The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขตอำเภอแม่สอด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หญิง คนึงนิจ, 2024-05-01 04:57:19

คู่มือ IPC รพสต แม่สอด 67

การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขตอำเภอแม่สอด

คู่มือ การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล เขตอ าเภอแม่สอด จัดท าโดย คณะท างานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก ปี 2567


คู่มือการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ฉบับนี้ จัดท าขึ้นเพื่อ เป็นแนวทางการปฏิบัติอย่างถูกต้องของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบล โดยมุ่งเน้นให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อผู้มารับบริการ บุคลากร และ สิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล เนื้อหาประกอบด้วย หลักการปฏิบัติเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ หลักการท าลายเชื้อและการท า ปราศจากเชื้อ วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต าบล เช่น วิธีการท าความสะอาดมือที่ถูกต้อง แนวทางการปฏิบัติเมื่อถูกของมีคมบาดและ สัมผัสสารคัดหลั่ง การใช้เครื่องป้องกันร่างกายอย่างเหมาะสม และการจัดการขยะติดเชื้อ เป็นต้น รวมไปถึงการป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน คณะผู้จัดท า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทุกระดับ ในการ ปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทั้งตนเองและผู้มารับบริการ และป้องกันการ แพร่กระจายเชื้อในสิ่งแวดล้อมต่อไป คณะท างานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 มกราคม 2567 ค าน า


เรื่อง หน้า การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (Isolation Precautions) 4 วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล 6 การท าความสะอาดมือ 7 การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย 9 การท าความสะอาดสิ่งแวดล้อม 16 การจัดการขยะติดเชื้อ 17 การป้องกันอุบัติเหตุของมีคมบาดและสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง 19 การจัดสถานที่ส าหรับแยกผู้ป่วยตามวิถีการแพร่กระจายเชื้อ 21 ความคงปราศจากเชื้อของน้ ายาฆ่าเชื้อ สารน้ า และยาต่างๆ หลังเปิดใช้ 22 การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ (Disinfections and Sterilizations ) 23 การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน (Prevention of Infections in Home Health Care) 36 แนวทางการคัดกรองวัณโรค โรงพยาบาลแม่สอด 47 เอกสารอ้างอิง 49 สารบัญ


การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สู่ผู้รับบริการ บุคลากร ญาติ และสิ่งแวดล้อมรอบโรงพยาบาล/สถานบริการสาธารณสุข ประกอบด้วยมาตรการ 2 ส่วน คือ 1. Standard Precautions : การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อแบบมาตรฐาน หมายถึง การปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยทุกรายที่มารับบริการ ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีการติดเชื้อหรือไม่ ใช้กับเลือดและสารคัดหลั่งจากร่างกายทุกชนิด อุจจาระ ปัสสาวะ ผิวหนังที่มีแผลและเยื่อบุ ของร่างกาย ได้แก่ การท าความสะอาดมือ การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย การท าความสะอาด สิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การท าลายเชื้อและการท าปราศจากเชื้อ การจัดการ ขยะติดเชื้อ การจัดการผ้าเปื้อนติดเชื้อ การป้องกันอุบัติเหตุของมีคมบาดและสัมผัสเลือดและ สารคัดหลั่ง การจัดสถานที่ส าหรับแยกผู้ป่วยตามวิถีการแพร่กระจายเชื้อ 2. Transmission Base Precautions : การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ ตามวิถีทางการแพร่กระจายของเชื้อโรค เมื่อเราทราบหรือสงสัยว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นโรคที่แพร่กระจายเชื้อวิธีใดควรใช้หลักการป้องกัน โดยตรงและใช้ร่วมกับการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อแบบมาตรฐาน 2.1 Airborne precautions : การแพร่กระจายทางอากาศ จากการหายใจ ได้แก่ Tuberculosis (วัณโรค), Measles (หัด), Chicken pox (สุกใส) บุคลากร เน้นเรื่อง ใช้ผ้าปิดปาก-จมูกที่มีประสิทธิภาพการดักจับเชื้อโรคสูง เช่น N 95 ผู้ป่วย เน้นเรื่อง สวมผ้าปิดปาก-จมูกชนิดธรรมดา ทุกครั้งเมื่ออยู่กับบุคคลอื่น 2.2 Droplet precautions : การแพร่กระจายทางฝอยละออง จากการไอ จาม ได้แก่ SARS, Avian flu ( ไข้หวัดนก ), ไข้หวัดใหญ่ เน้นเรื่อง การจัดระยะห่างของผู้ป่วยอย่างน้อย 3 ฟุต บุคลากรและผู้ป่วย สวมผ้าปิดปาก-จมูก ชนิดธรรมดา 2.3 Contact precautions : การแพร่กระจายทางการสัมผัสทางตรงโดยมือของ บุคลากร และการสัมผัสทางอ้อมผ่านอุปกรณ์เครื่องใช้ของผู้ป่วย ได้แก่ เชื้อดื้อยา, เริม, หิด เน้นเรื่อง การล้างมือ การใช้ถุงมือ เสื้อคลุม เมื่อต้องดูแลผู้ป่วย และถอดทันทีเมื่อเสร็จกิจกรรม การหลีกเลี่ยงสัมผัสผ้าเปื้อน / ขยะติดเชื้อของผู้ป่วย แยกอุปกรณ์ของใช้จากผู้ป่วยรายอื่น ถ้า ต้องใช้ร่วมกันต้องได้รับการท าความสะอาด / ท าลายเชื้อก่อนน าไปใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป ล้าง มือทุกครั้งหลังถอดถุงมือและสัมผัสผู้ป่วย/เชื้อโรค การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (Isolation Precautions) 4


ผู้ป่วยทุกราย Standard Precautions ทราบว่าผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อทางใด อากาศ Airborne Precautions วัณโรค หัด สุกใส SARs MERs เสมหะ น้ ามูก น้ าลาย Droplet Precautions คางทูม ไอกรน ไข้สมองอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ หัดเยอรมัน สัมผัส Contact Precautions หิด เริม เอดส์ พิษสุนัขบ้า เชื้อดื้อยา เจ้าหน้าที่ : ใส่ถุงมือ, เสื้อคลุม ผู้ป่วย : แยกของใช้ ระวังการ สัมผัส ไม่ให้แพร่กระจายเชื้อสู่ สิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ : Mask ธรรมดา ผู้ป่วย : Mask ธรรมดา เจ้าหน้าที่ : N95 ผู้ป่วย : Mask ธรรมดา หมายเหตุ: 1. เน้นการท าความสะอาดมือบ่อยๆ ตามหลัก 5 moments 2. อุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ (ถุงมือ เสื้อคลุม แว่นตา ฯลฯ ) พิจารณาตามความเสี่ยง การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (Isolation Precautions) 5


การท าความสะอาดมือ การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย การท าความสะอาดสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะติดเชื้อ การป้องกันอุบัติเหตุของมีคมบาดและ สัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง การจัดสถานที่ส าหรับแยกผู้ป่วยตามวิถีการ แพร่กระจายเชื้อ วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล 6


การท าความสะอาดมือ Hand Hygiene หมายถึง การขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคออกจากมือ ไม่ว่าจะโดยวิธีการล้างด้วยสบู่เหลวหรือ น้ ายาฆ่าเชื้อ ฟอกท าความสะอาดมือ แล้วล้างออกด้วยน้ าสะอาด และเช็ดให้แห้ง หรือการใช้ แอลกอฮอล์ถูมือ ข้อค านึงก่อนล้างมือ 1. ควรตัดเล็บให้สั้น ถ้าเล็บยาวจะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคออกจากมือได้ยาก 2. ควรถอดแหวน นาฬิกาออกก่อน เพื่อการล้างมือท าได้ง่ายและไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรค 7


การท าความสะอาดมือ Hand Hygiene การท าความสะอาดมืออย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึง การขัดถูให้ทั่วมือครบ 6 ขั้นตอน ด้วยน้ าสบู่หรือสบู่ผสมน้ ายาฆ่าเชื้อ นาน 20 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ าสะอาด และเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาด กรณีใช้ alcohol hand rub ใช้น้ ายา 3-5 ซีซี ลูบให้ทั่วมือครบ 6 ขั้นตอน นาน 20 วินาที หรือจนกว่า alcohol จะแห้ง จึงเริ่มท ากิจกรรม alcohol hand rub กรณีมือเปื้อนที่มองไม่ เห็นด้วยตาเปล่า น้ าสบู่ หรือสบู่ผสม น้ ายาฆ่าเชื้อ กรณีมือเปื้อนที่มองเห็น ด้วยตาเปล่า 8


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ส าหรับป้องกันการสัมผัสโดยตรงระหว่างผิวหนัง ของบุคลากร กับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ รองเท้าบู๊ท (Footwears) ถุงมือ (Gloves) เสื้อคลุม (Gown) หน้ากากอนามัย (Mask) แว่นตา (Goggles) กระจังหน้า (Face shield) หมวก (Cap) ข้อควรระวัง • เลือกให้เหมาะกับกิจกรรมที่จะท า - ใช้น้อยเกินไป อันตราย เสี่ยงติดเชื้อ - ใช้มากเกินไป สิ้นเปลือง เสียเวลา • เลือกขนาดพอดีกับผู้สวมใส่ • หลีกเลี่ยงการสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้า ด้วยมือที่สวมถุงมือแล้ว • ฝึกซ้อมการใส่-การถอด ก่อนใช้งานจริง ระหว่างถอด PPE ระมัดระวังการปนเปื้อน เสื้อผ้าชั้นใน และผิวหนัง • การถอด PPE ไม่ถูกต้องท าให้เกิดการปนเปื้อนมากที่สุด • เปลี่ยน PPE เมื่อจะดูแลผู้ป่วยรายอื่น โดยเฉพาะถุงมือ • PPE ที่ใช้แล้วให้ทิ้งเป็นขยะติดเชื้อ 9


