The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ในเอกสารชุดนี้ได้มีการกล่าวถึงประวัติของปราสาทเปือยน้อย สระวงษ์ ประเพณีผูกเสี่ยว ประวัติสิมร้อยปีบ้านหัวฝาย และประวัติหมู่บ้านทั้ง10หมู่บ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supansapapan21, 2021-11-30 03:25:51

ศูนย์เรียนรู้ชาวปราสาท

ในเอกสารชุดนี้ได้มีการกล่าวถึงประวัติของปราสาทเปือยน้อย สระวงษ์ ประเพณีผูกเสี่ยว ประวัติสิมร้อยปีบ้านหัวฝาย และประวัติหมู่บ้านทั้ง10หมู่บ้าน

Keywords: ปราสาทเปือยน้อย,พระธาตุกู่ทอง,เจ้าปู่อุปฮาด,ประวัติปราสาท

ปราสาทเปอื ยนอ้ ย หรือ พระธาตุกูท่ อง มชี อื่ เรียกตามชือ่ พนั ธไุ์ ม้ทอ้ งถ่ินท่ี
ขนึ้ บริเวณปราสาท คอื ตน้ เปือย หรอื ตน้ ตะแบก และสาเหตุท่ีเรียกว่า พระ
ธาตุกู่ทอง เน่ืองจากเรียกตามชื่อ “วัดธาตุกู่ทอง”ซึ่งอยู่ด้านข้างปราสาท
สร้างเมื่อปี พ.ศ.2474 โดยพระอาจารย์ปู และนายน้อย ปราสาทเปือย
น้อย หรือ พระธาตุกู่ทอง สร้างข้ึนในราวพุทธศตวรรษท่ี 16-17 เป็น
ปราสาทหินท่ีมีขนาดไม่ใหญ่ นับว่าเป็นปราสาทเขมร ที่สมบูรณ์มากแห่ง
หนง่ึ

ดิมปราสาทเปือยน้อยเป็นโบราณสถานร้างมีซากปรักหักพัง ช้ินส่วนทับ
หลัง และหน้าบันท่ีสลัก ลวดลายรูปบุคคล และพันธุ์พฤกษาตกหล่น
กระจายอยู่ ตามบริเวณปราสาทโดยรอบ ต่อมาในปี พ.ศ.2478 กรม
ศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทเปือยน้อย ปี
พ.ศ.2532-2537 กรมศิลปากรได้ดาเนินการชุดแต่งบูรณะด้วยวิธีมัส
ติโลซีส (ร้ือลงมาเพื่อเสริมความม่ันคงแล้วจึงประกอบใหม่เข้าท่ีเดิม)
ตลอดจนทาการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเหมาะสม
โบราณสถาน

ลักษณะปราสาทเปอื ยนอ้ ย

ลักษณะด้านสถาปัตยกรรม ซ่ึงประกอบด้วยกลุ่มอาคารโบราณ
สถานทก่ี อ่ สรา้ งด้วยศิลาแลง ศลิ าทรายและอฐิ จานวน 4หลงั โดยมีกาแพงแก้ว
รูปสี่เหล่ียมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบ อาคารโบราณสถานเหล่าน้ี
ประกอบด้วยปราสาท 3 หลัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือเป็นประธานของ
โบราณสถานกอ่ ดว้ ยอฐิ อยู่บนฐานศิลาแลงเดยี วกัน

ภายในกาแพงแกว้ ยงั มบี รรณาลยั หรือวหิ ารกอ่ ดว้ ย ศลิ าแลงพระคมั ภรี แ์ ละ
มกั พบวา่ มีการสรา้ งบรรณาลัยเปน็ สว่ นของประกอบของปราสาทหนิ เสมอ
สาหรบั กาแพงแกว้ ซง่ึ ทาดว้ ยศลิ าแลงนนั้ มคี วามยาว 32 เมตร กว้าง 28 เมตร
และหนาประมาณ 1.5 เมตร บริเวณกง่ึ กลางกาแพงดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั (ทศิ
ตะวันออกและทศิ ตะวนั ออก) สร้างเปน็ ประตซู ุ้มขนาดใหญ่ (โคปรุ ะ) และมผี งั เ)
นรปู กากบาทสามารถเดนิ เขา้ สปู่ ราสาทชน้ั ในได้

