พระเจา้ ตาก
รายงานเล่มนีเปนส่วนหนึงของวิชาคอมพิวเตอร์
ชันมัธยมศึกษาปที 4 เพือใหไ้ ด้ศึกษาหาความรูใ้ น
เรอื งพระเจ้าตากฯ
และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพือเปนประโยชน์กับการ
เรยี น
ผู้จัดทําหวังว่ารายงานเล่มนีจะเปนประโยชน์
กับผู้อ่าน
หรอื นักเรยี น นักศึกษาทีกําลังหาข้อมูลเรอื งนีอยู่
หากมีข้อแนะนาํ หรอื ข้อผิดพลาดประการใด
ผู้จัดทําขอน้อมรบั ไว้และขออภัยมา ณ ทีนี
ปุณพล บุญมา
คํานํา 3
พระราชประวตั ิ 5-13
พระราชกรณียกิจ 14-20
สาเหตกุ ารตังกรุงธนบุรี 21-26
บรรณานุกรม 27
พระราชประวตั ิ
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช หรอื สมเด็จ
พระเจา้ กรุงธนบุรี ทรงมพี ระนามเดิมวา่ “สนิ ”
(ชอื จนี เรยี กวา่
“เซนิ เซนิ ซนิ ) พระราชสมภพเมอื วนั อาทิตยท์ ี ๑๗
เมษายน พ.ศ. ๒๒๗๗
พระราชบดิ าเปนชาวจนี แต้จวิ ชอื “นายไหฮอง”
ได้สมรสกับหญิงไทยชอื ”นางนกเอียง” ในชว่ ง
รชั สมยั พระเจา้ อยูห่ วั บรมโกศ
(สมเด็จพระธรรมราชาธริ าชที ๓)
ซงึ เจา้ พระยาจกั รไี ด้ขอไปอุปการะเปนบุตร
บุญธรรมตังแต่ครงั เยาวว์ ยั
ครนั อายุ ๕ ป เจา้ พระยาจกั รไี ด้นําไปฝากเรยี นกับ
พระอาจารยท์ องดี วดั โกษาวาส
(วดั คลัง) ทรงศึกษาหนังสอื ขอมและหนังสอื ไทย
จนจบบรบิ ูรณ์
ตลอดจนศึกษาพระไตรปฎกจนแตกฉาน ต่อมา
เมอื อายุครบ ๑๓ ป
เจา้ พระยาจกั รไี ด้นําตัวเด็กชายสนิ ไปถวายตัวเปน
มหาดเล็ก
ในสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั บรมโกศและได้ทรงโปรด
เกล้าฯ ใหท้ ําราชการกับหลวงศักดินายเวรซงึ เปน
บุตรของเจา้ พระยาจกั รี
เมอื มเี วลาวา่ งจะศึกษาหาความรู้ กับอาจารยช์ าว
จนี อาจารยช์ าวญวน และ
อาจารยช์ าวแขก จนเชยี วชาญและสอื สารไดอ้ ยา่ ง
คล่องแคล่วทัง ๓ ภาษา
ครนั เมอื อายุครบ ๒๑ ป ได้อุปสมบท ณ วดั โกษา
วาส ทรงดํารงอยูใ่ นสมณเพศได้ ๓
พรรษา จงึ ลาสกิ ขา และกลับมารบั ราชการตาม
เดิม ด้วยความฉลาด
รอบรูข้ นบธรรมเนียมตลอดจนภารกิจต่างๆ
อยา่ งดี สามารถทํางานต่างพระเนตรพระกรรณ
ได้
จนได้รบั พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหเ้ ปนมหาดเล็ก
รายงานราชการทังหลายในกรมมหาดไทย และ
กรมวงั ศาลหลวง
ต่อมาป พ.ศ. ๒๓๐๘ พมา่ ยกกองทัพมาตีไทยอีก
พระยาตากได้มาชว่ ยรกั ษาพระนครไวไ้ ด้
จงึ ได้ปูนบาํ เหน็จความดีความชอบ ได้รบั โปรด
เกล้าใหเ้ ลือนเปน “พระยาวชริ ปราการ
เจา้ เมอื งกําแพงเพชร” แต่ยงั ไมท่ ันได้ปกครอง
เมอื งกําแพงเพชร
ก็เกิดศึกกับพมา่ ครงั สาํ คัญ จงึ ถกู เรยี กตัวใหเ้ ขา้
รบั ราชการในกรุง
เพอื ปองกันพระนคร จนถึงป พ.ศ. ๒๓๐๙ ขณะที
