บุรีรั รี ม รั ย์ รายงาน ผลการดำ เนินนิตามนโยบายของ รัฐรัมนตรีว่รีา ว่ การกระทรวงศึกษาธิกธิาร ของสำ นักนังานศึกศึษาธิกธิารจังจัหวัดวับุรีบุรัรีมรัย์ สำ นัก นั งาน ศึกษาธิกธิารจัง จั หวัด วั
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1 : พัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาวิธีการประเมิน วิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ดำเนินการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ วิธีการประเมิน วิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา (วPA) ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมทั้ง ซักซ้อมแนวปฏิบัติการนำผลการประเมิน ข้อตกลงในการพัฒนางานและยื่นคำขอผ่านระบบการประเมินวิทย ฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) และสร้างเครือข่ายกลุ่มไลน์ เพื่อติดต่อประสานงาน และตอบข้อ ซักถาม ข้อสงสัย ให้คำแนะนำ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.1 2.1) การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ว PA) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจระบบและแนวปฏิบัติในการ ประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) 2.2) การส่งเสริมสนับสนุนการใช้ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (ระบบ DPA : Digital Performance Appraisal) หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา มีคณะทำงานเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมิน วิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) โดยมีทั้งระดับเขตพื้นที่ กลุ่ม/เครือข่ายโรงเรียน และระดับสถานศึกษา 3) ปัญหาอุปสรรค - 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - คณะทำงานเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) - เครือข่ายกลุ่มไลน์ เพื่อติดต่อประสานงานและตอบข้อ ซักถาม ข้อสงสัย ให้คำแนะนำ **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.2 : พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาที่ตรงกับความประสงค์ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใส และไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ แต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาที่ตรงกับความประสงค์ ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใสและไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น มีคณะกรรมการจัดทำข้อมูลย้ายเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการย้าย ตามองค์ประกอบและ ตัวชี้วัดที่กำหนด 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.2 2.1) การแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ใน ภูมิลำเนา อยู่ระหว่างดำเนินการนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายดำเนินการประเมินตาม องค์ประกอบและตัวชี้วัดที่กำหนด 2.2) การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System : TMS) ตามแนวปฏิบัติ ว 3/2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา ดำเนินการพิจารณาการย้ายครูด้วย ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ดำเนินการผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System : TMS) 3) ปัญหาอุปสรรค - 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.3 : แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแก้ไข ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา "ระบบโปรแกรมออนไลน์ ระบบแก้หนี้” แก่บุคลากรในสังกัดทราบ อย่างทั่วถึง 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.3 2.1) การดำเนินการตามแผนงาน/มาตรการเจรจาช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและ บุคลากรทางการศึกษา - ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียนเข้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษา ที่ยื่นผ่านระบบ "ระบบโปรแกรมออนไลน์ ระบบแก้หนี้” - ดำเนินการคัดกรองข้อมูลเบื้องต้นจากระบบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และส่งมอบ ให้กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ตรวจสอบข้อมูลกลุ่มข้าราชการประจำ/ข้าราชการบำนาญ/สังกัด/ ข้อมูลทางการเงิน/ข้อมูลเงินคงเหลือ ของผู้ลงทะเบียนในระบบระบบแก้หนี้ออนไลน์ 2.2) การสำรวจสภาพหนี้ จัดทำฐานข้อมูล และจัดกลุ่มสภาพปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด - จัดทำทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) ปัญหาอุปสรรค - ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลงทะเบียนส่วนใหญ่เงินเดือนคงเหลือไม่ถึงเกณฑ์ ที่กำหนด - กฎหมาย ระเบียบ ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - ควรเปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนหนี้สินฯ เพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้สำเร็จและมีผลอย่าง ยั่งยืน ร่วมกันเสริมความรู้และพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงิน และเพิ่มตัวช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ เช่น สร้างคน ให้คำแนะนำการแก้หนี้ คนไกล่เกลี่ยหนี้ จัดอบรมพัฒนาความรู้การวางแผนด้านการเงินสำหรับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา - ผู้รับผิดชอบโครงการควรมีทีมงานที่คอยให้ความช่วยเหลือในการสอบถามข้อมูลอย่าง เพียงพอ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจมีข้อสงสัย ซักถามเกี่ยวกับนโยบายในการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู หรืออาจไม่เข้าใจในขั้นตอนใด สามารถสอบถามทางทีมงานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถนำไปแก้ไขปัญหาตามขั้นตอน 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.4 : จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการจัดหาอุปกรณ์ การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม อุปกรณ์การสอนไม่เพียงพอ หน่วยงานทางการศึกษาดำเนินการสำรวจข้อมูลความต้องการ จำเป็นของสถานศึกษาในสังกัด เสนอต้นสังกัดเพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์การสอน/งบประมาณ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.4 2.1) การสนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ในการช่วยจัดการเรียนการสอน สำรวจข้อมูลความต้องการใช้อุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และต้นสังกัด ในการจัดหาอุปกรณ์ DLTV ให้คำปรึกษา แนะนำการใช้งาน และการแก้ปัญหาการใช้งานอุปกรณ์เบื้องต้น ให้แก่โรงเรียน 2.2) การสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้รับการจัดสรรค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยแจ้งโรงเรียนในสังกัดให้ดำเนินการเช่าใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมและความ จำเป็นในการใช้งานเป็นสำคัญ 3) ปัญหาอุปสรรค - อุปกรณ์ครุภัณฑ์ DLTV และครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน ของโรงเรียนที่มีอยู่มีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากมีอายุการใช้งานหลายปี ไม่เหมาะกับการใช้งานในยุค ปัจจุบัน - การจัดสรรงบประมาณยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงเรียน 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม จัดสรรงบประมาณ หรืออุปกรณ์การสอน ที่เหมาะสม ทั่วถึง ครอบคลุม และสามารถใช้ ประโยชน์ได้จริงในระยะยาวมีสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด................................ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.1 : เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้าง ความเสมอภาคทางการศึกษา 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดย ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา/สถานศึกษา มีนโยบายและแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนให้ครู และบุคลากรทางการศึกษานำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และผู้เรียน รวมทั้งจัดหาสื่อประชาสัมพันธ์ ฝึกอบรมการใช้ระบบหรือแพลตฟอร์ม มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.1 2.1) การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการสนับสนุนและจัดการศึกษาแก่ผู้เรียน - ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนผู้เป็นเจ้าของสัมปทานสัญญาณ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและภาครัฐในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ปราชญ์ ชาวบ้าน หรือผู้มีความรู้เฉพาะด้าน ให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษาในการเรียนหรือฝึกอาชีพ สร้างโอกาสทางอาชีพ ให้ผู้เรียนได้ฝึกอาชีพโดยบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ เช่น เพิ่มกิจกรรม "ลดเวลา เรียน เพิ่มเวลารู้"เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ มีงานทำในอนาคต ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน แรงงานเข้าสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น - สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดบุรีรัมย์ สนับสนุนและส่งเสริมให้สถานศึกษาในสังกัด จัดทำหลักสูตรเพื่อเป็นการ Reskill ,และ Upskill เพื่อยกระดับทางวิชาชีพเป็นที่ยอมรับและเชื่อมโยงหลักสูตร กับมาตรฐานวิชาชีพต่างๆ 2.2) การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย - จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะในการสร้าง สื่อ การเรียนการสอน การเก็บรวบรวมสื่อ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษา มีทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์และเทคโนโลยีดิจิทัล ,โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ,Google Workspace for Education ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาใช้ในการปฏิบัติงานและจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ - นิเทศติดตามการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล โดยคณะกรรมการของเขตพัฒนาคุณภาพ การศึกษา/สหวิทยาเขต 2.3) การจัดหาอุปกรณ์/สื่อเทคโนโลยีในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน - กำหนดให้โรงเรียนในสังกัดประชาสัมพันธ์ นักเรียนสามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มการ จัดการเรียนรู้ด้วยสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC Content Center) โดยใช้ โทรศัพท์มือถือ ได้อย่างสะดวกและสามารถเรียนรู้ได้ตลอด - จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพสื่อการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน ในการจัดการ เรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อ
เทคโนโลยีดิจิทัล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC Content Center) โดยรวบรวมคลังสื่อดิจิทัลออนไลน์ ของครูในสังกัด ไว้ใน Website เดียวกันเพื่อเผยแพร่สื่อเทคโนโลยี การจัดการเรียนการสอนให้ครูผู้สอนใน สังกัด 2.4) การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี - สร้างเครือข่ายร่วมจัดการศึกษาอาชีพ โดยความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และหน่วยงาน ต่าง ๆ เช่น สถาบันพัฒนาฝีมือและแรงงาน วิทยาลัยสารพัดช่าง พัฒนาชุมชนอำเภอ วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัย การอาชีพ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3) ปัญหาอุปสรรค - พื้นที่ห่างไกล และชนบทจำนวนมาก ที่ยังไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือมีสัญญาณ อินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร - ผู้เรียนบางส่วนยังไม่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารที่เพียงพอต่อการเรียน ออนไลน์ 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - พัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนในการใช้แพลตฟอร์ม การผลิตสื่อที่สอดคล้องกับความสนใจ ของผู้เรียน เช่น tiktok เกมการศึกษา - พัฒนาสมรรถนะการวิจัยสื่อ และนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน เพื่อสามารถผลิต เพื่อส่งเสริม แก้ปัญหา ของนักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.2 : จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ ที่ อำเภอ ชื่อโรงเรียน สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 1 เมืองบุรีรัมย์ อนุบาลเมืองบุรีรัมย์ (บ้านบัว) 2 ลำปลายมาศ บ้านลุงม่วง 3 ชำนิ บ้านช่อผกา 4 บ้านด่าน อนุบาลบ้านด่าน สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 1 ประโคนชัย อนุบาลประโคนชัย (อำนวยกิจราษฎร์วิทยาคาร) 2 บ้านกรวด นิคมสร้างตนเอง 1 3 กระสัง อนุบาลกระสัง 4 พลับพลาชัย วัดสำโรง 5 ห้วยราช อนุบาลห้วยราช สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 1 นางรอง บ้านหนองไทร (ปัญจคามคุรุสรรค์) 2 หนองกี่ บ้านสระขุด 3 หนองหงส์ วัดโนนศรีคูณ 4 ปะคำ บ้านโคกลอย 5 โนนสุวรรณ บ้านดงบังซับสมบูรณ์ 6 ละหานทราย บ้านโคกตาพรม 7 โนนดินแดง บ้านลำนางรอง 8 เฉลิมพระเกียรติ อนุบาลเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์ สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 1 พุทไธสง อนุบาลพุทไธสง (โอภาสประชานุกูล) 2 นาโพธิ์ อนุบาลนาโพธิ์ 3 บ้านใหม่ไชยพจน์ วัดสุคันธารมย์ 4 สตึก บ้านหนองใหญ่ 5 คูเมือง วัดบ้านปะเคียบ 6 แคนดง บ้านหัวฝาย
