EARTH SCIENCE&ASTRONOMY
AIR
U N I T 1 อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง อ า ก า ศ
BY. KRUKIMMEYKODCOOL
KRUKIMMEYKODCOOL
อากาศแตล่ ะบรเิ วณเทา่ กนั ไหม เอย่ ?
องคประกอบของอากาศ
บรรยากาศ คอื …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. และ
ความหนาแนน่ จะคอ่ ย ๆ ลดลงเมื่อ……………………………………………………………………………จากพนื้ ผิวโลกขึ้นไป
ในอากาศประกอบดว้ ย…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
หมายเหต:ุ แก๊สอ่นื ๆ เชน่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างอิงหลักสูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรีวิพัฒน์ 1
KRUKIMMEYKODCOOL
ขอ้ สังเกต !!! อากาศ จัดเปน็ ของผสมท่ีมีลักษณะเปน็ เนอื้ เดียว ประกอบดว้ ยแกส๊ ชนิดตา่ งๆ และไอนา้
โดยสว่ นผสมของอากาศในทตี่ า่ งๆ จะแตกต่างกัน โดยอากาศมีสมบัตทิ สี่ า้ คญั ดังน้ี
1. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
องคป์ ระกอบของอากาศทสี่ ้าคัญ
แก๊สออกซเิ จน มคี วามสา้ คัญต่อกระบวนการหายใจ
ของสิ่งมีชีวติ เมอ่ื ส่ิงมชี วี ิตหายใจเอาแกส๊ ออกซเิ จนเข้าไปจะเกิดกระบวนการเมแทบอลิซึม
ภายในเซลลไ์ ด้พลังงานออกมาซ่งึ พลังงานทไ่ี ดด้ ังกล่าวจะถกู น้าไปใช้ในกจิ กรรมตา่ งๆ
แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลกั สูตร อจท.) ผูส้ อน กรกนก ศรีวิพฒั น์ 2
KRUKIMMEYKODCOOL
ข้อควรรู้ แกส๊ ไนโตรเจน
โดยการพน่ แกส๊ ไนโตรเจนเข้าไปแทนที่อากาศภายในภาชนะท่ีบรรจุอาหาร
เพ่อื ไล่ออกซเิ จนในภาชนะบรรจอุ าหาร เช่น น้าผลไม้ อาหารทีม่ ีไขมันสูง
แก๊สไนโตรเจนเปน็ แก๊สที่นิยมใช้ในการถนอมอาหารมากเนือ่ งจากมสี มบัติ ดังน้ี
• แก๊สทไี่ มเ่ ปนอันตราย จงึ สามารถใช้กับผลติ ภัณฑ์ประเภทอาหารได้
• แก๊สทไี่ มเ่ กดิ การระเบดิ ปลอดภยั ต่อสิ่งแวดลอม
• ช่วยยดื อายกุ ารเกบ็ รกั ษาผลิตภัณฑ์อาหาร เชน มนั ฝร่งั ทอด ขนมขบเค้ยี ว
ไดน้ านยง่ิ ขนึ้
โอโซน พบโดยท่ัวไปในบรรยากาศตงั้ แตระดบั พืน้ ผวิ จนถงึ ชัน้ สตราโทสเฟียร์โอโซน
ทา้ หน้าท…ี่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….ให้รังสีทะลุผา่ นบรรยากาศมายัง
พ้นื ผวิ โลกได้เลก็ นอย โอโซนมคี วามสา้ คัญตอการดา้ รงชวี ิตของส่ิงมชี ีวิต หากปราศจากโอโซนรังสี
อลั ตราไวโอเลตจะผ่านเข้ามายงั โลกมากเกนิ ไป ซ่งึ ก่อให้เกิดอนั ตรายตอ่ สงิ่ มีชีวติ
ไอนา้
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผูส้ อน กรกนก ศรีวพิ ัฒน์ 3
KRUKIMMEYKODCOOL
ลองฝกึ กนั เถอะ!!!
