กาพยชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑
ประวัติผูแตงสุนทรภู เกิดในสมัยร.๑ บิดาและมารดาของสุนทรภูหยารางกันสุนทรภูจึงอาศัยอยูกับมารดาและไดศึกษาเลาเรียน ณ วัดชีปะขาว เมื่อสุนทรภูเติบโตขึ้นสุนทรภูไดรับราชการในรัชสมัยร.๒ ชีวิตของสุนทรภูในขณะนั้นมีความสุขมากและมีบุตรกับนางจันคนหนึ่งชื่อวาหนูพัด เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๒ สุนทรภูจึงตองออกบวช และไดออกเรือเดินทางไปในที่ตางๆ และแตงวรรณคดีอีกหลายเรื่อง ครั้นเมื่อร. ๔ ครองราชยสุนทรภูไดเขารับราชการอีกครั้งหนึ่งและไดรับบรรดาศักดิ์เปน“พระสุนทรโวหาร” จนถึงแกกรรมในปพ.ศ. ๒๓๙๘ ในปพ.ศ. ๒๕๒๙ ยูเนสโกไดประกาศยกยองเชิดชูเกียรติใหสุนทรภูเปนบุคคลที่มีผลงานดีเดน ดานวัฒนธรรมระดับโลกในวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙
กาพยพระไชยสุริยากาพยเรื่องพระไชยสุริยา เริ่มตนดวยบทไหวครูโดยใชคำในมาตรา แม ก กาจากนั้นเปนเนื้อเรื่องแตงเรียงตามมาตราตัวสะกด คือ แม ก กา แมกนแมกกแมกง แมกด แมกบ แมกม แมเกย เมื่อจะขึ้นมาตราใดก็จะบอกชื่อมาตราไวอยางชัดเจนในอดีตใชสำหรับสอนเด็กใหหัดอานหนังสือ เพราะเนื้อเรื่องเปนนิทาน จึงทำเกิดความสนุกสนานและมีคติสอนใจลักษณะของ
แผนผังกาพยยานี๑๑พยางค วรรคแรกมี๕ คำ วรรคหลังมี๖ คำรวมเปน ๑๑ คำจึงเรียกวา “กาพยยานี๑๑” ทั้งบาทเอกและบาทโทมีจำนวนคำเหมือนกันสัมผัส คำสุดทายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำที่ ๑ , ๑ และคำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ คำสุดทายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำสุดทายของวรรคที่ ๓ คำสุดทายของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำสุดทายของวรรคที่ ๒ ของบทต อไปแตงดวยคำประพันธประเภทกาพย ไดแก• กาพยยานี๑๑ • กาพยฉบัง ๑๖ • กาพยสุรางคนางค๒๘ลักษณะคำประพันธ
แผนผังกาพยฉบัง ๑๖คำ บทหนึ่งมี๓ วรรค คือ-วรรคแรก (วรรคสดับ) มี๖ คำ-วรรคที่สอง (วรรครับ) มี๔ คำ-วรรคที่ ๓ (วรรคสง) มี๖ คำรวมทั้งหมด ๑๖ คำ จึงเรียกฉบัง ๑๖สัมผัส ๑. สัมผัสนอกคำสุดทายของวรรคแรก(วรรคสดับ) สัมผัสกับคำสุดทายของวรรคสอง ๒. สัมผัสระหวางบท คือ คำสุดทายของวรรค ๓ สัมผัสกับคำสุดทายของวรรค ๑ของบท
แผนผังกาพยสุรางคนางค๒๘พยางค บทหนึ่งมี๒๘ คำ แบงเปน ๗ วรรค วรรคละ ๔ คำ ลักษณะการสงสัมผัสมี๓ แบบ ดังนี้สัมผัส บังคับเฉพาะสัมผัสระหวางทายวรรคที่ ๑-๒, ทายวรรคที่ ๓ กับทายวรรคที่ ๕ - ๖ และสัมผัสระหวางบท จากทายบทแรกไปยังทายวรรค ๓ ในบทตอไป