รายชื่อโรงเรียนคุณภาพ สพม.บุรีรัมย์ ที่ อำเภอ ชื่อโรงเรียน 1 เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์พิทยาคม 2 ลำปลายมาศ ลำปลายมาศ 3 ชำนิ ชำนิพิทยาคม 4 บ้านด่าน รมย์บุรีพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก 5 ประโคนชัย ประโคนชัยพิทยาคม 6 บ้านกรวด บ้านกรวดวิทยาคาร 7 กระสัง กระสังพิทยาคม 8 พลับพลาชัย พลับพลาชัยพิทยาคม 9 ห้วยราช ห้วยราชพิทยาคม 10 นางรอง นางรอง 11 หนองกี่ หนองกี่พิทยาคม 12 หนองหงส์ หนองหงส์พิทยาคม 13 ปะคำ ไทยเจริญวิทยา 14 โนนสุวรรณ โนนสุวรรณพิทยาคม 15 ละหานทราย ละหานทรายรัชดาภิเษก 16 โนนดินแดง ร่มเกล้า บุรีรัมย์ 17 เฉลิมพระเกียรติ พนมรุ้ง 18 พุทไธสง พุทไธสง 19 นาโพธิ์ นาโพธิ์พิทยาคม 20 บ้านใหม่ไชยพจน์ กู่สวนแตงพิทยาคม 21 สตึก สตึก 22 คูเมือง คูเมืองวิทยาคม 23 แคนดง แคนดงพิทยาคม 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.2 2.1) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนผู้เรียน มีอาคารเรียน อาคารประกอบ ที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย จัดสรรพื้นที่การใช้งาน บริเวณโรงเรียนอย่างคุ้มค่า ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ที่ดีมีมาตรฐาน มีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Fiber Optic ครอบคลุมทุกพื้นที่ของโรงเรียน) รองรับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนคุณภาพเองและ โรงเรียนเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน 2.2) ด้านผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา - สร้างความตระหนัก การรับรู้และความเข้าใจ สร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนด เป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญในการขับเคลื่อน การดำเนินงานแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกระดับ - ส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหารให้วิสัยทัศน์ เป็นผู้นำด้านวิชาการ มีความสามารถในการ บริหารโดยเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ด้วยกิจกรรมที่ หลากหลาย เช่น การอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะในการสร้างสื่อ การเรียนการสอนการเก็บรวบรวมสื่อ - ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ ยึดหลักธรรมาภิบาล การบริหารงาน แบบมีส่วนร่วม มีเป้าหมายในการทำงานชัดเจน ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้
ความสามารถให้ได้รับการพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้เชิงบวก และการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อีกทั้งยังมีนวัตกรรมการบริหารจัดการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ผ่านการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีวิทยฐานะที่สูงขึ้น สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน 2.3) ด้านการบริหารจัดการ - วางแผนการดำเนินงาน กำหนดโครงการโรงเรียนคุณภาพ/แต่งตั้งกรรมการขับเคลื่อน นโยบายโรงเรียนคุณภาพ/สร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย - สร้างการรับรู้/สร้างความตระหนักในการขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียนคุณภาพทั้งระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษาทั้งโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง - ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน รวมถึง ประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2.4) ด้านการจัดการเรียนรู้ กำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดให้เป็น แนวทางในการนำไปบริหารจัดการให้เป็นแนวทางเดียวกัน คือ Excellent & Joyful Learning Model ที่ สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ที่ว่า เรียนดี มีความสุข และกำหนดให้ โรงเรียนจัดทำแผนและโครงการที่สอดคล้องและสามารถพัฒนาให้เป็นนวัตกรรม และมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( Best Practice) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนได้ ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 2.5) ด้านผู้เรียน - จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ ระดับชาติ (RT, NT, O-NET) และ การเตรียมความพร้อมการวัดประเมินผลระดับนานาชาติ (Pisa) โดยได้ กำหนดให้สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ที่ว่า เรียนดี มีความสุข ที่ ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนได้ ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 3) ปัญหาอุปสรรค 1. ด้านบุคลากร - ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ยังขาดความเข้าใจในนโยบายและแนวทาง การขับเคลื่อน - โรงเรียนเครือข่าย มีความวิตกกังวล ถึงผลกระทบและสถานะของโรงเรียน 2. นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ยังขาดความเชื่อมั่น ในโครงการ “โรงเรียนคุณภาพ” 3. โรงเรียนเครือข่ายยังขาดความมั่นใจและกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. นโยบายโรงเรียนคุณภาพควรมีความต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนในการส่งบุตรหลานไปเรียนรวมกับ 2. ดำเนินการศึกษาเชิงวิจัยเพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาพัฒนาและแก้ไขปัญหา ตามสภาพจริงตามบริบทของพื้นที่ 3. ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกในระดับนโยบายให้มากขึ้น สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานเชิงพื้นที่เกิดการมีส่วนร่วมหรือได้รับความร่วมมือ ช่วยลดผลกระทบ ในด้านต่างๆ ให้น้อยลง 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.3 : พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาระบบการแนะแนว การเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแนะแนวเข้มแข็งของโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง อย่างเป็น ระบบ มีการพัฒนาครูแกนนำแนะแนวของทุกโรงเรียนในการขับเคลื่อนงานแนะแนว ทั้งการจัดทำหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ให้กับนักเรียนอย่างมีคุณภาพและเป็น รูปธรรม มีโรงเรียนแกนนำแนะแนว และมีโรงเรียนเครือข่ายแนะแนว 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.3 2.1) การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็น ต่อการดำรงชีวิต ตอบสนองต่อความสนใจและความต้องการของผู้เรียน - ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา กระบวนการ จัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกในศตวรรษที่ 21 - ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษากระบวนการ จัดการเรียนการ โดยในระดับปฐมวัยได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาที่เปิดในระดับขั้นปฐมวัย และ กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย เพิ่มพูนทักษะ (Re skill ) พัฒนาทักษะ (Up skill) และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New skills) - มีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นให้กับผู้เรียนที่เรียนจบแล้ว มีงาน ทำ - ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับ อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์ - การบริหารจัดการหลักสูตรพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียนทุกช่วงวัย - รูปแบบรายวิชาเพิ่มเติม เลือกเรียนตามความสนใจ (Shopping Course) และชุด รายวิชาต่อเนื่อง (ฺBlock Course) - ครูผู้สอนมีการใช้แผนการจัดการเรียนการสอนแนะแนวในระดับชั้นต่าง ๆ ในรูปแบบ ที่หลากหลายซึ่งแผนการสอนมีทั้งที่ครูผู้สอนสืบค้น/จัดหา/จัดทำ และสื่อที่จัดทำโดย กลุ่มงานแนะแนวฯ สำนักวิชาการและมาตรฐานการเรียนรู้ สพฐ. โดยนำมาปรับใช้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรม แนะแนว การบูรณาการการเรียนการสอนกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ การจัดกิจกรรม Home Room กิจกรรมเสริมความรู้หน้าเสาธง การจัดป้ายนิเทศในโรงเรียนและมีห้องแนะแนว ห้องให้คำปรึกษา รวมทั้ง การให้ความรู้ กับนักเรียนและผู้ปกครองในการเยี่ยมบ้านนักเรียน และการจัดประชุมผู้ปกครองนักเรีย น ประจำปีการศึกษา เป็นต้น
2.2) การจัดให้มีระบบแนะแนวผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการบริการแนะแนวในสถานศึกษา สร้างความเข้มแข็ง การดำเนินงานแนะแนวให้สถานศึกษาให้แก่ครูแนะแนวโดยจัดทำโครงการแนะแนวเพื่อการศึกษา ส่งเสริม อาชีพและทักษะชีวิตเพื่อพัฒนาครูแนะแนวในสังกัดให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานแนะแนวให้มี ประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการแนะแนวการเรียน (Coaching) แก่ครูผู้สอนใน สถานศึกษาให้สามารถเป็นครูแนะแนว แนะนำนักเรียนได้ทั้งในเรื่องการศึกษาต่อ แนวทางการเลือกอาชีพใน อนาคต การช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านสังคมเรื่องส่วนตัว แก่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.3) การส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง (Active Learning) และความสามารถด้าน Soft Skill - มีแนวทางให้โรงเรียนจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมผู้เรียนด้วยกระบวนการ Active Learning เพิ่อพัฒนา ๓ ทักษะ คือ ๑.พัฒนาทักษะวิชาการ ที่เน้นการพัฒนาสาระวิชาวิทยาศาสตร์ สาระวิชาภาษาไทย และสาระวิชาคณิตศาสตร์ ๒. พัฒนาทักษะอาชีพ ๑ โรงเรียน ๑ ทักษะอาชีพ ที่เน้นการปฏิบัติจริง และนำไปใช้ ได้จริงหลังจากเรียนจบไปแล้ว - ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education ที่มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง (Active Learning) และความสามารถด้าน Soft Skillในการจัดกิจกรรมแนะแนว ทุกระดับชั้น มีการบูรณา การในการจัดกิจกรรม ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ร่วมกับครูในหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมาย ร่วมกันในการส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีทักษะชีวิตและ ทักษะด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะด้านบุคคลรวมถึงทักษะการสื่อสารและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถวางแผน แก้ปัญหา มีการสืบค้น ค้นคว้า และการพัฒนา สิ่งต่าง ๆ ให้ทันกับสถานการณ์โลกปัจจุบันและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2.4) การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของ ผู้เรียน 1. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายหน่วยงานภายนอก ลงพื้นที่ ส่งต่อ และดูแล ช่วยเหลือนักเรียนร่วมกัน ได้แก่ - โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๑ - มูลนิธิยุวพัฒน์ - คลินิกรักษ์ใจ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ - สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ - บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ - บ้านพักคนชราจังหวัดบุรีรัมย์ - โรงพยาบาลชำนิ - สถานีตำรวจภูธรชำนิ - สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ - ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ 2. ดำเนินการให้โรงเรียนในสังกัดสมัครเข้าร่วมใช้ ระบบ School Health HERO และมี การอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง จากนักจิตวิทยา ศูนย์สุขภาพจิตที่ ๙ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ มีการติดตามและการรายงานการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