ดา้ นนอกกาแพงแกว้ ทางทศิ ตะวันออกจะมชี าลาเอกมขุ เป็นลกั ษณะฐาน
ศลิ าแลงกอ่ นยกระดบั ใหส้ งู กวา่ ระดบั พนื้ เพอื่ ใหส้ ่วนเทวสถานสงู กวา่ ระดบั พนื้
ด้านนอกมบี นั ไดกอ่ ดว้ ยศลิ าแลงข้ึนทางดา้ นหนา้ เมอ่ื เดนิ เขา้ ส่ชู าลาเอกมขุ จะ
เห็นสระนา้ โบราณ 2สระล้อมรอบดว้ ยกาแพง เว้นชอ่ งทางไวเ้ ดนิ สเู่ ทวสถาน
ทางดา้ นหนา้ และด้านหลงั

จากรปู แบบ และแผนผงั เทวสถานดงั กลา่ ว สะท้อนใหเ้ ห็นถงึ ความเชอ่ื เร่ือง
คตสิ ัญลกั ษณข์ องจกั รวาล โดยการออกแบบปราสาทใหม้ คี วามหมายถึงเขาพระ
สุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซ่ึงเป็นท่ีประทับของเทพเจ้าสูงสุด กาแพง
แก้ว และสระน้าล้อมรอบหมายถึงกาแพงแก้วจักรวาล หรือ ทิวเขา บริวาร และ
หว้ งมหาสมทุ รอันกวา้ งใหญท่ ลี่ อ้ มรอบเข้าพระสเุ มรไุ ว้

ความงดงามด้านศิลปกรรมและ สถาปัตยกรรม มีรูปแกะสลักต่างๆที่
ประณีตสวยงาม และทรงคุณค่า ได้แกะรูปสลักต่างๆ ท่ีปรากฏบนทับหลัง
(แทง่ หนิ สเ่ี หลย่ี มทว่ี างอยู่เหนอื กรอบประตู) และหนา้ บนั (แผน่ สลกั ลวดลายทรง
จ่ัวสามเหลี่ยมท่ีวางอยู่เหนือทับหลัง) ซึ่งแกะสลักเป็นลวดลายประกอบเป็น
เร่อื งราว สามารถบอกความมาทางประวัติศาสตร์ และลัทธิความเชื่อได้ เช่นทับ
หลังรูป นารายบรรทมสินธ์ุ ทับหลังรูปคชลักษมี ทับหลังรูปพระอินทร์ทรง
ช้าง เอราวัณหน้าบนั สลักรูปพระศิวะทรงโคนนทิ หนา้ บันสลักรูปพระนารายณ์
ทรงครุฑและมีรูปอ่ืนๆ อีกจานวนมากที่สลักไว้บนทับหลัง และหน้าท่ีบันที่
ปรากฏอยู่ภายในบริเวณเทวสถานแห่งนี้

การเฉลมิ ฉลองปราสาทเปอื ยนอ้ ย
ชาวอาเภอเปอื ยนอ้ ยจะจดั งานเฉลมิ ฉลองปราสาทเปอื ยนอ้ ยขึน้ ทกุ ปี
ในช่วงวนั เพญ็ เดอื น 5 โดยมพี ธิ กี รรทางศาสนาประเพณี ผูกเสี่ยว และการ
แสดง แสง สี เสียง อย่างย่ิงใหญ่ตระการตาในคนื ดงั กลา่ วดว้ ยข้อมลู เดนิ ทาง
เพือ่ การทอ่ งเทย่ี ว

ปราสาทเปือยน้อยต้ังอยู่ในเขตชุมชนเทศบาลตาบลเปือยน้อย
อาเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น ติดเส้นทางถนนลาดยางการเดินทาง
สะดวก ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น 78 กม. ผ่านทาง อาเภอบ้านไผ่แยก
ไปทาง อาเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และห่างจากกรุงเทพ ประมาณ
435 กม.



