ประวัตศิ าสตรไ ทย
วชิ าประวตั ิศาสตร
กลมุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1
เรียบเรยี งโดย อจั ฉรยิ ะ บญุ ชวย
บทนาํ
ประวัตศิ าสตรเ ปนส่ิงทีน่ าสนใจ นา ศกึ ษาคนควา
เปน สง่ิ ทบี่ อกเลาเรอ่ื งราวตา ง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ในอดีต วาเกดิ
เหตุการณใ ดบาง ซึ่งขอ มูลทีน่ ําเสนอนเ้ี ปน เรอื่ งราวเกีย่ วกับ
ประวัติศาสตรไ ทย ประเทศไทยเปน ดนิ แดนท่ีมปี ระวัตศิ าสตร
ความเปน มายาวนานหลายรอ ยป
วชิ าประวัตศิ าสตร
หมายถงึ การศึกษาพฤตกิ รรมของคนบางกลุม ในอดตี ทสี่ ง ผล
กระทบตอคนสวนใหญ โดยอาศยั หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร และ
วธิ ีการทางประวัติศาสตรในการคน ควาสืบสวน
บิดาวชิ าประวตั ศิ าสตรโลก
ชือ่ วา เฮอรอโดทัส เปนชาวกรกี ผูท ี่บันทกึ เหตกุ ารณ
สงครามระหวางกรีก-เปอรเ ซยี
(ประมาณ 484-425 ปกอนคริสตกาล)
บิดาวชิ าประวัตศิ าสตรตะวนั ออก
ชือ่ วา ซอื หมา เชียน เปนชาวจนี ในสมยั ราชวงศฮัน่
ผเู ขยี นสารานกุ รมประวัตศิ าสตร
3,000 ปของชาวจนี ช่อื วา สื่อจ้ี
(ประมาณ 140-87 ปกอ นคริสตกาล)
บดิ าวิชาประวัติศาสตรไ ทย
ชื่อวา กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพ ทา นทรงอทุ ศิ เวลา
สว นพระองคเ พ่ือทรงพระนิพนธต ําราดา นประวัติศาสตร
และโบราณคดอี นั เปน มรดกทางปญญาของชาวไทย
มาจนถงึ ทกุ วนั น้ี (พ.ศ.2405-2486)
การเทียบศักราช
ศักราชที่เก่ยี วของกับประวัติศาสตรไ ทย
-พุทธศักราช (พ.ศ.) ใชเทียบกบั ศักราชอืน่ ๆ เรม่ิ นับ พ.ศ. 1 เมื่อพระพุทธเจา
ปรินิพพานครบรอบ 1 ป
-มหาศกั ราช (ม.ศ.) ใชใ นสมยั สุโขทัย ไดรับอทิ ธิพลมาจากขอม
-จุลศักราช (จ.ศ.) ใชในสมัยอยธุ ยา จนถึงรชั กาลท่ี 5 ไดร บั อทิ ธิพล
มาจากพมา
-รตั นโกสินทรศก (ร.ศ.) เร่ิมใชในรัชกาลที่ 5 โดยเร่ิมนับ ร.ศ. 1
เม่ือสถาปนากรงุ เทพมหานครเปนราชธานี
ศกั ราชท่พี บในประวัตศิ าสตรส ากล
-ครสิ ตศักราช (ค.ศ.) หรอื A.D. เร่มิ นบั ค.ศ. 1 ตงั้ แตพระเยซูประสตู ิ และ
ถากอ นคริสตศักราชใช B.C.
