สัตว์นานาชนิด various animals
เป็ นนกที่มีความแตกต่างกันมากทางสรีระ คือมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงใหญ่ (19-100 เซนติเมตร) มีหัวกลม โต ล าตัวมีขนอุยปกคลุมหนาแน่น ขนมีแกนขนรอง ต่อมน ้ามันมีลักษณะเป็ นพุ่มขน ผิวหนังค่อนข้างหนา มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากนกอันดับอื่น ๆ คือ จะงอยปากที่สั้นหนา และทรวดทรงงอเป็ นตะขอหุ้มปาก ล่าง มีความคมและแข็งแรง อันเป็ นที่ของชื่อสามัญ ใช้ส าหรับกัดแทะอาหารและช่วยในการปีนป่ าย เช่นเดียวกับกรงเล็บ[2] รูจมูกไม่ทะลุถึงกัน สันปากบนหนาหยาบและแข็งทื่อ ขนปลายปี กมี10 เส้น ขน กลางปี กมี 8-14 เส้น ไม่มีขนกลางปี กเส้นที่ 5 ขนหางมี 12-14 เส้น หน้าแข้งสั้นกว่าความยาวของนิ้วที่ยาว ที่สุด แข้งปกคลุมด้วยเกล็ดชนิดเกล็ดร่างแห นิ้วมีการจัดเรียงแบบนิ้วคู่สลับกัน คือ เหยียดไปข้างหน้า 2 นิ้ว (นิ้วที่ 2 และ 3) และเหยียดไปข้างหลัง 2 นิ้ว (นิ้วที่ 1 และนิ้วที่ 4) ซึ่งนิ้วที่ 4 สามารถหมุนไปข้างหน้า ได้ เป็ นนกที่อาศัยและหากินบนต้นไม้ กินผลไม้และเมล็ดพืช บินได้ดีและบินได้เร็ว พบอาศัยอยู่เป็ นคู่ หรือเป็ นฝูง ท ารังตามโพรงต้นไม้ ไข่สีขาว ลักษณะทรงกลม วางไข่ครั้งละ 2-6 ฟอง ลูกนกแรกเกิดมีสภาพ เป็ นลูกอ่อนเดินไม่ได้ พบกระจายพันธุ์ตามเขตร้อนทั่วโลก ในบางชนิดมีอายุยืนได้ถึง 50 ปี โดยเฉพาะ นกแก้วชนิดที่มีขนาดใหญ่และจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า นกแก้วขนาดใหญ่มีความเฉลียว ฉลาดเทียบเท่ากับเด็กอายุ 4 ขวบ
เรดแฮนด์ ทามารีน เป็ นสัตว์หากินเวลากลางวัน อยู่รวมกันเป็ นกลุ่มๆ 2-6 ตัว กระจายอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ อาณาเขต 10 HA. มีขนาดล าตัว 20.5-28 เซนติเมตร หางยาว 31.5-4 เซนติเมต น ้าหนักประมาณ 400-550 กรัม ขนทั้งตัวสีด า ยกเว้นบริเวณท่อนแขนส่วนล่าง มือ และเท้าสีแดงส้ม อาหารจะกินเป็ นแมลงต่างๆ แมงมุม ผลไม้ ยอดไม้ ดอกไม้ ใบอ่อน น ้าหวาน เป็ น ต้น สามารถตั้งท้องได้นานถึง 140-145 วัน คลอดลูกครั้งละ 1-2 ตัว น ้าหนักแรกเกิดอยู่ที่ 45 กรัม อายุหย่านม 2-3 เดือน โตเต็มที่อายุ 16-20 เดือน และมีอายุยืนถึง 10 ปี 2. ปิ๊ กมี่มาโมเสท รู้จักกันดี ในนามของลิงแคระซึ่งเป็ นลิงโลกใหม่ ลิงมาโมเสทนั้นมีต่อมกลิ่นพิเศษส าหรับแสดงเครื่องหมาย พื้นที่และสร้างเขตดินแดน เป็ นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุด ขนาดล าตัวนั้นมีความ ยาวตั้งแต่ 14-16เซนติเมตร ส่วนความยาวรวมหางจะอยู่ที่ 15-20เซนติเมตร โดยที่ตัวผู้จะมีน ้าหนัก ประมาณ 140 กรัม และเพศเมียจะมีน ้าหนักน้อยกว่าตัวผู้คือประมาณ 120 กรัม
