บทที่ 8
การพยาบาลทารกแรก
เกิดที่มีภาวะแทรกซ้อน
ภาวะขาดออกซิเจน (Birth asphyxia)
ความหมาย ภาวะและสมองส่วนต่าง ๆ ของร่างกายขาดออกซิเจน
อาการและอาการแสดง เขียว ไม่หายใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตัวอ่อนปวกเปียก
หัวใจเต้นช้า reflex ลดลง
พยาธิสรีรวิทยา
-ขาดออกซิเจน
-หายใจเร็ว
-primary apnea กระตุ้นการหายใจ
-การเต้นหัวใจลดลง
-secon daryapnea เกิด PPV
การวินิฉัย
-Fetal monitoring
-ประเมินน้ำคร่ำ
- Apgar score < 6
-ตรวจเลือดจากสายสะดือ
-UA pH < 7.102
ภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบของภาวะขาดออกซิเจนแรกคลอด
-ศูนย์การควบคุมการหายใจถูกกด หัวใจเต้นช้าลง
-เกิดพยาธิสภาพที่สมองเรียก hypoxic-ischemic encephalopathy ซึ่งเป็น
สาเหตุที่ทำให้ทารกเสียชีวิตหรือสมองพิการ
-หายใจช้าหรือหยุดหายใจ
-ทารกปัสสาวะลดลงหรือไม่ถ่ายเลือด
-เกิดภาวะ NEC(necrotizing enterocolitis) หรือภาวะลําไส้อักเสบเน่าตาย อาจ
เกิดในวันที่ 4-6 หลังเกิด
-ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและแคลเซียมในเลือดต่ำ
การช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด
(neonatal resuscitation)
VIGOROUS = ตื่นตัวดี
การดูแลเบื้องต้น
-คลอดครบกําหนด
-ความตึงตัวกล้ามเนื้อดีไหม -ให้ความอบอุ่น
-หายใจหรือร้องดีไหม -จัดท่า "sniffing"
-ทางเดินหายใจให้โล่ง
-เช็ดตัวให้แห้ง
การประเมินเบื้องต้น -กระตุ้นให้ร้อง
-Airway
-Brea thing
การควบคุมอุณหภูมิ
-Circula tion -ห่อทารกด้วยพลาสติก
-Drug -วางทารกบนเบาะความร้อน
-ปรับอุณหภูมิ 26 C
การควบคุมอุณหภูมิ
-ห่อทารกด้วยพลาสติก
-วางทารกบนเบาะความร้อน
-ปรับอุณหภูมิ 26 C
การทําทางเดินหายใจให้ โล่ง
น้ำคร่ำใส : suction ทันทีหลังคลอดด้วย bulbsy ringe เฉพาะทารกที่มีทางเดิน
หายใจอุดกั้นชัดเจนหรือ PPV
น้ำคร่ำขี้เทาปน: ทํา endotrachealsuction การใส่ท่อช่วยจะใช้ เวลานาน ควรช่วย
ด้วย bag - mask ก่อน
การประเมินความต้องการออกซิเจน
โดยทั่วไป oxygen saturation = 70-80% ทำให้เขียวได้ การให้ออกซิเจน ไม่ว่าจะ
มากหรือน้อยส่งผลอันตรายได้
การให้ออกซิเจน
เริ่มความเข้นข้นที่ room air ก่อน ภายหลังกู้ชีพ ออกซิเจนต่ำเกิน90 s. ปรับเป็น 100%
การให้ POSITIVE-PRESSURE VENTILATION ทารกยังไม่หายใจ หายใจเหนื่อย HR <
100 bpm
END-EXPIRATORY PRESSURE CPAP ใช้กับทารกหายใจได้เอง แต่หายใจติดขัด PEEP ใช้
บ่อยใน NICU
Chest compression
-ตำแหน่ง : Sternum ที่ 1/3 ทางล่างสุด
-แรงกด : กระดูดสันอกยุบ 1-1.5 cm
-อัตรากด : สม่ำเสมอ 90 bpm
-การนวด :หายใจ = 3:1
-กด 90 ครั้ง ช่วยหายใจ 30 ครั้ง ใน 1 นาที
หัวใจเต้น < 60 bom หลังช่วยให้ออกซิเจน นาน30 วินาที
การให้ยา epinephrine 0.01-0 03 mg/kg 4.2% NaHCO3 2 mEq/kg
การพิจารณาหยุดการช่วยฟื้นคืนชีพ
ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจหยุดทำงาน (cardio respiratory arrest) นานกว่า
20 นาที ขณะที่ได้การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างเต็มที่
การพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะขาดอ
อกซิเจน
1.การดูแลเรื่องการหายใจและการให้ออกซิเจน การดูแลการหายใจของทารกเป็นสิ่งที่สําคัญ
ที่สุด
-จัดท่านอนของทารกให้มีการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนอย่างเหมาะสมและเต็มที่
-การให้ออกซิเจนแรงดันออกซิเจนในเลือดแดงอยู่ระหว่าง 50-80 มิลลิเมตรปรอท และให้ใน
ระยะเวลาที่สั้นที่สุด
2.การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติอุณหภูมิร่างกาย 36.8-37.2 องศา
เซลเซียส
3. การดูแลให้ทารกได้รับสารน้ำและสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
4. การป้องกันการติดเชื้อโดยปฏิบัติการพยาบาลด้วยวิธีการที่ปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด
5. กระตุ้นประสาทสัมผัส และส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ
6. การช่วยเหลือครอบครัวให้เผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวลได้
ภาวะสูดสำลักขี้เทา (meconium aspiration syndrome: MAS)
อาการและอาการแสดงของภาวะสูดสำลักขี้เทา
1. อาการรุนแรงน้อย อาการจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง
2. รุนแรงปานกลาง มักหายได้ภายใน 4-7 วันหากไม่มีอาการแทรกซ้อน
3. รุนแรงมาก ทารกจะมีการหายใจล้มเหลวทันทีหลังคลอดหรือ 2-3 ชั่วโมงหลังคลอด
การพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะสูดสำลักขี้เทา
-ในทารกแรกเกิดที่พบขี้เทาใน oropharynx ให้ใช้ลูกยางดูดน้ำคร่ำบริเวณทางเดินหายใจ
ส่วนบน
-กรณีทารกอาการไม่ดี ได้แก่ หายใจ ไม่ดี ความตึงตัวของกล้ามเนื้อไม่ดี และอัตราการเต้น
ของหัวใจน้อยกว่า 100 ครั้งต่อนาที ให้ดูดน้ำคร่ำโดยใช้ laryngoscope และ
endotracheal tube และให้ทำการดูดน้ำคร่ำบริเวณที่อยู่ใต้ต่อช่องสายเสียง (glottis)
การได้รับพิษของออกซิเจน
O2 น้อยเกินไปสมองขาดออกซิเจน
O2 มากเกินไปภาวะเส้นเลือดจอประสาทตาผิดปกติ (retinopathy of
prematurity) ภาวะปอดอักเสบเรื้อรัง (bronchopulmonary
dysplasia) และ ภาวะสมองพิการ (cerebral palsy)
การบาดเจ็บจากการคลอด (birth injury)
การบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ (head injury)
สาเหตุ อาจเกิดจาก CPD เชิงกรานแคบ การคลอดศีรษะทารกท่าก้น การ
ช่วยคลอดด้วยคีม
ลักษณะทางคลินิก
ตรวจพบคลำศีรษะของทารกพบความผิดปกติของรูปกะโหลกศีรษะ แต่กระดูกไม่
แตกจากกัน
การพยาบาล
1. ให้การพยาบาลด้วยความนุ่มนวลระวังการกระทบกระเทือน
2. ให้ทารก rest ใน crib ไม่รบกวนทารกโดยไม่จำเป็น
3. สังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น การเกร็ง
กระตุก ซีด การหยุด
หายใจ
4. อธิบายให้บิดามารดาเข้าใจถึงอาการของทารกที่เกิดขึ้น และไม่ใช้ยาทา ยานวด
หรือประคบ
บาดเจ็บที่สมอง (brain injury)
อาการและอาการแสดง
อาการจะปรากฏให้เห็นภายใน 2-3 ชั่วโมง หลังคลอด ถึง 2-3 วัน
หลังคลอดอาการที่พบ คือ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ร้องเสียงแหลม
สั่น หายใจผิดปกติ
การพยาบาลทารกแรกเกิดบาดเจ็บที่สมอง
ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง ดูดเสมหะในปาก จมูก และลำคอของทารก
ให้ออกซิเจนที่มีความชื้นเพื่อช่วยละลายเสมหะ
ทารกที่กระดูกหัก (fractures)
กระดูกไหปลาร้าหัก (fracture of clavicle)
สกาารเหคลตุอดทารกท่าศีรษะที่ไหล่คลอดยากและก
ารคลอดท่าก้นที่แขนเหยียด
การตรวจร่างกาย
-ทดสอบ moro reflex แขนทั้ง สองข้างของทารกเคลื่อนไหวไม่เท่ากัน
-กรณีที่กระดูกเดาะอาจยกแขนได้ คลําบริเวณที่หักอาจได้ยินเสียง
กรอบแกรบ
อาการและอาการแสดง
-พบก้อนห้อเลือด (ecchymosed) ตรงที่ ได้รับบาดเจ็บ
-ทารกไม่ขยับแขนข้างที่กระดูกไหปลาร้าหัก ไหล่ห่อและลู่ลง
-ทารกจะร้องไห้เมื่อถูกตรงบริเวณที่หัก
แนวทางการดูแลรักษา
-ส่วนใหญ่หายได้เองค่อนข้างเร็กมักเกิดกระดูกงอกใหม่ภายใน 1 สัปดาห์
-จัดให้แขน และไหล่ด้านที่กระดูกหักอยู่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหว โดยกลัดแขนเสื้อติด
กับตัวเสื้อให้ข้อศอกงอ 90 องศาติดลำตัวประมาณ 10 – 14 วัน
กระดูกต้นแขนหัก (fracture of humerus)
สาเหตุ
คลอดท่าก้นโดยผู้ทำคลอดดึงตัวทารกออกมาในขณะที่แขนเหยียดหรือการ
คลอดไหล่ยาก
อาการและอาการแสดง
ทารกไม่งอแขน ไม่เคลื่อนไหวแขนข้างที่หัก แขนข้างที่หักจะบวม
เมื่อจับแขนข้างที่หักขยับทารกจะ ร้องไห้
แนวทางการดูแลรักษา
ถ้าเป็นเพียงกระดูกแขนเดาะ รักษาโดยการตึรงแขนให้แนบกับลําตัวเพื่อไม่ให้แขน
เคลื่อนไหว 1-2 wks.
กระดูกแขนหักสมบูรณ์ รักษาโดยการใส่เฝือกอ่อนจากหัวไหล่ถึงสันหมัด
กระดูกต้นขาหัก (fracture of femur)
สาเหตุ
ผู้ทำคลอดดึงขาของทารกที่ติดอยู่ที่ทางเข้าเชิงกราน คลอดท่าก้น
อาการและอาการแสดง
-ทดสอบ moro reflex แล้วทารกไม่ยกขาข้างที่หัก
-ทารกร้องไห้เมื่อถูกตรงที่หักหรือจับให้เคลื่อนไหว
-ขาข้างที่หักไม่เคลื่อนไหว ต้นขาข้างที่หักบวม
แนวทางการดูแลรักษา
ถ้ากระดูกไม่หักแยกจากกัน (incomplet) ) รักษาโดยการใส่เฝือกขายาว ประมาณ 3
-4 wk
ถ้ากระดูกหักแยกจากกัน (complet) รักษาโดยการห้อยขาทั้งสองไว้กับราวที่ขวาง
ปลายเตียง ขาเหยียดตรง ให้ก้นและสะโพกลอยจากพื้น ดึงขาไว้นาน 2-3 สัปดาห์
บทบาทการพยาบาลทารกที่มีอาการบาดเจ็บของกระดูก
1. ดูแลไม่ให้กระดูกส่วนที่หักเคลื่อนไหว และจัดบรเิวณที่หักให้อยู่ใ่นท่า
ที่ถูกต้องตามแผนการรักษา
2. จัดกิจกรรมการพยาบาลไม่ใหเ้คลื่อนไหวร่างกาย ทารกบ่อย
3. ดูแลให้ได้รับความสุขสบายและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดเพิ่มขึ้น
4. ดูแลให้ทารกได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ
5. ดูแลการขับถ่าย
6. ดูแลให้ความอบอุ่นทางด้านจิตใจแก่ทารก
7. ดูแลบรรเทาความวิตกกังวลของมารดาและบิดา
อาการและอาการแสดง
-พบได้ในทารกแรกเกิดที่มีอายุตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง จนถึง 1 สัปดาห์
-ซึม ไม่ยอมดูดนม สะดุ้งผวา สั่น ซีด เขียว หายใจไม่สม่ำเสมอ หายใจเร็ว ร้องเสียงแหลม ตัว
อ่อนปวกเปียก ตากรอกไปมา ชักกระตุก เหงื่อออก จนกระทั่งหยุดหายใจ
การวินิจฉัย
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดย dextrostix และตรวจติดตามเป็นระยะ
