ชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืนในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี Types of bulbs to the diversity of nocturnal insects in the Resource Protection Area, Rambhai Barni Rajabhat University เมธาวี แป้นชุมแสง โครงการวิจัยทางชีววิทยานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ประจ าปีการศึกษา 2563
2 ชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืนในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี Types of bulbs to the diversity of nocturnal insects in the Resource Protection Area, Rambhai Barni Rajabhat University เมธาวี แป้นชุมแสง โครงการวิจัยทางชีววิทยานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ประจ าปีการศึกษา 2563
3 ใบรับรองงานวิจัย ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา ชื่อเรื่อง ชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืนในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี Types of bulbs to the diversity of nocturnal insects in the Resource Protection Area, Rambhai Barni Rajabhat University ชื่อนักศึกษา นางสาวเมธาวี แป้นชุมแสง รหัสนักศึกษา 6014861022 คณะกรรมการสอบโครงการวิจัยทางชีววิทยา ………………..…………………………………………………… ประธานกรรมการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชุตาภา คุณสุข) ………………..…………………………………………………… อาจารย์ที่ปรึกษา (อาจารย์ ดร. สรศักดิ์ นาคเอี่ยม) ………………..…………………………………………………… กรรมการ (อาจารย์ฉัตรมงคล สีประสงค์) ได้ผ่านการสอบโครงงานวิจัยทางชีววิทยา ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยา ………………..…………………………………………………… หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณมนรัก ค าฉัตร) วันที่............เดือน...............พ.ศ.............
ค โครงการวิจัยเรื่อง ชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืน ในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี นักศึกษา นางสาวเมธาวี แป้นชุมแสง รหัสนักศึกษา 6014861022 หลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา ชีววิทยา คณะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ปีการศึกษา 2563 อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร. สรศักดิ์ นาคเอี่ยม บทคัดย่อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ช นิ ด ข อง ห ล อ ดไ ฟ ต่ อ ค ว า ม ห ล าก ห ล า ย ข อง แ ม ลง ก ล าง คื น ในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี เริ่มการศึกษาในเดือนมีนาคม พ.ศ.2564 ถึง เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 โดยการวางกับดักแสงไฟ 3 ชนิด คือ หลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) และหลอดไส้ธรรมดา บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าบก วางกับดัก จ านวน 5 จุด ทั้งหมด 4 ครั้ง ผลการศึกษาพบแมลงกลางคืนทั้งหมด 208 ตัว จัดอยู่ใน 9 อันดับ 30 วงศ์ 54 ชนิด ผลการวิเคราะห์ดัชนีความหลากชนิดของแมลงสูงสุด คือ กับดักแสงไฟหลอด ฟลูออเรสเซนต์ รองลงมาคือกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา และต่ าสุดคือกับดักแสงไฟหลอด ไดโอดเปล่งแสง (H' = 2.65, 2.34, 2.32 ตามล าดับ) ผลการศึกษาดัชนีความสม่ าเสมอพบว่ากับดัก แสงไฟหลอดไส้ธรรมดามีค่าความสม่ าเสมอสูงที่สุด ส่วนกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์และกับดัก แสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสงมีค่าความสม่ าเสมอเท่ากัน (E = 0.84, 0.76, 0.76 ตามล าดับ) ผลการศึกษาความชุกชุมของแมลงพบด้วงดีดชนิดหนึ่งในสกุล Elateridae เป็นแมลงที่มีความชุกชุม สัมพัทธ์สูงที่สุด และผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สันพบว่าจ านวนชนิดของแมลงและ จ านวนตัวของแมลงมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 (P = 0.045, r = 0.955)
ง Research Project Title Types of bulbs to the diversity of nocturnal insects in the ResourceProtection Area, Rambhai Barni Rajabhat University Name Ms. Methawi Paenchumsaeng No. 6014861022 Course Bachelor of Science Program Biology Faculty Science and Technology University Rambhai Barni Rajabhat University Academic Year 2020 Advisor Assistant Prof. Dr. Chutapa Kunsook Abstract Results of the study of the types of bulbs on the variety of nocturnal insects In the resource cover area, Rajabhat Rajabhat University began studying from March 2021 to April 2021 by setting three types of light traps: fluorescent lamps, light-emitting diode lamps. On the Forest Nature Trail, 5 traps are placed, 4 times in total. The study found a total of 20 8 all insects are classified as 9 Order 3 0 Families 54 Species,The analysis of the highest insect diversity index was fluorescent light traps, second only to ordinary incandescent light traps, and the lowest was the diode light trap. (H' = 2.65, 2.34, 2.32, respectively) A study of the Uniformity Index found that ordinary incandescent light traps had the highest uniformity values. As for light traps, fluorescent lamps and light traps, light-emitting diode lamps have the same uniformity. (E = 0.84, 0.76, 0.76, respectively) A study of the prevalence of insects found that a type of beetle in the genus Elateridae is the insect with the highest relative prevalence, and Pearson's correlation analysis showed that the number of insect species and number of insects was statistically significantly correlated at 0.05. (P = 0.045, r = 0.955).
จ กิตติกรรมประกาศ ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ ดร. สรศักดิ์ นาคเอี่ยม อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการวิจัย ทางชีววิทยาที่ได้กรุณาช่วยให้ค าปรึกษา ความรู้ ค าแนะน า และกรุณาให้ความช่วยเหลือในการ ออกภาคสนาม ตลอดจนการตรวจแก้ไข ปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ ของงานวิจัยให้ถูกต้องและ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จนท าให้งานวิจัยนี้ส าเร็จได้ด้วยดี ผู้วิจัยจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ ขอกราบขอบพระคุณกรรมการการสอบโครงการวิจัยทางชีววิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชุตาภา คุณสุข และอาจารย์ฉัตรมงคล สีประสงค์ ที่เสียสละเวลาอันมีค่าในการให้ค าแนะน า และแก้ไขงานนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบคุณ นางสาวกัญญารัตน์ รื่นภิรมย์ นายศุภชัย บุญแต่ง ที่เสียสละเวลาให้ความ ช่วยเหลือในการออกเก็บตัวอย่าง และอ านวยความสะดวกต่าง ๆ จนการศึกษาภาคสนามส าเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ตลอดจน เพื่อน ๆ ทุกคนที่มีส่วนร่วม และช่วยอ านวยความสะดวกให้งานวิจัยนี้ราบรื่นไปได้ด้วยดี สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งเสริม สนับสนุนทุนการศึกษา คอยเป็น ก าลังใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีเสมอมา ผู้วิจัย ตุลาคม 2564
ฉ สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ค บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ง กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ซ สารบัญภาพ ฌ บทที่ 1 1. บทน า 1 1.1 ความส าคัญและที่มาของปัญหาที่ท าการวิจัย 1 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 2 1.3 ขอบเขตของการวิจัย 2 2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 2.1 อนุกรมวิธานของแมลง 4 2.2 แมลงชนิดต่าง ๆ 4 2.3 การมองเห็นของแมลงกลางคืน 2.4 พฤติกรรมของแมลงที่มีต่อแสงไฟประดิษฐ์ 5 5 2.5 มลภาวะทางแสงต่อแมลง 6 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 8 3. วิธีด าเนินการวิจัย 9 3.1 อุปกรณ์และสารเคมี 9 3.2 พื้นที่ศึกษาวิจัย 3.3 การศึกษาภาคสนาม 10 10 3.4 การศึกษาในห้องปฏิบัติการ 11 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูลค่าดัชนีความหลากชนิด (Species diversity index) 12 3.6 การวิเคราะห์ค่าความสม่ าเสมอ โดยเรียกว่า Shannon evenness 12