-ฮิจเราะหศกั ราช (ฮ.ศ.) เริม่ นบั ฮ.ศ. 1 ตง้ั แตน บมี ฮู ัมหมดั อพยพจาก
เมอื งเมกกะไปเมืองเมดนิ า
การเทยี บศักราช
ใหเ ทยี บกับ พทุ ธศักราช (พ.ศ.) เพราะเกา แกทีส่ ดุ
สูตร พ.ศ. =ค.ศ. + 543 = ม.ศ. + 621= ฮ.ศ. + 1122 = จ.ศ. + 1181 =
ร.ศ. + 2324
วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร
คือขน้ั ตอนของการไดม าซ่ึงขอ มูลทางประวัตศิ าสตรที่มีความ
นา เช่ือถือ มี 5 ขัน้ ตอน ไดแก
1.กาํ หนดคาํ ถาม
ตอ งการศกึ ษาเรือ่ งออะไร สมยั ไหน ศึกษาเพื่ออะไร
2.รวบรวมหลักฐาน
คนควาขอ มูลตาง ๆ โดยขอมูลมี 2 ชนดิ คือ
2.1 ขอมลู ที่เปน ลายลักษณอ กั ษร เชน เอกสาร, ศิลาจารกึ
2.2 ขอ มลู ที่ไมเ ปนลายลกั ษณอักษร เชน คําบอกเลา ,วัตถุโบราณ
3.ประเมนิ หลักฐาน
หรอื เรียกวา การวพิ ากษ มี 2 ขัน้ ตอน คือ
3.1 การประเมนิ ภายนอก
ประเมนิ วาหลักฐานเปน ของจริงหรอื ปลอม
3.2 การประเมินภายใน
ประเมินวาหลกั ฐานนา เช่อื ถอื มากนอ ยแคไหน
4.ตคี วามหลักฐาน
แปลความหมายจากหลักฐานโดยไมมีอคติ เพื่อตอบคาํ ถามท่สี งสยั
5.วเิ คราะหและสังเคราะหขอ มูล
เรียบเรียงขอมลู ท่ไี ดจ ากการตีความออกเปน หมวดหมูใหชัดเจน
และทาํ การหาความสมั พันธของขอ มลู เพือ่ สรางเปนความรูใหม
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ ทย
คอื รอ งรอยของอดตี บางอยา งทีห่ ลงเหลอื อยู ซ่ึงจะทาํ ใหเ รา
ทราบถึงเหตุการณท ีเ่ กดิ ขน้ึ ในอดตี ได
ประเภทของหลักฐาน
(แบงตามความสาํ คัญของหลกั ฐาน)
1.หลกั ฐานช้ันตน (ปฐมภมู ิ) หลกั ฐานที่เกิดข้นึ รวมสมัยกบั เหตกุ ารณ
เชน จารึกท่ีเกดิ จากคนที่อยูในเหตกุ ารณ, โบราณวัตถุทส่ี รางขึน้ ในชว ง
เวลาท่เี กิดเหตุการณ เชน ดาบ
2.หลกั ฐานชั้นรอง (ทุติยภูม)ิ หลักฐานท่เี กิดขึน้ ภายหลงั เหตกุ ารณ
เชน หนงั สือเรียน, วรรณกรรม, งานวจิ ัย,บทประพันธ
ประเภทของหลกั ฐาน
(แบง ตามลักษณะของหลักฐาน)
1.หลกั ฐานทีไ่ มเปนลายลักษณอ กั ษร แบงเปน 2 ชนดิ คอื
โบราณวตั ถุ เคล่ือนยายได เชน เคร่ืองปน ดินเผา, โครงกระดกู , อาวธุ
โบราณสถาน เคลอ่ื นยา ยไมได เชน วัด, วัง, ถ้าํ , ศิลาจารกึ , เจดีย
2.หลักฐานทีเ่ ปน ลายลกั ษณอ กั ษร
มหี ลายประเภท ไดแก จารึก ตาํ นาน พงศาวดาร จดหมายเหตุ เอกสาร
วรรณกรรม กฎหมาย
ยุคสมยั ของประวัติศาสตรไทย
1.สมยั กอนประวัติศาสตร
ยคุ หนิ เกา (500,000-10,000 ปท ่แี ลว)
อาศยั ในถา้ํ และยายถ่ินฐานตามแหลง อาหาร
มนษุ ยล าสตั ว และหาของปาเปน หลกั
มีการใชหินกะเทาะหยาบ ๆ มาทําเปนเครือ่ งมือ
ยคุ หินใหม (10,000-3,000 ปท่ีแลว )
อาศัยเปน หลกั แหลงอยตู ามรมิ นาํ้
เรมิ่ มีการเพาะปลกู เลี้ยงสัตว
ทําเครอื่ งปนดนิ เผา เคร่อื งมอื ประณตี มากขึน้
