The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานเทียนหอม-ส่งบท2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattharin Klinhomon, 2020-10-31 12:19:21

โครงงานเทียนหอม-ส่งบท2

โครงงานเทียนหอม-ส่งบท2

โครงงาน
เร่ือง เทียนหอม

นาเสนอโดย
คุณครูวนิดา บญุ พเิ ชฐวงศ์

จัดทาโดย

นางสาวณฐั รินทร์ กลน่ิ หอมออ่ น เลขที่ 27

นางสาวศศิธร มง่ั คง่ั เลขท่ี 28

นางสาวอริสราวรรณ อินทะจร เลขที่ 31

ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/4

โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563
อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี

สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา เขต 20

โครงงาน
เร่ือง เทียนหอม

นาเสนอโดย
คุณครูวนิดา บญุ พเิ ชฐวงศ์

จัดทาโดย

นางสาวณฐั รินทร์ กลน่ิ หอมออ่ น เลขที่ 27

นางสาวศศิธร มง่ั คง่ั เลขท่ี 28

นางสาวอริสราวรรณ อินทะจร เลขที่ 31

ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/4

โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563
อาเภอเมือง จงั หวดั อดุ รธานี

สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา เขต 20

หัวข้อเร่ือง เทียนหอม
คณะผ้จู ดั ทา นางสาวณฐั รินทร์ กลิ่นหอมอ่อน
นางสาวศศิธร มง่ั คง่ั
ระดับ นางสาวอริสราวรรณ อินทะจร
ปี การศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6/4
2563

บทคัดย่อ
คนไทยส่วนใหญใ่ นสมยั ก่อนยงั ไม่มีผลิตภณั ฑก์ าจดั ยงุ แบบสาเร็จรูปเหมือนในปัจจุบนั จึงทาใหค้ นใน
สมยั ก่อนคิดหาวธิ ีกาจดั ยงุ ในหลาย ๆ รูปแบบแตกต่างกนั ออกไป โดยยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งของในหลวง
มาใชใ้ นการทาผลิตภณั ฑก์ าจดั ยงุ ในขณะเดียวกนั พชื สมุนไพรของไทยที่มีอยนู่ ้นั ก็สามารถไล่ยงุ ได้ จามีการ
นาสมุนไพรมากาจดั ยงุ โดยการนาเปลือกผลไมก้ ลิ่นฉุนท่ีเหลือจากการรับประทานมาตากแหง้ และนาไป
กาจดั ยงุ ในขณะเดียวกนั ไดม้ ีการพฒั นานาเอาเศษเทียนท่ีเหลือจากพิธีกรรมตา่ งๆ มาประยกุ ตใ์ ชท้ าเป็นเทียน
หอมจนั ถึงปัจจุบนั

กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานเร่ือง เทียนหอม ตอ้ งใชค้ วามพยายามอยา่ งมากกวา่ จะสาเร็จ ตอ้ งผา่ นอะไรมาเยอะแยะ
มากมาย ดงั น้นั โครงงานน้ีจะไม่ลุล่วงสาเร็จไดถ้ า้ ไมม่ ีบคุ คลเลา่ น้ี จึงขอขอบพระคณุ บคุ คลหลาย ท่าน
ดว้ ยกนั และขอขอบพระคุณ ทา่ นต่างๆดงั น้ี

1.วา่ ที่ร้อยตรีสมประสงค์ วงษอ์ ุบล ผอู้ านวยการโรงเรียนสตรีราชินูทิศ

2. นายธีระพงษ์ ศรีคา รองผอู้ านวยการฝ่ายบริหารส่วนบุคคล
3. นายสาเนียง พิลาโสภา รองผอู้ านวยการวิชาการ
4. นายสุรเชษฐ์ ภาคา รองผอู้ านวยการฝ่ายงบประมาณ
5. นางสุธิดา ตาทิพย์ รองผูอ้ านวยการฝ่ายทวั่ ไป
6. นายชยั ชน ไทยชน คุณครูรายวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี
และทา้ ยที่สุด ขอกราบพระคุณ คุณพอ่ คุณแม่ และญาติทุกท่านที่กรุณาใหข้ อ้ มลู รวมท้งั วสั ดุ อปุ กรณ์
และกาลงั ใจในการทาโครงงาน จนโครงงานเลม่ น้ีเสร็จสมบูรณ์ คณะผจู้ ดั ทาจึงขอขอบพระคณุ เป็นอยา่ งสูง
ขา้ พเจา้ หวงั วา่ รายงานโครงงานเลม่ น้ี จะเป็นประโยชนต์ ่อผสู้ นใจ สาหรับเป็นแนวทางในการทารายงาน
โครงงานคร้ังตอ่ ไป