ช สารบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า 3.7 การวิเคราะห์ความชุกชุม (Abundance) 13 3.8 การวิเคราะห์ดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงโดยใช้สมการ Sorensen’s similarity coeffident 13 3.9 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ และปริมาณน้ าฝน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิด ของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ 13 4. ผลการวิจัย 14 4.1 ความหลากชนิดของแมลง 14 4.2 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ 32 5. สรุปและอภิปรายผลการศึกษา 35 5.1 ความหลากชนิดของแมลง 35 5.2 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ 37 เอกสารอ้างอิง 39 ภาคผนวก 42 1 รายชื่อแมลงกลางคืนทั้งหมด 41 ประวัติผู้วิจัย 68
ซ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 4.1 ความหลากหลายของแมลงที่พบทั้งหมด 14 4.2 ความหลาดชนิดของแมลงที่พบในหลอดฟลูออเรสเซนต์ 18 4.3 ความหลากชนิดของแมลงที่พบในหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) 21 4.4 ความหลากชนิดของแมลงที่พบในหลอดไส้ธรรมดา 22 4.5 ค่าดัชนีความหลากชนิด 24 4.6 ค่าดัชนีความสม่ าเสมอ (Evenness index) 24 4.7 ค่าดัชนีความคล้ายคลึง (Similarity index) 25 4.8 ความชุกชุมของแมลงทั้งหมด 26 4.9 ความชุกชุมของแมลงที่พบในหลอดฟลูออเรสเซนต์ 28 4.10 ค่าความชุกชุมของหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) 29 4.11 ความชุกชุมของแมลงที่พบในหลอดไส้ธรรมดา 31 4.12 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ 34
ฌ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 3.1 จุดวางกับดักบริเวณป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี จ.จันทบุรี 10 3.2 อุปกรณ์วัดปัจจัยทางกายภาพ 11 3.3 การศึกษาในห้องปฏิบัติการ 11 4.1 จ านวนชนิดแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟทั้ง 3 ชนิด 17 4.2 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟ หลอดฟลูออเรสเซนต์ 20 4.3 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟ หลอดไดโอดเปล่งแสง 22 4.4 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา 23
บทที่1 บทน า 1.1 ความส าคัญและที่มาของปัญหาที่ท าการวิจัย แมลง (Insects) จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในคลาสอินเซ็คตา (Class Insecta) เป็นกลุ่ม ที่ใหญ่ที่สุดและมีการแพร่กระจายกว้างขวางที่สุดในไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthropoda) และเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายมากที่สุดในอาณาจักรสัตว์ โดยมีมากกว่า 800,000 ชนิด ซึ่งมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ๆ รวมกัน แมลงมีขนาดตัวเล็กเมื่อเจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ร่างกายแบ่ง ออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง มีขา 6 ขา มีหนวด 1 คู่ มีปีก 1 คู่ เช่น แมลงวัน เป็นต้น หรือมีปีก 2 คู่ เช่น แมลงสาบ แมลงปอ เป็นต้น หรืออาจไม่มีปีกเลยก็ได้ เช่น แมลงหางดีด มด เหา เป็นต้น (Soraya, 2020) ปัจจุบันแมลงทั่วโลกก าลังลดลงอย่างรวดเร็วมีสาเหตุมาจาก การสูญเสียที่อยู่อาศัย การใช้ยาฆ่าแมลง สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกราน และการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ แต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าแสงไฟในเวลากลางคืนเป็นอีกสาเหตุที่ส าคัญ แต่มักถูกมองข้าม (Owens et al., 2020) แสงประดิษฐ์ในเวลากลางคืนใช้เพื่อสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ แต่การใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น (Justice and Justice, 2016) ช่วงความยาวคลื่นแสงและรังสี UV จากหลอดไฟเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถดึงดูด แมลงได้ ซึ่งหลอดไฟต่างชนิดกันจะมีความกว้างของสเปกตรัมของแสงและปริมาณของ UV ไม่เท่ากัน ความสามารถในการดึงดูดแมลงจึงไม่เท่ากัน แสงประดิษฐ์ในเวลากลางคืนส่งผลกระทบต่อ ธรรมชาติและระบบนิเวศมากขึ้นเรื่อย ๆ สัตว์หลายกลุ่มได้รับผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยเฉพาะนกและแมลงกลางคืน (McDonnell et al., 2009) ผลกระทบจากแสงไฟประดิษฐ์อาจ ท าให้แมลงกลางคืนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสัมผัสผิวที่ร้อนของหลอดไฟ นอกจากนี้ แสงไฟประดิษฐ์ยังสามารถรบกวนพฤติกรรมของแมลงในการหาอาหาร การหาคู่ผสมพันธุ์ การวางไข่ และการฟักไข่ เป็นต้น (Justice and Justice, 2016) แสงไฟประดิษฐ์จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท าให้ แมลงกลางคืนมีจ านวนลดลง ปัญหามลพิษทางแสงจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจเนื่องจาก แมลงไม่ได้ท าหน้าที่ช่วยผสมเกสรพืชจ านวนนับไม่ถ้วนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานของห่วงโซ่อาหาร อีกมากมาย (Daley, 2019) พื้นที่ปกปักทรัพยากร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี มีสภาพเป็นแอ่งลุ่มต่ า รองรับน้ าจากส่วนต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ท าให้ป่ามีความชื้นสูง มีน้ าซึมซับจากใต้ดินตลอดเวลา
2 จัดเป็นป่าดิบชื้นผสมป่าพรุ ดินมีค่า pH เป็นกรดอ่อน ๆ ท าให้ป่ามีความหลากหลายทางชีวภาพ ค่อนข้างสูง ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งบริเวณรอบ ๆ ป่าและอาคารต่าง ๆ มีการใช้แสงไฟประดิษฐ์เพื่อ ให้แสงสว่างและอ านวยความสะดวกต่อการท ากิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น ในเวลากลางคืน แสงไฟประดิษฐ์ในบางจุดอาจรบกวนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแมลงกลางคืน และอาจเป็นไปได้ว่าแสงไฟประดิษฐ์ต่างชนิดกันจากการใช้ประโยชน์ที่ต่างกันของผู้อาศัยในบริเวณนั้น อาจส่งผลต่อการดึงดูดแมลงได้มากน้อยต่างกัน ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาและ ทดลองเกี่ยวกับชนิดของแสงไฟประดิษฐ์จากประเภทของหลอดไฟที่ต่างกัน หลอดไฟชนิดใดมีผลต่อ การดึงดูดแมลงกลางคืนในพื้นที่ปกปักทรัพยากรได้น้อยที่สุดเพื่อลดการรบกวนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ของแมลงกลางคืนในพื้นที่ป่าและบริเวณโดยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งสามารถน าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามา ปรับใช้ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบของแสงไฟประดิษฐ์ที่มีต่อแมลงได้ในอนาคต 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาผลของการใช้กับดักแสงไฟประดิษฐ์ต่างชนิดกันในการดักจับแมลงกลางคืน 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการดึงดูดแมลงของหลอดไฟประดิษฐ์แต่ละชนิด 1.3 ขอบเขตของการวิจัย 1.3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา/ตัวแปร ตัวแปรต้น ได้แก่ ชนิดของแสงประดิษฐ์ที่ต่างกัน ดังนี้ 1) หลอดฟลูออเรสเซนต์ 2) หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) 3) หลอดไส้ธรรมดา ตัวแปรตาม ได้แก่ ชนิดและจ านวนแมลงที่ดักจับได้ ตัวแปรควบคุม ได้แก่ ชุดขาตั้งหลอดไฟ เหล็กยึดชุดขาตั้ง 1.3.2 ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง แมลงกลางคืน บริเวณพื้นที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าบก พื้นที่ปกปักอนุรักษ์พันธุกรรม พืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัย ราชภัฏร าไพพรรณี 1.3.3 ขอบเขตด้านสถานที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี
3 1.3.4 ขอบเขตด้านระยะเวลา 1) การออกภาคสนามและจัดท าตัวอย่างแห้ง ระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 2) การจ าแนกอนุกรมวิธานของแมลง ระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2564 3) การวิเคราะห์ข้อมูล ระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2564
