ข้ อ มู ล ส า ร ส น เ ท ศ
ท า ง อุ ตุ นิ ย ม วิ ท ย า กั บ ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์
รายวิชา
วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
เสนอ
คณุ ครูนพรัตน์ นามเนาว์
ผจู้ ัดทํา
1.)นางสาวกัญญารตั น์ ขันขวา เลขท่ี 8
2.)นางสาวนภวรรณ อนนั ทสุข เลขที่ 14
3.)นางสาวปวณี า มากเพ็งมี เลขท่ี 18
4.)นางสาวอภิญญา สุขเสรมิ เลขที่ 29
ปีการศกึ ษาภาคเรียนที่ 1/2563
โรงเรียนบึงกาฬ อ.เมอื งบึงกาฬ จ.บงึ กาฬ 38000
บทนํา
กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา มหี น้าทรี่ บั ผดิ ชอบในการพยากรณ์อากาศท่วั ไป
พยากรณ์อากาศเกษตร และพยากรณ์อตุ นุ ิยมวิทยาอทุ ก ฯลฯ ซงึ่ ในพยากรณ์
ดงั กล่าวได้ใช้ข้อมูลสารสนเทศภมู ิศาสตร์และรโี มทเซนซิง่ เชน่ ขอ้ มลู ดาวเทียม
ข้อมูลเรดาร์ มาประกอบการวเิ คราะห์เปน็ เวลานานแล้ว ต้งั แต่เริม่ ก่อตง้ั กรม
อตุ นุ ยิ มวทิ ยา ซึ่งการวเิ คราะหด์ ังกล่าวจะเป็นลักษณะการแปลภาพด้วยสายตา
(Visual/Manual Interpretation) ซึ่งความถกู ตอ้ งจะขึน้ อยกู่ ับประสบการณ์
และขีดความสามารถของผ้แู ปลภาพเท่านั้น
ดาวเทียม NOAA ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ขอ้ มลู และสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยา
นักอุตนุ ยิ มวทิ ยารวบรวมข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศจากสถานีตรวจ
อากาศทวั่ โลกมาแสดงผลในรูปแบบของสารสนเทศทางอุตนุ ิยมวิทยาเพื่อให้
งา่ ยต่อการนําปใชใ้ นการพยากรณ์อากาศ โดยสารสนเทศแตล่ ะประเภทแสดง
ข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศแตกตา่ งกัน ดงั นี้
1.)แผนทีอ่ ากาศผวิ พนื้
แผนท่อี ากาศผวิ พื้นเป็นแผนที่อากาศชนิดหนงึ่ ซึ่งแสดงข้อมูลองค์
ประกอบลมฟา้ อากาศทีไ่ ดจ้ ากการตรวจวัดจากสถานตี รวจอากาศผิวพ้นื หรือ
จากแบบจําลองพยากรณอ์ ากาศเชงิ ตวั เลข ข้อมลู องคป์ ระกอบลมฟา้ อากาศ
ณ ตําแหน่งตา่ งๆ บนพืน้ ผิวโลก จะแสดงดว้ ยสญั ลกั ษณ์ ดังรูป
สัญลักษณแ์ สดงข้อมลู ที่สถานีตรวจอากาศผิวพืน้
L ศนู ยก์ ลางของหย่อมความกดอากาศตาํ่ เปน็ บริเวณทอ่ี ากาศ
ร้อนยกตวั ทาํ ให้เกิดเมฆ
H ศนู ยก์ ลางของหยอ่ มความกดอากาศสงู เปน็ บริเวณท่ีอากาศ
เยน็ แห้งแล้ว ฟ้าใส ไม่มีเมฆปกคลุม
2.)ภาพถ่ายดาวเทียมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา
ดาวเทยี มอตุ นุ ิยมวทิ ยาเป็นอีกเครอ่ื งมือสําคัญที่ใหข้ ้อมลู ทางอตุ ุนยิ มวิทยา
เชน่ ชนดิ และปรมิ าณของเมซทปี่ กคลุมท้องฟา้ ความรุนแรง และความเรว็ ลมสงู สุด
ใกลศ้ ูนยก์ ลาของพายุหมนุ เขตรอ้ น ข้อมูลอตุ นุ ยิ มวิทยาเหล่านี้ได้จากการตรวจวัด
คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในช่วงความยาวคล่ืนท่ีแตกตา่ งกนั และประมวลผลออกมาเปน็ ภาพ