คณะผจู้ ดั ทา

สารบญั หน้า

เรื่อง ข
บทคดั ยอ่ ค
กิตติกรรมประกาศ 1
สารบญั 1
บทที่ 1 บทนา 1

ที่มาและความสาคญั ของโครงงาน
จุดประสงค์

บทที่ 1

บทนา

ทมี่ าและความสาคญั

คนไทยส่วนใหญใ่ นสมยั ก่อนยงั ไมม่ ีผลิตภณั ฑก์ าจดั ยงุ แบบสาเร็จรูปเหมือนในปัจจุบนั จึงทาใหค้ น
ในสมยั ก่อนคดิ หาวิธีกาจดั ยงุ ในหลาย ๆ รูปแบบแตกตา่ งกนั ออกไป โดยยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพียงของใน
หลวงมาใชใ้ นการทาผลิตภณั ฑก์ าจดั ยงุ ในขณะเดียวกนั พืชสมุนไพรของไทยท่ีมีอยนู่ ้นั กส็ ามารถไลย่ งุ ได้ จา
มีการนาสมนุ ไพรมากาจดั ยงุ โดยการนาเปลือกผลไมก้ ลิ่นฉุนที่เหลือจากการรับประทานมาตากแหง้ และ
นาไปกาจดั ยงุ ในขณะเดียวกนั ไดม้ ีการพฒั นานาเอาเศษเทียนท่ีเหลือจากพิธีกรรมต่างๆ มาประยกุ ตใ์ ชท้ า
เป็นเทียนหอมจนั ถึงปัจจุบนั

ในขณะเดียวกนั คนไทยส่วนใหญ่ชอบเขา้ วดั ทาบุญฟังพระ กเ็ ลยมีการใชป้ ระโยชนจ์ ากเทียนมาก ทา
ใหม้ ีเศษเทียนท่ีเหลือจากพธิ ีกรรมมากมาย คนไทยมกั ชอบสวดมนตน์ ง่ั สมาธิทกุ เชา้ เยน็ ก็เลยตอ้ งใชแ้ สง
สวา่ งจากเทียนในการทากิจกรรมและในตอนน้นั มีโรคระบาดเก่ียวกบั ยงุ เช่น โรคไขเ้ ลือดออก จึงไดม้ ีการ
คดิ คน้ ท่ีจะนาเศษเทียนมาผสมกบั สมุนไพรใหเ้ กิดประโยชนม์ ากข้นึ ท้งั ใหแ้ สงสวา่ ง และกาจดั ยงุ ในตวั จึง
ทาใหเ้ กิดแนวคิดในการผลิตเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ

จากเหตุผลดงั กล่าวพวกเรากเ็ ห็นวา่ ในสมยั น้ีผคู้ นนิยมใชส้ มนุ ไพรไลย่ งุ แบบสเปรยท์ ี่ทาสาเร็จรูป
พร้อมใชไ้ ดเ้ ลย แตเ่ ทียนหอมไล่ยงุ ไม่คอ่ ยมีมาเห็นแลว้ ในปัจจุบนั พวกเราก็เลยอยากจะนาเอาเทียนหอม
สมุนไพรไล่ยงุ มาใชใ้ หเ้ ป็นที่รู้จกั มากข้ึน เพราะเทียนหอมมีประโยชน์มากมายและไม่มีโทษต่อร่างกายอีก
ดว้ ย

วัตถุประสงค์

1. เพ่อื เป็นการศึกษาสรรพคุณของสมนุ ไพรที่ใชไ้ ล่ยงุ ได้

2. เพือ่ ศึกษาวิธีทาเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ

3.เพือ่ เป็นการนาสมุนไพรมาผลิตใชเ้ ป็นเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยงุ

4.เพื่อศึกษาความคดิ ของผใู้ ชต้ อ่ เทียนหอมสมนุ ไพรไลย่ งุ

5.เพอื่ ฝึกการทางานร่วมกนั เป็นกลุ่ม

ขอบเขตการศึกษา

1. ตวั แปรตน้ เทียนหอมสมุนไพรไล่ยงุ
2. ตวั แปรตาม การส่งกล่ินในการไลย่ งุ
3. กลมุ่ ตวั อยา่ ง ยงุ
สมมติฐาน

ถา้ ชนิดของเทียนหอมมีผลต่อการไล่ยงุ ดงั น้นั ชนิดของเทียนน่าจะมีผลตอ่ การส่งผลไล่ยงุ ของผใู้ ช้
ผลิตภณั ฑ์

ประโยชน์ทไี่ ด้รับจากการศึกษา

1. ทราบความเป็นมาของเทียนหอม
2. ใชป้ ระโยชน์ของสมนุ ไพรและเศษเทียน
3. สามารถผลิตเทียนหอมสมนุ ไพร
4. ลดการเป็นโรคไขเ้ ลือดออก
5. สามารถสร้างรายไดใ้ หก้ บั ตนเอง
6. สามารถนาไปตอ่ ยอดเทียนหอมสมุนไพรไล่ยงุ ได้