ยุคโลหะ (3,000-1,500 ปท่แี ลว)
มกี ารพฒั นาทอี่ ยูอาศยั ใหดีข้นึ เชน การสรา งบาน
ใตถ ุนสูง ใชเครอื่ งมือในการทาํ การเกษตรมากขึ้น
รจู ักการถลุง, หลอ , และขน้ึ รูปโลหะทาํ เปน ภาชนะ
เครือ่ งประดบั มีการทอผา นุง หมผา
2.สมัยประวัตศิ าสตร
ตง้ั แตช วงเวลาท่ีมนุษยใ ชตวั อกั ษรในการบนั ทกึ เรอ่ื ง
ราวตาง ๆ เรม่ิ ป พ.ศ.1180 สมัยสโุ ขทยั พบจารกึ สาํ คญั
ท่ปี ราสาทเขานอย อ.อรัญประเทศ จ.สระแกว
บันทกึ ดวยอกั ษรปลลวะ
อาณาจักรโบราณในไทย
1.ยคุ กอนประวัตศิ าสตร
1.1 แหลง โบราณคดีบา นเชียง (2,500 ปกอนพุทธศกั ราช) อยูท่ี
อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เปน แหลง อารยธรรมเครื่องปน ดนิ เผา เคร่อื งสํารดิ
มากมาย ขนึ้ ทะเบียนมรดกโลกป พ.ศ.2535
1.2 แหลงโบราณบานเกา (2,000 ปก อนพทุ ธศักราช) อยูที่ อ.เมอื ง
จ.กาญจนบรุ ี มีการขดุ คนพบโครงกระดูกมนุษยย ุคหินใหม เครื่องมือเครื่องใช
เครอื่ งประดบั สมยั กอนประวัตศิ าสตร
2.ยุคประวตั ิศาสตร
อาณาจกั รตา ง ๆ มกี ารพัฒนามาจาก ชมุ ชน เมือง แควน อาณาจักร
ที่สาํ คัญมดี งั นี้
ทวารวดี (พ.ศ.500-1500) ต้งั อยบู ริเวณภาคกลาง พบธรรมจักร ใบเสมา
ฟูนนั (พ.ศ.600-1100) ต้งั อยูบริเวณลมุ นา้ํ โขงและแมน้ําเจา พระยา
หรภิ ุญชัย (พ.ศ.1200-1800) พระนางจามเทวเี ปนปฐมกษตั รยิ
ละโว (พ.ศ.1200-1500) ตงั้ อยูบรเิ วณ จ.ลพบุรี นบั ถอื ศาสนาพราหมณ-ฮินดู
ศรวี ิชัย (พ.ศ.1200-1700) ต้ังอยูบ ริเวณคาบสมุทรมลายูและชอ งแคบมะละกา
โยนกเชยี งแสน (พ.ศ.1200-1700) ตง้ั อยูบรเิ วณภาคเหนอื จ.เชียงราย
ตามพรลิงค (พ.ศ.1300-1500) ตงั้ อยบู ริเวณคาบสมทุ รมลายู
ลานนา (พ.ศ.1800-2100) ตง้ั อยูบรเิ วณตอนเหนือของไทยและพมา
อาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสโุ ขทัย (พ.ศ.1792-1981)
ทีต่ ้งั บรเิ วณทีร่ าบลุม แมนํา้ ยม ตงั้ แตยคุ เหล็กตอนปลาย
กษัตริยพระองคแรก สโุ ขทัยเดมิ เปนเมอื งขึน้ ของละโว
ปกครองโดยขอมสบาดโขลญลําพง ราวป พ.ศ.1792
พอขุนบางกลางหาว และพอขุนผาเมือง รวมกนั ยึดอาํ นาจ
จากละโว และสถาปนาเอกราช พอขนุ บางกลางหาวขน้ึ
ครองราชยเ ปน ปฐมกษัตรยิ พ ระนามวาพอขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย
ระบบการปกครอง ระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย
ระยะแรก ปกครองแบบพอปกครองลูก เมื่อประชาชนมเี ร่อื ง
เดือดรอนก็ใหส น่ั กระดิ่งรอ งเรยี นทห่ี นาประตพู ระราชวัง
ระยะตอ มาสมัยพระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ท) ปกครองแบบ
ธรรมราชา คอื กษัตรยิ ต องมหี ลกั ธรรมดว ย
ทรงพระราชนิพนธ ไตรภมู ิพระรวง (วรรณกรรมทางศาสนา