ถุงมือสะอาด ใช้เมื่อ * ส าหรับตรวจทั่วไป * สัมผัสสิ่งสกปรก ถุงมือปราศจากเชื้อ ใช้เมื่อ * หยิบจับเครื่องมือปราศจากเชื้อ * ท าหัตถการ เช่น เย็บแผล ใส่สายสวนปัสสาวะ ท าคลอด เป็นต้น ถุงมือยางหนา ใช้เมื่อ * งานซักล้าง ท าความสะอาด หรือต้องสัมผัสน้ ายา/สารเคมี * สามารถซักล้างด้วยผงซักฟอกและใช้ซ้ าได้ การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้ถุงมือ (Gloves) ข้อควรระวัง : ระมัดระวังการปนเปื้อน / ฟุ้งกระจาย ขณะถอดถุงมือ 10


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้เสื้อคลุม (Gown) • เลือกขนาดให้ พอเหมาะ • บริเวณคอเสื้อต้อง ปิดเสื้อตัวในให้มิด • ผูกเชือกให้ปมอยู่ ด้านข้าง/ด้านหน้า • บริเวณข้อมือ ใส่ ถุงมือให้คลุม ปลายแขนเสื้อ สวมใส่เมื่อ ต้องท ากิจกรรมที่คาดว่าจะมีการฟุ้งกระจาย หรือคาดว่าจะมีการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย Cover all Isolation gown เอี๊ยมพลาสติก แขนยาว วิธีการใส่เสื้อคลุม วิธีการถอดเสื้อคลุม ถอดเสื้อคลุมพร้อมถุงมือ P 11


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก (Surgical mask) ชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง ออกแบบมาเพื่อ ป้องกันเชื้อโ รคที่ปนม ากับฝอ ย ละอองขนาดใหญ่ และกักเก็บสารคัด หลั่งที่ออกจากผู้สวมใส่ ใช้เมื่อ เจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ ท าหัตถการทั่วไป การดูแลผู้ป่วยโรค ทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด หัด เยอรมัน คางทูม เป็นต้น ขั้นตอนการใส่ ผ้าปิดปากปิดจมูก ขั้นตอนการถอด ผ้าปิดปากปิดจมูก 12 ข้อควรระวัง : ห้ามสัมผัสบริเวณด้านหน้าของ mask ขณะใช้งาน/ขณะถอด


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกชนิด N95 (Mask N95) ท าด้วยแผ่นกรองอย่างละเอียด ป้องกันฝุ่น ละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน ได้ถึงร้อยละ 95 ใช้เมื่อ ต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อรุนแรงใน ระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรคปอด หัด สุกใส SARs MERs ขั้นตอนการใส่ N95 ขั้นตอนการถอด N95 13 ข้อควรระวัง : ห้ามสัมผัสบริเวณด้านหน้าของ mask ขณะใช้งาน/ขณะถอด


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้แว่นตา (Goggles) และกระจังหน้า (Face shield) แว่นป้องกันตา (goggles) ควรป้องกันการกระเด็นได้ทั้งจากทางด้านหน้า และด้านข้างของตา ป้องกันตา จากสิ่งสกปรก สิ่งปนเปื้อนหรือเชื้อ โรค จากเลือด สารคัดหลั่ง สารน้ า หรือละออง ฝอยกระเด็นเข้าตา วิธีใช้ • สวมแว่นให้กระชับกับใบหน้า • หลังการใช้งาน ถอดแว่นอย่างระมัดระวัง น าไปท าความสะอาดด้วยน้ ายาล้างจาน และน้ าสะอาด ผึ่งให้แห้ง สามารถน า กลับมาใช้ซ้ าได้ หากแว่นตายังมีสภาพที่ใช้ งานได้ดี ไม่ขุ่นมัว หน้ากากกันกระเด็น (face shield) หน้ากากควรมีความยาวอย่างน้อยถึงระดับคาง และมีส่วนปกป้องทางด้านบนและด้านข้างด้วย 14


การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย Personal protective barrier equipment : PPE การใช้รองเท้าบู๊ท (Footwears) ป้องกันเลือดและสารน้ าจากร่างกายผู้ป่วยกระเด็นสัมผัสเท้าหรือขาของบุคลากรและ ยังใช้ป้องกันของมีคม เช่น มีด เข็ม ที่อาจหล่นทิ่มต าเท้า ควรท าจากวัสดุที่ทนทานและกันน้ าได้ ทนต่อสารเคมี เพราะการน ารองเท้ากลับมาใช้ ใหม่ ต้องท าความสะอาดฆ่าเชื้อหลังการใช้งาน สวมรองเท้าบู๊ทเมื่อ.. ต้องท าความสะอาดพื้นที่เปียก / สกปรกมีเชื้อโรค เช่น ห้องน้ า ห้องพักขยะ ต้องปฏิบัติงานด้านการจัดการขยะ วิธีใช้ • เลือกขนาดรองเท้าให้เหมาะสม (ใหญ่กว่าเท้าจริง 2 เบอร์) • หลังการใช้งาน ถอดรองเท้า ล้างคราบสกปรกต่างๆ ด้วยน้ าและผงซักฟอก ผึ่ง ให้แห้ง • หากรองเท้าเปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง ให้น าไปแช่น้ ายา 0.5%Sodium Hypochlorite นาน 10 นาที ก่อนท าความสะอาดตามปกติ 15


การท าความสะอาดสิ่งแวดล้อม Clean environment การท าความสะอาดอุปกรณ์และสิ่งของที่ใช้กับผู้ป่วย ล้างอุปกรณ์และสิ่งของที่ใช้กับผู้ป่วยโรคทั่วไปด้วยน้ าและผงซักฟอก เช่น ที่พันแขนวัดความดัน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ล้างด้วยน้ าไม่ได้ ให้ใช้ แอลกอฮอล์ หรือ แผ่นเช็ดท าความสะอาด เช่น ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดความดัน การท าความสะอาดสิ่งแวดล้อมในสถานที่ตรวจรักษา 1.การจัดหอผู้ป่วยให้เป็นระเบียบและสะอาด มีการถ่ายเทอากาศโดยการเปิดประตูหน้าต่าง 2.ท าความสะอาดพื้นด้วยวิธีม๊อบพื้นแห้ง/เปียก 3.ถ้ามีเลือดหรือสิ่งคัดหลั่งเปื้อนพื้น ให้เช็ดพื้นหรือบริเวณที่เปื้อนเลือด/สารคัดหลั่งด้วย กระดาษออกให้มากที่สุด ทิ้งกระดาษลงถังขยะติดเชื้อ แล้วราดบริเวณที่เปื้อนด้วยน้ ายา ท าลายเชื้อ 0.5% sodium hypochlorite ทิ้งไว้ 30 นาที กรณีเร่งด่วนและพื้นที่เปื้อนไม่มากเช็ดด้วย 70% alcohol 4.ท าความสะอาดบริเวณอ่างน้ า ห้องน้ าเจ้าหน้าที่ / ผู้ป่วย ด้วยน้ าและผงซักฟอกทุกวันและ เมื่อสกปรก ไม่ใช้ผ้าวางรอบๆ อ่างล้างมือหรือน าอุปกรณ์กันน้ ากระเด็นมาสวมบริเวณก๊อกน้ า 16


การจัดการขยะติดเชื้อ Waste การแยกประเภทขยะตั้งแต่ต้นทาง ขยะทั่วไป ขยะเปียกและ ขยะแห้ง ได้แก่ เศษ กระดาษ เศษ อาหาร ถุงพลาสติก กล่องบรรจุ อาหาร เป็น ต้น ท้องถิ่นรับไป ก าจัด ขยะรีไซเคิล วัสดุที่ใช้แล้ว และสามารถ น ากลับมา ใช้ได้อีก หรือ น าไปแยกขาย ได้ ได้แก่ กระดาษ กล่อง กระดาษ ขวด พลาสติก กระป๋อง เครื่องดื่ม เป็นต้น ขาย ขยะติดเชื้อ ไม่มีคม ได้แก่ ส าลี ผ้า ก๊อส กระบอกฉีด ยา ขวดวัคซีน สิ่งของที่สัมผัส เลือด/สารคัด หลั่งของผู้ป่วย เช่น หนอง เสมหะ อุจจาระ ปัสสาวะเป็นต้น ส่ง รพ.แม่ สอด ก าจัดให้ มีคม ได้แก่ เข็มฉีดยา ใบมีด หลอดฮีมา โตคริต เป็นต้น ส่ง รพ.แม่ สอด ก าจัดให้ ขยะ อันตราย ได้แก่ ขวดยา ปฏิชีวนะ ขวดยา หมดอายุ ขวด สารเคมี ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ ขวด สเปรย์ ตลับ หมึก เป็นต้น ท้องถิ่นรับไป ก าจัด/ฝังกลบ 17