บทท่ี 2

เอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง

ในการจดั ทาโครงงานเร่ืองเทียนหอม กลุ่มของขา้ พเจา้ ไดค้ น้ ควา้ จากเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง ในหวั ขอ้
ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ประวตั ิของเทียนหอม

2. สรรพคุณของสมนุ ไพร

3. เทียนหอมในรูปแบบตา่ งๆ

4. วธิ ีการทาเทียนหอมโดยทว่ั ไป

5. ประโยชนข์ องเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ

ประวตั ขิ องเทียนหอม

ในสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ มนุษยย์ งั ไม่มีการรู้จกั ใชไ้ ฟ รู้จกั เพียงแตค่ วามมืดในเวลากลางคนื และความ
สวา่ งในเวลากลางวนั ตอ่ มาเริ่มรู้จกั การใชไ้ มม้ าเสียดสีกนั ใหไ้ ดค้ วามร้อน แลว้ เกิดเป็นเปลวไฟเกิดข้นึ

และเร่ิมใชไ้ ฟมาหุงหาอาหาร ใหแ้ สงสวา่ ง และป้องกนั ภยั จากสตั วร์ ้ายตา่ งๆ และววิ ฒั นาการกอ้ ไดเ้ ริ่ม
พฒั นาการอยา่ งต่อเน่ือง เร่ิมมีการใชค้ บเพลิง เพื่อเป็นการใหแ้ สง ส่องสวา่ ง มีการประยกุ ตน์ ามาใชเ้ ป็นการ
ติดต่อส่ือสารในระยะไกล จะเห็นไดจ้ ากไฟในประภาคาร ที่มีการติดต่อสื่อสารระหวา่ งยามฝั่งกบั เรือ

และใหส้ ัญญาณต่างๆระหวา่ งภเู ขาแต่ละลกู โดยมีรหสั ท่ีเขา้ ใจตามแต่จะตกลงกนั ในสมยั น้นั จะเห็นไดว้ า่
มนุษยไ์ ดม้ ีการใชไ้ ฟเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งกบั ชีวิตประจาวนั และตอ่ มาในสมยั ศตวรรษที่ 19 ไดม้ ีการนาเทียนเขา้
มาเกี่ยวขอ้ งกบั พิธีกรรมเป็นอยา่ งมาก เน่ืองจากไฟ มีเป็นสัญลกั ษณ์ของการเผาผลาญ และความโชติช่วง
ชชั วาลย์ และมนุษยบ์ างเผา่ ในสมยั น้นั นบั ถือใหเ้ ป็นเทพไฟ มีการบวงสรวงและประกอบพิธีกรรมทาง
ศาสนา หรือตามแต่ความเช่ือ จะเห็นไดจ้ าก พิธีการแตง่ งาน ซ่ึงมีความหมายของการเริ่มตน้ แสงแห่งเปลว
เทียนจะนาทางไปสู่ความสวา่ งไสวในชีวิตคู่ ชาวอเมริกนั นิยมนาเทียนมาประดบั ประดาบนโตะ๊
อาหาร แสดงถึงฐานะ ความภมู ิฐาน และมีรสนิยม และเพ่ือใหเ้ กิดความสวา่ งไสว อีกท้งั แสงสวา่ งของเทียน

สามารถสร้างบรรยากาศ และดูสวยงามอีกดว้ ย ในปัจจุบนั ไดม้ ีการประยกุ ตใ์ หน้ อกจากเทียนมีความสวยงาม
แลว้

ยงั มีการนากล่ินหอม หรือน้ามนั หอมละเหยมาผสมเพื่อใหไ้ ดก้ ล่ินตามตอ้ งการ และนอกจากน้ี กล่ินน้ามนั
หอมละเหยน้ี มีคุณสมบตั ิพิเศษซ่ึงแตกต่างกนั ออกไป เช่น บางชนิดสามารถที่จะรักษาโรคได้ แกอ้ าการ
เครียด และทาใหร้ ่างกายผอ่ นคลาย กลิ่นบางชนิด สามารถไลย่ งุ ได้ น้ามนั หอมละเหยเหลา่ น้ีไดม้ าจากการ
สกดั จากพืช และสมนุ ไพรทางธรรมชาติ และบางชนิดไดม้ าจากการสงั เคราะห์ ซ่ึงในปัจจุบนั ไดร้ ับความ
นิยม ดว้ ยคณุ ลกั ษณะที่เป็นสิ่งท่ีไดจ้ ากธรรมชาติ และช่วยรักษาสุภาพ ราคาไมแ่ พง เหมาะที่จะนาไปเป็น
ของขวญั ของที่ระลึกฝากคนที่คุณรัก เพ่ือแสดงความห่วงใยต่อสุขภาพของคนท่ีคุณรัก