เลม แรก เกยี่ วกบั นรก สวรรคและการเวียนวา ยตายเกดิ )
การวางผังเมอื ง มหี วั เมอื ง 4 ชัน้ (ราชธาน,ี หัวเมืองชน้ั ใน,
หวั เมอื งช้ันนอก, เมอื งประเทศราช)
ระบบเศรษฐกจิ ระบบการคาเสรี มตี ลาดขายสินคาเรยี กวา
ตลาดปสาน มกี ารสง ออกเครือ่ งสงั คโลก
ศาสนา มคี วามเชื่อเร่ืองวญิ ญาณ ไสยศาสตร พราหมณ-
ฮินดู และพทุ ธศาสนา
รปู แบบศิลปะ
-พระพุทธรปู ออนชอ ยและงดงามมากท่สี ดุ พระเกศ
มรี ศั มเี ปนเปลว (4 อริ ยิ าบถ คอื น่งั , นอน, ยนื , เดนิ )
-เจดยี มี 2 รูปทรง คอื
ทรงระฆังคว่ํา(ศรลี ังกา)
ทรงดอกบวั ตมู (พุมขา วบณิ ฑ)
ตัวอักษรไทย(ลายสือไทย)
ประดษิ ฐโดยพอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช เมือ่
พ.ศ.1826
อักษรไทยน้ี ไดร ับการสบื ทอดตอ มาในสมยั อยุธยา
จนถงึ ปจ จบุ ัน
กษตั รยิ อ งคสุดทา ย
สุโขทยั มีกษตั รยิ 9 พระองค มพี ระมหาธรรม
ราชาท่ี 4 (บรมปาล) เปน ผูป กครองสุโขทัยพระองค
สดุ ทา ย
อาณาจักรอยธุ ยา
อาณาจักรอยุธยา (พ.ศ.1893-2310)
ท่ีตั้ง เปนเกาะมแี มนํ้าลอมรอบ ไดแ ก แมน้ําปา สกั
แมน ้าํ เจา พระยา แมนา้ํ ลพบรุ ี สภาพเปนเกาะเกดิ จาก
พระเจา อทู องทรงดาํ รใิ หข ดุ คเู ช่ือมแมนํ้าท้ังสามสายเพื่อ
เปนการปอ งกนั ขาศกึ ทตี่ งั้ อยไู มไกลอาวไทยมากนกั
ทาํ ใหเปนศูนยกลางการคา กับตา งชาติท่ดี ี
กษัตรยิ พระองคแ รก พระเจาอูทองและเจา หญิงแควน
สุพรรณภูมอิ ภเิ ษกสมรสกันทง้ั สองแคว นจงึ รวมกนั ตอมา
ราชธานีเดมิ เกดิ โรคระบาดพระเจา อทู องจงึ ทรงยา ย
ราชธานีลงมายงั ลมุ นา้ํ บนเกาะทลี่ อมรอบดว ยแมน้าํ
สถาปนาอาณาจักรใหมช ่ือ กรงุ เทพทวารวดีศรอี ยุธยา
ตอมาเรียกวา กรุงศรอี ยุธยาและปราบดาภเิ ษกตนเองขึ้น
เปน ปฐมกษัตริยท รงพระนามวา สมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ 1
ระบบการปกครอง ระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราชย
กษตั รยิ ม ีฐานะเปน เทวราชา (สมมตเิ ทพ) แตก ารใช
อาํ นาจจะเปน ไปตามหลัก ธรรมราชา กษัตริยตองยึด
หลักทศพิธราชธรรมและจกั รวรรดวิ ตั ร12
การวางผงั เมือง ภายในราชธานี (กระจายอาํ นาจเปน 4
กรม เรยี กวา จตสุ ดมภ(ประกอบดว ย กรมเวยี ง กรมวงั
กรมคลงั กรมนา) ภายนอกราชธานี (ประกอบดว ยเมอื ง
หนาดาน เมอื งช้ันใน เมืองช้นั นอก เมืองประเทศราช)
ระบบเศรษฐกิจ อยุธยาเปน อาณาจักรทม่ี คี วามอุดม
สมบรู ณ ประชาชนทาํ การเกษตรเพื่อบริโภค
สว นท่เี หลอื จงึ นาํ ไปขาย สินคา หลกั ของอยุธยาคอื ขา ว
เกลอื ของปา ปลาแหง หนังสตั ว และเหลา โรง รายไดของ
อยธุ ยาทีส่ าํ คัญ มีดังนี้ รายไดจากการเกบ็ คา ธรรมเนียม
ราษฎร (จงั กอบ อากร สว ย ฤชา) รายไดจากพระคลงั
สนิ คา (พระคลงั สนิ คาผูกขาดซ้ือจากประชาชนและขายให