1. นกั เรียนทราบหรอื ไม่ว่าในอากาศประกอบไปด้วยอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. อากาศประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบใดบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. องคป์ ระกอบใดบ้างของอากาศท่ีมคี วามส้าคัญต่อสง่ิ มชี ีวติ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.. องค์ประกอบอากาศคงทค่ี อื อะไร และประกอบด้วยอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
จงเลอื กคา้ ตอบทถ่ี กู ตอ้ ง
1. อากาศมีความส้าคญั ต่อพืชอยางไร
ก. พชื ใชแ้ กส๊ ไนโตรเจนสร้างอาหาร
ข. พชื ใช้แกส๊ ไฮโดรเจนช่วยเจอื จางแก๊สออกซเิ จนในอากาศให้เหมาะสม เพื่อใหพ้ ืชสามารถ
น้าไปใชไ้ ด้
ค. พืชใช้แกส๊ มเี ทนในการละลายแร่ธาตอุ าหาร เพ่ือใหร้ ากสามารถดดู อาหารไปเลย้ี งสว่ น
ต่างๆของล้าต้นได้
ง. พืชต้องการแก๊สออกซิเจนและแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดม์ าใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วย
แสง
จ. พชื ใชแ้ กส๊ อาร์กอนและออกซิเจนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เพ่อื ให้พืชเจริญเติบโต
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรีวพิ ฒั น์ 4
KRUKIMMEYKODCOOL
2. ในอากาศมปี ริมาณไอนา้ ผสมอยรู่ ้อยละเทา่ ใด
ก. 0-4
ข. 5-8
ค. 10-15
ง. 15-25
จ. 25-40
3. โอโซนพบได้ในชัน้ บรรยากาศใด
ก. ช้นั เมโซสเฟยร์
ข. ช้ันโทรโพสเพียร์
ค. ช้นั สตราโทสเฟยี ร์
ง. ช้นั เมโซสเฟยี ร์และช้ันโทรโพสเฟียร์
จ. ชนั้ สตราโทสเฟยี ร์และชนั้ โทรโพสเฟยี ร์
4. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเกีย่ วกบั โอโซน
ก. โอโซนมีสมบตั ิคล้ายไนโตรเจน
ข. โอโซนเป็นโมเลกุลทที่ประกอบดว้ ยออกซเิ จน 3 อะตอม
ค. โอโซนสามารถเกิดขึน้ ไดจ้ ากธรรมชาตแิ ละมนุษย์สรา้ งข้นึ
ง. โอโซนเป็นอากาศทบี่ รสิ ุทธ์ิ เมื่อสูดโอโซนเข้าไปจะช่วยให้รา่ งกายสดชื่น
จ. โอโซนในชั้นสตราโทสเฟยี ร์ หากมปี รมิ าณมากจะเปน็ อนั ตรายต่อสงิ่ มีชีวติ เช่น
ระบบทางเดนิ หายใจผดิ ปกติ
5. กาลอากาศ หมายถึงอะไร
ก. อากาศทั้งหมดท่ีห่อหุ้มโลกของเราไว้
ข. การเกดิ ลมพายเุ นื่องจากจากเปลี่ยนแปลงความกดดันของอากาศ
ค. เกณฑ์เฉล่ียของอากาศในท่ีแหง่ ใดแหง่ หนง่ึ ในชว่ งเวลาพอสมควร
ง. สภาวะของอากาศในทีแ่ หง่ ใดแหง่ หน่ึงในช่วงเวลาอันจา้ กัดซ่งึ ไม่ยาวนกั
6 .ข้อใดไม่ใช่ ประโยชนข์ องบรรยากาศทหี่ ุ้มหอ่ โลก
ก. ชว่ ยกน้ั รงั สคี ล่ืนส้ัน
ข. ช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต
ค .ดูดกลืนและทา้ ลายวตั ถทุ พี่ ุ่งเขา้ หาโลก
ง. ชว่ ยลดความรอ้ นให้แกบ่ รรยากาศบนโลก
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างอิงหลักสูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรีวิพัฒน์ 5
KRUKIMMEYKODCOOL
7..ช้นั บรรยากาศของโลกไม่ฟ้งุ กระจายออกไปสอู่ วกาศเน่อื งจากอะไร
ก.ชั้นโอโซนกัน้ ไว้
ข.เรือนกระจกก้นั ไว้
ค.แรงดงึ ดดู ของโลก
ง.แรงดึงดดู จากดวงอาทติ ย์
8.ส่วนประกอบของอากาศท่ีมีปรมิ าณมากท่ีสุด คืออะไร
ก.กา๊ ซอารก์ อน
ข.กา๊ ซออกซิเจน
ค.ก๊าซไนโตรเจน
ง.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
9.สว่ นประกอบของอากาศในข้อใดมสี ถานะเป็นของแขง็
ก.อารก์ อน
ข.ออกซิเขน
ค.ไฮโดรเจน
ง.ฝุ่นละออง
คะแนนทไี่ ด้
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลักสูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 6
KRUKIMMEYKODCOOL
เมื่อโมเลกุลออกซิเจน.ในช้ันบรรยากาศ ชนกับ รงั สีอตั ราไวโอเลต ท้าใหเ้ กดิ ออกซิเจนแตกตวั เป็น
อะตอมอิสระ ซง่ึ เม่ืออะตอมอสิ ระนี้เข้ารวมตวั กบั ออกซิเจน ท่ียังไม่แตกตวั ก็จะกลายเป็นโมเลกลุ ของ
โอโซน
โมเลกุลของโอโซนประกอบดว้ ย ……………………………………………………………………………………..