เรื่องยอ กาพยพระไชยสุริยาพระไชยสุริยาเปนกษัตริยครองเมืองสาวัตถีมีมเหสีชื่อสุมาลีบานเมืองอุดมสมบูรณ และเปนสุขมาชานาน จนกระทั่งเมื่อขาราชบริพารและผูมี อำนาจพากันลุมหลงในอบายมุข และเที่ยวขมเหงราษฎรจนเดือดรอนไปทั่ว
ในที่สุดผีปาบันดาลนํ้าปาก็ไหลบาทวมเมืองจนผูคนลมตาย ผูที่มีชีวิตรอดก็หนีออกจากเมืองไป ทิ้งสาวัตถีกลายเปนเมืองราง
พระไชยสุริยาพามเหสีและขาราชบริพารหนีลงเรือสำเภาออกจากเมืองแตถูกพายุใหญพัดเรือสำเภาแตก
พระไชยสุริยากับนางสุมาลีว ายนํ้าไปขึ้นฝงแลวรอนแรมไปในปา
พระดาบสรูปหนึ่งเขาฌานเห็นพระไชยสุริยากับนางสุมาลีตองทนทุกขทรมานก็เวทนา เพราะเห็นวาพระไชยสุริยาทรงเปนกษัตริยที่ดีแตประสบเคราะหกรรมเพราะหลงเชื่อเสนาอำมาตย
พระดาบสจึงเทศนาโปรดจนทั้งสองศรัทธาและบำเพ็ญธรรมจนไดไปเกิดบนสวรรค
กาพยบทประพันธเต็มเรื่อง
กาพยพระไชยสุริยา (กาพยยานี๑๑)สะธุสะจะขอไหว พระศรีไตรสรณาพ อแมแลครูบา เทวดาในราศี ขาเจาเอา ก ข เขามาตอ ก กา มีแกไขในเทานี้ ดีมิดีอยาตรีชา จะรํ่าคำตอไป พอลอใจกุมาราธรณีมีราชา เจาพาราสาวะถี ชื่อพระไชยสุริยา มีสุดามเหสีชื่อวาสุมาลี อยูบุรีไมมีภัย ขาเฝาเหลาเสนา มีกิริยาอัชฌาศัยพ อคามาแตไกล ไดอาศัยในพารา
กาพยพระไชยสุริยา (กาพยยานี๑๑)ไพรฟาประชาชี ชาวบุรีก็ปรีดาทำไรขาวไถนา ไดเขาปลาแลสาลี อยูมาหมูขาเฝา ก็หาเยาวนารีที่หนาตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา คํ่าเชาเฝาสีซอ เขาแตหอลอกามาหาไดใหภริยา โลโภพาใหบาใจ ไมจำคำพระเจา เหไปเขาภาษาไสยถือดีมีขาไท ฉอแตไพรใสขื่อคา คดีที่มีคู คือไกหมูเจาสุภาใครเอาเขาปลามา ใหสุภาก็วาดี
ที่แพแกชนะ ไมถือพระประเวณีขี้ฉอก็ไดดี ไลดาตีมีอาญา ที่ซื่อถือพระเจา วาโงเงาเตาปูปลาผูเฒาเหลาเมธา วาใบบาสาระยำ ภิกษุสมณะ เลาก็ละพระสธรรมคาถาวาลำนำ ไปเรรํ่าทำเฉโก ไมจำคำผูใหญ ศีรษะไมใจโยโสที่ดีมีอะโข ขาขอโมทนาไป พาราสาวะถี ใครไมมีปรานีใครดุดื้อถือแตใจ ที่ใครไดใสเอาพอ
ผูที่มีฝมือ ทำดุดื้อไมซื้อขอไลควาผาที่คอ อะไรลอก็เอาไปขาเฝาเหลาเสนา มิไดวาหมูขาไทถือนํ้ารํ่าเขาไป แตนํ้าใจไมนำพาหาไดใครหาเอา ไพรฟาเศราเปลาอุราผูที่มีอาญา ไลตีดาไมปราณีผีปามากระทำ มรณกรรมชาวบุรีนํ้าปาเขาธานี ก็ไมมีที่อาศัยขาเฝาเหลาเสนา หนีไปหาพาราไกลชีบาลาลี้ไป ไมมีใครในธานี
พระไชยสุริยาภูมี พาพระมเหสีมาที่ในลำสำเภาเขาปลาหาไปไมเบา นารีที่เยาวก็เอาไปในเภตราเถาแกชาวแมแซมา เสนีเสนาก็มาในลำสำเภาตีมาลอชอใบใสเสา วายุพยุเพลาสำเภาก็ใชใบไปเภตรามาในนํ้าไหล คํ่าเชาเปลาใจที่ในมหาวารีพสุธาอาศัยไมมี ราชานารีอยูที่พระแกลแลดู