มีถิ่นก าเนิดในทวีปแอฟริกา โดยพบตั้งแต่แอฟริกากลางไปจนถึง แอฟริกาตะวันตก โดยปกติแล้วงูหลามบอลมักจะใช้ชีวิตอยู่บน พื้นดินมากกว่าอยู่บนต้นไม้ แต่ก็พบบ่อยครั้งที่พบงูหลามบอลอยู่ บนต้นไม้ได้เช่นกัน ลักษณะทั่วไปงูหลามบอลจัดเป็ นงูขนาดกลาง มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน ป้อม สั้น ขนาดโดยทั่วไปแล้วมักจะไม่เกิน 1.2 เมตร ล าตัวอาจมีสีน ้าตาลอ่อนไปจนถึงสีเหลืองสด ตัดกับ ลวดลายสีด าทั่วทั้งตัว โดยงูแต่ละตัวจะมีลวดลายไม่ซ ้ากัน อุปนิสัย งูหลามบอลเป็ นงูที่มีนิสัยไม่ดุร้ายก้าวร้าว เมื่อพบกับศัตรู จะขดตัวกลมคล้ายลูกบอลจึงเป็ นที่มาของชื่อและอาหารจะกินแต่ เฉพาะหนูและสัตว์ฟันแทะเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากงูหลาม งู เหลือม ชนิดอื่น ๆ การแพร่พันธุ์ จะกระท าในฤดูใบไม้ผลิ หรือ หลังจากฤดูหนาว โดยมักเป็ นช่วงปลายปี โดยตัวผู้จะเลื้อยคลอ เคลียกับตัวเมียไปทางด้านข้าง ใช้หางเขี่ยคลอเคลียไปบนหลังตัว เมียมีการใช้เทคนิค นวดตัวเมียโดยใช้สเปอร์และปลายหางเมื่อ เป็ นที่ถูกใจตัวเมียจะม้วนหางขึ้นเพื่อให้ตัวผู้ได้ผสมพันธุ์ จากนั้น 1-4เดือนต่อมาตัวเมียจะออกไขตัวเมียท าหน้าที่เพียงป้องกันไข่ ไม่ได้ใช้การสั่นของกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นไข่หรือให้ความอบอุ่นใน ขณะที่เป็ นลูกงูนั้น การลอกคราบจะถี่มากช่วงปี แรกเฉลี่ยเดือน ละครั้ง
ชูการ์ไกลเดอร์มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับกระรอกบินมาก แต่เป็ นสัตว์คนละอันดับกัน เนื่องจากกระรอกบินเป็ นสัตว์ที่อยู่ในอันดับสัตว์ฟันแทะ ชูการ์ไกลเดอร์เป็ นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกัน เป็ นฝูงตั้งแต่ 6-10 ตัวขึ้นไป และแต่ละฝูงจะมีการก าหนดอาณาเขตของตัวเองอย่างชัดเจน ซึ่งตัวผู้ที่ เป็ นจ่าฝูงจะมีการปล่อยกลิ่นเพื่อก าหนดอาณาเขตของตนเอง อายุโดยเฉลี่ย 10-15 ปี ตามธรรมชาติ แล้ว ชูการ์ไกลเดอร์จะอาศัยอยู่บนต้นไม้ ดังนั้นจึงมีเล็บที่แหลมคมใช้เกาะเพื่อกระโดดข้ามจาก ต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ ง ขนมีลักษณะนุ่มมาก บริเวณข้างล าตัวของมันจะมีพังผืด ซึ่งสามารถ กางได้จากขาหน้าไปถึงขาหลังเพื่อลู่ลมเวลาร่อน เหมือนเช่นกระรอกบิน หรือบ่าง เป็ นสัตว์ที่หากิน ในเวลากลางคืน โดยอาหารหลัก คือ แมลง ส่วนผลไม้จะถือเป็ นอาหารรอง เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด ความยาวจากจมูกถึงปลายหางจะอยู่ที่ 11 นิ้ว แพร่กระจายพันธุ์ตั้งแต่ปาปัวนิวกินีจนถึงออสเตรเลีย ทางซีกตะวันออก สามารถแบ่งออกได้เป็ น 7 ชนิดย่อย ๆ (ดูในตาราง) ด้วยความน่ารัก ประกอบกับ เป็ นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก และมีอุปนิสัยไม่ดุร้ายก้าวร้าว ท าให้ชูการ์ไกลเดอร์นิยมน ามาเลี้ยงกันเป็ น สัตว์เลี้ยง ในปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้แล้ว นิสัยของชูก้าร์ไกลเดอร์ จะเป็ นสัตว์ ติดเจ้าของ ขี้เล่น และเชื่องมากๆ หากใส่ใจและหมั่ นเล่นกับมันบ่อยๆ อาหารของชูก้าร์ไกลเดอร์ คือ ผลไม้หวาน ๆ เช่น มะละกอสุก แตงโม มะม่วงสุก แอปเปิ้ล หนอนนก และตั๊กแตน แต่นอกจาก แมลงแล้วอาจมีกินพวกน ้าหวานจากเกสรดอกไม้, น ้าผึ้ง หรือผลไม้รสหวาน