การจัดการขยะติดเชื้อ Waste Flow Chart การจัดการมูลฝอยติดเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล คัดแยกขยะติดเชื้อ ณ แหล่งก าเนิด ขยะติดเชื้อ มีคม เข็ม ใบมีด ใส่ในภาชนะที่แข็งแรงทนทาน ป้องกัน การทิ่มทะลุ และมีฝาปิดมิดชิด เช่น แกลลอนน้ ายาปรับผ้านุ่ม บรรจุไม่เกิน 3 ใน 4 ของภาชนะบรรจุ ติดป้าย “ของมีคมติดเชื้อ” ให้เห็น ชัดเจน พร้อมชื่อ รพ.สต. จุดรอพักขยะติดเชื้อ เพื่อน าส่ง รพ.แม่สอดต่อไป ขยะติดเชื้อ ไม่มีคม syringe, สายน้ าเกลือ, ถุงมือ เปื้อนเลือด, mask, ไหมเย็บ, ขวดวัคซีน, ส าลี, ผ้าก๊อส, วัสดุที่ ปนเปื้อนสารคัดหลั่งและเลือด ของผู้ป่วย ทิ้งในถุงพลาสติกสีแดงทึบแสง ที่ ทนต่อสารเคมีและการรับน้ าหนัก ไม่รั่วซึมหรือฉีกขาดง่าย บรรจุไม่เกิน 2 ใน 3 ของถุง แล้วใช้เชือกมัดให้แน่น จุดรอพักขยะติดเชื้อ เพื่อน าส่ง รพ.แม่สอด ต่อไป เลือด, อุจจาระ, ปัสสาวะ, หนอง, สารคัดหลั่งและ สารน้ าจากการท า หัตถการ บ่อเกรอะ ของ รพ.สต. 18


การป้องกันอุบัติเหตุของมีคมบาด และสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง ทิ้งเข็มและของมีคมลงในภาชนะที่ เหมาะสมป้องกันการทิ่มทะลุ กรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยปลดเข็ม ให้ สวมปลอกเข็มคืนด้วยมือข้างเดียว (one-hand method) วางเข็ม / ของมีคมลงบนภาชนะก่อน ส่งให้ผู้อื่น (no touch technique) ไม่ส่งจากมือสู่มือโดยตรง การเย็บแผล -ไม่จับเข็ม ให้ใช้คีมจับเข็ม (Needle holder) จับทุกครั้ง -ระหว่างที่มีการใช้เข็มเย็บ ขณะพักเข็มให้ซ่อนปลายเข็มเพื่อป้องกัน อุบัติเหตุเข็มต าตนเองและผู้อื่นเช่น ใช้คีมจับเข็มจับใกล้ปลายเข็มแล้ว คว่ าไว้ -เข็มเย็บแผลที่ใช้แล้ว ควรทิ้งในภาชนะที่จัดไว้เฉพาะส าหรับทิ้งของมีคม -การเย็บแผลไม่ควรใช้นิ้วมือข้างใดข้างหนึ่งกดแผลไว้ แล้วเย็บผ่านหว่าง นิ้วมือ ควรใช้คีมจับ (Forcep) แทนการใช้นิ้วกด -ถอดใบมีดออกจากด้าม โดยใช้คีมจับ (Clamp) ดึงมีดออก -ห้ามวางหรือหงายส่วนแหลมคมขึ้น หรือยื่นออกมานอกภาชนะรองรับ 19


แนวทางปฏิบัติส าหรับบุคลากรที่ได้รับบาดเจ็บจากของมีคม และสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ขณะปฏิบัติงาน รายงาน หัวหน้าเวร - ตรวจสอบความเสี่ยง ของผู้ป่วย - ตรวจสอบสถานะ ภูมิคุ้มกันตับอักเสบบี ของตนเอง มารพ.แม่สอด - วันจันทร์ คลินิกนภา - วันอังคาร-ศุกร์ OPD MED - นอกเวลาราชการ ไป ER One stop service - เจาะเลือด - พบแพทย์ - พิจารณาให้ยาตาม ความเสี่ยง - ติดตามนัดเจาะ เลือดตามแนวทางฯ ของมีคมบาด/ทิ่มแทง - รีบล้างบาดแผลด้วยน้ าและสบู่ * ห้ามบีบเค้นแผล - เช็ดด้วย 2%chlorhexidine หรือ 70%alcohol สารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตา/ปาก - ตา : ล้างตาด้วย 0.9%NSS 1000 ml - ปาก : บ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ า สะอาดหลาย ๆ ครั้ง 20


การจัดสถานที่ส าหรับแยกผู้ป่วย ตามวิถีการแพร่กระจายเชื้อ การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (airborne precautions) เน้นกา รแยกผู้ป่วยออกจ ากคนอื่น เนื่องจากส าม ารถ แพร่กระจายได้ทางลมหายใจ (อนุภาคเล็กกว่า 5 ไมครอน) โดยการ จัดผู้ป่วยแยกตรวจจากผู้ป่วยทั่วไป จัดเข้าห้องแยก การจัดการ ไหลเวียนอากาศภายในหน่วยงาน โดยจัดต าแหน่งการนั่ง / เตียงให้ ผู้ป่วยอยู่ทิศใต้ลม จ ากัดผู้เข้าเยี่ยมหรือบุคลากรที่มีความไวรับการติด เชื้อ ต้องใช้ผ้าปิดปาก-จมูกที่มีประสิทธิภาพการดักจับเชื้อโรคสูง เช่น N 95 ส่วนผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก-จมูกชนิดธรรมดา ทุกครั้งเมื่ออยู่กับ บุคคลอื่น โรคที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศ เช่น วัณโรค หัด สุกใส ฯลฯ การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางฝอยละออง (droplet precautions) เน้นเรื่องการจัดระยะห่างของผู้ป่วยอย่างน้อย 3 ฟุต เพื่อ ป้องกันการรับเชื้อโรคที่เกิดจากการไอ จาม ผู้เข้าเยี่ยมใช้ผ้าปิดปากจมูกชนิดธรรมดา ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก-จมูกชนิดธรรมดา ทุกครั้งเมื่อ อยู่กับบุคคลอื่น โรคที่แพร่กระจายเชื้อทางฝอยละออง เช่น ปอดบวม ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก คางทูม ไอกรน ไข้สมองอักเสบฯลฯ การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางการสัมผัส (contact precautions) เน้นเรื่องการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายให้เหมาะสมตาม กิจกรรม เช่น ถุงมือ เสื้อคลุม และถอดทันทีเมื่อเสร็จกิจกรรม และ การหลีกเลี่ยงสัมผัสผ้าเปื้อน / ขยะติดเชื้อของผู้ป่วย แยกอุปกรณ์ของ ใช้จากผู้ป่วยรายอื่น ถ้าต้องใช้ร่วมกันต้องได้รับการท าความสะอาด / ท าลายเชื้อก่อนน าไปใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป ล้างมือทุกครั้งหลังถอดถุง มือและสัมผัสผู้ป่วย/เชื้อโรค ควรจัดสถานที่ให้ผู้ป่วยติดเชื้อแยกจาก ผู้ป่วยทั่วไปหรือผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ า โรคที่แพร่กระจายเชื้อทางการ สัมผัส เช่น หิด เริม เชื้อดื้อยา ผิวหนังพุพอง พิษสุนัขบ้า เอดส์ ฯลฯ 21


ความคงปราศจากเชื้อของน้ ายาฆ่าเชื้อ สารน้ า และยาต่างๆ หลังเปิดใช้ ชื่อน้ ายา/สารน้ า ข้อบ่งใช้ ระยะเวลาการใช้งาน 1. 0.9%NSS ท าแผล ,ล้างตา ,พ่นยา ,lock plug ,PV เปิดแล้ว ใช้ภายใน 1 วัน 2. Sterile water เติมกระป๋อง O2 เปิดแล้ว ใช้ภายใน 1 วัน 3. Alcohol 70% ,Providine solution ,Hydrogenperoxide , 10% Povidone iodine ท าแผล ฆ่าเชื้อ -ขวดส าเร็จรูป 30 วัน -ขวดแบ่ง ใช้ภายใน 7 วัน 4. Alcohol 95% แช่ slide เนื้อเยื่อฯ 30 วัน 5. Alcohol hand rub ท าความสะอาดมือ -ขวดส าเร็จรูป ใช้ได้จนกว่าจะหมด -ขวดแบ่ง ใช้ภายใน 7 วัน 6. Chlorhexidine scrub 4% (Hibi scrub) ท าความสะอาดมือ/ผิวหนัง 30 วัน 7. Glutaraldehyde 2% (Cidex) แช่เครื่องมือ/อุปกรณ์ LAB / ทันตกรรม ผสมแล้ว ใช้ภายใน 28 วัน หรือเปลี่ยนเมื่อน้ ายาขุ่น 8. 10% Sodium Hypochlorite ผสมน้ าสะอาด เพื่อฆ่าเชื้อ ผสมแล้ว ใช้ภายใน 1 วัน 9. ยาพ่น , ยาชา lidocaine , Insulin ,NPH ,Mixtard ,K-Y jelly ,Boric acid ,Teramycin ป้ายตา ,Ketalar ฯลฯ ยาใช้กับผู้ป่วย แบบ multi dose 30 วัน หมายเหตุ : เขียน วัน/เดือน/ปี/เวลา ที่เปิดใช้ และ หมดอายุ ติดไว้ที่ขวดหลังเปิดใช้ทุกครั้ง 22