ปลากะโหโลมาราหู เหราปลาทูมีอยูในนํ้าคลํ่าไปราชาวาเหวหฤทัย วายุพาคลาไคลมาในทะเลเอกาแลไปไมปะพสุธา เปลาใจนัยนาโพลเพลเวลาราตรีราชาวาแกเสนี ใครรูคดีวารีนี้เทาใดนาขาเฝาเลาแกราชา วาพระมหาวารีนี้ไซรใหญ โตไหลมาแตในคอโค แผไปใหญ โตมโหฬารลํ้านํ้าไหล
บาลีมิไดแกไข ขาพเจาเขาใจผูใหญ ผูเฒาเลามา วามีพญาสกุณา ใหญ โตมโหฬารกายาเทาเขาคีรี ชื่อวาพญาสำภาที ใครรูคดีวารีนี้โตเทาใด โยโสโผผาถาไป พอพระสุริใสจะใกลโพลเพลเวลา แลไปไมปะพสุธา ยอทอรอราชีวาก็จะประลัย
พอปลามาในนํ้าไหล สกุณาถาไปอาศัยที่ศีรษะปลาชะแงแลไปไกลตา จำของอปลาวาขอษมาอภัยวารีที่เราจะไป ใกลหรือวาไกลขาไหวจะขอมรคาปลาวาขาเจาเยาวภา มิไดไปมาอาศัยอยูตอธรณี สกุณาอาลัยชีวี ลาปลาจรลีสูที่ภูผาอาศัย ขาเฝาเลาแกภูวไนย พระเจาเขาใจฤทัยวาเหวเอกาจำไปในทะเลเวรา พายุใหญ มาเภตราก็เหเซไป
สมอก็เกาเสาใบ ทะลุปรุไปนํ้าไหลเขาลำสำเภา ผีนํ้าซํ้าไตใบเสา เจากรรมซํ้าเอาสำเภาระยำควํ่าไป ราชาความืออรไท เอาผาสไบตอไวไมไกลกายา เถาแกชาวแมเสนา นํ้าเขาหูตาจระเขเหราคราไป ราชานารีรํ่าไร มีกรรมจำใจจำไปพอปะพสุธา มีไมไทรใหญ ใบหนา เขาไปไสยาเวลาพอคํ่ารำไร
กาพยพระไชยสุริยา (กาพยสุรางคนางค๒๘)ขึ้นใหมในกน ก กา ว าปน ระคนกันไปเอ็นดูภูธร มานอนในไพร มณฑลตนไทร แทนไพชยนตสถานสวนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยูงานเฝาอยูดูแล เหมือนแตกอนกาล ใหพระภูบาล สำราญวิญญาวันนั้นจันทร มีดารากร เปนบริวารเห็นสิ้นดินฟา ในปาทาธาร มาลีคลี่บาน ใบกานอรชรเย็นฉํ่านํ้าฟา ชื่นชะผกา วายุพาขจรสารพันจันทรอิน รื่นกลิ่นเกสร แตนตอคลอรอน วาวอนเวียนระวันจันทราคลาเคลื่อน กระเวนไพรไกเถื่อน เตือนเพื่อนขานขันปูเจาเขาเขิน กูเกริ่นหากัน สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหวพระฟนตื่นนอน ไกลพระนคร สะทอนถอนทัยเชาตรูสุริยัน ขึ้นพนเมรุไกร มีกรรมจำไป ในปาอารัญ
ขึ้นกงจงจำสำคัญ ทั้งกนปนกันรำพันมิ่งไมในดง ไกรกรางยางยูงสูงระหง ตลิงปลิงปริงประยงคคันทรงสงกลิ่นฝนฝาง มะมวงพวงพลองชองนาง หลนเกลื่อนเถื่อนทางกินพลางเดินพลางหวางเนิน เห็นกวางยางเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอยางนางเชิญพระแสงสำอางขางเคียง เขาสูงฝูงหงสลงเรียง เริงรองซองเสียงสำเนียงนาฟงวังเวง กลางไพรไกขันบรรเลง ฟงเสียงเพียงเพลงซอเจงจำเรียงเวียงวังกาพยพระไชยสุริยา (กาพยฉบัง ๑๖)
ยูงทองรองกะโตงโห งดัง เพียงฆองกลองระฆังแตรสังขกังสดาลขานเสียง กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคียงแอนเอี้ยงอีโกงโทงเทง คอนทองเสียงรองปองเปง เพลินฟงวังเวงอีเกงเริงรองลองเชิง ฝูงละมั่งฝงดินกินเพลิง ค างแข็งแรงเริงยืนเบิ่งบึ้งหนาตาโพลง ปาสูงยูงยางชางโขลง อึงคะนึงผึงโผงโยงกันเลนนํ้าคลํ่าไปกาพยพระไชยสุริยา (กาพยฉบัง ๑๖)
