The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติและผลงาน ของ พระสุนทรโวหาร (ภู่)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จักรกฤษ คำพวง, 2022-06-19 13:17:04

ประวัติและผลงาน ของ พระสุนทรโวหาร (ภู่)

ประวัติและผลงาน ของ พระสุนทรโวหาร (ภู่)

ประวัติและผลงาน

ของ

พระสุนทรโวหาร (ภู่)

กิจกรรมสัปดาห์วันสุนทรภู่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสายธรรมจันทร์

ประวัติ

พระสุนทรโวหาร (ภู่)

"สุนทรภู่" มีชื่อเดิมว่า "ภู่" เกิดในรัชสมัยของ
พระบาทสมเด็ จพระพุ ทธยอดฟ้าจุ ฬาโลกมหาราช
(รัชกาลที่ ๑) แห่ งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันจันทร์
ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปี มะเมีย จุลศักราช ๑๑๔๘ เวลา
ประมาณ ๒ โมงเช้า (ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๓๒๙) ณ บริเวณด้านทิศเหนื อของ
พระราชวังหลัง (ปัจจุบัน คือ บริเวณสถานี
รถไฟบางกอกน้อย) บิดาชื่อพลับ เป็ นชาวบ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง
มารดาชื่อช้อย เป็ นชาวเมืองฉะเชิงเทรา หลังจากที่สุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน
บิดามารดาก็หย่าร้างกัน โดยบิดากลับไปบวชเป็ นพระภิกษุอยู่ที่วัดป่ ากร่ำ
อันเป็ นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้ถวายตัวเข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง
โดยเป็ นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้า
กรมพระอนุ รักษ์เทเวศร์ ดังนั้นสุนทรภู่จึงได้ใช้ชีวิตอยู่ที่พระราชวังหลัง
กับมารดา และได้ถวายตัวเป็ นข้าในกรมพระราชวังหลัง และสุนทรภู่ยังมี
น้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิ มและนิ่ ม

ด้านการศึกษา

วัยเด็ กสุ นทรภู่ ได้เรี ยนหนังสื อกับพระ
ในสำนักเรียนวัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว)
ต่อมาเข้ารับราชการเป็ นเสมียนนายระวาง
กรมพระคลังสวน แต่ว่าไม่ชอบทำงานอื่น
นอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้
เป็ นอย่างดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ ม

ด้านชีวิตครอบครัว

สุนทรภู่ได้ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ งชื่อ "แม่จัน"
จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้ว จนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อ
กรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคต ในปี พ.ศ. ๒๓๔๙ จึงได้มีการอภัยโทษ
แก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็ นพระราชกุศล หลังออกจากคุกสุนทรภู่
ก็เดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง จ.ระยอง ในการเดินทางครั้งนี้สุนทรภู่
ได้แต่งนิ ราศเมืองแกลง ซึ่งเป็ นนิ ราศเรื่องแรก โดยได้พรรณนาสภาพ
การเดินทางต่าง ๆ เอาไว้อย่างละเอียด และลงท้ายนิ ราศเรื่องนี้ว่าแต่ง
มาให้แก่แม่จัน ความว่า “เป็ นขันหมากมิ่งมิตรพิสมัย”

ในนิ ราศเรื่องนี้ ยังได้มีการบันทึกสมณศักดิ์ของบิดาไว้ว่า เป็ น
“พระครูธรรมรังษี” เจ้าอาวาสวัดป่ ากร่ำ หลังจากกลับจากเมืองแกลง
คราวนี้ สุนทรภู่จึงได้แม่จันเป็ นภรรยา สุนทรภู่กับแม่จัน มีบุตรชายด้วย
กัน ๑ คน ชื่อว่า "หนูพัด" ซึ่งได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่
ส่วนทั้งสองมีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป

สุนทรภู่มีบุตรชาย ๓ คน คือ ๑. พ่อพัด เกิดจากภรรยาคนแรก
คือแม่จัน ๒. พ่อตาบ เกิดจากภรรยาคนที่สอง คือ แม่นิ่ ม และ ๓. พ่อนิ ล
เกิ ดจากภรรยาที่ ชื่ อแม่ ม่ วง

นอกจากนี้ยังปรากฏชื่อบุตรบุญธรรมอีก ๒ คน
ชื่อพ่อกลั่นและพ่อชุบ ส่วนพ่อพัดนี้เป็ นลูกรักได้ติดสอย
ห้อยตามสุนทรภู่อยู่เสมอ เมื่อครั้งที่บวช พ่อพัดก็ได้บวช
เป็ นสามเณรด้วย และเมื่อสุนทรภู่ได้มารับราชการกับ
เจ้าฟ้าน้อย พ่อพัดก็มาพำนักอยู่ด้วยเช่นกัน

