The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Poommie Nawan, 2023-02-17 02:05:52

หน่วยที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า

หน่วยที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า เวลา 7 ชั่วโมง เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 3. ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาวฤกษ์และ ดาวเคราะห์ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสง จึงสามารถมองเห็นได้ส่วนดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่ สามารถมองเห็นได้เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลองได้(K) 2) สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการมองเห็นดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ


9. เนื้อหาสาระ ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศ ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาวฤกษ์และ ดาวเคราะห์ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้ ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง จึงจัดเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่สามารถมองเห็นเป็นจุดสว่างและ มีแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์มีขนาด ใหญ่และสว่างมาก ส่วนดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ ในจักรวาลมีอยู่มากมายแต่อยู่ห่างไกล ทำให้สามารถมองเห็นเป็นจุด สว่างระยิบระยับบนท้องฟ้าเท่านั้น เมื่อเทียบขนาดของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ ที่อยู่นอกระบบสุริยะ พบว่า ดวงอาทิตย์มีขนาดเล็กมาก ดาวเคราะห์ คือดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เพราะไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นเป็นแสง นิ่งไม่กะพริบ เนื่องจากแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีทั้งหมด 8 ดวง ซึ่งดาวเคราะห์ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ มี 5 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ ส่วนดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนนั้นอยู่ไกลจาก โลกมากจึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (15 นาที) 1) นักเรียนและครูสนทนาร่วมกันถึงเรื่องความสวยงามของดวงดาวในตอนกลางคืน และการ สังเกตดาว โดยครูถามว่า “นักเรียนรู้จักดาวอะไรบ้าง” (แนวคำตอบ: นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) 2) นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ประจำหน่วยการเรียนรู้ เรื่องดวงดาวบนท้องฟ้า ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 3) นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 -5 คน 4) ครูให้นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากใบความรู้ที่ครูแจกให้ 5) นักเรียนนำความรู้ที่ศึกษามาสร้างแบบจำลองการมองเห็นดาวเคราะห์และดาวฤกษ์โดยมี ขั้นตอนดังนี้(ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่กัน) 1. นักเรียนวาดภาพออกแบบ แบบจำลองการมองเห็นดาวเคราะห์และดาวฤกษ์โดยใช้ อุปกรณ์ที่ครูกำหนดให้ ได้แก่ ลังกระดาษ 1 ลัง/ สีเมจิ 1 กล่อง/ กระดาษแข็ง ลูกปัดพลาสติก/ ไฟฉาย และ อุปกรณ์สำหรับใช้งาน เช่น คัตเตอร์ กรรไกร ตัวเรืองแสง(ใช้กากเพชรแทนได้) กาว เป็นต้น 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มดำเนินการสร้างแบบจำลอง 6) นักเรียนนำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง


ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(5 นาที) 7) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ โดยใช้คำถาม ต่อไปนี้ 1. ดาวเคราะห์ คืออะไร (แนวคำตอบ: ดาวเคราะห์ คือดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เพราะไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นเป็นแสงนิ่งไม่กะพริบ เนื่องจากแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ตก กระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา) 2. ดาวฤกษ์ คืออะไร (แนวคำตอบ: ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง จึงจัดเป็น แหล่งกำเนิดแสงที่สามารถมองเห็นเป็นจุดสว่างและมีแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า) 3. ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ แตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ: ดาวเคราะห์เป็นดาวที่ไม่ มีแสงสว่างในตัวเอง ส่วน ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง) 4. ดาวเคราะห์ ไม่มีแสงในตัวเองแต่เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ ได้อย่างไร (แนว คำตอบ: ดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นได้เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาว เคราะห์แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา) ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(5 นาที) 8) ครูขยายความรู้โดยให้นักเรียนฟังเพลง ระบบสุริยะ จากถามคำถามนักเรียน ต่อไปนี้ อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=F6L-NdG2G6U 1. ระบบสุริยะ คืออะไร (แนวคำตอบ: ระบบที่ประกอบไปด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่น ๆ ที่ โคจรรอบดวงอาทิตย์เนื่องจากแรงโน้มถ่วง ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์อยู่ตรงศูนย์กลางของระบบ มีดาวเคราะห์ และวัตถุขนาดเล็ก เช่น ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง เป็นบริวารโคจรล้อมรอบ ดาวเคราะห์ บางดวงมีดวงจันทร์บริวารโคจรล้อมรอบ) 2. ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง (แนวคำตอบ: ดาวเคราะห์ในระบบ สุริยะมีทั้งหมด 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวโลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสและดาว เนปจูน)


ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (5 นาที) 9) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 1.2) ใบงาน เรื่อง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ 1.3) PowerPoint สรุปความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5 1.4) เพลง “ระบบสุริยะ” 1.5) แบบทดสอบก่อนเรียน ประจำหน่วยการเรียนรู้ เรื่องดวงดาวบนท้องฟ้า 1.6) ใบความรู้ เรื่องดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด 12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


บันทึกหลังจากการจัดการเรียนการสอน 1. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………..… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………...……………………..……… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...…………..…… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 3. แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….. ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง รูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า เวลา 7 ชั่วโมง เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 3. ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กลุ่มดาวฤกษ์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าจะมีรูปร่างแตกต่างกัน การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีต่าง ๆ เกิดจาก จินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่างๆ แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่งคงที่และมีเส้นทางการขึ้นและตกตาม เส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ระบุและอธิบายรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ได้ (K) 2) ใช้ทักษะการสังเกตและทักษะการลงความเห็นจากข้อมูลเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับรูปร่างของกลุ่ม ดาวฤกษ์ได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ


9. เนื้อหาสาระ กลุ่มดาวฤกษ์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าจะมีรูปร่างแตกต่างกัน การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีต่าง ๆ เกิดจาก จินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่างๆ แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่งคงที่และมีเส้นทางการขึ้นและตกตาม เส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม กลุ่มดาวฤกษ์ที่ควรรู้จักได้แก่ 1. กลุ่มดาวนายพราน เป็นกลุ่มดาวที่สะดุดตาและสวยงามที่สุดในท้องฟ้า คนไทยเห็นกลุ่มดาว นายพรานใหญ่นี้เป็นกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มดาวเต่า และกลุ่มดาวไถ โดยเห็นดาวดาวที่เป็นหัวไหล่ ข้อเท้า และหัวเข่าของนายพราน เป็นขาเต่า 4 ขา และเห็นดาวเล็ก ๆ 3 ดวงติดกันตรงคอนายพรานเป็นหัวเต่า และ เห็นดาว 3 ดวงซึ่งสว่างเท่า ๆ กัน อยู่ห่างเท่า ๆ กันตรงเข็มขัดนางพราน และส่วนมีดพกของนายพรานเป็น กลุ่มดาวไถ 2. กลุ่มดาวจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวที่มนุษย์รู้จักดีที่สุด และใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด เป็น กลุ่มดาวที่มองเห็นได้ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกับดาวเหนือ ดาวกลุ่มนี้มี 7 ดวง มีลักษณะคล้ายกระบวยตักน้ำ 4 ดวง เป็นตัวกระบวย อีก 3 ดวง เป็นด้าม ชาวจีนและชาวยุโรปเขาเห็นเป็นรูปกระบวย จึงเรียกกลุ่มดาวกลุ่มนี้ ว่า “กระบวยใหญ่” (Big Dipper) ชาวกรีกซึ่งเป็นดินแดนแห่งเทพนิยายอันเกี่ยวกับ ดวงดาวต่าง ๆ เห็นเป็น “หมีใหญ่” (Ursa Major) คนไทยเห็นเป็น “จระเข้” ทั้งกรีกและไทย เห็นเหมือนกันอยู่ 1 อย่างคือ เห็นดาว 3 ดวง ทางด้ามกระบวยเป็นหางหมี และหางจระเข้เหมือนกัน 3. กลุ่มดาวสิงโต ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 9 ดวง เป็นกลุ่มดาวที่สังเกตได้ง่ายบนฟ้า เพราะมี ดาวฤกษ์ดวงใหญ่สีน้ำเงินขาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ 1 ดวง อยู่ตรงบริเวณหน้าอกของสิงโต มีความสว่างถึง 1.35 และ ตรงปลายหางของสิงโตจะมีดาวฤกษ์สว่างสีขาวอีก 1 ดวง มีความสว่าง 2.14 ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 นั้น ดวงจันทร์จะปรากฏเต็มดวงบริเวณหัวของสิงโต ที่เรียกว่า มาฆฤกษ์ 4. กลุ่มดาวค้างคาว เป็นกลุ่มดาวที่สะดุดตา หาง่ายอยู่ทางทิศเหนือตรงกันข้ามกับ กลุ่มดาวจระเข้ ฉะนั้นเมื่อเห็นกลุ่มดาวจระเข้ จะไม่เห็นกลุ่มดาวค้างคาว และเมื่อเห็นกลุ่มดาวค้างคาวก็ไม่เห็นกลุ่มดาวจระเข้ กลุ่มดาวค้างคาวมีดาวที่สว่างสุกใสอยู่ห้าดวง มีรูปร่างคล้ายค้างคากำลังบิน หรือคล้ายอักษรภาษาอังกฤษตัว W กลุ่มดาวนี้ใช้หาทิศเหนือได้ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (10 นาที) 1) ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนเคยจินตนาการดวงดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนหรือไม่” (แนวคำตอบ: นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) 2) ครูถามต่อว่า “ดวงดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้ามีแสงระยิบระยับนั้น เป็นดาวประเภทใด” (แนวคำตอบ: ดาวฤกษ์เพราะมีแสงในตัวเอง สามารถมองเห็นได้)


3) ครูให้นักเรียนดูภาพดาวบนท้องฟ้า จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนจินตนาการรูปร่างของดาว บนท้องฟ้า ซึ่งครูถามนักเรียนทุกคน 4) ครูถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า “นักเรียนคิดว่ารูปร่างของดาวฤกษ์บนท้องฟ้ามีรูปร่างแบบ ใดและในแต่ละพื้นที่รูปร่างแตกต่างกันหรือไม่” ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 5) นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 -5 คน 6) ครูชี้แจงกิจกรรม การสังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ ดังนี้ 1. ครูแจกอุปกรณ์ให้แก่นักเรียน ได้แก่ กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น บัตรภาพกลุ่มดาวฤกษ์ 2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับรูปร่างของดาวฤกษ์ พร้อมทั้งวาดภาพและสรุปข้อมูล จากการสังเกตนั้น 7) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(10 นาที) 8) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ดังนี้ 1. กลุ่มดาวนายพราน เป็นกลุ่มดาวที่สะดุดตาและสวยงามที่สุดในท้องฟ้า อาจเรียกอีก ชื่อว่ากลุ่มดาวเต่า และกลุ่มดาวไถ โดยเห็นดาวดาวที่เป็นหัวไหล่ ข้อเท้าและหัวเข่าของนายพราน เป็นขาเต่า 4 ขา และเห็นดาวเล็ก ๆ 3 ดวงติดกันตรงคอนายพรานเป็นหัวเต่า และเห็นดาว 3 ดวงซึ่งสว่างเท่า ๆ กัน อยู่ห่าง เท่า ๆ กันตรงเข็มขัดนางพราน และส่วนมีดพกของนายพรานเป็นกลุ่มดาวไถ 2. กลุ่มดาวจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวที่มนุษย์รู้จักดีที่สุด และใช้ประโยชน์ได้ มากที่สุด เป็นกลุ่มดาวที่มองเห็นได้ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกับดาวเหนือ ดาวกลุ่มนี้มี 7 ดวง มีลักษณะคล้าย กระบวยตักน้ำ 4 ดวง เป็นตัวกระบวย อีก 3 ดวง เป็นด้าม 3. กลุ่มดาวสิงโต ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 9 ดวง เป็นกลุ่มดาวที่สังเกตได้ง่ายบน ฟ้า เพราะมีดาวฤกษ์ดวงใหญ่สีน้ำเงินขาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ 1 ดวง อยู่ตรงบริเวณหน้าอกของสิงโต และ ตรงปลายหางของสิงโตจะมีดาวฤกษ์สว่างสีขาวอีก 1 ดวง 4. กลุ่มดาวค้างคาว เป็นกลุ่มดาวที่สะดุดตา หาง่ายอยู่ทางทิศเหนือตรงกันข้ามกับ กลุ่ม ดาวจระเข้ ฉะนั้นเมื่อเห็นกลุ่มดาวจระเข้จะไม่เห็นกลุ่มดาวค้างคาวและเมื่อเห็นกลุ่มดาวค้างคาวก็ไม่เห็นกลุ่ม ดาวจระเข้ กลุ่มดาวค้างคาวมีดาวที่สว่างสุกใสอยู่ห้าดวง มีรูปร่างคล้ายค้างคากำลังบิน หรือคล้ายอักษร ภาษาอังกฤษตัว W กลุ่มดาวนี้ใช้หาทิศเหนือได้ 9) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนถามในประเด็นที่สงสัยหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง รูปร่างของ กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า


ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(10 นาที) 10) ครูขยายความรู้โดยให้นักเรียนดูวิดีโอ ตำนานกลุ่มดาวประจำราศีแล้วอธิบาย ดังนี้ อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=K_FHmmrb7wA 1. กลุ่มดาว 12 ราศี คือกลุ่มดาวฤกษ์ 12 กลุ่มที่ปรากฏอยู่ตามแนวเส้น Ecliptic โดย แบ่งแถบเส้น Ecliptic ซึ่งเป็นแถบกว้าง 16 องศา (กว้างวัดจากเส้น Ecliptic ไปข้างละ 8 องศา ) รอบท้องฟ้า ออกเป็น 12 ส่วน แต่ละส่วนกว้าง 30 องศา ทุกราศีมีดาวฤกษ์ประจำอยู่ 1 กลุ่ม จึงเรียกกลุ่มดาว 12 ราศี เวลาดูในท้องฟ้า จะเห็นกลุ่มดาว 12 ราศีเรียงตามลำดับ จาก ทิศตะวันตก ไปทิศตะวันออก กลุ่มดาว 12 ราศี นี้ เป็นจักรวงกลมของสัตว์ เพราะว่า 11 กลุ่ม เป็นกลุ่มดาวที่ แทนสัตว์จริง หรือสัตว์สมมุติมีกลุ่มดาวที่ไม่ใช้ สัตว์ คือกลุ่มดาวราศีตุลย์หรือ กลุ่มดาวคันชั่ง (Libra) อันหมายถึงตราชูแห่งความเที่ยงธรรม 2. ครูถามคำถามนักเรียนว่า “นักเรียนคุ้นเคยกับกลุ่มดาว 12 ราศี จากเหตุการณ์ใด” (แนวคำตอบ: การใช้ประโยชน์ทางด้านโหราศาสตร์ เช่น การทำนาย การดูดวง การแบ่งตามราศีเกิด) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (5 นาที) 11) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์(ต่อจากส่วนที่เหลือจากชั่วโมงที่แล้ว) 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 1.2) ใบงาน เรื่อง ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ 1.3) PowerPoint สรุปความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5 1.4) รูปภาพ ดวงดาวบนท้องฟ้า 1.5) บัตรภาพกลุ่มดาวฤกษ์ 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด


12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


บันทึกหลังจากการจัดการเรียนการสอน 1. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………..… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………...……………………..……… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...…………..…… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 3. แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….. ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาว กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า เวลา 7 ชั่วโมง เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 3. ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่งคงที่และมี เส้นทางการขึ้นและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายรูปแบบเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (K) 2) ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ


9. เนื้อหาสาระ ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของกลุ่มดาว เป็นผลสะท้อนจากการหมุนรอบตัวเองของโลก ซึ่งหมุนจาก ทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก (หมุนทวนเข็มนาฬิกา) เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองจะหมุนรอบแกนที่ผ่านขั้วโลก เหนือและขั้วโลกใต้ แกนที่ผ่านขั้วโลกเหนือจะชี้ ไปยังขั้วฟ้าเหนือซึ่งมีดาวเหนืออยู่ใกล้ ๆ ดังนั้น เมื่อโลกหมุน จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ดาวจึงวนเป็นวงกลม รอบดาวเหนือ โดยวนจากด้านทิศตะวันออกไปทางทิศ ตะวันตก เส้นทางการขึ้น-ตก ของดวงดาวทั้งหลายจะขนานกัน ในประเทศไทยดาวที่ขึ้นตรงจุดทิศตะวันออก พอดีจะมีเส้นทางขึ้น-ตกเอียงไปทางทิศใต้เล็กน้อย ทำให้จุดที่ขึ้นไปสูงสุดอยู่ทางทิศใต้ของจุดเหนือศีรษะเป็น มุมเท่ากับ ละติจูด และคล้อยต่ำลงไปตรงจุดทิศตะวันตกพอดี รวมเวลาตั้งแต่ขึ้นถึงตกเท่ากับ 12 ชั่วโมงพอดี ดาวที่ขึ้นเฉียงไปทางใต้ของจุดทิศตะวันออกเป็นมุมเท่าใด จะไปตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางทิศใต้ เป็น มุมเท่านั้นโดยจะมีเวลาอยู่เหนือขอบฟ้ายาวมากกว่า 12 ชั่วโมง โดยเส้นทางขึ้น-ตกขนานกับเส้นที่ขึ้นตรง จุดทิศ ตะวันออก 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (5 นาที) 1) ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับการขึ้นและตกของ ดวงอาทิตย์ ดังนี้ 1. นักเรียนเคยตื่นเช้ามาดูดวงอาทิตย์ขึ้น หรือไม่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศทางใด (แนวคำตอบ: เคย/ไม่เคย ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกในเวลาเช้า) 2. ในเวลาตอนเย็น ดวงอาทิตย์ตกทางทิศใด” (แนวคำตอบ: ดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก) 2) ครูถามนักเรียนเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า “การขึ้นและตกของกลุ่มดาว มีลักษณเช่นเดียวกับ ดวงอาทิตย์หรือไม่ อย่างไร” ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (20 นาที) 3) ครูสาธิตการขึ้นและตกของกลุ่มดาว ดังนี้ 1. แจกวัสดุ-อุปกรณ์แก่นักเรียน ได้แก่ ลูกโลก กรรไกร ไฟฉาย ดินน้ำมัน ไม้เสียบลูกชิ้น 2. ครูให้นักเรียนปั้นดินน้ำมันเป็นทรงกลมในลักษณะของดวงดาว และนำไม้เสียบลูกชื้น และดินน้ำมันที่เหลือทำเป็นฐาน 3. นำลูกโลกมาวางไว้ตรงข้ามกับไฟฉาย โดยให้ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์และนำดินน้ำมันที่ เปรียบเสมือนดวงดาววางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ 4. หมุนลูกโลกตามแนวการหมุนรอบตัวเองของโลกคือหมุนทวนเข็มนาฬิกา สังเกต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่โลกหมุนรอบตัวเอง 4) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการสาธิตการขึ้นและตกของกลุ่มดาว


ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(15 นาที) 5) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับ การขึ้นและตกของกลุ่มดาว โดยใช้วิดีโอ ต่อไปนี้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการสาธิตการขึ้นและตกของกลุ่มดาว โดยวิดีโอ เรื่องการขึ้นและตก ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว และการเกิดกลางวัน กลางคืนเกิดขึ้นได้อย่างไร อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?time_continue=112&v=APZIIFsYPtw 2. วิดีโอสาธิตการขึ้นและตกของกลุ่มดาว อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=iFB9P3yINmE 6) ครูอธิบายความรู้ การขึ้นและตกของกลุ่มดาว ดังนี้การที่โลกหมุนรอบตัวเองนี้ทำให้เกิด การกำหนดทิศ โดยโลกหมุนรอบตัวเองทวนเข็มนาฬิกา จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก เมื่อสังเกตจากขั้ว โลกเหนือจึงปรากฏให้เห็นดวงอาทิตย์และดวงดาวต่างๆ ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(10 นาที) 7) ครูขยายความรู้นักเรียนเกี่ยวกับทรงกลมท้องฟ้า โดยครูให้นักเรียนดูภาพทรงกลมท้องฟ้า แล้วอธิบายเกี่ยวเส้นต่างๆ ที่อยู่ในทรงกลมท้องฟ้า ดังนี้


1. ทรงกลมฟ้า (Celestial sphere) หมายถึง ทรงกลมสมมติขนาดใหญ่ มีรัศมีอนันต์ โดยมีโลกอยู่ที่จุดศูนย์กลาง 2. เส้นขอบฟ้า = แนวที่ท้องฟ้าสัมผัสกับพื้นโลกรอบตัวเรา 3. เส้นเมอริเดียน = เส้นโยงจากทิศเหนือมายังทิศใต้โดยผ่านจุดเหนือศรีษะ 4. เส้นศูนย์สูตรฟ้า = เส้นเชื่อมทิศตะวันออกมายังทิศตะวันตก ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (10 นาที) 8) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาว 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 1.2) ใบงาน เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาว 1.3) PowerPoint สรุปความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5 1.4) ภาพทรงกลมท้องฟ้า 1.5) วิดีโอเกี่ยวกับ การขึ้นและตกของดวงดาว 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด


12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงาน ใบงาน ร้อยละ 60 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


บันทึกหลังจากการจัดการเรียนการสอน 1. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………..… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………...……………………..……… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...…………..…… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 3. แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….. ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า เวลา 7 ชั่วโมง เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 3. ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่งคงที่และมี เส้นทางการขึ้นและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการขึ้นและตก ของดาวฤกษ์และกลุ่มดาวฤกษ์สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ดาว 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายความรู้เกี่ยวกับการใช้แผนที่ดาวได้ (K) 2) ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ


9. เนื้อหาสาระ การศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มดาวและดาวฤกษ์ที่สำคัญ และสามารถชี้บอกดาว เคราะห์ได้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยในการบอกตำแหน่งและชี้บอกกลุ่มดาวต่างๆ ได้คือ แผนที่ดาว ซึ่งเสมือนเป็น ท้องฟ้าจำลองแบบ 2 มิติที่มีลักษณะเป็นรูปวงกลมหมุนได้ บางครั้งเรียกว่า แผนที่ดาวแบบหมุน ซึ่งสามารถ นำมาใช้งานได้ง่าย สะดวกและมีขนาดเล็ก แผนที่ดาวแบบหมุนหน้าเดียวประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 แผ่นกลมที่ลงตำแหน่งดาวทั่วฟ้าที่ สามารถมองเห็นได้ และแผ่นที่เป็นช่องท้องฟ้า ขอบนอกแบ่งขีดบอกวันที่และเดือนครบ 1 ปี พร้อมกับขีดบอก เวลาอยู่ส่วนที่แสดงขอบฟ้า และจะมีจุดบอกทิศต่างๆ และส่วนที่ 2 มีลักษณะเป็นซองที่สามารถตรึงเข้ากับ ส่วนที่ 1 ตรงจุดศูนย์กลาง โดยที่จุดศูนย์กลางของการหมุนคือ ตำแหน่งของดาวเหนือ การใช้แผนที่ดาวในการดูดาว มีวิธีการ ดังนี้ 1. หมุนแผ่นวงกลมในแผนที่ดาวให้วันที่และเดือนตรงกับวันและเวลาที่ต้องการดูดาว 2. ถือแผนที่ดาวไว้ตรงหน้าและหันหน้าไปยังทิศที่ต้องการดู เช่น ต้องการดูดาวบนท้องฟ้าในทางทิศ เหนือให้ใช้แผนที่ดาวทางทิศเหนือ หันหน้าไปทางทิศเหนือ เป็นต้น ส่วนด้านซ้ายเป็นทิศตะวันตก ด้านขวาเป็น ทิศตะวันออก 3. ยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ ให้ทิศของแผนที่ดาวตรงกับทิศของท้องฟ้าจริง แล้วมองแผนที่ดาว ตามทิศและค่ามุมเงยที่ระบุไว้ในแผนที่ดาว 4. มองท้องฟ้าจริงเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (15 นาที) 1) ครูทบทวนความรู้เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาว โดยใช้คำถาม ต่อไปนี้ 1. กลุ่มดาวฤกษ์มีเส้นทางการขึ้น – ตก ในทิศทางใดบ้าง (แนวคำตอบ: ขึ้นทางทิศ ตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก) 2. เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์มีทิศทางเดียวกับการขึ้นและตกของดวง อาทิตย์หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ: ทิศทางเดียวกับการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ขึ้นทางทิศตะวันออกและ ตกทางทิศตะวันตก) 2) ครูให้นักเรียนดูแผนที่โลก จากนั้นให้ส่งตัวแทนเพื่อน 5 คน เพื่อเล่นเกม ประเทศนี้อยู่ที่ใด โดยครูจะบอกชื่อประเทศต่างๆ 10 ประเทศ แล้วให้นักเรียนทั้ง 5 คน ชี้ตำแหน่งประเทศต่างๆที่อยู่บนแผนที่ โลก โดยที่ใครสามารถหาเจอได้ก่อนให้ยกมือขึ้น เมื่อจบเกม ผู้ชนะรับรางวัลจากครู 3) ครูถามคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียน ดังนี้


1. แผนที่มีประโยชน์ อย่างไร (แนวคำตอบ: ช่วยให้สามารถทราบตำแหน่ง ภูมิภาคของ ประเทศต่างๆ หรือสถานที่ต่างๆ ได้) 2. นักเรียนคิดว่าแผนที่เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลแบบใด (แนวคำตอบ: ข้อมูลที่มี ปริมาณข้อมูลเยอะ มีการศึกษาและแบ่งอาณาเขตชัดเจน) 3. ในการดูดาวที่มีปริมาณมาะมายบนท้องฟ้า นักเรียนคิดว่าผู้ดูดาวสามารถทราบชื่อ และตำแหน่งของกลุ่มดาวแต่ละดวง ได้อย่างไร (แนวคำตอบ: ตอบตามแนวคิดของนักเรียน) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (45 นาที) 4) ครูให้นักเรียนดูวิดีโอ สาธิตการใช้แผนที่ดาว อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=ZM7WhPv_wWk 5) จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรมการใช้แผนที่ดาว ระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ โดยปฏิบัติ ดังนี้ 1. ครูให้นักเรียนดูตัวอย่างของแผนที่ดาว ในใบความรู้เรื่อง แผนที่ดาว เพื่อศึกษา ส่วนประกอบของแผนที่ดาว 2. กำหนดวันที่ต้องการสังเกต 1 วัน และกำหนดเวลาที่ต้องการสังเกต 3 เวลา ได้แก่ ช่วงหัวค่ำ ช่วงก่อนนอนและช่วงเช้ามืด 3. หมุนแผนที่ดาวให้ตรงกับวันและเวลาที่กำหนด แล้วเลือกกลุ่มดาวที่สนใจ 1 กลุ่ม 4. สังเกตตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ตามวันและเวลาที่กำหนด 5. นำข้อมูลที่ได้วาดภาพแสดงขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ลงในสมุด 6) ครูและนักเรียนร่วมกับอภิปรายเกี่ยวกับการใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้น และตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ชั่วโมงที่ 2


ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 7) ครูทบทวนความรู้เรื่อง การใช้แผนที่ดาว ดังนี้ แผนที่ดาวช่วยในการสังเกตตำแหน่งดาว บนท้องฟ้า ในแผนที่ดาวมีแต่ดาวประจำไม่มีดาวเคราะห์ โดยเส้นขนานกับเส้นขอบฟ้าบอกค่ามุมเงยเท่ากับ 15 30 45 60 และ 75 องศา 8) ครูชี้แจกกิจกรรม การประกอบแผนที่ดาววงกลม 1. ครูแจกอุปกรณ์ให้แก่นักเรียน ได้แก่ กระดาษ A4 180 แกรม จำนวน 2 แผ่น/ - สติ๊กเกอร์ใส ขนาด A4 จำนวน 3 แผ่น/ แผ่นใสสำหรับพิมพ์เส้นขอบฟ้า/ กรรไกร/ กาว/ ค้อนและตาไก่ 2. ครูชี้แจงขั้นตอนการประกอบแผนที่ดาว ดังนี้ - พิมพ์แผ่นแผนที่ดาวและแผ่นขอบฟ้าลงบนกระดาษ A4 แบบหนา - นำสติ๊กเกอร์ใสเคลือบบนแผ่นแผนที่ดาวทั้งสองด้าน และเคลือบแผ่นขอบฟ้าเฉพาะด้านหน้า - ตัดรอบขอบของแผ่นแผนที่ดาวและแผนขอบฟ้าออกมาเป็นวงกลม - ตัดวงรีด้านในของแผนขอบฟ้าออก - ทากาวที่ด้านหน้าแผ่นพิกัดขอบฟ้า (แผ่นใส) บริเวณรอบนอกของเส้นรอบรูป แล้วติดที่ ด้านหลังของแผ่นขอบฟ้า ให้ตรงกับวงรีที่ตัดออกไปในข้อที่แล้วแล้วตัดส่วนที่เกินออก - เจาะรูตรงกลางทั้งสองแผ่นสำหรับติดตาไก่ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(10 นาที) 9) ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายความรู้เกี่ยวกับ การใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทาง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ดังนี้ 1. แผนที่ดาวช่วยในการสังเกตตำแหน่งดาวบนท้องฟ้า ในแผนที่ดาวมีแต่ดาวประจำไม่มี ดาวเคราะห์ โดยเส้นขนานกับเส้นขอบฟ้าบอกค่ามุมเงยเท่ากับ 15 30 45 60 และ 75 องศา 2. การใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์มีวิธีการ ดังนี้ 2.1 หมุนแผ่นวงกลมในแผนที่ดาวให้วันที่และเดือนตรงกับวันและเวลาที่ต้องการดูดาว 2.2 ถือแผนที่ดาวไว้ตรงหน้าและหันหน้าไปยังทิศที่ต้องการดู เช่น ต้องการดูดาวบน ท้องฟ้าในทางทิศเหนือให้ใช้แผนที่ดาวทางทิศเหนือ หันหน้าไปทางทิศเหนือ เป็นต้น ส่วนด้านซ้ายเป็นทิศ ตะวันตก ด้านขวาเป็นทิศตะวันออก 2.3 ยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ ให้ทิศของแผนที่ดาวตรงกับทิศของท้องฟ้าจริง แล้ว มองแผนที่ดาวตามทิศและค่ามุมเงยที่ระบุไว้ในแผนที่ดาว 2.4 มองท้องฟ้าจริงเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(10 นาที) 10) ครูขยายความรู้นักเรียน เรื่อง การใช้แผนที่ดาว โดยใช้คำถามต่อไปนี้ 1. นักเรียนคิดว่า บริเวณใดเหมาะสำหรับการสังเกตการณ์ขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ มากที่สุดระหว่างภูเขากับชายทะเล เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ตอบตามแนวคิดของนักเรียน)


2. นักเรียนคิดว่าการศึกษาแผนที่ดาวมีประโยชน์หรือไม่อย่างไร (แนวคำตอบ: ตอบตาม แนวคิดของนักเรียน) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (10 นาที) 11) การทำใบงาน เรื่อง การใช้แผนที่ดาว 12) นักเรียนสร้างแผนที่ดาวด้วยตนเอง 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 1.2) ใบงาน เรื่อง การใช้แผนที่ดาว 1.3) PowerPoint สรุปความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5 1.5) วิดีโอ สาธิตการใช้แผนที่ดาว 1.6) ใบความรู้เรื่อง แผนที่ดาว 1.7) แผนที่ดาวกระดาษ (ประกอบเอง) 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด 12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 การตรวจใบงาน/สมุด/แผนที่ ดาว ใบงาน/สมุด/แผนที่ดาว ร้อยละ 60 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


บันทึกหลังจากการจัดการเรียนการสอน 1. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………..… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………...……………………..……… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...…………..…… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 3. แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….. ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การกำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่ามุมเงย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงดาวบนท้องฟ้า เวลา 7 ชั่วโมง เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 3. ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสังเกตตำแหน่งและการขึ้นและตกของดาวฤกษ์และกลุ่มดาวฤกษ์สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้สังเกตสามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงยเมื่อสังเกต ดาวในท้องฟ้า 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายเกี่ยวกับมุมทิศและมุมเงยได้ (K) 2) กำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่ามุมเงยได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ


9. เนื้อหาสาระ พิกัดขอบฟ้า (Horizontal coordinates) เป็นระบบพิกัดซึ่งใช้ในการวัดตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า โดย ถือเอาตัวของผู้สังเกตเป็นศูนย์กลางของทรงกลมฟ้า โดยมีจุดและเส้นสมมติบนทรงกลมฟ้า ทิศทั้งสี่ ประกอบด้วย ทิศเหนือ (North) ทิศตะวันออก (Earth) ทิศใต้ (South) ทิศตะวันตก (West) เมื่อหันหน้าเข้าหาทิศเหนือ ด้านหลังเป็นทิศใต้ ซ้ายมือเป็นทิศตะวันตก ขวามือเป็นทิศตะวันออก จุดเหนือศีรษะ (Zenith) เป็นตำแหน่งสูงสุดของทรงกลมฟ้า ซึ่งอยู่เหนือผู้สังเกต จุดใต้เท้า (Nadir) เป็นตำแหน่งต่ำสุดของทรงกลมฟ้า ซึ่งอยู่ใต้เท้าของผู้สังเกต เส้นขอบฟ้า (Horizon) หมายถึง แนวเส้นขอบท้องฟ้าซึ่งมองเห็นจรดพื้นราบ หรือคือ เส้นวงกลมใหญ่ บนทรงกลมฟ้าที่อยู่ห่างจากจุดเหนือศีรษะ ทำมุม 90° กับแกนหลักของระบบขอบฟ้า เส้นเมอริเดียน (Meridian) เป็นเส้นสมมติบนทรงกลมฟ้าในแนวเหนือ-ใต้ ซึ่งลากผ่านจุดเหนือศีรษะ การวัดมุมในระบบพิกัดขอบฟ้าประกอบด้วย มุมทิศ และ มุมเงย มุมทิศ (มุมอาซิมุท) เป็นมุมในแนวราบ วัดจากทิศเหนือ ไปตามเส้นขอบฟ้าในทิศตามเข็มนาฬิกา ไปยัง ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และกลับมาที่ทิศเหนือ อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นมุมทิศจึงมีค่าระหว่าง 0-360 องศา มุมเงยเป็นมุมในแนวดิ่ง นับจากเส้นขอบฟ้า สูงขึ้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ มุมเงยจึงมีค่าระหว่าง 0-90 องศา 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (10 นาที) 1) ครูนำเข็มทิศมาให้นักเรียนดู พร้อมตั้งคำถามนักเรียน ดังนี้ 1. นักเรียนรู้ไหมว่าสิ่งนี้ คืออะไรและมีไว้ใช้ทำอะไร (แนวคำตอบ: เข็มทิศใช้สำหรับบอกทิศ) 2. เข็มทิศมีประโยชน์อย่างไร (แนวคำตอบ: ใช้บอกทิศทางสำหรับการเดินทางเพื่อไม่ให้ เราหลงทิศและหลงทาง)


2) ครูพานักเรียนออกไปกลางสนามหรือที่กลางแจ้ง แล้วให้สังเกตท้องฟ้ารอบๆตัว ถ้าตัว เราเป็นศูนย์กลาง ฟ้ารอบๆตัวเรามีลักษณะอย่างไรและในขณะที่ยืนอยู่กลางแจ้งให้นักเรียนแหงนหน้าดู จุดสูงสุดตรงกับศีรษะของเรา จุดนั้นคือจุดเหนือศีรษะและถ้านักเรียนเหลียวมองฟ้าไปรอบๆตัวที่ระดับสายตา นักเรียนสิ่งนั้นคือ เส้นขอบฟ้า 3) ในการกำหนดตำแหน่งของกลุ่มดาวนั้น ถ้าไม่ใช้แผนที่ดาว นักเรียนจะมีวิธีการระบุ ตำแหน่งกลุ่มดาวอย่างไร (แนวคำตอบ: ตอบตามความคิดของนักเรียน) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (50 นาที) 4) ครูให้นักเรียนศึกษาวิธีการใช้เข็มทิศ จากวิดีโอ การใช้เข็มทิศ อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=Yn1g9GQ_LJs 5) ครูและนักเรียนสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอ 6) จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรม การระบุค่ามุมทิศ โดยปฏิบัติ ดังนี้ 1. ครูแจกเข็มทิศให้นักเรียนกลุ่มละ 1 อัน 2. ให้สมาชิก 1 คนของกลุ่มยืนบริเวณกลางสนาม โดยถือเข็มทิศไว้ในมือโดยหันหน้า ตัวอักษร N ไปด้านหน้าให้ขนานกับพื้น จากนั้นหมุนตัวจนหัวลูกศรบนเข็มทิศทับบนตัวอักษร N พอดี 3. สมาชิกในกลุ่มที่เหลือช่วยกันวาดภาพและบันทึกข้อมูลสิ่งที่สังเกตได้จากมุมทิศ ที่ 0, 45, 90, 135, 180, 225, 270 และ 315 องศา ตามลำดับลงสมุด 4. นำเสนอข้อมูลที่ได้วาดภาพหน้าชั้นเรียน 7) ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การวัดมุมในระบบพิกัดของฟ้า 8) นักเรียนทำ ใบงาน เรื่อง การวัดมุมทิศและมุมเงย 9) ครูและนักเรียนร่วมกับอภิปรายเกี่ยวกับการใช้เข็มทิศในการระบุตำแหน่งของกลุ่มดาวใน แนวราบ ซึ่งเรียกว่า ค่ามุมทิศ และมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปหาดาวที่สังเกตในแนวดิ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0 – 90 องศา เรียกว่า มุมเงย 10) นักเรียนทำใบงานเรื่อง การวัดมุมทิศและมุมเงย


ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 11) ครูทบทวนความรู้เรื่อง การวัดมุมทิศและมุมเงยซึ่งเป็นการวัดมุมในระบบพิกัดของฟ้าที่ ใช้บอกตำแหน่งของกลุ่มดาว 12) ครูให้ครูให้นักเรียนศึกษาวิธีการใช้นิ้วและมือประมาณค่ามุมเงย จากวิดีโอ มุมเงย อ้างอิงจาก https://www.youtube.com/watch?v=ATBP7U_tm7s&t=14s 13) ครูและนักเรียนสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอ 14) จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรม การระบุค่ามุมเงย 1. ครูกำหนดวัตถุบริเวณโรงเรียนให้แก่นักเรียน 5 ชนิด ได้แก่ ยอดเสาธงโรงเรียน หน้าต่างอาคารเรียน เสาอากาศ(หรือเสาล่อฟ้าที่สูงกว่าอาคารเรียน) หลังคาอาคารเรียนและต้นไม้สูง (ควรเป็น ต้นเดียวกันทั้งห้อง) จากนั้นให้นักเรียนใช้นิ้วและมือประมาณค่ามุมเงยและบันทึกผลลงในสมุดเรียน 2. นำเสนอค่ามุมเงยที่แต่ละกลุ่มวัดค่ามาได้ 15) ครูและนักเรียนร่วมกับอภิปรายเกี่ยวกับการใช้นิ้วและมือประมาณค่ามุมเงย 16) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การประมาณค่ามุมเงยของวัตถุบนท้องฟ้า ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(5 นาที) 17) ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายความรู้เกี่ยวกับ การกำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่า มุมเงย ดังนี้ 1. การกำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่ามุมเงย สิ่งที่จำเป็นต้องทราบคือ ค่ามุมทิศ และมุมเงย 2. มุมทิศ (มุมอาซิมุท) เป็นมุมในแนวราบ วัดจากทิศเหนือ ไปตามเส้นขอบฟ้าในทิศตาม เข็มนาฬิกา ไปยังทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และกลับมาที่ทิศเหนือ อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นมุมทิศจึงมีค่า ระหว่าง 0-360 องศา 3. มุมเงย เป็นมุมในแนวดิ่ง นับจากเส้นขอบฟ้า สูงขึ้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ มุมเงยจึงมี ค่าระหว่าง 0-90 องศา


4. การใช้นิ้วและมือประมาณค่ามุมเงย มีวิธีการ ดังนี้ 4.1 เหยียดแขนออกไปให้สุดให้ตรงกับระดับสายตา 4.2 หลับตาข้างหนึ่ง แล้วใช้ตาอีกข้างหนึ่งเล็งไปที่ปลายมือ 4.3 กางนิ้วมือให้มีความกว้างพอดีกับขนาดมุมเงยที่ต้องการวัด ขั้นที่ 4 ขยายความรู้(5 นาที) 18) ครูขยายความรู้นักเรียน เรื่อง การวัดระยะห่างของดวงดาว โดยใช้คำถามต่อไปนี้ 1. นักเรียนคิดว่า เราสามารถวัดระยะห่างระหว่าดวงดาวได้หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ: เนื่องจากดวงดาวแต่ละดวงอยู่ไกลกันมาก การวัดระยะห่างของดวงดาว ไม่สามารถวัดระยะห่างออกมาเป็น หน่วยเมตร หรือกิโลเมตรได้ ดังนั้นการวัดระยะทางดาราศาสตร์ นิยมวัดออกมาเป็นระยะเชิงมุม) 2. ถ้าต้องการมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ชัดเจน ควรเลือกดูดาวในคืนที่มีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ: ควรเลือกดูดาวในคืนเดือนแรมเพราะท้องฟ้าจะมืดทำให้แสงจากดวงจันทร์ไม่กลบแสงดาว มองเห็นแสงดาวชัดเจน) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (20 นาที) 19) การทำใบงาน เรื่อง การวัดมุมทิศและมุมเงยและการประมาณค่ามุมเงยของวัตถุบนท้องฟ้า 20) นักเรียนทำแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 ดวงดาวบนท้องฟ้า 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 1.2) ใบงาน เรื่อง การวัดมุมทิศและมุมเงยและการประมาณค่ามุมเงยของวัตถุบนท้องฟ้า 1.3) PowerPoint สรุปความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5 1.5) วิดีโอเรื่อง การใช้เข็มทิศและวิดีโอเรื่อง มุมเงย 1.6) ใบความรู้เรื่อง การวัดมุมในระบบพิกัดของฟ้า 1.7) แบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้เรื่อง ดวงดาวบนท้องฟ้า 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด


12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 การตรวจใบงาน/สมุด ใบงาน/สมุด ร้อยละ 60 ถือว่าผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


บันทึกหลังจากการจัดการเรียนการสอน 1. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………..… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………...……………………..……… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 2. ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...…………..…… ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… 3. แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… …………………………………………………….…………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………...……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….. ……………………………………………….……………………………………………………………………………………………………….… ลงชื่อ............................................................. ครูผู้สอน (นาย สุพศิน นาวัลย์) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร .............../..................../..............


Click to View FlipBook Version