ขึ้นกกตกทุกขยาก แสนลำบากจากเวียงไชยมันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไมไดเปนแรง รอนรอนออนอัสดง พระสุริยงเย็นยอแสงชวงดังนํ้าครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร ลิงค างครางโครกครอก ฝูงจิ้งจอกออกเห าหอนชะนีวิเวกวอน นกหกรอนนอนรังเรียง ลูกนกยกปกปอง อาปากรองซองแซเสียงแมนกปกปกเคียง เลี้ยงลูกออนปอนอาหาร
ขึ้นกดบทอัศจรรย เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวงนกหกตกรังรวง สัตวทั้งปวงงวงงุนโงง แดนดินถิ่นมนุษย เสียงดังดุจพระเพลิงโพลงตึกกวานบานเรือนโรง โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน บานชองคลองเล็กใหญ บางตื่นไฟตกใจโจนปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกโลดโผนโดนกันเอง พิณพาทยระนาดฆอง ตะโพนกลองรองเปนเพลงระฆังดังวังเวง โหงงหงางเหงงเกงกางดัง
ขึ้นกบจบแมกด พระดาบสบูชากูณฑผาสุกรุกขมูล พูนสวัสดิ์สัตถาวร ระงับหลับเนตรนิ่ง เององคอิงพิงสิงขรเหมือนกับหลับสนิทนอน สังวรศีลอภิญญาณ บำเพ็งเล็งเห็นจบ พื้นพิภพจบจักรวาลสวรรคชั้นวิมาน ทานเห็นแจงแหลงโลกา เขาฌานนานนับเดือน ไมเขยื้อนเคลื่อนกายาจำศีลกินวาตา เปนผาสุกทุกเดือนป วันนั้นครั้นดินไหว เกิดเหตุใหญ ในปฐพีเล็งดูรูคดี กาลกิณีสี่ประการ
ประกอบชอบเปนผิด กลับจริตผิดโบราณสามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตยธรรม ลูกศิษยคิดลางครู ลูกไมรูคุณพ อมันสอเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ าฟนคือตัณหา โลภลาภบาปบคิด โจทยจับผิดริษยาอุระพสุธา ปวนเปนบาฟาบดบัง บรรดาสามัญสัตย เกิดวิบัติปตติปาปงไตรยุคทุกขตรัง สังวัจฉระอวสาน
ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย เอ็นดูภูบาลผูผานพาราสาวะถี ซื่อตรงหลงเลหเสนี กลอกกลับอัปรียบุรีจึงลมจมไป ประโยชนจะโปรดภูวไนย นิ่งนั่งตั้งใจเลื่อมใสสำเร็จเมตตาเปลงเสียงเพียงพิณอินทรา บอกขอมรณาคงมาวันหนึ่งถึงตนเบียนเบียดเสียดสอฉอฉล บาปกรรมนำตนไปทนทุกขนับกัปกัลปเมตตากรุณาสามัญ จะไดไปสวรรคเปนสุขทุกวันหรรษา
สมบัติสัตวมนุษยครุฑา กลอกกลับอัปราเทวาสมบัติชัชวาล สุขเกษมเปรมปรีดิ์วิมาน อิ่มหนำสำราญศฤงคารหอมลอมพรอมเพรียง กระจับปสีซอทอเสียง ขับรำจำเรียงสำเนียงนางฟานาฟง เดชะพระกุศลหนหลัง สิ่งใดใจหวัง ไดดังมุงมาตรปรารถนา จริงนะประสกสีกา สวดมนตภาวนาเบื้องนาจะไดไปสวรรค จบเทศนเสร็จคำรำพัน พระองคทรงธรรมดนดั้นเมฆาคลาไคล