สถานะ ……………………………………………….. มสี ี……………………………………..
ในชั้นบรรยากาสจะพบโอโซนได้ 2บรเิ วณ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………….. 2………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลักสูตร อจท.) ผ้สู อน กรกนก ศรีวพิ ฒั น์ 7
KRUKIMMEYKODCOOL
ชน้ั สตราโทสเฟียร์ โอโซนทา้ หน้าที่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ถา้ หากรงั สีอลั ตราไวโอเลต เข้ามาในโลกเราในปรมิ าณมาก จะส่งผลตอ่ สิ่งมีชีวติ ได้แก่
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชั้นโทรโพสเฟียร์ ถ้าชน้ั นมี้ ปี รมิ าณมากเกินไปจะเป็นอันตรายตอ่ มนษุ ย์ สัตว์ และพชื โดยจะ
ท้าให้ระบบหายใจผดิ ปกติ เกิดการระคายเคอื งต่อเนอ้ื เยอื่ โดยเฉพาะเนอื้ เย่ือตา อกี ท้ังยงั ท้าให้
วตั ถุทท่ี ้าจากคอนกรตี โลหะ พลาสติก และไมเ้ กดิ การสกึ กร่อนได้
การสลายโอโซน
สามารถลสลายไดเ้ องโดยการรวมตวั กบั สารประกอบ ………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เพ่มิ เตมิ !!
ปัจจุบันการกระท้าของมนษุ ยม์ ผี ลต่อสมดุลการเกิดและการสลายโอโซน โดยการปลอ่ ย
สารประกอบจา้ พวกคลอรีนและโบรมีน เชน่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ซึง่ เปน็ สาเหตุ ทที่ า้ ใหโ้ อโซนมปี รมิ าณลดลง และเกดิ รโู หวโ่ อโซน
การสูญเสียโอโซนในชนั้ บรรยากาศ สง่ ผลกระทบตอ่ โดยตรงต่อสง่ิ มชี วี ิตบนโลก โดยเฉพาะอนั ตราย
จากการรบั รงั สีจากดวงอาทิตย์ ซึง่ เป็นตน้ เหตขุ องมะเรง็ ผวิ หนังและตอ้ กระจก
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผ้สู อน กรกนก ศรวี ิพฒั น์ 8
KRUKIMMEYKODCOOL
อากาศประกอบดว้ ยแก๊สตา่ งๆ และไอน้า โดยอากาศสามารถแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ
1 อากาศแหง้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2 อากาศชน้ื ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรปุ
องคป์ ระกอบอากาศทค่ี งท่ี
ชอ่ื องคป์ ระกอบสตู รเคมี
องคป์ ระกอบอากาศทเี่ ปลยี่ นแปลงได้
ชอ่ื องคป์ ระกอบสตู รเคมี
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี พิ ัฒน์ 9
KRUKIMMEYKODCOOL
โลกจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตยใ์ นลักษณะของ……………………………………………………………………………….. โดยการถ่ายโอน
ความรอ้ นท่ีเป็นพลังงานรปู แบบหน่ึง เรียกวา่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………
เม่อื รังสจี ากดวงอาทติ ยต์ กกระทบกบั บรรยากาศของโลก พลงั งานบางส่วนจะถูกดดู กลืนโดย
แก๊สในชั้นบรรยากาศ ในขณะเดยี วกนั รงั สีจากดวงอาทติ ย์ บางสว่ นสามารถสะท้อนกลบั ไปได้
เม่ือกระทบพน้ื ดิน พนื้ นา้ สว่ นที่เหลอื จะถกู ดดู กลนื พลังงานไว้ จากนนั้ จะคายพลงั งานกลบั สู่
อวกาศ และพลงั งานบางส่วนจะถกู สะท้อนกลับอกี ครงั้ โดยเมฆในช้ันบรรยากาศ
กระบวนการน้ี
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลักสูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรวี พิ ฒั น์ 10
KRUKIMMEYKODCOOL
ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ การรบั และคายพลงั งงาน
1. การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ลักษณะพน้ื ผวิ ที่แตกต่างกัน เช่น ทรี่ าบ ทวิ เขา หุบเขา มหาสมทุ ร ทะเลสาบ ปา่ ไม้ ทงุ่ หญ้า
โดยเรยี กอัตราสว่ นของปริมาณรงั สีสะทอ้ นจากพ้ืนผวิ ต่อปรมิ าณรังสที ั้งหมด วา่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลักสูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรวี ิพฒั น์ 11
KRUKIMMEYKODCOOL
3. ปรมิ าณละอองลอย ละอองลอยเป็นฝ่นุ ละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ ซง่ึ ฝนุ่ ละอองใน
อากาศสง่ ผลต่อการกระจาย การสะท้อน การดดู ซับรังสีจากดวงอาทติ ย์ บรเิ วณที่มีฝุ่นละออง
ปกคลุมหนาแนน่ จะไดร้ ับรงั สจี ากดวงอาทติ ย์น้อยทา้ ใหม้ ีอณุ หภูมิต้่า
4. ปรมิ าณเมฆ เมฆทป่ี กคลมุ ทอ้ งฟ้าจะชว่ ยให้พลังงานความร้อนจากดวงอาทติ ย์ลดลง
บรเิ วณที่มเี มฆมากจะมคี วามเขม้ ของรงั สีจากดวงอาทิตยน์ อ้ ย เนื่องจากละอองไอน้าในเมฆจะ
ดดู ซับความร้อนจากดวงอาทติ ย์ไว้
5. ปรมิ าณของแกส๊ เรอื นกระจก มอี ทิ ธิพลทา้ ใหอ้ ุณหภูมขิ องอากาศอบอนุ่ เรียกแกส๊ นี้ว่า
………………………………………………………………………………………………………………………………..
