไมด์เป็นกรดไขมันที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ ทำ หน้าที่เป็นเกราะ ป้องกันผิวหนังชั้นนอก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยป้องกันผิวจากอาการแพ้ ซึ่งการที่ผิวหน้าต้อง เผชิญกับแสงแดดและมลภาวะเป็นประจำ สามารถทำ ให้ผิวขาดเซราไมด์ได้ เมื่อเกราะป้องกันผิวอ่อนแอจึงทำ ให้ผิวถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย สิ่ง สกปรก สารเคมี และสภาพอากาศได้ง่าย และทำ ให้เกิดอาการแพ้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน และการระคาย เคือง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอย่างอื่น ที่กระตุ้นให้เกิดผิวแพ้ง่าย โรคผิวหนังบางชนิด โรคผิวหนังบางชนิดสามารถทำ ให้ผิวเกิดผื่นแดง ตุ่มนูน หรืออาการแพ้ได้ ง่ายกว่าคนทั่วไป เช่น ผิวหนังอักเสบ, ลมพิษจากการสัมผัส, Aquagenic Pruritus, Cutaneous Mastocytoses หรือ Carcinoid Syndrome สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ แดดลม ฝน อากาศร้อนหรือหนาวจัด และมลพิษ หาก ต้องเผชิญอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ทุกวัน ผิวหน้าอาจถูกทำ ร้ายและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย 10


ตัวอย่างผิวแพ้ง่าย 11


ผิวปกติ (Normal Skin) ลักษณะของผิวปกติ คือ มีรูขุมขนขนาดเล็ก ผิวเรียบเนียน สีอมชมพูไม่หมองคล้ำ และไม่ไวต่อสิ่ง แวดล้อมภายนอก ทั้งนี้อาจจะมีสิวบ้างบางช่วง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะสิวสามารถเกิดได้กับ ทุกคนและทุกสภาพผิว แต่ผิวปกติมีโอกาสเกิดสิวและปัญหาผิวหนังได้น้อยกว่าผิวประเภทอื่นๆ ผิวปกติ คือผิวหน้าที่ความสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นที่ดี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ผิวปกติ จะไม่แห้งหรือมันเยิ้มเกินไป ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Eudermic แทนผิวปกติ ซึ่งผิวปกติอาจจะมี ความมันบริเวณ T-zone บ้างเล็กน้อย สำ หรับผู้ที่มีผิวปกติเมื่ออายุมากขึ้น ผิวสามารถเปลี่ยนเป็นผิว แห้งกร้านได้ เนื่องจากการผลิตคอลลาเจนในร่างกายลดลงตามช่วงวัย วิธีดูแลผิวสำ หรับผิวปกติ สำ หรับผิวปกติสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อรักษาสมดุลของผิวหน้า และสามารถใช้ ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันของผิวตอนกลางวันได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และควรหลีกเลี่ยงที่มีสารอันตรายต่อผิวและก่อให้เกิดการอุดตัน ซึ่งการอุดตันภายในรูขุมขนมักมา พร้อมกับปัญหาสิว และผิวหนังอักเสบ 12


13 ตัวอย่างผิวปกติ


เนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึ่ง้ป็นที่คุ้นเคยสำ หรับคนส่วนใหญ่ ครีมมีส่วนประกอบของน้ำ มันเป็นหลัก มีน้ำ ผสม บ้างตามแต่ละสูตรที่แต่ละแบรนด์คิดค้นขึ้นมา ครีมมีความเข้มข้นสูงกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อีกหนึ่งเนื้อผลิตภัณฑ์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกับครีม แต่มีความข้นมากกว่าครีม คือผลิตภัณฑ์ ประเภท Butter จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันมีลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกับเนยนั่นเอง โดย เราอาจคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Body Butter ซึ่งก็คือครีมเนื้อบัตเตอร์ที่มักจะมาในรูปแบบ กระปุกเพราะมีความเข้มข้นสูง เนื่องจากมีประมาณของไขมัน หรือน้ำ มันเยอะ ครีมเป็นผลิคภัณฑ์ที่ ซึงลงสู่ผิวได้ช้ากว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ปัจจุบันจึงมีการเพิ่มสารบำ รุงต่างๆลงในเนื้อครีมมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ งาน และการบำ รุงผิว ครีมเหมาะสำ หรับผู้ที่มีผิวแห้ง ผิวหนังลอก จากอากาศเย็นจัด หรือป้องกันการเกิดริ้วรอยย เพราะด้วยเนื้อสัมผัสที่หนา และส่วนประกอบของ น้ำ มันที่เยอะนี่เองจึงทำ ให้ครีมมีความชุ่มชื้นมากกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ แต่สำ หรับผู้ที่มีปัญหา หน้ามัน ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เนื้อครีม เพราะเนื้อสัมผัสที่หนาเกินไปอาจทำ ให้รูขุมขนอุดตัน และ เกิดปัญหาสิวขึ้นได้ ประเภทครีม ประเภทครีม บำ รุงผิว โลชั่นต่างๆอาจเป็นที่คุ้นเคยกับหลายๆคนอยู่บ้าง ถือเป็นเครื่องประทิน ผิวที่มีมาช้านาน ครีมบำ รุงผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้า ผิวกาย หรือครีมบำ รุงเฉพาะส่วน อย่างครีมทา มือ ทาส้นเท้า ฝ่าเท้า ครีมทารอบดวงตา หรือแม้แต่ครีมบำ รุงเล็บ ต่างก็มีความแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ซึ่งบางทีเราอาจเรียกรวมๆกันว่าครีม แต่แท้จริงแล้วมันอาจจะ ไม่ใช่ครีมก็ได้ โดยหลักแล้วเราสามารถแบ่งเนื้อผลิตภัณฑ์ออกได้เป็น 6 ประเภท 1.ครีม Cream 14