ขึ้นเกยเลยกลาวทาวไทย ฟงธรรมนํ้าใจเลื่อมใสศรัทธากลาหาญ เห็นภัยในขันธสันดาน ตัดห วงบวงมารสำราญสำเร็จเมตตา สององคทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชฎารักษาศีลถือษี เชาคํ่าทำกิจพิธี กองกูณฑอัคคีเปนที่บูชาถาวร ปถพีเปนที่บรรจถรณ เอนองคลงนอนเหนือขอนเขนยเกยเศียร คํ่าเชาเอากราดกวาดเตียน เหนื่อยยากพากเพียรเรียนธรรมบำเพ็ญเครงครัน
สำเร็จเสร็จไดไปสวรรค เสวยสุขทุกวันนานนับกัปกัลปพุทธันดร กุมราการุญสุนทร ไวหวังสั่งสอนเด็กออนอันเยาวเลาเรียน ก ข ก กา วาเวียน หนูนอยค อยเพียรอานเขียนผสมกมเกย ระวังตัวกลัวครูหนูเอย ไมเรียวเจียวเหวยกูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว เหันหวดปวดแสบแปลบเสียว หยิกซํ้าซํ้าเขียวอยาเที่ยวเลนหลงจงจำ บอกไวใหทราบบาปกรรม เรียงเรียบเทียบทำแนะนำใหเจาเอาบุญ เดชะพระมหาการุญ ใครเห็นเปนคุณแบงบุญใหเราเจาเอยฯ
กาพยพระไชยสุริยาคุณคาของวรรณคดี
คุณคาดานเนื้อหา หมายถึง ใจความของเรื่องพิจารณาจากรายละเอียดที่ปรากฏอยูในเหตุการณตาง ๆของวรรณคดีเนื้อหาที่ดีจะตองอ านแลวประทับใจ การพิจารณาคุณคาดานเนื้อหา จะมุงไปพิจารณาองคประกอบของเนื้อหาว ามีคุณคาหรือเปนประโยชน มีขอคิด คติสอนใจอยางไร และมีองคความรูใดสอดแทรกอยูในวรรณคดีคุณคาดานเนื้อหา
เพราะเหตุใดผีปาจึงดลบันดาลใหนํ้าปาท วมเมืองสาวัตถีลองวิเคราะหคุณคาดานเนื้อหาคำถามที่ ๑เฉลย เพราะบานเมืองเสื่อมทราม ไรศีลธรรม เกิดจากการประพฤติชั่วของเหลาเสนาอำมาตยจากพฤติกรรมชั่วของเหล าเสนาอำมาตยนักเรียนไดขอคิดอะไรจากเหตุการณนี้
นักเรียนคิดว าเพราะเหตุใด พระไชยสุริยาจึงประสบเคราะหกรรมเชนเดียวกับเหลาเสนาอำมาตยลองวิเคราะหคุณคาดานเนื้อหาคำถามที่ ๒เฉลย เพราะพระไชยสุริยาแมเปนกษัตริยที่ดี แตก็ไมมีความเขมแข็งในการปกครองจากเหตุการณในเรื่อง หากนักเรียนเปนพระไชยสุริยานักเรียนจะปฏิบัติตนอย างไรในฐานะพระราชา
นักเรียนคิดว าตัวละครพระดาบส ทำในสิ่งที่ถูกตองหรือไม เพราะเหตุใดลองวิเคราะหคุณคาดานเนื้อหาคำถามที่ ๓เฉลย ทำถูกตอง เพราะชวยเทศนสั่งสอนคนใหทำความดีนักเรียนไดขอคิดอย างไร จากตัวละครพระดาบส
จากวรรณคดีกาพยพระไชยสุริยา มีความรูเกี่ยวกับวิชาภาษาไทยสำหรับเด็ก สอดแทรกอยูในทุกตอน คือเรื่องใดลองวิเคราะหคุณคาดานเนื้อหาคำถามที่ ๔เฉลย เรื่องมาตราตัวสะกดแมตางๆนักเรียนคิดวาวรรณคดีเรื่องนี้เปนนิทานที่เหมาะใหเด็กเรียนรูเรื่อง มาตราตัวสะกดหรือไม เพราะเหตุใด
กาพยพระไชยสุริยา ใหขอคิด คติธรรม สำหรับนำไปใชในการดำเนินชีวิต ๑. ขาราชการตองไมขมเหงประชาชน ๒. ตองไมหลงมัวเมาในอบายมุข ๓. สอนใหเห็นแก ประโยชนส วนรวม ไมเอาเปรียบผูอื่น ๔. สอนใหยึดมั่นในหลักธรรมคำสอน ๕. ใหความรูเรื่องมาตราตัวสะกด ๖. ใหขอคิดแก เด็กๆ ใหตั้งใจศึกษาเลาเรียนสรุปคุณคาดานเนื้อหา