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 อนุกรมวิธานของแมลง แมลง (Insects) มีล าดับทางอนุกรมวิธาน ดังนี้ Kingdom Animalia Phylum Arthropoda Class Insecta ลักษณะทั่วไปทางสัณฐานวิทยาของแมลง แบ่งออกเป็น ส่วนหัว มีหนวด 2 เส้น มีตาใหญ่ 2 ตา เรียกว่าตาประกอบ ตาใหญ่แต่ละตาประกอบด้วยตาเล็ก ๆ ม า ก ม า ย แ ม ลง บ าง ก ลุ่ ม อ า จ มี ต า เ ดี่ ย ว อ ยู่ ต รง ก ล าง ร ะ ห ว่ าง ต า ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย มีปากที่มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด บางชนิดมีเขี้ยวใหญ่แข็งแรง 2 เขี้ยว เช่น แมลงหางหนีบ เป็นต้น บางชนิดมีปากที่มีลักษณะเป็นงวง ใช้ส าหรับดูด น้ าหวานจากดอกไม้เช่น ผีเสื้อ เป็นต้น ส่วนอก ส่วนนี้ประกอบด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง มีปีก 2 คู่ แมลงบางชนิดมีปีกคู่หน้า เป็นแผ่นแข็ง เช่น ด้วงต่าง ๆ เป็นต้น บางชนิดมีปีกคู่หลังอ่อน เช่น มวน เป็นต้น บางชนิดมีปีกที่อ่อน ทั้ง 2 คู่ เช่น แมลงปอ เป็นต้น และส่วนอก ยังเป็นที่ตั้งของขาอีก 3 คู่ด้วย ส่วนท้อง เป็นส่ วนที่อยู่ท้ายสุดห รือหลังสุด มีรูปร่ างแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด (สุนทร ตรีนันทวัน, 2553) 2.2 แมลงชนิดต่าง ๆ แมลงนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจ านวนชนิดมากที่สุด มีแหล่งที่อยู่ต่าง ๆ กันไป ดังนี้ แมลงที่อยู่ในดิน แมลงพวกนี้จะขุด รูอยู่ในดิน เช่น จิ้งหรีด แมลงกุดจี่ แมลงกินูน แมลงกะชอน มดต่าง ๆ เป็นต้น บางชนิดสร้างรังอยู่ในดินเป็นรังที่มีขนาดใหญ่ เช่น ปลวกบางชนิด ตัวต่อบางชนิด เป็นต้น แมลงที่อยู่ในน้ า แมลงพวกนี้ด ารงชีวิตอยู่ในน้ า เช่น แมลงดา มวนวน ด้วงดิ่ง มวน มวนกรรเชียง เป็นต้น ตัวอ่อนของแมลงบางชนิดอยู่ในน้ า เช่น ตัวอ่อนแมลงปอ ตัวอ่อนแมลงชีปะขาว เป็นต้น
5 แมลงที่อยู่บนบก แมลงส่วนใหญ่เป็นแมลงที่อยู่บนบก เช่น ตั๊กแตนหนวดสั้น ตั๊กแตนหนวดยาว ตั๊กแตนป าทังก้ า จักจั่นมวนต่ าง ๆ ด้ วงก ว่ าง แมลงทับ ผีเสื้อ ผีเสื้อไหม ผึ้ง ต่อ แตน เป็นต้น บางชนิดก็สร้างรังอยู่บนต้นไม้เช่น มดแดง ต่อบางชนิด เป็นต้น (สุนทร ตรีนันทวัน, 2553) 2.3 การมองเห็นของแมลงกลางคืน แมลงกลางคืนมีการมองเห็นที่ดีมาก แม้จะมีตาเล็กและสมองเล็กแต่พวกมันสามารถมองเห็นสี ควบคุมการบิน และหาทางกลับรังหลังจากการหาอาหาร โดยใช้สถานที่เป็นภาพ ความสามารถ ม อง เห็ นใน เ ว ล า ก ล าง คืน ส่ ว นห นึ่งอ ยู่ ที่ อ อ ป ติ ค อ ลข อง ด วง ต า ป ร ะ ก อ บที่ ช่ ว ย เพิ่ ม การจับแสง ความเร็วในการตอบสนอง และตัวรับแสง ซึ่งช่วยท าให้แมลงสามารถจ าภาพและ สถานที่นั้นและท าให้แมลงกลางคืนมองเห็นได้สว่างขึ้น (Warrant, 2016) 2.4 พฤติกรรมของแมลงที่มีต่อแสงไฟประดิษฐ์ แสงไฟท าให้พฤติกรรมหรือสัญชาติญาณทางธรรมชาติของแมลงผิดเพี้ยนไป เนื่องจากพวกแมลง ที่โดนดึงดูดได้ด้วยแสงไฟประดิษฐ์ ซึ่งเรียกว่าพฤติกรรมเคลื่อนที่เข้าหาแสง มีสัญชาติญาณเคลื่อนที่ โดยใช้ประโยชน์จากแสงของดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ดังนั้นเมื่อมันพบกับแสงที่สว่างกว่ามันจึงพุ่ง เข้าหาแหล่งก าเนิดแสงใหม่อย่างกองไฟหรือแสงจากแสงไฟประดิษฐ์แทน ซึ่งแมลงที่หากินเวลา กลางคืนเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากการเดินทางโดยพึ่งพาแสงจากดวงจันทร์โดยการท ามุมองศา ที่ถูกต้องกับแหล่งก าเนิดแสง เพื่อให้สามารถเดินทางอพยพย้ายถิ่นได้ถูกต้องตามเส้นทาง (Creator, 2017) 2.5 มลภาวะทางแสงต่อแมลง 2.5.1 ผลกระทบของแสงไฟประดิษฐ์แต่ละชนิด ปัจจุบันแสงไฟประดิษฐ์ส่องสว่างบริเวณถนนมี 2 ประเภท คือ หลอดไฟเมทัลฮาไลด์ (MH) และหลอดแอลอีดี (LED) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้ให้แสงสีขาวที่มีช่วงกว้างของความยาวแสงมาก และมีช่วงความกว้างของแสงที่ต่างกัน แต่หลอด MH ให้ช่วงของแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งหลอด LED นั้นไม่เปล่งแสง UV ออกมา ซึ่งแมลงจะถูกดึงดูดด้วยแสง UV (Wakefield และคณะ, 2017)
6 2.5.2 รังสีอัลตราไวโอเลตในหลอดไฟ จากการศึกษาพฤติกรรมของแมลงที่มีต่อแสงไฟประดิษฐ์ พบว่าหากมีการควบคุมรังสี อัลตราไวโอเลต (UV) ของหลอดไฟจะสามารถลดการดึงดูดแมลงได้อย่างมาก (Barghini และคณะ, 2013) แมลงบางชนิดกินดอกไม่เป็นอาหาร ซึ่งดอกไม้เหล่านี้จะสะท้อนรังสี UV ออกมา ซึ่งหลอดแสงไฟประดิษฐ์บางประเภทปลดปล่อยรังสี UV ออกมาได้ อาจท าให้แมลงคิดว่าแสง จากหลอดไฟประดิษฐ์คือดอกไม้จึงบินเข้าหาแสงนั้น (นฤมล รื่นไวย์, 2016) 2.5.3 การตอบสนองของแมลงที่มีความยาวคลื่นแสงที่ต่างกัน มีแมลงมากกว่า 1,000 ชนิด ที่ออกหากินในเวลากลางคืน ตอบสนองต่อแสงไฟที่ความ ยาวคลื่นระหว่าง 253 – 700 นาโนเมตร (nm) และการตอบสนองที่ดีที่สุดของแมลงส่วนใหญ่จะอยู่ ในช่วงความยาวคลื่นแสงที่ 350 nm 460 nm และ 550 nm ดังนั้นแมลงส่วนมากจะเข้าหาแสงที่ให้ แสง UV (อลงกรณ์ วีระพันธ์, 2552) 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อลงกรณ์ วีระพันธ์ (2552) ศึกษาการดักจับแมลงที่เป็นอาหารด้วยกับดักแสงไฟที่มี แสงสีต่างกัน ในหมูบ้านห้วยโกน อ าเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวดน่าน โดยใช้กับดักที่ท าจาก หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่หุ้มด้วยแผ่นกรองแสงพลาสติกสีม่วง เขียว และแดง โดยไฟแต่ละหลอดสี มีถาดบรรจุน้ าวางอยู่ด้านล่าง เริ่มเปิดไฟล่อแมลงหลังจากพระอาทิตย์ตกดินแล้ว 1 ชั่วโมง นาน 10 ชั่วโมง ทุก 15 วัน พบว่า กับดักแสงไฟสามารถดักจับแมลงได้แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p < 0.05) จ านวนแมลงที่ดักได้สามารถจ าแนกอยู่ใน 7 อันดับ 13 วงศ์ 29 ชนิด จ าแนกเป็น แมลงกินได้ในอันดับ Coleoptera อันดับ Lepidoptera อันดับ Hemiptera อันดับ Homoptera และ อันดับ Isoptera จ านวนแมลงกินได้ซึ่งดักจับได้ตลอดทั้งปีมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิ (p < 0.01) และปริมาณน้ าฝน (p < 0.05) อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ โดยดักจับแมลงได้จ านวน มากที่สุด ระหว่างเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับสภาพอุณหภูมิที่เหมาะต่อการด ารงชีพ และดักจับได้จ านวนต่ าสุดระหว่างเดือน พฤศจิกายน – เดือนมกราคม พบว่ามีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14 องศาเซลเซียส ซึ่งมีค่าใกล้เคียง กับระดับวิกฤตของแมลง ศรุต สุทธิอารมณ์และคณะ (2553) ศึกษาประสิทธิภาพกับดักแสงไฟสีต่าง ๆ เพื่อดึงดูด ตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาวท าลายทุเรียน ด าเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2550 – กันยายน 2553 ในสวนทุเรียนเกษตรกร อ าเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่มีการท าลายของด้วงหนวดยาวเจาะล าต้น ทุเรียน โดยเปรียบเทียบแสงไฟจากหลอด Fluorescent สีต่าง ๆ ได้แก่ แดง เหลือง เขียว และ
7 แสงไฟจากหลอดหลอด Black light วางภายใต้ทรงพุ่มทุเรียนห่างกันประมาณ 10-15 เมตร โดยใช้ตา ข่ายไนล่อนตาถี่ คลุมรอบหลอดไฟเพื่อเป็นตัวดักตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาว เปิดไฟระหว่างเวลา 19.00 – 06.00 น. ติดต่อกัน 1 เดือน พบว่า กับดักแสงไฟสามารถดึงดูดตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาวที่บินเข้ามา เพื่อวางไข่และผสมพันธุ์ในสวนทุเรียนได้เพียงสีเดียว คือ Black light โดยแมลงที่จับได้มากที่สุดคือ ด้วงหนวดยาวจุดนูนด า (Batocera rufomaculata) จ านวน 10 ตัว เป็นเพศเมียและเพศผู้เท่ากัน อย่างละ 5 ตัว การที่ด้วงหนวดยาวติดกับดักไม่มากนักอาจเนื่องมาจากไม่ตอบสนองต่อแสงไฟมากนัก และตอบสนองต่อเพียงช่วงคลื่นแสง Black light เท่านั้น ในขณะที่กับดักแสงไฟสีอื่นไม่สามารถดึงดูด ด้วงได้เลย รวมทั้งแสงไฟนีออนเดย์ไลท์ที่ติดตามบ้านเกษตรกรที่อยู่ในสวนทุเรียนก็ไม่พบด้วงหนวด ย า ว เ จ า ะ ล า ต้ น ม า เ ล่ นไ ฟ เ ล ย ดัง นั้ น ก า รใ ช้ กั บ ดั ก แ สงไ ฟ เพื่ อใ ช้ ล่ อ จั บ ตั ว เ ต็ ม วั ย ด้วงหนวดยาวเจาะล าต้นทุเรียนจึงใช้ได้เฉพาะช่วงแสง Black light เท่านั้น Pawson และ Bader (2014) เปรียบเทียบแสงในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมด้วยหลอดไฟ LED สีขาว และหลอดโซเดียมแรงดันสูง (HPS) การเปรียบเทียบนี้เป็นการประเมินผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากหลอดไฟ LED สีขาวและหลอด HPS ต่อแมลงที่ออกหากินเวลากลางคืน ที่ใช้ส าหรับ การให้แสงสว่างในโรงงานอุตสาหกรรม โดยติดตั้งไฟที่ความสูง 0.5 เมตร จากพื้นดิน ตั้งกับดักระหว่าง เวลา 21:00 น . ถึง 24:00 น. เป็นเวลา 10 คืน พบว่ากับดักแสงไฟสามา รถจับแมลงได้ 7,300 ตัว ได้แก่ อันดับDiptera อันดับ Trichoptera อันดับ Coleoptera อันดับ Hymenoptera อั น ดั บ Hemiptera อั น ดั บ Ephemeroptera อั น ดั บ Psocidae อั น ดั บ Lepidoptera อันดับ Neuroptera อันดับThysanoptera อันดับAraneae อันดับ Plecoptera อันดับ Ishoptera และอันดับBlattodea โดยกับดักหลอดไฟ LED ดึงดูดแมลงได้เฉลี่ย 48% เมื่อเทียบกับหลอด HPS จ านวนแมลงที่ดักจับได้มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิ Justice และ Justice (2016) การศึกษาการใช้กับดักแสงในการจับแมลงในฤดูร้อนเป็นเวลา 60 คืน ในชานเมือง รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา โดยใช้หลอดไฟต่างชนิดกัน (หลอดไส้ หลอดนีออน หลอดฮาโลเจน หลอด LED สีอุ่นหรือหลอด LED สีเย็น) เห็นความแตกต่างว่าหลอด LED ดึงดูดแมลง น้อยกว่าหลอดประเภทอื่น ๆ แมลงที่จ าแนกได้ คือ อันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) และอันดับแมลงวัน (Diptera) ผลลัพธ์ที่ได้จึงสนับสนุนการใช้หลอด LED เพื่อลดการดึงดูดแมลงและการตายของแมลง เนื่องมากจาการใช้แสงไฟในเวลากลางคืน Wakefield และคณะ (2017) ทดสอบเทคโนโลยีไฟถนนที่แตกต่างกันสามแบบ คือ HPS LED และ MH ไฟทุกดวงติดตั้งที่ความสูง 5 เมตร ตามถนนสายรองหรือชานเมือง ซึ่งไฟเหล่านี้ถือว่ามีความ สว่างใกล้เคียงส าหรับความต้องการของมนุษย์ เป้าหมายคือการวัดการดึงดูดแมลง พบว่าไฟถนน MH ดึงดูดแมลงมากกว่า LED และ HPS โดยจับแมลงได้ทั้งหมด 1,382 ตัว จัดอยู่ในอันดับแมลงวัน