3) ปัญหาอุปสรรค ขาดงบประมาณที่เพียงพอในการพัฒนางาน การจัดอบรม/ เสริมความรู้เชิงปฏิบัติการ ให้กับ ครูแนะแนว ซึ่งควรมีการอบรม/พัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา เพราะมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงาน บ่อยครั้ง 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - มีการนิเทศติดตามเป็นระยะ และให้มีผู้รับผิดชอบงานร่วมกันมากกว่า ๑ คน - จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพียงพอ หรืออาจจัดอบรมครูแนะแนวผ่านระบบออนไลน์ ในทุกปีการศึกษา - มีการเผยแพร่สื่อ ความรู้ใหม่ๆ ผลงานของครูแนะแนวที่ประสบผลสำเร็จเป็นแบบอย่างได้ ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ เช่น Youtube, Facebook, Tiktok เป็นต้น เพื่อให้ครูได้มีตัวอย่าง/แนวทางการ พัฒนางาน - ส่งเสริม ยกย่องชมเชยครูผู้มีผลงานในระดับต่าง ๆ และมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในทุกระดับหรือทุกช่องทางต่าง ๆ ที่ครูสามารถสืบค้นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ทั้งทางตรงและทางไกล 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.4 : การจัดทำระบบวัดผลรองรับมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียน เพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการจัดทำระบบวัดผลรองรับ มาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ มีการวางระบบการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อพัฒนาระบบการรับรองมาตรฐานวิชาชีพให้ มีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ พัฒนาทักษะและความรู้ของผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการ ของตลาดแรงงานส่งผลดีต่อผู้ประกอบอาชีพ สถานประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.4 2.1) การวางระบบการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีการดำเนินการในลักษณะหรือรูปแบบ การเทียบโอนด้วยระบบหน่วยกิตสะสม (Credit Bank) การเชื่อมโยงมาตรฐานวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิ แห่งชาติ ฯลฯ ของหน่วยงานหรือสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน สกร.จังหวัดบุรีรัมย์ วางระบบการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อพัฒนาระบบ การรับรองมาตรฐานวิชาชีพให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ พัฒนาทักษะและความรู้ของ ผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานส่งผลดีต่อผู้ประกอบอาชีพ สถานประกอบการ และเศรษฐกิจ ของประเทศ 2.2) การกำหนดกลไกการวัดผลการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ รองรับผู้เรียนสายอาชีวศึกษา ยังไม่สำเร็จการศึกษา การกำหนดกลไกการวัดผลควรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เพื่อรองรับผู้เรียนที่มีความหลากหลาย 2.3) แนวทางการพัฒนาระบบการวัดผลทักษะและสมรรถนะวิชาชีพของผู้เรียน สายอาชีวศึกษา ระบบการวัดผลควรสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดไว้ วัดทักษะและสมรรถนะที่ จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพ 3) ปัญหาอุปสรรค ความหลากหลายของมาตรฐานวิชาชีพ แต่ละอาชีพมีความแตกต่างกัน ทั้งเนื้อหา ทักษะ และ สมรรถนะที่จำเป็นการออกแบบระบบวัดผลให้รองรับมาตรฐานวิชาชีพที่หลากหลาย 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรออกแบบระบบวัดผลที่ครอบคลุมทั้งทฤษฎี ทักษะ และ สมรรถนะ - ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล มาตรฐานวิชาชีพ ภาคเอกชน 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.5 : การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มี ความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการจัดทำระบบวัดผลเทียบ ระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย ให้สถานศึกษาในสังกัดจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษา สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.5 2.1) การจัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะ สถานศึกษาในสังกัดจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาสำหรับ ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ครอบคลุมทั้งมาตรฐานกา เรียนรู้/ตัวชี้วัด ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตร และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียน ได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ โดยจัดให้มีการคัดกรองผู้เรียนที่มี ความสามารถพิเศษ (พหุปัญญา ๘ ด้าน) ด้วยโปรแกรม ระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการส่งเสริม พัฒนาผู้เรียน ตามความถนัดและความสนใจ 2.2) การจัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล 1. แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย 2. สำรวจแววความสามารถพิเศษ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (MI-TEST) 3. แนะนำ/แนะแนว ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน 4. ส่งต่อ / กำกับติดตาม /รายงานผล 3) ปัญหาอุปสรรค สถานศึกษาในแต่ละแห่งที่เปิดสอนรายวิชาเพิ่มเติมไม่เหมือนกัน ทำให้เทียบผลระดับ การศึกษาค่อนข้างยาก 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.6 : ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) หน่วยงานทางการศึกษา สนับสนุน ส่งเสริม ให้สถานศึกษาในสังกัดขับเคลื่อนการดำเนินงาน ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ประสานความร่วมมือจากหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชนให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 2.6 2.1) การดำเนินการยกระดับศักยภาพทางวิชาชีพ การเชื่อมโยงหลักสูตรอาชีวศึกษากับ มาตรฐานวิชาชีพต่างๆ เพื่อเป็นการ Reskill , Upskill - ดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมเวทีและประชาคมเพื่อการจัดทารูปแบบและแนว ทางการพัฒนา. หลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา - จัดอบรมและสนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัด จัดทำหลักสูตร เพื่อเป็นการ Reskill และ Upskill เพื่อยกระดับทางวิชาชีพเป็นที่ยอมรับและเชื่อมโยงหลักสูตรกับมาตรฐานวิชาชีพต่างๆต่อไป 2.2) การอบรมอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) และทบทวนทักษะ (Reskill) - ส่งเสริมให้โรงเรียนในสังกัด จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น และนำปราชญ์ชาวบ้านเข้ามามี ส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิต การลงทุน การขาย การตลาด เป็นต้น - จัดอบรมอาชีพตามโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนให้ประชาชนในชุมชน ได้แก่ หลักสูตร ระยะสั้นกลุ่มสนใจ หลักสูตรชั้นเรียนวิชาชีพ และ 1 อำเภอ 1 อาชีพ เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) และเพิ่มสมรรถนะ (Up Skill) และทบทวนทักษะ(Re Skill) ตามงบประมาณที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จัดสรรให้ตามปีงบประมาณ 3) ปัญหาอุปสรรค - เนื่องจากในสภาพปัจจุบัน ค่าวัสดุอุปกรณ์มีราคาสูงขึ้น ทำให้การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ได้ น้อยลง 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การศึกษาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานทางการศึกษา/สถานศึกษา ดำเนินการตามนโยบายการศึกษาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยกำหนดแนว ทางการดำเนินงานขับเคลื่อนถึงระดับห้องเรียนและชุมชน
ที่รายการ ระยะเวลาด าเนินการ การด าเนินงาน 1 จัดท ำแผนปฏิบัติรำชกำร พ.ศ. 2567 ของส ำนักงำน พฤศจิกำยน 2567 ด ำเนินกำรเสร็จแล้ว ศึกษำธิกำรจังหวัดบุรีรัมย์ 2 จัดท ำแผนปฏิบัติรำชกำร พ.ศ. 2567 ของส ำนักงำน พฤษภำคม 2567 - กรกฎำคม 2567 อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำร ศึกษำธิกำรจังหวัดบุรีรัมย์(ฉบับทบทวน) 3 จัดท ำของบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2567 เพิ่มเติม (เช่น งบด ำเนินงำน /ค่ำเช่ำบ้ำน ฯลฯ) 4 จัดท ำสรุปรำยงำนงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปีงบประมำณ พฤษภำคม 2567 - กันยำยน 2567 อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำร พ.ศ. 2567 และจัดสรรงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปี พ.ศ. 2566 ไปพลำงก่อน 5 ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ และรายงานการใช้จ่าย ตุลำคม 2566 - กันยำยน 2567 อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำร งบประมำณ 6 จัดท ำค ำสั่งแต่งตั้งคณะท ำงำนบริหำรจัดกำรข้อมูลสำรสนเทศ 1 - 30 พฤษภำคม 2567 อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำร ด้ำนกำรศึกษำจังหวัดบุรีรัมย์ ปีกำรศึกษำ 2567 เสนอผู้ว่ำลงนำม สรุปผลการด าเนินการปฏิบัติงาน ระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา ของ กลุ่มนโยบายและแผน
1 รายงานผลการดำเนินงานกลุมพัฒนาการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย(รอบ 6 เดือน) ............................................. ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน งานดำเนินการเรียบรอยแลว (รอบ 6 เดือน) 1. โครงการวันเด็กแหงขาติ ประจำป 2567 จังหวัดบุรีรัมย ระยะเวลาดำเนินการ 1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย รวมกับหนวยงานทุกภาคสวน ของจังหวัดบุรีรัมย รวมการจัดกิจกรรมวันเด็ก ในวันเสารที่ 13 มกราคม 2567 เวลา 06.00 – 15.30 น. ณ บริเวณศาลากลาง จังหวัดบุรีรัมย (หลังเดิม) และบริเวณถนนเสด็จนิวัติ อำเภอเมืองบุรีรัมย จังหวัดบุรีรัมยโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมยไดรับมอบหมาย ในที่ประชุมระดับจังหวัดในการรับผิดชอบ ดังนี้ 1. รับมอบหมายจากจังหวัดบุรีรัมยใหรับผิดชอบเปนหนวยงานผู ประสานงานกับหนวยงานอื่นๆ และพิธีการตางๆ ณ เวทีกลาง 2. รับผิดชอบ ฐานกิจกรรม ที่ 2 ซุมที่ 1 กิจกรรมเกี่ยวกับการตั้งชื่อ “เมืองแปะ”และเปลี่ยนมาเปนเมืองบุรีรัมย/การเลิกทาส /โครงการอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ เปาหมายเชิงปริมาณ นักเรียน เยาวชน และผูปกครอง ในจังหวัด บุรีรัมย จำนวน 10,000 คน - นักเรียน เยาวชน ผูปกครอง ใน จังหวัดบุรีรัมย เขารวมกิจกรรม วันเด็กแหงชาติ ประจำป 2567 จังหวัดบุรีรัมย จำนวนมากกวา 10,000 คน บรรลุวัตถุประสงค และเปาหมายโครงการ นางศิรินัชรินท วงคคำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 2. การคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปการศึกษา 2565 การดำเนินงาน 1. ดำเนินการจัดสงขอมูล ผูประสานงาน ขอมูลเลขบัญชีเงินรับฝาก 2. จัดทำประมาณการคาใชจายตางๆ 3. จัดทำเอกสารประกอบการยืมเงิน และลางหนี้เงินยืม ผลการดำเนินงาน นางศิรินัชรินท วงคคำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
2 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน การคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปการศึกษา 2565 ผูรับผิดชอบประสานงาน นางศิริณัชรินท วงศคำ ผูไดรับรางวัลพระราชทานฯจำนวน 7 ราย ไดรับจัดสรรคาใชจายการ เดินทางของนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาที่ไดรับรางวัลพระราชทาน ประจำปการศึกษา 2565 เปนจำนวนเงินทั้งสิ้น 26,814 บาท ลำดับที่ 115 นายอนุศิษฐ ทาพิมาย (นร) วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง จำนวนเงิน 4,376 บาท นางดีเศวต ทาพิมาย (ผปค) จำนวนเงิน 1,576 บาท ลำดับที่ 173 นายวราเทพ ปุลันรัมย (นศ) มหาวิทยาลัยราชภัฏ บุรีรัมย จำนวนเงิน 4,306 บาท นายวิเพก ปุลันรัมย(ผปค)จำนวนเงิน 2,106 บาท ลำดับที่ 221 นางสาวบุญสม ปนสุวรรณ (รร.) โรงเรียนมารีพิทักษ จำนวนเงิน 4,306 บาท ลำดับที่ 273 นายมานัส เวียงวิเศษ (รร.) โรงเรียนนางรอง จำนวนเงิน 5,308 บาท ลำดับที่ 292 นายสมชัย อินออน (รร.) วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง จำนวนเงิน 5,308 บาท 3. งานนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับ นักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปการศึกษา 2567 ศธจ.บุรีรัมยไดดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการ รับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปการศึกษา 2567 เปนไปดวยความเรียบรอย ดังนี้ 1.1 ดำเนินการแตงตั้งกรรมการรับนักเรียน ปการศึกษา 2567 ระดับเขตพื้นที่การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา บุรีรัมย เขต 1 – 4 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา บุรีรัมย - ดำเนินการเสร็จเรียบรอยตาม กรอบระยะเวลา และเปนไปตาม ขั้นตอนกระบวนการที่กำหนดใน หลักเกณฑ นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