สรุปคุณคาดานวรรณศิลปคุณคาดานวรรณศิลปหมายถึง ลักษณะดีเดนทางดานวิธีแตง การเลือกใชถอยคำ สำนวน คำสัมผัสที่ไพเราะ งดงาม หรือมีรสชาติเหมาะสมกับเนื้อเรื่องเปนอยางดีวรรณกรรมที่ใชวรรณศิลปชั้นสูงนั้นจะทำใหคนอ านไดรับผลในทาง อารมณความรูสึก
ยูงทองรองกะโตงโหงดัง เพียงฆองกลองระฆัง แตรสังขกังสดาลขานเสียง...ยูงทองรองกะโตงโหงดัง เพียงฆองกลองระฆัง แตรสังขกังสดาลขานเสียงคุณคาดานวรรณศิลป๑. การเลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อใหผูอานไดยินเสียงตามธรรมชาติ๒. การใชอุปมาโวหาร เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง โดยใชคำวา เพียง
๓. การเลนเสียง คือการเลนเสียงสัมผัส ซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษรขึ้นกงจงจำสำคัญ ทั้งกนปนกันรำพันมิ่งไมในดงไกรกรางยางยูงสูงระหง ตะลิงปลิงปริงประยงคคันทรงส งกลิ่นฝนฝาง คุณคาดานวรรณศิลปสัมผัสสระ ไดแกคำวา กง-จง, จำ-สำ, คน-ปน, ไม-ใน กราง-ยาง, ยูง-สูง, ลิง-ปริงสัมผัสอักษร ไดแกคำวา จง-จำ, มิ่ง-ไม, ไกร-กราง ยาง-ยูง, ปริง-ประยงค,ฝน-ฝาง
พสุธา ธรณี ดิน ปฐพี ภูมิ = แผนดินนารี สุดา เยาวมาลย อรไท = หญิงสาวมาลี ผกา = ดอกไมสกุณา วิหค สกุณี ปกษา ปกษี ทวิช = นกชล ชลาลัย สาคร สมุทร นทีธารา = นํ้าคุณคาดานวรรณศิลป๔. การใชคำไวพจนคือ การใชคำหลายคำในการแตงแตเปนคำที่สื่อความหมายเดียวกัน
คำถามระดมสมองบทประพันธนี้สื่อถึงความเชื่อของผูแต งอย างไรสะธุสะจะขอไหว พระศรีไตรสรณาพ อแมแลครูบา เทวดาในราศี
สรุปคุณคาดานสังคมคุณคาดานสังคม หมายถึง การพิจารณาเรื่องราวหรือเหตุการณตาง ๆ ที่ปรากฏอยูในสังคม เชนประเพณีความเชื่อ การดำเนินชีวิต และคานิยมสิ่งเหลานี้กวีนิยมแทรกไวในเรื่อง เพื่อเสริมเนื้อความใหมีความชัดเจนและสมจริงมากขึ้นนอกจากนี้ยังแสดงถึงความรอบรูของกวีอีกดวย
คำถามที่ ๑สรุปคุณคาดานสังคม จากบทประพันธขางตน ทำใหทราบว าผูแตงมีความเชื่อเรื่องใดสะธุสะจะขอไหว พระศรีไตรสรณาพอแมแลครูบา เทวดาในราศี
คำถามที่ ๓สรุปคุณคาดานสังคมจากบทประพันธขางตน ทำใหทราบว าในยุคสมัยก อนมีความเชื่อเรื่องใดไมจำคำพระเจา เหไปเขาภาษาไสยถือดีมีขาไท ฉอแตไพรใส ขื่อคา
คำถามที่ ๔สรุปคุณคาดานสังคมจากบทประพันธขางตน ทำใหทราบว าผูหญิงมีบทบาทอยางไรในครอบครัวส วนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยูงานเฝาอยูดูแล เหมือนแตก อนกาล ใหพระภูบาล สำราญวิญญา
คำถามที่ ๖สรุปคุณคาดานสังคมจากบทประพันธขางตน สะทอนใหเห็นว าครูมีบทบาทอยางไรตอนักเรียนระวังตัวกลัวครูหนูเอ ย ไมเรียวเจียวเหวยกูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว