The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายความงดงามและคุณค่าของอุทยานทางประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มรดกโลกทางวัฒนธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เล่ม

วารสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายความงดงามและคุณค่าของอุทยานทางประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มรดกโลกทางวัฒนธรรม

อุทยาน ประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย มรดกโลกทางวัฒนธรรม ว า ร ส า ร ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ น ค ร ส ว ร ร ค์


สารบัญ - ความสำ คัญทางประวัติศาสตร์ของ เมืองศรีสัชนาลัย - ชนพื้นเมืองของชาวศรีสัชนาลัย - ตำ นานเมืองศรีสัชนาลัย - การแบ่งยุคสมัยของเมืองศรีสัชนาลัย 4-5 6 7 8- 10 บ ท ที่ 1 ค ว า ม เ ป็ น ม า ข อ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย - อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย - ความสำ คัญของอุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย บ ท ที่ 2 ป ร ะ วัติค ว า ม เ ป็ น ม า ข อ ง อุ ท ย า น ศ รี สั ช น า ลั ย บ ท ที่ 3 แ ห ล่ ง โ บ ร าณส ถ า น ที่ สำ คัญ ข อ ง อุ ท ย า น ศ รี สั ช น า ลั ย - วัดในอุทยานศรีสัชนาลัย - เครื่องสังคโลก - เตาสังคโลก - เครื่องปั้นดินเผา บ ท ที่ 4 แ น ว ท า ง ก า ร อ นุ รั ก ษ์ อุ ท ย า น ป ร ะ วัติศ า สตร์ สุ โ ข ทั ย - คุณค่าแห่งความเป็นมรดกโลก - หน้าที่ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย - วิธีอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ - ประโยชน์ของโบราณสถานและโบราณ วัตถุ 12 13 16-21 22 23-24 25 27 28 29 30


ว า ร ส า ร อุ ท ย า น ป ร ะ วัติศ า สตร์ ศ รี สั ช น า ลั ย ม ร ด ก โ ล ก ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม อุ ท ย า น ป ร ะ วัติศ า สตร์ ศ รี สั ช น า ลั ย เ ป็ น อุ ท ย า น ที่ สำ คัญ ข อ ง ป ร ะเ ท ศ ไ ท ย แ ล ะไ ด้ รั บ ก า ร ย ก ย่ อ ง ใ ห้ เ ป็ น ม ร ด ก ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง โ ล ก อี ก ทั้ ง เ ป็ น แ ห ล่ ง เ รี ย น รู้ ท า ง ป ร ะ วัติศ า สตร์ แ ล ะเ ป็ น แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว ที่ สำ คัญจึ ง เ ลื อ ก ที่ จ ะ ศึ ก ษ า แ ล ะ นำ ม า จั ด ทำ แผน ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ สื่ อ ก า ร เ รี ย น รู้ เพื่อ ใ ห้ผู้เ รี ย นตร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม สำ คัญข อ ง ป ร ะ วัติศ า สตร์ ข อ ง ช าติไ ท ย ที่ ป รึ ก ษ า ด ร . ทิพรัตน์ ม า ศ เ ม ธ า ทิพย์ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ป ร ะ วัติศ า สตร์ ( 11 2 4 6 1 0 ) บ ท บ ร รณา ธิ ก า ร


เมืองศรีสัชนาลัย ศรีสัชนาลัย มีพัฒนาการมาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ประมาณ 2,300 – 1,500 ปีมาแล้ว โดยปรากฏชื่อควบคู่ไปกับเมืองสุโขทัยที่เป็นราชธานี สันนิษฐานว่าเมืองศรีสัชนาลัยมีความสำ คัญในฐานะแหล่งผลิตเครื่องสังคโลกในสมัย สุโขทัยต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา เนื่องจากหลักฐานจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย พบเครื่องสังคโลกจากเมืองศรีสัชนาลัย เป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำ คัญของ เครื่องถ้วยประเภทนี้ในการค้าระหว่างสุโขทัยและภูมิภาคโพ้นทะเลเมื่อครั้งอดีต บทที่ 1 ความเป็นมาของเมืองศรีสัชนาลัย 1


2 ต่อมา เมืองนี้พัฒนาด้วยการขยาย อาณาบริเวณสร้างเป็นเมืองใหญ่ใน บริเวณใกล้แก่งหลวงคือ “ เมืองศรีสัชนาลัย” ซึ่งมาจากชื่อ “ฤาษีสัชนาลัย” ผู้แนะนำ ให้พระยา บา ธรรมราช สร้างเมืองนี้ขึ้น โดยให้ เขาพนมเพลิงอยู่ภายในเมืองเพื่อเป็น ศาสนาสถานสำ หรับการบูชา ไฟ แผ่นดินกว้างใหญ่ของศรีสัชนาลัยและ แม่น้ำ ยมได้ร่วมกันสร้างตำ นานชีวิตและ อารยธรรมที่สั่งสมมานานกว่า 700 ปี ซากโบราณสถานที่อยู่เคียงข้างแก่ง หลวง ที่ซึ่งคนโบราณเรียกกันว่า “ เมือง เก่า ” หากปัจจุบันรู้จักที่แห่งนั้นในนาม “ศรีสัชนาลัย” นั้นยิ่งใหญ่ไพศาล ทั้ง ๆ ที่ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นเพียงแค่เมือง ลูกหลวงแห่งอาณาจักรสุโขทัย เคียงข้างเมืองศรีสัชนาลัยมีสายน้ำ กว้างใหญ่ของแม่น้ำ ยม หล่อเลี้ยงผืน แผ่นดินโดยรอบให้ความชุ่มฉ่ำ และ ความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณ ธัญญาหาร แม่น้ำ สายสำ คัญสายหนึ่ง ไหลผ่านชุมชนโบราณตั้งอยู่สองฟาก ฝั่ง มีเขาพระศรีเป็นเสมือนฉากหลัง อันมีแม่น้ำ ยมและแก่งหลวงเป็น เหมือนปราการป้องกันข้าศึก ณ บริเวณที่ราบริมแก่งหลวงนี่เอง เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำ แหง หลักที่ 1 และจารึกนครชุม ปรากฏชื่อของเมือง ศรีสัชนาลัยในฐานะของนครรัฐรุ่ม เรือง เข็มแข็ง กระทั่งเติบใหญ่เป็นราช อาณาจักรแห่งแรกของสยาม สันนิษฐานว่า เป็น “ เมืองเชลียง” ซึ่งยังคงปรากฏสิ่งก่อสร้างให้พบเห็น อาทิ วัดพระศรีรัตนมหา ธ าตุเมือง เชลียง วัดชมชื่น วัดเจ้าจันทร์ ฯลฯ ศิลาจารึกสมัยสุโขทัยกล่าวถึง ศรีสัชนาลัยว่า เป็นเมืองคู่กับสุโขทัย จนพุทธศตวรรษที่ 19 เมือง ศรีสัชนาลัยถูกลดฐานะลงเป็นเมือง ลูกหลวง และในพุทธศตวรรษที่ 20 สุโขทัยตกอยู่ภายใต้การปกครองของ กรุงศรีอยุธยา ชื่อศรีสัชนาลัยจึงไม่ ปรากฏในพระราชพงศาวดารของ อยุธยา มีแต่ชื่อ “ เมืองเชลียง”