ระบบเมืองการการปกครองในดินแดนอิสาน นครล้านช้าง แบ่งเป็น
ระดบั นครหลวง หวั เมอื งใหญ่ หรือเมอื งประเทศราช และหัวเมืองขนึ้ ซง่ึ อยูใ่ น
แขวงหัวเมอื งใหญ่น้นั ในระดับหัวเมืองซึ่งมีอิสระในการจัดการปกครองตาม
ธรรมเนยี มล้านชา้ ง สามารถแบ่งได้เปน็ 5 ระดับ โดยระดบั แรกสุดทม่ี คี วาม
เก่ียวขอ้ งกบั ตาแหน่ง อุปฮาดดังนี้

อาญาสี่ เปน็ ตาแหนง่ สูงสุด ในการปกครองหวั เมอื งอานาจ
หนา้ ทข่ี องอาญาสี่ มีดังน้ี เจ้าเมอื งเปน็ ผู้มีสิทธขิ าดในการบญั ชาอาญาส่ี กรม
การเมือง และขัวราชการในเขตปกครอง แต่ไม่มีสิทธิ์ขาดในบางเร่ือง เช่น
การตดั สนิ โทษ ประหารชวี ติ หรอื การแตง่ ตง้ั ถอดถอนกรมการเมือง ผู้ใหญ่
ต้ังแต่ อุปฮาด ราชวงศ์ ราชบุตร ไม่อาจทาเองได้เว้นแต่จะได้รับโปรดเกล้าฯ
จากเจา้ มหาชีวติ อุปฮาด เปน็ ตาแหนง่ รองเจา้ เมอื ง มหี นา้ ทปี่ ฏิบตั ริ าชการแทน
เจ้าเมืองตามท่ีได้รับมอบหมาย เป็นที่ปรึกษาสาคัญของเจ้าเมือง เป็นผู้
รวบรวมบัญชีส่วยสาอากรควบคุมและวาง ระเบียบสิ่งของแทนเงินได้ และมี
อานาจในการเกณฑร์ าษฎรไปราชการสงครามราชวงศ์ เป็นผู้แทนอุปฮาด ทา
หน้าที่เก่ียวกับอรรถคดี ตัดสินก้อยชาระความได้คล้ายกับอุปฮาดราชบุตร
โดยมากมักเป็นตาแหน่งของลูกคนโตของเจ้าเมือง หรืออาจเป็นผู้ไม่สืบเช้ือ
สายเก่ียวข้องกับเจ้าเมืองหรืออุปฮาดเลย เลย ข้ึนอยู่กับพระราชองการ ราช
บุตร โดยมากมกั เปน็ ตาแหนง่ ของลูกคนโตของเจ้าเมือง หรืออาจเป็นผู้ไม่สืบ
เช้ือสายเกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองหรืออุปฮาดเลย ข้ึนอยู่กับพระราชโองการ ราช
บุตร มีหน้าที่ช่วยราชการที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติกิจด้านศาสนา ไร่นา
ถนนหนทาง และการเก็บภาษีอากรต่างๆต้องผ่านราชบุตร

ประวัตสิ ระวงษ์

สระวงษ์ เปน็ สระนา้ เกา่ แกม่ มี าตงั้ แตก่ อ่ นทจ่ี ะมหี มบู่ า้ น สระนา้ นเ้ี มอ่ื
สมัยกอ่ นเปน็ สระ 2 สระโดยฝง่ั ทางทศิ ตะวันตกจะเอาไว้สาหรบั ดม่ื กนิ
สว่ นฝงั่ ทางทศิ ตะวนั ออกใชส้ าหรบั การเกษตร ตอ่ มาไดม้ นี า้ หลากทาใหค้ ทู ี่
ก้นั นา้ ทง้ั สองฝง่ั ไดท้ ลายลงทาให้สระนา้ ทง้ั สองฝง่ั ไดไ้ หลมารวมกนั เปน็
สระเดยี วกนั โดยตาแหนง่ ของคนั คใู นสมยั กอ่ นนน้ั กค็ ือแนวของสะพานที่
เราเหน็ ในปจั จบุ นั และสรา้ งศาลากลางนา้ ใชเ้ ปน็ สถานทไ่ี วส้ าหรบั ผกู เสยี่ วแต่
ปัจจบุ นั ไดย้ า้ ยไปจดั ทบี่ รเิ วณหนา้ ปราสาทเปอื ยนอ้ ย