ด้านการงานสุนทรภู่

สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๙
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) โดยที่
มูลเหตุในการได้เข้ารับราชการนี้ไม่ปรากฏแน่ ชัด แต่สันนิ ษฐานว่าอาจจะ
แต่งโคลงกลอนได้เป็ นที่พอพระราชหฤทัย เมื่อความทราบถึงพระเนตร
พระกรรณจึงทรงเรี ยกให้เข้ารับราชการ

ระหว่างที่รับราชการ สุนทรภู่ต้องโทษจำคุกเพราะถูกอุทธรณ์ว่า
เมาสุราทำร้ายญาติผู้ใหญ่ แต่ว่ารับโทษได้ไม่นานก็ได้รับพระราชทาน
อภัยโทษให้กลับมารับราชการตามเดิม โดยมีเล่ากันว่าเนื่ องจากพระบาท
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงติดขัดในการพระราชนิ พนธ์เรื่อง
สังข์ทอง จึงได้ให้สุนทรภู่แต่งต่อและเป็ นที่ต้องพระราชหฤทัย

ภายหลังจากพ้นโทษ สุนทรภู่ได้เป็ นพระอาจารย์ถวายพระอักษร
(สอนหนังสือ) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรส
ในรัชกาลที่ ๒ กับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี
เชื่อว่าสุนทรภู่แต่งเรื่อง “สวัสดิรักษา” ในระหว่างเวลานี้

สุนทรภู่นับเป็ นกวีคนโปรดของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็ น
"ขุนสุนทรโวหาร"

ลาออกจากราชการเข้าสู่สมณเพศ

พ.ศ. ๒๓๖๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคตากนั้นสุนทรภู่
ได้ลาออกจากราชการและบวชเป็ นพระภิกษุ

พ.ศ. ๒๓๗๒ สุนทรภู่ได้เป็ นพระอาจารย์
ถวายพระอักษรเจ้าฟ้ากลางและเจ้าฟ้าปิ๋ ว
พระโอรสในรัชกาลที่ ๒ กับ สมเด็จ ฯ เจ้าฟ้า
กุณฑลทิพยวดี ซึ่งสุนทรภู่นั้นได้แต่งเรื่อง
"กาพย์พระไชยสุริยา" ใช้เป็ นหนังสือเรียน
ในครั้งนี้ด้วย

ร่อนเร่พเนจร

สุนทรภู่บวชอยู่เป็ นเวลา ๑๘ ปี ระหว่างนั้นได้ย้ายไปอยู่วัดต่าง ๆ
หลายแห่ ง เช่น วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)
วัดโพธิ์ วัดมหาธาตุ และวัดเทพธิดาราม งานเขียนบางชิ้นสื่อให้ทราบว่า
ในบางปี พระภิกษุภู่เคยต้องเร่ร่อนไม่มีที่จำพรรษาบ้างเหมือนกัน ผลจาก
การที่ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนปรากฏผลงานเป็ น
นิ ราศเรื่องต่าง ๆ มากมาย และเชื่อว่าน่ าจะยังมีนิ ราศที่ค้นไม่พบอีกเป็ น
จำนวนมาก

ผลงานชิ้นสุดท้ายที่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบท คือ "รำพันพิลาป"
โดยแต่งขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. ๒๓๘๕ ซึ่งพระภิกษุภู่
หลับฝันเห็นเทวดาจะมารับตัวไป เมื่อตื่นขึ้นคิดว่าตนถึงฆาตจะต้องตาย
แล้ว จึงประพันธ์เรื่อง รำพันพิลาปพรรณนาถึงความฝันและเล่าเรื่องราว
ต่าง ๆ ที่ได้ประสบมาในชีวิต หลังจากนั้นก็ลาสิกขาเพื่อเตรียมตัวจะตาย
ขณะนั้นสุนทรภู่มีอายุได้ ๕๖ ปี

ช่ วงที่ พระภิ กษุ ภู่ ถู กขับให้ออกจาก
วัดราชบูรณะ เหตุจากถูกใส่ความว่าเสพ
สุราในวัด ได้เกิดวรรณคดีเรื่องสำคัญ
เรื่องหนึ่ งนั่ นก็คือ "นิราศภูเขาทอง"
ถือเป็ นนิ ราศเรื่องที่ดีที่สุดของสุนทรภู่
และได้รับยกย่ องจากวรรณคดี สโมสรว่ า
เป็ น "ยอดแห่งกลอนนิราศ"