ภาพถา่ ยดาวเทียมอตุ นุ ิยมวทิ ยา ภาพถา่ ยดาวเทียมอตุ ุนิยมวิทยาช่วงคล่นื
ช่วงคลืน่ อินฟราเรด พายไุ ตฝ้ ุ่นมาเรีย แสงทมี่ องเหน็ บริเวณประเทศไทย
เปน็ ภาพท่ไี ด้จากการตรวจวัด เป็นภาพที่ไดจ้ ากการสะทอ้ นรังสขี อง
ปรมิ าณของรังสอี นิ ฟราเรดท่แี ผ่ วตั ถุ ดังนน้ั การใชป้ ระโยชน์จากข้อมูล
ออกมาจากวตั ถสุ ามารถตรวจวดั ได้ ของภาพถ่ายดาวเทยี มในช่วงคลืน่ นจ้ี งึ
ทกุ ชว่ งเวลา ภาพทีไ่ ดจ้ ะเปน็ ภาพที่ ใช้เฉพาะภาพถ่ายดาวเทยี มในชว่ งทมี่ แี สง
มีเฉดสเี ทาไลร่ ะดับสีแตกต่างกนั ซง่ึ ภาพท่ไี ด้จะเป็นภาพเฉดสเี ทาไลร่ ะดับ
ตามอุณหภมู ิของพื้นผิววัตถุ สีตามอตั ราสว่ นรังสีสะท้อน
ของวัตถุ
3.)เรดาร์ตรวจอากาศ
เรดารต์ รวจอากาศ (Radar ยอ่ มาจาก RAdio Detection And Ranging)
เป็นอุปกรณ์ท่ใี ช้สําหรับจบั ตาํ แหนง่ และทิศทางการเคลือ่ นท่ขี องเมฆ
และพายุ โดยการสง่ คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ออกไปกระทบแล้ว
สะทอ้ นกลับมา แล้วคํานวณเปรยี บเทียบระยะวลาทค่ี ลนื่ เดนิ ทางออกไป
แลว้ สะท้อนกลบั มา ทําให้ทราบว่าเมฆหรือพายุอยหู่ า่ งออกไปเทา่ ไร
เรดาร์มปี ระโยชน์มากในกจิ การอตุ ุนิยมวิทยาเพราะเรดารส์ ามารถตรวจจับและ
รายงานผลการตรวจในขณะทป่ี รากฎการณ์ต่างๆ
กําลังเกิดขนึ้ จริง (Real Time Observation) ในบรเิ วณท่หี า่ งออกไปจากสถานี
เรดาร์หลายร้อยกโิ ลเมตร ซงึ่ ไม่สามารถ
มองเหน็ ไดด้ ้วยสายตาปกติและด้วยการนําเอาวิทยาการอนั ทันสมยั ของ
คอมพิวเตอร์มาประยกุ ตใ์ ชก้ ับเครื่องเรดาร์
กย็ ิง่ ทําให้เพ่ิมความรวดเร็วในการทาํ งานของเรดารย์ ิง่ ข้นึ อย่างไรก็ตามสามารถ
จาํ แนกประโยชน์ของเรดารไ์ ดด้ ังน้ี
1. ใช้ตรวจจบั หาบริเวณทม่ี ีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง รวมทั้ง
รายงานความแรงทิศทางและความเร็วในการเคลอ่ื นตวั ของกล่มุ ฝนนั้นๆด้วย
2. ใชต้ รวจและติดตามการเคล่ือนตวั รวมท้ังหาศูนย์กลาง
ของพายุหมุน เช่น พายโุ ซนรอ้ น พายไุ ตฝ้ ุ่น เปน็ ตน้
3. ใช้ตรวจหมิ ะ ลูกเหบ็ เมฆ
4. ชว่ ยในการพยากรณอ์ ากาศระยะสน้ั
5. ใช้วิเคราะหท์ ศิ ทางและความเรว็ ลมชนั้ บนในระดับตา่ งๆ
6. ช่วยในการเตือนภัยและเตรียมการปอ้ งกนั น้าํ ท่วม
4.)การใช้ประโยชนจ์ ากขอ้ มลู สารสนเทศ
ทางอตุ นุ ยิ มวทิ ยา
การพยากรณอ์ ากาศ มปี ระโยชน์ ดงั นี้
1.)เพ่อื ใหข้ า่ วอากาศล่วงหนา้ แกป่ ระชาชนทั่วไป
ผปู้ ระกอบการเกษตร การประมง และอ่ืนๆ เพอ่ื
เตรยี มการและปฏบิ ัตติ น ปฏบิ ัตงิ านใหเ้ หมาะสม
กับกาลอากาศ
2.)เพอ่ื ช่วยให้การคมนาคมทางทะเล และทาง
อากาศปลอดภยั ยง่ิ ขึ้น
3.)เพื่อเตอื นภัยรา้ ยแรงจากลมและพายตุ ่างๆ
ล้มไปขา้ งหนา้ เพื่อ
“คว้าดาว”
ดกี วา่ ”ยืนหนาว”อยทู่ เ่ี ดิม