8 (Diptera) 469 ตัว อันดับด้วง (Coleoptera) 406 ตัว อันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) 381 ตัว อันดับ มวน (Hemiptera) 75 ตัว อันดับผึ้ง (Hymenoptera) 19 ตัว อันดับเหา (Psocoptera) 12 ตัว อันดับตัวห้ า (Neuroptera) 8 ตัว อันดับชีปะขาว (Ephemeroptera) 5 ตัว อันดับแมลงน้ า (Tricoptera) 5 ตัว และอันดับเพลี้ย (Thysanopetra) 2 ตัว กับดักแสงไฟ HPS, LED และ MH จับ แมลงได้เฉลี่ย 10%, 14% และ 75% ตามล าดับ และการเปรียบเทียบแบบคู่ปรากฎว่า MH ดึงดูด แมลงมากกว่าแสงจากหลอดไฟชนิดอื่นอย่างมีนัยส าคัญ แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญในการ ดึงดูดแมลงระหว่างหลอดไฟ LED และหลอดไฟ HPS ยุพดี รัตนพันธ์ และคณะ (2563) ศึกษาแมลงศัตรูข้าวที่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อ ผลผลิตข้าว โดยใช้กับดักแสงไฟเป็นเครื่องมือ ผลการส ารวจพบแมลงศัตรูข้าวที่ส าคัญ 4 ชนิด ได้แก่ เพลี้ยกระโดดสีน้ าตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และเดือนสิงหาคม - ตุลาคม เพลี้ยจักจั่นสีเขียว ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม และเพลี้ยจักจั่นปีกลายหยักช่วงเดือน เมษายน - พฤษภาคม เมื่อวิเคราะห์สหสัมพันธ์ พบว่า เพลี้ยกระโดดสีน้ าตาลและเพลี้ยกระโดดหลัง ขาวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอุณหภูมิระดับต่ ามาก (r = 0.1988, 0.1334, p< 0.01) และเพลี้ย กระโดดสีน้ าตาลมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความชื้นสัมพัทธ์ระดับต่ ามาก (r = -0.0603, p < 0.05) เพลี้ยจักจั่นสีเขียวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิระดับต่ ามาก (r = 0.1383, 0.1372, p < 0.01) และเพลี้ยจักจั่นปีกลายหยักมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอุณหภูมิระดับต่ ามาก (r = 0.2233, p < 0.01) แต่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับความชื้นสัมพัทธ์ระดับต่ า (r = -0.0676, p < 0.01) และแมลงทั้ง 4 ชนิด ไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ าฝน Bolliger และคณะ (2020) ศึกษาผลกระทบของไฟถนนที่มีต่อแมลงกลางคืน โดยปรับระดับ แสงของไฟถนน LED ตามปริมาณการจราจร ระดับแสงจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามปริมาณการใช้งาน การหรี่ไฟถนนดังกล่าวช่วยลดระดับแสงไฟในเวลากลางคืน และอาจช่วยลดมลภาวะทางแสง เพื่อหาจ านวนผลกระทบของการหรี่ไฟถนนที่เกิดจากการจราจร โดยติดตั้งกับดักดักแมลง 20 ตัว บนเสาไฟถนน ใช้แสงสลัว 16 วันและแสงเต็ม 16 วัน การลดแสงจากการจราจรท าให้แมลง ที่จับได้ลดลง
บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย 3.1 อุปกรณ์และสารเคมี อุปกรณ์ 1. หลอดไฟ 3 ชนิด ได้แก่ - หลอดฟลูออเรสเซนต์ ยี่ห้อ RACER ก าลังไฟ 36 W 2600 lm - หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ยี่ห้อ BEWON LIGHTINH ก าลังไฟ 30 W 3000 lm - หลอดไส้ธรรมดา ยี่ห้อ DAIICHI ก าลังไฟ 25 W 2. ฉากผ้าขาว ขนาด 1.5 x 1.2 เมตร หรือ 1.5 x1.5 เมตร 3. ชุดขาตั้งหลอดไฟ ขนาด 1.5 x 1.2 เมตร หรือ 1.5 x1.5 เมตร 4. เหล็กยึดชุดขาตั้ง 5. ถาดรองกับดัก 6. ขวดเก็บตัวอย่างแมลง 7. ถุงซิปล็อค ขนาด 18 x 28 เซนติเมตร 8. เข็มปักเซ็ทแมลง 9. กล่องเก็บแมลง ขนาด 37 x 46 x 8 ซม. 10. ตู้อบลมร้อน 11. เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 12. เครื่องวัดปริมาณน้ าฝน สารเคมี 1. เอทิลแอลกอฮอล์เข้มข้นร้อยละ 70 3.2 พื้นที่ศึกษา พื้นที่ศึกษาวิจัยตั้งอยู่ บริเวณพื้นที่ป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณีมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์พรรณไม้พื้นเมืองของจังหวัดจันทบุรี ภาคตะวันออก และของประเทศไทย รวมทั้งอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ ปลูกจิตส านึกในการอนุรักษ์พันธุพืช และสิ่งแวดล้อม ต่อเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยพื้นที่มีลักษณะเป็นป่าพรุผสมป่าดิบชื้น มีพื้นที่ 50 ไร่โดยประมาณ และเส้นทางที่ใช้ตั้งกับดักเป็นส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีลักษณะเป็นป่าดิบชื้น
10 ภาพที่ 3.1 จุดวางกับดักบริเวณป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี จ.จันทบุรี 3.3 การศึกษาภาคสนาม 3.3.1 เก็บตัวอย่างแมลงในเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 06.00 น. โดยใช้กับดักแสงไฟที่ ต่ าง ชนิ ดกัน 3 ชนิ ด คื อ หลอดฟลู ออเ รสเซนต์ ยี่ห้อ RACER ก าลังไฟ 36 W 2600 lm หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ยี่ห้อ BEWON LIGHTINH ก าลังไฟ 30 W 3000 lm หลอดไส้ธรรมดา ยี่ห้อ DAIICHI ก าลังไฟ 25 W วางกับดักตามเส้นทางเดินธรรมชาติระยะทาง 500 เมตร จ านวน 5 จุด แต่ละจุดมีระยะห่าง 100 เมตร โดยแต่ละจุดมีกับดักหลอดไฟต่างชนิดกัน 3 ชนิด กับดักแต่ละชนิด มีระยะห่าง 5 เมตร เปิดไฟทุกกับดักพร้อมกันหลังพระอาทิตย์ตก 1 ชั่วโมง และเก็บตัวอย่างแมลง จากกับดักและถาดรองกับดักในเวลา 06.00 น. 3.3.2 วัดค่าปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ( ๐C) ค่าความชื้นสัมพัทธ์ (%) และปริมาณน้ าฝน (mm) จุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดที่ 3 จุดที่ 4 จุดที่ 5
11 ภาพที่ 3.2 อุปกรณ์วัดปัจจัยทางกายภาพ (ก) เครื่องวัดอุณหภูมิ ( ๐C) และค่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ (%) (ข) เครื่องวัดปริมาณน้ าฝน (mm) 3.4 การศึกษาในห้องปฏิบัติการ 3.4.1 การท าตัวอย่างแห้ง จัดรูปร่างของแมลงให้อยู่ในท่าธรรมชาติ โดยใช้เข็มปักแมลงในการ ช่วยยึดตัวแมลง จากนั้นน าไปอบแห้งในตู้อบ ใช้อุณหภูมิ 60 – 65 ๐C เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และน า แมลงที่อบแห้งแล้วเก็บในกล่องเก็บแมลง เพื่อจ าแนกอนุกรมวิธานของแมลง ภาพที่ 3.3 การศึกษาในห้องปฏิบัติการ (ก) การจัดรูปร่างแมลงให้อยู่ในท่าธรรมชาติ (ข) การอบแมลงในตู้อบ ก ข ก ข
12 3.4.2 การจ าแนกตัวอย่างแมลง น าแมลงที่ผ่านการท าตัวอย่างแห้งแล้วมาศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาภายนอกและ จ าแนกตามล าดับอนุกรมวิธาน จากหนังสือ Lepidopterous Adults and Larvae (องุ่น, 2544), Beetles of Thailand (พิ สุ ท ธิ์, 2551), Butterflies of Thailand (พิ สุ ท ธิ์, 2551), Butterflies of Rangsit Marsh (ทัศนัย, 2558) และ Diseases and Pests of economic importance (พิสุทธิ์, 2562), 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5.1 วิเคราะห์ความหลากหลายของแมลง โดยใช้ค่าดัชนีของ Shannon – Wieners diversity index (H) จากสมการดังนี้ H = -∑ Pi In Pi เมื่อ H = ดัชนีความหลากชนิดของ Shannon – Weiner Pi = สัดส่วนของจ านวนแมลงในแต่ละชนิดต่อผลรวมของจ านวนแมลงทั้งหมด S = จ านวนชนิดของแมลง 3.5.2 วิเคราะห์ค่าความสม่ าเสมอ โดยเรียกว่า Shannon evenness E = H / In S เมื่อ E = ความสม่ าเสมอของชนิด หรือ Shannon – evenness H = ดัชนีความหลากชนิดของ Shannon – Weiner S = จ านวนชนิดของแมลง S i-1
13 3.5.3 วิเคราะห์ความชุกชุม (Abundance) ร้อยละความชุกชุม (Relative abundance) = 3.5.4 การวิเคราะห์ดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงโดยใช้สมการ Sorensen’s similarity coeffident ดังนี้ 2a 2a + b + c เมื่อ Ss = ค่าดัชนีความคล้ายคลึง Sorensen a = จ านวนชนิดของแมลงที่พบในพื้นที่ A และ B b = จ านวนชนิดแมลงทั้งหมดในพื้นที่ B แต่ไม่พบในพื้นที่ A c = จ านวนชนิดแมลงทั้งหมดในพื้นที่ A แต่ไม่พบในพื้นที่ B 3.5.5 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ และปริมาณน้ าฝน เพื่อน าไปใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ โดยใช้ค่า สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s correlation) จ านวนครั้งของการพบสัตว์ชนิดนั้น จ านวนครั้งของการส ารวจทั้งหมด X 100
