ช่อื เร่อื ง (ก)
ผวู้ ิจยั
การพัฒนาทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ในภาษาองั กฤษ โดยใช้คลิปวีดโิ อการสอนและ
แบบฝกึ ทกั ษะการออกเสียง ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
นางสาวสกุ ัญญา จงจิตต์สุข ครกู ลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
โรงเรียนปากเกร็ด จังหวดั นนทบุรี
บทคัดยอ่
การวิจัยคร้ังน้มี ีวตั ถุประสงค์ 2 ประการคอื 1) เพ่ือพัฒนาทักษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/)
ในภาษาอังกฤษของนักเรียนโดยโดยใชค้ ลิปวดี ิโอการสอนและแบบฝกึ ทกั ษะการออกเสียง กลุ่มตัวอย่างทใ่ี ชใ้ น
การวิจยั ครง้ั น้ี คอื นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6/7 ท่ีกำลังศกึ ษาในรายวิชาภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 5 ภาค
เรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 5 คน ท่ีไดจ้ ากการเลอื กแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมลู วจิ ัย
ไดแ้ ก่ คลิปวดี ิโอการสอนและแบบฝึกทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/)
ผลการวจิ ัยพบว่า
ทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) หลังการทำกิจกรรม ของผู้เรียนดขี ้นึ โดยวดั และ
ประเมนิ ผลจากการสงั เกตุ
สารบญั (ข)
บทท่ี หน้า
บทคัดย่อ (ก)
สารบญั (ข)
บทท่ี 1 บทนำ 1
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี กย่ี วขอ้ ง 3
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนนิ การ 4
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 5
บทท่ี 5 สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 7
บรรณานุกรม 8
1
บทท่ี 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของ
การใชภ้ าษาองั กฤษในการสอ่ื สารใหไ้ ดอ้ ย่างประสิทธภิ าพนั้น ผู้พดู ควรออกเสียงคำภาษาอังกฤษได้
อย่างถกู ต้องเพอ่ื ความเขา้ ใจทีด่ ีของผู้ฟงั ซึ่งจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนรายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ การ
สื่อสาร 5 ในบทเรียน Pleased To Meet You พบว่า นกั เรยี นออกเสียง th (/ð/, /θ/) ในภาษาอังกฤษที่
ผดิ พลาด ดงั น้นั ผู้สอนเหน็ ความสำคญั ของปัญหาดงั กลา่ วจึงต้องการจดั กิจกรรมนอกบทเรียนเพ่อื พฒั นาทกั ษะ
การออกสียง th (/ð/, /θ/) ในภาษาอังกฤษ โดยใช้คลิปวดี ิโอการสอนและแบบฝึกทักษะการออกเสียงมาใช้
เพื่อช่วยฝึกพัฒนาทักษะการออกเสยี งใหก้ ับผเู้ รยี น
วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั
1. เพือ่ พฒั นาทกั ษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) ของนกั เรียนระดับชน้ั มธั ยมศึกษา
ปีท่ี 6 ท่ีได้เข้าร่วมงานวจิ ัยในครง้ั นี้
2. เพื่อใหน้ ักเรียนท่ีเขา้ รว่ มวิจัยสามารถออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
3. เพอ่ื เปรยี บเทียบความก้าวหนา้ ทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) ระหว่างกอ่ น
เรยี นและหลงั เรียน
ขอบเขตของการวจิ ัย
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