เป็นประเพณอี นั ดงี าม และวัฒนธรรมด้ังเดมิ ของชาวอีสาน ซึ่งถือปฎิบัติ
กันมาหลายร้อยปีโดยเฉพาะอาเภอเปือยน้อยได้ประกาศให้คนท่ัวไป เข้าใจ
ความหมายอนั แท้จรงิ ของคาว่า “เส่ียว”

เส่ียว หมายถงึ เพอื่ นแท้หรอื เพ่อื นตาย ซงึ่ หาไดย้ ากยงิ่ นกั ประเพณผี กู
เส่ียวหมู่ ได้จัดข้ึน ที่อาเภอเปือยน้อยเมื่อปี พ.ศ..2523 คู่เสี่ยวจึงเพิ่มข้ึน
เรอ่ื ยๆ

ธรรมนญู คเู่ สยี่ ว
ธรรมนูญคู่เส่ียว คือ แนวปฎิบัติที่คู่เสี่ยวพึงปฎิบัติต่อกันเพ่ือสร้างความรัก
ความผกู พนั และผูกไมตรตี อ่ กนั ไวใ้ หย้ ัง่ ยืนนาน มี 4 ประการ

1. ฮวมปน็ ฮวมตาย คือถา้ เสีย่ วฝ่ายใดฝ่ายหน่ึง ต้องเสียสละอุทิศตนเข้า
ชว่ ยเหลือจสเตม็ ความสามารถถึงขั้นท่ีวา่ ตายแทนกันได้

2. ไปมาหาตอ้ น คือ เสยี่ วจะตอ้ งมกี ารตดิ ตอ่ กันเสมอโดยการไปมาหาสู่
กันตามธรรมเนียมท่ีถือปฎิบัติกันมา มักมีของฝาก “ของต้อน” เพ่ือแสดง
นา้ ใจตอ่ กนั

3. ไปมาหาแวะ คือ หากมีธุระจาเป็นต้องเดินทางผ่านบ้านเส่ียวต้องแวะ
เยีย่ มกนั เพือ่ กระชับมิตรให้เกิดความแน่นแฟน้

4. ให้นับถือเครือญาติคู่เสี่ยว คือ เส่ียวทุกคนต้องนับถือญาติผู้ใหญ่
ของเส่ยี วเสมอื นญาติของตนเอง

สมิ คือคาเรยี ก ของโบสถพ์ ระอโุ บสถในภาษาวัฒนธรรม ไทย-
ลาว ถือเปน็ หนง่ึ ในสงิ่ กอ่ สรา้ งทม่ี สี ถาปตั ยกรรมโดดเดน่ ในวดั วาอาราม
ของภาคอสิ าน ซง่ึ วนั สดกุ ิอสรา้ งทน่ี ามาใช้ และการออกแบบตกแตง่ ตา่ ง ๆ
ได้สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ วิธชี วี ติ วฒั นธรรม และคตคิ วามเชือ่ ของชาวไทยอสี าน
ไดเ้ ปน็ อย่างดี

โบสวดั สงิ หท์ อง บ้านหวั ฝาย หมู่ท่ี3 เทศบาลตาบลเปอื ยนอ้ ย
จงั หวดั ขอนแกน่ เป็นโบสถแ์ หง่ แรกของชาวอาเภอเปอื ยนอ้ ย มีอายุกวา่ หนง่ึ
ร้อยปี ด้านในมพี ระพทุ ธรปู โบราณทอ่ ยคู่ กู่ บั โบสถม์ าตง้ั แตเ่ รม่ิ สรา้ ง
โบสถ์ ดา้ นในบรเิ วณวดั ยังมี ตน้ มะขามคู่ ท่ีมีอายเุ กา่ แกพ่ อ ๆ กับโบสถ์

ประวัตหิ มู่บา้ น 10 หมู่
















Click to View FlipBook Version