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การท าลายเชื้อ (Disinfection) คือ กระบวนการท าลายจุลชีพทั้งหมดหรือบางส่วน ยกเว้นสปอร์ การท าให้ปราศจากเชื้อ (Sterilization) คือ กระบวนการท าลายเชื้อจุลชีพทุกชนิด รวมทั้งสปอร์ ของเชื้อแบคทีเรีย อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการแพทย์ จ าแนกตามความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Critical items เครื่องมือแพทย์ที่สอดใส่ เข้าสู่เนื้อเยื่อ หรือเข้าสู่ กระแสโลหิต Sterilization การท าปราศจากเชื้อ การอบไอน้ า ภายใต้ความดัน Autoclave การอบไอร้อน Dry heat การอบแก๊ส Ethylene Oxide (EO) การใช้น้ ายาท าลายเชื้อ Glutaraldehyde (Cidex) Semi-critical items เครื่องมือแพทย์ที่สัมผัสเยื่อบุของ ร่างกาย หรือผิวหนังที่มีบาดแผล หรือรอยถลอก Disinfection การท าลายเชื้อระดับสูง น้ ายาท าลายเชื้อระดับสูง ได้แก่ 2%Glutaral dehyde 6%Hydrogen peroxide Peracitic acid Pasteurization ,Ultraviolet Non-critical items เครื่องมือสัมผัสกับผิวหนัง ปกติไม่มีบาดแผล และ ไม่ได้สัมผัสเยื่อบุร่างกาย Disinfection การท าลายเชื้อระดับกลาง/ต่ า ระดับกลาง : 70% alcohol ระดับต่ า : iodophors ,phenolics 23


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) กลุ่มเครื่องมือ ระดับการท าลายเชื้อ ประสิทธิผล ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือกลุ่มวิกฤติ เครื่องมือแพทย์ที่สอดใส่เข้าสู่ เนื้อเยื่อ หรือเข้าสู่กระแสโลหิต • การท าปราศจาก เชื้อ • ขจัดเชื้อจุล ชีพ และสปอร์ ให้หมดสิ้นไป • เครื่องมือผ่าตัด • อวัยวะเทียม • อุปกรณ์ส าหรับตรวจชิ้นเนื้อ การแบ่งประเภทอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ กลุ่มเครื่องมือ ระดับการท าลายเชื้อ ประสิทธิผล ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือกลุ่มกึ่งวิกฤติ เครื่องมือแพทย์ที่สัมผัสเยื่อบุ ของร่างกาย หรือผิวหนังที่มี บาดแผล หรือรอยถลอก • ท าลายเชื้อระดับสูง เป็นอย่างน้อย หรือควร ท าปราศจากเชื้อ • ขจัดเชื้อจุลชีพ ทั้งหมด อาจ คงเหลือสปอร์ • กล้องส่องตรวจ • เครื่องช่วยหายใจ • อุปกรณ์ดมยาสลบ กลุ่มเครื่องมือ ระดับการท าลายเชื้อ ประสิทธิผล ตัวอย่างเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือไม่วิกฤติ เครื่องมือสัมผัสกับผิวหนัง ที่ปกติไม่มีบาดแผล และ ไม่ได้สัมผัสเยื่อบุร่างกาย • ท าลายเชื้อระดับต่ า • ขจัดเชื้อไวรัส , แบคทีเรีย, เชื้อรา • เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ • สายพันแขนวัดความดัน 24


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย PPE คือ อุปกรณ์ที่สวมใส่เพื่อป้องกันไม่ให้น้ าสกปรก เลือด หนอง กระเด็นเข้าตา ปาก จมูก ของผู้ปฏิบัติงานขณะล้างท าความสะอาดเครื่องมือ ได้แก่ 1. หมวกคลุมผม 2. ผ้าปิดปากปิดจมูก 3. แว่นตาหรือกระจังหน้า 4. ชุดคลุมกันเปื้อนชนิดกันน้ า 5. ถุงมือยางแบบหนา 6. รองเท้าบูท การท าความสะอาดเบื้องต้น 1. การแยกประเภท ก่อนท าความสะอาด เช่น แก้ว ของแหลมคม ท่อกลวง สายต่างๆ เป็นต้น เพื่อป้องกันบุคลากรบาดเจ็บ และป้องกันเครื่องมือเสียหาย 2. การถอดแยกชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่มีข้อต่อ หรือชิ้นส่วนที่ ถอดได้ให้ถอด ที่มีล็อคให้คลายล็อค ที่ง้างออกได้ให้ง้างออกให้มากที่สุด 3. การขจัดคราบสกปรกเบื้องต้น ด้วยน้ าสะอาด 4. การแช่เครื่องมือในน้ าผสมสารท าความสะอาด เพื่อให้ขัดล้างง่ายขึ้น ให้ปฏิบัติตามค าแนะน า ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ 25


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การล้างท าความสะอาด การล้างด้วยมือ 1. แช่อุปกรณ์ลงในน้ าผสมสารขัดล้าง (enzymatic detergent) 2. ท าความสะอาดอุปกรณ์ทีละชิ้น 3. เครื่องมือที่มีส่วนประกอบหลายชิ้น ถ้าแยกได้ ควรแยกชิ้นส่วน 4. ขณะขัดล้าง แปรงและเครื่องมือควรอยู่ใต้ระดับน้ า (ขัดถูใต้น้ า) 5. อุปกรณ์ที่มีรูกลวง ท่อ หรือช่องโพรง ต้องล้างภายในให้สะอาด ด้วยการฉีดน้ า หรือเป่าลม 6. ตรวจสอบความพร้อมใช้งาน และความสะอาด ของอุปกรณ์ 7. อ่างที่ใช้ในการขัดล้างท าความสะอาดฯ ควรมี 3 อ่าง อ่างที่ 1 ใช้ขจัดคราบสิ่งเปรอะเปื้อนต่างๆ อ่างที่ 2 ใช้ส าหรับใส่สารขัดล้าง และล้างขัดถูเครื่องมือ อ่างที่ 3 ใช้ล้างสารขัดล้างออก 8. หลังท าความสะอาดฯ ควรท าให้เครื่องมือแห้ง ด้วยการใช้ผ้าที่ไม่เป็นขนเช็ด หรือใช้เครื่องอบแห้ง ไม่ทิ้งเครื่องมือฯไว้ให้แห้งเอง 26


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) หลักการห่ออุปกรณ์ • ตรวจสอบความสะอาด และ สภาพความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ทุกชิ้น • อุปกรณ์ที่มีล็อคต้องตรวจสอบและคลายล็อคก่อนเสมอ • วัสดุที่น ามาใช้ห่ออุปกรณ์ ต้องทนความร้อน และยอมให้ไอน้ าผ่านเข้าไปสัมผัสอุปกรณ์ภายในห่อได้ทั่วถึง • ปิดห่ออุปกรณ์ด้วยเทปกาวหรือความร้อน ไม่ใช้เข็มหมุด เข็มกลัด ลวดเย็บกระดาษหรือเชือกฟางผูก • ป้ายติดห่ออุปกรณ์ ระบุรายละเอียด ดังนี้ ประเภทของอุปกรณ์ วันผลิต และวันหมดอายุการใช้งาน วัสดุที่น ามาใช้ห่ออุปกรณ์ - กระดาษ นิยมใช้ห่อถุงมือและอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ กระดาษยอมให้ไอน้ าผ่านได้สะดวก แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าผ้า ข้อดีคือใช้แล้วทิ้ง ข้อเสียคือราคาแพง - ซองกระดาษ-พลาสติก ด้านหนึ่งเป็นพลาสติก อีกด้านหนึ่งเป็นกระดาษ เหมาะกับการห่ออุปกรณ์ที่เป็นชิ้นเดียว สายสวน ท่อ และอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ข้อดีคือ ด้านกระดาษยอมให้ไอน้ าซึมผ่านเข้าไปได้ และด้านพลาสติกช่วยให้มองเห็นอุปกรณ์ที่อยู่ภายใน มีความทนทาน ราคาไม่แพง และป้องกันเชื้อได้ดี ข้อเสียคือ ในการน าห่อฯ เข้าเครื่องนึ่ง การจัดเรียงห่อฯ โดยให้ด้านกระดาษหันไปทางเดียวกัน และการปิดผนึกซองต้องไล่อากาศออกให้มาก เพราะผนึกที่ปิดโดยใช้ความร้อนอาจแตกออกได้ขณะอยู่ในกระบวนการท าปราศจากเชื้อ - ผ้า • ผ้าที่ใช้ในการห่ออุปกรณ์ต้องผ่านการซักก่อนน ามาใช้ทุกครั้ง • ส ารวจรอยฉีกขาดของผ้าห่อฯ • เพื่อให้ไอน้ า สามารถแทรกซึมเข้าสู่อุปกรณ์ได้อย่างทั่วถึง ห่อผ้าควรมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 12 x 12 x 20 นิ้ว และหนักไม่เกิน 5.5 กก. 27


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) วิธีการห่ออุปกรณ์ นิยมใช้มี 2 วิธีคือ Square fold (แบบสี่เหลี่ยม) ใช้ส าหรับห่ออุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ Envelope fold (แบบซองจดหมาย) ใช้ส าหรับห่อของขนาดเล็ก การห่ออุปกรณ์ ในซองกระดาษ-พลาสติก 1นิ้ว 1นิ้ว 1นิ้ว 1นิ้ว 7-10 มม. 28