3 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 1.2 ใหความเห็นชอบแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ปการศึกษา 2567 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต 1 - 4 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย 1.3 ใหความเห็นชอบเปดรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 (3 ป บริบูรณ) ปการศึกษา 2567 (รายใหม) จำนวน 4 โรงเรียน คือ 1) โรงเรียนวัดบานบุขี้เหล็ก ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ 2) โรงเรียนบานตาอีตำบลบานกรวด อำเภอบานกรวด 3) โรงเรียนบาน โคกยาง ตำบลบานกรวด อำเภอบานกรวด 4) โรงเรียนบานโคกยาง ตำบลกันทรารมย อำเภอกระสัง 1.4 ใหความเห็นชอบแผนรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 (3 ป บริบูรณ) ปการศึกษา 2567 จำนวนทั้งสิ้น 119 โรงเรียน 126 หองเรียน 2,735 คน 4. งานการจัดตั้ง ยุบ รวม เลิก โอนสถานศึกษา และ การขอขยายชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรอบ 6 เดือนที่ผานมาไดดำเนินการเกี่ยวกับการโอนสถานศึกษา การขอขยายชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้ 1.1 การโอนโรงเรียนวัดกะทิง อำเภอลำปลายมาศ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต ๑ ไปสังกัดเทศบาลตำบล ลำปลายมาศ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมยตั้งแตปการศึกษา 2567 1.2 การขอขยายชั้นเรียนของโรงเรียนในสังกัดสพป.บุรีรัมย เขต 2 คือ โรงเรียนวัดบานเมืองโพธิ์ อำเภอหวย ขอขยายชั้นเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ในปการศึกษา 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด บุรีรัมย ในฐานะฝายเลขานุการ กศจ.บุรีรัมยไดตรวจสอบขอมูล เอกสาร ขั้นตอนการดำเนินงาน เหตุผลความจำเปนและความพรอมของโรงเรียนวัด บานเมืองโพธิ์ตามองคประกอบที่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวย การขยายชั้นเรียนฯ กำหนด เพื่อความรอบคอบในการดำเนินการ โดย - ดำเนินการเสร็จเรียบรอยตาม กรอบระยะเวลา และเปนไปตาม ขั้นตอนกระบวนการที่กำหนดใน หลักเกณฑ นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
4 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน เปนไปตามมติกศจ.บุรีรัมย ซึ่งพบวามีจำนวนนักเรียนยืนยันความ ประสงคที่จะเขาศึกษาตอชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ลดลงจากการสำรวจครั้ง แรก ทำใหสถานศึกษามีจำนวนนักเรียนที่จะศึกษาตอชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ในปการศึกษา 2567 นอยกวาที่หลักเกณฑกำหนด โรงเรียนวัด บานเมืองโพธิ์จึงขอชะลอการดำเนินการ โดยเมื่อเปนไปตามหลักเกณฑ จึงจะดำเนินการขอขยายชั้นเรียนในปการศึกษาถัดไปอีกครั้งหนึ่ง 5. งานการประกาศรายละเอียดการสงเด็กเขาเรียนใน สถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับและการ จัดสรรโอกาสเขาศึกษาตอระหวางสถานศึกษาที่อยู ในเกณฑการศึกษาภาคบังคับ ปการศึกษา 2568 คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมยมีประกาศลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567 จำนวน 2 ฉบับ คือ ประกาศใหผูปกครองสงเด็กที่มีอายุถึง เกณฑการศึกษาภาคบังคับเขาเรียนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษา ภาคบังคับ ปการศึกษา 2568 และประกาศการจัดสรรโอกาสเขาศึกษา ตอระหวางสถานศึกษาที่อยูในเกณฑการศึกษาภาคบังคับ ปการศึกษา 2568 แจงไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ และโรงเรียนในสังกัด ดำเนินการประชาสัมพันธใหทราบโดยทั่วกัน - ดำเนินการเสร็จเรียบรอย นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 6. งานการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเดน ดำเนินการคัดเลือกและประสานงานเกี่ยวกับการคัดเลือกเด็กและ เยาวชนดีเดน โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัด ไดรับการคัดเลือกเปน เด็กและเยาวชนดีเดน ประจำป 2567 ดังนี้ 1.1 เด็กชายชิษนุพัตน พงศพณิช โรงเรียนมารียอนุสรณ จังหวัดบุรีรัมย เด็กดีเดน สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน 1.2 เด็กหญิงพรรณภัสร ปุยะติ โรงเรียนอนุบาลกัลยาประสิทธิ์ จังหวัด บุรีรัมย เด็กดีเดน สภาสมาคมสตรีแหงชาติ ในพระบรมม ราชินูปถัมภ - ดำเนินการเสร็จเรียบรอย นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 7. งานการสำรวจและจำแนกนักเรียนกลุมเปาหมายที่ ตองการฝกอบรมทักษะอาชีพตามโครงการ เพิ่มทักษะดานอาชีพแกนักเรียนที่ไมไดเรียนตอ ศธจ.บุรีรัมยไดดำเนินการตามที่ไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการ ขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะดานอาชีพแกนักเรียนที่ไมไดเรียนตอหลังจบ การศึกษาภาคบังคับ ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2567 คือ ดำเนินการ สำรวจและจำแนกนักเรียนในสังกัดตาง ๆ ที่จะจบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 - ดำเนินการเสร็จเรียบรอย มี จำนวน 17 คน สนใจเขารวม โครงการ นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
5 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน หลังจบการศึกษาภาคบังคับ ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในปการศึกษา 2566 ที่ตองการฝกอบรมทักษะอาชีพ ตามโครงการ เพิ่มทักษะดานอาชีพแกนักเรียนที่ไมไดเรียนตอหลังจบการศึกษาภาค บังคับ ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2567 จากนั้นสรุปขอมูลนักเรียน ดังกลาวสงใหสถาบันพัฒนาฝมือแรงงาน 37 บุรีรัมย และสำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัดบุรีรัมย เพื่อดำเนินการ ฝกอบรมนักเรียนและใหความชวยเหลือสนับสนุนตามโครงการฯ โดยมี นักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดตาง ๆ ที่ไมไดเรียนตอหลังจบการศึกษาชั้น ม.3 สมัครเขารับการฝกทักษะอาชีพ จำนวน 17 คน ใน 5 หลักสูตร อาชีพ คือ ชางซอมและบำรุงรักษารถจักรยานยนตชางเครื่องทำความ เย็นในบานและการพาณิชยขนาดเล็ก ชางตรวจเช็คระยะรถยนตชาง เชื่อมอารกโลหะดวยมือ และชางแตงผมสตรี 8. ทุนการศึกษา หางหุนสวนจำกัด ศิริพงษแมชีนเนอรี่ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย ศธจ.บุรีรัมยไดประสานงานกับหางหุนสวนจำกัด ศิริพงษแมชีนเนอรี่ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย ในการมอบทุนการศึกษาเนื่องในวันเด็ก แหงชาติ วันเสารที่ 13 มกราคม 2567 โดยคัดเลือกนักเรียนที่กำลัง ศึกษาอยูในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ 10 อำเภอ ของจังหวัดบุรีรัมย ประกอบดวย ลำปลายมาศ บานดาน หวยราช กระสัง สตึก แคนดง คู เมือง พุทไธสง นาโพธิ์และบานใหมไชยพจนอำเภอละ 1 ทุน จำนวน ทั้งสิ้น 10 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท รวมทั้งสิ้น 30,000 บาท โดยมี รายชื่อนักเรียนที่ไดรับทุน ดังนี้ 1.1 เด็กหญิงยลดา ทิวาพัฒนโรงเรียนบานสี่เหลี่ยมใหญ อำเภอลำ ปลายมาศ สพป.บุรีรัมย เขต 1 1.2 เด็กหญิงกัญญาพัชร หนองบัว โรงเรียนวัดบานกระหาด อำเภอ บานดาน สพป.บุรีรัมย เขต 1 1.3 เด็กชายสิทธิชัย รัตนะดีโรงเรียนบานโนนสวาง อำเภอกระสัง สพป.บุรีรัมย เขต 2 - ดำเนินการเสร็จเรียบรอย มี นักเรียนไดรับทุน 10 คน รายละ 3,000 บาท นางสาวสนธยา พูนไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
6 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 1.4 เด็กหญิงนันทกานต สุขใส โรงเรียนบานโชคกราด อำเภอหวย ราช สพป.บุรีรัมย เขต 2 1.5 เด็กหญิงปวริศ แดงแพง โรงเรียนบานยางน้ำใส อำเภอสตึก สพป.บุรีรัมย เขต 4 1.6 เด็กหญิงณัชชา เพ็งบุบผา โรงเรียนบานงิ้ว อำเภอแคนดง สพป.บุรีรัมย เขต 4 1.7 เด็กชายอาชวิน รักคบ โรงเรียนบานโนนกลาง อำเภอคูเมือง สพป.บุรีรัมย เขต 4 1.8 เด็กหญิงฉันทชนก ฉิมทอง โรงเรียนบานยางนกคู อำเภอพุทไธ สง สพป.บุรีรัมย เขต 4 1.9 เด็กหญิงนริศรา โทอุทา โรงเรียนวัดธาตุอำเภอนาโพธิ์ สพป. บุรีรัมย เขต 4 1.10 เด็กหญิงอนัญพร กำลังมาก โรงเรียนวัดศรีสุนทร อำเภอบาน ใหมไชยพจนสพป.บุรีรัมย เขต 4 9. ทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท จังหวัด นครราชสีมา ประจำป 2567 1. กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 และฝายเลขานุการมูลนิธิ เปรม ติณสูลานนท จังหวัดนครราชสีมา ประสานใหจังหวัดบุรีรัมย พิจารณาคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และสงรายชื่อพรอม หลักฐานประกอบการขอรับทุนการศึกษา ประจำป 2567 จำนวน 32 ทุน ดังนี้ 1.1 ทุนการศึกษาประเภทรายป จำนวน 18 ทุน 1) ระดับประถมศึกษา จำนวน 6 ทุน 2) ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 ทุน 3) ระดับอุดมศึกษา จำนวน 2 ทุน 1.2 ทุนการศึกษาตอเนื่อง (ระดับชวงชั้น มัธยมศึกษา) จำนวน 4 ทุน 1) ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 2 ทุน -ดำเนินการมอบทุน 32 ทุน พรอม รายงานสงใหมูลนิธิเปรม ติณสูลา นนท จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 เรียบรอยแลว นางดรุณี ครองญาติ
7 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 2) ระดับมัธยมศึกษาหรืออาชีวศึกษา จำนวน 1 ทุน 3) ระดับอุดมศึกษา จำนวน 1 ทุน 1.3 ทุนโรงเรียนรมเกลา จำนวน 10 ทุน 2. แจงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ หนวยงานทางการศึกษาใน จังหวัดบุรีรัมยที่เกี่ยวของ และผูอำนวยการโรงเรียนรมเกลา บุรีรัมย ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามระเบียบของ มูลนิธิฯ โดยใหจัดสงใบสมัครขอรับทุนการศึกษา และหลักฐานประกอบการ พิจารณาขอรับทุนการศึกษา ใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย 3. ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติตามระเบียบของมูลนิธิฯ ของผูขอรับทุนฯ และรวบรวมใหมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท จังหวัด นครราชสีมา พิจารณา 4. มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท จังหวัดนครราชสีมา มีกำหนดการจัดพิธี มอบทุนการศึกษา ประจำป 2567 ในวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ 2567 เวลา 10.00 น. ณ หองศรีพัชรินทร สโมสรรวมเริงไชย คายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยมีแมทัพภาคที่ 2 และประธานกรรมการมูลนิธิ เปรม ติณสูลานนทจังหวัดนครราชสีมา เปนประธานในพิธี 5. ผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย มอบหมาย นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย เขารวมพิธีมอบทุนการศึกษาฯ ป 2567 แทน และเปนผูแทนในการรับทุนการศึกษาของจังหวัดบุรีรัมย จำนวน 32 ทุน เปนเงินจำนวน 86,000 บาท เงินคาพาหนะผูรับทุน จำนวน 3,200 บาท เงินคาเอกสารรายงานผลการมอบทุน จำนวน 800 บาท (แปดรอย บาทถวน) รวมเปนเงินทั้งสิ้น 90,000 บาท (เกาหมื่นบาทถวน) ทาง แคชเชียรเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขานครราชสีมา เลขที่ 00094870 เพื่อพิจารณามอบใหแก นักเรียน นักศึกษาที่ไดรับทุนฯและ รวมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท จังหวัดนครราชสีมา
8 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน ประจำป 2567 ในนามจังหวัดบุรีรัมย เปนเงินจำนวน 27,719 บาท (สองหมื่นเจ็ดพันเจ็ดรอยสิบเกาบาทถวน) 6. จัดพิธีมอบทุนการศึกษา มูลนิธิเปรม ติณสูลานนทจังหวัด นครราชสีมา ประจำป 2567 ตามกำหนดการ โดยผูวาราชการจังหวัด บุรีรัมย (นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ) เปนประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิ เปรม ติณสูลานนท จังหวัดนครราชสีมา ประจำป 2567 ในวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ หองประชุมเฟองฟา ชั้น ๑๕ อาคาร เฉลิมพระเกียรติ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏ บุรีรัมยอำเภอเมืองบุรีรัมย จังหวัดบุรีรัมยโดยมีหัวหนาสวนราชการตาง ๆ ไดใหเกียรติเขารวมพิธีมอบทุนการศึกษาฯ ดวย 7. รวบรวมใบสำคัญรับเงินพรอมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผูไดรับเงินทุน อยางละ 1 ชุด จำนวน 32 ราย พรอมภาพถายพิธี มอบทุนการศึกษาฯ ประจำป 2567 สงใหมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 เรียบรอยแลว งานระหวางดำเนินการ (รอบ 6 เดือน) 1. งานทุนการศึกษาการดำเนินงานโครงการ ทุนการศึกษาพระราชทานฯ ป 2567 ภายใต “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” รุนที่ 16 ป 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมยในฐานะเลขานุการคณะ กรรมการฯ ระดับจังหวัด ไดดำเนินงาน โครงการทุนการศึกษา พระราชทานฯ ป 2567 ภายใต “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” รุนที่ 16 ป 2567 ดังนี้ 1. แตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก คัดสรร ผูรับพระราชทานทุน การศึกโครงการทุนการศึกษาพระราชทานภายใต “มูลนิธิทุนการศึกษา พระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” รุนที่ 16 ป 2567 (ระดับจังหวัด) (แตงตั้ง โดย ผูวาราชการจังหวัด บุรีรัมย) - พิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับ ความสำคัญ สรุปรายชื่อ ผูผาน ความเห็นชอบ จำนวน 8 ราย และ สำรอง ภาคการศึกษาละ 3 ราย อยูระหวางขั้นตอนการดำเนินงาน ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 13 และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ ดำเนินการตอไป นางดรุณี ครองญาติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