แก๊สที่มคี ุณสมบตั ิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
หากไม่มแี ก๊สเรือนกระจก
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรีวพิ ฒั น์ 12
KRUKIMMEYKODCOOL
6. สณั ฐานและแกนหมนุ ของโลก
-รงั สีตกกระทบตั้งฉากกับพ้ืนผิวโลก
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
- รังสีตกกระทบทา้ มุมเฉยี งกบั พ้นื ผิวโลก
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลกั สูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี ิพฒั น์ 13
KRUKIMMEYKODCOOL
7. ความแตกตา่ งระหวา่ งพน้ื ดนิ และพนื้ นา้
สรปุ
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลกั สูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรีวิพฒั น์ 14
KRUKIMMEYKODCOOL
8. ความโปรง่ ใสของบรรยากาศ เมฆซีรร์ สั มอี ทิ ธิพลน้อยกวา่ เมฆควิ มลู ัส ซ่ึง
เป็นเมฆกอ้ นทก่ี ระจายในทอ้ งฟา้ ทา้ ให้รงั สะทอ้ นกลบั สู่อวกาศไดม้ ากกวา่
9. ระยะหา่ งระหวา่ งโลกกบั ดวงอาทติ ย์ ถา้ ระยะห่างระหว่างโลกกบั ดวงอาทติ ย์
มาก โลกจะไดร้ บั พลังงานความรอ้ นน้อย
10. ลกั ษณะความสงู ตา้่ ของพน้ื ที่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
11. ความใกล-้ ไกลจากทะเลและมหาสมทุ ร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
12. ลมประจา้ ลมท้าหนา้ ท่ีพดั พาพลงั งานความรอ้ นจากบริเวณหนงึ่ ไปยงั อกี บรเิ วณ
หน่ึง ซง่ึ สง่ ผลตอ่ อุณหภมู ขิ องอากาศบริเวณต่างๆ บนพนื้ ผิวโลกโดยจะเป็นไปตาม
ลมประจา้ พัดผา่ น
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผ้สู อน กรกนก ศรีวพิ ัฒน์ 15
KRUKIMMEYKODCOOL
1. ใหนกั เรยี นจบั คกู นั แลวรวมกนั สบื คนเกี่ยวกบั อัตราสวนการสะทอนของพ้นื ผวิ ตาง ๆ เพื่อ
เตมิ ขอมลู ลงในตารางใหสมบูรณ
2. ขอใดไมใชปจจยั ทม่ี ีผลตอการรับและคายพลงั งานจากดวงอาทิตย
1. ละอองลอย
2. ปริมาณเมฆ
3. ลกั ษณะของพ้ืนผิว
4. การหมุนเวียนของนา้
5. ปริมาณแกสเรือนกระจก
3. การเพิ่มขึ้นของแกสเรอื นกระจกเปนสาเหตุทท่ี ้าใหอุณหภูมิของโลกสงู ขนึ้ ขอใดตอไปนีไมใชแกส
เรือนกระจก
1. แกสมเี ทน 2. แกสซีเอฟซี
3. แกสไนโตรเจน 4. แกสไนตรัสออกไซด
5. แกสคารบอนไดออกไซด
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี พิ ฒั น์ 16
KRUKIMMEYKODCOOL
4. ขอใดกลาวถกู ตองเก่ียวกับสัณฐานและแกนหมนุ ของโลกท่ีสงผลตอมมุ ตกกระทบของรังสจี าก
ดวงอาทติ ย
1. รงั สีตกกระทบตั้งฉากกบั พ้ืนผิวโลก จะมีความเขมของรงั สนี อย เน่ืองจากมพี น้ื ที่ทไ่ี ดรับรงั สีนอย
2. รงั สตี กกระทบตงั้ ฉากกบั พื้นผวิ โลก จะมีความเขมของรงั สีมาก เนอื่ งจากมีพื้นทที่ ไ่ี ดรบั รงั สีนอย
3. รงั สีตกกระทบท้ามมุ เฉยี งกับพ้นื ผิวโลก จะมคี วามเขมของรังสนี อย เน่ืองจากมีพ้นื ทท่ี ่ีไดรบั รังสีนอย
4. รงั สตี กกระทบท้ามมุ เฉยี งกับพืน้ ผวิ โลก จะมคี วามเขมของรงั สมี าก เนอื่ งจากมพี ้ืนท่ที ไ่ี ดรับรังสมี าก
5. รงั สีตกกระทบตัง้ ฉากกบั พ้ืนผวิ โลกและรังสีตกกระทบทา้ มมุ เฉียงกบั พ้นื ผวิ โลก จะมคี วามเขมของรงั สี
เทากันเนอ่ื งจากมีพนื้ ทที่ ี่ไดรบั รงั สเี ทากัน