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การท าให้ปราศจากเชื้อ ด้วยเครื่องนึ่งไอน้ า Autoclave ระบบ Gravity - ใช้อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส แรงดันไอน้ าจะเป็น 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ใช้เวลา 15 นาที หากใช้อุณหภูมิสูงมากๆ แรงดันจะสูงขึ้นตาม อาจมีผลเสียต่ออุปกรณ์ที่เป็นโลหะ คุณสมบัติ เปลี่ยนไปเป็นสนิมและสึกกร่อนง่าย วิธีการดูแลรักษา Autoclave ก่อนใช้งาน 1. ตรวจเช็คสภาพขอบยางของหม้อนึ่งฯอยู่เสมอ ไม่ให้รั่ว,ซึม,ช ารุด 2. ตรวจเช็คระดับน้ าในหม้อนึ่งความดันไอน้ าให้อยู่ในระดับที่ก าหนดทุกครั้ง เพื่อป้องกันหม้อนึ่งไหม้ หลังใช้งาน 1. ป้องกันการอุดตันของท่อต่างๆ ควรถ่ายน้ าออกจากหม้อนึ่งฯ และเปลี่ยนน้ าทุกวัน 2. ก่อนจะเริ่มท าการบ ารุงรักษา ต้องรอให้เครื่องหม้อนึ่งฯ เย็นก่อน 3. เช็ดท าความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากตัวเครื่องด้วยผ้าเนื้ออ่อน เช็ดที่ผิวของตัวเครื่องแล้วเช็ดให้แห้ง ข้อควรระวังในการใช้งาน Autoclave 1. การน าสิ่งของออกจากเครื่อง Autoclave ต้องรอให้เข็มของ Pressure Gauge ตกลงมาที่ 0 psi ก่อน จึงสามารถเปิดฝาเครื่องได้ 2. ควรสวมถุงมือกันความร้อนทุกครั้งก่อนจับชิ้นส่วนของตู้ เนื่องจากยังมีความร้อนอยู่ 3. ต้องปิดฝาหม้อนึ่งให้สนิททุกครั้ง ก่อนใช้งาน 5. ไม่ควรวางสิ่งของซ้อนกันแน่นเกินไป 29


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การจัดเรียงห่ออุปกรณ์เข้าเครื่อง มีความส าคัญมาก เนื่องจากหากบรรจุมากเกินไป หรือวางห่อไม่เหมาะสม อากาศภายในเครื่อง บางส่วนไม่สามารถถูกแทนที่โดยไอน้ าได้ จะท าให้อุปกรณ์ที่อยู่ในส่วนนั้นไม่ปราศจากเชื้อ วิธีเรียงห่ออุปกรณ์เข้าเครื่องนึ่งไอน้ า • ห่ออุปกรณ์ขนาดใหญ่หรือห่อผ้า วางไว้ชั้นล่างของเครื่อง และวางห่างกันประมาณ 2-4 นิ้ว • ห่ออุปกรณ์ขนาดเล็ก วางไว้ชั้นบนของเครื่อง และวางห่างกัน ประมาณ 1-2 นิ้ว ถ้าวางซ้อนกันต้องสับหว่าง • ห่อลักษณะแบน วางตะแคง • ไม่วางห่ออุปกรณ์ติดฝาผนัง พื้น หรือเพดานของเครื่องฯ • อุปกรณ์ประเภทยาง วางไว้ด้านริม เรียงกันอย่างหลวมๆ ห่อถุงมือวางชั้นเดียว จัดเรียงในตะแกรงโปร่ง และวางชั้นบนสุด • อุปกรณ์ที่เป็น ชามอ่าง อับส าลี/ก๊อส วางตะแคงกึ่งคว่ า เพื่อให้ไล่อากาศได้ง่าย • ตรวจสอบห่ออุปกรณ์ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการท าปราศจากเชื้อ ว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อย แห้ง ตัวบ่งชี้ทางเคมีภายนอกเปลี่ยนสีสมบูรณ์ชัดเจน 30


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การตรวจสอบประสิทธิภาพการท าให้ปราศจากเชื้อ การตรวจสอบการท างานของเครื่อง Mechanical monitoring เช่น มาตรวัดอุณหภูมิ ความชื้น แผ่นกราฟ สัญญาณไฟ การตรวจสอบทางเคมี Chemical monitoring แสดงให้เห็นว่าห่ออุปกรณ์ได้ผ่านการเข้าหม้อนึ่งมาแล้วเท่านั้น 1. ตัวบ่งชี้ทางเคมีภายนอก (External chemical indicator) เป็นแถบกระดาษกาวที่มีสารเคมีเคลือบไว้เป็นแนวเส้นบนกระดาษ มักใช้ในการติดห่ออุปกรณ์เพื่อมิให้หลุดลุ่ย และบ่งชี้ว่า ห่ออุปกรณ์ได้ผ่านกระบวนการท าให้ปราศจากเชื้อแล้วเท่านั้น 2. ตัวบ่งชี้ทางเคมีภายใน (Internal chemical indicator) เป็นชิ้น (strip) หรือเป็นกระดาษแข็ง (card) ใส่ไว้ภายในห่ออุปกรณ์เพื่อบ่งชี้ว่า ไอน้ า สามารถเข้าไปภายในห่อและสัมผัสกับอุปกรณ์ภายในห่อหรือไม่ การตรวจสอบทางชีวภาพ Biological monitoring คือตัวบ่งชี้ว่าห่ออุปกรณ์ปราศจากเชื้อแล้ว โดยวางห่อทดสอบไว้บริเวณที่คาดว่าท าให้ปราศจากเชื้อยากที่สุด คือ ชั้นล่างของเครื่องนึ่งบริเวณที่อยู่เหนือช่องระบายน้ า เมื่อห่อทดสอบผ่านกระบวนการท าให้ปราศจากเชื้อแล้ว น าหลอด Spore test และหลอดควบคุม ไปอุ่นเพาะเชื้อที่อุณหภูมิ 55 – 60 องศาเซลเซียส พร้อมๆกัน เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง หลังจากอุ่นเพาะเชื้อแล้ว หากพบว่า สีของน้ ายาเลี้ยงเชื้อในหลอดทดสอบเปลี่ยนไป แสดงว่า เชื้อไม่ตาย นั่นคือห่ออุปกรณ์ทั้งหมดที่นึ่งพร้อมกับห่อทดสอบไม่ ปราศจากเชื้อ ความถี่ของการตรวจสอบด้วยตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ หากใช้เครื่องนึ่งไอน้ า ควรทดสอบเดือนละครั้ง 31


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การเก็บห่ออุปกรณ์ปราศจากเชื้อ บริเวณที่เหมาะสมในการเก็บห่ออุปกรณ์ คือ ชั้นวางระบบเปิด (Open shelving) สูงจากพื้น 8 นิ้ว ห่างจากผนัง 2 นิ้ว ห่างจากเพดาน 18 นิ้ว มีการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 18–22 ° C และความชื้นสัมพัทธ์ 35–70% ชั้นวางระบบปิด (Closed shelving) ในตู้ปิดมิดชิด อยู่ห่างจากอ่างล้างมือ ไม่มีคนเดินพลุกพล่าน ไม่มีลมพัดผ่าน ท าความสะอาดเช็ดถูตู้ได้ง่าย เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ 1. ท าความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนหยิบจับห่ออุปกรณ์ ตรวจสภาพห่ออุปกรณ์ แถบเคมีภายนอก และ วันหมดอายุ ก่อนน าไปเก็บ ถ้าพบห่อเปียกชื้นต้องแยกออก 2. จัดเรียงอุปกรณ์ตามล าดับวันผลิตและวันหมดอายุ ใช้ระบบ เข้าก่อน-ออกก่อน (First in, first out : FIFO) 3. จัดเก็บในตู้หรือชั้นที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ไม่อับชื้น ระบาย อากาศดี ไม่มีฝุ่น ไม่อยู่ใกล้อ่างล้างมือ 4. บันทึกชนิดและจ านวนห่ออุปกรณ์ที่เก็บเข้าชั้นทุกครั้ง 32


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) Shelf Life หมายถึง ระยะเวลาที่ห่ออุปกรณ์ยังคงสภาพปราศจากเชื้อ หลังผ่านการท าให้ ปราศจากเชื้อแล้ว ขึ้นอยู่กับ สภาวะแวดล้อมที่ห่ออุปกรณ์ถูกจัดวางไว้ การหยิบจับ การ เคลื่อนย้ายห่ออุปกรณ์ และชนิดของวัสดุที่ใช้ห่ออุปกรณ์ การตรวจสอบทางเคมี กรณี ซองกระดาษ-พลาสติก ไม่ต้องติดแถบ external indicator แต่ให้สังเกตแถบเคมีที่ขอบซองส าเร็จรูปแทน นึ่งไอน้ า จะเปลี่ยนเป็นสีด า อบ EO จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง อบ Form. จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว 33