บทที่ 4 ผลการวิจัย จ า ก ก า ร ศึ ก ษ าช นิ ด ข อง ห ล อ ดไ ฟ ต่ อ ค ว า ม ห ลา ก ห ล า ย ข อง แ ม ลง ก ล าง คื น ในพื้นที่ปกปักทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี โดยใช้กับดักแสงไฟ จากหลอดไฟ 3 ชนิด คือ หลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) และหลอดไส้ธรรมดา บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ปกปักทรัพยากร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัย ราชภัฏร าไพพรรณี ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 มีผลการศึกษา ดังนี้ 4.1 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืน 4.1.1 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนทั้งหมด ผลการศึกษาพบแมลงกลางคืนทั้งหมด 208 ตัว จัดอยู่ใน 9 อันดับ 30 วงศ์ 54 ชนิด ประกอบด้วย อันดับ Blattodea อันดับ Coleoptera อันดับ Ephemeroptera อันดับ Hemiptera อั น ดั บ Homoptera อั น ดั บ Hymenoptera อั น ดั บ Isoptera อั น ดั บ Lepidoptera แ ล ะ อันดับ Orthoptera พบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) คือ วงศ์ Lasiocampidae และ วงศ์Noctuidae และอันดับด้วง (Coleoptera) คือ วงศ์Scarbaeidae และ วงศ์ Elateridae ส าหรับอันดับที่พบน้อยที่สุดเพียง 1 วงศ์ คือ อันดับปลวก (Isoptera) คือ วงศ์ Terimitoidae และ อันดับ (Orthoptera) คือ วงศ์ Grylidae และมีแมลงที่ไม่สามารถระบุชื่อชนิดได้จ านวน 23 ตัวอย่าง ดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 ความหลากหลายของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 1 Blattodea Blaberidea Blaberidea sp.1 1 2 Blaberidea sp.2 1 3 Coleoptera Carabidae Neocollyris variitarsis 1 4 Cerambycidae Niphona malaccensis 1
15 ตารางที่ 4.1 ความหลากหลายของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด (ต่อ) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 5 Coleoptera Elateridae Camprosternus cantori 1 6 Cryptalaus sp. 3 7 Elateridae sp. 7 8 Lucanidae Aegus chelifer 1 9 Lucanidae sp. 1 10 Scarbaeidae Apogonia expeditionis 55 11 Mimela aurata 1 12 Scarbaeidae sp.1 39 13 Scarbaeidae sp.2 12 14 Sophrops sp. 18 15 Staphylinidae Paederus fuscipes 1 16 Tenebrionidae Strongylium erythrocephalum 1 17 Tenebrionidae sp. 1 18 Ephemeroptera Ephemeridae Ephemeridae sp. 4 19 Hemiptera Cicadidae Dundubia rufivena 1 20 Cydinidae Billberg Aethus 2 21 Reduviidae Reduviidae sp. 1 22 Homoptera Delphacidae Delphacidae sp. 1 23 unknown Homoptera sp. 1 24 Hymenoptera Apidae Apis cerana 1 25 Apis florea 4 26 Formicidae Formicidae sp.1 1 27 Formicidae sp.2 4
16 ตารางที่ 4.1 ความหลากหลายของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด (ต่อ) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 28 Hymenoptera Vespidae Vespidae sp. 1 29 Isoptera Terimitoidae Terimitoidae sp. 1 30 Lepidoptera Arctiidae Spilosoma strigatula 1 31 Crambidae Palpita annulifer 1 32 Erebidae Erebidae sp. 5 33 Geometridae Hyposidra talaca 1 34 Spaniocentra megaspilaria 1 35 Lasiocampidae Crinocraspeda torrida 1 36 Dendrolimus grisea 1 37 Euthrix improvisa 1 38 Lasiocampidae sp. 2 39 Lymantriidae Calliteara hosafieldii 1 40 Euproctis sp. 1 41 Lymantriidae sp. 1 42 Noctuidae Asota caricae 1 43 Hulodes caranea 1 44 Lygniodes endoleucus 1 45 Pridrome orbicularis 1 46 Notodontidae Dudusa synopla 1 47 Pieridae Mottled emigrant 1 48 unknown Lepidoptera sp.1 10 49 Lepidoptera sp.2 1 50 Lepidoptera sp.3 2
17 ตารางที่ 4.1 ความหลากหลายของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด (ต่อ) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 51 Lepidoptera unknown Lepidoptera sp. 4 2 52 Lepidoptera sp.6 1 53 Yponomeytidae Atteva sciodoxa 1 54 Orthoptera Gryllidae Grylidae laicharting sp. 1 รวม 9 30 54 208 ภาพที่ 4.1 จ านวนชนิดแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟทั้ง 3 ชนิด 0 5 10 15 20 25 2 7 1 3 2 3 1 11 1 2 15 1 3 2 5 1 24 1 จ านวน Taxa อันดับ วงศ์ ชนิด
18 4.1.2 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ แมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์มีทั้งหมด 114 ตัว จัดอยู่ใน 8 อันดับ 23 วงศ์ 33 ชนิด ประกอบด้วย อันดับ Blattodea อันดับ Coleopter อันดับ Hemiptera อั น ดั บ Homoptera อั น ดั บ Hymenoptera อั น ดั บ Isoptera อั น ดั บ Lepidoptera แ ล ะ อันดับ Orthoptera พบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) อยู่ในวงศ์ Lasiocampidae และอันดับด้วง (Coleopter) อยู่ในวงศ์ Scarbaeidae ส าหรับอันดับที่พบน้อยที่สุดอยู่ในอันดับ ตั๊กแตน (Orthoptera) พบเพียง 1 วงศ์ คือ วงศ์ Grylidae ดังตารางที่ 4.2 ตารางที่ 4.2 ความหลากชนิดของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 1 Blattodea Blaberidea Blaberidea sp.1 1 2 Blaberidea sp.2 1 3 Coleopter Carabidae Neocollyris variitarsis 1 4 Elateridae Elateridae sp. 6 5 Scarbaeidae Apogonia expeditionis 24 6 Mimela aurata 1 7 Scarbaeidae sp.1 25 8 Scarbaeidae sp.2 10 9 Sophrops sp. 10 10 Staphylinidae Paederus fuscipes 1 11 Hemiptera Cicadidae Dundubia rufivena 1 12 Cydinidae Billberg Aethus 2 13 Reduviidae Reduviidae sp. 1 14 Homoptera unknown Homoptera sp. 1 15 Hymenoptera Formicidae Formicidae sp.2 2 16 Apidae Apis cerana 1
19 ตารางที่ 4.2 ความหลากชนิดของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ (ต่อ) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 17 Hymenoptera Vespidae Vespidae sp. 1 18 Isoptera Terimitoidae Terimitoidae sp. 1 19 Lepidoptera Arctiidae Spilosoma strigatula 1 20 Crambidae Palpita annulifer 1 24 Dendrolimus grisea 1 25 Euthrix improvisa 1 26 Lasiocampidae sp. 1 27 Noctuidae Asota caricae 1 28 Hulodes caranea 1 29 Notodontidae Dudusa synopla 1 30 Pieridae Mottled emigrant 1 31 unknown Lepidoptera sp.1 9 32 Lepidoptera sp.4 1 33 Orthoptera Grylidae Grylidae laicharting sp. 1 รวม 8 23 33 114
20 ภาพที่ 4.2 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ 4.1.3 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) แมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสงมีทั้งหมด 66 ตัว จัดอยู่ใน 5 อันดับ 15 วงศ์ 21 ชนิด ปร ะกอบด้วย อันดับ Coleoptera อันดับ Ephemeroptera อันดับ Homoptera อันดับ Hymenoptera อันดับ Lepidoptera พบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับด้วง (Coleoptera) คือ วงศ์ Scarbaeidae และอันดับชีปะขาว (Ephemeroptera) พบเพียง 1 วงศ์ คือ วงศ์ Ephemeridae ดังตารางที่ 4.3 0 2 4 6 8 10 12 14 2 4 3 1 3 1 9 1 2 8 3 1 3 1 14 จ านวน 1 Taxa อันดับ วงศ์ ชนิด
21 ตารางที่ 4.3 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 1 Coleoptera Cerambycidae Niphona malaccensis 1 2 Elateridae Elateridae sp. 1 3 Lucanidae Aegus chelifer 1 4 Lucanidae sp. 1 5 Scarbaeidae Apogonia expeditionis 21 6 Scarbaeidae sp.1 13 7 Scarbaeidae sp.2 1 8 Sophrops sp. 7 9 Tenebrionidae Tenebrionidae sp. 1 10 Ephemeroptera Ephemeridae Ephemeridae sp. 4 11 Homoptera Delphacidae Delphacidae sp. 1 12 Hymenoptera Apidae Apis florea 4 13 Formicidae Formicidae sp.1 1 14 Formicidae sp.2 1 15 Lepidoptera Erebidae Erebidae sp. 2 16 Lasiocampidae Lasiocampidae sp. 1 17 Lymantriidae Calliteara hosafieldii 1 18 Noctuidae Lygniodes endoleucus 1 19 Pridrome orbicularis 1 20 unknown Lepidoptera sp.1 1 21 Yponomeytidae Atteva sciodoxa 1 รวม 5 15 21 66