ผลงานชิ้นสุดท้ายที่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบท คือ "รำพันพิลาป"
โดยแต่งขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. ๒๓๘๕ ซึ่งพระภิกษุภู่
หลับฝันเห็นเทวดาจะมารับตัวไป เมื่อตื่นขึ้นคิดว่าตนถึงฆาตจะต้องตาย
แล้ว จึงประพันธ์เรื่อง รำพันพิลาปพรรณนาถึงความฝันและเล่าเรื่องราว
ต่าง ๆ ที่ได้ประสบมาในชีวิต หลังจากนั้นก็ลาสิกขาเพื่อเตรียมตัวจะตาย
ขณะนั้นสุนทรภู่มีอายุได้ ๕๖ ปี

บั้นปลายชีวิต

หลังจากลาสิกขาบท สุนทรภู่ได้รับพระอุปถัมภ์จากเจ้าฟ้าน้อย หรือ
สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ รับราชการสนองพระเดช
พระคุณทางด้านงานวรรณคดี สุนทรภู่แต่งเสภาพระราชพงศาวดาร
บทเห่ กล่อมพระบรรทม และบทละคร เรื่อง อภัยนุ ราช รวมถึงยังแต่ง
นิ ทานคำกลอน เรื่อง พระอภัยมณี ถวายให้กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพด้วย

พ.ศ. ๒๓๙๔ พระบาทสมเด็จพระนั่ งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงลาสิกขา แล้วเสด็จขึ้นครองราชย์เป็ นพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และทรงสถาปนาเจ้าฟ้าน้อย
ขึ้นเป็ นพระบาทสมเด็จพระปิ่ นเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่จึงได้รับแต่งตั้ง
ให้เป็ นเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ ายพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดยมี
บรรดาศักดิ์เป็ น "พระสุนทรโวหาร" ช่วงระหว่างเวลานี้สุนทรภู่ได้แต่ง
นิ ราศเพิ่มอีก ๒ เรื่อง คือ นิ ราศพระประธม และนิ ราศเมืองเพชร

ในบั้นปลายชีวิตสุนทรภู่พำนักอยู่ในเขตพระราชวังเดิม (วังหน้า)
และถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๘ สิริรวมอายุได้ ๖๙ ปี

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ โอกาสครบรอบวันเกิด ๒๐๐ ปี ของ "สุนทรภู่"
องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ งสหประชาชาติ
หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้สุนทรภู่ เป็ นบุคคลสำคัญของโลก
ทางด้านวรรณกรรม นับเป็ นชาวไทยคนที่ ๕ และเป็ นสามัญชนชาวไทย
คนแรกที่ ได้รับเกี ยรติ นี้

ผลงาน

พระสุนทรโวหาร (ภู่)

ประเภทนิ ราศ มี ๙ เรื่อง ได้แก่ ๒. นิ ราศพระบาท
๑. นิ ราศเมืองแกลง ๔. นิ ราศเมืองเพชร
๓. นิ ราศภูเขาทอง ๖. นิ ราศอิเหนา
๕. นิ ราศวัดเจ้าฟ้า ๘. รำพันพิลาป
๗. นิ ราศสุพรรณ
๙. นิ ราศพระประธม

ประเภทนิ ทาน มี ๕ เรื่อง ได้แก่ ๒. ลักษณวงศ์
๑. โคบุตร ๔. สิงหไกรภพ
๓. พระอภัยมณี
๕. พระไชยสุริยา

ประเภทสุภาษิต มี ๓ เรื่อง ได้แก่ ๒. เพลงยาวถวายโอวาท
๑. สวัสดิรักษา
๓. สุภาษิตสอนหญิง

ประเภทบทละคร มี ๑ เรื่อง ได้แก่ อภัยนุ ราช

ประเภทเสภา มี ๒ เรื่อง ได้แก่
๑. ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิ ดพลายงาม
๒. พระราชพงศาวดาร

ประเภทบทเห่ กล่อม มี ๔ เรื่อง ได้แก่ ๒. บทเห่ เรื่องกากี
๑. บทเห่ เรื่องจับระบำ ๔. บทเห่ เรื่องโคบุตร
๓. บทเห่ เรื่องพระอภัยมณี


Click to View FlipBook Version