ประวตั ิเทียนหอมสมุนไพรไลย่ งุ ”//(2557).//[ออนไลน]์ .//เขา้ ถึงไดจ้ าก http://crafts.ohojunk.com

สรรพคณุ ของสมนุ ไพรไล่ยุง

มะกรูด ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystri
ลกั ษณะ มะกรูดเป็นไมย้ นื ตน้ ขนาดเลก็ ใบหนาและมีรอยคอดตรงกลาง ดอกสีขาว ผิวของผลมะกรูดขรุขระ
เป็นป่ ุมปมท้งั ลกู น้าในลูกมีรส เปร้ียว มีหนามแหลมยาวตามลาตน้ และกิ่ง
ส่วนทีใ่ ช้ ผล
วิธใี ช้ นาผิวของผลมะกรูดสดมาหนั่ เป็นชิ้นเลก็ ๆ แลว้ นามาโขลกผสมกบั น้าโดยใชอ้ ตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้
กรองเอาแตส่ ่วนท่ีเป็นน้ามาใช้

ไพลเหลือง ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Zingiber cassumunar
ลกั ษณะ ไพลเหลืองเป็นพชื หัว หวั เป็นแงง่ โตติดกนั เป็นพืด ใบเลก็ ยาว ปลายแหลม
ส่วนทใ่ี ช้ หวั
วธิ ใี ช้ นาหวั ไพลเหลืองสดมาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ตอ่ 1 แลว้ กรองเอาแต่ ส่วนท่ีเป็นน้ามาทา
ผวิ หนงั แตม่ ีขอ้ เสียคือทาใหผ้ ิวหนงั ติดสีเหลืองลา้ งออกยาก

สะระแหน่ ช่ือวิทยาศาสตร์ Mentha arveris
ลกั ษณะ สะระแหน่เป็นพชื เล้ีอยตามพ้ืนดิน ลาตน้ สีแดงเขม้ ใบกลมขนาด หวั แมม่ ือ ใบค่อนขา้ งหนา ริมใบ

หยกั โดยรอบและมีกลิ่นหอม
ส่วนทใ่ี ช้ ใบ
วิธใี ช้ ขย้ใี บสะระแหน่สดทาถูที่ผวิ หนงั โดยตรง

กระเทยี ม ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum
ลกั ษณะ กระเทียมเป็นพชื หวั ประกอบดว้ ยกลีบเลก็ ๆ เกาะกนั โดยมีเยอื่ บางๆ สีขาวหุม้ หวั ไวเ้ ป็นช้นั ๆ ใบ
ยาว แขง็ และหนา ดอกเป็นช่อ เลก็ ๆ สีขาวรวมกนั เป็นกระจุกอยทู่ ่ีปลายกา้ นดอก
ส่วนทใ่ี ช้ หวั
วธิ ใี ช้ นาหวั กระเทียมสดมาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ส่วนท่ีเป็นน้ามาทา

กะเพรา ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Ocimum sanotum
ลกั ษณะ กะเพราเป็นไมพ้ ุ่มเต้ีย ลาตน้ และใบมีขนปกคลมุ ปลายใบแหลม ที่ นิยมปลกู ตามบา้ นมี 2 ชนิด คือ
กะเพราขาว ใบสีเขยี ว และ กะเพราแดง ใบมีสีออกแดงเลือดหมู
ส่วนที่ใช้ ใบ
วิธใี ช้ ขย้ใี บสดหลายๆ ใบวางไวใ้ กลต้ วั กลิ่นน้ามนั กะเพราท่ีระเหยออก มาจากใบจะช่วยไลย่ งุ ไมใ่ หเ้ ขา้ มา
ใกล้ หรือจะขย้ใี บสดแลว้ ทาถูที่ ผวิ หนงั โดยตรงก็ได้ แตก่ ล่ินน้ามนั กะเพราน้ีระเหยหมดไปค่อน ขา้ งเร็วจึง
ควรหมนั่ เปล่ียนบ่อยคร้ัง

ว่านนา้ ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Acorus calamus
ลกั ษณะ วา่ นน้าเป็นพชื ที่ข้ึนอยตู่ ามริมหนองน้าหรือบริเวณท่ีช้ืนแฉะ เหงา้ เป็นเสน้ กลมหนา สีขาวออกมว่ ง
เจริญงอกงามตามยาวขนานกบั ผิวดิน รากเลก็ เป็นฝอย ใบแตกจากเหงา้ ลกั ษณะเป็นเส้นตรง ปลายใบแหลม
ผิวใบเรียบ เห็นเสน้ กลางใบชดั เจน ช่อดอกทรง กระบอกสีเหลืองออกเขียว
ส่วนทใ่ี ช้ เหงา้
วธิ ีใช้ หนั่ เหงา้ สดเป็นชิ้นเลก็ ๆ แลว้ นามาโขลกผสมกบั น้าในอตั ราส่วน 1 ต่อ 1 กรองเอาแต่ส่วนท่ีเป็นน้ามา