3 การเสียกรุง ศรีอยุธยาครั้งที่ 1 เมืองศรีสัชนาลัย ลดลงเป็นเพียงหัว เมืองชั้นโท จนกระทั่งเสียกรุง ศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมืองศรีสัชนาลัย จึงถูกทิ้งร้างไป โดยสิ้นเชิง ผู้คนได้ อพยพไป สวรรคโลก จังหวัด สุโขทัยในปัจจุบัน ปัจจุบันเมืองเก่าศรีสัชนาลัยได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยกรมศิลปากร ได้ทำ การขุดค้นบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนา เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พบโบราณสถานราว 278 แห่ง กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ วันที่ 1 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำ เนินไป ทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็นทางการ เมืองศรีสัชนาลัย ผังของเมืองศรีสัชนาลัย เป็นรูป สี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เนื่องเพรา ะ ภูมิประเทศบางตอนบังคับ ซึ่งได้รับ การอนุรักษ์และพัฒนา เป็นอย่างดี


4 เ นื่ อ ง จ า ก สภ า พภู มิ ป ร ะ เ ท ศที่ ตั้ ง ข อ ง เ มื อ ง ศรี สั ช น า ลั ย มี ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ต่ อ ก า ร ตั้ ง ถิ่ น ฐ า น คื อ มี ทั้ ง ที่ ร า บ ลุ่ ม ริ ม แ ม่ น้ำ ย ม แ ล ะ ที่ ล า ด เ ชิ ง เ ข า พ ร ะ ศรี แ ล ะ เ ข า ให ญ่ ทำ ให้ มี ทั้ ง ค ว า ม อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ข อ ง พื้ น ที่ แ ล ะ สิ่ ง ป้ อ ง กั น ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ ที่ ใช้ ใน ก า ร ป้ อ ง กั น ข้ า ศึก ศั ต รู ได้ อ ย่ า ง ดี จ า ก ห ลั ก ฐ า น ที่ สำ ร ว จ พ บ พ ว ก ข ว า น หิ น ขั ด ( เ ค รื่ อ ง มื อ เ ค รื่ อ ง ใช้ ข อ ง ค น ส มั ย โบ ร า ณ) ที่ พ บ ที่ ตำ บ ล ท่ า ชั ย อำ เ ภ อ ศรี สั ช น า ลั ย ร ว ม ทั้ ง จ า ก ห ลั ก ฐ า น ก า ร ขุ ด ค้ น ท า ง โบ ร า ณ ค ดี ที่ วั ด ชม ชื่ น แ ส ด ง ให้ เ ห็ น ว่ า เ ป็ น ชุม ช น ร่ ว ม ส มั ย ท ว า ร ว ดี เ มื อ ง ศรี สัชน า ลั ย ค ว า ม สำ คั ญ ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ พุ ท ธ ศ ต ว ร ร ษ ที่ 1 8 เ มื อ ง ศรี สั ช น า ลั ย มี ชื่อ ว่ า " เ มื อ ง เ ชลี ย ง " มี ค ว า ม สำ คั ญ ค ว บ คู่ กั น ม า กั บ เ มื อ ง สุ โข ทั ย โด ย จ า ก ห ลั ก ฐ า น ได้ ก ล่ า ว ถึ ง พ่ อ ขุ น ศรี น า ว นำ ถ ม ว่ า เ ป็ น ก ษั ต ริ ย์ ค ร อ ง 2 น ค ร คื อ เ ส ว ย ร า ช ย์ ทั้ ง เ มื อ ง สุ โข ทั ย แ ล ะ เ มื อ ง ศรี สั ช น า ลั ย ต่ อ ม า จ น แ ม้ ก ร ะ ทั่ ง สุ โข ทั ย ต ก อ ยู่ ภ า ย ใต้ อำ น า จ ข อ ง ก รุ ง ศรี อ ยุ ธ ย า ได้ ถู ก เ ป ลี่ ย น ชื่อ เ รี ย ก ว่ า " เ มื อ ง ส ว ร ร ค โล ก " ป็ น เ มื อ ง สำ คั ญ ที่ ผ ลิ ต ภ า ช น ะ เ ค รื่ อ ง เ ค ลื อ บ สั ง ค โล ก ให้ แ ก่ ก รุ ง ศรี อ ยุ ธ ย า ส มั ย รั ต น โก สิ น ท ร์ เ มื อ ง ศรี สั ช น า ลั ย ถู ก นำ ไป ตั้ ง เ ป็ น ชื่อ ข อ ง อำ เ ภ อ ศรี สั ช น า ลั ย ได้ รั บ ก า ร ย ก ย่ อ ง ให้ เ ป็ น ม ร ด ก ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง โล ก


อำ เภอศรีสัชนาลัยตั้งอยู่ทางทิศเหนือ สุดของจังหวัด ที่ตั้งและอาณา เขต มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้ 1.ทิศเหนือ ติดต่อกับอำ เภอวังชิ้นและอำ เภอเด่นชัย (จังหวัดแพร่) 2.ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำ เภอลับแลและอำ เภอตรอน (จังหวัดอุตรดิตถ์) 3.ทิศใต้ ติดต่อกับอำ เภอศรีนคร อำ เภอสวรรคโลก และอำ เภอทุ่งเสลี่ยม 4.ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำ เภอเถิน (จังหวัดลำ ปาง) 5


ชนพื้นเมืองของ ชาวศรีสัชนาลัย เมืองศรีสัชนาลัยเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ํายม และที่ลาดเชิงเขาพระศรี เขาใหญ่ และ เขาพระบาท ถือเป็นพื้นที่ ที่เหมาะต่อการ ตั้งถิ่นฐาน มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ของ พื้นที่ และปราการธรรมชาติที่ใช้ในการ ป้องกันข้าศึกศัตรู จึงส่งผลให้พบหลัก ฐานการใช้พื้นที่ในบริเวณนี้ของมนุษย์ ในอดีตเป็นจํานวนมาก ในปัจจุบันพบว่าชาวพื้นเมืองของอำเภอ ศรีสัชนาลัย มีหลายกลุ่ม แต่จะมี2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ 2.ชาวไทยล้านนา อาศัยอยู่บริเวณตอนบนของ ศรีสัชนาลัย เช่น ตำบลบ้านตึก ตำบลแม่สิน ตำบล แม่สำ เป็นชาวไทยเชื้อสายล้านนา พูดสำเนียงไทย เหนือ น่าจะอพพยมาจากทางเหนือ กลุ่มเดียวกับ คนอำ เภอลับแล อุตรดิตถ์ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดๆกัน และต่อมาได้มีคนเชื้อสายอื่นๆมาอาศัยด้วยเช่นกัน เช่น เชื้อสายลาว ไทพวน จีน และชาวไทยภูเขา 1.ชาวไทยสยาม อาศัยอยู่บริเวณศรีสัชนาลัยตอน ใต้เช่น ตำบลหนองอ้อ ท่าชัย ศรีสัชนาลัยพูดสำเนียง ไทยเหน่อ หรือ สำเนียงสุโขทัยนั่นเอง เป็นชาวไทย เชื้อสายขอม เสียม หรือสยามในอดีต เป็นผู้สร้างวัด และสิ่งปลูกสร้าง โบราณสถาน ที่พบในอุทยาน ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 6 - สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 9 พบหลักฐาน ประเภท เศษภาชนะดินเผาคุณภาพต่ำ เนื้อหยาบ เผาอุณหภูมิไม่สูงนัก - สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 10-16 พบการฝังศพ โดยฝังร่วมกับ เครื่องมือเหล็กและเครื่องประดับต่าง ๆ เป็นของอุทิศ เช่น ลูกปัดหินอาเกต ลูกปัดแก้ว แท่งดินเผาลายตาราง เป็นต้น ทั้งหมด 15 โครง


