ลา้ นนา หมายถงึ ดินแดนที่มีนานบั ลา้ น หรือมีที่นาเป็น
จานวนมาก คู่กบั ลา้ นชา้ ง คือดินแดนที่มีชา้ งนบั ลา้ นตวั เมื่อปี
พ.ศ. 2530 คาวา่ "ลา้ นนา" กบั "ลานนา" เป็นหวั ขอ้ โตเ้ ถียงกนั ซ่ึง
คณะกรรมการชาระประวตั ิศาสตร์ไทย ซ่ึงมี ดร. ประเสริฐ ณ
นคร เป็นประธาน ไดใ้ หข้ อ้ ยตุ ิวา่ "ลา้ นนา" เป็นคาท่ีถูกตอ้ ง และ
เป็นคาที่ใชก้ นั ในวงวชิ าการ
อาณาจกั รล้านนา คอื ราชอาณาจักรของชาวไทยวนในอดีตท่ตี ง้ั อยู่บริเวณภาคเหนือ
ตอนบนของประเทศไทยตลอดจนสิบสองปนั นา เช่น เมอื งเชยี งร่งุ (จง่ิ หง) มณฑลยูนนาน
ภาคตะวันออกของพม่า ฝง่ั ตะวันออกของแมน่ ้าสาละวนิ ซ่ึงมเี มอื งเชยี งตุงเปน็ เมืองเอก ฝั่ง
ตะวันตกแมน่ า้ สาละวิน มเี มืองนายเปน็ เมอื งเอก และ 8 จงั หวัด ไดแ้ ก่ จงั หวดั เชยี งใหม่
ลาพนู ลาปาง เชยี งราย พะเยา แพร่ น่าน และแมฮ่ ่องสอน โดยมีเมอื งเชยี งใหม่ เป็นราชธานี
มภี าษา ตัวหนังสือ วฒั นธรรม และประเพณีเปน็ ของตนเอง ตอ่ มาถกู ปกครองในฐานะรัฐ
บรรณาการของอาณาจกั รตองอู อาณาจกั รอยธุ ยา และอาณาจักรอังวะ จนสนิ้ ฐานะ
อาณาจักร กลายเปน็ เมืองสว่ นหนงึ่ ของอาณาจักรอังวะในราชวงศ์นยองยาน ไปในที่สุด
อาณาเขต
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรก์ ล่าวไวว้ า่ ดินแดนลา้ นนานัน้ หมายถงึ ดนิ แดนบางส่วนของอาณาเขต
บริเวณ ลมุ่ นา้ แม่โขง ลุม่ น้าสาละวิน แมน่ ้าเจ้าพระยา ตลอดจนเมืองที่ตั้งตามลมุ่ น้าสาขาเชน่ แม่นากก
แม่นา้ ปิง แม่นา้ วัง แมน่ ้ายม แม่นา้ นา่ น แมน่ ้าปาย แม่นา้ แตง แมน่ า้ งดั ฯลฯโดยมอี าณาเขตทางทศิ ใต้
จดเมอื งตาก (อาเภอบ้านตากในปัจจบุ ัน) และจดเขตดินแดนด้านเหนือของอาณาจักรสุโขทยั ทิศ
ตะวันตกเลยลกึ เขา้ ไปในฝ่งั ตะวนั ตกของแมน่ ้าสาละวิน ทศิ ตะวันออกจดฝงั่ ตะวันตกของแม่น้าโขง ทศิ
เหนอื จดเมืองเชียงรุง้ (หรือคนจนี เรยี กในปัจจบุ นั ว่า เมืองจิ่งหง) ซ่ึงบรเิ วณชายขอบของล้านนา อาทิ
เมอื งเชียงตงุ เชยี งร่งุ เมอื งยอง เมอื งปุ เมอื งสาด เมอื งนาย เปน็ บรเิ วณที่รฐั ล้านนาแผอ่ ทิ ธิพล ไปถงึ
ในเมืองนั้นๆ
การกอ่ ตัง้ อาณาจักร