2. Serum glucose test จะต้องส่งตรวจทุกรายที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจากการใช้
dextrostix
การรักษา
1. ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดของทารกที่มีความเสี่ยงทุกรายภายใน 1-2 ชั่วโมงแรกหลังค
ลอด ติดตามเป็นระยะทุก 1-2 ชั่วโมง ใน 6-8 ชั่วโมงแรก จนกว่าระดับน้ำตาลจะปกติ
2. ให้สารอาหารทางปาก หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นนมตามปริมาณที่ควรได้รับ หากไม่สามารถให้
สารอาหารทางปากอาจให้สารละลายกลูโคสทางหลอดเลือดดำ
การบาดเจ็บของระบบประสาท
(nerve injury)
Facial nerve palsy or facial p
aralysis เป็นการบาดเจ็บของเส้น
ประสาทสมองคู่ที่ 7
สาเหตุ
-เกิดจากการที่ศีรษะทารกกดทับกระดูก sacrum ของมารดานาน
-การช่วยคลอดด้วยคีม
อาการและอาการแสดง
คมีอรึ่างกเดีายรวอัมตพาปาิตดชไัม่ว่สคนริทาวปขาอกงขก้าล้งาทีม่เเปน็ื้นอจใบะถหูกน้ดาึงใบล
งหมน้าาทดํ้าาในห้ทมีุ่เมป็มนรไิมม่ฝมีีกปาารกเลค่าลืง่อตนกไหไมว่มลีืรมอตย่ายไดน้เทีพ่ีหยนง้า
ผาก รูปหน้าทั้ง 2 ด้านจะไม่เท่ากัน
การตรวจร่างกาย
สังเกตสีหน้าของทารกเวลานอน เวลาร้องไห้หรือแสดงสีหน้าท่าทาง
แนวทางการดูแลรักษา
ประสาทที่เลี้ยงใบหน้าเพียงถูกกดอาจหายไปได้เองภายใน 2-3 วันถึง
สัปดาห์
ถ้าเส้นประสาทขาดต้องได้รับการทําศัลยกรรมซ่อมประสาท
การพยาบาล
1. ล้างตาให้สะอาดด้วย 0.9% N.N.S. และหยอดตาด้วย kemicitine หรือ eye ointment ตาม
แผนการรักษาในรายที่เปลือกตาปิดไม่สนิท แล้วปิดด้วย eye pad ที่ฆ่าเชื้อแล้ว วันละ 2 ครั้ง
2. ดูแลเกี่ยวกับการได้รับนม และน้ำให้เพียงพอ โดยให้มารดาบีบน้ำนม เพื่อทารกจะไม่ต้อง
ออกแรงดูดนมหรือสอดหัวนมเข้าทางมุมปากข้างที่ปกติ สังเกตการดูดการกลืน และระมัดระวัง
อาการสำลัก
3. รบกวนทารกน้อยที่สุด และให้การพยาบาลด้วยความนุ่มนวล
4. บันทึก และรายงานแพทย์ ถ้ามีอาการเปลี่ยนแปลง
5. สร้างสัมพันธภาพระหว่างบิดา มารดา และทารก
6. ในรายที่เส้นประสาทขาด ต้องได้รับการทำศัลยกรรมซ่อมประสาท (neuro palsy)ให้การดูแล
ก่อน และหลังผ่าตัด
7. อธิบายให้บิดามารดาของทารกเข้าใจอาการที่เกิดขึ้น แนวทางการดูแลรักษา เพื่อลดความ
วิตกกังวล
Brachia
l palsy
การแบ่ง
ชนิด
1)Erb’s palsy or Erb-Duchenne paralysis
-ได้รับอันตรายต่อส่วนบน คือ บริเวณลําคอ ใต้ต่อกระดูกไหปลาร้า ที่ตําแหน่ง
เส้นประสาทคู่ที่ C5-C6 มักเกิดเมื่อโน้มคอขณะทําคลอดไหล่ จากการคลอดติด
ไหล่จึงทําให้มีการดึงอย่างแรง ส่งผลทําใหเ้ส้นประสาทกลุ่มนี้ได้รับบาดเจ็บ
-ทดสอบ moro reflex แขนข้างที่เป็นยกไม่ได้ หรือได้น้อย
อาการและอาการแสดง
-ประเมิน moro reflex พบว่าเสียไปในข้างที่บาดเจ็บ
-มีอาการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อ deltoid
-ทําให้แขนตกข้าง ลําตัว และแขนมีการหมุนเข้าด้านใน
-ส่วนข้อมือและมือยังขยับได้ปกติ
2) Klumpke’s paralysis
ได้รับอันตรายต่อส่วนล่าง คือ เป็นการได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาท C7, C8 และ T1
อาการและอาการแสดง
-กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขยับมือไม่ได้ข้อมือตก นิ้วคลาย กําไม่ได้
-มีmoro reflex
-ไหล่และแขนส่วนบนกางเหยียดได้ปกติ
3) Complete brachial plexus palsy
มีพยาธิสภาพที่รากประสาท C5-T1 ทำให้แขนอยู่นิ่ง ไม่มีเหงื่อออก หรือไม่มีความ
รู้สึก
แนวทางการดูแลรักษา
จัดท่าของทารกให้เหมาะสม และทำ physical therapy
การพยาบาลทารกที่มีการบาดเจ็บของระบบประสาท
จัดท่าทารก โดยการนอนหงาย จับแขนกางออก ให้ข้อศอกตั้ง
ฉากกับลำตัว ปลายแขนขนานกับลำตัวทางด้านศีรษะ ใช้ผ้าสอด
ไปใต้ลำตัวทารก
ภาวะเสียสมดุลของอิเลคโตรไลต์
(Electrolyte imbalance-hypoglycemia)
สาเหตุ
-มารดาเป็นโรคเบาหวาน
-ทารกมี Beta-cell hyperplasia
สาเหตุอื่น
- ทารกแรกเกิดที่มีไกลโคเจนสะสมน้อย
- มีการหลั่งอินสุลินมากๆ
-มีการสร้างกลูโคสน้อย
-การติเชื้อในกระแสเลือด ภาวะเลือดข้น เป็นต้น
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิดพบได้ 2 ลักษณะดังนี้
1. น้ำตาลในเลือดต่ำชนิดเป็นชั่วคราว (transient hypoglycemia)
-มารดามีประวัติ pre-eclampsia
-ทารกแรกเกิดก่อนกำหนด
-มีภาวะเลือดข้น
-แฝดคนที่มีน้ำหนักน้อย ทารกขาดออกซิเจน
-ทารกที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด
2. น้ำตาลในเลือดต่ำชนิดกลับเป็นซ้ำหรือเป็นตลอดไป (recurrent or persistent
hypoglycemia)
-พบในภาวะอินซูลินเกิน
-ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
-ความผิดปกติทางเมตตาบอลิซึม
อาการและอาการแสดง
-พบได้ในทารกแรกเกิดที่มีอายุตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง จนถึง 1 สัปดาห์
-ซึม ไม่ยอมดูดนม สะดุ้งผวา สั่น ซีด เขียว หายใจไม่สม่ำเสมอ หายใจเร็ว ร้องเสียงแหลม ตัว
อ่อนปวกเปียก ตากรอกไปมา ชักกระตุก เหงื่อออก จนกระทั่งหยุดหายใจ
การวินิจฉัย
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดย dextrostix และตรวจติดตามเป็นระยะ
2. Serum glucose test จะต้องส่งตรวจทุกรายที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจากการใช้
dextrostix
การรักษา
1. ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดของทารกที่มีความเสี่ยงทุกรายภายใน 1-2 ชั่วโมงแรกหลังค
ลอด ติดตามเป็นระยะทุก 1-2 ชั่วโมง ใน 6-8 ชั่วโมงแรก จนกว่าระดับน้ำตาลจะปกติ
2. ให้สารอาหารทางปาก หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นนมตามปริมาณที่ควรได้รับ หากไม่สามารถ
ให้สารอาหารทางปากอาจให้สารละลายกลูโคสทางหลอดเลือดดำ
3. ดูแลตามอาการ เช่น การป้องกันภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำ การติดเชื้อ เป็นต้น
การพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะเสียสมดุลของอิเลคโตรไลต์
1.การซักประวัติการตั้งครรภ์ การเจ็บป่วย การเป็นเบาหวาน การได้รับยาระหว่างการตั้ง
ครรภ์ อายุครรภ์ และการคลอดของมารดา
2.ตรวจร่างกายทารก ทารกที่ตัวโตอาจจะไม่จำเป็นต้องครบกำหนดหากเกิดจากมารดาที่เป็น
โรคเบาหวาน อาจตัวใหญ่ อ้วน สะดือและรกใหญ่ และอาจตรวจพบความพิการแต่กำเนิด
3. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
4.ดูแลให้ได้รับสารน้ำแลละอาหารอบ่างเหมาะสม
5. ควบคุมอุณหภูมิห้องและดูแลให้ได้รับความอบอุ่นแก่ร่างกายทารก
6. ติดตามผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ
7. สังเกต บันทึก และรายงานการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
8. ดูแลให้ทารกได้พักผ่อนเพื่อลดการใช้พลังงานของร่างกาย
ทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดสาร
เสพติด (drug addict)
ทารกที่คลอดจากมารดาที่ดื่มแอลกอฮอล์
(fetal alcohol syndrome: FAS) Fetal alcohol syndrome
พบได้ในทารกที่มารดาดื่มแอลกอฮอล์ 30-59 มิลลิลิตร/วัน
ลักษณะทางคลินิก
1. การเจริญเติบโตช้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และหลังคลอด (growth retardation)
2. อาการแสดงที่พบได้ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด คือ
2.1 หายใจลำบาก (difficulty establishing respirations)
2.2 หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย (irritability)
2.3 ง่วงซึม (lethargy)
2.4 กระตุก (seizure activity)
2.5 สั่น (tremulousness)
2.6 การดูดกลืนไม่ดี (poor sucking reflex)
2.7 ท้องโป่งตึง (abdominal distention)
3. มีความผิดปกติของใบหน้าได้แก่ ศีรษะเล็ก ตาเล็ก จมูกสั้น แบน ไม่มีร่อง
ระหว่างจมูกและริมฝีปากบน ริมฝีปากบนบาง และกรามกว้าง
4. มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ IQ ต่ำ พัฒนาการด้าน
ต่าง ๆ ช้า
การวินิจฉัย
1. ประวัติมารดาใช้แอลกอฮอล์ในระยะตั้งครรภ์
2. ลักษณะทางคลินิกของทารก
3. ตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในปัสสาวะหรือในเลือดของมารดา และ
ทารกผู้ต้องสงสัย
การพยาบาล
1. ติดตาม และประเมินอย่างใกล้ชิดในทารกที่คลอดจากมารดาที่มีประวัติใช้แอลกอฮอล์
2. ป้องกันภาวะหายใจลำบาก (respiratory distress) โดยการประเมินลักษณะการหายใจ
อาการและอาการแสดงของอาการหายใจลำบาก ถ้าพบให้รายงานแพทย์ และ suction เมื่อ
จำเป็น
3. ดูแลให้ได้รับนมอย่างเพียงพอ และป้องกันการสำลักขณะให้นม
4. ติดตามน้ำหนัก และความสมดุลของสารน้ำ (intake and output)
5. อธิบายให้บิดา มารดาทราบถึงภาวะเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับทารก
6. สร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างบิดา มารดา และทารก
7. เปิดโอกาสให้มารดาบิดาได้พูดคุยระบายความรู้สึก และปัญหาต่าง ๆ (emotional support)
8. ให้ข้อมูลและแนะนำหรือส่งต่อบิดามารดาไปยังแหล่งที่จะสามารถให้การช่วยเหลือ
สนับสนุนแก่บิดามารดา และทารก
ทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดสารเสพติด
ลักษณะทางคลินิก
1. ร้องเสียงแหลมเหมือนแมว (high pitch cat)
2. อาการสั่น เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น (Jitteriness)
3. อาการสั่น แบบต่อเนื่องมีจังหวะอย่างสมํ่าเสมอ (tremors)
4. หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย (irritability)
5. ดูดนมไม่ดี
6. ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ การตอบสนองในลักษณะสู้หรือถอยหนี (Hyperactive Moro’s
reflex)
7. ปฏิกริยาสะท้อนกลับของเอ็นกล้ามเนื้อมากขึ้น (Increase tendon reflex)
8. จาม และหาวบ่อย
9. แบบแผนการนอนหลับไม่ดี (poor sleeping pattern)
10. ท้องเสีย
11. น้ำหนักตัวน้อย (Low birth weight or small for gestational age)
อาการและอาการแสดงของการขาดยา (substance withdrawal)
ส่วนมากจะเกิดขึ้นใน 24-48ชั่วโมงหลังคลอด
ได้แก่
1. อาการทางระบบประสาท ได้แก่ ร้องเสียงแหลม หาวบ่อย แขนขาสั่นหรือสั่นทั้งตัว
ร้องกวน ไม่นอน บางรายอาจมีอาการชักได้ รวมถึงอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ
เช่น ไข้ เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็ว
2. อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน กินนมได้น้อย ถ่ายบ่อย
3. อาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ หายใจเร็ว หรือหยุดหายใจ
การรักษา
1. ให้การรักษาแบบประคับประคองโดยทั่วไป
2. ให้การรักษาเฉพาะ คือ การให้ยาบรรเทาอาการขาดยาและ/หรือใช้ร่วมกับยาที่
ทำให้ทารกสงบ
ยาที่นิยมใช้ คือ
2.1 Phenobarbital
2.2 Chlorpromazine (thorazine)
2.3 Diazepam (valium)
2.4 Paregonic (camphorated tincture of opium: USP)
การพยาบาลทารกที่คลอดจาก
มารดาที่ติดสารเสพติด
1. สังเกตอาการ และอาการแสดงของการขาดยาของทารกภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังคลอด
และหลังจากนั้นอีก 3 วัน
2. ประเมินภาวะหายใจลำบาก (respiratory distress)
3. ดูแลให้ทารกได้รับยาบรรเทาอาการขาดยาตามแผนการรักษาของแพ
4. เริ่มให้นมครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง และป้องกันการสำลัก
5. ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษาของแพทย์
6. รายที่ดูดนมไม่ดี อาจต้องให้นมทางสายยาง พร้อมทั้งสังเกตและบันทึกจำนวน gastric
content ที่เหลือ
7. ติดตามน้ำหนัก และความสมดุลของสารน้ำ (intake and output)
8. ป้องกันผิวหนังถลอก โดยปูที่นอนด้วยผ้าที่นุ่ม
9. จัดทารกให้อยู่ในห้องที่เงียบสงบ และให้มีแสงสลัว จะช่วยให้ทารกสงบ
ลงได้
10. สร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างบิดา มารดา และทารก
11. เปิดโอกาสให้มารดาบิดาได้พูดคุย ระบายความรู้สึก และปัญหาต่าง ๆ
12. ให้ข้อมูล และแนะนำหรือส่งต่อบิดามารดาไปยังแหล่งที่จะสามารถ
ให้การช่วยเหลือ สนับสนุนแก่บิดามารดา และทารก
จัดทำโดย
1.นางสาวแพรวรุ่ง พูลสวัสดิ์ 6201210408 เลขที่ 14
2. นางสาวศศิกานต์ ปิติพงษ์ 6201210491 เลขที่ 23
3. นางสาวรัตติกาล กุมาทะ 6201210682 เลขที่ 34
4. นางสาวศิริพร กล้าณรงค์เชาว์ 6201210736 เลขที่ 37
5. นางสาวรัตนา นิธิมณีไพพรรณ 6201210927 เลขที่ 46
เสนอ
อาจารย์มิตรา อุทัยรังษี
อ้างอิง
เยาวเรศ สมทรัพย์, นพรัตน์ ธารณ
ะและมินตรา อุทัยรังษี.(2564).การพยา
บาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะการแทรกซ้อน.เชียงใหม่:คณะพยาบาลศาสตร์
แมคคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ.(น.296-321)