ตำ นานเมือง ศรีสัชนาลัย ตำ นานได้กล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งอดีตมีชายแก่คนหนึ่ง ได้เดินทางเข้ามาถึงบ้านแห่งนี้ (บ้านตึกในปัจจุบัน) เมื่อครั้งหมู่บ้านแหงนี้ยังไม่มีชื่อบ้านโดยมุ่งหน้าไปตั้ง หลักฐานทำ มา หากินในท้องที่อุดมสมบูรณ์ พอถึง หมู่บ้านแห่งนี้แล้วคิดว่าคงเดินทางไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะมีภูเขาล้อม ประกอบกับเวลานั้นมีฝนตกชุกมาก จึงได้เอ่ยขึ้นว่า “ ที่นี้ตึกแล้วฝนก็ตึ๊ก อย่างอื่นก็คงตึ๊กด้วย " (ภาษาสุโขทัย) และจึงหยุดเดินทางและได้ตั้งหลัก ฐานมั่นคงอยู่ที่บ้านแห่งนี้ ต่อมาชาวบ้านแห่งนี้จึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “ บ้านตึ้ก “ ซึ่งต่อมาได้เรียกเพี้ยนมาเป็น “ บ้านตึก “ ในที่สุด (คำ ว่า “ ตึ๊ก “ มีความหมายว่า ที่สุดแล้ว เช่น อร่อย ที่สุด ใหญ่ที่สุด ดีที่สุด ฯลฯ ประชาชนจึงเรียกชื่อ หมู่บ้านนี้ว่า “ บ้านตึ๊ก “ ในที่สุดและใช้อยู่จนปัจจุบัน) 7


การแบ่งยุคสมัยของเมืองศรีสัชนาลัย เมืองศรีสัชนาลัยสมัยสุโขทัย ศรีสัชนาลัย มีความหมาย ดังนี้ ศรี ความดีงาม (ธรรมะ) สัชชนะ เงินทอง ลัย เมืองน่าอยู่ เมืองธรรม เมืองทอง หรือเมืองอันเป็นที่อยู่ ของคนดี ชุมชนเมืองเชลียง ได้พัฒนากลายเป็นเมืองศรีสัชนาลัยที่มี ความสําคัญ โดยเมืองศรีสัชนาลัย ได้กลายเป็นเมือง สําคัญอีกแห่งของสุโขทัย และข้อมูลในศิลาจารึกกล่าวถึง เมืองศรีสัชนาลัยในฐานะเมืองที่มีศักดิ์เทียบเท่ากับเมือง สุโขทัยดังที่ปรากฏการเรียกชื่อเมืองทั้งสองควบคู่กันว่า “ศรีสัชนาลัย สุโขทัย” ในศิลาจารึกหลักที่ 1 เหตุการณ์สําคัญที่เกี่ยวกับเมืองศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย อีกครั้งหนึ่งคือ พระมหาอุปราช ผู้ปกครองเมือง ศรีสัชนาลัยยกพลเข้ายึดอํานาจในกรุงสุโขทัย เหตุการณ์สําคัญที่เกี่ยวกับเมืองศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย อีกครั้งหนึ่งคือ พระมหาอุปราช ผู้ปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ยกพลเข้ายึดอํานาจในกรุงสุโขทัยจากนั้นทรง ปราบดาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ทรงพระนามว่า พระเจ้าลิไท ในรัชสมัยของพระยาลิไท ถือเป็นยุคทองของแคว้นต่าง ๆ ของสุโขทัย หมายรวมถึง เมืองศรีสัชนาลัยด้วยเห็นได้จาก งานก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซมศาสนสถานและสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ จํานวนมาก ครั้นเมื่อสิ้นรัชกาลของพระมหาธรรม ราชาลิไท กรุงสุโขทัยก็อ่อนกําลังลง บรรดาหัวเมืองของ สุโขทัยต่างมีฐานะเป็นหัวเมืองฝ่ายเหนือของกรุงศรีอยุธยา 8


ศรีสัชนาลัย มีความหมาย ดังนี้ ศรี ความดีงาม (ธรรมะ) สัชชนะ เงินทอง ลัย เมืองน่าอยู่ เมืองธรรม เมืองทอง หรือเมืองอันเป็นที่อยู่ ของคนดี เมืองศรีสัชนาลัยสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองศรีสัชนาลัยสมัยกรุงธนบุรี หลังจากกรุงศรีอยุธยาได้กรุงสุโขทัยไว้ในอํานาจ พยายามเข้าควบคุมบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ของกรุง สุโขทัย โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงใช้วิธีการ แก้ไขจัดวางระเบียบการปกครองแบบใหม่ เมื่อกรุงศรีอยุธยาได้หัวเมืองฝ่ายเหนือแล้ว กําหนดให้ เมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองชั้นโท ซึ่งมีความสําคัญเป็น อย่างมากในฐานะเมืองหน้าด่านกันชน ระหว่างกรุง ศรีอยุธยาและล้านนา สมัยพญาสวรรคโลก เมืองศรีสัชนาลัยได้ถูกเรียก ชื่อ“สวรรคโลก” เป็นครั้งแรก โดยมีเหตุการณ์ที่ สำ คัญ คือ การก่อกบฏในรัชกาลสมเด็จพระนเรศวร มหาราชบท แต่พระองค์ทรงปราบใช้เวลาถึงสามวันจึง ยกทัพ เข้าเมืองสวรรคโลกได้ บาทความสําคัญของเมืองศรีสัชนาลัย ในสมัยกรุง ศรีอยุธยาจึงเป็นในลักษณะหัวเมืองที่ถูกเกณฑ์ให้ยกทัพไป ช่วยในการสงครามหรือป้องกันหัวเมืองฝ่ายเหนือตลอดมา สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้เกิดการกระทําการสมโภชพระ ปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และเมื่อครั้นรวบรวมบ้านเมืองเป็นปีกแผ่นแล้วทรงโปรดให้ ตั้งเมืองสวรรคโลกขึ้นใหม่ แต่ถูกทิ้งร้างในที่สุด 9


ศรีสัชนาลัย มีความหมาย ดังนี้ ศรี ความดีงาม (ธรรมะ) สัชชนะ เงินทอง ลัย เมืองน่าอยู่ เมืองธรรม เมืองทอง หรือเมืองอันเป็นที่อยู่ ของคนดี สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพทรงทําเนียบหัวเมืองที่ ขึ้นตรงต่อ กรุงเทพฯ เป็น 4 ชั้น เรียกว่าเมืองเอก เมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวา โดยเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งมีฐานะ เป็นหัวเมืองชั้นโทในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ในสมัยกรุง รัตนโกสินทร์ก็ได้รับการยกขึ้น เป็นเมืองชั้นโทของกรุง รัตนโกสินทร์เช่นกัน เพื่อกํากับเมืองเอกคือเมืองพิษณุโลก ไม่ให้แผ่อํานาจใหญ่โตเกินกว่าสมควร ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งรัชกาลที่ 1ทรงโปรดให้ตั้งเมือง ศรีสัชนาลัย ไปตั้งที่วังไม้ขรซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเก่าลงไปทาง ทิศใต้ โดยการย้ายไป ณ บริเวณเมืองใหม่ กลับเป็นผลดี ทํา ให้โบราณสถานบรรดาสิ่งก่อสร้างมาแต่เดิมยังคงสภาพอยู่ได้ ทางกรมศิลปากร ได้กำ หนดแนวทาง การอนุรักษ์เมือง ศรีสัชนาลัย ซึ่งเรียกว่า โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2525 และสามารถบูรณตบแต่งจน เปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2533 ภายในเขตกำ แพงเมือง มีโบราณสถานซึ่งบูรณะซ่อมแซมตบแต่งเรียบร้อยแล้ว ที่สำ คัญมีอยู่ 8 แห่ง อันเป็นสถานที่อันสำ คัญของอุทยาน เมืองศรีสัชนาลัยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2482 ได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนาม จังหวัดสวรรคโลกเป็นจังหวัดสุโขทัย เมืองสวรรคโลกและ เมืองศรีสัชนาลัยเดิมนั้น ถูกกําหนดให้มีฐานะเป็นอําเภอ สวรรคโลก และอําเภอศรีสัชนาลัยขึ้นอยู่กับจังหวัดสุโขทัย แต่นั้นมาจนปัจจุบัน 10