การท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Disinfections and Sterilizations) การแจกจ่ายอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ 1. ท าความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนหยิบจับห่ออุปกรณ์ 2. ตรวจสภาพภายนอกของห่ออุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก่อนแจกจ่าย ไม่โยนห่อฯ 3. รถขนอุปกรณ์ต้องมิดชิด สะอาด และใช้ส าหรับน าส่งห่ออุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อโดยเฉพาะ หรืออาจใช้กล่องพลาสติกปิดฝามิดชิด 4. ห่ออุปกรณ์ที่ตกพื้นแล้ว หรือห่ออุปกรณ์ที่หมดอายุจากการเก็บ ต้องน าเข้าสู่กระบวนการ ท าปราศจากเชื้อใหม่ ตั้งแต่ ขั้นตอนการล้าง-บรรจุ/ห่อ-นึ่ง/อบ-จัดเก็บ/แจกจ่าย 5. เมื่อเสร็จจากการใช้งานต้องท าความสะอาดกล่อง/รถเข็นและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง 34


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care กิจกรรมที่ควรด าเนินการเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน ดังนี้ 1. การให้ความรู้และค าแนะน าแก่ผู้ป่วย บุคคลในครอบครัว และผู้ดูแลผู้ป่วย (Education & Supervision) 2. การเฝ้าระวังการติดเชื้อ (Surveillance) 3. การแยกผู้ป่วย (Isolation Precautions) 4. การท าความสะอาดมือ (Hand hygiene) 5. การท าลายเชื้อ (Disinfection) 6. การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ (Infectious waste management) 7. การควบคุมสิ่งแวดล้อม (Environmental Control) 8. การป้องกันการติดเชื้อจากการสอดใส่อุปกรณ์การแพทย์ (Prevention of infections associated with invasive procedures) 9. การป้องกันการติดเชื้อวัณโรค (TB prevention) 10. การป้องกันอุบัติเหตุขณะให้การพยาบาลผู้ป่วย (Accident prevention) 11.การดูแลสุขภาพบุคลากร และผู้ให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Employee and Care give Health) 35


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 1. การให้ความรู้และค าแนะน าแก่ผู้ป่วย บุคคลในครอบครัว และผู้ดูแลผู้ป่วย (Education & Supervision) 1. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษา ได้แก่ การใช้ยา ขนาดและวิธีใช้ยา รวมทั้ง ผลข้างเคียงจากการใช้ยา วิธีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ 2. ให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายในบ้าน ได้แก่ การล้างมือ การดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล เทคนิคปลอดเชื้อ อาการและอาการ แสดงของการติดเชื้อ การท าความสะอาด และการท าลายเชื้ออุปกรณ์ การแพทย์ การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ การดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน 3. ควรจัดเตรียมเอกสาร ส าหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย เพื่อให้ศึกษาทบทวน หลังจากที่ได้ให้ค าแนะน าไปแล้ว 4. บุคลากรควรประเมินความรู้ของผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยเป็นระยะๆว่า สามารถจดจ าความรู้ที่ให้และปฏิบัติตามได้ถูกต้องหรือไม่ โดยการเยี่ยม ครอบครัว สังเกตการณ์ดูแลผู้ป่วยของผู้ดูแล สภาพแวดล้อม การเยี่ยมครอบ ช่วยเหลือลดความวิตกกังวลของผู้ดูแลในการปฏิบัติซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ลง ได้ และช่วยให้ผู้ดูและเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น 36


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 2. การเฝ้าระวังการติดเชื้อ (Surveillance) การบันทึกข้อมูลการติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยซึ่งข้อมูลที่ระบุไว้ในการเฝ้าระวังควรมีข้อมูล เกี่ยวกับผู้ป่วย ได้แก่ ชื่อ – สกุล เพศ อายุ โรค ข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น ต าแหน่งที่พบ การติดเชื้อ วันที่เริ่มมีอาการ อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อ การติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ ผู้ป่วยมีอาการหรืออาการแสดง อย่างน้อย 2 ใน 3 อาการต่อไปนี้ 1. มีไข้ (อุณหภูมิ > 38º c) หรือ หนาวสั่น 2. ปวดบริเวณใต้ชายโครง หรือบริเวณ เหนือหัวเหน่าหรือกดเจ็บ 3. ปัสสาวะมีลักษณะผิดปกติ เช่น มีเลือด ปน มีกลิ่นเหม็น มีตะกอน การติดเชื้อที่ต าแหน่งแผลผ่าตัด มักเกิดขึ้น ภายใน 30 วันหลังผ่าตัด นั่นคือ มีอาการไข้ ร่วมกับ มีหนองไหลออกจากแผล ผ่าตัด การติดเชื้อจากการล้างไตทางช่องท้อง CAPD 1.Exit site infection การติดเชื้อบริเวณแผลที่ ท่อล้างไตทางช่องท้อง บริเวณที่โผล่ออกนอก ผิวหนัง มีอาการ บวมแดงบริเวณผิวหนัง ผู้ป่วย มักไม่ปวด อาจมีหนองหรือน้ าเหลืองไหลออก จากบริเวณรอบท่อล้างไตทางช่องท้อง 2.Tunnel infection การติดเชื้อที่เกิดลึกเข้า ไปกว่าการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยเกิดที่เนื้อเยื่อ รอบท่อล้างไตทางช่องท้อง อาจเกิดร่วมกับการ ติดเชื้อบริเวณผิวหนังหรือไม่ก็ได้ และอาจมี อาการเจ็บบริเวณที่วางท่อล้างไตทางช่องท้อง บวมแดงร้อนที่บริเวณดังกล่าว อาจมีลักษณะ ของฝีร่วมด้วย 3. Peritoneal dialysis related peritonitis ต้องเข้าได้กับลักษณะทางคลินิก 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้ - มีอาการแสดงของการอักเสบของเยื่อบุ ช่องท้อง - น้ ายาล้างไตขุ่น - ตรวจพบเชื้อโรคด้วยการย้อมสีแกรม/เพาะ เชื้อขึ้น 37 การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยมีอาการ 3 อย่างจากอาการและ อาการแสดง 7 อย่างต่อไปนี้ 1) เริ่มมีอาการไอ หรือ ไอมากขึ้น 2) เริ่มมีเสมหะ หรือ มีเสมหะมากขึ้น 3) เริ่มมีเสมหะเป็นหนอง หรือ เสมหะ เป็นหนองมากขึ้น 4) มีไข้ 5) เจ็บหน้าอก 6) เริ่มมีอาการ หรือการฟังปอดพบ อาการมากขึ้น เช่น rales rhonchi 7) ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหายใจเร็ว หรือมี อาการสับสน


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 3. การแยกผู้ป่วย (Isolation Precautions) หมายถึง การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สู่ผู้รับบริการ บุคลากร ญาติ และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยมาตรการ 2 ส่วน คือ - Standard Precautions เป็นการปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยทุกราย ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีการ ติดเชื้อหรือไม่ เน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากเลือด และการคัดหลั่งของร่างกาย ได้แก่ การล้างมือ การใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย การจัดการขยะ ผ้าเปื้อน การท าความสะอาดพื้นผิวและอุปกรณ์ เป็นต้น - Transmission-Based Precautions ใช้ในกรณีที่ทราบว่าผู้ป่วยเป็นโรคใด และมีวิถีทางการแพร่กระจายเชื้อทางใด ใช้เป็นมาตรการเสริม ร่วมกับ Standard Precautions มี 3 วิถี - Airborne Precaution เกิดจากฝอยละอองน้ ามูกน้ าลายที่มีขนาดเล็ก ล่องลอยอยู่ในอากาศได้นาน เช่นวัณโรค หัด สุกใส การปฏิบัติเน้นให้ผู้ดูแลสวม N95 และผู้ป่วยใส่ mask - Droplet Precautions เกิดจากฝอยละอองน้ ามูกน้ าลายที่มีขนาดใหญ่ ล่องลอยในอากาศได้ไม่นาน มักลอยอยู่ภายในระยะ ไม่เกิน 3 ฟุตจากแหล่งโรค เช่นไข้หวัดใหญ่ การปฏิบัติเน้นการล้างมือบ่อยๆ ให้ผู้ดูแลสวม mask และผู้ป่วยสวม mask - Contact Precautions เกิดจากการสัมผัส เช่น เชื้อดื้อยา หิด ท้องเสีย เน้นให้ผู้ดูแล ล้างมือบ่อยๆ สวมถุงมือ และผ้ากันเปื้อนเมื่อต้องเข้าดูแลผู้ป่วย 38


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 4. การท าความสะอาดมือ (Hand Hygiene) มือมักสัมผัสเปื้อนเชื้อต่างๆ จากผู้ป่วยที่ติดเชื้อ หรือ จากสิ่งแวดล้อม การท าความสะอาดมือ เป็นวิธีที่ดี ที่สุดในการลดการแพร่กระจายเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่ อีกคนหนึ่งการท าความสะอาดมืออย่างถูกวิธีก่อนให้ การพยาบาลผู้ป่วย ก่อนสัมผัสผู้ป่วย หลังจากสัมผัส เลือด สารคัดหลั่ง หรืออุปกรณ์ที่แปดเปื้อนเชื้อ เป็น วิธีที่ง่ายและได้ผลดีในการป้องกันการติดเชื้อ การล้างมือด้วยน้ ากับสบู่ ใช้เวลา 10-20 วินาที - กรณีใช้สบู่ก้อน ที่รองสบู่ต้องมีที่ระบายน้ า - กรณีใช้สบู่เหลว ต้องท าความสะอาดขวดบ่อยๆ - ล้างด้วยน้ าสบู่ กรณีมือเปื้อนที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า - ล้างมือก่อนท าแผล ให้อาหารทางสายยาง หลัง อาบน้ าผู้ป่วย หลังถอดถุงมือ การลูบมือด้วยแอลกอฮอล์ 70% - ก่อนท ากิจกรรมต่างๆกับผู้ป่วย เช่น ก่อนพลิก ตะแคงตัว ก่อนท าแผล เป็นต้น ใช้ครั้งละ 3-5 ซีซี ลูบแอลกอฮอล์ให้ทั่วมือ ถูจนกว่า แอลกอฮอล์จะแห้ง จึงเริ่มท ากิจกรรม การสวมถุงมือสะอาด - เมื่อจะดูดเสมหะผู้ป่วย ท าแผล เช็ดอุจจาระผู้ป่วย - ถุงมือ 1 คู่ ต่อ 1 กิจกรรม - ใช้แล้วทิ้งเป็นขยะติดเชื้อ - ล้างมือด้วยน้ าสบู่หลังถอดถุงมือทุกครั้ง 39