1.1 ประชากร (Population) นกั เรยี นท่กี ำลังศกึ ษารายวชิ าภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สาร 5
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 โรงเรยี นปากเกรด็ จังหวัดนนทบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
จำนวน 43 คน
1.2 กลุม่ ตัวอย่าง (Samples) นกั เรียนทีก่ ำลังศกึ ษารายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร 5
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/7 โรงเรียนปากเกรด็ จดั หวดั นนทบรุ ี ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 ที่ไดจ้ าก
การส่มุ แบบเจาะจง จำนวนนกั เรียน 5 คน
2. เน้ือหาทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
เป็นกิจกรรมนอกบทเรยี นเพื่อพฒั นาทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ในภาษาอังกฤษ
2
3. ตัวแปรทศ่ี กึ ษา
3.1 ตัวแปรต้น/ตวั แปรอสิ ระ (Independent Variables) ได้แก่
นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6/7 จำนวน 5 คน กำลงั ศกึ ษารายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การ
สอ่ื สาร 5 ทไี่ ดจ้ ากการสมุ่ แบบเจาะจง
3.2 ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ไดแ้ ก่
ทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) ในภาษาอังกฤษ ถกู พฒั นาใหด้ ขี ึ้น
สมมตฐิ านการวจิ ัย
หลงั จากการจดั กจิ กรรมนนอกบทเรยี น ทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ใน
ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนดขี ้ึน
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
การพัฒนาทกั ษะออกเสยี ง หมายถึง การศึกษาปัญหาและจดั ทำชุดการเรียนรเู้ พือ่ ใช้
พัฒนาการออกเสยี งคำภาษาองั กฤษท่มี ตี ัวพยัญชนะ th ให้ถกู ต้อง
ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะได้รบั
นกั เรียนท่มี ีทักษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ไดร้ ับการพฒั นาใหด้ ขี ้ึน
3
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กีย่ วขอ้ ง
ความหมายของการออกเสยี งภาษาอังกฤษ
การออกเสียงหรอื Pronunciation หมายถึง 1) วิธที ่ีภาษาใดภาษาหนึ่ง หรอื คำใดคำหนง่ึ
หรอื เสยี งใดเสียงหน่งึ ถกู เปลง่ ออกมา 2) วิธีทบี่ ุคคลใดบุคคลหนึง่ เปล่งเสียงคำของภาษาใดภาษาหนึ่งออกมา
ฮอร์นบ้ี (Hornby, 2000:1015)
ภูมิ หุราพันธ์ุ (2530 อา้ งถงึ ใน สาริณี สุวรรณพนั ธ์,ุ 2553, น. 30-31) ไดใ้ หค้ วามหมายของ
การออกเสยี ง (Pronunciation) คอื การผสมเสียงเปน็ คำและผสมคำเป็นประโยค และมีหลกั ใหญๆ่ ทต่ี ้อง
ปฏบิ ตั ิอยู่ 4 ประการ คือ 1) การทำเสียงตา่ งๆแต่ละเสยี งในภาษาองั กฤษให้ถูกต้อง 2) การผสมเสยี งนัน้ ๆ เข้า
เป็นคำ 3) การลงเสยี งหนกั ให้ตรงพยางคใ์ นคำท่ีมีมากกวา่ หน่ึงพยางค์ และ 4) การใช้จังหวะหนกั เบาและเสยี ง
สงู ต่ำในวลี และประโยคได้อย่างเหมาะเจาะ
ฟราเซอร์ (Fraser, 2001 อา้ งถึงใน โวเดสก้ี Wodecki, 2014: 4) ให้ความหมายของการ
ออกเสียงว่า การออกเสยี งเปน็ คุณลักษณะที่ชว่ ยทำให้การพูดคลอ่ งและลืน่ ไหลไดอ้ ยา่ งงา่ ย ซ่ึงคณุ ลักษณะ
ทัง้ หมดในการออกเสยี งนั้นประกอบด้วย การเปลง่ เสียงพดู การลงจงั หวะ การลงทำนองเสยี งสูง-ตำ่ และการ
เน้นเสียงถ้อยคำ รวมท้ังลลี าทา่ ทาง และการส่อื สารด้วยสายตา
เยทซ์ (Yates, 2002: 1) ไดใ้ ห้ความหมายของการออกเสียงว่า เปน็ เสยี งทเี่ ปล่งออกมาเพ่อื ใช้
สอื่ ความหมาย โดยให้ความสนใจต่อเสียงในภาษาใดภาษาหนึ่ง รวมทงั้ คณุ ลกั ษณะตา่ งๆ ของการพูดมากกว่า
ระดบั ของเสียงใดเสียงหนงึ่ เช่น การลงทำนองเสียงสูง-ต่ำ การเน้นเสียงถ้อยคำ การเน้นเสยี งหนัก-เบา การจดั
ช่วงจงั หวะทำนอง วิธีการเปล่งน้ำเสียง รวมถึงลลี าทา่ ทางและการแสดงออกตา่ งๆทีส่ มั พนั ธ์ตอ่ วธิ กี ารพดู ภาษา
จากความหมายข้างตน้ สรปุ ไดว้ า่ การออกเสียงภาษาอังกฤษ คือ วิธีทบ่ี ุคคลเปล่งเสยี ง
ออกมาตามลกั ษณะการผสมเสยี งของภาษาใดภาษาหนง่ึ เข้าเป็นคำและจากคำเปน็ ประโยค โดยมีเน้นเสียง
หนกั เบา การลงทำนองเสยี งสงู -ตำ่ การเนน้ เสยี งถ้อยคำ การจัดช่วงทำนองจังหวะ ลีลา ท่าทาง การสื่อด้วย
สายตา และการแสดงออกต่างๆ ซง่ึ วธิ ีการออกเสยี งเหลา่ นี้ ได้รบั การยอมรับและสามารถเขา้ ใจได้ง่าย
4
ความสำคญั ของการออกเสียงภาษาองั กฤษ
นักวิชาการไทยพบว่ามีเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษอยู่หลายเสยี งทไี่ ม่มใี นภาษาไทยและมี
เสยี งจำนวนหน่ึงที่คลา้ ยกบั ภาษาไทย คนไทยจึงใช้เสียงของภาษาไทยแทนเสียงภาษาอังกฤษซ่งึ ไม่ถกู ตอ้ ง การ
ใชเ้ สยี งภาษาไทยแทนมกั ทำให้เกดิ ความไม่เข้าใจหรอื บางคร้งั ความหมายของคำก็เปลี่ยนไปเลย ดงั น้ัน จึง
จำเปน็ ต้องออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถกู ตอ้ ง (พลเรอื เอกชุมศักด์ิ มัธยมจนั ทร์, 2547) พิณทพิ ย์ ทวยเจริญ
(2544) ได้กลา่ วถึงการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษวา ผเู้ รยี นจะรเู้ พยี งคำศพั ท์และโครงสรา้ งประโยคอย่างเดยี ว
ไม่เพยี งพอ ตอ้ งสามารถเปล่งเสียงทีเ่ จา้ ของภาษาฟงั แล้วสามารถเข้าใจได้ นอกจากน้ี การพูดภาษาอังกฤษดว้ ย
สำเนยี งภาษาไทยทำให้การสอ่ื สารไม่มีประสทิ ธภิ าพเท่าที่ควรเพราะวา่ ไมส่ ามารถออกเสยี งทถี่ ูกตอ้ งทที่ ำให้
เจ้าของภาษาเขา้ ใจได้ เนื่องจากคนไทยเรยี นภาษาอังกฤษเป็นภาษาตา่ งประเทศ จงึ พดู ได้ไมค่ ล่องแคล่ว
เท่าท่ีควร โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การเรียนการสอนภาษาองั กฤษในสถานศกึ ษาสว่ นใหญ่ยงั คงใชภ้ าษาไทยเปน็ สอื่
ในการเรียนการสอนการพูดภาษาองั กฤษจะคล่องแคล่วหรอื ไมข่ น้ึ อยู่กับความรู้ การฝกึ ฝนและการมีโอกาสได้
ใช้ภาษาองั กฤษโดยตรงกบั เจ้าของภาษาและการฝึกฝนการออกเสยี ง
กนกวรรณ อินทรสูต (อา้ งถงึ ใน เจษฎาวาร,ี 2557: 14-15) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสำคัญของการ
ออกเสยี งภาษาองั กฤษวา่ เป็นสิง่ ทีจ่ ะช่วยให้ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้และพฒั นาทักษะทางภาษาองั กฤษให้มากขนึ้ จาก
การเรียนรคู้ ำศพั ท์ใหมๆ่ นอกจากนี้ การฝึกออกเสียงบอ่ ยๆจะชว่ ยใหผ้ ู้อ่านสามารถออกเสยี งภาษาอังกฤษได้
อย่างคล่องแคล่วชัดเจน มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นและยังเปน็ การสร้างนิสัยรักการอ่านของผู้อา่ นได้อกี ดว้ ย อีกท้งั
ส่งผลให้ผอู้ า่ นเกดิ ความเขา้ ใจในเร่ืองของไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยคได้อย่างถูกตอ้ ง ซ่งึ เปน็ ประโยชน์
ในการศกึ ษาเล่าเรียนในระดบั สูงข้นึ ตอ่ ไป นอกจากนี้ นนั ทนา รณเกียรติ (2535 : 2) กล่าววา่ ในการพดู ตอ้ งใช้
ทักษะการฟงั และการพดู ควบคู่กันไป หากผู้พดู ออกเสียงไม่ชดั เจนทำให้ผฟู้ ังไม่เข้าใจหรอื เข้าใจไม่ถกู ตอ้ ง ก็จะ
ไม่สามารถสอื่ สารได้หรืออาจส่ือสารได้แตไ่ มม่ ีประสทิ ธิภาพ
เคลลี่ (Kelly, 2003 : 16) กลา่ ววา่ การออกเสียงมคี วามสำคัญตอ่ การวเิ คราะห์ภาษาและ
การวางแผนบทเรยี น การวิเคราะห์ภาษาครั้งใดท่ไี ม่ใหค้ วามสำคัญหรอื กันเรื่องการออกเสยี งออกไป ยอ่ มทำให้
การวเิ คราะหน์ นั้ ๆ ไม่ครบถว้ นสมบูรณ์ ในทำนองเดยี วกัน บทเรยี นทเ่ี นน้ ไวยากรณ์หรือคำศพั ท์ใดๆ เปน็ พิเศษ
ก็ควรจะสอนเรื่องการออกเสียงไปดว้ ยเพอ่ื ให้ผู้เรยี นเห็นภาพรวม ซงึ จะทำใหม้ ีโอกาสสือ่ สารได้อย่างสมบูรณ์
มากขึ้น
ฮิววิงซ์ (Hewings, 2004) ให้ความเหน็ ว่า การออกเสียงเปน็ ส่ิงสำคัญต่อการพดู และการฟงั
ในการส่ือสาร ผพู้ ูดจำเปน็ ตอ้ งออกเสยี งใหช้ ดั เจนและถกู ตอ้ งและผูฟ้ ังก็ตอ้ งสามารถวเิ คราะหค์ ำพูดทไี่ ดย้ นิ ตาม
หน่วยเสยี งในระบบเสียงเพ่ือตีความได้อย่างถกู ต้อง ดงั นนั้ การออกเสียงพยญั ชนะและสรำในภาษาอังกฤษจึง
เปน็ องค์ประกอบสำคัญในการเรยี นภาษา
5
สรุปได้วา่ การออกเสียงภาษาอังกฤษ เปน็ สิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะช่วยให้ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้
และพฒั นาทกั ษะทางภาษาอังกฤษ ในดา้ นการอ่านออกเสียงคำศพั ทใ์ หม่ๆ และช่วยใหผ้ ู้อา่ นเกิดความม่นั ใจ
มากยิง่ ขึน้ นอกจากนี้ การออกเสยี งท่ีดีและถูกตอ้ งสำคญั ต่อการพดู และการฟังในการส่อสาร และยังช่วยส่ือ
ความหมายเกดิ ประสิทธภิ าพและเปน็ ผลดีตอ่ การดำเนน้ ชีวิตในทกุ สาขาอาชพี ซึง่ ลว้ นแลว้ แตม่ ีการออกเสยี ง
เป็นปจั จัยหลกั ท่ีสำคญั ทงั้ สิ้น
ประโยชน์ในการออกเสยี งภาษาอังกฤษทีถ่ กู ต้อง
พิชญา นุเสน (2554: 15-16) กล่าวถึงประโยชนข์ องการออกเสีงภาษาองั กฤษไดถ้ กู ต้องว่า มี
ประโยชน์อย่างยิ่งตอ่ การสอื่ สารโดยใชภ้ าษาองั กฤษ ทงั้ ยังชว่ ยส่งเสรมิ การอา่ นออกเสียงการอา่ นในใจ การอ่าน
ตคี วาม และการแปลทับศัพท์ โดยมีใจความและรายละเอยี ดทเี่ ก่ียวกบั ประโยชนใ์ นการออกเสียงภาษาอังกฤษ
กลา่ วคือ
1. เปน็ การส่งเสริมให้การติดตอ่ สอ่ื สารระหวา่ งผใู้ ช้ภาษาอังกฤษได้ถกู ตอ้ งและเป็นไปตาม
วัตถปุ ระสงคใ์ หม้ ากท่ีสุดเพราะถ้าหากออกเสยี งไมถ่ ูกต้อง ทำให้สื่อความหมายผิดได้
2. เปน็ การส่งเสรมิ ใหม้ ีการอ่านท้ังการออกเสยี ง การอา่ นในใจ และการตีความของ
ภาษาองั กฤษซ่ึงเป็นภาษาตน้ ฉบับไดด้ ีย่งิ ขึ้น
3. เป็นการชว่ ยใหก้ ารแปลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแปลทับศพั ท์ (Transliteration) เชน่ ช่อื
สถานที่ ช่ือตวั ละคร และสงิ่ อ้างองิ ตา่ งๆ ทางประวัติศาสตร์ ทำไดใ้ กลเ้ คียงกับการออกเสยี งทั้งภาษาไทยและ
ภาษาองั กฤษมากยิ่งขน้ึ
4. เพ่ือช่วยให้การปรับบทแปลมีความถกู ตอ้ ง ชดั เจนยงิ่ ข้ึน เพราะนอกจากผู้แปลได้ใช้สายตา
อา่ นบทแปลแล้ว ยังได้ใชห้ ฟู ังเมือ่ อา่ นออกสยี งบทแปลอกี ดว้ ย
บำรุง โตรตั น์ (2544) กล่าวว่า ผู้ทสี่ ามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีนัน้ คอื ผูท้ ่ีสามารถออกเสยี ง
ในภาษาอังกฤษได้อยา่ งถูกตอ้ งและสามารถออกเสยี งไดใ้ กลเ้ คยี งกับเจ้าของภาษา มีความถูกตอ้ งของการออก
เสียงสูง ต่ำ ชัดเจน เจา้ ของภาษาจงึ จะสามารถเข้าใจผูพ้ ูดได้
ดงั นน้ั การออกเสยี งทีถ่ กู ต้องจงึ มีประโยชนห์ ลายประการ นอกจากเจา้ ของภาษาจะสามารถ
เขา้ ใจผูพ้ ดู ได้แลว้ ชว่ ยให้ส่ือสารกนั ไดเ้ ข้าใจ ถูกต้อง ยงั ชว่ ยส่งเสริมการอา่ นออกเสียง การอ่านในใจ การอ่าน
ตีความ และการแปลทับศัพท์ดังท่อี ธบิ ายไวแ้ ลว้ ข้างตน้
6
งานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ ง
จารลุ ักษณ์ บัวภาเรอื ง (2551) ทำการวจิ ัยเก่ียวกับการพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนทใี่ ช้ภาพ
เคลอื่ นไหวประกอบเสยี ง เร่ือง การออกเสียงภาษาอังกฤษทเ่ี ป็นปัญหาสำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พือ่ เปรียบเทยี บความสามารถในการออกเสียงภาษาอังกฤษของผเู้ รยี นกอ่ นเรียนและหลงั
เรียน โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทีใ่ ช้ภาพเคลื่อนไหวประกอบเสยี ง เชน่ การออกเสยี งภาษาอังกฤษท่ี
เป็นปัญหาสำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ใชก้ ลุม่ ตวั อยา่ งการวจิ ยั คอื นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6
โรงเรียนอนบุ าลบ่อพลอยราษฎร์รงั สรรค์ อำเภอบ่อไร่ จงั หวดั ตราดด สังกดั สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาตราด
ที่กำลงั ศึกษาในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2550 เครอื่ งมือทใี่ ช้ในการรวบรวมข้อมลู ไดแ้ ก่ แบบทดสอบวัด
ความสามารถในการออกเสยี งภาษาอังกฤษทเ่ี ปน็ ปัญหา วเิ คราะหข์ ้อมลู โดยใช้สถิตกิ ารทดสอบคา่ ที ในการ
ทดสอบเพอื่ เปรยี บเทยี บความสามารถในการออกเสยี งระหวา่ งกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน ผลการศึกษาพบว่า
ความสามารถในการออกเสยี งภาษาองั กฤษท่เี ปน็ ปัญหาของผู้เรยี นทเี่ รียนโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน
ที่ใช้ภาพเคล่อื นไหวประกอบเสยี ง เรอื่ ง การออกเสียงภาษษองั กฤษท่เี ปน็ ปัญหาสำหรับนักเรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 หลังเรยี นสงู กวา่ กอ่ นเรยี นอยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั .01
7
บทที่ 3
วิธกี ารดำเนนิ การ
การวจิ ัยครั้งน้ี เป็นการศกึ ษาเชงิ ปฏิบตั กิ าร เพอ่ื พฒั นาทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) ใน
ภาษาองั กฤษ โดยใชค้ ลิปวีดโิ อการสอนและแบบฝึกทกั ษะการออกเสยี ง ของนักเรยี นทีก่ ำลงั ศกึ ษาวิชา