5. เมฆชนิดใดมอี ทิ ธิพลใหรงั สจี ากดวงอาทิตยสะทอนกลบั สูอวกาศไดมากที่สุด
1. เมฆซรี รัส
2. เมฆซรี โรสเตรตสั
3. เมฆแอลโตควิ มูลสั
4. เมฆแอลโตสเตรตสั
5. เมฆสแตรโทคิวมลู ัส
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรีวิพฒั น์ 17
KRUKIMMEYKODCOOL
อณุ หภมู อิ ากาศ คอื คา่ ทบ่ี ง่ บอกระดบั ความรอ้ นลคั วามเยน็ ของอากาศ ดดยใชเ้ ครอ่ื งมือวดั อุณหภมู ทิ ่ี
เรยี กวา่ เทอรม์ อมเิ ตอร์
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรีวิพัฒน์ 18
KRUKIMMEYKODCOOL
การแบง่ เขตภมู อิ ากาศของโลก
เขตรอ้ น (tropical zone)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เขตอบอนุ่ (temperate zone)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เขตหนาว (frigid zone) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลักสูตร อจท.) ผูส้ อน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 19
7. เขตภมู อิ ากาศใดไดรบั พลงั งานจากดวงอาทิตยมากท่สี ดุ KRUKIMMEYKODCOOL
1. เขตรอน 2. เขตหนาว 3. เขตอบอุน
4. เขตข้ัวโลก 5. เขตทนุ ดรา
โลกมีกลไกในการปรับสมดลุ พลงั งานของธรรมชาติดวยการสะทอน ดดู กลนื และถายโอนพลงั งาน จาก
ดวงอาทติ ยท่สี งมายังโลก ท้าใหโลกมอี ุณหภมู เิ ฉล่ยี คงที่
=
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรีวิพฒั น์ 20
KRUKIMMEYKODCOOL
8. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับสมดลุ พลังงานของโลก
1. พลงั งานจากดวงอาทติ ยทีโ่ ลกไดรับจะมากกวาพลังงานท่โี ลกปลดปลอยกลับสูอวกาศ
2. พลงั งานจากดวงอาทติ ยทโี่ ลกไดรบั จะนอยกวาพลงั งานทโี่ ลกปลดปลอยกลบั สูอวกาศ
3. พลังงานจากดวงอาทติ ยเฉล่ียทโ่ี ลกไดรับจะเทากบั พลงั งานเฉลี่ยทโ่ี ลกปลดปลอยกลับสูอวกาศ
4. พลังงานจากดวงอาทิตยท่ีโลกไดรบั จากกระบวนการสะทอนจะมากกวาพลงั งานท่โี ลกปลดปลอยก
ลับสูอวกาศ
5. พลงั งานจากดวงอาทติ ยทโ่ี ลกไดรับจากกระบวนการดูดกลืนความรอนจะนอยกวาพลังงานทโี่ ลก
ปลดปลอยกลับสูอวกาศ
9. เพราะเหตใุ ดภาวะโลกรอนจงึ มผี ลใหเกิดการระบาดของเชอื้ โรค
เพิ่มมากขน้ึ
1. เช้อื โรคสามารถฟกตัวและเจริญเตบิ โตไดดีข้นึ
2. วงจรการฟกตวั ของพาหะเชื้อโรคมีระยะเวลาที่ยาวนานขนึ้
3. สัตวท่ีเปนพาหะของเชื้อโรคมีวงจรชีวติ ที่ยาวนานมากยิง่ ขนึ้
4. อากาศรอนจะท้าใหการติดตอของโรคเกดิ ไดงายและรวดเร็วขนึ้
5. อณุ หภมู ิอากาศสูงข้นึ ท้าใหภูมติ านทานของรางกายมนุษยตา่้ ลง
10. ขอใดคือสถานะของไอนา้ ในบรรยากาศ
1. แกส 2. ของแข็ง
3. พลาสมา 4. ของเหลว
5. กลายเปนไอ
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี พิ ฒั น์ 21
KRUKIMMEYKODCOOL
11. แกสชนิดใดไมกอใหเกดิ ปรากฏการณเรือนกระจก
1. ไอนา้ 2. แกสมีเทน
3. แกสโอโซน 4. แกสอารกอน
5. แกสคารบอนไดออกไซด
12. ขอใดกลาวถงึ บรรยากาศไดถูกตอง
1) อากาศที่สิ่งมีชีวิตใชหายใจ
2) อากาศท่อี ยูรอบๆ ตวั เรา
3) อากาศที่หอหมุ โลก
1. ขอ 1) 2. ขอ 2)
3. ขอ 1) และ 2) 4. ขอ 2) และ 3)
5. ขอ 1) 2) และ 3)
13.พิจารณาขอ้ ความวา่ ถกู หรือ ผิด
1. องคประกอบของอากาศสวนใหญประกอบดวยแกสออกซิเจน