ไทยกับพมา่ กําลังรบกันอยา่ งดเุ ดือด
พระยาวชริ ปราการ เกิดท้อแท้ใจหลายประการคือ
๑. พระยาวชริ ปราการ คมุ ทหารออกไปรบนอก
เมอื งจนได้ชยั ชนะยดึ ค่ายพมา่ ได้
แต่ทางผรู้ กั ษาพระนครไมส่ ง่ กําลังไปหนุน ทําให้
พมา่ สามารถยดึ ค่ายกลับคืนได้
๒. ขณะทียกทัพเรอื ออกรบรว่ มกับพระยา
เพชรบุรี พระยาวชริ ปราการ
เหน็ วา่ พมา่ มกี ําลังมากกวา่ จงึ หา้ มมใิ หพ้ ระยา
เพชรบุรอี อกรบ แต่พระยาเพชรบุรี
ฝนออกรบ จนพา่ ยแพแ้ ก่พมา่ จนตัวตายใน
สนามรบ พระยาวชริ ปราการ
ถกู กล่าวหาวา่ ทอดทิงใหพ้ ระยาเพชรบุรเี ปน
อันตราย
๓. ก่อนเสยี กรุง ๓ เดือน พมา่ ยกทัพเขา้ ปล้น
พระนคร
ทางด้านทีพระยาวชริ ปราการรกั ษาอยู่ เหน็
จวนตัว จงึ ยงิ ปนใหญ่ขดั ขวาง
โดยมไิ ด้ขออนุญาตจากศาลาลกู ขุน จงึ ถกู ฟอง
ชาํ ระโทษภาคทัณฑ์
ด้วยสาเหตดุ ังกล่าว พระยาวชริ ปราการเหน็ วา่ ขนื
อยูช่ ว่ ยปองกันพระนครต่อไป
ก็ไมม่ ปี ระโยชน์อันใด และเชอื วา่ กรุงศรอี ยุธยา
ต้องเสยี แก่พมา่ ในครงั นีเปนแน่
ดังนันในชว่ งพลบคําวนั เสาร์ ขนึ ๔ คํา เดือนยี
ปจอ อัฐศก (พ.ศ. ๒๓๐๙)
พระยาวชริ ปราการได้พาเหล่าทหารเอกคือ พระ
เชยี งเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพชิ ยั ราชา
(ต่อมาเปนพระพชิ ยั ดาบหกั ) หลวงราชเสน่หา ขุน
อภัยภักดี พรอ้ มสมคั รพรรคพวกประมาณ
๕๐๐ นาย ตีฝาวงล้อมออกจากค่ายพชิ ยั มุง่ ออก
ไปจากทิศตะวนั ออกเฉียงใต้
ตีออกมาทางบา้ นหนั ตรา (ท่งุ หตั รา อําเภออุทัย
จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา ในปจจุบนั )
กองทัพพมา่ บางสว่ นได้ไล่ติดตามมาทันทีบา้ น
ขา้ วเมา่ บา้ นสม้ บณั ฑิต
(ในเขตอําเภออุทัย) และต่อสกู้ ันจนถึงเทียงคืน
พมา่ ก็ถอยทัพกลับไป
ครนั ถึง พ.ศ. ๒๓๑๐ พมา่ ก็ยกทัพตีพระนคร นับ
เปนเวลาทีพมา่ ล้อมค่ายอยูถ่ ึง ๑
ป ๒ เดือน กรุงศรอี ยุธยาจงึ เสยี แก่พมา่ ในรชั
สมยั พระเจา้ เอกทัศน์
ถือเปนพระมหากษัตรยิ อ์ งค์สดุ ท้ายของกรุง
ศรอี ยุธยา
หลังจากเสยี กรุงศรอี ยุธยาแล้ว บา้ นเมอื งเกิด
แตกแยก หวั เมอื งต่างๆ
ตังตัวเปนใหญ่ต่างคนต่างรวมสมคั รพรรคพวก
ตังเปนก๊กต่างๆ ได้แก่
ก๊กสกุ ีพระนายกอง ก๊กพระยาพษิ ณุโลก ก๊ก
พระเจา้ ฝาง ก๊กเจา้ พระยานครศรธี รรมราช และ
ก๊กเจา้ พมิ าย
พระยาวชริ ปราการได้จดั เตรยี มกองทัพอยูเ่ ปน
เวลา ๓ เดือน ก็ยกกองทัพเรอื เขา้ มาทางปากนํา
เจา้ พระยา
จนตีเมอื งธนบุรแี ตก จบั นายทองอินประหาร แล้ว
เลยไปตีค่ายโพธสิ ามต้น แตกยบั เยนิ
ครนั ถึง พ.ศ. ๒๓๑๐ พมา่ ก็ยกทัพตีพระนคร นับ
เปนเวลาทีพมา่ ล้อมค่ายอยูถ่ ึง ๑
ป ๒ เดือน กรุงศรอี ยุธยาจงึ เสยี แก่พมา่ ในรชั