2.โลชั่น Lotion อีกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมในท้องตลาด มีลักษณะคล้ายครีม แต่ส่วนประกอบหลักของโลชั่นคือ น้ำ จึงทำ ให้โลชั่นมีลักษณะที่เหลวกว่า ใสกว่า ซึมได้ง่ายรวดเร็วไม่เหนอะหนะ ในปัจจุบันที่คนนิยม ผิวขาวใสกันมากขึ้น การปรับปรุงสูตรโลชั่นจึงเน้นไปที่การทำ มห้ผิวขาว กระจ่างใส โดยความที่ โลชั่นซึมเร็วจึงทำ ให้สะดวกต่อการใช้งาน สามารถทาตอนเช้าก่อนไปเรียน ไปทำ งาน ไปใช้ชีวิต ระหว่างวันได้อย่างไม่เหนียวเหนอะ แม้มีเหงื่อออก โลชั่นเหมาะสำ หรับผู้ที่มีผิวผสม ถึงผิวค่อนไป ทางมัน แต่สำ หรับการทาหน้าผู้ที่มีผิวมันก็ต้องระวังปัญหาการอุดตันรูขุมขนอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะแม้ว่าส่วนประกอบหลักของโลชั่นจะเป็นน้ำ แต่ก็มีน้ำ มันเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย จึงอาจทำ ให้สิว ขึ้นได้ สำ หรับผิวผสมโลชั่นถือว่าเหมาะมากที่จะทำ ให้การบำ รุงผิวนั้นเป็นไปอย่างดี เพราะโลชั่น สามารถบำ รุงผิวได้อย่างพอดี ไม่แห้งไป ไม่เหนียวไปนั่นเอง 15


3.ซีรั่ม Serum ซีรั่มถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัตนามาจากครีมและโลชั่น เป้นการกลั่นเอาคุณสมบัติพิเศษต่างๆมารวมไว้ใน ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวที่จะช่วยดูแลผิวได้อย่างล้ำ ลึก ซีรั่มจะเน้นไปที่การดูแลผิวเพื่อให้เห็นผลชัดเจนและ เร่งด่วน หรืออาจะไวขึ้นกว่าการใช้ครีมหรือโลชั่นทั่วไป สำ หรับซีรั่มมีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากครีม และโลชั่นโดยสิ้นเชิง ซีรั่มจะมีเนื้อใส ลักษณะอาจคล้ายน้ำ แต่มีความเหนียวอยู่ในนั้น เนื้อเซรั่มส่วน ใหญ่จะบางเบา ซึมเร็ว ไม่ทิ้งคราบไว้บนผิว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์ว่าจะมีสูตรในการผลิตเช่น ไร อาจจะทั้งซีรั่มที่เหมาะกับผู้มีผิวมัน ผิวแห้ง ซีรั่มเพื่อบำ รุงผิวให้ชุ่มชื้น ซีรั่มที่เน้นเรื่องของการ ซ่อมแซมผิว หรือซีรั่มที่เน้นเรื่องการลดเรือนริ้วรอย โดยในการใช้เซรั่ม3-4หยด อาจจะเท่ากับการใช้ ครีมหรือโลชั่นเต็มหนึ่งฝ่ามือเลยทีเดียว ตัวอย่างซีรั่ม 16