2. อากาศทห่ี อหมุ โลกไวจะมีความหนาแนนมากบรเิ วณผวิ โลก
3. องคประกอบของอากาศมที ง้ั องคประกอบที่คงท่ีและองคประกอบที่เปลย่ี นแปลงได
4. ไฮโดรเจนถือเปนองคประกอบของอากาศทเ่ี ปลย่ี นแปลงได
5. รังสีดวงอาทติ ยทีผ่ านชนั้ บรรยากาศมาถงึ พนื้ โลกในแตละบริเวณจะเกิดกระบวนการสะทอน
ดูดกลืน และถายโอนพลังงาน
6. บริเวณแนวศูนยสตู รมีความเขมของรังสนี อยกวาบรเิ วณขว้ั โลก
7. รงั สีจากดวงอาทติ ยท่ตี กกระทบพน้ื ผิวโลกในมมุ ตง้ั ฉากจะมีความเขมของรังสีนอย
8. บริเวณตาง ๆ บนโลกจะไดรับพลังงานจากดวงอาทิตยเทากนั
9. ชวงเวลาบายอุณหภูมอิ ากาศจะมคี าสูงสุดในรอบวัน
10. พลงั งานจากดวงอาทติ ยท่โี ลกไดรับจะเทากับพลงั งานที่โลกปลดปลอยสอู วกาศ
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างอิงหลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี พิ ฒั น์ 22
KRUKIMMEYKODCOOL
ลม คอื ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลมเปน็ พลังงานที่ไดจ้ ากธรรมชาติ (นา้ มาใชป้ ระโยชน์ไดห้ ลายดา้ น โดยไมเ่ ป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม)
เช่น …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลมเกดิ จาก ??
เกดิ จากความแตกตา่ งของความกดอากาศ โดยอากาศร้อนจะมคี วามกดอากาศต้่า และมี
หนาแนน่ นอ้ ย อากาศรอ้ นจงึ ลอยตัวสงู ขน้ึ ส่วนอากาศเย็นมคี วามกดอากาศสงู และมีความหนาแนน่ มาก
จะเคลอื่ นท่เี ข้าไปแทนท่บี รเิ วณทีม่ อี ากาศร้อน
ลมแบง่ ออกเป็น 3 ประเภท
1. ลมประจา้ เวลา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ลมประจา้ ถิน่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ลมประจ้าฤดู …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างอิงหลกั สูตร อจท.) ผสู้ อน กรกนก ศรีวพิ ฒั น์ 23
KRUKIMMEYKODCOOL
ลมที่เกิดข้ึนแตล่ ะบริเวณและแต่ละเวลานั้น จะมคี วามเร็วและทิศทางแตกตา่ งกนั ในทางอตุ นุ ยิ มวิทยา
กา้ หนดให้มีการตรวจวัดลมที่ระดับผิวพน้ื และลมชั้นบน โดยตรวจวดั ทงั้ ทศิ ทางลม และความเร็วลม
การตรวจวดั ลมผวิ พน้ื ใชเ้ คร่อื งมือ …………………………………………………………………………. (โดยลกู ศรจะชไี้ ปทางที่
ลมมา) สว่ นเคร่อื งมอื เครอื่ งมือใ ช้ตรวจวดั ทั้งความเรว็ ลมแ ละทศิ ทางลม เรยี กวา่ แอโร
เวน
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลักสูตร อจท.) ผูส้ อน กรกนก ศรวี ิพฒั น์ 24
KRUKIMMEYKODCOOL
การตรวจวดั ลมชน้ั บน นยิ มใช้บอลลูนตรวจอากาศ ซ่งึ ติดตงั้ กลอ้ ง ธโี อโดไลต์ ไว้
บอลลูนตรวจอากาศยังสามารถใช้รว่ มกับเครอ่ื งมอื ทเ่ี รยี กว่า เรดโิ อซอนด์ หรอื วทิ ยุหย่ัง
อากาศ ท่ใี ชต้ รวจลมจากพ้นื ดินถงึ ระดับความสงู 30 กิโลเมตร และความชืน้ สมั พทั ธ์ ความ
กดอากาศได้ แลว้ ส่งผลตรวจในรูป คล่ืนวิทยุมายังสถานีบรเิ วณภาคพน้ื ดนิ
1. ข้อใดเป็นสาเหตุสาคญั ที่ทาให้เกดิ ลมบกลมทะเล
ก. อุณหภูมิอากาศเหนือพืน้ ดินและพ้นื นา้ แตกตางกนั
ข. ความกดอากาศเหนอื พื้นดินและพื้นน้าแตกตางกัน
ค. ความเรว็ ลมเหนอื พืน้ ดินและพ้ืนนา้ แตกตางกนั
ง. ลมมรสมุ ที่พัดผานพืน้ ดินและพ้นื นา้ แตกตางกนั
1. ขอ ก. และ ข. 2. ขอ ข. และ ค.