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 5. การท าลายเชื้อ (Disinfection) อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่บ้านจะต้องได้รับการท าความสะอาด ท าลายเชื้อหรือท าให้ปราศจากเชื้อด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยเมื่อต้องใช้อุปกรณ์ซ้ ากับผู้ป่วยอีก ผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อและเกิด การติดเชื้อหากอุปกรณ์ที่ใช้กับผู้ป่วยมีเชื้อจุลชีพแปดเปื้อนอยู่ การท าลายเชื้อในสิ่งของเครื่องใช้หรืออุปกรณ์บางชนิดอาจท าโดยการต้ม การแช่ หรือการ เช็ดด้วยน้ ายาท าลายเชื้อ เช่น 70% แอลกอฮอล์ 3% hydrogen peroxide หรือ Lysol ขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ อุปกรณ์การแพทย์บางชนิดต้องน าไปจากโรงพยาบาล เมื่อใช้กับผู้ป่วยแล้วหากจ าเป็นต้อง ท าให้ปราศจากเชื้อ ควรน ากลับไปจัดการที่โรงพยาบาล โดยบรรจุในภาชนะหรือถุงที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระจายเชื้อ บุคลากรที่ให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ควรให้ความรู้แก่ญาติถึงวิธีการที่ถูกต้องในการท าลาย เชื้ออุปกรณ์การแพทย์ เครื่องผ้าที่เปรอะเปื้อนเลือดสารคัดหลั่ง และสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย รวมทั้งวิธีการเตรียมและอัตราส่วนที่ถูกต้องในการเตรียมน้ ายาท าลายเชื้อ การท าลายเชื้อเป็นกิจกรรมที่มีความส าคัญที่ช่วยให้สิ่งแวดล้อมปลอดภัยต่อผู้ป่วย ก่อนการ ท าลายเชื้ออุปกรณ์ที่ใช้กับผู้ป่วย ควรล้างอุปกรณ์ด้วยน้ าและสารขัดล้างก่อน โดยผู้ล้างสวม ถุงมืออย่างหนา น้ ายาท าลายเชื้อที่แนะน าให้ใช้ที่บ้าน ได้แก่ สารฟอกขาว ไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์ น้ าเดือดและแอลกอฮอล์ 40


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 6. การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ (Infectious waste management) ขยะที่เกิดจากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ควรมีการจัดการอย่างถูกต้องเพื่อมิให้เกิดการ แพร่กระจายเชื้อสู่สิ่งแวดล้อม • การแยกขยะติดเชื้อออกจากขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อได้แก่ ผ้าก๊อซ สายsuction ถุงมือ ถุงยางcondom ฯลฯ รวบรวมใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่น เขียนป้ายติด “ขยะติดเชื้อ” น าไปฝากทิ้งที่รพสต. หรือ รพ. ใกล้บ้าน • สารคัดหลั่งที่ออกจากร่างกายผู้ป่วย เทลงในซักโครกด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิดการกระเด็น หลังจากนั้นท าความสะอาดซักโครก • การทิ้งเข็ม Insulin กรณีผู้ป่วยเบาหวาน และมีการฉีด insulin รพ.แม่สอดจะแจกแกลลอนให้ผู้ป่วย แนะน าให้ทิ้งเข็มในแกลลอน และเมื่อเต็มให้น ามาทิ้งที่ คลินิกเบาหวาน รพ.แม่สอดหรือ รพสต.ใกล้บ้าน และรับแกลลอนใหม่ ที่คลินิกเบาหวาน รพ.แม่สอด 41


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 7. การควบคุมสิ่งแวดล้อม (Environmental Control) สิ่งแวดล้อมอาจเป็นสาเหตุโดยตรงที่ท าให้ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อ จากเชื้อที่มีอยู่ใน สิ่งแวดล้อมและแพร่กระจายสู่ผู้ป่วยได้ การควบคุมสิ่งแวดล้อมควรด าเนินการเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด การระบาย อากาศ การจัดให้แสงสว่างได้ทั่วถึง การก าจัดแมลงและสัตว์น าโรค รวมทั้งการดูแลสัตว์เลี้ยง ภายในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อภายในบ้าน บุคลากรควรประเมินสภาพแวดล้อมของผู้ป่วยรวมทั้งพฤติกรรมของญาติผู้ที่จะให้การ ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิดเกี่ยวกับ สุขวิทยาส่วนบุคคล การล้างมือ การท าความสะอาดสิ่งแวดล้อม ภายในบ้าน การจัดการมูลฝอยที่เปรอะเปื้อนเลือด สารคัดหลั่ง สิ่งขับถ่ายจากร่างกายผู้ป่วย เพื่อให้สามารถให้ค าแนะน าเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น 42


8. การป้องกันการติดเชื้อจากการสอดใส่อุปกรณ์การแพทย์ (Prevention of infections associated with invasive procedures) การดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง - อาหารเหลวเตรียมที่บ้านไม่ควรนานเกิน 8 ชม. - แนะน าเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกวัน - ต้องทดสอบสาย NG โดยการดูด content ว่าค้างอยู่หรือไม่ และจัดท่าศีรษะสูงขณะป้อนอาหาร เพื่อป้องกันการส าลัก - แนะน าการ Feed ด้วย syringe 50 cc กรณีไม่มีหม้อ Feed - การท าความสะอาดอุปกรณ์ : ล้างให้สะอาดโดยเฉพาะบริเวณรูข้อต่อ และผึ่งให้แห้ง เก็บใน ภาชนะสะอาด มีฝาปิด กันฝุ่น การดูแลผุ้ป่วยใส่ condom - การท าความสะอาดอวัยวะเพศเช้าเย็น ด้วยน้ าสบู่ ซับให้แห้ง - เปลี่ยน condom ทุกวัน - การเช็ดปลายเปิดถุงด้วยแอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังเทปัสสาวะ - สังเกตน้ าปัสสาวะขุ่น เข้ม มีตะกอน ร่วมกับมีไข้ ให้แจ้ง รพ.สต.ใกล้บ้าน การดูแลผู้ป่วยใส่คาสายสวนปัสสาวะ - การท าความสะอาดอวัยวะเพศเช้าเย็น ด้วยน้ าสบู่ ซับให้แห้ง - เปลี่ยนพลาสเตอร์ที่ยึดตรึงสายสวนทุกวัน - การเช็ดปลายเปิดถุงด้วยแอลกอฮอล์ 70% ก่อนและหลังเทปัสสาวะ - สังเกตอาการผิดปกติ เช่น น้ าปัสสาวะขุ่น เข้ม มีตะกอน ร่วมกับมีไข้ ให้แจ้ง รพ.สต.ใกล้บ้าน 43


8. การป้องกันการติดเชื้อจากการสอดใส่อุปกรณ์การแพทย์ (Prevention of infections associated with invasive procedures) การท าความสะอาดอุปกรณ์เครื่องดูดเสมหะ - เทเสมหะทุกวันอย่างน้อย 1 ครั้ง/วัน - เช็ดท าความสะอาดตัวเครื่องทุกวัน - สายดูดเสมหะทิ้งเป็นขยะติดเชื้อ * ข้อแนะน าเมื่อต้องใช้สาย suction ซ้ าในผู้ป่วย ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ - ให้ล้างสายให้สะอาด - ต้มในน้ าเดือด 10 นาที - ผึ่งให้แห้งในภาชนะที่สะอาด - เก็บในอุปกรณ์ ที่สะอาด มีฝาปิด การดูแลแผล TT tube - แนะน าการท าความสะอาดมือก่อนท าแผลทุกครั้ง - การท าความสะอาด collar mask - การท าความสะอาดแผล TT-tube - การท าความสะอาด inner tube - ขั้นตอนการดูดเสมหะ - การท าความสะอาดอุปกรณ์เครื่องดูดเสมหะ การท าความสะอาดอุปกรณ์ท าแผล อุปกรณ์ท าแผลกรณีเป็นสแตนเลสให้ล้าง ท าความสะอาดแล้วน าไปต้มในน้ าเดือด 10-15 นาทีแล้วน ามาผึ่งในภาชนะที่ สะอาดและเก็บในภาชนะที่แห้งสะอาดมี ฝาปิดมิดชิด การท าความสะอาด inner tube - Inner tube แบบสแตนเลส (แบบแข็ง) ให้ล้างให้สะอาด และต้มในน้ าเดือด 10 -15 นาที แล้วผึ่งในภาชนะที่สะอาด รอจนเย็นน าใส่กลับที่เดิม - Inner tube แบบพลาสติก ให้ล้างให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง แล้วน าไปแช่ในแอลกอฮอล์ 70% นาน 15-30 นาที โดยแอลกอฮอล์ต้องท่วม inner tube หลังจากนั้นเช็ดด้วยผ้าก๊อซสะอาดน ากลับใส่ที่เดิม - ให้ผู้ดูแลทดลองใส่ถอด Inner tube จนช านาญ 44