4.เจล Gel สำ หรับผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสประเภทเจลนั้น จะสามารถให้ความชุ่มชื้นได้มาก เพราะมี สารประกอบประเภท Polymer ที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำ ทำ ให้เนื้อผลิตภัณฑ์สามารถอุ้มน้ำ ไว้ได้มาก เมื่อทาลงบนผิวจึงทำ ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มที่ เรามักพบผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อ เจลได้จากผลลิตภัณฑ์บำ รุงผิวหน้า อย่าง Sleeping Gel, Night Gel ที่เน้นใช้ก่อนนอน เพื่อบำ รุง ผิวอย่างล้ำ ลึกยามหลับไหล เมื่อตื่นขึ้นมาผิวจะได้ฟู อวบอิ่ม ชุ่มชื่นเหมือนกับว่าผิวได้ทานน้ำ เยอะ นอกจากนี้ก็ยังมี Eye Gel ที่เป็นอีกหนึ่งตัวที่คนนิยมกันมาก เพราะรอบดวงตามีลักษณะที่ละเอียด อ่อน เกิดริ้วรอยได้ง่าย การใช้เจลซึ่งมีความชุ่มชื้นสูงจึงสามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้เป็น อย่างดี ตัวอย่างเจล 17


5.อีมัลชั่น Emulsion เราอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อผลิตภัณฑ์ประเภทนี้นัก แต่อีมัลชั่นถือเป็นอีกผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่กำ ลังได้ รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อีมัลชั่นเหมือนเป็นโลชั่น และเจลผสมกัน มีความเข้มข้นแต่ก็ไม่ข้นจนเกิน ไป มีความบางเบาซึมง่ายแต่ก็ไม่ทำ ให้ผิวแห้ง มีส่วนผสมของน้ำ ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ทำ ให้เหนอะหนะ สำ หรับการใช้อีมัลชั่นนั้น นิยมใช้หลังซีรั่ม เพราะมีเนื้อสัมผัสที่หนากว่าซีรั่ม และเหมาะสำ หรับผู้มีผิวผสม-ผิวมัน อีมัลชั่นสามารถบำ รุงผอวชั้นนอกได้เป็นอย่างดี ซึมเร็วจึง สามารถใช้เป็น Day Cream ได้เลย ตัวอย่างอีมัลชั่น 18


6.เอสเซ้นส์ Essence เอสเซนส์ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตในแถบเอเซีย เราอาจคุ้นหูกับผลิตภัณฑ์เอสเซ้นส์หลายๆแบรนด์ จากทั้ง ญี่ปุ่น และเกาหลี เอสเซ้นส์จะเน้นไปทำ การบำ รุงผิวจากภายใน ด้วยลักษณะของเนื้อผลิตที่ภัณฑ์ซึม ลงสู่ผิวได้ง่าย จึงทำ ให้ผิวได้รับประโยชน์จากการบำ รุงได้เต็มที่ ประโยชน์ของเอสเซ้นส์มักเน้นไปที่ การฟื้นฟูผิว ทำ ให้ผิวแข็งแรง ส่วนผสมหลักของเอสเซ้นส์นั้นเป็นน้ำ ถือผลิตภัณฑ์ที่เป็น Water Base แต่มีความเข้มข้นสูง เอสเซ้นส์จึงเหมาะมากสำ หรับผู้ที่แพ้น้ำ มันในครีมหรือโลชั่น แต่ในขณะ เดียวกันสำ หรับผู้ที่ต้องการความชุ่มชื้นผลิตภัณฑ์ประเภทเอสเซ้นส์ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์หนัก แต่ เราสามารถใช้เอสเซนส์ได้ทุกวันไม่ว่าเช้าหรือค่ำ แล้วสามารถทาผลิตภัณฑ์อื่นตามได้ทันทีเพราะเอส เซ้นส์นั้นซึบซาบเร็ว นอกจากนี้เอสเซน้ส์ยังเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย ตัวอย่างเอสเซ้นส์ 19


ผิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ ผิวมัน, ผิวแห้ง, ผิวผสม, ผิวแพ้ง่าย และ ผิว ปกติ ซึ่งผิวแต่ละประเภทมีปัญหา, การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และวิธีการดูแลผิวหน้าแตกต่างกันออกไป ตามแต่ละสภาพผิว ดังนั้นการที่รู้ว่าตนเองมีผิวหน้าแบบไหนจะช่วยให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ และ วิธีการดูแลให้เหมาะสมกับผิวหน้าของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาผิว, สิว, ผื่นแดง, ผิวมัน และผิว แห้งกร้านได้ ส่วนประเภทครีมต่างๆ ผู้ใช้ควรเลือกตามสภาพผิวหน้าได้เลย หากรู้ว่าผิวหน้าเราเป็น แบบไหน ก็จะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามสภาพผิวได้ ปัญหาผิวต่างๆก็จะน้อยลง ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาผิวรุนแรง เช่น ผิวแห้งแตก เลือดออกตามผิว หรือมีอาการแสบคัน ควรหยุดใช้ ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และไปพบแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางทันทีเพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการ และรักษาได้ทันเวลา สรุป hello! 20


Thankyou for your watching


Click to View FlipBook Version