แมงลกั ช่ือวิทยาศาสตร์ Ocimum citratum
ลกั ษณะ แมงลกั เป็นพืชลม้ ลุก สูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร ดอกสีขาว เป็นช่ออยปู่ ลายก่ิง
ส่วนทใี่ ช้ ใบ
วธิ ีใช้ ขย้ใี บสดทาถูท่ีผวิ หนงั

ตะไคร้หอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus

ลกั ษณะ ตะไคร้หอมข้ึนเป็นกอ ลกั ษณะคลา้ ยตะไคร้บา้ นแต่ใบยาวกวา่ และ ลาตน้ มีสีแดง ดอกเป็นพวงช่อ
ฝอย
ส่วนที่ใช้ ตน้ และใบ
วธิ ีใช้ นาตน้ และใบสดมาโขลกผสมกบั น้า ใชอ้ ตั ราส่วน 1 ต่อ 1 แลว้ กรองเอาแต่ส่วนท่ีเป็นน้ามาใชท้ า
ผวิ หนงั หรือนาตน้ สด 4-5 ตน้ มา ทบุ แลว้ วางไวใ้ กลต้ วั กล่ินน้ามนั ตะไคร้หอมที่ระเหยออกมาจะช่วย ไลย่ งุ
ไมใ่ หเ้ ขา้ มาใกล

ต้นไม้กนั ยุง (มอสซ่ี บัสเตอร์)
ตน้ ไมก้ นั ยงุ เป็นพนั ธุไ์ มท้ ่ีไดร้ ับการพฒั นาโดยวธิ ีการทางพนั ธุว์ ศิ วกรรม ระหวา่ งพนั ธุ์ไม้ 2 ตระกูล คอื อาฟ
ริกนั เจอราเนียม (African Geranium) และตะไคร้หอม (Citronella) ตน้ ไมก้ นั ยงุ จึงมีลกั ษณะคลา้ ยตน้ เจอรา
เนียม แต่จะมีกล่ินหอมอ่อนๆของตน้ ตะไคร้หอม เนื่องจากน้ามนั ตะไคร้หอมมีคุณสมบตั ิในการไลย่ งุ
(เป็น repellent) ตน้ ไมก้ นั ยงุ น้ีจึงสามารถไล่ยงุ ไดเ้ ช่นกนั แตป่ ระสิทธิภาพจะข้นึ อยกู่ บั ขนาดของตน้ ไมแ้ ละ
พ้นื ที่ท่ีใชง้ าน เช่นตน้ ไมก้ นั ยงุ อายปุ ระมาณ 2 เดือน จะมีความสูงจากผวิ ดินประมาณ 6 นิ้ว กลิ่นน้ามนั ที่
ระเหยออกมาจากตน้ ไมจ้ ะสามารถไลย่ งุ ไดใ้ นพ้นื ที่ประมาณ 100 ตารางฟุต เป็นตน้ อยา่ งไรก็ตาม ในตน้ ไม้
กนั ยงุ จะมีสารอยสู่ องชนิด คือ สารที่มีคณุ สมบตั ิเป็นสารดึงดูดยงุ (attractant) และสารไล่ยงุ
(repellent) ตน้ ไมก้ นั ยงุ ที่ยงั เลก็ จะมีสารดึงดูดยงุ มากกวา่ สารไล่ยงุ ต่อเมื่อโตข้นึ สารดึงดูดยงุ จะค่อยๆลด
ปริมาณลง จนสารไล่ยงุ สามารถแสดงคุณสมบตั ิไดเ้ ตม็ ที่
ลกั ษณะ เป็นไมพ้ มุ่ ใบแตกออกจากท้งั ตายอดและตาขา้ ง ขอบใบหยกั
ส่วนทใ่ี ช้ ใชท้ ้งั ตน้ โดยจะปลูกเป็นไมป้ ระดบั ในขณะเดียวกนั ก็จะช่วยไล่ยงุ ไม่ใหเ้ ขา้ มาใกล ้้
วธิ ีใช้ วางกระถางท่ีปลูกตน้ ไมก้ นั ยงุ ไวใ้ นหอ้ ง สามารถไล่ยงุ ไดต้ ลอด 24 ชวั่ โมง แตต่ น้ ไมก้ ต็ อ้ งการ
แสงแดดเพื่อการสงั เคราะหแ์ สง จึง ควรนาตน้ ไมไ้ ปรับแสงแดดอยา่ งนอ้ ยวนั ละ 4 ชวั่ โมงและรดน้าให้ ชุ่ม
ในเวลาเชา้ หากแสงแดดไม่จดั ควรใหน้ ้าพอสมควรเพ่ือ ป้องกนั มิใหร้ ากเน่า