22 ภาพที่ 4.3 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง 4.1.4 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา แมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดามีทั้งหมด 28 ตัว จัดอยู่ใน 3 อันดับ 8 วงศ์ 16 ชนิด ประกอบด้วย อันดับ Coleopter อันดับ Hymenoptera อันดับ Lepidoptera พบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับด้วง (Coleopter) วงศ์ Scarbaeidae และอันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) ดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 1 Coleoptera Elateridae Camprosternus cantori 1 2 Cryptalaus sp. 3 3 Scarbaeidae Apogonia expeditionis 10 4 Scarbaeidae sp.1 1 5 Scarbaeidae sp.2 1 0 2 4 6 8 10 5 1 1 2 6 9 1 1 3 7 จ านวน Taxa อันดับ วงศ์ ชนิด
23 ตารางที่ 4.4 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา (ต่อ) ล าดับที่ อันดับ วงศ์ ชนิด จ านวน (ตัว) 6 Coleoptera Scarbaeidae Sophrops sp. 1 7 Tenebrionidae Strongylium erythrocephalum 1 8 Hymenoptera Formicidae Formicidae sp.2 1 9 Lepidoptera Erebidae Erebidae sp. 1 10 Geometridae Hyposidra talaca 1 11 Lymantriidae Euproctis sp. 1 12 Lymantriidae sp. 1 13 unknown Lepidoptera sp.2 1 14 Lepidoptera sp.3 2 15 Lepidoptera sp.4 1 16 Lepidoptera sp.6 1 รวม 3 8 16 28 ภาพที่ 4.4 จ านวนชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในแต่ละวงศ์ของกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา 0 2 4 6 8 Coleopter Hymenoptera Lepidoptera 3 1 4 7 1 8 จ านวน Taxa อันดับ วงศ์ ชนิด
24 4.1.5 ดัชนีความหลากชนิดของแมลงกลางคืน (Species diversity index) ผ ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค่ า ดั ช นี ค ว า ม ห ล า ก ช นิ ด ข อง แ ม ลง ก ล าง คื น ด้ ว ย ดั ช นี Shannon – Wieners พบว่าดัชนีความความหลากชนิดของแมลงรวมทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 2.86 โดยหลอดฟลูออเรสเซนต์ มีดัชนีความหลากชนิดสูงสุดมีค่าเท่ากับ 2.65 หลอดไส้ธรรมดามีดัชนีความ หลากชนิดเท่ากับ 2.34 และหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) มีดัชนีความหลากชนิดน้อยที่สุด เท่ากับ 2.32 ดังตารางที่ 4.5 ตารางที่ 4.5 ค่าดัชนีความหลากชนิดของแมลงกลางคืน ประเภทหลอดไฟ ค่าดัชนีความหลากหลาย (H') หลอดฟลูออเรสเซนต์ 2.65 หลอดไส้ธรรมดา 2.34 หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) 2.32 4.1.6 ดัชนีความสม่ าเสมอของแมลงกลางคืน (Evenness index) ผลการศึกษาดัชนีความสม่ าเสมอของแมลงกลางคืนด้วยดัชนี Shannon – evenness พบว่าความสม่ าเสมอของแมลงรวมทั้งหมดเท่ากับ 0.72 โดยหลอดไส้ธรรมดามีค่าความสม่ าเสมอสูง ที่สุดเท่ากับ 0.84 ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอดไดโอดเปล่งแสง มีค่าความสม่ าเสมอเท่ากันคือ 0.76 ดังตารางที่ 4.6 ตารางที่ 4.6 ค่าดัชนีความสม่ าเสมอของแมลงกลางคืน ประเภทหลอดไฟ ค่าดัชนีความสม่ าเสมอ (E) หลอดฟลูออเรสเซนต์ 0.76 หลอดไส้ธรรมดา 0.84 หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) 0.76
25 4.1.7 ดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงกลางคืน (Similarity index) ผลการศึกษาดัชนีความคลายคลึงของแมลงกลางคืนจากกับดักแสงไฟแต่ละชนิดพบว่า ระหว่างหลอดฟลูออเรสเซนต์ และ หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) มีค่าความคล้ายคลึงมากที่สุด เท่ากับ 0.33 รองลงมาคือหลอดไส้ธรรมดา และ หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) เท่ากับ 0.32 และหลอดฟลูออ เรสเซนต์ และ หลอดไส้ธรรมดา มีค่าความคล้ายคลึงน้อยที่สุด เท่ากับ 0.29 ดังตารางที่ 4.7 ตารางที่ 4.7 ค่าดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงกลางคืน ประเภทหลอดไฟ หลอดไดโอดเปล่งแสง หลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดไส้ธรรมดา หลอดไดโอดเปล่งแสง 0.33 0.32 หลอดฟลูออเรสเซนต์ 0.29 หลอดไส้ธรรมดา 4.1.8 ความชุกชุมของแมลงกลางคืนทั้งหมด ผลการศึกษาความชุกชุมของแมลงทั้งหมดจ านวน 54 ชนิด พบว่าด้วงดีดชนิดหนึ่งในสกุล Elateridae เป็นแมลงที่มีความชุกชุมสัมพัทธ์สูงที่สุด มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 100 ซึ่งเป็นแมลงชนิดเดียวที่สามารถพบทุกครั้งที่วางกับดัก แมลงที่มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์สูงเป็นอันดับที่ 2 คือ Apogonia expeditionis และ Sophrops sp. ทั้งสองชนิดมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 75 แมลงส่วนใหญ่พบได้เพียงชนิดละ 1 ครั้งที่วางกับดักเท่านั้นมีทั้งหมด 42 ชนิด แต่ละชนิดมีค่าความ ชุกชุมสัมพัทธ์เท่ากับร้อยละ 25 ดังตารางที่ 4.8
26 ตารางที่ 4.8 ความชุกชุมของแมลงกลางคืนทั้งหมด ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 1 Aegus chelifer chelifer 25 2 Aethus 50 3 Apis cerana 25 4 Apis florea 50 5 Apogonia expeditionis 75 6 Asota caricae 25 7 Atteva sciodoxa 25 8 Blaberidea sp.1 25 9 Blaberidea sp.2 25 10 Calliteara hosafieldii 25 11 Camprosternus cantori 25 12 Crinocraspeda torrida 25 13 Cryptalaus sp. 25 14 Delphacidae sp. 25 15 Dendrolimus grisea 25 16 Dudusa synopla 25 17 Dundubia rufivena 25 18 Elateridae sp. 100 19 Ephemeridae sp. 25 20 Erebidae sp. 50 21 Euproctis sp. 25 22 Euthrix improvisa 25 23 Formicidae sp.1 25
27 ตารางที่ 4.8 ความชุกชุมของแมลงกลางคืนทั้งหมด (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 24 Formicidae sp.2 50 25 Grylidae Laicharting sp. 25 26 Homoptera sp. 25 27 Hulodes caranea 25 28 Hyposidra talaca 25 29 Lasiocampidae sp. 50 30 Lepidoptera sp.1 50 31 Lepidoptera sp.4 50 32 Lepidoptera sp.2 25 33 Lepidoptera sp.3 25 34 Lepidoptera sp.6 25 35 Lucanidae sp. 25 36 Lygniodes endoleucus 25 37 Lymantriidae sp. 25 38 Mimela aurata 25 39 Mottled emigrant 25 40 Neocollyris variitarsis 25 41 Niphona malaccensis 25 42 Paederus fuscipes 25 43 Palpita annulifer 25 44 Pridrome orbicularis 25 45 Reduviidae sp. 25 46 Scarbaeidae sp.1 50 47 Scarbaeidae sp.2 50
28 ตารางที่ 4.8 ความชุกชุมของแมลงกลางคืนทั้งหมด (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 48 Sophrops sp. 75 49 Spaniocentra megaspilaria 25 50 Spilosoma strigatula 25 51 Strongylium erythrocephalum 25 52 Tenebrionidae sp. 25 53 Terimitoidae sp. 25 54 Vespidae sp. 25 4.1.9 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ผลการศึกษาพบความชุกชุมของแมลงในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั้งหมดจ านวน 33 ชนิด พบว่าด้วงดีดชนิดหนึ่งในสกุล Elateridae เป็นแมลงที่มีความชุกชุมสัมพัทธ์สูงมีค่าความชุก ชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 75 แมลงที่มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์สูงเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ Sophrops sp. และ Formicidae sp.2 เป็นต้น มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 50 และแมลงที่พบเพียง 1 ครั้ง มีทั้งหมด 24 ชนิด เช่น Apis cerana และ Asota caricae เป็นต้น ซึ่งมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ เท่ากับร้อยละ 25 ดังตารางที่ 4.9 ตารางที่ 4.9 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 1 Apis cerana 25 2 Asota caricae 25 3 Aethus 50 4 Apogonia expeditionis 75 5 Blaberidea sp.1 25 6 Blaberidea sp.2 25
29 ตารางที่ 4.9 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 7 Crinocraspeda torrida 25 8 Dendrolimus grisea 25 9 Dudusa synopla 25 10 Dundubia rufivena 25 11 Elateridae sp. 75 12 Erebidae sp. 50 13 Euthrix improvisa 25 14 Formicidae sp.2 50 15 Grylidae Laicharting sp. 25 16 Homoptera sp. 25 17 Hulodes caranea 25 18 Lasiocampidae sp. 25 19 Lepidoptera sp.1 50 20 Lepidoptera sp.4 25 21 Mimela aurata 25 22 Mottled emigrant 25 23 Neocollyris variitarsis 25 24 Paederus fuscipes 25 25 Palpita annulifer 25 26 Reduviidae sp. 25 27 Scarbaeidae sp.1 50 28 Scarbaeidae sp.2 50 29 Sophrops sp. 50 30 Spaniocentra megaspilaria 25