ตา งชาติ)
ศาสนา พทุ ธศาสนาเปนแบบลงั กาวงศ
กษตั ริยทกุ พระองคเปน พทุ ธมามกะ สมยั สมเด็จพระ
รามาธบิ ดที ่ี 1 ทรงสรา ง วดั พุทไธสวรรย เปน อารามแหง
แรกของอยธุ ยา
รปู แบบศิลปะพระพุทธรูปไดร ับอทิ ธิพลจากศิลปะ
อทู อง+สุโขทยั เรยี กวา พระพุทธรปู อูท อง(ทรงเคร่อื ง
กษัตริย) เจดยี เปนทรงยอ มมุ ไมส ิบสองและวัดนิยมสราง
พระปรางค( อิทธพิ ลจากขอม)ก
กษัตริยองคสดุ ทาย อยธุ ยามกี ษตั ริย35 พระองค จาก 5
ราชวงศ มพี ระเจา เอกทัศ เปน พระมหากษัตริยพ ระองค
สดุ ทา ย
อาณาจักรธนบรุ ี
อาณาจกั รธนบุรี (พ.ศ.2310-2325)
ท่ีต้ัง หลงั จากอยุธยาลม สลายจากการเขา ตขี องกองทพั
พมา ในเวลาตอมา พระเจา ตากสนิ ไดปราบดาภเิ ษกขนึ้
เปน พระมหากษัตรยิ และทรงยา ยเมอื งหลวงไปฝง ตะวนั
ตกของแมนาํ้ เจาพระยา (คอื ฝงธนของกรงุ เทพมหานคร
ปจจุบนั )
กษตั รยิ มีกษตั รยิ ปกครองพระองคเดียวคือ
สมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราช (สมเดจ็ พระบรมราชาท่ี 4 )
สมเด็จพระเจาตากสนิ เสด็จสวรรคต พ.ศ.2325 ส้นิ สุด
กรุงธนบรุ ี
ระบบการปกครอง เหมือนกรุงศรอี ยุธยาตอนปลาย
เหตุการณกอบกูเอกราชระหวา งสงครามสียกรงุ ศรอี ยุธยา
ครั้งที่2 พระยาตาก ไดนําทพั เขาตเี มอื งจันทบุรีและตราด
และรวบรวมกําลังพลไดร าว 5,000 คน มีจนั ทบรุ เี ปน ฐาน
ท่มี ่ัน ตอ มานาํ กาํ ลังเขา ตเี มืองธนบุรีและอยุธยาคืนจาก
พมาสําเร็จ จึงสถาปนาตนเองขี้นเปน ปฐมกษัตริย
อาณาจักรรตั นโกสนิ ทร
อาณาจักรรัตนโกสนิ ทร (พ.ศ.2325-ปจจบุ นั )
ทตี่ ้งั พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช
โปรดเกลาใหส รา งกรงุ รัตนโกสินทร ข้ึนทางฝง ตะวนั อก
ของแมน าํ้ เจา พระยาเปนราชธานีแหงใหมเนอื่ งจากเหน็
วาชัยภูมิทด่ี กี วา สามารถปอ งกนั ขาศึกมารกุ รานไดด ี
เพราะมีลาํ นาํ้ เปน ขอบเขตกวา คร่ึง โดยสบื ทอด
สถาปตยกรรมมาจากวังหลวงของกร'ุ ศรีอยธุ ยา
รัตนโกสนิ ทรต อนตน (รชั กาลท่ี 1-3)
รัชกาลท่ี 1 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟาจฬุ าโลก
มหาราช สมเด็จเจาพระยามหากษตั รยิ ศกึ เสด็จกลบั
จากกมั พชู ามาทีก่ รงุ ธนบุรีเพ่ือปราบกบฏ
ทราบวาสมเดจ็ พระเจา ตากสนิ ทรงมพี ระสตวิ ปิ ลาสจงึ
ใหน าํ ไปสําเรจ็ โทษจากนนั้ จึงไดปราบดาภิเษกเปน ปฐม
กษตั รยิ แหง ราชวงศจ กั รี ทรงมีพระปรชี าสามารถใน
การรบมาก
รชั กาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลานภาลยั
ร. 2 ทรงพระราชนิพนธง านประพนั ธไวหลายเรื่อง
เชน อิเหนา/กวเี อกในสมยั น้คี ือ สนุ ทรภู/อิน-จัน
แฝดสยามคูแรกของโลกถือกําเนิดขึ้นในสมัยนี้
รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลาเจา อยหู ัว