9 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 2. แจงรายละเอียดโครงการทุนการศึกษาฯ และกระบวนการคัดเลือก คัดสรร ผูรับพระราชทานทุน รุนที่ 16 ป 2567 ใหหนวยงานทาง การศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย ที่เกี่ยวของทราบ เพื่อแจงใหโรงเรียนในสังกัด ดำเนินการ คัดเลือก คัดสรร และเสนอชื่อนักเรียนผูมีคุณสมบัติตรง ตามเกณฑเงื่อนไขโครงการฯ ดังนี้ 2.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต 1 - 4 2.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย 2.3 สำนักงานสงเสริมการปกครองทองถิ่นจังหวัดบุรีรัมย 2.4 โรงเรียนเอกชนในจังหวัดบุรีรัมย ที่เปดสอนในระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 3. หนวยงานทางการศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย ที่เกี่ยวของ เสนอชื่อ นักเรียนผูมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ เงื่อนไขโครงการฯ ใหสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย จำนวน 17 ราย 4. แตงตั้งคณะอนุกรรมการ พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติผูขอรับ พระราชทานทุนการศึกษา โครงการทุนการศึกษาพระราชทานภายใต “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” รุนที่ 16 ป 2567 ตามหลักเกณฑที่กำหนด และลงพื้นที่เยี่ยมบาน และสอบทานขอมูลเชิงประจักษ (แตงตั้ง โดย ผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย) 5. กำหนดการลงพื้นที่เยี่ยมบาน และสอบทานขอมูลเชิงประจักษ ผูขอรับทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุนที่ 16 ป 2567 ระหวาง วันที่ 26 มีนาคม - 3 เมษายน 2567 ตามกำหนดการ 6. แจงคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติผูขอรับ พระราชทานทุนการศึกษา ม.ท.ศ. รุนที่ 16 ป 2567 ลงพื้นที่เยี่ยมบาน และสอบทานขอมูลเชิงประจักษตามกำหนดการ - นักเรียนจังหวัดบุรีรัมย ไดรับการ คัดเลือก จำนวน 2 ราย สำรอง 1 ราย
10 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 7. ขอความรวมมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย ประเมิน ความเครียดและภาวะซึมเศรา ตามแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต (แบบ ประเมินความเครียด ST-5 และแบบคัดกรองภาวะซึมเศรา CDI) ของ นักเรียนผูไดรับการเสนอชื่อ จำนวน 17 ราย ตามบัญชีรายชื่อ และใหการ รับรองผลการประเมินดังกลาว สงสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย 8. ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ตามคำสั่ง ในวันพุธที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. ณ หองประชุมณัฐกิจสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาบุรีรัมยเพื่อพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติผูขอรับพระราชทาน ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุนที่ 16 ป 2567 ตามหลักเกณฑฯ และ จัดเรียงลำดับ ผูขอรับทุนฯ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด พิจารณาคัดเลือกตอไป 9. คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด โดยผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย (นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ) ประธานกรรมการ พรอมดวยคณะกรรมการฯ ได ประชุมพิจารณาคัดเลือก คัดสรร ผูขอรับทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)”รุนที่ 16 ป 2567 จำนวน 17 ราย วันวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ หองประชุมฝายคำ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย โดยยึด หลักการแนวคิด หลักเกณฑเงื่อนไข และกระบวนการวิธีการดำเนินงาน ตามคูมือและแผนปฏิบัติการ การดำเนินงานโครงการทุนการศึกษา พระราชทาน ม.ท.ศ. ป 2567 อยางเครงครัด โปรงใส เปนธรรม และ ตรวจสอบไดตามแนวพระบรมราโชบายองคประธานกรรมการ ม.ท.ศ. และคณะกรรมการมีมติเห็นชอบ และจัดเรียงลำดับนักเรียน จำนวน 5 ราย เขาสูการพิจารณาในระดับภาค 13 10. วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2567 จังหวัดบุรีรัมย เขารวมประชุม พิจารณากลั่นกรองนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุนที่ 16 ป 2567
11 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน ระดับภาค จังหวัดบุรีรัมย นำโดย ผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย (นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ) พรอมดวย นายสนิท เชื้อสอน รองศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย นางสาวปริชาติ เบ็ญจวรรณ ผูอำนวยการกลุมพัฒนาการศึกษา (รก.) และ นางดรุณี ครองญาติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ เขารวมประชุมฯ เพื่อใหผูวาราชการจังหวัด 4 จังหวัด (นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย และ สุรินทร) รวมกันพิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญ สรุปรายชื่อ ผูผานความเห็นชอบ จำนวน 8 ราย และสำรองภาคการศึกษาละ 3 ราย โดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมย เปนประธานในการ ประชุมฯ 2. ทุนการศึกษามูลนิธิรวมจิตตนอมเกลา เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภปการศึกษา 2566 1. จังหวัดบุรีรัมย มีผูรับทุนการศึกษามูลนิธิรวมจิตตนอมเกลาฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ ปการศึกษา 2566 จำนวน 16 ราย ดังนี้ 1.1 ระดับประถมศึกษา จำนวน 6 ราย 1.2 ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 7 ราย 1.3 ระดับอาชีวศึกษา จำนวน 3 ราย 2. มูลนิธิรวมจิตตนอมเกลาฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ สงเงินทุนการศึกษามาใหจังหวัดบุรีรัมยสำหรับมอบเยาวชนผูรับทุน มูลนิธิฯ จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ 2.1 ครั้งที่ 1 (3 พฤษภาคม 2566) จำนวน 10 ราย 2.2 ครั้งที่ 2 (25 กรกฎาคม 2566) จำนวน 4 ราย 2.3 ครั้งที่ 3 (12 กันยายน 2566) จำนวน 1 ราย (ยายมาจาก จ.กาฬสินธุ) 2.4 ครั้งที่ 4 (19 กันยายน 2566) จำนวน 1 ราย (ยายมาจาก จ.สตูล) - อยูระหวางสถานศึกษาดำเนินการ สงเอกสารถึงมูลนิธิฯ และรายงาน ใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด บุรีรัมยทราบ นางดรุณี ครองญาติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
12 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 3. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไดมอบเงินทุนการศึกษาให เยาวชนผูรับทุนทั้ง 16 ราย เรียบรอยแลว โดยการโอนเงินเขาบัญชีเงิน ฝากธนาคารของนักเรียนทุน 4. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไดแจงสถานศึกษาสงเอกสาร นอมเกลาฯ ของเยาวชนผูรับทุนมูลนิธิรวมจิตตนอมเกลาฯ เพื่อเยาวชน ใน พระบรมราชินูปถัมภปการศึกษา 2566 (เอกสารนอมเกลาฯ 1.3, 2.1 และ 2.2) พรอมแนบเอกสารรายงานผลการเรียน 3. ทุนการศึกษาเสมาพัฒนาชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปการศึกษา 2566 1. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีแจงใหสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ดำเนินการแตงตั้งคณะกรรมการกองทุนเสมา พัฒนาชีวิตจังหวัด คัดเลือกผูสมควรไดรับทุนการศึกษาในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ซึ่งปจจุบันกำลังศึกษาอยูในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปที่ 1 ตามที่ไดรับการจัดสรรของแต ละจังหวัด โดยดำเนินการตามคูมือและแนวทางการดำเนินงานกองทุน เสมาพัฒนา (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) และแจงขอมูลเพื่อ ประกอบการพิจารณา ใหสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการทราบ ภายในวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2566 2. ดำเนินการประชาสัมพันธแจงหนวยงานทางการศึกษาในจังหวัด บุรีรัมยที่เปดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่มีความประสงค จะสงนักเรียน/นักศึกษา เพื่อขอรับทุนการศึกษาฯ ดังกลาว ดำเนินการ พิจารณาคัดเลือก นักเรียน/นักศึกษา ที่มีคุณสมบัติ และสงเอกสาร ประกอบการขอรับทุนฯ ใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ภายใน วันที่ 10 สิงหาคม 2566 3. แตงตั้งคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต จังหวัดบุรีรัมย เพื่อ พิจารณาคัดเลือกนักเรียน/นักศึกษา ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สมควร -อยูระหวาง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการ พิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาใหกับผู ไดรับทุนการศึกษา ในปการศึกษา 2566 จำนวน 3 ราย นางดรุณี ครองญาติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
13 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน ไดรับทุนกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตกอนเสนอคณะกรรมการพิจารณาจัดสรร ทุนการศึกษา 4. ประชุมคณะกรรมการฯ ตามขอ 3.1 เพื่อพิจารณาคัดเลือก นักเรียน/นักศึกษา ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมฯ ในวันศุกรที่ 25 สิงหาคม 2566 เวลา 15.00 น. ณ หองประชุมรวมใจเอกชน สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย 5. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจงประกาศผลการคัดเลือกผู ไดรับทุนการศึกษาเสมาพัฒนาชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประจำปการศึกษา 2566 จังหวัดบุรีรัมย มีจำนวน 3 ราย ดังนี้ 5.1 นางสาวกนกวรรณ ยัควงค วิทยาลัยเทคนิคนางรอง 5.2 นายสุภานนท คูสำโรง โรงเรียนบานกรวดวิทยาคาร 5.3 นายพีรยุทธ เกือกรัมย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย 4. ทุนการศึกษารายปตอเนื่องของผูไดรับผลกระทบ สืบเนื่องจากสถานการณความไมสงบในจังหวัด ชายแดนภาคใตปการศึกษา 2566 และ ป การศึกษา 2567 1. ปการศึกษา 2566 ไดดำเนินการตามกระบวนการฯ เรียบรอยแลว ดังนี้ 1.1 จังหวัดบุรีรัมย มีผูมีสิทธิขอรับทุนการศึกษารายปตอเนื่องของ ผูไดรับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณความไมสงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต ประจำปการศึกษา 2566 รวมทั้งสิ้น จำนวน 14 ราย 1.2 ศูนยขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ได ดำเนินการโอนเงินทุนการศึกษารายปตอเนื่องของผูไดรับผลกระทบสืบ เนื่องจากสถานการณความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต ประจำป การศึกษา 2566 เขาบัญชีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย เลขที่ บัญชี 308-3-15496-8 เรียบรอยแลว และสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดบุรีรัมย ไดโอนเงินทุนใหกับผูมีสิทธิขอรับทุนการศึกษารายป ตอเนื่องฯ เรียบรอยแลว ทั้ง 14 ราย - การดำเนินการ ปการศึกษา 2567 อยูระหวางสถานศึกษาเปด ทำการเรียนการสอน ปการศึกษา 2567 และตรวจสอบสถานภาพ เปนนักเรียน/นักศึกษา นางดรุณี ครองญาติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
14 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 2. ปการศึกษา 2567 ไดดำเนินการแลวดังนี้ 2.1 ศูนยขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต แจง ประกาศรายชื่อผูมีสิทธิขอรับทุนการศึกษารายปตอเนื่องผูไดรับ ผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณความไมสงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต ประจำปการศึกษา 2567 ครั้งที่ 1 จำนวน 14 รายและขอให สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ดำเนินการแจงประกาศรายชื่อฯ และแจงสถานศึกษาตรวจสอบสถานภาพการเปนนักเรียน/นักศึกษา ของผูรับทุนฯ ในปการศึกษา 2567 2.2 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไดดำเนินการแจงแจง หนวยงานที่เกี่ยวของ และสถานศึกษา ดำเนินการ ตรวจสอบสถานภาพ การเปนนักเรียน/นักศึกษา ในปการศึกษา 2567 ดังนี้ 1. หากยังคงสถานภาพเปนนักเรียน/นักศึกษา ในป การศึกษา 2567 ใหดำเนินการยื่นขอรับทุนการศึกษารายปตอเนื่องฯ ผานระบบฐานขอมูลทุนฯ ตามขั้นตอน หากไมสามารถดำเนินการตาม ระบบได ใหสงเอกสารครบชุดไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ดังนี้ 1.1 แบบ ศ.3 (หนังสือรับรองสถานภาพการเปน นักเรียน/นักศึกษา) 1.2 สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (โดยตองมีชื่อ ผูรับทุนฯ ดวย) 1.3 รายงานผลการเรียนปที่ผานมา 2. หากนักเรียน/นักศึกษา รายใดไมปรากฏรายชื่อตาม ประกาศ และทราบวาตนมีสิทธิรับทุนดังกลาว โปรดติดตอศูนย ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต
15 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 3. หากนักเรียน/นักศึกษา จบการศึกษา ยายสถานศึกษา หยุดเรียน หรือกรณีอื่น ๆ ขอความกรุณาดำเนินการแจงไปยังสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมยทันที เพื่อจักไดแจงกลับศูนยขับเคลื่อน การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต ดำเนินการติดตามตอไป 4. เมื่อดำเนินการยื่นขอรับทุนการศึกษารายปตอเนื่องฯ ผานระบบฐานขอมูลทุนฯ ตามขอ 1 เรียบรอยแลว ใหสงเอกสารครบ ชุดตามขอ 1.1 - 1.3 ไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย 5. การสงเสริมการแกปญหาเด็กตกหลน เด็กกลุมเสี่ยง และออกกลางคัน 1. ดำเนินการแจงรายชื่อผูแทน จำนวน 1 ราย รวมเปนคณะทำงาน ติดตามขอมูลเด็กวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา (เด็กตกหลน) ภายในวันที่ 17 มกราคม 2567 และดำเนินการลงทะเบียนในระบบ ศ ู น ย บ ร ิ ก า ร ข อ ม ู ล ก า ร ศ ึ ก ษ า ก ร ะ ท ร ว ง ศ ึ ก ษ า ธ ิ ก า ร (https://exchang.moe.go.th) พรอมแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือมอบหมายเปนผูแทน คณะทำงานในการติดตามขอมูลเด็ก วัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา (เด็กตกหลน) เรียบรอยแลว 2. ประสานขอมูลเกี่ยวกับนักเรียนที่มีสภาวะยากลำบากในการ ดำรงชีวิต 3. แสวงหาหนวยงานเครือขายในการใหความดูแลชวยเหลือ เชน พมจ. บานพักเด็ก โรงเรียนราชประชานุเคราะห 51 จังหวัดบุรีรัมยพช. 4. สำรวจขอมูลขอมูลนักเรียนครอบครัวยากจน เพื่อใชเปนขอมูลในการ ใหความดูแลชวยเหลือ -อยูระหวางดำเนินการ (งานที่ตอง ดำเนินการทั้งปงบประมาณ) นางสาวปริชาติ เบ็ญจวรรณ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ (รก. ผอ.กลุมพัฒนา การศึกษา) 6. การสงเสริม สนับสนุน และแกปญหา เพื่อสราง โอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 7.1 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ซึ่งมีภารกิจในการพัฒนา การศึกษา ตามยุทธศาสตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสรางโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดประชุมครูแนะแนวโรงเรียนที่ จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 และสถานศึกษาที่จัด - ดำเนินการประชุมครูแนะแนว เสร็จเรียบรอย นางสาวปริชาติ เบ็ญจวรรณ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ (รก. ผอ.กลุมพัฒนา การศึกษา)
16 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน การศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในจังหวัดบุรีรัมย กลุมเปาหมายจำนวน 93 โรงเรียน ดังนี้ 1) กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น 4 แหง 2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 67 แหง 3) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 13 แหง 4) สำนักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน 9 แหง ไดประสานและจัดประชุมชี้แจงแนวทางการรับสมัครและคัดเลือก นักศึกษาเพื่อรับทุน กสศ. ประจำปการศึกษา 2567 เพื่อเสนอชื่อเขา สูกระบวนการคัดกรองเพื่อขอรับทุน โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพ ชั้นสูง ปการศึกษา 2567 รวมทั้งสิ้น 75 ทุน ของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ในวันที่ 22 กุมภาพันธ 2567 ณ หองประชุมโรงเรียนเสนศิริ อนุสรณอำเภอเมืองบุรีรัมย จังหวัดบุรีรัมย 7.2 การดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อสรางโอกาส ทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย จึงไดจัดทำโครงการกองทุน ชวยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อสรางโอกาสทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย โดยมีวัตถุประสงค เพื่อ 1. เพื่อเปนการระดมทุนนำมาใชพัฒนาเด็กและเยาวชนให สอดคลองกับบริบทของจังหวัดบุรีรัมย 2. เพื่อเปนกองทุนใหความชวยเหลือสนับสนุน และชวยแบงเบา ภาระคาใชจายสำหรับเด็กและเยาวชนที่ครอบครัวยากจน ดอยโอกาส และประสบภาวะยากลำบากในการดำรงชีวิตในจังหวัดบุรีรัมย จังหวัดบุรีรัมย โดยสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไดจัดพิธี ทอดผาปากองทุนชวยเหลือเด็ก และเยาวชนเพื่อสรางโอกาสทาง การศึกษาจังหวัดบุรีรัมยในวันที่ 30 มีนาคม 2567 ณ โรงเรียน อนุบาลบุรีรัมย อำเภอเมืองบุรีรัมย จังหวัดบุรีรัมย เปนที่เรียบรอยแลว สรุปเงินผาปากองทุนฯ 1.จำนวนเงินบริจาคหักคาใชจาย ในการดำเนินงาน ณ วันที่ 11 เมษายน 2567 เปนจำนวน
17 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 3. เพื่อสงเสริมกิจกรรมดานการสนับสนุนทุนการศึกษาใหกับเด็ก และเยาวชนที่ครอบครัวยากจน ดอยโอกาส และประสบภาวะ ยากลำบากในการดำรงชีวิตในจังหวัดบุรีรัมย 4. เพื่อมอบเงินเพื่อสนับสนุนชวยเหลือเด็กและเยาวชนใหไดรับ การศึกษาตอหรือพัฒนาทักษะอาชีพ 5. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ ตามมติของคณะกรรมการ ดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อสรางโอกาสทาง การศึกษาจังหวัดบุรีรัมย โดยไดดำเนินการ ดังนี้ 1) นำเสนอเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อที่ประชุม กศจ.บุรีรัมย รับทราบ 2) ศึกษา หาแนวทาง ความเปนไปไดในการดำเนินการจัดตั้ง กองทุน 3) นำเสนอคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการฯ ตอที่ประชุม กศจ. บุรีรัมย • คณะกรรมการบริหารดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็ก และเยาวชนเพื่อสรางโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย • คณะกรรมการผาปากองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชน เพื่อสรางโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดบุรีรัมย 4) เสนอผูวาราชการจังหวัดบุรีรัมยลงนามแตงตั้ง คณะกรรมการฯ 872,352.79 บาท (แปดแสนเจ็ด หมื่นสองพันสามรอยหาสิบสอง บาทเจ็ดสิบเกาสตางค) 2. คาใชจายในการดำเนินการจัด งาน จำนวน 20,160 บาท มี รายละเอียด ดังนี้ แนวทางการดำเนินการตอไป ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน กองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชน เพื่อสรางโอกาสทางการศึกษา จังหวัดบุรีรัมยซึ่งมีผูวาราชการ จังหวัดบุรีรัมยเปนประธาน 1. กำหนดหลักเกณฑและ วิธีการเกี่ยวกับการบริหารกองทุน 2. กำหนดแนวทางการบริหาร กองทุนใหเปนไปตามวัตถุประสงค ตามที่กำหนดในระเบียบบริหาร กองทุน 3. พิจารณาทุนจัดสรรทุนหรือ ชวยเหลือผูเรียนที่ดอยโอกาสที่ สมควรไดรับการชวยเหลือตาม ความเหมาะสม 4. พิจารณาการดำเนินการใด ๆ เพื่อสงเสริมสนับสนุนการชวยเหลือ
18 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 5) ประชุมหนวยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวของเพื่อการ ดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อสราง โอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย 6) สำรวจขอมูลนักเรียนที่จะเปนกลุมเปาหมายในการ ดำเนินการมอบทุน 7) นำเสนอวาระเขาที่ประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดบุรีรัมย เกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 4/2566 วันที่ 13 พ.ย.2566 8) นำเสนอวาระเขาที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดบุรีรัมย 9) จัดทำคำสั่งแตงตั้งคณะกรรมการฯใหม ใหเปนปจจุบัน เพิ่มเติมหนวยงานที่เกี่ยวของ และปรับชื่อ คณะกรรมการฯใหสอดคลองกับการปรับชื่อกองทุน ดังนี้ • คณะกรรมการดำเนินงานผาปากองทุนชวยเหลือเด็ก และเยาวชนเพื่อสรางโอกาสทางการศึกษาจังหวัด บุรีรัมย • คณะกรรมการดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็กและ เยาวชนเพื่อสรางโอกาสทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย 10) แจงคำสั่งใหคณะกรรมการฯ และนัดหมายการประชุม 11) ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานผาปางานกองทุน ชวยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อสรางโอกาสทางการศึกษา จังหวัดบุรีรัมย เพื่อชี้แจงการดำเนินงานและมอบหมาย ภารกิจแตละหนวยงาน ผูเรียนที่ดอยโอกาสที่สมควรไดรับ การชวยเหลือ
19 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 12) มีหนังสือสอบถามจำนวนยอดขอมูลซองผาปาของ หนวยงานตาง ๆ แลวนำมาสรุปขอมูลและจัดพิมพซอง 13) นำเสนอเขาสูที่ประชุม กรมการจังหวัดบุรีรัมย 14) ประชุมหนวยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวของเพื่อชี้แจงให หนวยงานทางการศึกษา ไปขยายผลตอผูบริหารและคณะกรรมการสถานศึกษา และแจกซองผาปากองทุนฯ 15) หนวยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวของประชุมขยายผลตอ ผูบริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อชี้แจงการ ดำเนินงานและแจงวัตถุประสงคการจัดทำผาปากองทุน ฯและแจกซองผาปากองทุนฯ 16) จัดพิธีทอดผาปากองทุนฯ ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 17) ประชุมสรุปกิจกรรมและรายไดจากการทอดผาปา กองทุนฯ 18) ประชุมคณะกรรมการบริหารงานกองทุนชวยเหลือเด็ก และเยาวชนเพื่อสรางโอกาสจังหวัดบุรีรัมย 19) มอบทุนใหกับเด็กและเยาวชนที่ดอยโอกาส 20) สรุปผลการดำเนินงานกองทุนชวยเหลือเด็กและเยาวชน เพื่อสรางโอกาสทางการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย 7. งานอนามัย สงเสริม สนับสนุนการดำเนินงาน ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุนและ เพศวิถีศึกษา 1) การประสาน ประชาสัมพันธ และสงเสริมการดำเนินงานอนามัยตาง ๆ ที่มีหนังสือจากหนวยงานตาง ๆ เชน การปองกันยุงลาย การปองกันโรค พยาธิใบไมในตับ โรคเอดสสุขบัญญัตินักเรียน โรคมือเทาปากในเด็ก นักเรียน ฯลฯ -อยูระหวางดำเนินการ (งานที่ตอง ดำเนินการทั้งปงบประมาณ) ประชุมคณะอนุกรรมการวัยรุน จังหวัดบุรีรัมย จำนวน 1 ครั้ง นางสาวปริชาติ เบ็ญจวรรณ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ (รก. ผอ.กลุมพัฒนา การศึกษา)
20 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 2) การดำเนินการดานเพศวิถีศึกษา โดยการรวมดำเนินการในงาน ของคณะอนุกรรมการวัยรุนจังหวัดบุรีรัมย รับผิดชอบตัวชี้วัดตาม ยุทธศาสตรที่ 1 พัฒนาระบบการศึกษาที่สงเสริมการเรียนรูดาน เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตที่มีคุณภาพและมีระบบดูแลชวยเหลือที่ เหมาะสม เพื่อนำเขาขอมูลตัวชี้วัดในระบบฐานขอมูลยุทธศาสตรการ ปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภในวัยรุน (Teen act Indicators) ซึ่ง เปนระบบสำหรับรวบรวมขอมูลตัวชี้วัดยุทธศาสตรการปองกันและแกไข ปญหาการตั้งครรภในวัยรุนระดับชาติโดยหนวยงานของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดเปนผูดูแลระบบ (Admin) นั้น รวมประชุมสรุปและ ใหขอเสนอแนะในการดำเนินงานในแตละป เพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผานมา และกำหนดแผนการดำเนินงานป การศึกษา 2567 และอยูระหวาง การดำเนินงานเก็บรวบรวมขอมูล ตามตัวชี้วัดที่ไดรับผิดชอบ 8. ตรวจสอบ ติดตาม ประสานงานการกรอกขอมูล ระบบสารสนเทศ ยาเสพติดจังหวัด (NISPA) ปงบประมาณ 2567 ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม ประสานงานการกรอกขอมูลระบบ สารสนเทศ ยาเสพติดจังหวัด (NISPA) ปงบประมาณ 2567 ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต 1-4 สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย ผูอำนวยการสำนักงานสงเสริม การการเรียนจังหวัดบุรีรัมย ผูอำนวยการอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย ผูอำนวยการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดบุรีรัมยอยูระหวางดำเนินการ จำนวน 1,503 แหง - อยูระหวางดำเนินการ นางสาวธัญดา ฤกษโอภาษ เจาพนักงานธุรการชำนาญงาน 9. ตรวจสอบ ติดตาม ประสานงานการกรอกขอมูล ระบบสารสนเทศยาเสพติดจังหวัด (CATAS System) ปงบประมาณ 2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต 1-4 สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย ผูอำนวยการสำนักงานสงเสริม การการเรียนจังหวัดบุรีรัมย ผูอำนวยการอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย ผูอำนวยการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดบุรีรัมยดำเนินการเสร็จแลวจำนวน 962 แหง จัดรณรงค สงเสริม สนับสนุน ปองกันและแกไขปญหายา เสพติด (TO BE NUMBER ONE) ใหเปนสถานศึกษาปลอดภัย ปงบประมาณ 2567 อยูระหวางดำเนินการ - อยูระหวางดำเนินการ นางสาวธัญดา ฤกษโอภาษ เจาพนักงานธุรการชำนาญงาน
21 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน 10. การประเมินผลการดำเนินงานโครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปการศึกษา 2566 ดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอด ยาเสพติดและอบายมุข ปการศึกษา 2566 ของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย เขต 1-4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาบุรีรัมย ผูอำนวยการสำนักงานสงเสริมการการเรียนจังหวัด บุรีรัมย ผูอำนวยการอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมยผูอำนวยการโรงเรียน เอกชนในจังหวัดบุรีรัมย อยูระหวางดำเนินการ จำนวน 258 แหง ดังนี้ 1. รักษามาตรฐานระดับเพชรปที่ 1 จำนวน 5 แหง 2. ระดับเพชร จำนวน 28 แหง 3. ระดับทอง จำนวน 85 แหง 4. ระดับเงิน จำนวน 140 แหง - อยูระหวางดำเนินการ 258 แหง นางสาวธัญดา ฤกษโอภาษ เจาพนักงานธุรการชำนาญงาน 11. การคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา และ สถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประจำปการศึกษา 2566 - หนวยงานที่เกี่ยวของ อยูระหวางการดำเนินงานของแตละสวนราชการ - สำนักงานศึกษาสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไดมอบหมายผู ติดตอประสานงาน และแจงเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชีเงิน รับฝากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย ไปยัง กลุมบริหารงานกลาง สำนักอำนวยการ สำนักงานงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567 และบันทึกขอมูลใน Goolgle Sheet เรียบรอยแลว - อยูระหวางดำเนินการ นางศิรินัชรินท วงคคำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 12. การสงเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความ ปลอดภัย ตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตัวชี้วัดที่ 1 ระดับความสำเร็จในการสงเสริมการจัดการศึกษาเพื่อ ความปลอดภัย (น้ำหนัก 10) การดำเนินงาน - อยูระหวางดำเนินงาน ได เปาหมายขั้นตน 50 คะแนน นางศิรินัชรินท วงคคำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ
22 ภารกิจงานกลุมพัฒนาการศึกษา การดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน ผูรับผิดชอบงาน - มีโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความ ปลอดภัย - จัดสงโครงการหรือกิจกรรมสงเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความ ปลอดภัย ใหสำนักงานศึกษาธิการภาค 13 ภายในวันที่ 29 มีนาคม 2567 - อยูระหวางการดำเนินงานโครงการหรือกิจกรรม ผูรายงานขอมูล ปริชาติ เบ็ญจวรรณ ลายมือชื่อ (นางสาวปริชาติ เบ็ญจวรรณ) นักวิชาการศึกษาชำนาญการ รักษาการผูอำนวยการกลุมพัฒนาการศึกษา วันที่ 3 พฤษภาคม 2567
สรุปรายงานการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ Timeline 25 มีนาคม 2565 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดตั้งให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 29 มีนาคม 2565 ประชุมคณะกรรมการทำงานเพื่อจัดตั้งให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยมีคณะ ผู้บริหารที่มีความประสงค์จะเป็นสถานศึกษานำร่อง คณะผู้บริหารสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ และคณะศึกษานิเทศก์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด บุรีรัมย์ 31 มีนาคม 2565 ประชุมคณะทำงานโดยมีศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธาน ร่วมด้วยกับผู้อำนวยการ สถานศึกษาที่ต้องการเข้าร่วมในการขับเคลื่อนให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา และศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบ 30 มิถุนายน 2565 จัดทำหนังสือเชิญเป็นคณะผู้เสนอขอจัดตั้งเป็นพื้นนวัตกรรมการศึกษาจังหวัด บุรีรัมย์ จำนวน 32 ท่าน โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นประธาน และ ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีรายชื่อสถานศึกษาที่มี ความประสงค์เข้าร่วมจำนวนทั้ง 82 แห่ง 30 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดยื่นหนังสือขอเสนอจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไปยัง สำนักงานงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 10 มกราคม 2566 คณะอนุกรรมการด้านนโยบายยุทธศาสตร์ติดตามและประเมินผลพิจารณาการขอ จัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านการระบบออนไลน์ ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ โดยมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อคณะกรรมการด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ฯ โดยท่านวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน ได้พิจารณาเพื่อมีมติให้จัดตั้ง เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดบุรีรัมย์ 16 มีนาคม 2566 ประชุมเข้าร่วมนำเสนอการขอจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา โดย คณะอนุกรรมการด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ ติดตามและประเมินผลใน คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อนำเสนอรายละเอียดความ พร้อมของจังหวัดในการขอจัดตั้งเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อประกอบการ พิจารณากลั่นกรองของคณะอนุกรรมการด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ ติดตามและ ประเมินผลฯ ณ ห้องประชุมรวมใจเอกชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ 15 – 16 มิถุนายน 2566 ประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาโดยใช้กระบวนการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation) โดย SCB ณ โรงแรมเดอสิตา อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
19 ตุลาคม 2566 ประชุมสถานศึกษานำร่องฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดบุรรัมย์ ณ ห้องประชุมวันวิสาข์ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ จำนวนทั้งหมด 87 โรงเรียน 29 มกราคม 2567 ประชุมคัดเลือกโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ โดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ซึ่งได้ข้อเสนอแนะจาก สำนักบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานให้ลดจำนวนสถานศึกษาที่เข้าร่วมและต้องการสถานศึกษาที่มีความมุ่งมั่นที่ จะเข้าร่วม ได้ประสานทางต้นสังกัดเข้าร่วมประชุมและประสานผู้บริหารสถานศึกษา โดยมีสถานศึกษาที่ต้องการเป็นสถานศึกษาต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรม จำนวน 27 โรงเรียน ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1) สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 จำนวน 4 โรงเรียน 2) สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 จำนวน 5 โรงเรียน 3) สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 จำนวน 3 โรงเรียน 4) สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 จำนวน 5 โรงเรียน 5) สพม. บุรีรัมย์ จำนวน 4 โรงเรียน 6) ศธจ.บุรีรัมย์ จำนวน 5 โรงเรียน 7) อบจ.บุรีรัมย์ จำนวน 1 โรงเรียน รวม 27 โรงเรียน 12 กุมภาพันธ์ 2567 ประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมโรงเรียนต้นแบบนำร่อง พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์โดยได้หารือและดำเนินการในการ เตรียมการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เป็นที่เรียบร้อย มีผู้เข้าร่วมประชุมคือ ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ท่าน และคณะศึกษานิเทศก์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เข้าพบ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดในการประชุมเตรียมความ พร้อมโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 รายงานความก้าวหน้า และเชิญท่านเป็นประธานในการประชุม และมอบนโยบาย 19 กุมภาพันธ์ 2567 ประชุมคณะทำงานในการเตรียมความพร้อมโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้เข้าร่วมประชุมคือ ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ท่าน และคณะศึกษานิเทศก์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด บุรีรัมย์
21 กุมภาพันธ์ 2567 ประชุมเตรียมความพร้อมโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด บุรีรัมย์ ณ ห้องประชุมวิทยบริการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ โดยมี ผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์คณะ ศึกษานิเทศก์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและเขตพื้นที่เข้าร่วม โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มอบนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ การสร้างการรับรู้ โดย ดร.พิทักษ์ โสตถยาคม ผู้อำนวยการสำนัก บริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา วิทยากรจากอาศรมศิลป์ และการกระบวนการ CRC (Classroom Reflect to Change) ในการสำรวจสภาพปัญหา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงของโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมทางการศึกษาทั้ง 27 โรงเรียน 26 มีนาคม 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามคณะกรรมการด้านนโยบายยุทธศาสตร์ ติดตามและ ประเมินผลให้จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2 เมษายน 2567 จัดทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อ ขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ 3 เมษายน 2567 ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างนโยบายและกรอบการกำกับดูแลการ ดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ 16 ธันวาคม 2566 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบดำเนินงานในไตรมาส 3 (เมษายน – มิถุนายน 2567) จำนวน 235,000 บาท ในการขับเคลื่อนสถานศึกษาพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ 3 พฤษภาคม 2567 ประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ครั้งที่ 1/2567 โดยท่าน รมว.ศธ.เป็นประธานครับ จำนวน 19 จังหวัด และ จังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน 1. การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา จำนวน 10 ท่าน 2. การจัดทำหลักเกณฑ์อนุมัติ รร.นำร่อง (ตามมาตรา 27) [ท่าน รมว. ก็อยากให้ ศธจ./สพท. กระตุ้น รร.ในโครงการโรงเรียนคุณภาพ ได้พิจารณาแจ้งความประสงค์เข้าร่วมเป็น รร.นำร่องด้วย] ม. 27 (1) สถานศึกษาสังกัด สพฐ. ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (2) สถานศึกษาสักงัด อปท. ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ อปท.ที่เป็นต้นสังกัด
(3) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน ให้ขอความเห็นชอบจากคระกรรมการบริหาร สถานศึกษาและกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือสำนักงานการศึกษาเอกชน จังหวัดแล้วแต่กรณี 3.การปรับหลักสูตรแกนกลางฯ ให้เหมาะกับจังหวัดบุรีรัมย์[มาตรา 20(4), 25, 26] รวมทั้งการ สร้างความเข้าใจในการนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา (ตามที่จังหวัดได้ปรับหลักสูตรแกนกลางให้แล้ว) ม. 20 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนาที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (4) นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษา แห่งชาติไปรับใช้กับการจัดการศึกษาในสถานศึกษานำร่องให้เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ม. 25 การนำหลักสูตรไปใช้ตาม ม.20 ต้องครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน..... โดยต้องจัด สาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและสอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดหรือความสนใจของผู้เรียน และสภาพภูมิสังคม การปรับหลักสูตรเพิ่มเติมจากหลักสูตรตาม ม.20 ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการขับเคลื่อน ให้ถือว่าการจัดการเรียนการสอนตามวรรคหนึ่งและสองเป็นการจัดการเรียนการสอนตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ สถานศึกษานำร่องจะจัดการเรียนการสอนโดยไม่ใช่หลักสูตรตาม ม.20 (4) หรือใช้หลักสูตร ต่างประเทศต้องเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อขอความเห็นชอบจากคระกรรมการนโยบาย การเทียบโอนผลการเรียนนและเทียบวุฒิฯ ระหว่างสถานศึกษานำร่องและสถานศึกษาอื่นให้ เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ม.26 ในการดำเนินการตามมาตร 25 คณะกรรมการขับเคลื่อนหรือสถานศึกษานำร่อง แล้วแต่กรณี ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา อปท. ผู้แทนจากภาคเอกชน และผู้แทนภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาด้วย 4.การจัดทำยุทธศาสตร์และแผนขับเคลื่อน [ตามมาตรา 20(1)] ให้ได้เป้าหมายที่บุรีรัมย์มุ่งหวังให้ เด็กเยาวชนมีคุณภาพและความเหลื่อมล้ำลดลงอย่างไร, รร.มีประสิทธิภาพเพียงใด ม. 20 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนาที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (1) กำหนดยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา 5. การประสานหน่วยงาน/หน่วยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะมาร่วมขับเคลื่อน รวมทั้งการสร้างและ พัฒนากลไกการจัดการศึกษาร่วมกันของทุกภาคส่วน [มาตรา 20(2),(3), มาตรา 5(4)]
ม. 20 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนาที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (2) ประสานให้หน่วยงานทางการศึกษา อปท. หน่วยงานอื่นของรัฐและเอกชน ดำเนินการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานตาม (1) (3) ประสานให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะให้การสนับสนุนทางเทคนิคใน การจัดทำสื่อการสอน จัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ พัฒนาบุคลากร จัดระบบการประเมินและวัดผลและการอื่น ที่จำเป็นสำหรับพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ม.5 พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ (4) สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 6. การเตรียมความพร้อมสถานศึกษา [มาตรา 20(8)] การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากร [มาตรา 20(5)] การทบทวนและปรับแผนปฏิบัติการประจำปี และจัดทำระบบประก้นคุณภาพภายใน สถานศึกษา ให้เอื้อต่อการเป็น รร.นำร่อง (มาตรา 37 และประกาศคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายใน…) ม. 20 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนาที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (5) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สถานศึกษานำร่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุรภาพและเหมาะสมกับสภาพ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (8) เสริมสร้างและเตรียมความพร้อมให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษาในการเป็นสถานศึกษานำร่องหรือในการนำนวัตกรรมการศึกษาไปใช้ในการจัดการศึกษา ม. 37 ให้สถานศึกษานำร่องจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และมีการประเมินเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษาเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด 7. การเตรียมการวัดและประเมินผลความเปลี่ยนแปลง ทั้งก่อน/ระหว่าง/หลัง การเป็นพื้นที่ นวัตกรรม อย่างไร จะใช้เครื่องมือใด [ตามมาตรา 20(6)] โดยนำประกาศคณะกรรมการนโยบายพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา เรื่อง การประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน (มาตรา 38) มาพิจารณาในการจัดหาเครื่องมือ ประเมิน “สมรรถนะพื้นฐาน” และ “สมรรถนะหลัก” ของบุรีรัมย์เอง ม. 20 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 5 ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหนาที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (6) จัดให้มีการออกแบบการทดสอบผู้เรียนเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา
ม.38 สถานศึกษานำร่องมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด ให้ถือว่าเป็นการผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกตาม กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติแล้ว (ผอ.พิทักษ์ โสตถยาคม, ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน) การดำเนินการ 1. (ร่าง) คณะกรรมการสรรหา จำนวน 10 ท่าน (เรียนท่านผู้ว่าฯ ทราบแล้ว รอประกาศราชกิจจาฯ) 2. (ร่าง) คณะกรรมการขับเคลื่อน จำนวน 21 ท่าน 3. จัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเพื่อบรรจุเข้าแผนยุทธศาสตร์จังหวัด 4. จัดประชุมเตรียมความพร้อมในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนใน 3 ด้าน ด้านการพัฒนา วิชาการ ด้านการนิเทศ ติดตามและประเมินผล และ ด้านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน 5. ประชุมในการจัดทำหลักเกณฑ์การอนุมัติสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัด บุรีรัมย์ 6. ประชุมคณะทำงานและสถานศึกษานำร่องในการปรับหลักสูตร 2551 เพื่อใช้ในภาคเรียนที่ 1/2567 (นายมนตรี นิวัฒนุวงค์) ผู้รับผิดชอบ 3/พฤษภาคม/2567 โทร. 061 690 554 9
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1 : พัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาวิธีการประเมิน วิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ดำเนินการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ วิธีการประเมิน วิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา (วPA) ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมทั้ง ซักซ้อมแนวปฏิบัติการนำผลการประเมิน ข้อตกลงในการพัฒนางานและยื่นคำขอผ่านระบบการประเมินวิทย ฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) และสร้างเครือข่ายกลุ่มไลน์ เพื่อติดต่อประสานงาน และตอบข้อ ซักถาม ข้อสงสัย ให้คำแนะนำ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.1 2.1) การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ว PA) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจระบบและแนวปฏิบัติในการ ประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) 2.2) การส่งเสริมสนับสนุนการใช้ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (ระบบ DPA : Digital Performance Appraisal) หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา มีคณะทำงานเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมิน วิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) โดยมีทั้งระดับเขตพื้นที่ กลุ่ม/เครือข่ายโรงเรียน และระดับสถานศึกษา 3) ปัญหาอุปสรรค - 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - คณะทำงานเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA) - เครือข่ายกลุ่มไลน์ เพื่อติดต่อประสานงานและตอบข้อ ซักถาม ข้อสงสัย ให้คำแนะนำ **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.2 : พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาที่ตรงกับความประสงค์ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใส และไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ แต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาที่ตรงกับความประสงค์ ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใสและไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น มีคณะกรรมการจัดทำข้อมูลย้ายเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการย้าย ตามองค์ประกอบและ ตัวชี้วัดที่กำหนด 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.2 2.1) การแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ใน ภูมิลำเนา อยู่ระหว่างดำเนินการนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายดำเนินการประเมินตาม องค์ประกอบและตัวชี้วัดที่กำหนด 2.2) การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System : TMS) ตามแนวปฏิบัติ ว 3/2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา ดำเนินการพิจารณาการย้ายครูด้วย ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ดำเนินการผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System : TMS) 3) ปัญหาอุปสรรค - 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.3 : แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแก้ไข ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา "ระบบโปรแกรมออนไลน์ ระบบแก้หนี้” แก่บุคลากรในสังกัดทราบ อย่างทั่วถึง 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.3 2.1) การดำเนินการตามแผนงาน/มาตรการเจรจาช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและ บุคลากรทางการศึกษา - ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทะเบียนเข้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษา ที่ยื่นผ่านระบบ "ระบบโปรแกรมออนไลน์ ระบบแก้หนี้” - ดำเนินการคัดกรองข้อมูลเบื้องต้นจากระบบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และส่งมอบ ให้กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ตรวจสอบข้อมูลกลุ่มข้าราชการประจำ/ข้าราชการบำนาญ/สังกัด/ ข้อมูลทางการเงิน/ข้อมูลเงินคงเหลือ ของผู้ลงทะเบียนในระบบระบบแก้หนี้ออนไลน์ 2.2) การสำรวจสภาพหนี้ จัดทำฐานข้อมูล และจัดกลุ่มสภาพปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด - จัดทำทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) ปัญหาอุปสรรค - ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลงทะเบียนส่วนใหญ่เงินเดือนคงเหลือไม่ถึงเกณฑ์ ที่กำหนด - กฎหมาย ระเบียบ ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม - ควรเปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนหนี้สินฯ เพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้สำเร็จและมีผลอย่าง ยั่งยืน ร่วมกันเสริมความรู้และพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงิน และเพิ่มตัวช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ เช่น สร้างคน ให้คำแนะนำการแก้หนี้ คนไกล่เกลี่ยหนี้ จัดอบรมพัฒนาความรู้การวางแผนด้านการเงินสำหรับข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา - ผู้รับผิดชอบโครงการควรมีทีมงานที่คอยให้ความช่วยเหลือในการสอบถามข้อมูลอย่าง เพียงพอ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจมีข้อสงสัย ซักถามเกี่ยวกับนโยบายในการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู หรืออาจไม่เข้าใจในขั้นตอนใด สามารถสอบถามทางทีมงานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถนำไปแก้ไขปัญหาตามขั้นตอน 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********
แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ นโยบายการตรวจฯ : การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.4 : จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม 1) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการจัดหาอุปกรณ์ การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม อุปกรณ์การสอนไม่เพียงพอ หน่วยงานทางการศึกษาดำเนินการสำรวจข้อมูลความต้องการ จำเป็นของสถานศึกษาในสังกัด เสนอต้นสังกัดเพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์การสอน/งบประมาณ 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ตามจุดเน้นที่ 1.4 2.1) การสนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ในการช่วยจัดการเรียนการสอน สำรวจข้อมูลความต้องการใช้อุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และต้นสังกัด ในการจัดหาอุปกรณ์ DLTV ให้คำปรึกษา แนะนำการใช้งาน และการแก้ปัญหาการใช้งานอุปกรณ์เบื้องต้น ให้แก่โรงเรียน 2.2) การสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้รับการจัดสรรค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยแจ้งโรงเรียนในสังกัดให้ดำเนินการเช่าใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมและความ จำเป็นในการใช้งานเป็นสำคัญ 3) ปัญหาอุปสรรค - อุปกรณ์ครุภัณฑ์ DLTV และครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน ของโรงเรียนที่มีอยู่มีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากมีอายุการใช้งานหลายปี ไม่เหมาะกับการใช้งานในยุค ปัจจุบัน - การจัดสรรงบประมาณยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงเรียน 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม จัดสรรงบประมาณ หรืออุปกรณ์การสอน ที่เหมาะสม ทั่วถึง ครอบคลุม และสามารถใช้ ประโยชน์ได้จริงในระยะยาวมีสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม 5) รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดี (ถ้ามี) - **********