30 ตารางที่ 4.9 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 31 Spilosoma strigatula 25 32 Terimitoidae sp. 25 33 Vespidae sp. 25 4.1.10 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ผลการศึกษาความชุกชุมของแมลงทั้งหมดจ านวน 21 ชนิด พบว่าด้วง Sophrops sp. และ Apogonia expeditionis เป็นแมลงที่มีความชุกชุมสัมพัทธ์สูงมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 75 แมลงที่มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์สูงเป็นอันดับที่ 2 ได้แก่ Apis florea และ Erebidae sp. เป็นต้น มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 50 และแมลงที่พบเพียง 1 ครั้ง มี 16 ชนิด เช่น Atteva sciodoxa และ Ephemeridae sp.1 เป็นต้น ซึ่งมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์เท่ากับร้อยละ 25 ดังตารางที่ 4.10 ตารางที่ 4.10 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 1 Aegus chelifer 25 2 Apis florea 50 3 Apogonia expeditionis 75 4 Atteva sciodoxa 25 5 Calliteara hosafieldii 25 6 Delphacidae sp. 25 7 Elateridae sp. 25 8 Ephemeridae sp. 25 9 Erebidae sp. 50 10 Formicidae sp.1 25
31 ตารางที่ 4.10 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 11 Formicidae sp.2 25 12 Lasiocampidae sp. 25 13 Lepidoptera sp.1 25 14 Lucanidae sp. 25 15 Lygniodes endoleucus 25 16 Niphona malaccensis 25 17 Pridrome orbicularis 25 18 Scarbaeidae sp.1 50 19 Scarbaeidae sp.2 25 20 Sophrops sp. 75 21 Tenebrionidae sp. 25 4.1.11 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา ผลการศึกษาความชุกชุมของแมลงทั้งหมดจ านวน 16 ชนิด พบว่ามีเพียงด้วงชนิดหนึ่ง คือ Apogonia expeditionis สามารถพบได้บ่อยจากการตั้งกับดักมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์เท่ากับร้อยละ 50 และแมลงส่วนใหญ่สามารถได้พบเพียง 1 ครั้ง ซึ่งมีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์เท่ากับร้อยละ 25 ดังตารางที่ 4.1.11 ตารางที่ 4.11 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 1 Apogonia expeditionis 50 2 Camprosternus cantori 25 3 Cryptalaus sp. 25 4 Erebidae sp. 25
32 ตารางที่ 4.11 ความชุกชุมของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา (ต่อ) ล าดับที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ความชุกชุมสัมพัทธ์(ร้อยละ) 5 Euproctis sp. 25 6 Formicidae sp.2 25 7 Hyposidra talaca 25 8 Lepidoptera sp.2 25 9 Lepidoptera sp.3 25 10 Lepidoptera sp.4 25 11 Lepidoptera sp.6 25 12 Lymantriidae sp. 25 13 Scarbaeidae sp.1 25 14 Scarbaeidae sp.2 25 15 Sophrops sp. 25 16 Strongylium erythrocephalum 25 4.2 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ จากการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของปัจจัยทางกายภาพ ประกอบไปด้วย จ านวนชนิดของแมลง จ านวนตัวของแมลง อุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ และปริมาณน้ าฝน ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยจ านวนชนิดของแมลงเท่ากับ 17.50 ± 14.52 ค่าเฉลี่ยจ านวนตัวของแมลงเท่ากับ 52.00 ± 49.42 ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิอากาศเท่ากับ 28.38 ± 0.48 ค่าเฉลี่ยความชื้นสัมพัทธ์อากาศ เท่ากับ 8.88 ± 4.60 และค่าเฉลี่ยปริมาณน้ าฝนเท่ากับ 0.44 ± 0.88 4.2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ เมื่อท าการวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทาง กายภาพ โดยใช้ Pearson Correlation พบว่ามีเพียงจ านวนชนิดของแมลงและจ านวนตัวของแมลง เ ท่ า นั้ น ที่ มี ค ว า ม สั มพั น ธ์ กั น อ ย่ าง มี นั ย ส า คั ญ ท าง ส ถิ ติ (P = 0.045, r = 0.955) แ ล ะ ไม่พบความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัย ทางกายภาพที่ศึกษา แต่อย่างไรก็ตามพบแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและปริมาณน้ าฝน ที่มีความผกผันกับจ านวนชนิดของแมลง (r = -0.611 และ r = -0.711 ตามล าดับ) กล่าวคือ เมื่ อ อุณหภูมิ แ ล ะป ริม าณน้ า ฝน สูง ขึ้น จ าน วน ชนิ ด ของ แม ลง จ ะลด ลง ส าห รับปั จ จั ย
33 ด้านความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ พบว่ามีความแปรผันตามจ านวนชนิดของแมลง (r = 0.410) กล่าวคือ เมื่อความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้นจ านวนชนิดของแมลงก็จะเพิ่มสูงขึ้น ดังตารางที่ 4.12
ตารางที่ 4.12 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ Correlations No.species Abundan No.species Pearson Correlation 1 .955 * Sig. (2 -tailed) .045 N 4 4 Abundance Pearson Correlation .955 * 1 Sig. (2 -tailed) .045 N 4 4 Temperature Pearson Correlation -.611 -.402 Sig. (2 -tailed) .389 .598 N 4 4 Humidity Pearson Correlation .410 .380 Sig. (2 -tailed) .590 .620 N 4 4 Precipitation Pearson Correlation -.711 -.634 Sig. (2 -tailed) .289 .366 N 4 4
nce Temperature Humidity Precipitation -.611 .410 -.711 .389 .590 .289 4 4 4 -.402 .380 -.634 .598 .620 .366 4 4 4 1 -.727 .870 .273 .130 4 4 4 -.727 1 -.922 .273 .078 4 4 4 .870 -.922 1 .130 .078 4 4 4 หมายเหตุ *หมายถึง มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 34
บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล จากผลศึกษาชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืน ในพื้นที่ปกปัก ทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี โดยใช้กับดักแสงไฟจากหลอดไฟ 3 ชนิด คือ หลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) และหลอดไส้ธรรมดา บริเวณเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ปกปักทรัพยากร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพร ะเทพ รัตน ราชสุดาฯ สยามบ รม ราชกุมา รี มหาวิทยาลัย ราชภัฏ ร าไพพร รณี ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ถึง เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 สรุปและอภิปรายผลการศึกษาได้ดังนี้ 5.1 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืน 5.1.1 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนทั้งหมด ผลการศึกษาพบแมลงกลางคืนทั้งหมดพบแมลงทั้งหมด 9 อันดับ ประกอบด้วย อั น ดั บ Blattodea อั น ดั บ Coleoptera อั น ดั บ Ephemeroptera อั น ดั บ Hemiptera อั น ดั บ Homoptera อั น ดับ Hymenoptera อั น ดั บ Isoptera อั น ดั บ Lepidoptera แ ล ะ อันดับ Orthoptera แมลงที่พบทั้งหมดทุกอันดับเป็นแมลงที่สามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ วัชรวิทย์ รัศมี และ จิรพร สวัสดิการ (2559) ศึกษาการส ารวจ แมลงผสมเกสร ในเขตปกปักพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี พบว่ามีชนิดของแมลง ที่พบมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ Lepidoptera อันดับ Hymenoptera และอันดับ Coleoptera และสอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ อลงกรณ์ วีระพันธ์ (2552) ได้ศึกษาการดักจับแมลง ที่เป็นอาหารด้วยกับดักแสงไฟที่มีแสงสีต่างกัน ในหมูบ้านห้วยโกน อ าเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน จ าแนกแมลงได้ 7 อันดับ 13 วงศ์ 29 ชนิด และพบแมลงพบมากที่สุดอยู่ใน อันดับ Lepidoptera และอันดับ Coleoptera และมีความคล้ายคลึงกับรายงานการวิจัยของ Wakefield และคณะ (2017) ศึกษาความสามารถในการดึงดูดแมลงของไฟถนน 3 แบบ คือ หลอดไฟ HPS หลอดไฟ LED และหลอดไฟ MH จับแมลงได้ 1,382 ตัว จ าแนกแมลงได้ 10 อันดับ พบแมลงมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ Diptera อันดับ Coleoptera และอันดับ Lepidoptera ซึ่งอันดับของแมลงที่พบส่วนใหญ่ของรายงานการวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นเหมือนกับอันดับแมลงที่พบ ในการศึกษาครั้งนี้ และแมลงชนิดเด่นที่พบอยู่ในอันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) และอันดับด้วง (Coleoptera) ซึ่งเป็นพวกด้วงปีกแข็งและผีเสื้อกลางคืน โดยในประเทศไทยมีรายงานพบผีเสื้อคืน แล้ว 2,796 ชนิด จาก 64 วงศ์ (อัฏฐพล เสมา และคณะ, 2560) เนื่องจากผีเสื้อกลางคืน