บทที่ 2 ประวัติความเป็นมาของ อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย มี ฐ า น ะเ ป็ น เ มื อ ง ลู ก ห ล ว ง ข อ ง สุ โ ข ทั ย ต่อมาจนแม้กระทั่ง สุโขทัยตกอยู่ภายใต้อำ นาจ ของกรุงศรีอยุธยา และได้ เปลี่ยนชื่อเรียกว่า เมือง สวรรคโลก จากหลักฐานที่สำ รวจพบ พวกเครื่องมือและ เครื่องใช้ขวานหินขัด ของคนสมัยโบราณที่พบที่ ตำ บลท่าชัย อำ เภอศรีสัชนาลัย แสดงให้เห็นถึง การเข้ามาอาศัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 เป็น ชุมชนร่วมสมัย โดยในระยะนั้นเมืองศรีสัชนาลัย มีชื่อว่าเมืองเชลียง ตามหลักฐานที่ปรากฏใน ศิลาจารึก ตำ นานและพงศาวดารที่ยืนยันว่ามี เมืองโบราณ 2 เมือง อยู่ในลุ่มน้ำ ยมก่อนแล้ว คือ เมืองสุโขทัย และเมืองเชลียง ต่อมาได้มีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นทาง ด้านทิศเหนือของเมืองเชลียง ประวัติความเป็นมา หลังเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ครั้งที่ 2 เมืองศรีสัชนาลัยได้ถูกทิ้งร้าง จนในสมับ กรุงรัตนโกสินทร์ เมืองศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ของโลกเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำ แพงเพชรใน พ.ศ.2534 11


จากหลักฐานการขุดค้นทาง โบราณคดีที่วัดชมชื่น ทำ ให้ ทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีการ ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถูก พัฒนามา เป็นชุมชนร่วมสมัย ทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 สมเด็จพระบรมไตรโลก นาถแห่งอยุธยากับพระเจ้าติ โลกราชแห่งล้านนาจนท้าย ที่สุดเมืองศรีสัชนาลัย ต้องตก อยู่ภายใต้กรุงศรีอยุธยา โดย สมัยอยุธยา เรียกเมืองนี้ว่า “สวรรคโลก” ในขณะที่ล้านนา เรียกเมืองนี้ว่า “ เชียงชื่น” ต่อมา ในคราวเสียกรุง ศรีอยุธยา ให้แก่พม่าครั้งที่2 เมืองศรีสัชนาลัยถูกทิ้งร้าง อย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งใน สมัยรัชกาลที่1 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ พระองค์โปรด เกล้า ฯ ให้ย้ายครอบครัวชาว บ้านจากเมืองศรีสัชนาลัยมา อยู่ที่ตำ บลวังไม้ขอน ซึ่งก็คือ อำ เภอศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยตั้งอยู่ บริเวณหมู่ที่ 6 ตำ บลศรีสัชนาลัย อำ เภอ ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน ได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก ยูเนสโกภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" ตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบริมแม่น้ำ ยม มีเทือกเขาสามเทือก โอบรอบเมืองลักษณะเหมือนป้อมปราการธรรมชาติ เทือก เขาที่โอบล้อม ได้แก่ เขาพระศรี เขาใหญ่ และเขาพระบาท ลักษณะการวางผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่สม่ำ เสมอ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2533สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯเสด็จพระราชดําเนินเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอย่างเป็น ทางการ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ของโลก เปัจจุบันมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัยทั้งหมด 28,217 ไร่ และสํารวจพบโบราณสถาน ทั้งหมด 283 แห่ง ที่เป็นโบราณสถานที่สำ คัญ 12


ความสำ คัญของอุทยาน ประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย เคยเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการปกครอง ของอาณาจักรสุโขทัยร่วมกับเมืองสุโขทัย อีกทั้งในสมัยกรุ่งศรีอยุธยาเป็นแหล่งผลิต เครื่องสังคโลก เมืองศรีสัชนาลัยจึงมีความสำ คัญด้าน ความมั่นคงของอาณาจักร และเป็นเมือง ยุทธศาสตร์สำ คัญมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยต่อ มาจนถึงอาณาจักรอยุธยา โดยเฉพาะใน สมัยรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงใช้เมืองศรีสัชนาลัยเป็นจุดยุทธศาสตร์ ในการป้องกันการรุนรานจากแคว้นล้านนา ดังนั้นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยมี วัดสำ คัญๆ หลายแห่ง สะท้อนให้เห็นถึง ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา เถรวาทแบบลังกาวงศ์ภายใต้การอุปถัมภ์ ของกษัตริย์สมัยสุโขทัย สถาปัตยกรรม เจดีย์รูปแบบต่างๆ ทั้งแบบศิลปะขอม ศิลปะล้านนา ศิลปะพุกามของพม่า กรมศิลปากรจึงได้เข้าไปอนุรักษ์และจัด สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ ส่งผลให้อุทยาน ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยถือเป็น สถานที่สำ คัญที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ 13


เมืองโบราณศรีสัชนาลัย มีขอบเขตของผังเมืองที่ก่อสร้างทับซ้อนอยู่บนบริเวณ เมืองเชลียงเดิม กล่าวคือ แนวกำ แพงเมืองเชลียงเดิม ทำ เป็นคันดินยาวขนานไป ตามลำ น้ำ ยม ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัยขึ้นจึงกำ หนดการก่อสร้าง กำ แพงจากศิลาแลงของเมืองศรีสัชนาลัย โดบโบราณสถานในอุทยาน ประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย มีทั้งภายในและภายนอกกำ แพงเมือง ซึ่งรวมทั้งหมด มีไม่น้อยกว่า 283 แห่งโบราณสถานที่สำ คัญ เมืองโบราณศรีสัชนาลัย บทที่ 3 แหล่งโบราณสถานที่สำ คัญของศรีสัชนาลัย 14