พญามงั ราย กษัตรยิ ์แห่งหิรัญนครเงนิ ยาง ในราชวงศ์ลวจงั กราชปูเ่ จา้ ลาวจก ได้เริ่มตีเมอื งเล็กเมอื งนอ้ ย ต้ังแต่ลมุ่ น้าแม่กก
น้าแมอ่ ิง นอกจากเงินยางแล้ว ยังมเี มืองพะเยาของพญางาเมืองพระสหาย ซึง่ พญามังรายไมป่ ระสงคจ์ ะไดเ้ มืองพะเยาด้วยการสงคราม
แตท่ รงใชว้ ิธีผกู สมั พนั ธไมตรีแทน หลังจากขยายอานาจระยะหนึง่ พระองคท์ รงยา้ ยศูนยก์ ลางการปกครอง โดยสร้างเมืองเชียงรายขึน้
แทนเมืองเงินยาง เนือ่ งดว้ ยเชยี งรายต้งั อยรู่ มิ นา้ แมก่ กเหมาะเปน็ ชยั สมรภมู ิ ตลอดจนทาการเกษตรและการคา้ ขาย
จากนัน้ พระองคก์ ไ็ ดข้ ยายอาณาจกั รแผ่อิทธพิ ลลงทางมาทางทิศใต้ ขณะนน้ั กไ็ ดม้ ีอาณาจกั รทเี่ จริญรุง่ เรืองมากอ่ นอยแู่ ลว้ คือ อาณาจักร
หริภญุ ชยั ต้งั อยใู่ นชยั สมรภูมทิ ี่เหมาะสมประกอบด้วยมแี มน่ า้ สองสายไหลผา่ นได้แก่แม่นา้ กวงและแมน่ ้าปิงซ่ึงเป็นลานา้ สายใหญ่
เหมาะแก่การคา้ ขายและการปอ้ งกันพระนคร มีนครลาปางเป็นเมอื งหนา้ ด่านคอยปอ้ งกันศกึ ศัตรู สองเมืองนี้เปน็ เมอื งใหญม่ กี ษัตริย์
ปกครองอย่างเข้มแข็ง การทจ่ี ะเปน็ ใหญใ่ นดินแดนแถบนไี้ ดจ้ ะต้องตอี าณาจกั รหริภุญชยั ให้ได้ พระองค์ได้รวบรวมกาลังผู้คนจากท่ีได้
จากตีเมืองเล็กเมืองนอ้ ยรวมกันเข้าเป็นทัพใหญแ่ ละยกลงใต้เพ่ือจะตอี าณาจักรหริภุญชัยให้ได้ โดยเรมิ่ จากตีเมอื งเขลางค์นคร นคร
ลาปางเมืองหน้าด่านของอาณาจักรหริภุญชัยก่อน เมื่อไดเ้ มืองลาปางแลว้ ก็ยกทัพเขา้ ตนี ครลาพูน (แควน้ หริภุญชัย) พระองคเ์ ปน็
กษัตรยิ ช์ าตินกั รบมีความสามารถในการรบไปทั่วทุกสารทศิ สามารถทาศกึ เอาชนะเมอื งเลก็ เมอื งน้อยแม้กระทัง่ อาณาจักรหริภุญชัย
แล้วรวบเข้ากบั อาณาจักรโยนกเชียงแสน
หลงั จากพญามังรายรวบรวมอาณาจกั รหริภุญชยั เข้ากบั โยนกเชียงแสนเสร็จสน้ิ แล้ว ได้ขนามนามราชอาณาจักรแห่ง
ใหม่นี้ว่า "อาณาจักรล้านนา" พระองค์มีดาริจะสร้างราชธานีแห่งใหม่นี้ให้ใหญ่โตเพื่อให้สมกับเป็นศูนย์กลางการ
ปกครองแห่งอาณาจักรล้านนาทั้งหมด พร้อมกันนั้นก็ ได้อัญเชิญพระสหายสนิทร่วมน้าสาบานสองพระอ งค์ได้แก่
พญางาเมืองแห่งเมืองพะเยา และ พ่อขุนรามคาแหงแห่งสุโขทัย มาร่วมกันสถาปนาราชธานีแห่งใหม่ในสมร ภูมิ