36 เป็นแมลงออกหากินในเวลากลางคืนและเป็นแมลงมีความไวต่อแสงและมีพฤติกรรมบินเข้าหาแสง กับดักแสงไฟจึงสามารถดึงดูดผีเสื้อได้จ านวนมาก ส าหรับอันดับที่พบน้อยที่สุดเพียง 1 วงศ์ คือ อันดับปลวก (Isoptera) และอันดับตั๊กแตน (Orthoptera) และมีแมลงที่ไม่สามารถระบุชื่อชนิด จ านวน 23 ตัวอย่าง เนื่องจากแมลงบางกลุ่มยังขาดเอกสารอ้างอิงและผู้เชี่ยวชาญในการจัดจ าแนก ชนิดท าให้ไม่สามารถแยกชนิดได้ 5.1.2 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ผลการศึกษาพบแมลงชนิดเด่นในอันดับผีเสื้อ (Lepidoptera) และอันดับด้วง (Coleoptera) เช่นเดียวกับชนิดของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด และยังพบแมลงที่มีความส าคัญ ทางเศรษฐกิจ เช่น ผึ้งโพรง (Apis cerana) และ แมลงกินูน (Apogonia expeditionis) เป็นต้น 5.1.3 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสง (LED) ผลก ารศึกษาพบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับด้วง ( Coleoptera) เช่นเดีย วกับ ชนิดของแมลงกลางคืนที่พบทั้งหมด และพบแมลงส าคัญในอันดับ Apidae คือ ผึ้งมิ้ม (Apis florea) ซึ่งเป็นแมลงที่มีความส าคัญทางเศรษฐกิจและแมลงอันดับชีปะขาว (Ephemeroptera) ซึ่งเป็นแมลง ที่ใช้เป็นดัชนีชีวภาพบ่งชี้คุณภาพน้ า (กิติยา ถาวโรฤทธ์ และคณะ, 2558) โดยในการศึกษาครั้งนี้ สามารถพบแมลงชีปะขาวได้ในกับดักหลอดไฟหลอดไดโอดเปล่งแสงเท่านั้น 5.1.4 ความหลากชนิดของแมลงกลางคืนที่พบในกับดักแสงไฟหลอดไส้ธรรมดา ผลการศึกษาพบแมลงชนิดเด่นอยู่ในอันดับด้วง (Coleopter) เช่นเดียวกับชนิดของแมลง กลางคืนที่พบทั้งหมด โดยพบแมลงที่มีความส าคัญทางเศรษฐกิจ คือ แมลงกินูน (Apogonia expeditionis) 5.1.5 ดัชนีความหลากชนิดของแมลงกลางคืนและดัชนีความสม่ าเสมอของแมลงกลางคืน ผลการศึกษาดัชนีความหลากชนิดของแมลงกลางคืน พบว่า กับดักแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ มีค่าดัชนีความหลากชนิดสูงกว่าหลอดไส้ธรรมดาและหลอดไดโอเปล่งแสง (LED) แต่กับดักแสงไฟ หลอดไส้ธรรมดามีความสม่ าเสมอสูงที่สุดส่วนกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์และกับดักแสงไฟ หลอดไดโอดเปล่งแสงมีค่าความสม่ าเสมอเท่ากัน เมื่อพิจารณาจากค่า Hmax และค่าความสม่ าเสมอ พบว่ากับดักแสงไฟหลอดหลอดไส้ธรรมดามีความสามารถในการดึงดูดแมลงได้มากกว่ากับดักแสงไฟ ไดโอดเปล่งแสงและกับดักแสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ตามล าดับ เนื่องจากหลอดไฟแต่ละชนิดมีการ กระจายแสงและมีช่วงความกว้างของสเปกตรัมแสงต่างกัน จึงมีความสามารถในการดึงดูดแมลงได้ไม่ เท่ากัน สอดคล้องกับรายงานการวิจัยของ Justice และ Justice (2016) ศึกษาการใช้กับดักแสงใน การจับแมลงในฤดูร้อนโดยใช้หลอดไฟต่างชนิดกัน พบว่าหลอดไดโอเปล่งแสงสามารถดึงดูดแมลง ได้น้อยกว่าหลอดไส้ธรรมดา คล้ายคลึงกับรายงานการวิจัยของ Wakefield และคณะ (2017)
37 ศึกษาความสามารถในการดึงดูดแมลงของไฟถนน 3 แบบ พบว่า ไฟถนน MH ดึงดูดแมลงมากกว่าไฟ ถนน LED และไฟถนน HPS 5.1.6 ดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงกลางคืน ผลการวิเคราะห์ดัชนีความคล้ายคลึงของแมลงที่พบในกับดักแสงไฟทั้ง 3 ชนิด พบว่า แต่ละชนิดของหลอดไฟมีค่าความคล้ายคลึงต่ ามีค่าระหว่าง 0.29 – 0.33 โดยพบว่าหลอดไส้ธรรมดา และหลอดฟลูออเรสเซนต์มีค่าความคล้ายคลึงต่ าที่สุด เท่ากับ 0.29 ซึ่งแมลงที่สามารถพบได้ ทั้งในหลอดไส้ธรรมดาและหลอดฟลูออเรสเซนต์มีจ านวน 7 ชนิด ส่วนแมลงที่พบได้ในหลอดไส้ ธรรมดามีจ านวน 9 ชนิด และแมลงที่สามารถพบได้ในหลอดฟลูออเรสเซนต์มีจ านวน 26 ชนิด ซึ่ง สามารถสรุปได้ว่ากับดักแสงไฟทั้ง 3 ชนิดมีความสามารถในการดึงดูดแมลงได้ต่างกลุ่มกัน 5.1.7 ความชุกชุมของแมลง ผลการศึกษาความชุกชุมของแมลงทั้งหมดจ านวน 54 ชนิด พบว่าด้วงดีดชนิดหนึ่งในสกุล Elateridae เป็นแมลงที่มีความชุกชุมสัมพัทธ์สูงที่สุด มีค่าความชุกชุมสัมพัทธ์ร้อยละ 100 ซึ่งเป็นแมลงชนิดเดียวที่สามารถพบทุกครั้งที่วางกับดัก แต่อย่างไรก็ตามการวางกับดักมีระยะเวลา ค่อนข้างสั้นซึ่งอาจจะตรงกับระยะตัวเต็มวัยของแมลงพอดีจึงสามารถพบได้บ่อยครั้งกว่าแมลงชนิดอื่น และเมื่อวิเคราะห์ความชุกชุมของแมลงตามกับดัก พบว่า แมลงในอันดับด้วง (Coleopter) คือ Apogonia expeditionis สามารถพบได้ทุกกับดักแสงไฟและสามารถพบได้บ่อยครั้ง ส่วนแมลงใน อันดับชีปะขาว (Ephemeroptera) พบเพียงครั้งเดียวจากกับดักแสงไฟหลอดไดโอดเปล่งแสงในจุดตั้ง กับดักที่ 1 เนื่องจากจุดที่ตั้งกับดักที่ 1 อยู่บริเวณทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งอยู่ใกล้แหล่งน้ าใน พื้นที่มากที่สุด 5.2 ความสัมพันธ์ระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อปัจจัยทางกายภาพ อุณหภูมิอากาศมีความส าคัญต่อแมลงมากที่สุดซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและการอยู่รอดของ แมลง โดยแมลงสามารถทนต่ออุณหภูมิได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากแมลงต้องด ารงชีพในช่วงสภาพ ของอุณหภูมิสูงหรือต่ าเกินไป อาจมีผลท าให้แมลงตายหรือหยุดการเจริญเติบโตได้และแมลงจะมี ความทนทานต่อสภาพอุณหภูมิสูง ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นต่ ากว่าในสภาพที่มีความชื้นสูง และหากมีฝนตกนอกจากจะท าให้ปริมาณน้ าฝนสูงขึ้นแล้วยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ อากาศและปริมาณความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญต่อการด ารงชีวิตของแมลง (อลงกรณ์ วีระพันธ์, 2552) แต่อย่างไรก็ตามการวิจัยครั้งนี้ไม่พบความสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่าง จ านวนชนิดและจ านวนตัวของแมลงเมื่อท าการวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ โดยใช้ Pearson Correlation เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลในระยะสั้นท าให้ผลของปัจจัยต่าง ๆ มีความคล้ายกัน
38 จึงไม่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจสัมพันธ์กันระหว่างความหลากชนิดของแมลงต่อ ปัจจัยทางกายภาพ 5.3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เนื่องจากการศึกษาชนิดของหลอดไฟต่อความหลากหลายของแมลงกลางคืน ในพื้นที่ปกปัก ทรัพยากร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี มีระยะเวลาในการศึกษาค่อนข้างสั้นท าให้ มีข้อมูลน้อย และท าการศึกษาในเฉพาะช่วงฤดูแล้ง จึงควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของฤดูกาลอื่น ๆ เพื่อน าผลที่ได้มาเปรียบเทียบกันได้แม่นย ามากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง กิติยา ถาวโรฤทธิ์, พงษ์พันธ์ สุขสุพันธ์ และนฤมล แสงประดับ. 2560. ความหลากชนิดและ การกระจายตัวของแมลงหนอนปลอกน้ าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา – บาลา จังหวัดนราธิวาส. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 29(3): 149-161. ทัศนัย จีนทอง. 2558. Butterflies of Rangsit Marsh. พิมพ์ครั้งที่ 1 นนทบุรี: ดีดีมีเดียพลัส. นฤมล รื่นไวย์. 2559. ท าไมแมลงชอบแสงไฟ. [ออนไลน์] เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://.unicorgroup.com/16922852. พิสุทธิ์ เอกอ านวย. 2551. Beetles of Thailand. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: บ้านและสวน. พิสุทธิ์ เอกอ านวย. 2551. Butterflies of Thailand. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: บ้านและสวน. พิสุทธิ์ เอกอ านวย. 2562. Diseases and Pests of economic importance. พิมพ์ครั้งที่ 7 เชียงใหม่: สวนสัตว์แมลงสยาม. ยุพดี รัตนพันธ์, พูลทรัพย์ คงสมของ, ขนิษฐา เทพโภชน์, กิติศักดิ์ ดอนกวนเจ้า และศิขริน สินพูน. 2563. ความสัมพันธ์ของแมลงศัตรูข้าวที่ส าคัญกับปัจจัยทางกายภาพโดยใช้ กับดักแสงไฟ. ในการประชุมวิชาการข้าวและธัญพืชเมืองหนาว กลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและ กลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประจ า ปี2563. ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ขอนแก่น. หน้าที่ 29-32. วชรวิทย์ รัศมี และ จิรพร สวัสดิการ. 2559. การส ารวจความหลากหลายของแมลงผสมเกสร ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี ศรุต สุทธิอารมณ์, เกรียงไกร จ าเริญมา, ศรีจ านรรจ์ ศรีจันทรา, และวิภาดา ปลอดครบุรี. 2553. การศึกษาประสิทธิภาพกับดักแสงไฟสีต่าง ๆ เพื่อดึงดูดตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาว ท าลายทุเรียน. กลุ่มกีฏวิทยาและสัตววิทยา ส านักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช. สุนทร ตรีนันทวัน. 2553. ลักษณะของแมลง. [ออนไลน์] เข้าถึงข้อมูลวันที่ 5 มิถุนายน 2564. จาก https://.scimath.org/article-biology/item/575-insect-characteristics. องุ่น ลิ่ววานิช. 2544. Lepidopterous Adults and Larvae. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ: กองกีฏและสัตววิทยา และกรมวิชาการเกษตร.