แหล่งโบราณสถานที่สำ คัญ ของศรีสัชนาลัย 2.โบราณสถานนอกกำ แพงเมืองด้านทิศ เหนือ สำ รวจพบแล้วมีจำ นวนทั้งสิ้น 35 แห่ง ที่สำ คัญคือ วัดกุฎีราย เตาทุเรียงบ้านป่ายาง เตา ทุเรียงบ้านเกาะน้อย ซึ่งเป็น แหล่งผลิต ภาชนะดินเผา “เครื่องสังคโลก” ที่สำ คัญ 1.โบราณสถานภายในกำ แพงเมือง สำ รวจพบแล้วมี ทั้งสิ้น 28 แห่ง ที่สำ คัญคือ วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดสวนแก้ว เป็นต้น 3.โบราณสถานนอกกำ แพงเมืองด้านทิศตะวันออก สำ รวจพบแล้วมีจำ นวนทั้งสิ้น 10 แห่ง ที่สำ คัญคือ วัดสวนสัก วัดป่าแก้ว เป็นต้น 4.โบราณสถานนอกกำ แพงเมืองด้าน ทิศใต้ สำ รวจพบแล้วมีจำ นวนทั้งสิ้น 24 แห่ง ที่สำ คัญคือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดชมชื่น และวัดโคกสิงคาราม เป็นต้น 6.โบราณสถานนอกกำ แพงเมืองบน ภูเขา สำ รวจพบแล้วมีจำ นวนทั้งสิ้น 15 แห่ง ที่สำ คัญคือ วัดเขาใหญ่บน วัดเจดีย์เจ็ดยอด วัดเจดีย์รอบ และวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นต้น 5.โบราณสถานนอกกำ แพงเมืองด้านทิศตะวันตก สำ รวจพบแล้วมีจำ นวนทั้งสิ้น 19 แห่ง ที่สำ คัญ คือ วัดพญาดำ วัดราหู วัดสระประทุม วัดยายตา เป็นต้น 15


วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวิหาร หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง และ เรียกอีกชื่อว่า วัดพระปรางค์ ตั้งอยู่ นอกกำ แพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ลง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นกลุ่มโบราณสถาน ขนาดใหญ่และเป็นพระอารามหลวง ชั้นราชวรวิหาร โบราณสถานที่สำ คัญภายในวัด ได้แก่ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ลักษณะ รูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมจัดอยู่ในสมัยอยุธยา บริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นองค์ ปรางค์สู่ซุ้มโถง ผนังภายในองค์ปรางค์พบว่ามีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังแต่ลบเลือนไป มาก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย และทางด้านขวามีพระพุทธ รูปปูนปั่นปางลีลาที่มีลักษณะงดงาม กำ แพงวัด เป็นศิลาและแท่นกลมขนาดใหญ่เรียงชิด ติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 60 เมตร ยาว 90 เมตร เหนือซุ้มประตูทำ เป็นรูป คล้ายหลังคายอด และเหนือซุ้มขึ้นไปปั้นปูนเป็นรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระธาตุมุเตา อยู่ด้านหลังปรางค์ประธานนอกกำ แพงแก้ว ปัจจุบันทางวัดได้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหลังโดยสร้างทับโบสถ์เดิม กุฏิพระร่วงพระลือ หรือเรียกอีกชื่อว่า ศาลพระร่วงภายในประดิษฐานรูปหล่อพระร่วงพระลือ(จำ ลอง) พระพุทธรูปลีลา พระพุทธรูปลีลา ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง เป็นพระพุทธรูปแสดงอิริยาบถเดินจัดอยู่ใน พระพุทธรูปหมวดใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูป พระหัตถ ยกขึ้นทำ อภัยมุทรา ส่วนอีกข้างปล่อยทิ้งลงตรงๆ ที่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นพุทธศิลป์ที่โดดเด่นของ ศิลปะสุโขทัย 16


วัดชมชื่น วัดชมชื่นตั้งอยู่ ริมแม่น้ํายมห่าง จากวัดพระศรี รัตนมหาธาตุ เชลียงทางทิศ ตะวันออก โบราณสถานที่สําคัญคือ เจดีย์ประธานทรงระฆังก่อด้วยศิลาแลง วิหารอยู่ด้านหน้า เจดีย์ ประธานก่อด้วยศิลาแลงขนาด 6 ห้อง มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า ด้านหลังพระ วิหารเชื่อมต่อกับมณฑป คล้ายเป็นห้องทึบอยู่ท้ายวิหาร หลังคาใช้ศิลาแลงก่อเหลื่อม เข้าหากันเป็นรูปจั่วแหลม ภายในมณฑป ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย ด้านหน้าทั้งสองข้างมณฑปทําเป็น ซุ้มจระนํา 2 ซุ้ม และด้านหลังมณฑปมีซุ้มจระนําซึ่ง เดิมประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปแล้ว นอกจากนี้ยังมี ลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันด้านหลังมณฑป ถึงแม้รูปแบบปัจจุบันเป็นลักษณะของศิลปะสมัย สุโขทัย แต่จากการขุดแต่งบริเวณวิหารพบฐานอาคารเดิมก่อด้วยอิฐแต่ต่อมาถูกสร้าง ทับด้วยวิหารศิลาแลง จากการศึกษารูปแบบภายในเจดีย์ประธาน ศาสตราจารย์ของ บอสเซลิเย่ ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นปรางค์ แบบขอมมาก่อน เนื่องจากพบอาคาร สี่เหลี่ยมมีซุ้มคล้ายปรางค์แบบเขมรอยู่ภายใต้องค์เจดีย์ จากการขุดค้นบริเวณด้านหน้าพระวิหารพบหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์จํานวน 15 โครง ในระดับลึก 7 - 8 เมตร กําหนดอายุได้ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา และพัฒนามาจนถึง สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 – 13) พบกลุ่มโบราณสถาน ก่อด้วยอิฐที่มีขนาดใหญ่ 2 กลุ่ม และพบเครื่อง ถ้วยเชลียงจํานวนมาก ซึ่งกําหนด อายุได้ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา จนเข้าสู่ชั้นสุโขทัยที่ร่วมสมัย กับวัดชมชื่น ปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น 17


วิหารประธานวัดนางพญาเป็นอาคารทึบขนาด 7 ห้อง ก่อด้วยศิลาแลง หลังคาเป็นเครื่องไม้ มุงกระเบื้องดินเผา ผนังทึบเจาะช่องแสงเป็น ลูกกรงสี่เหลี่ยม ผิวปูนฉาบด้านนอกของวิหาร ประดับลายปูนปั้น เช่น ลายรักร้อยแข้งสิงห์ และลายประจํายาม เป็นต้น มีความงดงามอัน วิจิตรที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพล ทาง ศิลปกรรมจากศิลปะล้านนาและศิลปะจีน สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น หรือราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 โบราณสถาน แห่ง นี้ เป็นวัดขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งหลักของศรีสัชนาลัย จึงน่าจะเป็นวัดที่มี ความสําคัญแต่กลับไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างในพงศาวดารหรือเอกสารใดๆ วัดนางพญา เจดีย์ประธานของวัดนางพญาเป็นเจดีย์ ทรงระฆังอยู่บนฐานทักษิณที่แต่เดิมมีช้าง ปูนปั้น ประดับอยู่โดยรอบเช่นเดียวกับวัด ช้างล้อม บริเวณองค์ระฆังมีการทําซุ้ม จระนํายื่นออกมาทั้งสี่ทิศคล้ายคลึงกับ เจดีย์ประธานที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ซึ่ง สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 ลายปูนปั้นที่วัดนางพญาเป็นแรงบันดาลใจให้ช่าง ฝีมือท้องถิ่น นําไปพัฒนาต่อยอด เป็น ลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกัน ในนาม “ทองโบราณศรีสัชนาลัย” 18