8. การป้องกันการติดเชื้อจากการสอดใส่อุปกรณ์การแพทย์ (Prevention of infections associated with invasive procedures) การดูแลแผลกดทับ - การท าความสะอาดแผล เพื่อก าจัดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่อยู่บนพื้นแผล - พลิกตะแคงตัวผู้ป่วย ทุก 2 ชม. โดยใช้ผ้ารองยกตัวหลีกเลี่ยงการลากดึง ร่วมกับ ยกส้นเท้าลอยจากพื้นผิวเตียงโดยใช้หมอนหรือผ้ารองใต้น่อง ถ้านอนตะแคงให้จัดท่ากึ่งหงาย เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดโดยตรงกับปุ่มกระดูกบริเวณไหล่และสะโพก - การท าความสะอาดอุปกรณ์ท าแผล กรณีเป็น set สแตนเลส หรือดัดแปลงจากอุปกรณ์ต่างๆ ให้ล้างให้สะอาดแล้วน าไปต้มในน้ าเดือด 10 – 15 นาที ผึ่งให้แห้งในภาชนะที่สะอาด เก็บใน ภาชนะสะอาดมีฝาปิดมิดชิด - การทิ้งขยะ ต้องแยกผ้าก๊อส ส าลี ถุงมือสะอาด (กรณีใช้ถุงมือ) ทิ้งในถุงขยะติดเชื้อ แล้วมัด รวบรวมฝากทิ้งที่ รพ.สต.ใกล้บ้าน 45


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 9. การป้องกันการติดเชื้อวัณโรค (TB prevention) ผู้ที่ให้การดูแลผู้ป่วยวัณโรคนับว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในระยะแพร่เชื้อ บุคลากรและญาติของผู้ป่วยควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่สามารถ ป้องกันเชื้อวัณโรคได้ขณะให้การดูและผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วยวัณโรคที่บ้าน ควรให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ครอบครัวและผู้ให้การดูแลผู้ป่วย เกี่ยวกับ 1. ความส าคัญของการได้รับยาครบตามค าสั่งการรักษา วิธีการรับประทานยา การสังเกตอาการ จากผลข้างเคียงของยา 2. การดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล 3. การแพร่กระจายเชื้อวัณโรค และวิธีป้องกัน ได้แก่ การสวม mask, การปิดปากปิดจมูกเวลา ไอจาม , การบ้วนเสมหะในภาชนะที่จัดไว้ และการล้างมือ 4. การดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เน้นการถ่ายเทอากาศ การเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้า ภายในบ้าน แสงอาทิตย์สามารถท าลายเชื้อวัณโรคได้ การน าสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยไปผึ่งแดด จึงเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการท าลายเชื้อ 5. การเก็บเสมหะส่งตรวจอย่างถูกต้อง 6. หากญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วยมีอาการสงสัยว่าอาจเป็นวัณโรค เช่น มีไข้ต่ า ๆ อ่อนเพลีย เป็นๆ หาย ๆ ไอแห้ง ๆ ต่อมามีเสมหะ น้ าหนักลด มีเหงื่อออกในเวลากลางคืน ควรไปพบแพทย์เพื่อ ตรวจวินิจฉัย 46


การป้องกันการติดเชื้อจากการดูแลสุขภาพที่บ้าน Prevention of Infections in Home Health Care 10. การป้องกันอุบัติเหตุขณะให้การพยาบาลผู้ป่วย (Accident prevention) 1. ขณะให้การพยาบาลผู้ป่วยควรระมัดระวังการสัมผัสเลือด และสารคัดหลั่งจากร่างกาย ผู้ป่วยควรสวมถุงมือก่อนการสัมผัส หากมือมีบาดแผลควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลให้มิดชิด 2. ระมัดระวังการถูกเข็มหรือของมีคมที่ใช้กับผู้ป่วยทิ่มแทงหรือบาด 3. ทิ้งเข็มของมีคมในภาชนะที่กันการทิ่มทะลุได้ และน าไปก าจัดอย่างเหมาะสม 11. การดูแลสุขภาพบุคลากร และผู้ให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Employee and Care give Health) ผู้ให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้านและญาติของผู้ป่วยมีโอกาสรับเชื้อจากผู้ป่วยขณะดูแลผู้ป่วย จากสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยและจากอุปกรณ์การแพทย์ หรือผู้ดูแลเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคติด เชื้อ อาจท าให้เชื้อแพร่กระจายสู่ผู้ป่วยได้ ดังนั้น ควรมีการประเมินสุขภาพของผู้ดูแลผู้ป่วย ว่ามีความสมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด มี โรคหรือภาวะความเจ็บป่วยที่อาจส่งผลให้ได้รับอันตรายขณะให้การดูแลผู้ป่วยหรือไม่ ความรู้ ของญาติในการดูแลผู้ป่วย การป้องกันการติดเชื้อ และการได้รับวัคซีนป้องกันโรค 47


แนวทางการคัดกรองวัณโรค โรงพยาบาลแม่สอด 48 วิธีปฏิบัติ - สอบถามอาการ ตามแบบคัดกรอง แบบ checklist - เมื่อผลการคัดกรอง คะแนน ≥3 คะแนน จัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงวัณโรคปอด เข้าระบบ ช่องทางด่วนให้ปฏิบัติดังนี้ 1. ให้ผู้ป่วยสวม surgical mask ทันที 2. แยกพื้นที่ (zoning) ในส่วนที่หน่วยงานจัดไว้ 3. ส่งผู้ป่วย พร้อมใบคัดกรองนี้ มาตรวจที่โรงพยาบาลแม่สอด โดยยื่นบัตรตรวจ ที่ คลินิกวัณโรค อาคารผู้ป่วยนอก(เก่า) ชั้น 1 ซึ่งเปิดบริการเฉพาะวันอังคาร เท่านั้น โดย ให้บริการแบบ one stop service สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 055-531224 หรือ 055-531229 ต่อ 1363 พบก่อน รักษาหาย ไม่แพร่กระจาย


เอกสารอ้างอิง 49 1. สถาบันบ าราศนราดูร. คู่มือการวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาล. ส านักพิมพ์อักษรกราฟ ฟิคแอนด์ดีไซน์: สถาบันบ าราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2563. 2. สถาบันบ าราศนราดูร. แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล. ส านักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์: สถาบันบ าราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข, 2563. 3. สมาคมศูนย์กลางงานปราศจากเชื้อแห่งประเทศไทย. แนวปฏิบัติการท าลายเชื้อและท าให้ ปราศจากเชื้อเครื่องมือแพทย์. สมาคมศูนย์กลางงานปราศจากเชื้อแห่งประเทศไทย; กรุงเทพมหานคร, 2561. 4. อะเคื้อ อุณหเลขกะ. หลักและแนวปฏิบัติในการท าลายเชื้อและการท าให้ปราศจากเชื้อ. โรงพิมพ์มิ่งเมือง เชียงใหม่, 2554. 5. Jane D. Siegel, M et.all. Guideline for Isolation Precautions: Preventing Transmission of Infectious Agents in Healthcare Settings.2023. https://www.cdc.gov/infectioncontrol/pdf/guidelines/Isolation-guidelines-H.pdf 6. Lynne M. Sehulster and Walter W. Bond. Sterrilization and Pasteurization in Healthcare Facilities. In: C. Glen Mayhall, editor. Hospital Epidemiology and Infection Control. 4 th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health; 2015. p. 1213- 1229. 7. Rutala WA, Weber DJ, Disinfection and sterilization in healthcare facilities. In: Jarvis WR, editor. Hospital Infection. 6 ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2014. p. 293-310. 8. World Health Organization. Standard precautions for the prevention and control of infections. Geneva: World Health Organization; 2022. https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/356855/WHO-UHL-IHS-IPC-2022.1- eng.pdf?sequence=1 9. World Health Organization & WHO Patient Safety. (2009). WHO guidelines on hand hygiene in health care. World Health Organization. https://iris.who.int/handle/10665/44102


ด้วยความปรารถนาดีจาก กลุ่มงานป้องกันและ ควบคุมการติดเชื้อ โรงพยาบาลแม่สอด 50 นางศรีสุดา อัศวพลังกูล ต าแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ โทร : 087-1135380 IDLine : ssd_yawichai นางสาวคนึงนิจ สมัครเขตการณ์ ต าแหน่ง พยาบาลวิชาชีพช านาญการ โทร : 084-6245369 IDLine : 0846245369 นางสาวทัศนีย์ นวลค า ต าแหน่ง พยาบาลวิชาชีพช านาญการ โทร : 092-2597645 IDLine : 2528AOF นางสาวมาลัย เครือค าวัง ต าแหน่ง หัวหน้างานจ่ายกลาง โทร : 081-7276843 IDLine : 0817276843


Click to View FlipBook Version