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 5 รหัสวิชา อ 33201 ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/7 ประจำภาคเรยี นท่ี 1 ปี
การศกึ ษา 2564 จำนวน 5 คน ซงึ่ ผวู้ จิ ัยได้ดำเนนิ การวิจัยตามขนั้ ตอน ดังต่อไปนี้
1. กำหนดประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง
ประชากรทีใ่ ช้ในการวิจยั
นกั เรียนทีก่ ำลงั ศึกษารายวิชาภาษาอังกฤษเพอ่ื การสื่อสาร 5 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6/7
โรงเรียนปากเกร็ด จงั หวัดนนทบุรี ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวนนักเรยี น 43 คน
กลุ่มตวั อย่างทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
นักเรยี นที่กำลังศกึ ษารายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร 5 ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6/7
โรงเรียนปากเกร็ด จดั หวัดนนทบุรี ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 ท่ีไดจ้ าการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 5 คน
2 เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั
- VDO Clip การฝึกออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) จาก
Website: https://www.youtube.com/watch?v=h5LO0hHGfQg
https://www.youtube.com/watch?v=MKtZH0bN0W0
https://www.youtube.com/watch?v=beo1mezedJw
- Exercise 1. ดูคลิปวีดิโอการสอนเพอ่ื เรยี นรู้วิธกี ารออกเสยี ง เสียง th (/ð/, /θ/) แล้วฝึก
การออกเสยี งตามคลิป
- Exercise 2. ดูคลิปวดี โิ อการสอนแล้วฝึกการออกคำศพั ทต์ ามคลปิ เพื่อฝึกทกั ษะการออก
เสียง th (/ð/, /θ/) จำนวน 7 คำ 1 ประโยค
- Exercise 3. คลิปวดี ิโอการสอนแลว้ ฝกึ การออกคำศัพท์ตามคลปิ เพือ่ ฝึกทักษะการออก
เสยี ง th (/ð/, /θ/) จำนวน 10 คำ
8
3. การดำเนนิ การทดลองและการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.1 การดำเนนิ การทดลอง
3.1.1 หลงั เลิกเรียนทกุ วันอังคาร (คาบเรียนที่ 7) นักเรยี นกล่มุ ตวั อยา่ ง จำนวน 5 คนเขา้ รบั
การพฒั นาทกั ษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) โดยทค่ี าบแรกของการวิจัย นักเรยี นกลมุ่ ตัวอย่างทดสอบการ
ออกเสยี งคำศัพท์ จาก Exercise 2 ก่อนเรยี น จากนัน้ อังคารถดั ไป นกั เรียนกลมุ่ ตัวอยา่ งศึกษาคลิปวดิ โิ อการ
สอนออกเสียง จากเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=h5LO0hHGfQg และฝกึ ปฏิบตั ิไป
พรอ้ มกนั กับคลปิ วิดโิ อ ศกึ ษาคลปิ วดี โิ อจากเวบ็ ไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=MKtZH0bN0W0
และฝกึ ปฏบิ ตั ิไปพร้อมกันกับคลปิ วดิ โิ อ ศกึ ษาคลิปวดี โิ อจากเวบ็ ไซต์
https://www.youtube.com/watch?v=beo1mezedJw และฝึกปฏิบัติไปพร้อมกันกบั คลปิ วิดิโอ ตามลำดับใน
ทุกสปั ดาห์
3.1.2 นกั เรยี นกลุม่ ตัวอยา่ งทดสอบการออกเสียงเสียงคำศัพท์ จาก Exercise 2 หลงั เรยี น
3.2 เครอื่ งมือท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
- แบบทดสอบโดยการสังเกตเุ พอ่ื วดั ความสามารถการออกเสียง th (/ð/, /θ/) กอ่ นเรยี น