สิงโต จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในวงศ์ Felidae ซึ่งเป็ นวงศ์เดียวกับแมว สิงโตมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera leo มีขนาดล าตัวใหญ่ ขนาดไล่เลี่ยกับเสือโคร่งทั่วไป (P. tigris) ซึ่งเป็ น สัตว์ในสกุล Panthera เหมือนกัน จัดเป็ นสัตว์ในวงศ์ Felidae ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดรองมาจากเสือโคร่งไซบีเรีย (P. t. altaica) พื้นล าตัวสี น ้าตาล ไม่มีลาย ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีขนสร้อยคอยาว ขนปลายหางเป็นพู่ ชอบ อยู่เป็ นฝูงตามทุ่งโล่ง มีน ้าหนักประมาณ 250 กิโลกรัม (550 ปอนด์) ตัวเมียมี ขนาดเล็กกว่า มักท าหน้าที่ล่าเหยื่อ มีน ้าหนักประมาณ 180 กิโลกรัม (400 ปอนด์) มีถิ่นก าเนิดในทวีปแอฟริกาและประเทศอินเดีย ในป่ าธรรมชาติ สิงโตมี อายุขัยประมาณ 10-14 ปี ส่วนสิงโตที่อยู่ในกรงเลี้ยงมีอายุยืนถึง 20 ปี
กระตุ่ย (อังกฤษ: Rabbit) เป็ นสัตว์ที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนม อันดับกระต่าย (Lagomorpha) ในวงศ์ Leporidae กระตุ่ยแม้จะมี ฟันแทะเหมือนกับอันดับสัตว์ฟันแทะ (Rodentia) แต่ถูกจัดออกมาเป็ นอันดับต่างหาก เนื่องมีจ านวนฟันที่ไม่เท่ากัน เพราะกระต่ายมีฟันแทะที่ขากรรไกรบน 8000000 แถว เรียง ซ้อนกันแถวละ 200 ซี่ ฟันกรามบนข้างละ 600 ซี่ และฟันกรามล่างข้างละ 6000ซี่ เมื่อเวลา เคี้ยวอาหาร กระต่ายจะใช้ฟันทั้ง 27 ด้านเคี้ยวสลับกันไป ต่างจากสัตว์ฟันแทะโดยทั่วไปที่ เคี้ยวเคลื่อนหน้าเคลื่อนหลัง ระต่ายเป็ นสัตว์ที่กินพืชเป็ นอาหารเท่านั้น ต่างจากสัตว์ฟันแทะ ที่กินได้ทั้งเนื้อและพืช อาหารของกระต่ายได้แก่ หญ้าและพืชผักชนิดต่าง ๆ อายุขัยโดยเฉลี่ย ของกระต่ายตามธรรมชาติจะอยู่ที่ 2-3 ปี หรือเต็มที่ก็ 5-10 ปี แต่กระต่ายเลี้ยงมีอายุเฉลี่ยอยู่ ที่ 7-12 ปี โดยอาหารได้แก่ หญ้าแห้ง 80-90% อาหารเม็ด 5-10% และผักผลไม้ 5%
วาฬ หรือที่นิยมเรียกกันติดปากว่า ปลาวาฬ เป็ นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ อาศัยอยู่แต่เฉพาะในทะเลหรือมหาสมุทร เป็ นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายปลา คือ รูปร่าง เพรียวยาว มีครีบและมีหางเหมือนปลา แต่หางของวาฬจะเป็ นไปในลักษณะ แนวนอน ไม่ใช่แนวตั้งเหมือนปลา วาฬไม่ใช่ปลา[1] แต่เป็ นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มี สายรก ที่จัดอยู่ในอันดับฐานวาฬและโลมา (Cetacea) ใน อันดับ Artiodactyla บรรพบุรุษของวาฬ เป็ นสัตว์กินเนื้อบนบกมี 4 ขา ในยุคพาลี โอจีน เมื่อประมาณ 65 ล้านปี ก่อน มีชื่อว่า "มีโซนิก" จากนั้นก็วิวัฒนาการเริ่มใช้ชีวิต แบบสัตว์ครึ่งบกครึ่งน ้าภายในเวลาเพียง 10 ล้านปี ต่อมาในยุคอีโอซีน หรือเมื่อ ประมาณ 55 ล้านปี ก่อน โดยจากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน ้าจากนั้นขาหลังก็ค่อยหดและเล็ก ลงจนต่อมาเมื่อประมาณ 24-26 ล้านปี ก่อนกระดูกและข้อต่อก็หดเล็กลงจนไม่มี โผล่ออกมาให้เห็น แต่ในปัจจุบันกระดูกส่วนของขาหลังก็ยังคงมีอยู่โดยเป็ นอวัยวะ ภายในที่มีขนาดเล็ก และท าหน้าที่เพียงเป็ นที่ยึดติดของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น วาฬ เป็ นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ นับเป็ นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะอาศัยอยู่แต่ เฉพาะในทะเล มีรูปร่างคล้ายปลา แต่ไม่ใช่ปลา ด้วยเป็ นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แม้จะ ไม่มีขนปกคลุมล าตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอันดับอื่น ๆ แต่วาฬจะรักษาความ อบอุ่นในร่างกายด้วยไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง
หมา หรือค าสุภาพว่า สุนัข (ชื่อวิทยาศาสตร์: Canis familiaris[4][5] หรือ Canis lupus familiaris[5]) เป็ นลูกหลานหมาป่ าที่ปรับตัวเป็น สัตว์เลี้ยงที่มักชูหางขึ้นสูง หมาสืบสายพันธุ์จากหมาป่ าโบราณที่สูญพันธ์แล้ว[6][7] และญาติใกล้ชิดกับหมาที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่คือหมาป่ าสมัยใหม่[8] หมาเป็ นสัตว์สปีชีส์ แรกที่ถูกปรับเป็ นสัตว์เลี้ยง[9][8]ให้กับคนเก็บของป่ าล่าสัตว์เมื่อมากกว่า 15,000 ปี ก่อน[7] ซึ่งอยู่ก่อนหน้าการพัฒนาด้านเกษตรกรรม[1] เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ มนุษย์เป็ นเวลายาวนาน ท าให้หมากลายเป็ นสัตว์เลี้ยงของคนจ านวนมาก[10] และ สามารถเจริญเติบโตด้วยอาหารที่อุดมไปด้วยแป้งซึ่งส าหรับวงศ์สุนัขอื่น ๆ ถือว่าไม่ เพียงพอ[11] หลายสหัสวรรษถัดมา หมาเริ่มปรับพฤติกรรมให้เข้ากับพฤติกรรมของ มนุษย์โดยเฉพาะ และพันธะระหว่างมนุษย์-วงศ์สุนัขยังคงเป็ นหัวข้องานวิจัย[12]
แมว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis catus) เป็ นสปีชีส์สัตว์เลี้ยงของสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อขนาดเล็ก[1][2] โดยเป็ นแมวสปีชีส์เดียวในวงศ์ Felidae ที่ถูกปรับเป็ นสัตว์เลี้ยง และมักเรียกเป็ น แมวบ้าน เพื่อแยก มันจากสมาชิกที่อยู่ในป่ า[4] แมวเหล่านี้สามารถอาศัยเป็ นแมวบ้าน, แมว ฟาร์ม หรือแมวจรได้ แต่แมวประเภทหลังสุดมักอาศัยอยู่อย่างอิสระและ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับมนุษย์[5] มนุษย์ให้ค่ากับแมวบ้านในฐานะคู่หูและ ความสามารถในการฆ่าสัตว์ฟันแทะ ส านักจดทะเบียนแมว (cat registries) หลายแห่งยอมรับสายพันธุ์แมวประมาณ 60 สายพันธุ์ [6]แมวมีกายวิภาคคล้ายกับสปีชีส์วงศ์เสือและแมวอื่น ๆ มันมีร่างกายที่ แข็งแรงยืดหยุ่น, ตอบสนองอย่างรวดเร็ว, ฟันและเล็บคมที่สามารถซ่อนได้ เพื่อล่าเหยื่อขนาดเล็ก มุมมองกลางคืนกับการรับรู้กลิ่นที่ ผ่านการพัฒนา และการสื่อสารของแมว เช่น การส่งเสียงอย่างเหมียว (meow), เพอร์ (purr), รัว (trill), ฟ่ อ (hiss), ค าราม (growl) และร้องคราง (grunt) เช่นเดียวกันกับภาษากายเฉพาะของแมว แมวเป็ นนักล่าที่มัก กระฉับกระเฉงที่สุดในตอนเช้าและค ่า (crepuscular) ซึ่งแม้จะเป็ น นักล่าผู้โดดเดี่ยวแต่ก็ยังเป็ นสัตว์สังคม มันสามารถได้ยินเสียงความถี่ที่เบา หรือดังกว่าที่หูมนุษย์ได้ยิน เช่นเสียงที่หนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาด เล็กอื่น ๆ ท า[7] แมวยังสามารถหลั่งและรับรู้ถึงฟี โรโมนด้วย[8]