ทรงมีพระปรชี าดา นการคาตา งประเทศ ไดร บั การ
ขนานนามวา เจาสัว ศิลปะสว นใหญเปนแบบ ไทย-จนี
/ไทยทาํ สนธิสัญญาเบอรนกี บั อังกฤษ
รัตนโกสินทรย คุ เผชิญหนาชาตติ ะวนั ตก
รชั กาลที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยหู วั
องั กฤษสง เซอร จอหน เบาวรงิ มาขอแกส ญั ญาเบอรน ี
เกิด สนธสิ ัญญาเบาวร ิง/ปรบั ปรงุ ธรรมเนยี มตา ง ๆ
ใหท นั สมยั /จา งแหมม แอนนา สอนภาษาองั กฤษในวัง
รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยูห วั
ยกเลิกธรรมเนียมโบราณ เชน การไวผมทรงมหาดไทย
การหมอบคลานเวลาเขา เฝา/กําเนิดโรงเรยี นตาง
ๆ/มีการปรบั ปรงุ ประเทศคร้ังใหญ/ การเลกิ ทาส/การ
เสียดินแดน
รัชกาลท่ี 6 พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั
ไดร วมหลายมณฑลเขาดว ยกนั เรยี กวา ภาค และ
เปลี่ยนชื่อเรยี กเมอื ง เปน จงั หวดั /เมอื งจําลอง
ดุสิตธาน/ี พ.ร.บ.ประถมศึกษา/พ.ร.บ.นามสกลุ /
สงครามโลกคร้ังท่ี 1นื้อหาเล็กนอ ย
รัตนโกสินทรย คุ เปลย่ี นแปลงการปกครอง
รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจา อยูห ัว
สงครามโลกครง้ั ท่ี 1ทาํ ใหเกิดขาวยากหมากแพง/
สนธิสญั ญาอินโดจนี /ทรงโปรดใหส รา งหนงั สือพระ
ไตรปฎก ฉบบั สยามรัฐ 45 เลม/การเปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง พ.ศ.2475
รัตนโกสนิ ทรยคุ หลงั การเปลีย่ นแปลงการปกครอง
รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอา
นันทมหดิ ล ตอ มา ร.7 ทรงสละราชสมบัติ พระบาท
สมเดจ็ พระเจาอยูหวั อานันทมหิดลเสด็จขนึ้ ครอง
ราชยเปน ร.8 (พระชนมายุ 9 พรรษา 5 เดือน) ได
แตง ตั้งคณะผูส ําเร็จราชการแทนพระองค/จอมพล ป.
พบิ ูลสงคราม เปน นายกรฐั มนตร(ี สมัยท่ี 1)/สงคราม
อินโดจนี /สงครามโลกครั้งท่ี 2
รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพล
อดลุ ยเดช ร.8 สวรรคต เจาฟา ภมู พิ ลอดุลยเดช
เสดจ็ ข้นึ ครองราชยเปน ร.9 แหง ราชวงศจ ักร/ี
จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม เปน นายกรฐั มนตร(ี สมยั ท่ี
2)/หลวงพอ คูณ มรณภาพ/สมเด็จพระสังฆราช องค
ที่ 19 แหง กรงุ รตั นโกสนิ ทรสิ้นพระชนม/พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
เสด็จสวรรคต สริ พิ ระชนมพรรษาปท ่ี 89 ทรงครอง
ราชยสมบัติ 70 ป มีผลเอกเปรม ติณณสูลานนท
เปนผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค/ พระบาทสมเด็จ
พระเจา อยหู วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู
เสดจ็ ข้นึ ครองราชยเปน ร.10 แหงกรงุ รัตนโกสินทร
อางองิ
วฒั น สุทธิศิรมิ งคล และวนิดา มศี ร.ี สรปุ สังคม มธั ยมปลาย.
กรุงเทพฯ : กรนี ไลฟ พร้นิ ทต งิ้ เฮา ส, 2562