สมยั พระเจา้ เอกทัศน์
ถือเปนพระมหากษัตรยิ อ์ งค์สดุ ท้ายของกรุง
ศรอี ยุธยา
หลังจากเสยี กรุงศรอี ยุธยาแล้ว บา้ นเมอื งเกิด
แตกแยก หวั เมอื งต่างๆ
ตังตัวเปนใหญ่ต่างคนต่างรวมสมคั รพรรคพวก
ตังเปนก๊กต่างๆ ได้แก่
ก๊กสกุ ีพระนายกอง ก๊กพระยาพษิ ณุโลก ก๊ก
พระเจา้ ฝาง ก๊กเจา้ พระยานครศรธี รรมราช และ
ก๊กเจา้ พมิ าย
พระยาวชริ ปราการได้จดั เตรยี มกองทัพอยูเ่ ปน
เวลา ๓ เดือน ก็ยกกองทัพเรอื เขา้ มาทางปากนํา
เจา้ พระยา
จนตีเมอื งธนบุรแี ตก จบั นายทองอินประหาร แล้ว
เลยไปตีค่ายโพธสิ ามต้น แตกยบั เยนิ
พระราชกรณียกิจ
-ด้านการปกครอง ยงั คงใชร้ ะบบการปกครอง
แบบกรุงศรอี ยุธยา สว่ นด้านกฎหมาย
เมอื ครงั กรุงแตก กฎหมายบา้ นเมอื ง
กระจดั กระจายหายสญู ไปมาก
จงึ โปรดใหท้ ําการสบื เสาะค้นหามา
-ด้านเศรษฐกิจ เนืองในสมยั กรุงธนบุรี เปนระยะ
เวลาทีสรา้ งบา้ นเมอื งกันใหม่
การค้าเจรญิ รุง่ เรอื งทังของหลวงและของราษฎร
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงทํานุบาํ รุงการ
ค้าขายทางเรอื อยา่ งเต็มที
ทรงแต่งสาํ เภาหลวงออกไปค้าขายทางด้านตะวนั
ออกไปถึงเมอื งจนี
ทางด้านตะวนั ตกเฉียงเหนือถึงอินเดียตอนใต้
ผลประโยชน์ทีได้รบั จากการค้าของหลวงชว่ ย
บรรเทาภาระภาษีของราษฎรไปได้มาก
สมเด็จ พระเจา้ ตากสนิ ฯ ทรงสง่ เสรมิ การนํา
สนิ ค้าพนื เมอื งไป
-ด้านการคมนาคม ใน
ยามวา่ งจากศึกสงคราม จะโปรดใหต้ ัดถนนและ
ขุดคลองมากขนึ เพอื ประโยชน์ในทางค้าขาย
ทรงยกเลิกความคิดแนวเก่าทีวา่ หากถนนหนทาง
การคมนาคมมมี ากแล้ว
จะเปนการอํานวยความสะดวกใหข้ า้ ศึกศัตรู และ
พวกก่อการจลาจล
แต่กลับทรงเหน็ ประโยชน์ในทางค้าขายมากกวา่
ดังนันในฤดหู นาวหากวา่ งจากศึกสงคราม
ก็จะโปรดใหต้ ัดถนน และขุดคลอง จะเหน็ ได้จาก
แนวถนนเก่า ๆ ในเขตธนบุรี
ซงึ มอี ยูม่ ากสาย
-ด้านศิลปกรรม ใน สมยั นี
แมส้ มเด็จพระเจา้ ตากสนิ กรุงธนบุรจี ะมกี ารงาน
ศึกสงครามแทบจะมไิ ด้วา่ งเวน้ ก็ ตาม
แต่ก็ทรงหาโอกาสฟนฟู และบาํ รุงศิลปกรรมไทย
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ทางด้านนาฏดรุ ยิ างค์
และวรรณกรรม ด้านนาฏดรุ ยิ างค์โปรดใหฟ้ นฟู
อยา่ งเต็มที
เพอื สรา้ งบรรยากาศทีรนื เรงิ ครกึ ครนื เหมอื นครงั
กรุงเก่านับเปนวธิ ี
บาํ รุงขวญั ทีใกล้ตัวราษฎรทีสดุ พระราชทาน
โอกาสใหป้ ระชาชนทัวไป
เปดการสอนและออกโรงเล่นได้โดยอิสระ
เครอื งแต่งกายไมว่ า่ จะเปนเครอื งต้นเครอื งทรงก็
แต่งกันได้ตามลักษณะ
-ด้านการศาสนา โปรด
ใหป้ ฏิสงั ขรณ์วดั วาอารามต่าง ๆ
ทีรกรา้ งปรกั หกั พงั ตังแต่ครงั พมา่ เขา้ เผาผลาญ
ทําลายและกวาดต้อนทรพั ยส์ นิ ไปพมา่
แล้วโปรดใหอ้ าราธนาพระภิกษุสงฆเ์ ขา้ จาํ วดั ต่าง
ๆ
สว่ นพระไตรปฎกยงั เหลือตกค้างอยูท่ ีใด ก็โปรด
ใหค้ ัดลอกสรา้ งเปนฉบบั หลวง
แล้วสง่ คืนกลับไปทีเดิม
เรอื งสงั ฆมณฑล
โปรดใหด้ ําเนินตามธรรมเนียมการปกครองคณะ
สงฆท์ ีมมี าแต่ก่อน
โดยแยกเปนฝายคันถธุระและฝายวปิ สสนาธุระ
ฝายคันถธุระดําเนินการศึกษาพระปรยิ ตั ิธรรมให้
เจรญิ
สง่ เสรมิ การสอนภาษาบาลี เพอื ชว่ ยการอ่านพระ
ไตรปฎก
-ด้านการศึกสงคราม ขณะ
ทีพระยาตากได้รบั พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ใหเ้ ลือน
ตําแหน่งขนึ เปนพระยาวชริ ปราการ
(สนิ ) สาํ เรจ็ ราชการเมอื งกําแพงเพชรแทนเจา้
เมอื งเดิมทีถึงแก่กรรม
แต่ก็ยงั มไิ ด้ไปครองเมอื งกําแพงเพชร เพราะ
ต้องต่อสกู้ ับขา้ ศึกในการปองกันพระนคร
-ด้านการศึกษาใหบ้ าํ รุงการศึกษาตามวดั ต่างๆ
และโปรดใหต้ ังหอหนังสอื หลวงขนึ เชน่ เดียวกัน
กับสมยั กรุงศรอี ยุธยา
ซงึ คงจะเทียบได้กับหอพระสมุดในระยะหลัง
สว่ นตํารบั ตําราทีกระจดั กระจายไปเมอื คราวกรุง
แตก
ก็โปรดใหส้ บื เสาะหามาจาํ ลองไวเ้ ปนแบบฉบบั
สาํ หรบั ผสู้ นใจอาศัยคัดลอกกันต่อ ๆ ไป
และทีแต่งใหมก่ ็มี
สาเหตกุ าร
ตังกรุงธนบุรี
เหตผุ ลทีทรงเลือกเมอื งธนบุรเี ปนราชธานี
การทีเจา้ ตากได้ทรงเลือกเมอื งธนบุรเี ปนทีตัง
ราชธานีแหง่ ใหม่ มเี หตผุ ลสาํ คัญ
ดังนี
๑) กรุงธนบุรตี ังอยูท่ ีนําลึกใกล้ทะเล
หากขา้ ศึกยก มาทางบก โดยไมม่ ที ัพเรอื
เปนกําลังสนับสนุนด้วยแล้วก็ยากทีจะตีได้สาํ เรจ็
และในกรณีทีขา้ ศึกมกี ําลังมากกวา่ ทีจะรกั ษากรุง
ไวไ้ ด้
ก็อาจยา้ ยไปตังมนั ทีจนั ทบุรี โดยทางเรอื ได้
สะดวก
๒) กรุงธนบุรมี ปี อมปราการอยูท่ ัง ๒ ฟากแมน่ ํา
คือ ปอมวชิ ยั ประสทิ ธแิ ละปอมวไิ ชเยนทรท์ ีสรา้ ง
ไวต้ ังแต่รชั สมยั ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
หลงเหลืออยูพ่ อทีใชป้ องกันขา้ ศึกทีจะเขา้ มา
รุกรานโดยยกกําลังมาทางเรอื ได้บา้ ง
๓) กรุงธนบุรตี ังอยูบ่ นเกาะเหมอื นกรุง
ศรอี ยุธยา
และยงั มสี ภาพเปนทีล่มุ มบี งึ ใหญ่น้อยอยูท่ ัวไป
ซงึ จะเปนเครอื งกีดขวางขา้ ศึกมใิ หโ้ อบล้อม
พระนครได้ง่าย
๔) กรุงธนบุรเี ปนเมอื งเก่า มวี ดั จาํ นวนมากที
สรา้ งไวแ้ ต่สมยั กรุงศรอี ยุธยา
เพยี งแต่บูรณะและปฏิสงั ขรณ์บา้ งเท่านัน ไม่
จาํ เปนต้องสรา้ งวดั ขนึ ใหมท่ ังหมด
๕) กรุงธนบุรี มดี ินดี มคี ลองหลายสาย มนี ําใช้
ตลอดปเหมาะแก่การทํานา
ปลกู ขา้ ว ทําสวนผกั และทําไรผ่ ลไมด้ ้วยเหตนุ ี
เจา้ ตากจงึ ทรงพาผคู้ นมาตังเมอื งหลวงใหมท่ ี
ธนบุรี
บรรณานกุ รม