3. ขอ ก. และ ค. 4. ขอ ก. ข. และ ง.
5. ขอ ก. ข. ค. และ ง.
2. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกบั การเคล่อื นที่ของอากาศ
1. การเคล่อื นที่ของอากาศเกิดขึ้นเมือ่ อากาศมคี วามดันตางกัน
2. อากาศเคล่ือนท่ีจากบริเวณทีม่ ีอุณหภูมติ ่าไปยงั บรเิ วณทม่ี อี ุณหภูมิสงู
3. อากาศรอนจะลอยตวั สูงขน้ึ และเคลื่อนที่เขาไปแทนทอี่ ากาศเยน็ บรเิ วณใกลเคยี ง
4. อากาศจะเคลอื่ นทจ่ี ากบริเวณท่ีมีความกดอากาศตา่ ไปยังบรเิ วณท่ีมีความกดอากาศสูง
5. อากาศเคลือ่ นท่โี ดยมีทิศทางทวนเข็มนาฬกา ทาใหอากาศเยน็ เคล่อื นทีไ่ ปหาอากาศรอน
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างอิงหลักสูตร อจท.) ผูส้ อน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 25
KRUKIMMEYKODCOOL
ลมเคลอื่ นท่ีจากบริเวณทม่ี ีความกดอากาศสูงไปยงั บรเิ วณที่มีความกดอากาศต่้า
ซึ่งความเร็วและทศิ ทางของลมนนั้ เกดิ จากผลของแรงต่างๆดงั น้ี
1. แรงท่เี กดิ จากความชนั ของความกดอากาศ (PGF) เปน็ แรงเน่อื งจากความแตกต่างของความ
กดอากาศ ซ่ึงมผี ลตอ่ ความเรว็ และทิศทางลม( แรงเกรเดียนตข์ องความกดอากาศ)
จากสมการพบว่า …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………….
2. แรงคอรอิ อลิส เปน็ แรงทเ่ี กิดจากการหมุนรอบตวั เองของโลก ซงึ่ มีผลทา้ ให้
ทศิ ทางการเคลื่อนที่ของอากาศเบนไปโดยอากาศทเี่ คล่อื นทใ่ี นบรเิ วณซกี
โลกเหนือจะเบนไปทางขวาจากทิศทางเดมิ สว่ นอากาศทีเ่ คลื่อนทบ่ี ริเวณซกี
โลกใต้จะเบนไปทางซา้ ย
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อ้างองิ หลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 26
KRUKIMMEYKODCOOL
ขนาดของแรงคอริออลิสจะแปรผันตรงกับความเรว็ ลมและละตจิ ูด โดยเม่ือความเร็วลมมคี ่ามาก ขนาด
ของแรงคอริออลิสจะมคี ่ามากด้วย บรเิ วณขั้วโลกแรงคอริออลิสจะมีคา่ มากที่สุด สว่ นบริเวณศนู ย์สูตร
แรงคอริออลิสจะมคี า่ น้อยท่สี ุด คือ …………………………………………………………………..