บริเวณที่ลุ่มริมฝั่งมหานทีแม่ระมิงค์ (แม่น้าปิง) โดยตั้งชื่อราชธานีแห่งใหม่นี้ว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" แต่
ก่อนที่จะตั้งเมือง พระองค์ทรงได้สร้างราชธานีชั่วคราวขึ้นก่อนแล้ว ซึ่งก็เรียกว่า เวียงกุมกามแ ต่เนื่องจากเวียงกุม
กามประสบภัยธรรมชาติใหญ่หลวงเกิดน้าท่วมเมืองจนกลายเป็นเมืองบาดาล ดังนั้นพระองค์จึงได้ย้ายรา ชธานีมา
อยู่ ณ นครเชยี งใหม่ ในปี พ.ศ. 1839 และไดเ้ ป็นศูนยก์ ลางการปกครองราชอาณาจักรล้านนานบั แตน่ ั้น
การล่มสลายของอาณาจักร
วดั เจดยี ์หลวง สรา้ งข้นึ ในช่วงยุคทองของลา้ นนา องคพ์ ระเจดียพ์ งั ทลายลงมาดว้ ยแรงแผ่นดินไหวเมอ่ื ปี พ.ศ. 2088 อนั เป็นลางบอก
เหตุความแตกแยกในราชสานักและความอ่อนแอของอาณาจกั ร
อาณาจักรล้านนาเริม่ เสือ่ มลงในปลายรัชสมยั "พญาแกว้ " เม่ือกองทัพเชียงใหมไ่ ด้พา่ ยแพ้แกท่ พั เชียงตงุ ในการทาสงครามขยาย
อาณาจกั ร ไพรพ่ ลในกาลงั ล้มตายลงเป็นจานวนมาก ประกอบกับปนี ้ันเกิดอทุ กภัยใหญ่หลวงข้ึนในเมืองเชยี งใหม่ ทาให้บ้านเรือน
ราษฎรเสยี หายและผ้คู นเสยี ชีวติ ลงเปน็ จานวนมาก สภาพบ้านเมืองเรม่ิ ออ่ นแอเกิดความไม่มัน่ คง หลังจาก "พญาแกว้ " สิ้นพระชนม์ก็
เกิดการจลาจลแย่งชงิ ราชสมบตั ิ ระหวา่ งขนุ นางมอี านาจมากขน้ึ ถึงกบั แต่งตงั้ หรือถอดถอนเจา้ ได้ เม่อื นครเชียงใหม่ศนู ยก์ ลางอานาจ
เกดิ สนั่ คลอน เมืองข้นึ ตา่ ง ๆ ท่อี ยใู่ นการปกครองของเชยี งใหม่จงึ แยกตัวเปน็ อสิ ระ และไม่สง่ เครื่องราชบรรณาการอกี ต่อไป ในยคุ น้ี
ลา้ นนาถูกเข้าแทรกแซงอานาจจากอาณาจกั ร์ล้านช้างและอยธุ ยาซ่ึงลา้ นช้างเป็นฝา่ ยชนะในการแทรกแซงลา้ นนา ส่งผลใหล้ ้านช้างได้
เข้ามามอี ิทธพิ ลเหนือหวั เมืองล้านนาทุกหวั เมอื งซึง่ เจ้าเมืองแตล่ ะหัวเมอื งได้ยอมอ่อนนอ้ มและอย่ภู ายใต้อานาจ ส่งผลใหอ้ าณาจกั ร์
ลา้ นนากลายเปน็ รัฐในอารกั ขาของลา้ นช้างในที่สุดในระยะเวลาสัน้ ๆ ซง่ึ พระเจา้ โพธศิ าลราชได้กลายเป็นจักรพรรดิทอี่ ยู่เบอ้ื งหลังของ
การรวมล้านนาเขา้ ไว้กับลา้ นชา้ งในชว่ งสนั้ ๆโดยให้บตุ รชายได้ปกครองเมืองเชียงใหมส่ ว่ นตนครองเมอื งหลวงพระบางต่อไป ซึ่งเมอื ง
หลวงพระบางในชว่ งน้มี อี านาจเหนือแคว้น