เทียนหอมในรูปแบบต่างๆ

เทียนหอมที่พบทว่ั ๆไปในตลาด มีมากมายหลายแบบ นอกจากจะแยกตามสี ตามกล่ินแลว้ เทียนหอมยงั
สามารถแยกไดใ้ นรูปแบบต่างๆ ตามลกั ษณะของเทียนหอม ตอ่ ไปน้ีจะเป็นเทียนหอมในรูปแบบต่างๆ ที่เป็น
ที่นิยมเป็นอนั ดบั ตน้ ๆ ของต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง

เทียนแทง่ เทียนรูปทรงเรียวยาวส่วนมากจะยาว 6-18 นิ้ว เทียนหอมชนิดน้ีนิยมต้งั ไวบ้ นโต๊ะอาหาร ตอ้ งต้งั
บนเชิงเทียนเวลาจุด

เทียนกอ้ นกลม เป็นเทียนที่สามารถวางไดโ้ ดยไมใ่ ชเ้ ชิงเทียน เป็นทรงกลม ขนาดท่ีนิยมคือขนาดเสน้ ผา่ น
ศูนยก์ ลาง 3 นิ้ว และมีความสูงต่างกนั ไปถึง 3,4,5,6 นิ้ว นอกจากเทียนรูปทรงกลม เทียนชนิดน้ีอาจมีแบบ
ส่ีเหล่ียมได้

เทียนในแกว้ เป็นเทียนที่อยใู่ นภาชนะแกว้ ใสๆ เทียนชนิดน้ีสามารถจุดที่ไหนกไ็ ด้ และเคลื่อนยา้ ยจดั เก็บได้
สะดวก เทียนในแกว้ เป็นเทียนที่สามารถจุดไดน้ านที่สุด เพราะไม่มีน้าตาลเทียนไหลมาเหมือนเทียนชนิด
อ่ืนๆ

เทียนเจล เป็นเทียนชนิดโปร่งใส ทาจากน้ามนั สงั เคราะห์จากไฮโดรคาร์บอน โดยทว่ั ไปเทียนเจลจะอยใู่ น
ภาชนะใสๆ โดยทว่ั ไปเห็นในแกว้ ทรงตา่ งๆ

เทียนสาหรับสวดมนต์ เทียนชนิดน้ีส่วนมากเป็นทรงกระบอกขนาดเลก็ ขนาดประมาณ 1.5 นิ้วสูง 2-2.5 นิ้ว
เป็นเทียนสาหรับใชใ้ นโบสถ์ สวดมนต์ หรืออธิฐาน ใชจ้ ุดในถว้ ยหรือในแกว้

เทียนทีไลท์ เป็นเทียนในถว้ ยอลูมิเนียมขนาดเลก็ ส่วนมากมีขนาด 1.5 นิ้ว สูงประมาณ 0.5 นิ้ว นิยมใชจ้ ุดใน
โอกาสทว่ั ไป เพราะใชง้ า่ ย และสามารถจุดไดท้ ุกท่ี

เทียนลอยน้า เป็นเทียนลกั ษณะทรงกลมแบนขนาดไมใ่ หญ่ มาก ส่วนมากมีขนาด 2-3 นิ้ว ใชล้ อยน้าแลว้ จุด
มีความสวยงามมากในเวลากลางคนื

เทียนทีไลทร์ ูปทรงดอกไม้ เทียนทีไลทช์ นิดหน่ึงมีรูปทรงเป็นดอกไมช้ นิดตา่ งๆ เป็นเทียนหอมที่นิยม
ผลิตมากในประเทศไทย (Thailand Flower Tealight Candle)

เทียนดอกไม้ เป็นเทียนหอมรูปทรงดอกไมส้ ่วนมากเป็นงาน handmade โดยจะข้ึนรูปและป้ัน เทียน
เป็นรูปทรงดอกไมต้ ่างๆดว้ ยมือ โดยเทียนดอกไมส้ ามารถลอยน้าแลว้ จุดได้ (Flower Floating Candle)

วธิ ทิ าเทียนหอมโดยท่วั ไป
อุปกรณ์
1. เทียน
2. ตาชงั่
3.น้าหอม 10 cc
4.ไสเ้ ทียนพร้อมฐาน
5.กาหลอมเทียน
6. เตาแกซ๊
7 สีผสมอาหาร