วั ด เ จ ดี ย์ เ จ็ ด แ ถ ว เ ป็ น วั ด ข น า ด ให ญ่ ที่ ตั้ ง อ ยู่ ใน เ มื อ ง ศรี สั ชน า ลั ย ภ า ย ใน วั ด มี เ จ ดี ย์ ท ร ง ต่ า ง ๆ ม า ก ถึ ง 3 3 อ ง ค์ ว า ง ตั ว อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ เ บี ย บ แ บ บ แ ผ น ต า ม ค ติ จั ก ร ว า ล โด ย มี เ จ ดี ย์ ใน วั ด เ จ ดี ย์ เ จ็ ด แ ถ ว ส า ม า ร ถ แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น 3 ก ลุ่ ม ดั ง นี้ วั ด ส ว น แ ก้ ว อุ ท ย า น ให ญ่ เ ป็ น วั ด สํ า คั ญ ข น า ด ให ญ่ ตั้ ง อ ยู่ ใน แ น ว แ ก น ห ลั ก ข อ ง เ มื อ ง ศรี สั ชน า ลั ย แ ล ะ ป ร า กฏ ห ลั ก ฐ า น ใน พ ง ศ า ว ด า ร เ ห นื อ เ รื่ อ ง ก า ร กั ล ป น า โด ย วั ด แ ห่ ง นี้ มี แ ผ น ผั ง เ ป็ น รู ป สี่ เ ห ลี่ ย ม ผื น ผ้ า โบ ร า ณ ส ถ า นภ า ย ใน วั ด ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ จ ดี ย์ ป ร ะ ธ า น ท ร ง ร ะ ฆั ง ก่ อ ด้ ว ย ศิล า แ ล ง ปั จ จุ บั น เ ห ลื อ เ พี ย ง ฐ า น เ ขี ย ง ห น้ า ก ร ะ ด า น , ฐ า น ปั ท ม์ แ ล ะ ม า ลั ย ลู ก แ ก้ ว 3 ชั้น อ ง ค์ ร ะ ฆั ง อ ยู่ ใน สภ า พ ชํ า รุ ด แ ล ะ ส่ ว น ย อ ด หั ก ห า ย ไป 1 . เ จ ดี ย์ ท ร ง ด อ ก บั ว ตู ม เ จ ดี ย์ รู ป แ บ บ นี้ เ ป็ น เ อ ก ลั ก ษ ณ์ ข อ ง ศิล ป ะ สุ โข ทั ย มี รู ป ท ร ง เ พ รี ย ว สูง 2 . เ จ ดี ย์ ท ร ง ป ร า ส า ท เ จ ดี ย์ ที่ มี เ รื อ น ชั้น ห รื อ มี ชั้น ห ลั ง ค า ซ้อ น ล ด ห ลั่ น กั น ขึ้ น ไป มี ลั ก ษ ณ ะ รู ป ท ร ง เ ป็ น แ ท่ ง สี่ เ ห ลี่ ย ม 3 . เ จ ดี ย์ ท ร ง ร ะ ฆั ง มั ก มี ว ง แ ห ว น ห รื อ ล ว ด บั ว ป ร ะ ดั บ อ ยู่ ใต้ อ ง ค์ ร ะ ฆั ง ส่ ว น ย อ ด เ ป็ น ก้ า น ฉั ต ร แ ล ะ ป ล้ อ ง ไฉ น ท ร ง ก ร ว ย 1 9


วัดเขาพนมเพลิงปรากฏเรื่องราวในพงศาวดาร เหนือตอนที่เกี่ยวกับตํานานการสร้างเมือง สวรรคโลก เรื่องฤษีสัชนาลัย โดยตั้งอยู่บนยอด เขากลางเมืองศรีสัชนาลัย มีบันไดทางขึ้นก่อ ด้วยศิลาแลง จํานวน 114 ขั้น โบราณสถานที่ สําคัญประกอบด้วย เจดีย์ทรงระฆัง ฐานชั้น ล่างเป็นชุดฐานเขียงหน้ากระดานภายใน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดกุฎีรายสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ริมแม่น้ํายม นอกกําแพงเมืองศรีสัชนาลัยด้านทิศเหนือ โบราณ สถานที่สําคัญภายในวัด ประกอบด้วย วิหารโถง ขนาด 4 วิหาร ด้านหลังมณฑปเป็นเจดีย์ ขนาดเล็ก ทรงดอกบัวตูม 3 องค์ และทรงระฆัง 1 องค์ วัดกุฎีราย วัดโคกสิงคารามตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งมีวัด ช้างล้อมเป็นศูนย์กลาง และอยู่ติดกับกำ แพง ระหว่างเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองเชลียง โบราณ สถานประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมสามองค์ก่อด้วย ศิลาแลงมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ภายในโบสถ์ รอบเจดีย์ประธานสามองค์มีเจดีย์รายอยู่ 4 องค์ วัดโคกสิงคาราม วัดเขาสุวรรณคีรีเป็นวัดในพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นใน สมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บนยอดเขากลางเมืองศรีสัชนาลัย มีจุดเด่นอยู่ที่เจดีย์ประธานซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ขนาดใหญ่ มีทรวดทรงสัดส่วนสง่างาม ฐานชั้นล่าง สุดเป็นฐานเขียงหน้ากระดานลดหลั่นกัน 5 ชั้น มีการ ประดับซุ้มจระนําบนฐานเขียงชั้นบนสุดทั้งสี่ด้าน วัดสุวรรณคีรี วัดเขาพนมเพลิง 20


เป็นวัดที่ถูกกล่าวถึงในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า พ่อขุนรามคําแหงมหาราช ทรงมีพระราชดําริให้ ขุดเอาพระบรมสารีริกธาตุออกมาบูชาเฉลิม ฉลอง เป็นเวลาหนึ่งเดือนกับหกวัน จากนั้น จึง นํากลับไปฝังที่กลางเมืองศรีสัชนาลัยพร้อมทั้ง สร้างเจดีย์ครอบไว้และสร้างกําแพงล้อมรอบ ใช้เวลาในการ ก่อสร้างทั้งสิ้น 4 ปี เดิมเชื่อว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคําแหงมหาราช สร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 1828 วัดช้างล้อม แต่ภายหลังจากมีการขุดค้นทาง โบราณคดี พ.ศ. 2527 - 2528 ค้นพบหลัก ฐานทางโบราณคดีประเภทเครื่องถ้วยจีน สมัยราชวงศ์หยวนในชั้นล่างสุดก่อนการ สร้างวัด ซึ่งเครื่องถ้วย สมัยราชวงศ์หยวน นี้มีการผลิตขึ้นอยู่ในช่วงพุทธศักราช 1840 - 1911 ดังนั้นวัดช้างล้อมอาจมิใช่วัด เดียวกันกับวัดที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึก แต่อาจสร้างขึ้นในสมัยของพญาลิไทเจดีย์ ประธานเป็นเจดีย์ทรงระฆังบนฐานประทักษิณ สูง รอบฐานประทักษิณมีประติมากรรม ลอยตัว รูปช้างประดับอยู่โดยรอบรวม 39 เชือก บน ฐานประทักษิณมีซุ้มจระนําประดิษฐานพระพุทธ รูปปูนปั้นปางมารวิชัยจํานวน 20 ซุ้ม องค์ระฆัง ตั้งอยู่เหนือชั้นบัวถลาและบัวปากระฆัง รองรับ บัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม บริเวณก้านฉัตรประดับ ด้วยประติมากรรมนูนต่ํารูปพระพุทธรูปลีลา 21


เป็นศูนย์กลาง การผลิต เครื่องสังคโลก เครื่องสังคโลก เมืองโบราณ ศรีสัชนาลัย ศรีสัชนาลัยเมืองโบราณเดิมชื่อเมืองเชลียง เป็น ศูนย์กลางการผลิตเครื่องสังคโลกนับตั้งแต่พุทธศตวรรษ ที่ 19 ถึงพุทธศตวรรษที่ 23 เครื่องปั้นดินเผาศรีสัชนาลัยมี คุณภาพดีเพราะใช้ช่างฝีมือหลายแขนงผนวกกับวิธีการ ซึ่งเรียนรู้จากเครื่องปั้นของต่างชาติ สังคโลกเป็นเครื่องป้ันดินเผาคุณภาพดีมีการเคลือบผิวและ ตกแต่งลวดลายงดงาม โดยเตาเผาและ เทคนิคการเผาได้ รับการพฒันามาเป็นเวลานานนับร้อยปี ต้้งแต่สมัยตันกรุง สุโขทัยจนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังที่มีเตาเผาปรากฏอยู่ ที่อำ เภอศรีสัชนาลัย ต้้งแต่ข้้นตอนการเตรียมดิน หมัก ดิน และป้ันเป็นภาชนะต่าง ๆ แลว้จึงไปสู่ข้้น ตอนของการเผาภาชนะ อีกท้้งแหล่งน้ำ ยงัใชเ้ป็นเส้นทางการส่งออกที่สำ คัญอีกดว้ย 22


เตาสังคโลก เตาสังคโลก หรือ เตาทุเรียง เป็นชื่อเรียกเตาเผาถ้วยชามสังค โลก มักพบอยใู่นบริเวณใกล้ แหล่งน้า เพราะน้า เป็นส่วน สำ คัญในกระบวนการผลิตทั้ง การเตรียมดิน หมักดิน และปั้น แหล่งเตาบา้นเกาะนอ้ย ต้้งอยู่บริเวณหมู่บา้นเกาะน้อยฝั่งตะวันตก ห่างจาก กำ แพง เมืองศรีสัชนาลยั ปัจจุบันสำ รวจพบแหล่งเตาจำ นวน 120 เตากระจาย ตัว เรียงรายอยู่บนพื้นที่ราบริมฝั่งแม่น้ายม เป็นแนวยาว ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่ง อุตสาหกรรมเครื่องสังคโลกที่บ้านเกาะน้อยพัฒนาการทางเทคโนโลยีจากประเทศ จีน ในปัจจุบันได้ดำ เนินการขุดค้นพบเตาเผา และจัดแสดงในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ กลางแจ้ง 2 แห่ง คือ ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก กลุ่มหมายเลข 61 และ ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์กลุ่มเตาสังคโลกหมายเลข 42 และ 123 โดยผลิตภัณฑ์ของเตาหมายเลข 61 น้้ได้แก่ ไห ครก ประเภทไม่มีการเคลือบ ส่วนความเป็นมาของการศึกษาวิจัยและอนุรักษ์แหล่งเตาเผาสังคโลกเริ่มขึ้นโดย กรมศิลปากรตั้งแต่ พ.ศ.2503 และ พ.ศ.2507 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัย ศิลปากรได้ทำ การขุดแต่งเพื่อศึกษาความเป็นมาและรูปแบบเตา เตาทุเรียงที่สำ รวจพบมีอยู่ 3 บริเวณ คือ เตาทุเรียงบริเวณ เมืองเก่าสุโขทัย, เตาทุเรียงป่า ยาง, และเตาทุเรียงเกาะน้อย กลุ่มเตาหมายเลข 61 ปี พ.ศ.2514-2515 หน่วยศิลปากรที่ 3 จังหวัดสุโขทัย ได้ดำ เนินการอนุรักษ์ ซ่อมแซมเตาจำ นวน 5 เตา ปี พ.ศ.2523 โครงการโบราณคดีเครื่องถ้วยไทย โดยคณะวิจัยไทย-ออสเตรเลีย โดยทำ การขุดค้นและสำ รวจ พบเตกเผาเครื่องสังคโลกมากกว่า 150 เตา ปี พ.ศ.2525 คณะวิจัยไทย-ออสเตรเลียสำ รวจพบเตาทุเรียงหมายเลข 61 กรมศิลปากรได้บำ รุงรักษาเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์สืบต่อไป 23


การศึกษาวิจัยและอนุรักษ์แหล่ง เตาเผาสังคโลกศรีสัชนาลัยได้มี การร่วมมือกันระหว่างกรม ศิลปากรและ คณะสำ รวจ โบราณคดีของมหาวิทยาลัย แอตดาเลต โดยพื้นที่ทำ การขุด ค้นบริเวณกลุ่มเตาหมายเลข 42 การขุดค้น ในคร้ังน้้น ได้พบซาก เตาเผาที่มีการสร้างทับซ้อน กัน ถึง 9 ช้้น โดยมีเตาหมายเลข 110 เป็นเตาช้้นล่างสุดที่อยู่ต่ำ กว่าระดับพื้นดิน พบหลักฐาน อย่างเครื่องถ้วยเน้ือหยาบมี การเคลือบไม่สม่ำ เสมอมีการ ตกแต่งลายอย่างง่ายๆ และมี รูปทรงการผลิตที่ไม่ซับช้อนหรือ มีความหลากหลายมากนัก ต่าง จากกลุ่มเตาที่อยู่ในระดับบนๆ จาก ความสามารถและ พัฒนาการในการผลิตอย่าง ยาวนาน ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการทำ เครื่องปั้นดินเผาที่เมือง ศรีสัชนาลัยน้้น เริ่มจากการ เรียนรู้และทดลองจาก ภูมิปัญญาของคนภายในชุมชน กลุ่มเตาหมายเลข 42 และ 123 24


เครื่องปั้นดินเผา นักโบราณคดีขุดค้นพบหลักฐานโครงกระดูก ลูกปัด และเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะศิลปะทวารวดีที่ชุมชน เชลียงบริเวณวัดชมชื่น สันนิษฐานว่ามีพัฒนาการมา ตั้งแต่ปลายยุคโลหะ ระยะแรกผลิตเครื่องปั้นดินเผา เนื้อแกร่งแบบขอม สีเทาหรือเทาคำ ต่อมาได้รับอิทธิพลจีนในการเขียนลวดลายจึงเกิด การผสมผสานและก่อให้เกิดเครือข่ายวัฒนธรรม ระหว่างสรีสัชนาลัยกับชุมชนรอบ ๆ นอกจากผลิตใช้ ภายในแล้วยังส่งออกไปยังบ้านเมืองใกล้เคียงด้วย การแบ่งกลุ่ม เครื่องปั้นดินเผา ดอน ไฮน์ อาจารย์จากหน่วย สำ รวจโบราณคดี ประเทศออสเตรเลีย แบ่ง เครื่องปั้นดินเผาศรีสัชนาลัย ออกเป็น 3 กลุ่ม 1. เครื่องถ้วยมvญ ขุดพบ ในชั้นล่างสุดของแหล่งเตา 2. เครื่องถ้วยที่เป็นระยะ หัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่าง เครื่องถ้วยมอญและสุโขทัย 3. เครื่องถ้วยสุโขทัย เป็นเครื่องถ้วยที่ผลิตจาก เตา เมืองเชลียงเพื่อส่งเป็น สินค้าออก 2.ประเภทเคลือบสีน้ำ ตาลเนื้อดินหยาบ ปัจจุบันชาวศรีสัชนาลัยยังคงผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สืบทอด รูปแบบสมัยโบราณอย่างเคร่งครัด แสดงวัฒนธรรมของ ชาติที่งดงามทรงคุณค่ามาทุกยุค 1.ประเภทไม่เคลือบ เป็นเครื่องปั้นดินเผา เนื้อไม่แกร่ง ไม่ชุบน้ำ ยา เคลือบผิว น้ำ ยา เคลือบมีสองสีคือสีขาว สีน้ำ ตาล เนื้อดินละเอียด การตกแต่งลวดลายมักขูดขีดลงบนเนื้อหิน ชุปน้ำ ยา เคลือบสีน้ำ ตาลอ่อนจนถึงน้ำ ตาลแก่ 3.ประเภทเคลือบสีเขียว เป็นประเภทที่มีลักษณะเด่นที่สุด น้ำ ยา เคลือบมีสีเขียว สดใส สมัยโบราณน้ำ ยา เคลือบมีลักษณะแตกลายงา 4 .ประเภทเคลือบสองสี 5.ประเภทเขียนลายสีดำ ใต้เคลือบ เขียนลายด้วยสีดำ ใต้เคลือบที่ได้จากสนิมเหล็ก แล้วเคลือบ ด้วยน้ำ ยาสีขาวใสหรือเขียวใส ลวดลายมักทำ เป็นรูปปลา 25


อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยศรีสัชนาลัย ในปัจจุบันได้รับการ อนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำ คัญ ของประเทศ มีลักษณะการใช้พื้นที่ทั้งส่วนที่เป็นโบราณสถานที่ได้รับ การดูแลโดยกรมศิลปากร และพื้นที่ข้างเคียงซึ่งที่อยู่อาศัยของ ชุมชนท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ให้ตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม และช่วยกันดูแล รักษาให้เป็นมรดกที่ทรงคุณค่าตกทอดไปสู่อนุชนรุ่นหลังสืบไป บทที่ 4 แนวทางการอนุรักษ์อุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย 26


โบราณวัตถุและโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ใน เมืองประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นถึงผลงาน สร้างสรรค์อันล้ำ เลิศของมนุษย์ ความงดงาม อลังการของสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สุโขทัยเป็นต้นแบบที่ส่งอิทธิพลให้ศิลปกรรม ไทยในระยะต่อมา ความเป็นเอกลักษณ์ที่โดด เด่นเฉพาะ เป็นสิ่งยืนยันถึงความสำ เร็จของ ศิลปกรรมไทยยุคแรกนี้ได้เป็นอย่างดี คุณค่าแห่งความเป็นมรดกโลก “เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของ วัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็น อยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว” หลักเกณฑ์ข้อที่ 1 “เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้น เอกที่จัดทำ ขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญ ฉลาดของมนุษย์” หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 ปัจจุบันสุโขทัยศรีสัชนาลัย เป็นเมืองโบราณที่ปรากฏ ร่องรอยหลักฐานของ อารยธรรมอันรุ่งเรืองใน อดีต สะท้อนให้เห็นภาพ ของอาณาจักรสุโขทัยใน ความเป็น “รุ่งอรุณแห่ง ความสุข” เป็นต้นกำเนิดของ ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ได้ พัฒนาเป็นรัฐสำ คัญของ ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ใน ระหว่างพุทธศตวรรษที่18-20 เป็นเวลานานประมาณ 200 ปี ด้วยความโดดเด่นนี้เองส่งผล ให้เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร ได้รับการ อนุรักษ์และพัฒนาให้เป็น อุทยานประวัติศาสตร์ ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ใน บัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก เมื่อปีพุทธศักราช 2534 ด้วย คุณค่าความโดดเด่นตาม เกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้ 27


1. ทำ นุบำ รุง รักษา โบราณสถานในเขต 2. พัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ และสภาพ แวดล้อมให้เหมาะสมถูกต้องตามหลักฐาน ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ 3. ให้บริการการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. ส่งเสริม สนับสนุนองค์กร เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจของประชาชน 5. การให้บริการด้านข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภาค รัฐและเอกชนในการดำ เนินกิจกรรมด้าน ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งงาน บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 6. บริหารจัดการ ภายในอุทยานที่ไม่ขัดกับ ข้อมูลทางวิชาการและหลักการอนุรักษ์โ 7. ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วิธีอนุรักษ์โบราณสถานและ โบราณวัตถุ กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ รับผิดชอบการอนุรักษ์โบราณสถานและ โบราณวัตถุเพื่อรักษาคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์กรมศิลปากรนั้นได้วาง ระเบียบปฏิบัติหลายประการที่เน้นเรื่อง การรักษาให้คงคุณค่าของเดิมให้ปรากฏ เด่นชัดมากที่สุด เช่น ระเบียบข้อที่ 14 ระบุว่า " บราณสถานที่เป็นปูชนียสถาน อันเป็นที่เคารพบูชาจะต้องบูรณะไว้โดย ไม่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงลักษณะ เพื่อ ทรงคุณค่าหรือเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไป" เป็นต้น 28


แม้ว่าประเทศของเราจะมี พระราชบัญญัติโบราณวัตถุ โบราณสถานมาตั้งแต่ พ.ศ.2504 อนุสัญญา ระหว่างประเทศ และทำ สัญญากับบางประเทศ เพื่อ ป้องกันการนำ เข้า-ส่งออก โบราณวัตถุที่ผิดกฎหมาย เช่น โบราณวัตถุ และศิลป วัตถุที่เป็นหลักฐานความ เป็นมาของประเทศชาติ และเป็นมรดกตกทอดมา จากบรรพบุรุษผู้สร้างขึ้น มาเท่านั้นต่กระนั้นก็ยังมี การซื้อขายโบราณวัตถุ อัน เป็นสมบัติของชาติกันอย่าง กว้างขวางวิธีเดียวที่อาจ ช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ กระตุ้นจิตสำ นึกของคนให้มี คุณธรรม ให้มีความรู้สึกผิด ชอบ ที่จะร่วมแรงร่วมใจ อนุรักษ์ทั้งนี้จะต้องรีบ กระทำ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้น ไป เพราะพรุ่งนี้ก็อาจสาย ไปเสียแล้ว การอนุรักษ์โบราณสถานและ โบราณวัตถุเป็นหน้าที่ของทุกคน 29


กระแสพระราชดำ รัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และความคิดเห็น ของ ม.ล. ปิ่น มาลากุล เกี่ยวกับประโยชน์ของโบราณสถาน และโบราณวัตถุ สรุปได้ดังนี้ ประโยชน์ของโบราณสถานและโบราณวัตถุ 1. แสดงความเป็นมาของประเทศ 2. เป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของคนในชาติ 3. เป็นสิ่งที่โยงเหตุการณ์ในอดีต และปัจจุบันเข้าด้วยกัน 4. เป็นสิ่งที่ใช้อบรมจิตใจของคนในชาติได้ นั่นเป็นทัศนะของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นนักพัฒนาเต็มพระองค์ ต่อการ อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติ เมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว ในขณะที่พระราช บัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งยังใช้กันมาจนทุกวันนี้ จึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ และการ อนุรักษ์นั้น เป็นหน้าที่ของประชาชนทั่วไปด้วยหรือไม่ เหมือนที่กฎหมาย คุ้มครองสมบัติวัฒนธรรม ของประเทศอื่นบางประเทศ 30


ผู้จัดทำ คณะ ค รุ ศ า สตร์ ส า ข า วิ ช า สั ง ค ม ศึ ก ษ า ชั้ น ปี ที่ 4 ห้ อ ง 2 นายปัณณวิชญ์ สัตพงศ์พันธุ์ 61111616031 นางสาวฐิติพร พุ่มไพร นางสาวสกาวรัตน์ พรหมพิทยากูล 61111616036 61111616038


นางสาวกมลพรรณ พันธุเมฆ 61111616056 นางสาวมินตรา เขตการ นางสาวกรรณิการ์ ไทยอยู่ 61111616058 61111616060 นางสาวชุติมณฑน์ ชื่นชม 61111616055 นางสาวอินธิราพร สนิทผล 61111616048


บ ร รณา นุ ก ร ม


Click to View FlipBook Version