(Pre-Test) / หลังเรยี น (Post-Test) จำนวน 7 คำ 1 ประโยค
- แบบเกณฑ์การประเมินการออกเสียง th (/ð/, /θ/)
9
บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
จากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการพฒั นาทักษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ในภาษาองั กฤษ โดยใช้คลิป
วดี ิโอการสอนและแบบฝึกทักษะการออกเสยี ง มีผลตามตาราง ดงั นี้
ผลการทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียนการออกเสียง th (/ð/, /θ/)
ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทยี บความแตกต่างของคะแนนกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี นการฝึกทกั ษะการออกเสียง
th (/ð/, /θ/) ของนกั เรยี นกล่มุ ตัวอย่าง จำนวนนักเรียน 5 คน จำนวนคำท่ีใช้ในการทดสอบ 16
คำ (7 คำ 1 ประโยค)
ลำดับนกั เรียน/ ก่อนเรียน การพฒั นาทกั ษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) ร้อยละ
คะแนน 64 รอ้ ยละ หลงั เรยี น ร้อยละ ผลต่าง
1 20 100.00 64 100.00 54.69
2 20 31.25 55 85.94 +35 60.94
3 20 31.25 59 92.19 +39 57.81
4 20 31.25 57 89.06 +37 65.63
5 20 31.25 62 96.88 +42 62.50
20 31.25 60 93.75 +40 60.31
รวมคะแนนเฉลีย่ 31.25 58.6 91.56 +38.6
10
บทที่ 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
สรปุ ผลการวจิ ยั
ผลการศกึ ษาพบวา่ นักเรียนกลุม่ ตวั อยา่ งมีการพฒั นาทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) ดีขึ้นโดยวัด
และประเมินผลจากการเปรียบเทียบคะแนนระหวา่ งกอ่ นและหลังเรยี น ร้อยละ 60.31
อภปิ รายผล
จากตารางท่ี 1 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนกอ่ นเรียนและหลังเรียนการฝกึ ทักษะการออก
เสยี ง th(0 และ ð) โดยการเปิดวีดีทศั นพ์ บว่า
- นักเรยี นลำดบั ที่ 1 มีคะแนนการการฝกึ ทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) มคี ะแนนพฒั นาทักษะ
เพ่ิมข้ึน 35 คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 54.69
- นักเรียนลำดบั ท่ี 2 มคี ะแนนการการฝกึ ทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) มคี ะแนนพฒั นาทกั ษะ
เพ่มิ ข้นึ 39 คะแนน คดิ เปน็ ร้อยละ 60.94
- นักเรียนลำดบั ที่ 3 มีคะแนนการการฝึกทกั ษะการออกเสยี ง th (/ð/, /θ/) มีคะแนนพัฒนาทกั ษะ
เพม่ิ ข้ึน 37 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 57.81
- นกั เรียนลำดบั ที่ 4 มีคะแนนการการฝึกทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) มคี ะแนนพฒั นาทักษะ
เพม่ิ ขึ้น 42 คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ 65.63
- นักเรยี นลำดับที่ 5 มคี ะแนนการการฝกึ ทักษะการออกเสียง th (/ð/, /θ/) มีคะแนนพัฒนาทักษะ
เพ่ิมขึน้ 40 คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ 62.50
ข้อเสนอแนะ
-
11
บรรณานกุ รม
https://www.youtube.com/watch?v=h5LO0hHGfQg
https://www.youtube.com/watch?v=MKtZH0bN0W0
https://www.youtube.com/watch?v=beo1mezedJw
https://dspace.bru.ac.th/xmlui/handle/123456789/1001