วธิ ีทา
1.เตรียมไส้เทียนโดยนาไสเ้ ทียนไปชุบน้าเทียนแลว้ ผ่งึ ใหแ้ ขง็ นาไปใส่ในฐานต้งั เทียน

ใหไ้ สเ้ ทียนสูงกวา่ ภาชนะประมาณ1นิ้ว ติดฐานเทียนกบั ภาชนะดว้ ยกาวชา้ งหรือปื นยงิ กาว
หรืออะไรกไ็ ดท้ ี่มีและนามาติดไดท้ ิ้งไวใ้ หก้ าวแหง้
2.เมื่อกาวแหง้ ติดแน่นดีแลว้ หาท่ีลอ๊ คไสเ้ ทียนใหต้ ้งั อยตู่ รงกลางและไมห่ ล่นลงไปใน
น้าเทียนเวลาเทเทียนร้อน
ผมใชไ้ มเ้ สียบลกู ชิ้นผา่ คร่ึงไมใ่ หข้ าดแลว้ หนีบไสไ้ วแ้ ทนอุปกรณ์ที่เห็นอยู่
3.หลอมเทียนตามส่วนผสมและปริมาณที่ตอ้ งการ ถา้ ยงั ไม่เขา้ ใจใหไ้ ปอ่านท่ี อุปกรณ์และเครื่องมือ
ก่อน วิธีหาปริมาณเทียนที่ใชต้ ามงานโดยไม่หลอมเทียนมากเกินไป มีวธิ ีตามน้ี ถา้ เป็นถว้ ยหรือโหลแกว้
ใส่น้าลงไปเทา่ ปริมาณที่จะเทเทียน นาน้าไปชงั่ หกั ออก10%เพราะเทียนเบากวา่ น้าประมาณ10%
นาน้าหนกั ที่ไดไ้ ปชง่ั เทียนมาใชไ้ ดเ้ ลยครับ ถา้ ข้เี กียจหรือว่ายงุ่ ยากก็กะเอาแลว้ กนั เด๋ียวจะเซ็งซะก่อนท่ีจะทา
ข้นั ตอ่ ไป

4.เมื่อเทียนหลอมจนใสแลว้ ใส่สีท่ีตอ้ งการลงไป สีเราสามารถใช้ สีเทียนที่เดก็ ใชร้ ะบายสี
ใส่ลงไปเพ่อื ใหส้ ีไดเ้ พราะสีเทียนก็มาจากข้นั ตอนเดียวกบั การทาเทียนทวั่ ไป หรือจะใชส้ ีผงทาเทียน
ที่มีขาย หรือใชส้ ีท่ีเป็นเกลด็ เทียนกไ็ ดค้ รับ เม่ือสีละลายดีแลว้ ใส่น้าหอมตามตอ้ งการท้งั ปริมาณและกลิ่น
5.ค่อยๆเทลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ระวงั เทียนร้อนนะครับ ปรับไสเ้ ทียนใหอ้ ยตู่ รงกลางภาชนะ
เทน้าเทียนใหไ้ ดค้ วามสูงตามตอ้ งการ

6. ทิง้ ไวใ้ หเ้ ยน็ ไมค่ วรใส่ตูเ้ ยน็ ควรปลอ่ ยให้เยน็ ลงเองเน้ือเทียนจะสวยกวา่ ประมาณ4ชวั่ โมงทกุ ชวั่ โมงควร
เอาไมต้ ะเกียบแทงรอบๆไส้เพอ่ื ไลอ่ ากาศ ไมใ่ หเ้ ทียนเป็นโพรงดา้ นใน เม่ือเทียนเยน็ ลงเรียบร้อยหลอมเทียน
ที่เหลือในกา เทเทียนลงกลบหลมุ ท่ีเกิดข้นึ อีกคร้ัง
วธิ ีการทาเทียนหอม ”//(2557).//[ออนไลน์].//เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.legendnews.net

ประโยชน์ของเทยี นหอมสมุนไพรไล่ยงุ
1.ไลย่ งุ ภายในบา้ น
2.มีกล่ินหอม
3.ช่วยใหแ้ สงสวา่ ง
4.ป้องกนั การเป็นโรคไขเ้ ลือดออก
5.ต้งั ประดบั เพอื่ ความสวยงาม

บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนินงาน

วสั ดุเเละอุปกรณ์

1. น้ามนั หอมระเหยกล่ินตะไคร้
2. พาราฟี น
3. สีเทียน
4. สาร S.A เเละ P.E
5. ไสเ้ ทียน
6. เเมพ่ มิ พ์
7. อปุ กรณ์ในการต้งั ไฟ เช่น เตาเเกส๊
8. หมอ้