หมายเหต:ุ แรงคอรอิ อรสิ ไมม่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ กระแสลมทบี่ รเิ วณเสน้ ศนู ยส์ ตู ร แตจ่ ะมี
อทิ ธพิ ลมากขนึ้ บรเิ วณละตจิ ดู ทส่ี ูงขนึ้ เขา้ ใกลข้ ว้ั โลก
3. แรงสศู่ นู ยก์ ลาง (centripetal force) เป็นแรงท่ีท้าให้อากาศเคลือ่ นทแ่ี บบหมนุ เขา้ สู่
ศนู ย์กลาง ซง่ึ คา่ ความเรว็ ในการหมุนจะแปรผกผนั กับระยะทางจากจุดศนู ยก์ ลาง โดยแรงสู่
ศนู ยก์ ลางท้าใหเ้ กดิ การหมนุ ของลมแลว้ เกิดปรากฏการณ์ เชน่ พายหุ มุนเขตรอ้ น ทอรน์ าโด
พายุงวงชา้ ง
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรีวิพัฒน์ 27
KRUKIMMEYKODCOOL
4 . แรงเสียดทาน (friction force) เปน็ แรงต้านการเคล่อื นท่ีของลม ซึง่ เกดิ จากอทิ ธิพลของ
พืน้ ผิวทล่ี มเคลอื่ นทผ่ี า่ น มีผลทา้ ใหค้ วามเร็วลม……………………………………………………… โดยลมท่ีเกิดเหนือผิว
นา้ จะมีแรงเสยี ดทานน้อยกวา่ ลมท่เี กิดเหนอื ผิวดนิ อีกทงั้ แรงเสยี ดทานจะมอี ิทธพิ ลลดลงตาม
ระดับความสูงท่เี พิม่ ขึน้ ด้วย ตวั อย่างผลของแรงเสียดทานต่ออตั ราเรว็ ลม เชน่ พายไุ ต้ฝนุ่ เมื่อ
เคล่อื นตัวเข้าสชู่ ายฝั่งจะลดระดบั ความรนุ แรงลงเปน็ พายุโซนร้อนหรือดเี ปรสชนั
1. ขอใดกลาวถกู ตองเก่ยี วกับแรงท่ีเกดิ จากความชันของความกดอากาศ
1. แรงท่เี กิดมีคานอย จะทา้ ใหลมพดั แรง
2. แรงที่เกิดมคี ามาก จะทา้ ใหลมพัดออนๆ
3. แรงท่ีเกิดมีผลตออณุ หภูมแิ ละทศิ ทางของลม
4. แรงท่เี กิดเปนแรงเน่ืองจากความแตกตางของความดันอากาศ
5. แรงท่ีเกดิ ท้าใหอากาศเคลอ่ื นทจี่ ากบรเิ วณความกดอากาศสูงไปยงั บรเิ วณความกดอากาศ
ต่า้
2. เม่ือลากเสนในขณะที่ลกู โลกหมุนตามทิศทางการหมนุ รอบ
ตวั เองของโลก เสนท่ีปรากฏในบริเวณซีกโลกเหนอื และซีกโลกใต
จะมีลักษณะอยางไร
1. เสนท่ีปรากฏในฝงซกี โลกเหนอื และซีกโลกใตเปนเสนตรง
2. เสนท่ปี รากฏในฝงซกี โลกเหนือและซีกโลกใตโคงไปทางซายมือ
3. เสนทป่ี รากฏในฝงซกี โลกเหนือและซกี โลกใตโคงไปทางขวามอื
4. เสนทีป่ รากฏในฝงซีกโลกเหนอื โคงไปทางขวามือ แตซีกโลกใตโคงไปทางซายมือ
5. เสนทปี่ รากฏในฝงซีกโลกเหนือโคงไปทางซายมอื แตซกี โลกใตโคงไปทางขวามือ
3. ปจจยั ใดที่มีผลตอขนาดของแรงคอรอิ อลสิ โดยตรง
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งอิงหลักสูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 28
KRUKIMMEYKODCOOL
1. ทิศทางลมและละตจิ ดู
2. ความเร็วลมและละติจูด
3. ทศิ ทางลมและความเรว็ ลม
4. ละตจิ ดู และความกดอากาศ
5. ความกดอากาศและทศิ ทางลม
4. ขอใดกลาวถึงแรงคอริออลิสไดถกู ตอง
1. แรงคอริออลสิ เปนแรงทเ่ี กิดจากแรงตานอากาศ
2. บรเิ วณข้ัวโลกขนาดของแรงคอริออลิสมคี าเทากบั ศนู ย
3. บริเวณเสนศูนยสตู รขนาดของแรงคอริออลิสมคี ามากทีส่ ดุ
4. แรงคอริออลิสแปรผันตรงกับความเร็วลมและความกดอากาศ
5. ทิศทางของแรงคอริออลิสต้งั ฉากกับทิศทางการเคล่อื นที่ของลมเสมอ
เอกสารประกอบสอน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (อา้ งองิ หลกั สูตร อจท.) ผู้สอน กรกนก ศรวี ิพัฒน์ 29
จดั ทาํ โดย คณุ ครู กรกนก ศรีวพิ ฒั น