ข้นั ตอนการทา

1. ต้งั ไฟที่เตาเเก๊สนาหมอ้ มาวาง
2. ใส่พาราฟี นลงไปเเลว้ รอจนกวา่ จะละลายประมาณ 10 นาที
3. หลงั จากละลายเเลว้ ใส่น้ามนั หอมระเหยกลิ่นตะไคร้ สาร S.A. เเละ P.E. สีิเทียน ตาม
ลาดบั เเลว้ รอเป็นเน้ือเดียวกนั ประมาณ 3-4 นาที
4. ปิ ดเตาเเก๊สเเลว้ นาหมอ้ อกมาวางขา้ งนอกเเลว้ รอใหส้ ่วนผสมเยน็ ตวั ลงส่วนหน่ึง
5. เทใส่เเมพ่ มิ พป์ ระมาณ 1 ใน 4 ของเเม่พิมพเ์ เลว้ รอใหเ้ ยน็ ตวั เเตไ่ มใ่ หเ้ เขง็ ตวั
6. นาไส้เทียนมากดลงไปเเต่ไม่ใหถ้ ึงกน้ ของเเมพ่ มิ พจ์ ากน้นั ใส่เพิม่ อีกจนเกือบเตม็ เเม่พมิ พ์
7. นาไปตกเเต่ง ใชป้ ระโยชนต์ ามตอ้ งการ

บทท่ี4

ผลการดาเนินงาน

จาการทาโครงงานเรื่องเทียนหอมสมุนไพรออกมาน้นั เพือ่ ทดลองใชแ้ ลว้ ผลปรากฏวา่
สามารถนาไปขายไดซ้ ่ึงถือวา่ ดีมีประสิทธิภาพ

สรรคุณของเทยี นหอมสมุนไพร

1.เทียนหอมน้นั ทาใหม้ ีความสวยงามภายในบรรยากาศตา่ งๆและสามารถสร้างแสงสวา่ ง
ใหแ้ ก่เราดว้ ยการจุดไฟ

2. สามารถใชแ้ ละประดบั ตกแต่งในสถานที่ตา่ งๆซ่ึงใชใ้ นโอกาสตา่ งๆท่ีสวยงามเป็นพธิ ี
มงคลและสถานท่ีปกติเพื่อตอ้ งความสวยงาม

3.ทาเป็นเทียนวนั เกิดไดโ้ ดยเทียนเหลา่ น้ีเป็นเทียนสวยงามรู้สึกดีกวา่ การใชเ้ ทียน
แบบเดิมๆที่เป็ นเทียนปกติ

4.สามารถดบั กลิ่นท่ีไมพ่ งึ ประสงคไ์ ดน้ นั่ เป็นเพราะวา่ เทียนหอมน้นั มีกลิ่นท่ีหอม
5.สามารถใชเ้ ป็นของชาร่วยในงานเช่น งานแต่งงาน และงานบวชต่างๆ
6.สามารถจุดไล่ยงุ ไดซ้ ่ึงการจุดไลย่ งุ น้นั จะเป็นเทียนหอมกล่ินตะไคร้หอม
7.การนาเทียนหอมสมุนไพรทาใหผ้ อุ้ ่ืนสามารถนาไปใชเ้ พื่อยงุ ได้

8.เทียนหอมสมุนไพรสามารถใชย้ งุ แลไมท่ าใหผ้ ใู้ ชเ้ กิดอาการแพไ้ ดง้ ่าย

บทท่ี 5

สรุป อภิปรายผล ขอ้ เสนอแนะ

สรุปผลการทดลอง

1.การทาเทียนหอมสมุนไพรทาไดย้ าก และมีข้นั ตอนการทาท่ีงา่ ย
2.ใบตะไคร้ท่ีใชท้ าเทียนสมุนไพรมีคุณสมบตั ิใหก้ ลิ่นและสามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริง
3.มีข้นั ตอนการทาไมย่ ากและยงั เป็นการนาพชื สมุนไพรจากทอ้ งถิ่นของเรามาใชใ้ หเ้ กิด
ประโยชนไ์ ด้

ข้อเสนอแนะ

1.สามารถนาสมนุ ไพรพ้นื บา้ นชนิดอื่นมาเป็นส่วนผสมได้
2.การทาเทียนหอมเราควรนาสมนุ ไพรท่ีอบแหง้ ใส่ลงไปในเน้ือเทียนหอมดว้ ย อาจจะได้
กลิ่นสมนุ ไพรมากข้ึน
3.ควรนาสมุนไพรหลายชนิดมาทาเทียนหอมสมุนไพรเพื่อเปรียบเทียบกล่ินท่ีไดแ้ ละรับ
ความนิยม

4.เราสามารถทาเทียนหอมสมุนไพรเพ่อื เป็นงานอดิเรกและสามารถนามาประกอบอาชีพ
ไดด้ ว้ ย


Click to View FlipBook Version